หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้า ทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย? ตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้าน แต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้า ทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย? ตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้าน แต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี?

21 พ.ย. 2025

หนูรู้สึก เกลียดน้าสาว และ ลูก 1 เดือนของน้า 
ทำไมต้องมาแย่งความรัก ไปจากยายของหนูด้วย? 
ตอนนี้หนูอายุ 21 อยู่กับตา และ ยายที่บ้าน ตั้งแต่ที่น้าสาวย้ายมาในบ้าน
น้าไม่ทำงานอะไรเลย ยายหนูจากที่เคยให้เงินหนูกับน้อง 4-500 
ก็จะเหลือ 200 300 บาท เพราะต้องแบ่งไปให้น้ากับหลาน 
หนูเคยเกลียดน้าถึงขั้นว่า ตอนที่น้าท้องแล้วทะเลาะกัน
หนูถีบท้องน้า เพราะอยากให้แท้งลูก แต่ลูกน้าก็คลอดมา แข็งแรงปกติ
ตอนนี้หนูรู้สึกว่า หนูต้องทำงานหาเงินอยู่คนเดียวในบ้าน
แต่น้านอนสบายไม่ทำอะไรเลย หนูเกลียดทั้งน้า ทั้งลูก จะทำยังไงดี?

      “คุณสปาย (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เรื่องรู้สึกเกลียดน้าและลูกของน้าเพราะว่าเขาเข้ามาแย่งความรักของยายกับเรา

      “คุณสปาย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เราอยู่บ้านกับตายายและก็น้องชาย น้าและลูกของน้าย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านเราตั้งแต่เขาตั้งท้อง รวม ๆ ระยะเวลาก็ประมาณ 2 ปีแล้ว เขาจะชอบพูดถึงเราในด้านลบ แขวะเราตลอดเวลา เช่น ตอนทำอาหารก็จะมาพูดใส่เราว่า กินไม่ได้เลย หมาไม่แxก หรือเวลาเราใส่เสื้อผ้าเขาก็จะมาพูดว่า เธอใส่แล้วอ้วนนะ ดูไม่ได้เลย เราไม่เคยได้รับคำพูดเชิงบวกเลยตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาทั้งเมื่อก่อนและตอนนี้ พ่อกับแม่เราก็เคยบอกไปแล้วว่าเราไม่โอเค แต่เขาก็ยังพูดเหมือนเดิม แต่กับน้องชายเราก็ไม่เคยได้ยินเขาพูดจาแบบนั้น เราก็สงสัยว่าทำไมถึงเป็นแค่เราที่โดน เรากับน้าทะเลาะกันบ่อย มีปากเสียงกัน จนครั้งหนึ่งเราเคยเตะท้องน้าตอนเขาตั้งท้อง

      คือเราก็รู้ว่าลูกของน้าไม่ได้ผิดอะไร แต่ที่บ้านก็จะพูดว่า บ้านเราต้องจนลงนะ เพราะมีอีก 2 คนเข้ามาอยู่ เราต้องประหยัดขึ้นนะ ความรู้สึกเหมือนเราไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะมีใครคนใหม่เข้ามาในบ้าน เงินจากยายที่ปกติได้วันละ 400-500 บาท ก็ต้องเหลือ 200 บาท แล้วก็รู้สึกว่าทำไมเราต้องได้ลดลงเพราะให้เด็กคนนั้นด้วย

      พ่อกับแม่เราก็ส่งเงินให้แค่บางครั้ง ครั้งละเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ไม่ได้ส่งมาให้เป็นรายเดือน ตอนที่น้องเกิดมาเราก็ไม่ได้ไปเรียนมหาลัยฯ เพราะถ้าเราไปเรียนก็จะมีค่าใช้จ่ายเยอะ ซึ่งที่บ้านมีหลายคน มันก็เลยกลายเป็นปมของเราที่เราไม่ได้ไปเรียน หรืออย่างเวลาเราไปทำงานได้เงินมา ยายก็จะขอเงินในส่วนนั้นครั้งละ 500-1,000 บาท มาช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่ตัวของน้าเขาไม่ทำงานอะไรเลย ทุกวันนี้กิจวัตรของเขาคืออยู่กับลูก ดูหนัง เล่นโทรศัพท์ ถ้าน้าเขาคิดอยากจะมีรายได้ อยากทำงาน ไปขายของออนไลน์หรือทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าเขาอยากเอาเงินมาจุนเจือลูกของเขาบ้าง เราคงไม่ได้รู้สึกเกลียดเขา แต่เราก็สงสัยว่าทำไมเราถึงเกลียดน้าได้ขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่พอไปเปรียบเทียบกับสมัยมัธยมที่เราโดน Bully จนถึงขั้นต้องกินยา เรากลับไม่ได้เกลียดเด็กพวกนั้นเท่าที่เราเกลียดน้าเลย มันเลยเป็นปัญหาที่ทำให้เราไม่อยากอยู่บ้าน ไม่อยากเจอหน้าทั้งสองคน’

      เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็จะเรียกคนที่บ้านทั้งหมดมาคุยกันว่า โดยฐานะบ้านเราแล้วไม่ได้มีเงินขนาดนั้น น้าก็สามารถทำงานได้ ถ้าจะให้หนูมาช่วยที่บ้านแต่น้ายังไม่ทำงาน หนูก็รู้สึกว่าเหนื่อย งั้นน้าลองมาช่วยอีกคนหนึ่งไหม ช่วยกันหาเงิน บ้านเราจะได้มีเงิน ยายก็จะได้เหนื่อยน้อยลงเพราะอย่างน้อยยายก็เป็นแม่เขา เราเรียกเขามาคุยไม่ได้มาชวนทะเลาะ คุยกันเรื่องการวางแผนชีวิต เราจะได้ช่วยกัน

      ถ้าเกิดเขาไม่ได้มีการวางแผนอะไรเลย หนูก็บอกยายเลยว่าวันหนึ่งที่หนูมีเงิน หนูอาจจะแยกไปอยู่ด้านนอกนะ เพราะว่าเราก็ไม่อยากรับภาระที่บ้านทั้งหมด หนูแค่ส่งเงินให้ยายเท่าที่หนูทำได้

      ส่วนเรื่องของน้า มันเป็นหน้าที่ของยาย เพราะยายเป็นแม่เขาก็ให้เขาจัดการเอง แต่ถ้าเรายังรักยายอยู่ เราอาจจะหยิบเรื่องนี้เข้ามาคุยกับคนในบ้าน มาวางแผนการเงินกันดู เผื่อเป็นการกระตุ้นน้าได้ แต่เด็กเขาไม่รู้เรื่อง น้องไม่มีความผิด ถ้าเป็นไปได้น้องก็คือลูกพี่ลูกน้องของเรา พี่อยากให้สปายใส่คำว่าเมตตาลงไปในจิตใจหน่อย เพราะอย่างน้อยเราก็อยู่บ้านเดียวกัน’

      ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘มันยังทำอะไรมากไม่ได้ เพราะสุดท้ายเรายังอาศัยบ้านยายอยู่ ยายจะให้ลูกบ้านคนไหนมาอยู่ก็ได้ และน้าเขาก็เป็นลูกยาย ณ เวลานี้มันก็ต้องกล้ำกลืนฝืนทนในสิ่งที่เราไม่ชอบ

