คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

10 เม.ย. 2026

คบกับแฟนมา 3 ปี เขาอย่างดีหมด 

ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน 

เพราะแฟนชอบควบคุมอาหารการกินของเราทุกอย่าง

มีวิธีไหนบ้างคะ ที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้น

        ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (8 เมษายน 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องแฟนชอบควบคุมอาหารการกิน จนไม่มีความสุข

        ‘คุณม่านม่าน (นามสมมุติ)’ อายุ 30 ปี ได้เล่าว่า “ กำลังเจอปัญหาขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน เพราะถ้าไม่กินตามใจแฟน แฟนจะงอน แฟนเป็นคนจีนมาเลเซีย อายุ 22 ปี ม่านม่านย้ายมาอยู่ที่มาเลเซียได้ 3 ปี และก็คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ เขามีความเป็นผู้ใหญ่นะคะ ทั้งความคิด และทุก ๆ อย่างดีหมด ไม่เคยมีเรื่องที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นเรื่องการกิน

        ตัวม่านม่านเป็นคนที่ต้องทำงานกลางคืน เมื่อตื่นมาหนูก็จะยังไม่หิว ยังไม่อยากกิน แต่เขาก็ยังซื้ออาหารมา และจะให้หนูกินให้ได้ ช่วงแรก ๆ หนูก็คิดว่าเขาคงเป็นห่วง และถ้าสมมุติวันนั้นเขาซื้อข้าวผัดมา แล้วเราพูดว่าอันนี้อร่อยนะ เขาก็จะซื้อข้าวผัดกลับมาให้เราทั้งอาทิตย์เลย หนูต้องทนกินเมนูเดิม ๆ แต่อาหารของเขาก็เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ 

        ย่านที่หนูอยู่ขึ้นชื่อเรื่องบักกุ๊ดเต๋ที่อร่อยมาก แต่หนูไม่สามารถกินมันได้ทั้ง 5 วัน ซึ่งหนูเคยได้กินเกือบทั้งเดือน จนแค่พูดชื่อก็อยากจะอ้วกแล้วค่ะ บางครั้งหนูก็อยากกินอะไรเล่น ๆ แค่พอหายอยากอย่างส้มตำ  ไม่ได้อยากกินจริงจังให้อิ่ม แต่เขาก็จะบอกว่า “ไม่ได้ ถ้าจะกิน ต้องกินให้อิ่มนะ”  ซึ่งเขาไม่ชอบให้หนูทำอาหารกินเอง หรือไปกินอะไรคนเดียวโดยไม่มีเขา ช่วงปีแรกหนูมองว่าเขาแค่เป็นห่วง แต่ปีที่ 2-3 มันเริ่มเป็นปัญหา เพราะถ้าเขาซื้อมาแล้ว หนูต้องกินเท่านั้น หรือบางทีหนูกินมาแล้ว แต่เขาจะพาหนูไปกิน หนูก็ต้องกินอีก ไม่งั้นเขาจะงอน ผลลัพธ์คือหนูแทบไม่ได้กินสิ่งที่หนูอยากกินเลย

        เคยมีเหตุการณ์ที่หนูอ้วก เพราะต้องกินแต่ของมัน ๆ ติดกันนาน ๆ เขาถึงยอมเปลี่ยนเมนูให้  ซึ่งก็มีบ้างที่เขาเสนอตัวเลือกให้เราเช่น “วันนี้จะกินอะไร บะหมี่ หรือข้าวมันไก่?” หนูก็เลือกบะหมี่ไป แต่สิ่งที่เขาซื้อกลับมาดันเป็นข้าวมันไก่พร้อมเหตุผลว่า “ข้าวมันไก่อร่อยกว่า” ทำให้หนูต้องคอยจับทางทุกครั้งที่เขาถาม เช่น “วันนี้จะกินบักกุ๊ดเต๋ หรือข้าวมันไก่” หนูก็จะถามกลับว่า “คิดว่าอะไรอร่อย” ถ้าเขาตอบกลับว่า "บักกุ๊ดเต๋ก็อร่อย แต่ข้าวมันไก่ดีกว่า" หนูก็จะตอบว่า “โอเค งั้นข้าวมันไก่เลย” เพราะหนูรู้อยู่แล้วว่าหนูจะไม่ได้กินสิ่งที่หนูเลือก 

        ด้วยความที่หนูเป็นคนต่างชาติ เขาคงอยากให้หนูได้ลองกินอะไรใหม่ ๆ แบบอาหารบ้านเขาดู ไม่ใช่ว่าหนูกินไม่ได้ แต่หนูเคยอธิบายให้เขาฟังว่าตอนอยู่ไทย หนูกินอะไรแบบไหนบ้าง หวังให้เขาเข้าใจถึงความชอบ และความต้องการความหลากหลายของหนู กลับกลายเป็นว่าเขางอน และไม่ซื้ออะไรให้หนูเป็นสัปดาห์เลย พอหนูถามเขาก็พูดตัดพ้อว่า “ก็ซื้อให้แล้วไม่ถูกใจหนิ” ซึ่งเขาแค่กลัวเราเหนื่อยที่ต้องทำงานดึก เลยอยากเทคแคร์เรา เคยบอกแล้วว่าหนูสามารถซื้อเองได้ แต่เขาก็ไม่ยอม หรืออาจจะเพราะปมครอบครัวเขาในวัยเด็ก เขาเติบโตมาโดยขาดความเอาใจใส่ พอเขามาอยู่กับหนูเขาเลยพยายามที่จะดูแลให้ดีที่สุดแทน ซึ่งสิ่งที่สังเกตได้คือ เขามักจะซื้อของที่แพงกว่าของเขาให้หนูกินเสมอ

        เคยพยายามแก้ปัญหา ด้วยการคุยเกี่ยวกับเรื่องอาหารหลายครั้ง แต่เขาก็แก้ได้ไม่นาน และกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก พยายามคิดหาวิธีอื่น ๆ ที่จะให้เขาเข้าใจ ไปปรึกษาเพื่อน และคนรอบข้างก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ผล จึงอยากปรึกษากับพี่ ๆ ดีเจว่า “มีวิธีไหนที่จะพูดให้เขาเข้าใจเราได้มากขึ้นบ้างคะ”

        คุณม่านม่านยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อเธอขอให้แฟนพาไปกินอาหารที่อยากกิน แฟนจะถามว่าร้านปิดกี่โมง เขาจะถ่วงจนร้านปิด แล้วไปทานอย่างอื่นแทน และตอนนี้ม่านม่านอยู่ที่ไทย แฟนกำลังจะมาหา เธอควรเอาคืนด้วยการลองให้แฟนกินส้มตำบ่อย ๆ บ้างดีมั้ย ดูว่าเขาจะรับได้หรือเปล่า

