(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง! ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) จบดราม่า เพื่อนเจ้าสาวไม่ใส่ซอง!

ล่าสุดเจ้าสาวปล่อยวาง ไม่ได้โกรธ

เพราะเข้าใจว่างานแต่งไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้


        'คุณแพนด้า' (นามสมมติ) อายุ 34 ปี สายที่ 11  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่เพื่อนเจ้าสาวไม่ได้ใส่ซองงานแต่ง แถมซองที่คนอื่นฝากมาก็มาไม่ถึงมือเรา 

           ความคืบหน้าล่าสุด 'คุณแพนด้า (นามสมมติ)' ได้เล่าว่า "ปล่อยวางค่ะ ไม่ได้ไปทวง จริง ๆ ก็ปล่อยไปนานแล้วตั้งแต่ที่รู้เรื่อง แต่เมื่อเห็นว่ามีการถกเถียงกันในโซเชียลเรื่อง ไปงานแต่งงานจำเป็นต้องให้เงินใส่ซองหรือไม่ เลยนึกขึ้นได้อีกครั้งว่าเพื่อนเราเคยไม่ใส่ซองให้เราเหมือนกัน ก็เลยอยากลองมาแชร์เรื่องราว หลังจากที่โทรมาปรึกษา ก็ทำให้เราเข้าใจเพื่อนมากขึ้นว่า การเป็นเพื่อนเจ้าสาวไม่จำเป็นต้องใส่ซองก็ได้นะ และเราก็ไม่ได้โกรธเพื่อนด้วย ตอนเจอกันก็คุยกันปกติ ไม่ได้คิดอคติที่เขาไม่ใส่ซองให้เรา"

           สุดท้ายคุณแพนด้าขอฝากว่า การที่มาเล่าให้ฟังในรายการนี้ แค่อยากมาแชร์ประสบการณ์เท่านั้น ไม่ได้จริงจังอะไร เห็นว่าบางคอมเมนต์ มีการแสดงความคิดเห็นในทางลบ อยากให้เปิดใจ เข้าใจเรื่องราวให้มากก่อนแสดงความคิดเห็น

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

16 ส.ค. 2023

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจ เพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆ จนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลย

เสียความมั่นใจไปเลย... สาวโทรแชร์ประสบการณ์กับ 3 ดีเจเพิ่งไปนัด One Night Stand ครั้งแรกกับหนุ่มในแอปหาคู่ตอนเจอกัน เขินมาก ทำตัวไม่ถูกเลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยๆจนเขาพูดว่า "เธออย่าล่กดิ" โยนเสื้อใส่อกเรา แล้วออกจากห้องไปเลยตอนนี้ไม่มั่นใจในตัวเองเลย ทำยังไงให้เอาความรู้สึกพวกนี้หมดไปสักที “คุณอิง (นามสมมุติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (9 ส.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก -ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอมเกี่ยวกับปัญหานัด One Night Stand ครั้งแรก ยังไม่ทันเริ่ม ก็โดนเขาบอกว่าอย่าล่ก แล้วก็ออกจากห้องไปเลย โดย “คุณอิง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘เหตุการณ์ที่หนูเจอ ทำให้หนูเสียความมั่นใจจากการนัด ONS (One Night Stand) หนูขอเกริ่นก่อนว่า... ครั้งนี้คือการนัด ONS ครั้งแรกของหนู คิดว่าเรียนมหาลัยมา 4ปีแล้ว หนูก็อยากลองสักครั้งนึง เราเจอกันทางแอปหาคู่ ส่วนรูปที่ใช้ในโปรไฟล์กับตัวจริงก็ใกล้เคียงกัน ใส่ฟิลเตอร์นิดหน่อย ซึ่งเขาอายุพอๆกับหนู เราคุยกันและตกลงนัดกันคืนนั้นเลย เพราะอยู่ใกล้กันมาก หลังจากนั้นเขาก็มาที่ห้องหนู คือตอนนั้น ยอมรับเลยว่าเขินมากไม่รู้จะเริ่มยังไง หนูก็เลยชวนเขาคุย ถามไปเรื่อยนู่น นั่น นี่ ช่วงแรกๆเขาก็ตอบหนูปกติ ดูจอยกับเรามาก สักพักนึงเขาก็เริ่มตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง นั่งเล่นโทรศัพท์บ้าง เริ่มไม่จอยแล้ว ซึ่งในระหว่างที่หนูชวนเขาคุย เขาจะพูดขึ้นมาตลอดเลยว่า เธออย่าล่กดิว่ะ อย่าล่กได้ปะ พอเห็นเขาพูดบ่อย ๆ หนูก็เลยเลิกถามเขา มันก็เลยกลายเป็นการเงียบใส่กัน แต่หนูว่า หนูก็ไม่ได้มีแสดงอาการตัวสั่น ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น หนูคิดว่าอาจจะชวนเขาคุยเยอะเกินไปกว่าที่หนูคิด ตอนคุยกันก็ถามประมาณ เธอเคยนัดหรือป่าว นัดมากี่คนแล้ว เรียนที่ไหน คณะอะไร คำถามประมาณนี้... หลังจากนั้นเขาก็พูดย้ำอีกรอบ เธอดูล่กจัง ถ้าไม่อยากทำ เดี๋ยวกลับก็ได้นะ หนูก็เลยถามเขาไปตรงๆว่า จะเริ่มเลยไหมหละ? เขาก็พยักหน้า แล้วเหมือนแบบสถานการณ์ตอนนั้นเขาดูแฮปปี้ขึ้นมาเลย ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เขาตึงใส่หนู แล้วทีนี้ก็ตามสเต็ปเลย เล้าโลมกันปกติ แล้วหนูก็เหมือนอยากจูบเขา ก็เลยถามเขาว่า ไม่ Kiss กันหน่อยหรอ เขาก็นิ่งใส่หนูไปแป๊ปนึง แล้วก็ตอบกลับมาว่า เราไม่ค่อยชอบจูบอะ หลังจากนั้นเขาก็หยุดทำทุกอย่าง แล้วก็พูดต่ออีกว่า เธอดูล่กว่ะ ไม่ธรรมชาติเลย แล้วเขาก็โยนเสื้อมาปิดหน้าอกหนูไว้ แล้วก็ลุกขึ้น บอกกับหนูอีกรอบว่า เธอดูล่กอะ ไม่ธรรมชาติ แล้วก็ออกจากห้องหนูไปเลย ตอนนั้นคือหนูนั่งเอ๋อเลย หนูตั้งตัวไม่ทันว่าหนูผิดอะไร ที่หนูโทรเข้ามาวันนี้ก็เพราะ มันเสียความมั่นใจไปแล้ว คืนนั้นหนูนอนไม่หลับ รู้สึกดาวน์มาก ไม่มั่นใจในตัวเอง หนูอยากรู้วิธีเอาความรู้สึกนี้ออกไป แล้วก็อยากรู้ว่าที่หนูทำออกไปคืนนั้นมันดูล่กจริงๆหรอ? หนูค้างคาใจมากที่อยู่ดีๆเขาก็ไปเลย ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับคนบางคนที่เขาจะนัดมาเพื่อมีเพศสัมพันธ์ เขาไม่ต้องการการพูดคุยนะ เขามาเพื่อต้องการทำสิ่งนั้นแล้วจบ แล้วก็กลับ มันไม่ใช่การมาเดท เขาไม่ได้ต้องการมาอารัมภบท ไม่ต้องการจะรู้จัก บางคนไม่สนใจชื่อด้วยซ้ำว่าชื่ออะไร มันคือการนัดมาเพื่อทำกิจกรรมนั้นอย่างเดียว เรารู้สึกการที่น้องพยายามพูดคุย พยายามไปถามอย่าง “อยากจูบ” คือถ้าธรรมชาติคนที่เขาทำอะไรแบบนี้ เขาจะไม่ถาม ถ้าอยากทำเขาทำเลย พี่เลยรู้สึกว่าเนี่ยคือสาเหตุที่เขาทำแบบนั้นกับอิง แต่เอาจริง ๆ มันมีสาเหตุอีกมากมาย ที่พี่พูดคือพี่เดาจากสถานการณ์ที่อิงเล่ามานะ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่รู้ธรรมชาติของการนัดมีอะไรกันผ่านแอป เพราะเท่าที่พี่ฟัง พี่ไม่ได้รู้สึกมันล่ก หรืออะไรนะ พี่ก็รู้สึกมันคือการทำความรู้จักกันก่อน แบบเปิดประตูมาจะให้จุดระเบิด ปั้ง โป้ง เป้ง แล้วแยกย้าย มันก็ตลกนะ หรือเอาแบบนี้ คิดในมุมพี่ อิงดันไปเจอคนที่เขาโผงผาง คนละสไตล์กับเรา ทั้งสองคนอาจต้องการเซ็กส์เหมือนกัน แต่คนนึงไม่อยากคุย อีกคนอาจจะเออเราคุยกันก่อนสิ แล้วดันไปเจอคนที่ไม่รักษาน้ำใจ ขี้รำคาญ มันก็หงุดหงิดอะไรมาด้วยหรือเปล่า แต่พอพี่ฟังจบ พี่กลับรู้สึกโชคดีจังเลย เหมือนเป็นโชคดีของอิงที่ไม่ได้อะไรมากกว่านี้กับคนนี้ เพราะไม่รู้ว่าถ้ามีอะไรกันจริงๆ แล้วพอแยกย้าย บรรยากาศตอนนั้นอาจจะทำให้อิงรู้สึกยิ่งด้อยค่าตัวเองลงไปอีกหรือเปล่า เราอาจจะมาลงในสนามที่เราไม่เคย แล้วเราก็ไม่รู้ธรรมชาติของคนในแอปนี้ ว่าเขาต้องแนะนำตัวไหม คุยกันแค่ไหน หลายครั้งที่คนโทรเข้าพุธทอล์ค พุธโทร แล้วเล่าว่าไปเล่นผิดสนาม มือใหม่ เข้าไปเขาอาจจะมีทำเนียมของเขาที่เราอาจไม่รู้ เพราะฉะนั้นพี่ว่าเรื่องนี้ไม่อยากให้เอาไปผูกกับความมั่นใจ หรือคุณค่าในตัวเอง พยายามคิดไว้ว่าในโลกที่เขานัดเจอกันผ่านแอป มันก็ไม่ต้องมานั่งประดิดประดอยกันมาก ถ้าเราอยากประดิดประดอย อยากคุยก็ต้องลองช่องทางอื่น เอาเป็นว่า รสนิยม สไตล์มันดันไม่ตรงกัน แล้วดันไปเจอคนไม่แคร์อะไรด้วย จะไปก็ไปเลย มันเลยทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราอยู่ถูกที่ ถูกเวลา แล้วก็ถูกคน มันก็คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทั้งหลายทั้งมวลถ้าต้องการอะไรที่สวยงามก็หาช่องทางที่เหมาะสมกับเรา และกลับไปถามกับตัวเองว่า “ฉันเหมาะกับ One Night Stand หรือเปล่า” ปิดจบกันที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า “ไม่ต้องไปเสียความมั่นใจ คนนั้นก็อ่อนด้อยเหมือนกันแหละ ทำไมไม่เริ่มก่อนหละ มาว่าอิงล่ก ก็เปิดมาก่อนสิ ถ้าเปิดเราก็พร้อมตามอยู่แล้ว เป็นผู้ชายก็ลุกมากก่อนสิ งี้ก็มือใหม่เหมือนกันนั้นแหละ เข้าไม่ถูกไง” ‘เอาแบบนี้ถ้าอยากได้คนที่มีชั้นเชิง เป็นงานก็อาจจะต้องหาคนที่อายุมากกว่านี้ แล้วอิงเป็นคนชอบแบบมีเรื่องราวก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าแบบนี้เวลาหนูเข้าในแอป มันจะมีให้เลือกหลายประเภท มันมีโอกาสที่หนูจะเจอคนแบบจู่โจม หนูลองเปลี่ยนสนามไปร้านเหล้า มีคนแนะนำ เราดีลกันหน้างาน หนูยังเลือกคนได้ ยังสนทนากันได้นิดนึง ยังพอได้จีบกันหน่อย…..’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

