ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมี เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตาย เพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมี เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตาย เพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก!

23 เม.ย. 2026

ผมเป็นเกย์ร่างบางที่ลองนัดเกย์หุ่นหมี

เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ผมเกือบตาย

เพราะพุงของเขาทับผมจนหายใจไม่ออก!

        ‘คุณกูเกิ้ล’ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาสอบถามปัญหาเรื่องที่ตนกังวลใจ กับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นนัดเกย์หุ่นหมี แต่กลับเจอประสบการณ์เฉียดตายกลับมา

        โดย ‘คุณกูเกิ้ล’ ได้เล่าว่า ในตอนที่ได้เข้ามหาลัยปี 1 ก็เป็นแค่เกย์ตัวเล็ก ๆ ใส ๆ จนขึ้นปี 2 ก็ได้รับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ว่าเราสามารถนัดพบกันเพื่อ One Night Stand ได้ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้คุณกูเกิ้ลรู้สึกอยากลอง เมื่อลองนัดไปได้ 2-3 คน ก็รู้สึกถูกใจมาก ๆ จนมีคนหนึ่งทักมา ซึ่งพี่คนนั้นเป็นเกย์หุ่นหมี คุณกูเกิ้ลก็ไม่ได้ติดอะไรในส่วนนี้ จึงได้ตอบตกลงพากันไปเปิดห้อง 

        เมื่อทั้งคู่ไปถึงห้องก็ได้เริ่มกิจกรรมบนเตียงกัน แต่ดันมาติดตรงที่ตอนนั้นคุณกูเกิ้ลอยู่ด้านล่าง พี่เกย์หุ่นหมีอยู่ด้านบน และพยายามจะโน้มตัวลงมาจูบ แต่ด้วยสรีระร่างกายที่มีหน้าท้องที่ใหญ่จึงไม่สามารถโน้มตัวลงมาได้ นั่นจึงทำให้คุณกูเกิ้ลพยายามผลักออกแต่ก็ไม่สำเร็จ ทันใดนั้นคุณกูเกิ้ลได้ถอนหายใจเฮือกสุดท้ายออกไป ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับตอนคนด้านบนโน้มตัวลงมาจูบได้สำเร็จ ซึ่งก็ได้จูบกันนานถึง 2 นาที และการที่โดนคนด้านบนทับลงมานั้นก็ทำให้คุณกูเกิ้ลหายใจไม่ออกนานถึง 2 นาทีเช่นกัน โดยคุณกูเกิ้ลก็ได้เล่าว่าเหตุการณ์ในตอนนั้นรู้สึกเหมือนตนนั้นกำลังจะขาดใจเพราะขาดอากาศหายใจ

        เมื่อคนด้านบนผละออกไปคุณกูเกิ้ลจึงได้รีบหายใจเข้าทันที และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นทำให้ไม่มีอารมณ์ทำเรื่องตรงหน้าต่อ เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงกลายเป็นเหมือนความทรงจำที่ไม่ดีของคุณกูเกิ้ลสำหรับการจะนัดเจอกับเกย์หุ่นหมีอีกในอนาคต ซึ่งก็ได้ให้คำถามทิ้งท้ายกับเหล่าดีเจว่า “หากเหล่าดีเจเจอสถานการณ์แบบเดียวกัน แล้วในครั้งถัดไปมีเกย์หุ่นหมีทักมาขอนัดเจออีก จะมีวิธีปฏิเสธยังไง?”

        เมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มที่ 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “จริง ๆ สามารถบล็อกได้เลย เป็นเรื่องปกติสำหรับการโดนทักในแชท ถ้าเราไม่ชอบก็แค่บล็อก แต่ถ้าอยากตอบปฏิเสธก็คงต้องบอกตรง ๆ ว่าเราไม่โอเค แต่ก็ต้องมานั่งอธิบายให้เขาฟังอีก หรือไม่งั้นบอกเขาว่าขอให้ผมอยู่ข้างบนอย่างเดียวติดมั้ย ถ้าเขาไม่ติดก็สามารถไปกันได้ บอกเขาไปเลยว่าเรามีอดีตฝังใจ เขาอาจจะหัวเราะนิดนึง แต่คิดว่าเขาเข้าใจเรานะ เพราะเรื่องแบบนี้สามารถคุยกันได้”

        ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “จริง ๆ แล้วเราไม่ต้องตอบเลยก็ได้ มันก็เหมือนกับเรากำลังเดินหาซื้อของอยู่ คิดแค่ว่าถ้าถูกใจก็ซื้อ ไม่ถูกใจก็ผ่านไปแค่นั้นเอง”

        สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้บอกว่า “เชียร์ให้บล็อกเงียบ ๆ ไปเลยดีกว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลาไปนั่งอธิบาย และเล่าประสบการณ์ให้เขาฟัง หรือถ้าอยากตอบจริง ๆ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ เราสามารถคุยกันได้”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

