คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

10 เม.ย. 2026

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด 

ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน 

เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง

มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

        ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแฟนชอบควบคุมอาหารการกิน จนไม่มีความสุข

        ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “ กำลังเจอปัญหาขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เพราะถ้าไม่กินตามใจแฟน แฟนจะงอน แฟนเป็นคนจีนมาเลเซีย อายุ 22 ปี ม่านม่านย้ายมาอยู่ที่มาเลเซียได้ 3 ปี และก็คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ เขามีความเป็นผู้ใหญ่นะคะ ทั้งความคิด และทุก ๆ อย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน

        ตัวม่านม่านเป็นคนที่ต้องทำงานกลางคืน เมื่อตื่นมาหนูก็จะยังไม่หิว ยังไม่อยากกิน แต่เขาก็ยังซื้ออาหารมา และจะให้หนูกินให้ได้ ช่วงแรก ๆ หนูก็คิดว่าเขาคงเป็นห่วง และถ้าสมมุติวันนั้นเขาซื้อข้าวผัดมา แล้วเราพูดว่าอันนี้อร่อยนะ เขาก็จะซื้อข้าวผัดกลับมาให้เราทั้งอาทิตย์เลย หนูต้องทนกินเมนูเดิม ๆ แต่อาหารของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ 

        ย่านที่หนูอยู่ขึ้นชื่อเรื่องบักกุ๊ดเต๋ที่อร่อยมาก แต่หนูไม่สามารถกินมันได้ทั้ง 5 วัน ซึ่งหนูเคยได้กินเกือบทั้งเดือน จนแค่พูดชื่อก็อยากจะอ้วกแล้วค่ะ บางครั้งหนูก็อยากกินอะไรเล่น ๆ แค่พอหายอยากอย่างส้มตำ  ไม่ได้อยากกินจริงจังให้อิ่ม แต่เขาก็จะบอกว่า “ไม่ได้ ถ้าจะกิน ต้องกินให้อิ่มนะ”  ซึ่งเขาไม่ชอบให้หนูทำอาหารกินเอง หรือไปกินอะไรคนเดียวโดยไม่มีเขา ช่วงปีแรกหนูมองว่าเขาแค่เป็นห่วง แต่ปีที่ 2-3 มันเริ่มเป็นปัญหา เพราะถ้าเขาซื้อมาแล้ว หนูต้องกินเท่านั้น หรือบางทีหนูกินมาแล้ว แต่เขาจะพาหนูไปกิน หนูก็ต้องกินอีก ไม่งั้นเขาจะงอน ผลลัพธ์คือหนูแทบไม่ได้กินสิ่งที่หนูอยากกินเลย

        เคยมีเหตุการณ์ที่หนูอ้วก เพราะต้องกินแต่ของมัน ๆ ติดกันนาน ๆ เขาถึงยอมเปลี่ยนเมนูให้  ซึ่งก็มีบ้างที่เขาเสนอตัวเลือกให้เราเช่น “วันนี้จะกินอะไร บะหมี่ หรือข้าวมันไก่?” หนูก็เลือกบะหมี่ไป แต่สิ่งที่เขาซื้อกลับมาดันเป็นข้าวมันไก่พร้อมเหตุผลว่า “ข้าวมันไก่อร่อยกว่า” ทำให้หนูต้องคอยจับทางทุกครั้งที่เขาถาม เช่น “วันนี้จะกินบักกุ๊ดเต๋ หรือข้าวมันไก่” หนูก็จะถามกลับว่า “คิดว่าอะไรอร่อย” ถ้าเขาตอบกลับว่า "บักกุ๊ดเต๋ก็อร่อย แต่ข้าวมันไก่ดีกว่า" หนูก็จะตอบว่า “โอเค งั้นข้าวมันไก่เลย” เพราะหนูรู้อยู่แล้วว่าหนูจะไม่ได้กินสิ่งที่หนูเลือก 

        ด้วยความที่หนูเป็นคนต่างชาติ เขาคงอยากให้หนูได้ลองกินอะไรใหม่ ๆ แบบอาหารบ้านเขาดู ไม่ใช่ว่าหนูกินไม่ได้ แต่หนูเคยอธิบายให้เขาฟังว่าตอนอยู่ไทย หนูกินอะไรแบบไหนบ้าง หวังให้เขาเข้าใจถึงความชอบ และความต้องการความหลากหลายของหนู กลับกลายเป็นว่าเขางอน และไม่ซื้ออะไรให้หนูเป็นสัปดาห์เลย พอหนูถามเขาก็พูดตัดพ้อว่า “ก็ซื้อให้แล้วไม่ถูกใจหนิ” ซึ่งเขาแค่กลัวเราเหนื่อยที่ต้องทำงานดึก เลยอยากเทคแคร์เรา เคยบอกแล้วว่าหนูสามารถซื้อเองได้ แต่เขาก็ไม่ยอม หรืออาจจะเพราะปมครอบครัวเขาในวัยเด็ก เขาเติบโตมาโดยขาดความเอาใจใส่ พอเขามาอยู่กับหนูเขาเลยพยายามที่จะดูแลให้ดีที่สุดแทน ซึ่งสิ่งที่สังเกตได้คือ เขามักจะซื้อของที่แพงกว่าของเขาให้หนูกินเสมอ

