ผมชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ จนไม่มีสมาธิ ทำให้ขับรถผิด หรือขับหลง ผมใส่ใจงานหัวหน้ามากไป หรือผมแค่เป็นคนขี้เผือกครับ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ผมชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ จนไม่มีสมาธิ ทำให้ขับรถผิด หรือขับหลง ผมใส่ใจงานหัวหน้ามากไป หรือผมแค่เป็นคนขี้เผือกครับ?

27 มี.ค. 2026

ผมชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ

จนไม่มีสมาธิ ทำให้ขับรถผิด หรือขับหลง

ผมใส่ใจงานหัวหน้ามากไป หรือผมแค่เป็นคนขี้เผือกครับ?

        ‘คุณเคน (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ( 25 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจเผือก-ดีเจเติ้ล-ดีเจต้นหอม และ ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เกี่ยวกับเรื่องที่การทำงานไม่ค่อยราบรื่น เพราะชอบแอบฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์บนรถ จนไม่มีสมาธิขับรถ

        ‘คุณเคน (นามสมมุติ)’ อายุ 31 ปี ได้เล่าว่า ตนนั้นทำงานแบบนั่งออฟฟิศ แต่ได้รับมอบหมายหน้าที่เพิ่มให้เป็นเลขาช่วยเหลือดูแลหัวหน้าคนใหม่ ซึ่งก็จะต้องขับรถให้และเตรียมงานให้บ้าง แต่สำหรับงานขับรถ จุดหมายบางที่คุณเคนก็รู้จัก ส่วนบางที่ที่ไม่รู้จักก็ต้องใช้ GPS นำทาง 

        ปัญหาอยู่ที่ระหว่างขับรถนั้น หัวหน้ามักจะคุยโทรศัพท์กับลูกค้า หรือประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ และทุกครั้งที่หัวหน้าคุยโทรศัพท์ คุณเคนก็มักจะแอบฟัง เพราะคิดว่าเรื่องที่หัวหน้าคุยมันอาจเกี่ยวกับงานของตนเองด้วย จึงจำเป็นต้องฟัง เพื่อที่เวลาหัวหน้าสั่งอะไรมา จะได้เข้าใจได้ง่ายและเร็วขึ้น แต่อีกใจก็คิดว่า หรือจริง ๆ แล้ว ตนแค่อยากยุ่งเรื่องของหัวหน้ากันแน่ และหลายครั้งที่พยายามฟังหัวหน้าคุยโทรศัพท์ คุณเคนมักจะเสียสมาธิในการโฟกัสทิศทางการขับรถ จนขับเลย ลงทางด่วนผิด หรือขับหลงทางไปที่อื่นบ้าง ทำให้เสียเวลาไปเล็กน้อย แต่ถ้าไม่ได้ฟังเรื่องที่หัวหน้าคุย บางทีหัวหน้าจะถามว่า “เมื่อกี้ได้ยินมั้ยว่าต้องทำอะไรบ้าง” ถ้าตอบไม่ได้ หัวหน้าก็จะหงุดหงิด และคุณเคนก็จะรู้สึกว่าตัวเองบกพร่องในหน้าที่ นอกจากนี้ ถ้าขับหลง หรือขับผิด หัวหน้าก็จะมีอาการหงุดหงิดเล็ก ๆ เช่นกัน 

        คุณเคนจึงอยากปรึกษาว่า ในมุมมองคนอื่น ตนนั้นดูเป็นคนขี้เผือกเกินไปหรือไม่ หรือจริง ๆ แล้วแค่เป็นคนใส่ใจในงานเกินไป เพราะกับเรื่องคนอื่นก็ไม่ได้อยากใส่ใจ แต่พอเป็นหัวหน้าทีไร ก็มักจะชอบแอบฟังอยู่เรื่อย

        เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ให้คำแนะนำว่า “ส่วนตัวผมคิดว่า ถ้าผมเป็นคนขับรถ ตามมารยาทไม่ควรมีส่วนร่วมกับบทสนทนาของหัวหน้า ควรที่จะโฟกัสกับการขับรถไป แต่ถ้ามองในมุมของเลขา เลขาที่ดีก็สามารถจัดแจงเรื่องพวกนี้ให้หัวหน้าได้ ถ้าสามารถฟัง และจัดการงานให้หัวหน้าได้ก็ถือเป็นเลขาที่คล่องแคล่ว ผมเข้าใจในเรื่องการจัดลำดับในสมองว่า เวลาดู GPS ถ้ามีอะไรแทรกมา ก็อาจขับรถเลย ขับหลงได้ แต่สุดท้ายแนะนำให้โฟกัสกับงานที่สำคัญที่สุดตอนนั้นก่อน นั่นก็คือการขับรถ”

        ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำแนะนำว่า “ให้คำตอบกับหัวหน้าไปว่า ต้องขอโทษด้วย แต่กำลังโฟกัสกับถนนอยู่ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัย มันเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น เขาน่าจะเข้าใจ และหลังจากนี้ก็ฝึกเลยค่ะ ถ้าเราเคยพลาดขับรถเลยแล้ว ครั้งหน้าเราจะรอบคอบขึ้น และคุณเคนจะทำทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ดีขึ้นค่ะ”

        ตามด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำแนะนำว่า “พี่คิดว่าการฟังก็คือหน้าที่ ที่คุณเคนต้องทำ แต่จะทำยังไงให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดก็เห็นด้วยกันพี่เผือกพี่ต้นหอมว่าควรจะโฟกัสกับการขับรถก่อน เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยด้วย บนท้องถนนอะไรก็เกิดขึ้นได้ มีคนแนะนำมาในคอมเมนต์ว่าลองใช้วิธีขออนุญาตเจ้านายอัดเสียง ถ้าเขาถามว่าได้ฟังหรือเปล่า ค่อยบอกไปว่า เดี๋ยวผมกลับไปฟังอีกทีครับ แต่ตอนนี้ผมขอ 100% กับการขับรถก่อน เพราะเดี๋ยวมันจะเกิดอันตรายได้”

        ปิดท้ายด้วย ‘หมอท้อป’ ให้คำแนะนำว่า “อย่างแรกเวลาเราขับรถ ต้องโฟกัสการขับรถ และความปลอดภัยไว้ก่อน การที่เราทำหลายอย่างพร้อมกัน ฟังไปด้วย ขับไปด้วย มันสามารถพลาดได้ แต่ถ้าเกิดว่าหัวหน้ากำลังคุยกับเรา อันนั้นเราก็ต้องฟังเขา ถ้ามันทำให้เราขับหลง ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะหัวหน้าเป็นคนชวนคุย ส่วนเรื่องอัดเสียงไว้ฟังต้องอย่าลืมถามความยินยอมก่อน ถ้าเป็นเรื่องที่หัวหน้าไม่อนุญาต ก็บอกหัวหน้าไปว่า งั้นผมก็อาจจะรู้หรือฟังเท่าที่ฟังได้นะ หัวหน้าจะว่าเราอีกไม่ได้ เพราะก็ถือว่าเราพยายามหาวิธีการแล้ว”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

20 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ ! จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วัน ผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา!

(ภาคต่อ) มีแผลเป็นแต่ต้องไปต่อ !จับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานไม่กี่วันผลสรุปคือแต่งงานกัน และให้โอกาสเขา! 'คุณต้นไม้' (นามสมมติ) อายุ 27 ปี สายที่ 10 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 กับ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นจับได้ว่าแฟนมีโลกสองใบก่อนแต่งงานเพียงไม่กี่วัน แต่ที่บ้านไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่ง เพราะกลัวจะโดนนินทาและเป็นหม้ายขันหมาก ความคืบหน้าล่าสุด “คุณต้นไม้ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัดสินใจแต่งงานต่อ เพราะต้องแต่งค่ะ ในวันงาน บรรยากาศก็ดี เพราะคนรอบข้างไม่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนที่พิธีกรให้คู่บ่าวสาวพูด เราก็ให้เขาพูดก่อนตามคำแนะนำ ซึ่งเขาก็พูดว่า “จะเป็นสามีที่ดี เพื่อดูแลเจ้าสาว” เมื่อถึงคิวเรา ต้นไม้ก็พูดขอบคุณแขกทุกคนที่มาร่วมงาน และทิ้งท้ายไว้ว่า “ความรักที่ดี คือความรักที่มีความซื่อสัตย์ให้กันนะคะ” เจ้าบ่าวก็มีสะอึกนิดหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมาก และตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ก็ดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันที่เราจับได้ เขาก็เลิกติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็บล็อกเรา ไม่ได้มายุ่งกับเราอีก ถึงแม้จะมีแผลเป็น แต่ก็สามารถไปต่อกันได้ และดูแผลนั้นไว้เป็นอุทาหรณ์ อาจมีระแวงบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาก็พยายามปรับเปลี่ยน เขารายงานทุกความเคลื่อนไหวของเขา ว่าไปไหน ทำอะไร แต่เราก็ยังไม่เชื่อใจเขา 100%ค่ะ’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจทั้งสาม” อวยพร ให้คุณต้นไม้มีความสุขในชีวิตคู่ ขอให้เขากลับตัวกลับใจ เป็นคนดีได้ตลอดรอดฝั่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ถ้าเป็นทุกคน จะทำยังไงต่อ? คบกับแฟนมา 10 ปี แต่ตอนนี้ เพิ่งรู้ว่า “พ่อของเรา ไปมีอะไรกับแม่ของแฟน” ทั้งๆที่พ่อก็ยังคบกับแม่อยู่ เคยคุยกับพ่อแล้ว พ่อตอบมาว่า “มึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ผัวหรอก” ได้ยินแล้วเสียใจมาก