13 ก.พ. 2026

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีกเราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อแต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ? ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนผู้ชายในกลุ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ จนเธอไม่สบายใจ ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ อายุ 21 ปี ได้เล่าว่า เธอมีเพื่อนอยู่ 5 คน แต่คนที่จะเล่าถึงคือเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม เขามีลักษณะนิสัยที่เนิร์ด ชอบเล่นเกม เรียนเก่ง และเขาเป็นคนตัวเล็ก ทำอะไรไม่ค่อยคล่องตัว ซึ่งคุณขนมปังก็ได้รับความช่วยเหลือด้านการเรียนจากเขาบ่อย ๆ โดยปกติถ้ามีนัดทำงานกลุ่ม คุณขนมปังจะเป็นคนอาสาคอยไปรับไปส่งเพื่อนผู้ชายคนนี้เสมอ เพราะเขาพักอยู่หอในและไม่มีรถ วันหนึ่ง มีการนัดทำงานกลุ่มกันเช่นเคย และเธอก็ขับรถจักรยานยนต์ไปรับเพื่อน ๆ ตามปกติ โดยซ้อนมา 3 คน มีเธอเป็นคนขับ และเพื่อนผู้ชาย 2 คนเป็นคนซ้อน ซึ่งเพื่อนที่เธอเล่าถึงได้นั่งตรงกลาง เมื่อขับรถไปสักพัก ด้วยความที่พื้นที่มีไม่มาก ทุกคนจึงนั่งชิดกันมาก และเธอก็รู้สึกได้ว่า 'จุ๊ดจู้' ของเพื่อนชนที่หลังของเธอ เธอบอกให้เพื่อนขยับออกไป เพื่อนก็ขยับออกไป แต่ไม่นานก็กลับมาชิดหลังเธออีก และเป็นแบบนี้ทั้ง 3 วันที่เธอได้ไปรับไปส่ง เธอรู้สึกไม่ดี ไม่โอเค จึงเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มฟัง และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนว่า ขอให้แฟนเพื่อนไปรับส่งผู้ชายคนนี้แทนเธอ หลังจากนั้น เธอเริ่มสังเกตได้ว่า เพื่อนคนนี้โฟกัสเธอและมองเธอมากเป็นพิเศษ จนรู้สึกว่าแปลก ไม่รู้ว่าเขาเริ่มมองเธอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณขนมปังจึงตัดสินใจไปถามเพื่อนผู้หญิงคนอื่น ๆ ในกลุ่มว่าเรื่องนี้เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า แต่เพื่อน ๆ ตอบว่า เพื่อนผู้ชายคนนี้ มองคุณขนมปังแบบนี้มาตลอด แต่คุณขนมปังไม่เคยรู้ตัว อย่างไรก็ตามเพื่อนเธอก็พูดในแง่ดีว่า อาจเพราะเขาไว้ใจเธอ เพื่อนในกลุ่มมีตั้ง 5 คน แต่เขาคุยได้แค่กับเธอ เขาจึงรู้สึกสบายใจ และสนใจเธอเป็นพิเศษก็เท่านั้น คุณขนมปังไม่ค่อยเชื่อ แต่เธอเองก็ไม่คิดว่าเพื่อนชายคนนี้จะคิดอะไรกับเธอในเชิงชู้สาวเช่นกัน เพราะเพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าคุณขนมปังมีแฟนแล้ว และเธอยังสงสัยในเหตุการณ์ที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ จึงทดลองนั่งซ้อนกับเพื่อน โดยเธอลองเป็นคนที่นั่งตรงกลาง พบว่ามันก็มีสิทธิ์ไหลไปชนคนหน้าได้ แต่ถ้าพยายามเกร็งตัวไม่ให้ไหลมันก็ทำได้ จึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเพื่อนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เธอได้ใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปเรียน เมื่อเพื่อนผู้ชายคนนั้นเห็นก็เดินมาชมว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็ยิ้มตอบขอบคุณที่ชม แต่เมื่อพักเบรก เขาก็ทักอีกว่า “เสื้อสวยนะ” และพอเลิกเรียน ก็เดินมาพูดอีกว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็แค่ขอบคุณ แต่รู้สึกได้ว่า เขาน่าจะอยากคุยด้วย แต่เป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนไม่เก่ง จึงทำได้แค่ชมเสื้อเรา ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา เพื่อนผู้ชายคนนี้สนใจ ไว้ใจ และคุยกับคุณขนมปังแค่คนเดียว เธอจึงรู้สึกอึดอัด ไม่แน่ใจว่าเพื่อนชอบเธอในเชิงชู้สาวหรือเปล่า และถ้าเขาชอบเธอจริง ด้วยความเป็นเพื่อนเธอก็ไม่อยากให้เราทั้งสองมองหน้ากันไม่ติด หรือไม่อยากรู้สึกอคติกับเขา แต่เมื่อยิ่งไม่สนใจ เขายิ่งพยายามทำตัวให้มาใกล้ชิดเรามากขึ้น เช่น เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อนผู้ชายคนนี้ก็จะพยายามแทรกวงมาเพื่อให้ได้อยู่ข้าง ๆ คุณขนมปัง จึงอยากปรึกษาว่า ในเมื่อตอนนี้เธออึดอัด และไม่สบายใจมาก แต่อยากให้สถานการณ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม ควรทำอย่างไร หรือควรวางตัวอย่างไร ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นว่า เขาอาจจะแค่อยากให้เราสนใจ เพราะคาแรคเตอร์เขาเป็นเหมือนเด็ก ๆ เราดีกับเขา เขาเลยอยากดีกับเราบ้าง และเมื่อคุณขนมปังเริ่มสังเกต และรู้สึกแปลก จนค่อย ๆ เฟดตัวออกมา เริ่มสนทนาน้อยลง เขาจึงกลัวว่าจะเสียเพื่อนดี ๆ แบบคุณขนมปังไป ดีเจมองว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตัวขนมปังเองแค่รู้สึกไม่ชอบเขาเท่านั้น เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ พูดว่า "ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด พี่อยากให้ใส่คำว่าเมตตาลงไป เขาอาจจะสบายใจเมื่อคุยกับเรา รู้สึกดีกับเราในฐานะเพื่อน อาจเคยมีคนทำร้ายหรือปฏิเสธเขามา แต่คุณขนมปังไม่ปฏิเสธเขา และเหตุการณ์บนรถจักรยานยนต์ เขาอาจไม่ได้ตั้งใจคุมคาม" ตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ให้ลองเอาแฟนของเรามาอยู่ในกลุ่มด้วยดู เพื่อที่ให้เห็นว่าคุณขนมปังมีแฟน จะได้มั่นใจว่าเขาจะไม่คิดเรื่องชู้สาวกับเรา แต่ถ้ามันอึดอัดมาก ก็เจอกันและคุยกันแค่ตอนเรียน ไม่ต้องยุ่งกับเขาในเวลาอื่น มันอาจจะดูใจร้าย แต่มันก็ดีกว่าการปฏิเสธหรือทำร้ายจิตใจเขาโดยตรง" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ แนะนำว่า "เอาแบบที่คุณขนมปังสบายใจ ถ้าไม่โอเค ก็เฟดออกมา แต่ในวันนี้ ถ้าอยากแก้ปัญหาจริง ๆ ก็คงต้องตามใจคุณขนมปัง ว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ แต่พี่มั่นใจว่า การที่ขนมปังโทรมา ขนมปังคงมีความเมตตาอยู่บ้างแล้ว เพราะงั้นเมตตาเท่าที่เราจะสบายใจ ให้เขาใกล้ได้แค่เท่าที่เราคิดว่าควรใกล้’ ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมอีกว่า "แต่อย่าทำท่าทีบึ้งตึง เขาจะได้สบายใจ ไม่อย่างนั้นเขาจะพยายามหาคำตอบว่าเขาทำอะไรให้ขนมปังโกรธหรือเปล่า แต่เรื่องจุ๊ดจู้ คราวหลังควรพูดไปเลยว่า “มึงถอยไปหน่อย มันชนกูแล้วเนี่ย” เขาจะได้รู้ว่าเราไม่โอเค"เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พ่อโดนเพื่อนชวนทำธุรกิจขายตรง ลงทุนแรกๆหลักหมื่น พ่อสู้! แต่พ่อพูดไม่เก่ง ขายของไม่เก่งก็ยังทำต่อ ตอนนี้กู้เงินเพิ่มแสนห้ามาลงทุนอีก เพื่อนชวนแม่เข้าเครือข่ายอีกคน หนูไม่อยากให้ทำจะพูดกับพ่อแม่ยังไงดีคะ?