        เคยพยายามแก้ปัญหา ด้วยการคุยเกี่ยวกับเรื่องอาหารหลายครั้ง แต่เขาก็แก้ได้ไม่นาน และกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก พยายามคิดหาวิธีอื่น ๆ ที่จะให้เขาเข้าใจ ไปปรึกษาเพื่อน และคนรอบข้างก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ผล จึงอยากปรึกษากับพี่ ๆ ดีเจว่า “มีวิธีไหนที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้นบ้างคะ”

        คุณม่านม่านยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อเธอขอให้แฟนพาไปกินอาหารที่อยากกิน แฟนจะถามว่าร้านปิดกี่โมง เขาจะถ่วงจนร้านปิด แล้วไปทานอย่างอื่นแทน และตอนนี้ม่านม่านอยู่ที่ไทย แฟนกำลังจะมาหา เธอควรเอาคืนด้วยการลองให้แฟนกินส้มตำบ่อย ๆ บ้างดีมั้ย ดูว่าเขาจะรับได้หรือเปล่า

        ‘ดีเจทั้งสาม’ ให้ความคิดเห็นตรงกันว่า “คุณม่านม่าน ต้องลองเด็ดขาดดู เช่นเมื่อเขาชวนไปกินอะไรที่ไม่อยากกิน ม่านม่านก็ตอบไปเลยว่า "ไม่กิน !" และถ้ามีอะไรที่เราอยากกินก็พูดให้ชัด ย้ำให้เขารู้ว่าเราอยากกินจริง ๆ ถ้าการคุยจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเขาทะเลาะกับเรา ก็ทะเลาะเลย หรือถ้าไม่งั้นเราก็ต้องเลือก จะเปลี่ยนแฟน หรือทนกินบักกุ๊ดเต๋ไปแบบนี้”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

04 เม.ย. 2025

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวัน ขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทน จนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ?

