เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่ แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่ แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

19 มี.ค. 2026

 เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่

แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก

จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

       ‘คุณดิว (นามสมมติ)’ อายุ 42 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นโสดมานาน ส่วนลูกก็เริ่มโต ใจอยากมีคนใหม่ แต่ก็ยังไม่กล้า

       โดย  ‘คุณดิว (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว อาศัยอยู่ที่อเมริกา เลิกกับสามีมาได้หลายปีแล้ว มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้ลูกได้อยู่กับเรา ส่วนพ่อของลูกจะมาหาลูกบ้างเป็นบางครั้ง อย่างมากก็สัปดาห์ละครั้ง ในตอนที่เราเลิกกับสามีใหม่ ๆ ตอนนั้นลูกของเรามีอายุประมาณ 9 ขวบ ซึ่งเราเองก็อยากโฟกัสกับการเลี้ยงลูกให้เต็มที่  อยากมีเวลาให้ลูกเยอะ ๆ เลยเป็นสาเหตุที่เราไม่ได้ออกเดต หรือคุยกับใครใหม่เลยตั้งแต่เลิกกับสามี

       ปัจจุบันลูกของเรามีอายุประมาณ 14 - 15 ปีแล้ว เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น มีโลกส่วนตัวมากขึ้น ติดเพื่อน เริ่มไม่ใช้ชีวิตอยู่กับเราเท่ากับเมื่อก่อน เราเองก็เริ่มมีความรู้สึกเหงา เราทำงานอยู่ที่บ้านเป็นประจำค่ะ  ปกติแล้วเวลาว่างที่เหลือจากการทำงาน เราก็จะเล่นกับลูกตลอด แต่ช่วงหลังนี้ เราได้แต่เล่นกับน้องหมาในบ้าน หรือนอนดูซีรีส์คนเดียวแทน บางครั้งเราก็โทรไปหาเพื่อน หรือหาเวลาไปนั่งเล่นด้วยกันกับเพื่อน ๆ แต่ด้วยความที่ทุกคนอยู่ต่างเมืองกัน เราเลยไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะได้มาเจอกันบ่อย ๆ

       จุดเปลี่ยนในชีวิตคือสิ้นปีที่ผ่านมา เราเดินทางกลับไทยเป็นเวลา 3 อาทิตย์ แต่ลูกไม่ได้กลับมากับเรา ด้วยความที่เขาอยากที่จะอยู่เที่ยวกับเพื่อนที่อเมริกา เราจึงให้ลูกไปอยู่กับพ่อของเขา ในตอนที่เรากลับมาถึงเมืองไทย เราได้ไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน ๆ มันเลยทำให้เรารู้สึกสนุกมาก แต่เมื่อเรากลับมาที่อเมริกา เรากลับรู้สึกเหงา และโดดเดี่ยว บวกกับที่ลูกมีโลกส่วนตัวมากขึ้น เราเลยเริ่มมีความคิดที่อยากจะหาใครสักคนมาอยู่กับเรา 

       เพื่อน ๆ ก็เชียร์ให้ลองไปเดตสักครั้ง เพราะเราเองก็โสดมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แต่เราก็ได้แต่ย้อนกลับมาถามตัวเองว่าเราอยากมีแฟนจริง ๆ หรอ ในเมื่อเราชอบอยู่คนเดียว เรารู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องแต่งหน้าเพื่อเอาใจใคร แต่อีกมุมหนึ่ง เราก็คิดว่าถ้ามีเพื่อนสักคน ไปไหนมาไหนด้วยกันมันก็คงจะดี แต่อีกมุมหนึ่งก็คิดว่าอยู่โสดแบบนี้มันก็ดีแล้ว เหมือนเรามีความคิดมากมายเต็มไปหมด เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีเพื่อน แต่ถ้าเรามีแฟนเราก็กังวลเรื่องลูกอีก เราจะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ หรือว่ามีตัวเลือกอื่นในชีวิตไหม ที่เราสามารถใช้ชีวิตกับความรู้สึกที่ชอบอยู่คนเดียว แต่อีกใจก็อยากมีใครสักคนหนึ่งบ้าง”

       เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเป็นเรา จะไม่คิดมาก Go with the flow ปล่อยตัว ปล่อยใจ ไปตามสถานการณ์ ไม่อยากให้ไปกำหนดกฏเกณฑ์ในชีวิต บางอย่างถ้ามันยังไม่มีคำตอบ ก็จะไม่ไปคิดมากกับมัน ปล่อยให้ชีวิตค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แล้วสักวันหนึ่ง อาจจะมีทางเลือกสักทางที่มันเหมาะกับเรา ทุก ๆ อย่างมันต้องใช้เวลา ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาจะสอนเรามากขึ้น”

       ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “นี่คือช่วงเวลาที่เราจะได้สนุกกับชีวิต มันเหมือนเป็น Holiday ของเรา เชียร์ให้ลองออกเดตดูสักครั้ง แต่ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องหาให้ได้ เพราะชีวิตเราดีอยู่แล้ว แม้ว่าในบางมุมการมีคู่ชีวิต การมีเพื่อนมันก็อาจจะดีกว่า อยากให้ลองเดตโดยที่ไม่คาดหวังกับชีวิต ถ้าวันหนึ่งเราได้เจอกับคนที่ทำให้เรารู้สึกดีที่มีเขา มากกว่าการอยู่คนเดียว ก็ไปต่อ แต่ไม่อยากให้ปิดกั้นตัวเอง มันไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่”

       ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เข้าใจว่าเวลาที่เราจะเริ่มเดตกับใครสักคน เรามักมีความรู้สึกกลัว ยิ่งเราอยู่คนเดียวมานานมากแล้วมันจะทำให้เรากลัวมากขึ้น เราสามารถลองเดตสักครั้งโดยที่ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องตั้งเป้าหมายว่าเราจะต้องมีใครสักคนให้ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งที่เราได้เจอใครสักคนที่เราถูกใจ เราก็แค่เปิดโอกาส

       อีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากเรื่องนี้ อยากให้เราลองหาเป้าหมายอื่น ๆ ให้กับชีวิต เช่น การที่เราจะลดน้ำหนัก หรือทำกิจกรรมบางอย่างที่เราอยากทำ อะไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าเราไม่มีโอกาสที่จะได้ทำ ในตอนที่เราอยู่กับลูก เมื่อเราได้ลองทำแล้ว จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้เจอสังคมใหม่ ๆ นี่คือช่วงเวลาของเรา”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจ็บแล้วเจ็บอีก… สาวโทรปรึกษาในรายการ แฟนคนนี้เป็นรักแรก คบกันมา 15 นิสัยดีทุกอย่าง ยกเว้นข้อเดียว แฟนเจ้าชู้มาก นอกใจแล้ว 16 ครั้ง ล่าสุดหนูยอมให้เขาติดต่อกับผู้หญิงอีกคน แต่เขา ก็มาโทษหนูว่าที่เป็นคนแบบนี้ เพราะนิสัยหนูเองทั้งนั้น

30 ต.ค. 2023

เจ็บแล้วเจ็บอีก… สาวโทรปรึกษาในรายการ แฟนคนนี้เป็นรักแรก คบกันมา 15 นิสัยดีทุกอย่าง ยกเว้นข้อเดียว แฟนเจ้าชู้มาก นอกใจแล้ว 16 ครั้ง ล่าสุดหนูยอมให้เขาติดต่อกับผู้หญิงอีกคน แต่เขา ก็มาโทษหนูว่าที่เป็นคนแบบนี้ เพราะนิสัยหนูเองทั้งนั้น