        ‘ดีเจทั้งสาม’ ให้ความคิดเห็นตรงกันว่า “คุณม่านม่าน ต้องลองเด็ดขาดดู เช่นเมื่อเขาชวนไปกินอะไรที่ไม่อยากกิน ม่านม่านก็ตอบไปเลยว่า "ไม่กิน !" และถ้ามีอะไรที่เราอยากกินก็พูดให้ชัด ย้ำให้เขารู้ว่าเราอยากกินจริง ๆ ถ้าการคุยจริงจังเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วเขาทะเลาะกับเรา ก็ทะเลาะเลย หรือถ้าไม่งั้นเราก็ต้องเลือก จะเปลี่ยนแฟน หรือทนกินบักกุ๊ดเต๋ไปแบบนี้”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin 

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สาววัย 20 กลุ้มใจ ทะเลาะแฟนโดนบีบคอ จนหายใจไม่ออก ตอนนี้ตัดสินใจจะยุติความสัมพันธ์ แต่พ่อแม่เค้าบอกว่า "ระวังจะเป็นฝ่ายแพ้นะ ถ้าเลิกกับลูกเค้า"

01 ธ.ค. 2023

สาววัย 20 กลุ้มใจ ทะเลาะแฟนโดนบีบคอ จนหายใจไม่ออก ตอนนี้ตัดสินใจจะยุติความสัมพันธ์ แต่พ่อแม่เค้าบอกว่า "ระวังจะเป็นฝ่ายแพ้นะ ถ้าเลิกกับลูกเค้า"

