(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง!

ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ

เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้


        'คุณแพนด้า' (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สายที่ 11  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ใส่ซองงานแต่ง แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา 

           ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณแพนด้า (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ปล่อยวางค่ะ ไม่ได้ไปทวง จริง ๆ ก็ปล่อยไปนานแล้วตั้งแต่ที่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นว่ามีการถกเถียงกันในโซเชียลเรื่อง ไปงานแต่งงานจำเป็นต้องให้เงินใส่ซองหรือไม่ เลยนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าเพื่อนเราเคยไม่ใส่ซองให้เราเหมือนกัน ก็เลยอยากลองมาแชร์เรื่องราว หลังจากที่โทรมาปรึกษา ก็ทำให้เราเข้าใจเพื่อนมากขึ้นว่า การเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้โกรธเพื่อนด้วย ตอนเจอกันก็คุยกันปกติ ไม่ได้คิดอคติที่เขาไม่ใส่ซองให้เรา"

           สุดท้ายคุณแพนด้าขอฝากว่า การที่มาเล่าให้ฟังในรายการนี้ แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เห็นว่าบางคอมเมนต์ มีการแสดงความคิดเห็นในทางลบ อยากให้เปิดใจ เข้าใจเรื่องราวให้มากก่อนแสดงความคิดเห็น

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หย่าตอนนี้เร็วไปไหม? เพิ่งเป็นเจ้าสาวเมื่อเดือนที่แล้ว แต่มาจับได้ว่าแฟนแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงอีกคน เขาบอกจะไม่ทำอีกแล้ว แต่ล่าสุดเพิ่งเห็นเขายังคุยแชทกันอยู่ ความไว้ใจที่มีตอนนี้ไม่เหลือแล้ว ควรทำยังไงดี...? จะให้โอกาส สามีอีกดีไหม? หรือ เดินหน้าหย่าไปเลย

14 ก.ค. 2023

หย่าตอนนี้เร็วไปไหม? เพิ่งเป็นเจ้าสาวเมื่อเดือนที่แล้ว แต่มาจับได้ว่าแฟนแอบไปมีอะไรกับผู้หญิงอีกคน เขาบอกจะไม่ทำอีกแล้ว แต่ล่าสุดเพิ่งเห็นเขายังคุยแชทกันอยู่ ความไว้ใจที่มีตอนนี้ไม่เหลือแล้ว ควรทำยังไงดี...? จะให้โอกาส สามีอีกดีไหม? หรือ เดินหน้าหย่าไปเลย