“คุณจิ๊บ(นามสมมุติ)” อายุ 29 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 ต.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อย’ เกี่ยวกับปัญหาคบกับแฟนมา 15 ปี ตอนนี้จับได้ว่ากำลังนอกใจครั้งที่ 16 แล้วมาโทษเราว่าคือสาเหตุ โดย “คุณจิ๊บ(นามสมมุติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนคนแรกมาทั้งหมด 15 ปี แต่งงานจดทะเบียนกันแล้ว 4 ปี แต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน ช่วงเวลาที่ผ่านมาเค้าดีทุกอย่าง ดูแลหนูดีมาก แต่เสียอยู่อย่างเดียว ตลอดเวลาที่คบกันมาเค้าเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้าชู้มาก ด้วยความที่เค้าเป็นคนเฟรนลี่ ชอบคุยกับคนอื่นไปเรื่อย ทำให้เรามีปัญหาเรื่องมือที่สาม แล้วตลอดเวลาที่คบกันมา ก็จับได้ว่าเค้ามีมือที่สามมาแล้ว 15 ครั้ง แล้วทุกครั้งที่จับได้ เค้าจะขอให้อภัยเค้าอยู่เสมอ แล้วหนูก็ให้อภัยเค้าตลอด แต่ว่าการที่หนูให้อภัยอยู่แบบนี้ มันเลยทำให้หนูกลายเป็นคนขี้ระแวง โมโหใส่ทุกอย่างที่เค้าทำผิดไปจากเดิมที่เคยพูดไว้ เช่น เวลาจะไปทำงาน แล้วบอกว่าจะกลับหกโมงเย็น พอถึงเวลาเลยหกโมงเย็นไปหน่อยสักครึ่งชั่วโมง หรือชั่วโมงนึง เค้ายังไม่กลับ หนูก็จะเริ่มมีอารมณ์โมโห อาละวาดออกมาแบบ ‘ทำไมถึงกลับมาไม่ตรงเวลา’ ยิ่งให้อภัยเค้า หนูก็ยิ่งระแวงมากถึงขั้นติด GPS ในโทรศัพท์เค้า คอยควบคุมทุกอย่างในชีวิตเค้า ต้องโทรรายงานตลอดเวลา แล้วกลายเป็นว่ามันต้องอยู่แบบนี้กันไปเรื่อย ๆ จนครั้งที่ 16 ที่เพิ่งจับได้ล่าสุดเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมา เค้ามาบอกกับหนูว่าเพราะสิ่งที่หนูทำ คอยเจ้ากี้เจ้าการเค้ามากจนเกินไป ทำให้เค้าพูดกับหนูไม่ได้ เลยต้องไปหาพื้นที่สบายใจที่อื่น เค้าแบบหมดใจกับหนู ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเค้าโทษหนู เพราะว่าหนูเป็นแบบนี้ จากที่ผ่านมาทั้งหมดมันเลยทำให้รู้สึกผิดมาก ที่หนูเอาแต่ใจ ระแวงเค้ามากขนาดนี้ และคิดว่านี่หนูกลายเป็นคนผิดใช่ไหม เหตุการณ์ล่าสุดทำให้หนูบอกกับเค้าไปว่า ‘ให้เค้าคุยได้ แต่หนูแค่อยากรักษาครอบครัวเราเอาไว้’ ตอนนี้กลายเป็นว่าเค้าทำเย็นชาใส่ ไม่สนใจหนูอีกแล้ว ตอนนี้ก็ยังอยู่ด้วยกัน ดูแลเหมือนเดิมอย่างพาไปกินข้าว แต่ไม่ค่อยคุยกัน ไม่เล่นกันเหมือนก่อน และแสดงอาการให้รู้ว่ากำลังคุยกับมือที่สามขณะที่อยู่ด้วยกัน วันนี้หนูอยากมาปรึกษาพี่ ๆ ว่าหนูผิดใช่ไหมที่หนูเป็นแบบนี้ เค้าถึงได้มีมือที่สาม หนูแค่อยากรักษาครอบครัวไว้ มันพอจะมีวิธีไหมแล้วถ้าหนูขอโทษเค้า หนูควรจะขอโทษเค้าแบบไหน’ “ดีเจพี่อ้อย” เริ่มให้คำปรึกษาว่า ‘คือจิ๊บ 15 ปีที่ผ่านมาหนูบอกว่าเค้าดูแลหนูดีมาโดยตลอด แต่พอหนูบอกว่าเค้านอกใจ 15 ครั้ง 16 ครั้งเนี่ย อย่างที่บอกข้อดีทั้งหลายเค้าถูกเปลี่ยนไปหมดเลย แล้วการที่หนูกลายเป็นคนระแวงก็ไม่ได้แปลว่าว่าง ๆแล้วหนูระแวงแต่บังเอิญว่าหนูถูกทำลายความไว้วางใจมาก่อนไง มันถึงเกิดความระแวง ก่อนหน้านี้ถ้าเค้าไม่ทำตัวให้คิดมาก เราจะคิดมากได้ยังไง และอันนึงพี่ไม่มั่นใจจริง ๆว่าเราให้อภัยเค้าตั้งแต่เค้ายังไม่รู้สึกผิดหรือเปล่า เพราะหนูดูให้อภัยเค้าบ่อยมาก จนเค้ารู้สึกเลยว่าเหมือนมันเป็นทรง เวียน ว่าย ตาย เกิด ประมาณว่าเมื่อไหร่ก็ตามจับได้ว่านอกใจ ‘เอ้า! ขอโทษ ขอโทษ เราจะไม่ทำอีกนะ’ ‘ให้โอกาส ให้โอกาส ให้โอกาส’ แล้วก็กลับมานอกใจซ้ำ ๆ เค้านอกใจหนูมา 15 ครั้งแล้ว พี่ถามหน่อยว่าเค้าจำเป็นต้องมาซื่อสัตย์ต่อน้องครั้งที่ 16 17 18 หรอ คนเรารักเค้า เราก็ไม่อยากทำให้เค้าเสียใจ เพราะรักเค้าเราไม่เห็นมีใคร เค้ารักเราน้อยไปถึงได้นอกใจบ่อยขนาดนี้ ต่อให้น้องบอกว่าเราจะต้องมารักษาครอบครัว พี่กำลังรู้สึกว่าตั้งแต่เค้ามีคนอื่น คนแรก เราเสียคนในครอบครัวไปแล้ว คนเราเวลารักกัน ความซื่อสัตย์ให้กันยากตรงไหน แล้วพี่รู้สึกว่าหนูอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ หนูมีความสุขหรอ อยู่ในบ้านเป็นแฟนเรา ก้าวเท้าออกจากบ้านเรา เป็นแฟนคนอื่นเต็มไปหมดเลย ต่อให้น้องติด GPS ขนาดไหนก็ตามแล้วยังไง เพราะเมื่อจับได้ว่าเค้ามีคนอื่น ก็ให้อภัยอยู่ดี แล้วจะจับทำไม เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าถามว่าผิดไหม พี่แค่งงว่า ทำไมหนูถึงรู้สึกว่าหนูต้องผิด เข้าใจว่าเราหันมามองตัวเองได้ว่าฉันทำอะไรให้เค้าไม่โอเคหรือเปล่า เค้าถึงต้องไปมีความสุขนอกบ้านตลอดเวลา แต่ถ้าหนูรู้สึกว่าหนูผิดต้องไปขอโทษ พี่แค่ถามว่าหนูไปขอโทษในฐานะอะไร