เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

13 ก.พ. 2026

เพื่อนผู้ชายเนิร์ดมาก ชอบทำตัวแปลก ๆ

ชอบมองเราจนรู้สึกอึดอัด แถมตอนซ้อนรถจักรยานยนต์ยังเอาจุ๊ดจู้มาชนหลังเราอีก

เราไม่สบายใจที่จะเป็นเพื่อนกับเขาต่อ

แต่เรายังต้องพึ่งพาเขาในเรื่องเรียน ควรทำอย่างไรดีคะ?

        ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนผู้ชายในกลุ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ จนเธอไม่สบายใจ

        ‘คุณขนมปัง (นามสมมุติ)’ อายุ 21 ปี ได้เล่าว่า เธอมีเพื่อนอยู่ 5 คน แต่คนที่จะเล่าถึงคือเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งในกลุ่ม เขามีลักษณะนิสัยที่เนิร์ด ชอบเล่นเกม เรียนเก่ง และเขาเป็นคนตัวเล็ก ทำอะไรไม่ค่อยคล่องตัว ซึ่งคุณขนมปังก็ได้รับความช่วยเหลือด้านการเรียนจากเขาบ่อย ๆ

        โดยปกติถ้ามีนัดทำงานกลุ่ม คุณขนมปังจะเป็นคนอาสาคอยไปรับไปส่งเพื่อนผู้ชายคนนี้เสมอ เพราะเขาพักอยู่หอในและไม่มีรถ วันหนึ่ง มีการนัดทำงานกลุ่มกันเช่นเคย และเธอก็ขับรถจักรยานยนต์ไปรับเพื่อน ๆ ตามปกติ โดยซ้อนมา 3 คน มีเธอเป็นคนขับ และเพื่อนผู้ชาย 2 คนเป็นคนซ้อน ซึ่งเพื่อนที่เธอเล่าถึงได้นั่งตรงกลาง เมื่อขับรถไปสักพัก ด้วยความที่พื้นที่มีไม่มาก ทุกคนจึงนั่งชิดกันมาก และเธอก็รู้สึกได้ว่า 'จุ๊ดจู้' ของเพื่อนชนที่หลังของเธอ เธอบอกให้เพื่อนขยับออกไป เพื่อนก็ขยับออกไป แต่ไม่นานก็กลับมาชิดหลังเธออีก และเป็นแบบนี้ทั้ง 3 วันที่เธอได้ไปรับไปส่ง เธอรู้สึกไม่ดี ไม่โอเค จึงเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มฟัง และขอความช่วยเหลือจากเพื่อนว่า ขอให้แฟนเพื่อนไปรับส่งผู้ชายคนนี้แทนเธอ

        หลังจากนั้น เธอเริ่มสังเกตได้ว่า เพื่อนคนนี้โฟกัสเธอและมองเธอมากเป็นพิเศษ จนรู้สึกว่าแปลก ไม่รู้ว่าเขาเริ่มมองเธอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณขนมปังจึงตัดสินใจไปถามเพื่อนผู้หญิงคนอื่น ๆ ในกลุ่มว่าเรื่องนี้เธอคิดมากไปเองหรือเปล่า แต่เพื่อน ๆ ตอบว่า เพื่อนผู้ชายคนนี้ มองคุณขนมปังแบบนี้มาตลอด แต่คุณขนมปังไม่เคยรู้ตัว อย่างไรก็ตามเพื่อนเธอก็พูดในแง่ดีว่า อาจเพราะเขาไว้ใจเธอ เพื่อนในกลุ่มมีตั้ง 5 คน แต่เขาคุยได้แค่กับเธอ เขาจึงรู้สึกสบายใจ และสนใจเธอเป็นพิเศษก็เท่านั้น

        คุณขนมปังไม่ค่อยเชื่อ แต่เธอเองก็ไม่คิดว่าเพื่อนชายคนนี้จะคิดอะไรกับเธอในเชิงชู้สาวเช่นกัน เพราะเพื่อนคนนี้ก็รู้ว่าคุณขนมปังมีแฟนแล้ว และเธอยังสงสัยในเหตุการณ์ที่ซ้อนรถจักรยานยนต์ จึงทดลองนั่งซ้อนกับเพื่อน โดยเธอลองเป็นคนที่นั่งตรงกลาง พบว่ามันก็มีสิทธิ์ไหลไปชนคนหน้าได้ แต่ถ้าพยายามเกร็งตัวไม่ให้ไหลมันก็ทำได้ จึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเพื่อนตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ

        อีกเหตุการณ์หนึ่งคือ เธอได้ใส่เสื้อที่เพิ่งซื้อมาใหม่ไปเรียน เมื่อเพื่อนผู้ชายคนนั้นเห็นก็เดินมาชมว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็ยิ้มตอบขอบคุณที่ชม แต่เมื่อพักเบรก เขาก็ทักอีกว่า “เสื้อสวยนะ” และพอเลิกเรียน ก็เดินมาพูดอีกว่า “เสื้อสวยนะ” คุณขนมปังก็แค่ขอบคุณ แต่รู้สึกได้ว่า เขาน่าจะอยากคุยด้วย แต่เป็นคนเริ่มบทสนทนาก่อนไม่เก่ง จึงทำได้แค่ชมเสื้อเรา

        ตลอดระยะเวลาที่รู้จักกันมา เพื่อนผู้ชายคนนี้สนใจ ไว้ใจ และคุยกับคุณขนมปังแค่คนเดียว เธอจึงรู้สึกอึดอัด ไม่แน่ใจว่าเพื่อนชอบเธอในเชิงชู้สาวหรือเปล่า และถ้าเขาชอบเธอจริง ด้วยความเป็นเพื่อนเธอก็ไม่อยากให้เราทั้งสองมองหน้ากันไม่ติด หรือไม่อยากรู้สึกอคติกับเขา แต่เมื่อยิ่งไม่สนใจ เขายิ่งพยายามทำตัวให้มาใกล้ชิดเรามากขึ้น เช่น เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ เพื่อนผู้ชายคนนี้ก็จะพยายามแทรกวงมาเพื่อให้ได้อยู่ข้าง ๆ คุณขนมปัง 