      ส่วนเรื่องน้า มันเป็นธรรมชาติมนุษย์นะ รัก โลภ โกรธ หลง พี่มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ ถ้ามีสติและเรารู้ว่าเหตุผลมันคืออะไร แต่พี่ก็ใจชื้นที่สปายก็ยังเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็น สปายยังถ่ายทอดออกมาได้ว่าหนูเกลียดเขา และก็ยังสงสัยว่าทำไมตัวเองถึงเกลียดน้ามากกว่าพวกคนที่เคยมา Bully หนูอีก แสดงว่าหนูยังสังเกตเห็นถึงอาการนี้ของตัวเอง หนูก็รู้ว่าทำไมหนูถึงต้องไปเกลียดลูกของเขาด้วย ทั้ง ๆ ที่เด็กก็ไม่ได้ผิดอะไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สปายยังเป็นคนที่มีตรรกะในชีวิตที่มันไม่ได้ผิดเพี้ยนอะไร เพราะฉะนั้นจงเข้าใจสิ่งที่ตัวเองรู้สึกก็แล้วกัน เราไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แค่นี้ และก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตที่จะเลี้ยงดูตัวเองให้ได้โดยเร็ว เมื่อไหร่ก็ตามที่สปายรับผิดชอบตัวเองได้ มีงาน มีรายได้ สามารถจะออกไปอยู่ข้างนอกได้ เมื่อนั้นแหละสปายจะได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ

      ส่วนเรื่องแบ่งเงิน พี่ยังรู้สึกเข้าข้างสปายอย่างหนึ่งว่านี่คือเงินที่เราหามานะ ถ้ายายจะเอาไปให้คนอื่น สปายก็มีสิทธิ์ที่จะบอก ใช่ว่าเราจะต้องฝืนทนยอมอยู่ฝ่ายเดียว เราก็มีสิทธิ์เลือกว่าเงินของเราจะเอาไปดูแลใคร ก็ลองเอาความคับข้องใจนี้ไปบอกยายดูสักตั้ง ความเกลียดเรามันมีเหตุผล มันมีถูกมีผิดอยู่ในนั้น มันไม่ได้ไร้เหตุผล เพราะฉะนั้นก็ลองบอกดู’

      สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘เพราะมันไม่ได้มีผลกับชีวิตสปายแหละมั้ง มันไม่ได้ถึงขั้นทำให้สปายไม่ได้เรียนมหาลัยฯที่สปายติด เหมือนสปายถูกแย่งพื้นที่ที่เคยเป็นของตัวเอง พี่ว่าวิธีคุยกันแบบสันติวิธีอย่างที่พี่หอมบอกก็ดี มันก็ควรจะทำ แต่ดูแล้วน้าก็ไม่น่าจะยอมหางานทำง่าย ๆ พี่ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าสุดท้ายแล้วการพูดกันมันไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจเราและก็ยังคงที่จะหาเรื่องเรา พี่ว่าสปายก็มีสิทธิ์พูดได้นะว่าให้เขาหยุด เพราะพี่รู้สึกว่าเรื่องนี้สามารถเอามาเป็นข้ออ้างได้ว่า เงินทุกวันนี้ที่น้าได้ ส่วนหนึ่งคือเงินที่สปายทำงาน ละถ้าน้ายังไม่หยุดทำอย่างนี้ สปายจะไม่ให้เงินยายนะ ซึ่งแน่นอนมันก็จะกระทบกับเงินที่ยายจะให้น้าด้วยนะ ลองเอาเรื่องนี้ทำให้เขาตาสว่าง พี่ว่ามันเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักพอ

      กับอีกอย่างหนึ่งพี่ว่าสปายก็ต้องพูดกับยาย ถ้ายายเลี้ยงลูกอย่างนี้ มันก็ไม่ได้ดีกับทุกคน หรือยายจะต้องเปลี่ยนวิธีคิดและเขาก็พูดจาไม่ดีกับหนูด้วย

      แต่สุดท้ายแล้วถ้าเงินมันไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรง ก็คิดซะว่ามันก็คือค่าที่ยายเลี้ยงดูเรามา มันก็เหมือนตอบแทนยาย สุดท้ายสปายต้องเข้าใจว่าตอนนี้มันคือเงื่อนไขของชีวิตที่สปายเลี่ยงไม่ได้ ต้องยอมรับและพยายามอยู่กับมันให้ได้ เอาที่สปายมีความสุขที่สุดเท่าที่จะมีได้ และมันก็จะมีวันที่สปายพร้อม ออกไปทำงาน ไปใช้ชีวิตของตัวเอง หรือถ้าในอนาคตมันไม่เปลี่ยนไปแต่ก็อย่าไปทำร้ายเด็กเพราะเขาไม่รู้เรื่อง’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอแฟนแบบนี้ทำไง? สาวกลุ้มใจโทรปรึกษา คบกับแฟน มีอะไรพูดกันได้ทุกเรื่อง แต่พอบอกว่าเราทำงานเซลล์มา 5 ปี ได้เงินเดือนมากกว่าแฟน เขารู้สึกนอยด์ เทคแคร์เราน้อยลง พร้อมให้เหตุผลว่า 'เราไม่สมควรจะได้รับเงินเดือนเท่านี้'

26 พ.ค. 2023

เจอแฟนแบบนี้ทำไง? สาวกลุ้มใจโทรปรึกษา คบกับแฟน มีอะไรพูดกันได้ทุกเรื่อง แต่พอบอกว่าเราทำงานเซลล์มา 5 ปี ได้เงินเดือนมากกว่าแฟน เขารู้สึกนอยด์ เทคแคร์เราน้อยลง พร้อมให้เหตุผลว่า 'เราไม่สมควรจะได้รับเงินเดือนเท่านี้'