18 ธ.ค. 2023

พ่อโดนเพื่อนชวนทำธุรกิจขายตรง ลงทุนแรกๆหลักหมื่น พ่อสู้! แต่พ่อพูดไม่เก่ง ขายของไม่เก่งก็ยังทำต่อ ตอนนี้กู้เงินเพิ่มแสนห้ามาลงทุนอีก เพื่อนชวนแม่เข้าเครือข่ายอีกคน หนูไม่อยากให้ทำจะพูดกับพ่อแม่ยังไงดีคะ?

“คุณเอเอ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม– ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น กับปัญหา คุณพ่อทำธุรกิจขายตรงแต่ไปไม่รอด ต้องเป็นหนี้หลายแสน จะพูดให้พ่อหยุดอย่างไรดี? โดย “คุณเอเอ (นามสมมติ)” ได้เริ่มปรึกษาว่า ‘เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พ่อได้เกษียณออกจากบริษัท มาขับรถรับจ้าง และคุณพ่อที่เครียดเรื่องเงิน ก็มีเพื่อนที่ทำขายตรงมาชวนพ่อไปทำงานด้วย แต่ด้วยความที่คุณพ่อพูดไม่ค่อยเก่ง และทำงานบริษัทมาทั้งชีวิต ทำให้ไม่เก่งด้านการขายของ ก็ซื้อของมาตุนอย่างเดียว ขายไม่ค่อยออก แต่คุณพ่อก็พยายามเอาเงินมาซื้อตำแหน่งในบริษัท แล้วก็หาลูกทีมเข้า จากญาติๆ ของตัวเอง ทำให้ญาติๆ เอือมระอา ตัวหนูเองก็เบื่อ จนคุณพ่อขายของไม่ออก และอยู่ ๆ คุณพ่อก็ให้เอาเงินไปซื้อหุ้นในเว็บไซต์ของบริษัท คือ สมมุติว่า เอาเงินที่เราขายได้เข้าไป 4,000 จะถอนออกได้ประมาณ 1,000 หรือว่าไม่เกิน 800 ประมาณนี้ และก็ต้องทบยอดไปเรื่อย ๆ เพื่อที่เราจะได้ถอนเงินมากขึ้น จนวันหนึ่งมันถอนไม่ได้เลย คุณพ่อก็เลยเลิกไป และเราก็รู้สึกว่า ถึงมันจะเสียเงินไปเยอะมาก แต่ว่าก็ดีแล้วที่คุณพ่อเลิกได้... จนอาทิตย์ที่ผ่านมา เรารู้สึกได้ว่าเขากลับไปทำอีกแล้ว และเขามาบอกเราทีหลังว่า “กลับมาทำงานกับเพื่อนคนเดิมอีกครั้งนึงนะ” ซึ่งครั้งนี้มันไม่เหมือนสินค้าตัวก่อน เพราะสินค้าตัวนี้มันแพงกว่าเดิม สินค้าตัวแรกราคา 3,000 แต่สินค้าตัวที่สองนี้ ราคา 40,000 – 50,000 เราก็รีบบอกคุณพ่อไปว่า “อย่าซื้อมาสต๊อกนะ ดูก่อนนะ คุยๆ กันก่อน เพราะว่าเราสต๊อกไม่ได้หรอก มันแพง” คุณพ่อก็บอกว่า “โอเค ไม่สต๊อก” แต่พอเรากลับบ้านไปคุณพ่อก็โชว์ว่าเขาใส่เสื้อตัวนั้นแล้ว เพราะว่าเขาใช้บัตรเครดิตรูดไป 40,000 บาท คุณพ่อลองซื้อมาใช้เองก่อน แล้วคุณพ่อรู้สึกว่ามันดี มันทำให้เขาหายปวดหลัง มันดีมาก เขาโอเคมาก ก็เลยอยากทำต่อ เราก็ช็อกไปตอนที่คุณพ่อโชว์เสื้อให้ดู อุตส่าห์ดีใจที่เขาไม่สต๊อกของ แต่ว่าเสียไปแล้ว 40,000 บาท และคุณพ่อก็มาบอกอีกว่า “กู้เงินมาแล้ว 150,000” เราก็ถามไปว่า “กู้มาทำไม?” เขาก็มาบอกว่า “มันเป็นโครงสร้างบริษัท ถ้าเรามี 200,000 คะแนน ก็คือ 200,000 บาท จะได้ตำแหน่งเป็น Agent ซึ่งจะได้ 40% ของสินค้าที่ขายไป พ่ออยากเป็น Agent พ่อก็เลยไปกู้เงินมา 150,000 บวกกับที่เสียไป 40,000 มันก็เหลืออีก 10,000 ก็จะครบ 200,000 พ่อเลยวางแผนไว้ว่า ชุดที่จะซื้อใหม่ทั้งหมด 150,000 จะให้แม่ช่วยขายให้ มาเป็นลูกทีมพ่ออีกที” แต่ด้วยความที่หนูเห็นว่าสินค้าราคามันแพง แล้วเราจะไปขายใคร แต่คุณพ่อก็เชื่อมั่นว่า “เขาเอาสุขภาพที่ดีไปให้คนอื่น คนอื่นจะได้ไม่ต้องไปโรงพยาบาล” ครั้งที่แล้วที่เราสงสัยบริษัท เขาก็บอกว่า “เขาเชื่อมั่นในบริษัทนี้” อยากถามว่าจะทำยังไงให้คุณพ่อหลุดออกมา หรือให้เพื่อนของเขาเดินออกไปจากชีวิตพ่อ” เริ่มให้คำปรึกษาจาก “ดีเจเติ้ล” ว่า ‘พี่จะพูดกับเขาด้วยหลักตรรกะและเหตุผลก่อน ตอนนี้พี่จะพูดกับเขาว่า พ่อ พ่อก็รู้ว่าพ่อทำงานขายของแบบนี้ไม่ได้ เพราะความสามารถพ่อไม่ได้ถนัดในการขายของ แล้วพ่อก็เห็นว่าคราวที่แล้วสต๊อกของมันเต็มบ้าน มันคือสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าเงินมันจม แล้วถ้ายังไม่สามารถพัฒนาหรือปรับปรุงได้ ไม่ควรทำต่อที่จำนวนเงินมันเยอะขึ้น พี่จะพูดด้วยหลักการและเหตุผลแบบนี้ก่อนให้เขาเห็น ซึ่งต้องไปอธิบายยาว ๆ อีกว่า รายได้ที่มันเกิดจากเครือข่ายแบบนี้เท่าที่พี่เคยเห็นมา มันก็คือจากหัวลงล่าง มันก็กินกันต่อ ๆ มา ส่วนใหญ่มันก็ได้แค่หัว ล่าง ๆ ก็ไม่ค่อยได้หรอก ก็ต้องอธิบาย แต่ถ้าเหตุผลใด ๆ มันไม่สามารถเอาเขากลับมาได้แล้ว ต่อไปที่พี่จะทำคือ ไปด่าเพื่อนพ่อ ในฐานะลูกอะ ว่าไม่ให้ อย่ามาชวนพ่อหนูไปขายอีก แล้วก็จะบอกพ่อด้วยว่า ตอนนี้มันเกิดหนี้แล้ว แล้วมันเป็นหนี้ที่จะไม่ได้กลับคืนมาและจะเสียขึ้นไปอีก แล้วถ้าสุดท้ายพ่อยังไม่ยอมฟังอีก พี่ก็จะบอกพ่อว่า หนูเตือนแล้ว หนูหวังดีแล้ว แต่วว่าพ่อโตแล้ว สิทธิ์ของพ่อ เงินกู้ ถ้าพ่อกู้มาแล้วพ่อมีปัญญาใช้ ก็เชิญเลือกทางเดินนี้ แต่ว่าจะบอกก่อนว่า ถ้าหนูได้เตือนอะไรหมดแล้วสุดท้าย งานนี้เจ๊งอีก มีหนี้อีก แล้วถ้าจะต้องใช้ หนูอาจจะต้องช่วย เท่าที่หนูช่วยได้ แต่ถ้าหนูช่วยไม่ไหว พ่อก็จะต้องรับผิดชอบหนี้ที่มันเกิดขึ้นเอง’ ต่อมา “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่า อย่างแรกพ่อก็มีเจตนาดี ในการที่จะพยายามอยู่ได้ด้วยตัวเองให้ดีขึ้น อีกอันคือ พี่คิดว่าพอเขาไปอยู่ตรงนี้แล้ว โดยธรรมชาติของธุรกิจเหล่านี้ มันอาจจะต้องแบ่งอย่างนี้ก่อน คือ มันอาจจะเป็นเรื่องจริงส่วนหนึ่ง กับอีกอันมันอาจจะถูกหล่อหลอมจากการไปอบรม มันจะมีวิธีการมัน เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดไปแล้วเขาจะมี กลไกลในการป้องกันตนเอง ซึ่งมันเกิดขึ้นจากการอบรมหมดแล้ว ว่าคนที่ไม่เข้าใจจะบอกว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเมื่อเราไปพูดกลไกลนี้จะทำงานทันทีว่า เราคือคนที่ไม่เข้าใจ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเวลาเราอธิบาย ยากมากที่เขาจะฟัง แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่อธิบาย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราอธิบายมันจะมีสิ่งนี้เกิดขึ้น ถ้าหนูคิดว่าหนูอยากอธิบายก็พูดได้ แต่ถ้าขี้เกียจก็ไม่ต้อง ในตอนนี้พี่คิดว่าเราก็ปรามเขา สิ่งที่ทำได้ ณ ตอนนี้ คือ เราต้องจำกัดความเสียหายที่พึงจะเกิดขึ้น เช่น 150,000 ณ ตอนนี้ อย่างน้อยที่สุดหนูรู้ว่าหนูยังเอาอยู่ พ่อทำก็ได้แต่ไม่เกินแค่นี้เท่านั้น ถ้ามันเกินกว่านี้พ่อต้องยอมรับความจริงแล้วนะ ถ้าพ่อยังอยากทำต่อ พ่อต้องลงแรงและลงความสามารถ แต่ไม่ใช่ลงเงินเพิ่มอีกต่อไป แล้วถ้าหากลงแรงและลงความสามารถที่พ่อคิดว่ามี ก็ปล่อยให้เขามีความสุขไป แต่อย่างน้อยจากนี้จะไม่ลงเงินเพิ่ม จำกัดความเสียหายไว้แค่นี้ เป็นต้น แล้วก็พี่คิดว่า ไม่ต้องไปด่าเพื่อนเขา เราตีกรอบในขอบของเรา เราจัดการในขอบเขตของเราให้ได้ ถ้าไปแบบนั้นจะกลายเป็นว่าสุดท้ายพ่อต้องเลือกเพื่อน หรือเลือกเรา แล้วมันจะอึดอัด อีกหน่อยเราพูดอะไรเขาก็จะไม่ฟัง เพราะฉะนั้นอย่าทำให้เขารู้สึกว่าเราเป็นศัตรูหรือเราไม่ได้อยู่ข้างเขา พี่ไม่อยากสรุปตัดสินนะ แต่เท่าที่เราฟังตอนนี้ พี่จะบอกว่าบริษัท MLM ใดก็ตามสนับสนุนให้คุณกู้เงินมาเริ่มต้นธุรกิจ พี่คิดว่าไม่ใช่วิธีการที่ถูกต้อง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะให้ข้อมูล พี่จะได้เข้าไปอยู่พัวพันกับ ทั้งขายตรงและระบบตัวแทน เรื่องการขายตรงส่วนใหญ่หัวได้ ถ้าเกิดเราจะเข้าไปเล่นในตลาดขายตรง แน่นอนว่าเขาต้อง Motivation อยู่แล้วในเรื่องของการทำงาน เพราะว่าคนที่เข้ามาฟังนั่นคือเซลล์ เขาให้คนพวกนี้เป็นแขนขา แต่ทีนี้คุณพ่อความสามารถในการเป็นเซลล์ต่ำ ฉะนั้นวิธีการแบบนี้ เราไปถามคุณพ่อว่า วางแผนในโปรเจกต์นี้อย่างไร ขายใคร การตลาดไปทางไหน ให้เขาตอบคำถามเราให้ได้ เขาต้องหาคน คนคือใคร ถามเลย ให้มันเป็นรูปธรรม ตอบคำถามเราในแง่ธุรกิจให้ได้ทั้งหมด เพราะว่าตอนนี้มันมีการลงทุนเกิดขึ้นแล้ว และสินค้าที่พ่อขายเป็นสินค้าที่มีราคาสูงมาก ซึ่งตลาดปัจจุบันของแพงขายแทบไม่ได้ ฉะนั้นไปถามพ่อ Target พ่อคือใคร ตลาดกลุ่มนี้คือใคร แล้วพ่อจะขายอย่างไร เหมือนเราไปนั่งคุยกับเขา ถ้าพ่อยังตอบคำถามนี้ไม่ได้ แปลว่าพ่อกำลังแบกภาระความเสี่ยงอยู่ งั้นพ่อจำกัดความเสี่ยงอยู่ใน 150,000 นี่แหละ ถ้ามันไม่เกิดกำไรขึ้นนั่นแปลว่าพ่อต้องหยุดและจบ เคลียร์หนี้สินตรงนี้ ตอนนี้พ่อกำลังจะเข้าสู่ภาวะสุ่มเสี่ยงถ้าพ่อหาคำตอบเหล่านี้ไม่ได้ และด้วยความสามารถคุณพ่อที่บอกว่า คุยฏไม่เก่ง ขายก็ไม่ได้ แปลว่าพ่อต้องพึ่งคนอื่นตลอดเลย พ่อไม่สามารถขายของด้วยตัวเองได้ด้วย สุ่มเสี่ยง อาชีพนี้ไม่ได้เหมาะกับคุณพ่อ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เจ็บทุกทาง... ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร หนุ่มโทรเข้ารายการ เล่าปัญหาสุดหนักใจ ผมนอนไม่สบายอยู่ในบ้าน ตอนแฟนไม่อยู่ พี่สาวแฟนมาเช็ดตัวให้ จนเผลอไปมีอะไรกัน ตอนนี้ตั้งท้อง 5-6 เดือนแล้ว แต่พี่สาวขอแก้ไขเรื่องนี้ โดยการ...