        จึงอยากปรึกษาว่า ในเมื่อตอนนี้เธออึดอัด และไม่สบายใจมาก แต่อยากให้สถานการณ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม ควรทำอย่างไร หรือควรวางตัวอย่างไร

        ดีเจทั้งสามคนมีความคิดเห็นว่า เขาอาจจะแค่อยากให้เราสนใจ เพราะคาแรคเตอร์เขาเป็นเหมือนเด็ก ๆ เราดีกับเขา เขาเลยอยากดีกับเราบ้าง และเมื่อคุณขนมปังเริ่มสังเกต และรู้สึกแปลก จนค่อย ๆ เฟดตัวออกมา เริ่มสนทนาน้อยลง เขาจึงกลัวว่าจะเสียเพื่อนดี ๆ แบบคุณขนมปังไป ดีเจมองว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ตัวขนมปังเองแค่รู้สึกไม่ชอบเขาเท่านั้น

        เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ พูดว่า "ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด พี่อยากให้ใส่คำว่าเมตตาลงไป  เขาอาจจะสบายใจเมื่อคุยกับเรา รู้สึกดีกับเราในฐานะเพื่อน อาจเคยมีคนทำร้ายหรือปฏิเสธเขามา แต่คุณขนมปังไม่ปฏิเสธเขา และเหตุการณ์บนรถจักรยานยนต์ เขาอาจไม่ได้ตั้งใจคุมคาม"

        ตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ แนะนำว่า "ให้ลองเอาแฟนของเรามาอยู่ในกลุ่มด้วยดู เพื่อที่ให้เห็นว่าคุณขนมปังมีแฟน จะได้มั่นใจว่าเขาจะไม่คิดเรื่องชู้สาวกับเรา แต่ถ้ามันอึดอัดมาก ก็เจอกันและคุยกันแค่ตอนเรียน ไม่ต้องยุ่งกับเขาในเวลาอื่น มันอาจจะดูใจร้าย แต่มันก็ดีกว่าการปฏิเสธหรือทำร้ายจิตใจเขาโดยตรง"

        ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจเผือก’ แนะนำว่า "เอาแบบที่คุณขนมปังสบายใจ ถ้าไม่โอเค ก็เฟดออกมา แต่ในวันนี้ ถ้าอยากแก้ปัญหาจริง ๆ ก็คงต้องตามใจคุณขนมปัง ว่าจะอยู่ต่อหรือไม่ แต่พี่มั่นใจว่า การที่ขนมปังโทรมา ขนมปังคงมีความเมตตาอยู่บ้างแล้ว เพราะงั้นเมตตาเท่าที่เราจะสบายใจ ให้เขาใกล้ได้แค่เท่าที่เราคิดว่าควรใกล้’

        ‘ดีเจต้นหอม’ เสริมอีกว่า "แต่อย่าทำท่าทีบึ้งตึง เขาจะได้สบายใจ ไม่อย่างนั้นเขาจะพยายามหาคำตอบว่าเขาทำอะไรให้ขนมปังโกรธหรือเปล่า แต่เรื่องจุ๊ดจู้ คราวหลังควรพูดไปเลยว่า “มึงถอยไปหน่อย มันชนกูแล้วเนี่ย” เขาจะได้รู้ว่าเราไม่โอเค"

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

13 มี.ค. 2026

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆ เกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ?

หนูอยากให้แฟนซื้อของให้ แต่ก็ไม่กล้าบอกเขาตรง ๆเกริ่นก็เกริ่นไปแล้ว แต่ทำไมเขายังเฉยอยู่ หนูควรทำยังไงดีคะ ? ‘คุณแอปเปิ้ล’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 5 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นได้กักเก็บไว้อยู่ในใจ แต่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มของตัวเองไปตรง ๆ ให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง ‘คุณแอปเปิ้ล’ ได้เล่าว่า ตนนั้นอยากให้แฟนซื้อแว่นกันแดดให้ไว้ใส่เวลาไปเที่ยว จะได้ถ่ายรูปสวย ๆ ซึ่งมีราคารวมส่วนลดแล้วอยู่ที่ประมาณสี่ร้อย แต่ด้วยความที่ไม่กล้าบอกกับแฟนหนุ่มตรง ๆ เพราะคิดว่าหากบอกไปแล้วนั้นจะดูเหมือนการมัดมือชก เธอจึงได้เคยมีการพูดเกริ่นไปทำนองว่า "เลือกสีไหนดี" แต่แฟนหนุ่มก็ยังไม่ได้ซื้อมาให้ คุณแอปเปิ้ล ยังเล่าเพิ่มเติมว่า เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน แค่ยื่นหนังสือเล่มให้ดูพร้อมบอกว่า “เล่มนี้น่าอ่านดีนะ” เพียงเท่านั้น แฟนหนุ่มก็หายไป และกลับมาพร้อมกับหนังสือเล่มนั้นทันที สิ่งนี้ได้สร้างความประทับใจให้กับคุณแอปเปิ้ลเป็นอย่างมาก พร้อมบอกว่า ตนนั้นเคยซื้อเสื้อกั๊กให้กับแฟนหนุ่ม แต่แฟนหนุ่มของเธอก็ดันไม่ชอบอีก จึงทำให้แอปเปิ้ลเกิดความรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อย เมื่อฟังจบ เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้ถามถึงเวลาช่วงเวลาเทศกาลอื่น ๆ ว่าเคยได้รับสิ่งของจากแฟนหนุ่มมาหรือไม่ ซึ่งคุณแอปเปิ้ลก็ได้ตอบว่า ช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมานั้น ได้รับของจากแฟนหนุ่มมาเยอะแยะมากมาย ทำเอาในรายการแตกตื่นทันที เหล่าดีเจทั้งสามจึงได้บอกว่า นั่นมันก็เป็นสิ่งที่ดีมากแล้ว พร้อมบอกให้คุณแอปเปิ้ลเลิกคิดมาก และกลับไปซื้อด้วยกำลังทรัพย์ของตัวเอง เหล่าดีเจทั้งสามยังให้คำแนะนำเสริมว่า หากซื้อแว่นตากันแดดในราคาย่อมเยานั้น อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตาได้ หากอยากจะซื้อมาใส่ ให้ยอมซื้อในราคาที่สูงขึ้น เพื่อแลกกับคุณภาพการปกป้องสายตาที่ดีกว่า สิ่งนี้จะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

