เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่ แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่ แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

19 มี.ค. 2026

 เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีคนใหม่

แต่ถ้าเรามีแฟน ก็กังวลเรื่องลูกอีก

จะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ

       ‘คุณดิว (นามสมมติ)’ อายุ 42 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นโสดมานาน ส่วนลูกก็เริ่มโต ใจอยากมีคนใหม่ แต่ก็ยังไม่กล้า

       โดย  ‘คุณดิว (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว อาศัยอยู่ที่อเมริกา เลิกกับสามีมาได้หลายปีแล้ว มีลูกด้วยกันหนึ่งคน ซึ่งตอนนี้ลูกได้อยู่กับเรา ส่วนพ่อของลูกจะมาหาลูกบ้างเป็นบางครั้ง อย่างมากก็สัปดาห์ละครั้ง ในตอนที่เราเลิกกับสามีใหม่ ๆ ตอนนั้นลูกของเรามีอายุประมาณ 9 ขวบ ซึ่งเราเองก็อยากโฟกัสกับการเลี้ยงลูกให้เต็มที่  อยากมีเวลาให้ลูกเยอะ ๆ เลยเป็นสาเหตุที่เราไม่ได้ออกเดต หรือคุยกับใครใหม่เลยตั้งแต่เลิกกับสามี

       ปัจจุบันลูกของเรามีอายุประมาณ 14 - 15 ปีแล้ว เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น มีโลกส่วนตัวมากขึ้น ติดเพื่อน เริ่มไม่ใช้ชีวิตอยู่กับเราเท่ากับเมื่อก่อน เราเองก็เริ่มมีความรู้สึกเหงา เราทำงานอยู่ที่บ้านเป็นประจำค่ะ  ปกติแล้วเวลาว่างที่เหลือจากการทำงาน เราก็จะเล่นกับลูกตลอด แต่ช่วงหลังนี้ เราได้แต่เล่นกับน้องหมาในบ้าน หรือนอนดูซีรีส์คนเดียวแทน บางครั้งเราก็โทรไปหาเพื่อน หรือหาเวลาไปนั่งเล่นด้วยกันกับเพื่อน ๆ แต่ด้วยความที่ทุกคนอยู่ต่างเมืองกัน เราเลยไม่ค่อยมีเวลาว่างที่จะได้มาเจอกันบ่อย ๆ

       จุดเปลี่ยนในชีวิตคือสิ้นปีที่ผ่านมา เราเดินทางกลับไทยเป็นเวลา 3 อาทิตย์ แต่ลูกไม่ได้กลับมากับเรา ด้วยความที่เขาอยากที่จะอยู่เที่ยวกับเพื่อนที่อเมริกา เราจึงให้ลูกไปอยู่กับพ่อของเขา ในตอนที่เรากลับมาถึงเมืองไทย เราได้ไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อน ๆ มันเลยทำให้เรารู้สึกสนุกมาก แต่เมื่อเรากลับมาที่อเมริกา เรากลับรู้สึกเหงา และโดดเดี่ยว บวกกับที่ลูกมีโลกส่วนตัวมากขึ้น เราเลยเริ่มมีความคิดที่อยากจะหาใครสักคนมาอยู่กับเรา 

       เพื่อน ๆ ก็เชียร์ให้ลองไปเดตสักครั้ง เพราะเราเองก็โสดมาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว แต่เราก็ได้แต่ย้อนกลับมาถามตัวเองว่าเราอยากมีแฟนจริง ๆ หรอ ในเมื่อเราชอบอยู่คนเดียว เรารู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องแต่งหน้าเพื่อเอาใจใคร แต่อีกมุมหนึ่ง เราก็คิดว่าถ้ามีเพื่อนสักคน ไปไหนมาไหนด้วยกันมันก็คงจะดี แต่อีกมุมหนึ่งก็คิดว่าอยู่โสดแบบนี้มันก็ดีแล้ว เหมือนเรามีความคิดมากมายเต็มไปหมด เราชอบอยู่คนเดียว แต่ก็เหงาอยากมีเพื่อน แต่ถ้าเรามีแฟนเราก็กังวลเรื่องลูกอีก เราจะจัดการกับความคิดที่ขัดแย้งกันในใจแบบนี้ยังไงดีคะ หรือว่ามีตัวเลือกอื่นในชีวิตไหม ที่เราสามารถใช้ชีวิตกับความรู้สึกที่ชอบอยู่คนเดียว แต่อีกใจก็อยากมีใครสักคนหนึ่งบ้าง”

       เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเป็นเรา จะไม่คิดมาก Go with the flow ปล่อยตัว ปล่อยใจ ไปตามสถานการณ์ ไม่อยากให้ไปกำหนดกฏเกณฑ์ในชีวิต บางอย่างถ้ามันยังไม่มีคำตอบ ก็จะไม่ไปคิดมากกับมัน ปล่อยให้ชีวิตค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แล้วสักวันหนึ่ง อาจจะมีทางเลือกสักทางที่มันเหมาะกับเรา ทุก ๆ อย่างมันต้องใช้เวลา ประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมาจะสอนเรามากขึ้น”

       ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “นี่คือช่วงเวลาที่เราจะได้สนุกกับชีวิต มันเหมือนเป็น Holiday ของเรา เชียร์ให้ลองออกเดตดูสักครั้ง แต่ไม่ต้องกดดันตัวเองว่าจะต้องหาให้ได้ เพราะชีวิตเราดีอยู่แล้ว แม้ว่าในบางมุมการมีคู่ชีวิต การมีเพื่อนมันก็อาจจะดีกว่า อยากให้ลองเดตโดยที่ไม่คาดหวังกับชีวิต ถ้าวันหนึ่งเราได้เจอกับคนที่ทำให้เรารู้สึกดีที่มีเขา มากกว่าการอยู่คนเดียว ก็ไปต่อ แต่ไม่อยากให้ปิดกั้นตัวเอง มันไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่”

       ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เข้าใจว่าเวลาที่เราจะเริ่มเดตกับใครสักคน เรามักมีความรู้สึกกลัว ยิ่งเราอยู่คนเดียวมานานมากแล้วมันจะทำให้เรากลัวมากขึ้น เราสามารถลองเดตสักครั้งโดยที่ไม่ต้องคาดหวัง ไม่ต้องตั้งเป้าหมายว่าเราจะต้องมีใครสักคนให้ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งที่เราได้เจอใครสักคนที่เราถูกใจ เราก็แค่เปิดโอกาส

       อีกทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากเรื่องนี้ อยากให้เราลองหาเป้าหมายอื่น ๆ ให้กับชีวิต เช่น การที่เราจะลดน้ำหนัก หรือทำกิจกรรมบางอย่างที่เราอยากทำ อะไรก็ตามที่เรารู้สึกว่าเราไม่มีโอกาสที่จะได้ทำ ในตอนที่เราอยู่กับลูก เมื่อเราได้ลองทำแล้ว จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้เจอสังคมใหม่ ๆ นี่คือช่วงเวลาของเรา”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

24 พ.ย. 2023

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปี พอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเรา ตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่าง แต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้น