“คุณแพรว (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [12 ก.ค. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น ภูวนาท เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับสามี โดย “คุณแพรว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูแต่งงานได้ประมาณ 1 เดือนก็จับได้ว่าสามีไปมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นแล้ว ก่อนหน้านี้หนูไม่แน่ใจว่าเขาเคยทำมั้ย เขาอาจจะเคยทำ แต่หนูจับไม่ได้เองหรือเปล่า หรือเขาไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนี้เลย แฟนอายุเท่ากันเลย ก่อนแต่งงานคบกันมาเกือบจะ 5 ปีแล้ว หนูเพิ่งแต่งงานกัน ค่อยๆย้ายของไปอยู่ที่บ้านแฟน ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเราทั้งสองคนไม่เคยอยู่ด้วยกัน เมื่อประมาณวันเสาร์ 2 อาทิตย์ที่แล้วได้ไปเจอรหัส Internet WiFi โรงแรมที่ห้องเขา หนูก็เลยถามเขาว่าโรงแรมนี้ที่ไหน เขาก็บอกว่าเหมือนไปประชุมที่นึงมา เขาให้มาแหละ หนูก็สงสัย เพราะจริงๆคือเขาไปประชุมที่จังหวัดนึง แต่โรงแรมนี้อยู่อีกจังหวัดนึง หนูก็เลยขอดูโทรศัพท์ เท่านั้นแหละ! พิรุธมาเต็ม เขาไม่ให้ ล็อคแขนหนู แล้วบอกว่ายังไงก็ไม่ให้ แล้วเหมือนเขาเอาโทรศัพท์ไปลบแชทผู้หญิงคนนั้นทิ้ง หนูก็ไปค้นมาจนเจอ เห็นเขาบล็อกผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ แต่หนูไม่เห็นแชทที่เขาคุยกัน หนูก็เลยถามเขาว่าคนนี้คือใคร เขาก็บอกว่าเคยคุยกันนานแล้ว ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมันก็คือก่อนแต่งงาน หนูก็รู้สึกเสียใจ และเขาบอกว่าผู้หญิงคนนี้เพิ่งทักกลับมา หนูก็ไม่เชื่อ หนูก็ค้นต่อ ซึ่งในแชทไลน์เขามีติดประกาศเบอร์บัญชีของผู้หญิงคนนั้นอยู่ หนูก็เอาไปเสิร์จทุกธนาคารเลย จนไปเจอชื่อจริงผู้หญิงคนนั้น หนูก็เอาไปเสิร์จเฟซบุ๊กและไอจี แล้วก็ทักไปถามผู้หญิงคนนั้น เขาก็บอกว่าเพิ่งเจอกันวันอังคารที่ผ่านมา เหมือนไปเจอกันที่ร้านเหล้า แล้วสามีหนูไปเลี้ยงเหล้าเขา ดื่มเสร็จสามีหนูก็ไปส่งที่หอพัก แต่เหมือนผู้หญิงลืมกุญแจหอพักก็เลยไปเปิดโรงแรมนอนด้วยกัน แล้วก็มีอะไรกัน หนูก็ถามผู้หญิงว่า เธอจะพัฒนาความสัมพันธ์มั้ยหรือคุยกันมานานหรือยัง? เขาก็บอกว่า เอ้ย เพิ่งเจอ ไม่ได้จะพัฒนาความสัมพันธ์ สุดท้ายสามีก็มาสารภาพว่าไปเจอกันที่ร้านเหล้า แล้วไปมีอะไรกัน และเขาก็บอกว่าคุยกับผู้หญิงคนนี้สนุกดี สำหรับหนู เขามาทำแบบนี้หลังจากแต่งงานได้เดือนเดียว มันเร็วมากเลย เพราะก่อนแต่งงานเราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน หนูอยู่หอ เขามาหาเสร็จ เขาก็กลับบ้านเขาไป หนูก็อยากให้อภัยนะ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้อภัย แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สิ่งที่หนูเจออีกครั้ง คือ หนูไปเจอแชทที่เขาคุยกันอีก เห็นแค่ประมาณว่า กินข้าวหรือยัง ที่นี่ฝนตกนะ ที่นั่นฝนตกมั้ย? ต้องบอกก่อนว่า...สามีเขาเริ่มเปลี่ยนไปตอนก่อนที่เราจะจัดงานแต่งกัน แล้วประเด็นคือวันนั้นเขาก็มาหงุดหงิดใส่หนู หนูก็โทรไปเคลียร์กับสามี ซึ่งตอนนั้นเขาก็คุยกับผู้หญิงคนนั้นไปด้วย และคุยโทรศัพท์กับหนูไปด้วย หนูรู้ เพราะตอนที่ทะเลาะกันครั้งก่อน หนูขอรหัสเฟซบุ๊กกับไลน์เขา แต่หนูคิดว่าเขาคงจะคิดว่าหนูไม่ได้ค้นจริงๆ เพราะหนูไม่ค่อยได้เช็คโทรศัพท์เขาสักเท่าไร ซึ่งนานๆทีหนูมีเซ้นส์ถึงจะไปเปิดดู ก่อนแต่งงานมันจะมีแค่เขาทักไปหาผู้หญิงขายบริการ แต่แค่ทักเฉยๆ ไม่ได้มีแชทต่อเนื่องว่าเขาไปหา หนูก็รู้สึกไม่ดีแล้ว แต่พอรู้ว่าเขาเลือกแต่งงานกับหนู หนูก็ไม่ค้น ไม่อะไรแล้ว แต่พอหลังแต่งงานมา มันเป็นแบบนี้ หนูรู้สึกระแวงมาก คือทุกคืนที่นอนกับเขา หนูต้องสะดุ้งตื่นมา เพื่อไปค้นดูโทรศัพท์เขา ซึ่งเขาลบแชททุกอย่าง บล็อกทุกอย่าง แต่พออีกวันเขาก็ยังไปคุยกันได้ สำหรับการแต่งงาน หนูเป็นคนต่างจังหวัด ส่วนเขาเป็นคนกรุงเทพ แล้ววัฒนธรรมคนต่างจังหวัด พวกเขาก็คิดว่าคบกันมานานแล้ว เมื่อไรจะแต่ง แล้วก็ไปถามเขาบ่อยๆ แต่ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยวางแผนร่วมกัน หนูก็เคยถามเขาไปว่า เธออยากแต่งงานกับเรามั้ย? แล้วจะแต่งกันประมาณไหน? แล้วเขาก็เพิ่งมาสารภาพเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วว่าจริงๆเขาไม่พร้อมจะแต่งงานนะ เขาก็พรั่งพรูหมดเลยว่าหนูไปดุเขา หนูไปกดดันเขา ซึ่งหนูก็บอกว่าถ้ามันขนาดนี้ เธอบอกเลิกเราไปก่อนที่จะแต่งงานกันก่อนก็ได้นะ หรือบอกว่าเราไม่พร้อมก็ได้ แต่เขาไม่พูด เขาแบบก็แต่งๆไป แต่เรามีการเก็บเงินมาแต่งงานด้วยกัน ถึงเขาจะเก็บเยอะกว่า แต่เราก็มีการวางแผนร่วมกัน... หนูก็เคยบอกเขาไปว่า ครั้งแรกเราก็อยากให้โอกาส เพราะสิ่งที่เขาบอกเราก็ดูผิดเหมือนกันนะ เราผิดที่ทำให้เขาเครียด ต้องไปกินเหล้าที่ร้านเหล้าบ่อยๆก่อนแต่งงาน เขาบอกเขาแอบไป โดยที่เราไม่รู้ หนูก็อยากปรับตัวนะ ซึ่งหนูพยายามปรับตัวแล้ว เหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่เขาบอกเราไม่หมด เหมือนมันยังตึงๆ ร่วมกับการที่หนูยังระแวงเขา หลังจากที่หนูจับได้ ตอนนี้เขาก็ดูเหมือนรู้สึกผิด เขาก็บอกว่าเขาไม่คุยแล้ว แต่พอเรามาจับได้ครั้งที่ 2 เขาก็พูดเหมือนเดิมว่าเขาไม่ทำแล้ว รอบนี้ไม่มีจริงๆ หนูไม่อยากให้มีครั้งที่ 3 ให้หนูรู้สึกไม่ดีอีกแล้ว แต่พอหนูถามว่าเขาจะหย่ามั้ย? จริงๆเรื่องหย่า หนูไปเห็นในประวัติการค้นหาใน Google ของเขา เขาก็ค้นหาคำว่า หย่า ไม่รักแล้ว แล้วพอวันจันทร์ที่ผ่านมาหนูก็เห็นเขาแชทคุยกับแฟนเก่า เขาถามแฟนเก่าว่าถ้าคิดเรื่องหย่านี่ถือว่าเป็นเรื่องเล็กมั้ย แต่แฟนเก่าเขาก็ไม่ได้อะไร เหมือนให้คำปรึกษามากกว่า ซึ่งหนูก็ถามเขาว่าแล้วจะไปปรึกษาแฟนเก่าทำไม เขาบอกว่าคิดว่าจะได้คำปรึกษาที่ดีจากแฟนเก่า แต่พอหนูถามเขาว่าหย่ามั้ย เขาก็บอกว่าไม่หย่า ขอโทษทุกอย่าง จะไม่ทำอีกแล้ว ขอโอกาสให้เขานะ ตอนที่จับได้ครั้งแรก เขาก็ง้อเราด้วยกันพาหนูไปเที่ยว จองโรงแรมดีๆเลย ทั้งๆที่เมื่อก่อนไม่เคยจองโรงแรมดีขนาดนี้ แต่หนูขอเขาว่าให้หนูดูแลเรื่องเงินได้มั้ย เขาก็ถามว่าแล้วทำไมเขาจะต้องให้ หรือแม้แต่การเปลี่ยนรูปโปรไลน์ที่ใส่รูปแต่งงานหนูคู่กับเขา เขาก็ยังไม่ยอมเลย เขาไม่ได้แสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจอะไรเลย เวลาเล่นโทรศัพท์เสร็จเขาก็จะเก็บใส่กระเป๋าเลย ไม่ได้ให้เราดูได้เต็มร้อย และเวลาอาบน้ำก็จะเอาโทรศัพท์ไปด้วย ช่วงนี้ชีวิตหนูก็ค่อนข้างเครียดเพราะมีปัญหาที่บ้าน แล้วเขากลับเอาความเครียดของหนูมาทำให้เขาเครียดไปด้วย หนูก็เลยคิดว่าเราเป็นสามี-ภรรยากันแล้ว เราแชร์ความทุกข์ ความสุขกันไม่ได้หรอ กลายเป็นทุกอย่างตอนนี้หนูทำอะไรก็ไม่ดี ผิดไปหมด แล้วยังต้องมาเจอที่เขาทำกับหนูอีก หรือเขาโทษหนูเพื่อบ่ายเบี่ยงประเด็นหรือเปล่า... หนูอยากปรึกษาพี่ๆว่า ถ้าเราหย่าเลยตอนนี้มันจะเร็วไปมั้ยสำหรับคนที่เพิ่งแต่งงานกัน หรือจริงๆเราควรจะให้โอกาสเขามั้ย? “ดีเจอั๋น” ให้คำแนะนำว่า ‘คุณแพรวต้องถามตัวเองก่อนว่า คุณแพรวอยู่ในภาวะที่ต้องพึ่งพิงเขามากแค่ไหน เราจะขาดเขาได้ไหม ในวันนี้เราแข็งแรงพอไหมที่จะไม่มีเขา ปัญหาที่คุณแพรวเล่ามาเป็นสิ่งที่คุณแพรวไม่ได้คุยกับเขาตั้งแต่ก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน ทั้งเรื่องการเงินและทัศนคติต่างๆ เรื่องที่คุณแพรวขอเป็นคนดูแลเรื่องเงิน เขาไม่ควรบอกคุณแพรวว่า “ทำไมผมต้องให้” มันเป็นคำพูดที่ไม่ดีและมันแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใส่ใจคุณแพรวเลย มันไม่มีคำว่าช้าหรือเร็ว ตอนนี้คุณแพรวควรคุยกับเขาดีๆว่ายังอยากมีกันและกันในชีวิตหรือเปล่า ถ้าเขายังอยากมีกัน ก็บอกเขาว่าช่วยทำให้คุณแพรวรู้สึกสำคัญ มีค่าและไม่สามารถเสียไปจากชีวิตได้ แต่ก่อนจะถามเขาคุณแพรวต้องรู้ก่อนว่าตัวเองมีค่า และถามตัวเองว่ายังอยากมีผู้ชายแบบนี้อยู่ในชีวิตหรือเปล่า’ ส่วน “ดีเจเติ้ล” แนะนำว่า ‘ที่สามีคุณแพรวนอกใจน่าจะไม่ใช่แค่ครั้งแรก ถ้าเขาทำผิดครั้งแรกการที่เขาขอโทษน่าจะเป็นเรื่องใหญ่กว่านี้ คนที่รู้ตัวว่าทำผิดอย่างน้อยเขาจะต้องมีการเว้นระยะที่จะไม่ทำผิดอีก แต่สามีของคุณแพรวยังทำผิดติดต่อกันลับหลังคุณแพรว ตอนนี้คุณแพรวกับเขามองค่าน้ำหนักความผิดไม่เท่ากัน เรื่องเล็กของเขาแต่มันคือเรื่องใหญ่ของคุณแพรว ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะมันเก็บสะสมมาเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้มีการทำความเข้าใจและแก้ปัญหา จนทำให้สามีคุณแพรวแสดงออกมาว่าเขาไม่มีความสุขกับความรักครั้งนี้ ซึ่งจริงๆแล้วนี่อาจจะเป็นช่วงปลายของการคบหากันตลอด 4-5 ปีก็ได้ ส่วนเรื่องการหย่า จะเร็วจะช้ามันขึ้นอยู่กับตัวของคุณแพรว หนึ่งเดือนของบางคนอาจจะนานสำรับการทนเจ็บ ถ้าคุณแพรวไม่มีความสุขก็กลับมารักตัวเองดีกว่า’ ดีเจ “ต้นหอม” เสริมว่า ‘การกระทำของสามีคุณแพรวคือผู้ชายเจ้าชู้ เขาไม่สำนึกเลยว่าเขาทำผิด เขาไม่เห็นความสำคัญของคุณแพรว และเขาไม่สามารถสร้างความมั่นใจในความสัมพันธ์นี้ได้เลย คุณแพรวต้องถามตัวเองแล้วว่าอยากอยู่กับผู้ชายแบบนี้ไหม ถ้าคุณแพรวรับไม่ได้แสดงว่านี่ไม่ใช่ที่ของคุณแพรว ไม่ต้องสนใจกับงานแต่งที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว ถ้าแต่งงานมาอยู่ด้วยกันแล้วมีแต่เรื่อง Toxic ก็ทิ้งอดีตไป นับจากนี้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณแพรวจะต้องมีแต่ความสุข การที่เขาไม่หย่าไม่ได้แปลว่าเขารักเรา เพราะการกระทำเขามันไม่แสดงออกถึงความรักเลย ถ้าอยู่ไม่ไหวก็ออกมา แต่ถ้าอยู่ไหวก็อดทนแล้วเปลี่ยนตัวเองให้เขาเมตตาและมอบความรักให้เราบ้าง ถ้าเลือกที่จะอยู่ด้วยกันต่อก็ต้องบอกสามีให้ปรับไปด้วยกัน แต่สุดท้ายชีวิตใครชีวิตมัน คุณแพรวต้องถามตัวเอง เพราะคนที่เจ็บและสุขก็คือคุณแพรวคนเดียว’ สุดท้ายนี้พี่ๆดีเจเป็นกำลังใจและบอกให้คุณแพรวทบทวนตัวเองดีๆ ให้ตัดสินใจเรื่องนี้ได้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่บ้านที่ออฟฟิศ ทำหน้าที่แค่ “ทิ้งขยะ” อย่างอื่นไม่ยุ่ง พื้นบริษัทสกปรก ไมโครเวฟเปื้อน โต๊ะฝุ่นเกาะ จนแผนกเราต้องจัดเวรกันเอง พนักงาน 5 คนสลับกันทำคนละวัน แจ้ง HR แล้วก็ไม่เป็นผล ตอนนี้หัวหน้าลาออกไปแล้ว พวกหนูจะทำยังไงดีคะ?

