คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

10 เม.ย. 2026

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด 

ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน 

เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง

มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

        ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแฟนชอบควบคุมอาหารการกิน จนไม่มีความสุข

        ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “ กำลังเจอปัญหาขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เพราะถ้าไม่กินตามใจแฟน แฟนจะงอน แฟนเป็นคนจีนมาเลเซีย อายุ 22 ปี ม่านม่านย้ายมาอยู่ที่มาเลเซียได้ 3 ปี และก็คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ เขามีความเป็นผู้ใหญ่นะคะ ทั้งความคิด และทุก ๆ อย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน

        ตัวม่านม่านเป็นคนที่ต้องทำงานกลางคืน เมื่อตื่นมาหนูก็จะยังไม่หิว ยังไม่อยากกิน แต่เขาก็ยังซื้ออาหารมา และจะให้หนูกินให้ได้ ช่วงแรก ๆ หนูก็คิดว่าเขาคงเป็นห่วง และถ้าสมมุติวันนั้นเขาซื้อข้าวผัดมา แล้วเราพูดว่าอันนี้อร่อยนะ เขาก็จะซื้อข้าวผัดกลับมาให้เราทั้งอาทิตย์เลย หนูต้องทนกินเมนูเดิม ๆ แต่อาหารของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ 

        ย่านที่หนูอยู่ขึ้นชื่อเรื่องบักกุ๊ดเต๋ที่อร่อยมาก แต่หนูไม่สามารถกินมันได้ทั้ง 5 วัน ซึ่งหนูเคยได้กินเกือบทั้งเดือน จนแค่พูดชื่อก็อยากจะอ้วกแล้วค่ะ บางครั้งหนูก็อยากกินอะไรเล่น ๆ แค่พอหายอยากอย่างส้มตำ  ไม่ได้อยากกินจริงจังให้อิ่ม แต่เขาก็จะบอกว่า “ไม่ได้ ถ้าจะกิน ต้องกินให้อิ่มนะ”  ซึ่งเขาไม่ชอบให้หนูทำอาหารกินเอง หรือไปกินอะไรคนเดียวโดยไม่มีเขา ช่วงปีแรกหนูมองว่าเขาแค่เป็นห่วง แต่ปีที่ 2-3 มันเริ่มเป็นปัญหา เพราะถ้าเขาซื้อมาแล้ว หนูต้องกินเท่านั้น หรือบางทีหนูกินมาแล้ว แต่เขาจะพาหนูไปกิน หนูก็ต้องกินอีก ไม่งั้นเขาจะงอน ผลลัพธ์คือหนูแทบไม่ได้กินสิ่งที่หนูอยากกินเลย

        เคยมีเหตุการณ์ที่หนูอ้วก เพราะต้องกินแต่ของมัน ๆ ติดกันนาน ๆ เขาถึงยอมเปลี่ยนเมนูให้  ซึ่งก็มีบ้างที่เขาเสนอตัวเลือกให้เราเช่น “วันนี้จะกินอะไร บะหมี่ หรือข้าวมันไก่?” หนูก็เลือกบะหมี่ไป แต่สิ่งที่เขาซื้อกลับมาดันเป็นข้าวมันไก่พร้อมเหตุผลว่า “ข้าวมันไก่อร่อยกว่า” ทำให้หนูต้องคอยจับทางทุกครั้งที่เขาถาม เช่น “วันนี้จะกินบักกุ๊ดเต๋ หรือข้าวมันไก่” หนูก็จะถามกลับว่า “คิดว่าอะไรอร่อย” ถ้าเขาตอบกลับว่า "บักกุ๊ดเต๋ก็อร่อย แต่ข้าวมันไก่ดีกว่า" หนูก็จะตอบว่า “โอเค งั้นข้าวมันไก่เลย” เพราะหนูรู้อยู่แล้วว่าหนูจะไม่ได้กินสิ่งที่หนูเลือก 