กลายเป็นมือที่สามของคู่รักที่คบกันมา 10 กว่าปีพอรู้เรื่องก็ถอยออกมา แต่ผู้ชายกลับบอกว่าเลือกเราตลอดเวลา 1 ปีที่คบกับผู้ชายคนนี้ เขาเพอร์เฟคแทบทุกอย่างแต่เรารู้สึกกลัวและหวาดระแวงตลอดเวลาว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่เคยทำกับคนนั้นควรไปต่อหรือพอแค่นี้ แล้วถ้าบอกเลิกตอนนี้จะดูงี่เง่าไปไหม... “คุณเอฟ (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” กับปัญหาที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นมือที่ 3 จนคบกันมาถึงตอนนี้ ก็รู้สึกกลัวและระแวงว่าเขาจะนอกใจเหมือนที่เขาเคยทำ โดย “คุณเอฟ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ประมาณปีที่แล้ว ผู้ชายซึ่งเป็นแฟนในปัจจุบัน เขาเข้ามาจีบ โดยเราไม่รู้ว่าเขามีแฟนที่คบกันมากว่า 10 ปีแล้ว เรามาจับได้หลังจากคบกันมาสักพัก พอเรารู้เรื่อง เราก็ถอยออกมา ให้เขากลับไปจัดการเคลียร์กับทางนั้น เราไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเข้าไปเป็นมือที่ 3 หลังจากที่เขากลับไปเคลียร์ เขาก็กลับมาบอกว่า “เลือกเรานะ เขารักเราจริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับทางนั้นแล้ว เขาขอโอกาสได้ไหม” เราก็เลยลองให้โอกาสเขาดู ตอนนี้มันก็ผ่านมา 1 ปีแล้ว แต่เราต้องใช้ชีวิตแบบหวาดระแวง กลัวว่าเขาจะทำกับเราเหมือนที่ทำกับคนที่เขาคบมานาน กลัวว่าเราจะต้องไปตกอยู่ในสภาพแบบนั้น กลัวว่าคนรอบข้างเขาจะสมน้ำหน้าเรา เพราะว่าคนที่เขาไม่ได้รู้เรื่องราว เขาก็มองว่าเราไปแย่งผู้ชายมา แล้วสิ้นปีนี้ผู้ชายเขาต้องเปลี่ยนงาน ซึ่งตอนที่เขามาจีบหนู ตอนนั้นเขาก็เปลี่ยนงานมาได้ไม่นาน มาเจอสังคมใหม่ หนูก็เลยกลัวมากว่าถ้าเขาเปลี่ยนสังคมไปแล้ว เขาจะทำแบบเดิมหรือเปล่า หนูไม่รู้จะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์นี้ ควรไปต่อหรือควรหยุด เพราะตลอดเวลาที่คบกันมาปีกว่า หนูกังวลเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเขาก็ดูแลดีทุกอย่าง เป็นผู้ชายที่ดีคนนึง เพอร์เฟคในหลายๆ อย่าง มีไม่เพอร์เฟคแค่เรื่องนี้ ถ้าจะไปต่อในความสัมพันธ์นี้จะไปต่ออย่างไร หรือถ้าจะเลิกมันจะดูงี่เง่าไปไหม’ ทาง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าทุกความสัมพันธ์ มันตอบไม่ได้หรอก ว่าใครนอกใจหรือไม่นอกใจ เพียงแต่ว่าแค่คนนี้มันมีเชื้อ มันเหมือนเริ่มต้นผิด เริ่มต้นกับคนผิด แต่…มันก็มีเยอะเหมือนกันที่อยู่ด้วยกันกับคนปัจจุบัน ไปจนแก่เฒ่า สิ่งที่วัดคือ วัดจากปัจจุบันว่าผู้ชายคนนี้รักเรามากแค่ไหน ถ้าเขารักเรามาก เขาจะทำอะไรก็ได้ให้เรารู้สึกมั่นใจ ถ้าวันนึงที่เขามีคนอื่น ผู้ชายมันจะเปลี่ยนไปเอง