ผมชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ จนไม่มีสมาธิ ทำให้ขับรถผิด หรือขับหลง ผมใส่ใจงานหัวหน้ามากไป หรือผมแค่เป็นคนขี้เผือกครับ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ จนไม่มีสมาธิ ทำให้ขับรถผิด หรือขับหลง ผมใส่ใจงานหัวหน้ามากไป หรือผมแค่เป็นคนขี้เผือกครับ?

27 มี.ค. 2026

ผมชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ

จนไม่มีสมาธิ ทำให้ขับรถผิด หรือขับหลง

ผมใส่ใจงานหัวหน้ามากไป หรือผมแค่เป็นคนขี้เผือกครับ?

        ‘คุณเคน (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ( 25 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก-ดีเจเติ้ล-ดีเจต้นหอม และ ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับเรื่องที่การทำงานไม่ค่อยราบรื่น เพราะชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ จนไม่มีสมาธิขับรถ

        ‘คุณเคน (นามสมมุติ)’ อายุ 31 ปี ได้เล่าว่า ตนนั้นทำงานแบบนั่งออฟฟิศ แต่ได้รับมอบหมายหน้าที่เพิ่มให้เป็นเลขาช่วยเหลือดูแลหัวหน้าคนใหม่ ซึ่งก็จะต้องขับรถให้และเตรียมงานให้บ้าง แต่สำหรับงานขับรถ จุดหมายบางที่คุณเคนก็รู้จัก ส่วนบางที่ที่ไม่รู้จักก็ต้องใช้ GPS นำทาง 

        ปัญหาอยู่ที่ระหว่างขับรถนั้น หัวหน้ามักจะคุยโทรศัพท์กับลูกค้า หรือประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ และทุกครั้งที่หัวหน้าคุยโทรศัพท์ คุณเคนก็มักจะแอบฟัง เพราะคิดว่าเรื่องที่หัวหน้าคุยมันอาจเกี่ยวกับงานของตนเองด้วย จึงจำเป็นต้องฟัง เพื่อที่เวลาหัวหน้าสั่งอะไรมา จะได้เข้าใจได้ง่ายและเร็วขึ้น แต่อีกใจก็คิดว่า หรือจริง ๆ แล้ว ตนแค่อยากยุ่งเรื่องของหัวหน้ากันแน่ และหลายครั้งที่พยายามฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์ คุณเคนมักจะเสียสมาธิในการโฟกัสทิศทางการขับรถ จนขับเลย ลงทางด่วนผิด หรือขับหลงทางไปที่อื่นบ้าง ทำให้เสียเวลาไปเล็กน้อย แต่ถ้าไม่ได้ฟังเรื่องที่หัวหน้าคุย บางทีหัวหน้าจะถามว่า “เมื่อกี้ได้ยินมั้ยว่าต้องทำอะไรบ้าง” ถ้าตอบไม่ได้ หัวหน้าก็จะหงุดหงิด และคุณเคนก็จะรู้สึกว่าตัวเองบกพร่องในหน้าที่ นอกจากนี้ ถ้าขับหลง หรือขับผิด หัวหน้าก็จะมีอาการหงุดหงิดเล็ก ๆ เช่นกัน 

        คุณเคนจึงอยากปรึกษาว่า ในมุมมองคนอื่น ตนนั้นดูเป็นคนขี้เผือกเกินไปหรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วแค่เป็นคนใส่ใจในงานเกินไป เพราะกับเรื่องคนอื่นก็ไม่ได้อยากใส่ใจ แต่พอเป็นหัวหน้าทีไร ก็มักจะชอบแอบฟังอยู่เรื่อย

        เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ให้คำแนะนำว่า “ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าผมเป็นคนขับรถ ตามมารยาทไม่ควรมีส่วนร่วมกับบทสนทนาของหัวหน้า ควรที่จะโฟกัสกับการขับรถไป แต่ถ้ามองในมุมของเลขา เลขาที่ดีก็สามารถจัดแจงเรื่องพวกนี้ให้หัวหน้าได้ ถ้าสามารถฟัง และจัดการงานให้หัวหน้าได้ก็ถือเป็นเลขาที่คล่องแคล่ว ผมเข้าใจในเรื่องการจัดลำดับในสมองว่า เวลาดู GPS ถ้ามีอะไรแทรกมา ก็อาจขับรถเลย ขับหลงได้ แต่สุดท้ายแนะนำให้โฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุดตอนนั้นก่อน นั่นก็คือการขับรถ”

        ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “ให้คำตอบกับหัวหน้าไปว่า ต้องขอโทษด้วย แต่กำลังโฟกัสกับถนนอยู่ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย มันเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น เขาน่าจะเข้าใจ และหลังจากนี้ก็ฝึกเลยค่ะ ถ้าเราเคยพลาดขับรถเลยแล้ว ครั้งหน้าเราจะรอบคอบขึ้น และคุณเคนจะทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ดีขึ้นค่ะ”

        ตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำแนะนำว่า “พี่คิดว่าการฟังก็คือหน้าที่ ที่คุณเคนต้องทำ แต่จะทำยังไงให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็เห็นด้วยกันพี่เผือกพี่ต้นหอมว่าควรจะโฟกัสกับการขับรถก่อน เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย บนท้องถนนอะไรก็เกิดขึ้นได้ มีคนแนะนำมาในคอมเมนต์ว่าลองใช้วิธีขออนุญาตเจ้านายอัดเสียง ถ้าเขาถามว่าได้ฟังหรือเปล่า ค่อยบอกไปว่า เดี๋ยวผมกลับไปฟังอีกทีครับ แต่ตอนนี้ผมขอ 100% กับการขับรถก่อน เพราะเดี๋ยวมันจะเกิดอันตรายได้”

        ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ให้คำแนะนำว่า “อย่างแรกเวลาเราขับรถ ต้องโฟกัสการขับรถ และความปลอดภัยไว้ก่อน การที่เราทำหลายอย่างพร้อมกัน ฟังไปด้วย ขับไปด้วย มันสามารถพลาดได้ แต่ถ้าเกิดว่าหัวหน้ากำลังคุยกับเรา อันนั้นเราก็ต้องฟังเขา ถ้ามันทำให้เราขับหลง ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะหัวหน้าเป็นคนชวนคุย ส่วนเรื่องอัดเสียงไว้ฟังต้องอย่าลืมถามความยินยอมก่อน ถ้าเป็นเรื่องที่หัวหน้าไม่อนุญาต ก็บอกหัวหน้าไปว่า งั้นผมก็อาจจะรู้หรือฟังเท่าที่ฟังได้นะ หัวหน้าจะว่าเราอีกไม่ได้ เพราะก็ถือว่าเราพยายามหาวิธีการแล้ว”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

อ้าว ป้าคะ! หนูทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวของร้านป้า เวลาลูกค้าให้ทิปกับมือหนู ป้าจะบอกว่า “เอาไปหยอดกระปุก” เดี๋ยวจะแบ่งสิ้นเดือน แต่พอสิ้นเดือนมา ป้าไม่เคยแบ่ง เอาไปใช้คนเดียว

04 ก.ค. 2025

อ้าว ป้าคะ! หนูทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวของร้านป้า เวลาลูกค้าให้ทิปกับมือหนู ป้าจะบอกว่า “เอาไปหยอดกระปุก” เดี๋ยวจะแบ่งสิ้นเดือน แต่พอสิ้นเดือนมา ป้าไม่เคยแบ่ง เอาไปใช้คนเดียว