13 ส.ค. 2024

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอ เพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้ แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใส แต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสน

คบแฟนมา 2 ปี ต่างคนต่างไม่เปิดตัวกัน ครอบครัวก็ไม่ได้เจอเพราะแฟนบอกว่า พ่อแม่หัวโบราณ จะเห็นรอยสักที่แขนขา เจาะจมูก เจาะหู ไม่ได้แล้วแฟนก็บอกว่าเราไม่ใช่สเปคแฟนเลย เขาชอบผู้หญิงน่ารักๆ ขาวใสแต่ก็ยังคบกับเรา ตอนนี้เราสับสนว่า จะอยู่กันแบบนี้ต่อไปหรือ เดินออกมา “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 ส.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาเราสักลายที่แขน และมีลูกติด ทำให้แฟนไม่อยากเปิดตัวเรากับที่บ้าน! “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายอายุ 39 เข้า 40 ปี เขาก็เป็นพนักงานออฟฟิศทั่วไปเหมือนกับหนู คบกันประมาณ 4 ปี เขาค่อนข้างที่จะดูแลเราดีในระดับนึง เรื่องไปรับ ไปส่ง เรื่องชีวิตประจำวัน เขาเคยพูดถึงเรื่องในอนาคตว่าหลังเขาทำงานเกษียณ ก็มีหนูอยู่ด้วยกันตรงนั้น ส่วนเรื่องแต่งานเราเห็นตรงกันว่า เราจะไม่แต่งกัน และเรื่องลูกก็ยังไม่อยากมีเพิ่ม แต่ว่ามีอยู่ปัญหาหนึ่งคือ หนูไม่เคยไปเจอคนในครอบครัวเขา และไม่เคยเปิดตัวหนูเลยแม้กระทั่งคนที่บ้าน ในโซเชียล หรือกลุ่มเพื่อนๆ ก็ไม่เคยพาไปเจอเลย เวลาเจอคนอื่นถาม เขาก็จะบอกว่าหนูเป็นน้อง แต่จะมีกลุ่มเพื่อนอีกกลุ่มที่หนูรู้จักกันมาก่อน เขาให้เหตุผลว่า 1. หนูมีลูกแล้ว เขาค่อนข้างเอ็นดู และดูเแลลูกหนู 2. หนูมีรอยสักนอกร่มผ้า จึงทำให้เขาเปิดตัวหนูยากมาก ซึ่งหนูก็ไม่เปิดตัวเขาเหมือนกันเพราะเขาไม่เปิดตัวหนู แต่ครอบครัวกับเพื่อนสนิทหนูรู้หมดทุกคน ด้วยความที่เราไม่เคยทะเลาะกันมาก่อน แล้วมันอาจจะเป็นประเด็นที่ทำให้เรา 2 คนทะเลาะกัน หนูจึงไม่เคยถาม เขาเคยพูดว่าสเปคของเขาคือ สูง ขาว สวย หุ่นดี หน้าตาดี มันตรงกันข้ามกับหนูเลย แต่เขาก็เป็นคนมาจีบหนู หนูสงสัยว่าทำไมเขาไม่เปิดตัวหนูสักที หนูไม่รู้ว่าเขาอายหรือไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีหนูอยู่ในชีวิตเขา จริงๆหนูก็รักเขา แต่ถ้าเป็นแบบนั้น หนูคงต้องไป หนูก็อยากมีตัวตน โดยที่ไม่ต้องปกปิด อยากให้ภูมิใจที่มีเรา หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรถามเขาไปตรงๆ หรือปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปดี? ซึ่งทางด้าน “ดีเจอ้อม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากให้ถามนะ ถ้าเอ็มรักตัวเองพอ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าไหว