“คุณจี (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่ทะเลาะกับแฟนรุนแรง จนถึงขั้นโดนเขาทำร้ายร่างกาย แต่ครอบครัวแฟนกลับบอกให้เราอยู่ต่อ โดย “คุณจี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เพิ่งทะเลาะกับแฟนมา แล้วโดนบีบคอ แต่ทางฝั่งครอบครัวแฟนบอกให้อยู่ต่อ เพราะกลัวเราจะแพ้ คือเราเป็นเมียหลวง แต่ทีนี้แฟนหนูเขาไปมีมือที่สาม เรื่องราวเกิดขึ้นมาหลายครั้ง แต่ว่าครั้งนี้หนักที่สุด เราอยู่กับแฟนมา 3 - 4 ปี แล้วก็มีเรื่องมือที่สามมาตลอด โดยที่เขาไม่ได้มีคนเดิมแต่เปลี่ยนคนไปเรื่อย ๆ เวลาเราจับได้ เขาก็จะยอมเลิกแล้วเลือกเรา เหมือนว่าพอต่างคนต่างตัดสินใจไปมีคนอื่น สุดท้ายก็กลับมาหากันอยู่ดี หนูตัดสินใจมาอยู่กับเขาตั้งแต่เรียนอยู่ จนตอนนี้ก็ทำงานไปด้วย เรียนมหาลัยไปด้วย เขาก็คะยั้นคะยอตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ว่าให้เรามาอยู่ด้วยกับเขา ถ้าเรามาอยู่กับเขา เขาจะปรับปรุงตัว ก็ทำให้เราเชื่อ แต่หนูก็พยายามปฏิเสธมาตลอด จนกระทั่งสุดท้ายหนูตัดสินใจมา เพราะว่าทางครอบครัวหนูเองก็มีปัญหาเลยตัดสินใจมาอยู่กับเขา พอมาอยู่ ก็ทะเลาะกับเขา เรื่องที่ว่าก่อนหน้านี้เราเลิกกันไปแล้ว หนูก็มีผู้ชายคนอื่น แต่เราก็เคลียร์กันไปหมดแล้วก่อนที่จะมาอยู่กับเขา แต่เขาก็มาเห็นแชทที่เราคุยกับผู้ชายพวกนั้น จนเกิดการทะเลาะกันขึ้นมา เขาโมโหเรา แย่งโทรศัพท์กัน แล้วเขาก็บีบคอเรา คือเขาบีบคอเหมือนเราใกล้จะตาย บีบทั้งหมดสามรอบ โดยรอบแรกบีบเบา ๆ รอบสองหนักขึ้นเรื่อย ๆ พอมารอบที่สามหนูหายใจไม่ออกแล้ว ไม่มีใครห้ามเพราะไม่มีใครเห็น ที่เขาหยุดเพราะหนูพูดเบา ๆ ว่า “มึงบีบกูให้ตายไปเลย ให้ตายคามือมึงไปเลย” เขาเลยค่อย ๆ คลายมือเขาออก พอหนูเล่าเรื่องนี้ให้ครอบครัวแฟนฟัง ตอนแรกเขาก็จะให้หนูกลับไปอยู่บ้านหนู แต่สุดท้ายเขาไม่ให้หนูกลับ เพราะเขากลัวว่าหนูจะแพ้ผู้หญิงที่เป็นมือที่สาม คำถามที่อยากถามพี่ๆวันนี้ก็คือ หนูจะทำยังไงต่อไปดี ในเมื่อฝั่งทางแฟนไม่ให้หนูไปไหน...’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผู้ชายแบบนี้น่ากลัวที่สุด ไอพวกเลิกยาก ต้องหนีเท่านั้น กลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ก็โดนตาม แล้วทรงหนูดูใจอ่อนด้วย เขาทำหนูตั้งกี่ครั้งแล้วหนูยังทนได้เลย ฉะนั้นหนูมีทางเดียวคือ บล็อคทุกอย่างแล้วก็หนี หนีไปอยู่กับใครสักคนนึงที่เขาไม่รู้จักแล้วตามไม่ได้ โทรศัพท์ก็เปลี่ยนเบอร์เลย ไม่งั้นชีวิตพ้นน้ำยากมาก อีนี่จะตามอยู่เป็นปีบอกเลย ยกเว้นอีตัวเมียใหม่มันดี แต่คือถ้าเขายังหึงขนาดบีบคอหนูได้ แบบนี้พี่ว่าตามแน่นอน แล้วอีกอย่างนึงก็คือการมีหนูอยู่เขาไม่ได้เสียอะไรเลยนะ เขาสามารถมีคนอื่นก็ได้ ซึ่งผู้หญิงฉลาด ๆ จะไม่ทน ฉะนั้นพี่แนะนำให้หนูไปอยู่กับใครสักพักนึง แล้วก็ค่อยหางานทำ แต่ใจต้องแข็งต้องบล็อก บล็อกทุกอย่างเลย ส่วนพ่อแม่เขาก็ช่าง ไม่ใช่พ่อแม่เรา ไม่ใช่เรื่องที่จะมาให้กูไปทนทุกข์ บ้าหรือเปล่า การที่เราได้ลูกเขาคือการแพ้ ใครได้ผู้ชายแบบนี้เป็นผัวคือแพ้กว่า ห่วงอีมือที่สามเหอะอีนั่นอะซวย’ ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนีไปที่ ๆ เขาไม่รู้ แต่ว่าเราก็ต้องบอกคุณพ่อคุณแม่ไว้ แล้วหนูก็ลบทุกอย่างที่จะตามได้ โซเชียลทุกอย่างหนูลบไปก่อนให้หายไปก่อน ไปเริ่มชีวิตใหม่ไปหางานใหม่ทำ แล้วก็พี่อยากเสริมว่าอย่าคิดว่าเป็นคู่แท้ อันนี้คือคู่ดันทุรังนะ คู่กรรมคูเวร ที่เหมือนหนูไม่รู้กันสักทีว่าจริง ๆ มึงไม่ควรอยู่ด้วยกันได้แล้ว แต่มึงยังหากลับมาเพื่อวันนี้มาบีบคออีก แล้วบีบครั้งนึงได้แล้วพี่ว่านางทำได้อีกแหละ’ และสุดท้ายเป็น “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ มันหมดคำถามตั้งแต่บีบคอแล้ว ไม่ต้องฟังอะไรอื่นเลย คืออย่างที่หอมบอกแค่มีชู้มันก็ควรจะเลิกละ แล้วแบบบีบคอกันมันไม่มีอะไรจะต้องฟังต่อแล้ว นอกจากเลิกซะ ไอที่เขาบีบคอเราเนี่ยถ้ามันเลยกว่านั้นอีกสักเท่าไหร่หนูก็คงไม่มีโอกาสโทรมาแล้ว การที่คนเรามันจะทำร้ายคนอื่นได้ มันไม่เหลือความชอบธรรมที่จะอยู่ด้วยกันแล้วแหละ ส่วนคำพูดจากพ่อแม่ พ่อแม่ก็ไม่ต่างจากลูกเขาเลย ตรรกะประหลาดมาก คนที่ได้ลูกเขาไปนั่นแหละคือคนที่พ่ายแพ้ในชีวิตนี้ อย่าคิดว่าไอคนที่เราคบมาตั้งแต่มัธยม จะกี่ปี ๆ ก็เหอะ มันเป็นความคิดที่ผิด คือคนที่คิดแบบนี้โทรมารายการเราเยอะมาก ว่าแบบนี่คือแฟนคนแรก ก็เพราะมันเป็นแฟนคนแรกและหนูยังไม่เห็นคนที่ดีกว่าไง หนูถึงคิดว่านี่คือรักแท้ ถ้าหนูแค่ปิดประตูบ้านออกไปมองซ้ายมองขวาบางคนเดินผ่านไปผ่านมา ไอนี่ก็ดีกว่าผัวหนู ไอนี่ก็ดีกว่าแฟนหนู คนที่ดีกว่าแฟนหนูเยอะแยะไปหมด แต่เขาก้ไปมีคู่ดี ๆ แล้วแหละ ยิ่งหนูเสียเวลากับคนนี้ หนูก็จะไม่มีโอกาสเจอคนดี ๆ เพราะว่าเปิดประตูออกไป อ่อ...คนนั้นก็มีแฟน คนนั้นเขาก็เพิ่งแต่งงาน คนนั้นเขามีครอบครัวที่ดีไปแล้ว สุดท้ายจะเหลือแต่คนไม่ดีให้หนูเลือก เลือกหน่อย แล้วก็ครั้งแรกไม่จำเป็นต้องดีที่สุดลูก แล้วมันน้อยมากเท่าที่พี่เจอมาที่รักครั้งแรกจะเป็นรักครั้งสุดท้าย มันต้องโป๊ะเชะ มันต้องคนดีเจอคนดี ไม่แน่คนดีเจอคนดียังเลิกกันก็มี เพราะมันเจอกันเร็วไป หรือมันคบกันนานไป มันไม่มีความเชื่อมโยงอะไรเลยกับรักครั้งแรก กับคู่ชีวิต ไม่เกี่ยวเลย แล้วก็การที่เขามาบรรจงบีบคอเราสามสเต็ปเนี่ย มันไม่ต้องมีคำถามอะไรอีกแล้ว จริง ๆ จีไม่ต้องโทรมาถามก็ได้ ถ้าจีรักตัวเองมากพอ มันไม่ควรมีใครทั้งนั้นมาบีบคอเรา จงรักตัวเองให้มาก แล้วจีจะรู้ว่าจีต้องทำยังไง มันเป็นสัญชาตญาณการเอาตัวรอด สัญชาตญาณการหนีตายของสิ่งมีชีวิตพื้นฐานเลย เราไม่อยู่กับสิ่งที่เป็นอันตรายกับชีวิตเรา นี่คือพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตไม่นับมนุษย์ด้วยซ้ำ สัตว์เดรัจฉานยังหนีสิ่งที่เป็นภัยต่อชีวิตมันเลย แล้วทำไมมนุษย์เราที่มีมันสมองมีความคิดขนาดนี้ ถึงยอมที่จะอยู่กับคนที่เป็นอันตรายกับชีวิตเราหล่ะ ม้าลายมันยังวิ่งหนีสิงโตเลย รักชีวิตเราให้มากลูกแล้วก็เด็ดขาด ต้นหอมอาจจะคิดว่าเขาจะตามไป แต่ถ้ามันไม่มีหนทางแล้วจริง ๆ อย่างน้อยก็ไปอยู่กับพ่อแม่ให้พ่อแม่คุ้มครองเรา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เป็นคนคุยที่มาทีหลัง ไม่มีสิทธิ์หรอคะ? เราคุยกับผู้ชายคนนึง ไม่นานมีสาวปริศนา โผล่มาบอกว่า เรามาทีหลังเค้า เค้าคุยก่อนเรามา 1 อาทิตย์ สุดท้ายผู้ชายเลือกเรา จนอดคิดไม่ได้ว่า หรือจริงๆแล้ว เราคือสาเหตุ ที่ทำให้เค้าสองคนเลิกคุยกัน....

10 ม.ค. 2025

เป็นคนคุยที่มาทีหลัง ไม่มีสิทธิ์หรอคะ? เราคุยกับผู้ชายคนนึง ไม่นานมีสาวปริศนา โผล่มาบอกว่า เรามาทีหลังเค้า เค้าคุยก่อนเรามา 1 อาทิตย์ สุดท้ายผู้ชายเลือกเรา จนอดคิดไม่ได้ว่า หรือจริงๆแล้ว เราคือสาเหตุ ที่ทำให้เค้าสองคนเลิกคุยกัน....