ขอโทษเธอนะที่ต้องทำให้เธอนอกใจขนาดนี้ ใช่หรือ? ลองค่อย ๆคิดดู แต่อันนึงพี่ยังอยากให้เรารักตัวเองเยอะ ๆบางที่เราก็ให้อภัย ให้ความอดทนกับคนไม่ควรค่าเท่าไหร่ การจะรักษาครอบครัว ต้องช่วยกันทั้งสองฝ่าย พยายามแต่เพียงผู้เดียวไม่รอดหรอก แล้วถ้าจะถามว่าหนูผิดไหม พี่ไม่ได้รู้สึกว่าหนูผิดอะไร ถ้าจะผิดคือ ให้อภัยง่ายไป และหนูให้อภัยแต่เค้า จนปิดโอกาสตัวเราที่จะมีความสุข พี่ขอพูดอีกครั้งนึง คนไม่ใช่กระเบื้อง อย่าให้เค้าเลือกเพราะเราอดทน’ ต่อมาที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘15 ครั้ง ทำไมถึงยังให้อภัยคนคนนึงถึง 15 ครั้ง ย้อนไปที่ประโยคแรก ‘เค้าเป็นคนที่ดีกับหนูทุกอย่างเสียอย่างเดียว เจ้าชู้’ แล้วหลังจากนั้น 15 เคสมาเป็นพรวน เวลาที่คนเราคบกัน หนูตั้งโจทย์ใหม่นะลูก การผัวเดียวเมียเดียว การซื่อสัตย์ต่อกันและกัน คือพื้นฐานทั้งหมดเลยของการคบกัน ไม่ใช่ว่าพี่ชอบปลูกต้นไม้ ทำอาหารให้หนู พี่เก็บที่นอน พี่อาบน้ำทุกวัน พี่ตัดเล็บให้ แล้วพี่จะสามารถ ไปมีผู้หญิงคนไหนก็ได้ 15 คนตลอด 15 ปี มันไม่ใช่อะเนาะ พี่ไม่อยากจะใช้บรรทัดฐานของพี่ไปตัดสินว่าจิ๊บไม่ควรมองแบบนี้ แต่ว่าการมองแบบนี้มันทำให้จิ๊บทนทุกข์ทรมานอยู่กับคนคนนึงที่มันไม่เคยซื่อสัตย์ต่อเราเลย 15 ปีโดยที่คิดว่ามันเป็นคนดี แล้ว 1-15 คนที่ผ่านมาเนี่ย จิ๊บคือสาเหตุหรอ แล้วไปคิดนะว่าทำไม 15 ปีที่ผ่านมาฉันถึงไม่ได้มีความรักดีดีเหมือนคนอื่นเค้า แฟนคนแรกไม่ใช่แฟนที่ดีที่สุดเนอะ คำว่าแฟนคนแรก ไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยกับคำว่าความรักที่แท้จริง หรือคู่ชีวิตและการที่เคยมีแฟนมาคนเดียว บางครั้งอยู่คนเดียวไม่มีใครยังดีกว่า อย่าไปคิดว่าฉันมีแฟนคนนี้คนแรกฉันต้องรักษาทุกอย่างมันไว้ บางครั้งไม่มี ชีวิตเราอาจจะดีกว่าเยอะเลยนะ เพราะฉะนั้นนี่คือคำตอบของพี่แล้วมั้งว่า มันใช่ความผิดของจิ๊บมั๊ย ต่อให้จิ๊บถามครึ่งชั่วโมงโวย หนึ่งชั่วโมงโวย คือถ้าเค้าทำตัวแบบเนี่ยเค้าสายแค่ 3 นาทีจิ๊บก็มีสิทธิ์โวย ความไว้ใจที่มันเสียไป ไม่มีทางแล้วที่จะกลับมาได้เพราะฉะนั้นเราต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างให้มันชดเชยกับความไว้ใจที่มันแตกร้าวไปแล้ว นี่คือปกติมนุษย์ที่ควรทำ’ ปิดจบกันที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เหมือนสมองส่วนเหตุผลของจิ๊บ พี่ว่าฟังก์ชันมันกำลังผิดพลาดอยู่ ไม่รู้ว่าเพราะว่าหนูโดนมาแบบนี้จนมันชินชา ร่างกายมันสร้างข้อมูลอะไรมาหลอกตัวเองหรืออะไรอยู่หรือเปล่า หรือว่าจิ๊บยังคิดไม่ได้จริง ๆแต่วันนี้พวกพี่สามคนพยายามจะทำให้จิ๊บคิดให้ได้ว่า ตอนนี้สิ่งที่จิ๊บคิดอยู่มันผิด อย่างอันแรกที่จิ๊บถามตัวเองว่าจิ๊บทำผิดกับเค้าหรือเปล่า พี่ก็จะบอกว่าจิ๊บไม่ได้ทำผิดอะไรเลย และถึงแม้ว่าจิ๊บจะระแวงเค้า มันก็สมเหตุสมผลมากที่จิ๊บจะทำแบบนั้น พี่ยกตัวอย่างง่าย ๆเหมือนพี่โดนหมาตัวนึงกัดมา 16 ครั้ง พี่จะไปอยู่ข้าง ๆมันโดยที่แบบสบายใจกับมัน ว่ามันจะไม่กัดพี่อีกแล้ว มันเป็นไปไม่ได้ ว่ามึงกัดกูมา 16 ทีอะ พี่ก็ต้องอยู่แบบเมื่อไหร่มึงจะมากัดกูอีก ซึ่งจิ๊บก็เป็นแบบนั้น เพราะว่าจิ๊บเจอสิ่งเหล่านั้นมาเรื่อย ๆตลอด 16 ปี มันหนักหนามากนะสำหรับผู้หญิงคนนึง ซึ่งจิ๊บไม่ผิดที่รู้สึกแบบนั้น แล้วตอนนี้พี่รู้สึกว่าเค้ากำลังปั่นหัว ใช้ความไม่รู้ของจิ๊บในการจะโยงทุกอย่างมาให้จิ๊บเป็นคนผิด เพราะเค้าเป็นคนเห็นแก่ตัว เค้าเป็นคนไม่ดี เค้าเป็นคนรักที่เลวอะ ซึ่งถ้าจิ๊บไปคิดแบบนั้นอีก ยิ่งลงล็อกไปอีก คือจิ๊บไม่มีค่าอยู่แล้วในสายตาเค้าตอนนี้ที่พี่รู้สึกนะ ถ้าจิ๊บเป็นแบบนี้อีกจิ๊บจะยิ่งไม่มีค่า เพราะว่าจิ๊บยอมให้เค้ามาขนาดนี้แล้ว คือตอนนี้พี่อยากให้จิ๊บแบบมองเห็นว่าสิ่งที่จิ๊บทำผิดอยู่เรื่องเดียวที่พี่จะมองออกตอนนี้นะคือ จิ๊บให้อภัยคนผิด ให้อภัยคนที่ไม่สมควรได้รับ แล้วจิ๊บไม่ได้รักตัวเองเลย จิ๊บไปให้อภัยเค้า แต่จิ๊บกำลังทอดทิ้งตัวเอง ยอมให้เห็นตัวเองแบบโดนผู้ชายนอกใจมาแบบทุกปี ๆ บางปีมากกว่าหนึ่งครั้ง อันนี้มันคือนรกเลยนะ และมันมากพอแล้วที่ผู้หญิงคนนึงจะเจอ จิ๊บควรจะเดิoออกมาจากนรกขุมนั้นได้แล้ว และไม่มีอะไรที่ควรขอโทษ เค้าต่างหากที่ควรขอโทษจิ๊บ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับแฟนคนนี้มา 7 ปี ครอบครัวเรายังไม่เคยเจอกันเลย ครอบครัวฝั่งหนูเริ่มถามแล้วว่าเมื่อไหร่จะแต่ง เมื่อไหร่จะมีหลาน เราก็แก่ขึ้นทุกวัน ผู้ชายก็ไม่พูดถึงเรื่องขอแต่งงานอะไรเลย บอกว่ารอพร้อมก่อน จนตอนนี้เรารู้สึกอยากมั่นคงแล้ว ควรรออยู่ไหม?