19 ก.พ. 2026

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย ถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ?

ชาว LGBTQ รู้สึกอย่างไร เราอายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลยถ้าคุยด้วยแล้ว ทุกคนจะมองว่าเรามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อ ? ‘คุณพี (นามสมมติ)’ อายุ 35 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจเกลือ’ เกี่ยวกับเรื่อง อายุ 35 แล้ว แต่ยังซิงอยู่เลย คนอื่นคิดเรื่องนี้อย่างไร? โดย ‘คุณพี (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ส่วนตัวเรารู้สึกว่า มุมมองภายนอกของคนที่มีอายุ 35 ปี เขาน่าจะเป็นคนที่ผ่านสมรภูมิ ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มามากมาย ถ้าให้เปรียบเทียบกับศึกในสนามรบ คงรู้สึกว่าคนในวัยอย่างเรา มันน่าจะช่ำชองศึกแล้วนะ แต่กลับกัน ตัวผมเองรู้สึกว่าเรายังเป็นเด็กน้อย อย่าว่าแต่ถือปืนเลย แค่ของเล่นยังถือไม่ได้เลยครับ ก่อนหน้านี้เราก็ไม่ได้เป็นคนที่ดูดี ไม่กล้าที่จะเข้าหาใคร เพราะไม่มีความมั่นใจ แต่ช่วงนี้เราก็เริ่มออกกำลังกาย เริ่มหันมาดูแลตัวเองมากขึ้น จนมีน้องคนหนึ่งเข้ามาคุยกับเรา แล้วเราก็รู้สึกดีกับเขามาก ๆ ผ่านมา 2 เดือน เราทั้งสองก็ได้นัดเจอกัน เพราะว่าเขาผ่านมาแถวคอนโดเราพอดี เราก็อยากให้เขาได้เห็นว่าเราใช้ชีวิตอย่างไร อยากให้เขารู้สึกดีกับเรา เลยชวนเขามาที่ห้อง เพื่อที่จะนอนดูหนังด้วยกัน ในคืนนั้นเราทั้งสองนอนดูหนังด้วยกันอย่างสนุกสนานตามปกติ จนจู่ ๆ เราเองก็เริ่มมีความรู้สึกอยาก…เหมือนกันนะ แต่อีกใจหนึ่งก็มีความรู้สึกกลัว ว่าถ้าทำได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นปมในใจที่ติดตัวเราไปตลอดหรือเปล่า สุดท้ายแล้วในคืนนั้นความกลัวก็ทำให้เราไม่กล้า และได้แต่นอนดูหนังตามปกติต่อไป สุดท้ายความสัมพันธ์ก็ได้จบลง โดยที่ผมก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน ผมรู้แค่ว่าจู่ ๆ เขาก็หายไปจากชีวิตผมเอง เรื่องในคืนนั้น ทำให้เราเริ่มกลับมาคิดทบทวนกับตัวเอง ว่าถ้าเรามีความสัมพันธ์กับใครสักคน เราคงกลัวที่จะต้องบอกความจริงกับเขา ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่เคยมีเซ็กส์มาก่อน ที่ผ่านมาตัวเราเองรู้สึกว่าเราไม่ได้ดูดี รวมถึงมีช่วงชีวิตของเราที่ยังคงต้องเรียน ไม่มีความมั่นคงในชีวิต ไม่พร้อมที่จะเจอคนอื่น ๆ เราไม่รู้ว่าเขาจะรับเราได้ไหม ถึงแม้เราจะเคยมีคนคุย แต่ก็ไม่ถึงขั้นขยับความสัมพันธ์ไปเป็นแฟนเลยสักคน เราไม่ได้เจอใครที่เราอยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน มันเลยทำให้เรายังไม่เคยมีเซ็กส์เลยสักครั้ง จนถึงอายุ 35 ปี ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเราเองก็ไม่ชอบความสัมพันธ์ชั่วคราว อีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากความกลัว ว่าเราจะทำหน้าที่ตรงนั้นได้ไม่ดี แล้วมันจะกลายเป็นเรื่องแย่ ๆ ในชีวิตของเราและเขา ผมรู้สึกว่าเซ็กส์ครั้งแรกของผม ผมอยากให้มันดี ถ้าเกิดว่าทำไปแล้วมันไม่ดีจริง ๆ เราคงกลัว และคงคิดว่า เราจะไม่กล้ามีความรักอีก อยากถามกับคนที่เป็น LGBTQ ครับ ว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าคบกับคนที่มีอายุ 35 แล้วเขาคนนั้นเขายังซิงอยู่ ทุกคนจะมองเขาว่ามีคุณค่า หรือจะมองว่าเสียเวลาที่จะคุยต่อครับ" เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเกลือ’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ผมพูดในตัวแทนมนุษย์คนหนึ่ง ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นคู่รักที่ยังซิงอยู่ ผมมองว่ามันวิเศษนะ มันดูน่ารักมากเลยกับการที่คุณให้ความสำคัญ ในการจะมีครั้งแรกกับคนที่รัก ไม่อยากให้รู้สึกว่าถ้าครั้งแรกมันไม่ดี แล้วจะไม่มีครั้งต่อไป ต่อให้ครั้งแรกมันไม่ดี มันก็แค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเราที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไป แน่นอนว่า เซ็กส์คือส่วนหนึ่งของชีวิต แต่มันไม่ใช่ทั้งหมด มันคือการเรียนรู้ไปด้วยกัน การมีเพศสัมพันธ์หรือการร่วมรัก มันคือการร่วมมือร่วมใจกัน มันไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง มันค่อย ๆ พัฒนาไปเรื่อย ๆ ได้ สุดท้ายแล้วไม่ว่าเซ็กส์มันจะราบรื่นหรือไม่ ผมคิดว่าความรู้สึกที่เรามีต่อกันกับคนที่เรารัก มันสำคัญกว่า สิ่งที่มันตอบโจทย์ได้ดีที่สุด คือความรู้สึกที่คนสองคนมีต่อกัน” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องกังวล การที่เราเคยมีอะไรกับใครมา มันก็ไม่ได้แปลว่ามันจะดีเสมอไป แต่เราจะมองข้ามเรื่องตรงนั้นไปได้ เพราะเรามีความสบายใจในการคุยกับคนคนนี้ เซ็กส์มันแค่ส่วนประกอบ ลองศึกษา และเปิดใจคุยเรื่องนี้กับคนที่เข้ามาคุยกับเรา ถ้าเขาชอบเรามากพอ เรื่องแบบนี้มันจะไม่ใช่อุปสรรค เซ็กส์ของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อย่าไปกลัว” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ขอแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ความตั้งใจเราตอนอายุ 30 คือการที่เรามีเซ็กส์กับคนที่เขารักเราและเรารักเขา ตอนนั้นครั้งแรกก็อยู่ในวัย 30 เหมือนกัน ซึ่งเราเองก็ทำได้ไม่ดีเลย แต่เรามีความสุขเพราะเขารักเราและเรารักเขา อย่ามองว่าถ้ามันไม่ดี ก็จะไม่มีอีกตลอดชีวิต เรื่องเซ็กส์มันฝึกกันได้ มันคือการเรียนรู้ ถ้ากังวลก็จะไม่ได้ลองเรียนรู้ความผิดพลาด เราก็จะไม่รู้ว่าตัวเองต้องแก้ตรงไหน ที่สำคัญไม่อยากให้เอาเรื่องเซ็กส์มาเป็นหลักในความสัมพันธ์ การตั้งคำถามครั้งนี้จะไม่มีผลอะไรเลย เพราะสุดท้ายแล้วอยู่ที่คนของเราในอนาคต ว่าเขาจะมีความคิดอย่างไรกับเรื่องนี้”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเป็นทอม เคยเลิกกับแฟนคนนี้ไปครั้งนึง พอกลับมาคบกันอีกรอบ อยู่ๆ แฟนเราเปิดตัว แฟนผู้ชายอีกคนกับครอบครัวของเขา เราก็เลยอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ เวลาผู้ชายมานอนที่ห้องแฟน เราก็จะหลบออกไปอยู่ข้างนอก เราอยากทดสอบว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนจะดีจริงไหม?