        ด้วยความที่หนูเป็นคนต่างชาติ เขาคงอยากให้หนูได้ลองกินอะไรใหม่ ๆ แบบอาหารบ้านเขาดู ไม่ใช่ว่าหนูกินไม่ได้ แต่หนูเคยอธิบายให้เขาฟังว่าตอนอยู่ไทย หนูกินอะไรแบบไหนบ้าง หวังให้เขาเข้าใจถึงความชอบ และความต้องการความหลากหลายของหนู กลับกลายเป็นว่าเขางอน และไม่ซื้ออะไรให้หนูเป็นสัปดาห์เลย พอหนูถามเขาก็พูดตัดพ้อว่า “ก็ซื้อให้แล้วไม่ถูกใจหนิ” ซึ่งเขาแค่กลัวเราเหนื่อยที่ต้องทำงานดึก เลยอยากเทคแคร์เรา เคยบอกแล้วว่าหนูสามารถซื้อเองได้ แต่เขาก็ไม่ยอม หรืออาจจะเพราะปมครอบครัวเขาในวัยเด็ก เขาเติบโตมาโดยขาดความเอาใจใส่ พอเขามาอยู่กับหนูเขาเลยพยายามที่จะดูแลให้ดีที่สุดแทน ซึ่งสิ่งที่สังเกตได้คือ เขามักจะซื้อของที่แพงกว่าของเขาให้หนูกินเสมอ

        เคยพยายามแก้ปัญหา ด้วยการคุยเกี่ยวกับเรื่องอาหารหลายครั้ง แต่เขาก็แก้ได้ไม่นาน และกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก พยายามคิดหาวิธีอื่น ๆ ที่จะให้เขาเข้าใจ ไปปรึกษาเพื่อน และคนรอบข้างก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ผล จึงอยากปรึกษากับพี่ ๆ ดีเจว่า “มีวิธีไหนที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้นบ้างคะ”

        คุณม่านม่านยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อเธอขอให้แฟนพาไปกินอาหารที่อยากกิน แฟนจะถามว่าร้านปิดกี่โมง เขาจะถ่วงจนร้านปิด แล้วไปทานอย่างอื่นแทน และตอนนี้ม่านม่านอยู่ที่ไทย แฟนกำลังจะมาหา เธอควรเอาคืนด้วยการลองให้แฟนกินส้มตำบ่อย ๆ บ้างดีมั้ย ดูว่าเขาจะรับได้หรือเปล่า

        ‘ดีเจทั้งสาม’ ให้ความคิดเห็นตรงกันว่า “คุณม่านม่าน ต้องลองเด็ดขาดดู เช่นเมื่อเขาชวนไปกินอะไรที่ไม่อยากกิน ม่านม่านก็ตอบไปเลยว่า "ไม่กิน !" และถ้ามีอะไรที่เราอยากกินก็พูดให้ชัด ย้ำให้เขารู้ว่าเราอยากกินจริง ๆ ถ้าการคุยจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเขาทะเลาะกับเรา ก็ทะเลาะเลย หรือถ้าไม่งั้นเราก็ต้องเลือก จะเปลี่ยนแฟน หรือทนกินบักกุ๊ดเต๋ไปแบบนี้”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