26 ก.ค. 2024

หนูคบกับแฟนคนนี้มา 7 ปี ครอบครัวเรายังไม่เคยเจอกันเลย ครอบครัวฝั่งหนูเริ่มถามแล้วว่าเมื่อไหร่จะแต่ง เมื่อไหร่จะมีหลาน เราก็แก่ขึ้นทุกวัน ผู้ชายก็ไม่พูดถึงเรื่องขอแต่งงานอะไรเลย บอกว่ารอพร้อมก่อน จนตอนนี้เรารู้สึกอยากมั่นคงแล้ว ควรรออยู่ไหม?

“คุณแจง (นามสมมติ)” อายุ 33 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [17 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาเราอยากแต่งงาน แต่แฟนเราไม่พร้อมสักที โดย “คุณแจง (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 7 ปี ปัญหาเรื่องเดียวที่มีตอนนี้คือเรื่องแต่งงาน เริ่มแรกที่มาคบกับแฟนคนนี้ หนูก็ถามเค้าและเช็คว่าเค้าอยากจะมีครอบครัวหรือแต่งงานไหม? ซึ่งแฟนหนูก็มีความคิดอยากจะแต่งงาน ทีนี้พ่อกับแม่หนูเป็นคนมีอายุ เค้าเลยจะเป็นคนหัวโบราณ พอคบกันได้ประมาณ 2 - 3 ปี แม่หนูก็อยากจะให้แต่งงาน แต่ช่วงนั้นหนูกับแฟนยังศึกษาดูใจกันอยู่ หนูก็เลยขอให้พ่อกับแม่รอก่อน หลังจากนั้นช่วงปีที่ 4 - 5 พ่อกับแม่ก็รู้สึกว่ามันนานสำหรับเค้า บวกกับอายุหนูที่ตอนนี้อายุ 33 และแฟนอายุ 35 ค่ะ พ่อกับแม่เลยอยากให้ครอบครัวของแฟนหนูเข้ามาคุยเรื่องแต่งงาน แต่ ณ ช่วงนั้นเกิดปัญหาคือแฟนหนูป่วย ไม่สามารถไปทำงานได้ปกติ ต้องรักษาถึงกลับมาปกติได้ ทางครอบครัวแฟนหนูเค้ามีฐานะและสามารถซัพพอร์ตแฟนหนูได้ แต่แฟนหนูรู้สึกว่าตัวเค้าหยุดชะงักลง เลยยังไม่แต่งงาน ณ เวลานั้น หนูใช้เวลา 2 ปีหลังจากนั้นรวมเป็น 7 ปีในการช่วยแฟนหนูดีขึ้น จนสามารถกลับมาทำงานได้เป็นปกติ และเริ่มกลับมาทำงานได้แล้ว ซึ่งในช่วง 2 ปีหลังนี้มันหนักมากเพราะหนูโดนกดดันทั้งทางครอบครัว และสังคมรอบข้าง ว่าคบกันมาตั้งนานแล้วทำไมยังไม่แต่งงานกันอีก หนูเป็นคนกลางที่เข้าใจทั้งแฟนและฝั่งพ่อแม่ และในระยะเวลาที่ยังไม่แต่งงานกัน แล้วหนูจะไปเจอแฟน หนูต้องโกหกพ่อกับแม่ตลอดว่าหนูไปทำงานพิเศษ แต่จริง ๆ แล้วเวลาวันหยุดของหนู หนูจะไปหาแฟน หนูไม่สามารถบอกพ่อกับแม่ได้เลยว่าหนูไปเจอแฟน เพราะว่าพ่อกับแม่หนูรับไม่ได้เรื่องอยู่ก่อนแต่ง มันทำให้หนูรู้สึกผิดมาก ๆ เพราะพ่อแม่หนูไม่ได้มีเงิน แม่หนูต้องทำงานหนักมาก ๆ เพื่อจะส่งเสียหนูเรียน หนูก็ต้องเรียนดี ๆ เพื่อที่จะได้งานดี ๆ แล้วหนูก็เป็นความภาคภูมิใจของพ่อแม่มาตลอด ถ้าหนูไม่ได้ทำตามความตั้งใจของพ่อแม่ มันทำให้หนูรู้สึกผิดที่หนูเหมือนเป็นลูกที่ไม่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจ จนมาวันนึงที่แม่หนูป่วยกะทันหันจนต้องเข้าโรงพยาบาล ตอนนั้นทำให้หนูมีความคิดขึ้นมาว่าพ่อแม่หนูไม่ได้มีเวลาที่จะอยู่ตรงนี้อีกนาน แล้วถ้าวันนึงหนูแต่งงานแล้วพ่อแม่ไม่อยู่ มันจะมีประโยชน์อะไร? เพราะงานแต่งงานครั้งนี้หนูกับแฟนไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเพื่อมีหน้า มีตา แต่ที่แต่งเพราะพ่อแม่หนูอยากให้แต่งเพื่อให้ได้รับเกียรติจากครอบครัวฝั่งแฟนที่เค้าจะมาให้เกียรติทางบ้านเรา พอมันเกิดเหตุการณ์นี้มันทำให้ใจหนูมีนาฬิกานับถอยหลังเกิดขึ้น แล้วมันก็มีความคิดด้านดำกับขาวเกิดขึ้นกับหนู ด้านดำคือหนูก็คิดว่าหนูควรเลิกเสียเวลามั้ย? หนูควรหยุดแล้วไปเจอโอกาสที่ดีมั้ย? ส่วนด้านขาวก็คิดว่าหนูรักเค้านะ แฟนหนูก็เป็นความรักที่ดีของหนู เค้าไม่เคยนอกใจ ไม่เที่ยว ไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า เวลาหนูทุกข์หรือลำบากเค้าก็อยู่ข้างหนูตลอด ทำไมหนูถึงจะทิ้งเค้าไป ทั้งสองความคิดนี้มันทำให้หนูเป็นทุกข์ว่าหนูจะทำยังไงดี... หนูเคยถามตัวเองว่าถ้าไม่มีงานแต่งหนูจะมีชีวิตที่รักกับแฟนได้มั้ย ซึ่งหนูทำได้ แต่เวลาหนูมองอนาคต หนูก็เจ็บปวดเวลาที่มองเห็นคนอื่นแต่งงานเพราะมันไม่เกิดขึ้นกับหนู หนูก็ถามเรื่องงานแต่งกับแฟน แฟนก็บอกว่าตัวเค้าพึ่งจะหายป่วย เค้ายังไม่พร้อม หรือบางทีก็ไม่มีคำตอบอะไรให้หนูเลย หรือแม้กระทั่งเมื่อ 3 วันก่อนหนูยื่นคำขาดว่าหนูไม่ไหวแล้วนะ หนูจะไม่โกหกพ่อแม่แล้ว ถ้ามันไปต่อไม่ได้ก็จะยอมรับความจริง เค้าก็นิ่งไปประมาณ 2-3 วัน เหมือนแฟนตัดสินใจว่าอยากจะเลิกกับหนู แต่พอถึงเวลาจริง ๆ ก็เลิกกันไม่ได้เพราะว่ารักกัน และพ่อแม่หนูกับพ่อแม่แฟนก็ไม่เคยเจอกันเลยตลอดระยะเวลา7ปีที่ผ่านมา ประมาณปีที่ 5-6 หนูเคยบอกแฟนว่า เราแก้การปัญหาที่ต้องโกหกพ่อแม่ด้วยการนัดเจอกันมั้ย ให้มีการคุยกันว่าจะเกี่ยวดองกัน เวลาเจอกันจะได้ง่ายขึ้น เพราะพ่อแม่หนูก็เริ่มเปิดใจหลังจากที่หนูคุยกับเค้ามากขึ้น พ่อแม่หนูก็เลยเริ่มที่จะไม่กดดันเรื่องแต่งงานในช่วงปีหลัง