31 ม.ค. 2025

แม่บ้านที่ออฟฟิศ ทำหน้าที่แค่ “ทิ้งขยะ” อย่างอื่นไม่ยุ่ง พื้นบริษัทสกปรก ไมโครเวฟเปื้อน โต๊ะฝุ่นเกาะ จนแผนกเราต้องจัดเวรกันเอง พนักงาน 5 คนสลับกันทำคนละวัน แจ้ง HR แล้วก็ไม่เป็นผล ตอนนี้หัวหน้าลาออกไปแล้ว พวกหนูจะทำยังไงดีคะ?

“คุณมด (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่บ้านที่ทำงาน โดย “คุณมด (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แม่บ้านที่ทำงานไม่ยอมทำความสะอาด จนปัจจุบันพวกหนูต้องกลายมาเป็นแม่บ้านเอง ต้องเกริ่นก่อนว่าตอนแรกจริง ๆ หนูจะทำงานอยู่ที่ตึกใหญ่ แต่มีเหตุจำเป็นที่ต้องย้ายอยู่อีกตึกนึง ซึ่งตึกนั้นจะมีอยู่แค่ 2 ชั้น ประเด็นอยู่ที่ว่าตั้งแต่ที่ย้ายเข้าไปวันแรก คือห้องมันเป็นห้องที่รีโนเวทใหม่ แล้วชั้นนั้นจะมีคนอยู่แค่ 1 ห้อง ซึ่งหนูก็ย้ายเข้าไปในห้องที่รีโนเวทใหม่ มันก็จะมีฝุ่นเยอะ แต่ก่อนหน้านี้ก็มีพี่ที่ไม่ใช่แม่บ้าน เขาจะเข้าไปทำความสะอาดให้แล้ว เรารู้สึกว่าตั้งแต่วันแรกที่แจ้งว่าจะย้าย ก็ไม่เห็นมีความคืบหน้าว่าจะมีการทำความสะอาดเกิดขึ้น พอย้ายเข้าไปวันแรกสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เราต้องทำความสะอาดกันเอง คือมันทนไม่ไหว เลยต้องกวาดพื้นกันก่อน วันนั้นก็คือไม่ได้คิดอะไร เราก็คิดว่าทำไปก่อนแล้วกัน ต่อมาหัวหน้าก็มีการไปแจ้งที่เจ้าหน้าที่บุคคลว่าต้องมีการทำความสะอาดนะ ผ่านไป 1 สัปดาห์ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกหนูก็ต้องทำความสะอาดแล้วก็กวาดกันเองปกติ กิจวัตรประจำวันของแม่บ้านตึกนี้ก็คือเข้ามาแค่เก็บขยะ แต่จริง ๆ มันควรต้องมีแม่บ้านทำความสะอาด อย่างตึกเก่าแม่บ้านก็ดูแลอยู่ ตึกใหญ่ก็มีแม่บ้าน ส่วนตึกเล็กเขาก็จะแบ่งกันทำจากแม่บ้านตึกใหญ่ แต่ตึกเล็กก็มีแค่ 2 ชั้นประมาณ 5 ห้อง แต่แม่บ้านก็ไม่เคยทำความสะอาดเลย จนอาทิตย์นั้นพวกหนูทำความสะอาดกันเอง พอเข้าอาทิตย์ที่ 2 หนูก็สังเกตเห็น วันนั้นหนูเข้าทำงานเช้ามาก ประมาณช่วง 6 โมงเช้า หนูเห็นเขากวาดหนูก็ตกใจ เพราะมีแม่บ้านเข้ามากวาดทำความสะอาด ก็คิดว่าเขาก็น่าจะถูด้วยแหละ แต่พอหนูเปิดประตูเข้าไปปุ๊ป เขาก็เดินออกไปเลย แล้วก็บอกว่า มากวาดห้อง แค่นี้เลยแล้วก็ไม่มีการเข้ามาถูหรือมีการเช็ดโต๊ะอะไรเลย กวาดอย่างเดียว ตอนนี้ผ่านมาจะ 2 เดือนหนูเห็นเขาเข้ามากวาดให้หนูแค่ครั้งเดียวก็คือ 2 สัปดาห์ก่อนนั้น จนถึง ณ ปัจจุบันนี้ พวกหนูต้องใช้วิธีการจัดเวรประจำวันกันเอง เหมือนโรงเรียนประถม โดนที่หัวหน้าไม่ต้องทำเพราะตอนนั้นพวกหนูมีกันอยู่ 6 คน ลูกน้องก็ 5 คน ทำกันคนละวัน จริง ๆ หัวหน้าเขาก็มีการส่งแบบฟอร์มทุกเดือนอยู่แล้ว ตอนที่หนูย้ายเข้าไปเมื่อเดือนธันวาคมก็คือทางเจ้าหน้าที่บุคคล เขาก็มีการส่งมาให้หัวหน้างานประเมินแล้ว ว่าแม่บ้านทำความสะอาดไหม? ต้องการเปลี่ยนอะไรไหม? หัวหน้าก็แจ้งไปแล้ว แต่ก็ไม่มีการดำเนินงานอะไรต่อ ก็เลยไม่รู้ว่าเราจะต้องทำยังไงต่อ ซึ่งพอเดือนถัดมาหัวหน้าหนูก็ออก ตอนนี้อยู่กันแค่ 5 คน แต่ก็ยังแบ่งเวรกันทำอยู่ทุกวัน หนูก็มองว่าจริง ๆ มันก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่บุคคล จน 2 วันที่ผ่านมาหนูทนไหวก็เลยพยายามโกหกแจ้งไปว่า ทำของกินตก ขอที่ตักของ ไม้กวาด เขาก็บอกหนูว่าอยู่ตรงนั้น หยิบได้เลย เขาไม่เคยบอกเลยว่าเดี๋ยวป้าขึ้นไปเก็บให้นะ ไม่มีเลย ต่างจากแม่บ้านคนเดิมที่อยู่ตึกเก่ามาก หนูพยายามทำทุกอย่างให้เขารู้แต่ เขาก็ไม่ทำให้หนูเลย หนูเลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจว่า มีวิธีพูดกับแม่บ้านที่ออฟฟิศยังไงดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่ารวมกันให้คำแนะนำได้เลยเพราะว่าการพูดก็คือสื่อสารแบบตรงไปตรงมาเลยว่า ตอนนี้มันสกปรกแล้วเขาไม่มาช่วยทำความสะอาด อีกอย่าง HR ต้องเป็นฝ่านชนให้เราอยู่แล้ว คนแก้ปัญหานี้ให้เราคือ HR’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่าจำนวนแม่บ้านพอหรือเปล่า หรืองานที่เขาได้รับมอบหมายเนี่ย เขาให้ดูตึกนี้หรือเปล่ามันต้องมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง การที่เขาไม่ดูหรือเขาไม่ทำหรือเขาไม่ไหว เพราะฉะนั้น HR ควรมาจัดการ ถ่ายรูปแล้วก็ไปคุยกับ HR เลย จริงไม่ต้องถามว่าต้องคุยว่าอะไร เพราะเขาเป็น HR เขาต้องทำเรื่องพวกนี้เองอยู่แล้วไม่ต้องรอให้เราเขาไปอ้อนวอนด้วยประโยคอะไรด้วยซ้ำ เขาจ้างมาเป็น HR เพื่อให้มาทำตรงนี้แหละ นัดคุยกับ HR นะเอารูปไปให้เขาดู’สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปล่อยหนูให้มันกัดสายไฟให้หมด แล้วก็บอกแม่บ้านไม่ทำเอง คอมพังหมดแล้ว มันกัดหมดแล้วเราไม่ต้องยุ่ง พี่ว่า HR มันแก้ไขได้นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