29 พ.ค. 2023

เจ็บทุกทาง... ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร หนุ่มโทรเข้ารายการ เล่าปัญหาสุดหนักใจ ผมนอนไม่สบายอยู่ในบ้าน ตอนแฟนไม่อยู่ พี่สาวแฟนมาเช็ดตัวให้ จนเผลอไปมีอะไรกัน ตอนนี้ตั้งท้อง 5-6 เดือนแล้ว แต่พี่สาวขอแก้ไขเรื่องนี้ โดยการ...

“คุณเล็ก (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 พ.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับพี่สาวของแฟน โดย “คุณเล็ก (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนมาได้ปีกว่าๆแล้ว เหตุการณ์นี้มี 3 ตัวละคร คือ แฟนของผม แม่แฟน และพี่สาวแท้ๆของแฟน อายุ 27 ปี พอดีวันนั้นผมป่วย ไข้สูง แฟนกับแม่แฟนก็ออกไปข้างนอก ในบ้านมีแต่ผมกับพี่สาวของแฟน แม่แฟนก็เลยฝากให้พี่สาวอยู่ดูแลผมหน่อย แล้วพี่สาวแฟนก็มาดูแลผมปกติ เอายามาให้กิน เช็ดตัวให้ ผมก็กินยาแล้วมันเพลียก็เลยหลับไป อยู่ดีๆ ผมก็สะดุ้งตื่น เห็นพี่สาวแฟนมาโอบกอดผม ผมก็ตกใจ แต่ตอนแรกผมก็นึกว่าเขาจะมาวัดอุณหภูมิ แล้วเขาก็บอกว่าเดี๋ยวเช็ดตัวให้นะ ผมก็ไม่ได้เอะใจอะไร แล้วเขาก็จะถอดเสื้อผม ตอนนั้นผมก็คิดไว้แล้วว่าจะต้องลองใจผมแน่ๆ ผมก็ไม่เล่นด้วย เวลานั้นเป็นช่วงเช้าและฝนกำลังตกพอดี บรรยากาศกำลังเย็นๆ แล้วเขาก็มาหอมแก้มผม จนผมมีอารมณ์ขึ้นมา ก็เลยได้มีอะไรกัน หลังจากนั้นผมกับพี่สาวก็งงว่าทำอะไรกันลงไป สุดท้ายก็แยกย้ายกัน จนเวลามันก็ผ่านมา ในระหว่างนั้นเวลาที่เขาจะไปซื้อของหรือไปไหน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล เขาก็จะพาผมไปด้วย และอ้างว่าเอาผมไปขับรถให้ เพราะผมเป็นคนเดียวที่ขับรถยนต์เป็นในครอบครัว ทางแฟนและแม่แฟนก็ไม่ได้ติดใจอะไรกัน เราไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมาก อาทิตย์นึงประมาณ 3-4 ครั้ง และทุกครั้งที่ไปไหนด้วยกัน ก่อนจะเข้าบ้าน เราจะแวะโรงแรมมีอะไรกันก่อน ผมยอมรับว่ามีความคิดร่วมด้วย และไม่เคยขัด... ตลอดเวลาที่มีอะไรด้วยกันมา ผมไม่เคยป้องกันเลย เพราะพี่สาวแฟนบอกว่าเขากินยาคุมแบบรายเดือน เขาบอกว่ามันกันได้ 100% ไม่ต้องป้องกันก็ได้ จนวันนั้นผมเดินไปหลังบ้าน เขาก็เดินมาเจอกับผม 2 คน ทุกคนอยู่หน้าบ้านกันหมด เขาก็มาบอกกับผมว่า พี่ท้องนะ แต่จะไม่ให้วุ่นวายด้วย เดี๋ยวจะหาวิธี หาทางเอง เพราะเขากลัวน้องสาวกับแม่โกรธ ผมก็เสียใจที่เขาคิดแบบนี้ ต้องบอกก่อนว่าพี่สาวของแฟน เขาก็สวย มีคนแถวบ้านมาชอบ มาจีบเยอะมาก จนเขาได้แฟนมาคนนึง อายุ 23 ปี เขาคุยกันแปปเดียวก็คบกันเลย เหมือนพอเขารู้ว่าท้อง เขาก็ตั้งใจไปคุยกับผู้ชายคนนั้น แล้วเขาก็ไปบอกผู้ชายคนนั้นว่าเขาท้องด้วยกัน แต่ผู้ชายคนนั้นก็ไม่สงสัยอะไร และเขาก็แต่งงานกันแล้วด้วย หลังจากนั้นเขาก็ไม่มาอะไรกับเราอีกเลย ตอนนี้ก็ห่างกันแล้ว เขาบอกว่าไม่อยากให้ผมยอมรับ เพราะเขาไม่อยากให้ผมกับน้องสาวเขาต้องแยกกัน และครอบครัวเขาจะแตก เพราะมาทำแบบนี้กับแฟนน้อง ตอนนี้เขาตั้งครรภ์ได้ประมาณ 5-6 