ลูกก็ลูกผม แต่ผมกับภรรยา แทบไม่ได้เลี้ยงลูกตัวเองเลย แม่ภรรยา และ พี่สาวภรรยา แย่งกันเลี้ยงทั้งวันขนาดจะส่งลูกเข้านอนยังไม่ได้ทำ บางวันลูกร้องไห้ ตีสอง ตีสาม พี่สาวภรรยาพุ่งตัวเข้ามาดูแลแทนจนตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าลูกใครกันแน่ ? ถ้าปล่อยไว้ในอนาคต จะมีปัญหาระยะยาวไหม “คุณหอย (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย” เกี่ยวกับปัญหาญาติๆพากันเเย่งเลี้ยงลูกของตัวเอง โดย “คุณหอย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมกับเเฟนเรามีอายุเท่าๆกัน ประมาณ 30 ปี ผมกับเเฟนเราทั้งคู่ก็ได้มีลูกกัน ตอนนี้ลูกอายุ 5 เดือน ปัญหานี้ไม่ได้มาจากผมหรือเเฟน เเต่มาจาก เเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟนผม ทั้งคู่พากันเเย่งลูกของผมไปเลี้ยง แต่จะสลับกันเลี้ยง เเม่ยายจะเลี้ยงลูกผมตอนเช้า เเล้วพี่สาวเเฟนผมเขาทำธุรกิจก็จะปิดร้านประมาณ 2 - 3 ทุ่ม พอทำทุกอย่างเสร็จ เขาก็จะมารับลูกผมไปเลี้ยง สรุปก็คือทั้งวัน ผมก็ไม่ได้อยู่กับลูกเลย กลายเป็นเกิดปัญหาทะเลาะกันเกี่ยวกับการเเย่งกันเลี้ยงของเเม่ยาย เเละพี่สาวของเเฟน บางครั้งเเฟนผมก็ต้องพูดเพื่อขอให้เขาเอาลูกของผมเอง กลับมาหาเลี้ยงเองบ้าง มีวันหนึ่งที่ลูกผมร้องตอนประมาณตี 1 เพราะถึงเวลาที่ต้องให้นม พี่สาวเเฟนเขาได้ยิน เขาก็รีบวิ่งมาเเล้วเอาตัวลูกผมไป หรือบางวันลูกผมร้องหนักๆ เเม่ยายที่อยู่ชั้น 2 ก็เดินลงมาเเล้วเอาตัวลูกผมไปเเทน จนตอนนี้เเฟนผมเหมือนมีหน้าที่เเค่ปั้มนม เพื่อให้ลูกกิน ส่วนผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เเล้วก็มีเรื่องของการที่พี่สาวเเฟน เเละเเม่ยายตามใจหลานมากๆด้วย เพราะก่อนที่ลูกผมจะคลอด พี่สาวเเฟนก็ซื้อของเตรียมกันไว้เหยียบเเสนอยู่ เเล้วเขาก็ไม่ไว้ใจใครเลี้ยง เลี้ยงเหมือนไข่ในหิน จนตอนนี้ผมรู้สึกว่าเริ่มอึดอัด เพราะลูกผมเขาก็เอาไปเลี้ยง เเล้วผมก็เป็นคนนอกที่เข้าไปอยู่ในบ้านของเเฟน จะให้ผมมานอนดูทีวีเฉยๆมันก็อาจจะดูเเปลกๆ ตอนนี้ผมก็มีหน้าที่เเค่ชงนม ส่วนภรรยาผม เขาก็มีการบ่นๆกับผมเรื่องนี้ เเล้วเขาก็เป็นลูกคนเล็กเลยอาจจะโดนพี่สาวเเละเเม่กดๆอยู่ ในตอนเเรกเเฟนผมก็ได้เลี้ยงลูกบ้างเพราะยังไม่ได้ทำงานประจำ เเต่พอเขามีงานเวลาที่ได้เจอกับลูกก็น้อยลง เพราะตอนเช้าเเม่ก็เอาไปเลี้ยงตอนมืดพี่สาวเขาก็เอาไป หรือบางครั้งที่เเฟนผมไปขอลูกมาเลี้ยงเองบ้าง เขาก็เหมือนไม่อยากให้ เพราะเขาก็รักของเขา ผมก็พูดอะไรไม่ได้หรือบางครั้งเราก็ไม่เเย่งคืนมาเลยได้ไหม ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ผมควรที่จะปล่อยให้เขาเลี้ยงลูกเลยดีไหม ให้เขาเป็นตัวหลักเเล้วเราเป็นตัวรอง หรือ เราควรที่จะไปคุยกับเขาเลยดีไหม กลัวว่าอนาคตเราปล่อยลูกให้คนอื่นเลี้ยงจะมีปัญหาในอนาคตรึป่าว’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ลูกคุณหอยเป็นเด็กที่น่าอิจฉานะ เพราะตอนนี้ลูกคุณหอยได้รับความรักจากคนทั้งบ้านเเบบสุดๆไปเลย เเละตอนนี้พี่ว่ายังไม่มีปัญหาเพราะเขายังเด็กอยู่ เเต่ในอนาคตตอนที่เขาโตขึ้นเเล้วเขาไม่ได้ถูกเลี้ยงจากพ่อเเละเเม่พี่ว่ามันก็ไม่ถูก ซึ่งถ้าถึงเวลานั้นตัวคุณหอยกับเเฟนก็อาจจะต้องมีการพูดคุยกับพวกเขาบ้าง อย่างเช่นตอนส่งเขาเข้านอน ควรจะเป็นพ่อกับเเม่ดีกว่า เพราะงั้นตอนนี้ก็อาจจะเอนจอยไปก่อนก็ได้ในตอนที่เขายังเด็กอยู่ สุดท้ายพี่ก็มั่นใจว่าถ้าคุณหอยเเฟน มอบความรักให้เขาอย่างเต็มที่ พี่ว่าเขาก็น่าจะรู้เเหละว่าใครคือพ่อเเละเเม่ของเขา’ ต่อมา “ดีเจพี่อ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ตอนนี้คุณหอยกำลังห่วงอนาคตจนหมดความสุขในปัจจุบัน เเละพี่มองว่า เด็กที่อายุ 0 - 3 ขวบ คือในช่วงที่เด็กกำลังเรียนรู้เรื่องความผูกพันธ์อยู่ เเม้ว่าพ่อเเม่ไม่ได้เลี้ยงแต่สายใยความผูกพันพ์ของคนเป็นเเม่ที่อุ้มท้องมา 9 เดือนมันก็ต้องมีอยู่เเล้ว เเต่ก็อย่าพึ่งถึงขั้น อคติว่า ฉันไม่ได้เลี้ยงลูกต้องไม่รักฉันเเน่เลย เพราะตัวคุณหอยที่เป็นพ่อ ก็ยังอยู่ที่บ้านกับลูกเสมอเลย เพราะงั้นวิธีการในการสื่อสารว่าเราก็อยากที่จะเลี้ยงลูกเหมือนกันนะ ก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่งั้นอาจจะเกิดความขัดแย้งขึ้นมาได้ เช่นบอกคุณเเม่เเฟนว่า คุณเเม่ก็ต้องดูแลสุขภาพเหมือนกันนะ ให้เราช่วยเลี้ยงดีกว่า จะได้เเข็งเเรงเเละเห็นหลานเติบโตไปพร้อมๆกันทุกคน’ เเละสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับพี่อ้อยนะครับ ว่าช่วง 0 - 3 ขวบเป็นช่วงที่สำคัญในเรื่องการเรียนรู้ความผูกพันธ์ เเละที่สำคัญการที่คุณหอย อยากที่จะให้ลูกตัวเองเติบโตมาเป็นเเบบไหน คนที่ใกล้ชิดก็สำคัญ เพราะเด็กจะมีการเรียนรู้ หรือการเรียนแบบบุคลิกของคนที่ใกล้ชิดกับเขา เช่นลูกของผม บางครั้งก็เคยพูดคำที่ผมสอนเขา กลับมาใส่ผมเหมือนกัน ผมยังอึ้งว่า นี่คือการ Copy ชัดๆ เเละผมก็ไม่เคยให้มีใครมาก้าวก่าย การเลี้ยงลูกของผมเลย เพราะงั้นการที่ คุณเเม่ของเเฟน กับ พี่สาวเเฟน เขาได้เลี้ยงลูกคุณหอย ในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม เเละก็ไม่ได้มีใครคาดเดาได้ว่าลูกคุณหอย จะเติบโตมาในเเบบที่คุณหอยต้องการไหม ที่สำคัญอย่าคิดว่าโตเเล้วค่อยเลี้ยง ผมเชื่อว่าในเวลานั้นมันจะทันเเล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