“คุณแซน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 พ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเงินเดือน โดย “คุณแซน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับแฟนอายุเท่ากัน เป็นรุ่นเดียวกันเลย คบกันมาประมาณ 1 ปีกว่าๆ ตั้งแต่คบกันมาก็รักกันดี ไม่ได้มีการทะเลาะรุนแรง มีงอนบ้าง มีปัญหา เราก็พยายามปรับกันมาได้ตลอด ถึงขั้นมีแพลนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันด้วย แต่มันจะมีอยู่ 1 ปัญหาในความสัมพันธ์ที่มันบั่นทอนจิตใจ และยังหาทางแก้ไขกันไม่ได้ จนมาถึงทุกวันนี้ต้องบอกก่อนว่า ตัวหนูเองทำงานเป็นเซลล์ ประสบการณ์ในอาชีพนี้ก็เกือบๆ 5 ปี ซึ่งรายได้เซลล์มันค่อนข้างจะสูง ส่วนแฟนทำงานคนละบริษัทกัน แต่งานที่เขาทำจะเป็นงานประเภท back office ซึ่งรายได้ก็จะน้อยกว่าหนูค่อนข้างเยอะ ประมาณ 30% 40%ช่วงที่คบกันแรกๆ เราก็เปิดใจคุยกันทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องรายได้ด้วย แบบเราบอกหมดเลยว่าเราทำงานอะไร รายได้เท่าไร หลังจากที่เขารับรู้เรื่องรายได้ของเรา การกระทำของเขาก็เปลี่ยนไปจนเรารู้สึกได้ มันไม่เชิงเป็นปัญหาที่ทะเลาะกัน แต่เหมือนเขาเคยเล่นกับเรา เคยมุ้งมิ้งกับเรา เคยหวานกับเรา ทุกอย่างมันน้อยลงหมดเลยจนเรารู้สึกได้เราก็เลยถามเขาว่าเป็นอะไร เขาก็บอกว่าเขารักหนูเหมือนเดิมนะ แต่ในหัวเขามีเรื่องรายได้หนูอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เขาแสดงออกกับเราน้อยลง ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามองว่าทำไมงานเซลล์กับงาน back office รายได้มันถึงต่างกันขนาดนี้ เพราะในขณะที่เขาทำงานหนักมากๆ เขาเลยรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเขาเลย รวมถึงเขามองว่าหนูไม่สมควรที่จะได้รับเงินเดือนมากขนาดนี้หนูพยายามอธิบายเหตุผลในอาชีพของเซลล์แล้ว และอธิบายว่าพาร์ทงาน การใช้สกิล ความเครียดอะไรมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว กว่าหนูจะได้เงินเดือนเท่านี้ หนูก็สะสมประสบการณ์ ใช้ความพยายามมาเหมือนกัน แต่เขาไม่ได้รู้สึกยินดีกับสิ่งที่หนูได้รับเลย ทุกครั้งที่คุยเรื่องนี้ มันก็จบตรงที่ว่าเขาจะมองว่าหนูไม่สมควรได้รับมันอยู่ดี หนูก็เคยถามเขาว่าหนูจะทำยังไงกับความคิดนี้ของเขา เขาก็บอกว่าเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงมีความคิดแบบนี้ แต่ถ้าความคิดนี้ของเขาหายไปได้ มันก็อาจจะเป็นในวันที่เขาจะยอมรับหนูก็ต่อเมื่อหนูทำอะไรที่เขาเห็นว่าหนูสมควรได้รับเงินเดือนเท่านี้ หรือวันหนึ่งที่เขามีรายได้มากกว่าหนู เขาก็อาจจะล้มเลิกความคิดนี้ไปก็ได้หนูรู้สึกบั่นทอนจิตใจมากที่เขาคิดแบบนี้ เพราะเราก็มีแพลนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว แต่หนูยังไม่สามารถเปลี่ยนความคิดนี้เขาได้ มันก็เลยกระทบความสัมพันธ์ของเรา ซึ่งหนูคิดว่าเรื่องที่ทำให้เขาคิดแบบนี้ อาจจะเป็นเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะหนูไม่ค่อยแข็งแรง และจะมีเขาซัพพอร์ตในเรื่องนี้ แต่ในส่วนเรื่องการใช้ชีวิต เราจะค่อนข้างที่จะช่วยเหลือ ซัพพอร์ตซึ่งกันและกัน ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้หนูอยากถามพี่ๆว่า การที่หนูพูดเรื่องเงินเดือนไป หนูผิดมากมั้ย? เพราะมันเซนซิทีฟ และอีกคำถามคือ หนูควรจะพูดหรือทำยังไงที่จะเปลี่ยนความคิดเขาได้บ้าง…3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในวันที่เราจะเป็นคู่ชีวิตกัน มันควรจะส่งเสริมกัน มันไม่ควรกดอีกฝ่ายให้ต่ำ อยู่ด้วยกันมันไม่ควรเป็นจ่าฝูง แซนกำลังเจอคนที่ทัศคติแย่มาก และมันลามไปทุกเรื่องเลยนะ ถ้าวันนึงมีลูกขึ้นมา แล้วจะสอนเขายังไงแนะนำประโยคที่ทำให้เขาเปลี่ยน คือ พวกพี่ๆจะพูดว่า ถ้าเธอยังมีความคิดอย่างนี้อยู่ เธอก็ไม่สมควรมาเป็นแฟนเรา แค่นี้เลย เพราะมันไม่มองเห็นมุมไหนที่เราจะไปแก้ไขชุดตระกระความคิดนี้ของเขาได้ เราสมควรจะมีเงินเดือนตามความสามารถเรา และมีแฟนที่ยินดีกับเราในเรื่องนี้พี่แนะนำอีก 1 ทางเลือก บอกเขาไปว่า ไม่มีแฟนคนไหนหรอกนะที่เขาจะกดอีกคนให้ตกต่ำ พี่ควรจะดีใจที่หนูพัฒนาตัวเองได้ขนาดนี้ ถ้าพี่คิดว่าพี่ต่ำกว่าหนู พี่ต้องพัฒนาตัวเอง อย่ามาพูดกับหนูแบบนี้อีก พี่ไปหาคนใหม่ที่เงินเดือนต่ำกว่าหนู เราต้องพูดในสิ่งที่เราต้องการ และลองดูว่าเราพูดขนาดนี้ เขาจะรู้สึกตัวมั้ย ถ้าเขาไม่รู้สึกตัว แนะนำให้แซนเปลี่ยนแฟน…เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ไม่ถามเรื่องสุขภาพสักคำ? สาวสุดงง... ทะเลาะกับแฟน หลังจากไปดื่มหนักด้วยกันมา กลับมาถึงห้อง นอนหลับกันปกติ ตื่นเช้ามารองเท้าแฟนหาย ไปเจออยู่หน้าห้องผู้ชายอีกคนใกล้ๆกัน สุดท้ายเปิดดูกล้องวงจรปิด เห็นตัวเองนอนละเมอเดินเข้าห้องผู้ชายคนนั้นไม่ถึงนาที

15 ส.ค. 2023

ไม่ถามเรื่องสุขภาพสักคำ? สาวสุดงง... ทะเลาะกับแฟน หลังจากไปดื่มหนักด้วยกันมา กลับมาถึงห้อง นอนหลับกันปกติ ตื่นเช้ามารองเท้าแฟนหาย ไปเจออยู่หน้าห้องผู้ชายอีกคนใกล้ๆกัน สุดท้ายเปิดดูกล้องวงจรปิด เห็นตัวเองนอนละเมอเดินเข้าห้องผู้ชายคนนั้นไม่ถึงนาที