28 ส.ค. 2023

ถ้าเป็นทุกคน จะทำยังไงต่อ? คบกับแฟนมา 10 ปี แต่ตอนนี้ เพิ่งรู้ว่า “พ่อของเรา ไปมีอะไรกับแม่ของแฟน” ทั้งๆที่พ่อก็ยังคบกับแม่อยู่ เคยคุยกับพ่อแล้ว พ่อตอบมาว่า “มึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ผัวหรอก” ได้ยินแล้วเสียใจมาก

ถ้าเป็นทุกคน จะทำยังไงต่อ? คบกับแฟนมา 10 ปีแต่ตอนนี้ เพิ่งรู้ว่า “พ่อของเรา ไปมีอะไรกับแม่ของแฟน”ทั้งๆที่พ่อก็ยังคบกับแม่อยู่ เคยคุยกับพ่อแล้ว พ่อตอบมาว่า“มึงไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้ผัวหรอก” ได้ยินแล้วเสียใจมากตอนนี้พ่อเลิกยุ่งกับแม่แฟนแล้ว แต่อนาคตจะจัดงานแต่งกันได้ไหม... “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ส.ค. 66] โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาพ่อแอบมีความสัมพันธ์กับแม่ของแฟน โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับแฟนจะไปต่อยังไง... เพราะพ่อของหนูแอบไปมีความสัมพันธ์กับแม่ของแฟนหนู ในขณะที่พ่อหนูยังอยู่กับแม่หนูปกติ แต่แม่แฟนเขาเลิกกับพ่อแฟนแล้ว ก่อนหน้านี้ประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว พ่อแม่แฟนเขาเลิกกันด้วยเหตุผลส่วนตัวทางบ้านเขา ตัวของแฟน พี่สาว และพ่อ เขาก็ออกมาซื้อบ้านอยู่กันข้างนอก แต่ให้แม่อยู่ในบ้านเดิมไป ซึ่งบ้านหลังนั้นอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับบ้านหนู หนูคบกับแฟนมา 10 ปีแล้ว ปกติพ่อหนูจะเป็นคนเจ้าชู้ และหวงลูกสาวมาก เพราะหนูเป็นลูกคนเดียว แต่เรื่องที่หนูมีแฟน ทุกคนรู้หมด แต่ทำยังไงก็ได้ห้ามให้พ่อรู้ว่าหนูมีแฟน เพราะเดี๋ยวพ่อจะจำกัดอิสระของหนู เวลาไปไหนก็ไปไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้พ่อไม่รู้ แต่แม่รับรู้ว่าคบกับแฟนคนนี้ ซึ่งแม่แฟนรู้ว่าคนนี้เป็นพ่อของหนู ก่อนหน้านี้พ่อเคยทำงานบริษัทเดียวกับแม่ของแฟนและแฟน เขาก็คุยกันตลอด แต่คุยกันแบบปกติ มีการขับรถไปรับไปส่งกันด้วย แต่พ่อไม่รู้ว่าคนนี้คือแม่ของแฟนหนู จนมีช่วงนึง พ่อกับแม่หนูทะเลาะกัน หนูเลยพาแม่ออกมาอยู่ข้างนอก ให้เขาแยกกันสักพัก คลี่คลายแล้วจะพาแม่กลับไป ซึ่งเรื่องทะเลาะก็เป็นการทะเลาะกันปกติของสามี-ภรรยา ช่วงหลังๆพ่อเริ่มเปลี่ยนไป จากปกติเคยมาง้อให้พวกเรากลับบ้าน แต่ครั้งนี้เขาไม่มา แล้วก็มีคนรอบข้างที่อยู่แถวบ้าน เริ่มมาพูดกับแม่แปลกๆ เขาพูดประมาณว่า พี่ไม่กลับมาดูบ้านเลยหรอ หนูคิดถึงพี่จังเลย มีเรื่องอยากคุยกับพี่จัง แม่ก็เลยแปลกใจ เพราะพ่อเป็นคนเจ้าชู้อยู่แล้ว