09 ม.ค. 2026

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือแต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อนจากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี? คุณกู๊ด (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เรื่องที่ตนนั้นคบกับแฟนมา 7 ปี แต่ไม่เคยทำอะไรไปมากกว่าการจับมือ มาฟังกันว่าเรื่องราวของคุณกู๊ดจะเป็นอย่างไร คุณกู๊ด (นามสมมติ) ได้เล่าว่า “เมื่อก่อนถ้าให้เปรียบเทียบความสัมพันธ์ว่าลึกซึ้งกันถึงไหน 1-10 ผมให้ 1 แต่ตอนนี้ผมให้ 5-6 ครับ หลังจากที่ตอนที่แล้วได้ออนแอร์ไป ตอนแรกผมก็ยังไม่ได้คิดว่าจะไปคุยกับเขา แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งตอนที่เราโทรคุยกัน เขาก็พูดขึ้นมาว่าเขาอยากดูพุธทอล์คพุธโทร ผมก็ตกใจเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยดูรายการอะไรแบบนี้บ่อย แต่สุดท้ายเขาก็ได้ไปฟังแล้วโดยที่ผมไม่ได้บอกเขา คือเขาก็บอกผมว่าเสียงมันคล้ายกับเสียงผม แต่ตอนเล่าผมก็พยายามดัดแปลงบางส่วนเพื่อให้เขาจับไม่ได้แต่เขาก็บอกว่าเสียงมันคุ้นนะ และก็วิธีการหยุดหรือพวกคำสร้อยของผม พอเขาถามมาเราก็รีบบอกไปเลยว่า ใช่ เราเอง เขาก็ไม่ได้โกรธหลังจากนั้นเราก็มีการคุยกัน เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ติดอะไรนะ เขาโอเคกับเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าผมไม่ได้เป็นคนรีบ ก็เลยไม่ได้สานต่อ มันเลยกลายเป็นว่าเราสองคนไม่ได้เริ่มกันสักที แต่พอมันเป็นแบบนี้ผมก็ค่อนข้างแฮปปี้ในระดับหนึ่ง ผมเลยไปขอเขาที่ญี่ปุ่นเมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมานี้ ถ้าจะอัพเดตเนี่ย ระดับ 5 ที่ผมบอกคือเราก็เริ่มมีการใกล้ชิดมากขึ้น อาจจะมีจุ๊บปากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนนอนหรือตอนที่อยู่ด้วยกัน แต่ว่ามันก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น” หลังจากฟังเรื่องราวอัปเดตจากคุณกู๊ดจบ เหล่าดีเจต่างก็เขินจนทำตัวไม่ถูก โดย ดีเจต้นหอม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “คุณกู๊ดอาจจะต้องเป็นคนที่เริ่มต้น มัน 7 ปีแล้วมันก็เริ่มได้แล้วแหละ ให้คุณกู๊ดศึกษาจากหนังผู้ใหญ่ได้เลย สเต็ปต่อไปคุณกู๊ดจะได้รู้ว่ามันไม่ใช่การศึกษาแค่นิสัย มันต้องศึกษากันทั้งหมดเลย เราเข้ากันได้ไหม จังหวะของเราทำให้เขาอึดอัดรึเปล่า มันเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้เลย” ต่อมา ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้มันไหลไปตามธรรมชาติครับ ขอให้มันพัฒนาไปอย่างถูกต้องตามครรลองและจังหวะของมันละกันครับคุณกู๊ด ยินดีด้วยที่มันได้เริ่มต้น” สุดท้าย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “สุดท้ายมันจะปรับปรุงแล้วมันจะไปด้วยกันได้ทั้งคู่”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