07 เม.ย. 2023

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

“คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” อายุ 35 ปี สายที่สามใน รายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาไม่ชอบรสนิยมทางเพศของแฟน “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกันแฟนมา 5 ปี เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาประมาณ 1-2 ปีแรกในความสัมพันธ์ของเราสองคน มันดีหมดทุกอย่างเลย แต่แฟนหนูมีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะเขาชอบสวิงกิ้ง ช่วงแรกๆเขาจะเกริ่นๆก่อนว่าเขาชอบสไตล์นี้ แล้วเขาก็บอกว่าถ้าเรื่องเซ็กส์ไปด้วยกันได้ มันจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นนะ ด้วยความที่หนูรักเขา ก็เลยพยายามลองเปิดใจครั้งแรก ซึ่งอันดับแรกที่เขาให้ทำก็คือเอาผู้ชายมานวดหนู นวดเสร็จก็มีอะไรด้วยกัน แล้วเขาก็นั่งดู หนูรู้สึกขยะแขยงมาก แต่ก็ต้องทำ เพราะหนูรักเขา หนูอยากรักษาความสัมพันธ์ตรงนี้เอาไว้ แต่พอมีครั้งที่หนึ่ง ก็มีครั้งที่สอง พอมีครั้งที่สอง มันก็ขยับสเต็ปไปอีกแบบนึง จากผู้ชาย 1 คนมานวด ก็กลายเป็นคู่รัก 3 คู่ที่เขามีรสนิยมเดียวกันที่หนูยังยอมอยู่ เพราะรักคำเดียวเลย ที่ผ่านมามันไม่มีความสุขเลย หนูขยะแขยงมาก หนูก็เลยพยายามปฏิเสธ เพราะมันเริ่มมีครั้งที่สี่ หนูก็เลยบอกว่าไม่ไหวแล้ว หนูขอจบแค่ครั้งที่สามพอ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม และเขาก็นอกใจหนู เพียงเพราะหนูไม่ตอบโจทย์เขาเรื่องนี้อีกแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็ยังอยู่ในสถานะที่อยู่ด้วยกัน แต่เขาก็มีคนอื่น หนูจับได้แล้วขอให้เขาเลิก แต่เขาก็ไม่เลิก เขาพูดประมาณว่า จะอยู่ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป หนูตอบแบบโง่ๆเลยว่าหนูยอมเขา หนูคิดว่าคนนี้เขาจะคบแบบจริงจัง แต่เขาเพิ่งจะคบกัน ผู้หญิงคนนั้นยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เขามีรสนิยมแบบนี้ หนูพยายามที่จะออกจากความสัมพันธ์นี้แล้ว แต่พอหนูคิดถึงเรื่องนั้นหนูก็ยิ่งขยะแขยงตัวเอง รู้สึกด้อยค่าตัวเองมากๆ ไม่กล้าที่จะไปมีคนใหม่3 ดีเจจึงให้คำแนะนำ “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ว่า ‘การที่หนูเป็นอยู่ตอนนี้คือการด้อยค่าตัวเองมากกว่าอีก เขาเห็นเราเป็นอะไร เราไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาเลย แต่หนูยังเลือกให้ตัวเองเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่เขาไล่แล้วแต่เรายังไม่ไป เราจะเริ่มด้อยค่าตัวเองก็ต่อเมื่อเราตัดสินใจอยู่ต่อ ซึ่งตอนที่ปุกปุยรู้ตัวว่าไม่ชอบ และปฏิเสธสำเร็จ นั่นคือวันที่ปุกปุยรู้คุณค่าของตัวเองและคุณค่านั้นมันสูงที่สุดเลยนะ การสวิงกิ้งไม่ได้ทำให้ชีวิตคนเราต้องพังไปทั้งชีวิต มันก็มีกลุ่มคนที่ชอบรสนิยมแบบนี้ แต่ปุกปุยแค่ไปอยู่ผิดกลุ่ม และเขามีรสนิยมแบบนี้เขาก็ไม่ได้ผิดนะ แต่เขาผิดที่เลือกมีคนอื่นแล้วไล่ปุกปุยขนาดนี้ ต้องถามตัวเองว่าเราจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะเราได้คำตอบแล้วว่าคนๆนี้เขาไม่เคยรักเราเลย และมันเสียเวลาชีวิตถ้าสมมุติวันนึงเขากับผู้หญิงคนนั้นไปไม่รอด แล้วเขากลับมาอยู่กับปุกปุย เราต้องกลับไปสวิงกิ้งอีกนะ ชีวิตมันต้องตกนรกไปอีกนานแค่ไหน ซึ่งเขาก็แสดงออกให้เห็นแล้วว่าถ้าจะอยู่กับเขาได้ ต้องเป็นทาสทางเรื่องเพศเท่านั้น เพราะพอไม่มีเรื่องเซ็กส์ ปุกปุยก็ไม่ได้มีค่าอะไรกับคนๆนี้เลย ส่วนคุณค่าของปุกปุยจะอยู่ที่การตัดสินใจเลยว่าจะยอมอยู่ให้เขารู้สึกว่าเราด้อยค่าต่อไปมั้ย และเมื่อไหร่ที่มูฟออน ตอนนั้นคือมีค่าเลย...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่ หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ

15 ส.ค. 2025

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่ หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ

ผมอายุ 27 ตอนนี้ทำงานเงินเดือน XXX,XXX บาท แต่ชีวิตผมไม่มีความสุขเลย เจอสังคมที่ทำงานแย่หัวหน้าไม่พอใจอะไรขว้างของเสียงดัง จนตอนนี้ได้ไปฟัง PODCAST แล้วคิดได้ว่าอยากจะเก็บเงินก้อนนึง แล้วออกมาทำธุรกิจ เปิดร้านหมูกระทะเอง แต่ที่บ้านไม่สนับสนุนทุกคนบอกว่าเสี่ยงเกินไป ตอนนี้เราเป็นเหมือนเสาหลัก ค่าใช้จ่ายในบ้านทั้งหมดยังต้องพึ่งเราอยู่ถ้าเราออกไปทำแล้วไม่รอด ก็จะเสียรายได้ประจำ 6 หลักไปเลยทุกคนคิดว่า ผมควรจะตัดสินใจยังไงดีครับ? “คุณจ๊อยส์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจอ๋อง – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาทำงานประจำได้เงินเดือน 6 หลักแต่กลับไม่มีความสุขในการทำงานเลย โดย “คุณจ๊อยส์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานประจำตอนนี้ได้เงินเดือน 6 หลักแต่ไม่มีความสุขในการทำงานเลย ด้วยความที่งานตอนนี้เพิ่งทำมาได้ 3 เดือน ยังไม่ผ่านโปรด้วยซ้ำ แต่ผมเครียดมาก กดดันมาก เหมือนพลังชีวิตมันพังลงและสูญเสียความเป็นตัวเองไปเยอะเลย คือต้องย้อนไปเมื่อตอนอายุ 19-20 ตอนนั้นผมเรียนช่าง จบปุ๊บเศรษฐกิจไม่ดี หางานยากมาก ผมก็เลยไปฝึกงาน 2 ที่รวมระยะเวลาก็ 9 เดือนเพราะผมเชื่อว่ามันจะเป็นใบเบิกทางชีวิตให้เราได้ พอฝึกจบก็เกิด COVID 19 พอดี ผมเลยตัดสินใจไปเรียนต่อปริญญาตรีสายวิศวกรรม แต่จังหวะดีโชคเข้าข้าง ทำให้ผมได้งานจากการที่ใช้วุฒิช่างยื่นไป ผมก็ทำงานควบคู่กันไป แต่พอทำงานเป็นกะด้วยเรียนด้วย ส่งผลให้ผมป่วยติดเชื้อในกระเพาะอาหาร ผมก็ฉุดคิดได้ว่าอยากลองทำงานอะไรที่มันใหญ่ขึ้นแล้วไม่กระทบเรื่องสุขภาพ ก็เลยตัดสินใจลาออกไปเรียนต่อปอโทที่ต่างประเทศ กลับมาไทยก็ได้เข้าทำงานต่อเลย ทุกอย่างเร็วไปหมดไม่ได้พักเลย บริษัทแรกที่เข้าไปทำยังไม่ตอบโจทย์ก็ลาออกมาทำในสายที่ผมคุ้นเคย พอย้ายมาบริษัทที่นี่ผมมีตำแหน่งที่สูงขึ้น คนภายนอกมองมาจะมองว่าผมชีวิตดีมากแต่ความจริงแล้วเบื้องหลังเต็มไปด้วยความเครียด มันหนักมากเหมือนเป็น Work ไร้ Balance จริง ๆ มันไม่มีเวลาได้พักหรือได้ใช้ชีวิตเลย แต่ที่มันหนักอาจเป็นเพราะหน้าที่และสภาพแวดล้อมของที่ทำงาน บางครั้งถ้ามีคนทำงานพลาด หัวหน้าก็จะมีความก้าวร้าวนิดนึง มีการปาข้าวของใส่บ้าง มันทำให้ผมเครียดว่าผมจะทำงานพลาดไม่ได้นะ นอกจากเรื่องหัวหน้าแล้วก็ยังมีงานที่โหลดหรือหลาย ๆ อย่างที่เราจะต้องตัดสินใจด้วย แต่จริง ๆ ก็ได้เงินเดือนสูงขึ้นตามไปด้วย มากกว่าที่เก่า 20% เลย หลัง ๆ ผมฟัง Podcast เยอะจนคิดว่าสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ใช่สิ่งที่ผมชอบจริง ๆ หรือเปล่าหรือแค่เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อความมั่นคง ก็เลยมานั่งคุยกับตัวเองจนตระหนักได้ว่าผมชอบงานบริการหนิ ชอบคุยกับคน เราเป็น Extrovert มันทำให้เกิดสิ่งที่ผมอยากทำคือการเปิดร้านอาหาร ผมก็เลยไปปรึกษาเพื่อน แต่คำพูดของเพื่อนทำให้ผมตกใจ เพื่อนบอกผมว่า “เฮ้ยจ๊อยส์ เราเป็นเพื่อนกันมา 10 ปีนี่เป็นครั้งแรกที่นายพูดว่านายชอบอะไร ชีวิตนายต้องเป็นยังไง” แต่พอผมเอาไปปรึกษากับที่บ้านกลับไม่มีใครเห็นด้วยกับผมเลยเพราะเขาก็มองว่ามันไร้สาระ ด้วยความแม่ผมป่วยเป็นโรคร้ายอยู่ด้วยและน้องสาวก็ยังเรียนอยู่มหาลัยเอกชน แม่ก็เลยพูดประชดผมว่าถ้าออกมาทำแล้วเจ๊งแม่ก็จะไม่รักษาต่อแล้ว ผมก็เลยอยากถามพี่ดีเจว่า ถ้าพี่เป็นผม ทำงานเก็บเงินไปสักพัก พอมีเงินก้อนก็ลาออกมาทำในสิ่งที่อยากทำมั้ย เพราะใจนึงผมก็อยากลองทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะอายุ 30 อย่างน้อยถ้ามันไม่สำเร็จเราก็กลับมาหางานประจำทำใหม่ได้แต่ผมก็กังวลความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเท่านี้แล้ว ’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในระบบการศึกษาไทยค่อนข้างเร่งรีบ เรียนมัธยมจบก็ต้องเข้ามหาลัยเลย ถ้า Gap Year ก็จะถูกมองว่าสอบไม่ติด พอจบมหาลัยก็ต้องรีบหางานทำ ถ้า Gap Year ก็จะถูกมองว่าตกงาน ประเทศเราไม่เคยปลูกฝังหรือบอกเด็กว่าสามารถพักเพื่อค้นหาตัวเองได้ ถ้าถามว่าจะลาออกจากออฟฟิศไป Gap Year ได้มั๊ยก็ขึ้นอยู่กับข้อจำกัดในชีวิตคุณ ถ้าเรื่องเงินและเวลาไม่ใช่ปัญหาก็ไปได้ ต้องถามว่าคุณจ๊อยส์คิดว่าตัวเองทำได้มั๊ย ถ้าได้ก็ลาออกเลย ถ้าไม่ได้ ผมก็ยังเชื่อว่าบริษัทนี้ไม่ได้เป็นที่เดียวที่ให้ผลตอบรับเท่านี้ คุณยังสามารถหางานแบบเดียวกันในบริษัทอื่นได้โดยที่อาจจะดีต่อสุขภาพจิตมากกว่า อย่าคิดว่าถ้าออกจากการทำงานนี้แล้วจะต้องหยุดงานไปเลย คราวนี้ต้องมาคำนวณรายรับ-รายจ่ายแล้วว่าจะพอกับการที่ Gap Year มั๊ยเพราะฉะนั้นประเมินข้อจำกัดของตัวเองและวางแผนให้สอดคล้องกับข้อจำกัด’ ต่อมา “ดีเจอ๋อง” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณจ๊อยส์ต้องถามตัวเองก่อนว่าที่ไม่มีความสุขเพราะอะไร เพราะพี่มองว่าไม่ว่าจะงานอะไรก็เครียดและกดดันได้หมด ถ้าเราอยู่ไม่ถูกที่ แล้วคุณเคยถามตัวเองหรือยังว่าที่นี่ใช่ที่ของตัวเองมั๊ย การที่เราจะทำงานอะไรเราต้องมีความสุขกับมัน แต่ ณ เศรษฐกิจตอนนี้การที่มีงานเกาะไว้ก่อนก็ได้เปรียบกว่า แต่งานที่เกาะก็ต้องมีความสุขด้วย ถ้าไม่มีก็อยากให้หางานใหม่ถึงแม้เงินจะไม่ได้หกหลักหรือลดลงมาหน่อย แต่เรามีความสุขในการใช้ชีวิตอ๋องจะเลือกทางนี้มากกว่า และถ้าเงินเก็บเราเยอะพอที่จะใช้ได้ในระหว่างที่หยุดงานก็พักได้เลย แต่ไม่สนับสนุนเพราะไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีงานสนับสนุนเราอยู่หรือเปล่า แล้วตอนนี้เราสามารถทำงานประจำควบคู่กับการทำงานประจำได้มั๊ย จากที่ฟังข้อจำกัดต่าง ๆ รู้สึกว่างานประจำยังเป็นเซฟโซนกับเราได้อยู่ ถ้าเราหาความสุขกับงานนี้ไม่ได้เราก็ต้องไปหาจากความสุขสิ่งอื่น ใช้เวลาว่างทำในสิ่งที่ชอบแล้วดูว่ามันสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจได้จริงหรือเปล่า อย่าเพิ่งหยุดงานประจำ ตอนนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยแต่ก็คุ้ม’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำอะไรให้นึกถึงภาระของเราเป็นที่ตั้ง จากนั้นเรามาหางานที่ทำให้เรามีความสุข ทำหลาย ๆ อย่างมาประกอบกันให้ได้รายรับพอกับค่าใช้จ่าย เช่น ชอบการไปสอนมากในวันเสาร์ แล้วจันทร์ - ศุกร์ทำอะไรได้บ้างที่ต้องไม่เกิดการลงทุนและเราทำควบคู่กับงานไปได้ด้วย อย่าเอาเงินไปลงทุนเพราะเศรษฐกิจบ้านเราช่วงนี้มันยังไม่ดี ลองมองตลาดออนไลน์ลองทำหลาย ๆ อย่าง แนะนำว่าถ้าเบื่องานเก่าจริง ๆ ให้ค่อย ๆ เริ่มทำงานใหม่โดยที่ไม่ต้องเอาตัวเราเข้าไปทำทุกวัน ถ้าชอบทำอาหารลองเปิดร้านขายอาหารที่เปิดแค่วันอาทิตย์อย่างเดียว ซึ่งต้องเป็นเมนูที่ไม่มีในท้องตลาด แล้วทำให้คนติดเพื่อรอให้ถึงวันอาทิตย์ และอีกงานที่น่าสนใจคืองานแบบ Affiliate กำลังเป็นที่นิยม ลองมองอาชีพแบบนี้ดู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