ๆ ที่ผ่านมา เพราะเหมือนพ่อกับแม่ก็รู้ว่าพวกหนูเครียดกันทั้งคู่ แต่หนูรู้ว่าพ่อกับแม่เค้ารู้สึกเสียใจที่ทำไมครอบครัวแฟนถึงไม่มาคุยหรือมาให้เกียรติหนูเลย หรือเวลาหนูไปหาแฟนไปใช้ชีวิตด้วยกัน พ่อแม่แฟนหนูก็ไม่เคยพูดเรื่องแต่งงานเลยค่ะ และบ้านแฟนหนูในครอบครัวเค้าไม่เคยมีพิธีแต่งงานเลย ลูกเค้าบางคนก็โสด หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ควรจะเลือกด้านไหนดี ระหว่างยอมรับความจริงและไปมีชีวิตต่อไป หรือพอแค่นี้ดี? โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าพี่เป็นแจง ถ้าถึงจุด 7 ปีแล้ว พี่จะถามเค้าตรง ๆ อย่างชัดเจนว่า “เธออยากแต่งกับเราไหม เพราะสำหรับเรางานครั้งนี้มันแค่งานที่จะบอกว่าเราสองคนจะอยู่เป็นสามีคู่รักกันต่อไป” มันแค่เป็นสิ่งที่จะทำให้ฉันมั่นใจกับเธอว่าเราจะอยู่กันไปตลอดแค่นั้นเอง เพราถ้างานแต่งนี้เกิดขึ้นฉันและเธอจะอยู่ด้วยกันได้อย่างสบายใจ ไปมาหาสู่กันในฐานะสามีภรรยาโดยไม่ต้องบอกข้ออ้างกับพ่อแม่อีกต่อไปว่าไปทำงานพิเศษ และจะทำให้พ่อแม่ฉันและตัวฉันเองที่อยากมีความสุขกับสิ่งนี้ พี่รู้สึกว่าการขอครั้งนี้ของแจงถ้าคนรักกันพี่ว่ามันให้ได้นะ พี่ว่ามันไม่ได้มีอะไรที่ทำให้คนรักกันมันแย่ลง มีแต่จะดีขึ้น นอกเสียจากว่าเค้าไม่อยากแต่ง พี่ว่า 7 ปีมันยาวนานมากพอแล้ว’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คนรักกันมันก็เลิกกันได้เพราะปัญหาเรื่องแต่งงาน คน ๆ นึงไม่ได้คิดจะมีอนาคตกับเรา พ่อแม่ไม่เคยเจอกันมันก็แปลกละ ไม่ได้อยากจะรู้จักครอบครัวนี้หน่อยหรอ ส่วนเรื่องแต่งงานคือเป็นอะไรกับที่มันไม่ได้ลำบากอะไรเลย หรือเค้าแต่งไปแล้วละจะไม่จดทะเบียนซ้อน ไปเช็คดี ๆ เพราะมันผิดปกติเกิน ถ้ารักกันมากขนาดนี้แล้วก็แค่จัดงานที่ไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย เราภาวนาให้จบปัญหานี้ซึ่งปัญหานี้คือการแต่งงานก็แค่ไปแต่งสิ เมื่อไม่แต่งแล้วอนคตจะยังไง 7 ปีแบ้วจะรออะไรอีก รอให้ 8 ปี 10 ปี แล้วค่อนเออมันไม่ใช่อย่างงี้หรอ ให้เวลา 6 เดือนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงาน ถ้าไม่มีหนูไปเลย ที่เค้าเงียบ ๆ อาจจะไปคิดงานเซอไพรซ์อยู่ แต่ 6 เดือนนานไป 3 เดือนพอ และถ้า 3 เดือนนี้ไม่มีความคืบหน้า แปลว่า การคบกันระหว่างเรามันมีอยู่แค่นี้ นี่มันคือปลานทางแล้ว ไม่มีไปต่ไม่สร้างอนาคต อยู่ที่แจงแล้วว่าจะโอเคกับสถานะแบบนี้ไปตลอดมั้ย หรือถ้าคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ฉันต้องการอนาคต ฉันต้องการมีลูก เมื่อไม่ไปต่อ เธอก็ต้องสละเรือ ฉันต้องไปหาคนอื่น วันนันไม่ต้องถามอะไรละ แค่เดินไปบอกว่า “เธอฉันจะไปแล้ว ไม่ยื้อแล้วนะ เพราะมัน 7 ปีแล้ว” ยิ่งถ้าเค้ามีความคิดที่อยากจะเลิกกับเรา อยากให้เราไปเจอคนที่ดีกว่านี้ แปลว่าเค้าดีกว่านี้ไม่ได้ละ มันเป็นความรัก มันไม่มีอนาคต’ สุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาพี่อั๋นคล้ายกับแจงมากเลย คือพี่อั๋นคบกับพี่จ๋าแล้วพี่จ๋าไม่ยอมแต่งงาน พี่คบเค้า 9 ปี ขอแต่งงานทุกปี เค้าปฏิเสธพี่เกิน 9 ครั้ง แล้วในที่สุดพี่กับเค้าก็เลิกกัน แต่ตลอดทางที่พี่ยังอยู่เพราะพี่รู้ว่าเค้ารัก และ 7-8 ปี พี่อั๋นไม่เคยเข้าบ้านเค้า และทุกครั้งที่พี่ขอเลิกพี่ไม่เคยเอาการเลิกเป็นการต่อรอง แต่พี่จะให้เวลาและพี่จะมาขอคำตอบทุกวันคริสต์มาส และสุดท้ายเลิกกันไป 2 ปี และเค้ากลับมาและเปลี่ยนใจปัญหาเลยจบ เพราะฉะนั้นคุณควรคุยกันให้ชัด ไม่ต้องคาดคั้นแบบเอาเป็นเอาตาย เราไม่สงสัยในรักของกันและกัน ตอนนี้มีแค่เราจะเดินต่อหรือไม่เดินต่อเท่านั้นเอง ถ้าเธอคิดจะอยากมีฉัน การแต่งงานเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่มาพร้อมกับการเป็นครอบครัวกับฉัน และไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่เลยที่เค้าต้องการสิ่งนี้ บอกเค้าว่าไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้ แต่รู้เงื่อนไขและจุดยืนที่ชัดเจนแล้วนะ และในระหว่างนี้เราดูซิว่า เราสามารถเป็นคนสองคนเต็ม ๆ ที่อยู่โดยไม่มีกันแล้วชีวิตยังเต็มรึเปล่า หรือถ้าอยู่ด้วยแล้วสุขมากกว่า มันเต็มกว่า เราก็ควรมีกัน ฉันจะให้เวลาเธอจะวันเกิดเธอหรือฉันก็ได้ วานเลนไทน์ที่จะถึงก็ได้ จะเป็นไฟนอลนะ และ ณ วันนั้นไม่มีความสับสนอะไรแล้วนะ จะมีแค่แต่งหรือไม่แต่ง โดยที่ไม่ต้องมีคำอธิบายหรือเหตุผลอะไรต่อจากนี้ และฉันก็ให้สิทธิ์เธอเลือกแล้ว ทั้ง ๆ ที่ฉันก็เป็นคนเลือกได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