23 ก.ย. 2025

เราเป็นทอม เคยเลิกกับแฟนคนนี้ไปครั้งนึง พอกลับมาคบกันอีกรอบ อยู่ๆ แฟนเราเปิดตัว แฟนผู้ชายอีกคนกับครอบครัวของเขา เราก็เลยอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ เวลาผู้ชายมานอนที่ห้องแฟน เราก็จะหลบออกไปอยู่ข้างนอก เราอยากทดสอบว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนจะดีจริงไหม?

เราเป็นทอม เคยเลิกกับแฟนคนนี้ไปครั้งนึง พอกลับมาคบกันอีกรอบ อยู่ๆ แฟนเราเปิดตัวแฟนผู้ชายอีกคนกับครอบครัวของเขา เราก็เลยอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ เวลาผู้ชายมานอนที่ห้องแฟนเราก็จะหลบออกไปอยู่ข้างนอก เราอยากทดสอบว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนจะดีจริงไหม?เลยสร้างแอคหลุมเป็นผู้หญิงสวยๆ ไปฟอลผู้ชายคนนั้น ปรากฎว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนเราทักแอคหลุมเรามา คุยกันมาเรื่อยๆ จนผู้ชายขอคอลด้วย เราก็จะต้องดัดเสียงเป็นผู้หญิงคุยกับเขาจนผู้ชายคนนั้นจริงจังกับแอคหลุมที่เราสร้างขึ้นมา พอเราเอาแชทนี้ไปให้แฟนดู แฟนก็เสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่แฟนเราก็เลือกที่จะ “ไม่ตัดใครเลย คบทั้งเราและผู้ชายคนนั้น” “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [17 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่แฟนไปคบกับผู้ชายคนอื่นโดยที่ยังไม่เลิกกับเรา และยังพาไปเปิดตัวกับที่บ้านอีกด้วย โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนเราที่เป็นผู้หญิงพาผู้ชายไปเปิดตัวกับที่บ้านโดยที่เราก็ยังอยู่ด้วยกัน คือก่อนหน้านี้เราอยู่กันแล้วก็ห่างกันไปเพราะว่าเราไปทำงานต่างจังหวัด ในตอนนั้นคิดว่าเราเลิกกันแล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมาคบกันเพราะเขานั้นอยากขอคืนดี ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งสองแล้วที่กลับมาคบกัน เรากับแฟนคบกันตอนมัธยมได้ 2 ปี และห่างกันไปสักพักจนได้กลับมาคบกันอีกเป็นระยะเวลาอีก 6 ปี เขาบอกว่าเราเป็นรักแรก ความสัมพันธ์เริ่มระหองระแหงในตอนที่สถานะทางการเงินของเราเปลี่ยนไป ก่อนหน้าที่ฐานะเราดีกว่านี้ แต่ด้วยเพราะช่วงโควิด ธุรกิจที่ทำก็เริ่มมีปัญหาก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนสายงาน ทำงานออนไลน์มากขึ้น รายได้ก็ไม่ได้ดีมากเท่าเมื่อก่อน แต่ตอนนี้กลับมาคบกับแฟน ฐานะการเงินเขาก็มั่นคงแล้วจากแต่ก่อนที่เขาก็ไม่ได้ทำงาน เขามีเงิน มีรถให้เราใช้ขับไปทำงาน แต่นั่นก็อาจจะเป็นสาเหตุของปัญหาในความสัมพันธ์เราเพราะเหมือนคุณพ่อของเขาจะไม่ค่อยโอเค มีการเรียกเขาเข้าไปต่อว่าบ้างเป็นบางครั้งเรื่องที่อยากให้เขานั้นแต่งงาน ในขณะที่คุณแม่กับน้องเขาก็ยังโอเคกับเรา แต่เราก็จับได้ว่าเขามีคนอื่น ตอนนั้นเราทำงานขายของอยู่ต่างจังหวัดทุกวัน ก็จะไม่ค่อยมีเวลาให้ มีอยู่วันหนึ่งเขาอยากไปงานหนังสือในกรุงเทพฯ ตอนแรกเขาจะให้เราไปส่ง แต่เราไม่อยากไปเพราะตอนนั้นการค้าขายกำลังอยู่ในช่วงพีค ใจเราเลยไม่ค่อยอยากไป ซึ่งในตอนที่เขาไป เขาก็ไม่ได้ถ่ายรูปส่งมาบอกว่าไปกับใคร พอกลับมาจากงานหนังสือ เขาก็บอกกับเราว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุจึงต้องรีบออกไปดูกลางดึก เราก็ขับผ่านจุดที่รถชนกัน ก็เลยเห็นว่าเขาดูทรอม่ามากทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับเราเลย พอไปดูรูปข่าวอุบัติเหตุวันนั้นก็เห็นเขายืนอยู่เจ้าของรถที่ขับรถชนแต่ไม่ได้มีเพื่อนของเขาอยู่ ตอนนั้นเราก็เริ่มเอะใจแล้ว ต่อมา เขาบอกว่าจะกลับบ้านต่างจังหวัดวันเดียวแต่กลายเป็นเขาไปสามวัน และกลับมาถึงบ้านเร็วเกินไปจนทำให้รู้สึกแปลก ๆ แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็หายไปทั้งวัน