เดือนแล้ว ผมเคยคุยกับเขาด้วย แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไปเลย เขาดูแลได้ แต่มันก็เป็นตราบาปให้ผม ผมคิดว่าถ้าลูกคลอดออกมาแล้ว ผมอยากได้ลูกของผม ไม่ว่าจะเลิกกับแฟน เลิกกับพี่สาวแฟน หรือเลิกกับทั้งสองคนผมก็ยอม... ผมอยากรู้ว่า มันพอจะมีทางออกเพิ่มมั้ยครับ?’ 3 ดีเจให้คำปรึกษา “คุณเล็ก (นามสมมติ)” ว่า ‘ถ้าแม่ของลูกเขาบอกว่าเขาสามารถเลี้ยงได้ และเลี้ยงได้ดี เราก็ควรเดินออกมา เพราะวันนึงเล็กจะต้องแต่งงานและมีลูกใหม่ การที่เล็กไปบอกความจริงทุกอย่าง ไม่รู้ว่าแม่เขาจะยอมให้ลูกกลับมามั้ย? เอาจริงๆ เล็กก็ยังเป็นคนนอกสำหรับครอบครัวนี้ เป็นผู้ชายคนนึงที่นอกใจและไม่มีความยับยั้งชั่งใจ แต่พี่น้องที่คลานตามกันมา ทำไมถึงทำอย่างนั้นได้ลง และที่สำคัญต่อให้เล็กเปิดโปงความจริงทุกอย่าง คนที่เจ็บ ก็คือ แม่แฟนและแฟนที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย มันยากนะที่ใครหลายคนจะรับได้ แล้วคนที่เจ็บคือคนบริสุทธิ์ทั้งนั้นเลย ถ้าเล็กออกจากวงจรเขา เล็กก็ไม่ได้ผูกพันกับเด็กขนาดนั้น เราจะผูกพันกับเด็กคนนี้ก็ต่อเมื่อเราอยู่ในวันที่แม่เขาตั้งท้อง เราอยู่ในวันที่เขาคลอด เราอยู่และดูแลเด็กคนนั้นขึ้นมา แต่ถ้าวันนึงเราออกจากวงจรชีวิตนี้ไป แล้วไปเจอเด็กตอนโต เราจะไม่ผูกพัน แต่จะรู้สึกแค่ว่านี่คือลูกของเรา และความรักครั้งนี้ไม่อยากให้เปิดเผยด้วย... การที่จะไถบาปครั้งนี้ของเล็ก มันอาจจะสร้างบาปหนักไปมากกว่าอีก เล็กต้องไม่สปอยความอยากได้ของตัวเองแล้ว เล็กต้องระงับการที่จะอยากได้เด็กคนนี้มาเลี้ยงเป็นลูก เพราะไม่งั้นมันจะเป็นเหมือนเดิมที่เคยอยากได้กันกับพี่สาว แล้วปล่อยให้ทุกอย่างมันพังขนาดนี้ เล็กต้องไม่ได้ทุกอย่างที่อยากได้ได้แล้ว เพราะมันจะทำลายชีวิตคนอื่นไปด้วย ถ้าเล็กรู้สึกผิด อยากชดใช้ อยากแก้ไข พวกพี่ๆมองว่าเล็กทรมานไปคนเดียวน่าจะเหมาะสมกว่า เพราะการรับผิดชอบโดยการเอาเด็กมาเลี้ยง มันสร้างผลกระทบกับคนอื่นที่ต้องเจ็บไปพร้อมๆกับเราอีกมากมาย เพราะเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการที่เอาลูกมาอยู่กับเรา โดยที่ยอมเลิกกับแฟนทั้งสองคน มันจะยิ่งทำให้ปัญหานี้ ไม่จบไม่สิ้นสักที พวกพี่ๆให้ 2 ทางเลือก เล็กลองไปคิดดูว่าจะเอาแบบไหน โดยทางแรก คือ เล็กอยู่แบบนี้ แล้วเห็นเด็กคนนี้เติบโตขึ้นทุกๆวัน โดยที่เล็กต้องคิดและกล่อมตัวเองว่านี่ไม่ใช่ลูกของเราหรอก กับทางที่สอง คือ ออกมาเลย เล็กไปแบบช้ำๆ ไปเริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ในวงจรครอบครัวนี้ ถือว่านี่เป็นผลที่มันเกิดขึ้นสำหรับการกระทำที่ผ่านมาของเรา สุดท้ายทางที่จะทำให้เล็กไปยุ่งกับเด็กคนนี้ได้ คือ ณ วันนั้นที่แม่เขาต้องการเรา สมมติอนาคต ถ้าสามีของเขาจับได้ว่านี่ไม่ใช่ลูกของเขา ตัวแม่ของเด็กไม่ไหว ดูแลลูกไม่ได้ แบบนี้มันน่าจะคุ้มที่เราไปแสดงความรับผิดชอบอะไรก็ตาม…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