อ้าว ป้าคะ! หนูทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวของร้านป้า เวลาลูกค้าให้ทิปกับมือหนู ป้าจะบอกว่า “เอาไปหยอดกระปุก”เดี๋ยวจะแบ่งสิ้นเดือน แต่พอสิ้นเดือนมา ป้าไม่เคยแบ่ง เอาไปใช้คนเดียว พอถามก็ตีมึน จนหลังๆถ้าลูกค้าให้ทิปกับมือหนูจะแอบเก็บไว้คนเดียว บางทีผัวป้าที่เป็นกุ๊ก ก็ยืนมองจากครัว หนูแอบเก็บไม่ได้ ต้องเดินมาหยอด หยอดไปก็ไม่ได้อยู่ดีหนูจะทำยังไงดีคะ ? แล้วการที่หนูเอาทิปมาเก็บไว้กับตัว เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวไหมคะเพราะถ้าหยอดกระปุกไป ป้าก็ไม่แบ่งอยู่ดี... “คุณดา (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาของการเป็นพนักงานเสิร์ฟ ที่พอลูกค้าให้ทิปก็ถูกเจ้าของร้านบังคับให้หยอดกระปุกรวม โดยอ้างว่าจะนำมาแบ่ง แต่ไม่เคยได้ส่วนแบ่ง โดย “คุณดา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานร้านอาหารร้านหนึ่ง เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งอยู่ในตัวเมืองลำปาง ภายในร้านมีพนักงานรวมหนูแล้วมีแค่ 5 คนเองค่ะ ส่วนมากเขาจะอยู่ในครัวกัน แล้วหนูเป็นพนักงานเสิร์ฟคนเดียวแล้วก็จะมีป้าเจ้าของร้านอยู่ด้วย หน้าที่ของหนูก็คือ ล้างแก้ว กวาดถู เก็บจาน หนูเริ่มทำงานร้านนี้ตั้งแต่เดือนกุมภา ปัญหาของหนูก็คือเวลาลูกค้าให้ทิป วันแรกที่หนูเข้าไปทำงานลูกค้าฝรั่งยื่นเงินให้หนู 60 บาท แล้วก็มีคนไทยที่เขาบอกว่าเขาให้ หนูก็ดีใจเลยไปบอกป้าเจ้าของร้าน ป้าแกก็บอกว่าเอาหยอดกระปุกร้านเลย หนูก็สตั้นไป ทำไมเราต้องหยอดตามที่ป้าแกบอก เขาบอกว่าสิ้นเดือนจะเอามาแบ่งกัน แล้วมันก็เกิดคำถามมากมายในหัวหนู หนูก็ทำงานมาเรื่อย ๆ ลูกค้าก็ให้ทิป พอป้าแกเห็นหนูก็ต้องเอาหยอดกระปุกทุกครั้ง แต่พอสิ้นเดือนก็ไม่เห็นว่าแกจะเอาไปแบ่ง เหมือนแกจะเอาไปใช้คนเดียว หนูเคยจับกระปุกมันมีช่วงที่มันหนัก ๆ แล้วพอมาจับอีกรอบเบาเลย ไม่มีสักบาท ในร้านจะมีตำแหน่งแม่บ้าน