06 มี.ค. 2026

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเราทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมเราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ? ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชาวเกาหลีไม่โอเคเพราะเพื่อนเกย์มานอนค้างที่คอนโด ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเพิ่งคบกับแฟนชาวเกาหลีวัย 40 กว่าได้ไม่นาน กำลังจะเข้าสู่เดือนที่สอง โดยช่วงนี้แฟนหนุ่มได้บินกลับเกาหลีไปได้ครึ่งเดือนแล้ว คุณนิสามีเพื่อนเป็นเกย์ออกสาว ซึ่งปกติเพื่อนคนนี้จะมาหา มาพูดคุย และนอนค้างที่คอนโดเป็นบางครั้ง แต่ช่วงที่แฟนมาไทย เพื่อนก็ไม่ได้มา ล่าสุด เพื่อนเกย์คนดังกล่าวจะมาค้างที่คอนโด คุณนิสาจึงส่งข้อความบอกแฟนไป แต่แฟนกลับตกใจมากและถามว่า “ทำไมถึงนอนกับผู้ชาย” ซึ่งคุณนิสามองว่าเพื่อนคนนี้เป็นเกย์ที่ออกสาวมาก และแฟนก็รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเธอเคยส่งวิดีโอที่เพื่อนเต้นให้ดู แต่แฟนหนุ่มยืนยันว่า อย่างไรก็ตามเพศสภาพของเพื่อนคนนี้ก็คือผู้ชาย ถ้ายังมีอวัยวะเพศชายอยู่เขาก็ไม่ไว้ใจ ทั้งที่เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนกับคุณนิสามาตั้งแต่มัธยม และเวลาที่เพื่อนมานอนก็จะนอนที่โซฟา ส่วนคุณนิสานอนในห้องของตนเอง แต่แฟนก็ยังคงรับไม่ได้ และพูดว่า ถ้ายังให้เพื่อนมานอนด้วยแบบนี้ ก็ต้องเลิกกัน คุณนิสาจึงตัดสินใจว่า “โอเค เลิกก็เลิก” เพราะเธออยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนมาก ไม่นานหลังจากนั้น แฟนชาวเกาหลีก็ทักข้อความมาหาว่าเขาไม่อยากเลิกกับคุณนิสาเพราะเรื่องนี้ แต่เขายังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่โอเคกับการให้เพื่อนมานอนที่ห้อง ขณะที่คุณนิสาก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะไม่เลิกคบ และจะอยู่กับเพื่อนแบบนี้ต่อ เพราะเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว สำหรับคุณนิสาแล้ว เพื่อนเกย์คนนี้ไม่ใช่ผู้ชาย และเรื่องอื่น ๆ ในความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็ราบรื่นดี แฟนไม่เคยบังคับ และเคารพในมิตรภาพของพวกเธอ แต่แฟนก็อยากให้มองในมุมของเขาว่า แม้เขาจะพยายามฝืนให้โอเคได้ในตอนนี้ แต่ในระยะยาวเขาก็จะอึดอัด ซึ่งคุณนิสาก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเพื่อน และแฟนกับเพื่อนก็ยังไม่เคยเจอกัน แฟนชาวเกาหลีจึงขอเวลาไปหาทางออก เนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน คุณนิสาจึงอยากปรึกษาว่า จะทำยังไงให้เรื่องนี้มีทางออกที่สามารถอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจได้บ้าง เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ การยอมรับกลุ่ม LGBTQ ในเกาหลี ส่วนใหญ่เขาค่อนข้างไม่เปิดรับ พี่เข้าใจได้ว่าเขาสามารถคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งหน้าและกริยาเหมือนผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่แม้แต่พ่อแม่ที่ไทยบางคน ก็ยังไม่โอเคเลยที่ลูกสาวจะนอนกับเพื่อนที่เป็นเกย์ สำหรับพี่มองว่า เพื่อนหนูอาจจะเข้าใจหนูก็ได้ แต่ตอนนี้นิสายังไม่กล้าคุยกับเขา สุดท้ายชื่นชมนะ เพราะส่วนใหญ่คนจะเลือกผู้ชายมากกว่าเพื่อน ในเมื่อเรารู้แล้วว่าตอนนี้แฟนต้องการเวลาปรับตัวให้ยอมรับเรื่องนี้ได้ ระหว่างนี้เราก็ไปคุยด้วยความจริงใจกับเพื่อนก่อน ถ้าเขารู้ว่านิสาได้เลิกไปแล้ว นิสาเลือกเขาก่อนแล้ว เขาจะเข้าใจนะ แล้วค่อยไปคุยกับแฟน ถ้าเขารู้จักกันกับเพื่อนเรา เขาอาจจะเข้าใจก็ได้” ตามด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “ต่อให้ไม่ต้องเป็นเกาหลีพี่ก็พอเข้าใจ มันเพิ่งจะสองเดือนแรก อาจจะคลั่งรักมาก จะมีหึงบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นคนเกาหลี วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนั้น พี่ก็ยิ่งเข้าใจเลย แต่แนะนำว่าช่วงนี้ก็อาจจะต้องเลี่ยงการเจอกับเพื่อนหน่อย จนกว่าแฟนจะได้เจอกับเพื่อนเราจริง ๆ แล้วเขาอาจเข้าใจ สุดท้ายแล้ว ลองชั่งน้ำหนักดูว่าแฟนหนูมีค่าพอให้ยื้อมั้ย หรือควรจะเลือกอะไร" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ตรงกลางสำหรับพี่คือ ติดกล้อง แล้วดูในแอปพลิเคชันค่ะ บอกเขาว่าเป็นแบบนี้ไปก่อน ดูในกล้องไปก่อน อย่าเพิ่งเลิกกัน แต่ถ้าถึงวันที่เขาเจอกับเพื่อนเราแล้วเขายังรับไม่ได้ ก็คือรับไม่ได้แล้วค่ะ" สรุปแล้วดีเจทั้งสามมีความคิดเห็นที่เหมือนกันว่าควรให้แฟนกับเพื่อนได้ลองเจอกันก่อน แล้วการตัดสินใจ หรือทางออกที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายนั้นจะง่ายขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

05 ก.ค. 2024

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟน โทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"