ไม่ถามเรื่องสุขภาพสักคำ? สาวสุดงง... ทะเลาะกับแฟนหลังจากไปดื่มหนักด้วยกันมา กลับมาถึงห้อง นอนหลับกันปกติตื่นเช้ามารองเท้าแฟนหาย ไปเจออยู่หน้าห้องผู้ชายอีกคนใกล้ๆกันสุดท้ายเปิดดูกล้องวงจรปิด เห็นตัวเองนอนละเมอเดินเข้าห้องผู้ชายคนนั้นไม่ถึงนาทีแฟนไม่เชื่อ คิดว่าเราคบชู้อย่างเดียวเลย ทำไมไม่เป็นห่วงกันบ้างเลย... “คุณสุ (นามสมมุติ)” อายุ 29 ปี สายที่สามของรายการ “พุธทอล์ค พุธโทร” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [9 ส.ค.66] ได้โทรเข้ามาปรึกษาปัญหา ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก กับปัญหาที่เมาแล้วละเมอเข้าห้องผู้ชาย จนแฟนเข้าใจผิด คิดว่าเราไปมีอะไรกับคนนั้นหรือเปล่า? โดย “คุณสุ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ทะเลาะกับแฟนได้ 1 อาทิตย์แล้ว วันที่เกิดเหตุ หนูไปสังสรรค์กับเเฟน พอเสร็จก็กลับมาห้อง เกือบตี 2 กลับมาถึงก็ใช้ชีวิตกันแบบปกติ หนูไม่ได้เมาจนฟิวส์ขาด แต่พอเช้ามา แฟนหนูก็หารองเท้าของเขาไม่เจอปกติจะต้องวางไว้หน้าห้อง ซึ่งเราก็ยังคุยเล่นกันปกติ ยังแซวเขาว่าลืมไว้ที่ร้านหรือเปล่า? จนสักพักแฟนหนูเขาก็บอกว่าจะออกไปหารองเท้า ให้หนูอาบน้ำเเต่งตัว ถ้าเสร็จเเล้วไปเจอกันที่ร้านข้าว เดี๋ยวไปกินข้าวกัน แล้วก่อนที่หนูจะออกไป เป็นปกติที่หนูจะมองหาแมวเพื่อให้แมวมากินข้าว แต่สายตาดันบังเอิญไปเห็นรองเท้าแฟนวางอยู่ที่ห้องผู้ชายคนอื่น ก็เลยคิดทบทวนว่าเมื่อคืนเราก็ไม่ได้ทำอะไรนะ แล้วก็ไม่ได้เมาขนาดที่ว่าจำอะไรไม่ได้เลย เราก็ไม่ได้เป็นคนที่มีเรื่องชู้สาวอะไรเลยเหมือนกัน แต่หนูเพิ่งมาจำได้ว่าเมื่อคืนหนูฝัน โดยในฝัน หนูเดินออกไปบ้านใครก็ไม่รู้ มีเสียงผู้ชายมาเรียก แล้วในฝันเสียงผู้ชายที่เรียกคุ้นหูมาก หนูก็เดินออกไปแต่หนูไม่รู้ว่าเดินไปบ้านใคร ในฝันหนูเปิดประตูบ้านเขาเข้าไป แล้วเจอผู้ชายคนหนึ่งเเต่หนูไม่เห็นหน้า เห็นแต่รูปร่างเขาเป็นคนตัวเล็ก ดำ แล้วเขาก็ตะโกนใส่หูเหมือนประมาณตกใจว่าหนูไปบ้านเขาทำไม ซึ่งในฝันหนูตกใจมากแล้วหนูก็ออกจากบ้านเขามา หลังจากนั้นหนูก็จำอะไรไม่ได้เลยในฝัน แบบจำไม่ได้ว่าฝันว่าอะไรต่อ พอเช้าวันนั้นหนูเห็นแล้วว่ารองเท้าอยู่หน้าห้องผู้ชายคนนี้ หนูก็ยังไม่ปักใจเชื่อเพราะหนูไม่กล้าไปยืนดูรองเท้าว่ามันใช่ของเเฟนหนูจริงๆไหม หนูเลยทำได้เเค่เดินผ่านไป ซึ่งปกติเวลาอยู่ห้องหรือไปไหนใกล้ๆ หนูก็จะชอบใส่รองเท้าแฟนอยู่แล้ว ระหว่างที่ขับรถไปร้านข้าว หนูก็ทบทวนความฝันของตัวเองว่า เมื่อคืนฝันแบบนี้เเล้วมันจะเป็นจริงๆหรอ แล้วถ้าเกิดเดินไปจริงๆในฝันเจอผู้ชายคนหนึ่งตะโกนใส่ ถ้าหนูเดินเข้าห้องเขาจริงๆ ทำไมเช้ามาเขาถึงไม่มาถามว่าเดินเข้าห้องเขาทำไม เพราะเช้ามาก็ตื่นมาที่ห้องตัวเองเหมือนเดิม พอถึงร้านข้าวก็ถามแฟนว่าเมื่อคืนหนูได้เดินออกจากห้องไหม? แฟนก็บอกไม่รู้ เดินออกไปหรอ เพราะกลับมาถึงอาบน้ำเสร็จก็นอนหลับไปเลย แล้วหนูก็บอกแฟนว่า ตอนจะออกมาหนูเห็นเหมือนรองเท้าแฟนอยู่ห้องผู้ชายคนนี้ หนูก็เล่าความฝันของหนูให้เขาฟัง แล้วแฟนหนูก็บอกว่าเมื่อคืนห้องนี้เขาเปิดไฟอยู่นะ สักพักแฟนหนูสีหน้าเปลี่ยนทันทีเพราะความคิดเขาคือคิดว่าหนูไปมีชู้กับห้องข้างๆ หนูก็พยายามอธิบาย เเฟนหนูเขาเริ่มอารมณ์ร้อน แล้วข้อเสียเขาเป็นคนที่งี่เง่าเป็นคนเจ้าอารมณ์ หนูก็บอกว่ามันไม่ใช่แบบนั้นนะ หนูไม่ได้ตั้งใจหนูไม่รู้จริงๆ เพราะเราก็ไม่เคยนอนละเมอเเล้วออกไปไหนมีแค่ละเมอเเล้วพูด ซึ่งหนูก็ได้ไปขอดูกล้องวงจรปิดที่หน้าห้อง ภาพที่เห็นจากกล้องคือหนูเดินไปจริงๆค่ะ ตอนตี 3:24 แล้วหนูก็เดินกลับมาตอน ตี 3:24 เหมือนกัน หนูเปิดเข้าไปแล้วหนูก็เปิดออกมา แต่แฟนหนูเขาปักใจคิดว่าหนูไปมีอะไรจริงๆ เพราะเขาไม่ฟังอะไรเลย ทีนี้ผู้ชายคนนั้นเขาเป็นหลานชายของพี่ที่ทำงานกับหนู สนิทกัน พอทะเลาะกับแฟน หนูก็เลยเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟัง เขาก็ตกใจ พี่เขาก็เลยโทรไปถามหลานเขาว่าเมื่อคืนนี้เห็นหนูเดินเข้าห้องไหม เขาก็บอกว่า ไม่รู้เลยครับ ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ไม่ได้ยินเลย ภาพจากกล้องวงจรปิดคือหนูกับมาจากร้านที่ไปสังสรรค์แต่ผู้ชายคนนี้เขาไม่ได้อยู่ในห้อง เขานั่งเล่นอยู่โต๊ะม้าหินหน้าห้อง ณ ตอนนี้หนูกับแฟนทะเลาะกันแรงมาก หนูไปปรึกษาพี่ๆเพื่อนๆที่หนูสามารถคุยกับเขาได้เขาก็บอกว่าหนูไม่ปกติที่ละเมอแล้วเดิน จนหนูปรึกษาหมอ หมอบอกว่าจริงๆเคสแบบนี้จะไม่ค่อยเกิดกับคนอายุแบบเรานะ จะเกิดแต่กับเด็ก ส่วนน้อยมากที่จะเกิดกับคนรุ่นนี้ สิ่งที่หนูอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจ คือ ‘เขาก็ยื่นข้อเสนอมาว่ามีสองทางให้เลือก คือ หนูเก็บของออกไปกับจะให้เขาออกไป’ เรื่องนี้ 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า “อย่างแรกเลยต้องเป็นห่วงในเรื่องสุขภาพ เพราะในกล้องก็ชัดเจนแล้วว่าเราเข้าไปแล้วออกมาเลย แล้วแฟนก็ควรที่จะพาคุณสุไปปรึกษาหมอดีกว่าทำไมถึงละเมอขนาดนี้ ไม่เห็นมุมที่จะต้องมาทะเลาะกันเรื่องหึงหวง ส่วนเรื่องที่ต้องย้ายออก คุณสุก็ให้เขาออกไปเอง เพราะมันดูงี่เง่ามากที่คุณสุแค่ละเมอเเล้วเดินไปห้องคนอื่น ทั้งๆที่กล้องวงจรปิดก็เห็นชัดเจน คุณสุทำได้เเค่รอเวลาได้อย่างเดียวให้เขาอภัย เพราะเขาไม่ได้มีการรับฟัง แต่ถ้าเราออกไปก็รอดูว่าเขาจะตามไหม ถ้าเกิดเขาตามก็ยื่นข้อเสนอเลยว่าต่อไปนี้ต้องฟังเหตุผล แต่ถ้าเขาไม่ตามก็คือเขาไม่ได้รัก เขาอาจจะอยากเลิก เพราะมันงี่เง่าเกินไปกับเรื่องนี้ แล้วเกิดการละเมอแบบนี้ มันจะต้องถามว่าเธอเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะมันคือมาจากความรัก เขาจะต้องกลัวว่าคนในห้องนั้นก็ทำไรคุณสุหรือเปล่า หรือถ้าคุณสุเดินไปตกบรรไดล่ะ ส่วนเรื่องผู้ชาย ถ้าอยากให้มีความหวัง คุณสุต้องออกไป อย่างน้อยถ้าเขารักเรา เขาจะรู้สึกว่าคุณสุออกไปเพราะเขานะเพราะเขางี่เง่า ใดๆก็ตาม ตอนนี้คุณสุควรที่จะไปรักษาเรื่องละเมอก่อนดีกว่า มันอันตรายกับชีวิตคุณสุมากกว่านะ เพราะถ้าเกิดยังเดินละเมอแบบนี้อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้นะ…’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามี เจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’ สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่า