ผู้ช่วยเชฟ เชฟ และเจ้าของร้านแค่นี้เลย แต่ไม่เคยได้ส่วนแบ่งเลยสักเดือนตั้งแต่ทำมา เวลาที่ป้าไม่เห็นหนูก็จะรีบยัดใส่เข้ากระเป๋า แล้วหลังวันที่ 27 มิถุนาที่ผ่านมา มีลูกค้าโต๊ะหนึ่งเช็คบิล พอได้บิลมาก็เอาไปให้ลูกค้า พอลูกค้าจ่ายเงินเสร็จก็ยื่นเงินให้หนูแล้วบอกว่า 40 บาท พี่ให้หนูนะ หนูก็ขอบคุณแล้วป้าแกก็เห็น แต่หนูอ้อมมาหลังเคาน์เตอร์แล้วรีบยัดเข้าใส่กระเป๋า แต่พอหนูหันไปหนูเห็นเชฟเขายืนมองอยู่ แต่เชฟเขาคือสามีป้าเขาเป็นคนฮอลแลนด์ แกก็ยืนมอง หนูก็ลนไปหมด สุดท้ายหนูก็เลยต้องหยอดใส่กระปุก หนูอยากรู้ว่าหนูผิดไหมที่หนูทำแบบนี้ มันดูเป็นเด็กไม่ดีไหม?’ ซึ่ง “ดีเจก็อตจิ” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘หนูอาจจะต้องไปสมัครงานที่อื่น เพราะร้านนี้ระบบมันไม่แน่ชัด มันเหมือนเป็นร้านอาหารครอบครัว เขาจะสั่งให้เราทำอะไรก็ได้ แล้วยิ่งเราเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวด้วย มันค่อนข้างจะยากที่หนูจะไปต่อรอง ถ้าวันหนึ่งเขาไล่หนูออกขึ้นมา หนูจบเลยนะ พี่ว่ายังไงถ้าเป็นไปได้ หนูหาทางเลือกอื่นและไม่ต้องไปหวังกับเงินก้อนนั้นเลย’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ หลาย ๆ ร้านใช้ระบบทิปรวม แต่พอสิ้นเดือนเขาต้องหาร ถ้าหนูจะสู้เพื่อความถูกต้อง ก็กลั้นใจถามป้าไปเลยว่าสรุปมันคือทิปรวมหรือส่วนตัว แต่ถ้าไม่อยากปะทะในเมื่อเขาก็เรา เราก็ไม่จำเป็นต้องซื่อสัตย์กับเขา มันก็แล้วแต่ว่าดาจะเลือกทางไหน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘ถ้าเขาบอกว่าให้ทิปเรามันคือของเรา แต่ถ้าเขาใส่ไว้ในถาดหรือวางบนโต๊ะอันนั้นก็จะเป็นทิปรวม ไปตกลงกับป้าว่าบางทีที่เขาให้ทิปไม่ใช่เพราะอาหาร เขาเห็นว่าหนูเป็นเด็ก ถ้าป้าปฏิเสธทุกอย่างก็เทไปเลยวันที่ลูกค้าเยอะ ๆ ลาออกวันนั้นเลย ถ้าหนูบริการดีไปอยู่ร้านไหนก็มีคนให้ทิปแน่นอน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