ตัวหนูเองก็เลยเปิดกล้องวงจรปิดดูว่าพ่อทำอะไรอยู่ เขาอยู่บ้านใช้ชีวิตยังไง ปกติดีมั้ย? หนูก็บังเอิญไปได้ยินว่าพ่อกำลังจะไปรับแม่ของแฟน จะออกไปข้างนอกกัน หนูเลยตัดสินใจว่ายังไงวันนี้ก็จะบอกพ่อว่าคบกับคนนี้ จะบอกว่าคนนี้คือแม่แฟน จะได้ไม่เกิดอะไรขึ้น เขาจะได้วางตัวกันถูก หนูก็เลยโทรไปบอกพ่อ แต่พ่อบอกว่าไม่มีอะไร ตอนแรกเขายังไม่ยอมรับ หนูก็เลยชวนแม่กลับไปอยู่บ้าน เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นหนูก็ยังคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก เขาคงเป็นเพื่อนกัน พอกลับมาถึงบ้านหนูก็เลยไปคุยส่วนตัวกับพ่อ หนูบอกพ่อว่า หนูขอร้องได้มั้ย กับคนนี้อย่าไปยุ่งได้มั้ย เขาเป็นแม่แฟนหนู ให้หนูได้ใช้ชีวิตต่อไป หนูคบกันมา 10 ปีแล้ว ถ้าเกิดพ่อไปยุ่งกับเขา ชีวิตหนูจะพังเลยนะ หนูไม่รู้จะก้าวต่อไปยังไง หนูก็ขอร้องเขา เขาก็พูดกลับมาว่า แกไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีสามีหรอกนะ แล้วแกอย่าไปบูลลี่เขา อย่าไปใส่ร้ายเขา เขาบอกว่าแม่แฟนบอกว่าเขาไม่รู้เลยว่าลูกคบกันอยู่ หนูก็เสียใจว่าทำไมพ่อถึงพูดกับเราแบบนั้น ที่ผ่านมาหนูมองว่า การที่หนูไม่ได้บอกพ่อ คือ เหมือนเราอยากจะไปบอกเขาตอนที่เราตกลงปลงใจว่าจะแต่งงานกับคนนี้ พ่อจะได้ไม่ต้องรู้สึกแย่ เพราะพ่อหวงหนูมาก อยากให้เขารับรู้ว่าลูกฉันมีแฟน แต่งงานไปเลยทีเดียว จบ! หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนมาพูดว่า เขาทั้งสองคนไปอย่างนั้นอย่างนี้กันนะ หนูก็เริ่มมีเซ้นส์แล้วด้วย ก็เลยแอบติด GPS ที่รถของพ่อ และหนูกับแม่ก็ไปจับได้ที่โรงแรมว่าเขาอยู่ด้วยกัน หนูเจอเขาอยู่ในห้อง พอเราเคาะประตูเหมือนเขารีบแต่งตัวมาเปิดประตู เขาอ้างว่ามาคุยกันเฉยๆ คุยกันเรื่องเงิน เพราะเขามีการยืมเงินกัน แม่ก็เสียใจ และไม่ได้รู้สึกเซอร์ไพร์สเลย เพราะแม่เจอเรื่องแบบนี้มาตลอด ตอนแรกที่เจอ แม่ก็โมโห จะเลิกเลย พ่อก็หลบไปอยู่บ้านเพื่อน คือพ่อกับแม่เป็นเพื่อนกันมาก่อน พ่อก็คุยกับเพื่อนแล้วให้เพื่อนช่วยเป็นคนกลางมาไกล่เกลี่ยให้กลับมาดีกัน ตอนนี้พ่อกับแม่กลับมาดีกันได้แค่ 1 อาทิตย์ ความรู้สึกของหนูยังรู้สึกตกใจ เสียใจ ยังทำตัวไม่ถูกกับเหตุการณ์นี้ แต่พ่อก็กลับมาอยู่ในบ้านแล้วเรียบร้อย ปฎิกิริยาของแม่แฟน เขาก็ด่าหนู เอาบ้านหนูไปนินทาให้คนอื่นในหมู่บ้านฟัง เหมือนมีคนมาเล่าให้ฟังว่า อีกคนพูดว่า ลูกชายเธออ่ะ ชะตาอวัยวะเพศขาดมากเลยนะที่ได้ E คนนี้เป็นแฟน พูดเหมือนหนูเป็นคนไม่ดี เป็นผู้หญิงไม่ดี