08 ธ.ค. 2023

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามี เจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’ สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่า

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามีเจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่ารู้สึกเหมือนโดนหลอกจากทุกคนรอบตัวมาหลายปี “คุณแมร์รี่ (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เราว่ารู้สึกว่าถูกแทงข้างหลังจากแฟน เพราะคนที่แฟนบอกว่าเป็นพี่สาว จริง ๆ แล้วคืออดีตภรรยาที่เลิกกัน แต่ยังมาอยู่บ้านแฟนเรา! โดย “คุณแมร์รี่ (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘เรากับสามีรู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ตั้งแต่ปี 2019 ตอนนั้นก็เริ่มจากคุยกัน ได้ประมาณ 1 เดือน ก็ได้นัดเจอกัน หลังจากนั้นก็ตัดสินใจคบกันได้ประมาณ 1 ปี ก็แต่งงานกัน แต่ตอนนั้นเราสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรส ช่วงแรก ๆ ก่อนแต่งงาน เราแวะเวียนเข้ามาอยู่บ้านแฟนบ้าง เราก็เจอมีผู้หญิงอยู่ในบ้าน แฟนบอกว่าเป็นพี่สาว และฝ่ายหญิงบอกเหมือนกันว่าเป็นพี่สาวของแฟนเรา ประกอบด้วยอายุของผู้หญิงก็มีอายุห่างจากแฟนเราถึง 10 ปี เราเลยไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น หลังจากที่เราตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่บ้านแฟน ก็ไม่ได้เจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว จึงถามแฟนว่าเขาหายไปไหน แฟนบอกว่าพี่สาวได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด แต่ในระหว่างที่เราย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ พี่สาวของแฟนก็ยังคงแวะเวียนมาบ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำ ประมาณเดือนละ 1-2 อาทิตย์ และหลังจากที่เราแต่งงานได้ 4 ปี พี่สาวแฟนก็ไม่ได้มาบ่อยมากเหมือนเมื่อก่อน เรื่องมันเริ่มน่าสงสัยเมื่อไม่นานมานี้เอง แฟนเราไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด เราบังเอิญไปเจอ Screen Shot ในมือถือเครื่องสำรองของแฟน เขาคุยกับผู้หญิงในแอปพลิเคชันอื่น เรานึกได้ว่าไม่ได้เป็นแชทที่คุยกับเรา เพราะเรากับแฟนส่วนมากจะคุยผ่านไลน์ เราจึงพยายามเช็คทุกอย่างหลังจากนั้น แต่ก็ไม่เจออะไรเพิ่มเติม และตัดสินใจจะไม่บอกเขาว่าเราเจออะไร จนเรามารู้ความจริงว่าคนที่แฟนแอบคุยมาตลอดนั้น มันคือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่แวะเวียนมาที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งจริง ๆ แล้วคนนั้นก็คืออดีตภรรยาของแฟนเรา ตลอดระยะเวลาที่คบกับเรา เขาสองคนก็ยังคงแอบแชทหากันตลอด บอกรักบ้าง คิดถึงบ้าง เขาเคยจดทะเบียนแต่งงานกันมาก่อน และที่สำคัญก่อนที่จะหย่ากัน คือ หลังจากที่เราย้ายเข้ามาอยู่แค่เดือนเดียว และตอนที่หย่ากันแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็มาอยู่เรื่อย ๆ หลังจากที่เราเห็นทุกอย่างแล้ว จึงตัดสินใจถามแฟนไปว่าเกิดอะไรขึ้น แฟนให้เหตุผลว่าที่ยังให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาบ้านหลังนี้อยู่เพราะว่าอยากให้มาช่วยดูแลญาติผู้ใหญ่ที่กำลังป่วย และด้วยความผูกพันจึงยอมให้อยู่ด้วยกัน แฟนเราก็บอกว่ารักเรา แต่มันย้อนแย้งตรงที่แชทที่คุยกันมันไม่ใช่ บางทีเวลาเราไม่อยู่ เขาสองคนจะทักหากันตลอดว่าเราอยู่บ้านหรือไม่อยู่ หลังจากนั้นเราสองคนเลิกกัน และเราตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้นทันที เขาพยายามตามง้อเราตลอด เขาให้เหตุผลว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ หนูคิดถึงเรื่องนี้แล้วเจ็บใจอยู่ตลอด เพราะตลอดเวลาที่คบกัน เราให้เกียรติผู้หญิงเสมอ ไปไหนมาไหนก็ไหว้ตลอด เพราะคิดว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ หนี้สินต่างๆ นาๆ ที่เขาสองคนเคยสร้างมา เราก็ช่วยมาตลอด แต่กลายเป็นว่าถูกหักหลังตลอดเวลาที่ผ่านมา เราควรจัดการความรู้สึกตอนนี้ยังไง เพราะมันมีทั้งความโกรธ ความแค้น อยู่ตลอด ไม่รู้ว่าควรจะจัดการความรู้สึกยังไง ถึงแม้เราจะจบเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นึกถึงความเลวที่เขาทำกับเราไว้ การที่เราจะเดินออกจากชีวิตใคร หรือเลิกกับใครเราไม่จำเป็นต้องนึกถึงความดีที่เคยให้กับเราหรอก มันไม่มีความหมายอะไร จากที่ฟังมาอันนี้มันแปลกไปหมด ให้พี่คิดเองก็คิดว่าเขาไม่ได้เลิกกัน แต่เขาสองคนตกลงกันบางอย่างให้มีคุณแมร์รี่ได้ เพราะไม่งั้นถ้าเลิกกันแล้วจริง ๆ ผู้ชายก็ต้องเดินไปบอกเลยสิว่าเราจับได้แล้ว อันนี้เขาต้องมีสัญญาอะไรสักอย่างต่อกัน เขาหลอกคุณแมร์รี่คนเดียวไม่พอ ญาติเขาทุกคนหลอกคุณแมร์รี่หมด ไม่มีใครอยากโง่ในสายตาใครหรอก เวลาเรายกมือไหว้ เขามองหน้าเราเป็นอะไร สนุกกันมากใช่ไหม เขาหลอกเราขนาดนี้ เพราะฉะนั้นครอบครัวนี้ไม่ผ่าน ตอนนี้ยังเป็นแผลสด ถ้ามีความคิดว่าอยากกลับไป ให้นึกถึงวันเวลาเก่า ๆ ให้เอาความเลวที่เขาทำมาหักล้าง ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาที่พี่เจอผู้ชายทิ้ง พี่ก็จะบอกกับตัวเองเสมอว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเลวคนนึงที่เราต้องซวยมาเจอ ซึ่งพี่เชื่อว่าคุณแมร์รี่ไม่น่าคบกับผู้ชายคนนี้คนแรก กรณีนี้คุณแมร์รี่ก็ซวยที่ต้องเจอเหมือนกัน ถ้าจะมองให้เราถอยออกมาให้ได้เร็วที่สุดคือเราโชคดีมากทีี่เรารู้ และเจอทุกอย่างก่อน ถ้าเราไม่เจอแช็ตวันนั้น ถ้าเขาไม่มีสัมมนาวันนั้น มันก็จะไม่เจอสิ่งเหล่านี้ ประจวบเหมาะกับช่วงท้ายปี ให้รู้ว่าชีวิตมีสมหวังมีผิดหวัง พี่เชื่อว่าทุกอย่างสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ สำหรับพี่ตอนนี้ต้องทน แต่ไม่อยากให้ไปจองเวรจองกรรม คิดซะว่าหลุดพ้น ”ตอนนี้พักรักษาใจ ถ้าวันไหนแข็งแรงก็มีรักครั้งใหม่ได้” ถ้ากลับไปก็ต้องเจอสิ่งเดิม รู้ตอนนี้ดีกว่าวันหนึ่งเรามีลูก หรือคบกันไปนานกว่านี้เราจะแย่กว่าเดิม ตอนนี้แข็งแรงมากที่กล้าออกมา ปิดท้ายด้วย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเรื่องนี้จะง่ายมาก ถ้าเพียงแค่เราไม่ได้รักเขา แต่พอรักแล้วเหตุผลหายหมดเลย ตอนนี้เรายังรักเขาอยู่ พอเวลาผ่านไปพี่เชื่อว่าเราจะเข้าใจได้ แค่ตอนนี้อย่ายอมแพ้ อกหักไม่ทำให้เราตาย แต่ตายเพราะเราจะฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่กลัวตาย ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้แล้วแหละ อยู่กับมันและยอมรับมัน ตอนนี้เรายังคิดว่าทำไมต้องแบบนั้น ทำไมต้องแบบนี้ พี่ว่าเปลี่ยนจากทำไมเป็น ยังไง ดีกว่า ทำยังไงถึงถอยได้เร็วที่สุด ทำยังไงในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เพราะไม่มีใครร้องไห้ได้ตลอดหรอก ถ้าเรายังเป็นคนตลก สักวันนึงเราจะยิ้มเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้าน บอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’...