จนท้ายที่สุดเขาก็โป๊ะว่าเขากลับบ้านวันเดียวทั้งที่เขาบอกกับเราว่าไปสามวัน อาทิตย์ถัดมา เราติดต่อเขาไม่ได้ เขาบอกว่าจะพาวิทยากรไปกินข้าวแต่การแต่งกายด้วยชุดไปรเวทที่เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างจะไปรเวทเกินไปหน่อย เราก็เริ่มสงสัยแต่ก็เก็บเรื่องนั้นไว้ในใจจนมาถึงตอนเย็น เขาก็ไม่ได้กลับบ้าน บอกว่าจะนอนบ้านเพื่อน เราก็เลยโทรไป เขารับสายแต่ก็พูดคุยแค่แปปเดียวและพยายามจะตัดสาย เราก็เริ่มแปลกใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจถามไปว่า “เธอมีคนอื่นใช่ไหม?” เขาเลยยอมรับว่าคุยกับคนอื่นอยู่คบกันแล้ว พอเรารู้ความจริงจากสถานะที่เป็นกัน แฟนเรากลับกลายเป็นคนอื่นไปเลย ผู้ชายคนนี้เคยคุยกับแฟนของเราเมื่อตอนที่เราห่างกันไป แต่ในตอนนั้นเขาบอกว่าไม่ได้ประทับใจในตัวผู้ชายคนนี้มากเท่าไหร่ ก็เลยห่างกันไป แต่อยู่ดี ๆ ผู้ชายคนนั้นก็กลับมาติดต่อกันอีก ความรู้สึกในตอนนั้นก็เหมือนการมีแฟนซ้อน เรากับเขาก็กลับมาทำทุกอย่างกันตามปกติ ส่วนแฟนกับผู้ชายก็ไม่ได้ห่างกัน คุยกันทุกคืนเหมือนเดิมแต่ฝั่งผู้ชายไม่ทราบเรื่องที่แฟนคบกับเรา กลายเป็นเหมือนว่าตอนนี้เราเป็นชู้เขา เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเขากลับบ้านและพาผู้ชายคนนั้นไปด้วย เราก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง แฟนเราก็บอกว่าพ่อแม่ของเขาเนี่ยโอเคกับผู้ชายคนนี้ แต่ตัวเขาไม่ค่อยแน่ใจเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เขากับผู้ชายเจอกันได้ 5 สัปดาห์ ผู้ชายคนนั้นก็ขอเขาเป็นแฟน และประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ชายก็พูดถึงเรื่องหมั้นจนกระทั่งในตอนนี้ก็บอกว่าจะให้พ่อแม่ไปวางสินสอดฝ่ายหญิงขอแต่งงาน ซึ่งมันเร็วมาก ตัวเราก็อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมันรักแฟนเราจริงไหม เราก็เลยเอาแอคหลุมที่เป็นรูปผู้หญิงไปส่องว่าเขาจะหวานกันแค่ไหน สรุปพอเราแอดไป ฝ่ายชายก็ทักมาจีบแอคหลุมของเรา มีวันหนึ่งเขากลับมาจากบ้าน อยู่ดี ๆ แฟนเราก็ทักมาบอกว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะต้องมานอนที่ห้อง แปลว่าเราจะต้องไปนอนห้องเพื่อน หนูก็เลยเอาแอคหลุมไปบอกกับฝ่ายชายว่า “ตอนนี้หนูอยู่ในเมืองนะ” หลังจากส่งไปประมาณ 40 นาที แฟนเราก็ทักมาบอกว่าพี่เขาไม่ได้นอนแล้วนะ เพราะเขาอยากเจอเรามาก ไปรอหน้าโรงแรมที่เราบอกอีก จนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเราเลยเอาแชทนั้นให้เขาดูแล้วบอกว่า “เธอจะพาคนแบบนี้เข้าบ้านจริงหรอ” เขาก็เสียใจแต่ก็ไม่ได้เอาไปพูดเพราะเขาสงสารพ่อกับแม่ที่เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว เขาไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ แต่เขาก็บอกกับเราว่าอย่ามาแทรกแซง อย่ามาคุยคนใหม่เขาได้ไหมซึ่งเราก็รับปากไป หลังจากนั้นแฟนเราก็เลยไปพูดเกริ่น ๆ กับผู้ชาย ว่าการแอบคุยกันก็เหมือนการนอกใจจนสุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็สารภาพกับแฟนเราว่ามีผู้หญิงแอดไอจีและก็ทักเขามา แต่เขาแค่คุยเหมือนน้อง ซึ่งก็คือเขาโกหก ถ้าในตอนนี้จริง ๆ ก็ยังรักเขาอยู่และเขาก็บอกว่ายังมีเยื่อใยให้เราอยู่ แต่กับฝั่งนู้นเขาก็จะดองกันแล้ว เราก็บอกไปว่า “เธอไม่ต้องเลือกเราก็ได้ แต่เธอจะแต่งกับคนแบบนี้จริง ๆ หรอ” เขาก็บอกว่า “ถ้าเขาไม่รักเรา เขาจะหาสินสอดเกือบล้านมาหมั้นเราทำไม” เลยอยากจะปรึกษาว่าเราควรทำยังไงดีคะ? ในเมื่อตอนนี้เรายังรักเขาอยู่’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นผมอยากให้ทุกคนนึกสถานการณ์ตามด้วยว่าเขาเป็นแฟนกันตั้งแต่มัธยม สิ่งที่เกิดขึ้นมาจะยากต่อการตัดสินใจแค่ไหน เราต้องเอาตัวเองไปมองในแว่นเขาก่อน