25 พ.ย. 2024

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่ง เหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า "เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย

หนูบูชาปี่เซียะมา ร้านแนะนำให้ทำพิธีก่อนเริ่มวันใหม่ วันนั้นกลับมา ห้าทุ่มครึ่งเหลือเวลาครึ่งชั่วโมง รีบจุดธูป ทำพิธี แล้วไปอาบน้ำ ออกมาควันเต็มห้อง แฟนโกรธมาก แต่เราดันไปถามว่า"เธอเห็นตัวเลขบนรูปไหม?" เพราะตอนเช้าวันที่ 16 แล้ว แฟนด่าเราใหญ่เลย หนูผิดมากหรอคะ? “คุณส้ม (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องบูชาปี่เซี๊ยะจนเกือบไฟไหม้บ้านแฟน โดย “คุณส้ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า สำหรับตัวหนูเป็นคนที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องปี่เซี๊ยะ ก็เลยไปซื้อปี่เซี๊ยะที่ร้าน ๆ นึงมา โดยทางร้านเขาก็บอกว่า จะมีวันที่ที่ต้องบูชาตาม วัน/เดือน/ปี/เกิด ของหนู พอเสร็จเรียบร้อย วันนั้นหนูกลับถึงบ้าน 5 ทุ่มครึ่ง คืออีกครึ่งชั่วโมง มันเป็นวันเกิดของหนู ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่หนูต้องบูชา ไม่งั้นมันจะเลยฤกษ์ แล้วหนูต้องนอนกับแฟนที่บ้าน แต่หนูต้องบอกก่อนว่าแฟนหนูเป็นคนใจเย็นมาก ไม่พูดคำหยาบ เรียบร้อย สุภาพ ทีนี้หนูก็ทำพิธีอย่างรวดเร็ว แบบว่ามันก็จะมีพาน แต่หนูไม่ได้ไปจุดธูปข้างล่าง เพราะคนอื่นเค้านอนกันหมดแล้ว หนูก็เลยขออนุญาตแฟนว่า ขอจุดในห้องนอนได้ไหม แค่แบบแปปเดียวจริง ๆ มันก็จะมีธูป มีแผ่นทอง มีกำไล มีเส้นแดง หนูก็จุดเรียบร้อย ทีนี้ระหว่างรอธูปดับ หนูก็ไปอาบน้ำ พอหนูอาบน้ำเสร็จ หนูคิดในใจ หนูจะได้เลขเด็ดแล้ว แต่พอออกมาจากห้องน้ำ เห็นแฟนกำลังพัด คือเหมือนธูปมันจะมอด ใกล้จะดับ แต่กลิ่นมันโขมงมาก สิ่งที่หนูเห็น หนูก็อึ้ง หนูทำไร ไม่ถูก แต่แฟนหนูก็เคลียร์ทุกอย่าง ทั้งธูป ทั้งควัน เสร็จแล้วเขาก็พูดว่า เฮ้ยส้ม!! ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ฉันเตือนแล้ว มาเป็นชุด หนูก็เลย ทำไรไม่ถูก เสร็จปุ๊ปหนูก็เลยเดินไปถามเขาดี ๆ ว่า ‘เธอ ๆ เธอเห็นเลขไหม?’ คำถามนี้แหล่ะมันเลยทำให้เค้าโมโหหนักกว่าเดิม หนักกว่าเดิมแบบว่า เฮ้ย!! ส้มทำไมเธอถึงถามฉันด้วยคำถามแบบนี้วะ แทนที่จะมาดูว่าบ้านเป็นอะไรไหม? หนูก็เลยยืนงงอยู่ แฟนหนูก็เลยพูดต่อว่า ทำไมส้มโตแต่ตัว ทำไมส้มไม่ใช้สมองเลย เราคบกันมานานมาก คำพูดเหล่านั้นหนูไม่เคยได้ยินจากปากเขาเลย วันนี้ได้ยินแล้วค่อนข้างอึ้ง หนูก็เลยตะคอกกลับไปว่า หุบปากได้ไหม!! แล้วเค้าก็สบถคำที่ค่อนข้างทำให้หนูตกใจ หลังจากคืนนั้น คือก้นชนก้น ไม่พูดไม่จา ไม่อะไรกันทั้งนั้น คือคิดในใจแล้วว่า ‘หนังสือเล่มสุดท้ายของชีวิตล่ะ’ คือกำลังจะโบกมือบ๊ายบายกันแล้ว แต่สุดท้ายคือหนูก็ตกลงกันว่าโอเค ปรับความเข้าใจกัน คำถามที่หนูอยากจะถามพี่ๆดีเจคือ “หนูรู้นะหนูผิดตรงที่หนูไม่รู้ หนูไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ อยากรู้แค่ว่าหนูผิดมากไหม? ที่ต้องมาพูดแรงกับหนูขนาดนี้” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นพร้อมกันไปในทางเดียวกันว่า ‘มากกก’ ส้มผิดมากค่ะ ส้มสมควรโดนด่า ถูกต้องแล้ว ไม่โดนทำร้ายกายก็ดีแค่ไหนแล้ว ต้องขอบคุณแฟนของส้มที่เตือนสติส้ม นอกจากนี้ “ดีเจต้นหอม” ยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ‘กลับไปบ้าน แล้วไปนวดแข้ง นวดขา นวดบ่าเขาให้ดี ดีที่เค้ายังไม่บอกเลิก ‘หนังสือเล่มสุดท้าย’ เค้าควรเป็นคนพูด...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สิ้นปีตั๋วกลับใต้แพงมาก เดินทางวิธีไหนก็ลำบาก แต่ประเด็นคือ รักแรกที่เราเคยแอบชอบมา 5 ปี ทักชวนเรากลับบ้านด้วยกันไหม ใจนึงก็อยาก แต่อีกใจนึงก็กลัวใจตัวเองจะหวั่นไหว เพราะเราทั้งคู่ต่างก็มีแฟนกันอยู่แล้ว ถ้าเป็นทุกคน จะตัดสินใจยังไงกันคะ ??