ก็ประคองตัวเองไปก่อน เราอย่าปล่อยให้คนคนนึงทำให้เราไม่เป็นตัวเอง เวลาเราจะถามใครก็แล้วแต่ เราต้องถามตัวเองก่อนว่ารับได้แค่ไหน ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ต้องถาม รอให้เราพร้อมที่จะล้มได้ ตอนนั้นแหล่ะ ให้ถามเลย และต้องปรับทัศนคติตัวเราเองให้เชื่อว่าการคุยและมีปัญหาไม่ได้เท่ากับการมีปัญหา การมีปัญหาระหว่างความสัมพันธ์มันอาจจะเป็นเรื่องการสื่อสาร การเข้าใจ แต่ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหา ถ้าเราพูดคุยกันได้ มันอาจจะเข้าใจกันได้ดีขึ้น น้องเอมต้องเชื่อมั่นในความเท่ของตัวเอง’ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะถาม เพราะเหตุผลของเขาคือคำตอบที่พี่ไม่ซื้อ เพราะทั้งหมดทั้งมวลคือคุณเลือกเรานะ ถ้าไม่อยากเปิดตัวเพราะเหตุผลนี้คุณจะเลือกเราทำไมตั้งแต่แรก แล้วยิ่งเป็นประเด็นที่เขาไม่ชอบอีก มันไม่ใช่ว่าคุณชอบฉันเพราะฉันเป็นแบบนี่หรอ พี่ว่ามันควรจะมีเหตุผลที่ดีกว่านี้ พี่อยากให้ถามเพราะเอ็มบอกว่า ไม่กล้าถามเขาเพราะกลัวเป็นประเด็นให้ทะเลาะกัน แล้วมันยังไง ทำไมคนรักกันจะถามอะไรที่จะทะเลาะกัน เพื่อความเข้าใจกันไม่ได้หรอ มันกลายเป็นว่าเราจะรักก้นดีๆโดยที่ไม่มีเรื่องที่เห็นไม่ตรงกันเลยหรอ ถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เขาคิดมันเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบ ไใ่พอใจ ไม่สมเหตุสมผล เราไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกเขาเลยหรอ พี่รู้สึกว่าความรักแบบนี้ไม่น่าจะดีนะ มัสต้องคุยกันได้ เพราะสิ่งนี้มันคือสิ่งที่มีเหตุผลพอที่จะถาม ไม่ใช่เรื่องงี่เง่า พี่ว่ามันคือสิ่งที่ควรคุยกัน’ และ “ดีเจอั๋น” ให้คำปรึกษาว่า ‘คนส่วนใหญ่คิดว่า ทุกความสัมพันธ์ไม่ใช่แค่แฟนกัน เราควรคุยกันได้ เพราะการสื่อสารสำคัญที่สุดที่ทำให้ความสัมพันธ์ใดๆก็มีสุขภาพดี คือ Healthy Relationship ถ้าเราอยู่ในความรักที่เรารู้สึกว่ามันดี แต่เราไม่กล้าที่จะพูดหรือบอกความรู้สึก พี่ไม่คิดว่าความรักหรือความสัมพันธ์นั้นมันดี และในทุกๆความรัก ทั้งเขาและเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกหรือไม่เลือก อย่าลืมสิทธิ์นี้ของตัวเองแล้วกกลัวว่าอยู่ดีๆเขาจะเปลี่ยนใจไม่เลือกเรา เราต้องเห็นค่าของตัวเองมากกว่านี้ เราอย่าลืมรักตัวเอง ทั้งหมดทั้งมวลเราบอกไม่ได้ว่าเขาเป็นคนดีหรือไม่ดี พี่ก็เคยอยู่ในภาวะไร้ตัวตน ถ้าเรารู้สึกว่าเขารักเรา เราถมเขาเลย ถามด้วยความรู้สึกว่าอยากเข้าใจ รักกันไม่จำเป็นต้องประกาศให้โลกรู้ แต่ก็ไม่ควรซ่อนฉันจนไร้ตัวตน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