“คุณอูน (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ม.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาความรักในวัย Gen Z โดย “คุณอูน (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูเล่นแอปพลิเคชันหาคู่ จนได้พบกับหนุ่มคนหนึ่งที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน มีการเจอกันผ่าน ๆ บ้างตามมหาวิทยาลัย เพราะตึกอยู่ใกล้ ๆ กัน หลังจากได้คุยกันผ่านแอปพลิเคชันนั้นสักพักหนึ่ง เราทั้งคู่ได้ย้ายมาคุยกันในไอจี เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ต่อ เราคุยกันมาได้ประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งทักมาหาหนู เขาถามว่า “เธอคุยกับผู้ชายคนนี้อยู่หรือเปล่า?” แล้วเขาก็ย้ำว่า “อย่าเพิ่งบอกผู้ชายนะว่าเราทักมา” หนูก็ถามกลับไปว่า “มีอะไรรึเปล่าคะ?” เขาตอบว่า “เราคุยกับผู้ชายคนนี้อยู่นะ แล้วเธอคุยกับเขามานานหรือยัง?” หนูตอบไปว่า “เพิ่งคุยได้สักพักค่ะ” เขาถามต่อทันทีว่า “สักพักนี่นานแค่ไหน?” หนูบอกว่า “ประมาณ 3 อาทิตย์ค่ะ” ผู้หญิงคนนั้นเขาได้บอกกับหนูว่า เขาเลิกคุยกับผู้ชายคนนี้เพื่อให้หนูคุยต่อ แต่เมื่อหนูไปถามผู้ชายว่า “ผู้หญิงคนที่ทักมาเป็นคนคุยกับเธอหรือเปล่า?” ผู้ชายตอบว่า “เราเลิกคุยกันไปนานแล้ว ก่อนที่เราจะมาคุยกับเธออีก” และตอนนี้ฝั่งผู้ชายได้มีการบล็อกผู้หญิงคนนั้นไปแล้วด้วย และมากไปกว่านั้นผู้หญิงคนนี้เขามักจะพูดเหน็บแนมใส่หนู เช่น ถ้าไปห้องผู้ชายก็ฝากเก็บของที่เป็นของเราออกด้วยนะ เลยยิ่งทำให้หนูรู้สึกผิด ตอนนี้หนูไม่แน่ใจว่าเจตนาของผู้หญิงคนนั้นที่ทักมาคืออะไร เขาอยากได้ผู้ชายกลับคืน หรือมาโทษว่าหนูคือสาเหตุที่ทำให้เขาเลิกคุยกัน หนูก็เลยอยากจะมาปรึกษาพี่ ๆ ว่า หนูผิดไหม? เพราะหนูเป็นฝ่ายที่มาทีหลัง’ ซึ่งเริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเรื่องที่หนูเล่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องจริง ก็ถือว่าไม่ผิดเพราะผู้ชายอิสระแล้ว และฝ่ายหญิงก็เป็นคนบอกเองว่าสามารถคุยกันต่อได้เลย แต่แนะนำเพิ่มให้เลี่ยงการอ่านข้อความของผู้หญิงคนนั้นเวลาที่เขาทักมา เพราะไม่ได้ประสงค์ดีสักเท่าไหร่’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าคนคุยในความหมายของพี่ พี่มีสิทธิ์ที่จะคุยเพราะยังไม่ใช่แฟน แล้วเธอมาก่อนฉันแค่อาทิตย์เดียวแล้วยังไง และทั้งสองคนคุยกับผู้ชายในเวลาที่แทบจะทับซ้อนกัน ดังนั้นจึงถือว่าไม่ผิด เพราะเรามีสถานะเท่ากันคือ คนคุย แต่ถ้าเขาเป็นแฟนกันแล้ว แบบนั้นถือว่าผิด เรามาทีหลังเราควรที่จะถอยออกมา’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้สอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการจีบกันในยุคปัจจุบัน และได้คำตอบว่า คนสมัยนี้มักจะคุยกันผ่านทางดีเอ็มในไอจี และมักจะเก็บไลน์ไว้เพื่อคุยเรื่องเรียนหรือเรื่องงานมากกว่า พร้อมให้กำลังใจเพิ่มเติมว่า ถ้าหนูอยู่ในสถานะคนคุยกันทั้งสองฝ่าย มันก็เท่ากัน ไม่ต้องไปคิดว่าใครมาก่อนหรือมาหลัง เพราะไม่เกี่ยวกัน และฝ่ายผู้ชายอาจจะมีคนคุยมากกว่านี้ก็ได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรือรู้สึกผิด เพราะในเรื่องนี้ไม่มีใครผิด ทุกคนต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้า ทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย? ตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้าน แต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี?

21 พ.ย. 2025

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้า ทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย? ตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้าน แต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี?