02 เม.ย. 2026

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนนระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ! ‘คุณกีต้าร์’ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเพิ่งเฉียดการเกิดอุบัติเหตุกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ผู้ที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่กำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย ‘คุณกีต้าร์’ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา ในจังหวะที่คุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายที่หน้ามหาวิทยาลัย รถยนตร์ทุกคันเมื่อเห็นว่าคุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังรอข้ามทางม้าลาย ก็พากันชะลอเพื่อหยุดรถ เมื่อคุณกีต้าร์กับเพื่อนเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบพากันเดินข้ามถนนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเดินมาถึงเลนสุดท้ายของถนน จู่ ๆ ก็ได้มีคุณป้าคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว คุณกีต้าร์จึงบอกให้เพื่อนหยุดเดิน เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน คุณป้าคนนั้นก็ได้หยุดรถเช่นกัน ทันใดนั้นคุณป้าก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก็ตายหรอกอีx่า!” แล้วก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทั้งคู่ไปในทันที ปล่อยทิ้งให้คุณกีต้าร์กับเพื่อนยืนงงว่าเมื่อกี้พวกเราเป็นฝ่ายที่ผิดหรือไม่ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงพูดถึงเรื่องกฎหมายจราจรของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างเคสที่ไม่ดีมาพูดให้ฟัง เพื่อให้คุณผู้ฟังทางบ้าน และคุณกีต้าร์เห็นภาพชัดเจนว่าไม่ควรทำตามรวมทั้งช่วยกันย้ำเตือนและอยากให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงคนข้ามทางม้าลาย ควรจะชะลอหรือหยุดรถให้คนข้ามถนน เพื่อที่จะได้ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกัน ภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่า สลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมด

02 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกัน ภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่า สลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมด

คบแฟนมา 11 ปี ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะ จนตอนนี้เช่าบ้านด้วยกันภาระค่าใช้จ่ายแบ่งเป็นส่วนๆ แฟนรับผิดชอบค่าเช่าบ้าน หนูเพิ่งมารู้ความจริงว่าสลิปที่เค้าจ่ายค่าบ้านทุกเดือน แชทไลน์ที่คุยกับแม่เรื่องเงิน เค้าปลอมขึ้นมาทั้งหมดเจ้าของบ้านบอกจ่ายไม่เคยตรงมา 3 ปี ตั้งแต่ย้ายเข้า “คุณบุ้งกี๋ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (31 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจก็อตจิ – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาที่เพิ่งรู้ความจริงถูกแฟนหลอกเรื่องเงินมาตลอด 3 ปี โดย “คุณบุ้งกี๋ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เราคบกับแฟนมา 11 ปี อายุเท่ากัน เราไม่ได้มีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง เราเช่าบ้านอยู่ แต่เราจะส่งค่าเช่าบ้านให้แฟน เพื่อให้แฟนส่งต่อเจ้าของบ้าน เพราะเป็น Connection ของแฟน แฟนเคยทำงานกับเจ้าของบ้าน แล้วเราไม่เคยติดต่อกับเจ้าของบ้านโดยตรง ไม่มีเบอร์ ไม่เคยเห็นหน้า แต่เราตกลงกับแฟนว่าให้แฟนผ่อนค่ารถ ส่วนเราผ่อนค่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอินเตอร์เน็ต เพราะมีพ่อกับน้องอยู่ด้วย โดยเรากับแฟนจะมีพื้นที่ให้กัน เรามีห้องของเรา แฟนมีห้องของแฟน เราย้ายมาเช่าบ้านนี้ได้ประมาณ 3 ปี วันนั้นเราทะเลาะกัน แฟนเราโดนที่บ้านเรากดดันว่า “ทำไมหาเงินไม่ได้เท่าบุ้งกี๋ เป็นผู้ชายทำไมถึงให้ผู้หญิงนำตลอด” เงินเดือนของเขาประมาณ 18,000 - 20,000 บาท ซึ่งเราเองไม่ได้มองตรงนี้ บุ้งกี๋มีพี่น้อง 5 คน แต่ 2 คนแรกตัดขาดกันไปแล้ว ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว ตอนนี้เหลือพี่สาว บุ้งกี๋ และน้องชาย พี่สาวจะกดดันตลอดว่า “ไม่อยากให้คบคนนี้ ไม่มีอนาคต อยากเลี้ยงผู้ชายไปเรื่อยๆหรอ” แต่เราไม่ได้เลี้ยงผู้ชายนะ ก็อยู่กันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน ด้วยความที่เขามีเรื่องโดนคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เมื่อ 3 ปีก่อนเขามีหนี้ก้อนหนึ่งประมาณ 250,000 บาท เขายืมเพื่อนเราไป 100,000 ยืมเรา 50,000 ที่เหลือเขาออกเอง 100,000 บาท มันพังมาเรื่อยๆ ที่ทะเลาะกันเพราะเราไปกระตุ้นเขาว่า “ทำไมไม่คืนเงินเพื่อนสักที บอกว่าจะยืมแค่ 1 เดือน แต่นี่มันผ่านมา 1 ปี กับอีก 2 เดือนแล้ว ไม่กระตือรือร้นเลย ทำไมไม่คิดจะคืน” แล้วเขาก็ขับรถออกไป ทีนี้เราไม่รู้เป็นอะไร เราไม่เคยเช็คไลน์ หรือข้อความอะไรของเขาเลย แต่วันนั้นมีคอมพิวเตอร์ของเขาอยู่ข้างๆ เราเลยลองเช็คไลน์เขาดู ปรากฎว่าเราเห็นไลน์ของคุณแม่ของแฟน 2 ไลน์ พอเปิดดูกลายเป็นว่า 1 ในนั้นเป็นไลน์ของคุณแม่ที่เป็นของปลอม เอาไว้แคปหน้าจอมาให้เราดูว่า “แม่กำลังจะขายบ้านนะลูก เดี๋ยวเอาเงินไปคืนเขานะ กำลังจะได้เงินนะลูก” มันคือไลน์ที่เขาคุยกับตัวเอง แล้วแคปหน้าจอมาให้เรา เราตกใจมาก แล้วเราก็เลื่อนแชทไปเรื่อยๆ จนไปเจอแชทหนึ่ง เป็นผู้หญิง ซึ่งเขาเป็นเจ้าของบ้าน ส่งมาบอกว่า “จะไม่ให้อยู่แล้วนะ จะเอาบ้านคืนแล้วนะ” เราตกใจมาก เพราะเราส่งเงินในส่วนของค่าเช่าบ้านไปให้แฟนตลอดทุกวันที่ 29 - 30 ของทุกเดือนกลัวจะลืม ก็เลยโทรหาเขาเลยทั้งที่ทะเลาะกันอยู่ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมมันเป็นแบบนี้ ทำไมเขาถึงบอกว่าจะไล่ออกจาบ้าน” เขาก็โกหกว่า “มันไม่เกี่ยวกัน มันเป็นเงินที่กู้มาจากเจ้าของบ้าน แล้วเขาเอาเงินมารวมกัน” เราเสียใจมากเพราะมันเป็นครั้งที่ 2 แล้ว พอวันรุ่งขึ้นก็ขอไลน์ ขอเบอร์เจ้าของบ้านมาจากเขา ตอนเช้ายังไม่ส่ง พอตกเย็นถึงจะส่งมาให้ เราก็โทรหาเจ้าของบ้านปรากฎว่าเรื่องมันเลวร้ายกว่านั้น เจ้าของบ้านบอกว่า “ไม่เคยปล่อยเงินให้นะ นี่คือค่าเช่าบ้าน จริงๆแล้วเขาไม่ได้ส่งเงินมาเลยตั้งแต่เดือนแรกที่เช่าบ้าน” คือค่าเช่าบ้านเดือนละ 6,000 บาท เขาส่งค่าเช่าบ้านแค่ 