24 มี.ค. 2023

สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้าน บอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’...

ช็อคเรื่องไหนก่อนดี? สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้านบอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’ รู้เพราะมีเพื่อนแฟนมาปลุกให้ไปช่วยดู มารู้ทีหลังว่าเพื่อนคนนั้น เป็นผู้หญิง ทำงานที่เดียวกับแฟน...และแอบมานอนกับแฟนเรา ที่สำคัญเค้ามีสามี แต่งงานมาแล้ว 8 ปี ทำเอา 3 ดีเจอึ้งกันทั้งห้องจัด! เมื่อ “คุณอุ้ย (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแฟนเสียชีวิตแต่มีเรื่องที่มารู้ทีหลัง โดย “คุณอุ้ย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 3 ปี จะเข้าปีที่ 4 แล้ว ระหว่างที่คบกันก็สร้างครอบครัว ซื้อบ้านด้วยกันมา ซึ่งเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เรามีปัญหาทะเลาะกันบ่อย หนูก็กลับไปอยู่บ้านตัวเอง แต่เราก็ยังไม่ได้เลิกกัน ยังคุยกันทุกวัน เขาก็มารับพาไปนู้นไปนี่ตลอด ไปกินข้าวด้วยทุกอาทิตย์ เจอกันเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนแฟนกันปกติ แต่เราแค่ห่างกันเพื่อปรับ เมื่อวันที่ 18 กุมภาที่ผ่านมา เพื่อนสนิทของเราเสียชีวิต แฟนเราก็ยังขับรถพาไปเดินเรื่องที่เพื่อนเสียให้อยู่เลย ทีนี้เราจะต้องไปต่างจังหวัดเพื่อไปร่วมงานศพเพื่อนคนนี้ แฟนเราก็ไปด้วย แต่พอเสร็จพิธี เราจะกลับแล้วแต่พ่อของเพื่อนยังไม่อยากให้เรากลับ เขากลัวบ้านเหงาก็เลยขอให้เราอยู่ต่อ เราก็นัดกับแฟนว่าให้มารับเราวันเสาร์ หลังจากนั้นแฟนก็เลยขับรถกลับบ้าน แต่เราก็ยังคุยโทรศัพท์กันปกติ วันศุกร์เขาก็ยังส่งคลิปรายการพุธทอล์ค พุธโทรมาให้เราดูอยู่เลยว่าคลิปนี้ตลกนะ แต่พอวันเสาร์ เวลาประมาณตี 3.49 น. เบอร์ของแฟนก็โทรเข้ามา แต่คนที่โทรมาเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา เขาแจ้งว่าแฟนเราเสียแล้ว เราถามเขาว่ารู้ได้ไง เขาก็เลยบอกว่าเพื่อนของแฟนเราวิ่งไปปลุกเขา ไปกดออดที่บ้านเรียกเขาให้ไปดูแฟนเราหน่อย เหมือนแฟนเรานอนละเมอแล้วปลุกไม่ตื่น แต่ตอนที่เพื่อนบ้านเข้ามาในบ้านเรา ขึ้นไปบนห้องนอนก็เห็นว่าแฟนเราหยุดหายใจไปแล้ว จริงๆบ้านหลังนั้นแฟนเราอยู่คนเดียว แต่เราเข้าใจว่าเพื่อนของแฟนคงไปสังสรรค์แล้วนอนค้างที่บ้าน เพราะเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนเขามานอนค้าง พอเพื่อนบ้านโทรมา เราก็เลยขอคุยกับเพื่อนแฟน เพราะเราอยากรู้อาการว่าเป็นอะไร ยังไง กลับกลายว่าเพื่อนที่ไปอยู่กับเขาเป็นผู้หญิง แล้วก็อยู่กันสองคนในห้องนอนของเรา ตอนนั้นเราช็อค ไม่อยากถามอะไรมาก เราเป็นห่วงแฟน จนสักพักพยาบาลโทรมาหาเราบอกว่าตอนนี้เขาปั้มหัวใจไปได้ 20 นาทีแล้วนะ เหลืออีก 10 นาที ถ้ายังไม่กลับมาเขาจะทำการหยุดปั้มหัวใจ เขาก็รายงาน บอกเราตลอด เราก็รีบกลับมาที่บ้านเลย พอกลับมาถึง ศพก็ถูกเคลื่อนย้ายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแล้ว และทางญาติแฟนก็เอาศพกลับบ้านเกิด เราก็ข้องใจเลยโทรไปหาผู้หญิงคนนั้น แล้วก็ถามว่าเขาเป็นอะไรกัน คบกันหรือเปล่า ถ้าเป็นแฟนกันบอกพี่ได้นะ พี่จะขอไปงานศพแค่วันเผาวันเดียวเพื่อไปอโหสิกรรมให้เขา ผู้หญิงก็บอกว่าหนูไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ได้เป็นอะไรกัน หนูเป็นเพื่อนกันค่ะ เราก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันเอากันไม่ได้นะหนู เพราะเขาเล่าให้เราฟังว่า เขานัดเจอกัน ไปกินข้าวด้วยกันแล้วก็มีอะไรกัน เผลอหลับไป และก็เกิดเรื่อง เรามาเปิดดูกล้องวงจรปิดในบ้านย้อนหลัง เราเห็นตอนที่ผู้หญิงเข้ามาในบ้านเรา เขาก็กลัวคนอื่นจะรู้ คือนั่งเบาะหลังคนขับมา แล้วตอนเข้าบ้านก็เอารองเท้าเข้ามาซ่อนในบ้าน ปิดเงียบทุกอย่าง ไม่ให้ใครรู้ แล้วอีกคลิปก็เหมือนเขานอนดูหนังอยู่ด้วยกันบนโซฟา แฟนเรานอนดูหนังจริงๆ ไม่ได้กอด หรือหอมผู้หญิงคนนั้นเลย แต่ผู้หญิงพยายามกอด พยายามหอมแฟนเรา กลิ้งนอนทับตัวไปมา เราไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหนแล้ว แต่เราเจ็บมาก