06 ต.ค. 2025

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจาก การเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเอง แต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาท

ครอบครัวหนูไม่ได้มีฐานะมาก พ่อเกษียณแล้วแต่เงินบำนาญก็ได้ไม่เยอะ พ่อมีเงินก้อนจากการเวนคืนที่ดินมาก้อนใหญ่ เหลือเงินประมาณ 4 ล้านบาท เก็บไว้ในบัญชีของพ่อเองแต่คุณแม่แอบเข้ารหัสมือถือพ่อไปใช้ คุณแม่เล่นหวยประเทศเพื่อนบ้าน วันละ 20,000+ บาทเอาเงินไปเล่นจนหมดไป 4 ล้านบาทแล้ว จนไม่เหลือสักบาท และ มีหนี้เพิ่มอีก 2-3 แสนแต่หนูยังต้องกู้เรียน กยศ.เองอยู่เลย รู้สึกเสียใจ ตอนนี้ครอบครัวกำลังจะได้เงินเวนคืนอีกก้อนกำลังจะได้คืนอีกมา 4 ล้าน หนูจะรักษาเงินก้อนสุดท้ายไว้ยังไงดี? กลัวแม่ทำเหมือนเดิม “คุณฟาง (นามสมมติ) อายุ 19 สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดพนัน จนมองข้ามชีวิตคนรอบข้าง โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่บ้านของหนูไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมาก คุณพ่อคุณแม่ไม่มีใครทำงาน เพราะคุณแม่เป็นแม่บ้าน ส่วนคุณพ่อก็เกษียณมา มีเงินบำนาญไม่ได้เยอะ และจุดเปลี่ยนผันของที่บ้านคือ ที่ดินได้ถูกเวียนคืน เลยได้เงินมาก้อนนึง ก้อนใหญ่รวมๆแล้ว ต้องได้ทั้งหมดสิบห้าล้าน แต่ตอนนี้ได้มาก่อนหกล้าน ทีนี้ก็เลยเอาเงินไปซื้อรถ เพราะว่าที่บ้านไม่มี ตอนนี้เลยเหลือประมาณสี่ล้าน คุณพ่อของหนูท่านก็เก็บเงินไว้ในโทรศัพท์ของคุณแม่ เพราะท่านไม่ใช้โทรศัพท์เลย เวลาจะคุยโทรศัพท์ หรือทำอะไร ก็จะผ่านแม่ตลอด แต่เป็นบัญชีของคุณพ่อ ตามจริง คุณแม่เขาก็ไม่รู้รหัส แต่ว่าท่านก็แอบดู แล้วก็เอาเงินไปใช้ ตอนหนูประมาณ ม.2 ก็จับได้ว่าคุณแม่แอบเอาเงินไปใช้เล่นหวย เพราะหนูชอบเล่นโทรศัพท์ของท่าน ตอนนั้นก็ยังเป็นเด็กไม่กล้าพูดอะไร เลยได้แต่ถ่ายๆไว้ส่งให้พี่สาวตนเอง พี่ก็เลยเป็นคนจัดการคุยกับแม่ให้ ท่านก็รับปากว่า จะไม่เล่นหวยแล้ว แต่หนูก็จับได้เรื่อยๆว่า ท่านยังเล่นอยู่ ก็เลยได้พูดกับแม่ว่า ‘ถ้าแม่ยังไม่เลิกเล่น หนูจะไปบอกพ่อนะว่าแม่เอาเงินพ่อมา’ แต่ท่านก็ไม่ได้กลัวหรอก แม่เขาพูดว่า ‘ถ้าอยากให้บ้านแตกก็บอกเลย’ ตอนนั้นหนูยังมัธยมต้นอยู่เลย ก็รู้สึกจุกจนไม่กล้าพูดอะไร พอผ่านมาจนหนู ม.5 แม่ก็ดูเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ พี่สาวเลยตัดสินใจบอกคุณพ่อ ว่าแม่แอบเอาเงินไปนะ คุณพ่อก็บอกว่าท่านรับได้ สูงสุดคือล้านนึง แต่พอไปดูจริงๆ เงินมันไม่เหลือแล้วสักบาท ก็เลยได้รู้ความจริงว่าคุณแม่เล่นวันละสองหมื่น บวกกับหนี้ที่สร้างไว้อีกสองสามแสน คุณแม่เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนูรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกสลาย เพราะอีกปีนึงหนูก็ขึ้นมหาลัยแล้ว ทำไมท่านถึงไม่คิดถึงอนาคตของลูกเลย ทุกๆครั้งที่เกิดการพูดคุยกันคุณพ่อจะบอกเสมอว่า เก็บเงินไว้ให้ลูกเรียน แต่คุณแม่ไม่เข้าใจ ท่านรู้สึกว่า แล้วฉันเป็นใคร ฉันก็เป็นเมีย ทำไมฉันไม่ได้ใช้เงินเธอบ้าง แต่ดีที่คุณพ่อท่านมีเงินกับธนาคารที่ออกมาพอดีในตอนนั้น เลยพอส่งหนูเรียนได้ แต่ตอนนี้ เงินก้อนจากการเวียนคืน กำลังจะได้มาในปีสองปีนี้ จากสิบห้าล้าน เหลือสี่ล้าน เพราะเราขึ้นศาลกัน จริงๆควรจะได้มากกว่านี้ แต่ถูกลดลงมา ซึ่งคุณแม่ท่านก็ยังไม่หยุดเล่น ยังแอบยักยอกเงินคุณตาเวลาที่ไปเก็บตลาดนัด ยักยอกเงินน้าที่จ้างให้เฝ้าร้านเครื่องซักผ้า ค่อนข้างเดือดร้อนคนหลายๆคน และถ้าเงินก้อนสุดท้ายออกมา คุณแม่คงไปสร้างหนี้ ให้คุณพ่อคอยจ่ายให้อยู่ดี หนูเลยอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูควรจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง? ไม่อยากมองแม่เป็นคนไม่ดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองเปลี่ยนความคิดจากการที่มองคุณแม่เป็นคนไม่ดี ให้มองว่าท่านป่วยจะดีกว่าเพราะเท่าที่พี่ทำรายการมา และคุยกับคุณหมอ มันเกิดจากสมองชัดเจน แล้วลองคุยกับคนรอบข้างให้ดีว่า เราจะจัดการสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยจากคุณแม่ยังไง เช่นไม่ตามใจ ไม่ให้เงิน แยกเก็บเงินเป็นหลายๆกองมั้ย ต้องเซ็นกี่คนถึงจะเบิกได้ คงต้องทำความเข้าใจมากๆ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เป็นคนใช้ไม้แข็ง คือเขาจะไม่ได้เงินจากพี่เลยสักบาท มันต้องเกิดการพูดคุยกัน แบ่งเงิน เหมือนโอเค คนละล้าน แล้วแม่จะเอาเงินไปถลุงจนหมดตัวก็ให้เขาเป็นไป ส่วนพ่อถ้าได้ล้านนึง แล้วจะตามเช็ดให้แม่ ก็แล้วแต่พ่อ แต่อีกสองล้าน คือเราต้องเก็บไว้ และทำให้เขาเห็นว่าเขาจะไม่ได้เงินจากเราจริงๆสักบาท’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่างแม่เลยนะ แล้วเรียกครอบครัวมาคุยกันว่า ปัญหาของแม่ คือแบบนี้ และมันคงไม่จบ ให้กันเงินไว้ให้เป็นค่าเทอมของเรา มันคงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้แล้ว การที่เราไม่ดูแลแม่ เพราะแม่ทำสิ่งนี้ ก็ไม่ใช่ว่าบาป ถ้าเราดูแลจนสุดทาง แล้วเขายังเลือกเป็นแบบนี้อยู่ เราเลือกได้ ก็พูดให้เขาคิดว่า ถ้าแม่ยังอยากไปกับเราทำให้ครอบครัวชีวิตดีขึ้น เราจะไปด้วยกัน แต่ถ้าทำให้มันถอยหลังลง เราก็จะไม่ไปด้วย ให้แม่ดูแลชีวิตตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-