จะเจอเรายากขึ้น เราจะรู้โดยธรรมชาติของเราเองว่าเปลี่ยนไป พอถึงวันนั้นไม่ต้องรอเจอคนใหม่ ให้เราถามตัวเองเลยว่า เราอยู่แล้วเรามีความสุขไหม ถ้าไม่มีความสุขเราก็แค่เดินออกมา ถ้าวันนี้เราจะไปขอเลิกเขา มันดูงี่เง่าไหม สำหรับพี่ถือว่างี่เง่า ถ้าไม่เอาก็ไม่ต้องเอาตั้งแต่วันแรกสิ ที่หนูบอกว่า ‘เขาดีทุกอย่างเลย เขาแค่นอกใจ’ เขาไม่ได้แค่นอกใจ นอกใจไม่ใช่แค่ เพราะถ้ามันแค่ มันจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของหนูในวันนี้ ถ้าเขาจะนอกใจ เขาก็นอกใจได้ แล้วก็ดีเสียอีก เพราะหนูจะได้ไม่เสียเวลา แต่ถ้าเลิกกันตอนนี้โดยที่เขาไม่มีความผิด มันก็งี่เง่าแหละ แต่เอาเป็นว่าถ้าอยู่กับปัจจุบันแล้วมันไม่มีความสุข ก็ให้เดินออกมา หรือเราต้องคุยกับเขาว่าเรากลัวอะไร อยากให้เขาแสดงความมั่นใจ ถ้าเขารักเราเขาจะทำให้เราได้ เขาอาจจะเลือกเราก็ได้ อาจจะรู้สึกว่าเราใช่แล้ว ไม่อยากเสียเราไป ถ้าถามเขาจะนอกใจไหม มันไม่มีใครตอบได้แม้กระทั่งตัวเขาเอง เขาก็ไม่รู้ว่าวันนึงเขาไปเจอใครแล้วเขาจะหวั่นไหวไหม เขามีความมั่นคงหรือหนักแน่นแค่ไหน ตัวเขาก็ยังไม่รู้ แต่เขารู้แค่ว่าตอนนี้เขามีเรา เขาจะแสดงความมั่นใจให้กับเรา ให้เราอยู่กับปัจจุบันว่าเรามีความสุขไหม’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อยากจะบอกเอฟอย่างนี้ว่า เวลาเราตัดสินใจคบกับใครสักคน มันก็คือความเสี่ยงทั้งนั้น เพียงแต่ว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ดูจากประวัติในอดีตหรืออะไร แต่ทุกอย่างมันไม่ได้การันตีว่าคนที่เคยบอกเลิกกับแฟนคนนึงเพื่อมาคบกับอีกคนนึง นั่นแปลว่าเขาจะทำอีกแน่ๆ 100% หรือถ้าบอกว่า เขาจะไม่ทำแล้ว เขาเห็นเอฟเป็นรักแท้ มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ หลายๆ เคสมันก็เป็นแบบนี้ เอฟลองคิดว่าเรารับความเสี่ยงกับการคบกันครั้งนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าตื่นมาทุกวันแล้วต้องระแวงในทุกการกระทำที่เขาทำ นั่นแปลว่าธรรมชาติของคุณ ไม่ใช่คนที่สามารถรับความเสี่ยงอะไรแบบนี้ได้ ก็ไม่จำเป็นที่จะเสียเวลา เสียสุขภาพจิตไปกับตรงนี้ อยากให้คอมเม้นต์อีกด้านนึงว่า ถ้าเราเลิกตอนนี้ คนอื่นจะมองเรางี่เง่าแน่นอน แต่สุดท้ายถ้าเอฟรู้ตัวว่าฉันอยู่ไม่ไหว มันหวาดระแวง ไม่มีความสุข จะตัดสินใจยังไงมันก็เป็นเรื่องของเรา เราเคยให้โอกาสเค้า แล้วแต่พอมาคบกันจริงๆ แล้วมันไปไม่รอดอย่างที่เราหวัง จะจบความสัมพันธ์มันก็ได้นะ คนเรามีสิทธิ์ที่จะลอง ถ้าลองแล้วมันไม่ใช่ ก็มีสิทธิ์ที่จะแยกย้ายเหมือนกัน คนอื่นจะมองว่าเรางี่เง่า