แม่หนูเปลี่ยนคู่นอนบ่อยมาก จนหนูเริ่มสังเกตว่าผิดปกติ ไปเจอว่าแม่ขายบริการทาง X มีลูกค้าติดต่อมา รับงานเรื่อยๆ หลังๆมาแม่เพิ่งทราบว่ามีเชื้อ HIV แต่แม่ก็ยังไม่หยุดทำงานนี้ ค่าตัวที่แม่รับ ทำหนูตกใจกว่าเดิม 200 – 300 บาท จะทำยังไงดีคะให้แม่เลิก

26 ก.ค. 2024

แม่หนูเปลี่ยนคู่นอนบ่อยมาก จนหนูเริ่มสังเกตว่าผิดปกติ ไปเจอว่าแม่ขายบริการทาง X มีลูกค้าติดต่อมา รับงานเรื่อยๆ หลังๆมาแม่เพิ่งทราบว่ามีเชื้อ HIV แต่แม่ก็ยังไม่หยุดทำงานนี้ ค่าตัวที่แม่รับ ทำหนูตกใจกว่าเดิม 200 – 300 บาท จะทำยังไงดีคะให้แม่เลิก

“คุณมิ้นต์ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่แรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่ติดเชื้อ HIV แต่ยังขายบริการอยู่ โดย “คุณมิ้นต์ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องของแม่หนู พ่อกับแม่หนูแยกทางกันตั้งแต่เด็ก หนูอยู่กับพ่อ ส่วนน้องสาวอยู่กับแม่ แม่หนูอายุ 45 ปี จะเป็นคนที่มีนิสัยเปลี่ยนแฟนบ่อยแทบทุกเดือน ช่วงที่หนูเด็กๆ เวลาแม่มาเยี่ยมเค้าก็จะเปลี่ยนแฟนทุกครั้ง จนหนูไม่อยากให้แม่มาหาเพราะคนแถวบ้านเค้าก็จะนินทาเรื่องที่แม่มาหาแล้วเปลี่ยนแฟน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่แม่มาหาแล้วเหมือนจะคืนดีกับพ่อ พอผ่านไปอยู่ดี ๆ เค้าก็กลับบ้านไปพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นแม่หนูไม่มีโทรศัพท์แต่เจอผู้ชายคนนั้นที่ขนส่งเลยพาเค้ากลับบ้าน แล้วเหมือนแฟนเก่าแม่ก็ไปเจอทวิตเตอร์แม่ที่ขายบริการด้วย หนูก็เลยถามน้องสาว ซึ่งน้องสาวก็ไม่รู้ จนเวลาผ่านไป 3 ปี แม่ก็กลับมาบอกว่าเค้าป่วยและอยากให้หนูไปหา หนูเลยถามเค้าว่าเค้าป่วยเป็นอะไร? เค้าก็บอกว่าเค้าเป็นโรคที่คนรังเกียจ หนูก็เลยพาเค้าไปตรวจเลือดที่โรงพยาบาล ผลปรากฎว่าแม่หนูเค้าติดเชื้อ HIV แล้วหนูก็ให้เงินไปรักษา เพราะเค้าบอกว่าเค้าไม่สามารถทำงาน หาเงินได้แล้ว หนูก็เชื่อใจเค้า เพราะเค้าบอกเค้าจะหยุดเรื่องผู้ชายก็เลยช่วยเหลือเค้าไป จนผ่านมาประมาณเดือนกว่า หนูก็เห็นเค้าโพสต์ในเฟซบุ๊กว่าเหงา อยากหาคนมาอยู่ด้วยหรือใครสักคนที่รักเค้าไปเลี้ยง หนูก็เริ่มเอะใจว่าเค้าไม่ได้เลิกทำเหมือนที่เค้าบอก เลยไปเสิร์ชในทวิตเตอร์ก็เจออีกว่าเค้ายังขายบริการอยู่ แต่ที่หนูตกใจคือเค้ารับแบบไม่ป้องกันด้วย หนูก็เลยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกเค้ายังไง หนูเคยพูดเรื่องนี้ไปแล้วเพราะว่าน้องสาวที่อยู่กับเค้าก็มีนิสัยเหมือนเค้าเลย คือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแฟนทุกเดือน และหนูก็เคยเตือนเค้าไปแล้ว เค้าก็บอกว่าเค้าเลิกแล้ว ที่หนูกลัวคือแม่หนูเค้าขายถูกมาก 200 - 300 หนูก็กลัวว่าคนที่มาซื้อแม่จะมารับเชื้อไปแพร่ต่อในครอบครัว หนูไม่รู้จะเริ่มต้นบอกเค้ายังไงให้เค้าหยุดเพราะหนูรู้สึกว่ามันเป็นตราบาป ปกติแม่หนูจะฟังรายการพุธทอล์คพุธโทร เค้าจะแชร์หน้าเฟสอยู่บ่อย ๆ เลยอยากให้พี่ ๆ พูดถึงแม่ว่าสิ่งที่เค้าทำมันเป็นยังไง? โดย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทุก ๆ การกระทำของคนที่เป็นแม่ มันส่งผลถึงลูกอยู่แล้ว ทีนี้ลูกโทรเข้ามาแม่ก็ต้องคิดแล้วว่าที่ผ่านมาเราทำหน้าที่แม่ดีพอแล้วรึเปล่า