14 ต.ค. 2024

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดี เพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะ มันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู

อาที่เป็นญาติผู้ใหญ่ที่เราเคารพ ทักเราว่า “ทำไมอ้วนจัง?” จังหวะนั้นเราหงุดหงิดพอดีเพราะเจอคำถามนี้บ่อยมาก เลยพูดกลับอาไปว่า “ปกติหนูก็จะไม่กล้าทักใครแบบนี้นะคะมันดูเป็นคนไม่มีมารยาท” อีกวันอาไลน์มาต่อว่าหนู หนูก็เลยขอโทษเขาไปหนูจะดูเป็นเด็กที่ไม่ดีในสายตาอาไหมคะ? “คุณแกลม (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาญาติทักว่าอ้วน เราเลยสวนกลับไป แต่เราก็รู้สึกแย่ที่พูดแรงไป โดย “คุณแกลม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งโดนญาติผู้ใหญ่ไลน์มาด่า เพราะว่าอาทิตย์ที่แล้วเขามาว่าหนูอ้วน หนูเลยสวนกลับเขาไป เขาเป็นคุณอา (น้องชายของพ่อ) หนูสนิทกับเขามากเลย คุยเล่นกันได้ ตั้งแต่เด็กจนโตเลย คือตอนหนูเกิดหนูพูดชื่อเขาได้คนแรก มีช่วงที่หนูไปอยู่คนละจังหวัดกับเขา แต่เวลากลับมาเจอกันเราจะคุยกัน สนิทกันได้ปกติเลย ตอนนี้คุณอาเขาทะเลาะกับพ่อหนู เขาตัดครอบครัวหนูออกจากชีวิตเขา เขาไม่เอาเลย แต่เขายังรักหนูอยู่ ยังคุยกับหนูคนเดียว แต่ตอนนี้เขากำลังจะตัดหนูออกด้วย เราอยู่กันคนละบ้าน แต่คุณอาจะแวะเวียนมาที่บ้าน มาดูแลคุณปู่ คุณย่า เรื่องที่เกิดคือ เขามาทักต่อหน้าหนูว่า ทำไมอ้วนขึ้น? เขาทักหนูหลายรอบมาก หนูก็เสียใจ แล้วก็นอยเพราะหนูอ้วนขึ้น เพราะเอฟเฟกต์จากยาที่กินด้วย หนูเลยพูดออกไปโดยไม่ทันคิดว่า ปกติหนูจะไม่ทักคนอื่นแบบนี้ เพราะมันดูไม่มีมารยาท แล้วเขาก็ยิ้มแห้งเลย หลังจากนั้นหนูก็รู้สึกแย่ที่พูดแบบนั้นกับเขาไป ซึ่งช่วงนี้หนูต้องคุยกับเขาเพราะจะกดเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้คุณปู่ คุณย่า หนูก็เลยคุยเรื่องเอกสารกันนิดหน่อย แล้วเขาก็พิมพ์กลับมาว่า โตแล้วหนิ เดี๋ยวนี้แรงใช้ได้เลยนะ ไม่ต้องเลี้ยงดูละ หนูก็เลยขอโทษเขาไป แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรหนูมาเลย จริงๆหนูรู้สึกเสียใจมากที่ตัดกับอาคนนี้ หนูไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก หนูอยากเป็นเด็กที่น่ารักกับผู้ใหญ่ หนูควรทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อายุ 27 เปลี่ยนงานมา 10 กว่าที่แล้ว งานแรกอยู่นานสุด 3 ปี เคยไปทำได้เดือนเดียว สองเดือน หรือ บางที่ไปทำวันเดียว ผมก็ออกมาเลย รู้สึกไม่โอเคกับสังคม เพื่อนร่วมงานที่อื่น วนลูปแบบนี้มานานแล้ว