ซึ่งผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนร่วมงานกับแฟนเรา เขาบอกว่าเขาก็หวังว่าแฟนเราจะเลือกเขา เขารู้มาตลอดว่าแฟนมีเรา แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าแฟนมีเขา ตอนแรกที่เราทะเลาะกัน เราก็เคยบอกว่าถ้าจะมีใครใหม่ให้บอกกันนะ แต่แฟนเราเขาเป็นคนบอกเองว่าไม่เอา ไม่เลิก เราห่างเพื่อปรับกัน เรายังคบกันอยู่นะ เราก็เลยคิดว่ามันเป็นแบบนั้นมาตลอด และหลังจากวันที่แฟนเราเสียชีวิต โทรศัพท์ของแฟนก็อยู่ที่เรา แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ทักแชทไลน์มาหาแฟนเราว่าคิดถึงจังเลย เราก็ตอบกลับไปบอกว่าโทรศัพท์อยู่กับพี่นะ เขาบอกว่าเขาขอคลิปตอนที่ช่วยชีวิตแฟนเราหน่อยได้มั้ย เขาคิดถึง คือเพื่อนบ้านเขาถ่ายคลิปเป็นหลักฐานไว้ว่าเขามาช่วยนะ เราก็เลยบอกว่าเอาเบอร์พี่ไปนะ แอดไลน์พี่มา เดี๋ยวส่งให้ทางเครื่องของพี่ เพราะเครื่องนี้มันส่งยาก แล้วเราก็ส่งให้ปกติ และเราก็บอกกับเขาไปว่าตอนนี้พี่ยังคุยกับหนูไม่ได้ทุกเรื่องนะ เพราะพี่ยังทำใจไม่ได้ พี่ยังสับสนอยู่ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังตัดสินใจว่าเราจะไปงานศพเขาดีมั้ย ถ้าเราไป แล้วเราไปในฐานะอะไร เราควรไปหรือไม่ไปดี พอวันที่ 2 ผู้หญิงคนนั้นเขาไลน์มาบอกอีกว่าวันนี้กินข้าวกับอะไร จนเราไม่ไหวแล้วก็เลยพิมพ์กลับไปบอกว่าถ้ามาพิมพ์อะไรแบบนี้ เขารับรู้ไม่ได้หรอก หนูไปจุดธูปบอกเขาเองนะ ยิ่งเขาทำแบบนี้ เรายิ่งทำใจไม่ได้ เรายิ่งไม่อยากไปงานศพเขาเลย แต่ทางญาติแฟนก็ตามให้เราไปงานศพสักที อยากให้ลูกเขาหมดห่วง ให้เราไปร่วมงานไปอโหสิกรรม เราก็พิมพ์ไปบอกผู้หญิงว่า อย่าทำแบบนี้นะ พี่ไม่ไหวจริงๆ มันเป็นการตอกย้ำว่าเขาหักหลัง ทำร้ายเราจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ และเราก็ไปร่วมงานศพของเขา แต่ไปวันสุดท้าย ก็มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่เขาไม่รู้เรื่องเขาก็มองว่าแบบเป็นแฟนภาษาอะไร ทำไมเพิ่งมาร่วมงาน เราก็ตอบทุกคนว่าเขาเสียด้วยโรคประจำตัว เราก็ไม่รู้จะตอบแบบไหนที่จะไม่สะเทือนใจญาติพี่น้องของเขา ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไปร่วมงานศพด้วย แต่การกระทำในงานศพเขาล้ำเส้นเรามาก ล้ำเส้นจนกระทั่งวันเผา ทางญาติของเขามาตามให้เราไปทำพิธีตัดกรรมตามประเพณีของบ้านเขา ซึ่งเราจะต้องขึ้นไปบนเมรุคนเดียว ระหว่างที่เราขึ้นไป เราได้ยินเสียงลุงสัปเหร่อที่อยู่ข้างบน เขาพูดว่า อ้าว เมียเขาคนนี้หรอ? ตอนเปิดโลงเขาก็ยืนร้องไห้ เอาหน้าถูโลง อยู่ตั้งแต่คนแรกจนลงคนสุดท้าย แต่หนูขึ้นไปแปปเดียวเพราะหนูทำใจไม่ได้ ญาติเขารู้วันที่แฟนเสียว่ามันมีเรื่องแบบนี้ แล้วก็รู้ว่าเป็นผู้หญิงคนนี้ แต่ก็เข้าใจว่าเขาไปร่วมงานก็ไม่ได้อะไร แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราก็เลยทำในสิ่งที่ไม่ดีอย่างนึง คือ ผู้หญิงคนนั้นเขามีสามีแล้ว เขาเคยผูกข้อไม้ข้อมือด้วยกัน ตอนแรกเราจะไม่ยุ่งเลย อยากให้มันจบๆไป แต่สิ่งที่เขาทำเหมือนไม่ให้เกียรติเราเลย เราเลยทักไปหาแฟนเขา ไปเล่าให้แฟนเขาฟังเรื่องที่เกืดขึ้น แฟนเขาก็บอกว่าเขาสองคนยังไม่ได้เลิกกันนะ เขายังคบกันดีอยู่ ซึ่งเขาคบกันมา 8 ปีแล้ว วันนั้นที่ผู้หญิงแอบมาหาแฟนเรา คือแฟนของผู้หญิงเขาไปทำงาน เข้ากะดึก คือเขาไม่รู้เรื่องเลย และเราก็บอกว่าถือว่าฝั่งพี่หมดกรรมแล้ว พี่จะไม่ขอยุ่งอะไรแล้ว แต่พอเสร็จจากงานศพ ผู้หญิงคนนั้นโทรมาหาเรา เขาน่าจะรู้เรื่องว่าเราโทรไปบอกแฟนเขา เขาบอกว่าสิ่งที่เขากลัว คือกลัวโดนเราประจาน เขาอาย เราก็เลยบอกว่าอย่ามายุ่งกับเราเลย เราอโหสิกรรมให้ แต่ถ้ายิ่งมายุ่งวุ่นวายกับเรา เรายิ่งทำใจไม่ได้ ตอนนี้มันไปต่อไม่ได้เลย มันคิดวนอยู่ในหัวว่ามันเกิดอะไรขึ้น แฟนเราเขาหักหลังเราอย่างนั้นจริงๆใช่มั้ย ผู้หญิงคนนั้นก็ไปบอกแฟนเขาว่าแฟนเราเป็นคนไปจีบเขาก่อน เราก็เหมือนมูฟออนไม่ได้ บางทีอยากจะอโหสิกรรมให้เขา แต่บางทีมันก็ปรี๊ดขึ้นมาว่าตกนรกแน่ๆ แต่บางทีเราก็ยังคิดถึง โหยหาเขา แบบทั้งรักทั้งแค้น มันงงไปหมด