เรากับแฟน เป็นผู้หญิงแกร่งเหมือนกันทั้งคู่ แต่บางทีเราก็มีโมเมนต์อยากอ้อนแฟนโทรหาให้ขับรถมารับเราหลังเลิกงาน แต่แฟนตอบกลับมาว่า "ปกติก็ทำเองได้นิ ทำไมต้องให้ไปรับด้วย"อาจจะด้วยความที่แฟนเป็นคนที่วางตารางชีวิตตัวเองทุกวัน หรือ ไปทำให้แฟนเสียแพลนรึเปล่าคะ? “คุณเจน (นามสมมติ)” อายุ 38 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ก.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาอยากให้แฟนมารับมาส่งบ้าง แต่เขาบอกว่าเราบอกกะทันหันไป เขามีแพลนของตัวเองแล้ว โดย “คุณเจน (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูมีแฟนเป็นผู้หญิง เจอกันผ่านแอปพลิเคชัน ตอนแรกก็คุยกันแบบเป็นเพื่อน แต่พอคุยไปคุยมาแล้วมันคลิ๊ก ก็เลื่อนความสัมพันธ์มาเป็นแฟนกันได้ 1 ปี แต่ลักษณะของหนูกับแฟนจะเป็นประเภทที่ดูแลตัวเองกันได้ทั้งคู่ ตอนนี้เลยมีปัญหาอยู่เรื่องหนึ่ง คือบางทีหนูทำงานเหนื่อย แล้วหนูอยากให้เขามารับไปส่งบางครั้ง เขาเลยถามหนูว่า “ทำไมอยู่ดีๆ ให้ทำแบบนี้” เพราะปกติหนูก็ไปทำงานเอง กลับเองได้ แล้วเขาบอกว่า การที่หนูไปขอเขาแบบนี้เลย มันเหมือนเขาต้องทำให้เลย ไม่มีตัวเลือกให้เลือก ซึ่งการที่หนูขอแบบนี้มันคือการบอกว่าให้เขาต้องทำ ไม่งั้นหนูจะงอน แต่จริงๆแล้วหนูแค่อยากมีโมเมนต์หวานๆบ้าง เพราะว่าพวกเราไม่ค่อยมีเวลาว่างตรงกัน ก่อนหน้านี้ก็เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆกัน คือวันนั้นหนูเลิกงานดึก แต่เขาเลิกงานแล้ว เขาว่างแล้ว หนูบอกเขาว่า “เธอขับรถมารับเราได้มั้ย” เขาก็บอกว่า “อ้าว แต่เราเพิ่งเลิกนะ เรากำลังจะดูหนัง พักผ่อน” คือเหมือนเขาเป็นคนที่ติดการวางแพลนในหัวตลอดเวลา ว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง แล้วเขาบอกว่า อยู่ดีๆหนูไปทำลายแพลนเขา เขาก็บอกว่า “แล้วฉันต้องทำงยังไงละ” เหมือนมันรวนเพราะเขาวางตารางไว้แล้ว เราหนูก็จะงอนถ้าเขาไม่ทำให้ คือหนูดูแลตัวเองได้มาตลอด แค่นานๆเขาที ส่วนเขาไม่เคยทำตัวอ่อนแอเลย เพราะเขาเคยบอกว่า เขาไม่ชอบเป็นภาระให้คนอื่น หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่าหนูกับแฟนควรจะหาตรงกลางร่วมกันยังไงดี? หนูควรจัดการยังไงให้ไม่รู้สึกนอยถ้าเขาปฏิเสธ’ โดย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาเราเลือกแฟน เราต้องรู้ไลฟ์สไตล์กับ เนเจอร์ของเขาก่อน อยากได้คนขี้อ้อน ก็เลือกคนขี้อ้อน แต่นี่เราเลือกแฟนที่ดูแลตัวเองได้ แปลว่าสิ่งที่เจออยู่นี้มันอยู่ในแพ็คเกจนี้ อยากได้แฟนแบบไหนก็เลือกแฟนแบบนั้นตั้งแต่แรก ทีนี้แฟนเรามาด้วยแพ็คเกจนี้ เราก็ต้องยอมรับสิ่งนั้น แต่ถ้าแบบว่าอยากมีโมเมนต์นั้น อยากให้มารับบ้าง ก็นัดล่วงหน้า ในเมื่อรู้ว่าเขาเป็นคนชอบแพลน ปรับที่เราเพราะเราเลือกแล้ว หรือเรียกเขามาถูดคุย พี่ว่าพี่เขาใจเขา แต่ถ้าเกิดว่ามีเหตุการ์ฝนตกหนักมากกลับไม่ได้ ขอให้เขามารับแต่ไม่มา อันนี้ไม่ใช่แล้ว อันนี้คือเขาขาดตกบกพร่องในหน้าที่แฟนแล้ว ถ้ารู้สึกว่าเขาไม่มีน้ำใจ ไม่หยิบยื่นอะไรให้เรา หรือเราเจอสถานการณ์ที่ต้องการความช่วยเหลือจากเขาแล้วเขาไม่ช่วย คงต้องเปลี่ยนแฟน ไม่ได้บอกให้เลิกหรือให้คบ ลองประเมินดูว่าเขาเป็นแบบไหน ตรงกลางสำหร้บหอมคือ คุยกันล่วงหน้า’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคนเราเป็นแฟนกัน มันก็ต้องมีมุมที่อยากให้แฟนดูแลบ้าง สมมุติ “ถ้าฉันยกกระเป๋าให้เธอ มันก็มีบางวันที่ฉันเหนื่อย ฉันก็คาดหวังว่าเธอจะยกกระเป๋าให้ฉันบ้างเพราะเป็นแฟนกัน” เพราะที่เจนเล่าคือไม่ได้ขอทุกวัน ไม่ใช่อาทติิตย์ละครั้ง แต่นานๆทีถึงจะขอ เข้าใจนะว่าเขาวางแพลนทุกอย่างมาแล้ว แต่ในสถานะที่เป็นแฟนกัน ถ้าเขาต้องการสิ่งนี้ วันนั้นเขาเหนื่อย เขาอ่อนแอจริงๆ เขาไม่ได้ขอทุกวัน พี่คิดว่าเป็นแฟนกันควรทำให้กันได้ แต่ก็เข้าใจที่พี่หอมพูด ว่าเขาเป็นแบบนั้นตั้งแต่แรก เจนก็ดูแลตัวเองได้ตั้วแต่แรก แต่ถ้าวันนี้เจนไม่ได้แข็งแรงเท่าเดิม แล้วต้องการให้เขาเติมเต็มความต้องการของเจน พี่ว่าก็ต้องคุยกัน ซึ่งถ้าคุยกันแล้ว เขาบอกว่า ไม่ เขาไม่ใช่คนแบบนั้น งั้นเจนก็ต้องถามตัวเองว่า วันนั้นเจอลนยังโอเคอยู่มั้ย มันไม่ผิดเลยนะ เจนก็มีสิทธิ์ที่อยากจะเปลี่ยนไปอยากอ่อนเเอบ้าง และเขาก็มีสิทธิ์ที่เจนเปลี่ยนแต่เขาไม่พร้อมเปลี่ยนไปด้วย เพราะเขาก็ชัดเจอของเขาตั้งแต่แรก พี่ว่าคนเราเปลี่ยนกันได้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องถามใจตัวเอง ว่าวันนั้นที่เราเรียกร้อง เป็นเพราะว่าเราต้องการจริงๆ หรือแต่เรียกร้องความสนใจ ก็มองดีๆนะ ว่าเขามีชีวิตของตัวเอฝ หรือไม่มีน้ำใจเลย แต่พี่ว่าเขาเป็นคนที่แน่นอน มีตารางวางไว้ว่าจะทำอะไร พี่รู้จักคนแบบนี้เยอะ การที่เราจะบอกแบบนั้นว่า “เธอเราเลิกงานแล้วมารับหน่อยสิ” คือทมันกนะทันหันมาก แล้วถ้าเขาไม่ได้เตรียมใจจะมา มันก็จะสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้เขา หมายถึงว่า อยู่ดีๆจะมาเอาแต่ใจอะไรตอนนี้ เพราะปกติก็ดูแลตัวเองมาตลอด พี่ว่ามันกระทันหัน แล้วก็มัดมือชกเขาไปหน่อย ถ้าลองเปลี่ยนวันคืนก่อนเราคุยกับเขา นัดกับเขาไม่ต้องนัดล่วงหน้านานหรอก แบบให้เขาได้รู้ว่า เจนอยากให่ไปรับหรอ อยากไปกินข้าวหรอ ลองวางแพลนมั้ย ถ้าเขาไม่เอาอีก ค่อยเริ่มมาคุยว่าเวลาที่ใช้ชีวิตด้วยกันมันอยู่ตรงไหน บอกเลย แล้วจะเอาเลย บางคนเขาก็ไม่ชอบนะ ยิ่งเขาเป็นคนวางตารางไว้ชัดเจน ยิ่งยากเลย เจนเองที่ต้องสังเกตุว่ามันเกิดจากสิ่งที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวเขา แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่า เราเรียกร้องโดยไม่มีเหตุผล หรือเขาแล้งน้ำใจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เป็นเจ้าของธุรกิจร้านคาเฟ่เล็กๆ ทั้งร้านมี 3 ที่นั่ง แต่เจอลูกค้าที่ชอบนั่งแช่นานๆ มาคนเดียวยังนั่งโต๊ะใหญ่ ทั้งวันสั่งกาแฟแก้วเดียว บางวันเอาน้ำขวดใหญ่เข้ามากินในร้าน พีคสุดคือหายไปเข้าห้องน้ำครึ่งชั่วโมง จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไงดี..