1,000 - 2,000 บาท เขาทำมาตลอดระยะเวลา 3 ปี เรารู้สึกว่าโลกทั้งใบพังทั้งหมด เพราะไว้ใจเขามาก เขาคือคนที่อยู่ข้างๆ เรารับภาระทุกอย่าง เลี้ยงพ่อ เลี้ยงน้อง แล้วก่อนหน้านี้บ้านเราเคยล้มละลายต้องสร้างใหม่เองทั้งหมด สู้มาตลอดตั้งแต่มหาลัย เราผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ หลังจากจับได้เราก็ถามเขาว่า “ทำไมถึงโกหก นี่มันค่าเช่าบ้านไม่ใช่ยอดเงินกู้” เขาบอกว่าทำมาแค่ 4 เดือน คราวนี้เราเลยติดต่อไปหาคุณแม่ของเจ้าของบ้าน เขาบอกว่า “ทักมาเลื่อนค่าเช่าบ่อยมากนะ ไม่เคยส่งเลย เคยค้างมากสุด 6 เดือน ถ้าเป็นคนอื่นลาออกไปแล้ว แต่คนนี้เคยทำงานด้วยกัน เป็นคนทำมาหากินเลยยังให้อยู่” แล้วแฟนเราก็ยังไปโกหก เจ้าของบ้านว่าจะทำก๋วยเตี๋ยวขายหน้าบ้าน จะทำของขาย ซึ่งจริงๆแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย แล้วเราก็ถามแฟนว่าทำไมถึงโกหก เขาเล่าว่า “เขาจำเป็นจริงๆ เพราะป้าเขาป่วยกำลังจะเสียชีวิต แล้วป้าก็บีบบังคับเขาว่าให้ส่งเงิน” เราก็เปิดแชทดูแล้วว่าเขาโดนป้ากดดัน แม่ก็ส่งมาว่าให้ส่งเงินให้แม่ ให้น้อง ซึ่งเราก็เข้าใจในเหตุผลเขา แต่มันก็ยังเยือกเย็นเกินไป เพราะตลอดระยะเวลา 3 ปี บุ้งกี๋ให้เขาส่งสลิปมาหลังจากที่โอนค่าเช่าบ้านทุกเดือน เขาก็ส่งมา ตอนนี้เราเลยถามเขาว่า “สลิปที่ส่งมาคืออะไร?” เขาบอกว่าเขาตัดต่อ เราก็เลยถามเขาว่า “เรารักกันแบบไหนหรอ ตลอด 3 ปีที่นั่งตัดต่อมันไม่รู้สึกผิดอะไรเลยหรอ” เขาก็ร้องไห้ ขอโทษ ตอนนั้นเขาคิดไม่ได้ เขาไม่มีทางเลือก ทุกวันนี้เรายังหาทางออกไม่เจอ เพราะที่ผ่านมาเขาเป็นคนดีมาก ดูแลเราทุกอย่าง ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ดื่ม ไม่สูบบุหรี่ ไม่นอกใจ ตอนที่คุณแม่ของเรามีชีวิตอยู่ เขาก็ดูแล เหมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่ง แต่มาติดตรงที่เรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วมาทำรอบ 2 อีก ทำไมถึงคิดไม่ได้ แล้วพี่ก็เคยบอกว่าไม่อยากให้คบกับคนนี้ แต่พ่อก็พูดอีกแบบว่า “ถ้าพ่อต้องตายไป อย่างน้อยพ่อก็สบายใจถ้าบุ้งกี๋อยู่กับผู้ชายคนนี้” ซึ่งคนในครอบครัวจะรู้เรื่องทุกอย่าง แล้วอีกอย่างบ้านเขามีปัญหาครอบครัว แม่ของเขามักจะพูดเสมอว่า “ฉันไม่ได้อยากเลี้ยงแกนะ ที่แกเกิดมาเนี่ย ฉันพลาด” แล้วแม่ก็ไม่เลี้ยง ให้ไปอยู่กับป้าตั้งแต่คลอดเสร็จ แล้วก็เอากลับมาอยู่กับแม่เพื่อใช้งาน เรารู้จักกับเขาตอน ม.6 คุณแม่ของเรารู้สึกว่าเขาเป็นเด็กดี ก็เลยเลี้ยงดู จ่ายค่าใช้จ่ายให้ แล้วแม่ก็บอกว่าถ้าเกิดว่า “ถ้าอยู่บ้านนั้นแล้วเขาไม่รักเราเหมือนลูก งั้นมาอยู่บ้านแม่มั้ย” นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เราโตด้วยกันมา ในตอนที่แม่เราอยู่ ตอนนี้ปรึกษาคนในบ้านแล้วแต่เสียงก็แตกออกเป็น 2 ฝั่ง เลยอยากถามว่า “ผู้ชายแบบนี้เขาคือดีมั้ย?” แล้วเรามีความกลัวเพราะเขาคนนี้คือแฟนคนแรก ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขากลับไปอยู่บ้านคุณแม่ แต่คุณแม่เขาก็ไล่เพราะคุณแม่มีสามีใหม่ แล้วถ้าถามว่าตอนนี้เราตัดเขาได้มั้ย เราตัดได้ แต่ก็ลังเลกับที่พ่อพูด และลังเลว่าเขาจะใช้ชีวิตยังไงเหมือนเราไปตัดเขาออกไปเลย’ ซึ่งทางด้าน “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เคยเจอผู้ชายไม่เอาไหน ที่ที่บ้านเขาไม่เอา โดยประสบการณ์พี่ตัดทันที เพราะพี่คิดว่าชีวของเราเรามีสิทธิ์ออกแบบเหมือนกัน โดยส่วนตัวพี่รู้สึกว่า คนที่มาอยู่ในชีวิตพี่ จะมาเป็นภาระพี่ไม่ได้ การที่เขาจะลำบากยากแค้นขนาดไหน มันเป็นชีวิตของเขา เป็นเรื่องของเขา และต้องเป็นตัวเขาที่ต้องดิ้นรน ถ้าสงสารเขา อาจจะช่วยเหลือได้ในบางเรื่อง แต่สำหรับพี่ พี่ไม่เอาภาระเข้ามาในชีวิต แล้วอย่างที่คุณพ่อบอกว่า คนนี้หาไม่ได้อีกแล้ว พี่ไม่ได้รู้สึกว่าคนนี้ดีเลิศประเสริฐศรีจนหาไม่ได้ เพราะถ้าบุ้งกี๋จับไม่ได้ วันนึงเจ้าของบ้านก็ต้องมาไล่เราอยู่ดี