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้าทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย?ตอนนี้หนูอายุ 21 อยู่กับตา และ ยายที่บ้าน ตั้งแต่ที่น้าสาวย้ายมาในบ้านน้าไม่ทำงานอะไรเลย ยายหนูจากที่เคยให้เงินหนูกับน้อง 4-500ก็จะเหลือ 200 300 บาท เพราะต้องแบ่งไปให้น้ากับหลานหนูเคยเกลียดน้าถึงขั้นว่า ตอนที่น้าท้องแล้วทะเลาะกันหนูถีบท้องน้า เพราะอยากให้แท้งลูก แต่ลูกน้าก็คลอดมา แข็งแรงปกติตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้านแต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี? “คุณสปาย (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องรู้สึกเกลียดน้าและลูกของน้าเพราะว่าเขาเข้ามาแย่งความรักของยายกับเรา “คุณสปาย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราอยู่บ้านกับตายายและก็น้องชาย น้าและลูกของน้าย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเราตั้งแต่เขาตั้งท้อง รวม ๆ ระยะเวลาก็ประมาณ 2 ปีแล้ว เขาจะชอบพูดถึงเราในด้านลบ แขวะเราตลอดเวลา เช่น ตอนทำอาหารก็จะมาพูดใส่เราว่า กินไม่ได้เลย หมาไม่แxก หรือเวลาเราใส่เสื้อผ้าเขาก็จะมาพูดว่า เธอใส่แล้วอ้วนนะ ดูไม่ได้เลย เราไม่เคยได้รับคำพูดเชิงบวกเลยตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาทั้งเมื่อก่อนและตอนนี้ พ่อกับแม่เราก็เคยบอกไปแล้วว่าเราไม่โอเค แต่เขาก็ยังพูดเหมือนเดิม แต่กับน้องชายเราก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดจาแบบนั้น เราก็สงสัยว่าทำไมถึงเป็นแค่เราที่โดน เรากับน้าทะเลาะกันบ่อย มีปากเสียงกัน จนครั้งหนึ่งเราเคยเตะท้องน้าตอนเขาตั้งท้อง คือเราก็รู้ว่าลูกของน้าไม่ได้ผิดอะไร แต่ที่บ้านก็จะพูดว่า บ้านเราต้องจนลงนะ เพราะมีอีก 2 คนเข้ามาอยู่ เราต้องประหยัดขึ้นนะ ความรู้สึกเหมือนเราไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะมีใครคนใหม่เข้ามาในบ้าน เงินจากยายที่ปกติได้วันละ 400-500 บาท ก็ต้องเหลือ 200 บาท แล้วก็รู้สึกว่าทำไมเราต้องได้ลดลงเพราะให้เด็กคนนั้นด้วย พ่อกับแม่เราก็ส่งเงินให้แค่บางครั้ง ครั้งละเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ได้ส่งมาให้เป็นรายเดือน ตอนที่น้องเกิดมาเราก็ไม่ได้ไปเรียนมหาลัยฯ เพราะถ้าเราไปเรียนก็จะมีค่าใช้จ่ายเยอะ ซึ่งที่บ้านมีหลายคน มันก็เลยกลายเป็นปมของเราที่เราไม่ได้ไปเรียน หรืออย่างเวลาเราไปทำงานได้เงินมา ยายก็จะขอเงินในส่วนนั้นครั้งละ 500-1,000 บาท มาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่ตัวของน้าเขาไม่ทำงานอะไรเลย ทุกวันนี้กิจวัตรของเขาคืออยู่กับลูก ดูหนัง เล่นโทรศัพท์ ถ้าน้าเขาคิดอยากจะมีรายได้ อยากทำงาน ไปขายของออนไลน์หรือทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาอยากเอาเงินมาจุนเจือลูกของเขาบ้าง เราคงไม่ได้รู้สึกเกลียดเขา แต่เราก็สงสัยว่าทำไมเราถึงเกลียดน้าได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่พอไปเปรียบเทียบกับสมัยมัธยมที่เราโดน Bully จนถึงขั้นต้องกินยา เรากลับไม่ได้เกลียดเด็กพวกนั้นเท่าที่เราเกลียดน้าเลย มันเลยเป็นปัญหาที่ทำให้เราไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากเจอหน้าทั้งสองคน’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็จะเรียกคนที่บ้านทั้งหมดมาคุยกันว่า โดยฐานะบ้านเราแล้วไม่ได้มีเงินขนาดนั้น น้าก็สามารถทำงานได้ ถ้าจะให้หนูมาช่วยที่บ้านแต่น้ายังไม่ทำงาน หนูก็รู้สึกว่าเหนื่อย งั้นน้าลองมาช่วยอีกคนหนึ่งไหม ช่วยกันหาเงิน บ้านเราจะได้มีเงิน ยายก็จะได้เหนื่อยน้อยลงเพราะอย่างน้อยยายก็เป็นแม่เขา เราเรียกเขามาคุยไม่ได้มาชวนทะเลาะ คุยกันเรื่องการวางแผนชีวิต เราจะได้ช่วยกัน ถ้าเกิดเขาไม่ได้มีการวางแผนอะไรเลย หนูก็บอกยายเลยว่าวันหนึ่งที่หนูมีเงิน หนูอาจจะแยกไปอยู่ด้านนอกนะ เพราะว่าเราก็ไม่อยากรับภาระที่บ้านทั้งหมด หนูแค่ส่งเงินให้ยายเท่าที่หนูทำได้ ส่วนเรื่องของน้า มันเป็นหน้าที่ของยาย เพราะยายเป็นแม่เขาก็ให้เขาจัดการเอง แต่ถ้าเรายังรักยายอยู่ เราอาจจะหยิบเรื่องนี้เข้ามาคุยกับคนในบ้าน มาวางแผนการเงินกันดู เผื่อเป็นการกระตุ้นน้าได้ แต่เด็กเขาไม่รู้เรื่อง น้องไม่มีความผิด ถ้าเป็นไปได้น้องก็คือลูกพี่ลูกน้องของเรา พี่อยากให้สปายใส่คำว่าเมตตาลงไปในจิตใจหน่อย เพราะอย่างน้อยเราก็อยู่บ้านเดียวกัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘มันยังทำอะไรมากไม่ได้ เพราะสุดท้ายเรายังอาศัยบ้านยายอยู่ ยายจะให้ลูกบ้านคนไหนมาอยู่ก็ได้ และน้าเขาก็เป็นลูกยาย ณ เวลานี้มันก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนในสิ่งที่เราไม่ชอบ ส่วนเรื่องน้า มันเป็นธรรมชาติมนุษย์นะ รัก โลภ โกรธ หลง พี่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีสติและเรารู้ว่าเหตุผลมันคืออะไร แต่พี่ก็ใจชื้นที่สปายก็ยังเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น สปายยังถ่ายทอดออกมาได้ว่าหนูเกลียดเขา และก็ยังสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงเกลียดน้ามากกว่าพวกคนที่เคยมา Bully หนูอีก แสดงว่าหนูยังสังเกตเห็นถึงอาการนี้ของตัวเอง หนูก็รู้ว่าทำไมหนูถึงต้องไปเกลียดลูกของเขาด้วย ทั้ง ๆ ที่เด็กก็ไม่ได้ผิดอะไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สปายยังเป็นคนที่มีตรรกะในชีวิตที่มันไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร เพราะฉะนั้นจงเข้าใจสิ่งที่ตัวเองรู้สึกก็แล้วกัน เราไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แค่นี้ และก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตที่จะเลี้ยงดูตัวเองให้ได้โดยเร็ว เมื่อไหร่ก็ตามที่สปายรับผิดชอบตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ สามารถจะออกไปอยู่ข้างนอกได้ เมื่อนั้นแหละสปายจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ ส่วนเรื่องแบ่งเงิน พี่ยังรู้สึกเข้าข้างสปายอย่างหนึ่งว่านี่คือเงินที่เราหามานะ ถ้ายายจะเอาไปให้คนอื่น สปายก็มีสิทธิ์ที่จะบอก ใช่ว่าเราจะต้องฝืนทนยอมอยู่ฝ่ายเดียว เราก็มีสิทธิ์เลือกว่าเงินของเราจะเอาไปดูแลใคร ก็ลองเอาความคับข้องใจนี้ไปบอกยายดูสักตั้ง ความเกลียดเรามันมีเหตุผล มันมีถูกมีผิดอยู่ในนั้น มันไม่ได้ไร้เหตุผล เพราะฉะนั้นก็ลองบอกดู’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘เพราะมันไม่ได้มีผลกับชีวิตสปายแหละมั้ง มันไม่ได้ถึงขั้นทำให้สปายไม่ได้เรียนมหาลัยฯที่สปายติด เหมือนสปายถูกแย่งพื้นที่ที่เคยเป็นของตัวเอง พี่ว่าวิธีคุยกันแบบสันติวิธีอย่างที่พี่หอมบอกก็ดี มันก็ควรจะทำ แต่ดูแล้วน้าก็ไม่น่าจะยอมหางานทำง่าย ๆ พี่ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าสุดท้ายแล้วการพูดกันมันไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจเราและก็ยังคงที่จะหาเรื่องเรา พี่ว่าสปายก็มีสิทธิ์พูดได้นะว่าให้เขาหยุด เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้สามารถเอามาเป็นข้ออ้างได้ว่า เงินทุกวันนี้ที่น้าได้ ส่วนหนึ่งคือเงินที่สปายทำงาน ละถ้าน้ายังไม่หยุดทำอย่างนี้ สปายจะไม่ให้เงินยายนะ ซึ่งแน่นอนมันก็จะกระทบกับเงินที่ยายจะให้น้าด้วยนะ ลองเอาเรื่องนี้ทำให้เขาตาสว่าง พี่ว่ามันเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักพอ กับอีกอย่างหนึ่งพี่ว่าสปายก็ต้องพูดกับยาย ถ้ายายเลี้ยงลูกอย่างนี้ มันก็ไม่ได้ดีกับทุกคน หรือยายจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดและเขาก็พูดจาไม่ดีกับหนูด้วย แต่สุดท้ายแล้วถ้าเงินมันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง ก็คิดซะว่ามันก็คือค่าที่ยายเลี้ยงดูเรามา มันก็เหมือนตอบแทนยาย สุดท้ายสปายต้องเข้าใจว่าตอนนี้มันคือเงื่อนไขของชีวิตที่สปายเลี่ยงไม่ได้ ต้องยอมรับและพยายามอยู่กับมันให้ได้ เอาที่สปายมีความสุขที่สุดเท่าที่จะมีได้ และมันก็จะมีวันที่สปายพร้อม ออกไปทำงาน ไปใช้ชีวิตของตัวเอง หรือถ้าในอนาคตมันไม่เปลี่ยนไปแต่ก็อย่าไปทำร้ายเด็กเพราะเขาไม่รู้เรื่อง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนโกรธสามี ลั่น "จะฟ้องหย่าชู้ให้ได้!" ผมก็เลยถามเพื่อนว่าแน่ใจนะ? เพื่อนบอก "แน่ใจ!!" เพื่อนในกลุ่มก็เลยช่วยกันหาหลักฐานครบ หาทนายให้พร้อม สุดท้ายเพื่อนไปคุยกับทนายว่า ไม่ได้อยากฟ้อง แต่โดนเพื่อนยุให้ทำ