หนูไม่รู้เลยว่าหนูไปทำอะไรให้เขา แล้วเขาก็พูดว่า ยังไงพ่อ E นี้ก็เลิกกับฉันไม่ได้หรอก จะต้องเลี้ยงฉันไปจนตาย ฉันจะเอาให้หมดตัวเลย ตอนนี้หนูกับแฟนไม่รู้จะทำยังไงกัน ความสัมพันธ์ก็ยังปกติมาก ยังรักกันปกติ แฟนรู้ แต่เขาไม่รู้จะทำยังไงกับแม่เขาแล้ว แม่หนูไม่ได้บังคับให้ต้องเลิกกัน แม่หนูก็บอกว่า แม่เข้าใจ แม่รู้ว่ามันคนละคนกัน ความผิดนี้มันไม่ใช่ความผิดของเด็ก ผู้ใหญ่เป็นคนทำเรื่องนี้เอง ฝากบอกแฟนด้วยว่า แม่เหมือนเดิมกับเขาทุกอย่าง ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องเกร็งแม่เลย หนูดีใจมากที่แม่เข้าใจ แต่แม่ก็ยังไม่ได้เลิกกับพ่อ หนูก็เลยไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี หนูเคยคิดกันว่าเก็บเงินทำงานกัน จนอายุ 30 ค่อยลงหลักปักฐานกัน เราคงได้มีครอบครัวแล้ว แต่ตอนนี้ที่เราฝันไว้ ตั้งใจไว้ มันไม่สามารถเป็นจริงได้แล้ว เพราะทุกคนเข้าหน้ากันไม่ติด ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับพี่ๆ พี่ๆจะทำยังไงต่อไป..? งานนี้ 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจความรู้สึกคุณหนูนะ แต่ถ้าฟังจากบุคคลภายนอก มันดูไม่เป็นอุปสรรคในความรักของคุณหนูกับแฟนเลย เรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเราสองคนเลย มันเป็นสิ่งที่พ่อกับแม่เราทำ เขาโตขนาดนั้นแล้ว ซึ่งเราก็ได้บอกเขาไปแล้วด้วย แต่เขาไม่ฟัง เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว หลังจากนี้โฟกัสกับแม่ให้มากกว่า จับแม่มานั่งคุยเลยว่า ถ้าแม่ทนไหวแม่ก็ทนไป แต่ถ้าทนไม่ไหว ก็แนะนำให้แม่เลิกกับพ่อเลย แต่ถ้าแม่ไม่ยอมเลิก ก็บอกเขาว่าแม่ต้องยอมรับว่าพ่อจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ แม่ก็จะมีชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆนะ จนกว่าพ่อจะตายหรือแม่จะเลิกกับเขาอ่ะ ส่วนพ่อกับแม่ของแฟน จะไม่ยุ่งกับเขาเลย เราได้บอกเขาไปแล้ว จากนี้ไปเขาจะทำดีทำชั่วก็เรื่องของเขาแล้ว ตราบใดที่เขาไม่มายุ่งกับเรา เขาจะทำไรทำ จะลงนรก ขึ้นสวรรค์ก็ตามใจเลย’ และถ้าพวกพี่เป็นหนู พี่คงจะไม่สูญเสียความมั่นใจ ไม่นึกถึงขั้นที่ว่าชีวิตจะไปต่อไม่ได้ แต่มานั่งคุยกับแฟนว่างานแต่งงานของเราจะเอายังไง จะเชิญใคร จะจัดรูปแบบไหน ให้ปัญหาน้อยที่สุด 2 คนนี้ที่เขาไปได้กัน มันคือศีลเสมอกัน ถ้าเราศีลไม่เสมอกับเขา เราก็อย่าไปสนใจอะไรมาก ถึงแม้เขาจะเป็นพ่อบังเกิดเกล้าก็ตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