นี่คือคนที่เป็นห่วงเป็นใยมาครึ่งชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ใครก็แล้วแต่พอแฟนเก่าเรากำลังจะไปอยู่ในบ้านเดียวกันกับคนที่เราก็รู้ ๆ อยู่ว่าไม่ได้ดีอะไร เราก็มีสิทธิที่จะแสดงความห่วงใยและบอกให้เขารู้นะ พี่ว่าถ้าพี่เป็นบี พี่จะบอกทุกอย่างที่รู้และนี่คือครั้งสุดท้าย แอคหลุมนั้นพี่ก็จะปิดแล้วก็จะไป ถือว่าที่เรารู้จักกันมา บีทำเต็มที่แล้วที่จะให้เขาเจอคนที่ดีกว่าเรา แต่ในเมื่อเขาปิดหูปิดตา และไม่ยอมที่จะเปิดรับความจริงที่เรารู้มาก็เป็นชีวิตของเขา เป็นพี่ พี่จะไปเพราะว่าการที่เราคบกันแบบนี้แล้วที่ทางบ้านไม่สนับสนุนบี มันไม่จบหรอกเรื่องนี้ อยู่ที่ว่ามันจะไปแยกกันช้าหรือเร็ว ณ ตอนนี้ 29-30 ปี เป็นวัยที่เขาต้องการใครสักคนมาเพื่อทำให้พ่อแม่สบายใจ มันเป็นอีก Stage หนึ่งของการตัดสินใจในชีวิตแล้ว บีแค่ต้องเจอคนที่เขาเข้าใจทั้งตัวเขาและครอบครัวเขา แค่นั้นเอง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘อยากให้บีรักตัวเองด้วย เข้าใจแหละว่าตอนนี้บีรักเขามาก จนยอมที่จะมองข้ามที่สิ่งที่เขาทำ มันก็อาจจะจริงที่เขายังรักบีอยู่ไม่มันไม่พอ เขาไม่ได้รักบีเท่ากับที่บีรักเขาเพราะว่ามันก็ชัดนะว่าเขามีคนอื่น และการมีคนอืนที่อยู่ ๆ เราก็เทิร์นไปเป็นน้อยเขาไปเฉยเลย ทั้งที่เราก็เป็นตัวจริงของเขามาตั้งแต่แรก พี่ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่เหมือนกับที่บีรักเขาเลย สำหรับพี่การที่พ่อไม่ยอมยังไม่เท่ากับการที่เขาเป็นแบบนี้ พี่ว่าพฤติกรรมเขามันเสียดายความรักที่บีมีให้เขานะสำหรับพี่ เขามักง่ายไปหน่อย เขาไม่ดูแลความรู้สึกเราไปหน่อย เขาเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง พี่รู้สึกว่าพี่ฟังแล้วปวดหัว ยิ่งฟังก็ยิ่งปวดหัว แล้วบีตอนนี้นอนหลับไหม? กินข้าวลงไหม? ทำไมต้องให้ความรักทำร้ายตัวเองขนาดนี้ด้วย บางทีเวรกรรมหรือคนมันเลือกทางเดินชีวิต เราทำดีที่สุดแล้วเราก็ต้องปล่อยไปแบบนี้ เพราะไม่อย่างนั้นบีก็อาจจะต้องอยู่ในวังวนนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ไม่รู้ ก็ถ้าวันนี้บีบอกว่าบียังรักเขาอยู่ พี่ก็อยากให้บีรักตัวเองด้วย’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ที่เขาพูดว่าเขารักบีไม่งั้นเขาไม่อยู่จนถึงตอนนี้หรอก พี่จะบอกว่า เขาไม่ได้รักบีขนาดนั้น เพราะถ้าเขารักบี เขาจะไม่ทำร้ายจิตใจบีโดยการบอกให้บีไปนอนที่อื่น ข้อดีของบีคือ บีทำให้เตียงนี้มันไม่ได้เหงาแค่นั้นแหละ เพราะถ้าผู้ชายคนนั้นมา เขายินดีจะใช้เตียงนั้นกับผู้ชายคนนั้นมากกว่าบี ก็อย่างที่ดีเจเติ้ลบอก มันไม่มีอะไรนอกจากคำว่ารักตัวเองจริง ๆ เขาพูดเองว่าอย่าแทรกแซงเขา ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้เลวขนาดไหนก็ตาม มันมีหลายคนที่สมัครใจเดินไปลงนรก บีควบคุมชีวิตใครไม่ได้และเขาเลือกแล้ว แต่พี่ก็เห็นด้วยกับดีเจเผือกนะ ความหวังดีสุดท้ายที่บีจะให้เขาได้คือการบอกความจริงทั้งหมด นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ดีที่สุดที่ฉันจะทำให้เธอ ส่วนเธอจะเดินหรือลุกขึ้นมาได้รึเปล่าขึ้นอยู่กับสติปัญญาของเธอ หลายคนเขารู้อยู่แล้วแต่เขาเต็มใจ นั่นคือชีวิตเขาไม่เกี่ยวกับเราแล้วบี เดินออกมาสวย ๆ เห็นคุณค่าในตัวเอง แม้ว่ามันจะยากแต่บีไม่มีทางเลือก เลือกได้แค่สองทางคือหนึ่ง เราออกไป กับสอง เราจะอยู่เป็นน้อยเขาจนกระทั่งวันหนึ่งเขาเขี่ยเราออกมาเอง อย่าให้ถึงวันนั้นเลย แล้วบีจะรู้เลยว่าทางเลือกที่สวยที่สุด คือการจำเป็นต้องเดินออกมาแม้ว่ามันจะต้องเจ็บปวดก็ตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรากับแฟนเริ่มต้นคบกันแบบต่างคนต่างมีแฟน แอบแซ่บกันแล้วไปเลิกคนของตัวเอง เราตั้งท้อง แฟนขอให้ยุติการตั้งครรภ์ เราก็ไปยุติเพราะท้องไม่พร้อม คบกันมา 4 ปี เขาขอกลับไปหาแฟนเก่าที่นอกใจมาตอนนั้น เหมือนเราไม่เหลืออะไรเลย