16 ธ.ค. 2024

สิ้นปีตั๋วกลับใต้แพงมาก เดินทางวิธีไหนก็ลำบาก แต่ประเด็นคือ รักแรกที่เราเคยแอบชอบมา 5 ปี ทักชวนเรากลับบ้านด้วยกันไหม ใจนึงก็อยาก แต่อีกใจนึงก็กลัวใจตัวเองจะหวั่นไหว เพราะเราทั้งคู่ต่างก็มีแฟนกันอยู่แล้ว ถ้าเป็นทุกคน จะตัดสินใจยังไงกันคะ ??

“คุณกุ๊บกิ๊บ (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [11 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาปีใหม่นี้คนที่เราเคยแอบชอบ ทักมาชวนกลับบ้านด้วย โดย “คุณกุ๊บกิ๊บ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาที่ตัวเองเจอคือ ‘เพื่อนที่เป็นรักแรกของหนูตอนม.2 ชวนกลับบ้านที่ต่างจังหวัดด้วยกัน’ แต่หนูไม่รู้ว่าต้องตัดสินใจไป หรือไม่ไปดี? เพราะว่าต่างคนก็ต่างมีแฟนกันอยู่แล้วทั้งคู่ ซึ่งตอนนี้หนูกับเขาอยู่โซนภาคกลางเหมือนกัน หนูอยู่กรุงเทพฯ แล้วเขาอยู่อีกจังหวัดนึง หนูกับเขาคุยกันผ่านแอปพลิเคชันนึง เขาก็บอกว่า ‘เอองั้นเธอก็กลับกับเราสิ’ ค่าเครื่องจะได้ไม่ต้องจ่ายเพราะช่วงปีใหม่มันแพง แล้วเราก็แบบใจฟูเนอะ ตั้งแต่ม.2 อ่ะ หนูชอบเขา แต่มันก็มีส่วนที่ตะขิดตะขวงใจอย่างนึงก็คือหนูก็มีแฟน เขาก็มีแฟน ถามว่าหนูอยากไปไหม? หนูก็อยากไปนะ หนูไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรกับหนูไหม แต่เขาก็บอกคิดถึงหนูอยู่นะ ‘ตอนเด็ก ๆ เราจีบกันเลยค่ะ’ คือหนูชอบเขาแล้วก็มีการกุ๊กกิ๊กกันอยู่ตลอด 5 ปี ตั้งแต่ ม.2 จนถึงปี 1 แต่มันเป็นอดีตนะ คำถามที่อยากจะถามพี่ดีเจคือ ‘ควรไปกับเขาดีไหม?’ คือเราอยากกลับบ้าน อยากเจอแม่ด้วย ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ไปกับใครก็ได้ แต่ไปกับเขาไม่ได้’ ที่เหลือไปหาทางกลับเอาเอง เพราะมีแฟนกันแล้ว ถ้าสมัยก่อนยังกลับบ้านเองได้อันนี้ กุ๊บกิ๊บกำลังจะหาเหตุ กำลังหาข้ออ้างที่จะไปกับกิ๊กเก่า ซึ่งแฟนเรามีอยู่แฟนเขาก็มีอยู่ “คุณกุ๊บกิ๊บ (นามสมมติ)” ทิ้งท้ายต่อว่า มันก็จะมีอีกคำถามนึงตอนแรกหนูก็พยามยื้อว่า เราไม่อยากไปเรากลัวแฟนเราด้วย แล้วก็กลัวแฟนเขาเสียใจด้วย แล้วเหมือนเขาก็ตัดพ้อกลับมาว่า ‘อะไรอะ เราแค่ไปเราเป็นเพื่อนกันนะ’ หนูเลยบอกว่า เราก็เกรงใจแฟนเธอนะ เธอก็มีแฟนอยู่แล้วถ้าแฟนเสียใจขึ้นมาทำยังไง? เขาก็บอกว่าแฟนเราไม่ได้งี่เง้าขนาดนั้นหรอก ทาง ‘ดีเจเติ้ล’ เลยให้คำปรึกมาว่าเนี่ยมันดูเหมือนอ่อยอ่ะ เหมือนอ่อยให้ไปเจอกันอ่ะ สุดท้ายนี้ทั้งสามดีเจ ได้ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ใจเราไม่บริสุทธ์ไปแล้ว เราคิดไปแล้ว ‘คนบางคนก็ไม่เหมาะเป็นเพื่อน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตั้งแต่จำความได้ ผมอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด เคยแอบแต่งหน้า โดนแม่ด่าอย่าทำอีก เก็บมาจนเรียนโรงเรียนชายล้วน โตมาผมมีแฟนผู้หญิง คบกันมา 10 ปี มีอะไรกันตามปกติ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่จะเห็นแก่ตัวไหม ถ้าจะแต่งงานกับเขา แล้วผมยังอยากแต่งหญิงแบบที่อยากเป็น

29 พ.ย. 2024

ตั้งแต่จำความได้ ผมอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด เคยแอบแต่งหน้า โดนแม่ด่าอย่าทำอีก เก็บมาจนเรียนโรงเรียนชายล้วน โตมาผมมีแฟนผู้หญิง คบกันมา 10 ปี มีอะไรกันตามปกติ ผมไม่ได้ชอบผู้ชาย แต่จะเห็นแก่ตัวไหม ถ้าจะแต่งงานกับเขา แล้วผมยังอยากแต่งหญิงแบบที่อยากเป็น