06 มี.ค. 2026

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเราทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมเราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ? ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชาวเกาหลีไม่โอเคเพราะเพื่อนเกย์มานอนค้างที่คอนโด ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเพิ่งคบกับแฟนชาวเกาหลีวัย 40 กว่าได้ไม่นาน กำลังจะเข้าสู่เดือนที่สอง โดยช่วงนี้แฟนหนุ่มได้บินกลับเกาหลีไปได้ครึ่งเดือนแล้ว คุณนิสามีเพื่อนเป็นเกย์ออกสาว ซึ่งปกติเพื่อนคนนี้จะมาหา มาพูดคุย และนอนค้างที่คอนโดเป็นบางครั้ง แต่ช่วงที่แฟนมาไทย เพื่อนก็ไม่ได้มา ล่าสุด เพื่อนเกย์คนดังกล่าวจะมาค้างที่คอนโด คุณนิสาจึงส่งข้อความบอกแฟนไป แต่แฟนกลับตกใจมากและถามว่า “ทำไมถึงนอนกับผู้ชาย” ซึ่งคุณนิสามองว่าเพื่อนคนนี้เป็นเกย์ที่ออกสาวมาก และแฟนก็รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเธอเคยส่งวิดีโอที่เพื่อนเต้นให้ดู แต่แฟนหนุ่มยืนยันว่า อย่างไรก็ตามเพศสภาพของเพื่อนคนนี้ก็คือผู้ชาย ถ้ายังมีอวัยวะเพศชายอยู่เขาก็ไม่ไว้ใจ ทั้งที่เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนกับคุณนิสามาตั้งแต่มัธยม และเวลาที่เพื่อนมานอนก็จะนอนที่โซฟา ส่วนคุณนิสานอนในห้องของตนเอง แต่แฟนก็ยังคงรับไม่ได้ และพูดว่า ถ้ายังให้เพื่อนมานอนด้วยแบบนี้ ก็ต้องเลิกกัน คุณนิสาจึงตัดสินใจว่า “โอเค เลิกก็เลิก” เพราะเธออยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนมาก ไม่นานหลังจากนั้น แฟนชาวเกาหลีก็ทักข้อความมาหาว่าเขาไม่อยากเลิกกับคุณนิสาเพราะเรื่องนี้ แต่เขายังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่โอเคกับการให้เพื่อนมานอนที่ห้อง ขณะที่คุณนิสาก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะไม่เลิกคบ และจะอยู่กับเพื่อนแบบนี้ต่อ เพราะเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว สำหรับคุณนิสาแล้ว เพื่อนเกย์คนนี้ไม่ใช่ผู้ชาย และเรื่องอื่น ๆ ในความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็ราบรื่นดี แฟนไม่เคยบังคับ และเคารพในมิตรภาพของพวกเธอ แต่แฟนก็อยากให้มองในมุมของเขาว่า แม้เขาจะพยายามฝืนให้โอเคได้ในตอนนี้ แต่ในระยะยาวเขาก็จะอึดอัด ซึ่งคุณนิสาก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเพื่อน และแฟนกับเพื่อนก็ยังไม่เคยเจอกัน แฟนชาวเกาหลีจึงขอเวลาไปหาทางออก เนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน คุณนิสาจึงอยากปรึกษาว่า จะทำยังไงให้เรื่องนี้มีทางออกที่สามารถอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจได้บ้าง เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ การยอมรับกลุ่ม LGBTQ ในเกาหลี ส่วนใหญ่เขาค่อนข้างไม่เปิดรับ พี่เข้าใจได้ว่าเขาสามารถคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งหน้าและกริยาเหมือนผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่แม้แต่พ่อแม่ที่ไทยบางคน ก็ยังไม่โอเคเลยที่ลูกสาวจะนอนกับเพื่อนที่เป็นเกย์ สำหรับพี่มองว่า เพื่อนหนูอาจจะเข้าใจหนูก็ได้ แต่ตอนนี้นิสายังไม่กล้าคุยกับเขา สุดท้ายชื่นชมนะ เพราะส่วนใหญ่คนจะเลือกผู้ชายมากกว่าเพื่อน ในเมื่อเรารู้แล้วว่าตอนนี้แฟนต้องการเวลาปรับตัวให้ยอมรับเรื่องนี้ได้ ระหว่างนี้เราก็ไปคุยด้วยความจริงใจกับเพื่อนก่อน ถ้าเขารู้ว่านิสาได้เลิกไปแล้ว นิสาเลือกเขาก่อนแล้ว เขาจะเข้าใจนะ แล้วค่อยไปคุยกับแฟน ถ้าเขารู้จักกันกับเพื่อนเรา เขาอาจจะเข้าใจก็ได้” ตามด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “ต่อให้ไม่ต้องเป็นเกาหลีพี่ก็พอเข้าใจ มันเพิ่งจะสองเดือนแรก อาจจะคลั่งรักมาก จะมีหึงบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นคนเกาหลี วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนั้น พี่ก็ยิ่งเข้าใจเลย แต่แนะนำว่าช่วงนี้ก็อาจจะต้องเลี่ยงการเจอกับเพื่อนหน่อย จนกว่าแฟนจะได้เจอกับเพื่อนเราจริง ๆ แล้วเขาอาจเข้าใจ สุดท้ายแล้ว ลองชั่งน้ำหนักดูว่าแฟนหนูมีค่าพอให้ยื้อมั้ย หรือควรจะเลือกอะไร" ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ตรงกลางสำหรับพี่คือ ติดกล้อง แล้วดูในแอปพลิเคชันค่ะ บอกเขาว่าเป็นแบบนี้ไปก่อน ดูในกล้องไปก่อน อย่าเพิ่งเลิกกัน แต่ถ้าถึงวันที่เขาเจอกับเพื่อนเราแล้วเขายังรับไม่ได้ ก็คือรับไม่ได้แล้วค่ะ" สรุปแล้วดีเจทั้งสามมีความคิดเห็นที่เหมือนกันว่าควรให้แฟนกับเพื่อนได้ลองเจอกันก่อน แล้วการตัดสินใจ หรือทางออกที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายนั้นจะง่ายขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวง มาทำโฮมสเตย์ที่จ.น่าน ได้ใช้เวลากับตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ มันดีมากเลย แต่ก็ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ ต้องห่างจากแฟนและสังคม เลยอยากมาขอกำลังใจค่ะ