เขาคงไม่ได้ห่วงเราเท่าไหร่ การที่เลือกว่าจะอยู่หรือไป มันเป็นการตัดสินใจของคุณบุ้งกี๋ พี่จะแนะนำให้ 2 แนวทาง 1. ตัดออกไปเลย ชีวิตไม่มีภาระ แต่ความสุขหายไป ความเหงาเข้ามาแทน เพราะความผูกพันธ์มันหายไป 2. เอาเขาที่เป็นภาระเข้ามา ให้โอกาสเขา เผื่อเชาจะดีขึ้น แล้วก็สุ่มเสี่ยงไปด้วยกัน มันตอบไม่ได้ว่าเขาจะดีขึ้น หรือแย่ลง ก็เสี่ยงกับเขาไปอีกรอบนึง ในกรณีที่เลือกไม่ได้ อันนี้คือให้เลือกชีวิตของตัวเอง ชีวิตที่ไม่มีเขา เหงาแน่ๆ แต่ความสะดวกสบาย ความสบายใจจะมาในอนาคต ยันนึงมีโอกาสเจอผู้ชายที่ดี หรือไม่ดีก็ได้ อย่ายคดติดกับคนๆนึงว่า ชีวิตฉันจะหาผู้ชายที่ดีแบบนี้ไม่ได้แล้ว ถ้าหาไม่ได้ ให้เอาอีกตัวเลือกนคงขึ้นมา คืออยู่คนเดียว มาเป็นอีก 1 ตัวเลือก ไม่งั้นเราจะไม่กล้าเดินออกมา ไม่กล้าเริ่มใหม่ เพราะต่อให้ไม่มีเขาเราก็ยังอยู่คนเดียวได้’ ต่อมา “ดีเจก็อตจิ” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาคนเราหลอกกัน หรือโกหก ควาทเชื่อใจจะหายไปเลย คุณบุ้งกี๋ลองคิดูนะ ถ้าให้โอกาสเขากลับมา ความเชื่อใจจะให้ได้ 100% ไหม ถ้าไม่มันจะอยู่ด้วยความกลัวว่าเขาจะหลอกยังไง เมื่อไหร่ แล้วคิดว่าจะมีความสุขไหมถ้าอยู่กับคนนี้ไปตลอดชีวิต แล้วเรื่องคำแนะนำของคนรอบตัว คุณพ่อพูดเองด้วยนะว่าถ้าวันหนึ่งคุณพ่อไม่อยู่แล้วหนูจะอยู่ยังไง แสดงว่าความคิดเห็นเหล้านั้นเป็นความคิดเห็นที่คุณพ่อเสนอมา แต่การตัดสินใจคือต้องเป็นตัวหนูเอง หนูลองตัดข้อเสนอทิ้งไปก่อน แล้วลองชั่งใจเองว่าหนูจะอยู่กับเขาได้มั้ย ชีวิตเราไม่ค้องไปแบกรับเรื่องของใคร เราสามารถมีความสุขของเราได้ ชีวิตคู่ต้องมีความสุขไปด้วยกัน แต่ถ้าเราต้องแบกรับเขาขนาดนี้พี่ว่ามันไม่ใช่นะ คนเราถ้าจะอยู่ด้วยกันมันปรึกษากันได้ จริงๆแล้วเขาไม่จำเป็นต้องทำสลิปปลอม ไม่ต้องหลอกหนู แค่เขาพูดตามตรงเลยว่า ”ฉันไม่ไหวแล้วนะ เราหมุนเงินไม่ทัน ฉันหาเงินมาคืนไม่ทัน“ เราต้องคุยกันตรงๆเพราะเราต้องอยู่ด้วยกันไปตลอด แต่เขาเลือกที่จะหลอกเรา อันนี้น่ากลัวนะ ทั้งการทำสลิปปลอม การปลอมไลน์เป็นแม่แล้วแคปหน้าจอมาให้หนูดู ครั้งนี้จับได่ แปลว่าครั้งหย้าเขาจะทำให้มันแนบเนียนมากกว่านี้อีกนะ แล้วหนูบอกว่าคบคนนี้คนเเรก แล้วหนูจะรู้ได้ไงว่าอีก 500 ล้านกว่าคนบนโลกจะไม่มีใครดีเลย ไม่ต้องกลัวคงามผิดพลาดจากการเริ่มต้นกับคนอื่น คนเราผิดพลาดได้ หนูผิดพลาดที่คนนี้มาหลอกหนู ก็แค่จำไว้เป็นบทเรียน แล้วหนูก็ไแหาบทเรียนอันใหม่ มันอาจจะผิดพลาดอีก หรือหนูอาจจะโชคดีที่เจออีกคนที่จะมาอยู่เป็นคู่ชีววิตเราก็ได้ มันก็จะเป็นบทเรียนสินชีวิตเราว่าในอนาคตเราต้องระวังคนแบบไหน เอาง่ายๆหนูตัดความคิดเห็นคนอื่นให้หมด แล้วถามตัวเองว่าหนูยอมรับได้ไหมที่ต้องระแวงเขาไปตลอดชีวิต ถ้าได้หนูก็อยู่เลย แต่ถ้าอยู่ไม่ได้ แค่ออกมา’ และสุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันง่ายๆเลยพี่ว่าถ้าเอาเขาออกจากชีวิต ชีวิตเราจะสบายขึ้นทันทีเลย แต่ปัญหาตอนนี้คือพวกเรา 3 คนจะพูดได้ง่าย เพราะพวกเราไม่มีความผูกพันธ์ หรือความรัก อีกด้านหนึ่งคือ พอมาอยู่ด้วยกันมานาน มันจะมีความ อิน เหมือนว่าเขาเป็นครอบครัว เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ว่าถ้าตัดเขาไปเขาจะอยู่ยังไง แต่ถ้าสมมุติว่า บุ้งกี๋ไม่ซีเรียสเรื่องเงิน สามารถปิดหนี้ให้เขาได้ เเล้วเรามั่นใจว่าคนคนนี้เป็นคนดี แต่เรื่องการเงินเขาวนไม่ออก ก็อาจจะเลือกทางนั้นได้คืออยู่ต่อ แต่ถ้าฉันเองก็ต้องแบกรับครอบครัว แล้วถ้ามาใช้หนี้ให้อีก ฉันเองก็จะไปไม่รอด อันนี้พี่แนะนำให้บุ้งกี๋เมตตาตัวเองและครอบครัวตัวเองก่อน ถ้ารักเขา ให้เขาไปแก้ปัญหาชีวิตเขา แล้วค่อยกลับมาคุยกันใหม่ คือจริงๆแล้วการที่รายได้น้อย หรือเป็นหนี้ มันยังพอให้อภัยได้ แต่การที่เขาโกหก ปลอมแปลงสลิป คือมันล้ำลึกจนน่ากลัวเกินไปแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-