12 ม.ค. 2024

เพื่อนโกรธสามี ลั่น "จะฟ้องหย่าชู้ให้ได้!" ผมก็เลยถามเพื่อนว่าแน่ใจนะ? เพื่อนบอก "แน่ใจ!!" เพื่อนในกลุ่มก็เลยช่วยกันหาหลักฐานครบ หาทนายให้พร้อม สุดท้ายเพื่อนไปคุยกับทนายว่า ไม่ได้อยากฟ้อง แต่โดนเพื่อนยุให้ทำ

เพื่อนโกรธสามี ลั่น "จะฟ้องหย่าชู้ให้ได้!" ผมก็เลยถามเพื่อนว่าแน่ใจนะ? เพื่อนบอก "แน่ใจ!!"เพื่อนในกลุ่มก็เลยช่วยกันหาหลักฐานครบ หาทนายให้พร้อมสุดท้ายเพื่อนไปคุยกับทนายว่า ไม่ได้อยากฟ้อง แต่โดนเพื่อนยุให้ทำตอนนี้ผมเสียความรู้สึกมาก เหมือนโดนหักหลัง เป็นหมาทั้งกลุ่ม?? “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย กับปัญหาที่รู้สึกโดนหักหลังจากเพื่อน หลังจากที่ช่วยเพื่อนหาหลักฐานฟ้องมือที่สามของแฟน แต่สุดท้ายเทและโยนบาปมาให้เพื่อนทั้งหมด! โดย “คุณเอ็ม (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อน เราเป็นฝ่ายไปช่วยเขา เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนในกลุ่ม ก่อนหน้านี้เราไม่ค่อยสนิทกันเพราะว่าทำงานคนละสาย แต่เราเริ่มมาคุยกันตอนที่ได้ทำงานร่วมกัน ผมให้เขามาช่วยงาน เราก็เห็นสภาพครอบครัวเขา พ่อแม่ลูกรักกันดี จนวันนึงเรามีงานที่ต้องทำกับเขาอีก เขาจึงได้เล่าให้เราฟังว่าตอนนี้เขาเลิกกับแฟนเขาแล้ว เราก็อ้าว! เพราะล่าสุดเพิ่งเห็นแฟนเขามาส่ง เขาก็เล่าว่าแฟนเขาไปมีอีกคนนึง ซึ่งอีกคนโปรไฟล์ดีมาก ด้วยความที่เป็นเพื่อนเรา เราก็มีความรู้สึกว่าทำไมเพื่อนเราถึงถูกกระทำแบบนี้ ทีนี้เราก็เลยนัดเพื่อนทุกคนมานั่งคุยกันว่าเกิดอะไรขึ้น คุยกันเสร็จเขาก็บอกว่า ฝั่งแฟนเขาไปมีคนอื่น ขอเลิกกับเขา และหลอกเขาไปหย่า เรื่องเป็นประมาณนี้ หลังจากนั้นเพื่อนทุกคนก็ช่วยกันหาหลักฐาน เพราะเราคุยกันแล้วว่าจะฟ้องมือที่สาม เราบอกว่า “ตอนนี้เพื่อนเราไม่มีงานทำ ฉะนั้นถ้าฟ้องชนะอย่างน้อยเพื่อนก็ได้เงินก้อนนี้ไปตั้งตัวต่อ” เราคิดกันแค่นี้ เราก็ถามเขาว่า “ตกลงจะฟ้องใช่ไหม” เขาก็บอกมาว่า “ฟ้อง ยังไงก็ฟ้อง” แต่เราก็บอกเพื่อนไว้ก่อนว่า “ถ้าฟ้องเสร็จแล้ว จะกลับไปเป็นครอบครัวเดียวกับแฟนเขาอีก เราจะถือว่าเราไม่เป็นหมานะ เพราะเราถือว่ามันเป็นเรื่องของครอบครัว เราเข้าใจได้” ทุกอย่างก็ดำเนินต่อไป เพื่อนๆ ช่วยเขาทุกอย่าง ทั้งหางานใหม่ให้ จนได้งาน อยากได้ GPS เพื่อนก็หาให้ อยากสืบว่าแฟนไปที่ไหน เพื่อนก็ไปช่วยตาม แม้แต่เวลาตี 1-2 ก็ยังช่วยตามให้ จนได้ข้อมูลครบถ้วนและสามารถส่งฟ้องได้ ทุกคนจึงถามว่า “จะส่งฟ้องเมื่อไหร่” ทีนี้เพื่อนเราเริ่มอ้าง เดี๋ยวรอวันนั้น เดี๋ยวรอวันนี้ จนมีวันนึงเขาบอกว่าเขาตั้งท้องลูกคนที่ 2 เพื่อนทุกคนตกใจมาก แต่เราก็คุยกับเพื่อนไปว่า ตอนนั้นมันแค่ไม่กี่อาทิตย์ ถ้ายุติการตั้งครรภ์ได้ เราอยากให้ยุติ เพราะไม่งั้นปัญหาหลังจากนี้มันจะวุ่นวาย ปัญหาจะเยอะมาก ถ้าเธอคิดจะฟ้อง เขาก็เหมือนบ่ายเบี่ยงไป เราก็ไม่ได้ตามอะไรต่อ จนเขาบอกว่าเขาแท้งเพราะว่าแย่งโทรศัพท์กันแล้วเด็กหลุด แต่มันก็มีความตะหงิดใจบางอย่างคือ พี่สาวเอ็มก็มาถามว่า “เขาได้ขูดมดลูกไหม” เพราะปกติถ้าแท้งจะต้องขูดมดลูกอะไรแบบนี้ เพื่อนก็บอกมาว่า “หมอเขาแทงสวน” เราไม่เคยท้องเราก็ไม่รู้ว่ามันต้องอะไรยังไง แต่ก็เริ่มตะหงิดใจมาเรื่อย ๆ ในส่วนของเรื่องฟ้องก็ไม่คืบหน้าสักที จนเราเริ่มฟางเส้นสุดท้ายขาด เราทิ้งเรื่องฟ้องไว้ก่อน เรามีงานให้เขามาช่วย แต่ทีนี้เพื่อนบอกว่าเขาจะต้องเริ่มงานอีกที่นึง เราก็คุยกับเขาว่า “ตกลงแกเริ่มงานอีกที่นึงใช่ไหม” เขาก็บอกว่า “เดี๋ยวรอทางสำนักงานใหญ่แจ้งมา” เราก็ไม่ได้ตามอะไรต่อ แต่ก็คิดว่าถ้าเขารู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนกัน เขาควรแจ้งเราก่อนว่ามาเริ่มทำงานที่นี่ไม่ได้ แต่นี่ต้องให้เรามารอ จนถึงวันงานเขาก็ยังไม่แจ้งเรา จนถึงเรื่องฟ้อง ฟางอีกเส้นที่ขาดก็คือ เพื่อนเอ็มเขามีแฟนเป็นทนาย ครั้งแรกที่คุยกับทนาย เขาบอกแล้วว่าเขาจะทำให้ฟรี แต่ทีนี้ทนายเขาบอกว่าเหมือนเพื่อนเอ็มไม่กระตือรือร้นที่จะทำ ทนายเขารู้สึกว่าแปลก ๆ เพื่อนทุกคนก็คุยกัน เหมือนแฟนของเพื่อนแต่ละคนเขาก็มองว่าเพื่อนเราไม่กระตือรือร้น ทำไมจะทำอะไรแต่ละอย่างถึงไม่ขวนขวายเอง ทำไมต้องให้เพื่อนรอบตัววุ่นวายไปหมด จนวันที่ทนายเขาถามรอบสุดท้าย ตอนเช้าคุยกับเพื่อนก็ถามอีกว่า “จะฟ้องจริงไหม” เขาก็ตอบว่า “จะฟ้องจริง 100% จะฟ้องจริงๆ” พอตกบ่าย ทนายมาคุยอีกรอบนึง เขาตอบมาว่า “50 50 ค่ะ” เพราะว่าตอนนี้ฝั่งผู้ชายเขาก็มาขอคืนดี แล้วก็บอกว่าเขาขอโอกาส อีก 50 ก็เหมือนเกรงใจเพื่อน ใช้คำว่าเกรงใจเพื่อน เหมือนประมาณว่าเพื่อนอยากให้ฟ้องแต่ตัวเองไม่อยาก ประมาณว่า “จริง ๆ หนูก็ไม่ได้อยากฟ้องนะคะ แต่เพื่อนยุให้ฟ้อง” ตอนนั้นเรายังไม่รู้เรื่อง เพื่อนก็ต่อสายมาคุยเลยว่าให้ใจเย็น ๆ แล้วก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง พอเพื่อนเล่าจบเราก็รู้สึกว่าทำไมเป็นแบบนี้ เพราะว่าก่อนหน้านั้นเราเป็นคนถามเขาเองว่าจะฟ้องใช่ไหม ตอนนั้นเพื่อนก็บอกว่าจะฟ้อง แต่เราก็บอกไปว่าให้กลับไปคืนดีคุยกับแฟนก่อนไหม แต่เพื่อนก็บอกว่า “ฉันจะไม่เอาผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของลูกเด็ดขาด” แต่พอมาวันนี้กลายเป็นว่า “ฉันจะกลับไป” เราก็รู้สึกว่าจริง ๆ ถ้าเกิดเขาแค่เดินมาขอโทษเรา แล้วบอกว่าเราขอโทษนะ เราทิ้งครอบครัวไม่ได้จริง ๆ เพื่อนทุกคนก็พร้อมให้อภัย แต่พอมันเกิดเรื่อง กลายเป็นว่า คำขอโทษจากปากเขากับเพื่อนไม่มีเลย แล้วเขาก็เหมือนโยนบาปทุกอย่างให้เพื่อนว่าเพื่อนเป็นคนยุยงให้ทำ ตอนนี้ก็เหมือนทุกอย่างบีบให้เพื่อนออกหมด แต่ว่าหลักฐานบางอย่างยังอยู่ในมือเรา เราแค่มองว่าถ้าเกิดวันนั้นเราปล่อยหลักฐานให้เขาไปหมดเลย แล้วถ้าหลักฐานนี้มันหลุด เท่ากับว่าเพื่อนทุกคนที่ทำมา ขาข้าง หนึ่งคงเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว จริง ๆ เพื่อนทุกคนก็บอกว่าเราไม่ต้องคิดอะไรมากแค่เต็มที่กับเพื่อน แต่ความรู้สึกที่มันตกค้างอยู่ในใจเราทุกวันนี้ ที่ว่าทำไมเพื่อนแม้แต่คำขอโทษก็ไม่มีให้เรา ทั้งที่เราเต็มที่กับเขาแต่บาปทุกอย่างเหมือนโยนมาให้เราหมด มันเหมือนเราถูกหักหลังกับการที่เขาไปบอกทนายว่า “ก็เพื่อนอยากให้ฟ้องอะค่ะหนูก็เลยจะฟ้อง” มันก็เลยเกิดตะกอนที่มันลบไม่ได้ จึงอยากถามว่า “ผมจะจัดการกับความรู้สึกนอยที่มันยังตกค้างอยู่ยังไงดี วันนึงถ้าเกิดเขาเดินมาขอโทษเรา เราอาจจะรู้สึกดีขึ้นก็ได้ แต่ตอนนี้เรายังรู้สึกว่ายังไม่ได้รับคำขอโทษเพื่อปลอบประโลมความรู้สึกจากเขาเลย” โดย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในที่สุดแล้วแต่ละคนไม่เหมือนกัน น้องลองดูสิเพื่อนแต่ละคนมีเฉดที่แตกต่างกัน และเอ็มเป็นคนพูดเองว่าต่อให้ฟ้องกันไปแล้วกลับไปเอ็มก็โอเค ขั้นตอนมันยังไม่ไปถึงตรงนั้นเลยแค่เริ่มต้น 2 – 3 ก้าวเขาก็กลับไปอยู่ด้วยกันแล้ว ถ้าเป็นเพื่อนกันก็ให้ได้ แต่อย่าไปรู้สึกว่าเพื่อนเขาต้องอินกับสิ่งที่เราทำให้เขา เพราะไม่อย่างงั้นคนที่คาดหวังและเจ็บมากจะเป็นเราเอง และร้อยทั้งล้าน พอเป็นเรื่องความรัก มีเรื่องของใจ ก็ความรักมันไม่ใช้เหตุผล เขาถึงต้องไปรักคนที่ไม่ควรรัก เราเป็นเพื่อนที่เชียร์อยู่รอบสนามแต่เราไม่ได้รักคน ๆ นั้นเหมือนที่เพื่อนเรารัก ถ้าจะเป็นหมาก็เป็นหมาที่รักเพื่อน ให้เพื่อนเห็นว่าฉันก็เป็นหมาที่รักเธอ แต่มันต้องมีบทเรียนเช่น ครั้งต่อไปถ้าเป็นเรื่องของความรักหรือเรื่องของการฟ้องร้อง เขาต้องเป็นฝ่ายทุรนทุรายที่จะฟ้องร้องเอง ตอนนี้พี่รู้สึกว่าเราเสียความรู้สึก ถ้าจะบอกว่าเขาทรยศก็อาจจะพูดไม่ได้เต็มปากเพราะอันนั้นก็เป็นเรื่องเขา พวกเราเองต่างหากที่กรูเข้าไปช่วยเขา เพราะในที่สุดการเป็นเพื่อน เราเป็นได้แค่กองเชียร์แต่เขาเป็นกองหน้า การที่จะเอาเรื่องตรงนั้นมานอยจนทำให้เราไม่มีเวลาดูแลตัวเองหรือไม่มีความสุข พี่ว่าไม่คุ้ม ให้มันเป็นบทเรียนว่าวันหลังถ้าเกิดจะเกิดอะไรขึ้น ให้เขาจัดการชีวิตตัวเอง’ ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเรื่องของความสัมพันธ์ อันนึงที่ทำให้เราเจ็บได้เสมอคือคาดหวังในความสัมพันธ์ ลองสังเกตดูคนไหนที่เราแคร์เขามาก ถ้าเขาไม่ทำตามที่เราหวังไว้เราจะเจ็บปวด โดยเฉพาะกับเพื่อน สำหรับเอ็มพี่คิดว่าถ้าจะมูฟออนเรื่องนี้ไปให้ได้ ต้องคิดไปเลยว่าเพื่อนคนนี้เขาจะไม่มาขอโทษเอ็ม เขาจะเป็นแบบนี้และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าวันไหนเขามาขอโทษ วันนั้นคือโบนัส แต่ถ้าตอนนี้สำหรับพี่นะเราต้องคิดไปเลยว่าเขาไม่มีวันจะมาขอโทษเรา ถ้าวันนี้เรายังโฟกัสเรื่องขอโทษว่าเมื่อไหร่ มันก็เหมือนเป็นเราที่เอาใจไปผูก ให้คิดไปว่าเราช่วยไปแล้ว เราทำดีที่สุดไปแล้ว ถึงขั้นเอาตัวเองไปเสี่ยงด้วยซ้ำ คือเราต้องการเห็นเขามีความสุขในครอบครัวใช่ไหม ถึงตอนนี้เขาจะไม่ไปฟ้อง แต่มันก็กลับไปที่จุดแรกของมันคือ เค้าได้กลับไปอยู่กับสามีและลูกของเขา สำหรับพี่พี่ว่าแค่นี้ก็พอแล้ว สุดท้ายเราก็ได้เรียนรู้คน ถ้าไม่ได้มีเหตุการณ์นี้เราก็อาจจะไม่รู้ ถ้าวันนึงเขายังอยากกลับมาเป็นเพื่อนเราเดี๋ยวเขาก็มาเอง’ สุดท้ายเป็น “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณเอ็มบอกตั้งแต่ต้นเรื่องว่าได้คุยกันในกลุ่มว่าถึงยังไงเราก็ไม่หมา ผมจะบอกว่านี่แหละคือคำจำกัดความของคำว่าหมาที่แท้จริง คือจริง ๆ แล้วถ้าเกิดเราทำความเข้าใจเหมือนที่เราออกตัวไป เราจะต้องไม่รู้สึกเจ็บแค้นเคืองโกรธขนาดนี้ แสดงว่าเรายังไม่มีภูมิคุ้มกันความเป็นหมาเพียงพอ จะผ่านเรื่องนี้ไปได้ยังไงผมว่าให้ลองเข้าใจฝั่งเขาดู อย่างที่บอกเคสแบบนี้มันพร้อมที่จะกลับไปคืนดีกันไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว แล้วเราก็ดันไปเป็นหัวหน้าทีมที่ลุยแทนเพื่อนทุกอย่าง ถ้าเราไม่ลืมความเสี่ยงนั้น วันนี้เราอาจจะลงจอดได้ง่าย พอถึงจุดนี้ผมว่าเราอาจจะต้องทำความเข้าใจเขาดู ว่าทำไมเขาถึงไม่ขอโทษ ทำไมเขาถึงเลือกวิธีที่จะแสดงออกแบบนี้ บางทีคำตอบมันอาจไม่เลวร้ายเหมือนที่คุณเอ็มคิดเอาไว้ บางทีเขาอาจจะยังไม่กล้าขอโทษในวันนี้ ใด ๆ ก็ตาม ถ้าเรายังไม่มีภูมิคุ้มกันความหมาในแบบนี้ ให้เลี่ยงที่จะเข้าไปช่วยใครหนัก ๆ เก็บไว้เป็นประสบการณ์และรอวันที่เขานิ่งขึ้น แล้วถ้ามันมีจังหวะ มีโอกาสผมว่าลึก ๆ แล้ว เขาก็คงอยากขอโทษ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-