19 ก.พ. 2026

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไป ซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่ หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ?

หนูไปต่อขนตามา แต่แฟนบอกว่าไม่ชอบที่ขนตาหนูมันจึ้งเกินไปซึ่งหนูชอบขนตาของหนูมาก แล้วหนูคิดว่ามันไม่ได้สะพรึงขนาดนั้นค่ะพี่หนูจะคุยกับแฟนยังไงดีคะ? ‘คุณเชอร์รี่’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษากับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเกลือ' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นไปต่อขนตามา แต่แฟนไม่ชอบที่ขนตาของเธอนั้นมันจึ้งเกินไป ‘คุณเชอร์รี่’ ได้เล่าว่า โดยปกติเธอก็แต่งหน้า ดัดขนตา ปัดมาสคาร่าไปทำงานเป็นประจำทุกวัน จนเธอเริ่มรู้สึกกังวลใจ ว่าหากต้องล้างเครื่องสำอางทุกวัน จะเสี่ยงทำให้ผิวหน้าเกิดริ้วรอยขึ้นได้ เธอจึงแก้ไขปัญหาด้วยการไปติดขนตาแม่เหล็ก เพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิต และความสุขของคนรักสวยรักงามอย่างเธอ แต่เมื่อแฟนของเธอได้เห็นว่าเธอนั้นไปติดขนตาแม่เหล็กมา ก็ได้บอกว่า “มันหนาเกินไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ” ซึ่งส่วนตัวคุณเชอร์รี่กลับไม่เห็นด้วย เพราะเธอรู้สึกว่า เวลาที่ถ่ายรูปออกมา ขนตาของเธอมันจึ้งมาก และส่วนตัวเธอนั้นก็ชอบ และมั่นใจกับการที่ติดขนตาแม่เหล็กเป็นอย่างมาก แต่เมื่อเวลาผ่านไป แฟนของเธอเริ่มพูดแซวหนักขึ้น เธอจึงได้เปลี่ยนจากการติดขนตาแม่เหล็ก เป็นการติดขนตาปลอมแบบก้านใสปกติ ซึ่งแฟนของเธอก็ยังไม่ถูกใจกับสิ่งนี้ และให้เหตุผลว่ามันดูไม่เป็นธรรมชาติอีกเช่นเคย เมื่อคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้น จึงตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตา (Eyelash Lifting) ซึ่งเป็นการดัดและยกโคนขนตาจริงให้งอนและเด้งขึ้น โดยขนตานี้จะอยู่ได้เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งเมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่เห็นก็ยังไม่ถูกใจอยู่ดี คุณเชอร์รี่เล่าว่า ในตอนแรกที่เธอไปลิฟติ้งขนตามาแล้วลงรูป แฟนของเธอก็ได้บอกว่า “ขนตาจึ้งมาก” ซึ่งเธอก็นึกว่าครั้งนี้เขาจะถูกใจในสิ่งที่เธอไปทำมา แต่เมื่อเธอได้เปิดเฟซไทม์ คุยโทรศัพท์กับแฟน เธอก็เห็นว่าสีหน้าของแฟนของเธอนั้นดูเซอร์ไพรส์มาก แต่แววตาของแฟนของเธอกลับดูจ๋อยลงทันที เหมือนกับว่ากำลังผิดหวังกับบางสิ่งบางอย่างอยู่ คุณเชอร์รี่ก็แอบเสียใจ เนื่องจากการที่เธอตัดสินใจไปลิฟติ้งขนตามานั้น ก็เพราะอยากจะให้แฟนรู้สึกชอบมากขึ้น ซึ่งแฟนของคุณเชอร์รี่ก็ได้บอกว่า ชอบที่คุณเชอร์รี่แต่งหน้าเบา ๆ ดูเป็นธรรมชาติมากกว่า พร้อมถามต่อว่า ขนตาที่ไปลิฟติ้งมานี้จะมีระยะเวลาอยู่ได้นานแค่ไหน คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบไปว่า สามารถอยู่ได้ประมาณ 2 เดือน เมื่อแฟนของคุณเชอร์รี่ได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก พร้อมทั้งตั้งตารอที่จะให้ผ่าน 2 เดือนนี้ไป แต่ตัวของคุณเชอร์รี่กลับคิดหนัก เมื่อเธอมาคิดว่า อีก 2 เดือน จะเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมีวันหยุดที่เธอกับแฟนจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งตัวของเธอเองนั้นก็เป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามเหมือนอย่างคนปกติ แล้วเธอรู้สึกชื่นชอบในขนตาที่ได้ไปทำมาเป็นอย่างมาก หากถึงวันนั้นที่ขนตาของเธอจะหมดอายุการใช้งาน เธอคงจะรู้สึกไม่ดี และคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้น เธอคงอยากที่จะทำมันอีกครั้ง คุณเชอ์รี่จึงได้ปรึกษากับเหล่าดีเจทั้งสามว่า จะทำอย่างไรกับแฟนของเธอดี เพราะเธอคิดว่า หากถึงเทศกาลสงกรานต์ ที่เธอจะต้องไปเที่ยวต่างจังหวัด เธอก็อยากที่จะไปลิฟติ้งขนตาอีกครั้ง เพราะเธอรู้สึกว่าสิ่ง ๆ นี้มันคือความสุขของเธอ หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจนจบ เหล่าดีเจทั้งสามก็ได้พูดให้กำลังใจ พร้อมทั้งสนับสนุนให้คุณเชอร์รี่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ และมีความสุขต่อไป โดย 'ดีเจเกลือ' ก็ได้พูดเสริมขึ้นว่า “ความสุขของน้องคือการติดขนตาก็จริง แต่ความทุกข์ของน้องคือน้องอยากให้แฟนชอบ ความอยากนี่แหละ มันคือการอยากที่จะเปลี่ยนแปลงคนอื่น ซึ่งมันยากมาก ความทุกข์ของเราที่เกิดขึ้น คือเรามักพยายามไปเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้ตามใจเรา” ซึ่งหลังจากที่ดีเจเกลือได้พูดจบ คุณเชอร์รี่ก็ได้ตอบเห็นด้วยในทันที เรียกได้ว่า สร้างเสียงหัวเราะ และความเอ็นดูให้กับเหล่าดีเจทั้งสามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ตอนนี้ตำรวจลงแล้ว! ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ตอนนี้ตำรวจลงแล้ว! ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ!