17 ม.ค. 2025

เป็นเจ้าของธุรกิจร้านคาเฟ่เล็กๆ ทั้งร้านมี 3 ที่นั่ง แต่เจอลูกค้าที่ชอบนั่งแช่นานๆ มาคนเดียวยังนั่งโต๊ะใหญ่ ทั้งวันสั่งกาแฟแก้วเดียว บางวันเอาน้ำขวดใหญ่เข้ามากินในร้าน พีคสุดคือหายไปเข้าห้องน้ำครึ่งชั่วโมง จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไงดี..

เป็นเจ้าของธุรกิจร้านคาเฟ่เล็กๆ ทั้งร้านมี 3 ที่นั่ง แต่เจอลูกค้าที่ชอบนั่งแช่นานๆมาคนเดียวยังนั่งโต๊ะใหญ่ ทั้งวันสั่งกาแฟแก้วเดียว บางวันเอาน้ำขวดใหญ่เข้ามากินในร้านพีคสุดคือหายไปเข้าห้องน้ำครึ่งชั่วโมง จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไงดี.. “คุณโมโม่ (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [15 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาลูกค้าชอบนั่งแช่ในคาเฟ่นานๆ โดย “คุณโมโม่” ได้เล่าว่า “ที่ร้านจะเป็นร้านขายขนมเล็กๆ มีที่นั่งประมาณ 3 ชุด คือ โต๊ะใหญ่ 1 ชุด โต๊ะเล็ก 2 ชุด แล้วจะมีน้องลูกค้าคนหนึ่งที่แรกๆ เขาก็มาซื้อทุกวันปกติไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จะมีเหตุการณ์หนึ่งที่พีคๆ ของเขา คือ เขามานั่งทานที่ร้านคนเดียว แล้วเขาเอาชุดวาดระบายสีมากางเต็มโต๊หะ ซึ่งเขาเลือกที่จะนั่งโต๊ะใหญ่ แล้วก็นั่งแช่อยู่แบบนั้น แต่เขาจะสั่งกาแฟวันละ 1 แก้วเท่านั้น แล้วก็อยู่ยาวๆ เลยคือ 2 - 3 ชั่วโมงจนไม่มีลูกค้าแล้ว เขาก็ทานกาแฟแก้วนั้นแป๊ปเดียวก็หมด แต่เขาก็ยังนั่งอยู่ เหตุการณ์ต่อมา คือ ช่วงปีใหม่ที่ร้านลูกค้าจะเยอะมากอยู่แล้ว น้องคนนี้เขาก็มาแต่พกขวดน้ำส่วนตัว 1.5 ลิตรมาด้วย เราก็ไม่เห็น มาเห็นตอนที่เราไปเก็บโต๊ะแล้วน้องเขาทิ้งขวดไว้ อันนี้เราก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อีกวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ติดๆ กันทุกวัน เขาก็มาเหมือนเดิม สั่งน้ำแก้วเดียว 65 บาท แล้วก็นั่งทานที่ร้าน เขาเลือกนั่งโต๊ะเล็กและมีอุปกรณ์ของเขาครบมือเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้เขาเอาหูฟังอันใหญ่ๆ ที่แบบครอบทั้งหูมาใส่ ซึ่งน้องก็ยังเป็นเด็กมัธยม มีหนังสือ IPad มือถือ น้องเขาก็นั่งอยู่แบบนั้นจนลูกค้าเยอะ ไม่มีที่นั่ง น้องเขาก็ไม่ลุกไปไหน เราก็แบบเอ๊ะ... น้องเขาทำอะไร หนูเลยไปดู ทีนี้ก็เห็นน้องเขานั่งหลับ หนูก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยไปจนลูกค้าหมดร้านไป วันต่อมาน้องเขาก็มาอีก ลูกค้าในร้านก็เยอะอยู่ เขาก็เอาหนังสือมาอ่าน อุปกรณ์ก็ยังครบมือเหมือนเดิม จนลูกค้าหมด ตอนอยู่ที่โต๊ะเขาไม่ได้อ่านหนังสือแต่เล่นมือถือ พอไม่มีลูกค้าก็จะเหลือแค่หนู แล้วก็น้องลูกค้าคนนี้ 1 