14 ส.ค. 2026

ตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวง มาทำโฮมสเตย์ที่จ.น่าน ได้ใช้เวลากับตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ มันดีมากเลย แต่ก็ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ ต้องห่างจากแฟนและสังคม เลยอยากมาขอกำลังใจค่ะ

ตัดสินใจทิ้งชีวิตเมืองหลวง มาทำโฮมสเตย์ที่จ.น่านได้ใช้เวลากับตัวเองท่ามกลางธรรมชาติ มันดีมากเลยแต่ก็ถือเป็นการปรับตัวครั้งใหญ่ต้องห่างจากแฟนและสังคมเลยอยากมาขอกำลังใจค่ะ ‘คุณฟ้า’ (นามสมมติ) สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (12 สิงหาคม 2569) ได้เข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เรื่องที่เธออยากขอกำลังใจในการใช้ชีวิต ‘คุณฟ้า’ อายุ 38 ปี ได้เล่าว่าบ้านเกิดของเธออยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ มีงานประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร แต่ตอนนี้ก็ได้ตัดสินใจลาออกเพื่อย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่จังหวัดน่านแทน เพราะรู้สึกว่าการทำงานประจำทำให้ตัวเธอเองเหนื่อยมาก ๆ และไม่มีเวลาให้ครอบครัว คนที่รัก หรือแม้กระทั่งตัวเองเลย คุณฟ้าจึงตัดสินใจซื้อโฮมสเตย์มือสองที่จังหวัดน่าน และย้ายไปอยู่ที่น่านพร้อมกับคุณแม่ ซึ่งเหตุผลที่คุณฟ้าเลือกย้ายมาอยู่ที่จังหวัดน่านก็คือได้มาเที่ยวที่จังหวัดนี้หลายรอบแล้ว และรู้สึกชอบจังหวัดนี้มาก ๆ จนได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าถ้าหากเกษียณก็จะย้ายมาอยู่ที่นี่ จึงได้ดูที่ดินหลาย ๆ ที่ในจังหวัดน่านไว้เบื้องต้น แต่ตัวคุณฟ้าเองก็ไม่ได้คิดว่าจะได้ย้ายมาอยู่ที่จังหวัดน่านเร็วขนาดนี้ จนถึงตอนนี้ก็เปิดโฮมสเตย์มาได้ 1 เดือนแล้ว และมีลูกค้ามาเรื่อย ๆ โดยเปิดบ้านเช่าจำนวน 6 หลัง และมีคุณแม่ช่วยทำอาหารให้ลูกค้าด้วย ซึ่งคุณฟ้าเองก็ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า อยากให้มีลูกค้ามาเยอะกว่านี้ จะได้นำเงินมารีโนเวทโฮมสเตย์ให้ดูดีขึ้น และอีกปัญหาก็คือ คุณฟ้าต้องห่างกับแฟนที่คบกันมา 3 ปี ซึ่งแฟนกำลังทำงานประจำอยู่ที่กรุงเทพมหานคร นั่นทำให้ในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่คุณฟ้ามาอยู่ที่จังหวัดน่าน แฟนคุณฟ้าก็ไม่ชินที่ในชีวิตประจำวันไม่มีคุณฟ้าอยู่ด้วย แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วแฟนคุณฟ้าก็ตัดสินใจมาหา ทำให้เขาโอเคมากขึ้น และได้เปิดใจคุยกันว่าจะทำงานประจำต่อ 5 ปี และค่อย ๆ เก็บเงินเพื่อย้ายมาอยู่ด้วยกันที่จังหวัดน่าน คุณฟ้าจึงอยากได้กำลังใจจากเหล่าดีเจเพื่อที่จะได้มีแรงฮึดสู้ในการอยู่ที่นี่ต่อไป เพราะการที่ตัดสินใจย้ายจังหวัดมาทำให้สังคมรอบตัว และทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองมันหายไป และต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เริ่มด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ที่ว่า “สำหรับต้นหอมจะให้คำแนะนำในการพัฒนาโฮมสเตย์แทนแล้วกัน ว่าสิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือสิ่งที่คนเมืองโหยหาความ Slow Life ที่หาไม่ได้จากในเมือง หากิจกรรมอะไรก็ได้มาเพิ่มในสิ่งที่โฮมสเตย์ยังไม่มี เช่น ผักออแกนิคที่เป็นผักพื้นบ้านของจังหวัดน่าน กิจกรรมทำอาหารเย็นด้วยกัน หรือแพ็กเกจการใช้ชีวิตแบบคนท้องถิ่น เพราะคนที่ไปโฮมสเตย์คือไปพักผ่อน และเรียนรู้วิถีชีวิตคนท้องถิ่น ถ้าเพิ่มกิจกรรมพวกนี้มาคงจะมีคนสนใจโฮมสเตย์ของคุณฟ้ามากขึ้นอีก หรือคุณฟ้าจะชวน Influencer ต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทยมาพักและทำกิจกรรมในโฮมสเตย์ ให้เขาทำคลิปรีวิวเชิญชวนมาพักที่โฮมสเตย์ เพราะต่างชาติจะชอบกิจกรรมแบบนี้มาก ๆ และถ้าโฮมสเตย์เราเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางก็จะทำให้แฟนมาอยู่ด้วยกันกับเราได้มากยิ่งขึ้น” ต่อด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเติ้ล’ ที่สนับสนุนคำแนะนำของ ‘ดีเจต้นหอม’ ว่า “เข้าใจว่าคุณฟ้ากลัวว่าจะอยู่ไม่รอด แต่จากการที่เห็นคุณฟ้าทำ Content ในแพลตฟอร์มออนไลน์ก็ถือว่าไปได้ดีเลย แต่การหากิจกรรมเพิ่มเติมก็เป็นอีกไอเดียที่ดี สามารถต่อยอดไปได้อีก ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น การที่ได้ลูกค้าประมาณ 150 คนก็ถือว่าเยอะมาก ๆ แล้ว ค่อย ๆ ทำไปก็ได้ เชื่อว่าหลาย ๆ คนก็อยากมีชีวิตแบบคุณฟ้านะ” ปิดท้ายด้วยคำแนะนำของ ‘ดีเจเผือก’ ที่ว่า “ในช่วงแรกอาจจะต้องใช้เวลาหน่อย ให้ทำอย่างนี้ต่อไปอย่างสม่ำเสมอ อย่าเพิ่งลงทุนอะไรที่มันเกินตัว สำหรับผมเองก็เป็นสาย Play Safe จึงแนะนำให้ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ ทำต่อไป และเห็นด้วยกับคำแนะนำของดีเจต้นหอมที่ว่าต่างชาติจะชอบการพักโฮมสเตย์แบบนี้มากกว่าคนไทย ดังนั้นเชียร์ให้ตีตลาดชาวต่างชาติ เพิ่มกิจกรรมต่าง ๆ ให้มากขึ้น อาจจะลำบากเพราะเราเพิ่งเปลี่ยนที่อยู่ แต่การที่เราทำได้มาถึงขนาดนี้ก็เก่งมาก ๆ แล้ว”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-