(ภาคต่อ) สายคุณลุงเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอยตอนนี้ตำรวจลงแล้ว!ทวงคืนความสงบสุขช่วงเวลากลางคืนได้สำเร็จ! ‘คุณแก้วตา’ (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 กับ ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่มีคุณลุงคนหนึ่งเปิดเสียงบทสวดดังลั่นซอย ในเวลาตี 3 ทำเอานอนไม่ได้! ‘คุณแก้วตา’ ได้มาอัปเดตว่า สถานการณ์ตอนนี้สงบสุขดีขึ้นมาก หลังจากที่ได้คุยกับพี่ ๆ ดีเจในรายการ ซึ่งในตี 3 ของวันถัดไปนั้นก็ได้มีเสียงบทสวดดังขึ้นจากบ้านคุณลุงเหมือนเดิม และเสียงนั้นมันก็ทำให้คุณแก้วตาหงุดหงิดมาก จึงได้โทรแจ้งตำรวจซ้ำ ๆ แต่ครั้งนี้กับต่างจากครั้งก่อน เพราะรอบนี้ตำรวจโทรกลับมา พร้อมถามถึงสถานที่อยู่อาศัยของคุณแก้วตา นั่นจึงทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาตำรวจไม่ทราบที่อยู่ และไม่เคยมาลงพื้นที่เลยสักครั้ง โดย ‘คุณแก้วตา’ บอกว่า ครั้งแรก ๆ ที่โทรแจ้งตำรวจไปแต่ไม่ได้รับการแก้ไข หรือไม่เห็นผลนั้น ตนคิดว่าคุณลงอาจจะดื้อ หรือไม่ยอมฟังคำเตือนของตำรวจ แต่แท้จริงแล้วนั้นคือ ตำรวจไม่เคยมาเลย เพราะไม่รู้สถานที่อยู่อาศัยของเธอ พร้อมเล่าอีกว่า ด้วยความที่เป็นช่วงเวลาตี 3 ซึ่งเป็นตอนกลางคืน ในตอนที่ตำรวจมาถึงหน้าบ้านของเธอ แล้วก็เข้าไปคุยกับคุณลุง เธอได้ยินเนื้อหาในบทสนทนาประมาณว่าให้เปิดเสียงเบาลงหน่อย เพราะมีข้างบ้านมาแจ้งว่าทำเสียงดัง และคุณลุงก็ไม่ได้เถียง หรือโต้ตอบอะไร หลังจากนั้นคุณลุงก็เงียบไป และไม่มีเสียงบทสวดดังมาจากบ้านคุณลุงอีกเลย หลังจากที่เหล่าดีเจทั้งสามได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด ก็ได้ร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จในการทวงคืนความสงบสุขของคุณแก้วตาด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ถือเป็นการอัปเดตสายที่เคลียร์ปัญหาจบไปได้ด้วยดีเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-