คน เขาก็เอาหนังสือไปอ่านในห้องน้ำ ทีนี้เราก็จับเวลาเลยว่าเขาเข้าไปกี่นาที ก็คือเขาเข้าไปประมาณครึ่งชั่วโมง อีกวันหนึ่งเขามาอีกเหมือนเดิม แต่ไม่สั่งขนมเลย ทั้งๆที่ร้านเราเน้นขายขนม แล้วเขาก็เอาขวดน้ำดื่มของตัวเองไปเติมน้ำที่ร้าน เพราะที่ร้านเราจะมีน้ำดื่มให้ทานฟรีเป็นแบบเหยือก เขาก็เอาขวดตัวเองไปเติมจนหมดเหยือก แต่หนูก็ไม่ได้ว่าอะไร และอีกวันหนึ่งน้องเขาก็มาอีก จนเราเดินเข้าไปถามน้องเขาว่า “น้องรับอะไรเพิ่มไหมคะ?” น้องก็มองหน้าเรามึนๆ แล้วก็บอกว่า “อ๋อ ไม่ครับ” เราก็บอกว่า “พอดีว่าเดี๋ยวมีลูกค้าจองโต๊ะเข้ามา พี่ขอรบกวนได้มั้ยคะ” น้องก็บอก “อ๋อ งั้นผมย้ายไปนั่งโต๊ะอื่นได้ไหม” ทั้งๆ ที่น้องก็ไม่เหลืออะไรทานแล้ว เขาสั่งแค่น้ำแก้วเดียวแต่เขาก็ยังนั่งอยู่ หนูก็เลยบอกเขาไปว่า “อ๋อ พอดีว่าเขามาเยอะอ่ะค่ะ” ซึ่งตอนนั้นเป็นเวลาบ่าย 2 ครึ่ง น้องก็เลยบอกว่า “อ๋อเดี๋ยวบ่าย 3 ผมไปครับ” แล้วก็คือบ่าย 3 เป๊ะน้องเขาก็ไปจริงๆ อีกวันหนึ่งเขาก็มาอีก พกขวดน้ำมาอีก ทีนี้เราก็เลยเดินไปเตือนเขาว่า “น้องครับ ขอรบกวนไม่เอาน้ำดื่มหรืออาหารข้างนอกเข้ามาทานที่ร้านได้มั้ยครับ” เขาก็แบบ “อ๋อ ครับ” แค่นี้ ก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไร หลังจากนั้นเขาก็ยังมาทุกวัน ๆ เหมือนเดิม แต่พฤติกรรมพกขวดน้ำมาก็เริ่มหายไป มีวันหนึ่งที่หนูก็ทักเขาว่า “อ๋อ น้องวันนี้เหมือนเดิมเนอะ” น้องเขาก็เหมือนไม่ได้อยากคุยกับเรา น้องก็บอก “อ๋อ ไม่ครับ” แล้วเปลี่ยนเป็นเมนูอื่นเลย หนูก็เข้าใจได้ว่า น้องเขาก็ไม่ได้อยากให้ใครรบกวนเขา หนูไม่ทราบว่าเขาโดดเรียนมามั้ย หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือช่วงเด็กม.6 ใกล้สอบเข้ามหาลัยอาจจะเข้า-ออกโรงเรียนช่วงไหนก็ได้ บางทีน้องเอาของมาวางโต๊ะเต็ม ลูกค้าที่ไม่มีที่นั่งเขาก็กลับไป ซึ่งตรงนี้เราเสียโอกาส เสียลูกค้าที่เขาตั้งใจมากินขนม หนูอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า จะจัดการกับลูกค้าประเภทนี้ยังไง?” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ให้ตั้งกฎเวลาว่าให้นั่งได้กี่ชั่วโมง 1 แก้ว ให้นั่งได้กี่ชั่วโมง หรือลองถามๆ เรื่องเรียนเขาหน่อยว่าไม่เข้าเรียนหรอ หรือมีเรื่องอะไรที่บ้าน เผื่อน้องเขามีปัญหา เราจะได้จัดการกับเขาอีกแบบหนึ่ง’ นอกจากนี้ “คุณโมโม่” ยังทิ้งท้ายถึงผู้ใช้บริการด้วยว่า “อยากให้เห็นใจผู้ประกอบการนิดนึง การใช้สถานที่หรืออะไรก็ตาม บางทีเราเอางานไปทำในที่ของเขา อยากให้เขาเห็นใจทางร้านด้วย เพราะบางทีทางร้านก็อึดอัดใจที่จะพูด เพราะกลัวจะเป็นดราม่า”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-