16 ส.ค. 2024

เรากับแฟนเริ่มต้นคบกันแบบต่างคนต่างมีแฟน แอบแซ่บกันแล้วไปเลิกคนของตัวเอง เราตั้งท้อง แฟนขอให้ยุติการตั้งครรภ์ เราก็ไปยุติเพราะท้องไม่พร้อม คบกันมา 4 ปี เขาขอกลับไปหาแฟนเก่าที่นอกใจมาตอนนั้น เหมือนเราไม่เหลืออะไรเลย

เรากับแฟนเริ่มต้นคบกันแบบต่างคนต่างมีแฟน แอบแซ่บกันแล้วไปเลิกคนของตัวเองเราตั้งท้อง แฟนขอให้ยุติการตั้งครรภ์ เราก็ไปยุติเพราะท้องไม่พร้อม คบกันมา 4 ปีเขาขอกลับไปหาแฟนเก่าที่นอกใจมาตอนนั้น เหมือนเราไม่เหลืออะไรเลยเขาพูดให้ความหวังว่าอนาคตอาจจะกลับมาคบกันอีกก็ได้... “คุณเม (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ส.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟนคนล่าสุดที่มีจุดเริ่มต้นจากการแอบแฟนมาแซ่บกัน โดย “คุณเม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ความสัมพันธ์กับผู้ชายคนนี้เริ่มต้นที่หนูมีแฟนอยู่แล้ว คบกันมา 3 ปี แล้วหนูไปเจอกับผู้ชายคนนี้จากแอปพลิเคชันหาคู่ แล้วก็นัดกันแอบแซ่บ หลังจากนั้นเขาน่าจะติดใจหนู เลยขอหนูเป็นแฟน หนูก็เลยตอบว่า “ลองคบก็ได้” เลยกลายเป็นความสัมพันธ์แบบ 4 คน หลังจากนั้นก็เกิดเรื่องขึ้น หนูพลาดท้องกับเขาในวันที่แอบแซ่บกัน แล้วต่างคนก็รู้ความจริงที่ว่าหนูมีแฟนแล้ว และเขาก็มีแฟนแล้วเช่นกัน โดยที่แฟนของหนู แล้วแฟนของเขาไม่รู้ พอหลังจากที่หนูรู้ว่าหนูท้องกับเขา หนูจึงไปเลิกกับแฟนที่คบกันมา 3 ปี แต่คนที่หนูแอบแซ่บเขายังไม่เลิกกับแฟนของเขา เขาบอกแค่ว่า “เขายังไม่พร้อมจริงๆ” ซึ่งหนูก็ยังไม่พร้อมเพราะเป็นช่วงที่เรียนใกล้จะจบแล้ว จึงตกลงกันที่จะยุติการตั้งครรภ์ เวลาผ่านไปหลายเดือนกว่า เขาไปเลิกกับแฟนเขาแบบตัดขาด แล้วเขาก็มาคบกับหนูแบบจริงจัง จนตอนนี้คบกันมา 4 ปี จนล่าสุดเมื่อวานนี้ เขาบอกเลิกหนูด้วยเหตุผลที่ว่าหมดรักแล้ว บางทีที่ทะเลาะกัน เราพยายามปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ก็ไม่ได้ พอจะดีขึ้นก็กลับมาทะเลาะเรื่องเดิมๆอีก และตอนนี้เขาก็กลับไปคุยกับแฟนเก่า และแฟนเก่าเขาไม่เคยรู้เรื่องหนูมาก่อน เขาขอให้เขาได้ไปลองใช้ชีวิต ไปจัดการกับชีวิตตัวเองก่อน ถ้ามันจะกลับมาหรือไม่ ก็ให้เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้หนูฝังใจตอนเรื่องที่ยุติการตั้งครรภ์กับเขา หนูยังคงอยากให้เขาเป็นพ่อของลูก ล่าสุดที่คุยกับเขาก็ยังคงเหมือนเดิมอยู่ หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรมูฟออนจากเรื่องนี้ยังไง? ควรรอเขาไหม? แล้วเรื่องที่ยังติดใจหนูอยู่ หนูควรจัดการยังไงดี?’ ซึ่งทาง “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่อั๋นยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังติดใจอยู่ในเรื่องของการยุติการตั้งครรภ์ ในเมื่อเรื่องมันจบไปแล้ว หรือยังติดใจที่เขาเคยเป็นพ่อเด็ก เลยอยากให้เขาเป็นพ่ออยู่หรอ เป็นการติดใจที่แปลกอยู่นะ ถ้าตอบสั้นๆเลยคือ หนูไม่ต้องถามเลยว่าควรมูฟออนหรือเปล่า เพราะเขามูฟออนไปแล้ว ถ้าเรายืนก็แค่ยืนเฉยๆของเรา ไม่ต้องมูฟออนก็ได้ อยากยืนอยู่ตรงนั้นก็ได้ แต่เขาไปแล้วนะ มันคือความจริง และทุกๆเหตุผลที่เขาตอบ ไม่ต้องเป็นหรือจดจำรายละเอียดก็ได้ สรุปแล้วคือเขาจะกลับไปอยู่ที่เดิม กลับไปหาคนเก่า เราอาจจะต้องยอมรับว่าทั้ง 2 คนเริ่มต้นจากความไม่ซื่อสัตย์ทั้งคู่ ซึ่งแปลว่าเราทั้ง 2 คนคาดหวังความซื่อสัตย์จากกันและกันมันไม่ถูกต้อง เราควรมาเริ่มต้นกับตัวเอง ทบทวนว่าเราควรจะเริ่มต้นจากความสัมพันธ์แบบไหน แล้วรักตัวเองให้มากพอที่จะดูแลตัวเองด้วย เพราะว่าหนูไม่มีความปลดภัยในการมีเพศสัมพันธ์ และตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าวันนั้นหนูติดโรคหรือเชื้ออะไร มันก็ไม่แฟร์กับแฟนเก่าหนูด้วย เริ่มจากรักตัวเอง แล้วค่อยคิดว่าอยากได้คนนี้กลับมาเป็นพ่ออีกครั้ง พี่ว่าหนูยัวไม่พร้อมที่จะเป็นเมีย หรือยังไม่พร้อมจะเป็นแม่นะ’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาเพิ่มต่อว่า ‘พี่พูดเพื่อหวังว่าจะให้หนูมูฟออนเลยแล้วกัน พี่แค่จะถามว่า “ผู้ชายคนนี้มีคุณสมบัติอะไรหรอ? หนูถึงจะให้เขามาเป็นสามี และพ่อของลูก” 1. เขามีเมียแล้วแต่ยังไม่ยุ่งกับเราโดยที่เมียเขายังไม่รู้เรื่องเลย นี่คือคุณสมบัติของผู้ชายที่ดีหรอ 2. พี่งงกับตรรกะหนูว่า หนูมีลูก แต่เขาไม่รับผิดชอบ จึงต้องยุติการตั้งครรภ์ คุณสมบัตินี้หรอที่ทำให้หนูจะให้เขามาเป็นพ่อของลูก เขาดูแลหนูมั้ยในตอนที่หนูยุติการตั้งครรภ์’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนที่มันเดินไปแล้วก็คือเดินไปแล้ว ผู้ชายมันเริ่มต้นกับคนใหม่แล้ว โอกาศที่นะกลับมาก็ยาก แบ้วมันเป็นเรื่องอะไรที่เราต้องรอ สำหรับพี่ใครเดินไปจากชีวิตพี่คือพี่เป็นอิสระแล้ว พี่ลั้นลาได้แล้ว แต่พี่ไม่ยิงสด และก็ไม่นอกใจแฟนนะ ตอนนี้หนูจะลั้นลาก็ทำได้ เพราะหนูโสด แต่ต้องรู้จักป้องกันตัวเอง แต่ถ้ามีแฟนแล้วต้องเลิกลั้นลานะเม กลับไปเป็นเมที่รับผิดชอบและรักตัวเอง ตอนนี้อายุเพิ่งจะ 26 เริ่มต้นใหม่ได้ แต่ถ้ารู้สึกว่า ยังไม่อยากลั้นลา อยากรอเขาอยู่ ถ้ามีความสุขอยากทำแบบนั้นก็ได้ แต่อย่าถึงขั้นที่ทำให้ตัวเองไม่มีความสุข ทำงานไม่ได้ กินไม่ได้ ผู้ชายคือมายา ข้าวปลาคือของจริงนะ แฟนเป็นใครก็ได้ แต่พ่อของลูกไม่ใช่ใครก็ได้นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-