เพราะสิ่งที่เรารับรู้คือได้แค่ฝั่งผู้หญิงคนนั้นว่ามันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้... แฟนเราเพิ่งเสียไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาที่ผ่านมา อยากได้แนวคิดดีๆที่มันไปต่อได้ ตอนนี้คือเราสะดุ้งตื่นตอนตี 3 ทุกวัน กินยาไปแล้วก็ยังสะดุ้งตื่น มันวนเวียนอยู่ในหัว บางทีทำงานไม่ได้ มันคิดวกไปวนมา ทั้งๆที่เขาก็ตายไปแล้ว 3 ดีเจให้คำปรึกษาว่า ‘ให้คิดว่าเขาตายไปแล้ว ไม่ว่าเค้าจะนอกใจ หรืออะไรก็ตาม ณ ตอนนี้ เค้าเสียชีวิตไปแล้ว ปกติที่จะเป็นความลังเลว่าควรจะเสียใจดีไหมที่เขาจากเราไป แต่ในคณะเดียวกันการจากไปครั้งนี้ เขาก็นอกใจไปมีอะไรกับคนอื่น ณ วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบบังคับตัวเองว่าจะต้องอโหสิกรรม หรือให้อภัย เพราะเรื่องมันเพิ่งเกิด คงต้องใช้เวลามากกว่านี้ มองปัจจุบันว่าคนที่อยู่คือเรา ตัวเขาไม่อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแบกเรื่องนั้นไปตลอด เพราะยังไงเขาก็มาให้คำตอบเราไม่ได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือโฟกัสที่ตัวเอง อย่าให้เขามาส่งผลต่อความรู้สึกของเราตอนนี้เลย ท่องไว้เลยว่า มันไม่มีเขาแล้ว จากนี้ไปเราจะเป็นคนกำหนดเองว่าชีวิตเราต่อจากนี้จะเป็นยังไง... คนที่ให้คำตอบเราได้วันนี้คือตัวเขา ซึ่งไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะไปหาคำตอบ หาเหตุผล หรือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นจากใครทั้งนั้น เพราะมันมีแต่จะทำให้เราเสียใจเปล่าๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยุ่งเหยิง วุ่นวายไปหมด จึงเป็นเรื่องที่จะต้องรอเวลา ใช้เวลาเยียวยาที่นานกว่าคนปกติ รอให้เวลาผ่านไปก่อน ณ วันนี้เป็นเรื่องปกติมากที่เราจะยอมรับความจริงอะไรไม่ได้ เพราะเป็นกลไกความคิดที่คนเราต้องเจอ ทำความเข้าใจกับมันว่า ช่วงนี้คือช่วงที่หนักสำหรับเรา แต่สักพักมันต้องดีขึ้น จะช้าจะเร็วก็แล้วแต่คน แต่อยากให้เชื่อว่า ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว มันต้องดีขึ้น... ‘ความคิด’ ของเราเอง คือสิ่งที่กำหนดทุกอย่าง ถ้าเรามีสติและมองให้ลึกมากพอ เราจะรู้ว่าความคิดของเราเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่จะกำหนดว่าเราจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร อย่าเพิ่งมองถึงอนาคตว่าจะทำอะไรยังไง มองปัจจุบันก่อน ตื่นมาทำอะไร อยากกินอะไรก็กิน ร้องไห้จนไม่ไหวก็ร้องไป อยากนอนก็นอนไป อย่างน้อยการร้องไห้มันก็เป็นการเผาความเศร้าออกไปได้ รอวันที่เรายอมรับความจริงได้ เราก็รู้ว่าเขาไม่ได้ซื่อสัตย์กับเรา ณ ตอนนี้ การที่เขาเอาผู้หญิงเข้าบ้านขนาดนั้น มันคือการนอกใจแล้ว โทษสูงสุดของการนอกใจคือการเลิก แต่ขั้นกว่าคือ ตายไปเลย!! วันนี้คิดซะว่าถ้าจะลงโทษเค้าเรื่องการนอกใจ คิดซะว่า ณ ตอนนี้เขาได้รับโทษไปแล้ว เป็นโทษที่สูงสุดด้วย ควรถามตัวเองดีกว่าว่า เราเสียใจมากกว่า หรือ โกรธมากกว่า ถ้าวันนี้ตามที่คุณอุ้ยบอกมาว่า เสียใจมากกว่า ให้ตัดเรื่องการนอกใจออกไปเลย หันกลับมาทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไงสักวันหนึ่งคนเราก็ต้องจากกันไป ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตายอยู่แล้ว วิธีที่อยากจะแนะนำคือ หยุดเอาคำถามเรื่องที่เกิดขึ้นมาใส่ในหัว แล้วบอกตัวเองว่าเราจะอยู่ให้ได้ ช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว อยากพูด อยากทำอะไรทำ ปลดปล่อยตัวเอง แล้วให้เวลาเยียวยาเรา ตัดเรื่องผู้หญิงคนนั้นออกไปเลย ความแค้นมันทำให้เราเป็นทุกข์ เรื่องที่คุณอุ้ยเจออยู่มันไม่ง่ายเลย แต่บอกตัวเองว่าฉันจะผ่านไปให้ได้ และเรื่องที่เกิดความสูญเสีย เจอกับเหตุการณ์ช็อคๆแบบนี้ อยากจะแนะนำให้ไปปรึกษา พูดคุยกับจิตแพทย์ดู อย่าปล่อยให้ตัวเองดิ่งนานๆ มันอาจจะเป็นสัญญาณสู่ ‘โรคซึมเศร้า’ ได้ และถ้าการไปหาจิตแพทย์แล้วไม่เวิร์ค อย่าเพิ่งถอดใจไป ให้ลองเปลี่ยนจิตแพทย์คนอื่นดูก่อน ขอร่วมส่งกำลังใจให้คุณอุ้ย ผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วๆ...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-