ทำไมเราถึงทำให้ลูกเราทุกข์ขนาดนี้ แล้วสิ่งที่ลูกเรากำลังเป็นห่วงอยู่ มันเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นรึเปล่า คุณแม่ควรคุยกับลูก บางทีลูกก็ไม่กล้าที่จะเปิดใจหรือพูดคุยกับคุณแม่ แม่ลองเป็นฝ่ายเข้าหาลูกดู ลูกโทรเข้ามาวันนี้ก็ไม่มีอะไรมากนอกจากห่วง ฉะนั้นแม่ลูกควรพูดคุยกัน และสิ่งที่ลูกบอกคือไม่อยากให้แม่แพร่เชื้อ แม่ก็ลองหาวิธีดูว่าแม่จะไม่แพร่เชื้อได้อย่างไร ส่วนลูกค้าที่มาใช้บริการหอมว่าชั่งหัวมัน เพราะการไม่ใส่ถุง โอกาสของการติดเชื้อมันมีอยู่แล้ว ชั่งหัวลูกค้ามัน เอาเรื่องความสัมพันธ์ของแม่ลูกดีกว่า ว่าวันนี้เราจะดูแลสภาพจิตใจลูกเรายังไง เรามีคำตอบอะไรให้ลูกเรา ยังไงหน้าที่แม่ก็ลาออกไม่ได้ ฝากคุณแม่เรื่องนี้ละกัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมไม่แน่ใจย่าคุณแม่จะติดขัดเรื่องเงินมากน้อยแค่ไหน แต่รู้สึกว่าสุดท้ายแล้วเราก็ต้องคิดถึงคนอื่นบ้าง เข้าใจว่าชีวิตที่ลำบากมันทำให้ต้องคิดถึงตัวเราก่อน แต่ว่าในขณะที่เราต้องการพาตัวเราให้รอด ไม่ว่าจะปัญหาอะไรก็ตาม เราก็ไม่ควรพาเอาชีวิตคนอื่นเค้าแย่ไปด้วย ผมไม่รู้ว่าแม่ถือหรือเชื่อเรื่องอะไร แต่จริง ๆ บาปกรรมเราคงไม่ได้เห็นเป็นรูปธรรม แต่ว่าถ้าพูดถึงกรรม กรรมก็คือผลของการกระทำ ทุกอย่างที่เราทำมันมีผลเสมอ มันอาจจะไม่ได้ตกถึงแม่ แต่วันนี้ความทุกข์มันตกถึงลูกอย่างมหาศาล ถึงแม้จะไม่ใช่ความรับผิดชอบอะไรของเค้าเลยก็ตาม มิ้นเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจก็ได้ ชีวิตใครชีวิตมัน แม้กระทั่งลูกสาวังมีความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมากกว่าเรา ผมว่ามันมีอะไรที่ผิดไปแล้ว อย่างน้อยที่สุดที่จะพอนึกถึงคนอื่นได้บ้างก็ป้องกัน แต่อย่างน้อยที่สุดมันก็คิดถึงชีวิตคนอื่นได้บ้าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ ก็เคารพในการตัดสินใจที่จะทำอะไร เพราะมันก็ชีวิตใครชีวิตมัน มันก็อาจจะเป็นหนทางเดียวที่คุณแม่มีอยู่ตอนนี้ก็เป็นได้ ซึ่งเติ้ลก็ไม่สามรถไปตัดสินได้ ว่าอย่าทำแบบนั้น อย่าทำแบบนี้ แต่อย่างน้อย ๆ การกระทำของคนทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้ตัวเองและคนอื่นเดือดร้อน แต่สิ่งที่คุณแม่ตัดสินใจทำอยู่ตอนนี้มันมีส่วนที่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนแล้วตัวเองด้วย ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณแม่ป่วยขนาดไหน แต่การที่คุณแม่ขายบริการโดยใช้เรื่องการสดเป็นการดึงดูดมันเหมือนเป็นการทำร้ายคนอื่นทางอ้อม เพราะว่าการเป็นโรคนี้ไม่ใช่แค่คนที่มาใช้บริการจะติดได้ แต่ถ้าคนนั้นเค้าไปมีอะไรกับภรรยาหรือคนอื่น ๆ มันก็มีสิทธิ์ที่จะแพร่ไปได้อีก และมันจะควบคุมความเสียหายไม่ได้ อยากให้คิดดี ๆ การที่แค่จะให้ตัวเองรอดโดยที่ไม่สนว่าคนอื่นจะเป็นยังไง มันสมควรแล้วมั้ยกับทางรอดของตัวเองในแบบนั้น เท่าที่น้องมิ้นเล่าให้ฟังมีน้องสาวที่เห็นคุณแม่เป็นตัวอย่าง อยากให้รู้ว่าบางอย่างไม่ใช่เราตัดสินใจแล้วจะทำได้เลย คิดหน้าคิดหลังว่าจะมีใครได้ผลกระทบจากสิ่งที่เราทำไหม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-