24 มิ.ย. 2024

อายุ 27 เปลี่ยนงานมา 10 กว่าที่แล้ว งานแรกอยู่นานสุด 3 ปี เคยไปทำได้เดือนเดียว สองเดือน หรือ บางที่ไปทำวันเดียว ผมก็ออกมาเลย รู้สึกไม่โอเคกับสังคม เพื่อนร่วมงานที่อื่น วนลูปแบบนี้มานานแล้ว

อายุ 27 เปลี่ยนงานมา 10 กว่าที่แล้ว งานแรกอยู่นานสุด 3 ปีเคยไปทำได้เดือนเดียว สองเดือน หรือ บางที่ไปทำวันเดียว ผมก็ออกมาเลยรู้สึกไม่โอเคกับสังคม เพื่อนร่วมงานที่อื่น วนลูปแบบนี้มานานแล้วตอนนี้ผมเพิ่งผ่านโปรงานปัจจุบัน แต่ความรู้สึกนั้นเริ่มกลับมาอีกแล้ว “คุณโต๋ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สี่ในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 มิ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาการเปลี่ยนงาน โดย “คุณโต๋ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนงานบ่อยมากเลย คือ ผมเรียนจบสายสังคมศาสตร์ หลังจากที่ผมเรียนจบมา ผมได้มีโอกาสเข้าไปทำงานที่แรกเกี่ยวกับงานบริการ อาจจะไม่ตรงกับสายที่เรียน แต่ก็ยังได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาอยู่บ้าง ทำได้อยู่ 3 ปี ซึ่งเพื่อนร่วมงานก็ดี คอยช่วย คอยซัพพอร์ต คอยให้กำลังใจกัน เวลาโดนหัวหน้าด่าหรือโดนกดดันแต่พอได้เจอเพื่อน มันก็ยังอยู่ได้ จนผ่านมา 2 – 3 ปีเพื่อนก็ทยอยลาออกกันไปหมด แล้วต่อมาผมก็ลาออก เพราะผมต้องไปบวช ซึ่งใช้เวลาในการบวชค่อนข้างนานอยู่ และอยากออกไปหาประสบการณ์ใหม่ด้วย แต่ก็ไปทำงานที่ไหนก็ทำได้ไม่เคยถึงปีเลย ส่วนใหญ่เหตุผลที่ลาออก บางทีไปเจอสภาพแวดล้อมการทำงาน หรือว่าบรรยากาศการทำงานที่มันรู้สึกอึดอัด ต้องเจอเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้างานที่กดดัน พอเราเข้าไปแล้วเหมือนเราเป็นเด็กใหม่ แล้วพยายามปรับตัวเข้าหาเขา แต่พออยู่ไปสักพักเหมือนเราเข้ากับเขาไม่ได้เลย หลังจากลาออกจากที่ทำงานที่แรก ผมเปลี่ยนที่ทำงานไปก็รวมๆ 10 ที่ได้แล้ว ในระยะเวลา 2 ปี ระยะเวลาในการทำงานที่สั้นสุด 1 - 2 วันก็ไม่ไปแล้ว ซึ่งสภาพแวดล้อมที่ผมต้องการ คือ อยากเจอเพื่อนร่วมงานที่ดี และระยะทางของการไปทำงาน ที่ทำงานอยู่ตอนนี้ ผมทำงานผ่านโปรมาได้ 4 – 5 เดือนแล้ว ผมมีความรู้สึกกลับไปวนลูปเดิม รู้สึกอยากเปลี่ยนงานอีกแล้ว รู้สึกที่นี่ไม่เหมาะกับเราอีกแล้ว เพราะเวลาที่ผมไปตามงานหรือถามงานอะไร เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าเหมือนหงุดหงิดใส่ คุยกับผมเหมือนไม่อยากคุย แกล้งบ้าง หรือไม่อยากตอบบ้าง ซึ่งเวลาพี่ๆเขาสอน ผมก็จดไว้ตลอด แต่คำถามส่วนใหญ่เป็นคำถามเรื่องใหม่ตลอด ผมอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่าผมจะทำยังไงดี?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-