ตั้งแต่จำความได้ ผมอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด เคยแอบแต่งหน้า โดนแม่ด่าอย่าทำอีกเก็บมาจนเรียนโรงเรียนชายล้วน โตมาผมมีแฟนผู้หญิง คบกันมา 10 ปี มีอะไรกันตามปกติ ผมไม่ได้ชอบผู้ชายแต่จะเห็นแก่ตัวไหม ถ้าจะแต่งงานกับเขา แล้วผมยังอยากแต่งหญิงแบบที่อยากเป็น แต่แฟนผมไม่ชอบ “คุณบอล (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [27 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจอั๋น – ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหามีแฟนเป็นผู้หญิง แต่ส่วนตัวผมก็ชอบแต่งหญิง แต่งหน้า โดย “คุณบอล (นามสมมติ)” ได้เกริ่นก่อนว่า ‘ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ป.3 - ป.4 ก็ได้รู้สึกแล้วว่าตัวเองอยากเป็นผู้หญิงมาตลอด แต่ตอนนั้นอยู่โรงเรียนชายล้วน ยังไม่เคยอยู่โรงเรียนสหศึกษามาก่อน และก็รู้สึกว่าตัวเองก็เป็นผู้ชาย เข้าสังคมผู้ชาย ไม่มีเพื่อนเป็นผู้หญิงเลยตั้งแต่เด็ก มีพี่ชายก็เป็นผู้ชาย ชายแท้ หลังจากโตขึ้นมา ก็มีความรู้สึกที่อยากเป็นผู้หญิงมากขึ้น มีแอบไปแต่งหญิงบ้าง ตอนเป็นเด็กแม่ก็เหมือนจะรับรู้ และโดนขู่ไว้ หลังจากนั้นก็เลยไม่กล้าบอกใคร จนโตมาเข้ามหาวิทยาลัย ยังมีความรู้สึกอยากแต่งเป็นผู้หญิงอยู่ เคยคิดที่จะแปลงเพศและเอาอวัยวะเพศออก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเคยชินหรืออะไร แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ไปทำหรือเอาออก อีกอย่างที่กลัวก็คือผมก็ชอบผู้หญิงด้วย เวลามีเซ็กส์ก็ไม่ได้รู้สึกฝืนอะไร เคยคิดว่าตัวเองชอบผู้ชายไหม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกชอบ หลังจากเข้ามหาลัยก็ได้มีแฟนเป็นผู้หญิง และคบกับแฟนคนนี้มา 10 ปี จนตอนนี้มีแพลนว่าจะแต่งงานกัน ส่วนตัว ‘รู้สึกผิดกับแฟนที่ตัวเองอยากแต่งเป็นผู้หญิง แต่ไม่ยอมเลิก’ เพราะจริง ๆ แฟนก็ชอบผู้ชาย ตั้งแต่ปีแรกที่คบกัน ผมก็รู้สึกว่าจริงจังกับแฟนคนนี้ และได้บอกความจริงกับแฟนว่า ‘อยากแต่งเป็นหญิงนะ’ แต่แฟนรู้สึกไม่โอเค เคยเลิกกันไปครั้งหนึ่งเพราะเรื่องนี้ แต่ก็กลับมาคบกันอีกเพราะผมรู้สึกว่าขาดเขาไปไม่ได้ ผมเคยลองคิดว่าจริง ๆ ตัวเองอาจจะชอบแค่การแต่งตัวเป็นผู้หญิงแค่นั้นหรือเปล่า? แต่พอโตขึ้นได้รับอิสระมากขึ้น ทั้งจากครอบครัวและคนรอบข้าง ความรู้สึกมันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อยากมีหน้าอก ซื้อยาเทคฮอร์โมนมากิน แอบแต่งหญิงมากขึ้น ในอนาคตก็อยากจะเป็นผู้หญิง เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า เห็นแก่ตัวเกินไปไหมถ้าจะแต่งงานกับคน ๆ นี้ทั้งที่ตัวเองก็พยายามจะเป็นผู้หญิงอีก และกลัวว่าอนาคตจะเป็นมากกว่านี้’ เริ่มให้คำปรึกษาที่ “ดีเจต้นหอม” ว่า ‘บอกเลยว่าเห็นแก่ตัว ถ้าคิดในกรณีของผู้หญิงที่ต้องแต่งงานกับใครสักคนหนึ่ง แล้วก็รู้ว่าในอนาคตตัวของคุณ จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในสิ่งที่รับไม่ได้ ซึ่งแต่ละคนมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน มันมีผู้หญิงที่รับได้ ฉะนั้นเวลาที่เราแต่งงานกับใคร เราไม่ได้ศึกษาแค่ข้อดีของเขา เราต้องศึกษาข้อเสียของเข้าด้วย ว่าเรารับข้อเสียของเขาได้ไหม ถ้าเรารับได้เราถึงจะได้ร่วมชีวิตกัน แต่ถ้าตัวคุณบอลมีข้อเสียข้อใหญ่ ที่ผู้หญิงคนนั้นตั้งธงมาแล้วว่าเรื่องนั้นเขารับไม่ได้ แต่คุณรับปากส่ง ๆ ไปว่าโอเคเราจะเป็นแบบในสิ่งที่เขาชอบ ซึ่งวันหนึ่งคุณบอลเปลี่ยนแน่นอนอยู่แล้ว ‘มันรู้สึกเห็นแก่ตัว’ ฉะนั้นสองสิ่งมันไปด้วยกันไม่ได้ สิ่งที่เป็นตัวเรา ดันไปโดนข้อเสียที่เป็นข้อใหญ่ของเขา ที่เขาตั้งธงมาแล้วว่ารับไม่ได้ ฉะนั้นคุณบอลต้องเลือกว่า จะเป็นผู้หญิงหรือเลือกแฟนคนนี้ จะเปลี่ยนตัวเองหรือเปลี่ยนแฟน มันมีแค่นี้ สิ่งที่พี่แนะนำคือ เลือกชีวิตที่มันเป็นตัวเองไปเลย มันมีผู้หญิงที่รับได้ หรือถ้าเรารักผู้หญิงคนนี้จริง ๆ บอกผู้หญิงไปเลยว่า ‘เราเปลี่ยนไม่ได้จริง ๆ ’ เราขอโทษที่ให้ทุกอย่างไม่ได้ เพราะการใช้ชีวิตคู่ มันไม่ได้แชร์กัน 50/50 บางเรื่องถ้าเรายอมไม่ได้จริง ๆ นั่นแปลว่าเขาต้องยอมเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเขาบอกว่าเรื่องนี้ก็ไม่ได้สำหรับเขาเหมือนกัน นั่นแปลว่าเราเป็น ‘เส้นขนาน’ กันแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเชิงคำว่าเห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ตัวเนี่ย บอลก็รักเขาแหละ อย่างจริงใจ ประเด็นมันแค่ว่า ตอนนี้สิ่งที่สำคัญกับชีวิตบอลมากอะ มันไม่ไปกับสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งพี่จะมองในมุมที่ว่า ‘อย่าแต่งงานกันเลย’ เพราะว่ามันจะทำให้ทั้งสองคนไม่มีความสุขแค่นั้นเอง คือบอลจะเป็นอะไรก็ได้เลย แค่บอลต้องหาคนที่เขาโอเคกับสิ่งที่บอลเป็น ซึ่งพี่ว่าโลกนี้มันยังมีอยู่ มันมีอยู่แค่บอลยังไม่เจอเขา เพราะฉะนั้นพี่ว่าได้เป็นตัวของตัวเองที่บอลฝันมาตั้งแต่เด็กเถอะ แล้วหาคนที่เขาโอเคกับมัน ส่วนผู้หญิงถ้าคุยกันอีกครั้ง แล้วเขาชัดเจนว่ายังไงก็ไม่มีทาง บอลก็ต้องปล่อยเขาให้ไปหาคนอื่นเหมือนกัน เพราะสิ่งที่บอลเป็น เป็นสิ่งที่ทำให้บอลมีความสุข ซึ่งบอลไม่มีทางเก็บมันไว้ตลอดได้อยู่แล้ว’ สุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าถ้าเราอยู่กับมันมานานพอที่เรารู้จักตัวเราเอง จนตกตะกอนได้ในระดับหนึ่งว่า สิ่งที่เราชอบ มันไม่ใช่แค่ลุกขึ้นมาแล้วแต่งคอสเพลย์ แต่มันคือสิ่งที่บอลอยากให้มันเป็นร่างของเราเลย อย่างแรกพี่อยากให้เราชัวร์ตรงนี้ก่อน เรื่องนี้มันเดินหน้าแล้วถอยหลังไม่ได้ ถ้าเป็นพี่จะปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน นอกเหนือจากที่เรารู้ตัวเราเองแล้ว บางทีมันอาจจะมีหลาย ๆ คำถามหรือมุมที่เราไม่รู้ว่าเราไม่รู้ จนกว่าเราจะไปเจอผู้เชี่ยวชาญ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ พี่คิดว่าถ้าเราจะอยู่กับคนที่เป็นคู่ชีวิตเรา เขาน่าจะเป็นคนที่คุยกับเราได้ทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนี้ ซึ่งเรายังพูดไม่ได้เลย ‘ว่าเราจะเป็นผู้หญิง ก็อยากเป็นผู้หญิงอะ’ ลองคุยกับเขาดู ถ้าเขารับได้ก็เท่ากับว่าเป็นคู่เราได้ แต่ถ้ารับไม่ได้ก็แปลว่าเขาไม่ใช่คู่ของเรา ‘ไม่ควรอยู่เพียงเพราะอยากจะเก็บเขาไว้ แล้วตัดสินใจว่าโกหกดีกว่า’ อันนี้ผิดแน่นอน พี่รู้ว่ามันละเอียดอ่อนและมีความซับซ้อนสูงมาก แต่อย่างหนึ่งพี่ ‘ไม่อยากให้บอลรู้สึกว่าเราผิดปกติ’ ในโลกนี้มันเปิดกว้าง ความหลากหลายในการเลือก มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดปกติเลย ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของบอลที่จะตัดสินใจและเลือกเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-