แต่มันก็ไม่ผิดอะไรที่เราจะทำให้ตัวเองมีความสุข’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เห็นด้วยกับทั้งพี่เผือกและพี่ต้นหอม เราไม่รู้จริงๆ ว่าคนที่เราอยู่ด้วยวันนึงเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร มันวัดไม่ได้จริงๆ ว่าเวลามันจะเปลี่ยนใคร เพราะฉะนั้นเคสนี้เขาเคยทิ้งผู้หญิงคนนั้นแล้ว แต่วันเวลามันอาจจะทำให้เขาตระหนักได้ว่าเขาไม่ควรทำอย่างนั้นอีกก็เป็นได้ หรือเขาอาจจะทำอีก ก็เป็นได้ ไม่มีใครรู้เลย ถ้าคิดจะให้โอกาส ต้องไม่นอยด์ไปจนถึงเอาเรื่องเก่ามาพูดอีกเลย ถ้าตัดสินใจแล้วว่าจะให้โอกาสไม่ควรที่จะไปคอยระแวง พี่คิดว่ามันไม่แฟร์กับเขาเพราะเราให้โอกาสเขาแล้ว และมันไม่แฟร์กับความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ด้วย พี่คิดว่า ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันเกิดก็คือเลิก แต่ถ้านอยด์แล้วเรื่องมันไม่เกิด ก็มีผลว่าจะเลิกกันเหมือนกัน เพราะอีกคนก็ไม่มีความสุข ตัวเราก็ไม่มีความสุข แต่ในขณะที่เราไม่นอยด์แล้วเรื่องเกิดก็เลิกกัน แต่ถ้าเขาไม่เจ้าชู้เราก็มีสิทธิ์ที่จะรักกันไปตลอด ผลมันต่างกัน ถ้าคนเรารักกันแล้วคนนึงมาระแวงตลอด พี่ว่ามันไม่มีความสุข แล้วมันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะอยู่ระยะยาว แต่สุดท้ายทั้งหมดมันอยู่ที่ตัวหนู ใครจะมองว่าหนูงี่เง่า มันก็คือชีวิตหนู หนูก็ต้องไปหาที่ที่ทำให้หนูสบายใจ มันไม่มีใครที่จะมามีผลกับชีวิตหนูเลย นอกจากตัวหนูเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนได้ 5 เดือน คบออนไลน์กันมาตลอด ตอนนี้ หนูวางแผนบินไปหาเขาที่ต่างประเทศ ลางาน เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่ฝ่ายชายเพิ่งมาบอกว่า คุณแม่ดู IG แล้วไม่ปลื้ม เห็นหนูถ่ายแบบเซ็กซี่ เขาไม่ยอมให้มาเป็นสะใภ้บ้านนี้ หนูควรบินไปสู้เพื่อรักครั้งนี้หรือไม่?

04 เม.ย. 2025

คบกับแฟนได้ 5 เดือน คบออนไลน์กันมาตลอด ตอนนี้ หนูวางแผนบินไปหาเขาที่ต่างประเทศ ลางาน เตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่ฝ่ายชายเพิ่งมาบอกว่า คุณแม่ดู IG แล้วไม่ปลื้ม เห็นหนูถ่ายแบบเซ็กซี่ เขาไม่ยอมให้มาเป็นสะใภ้บ้านนี้ หนูควรบินไปสู้เพื่อรักครั้งนี้หรือไม่?

“คุณส้ม (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [26 มี.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย เกี่ยวกับปัญหาเลิกกับแฟนเพราะพ่อแม่เขารับไม่ได้กับการถ่ายแบบเซ็กซี่ โดย “คุณส้ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เพิ่งจบความสัมพันธ์กับคนหนึ่งไป ด้วยเหตุผลที่ว่าพ่อแม่ของเขาอาจจะไม่โอเคกับงานเสริมของเรา คือการถ่ายแบบเซ็กซี่ ซึ่งครอบครัวของเขาเพิ่งมาทราบเรื่องนี้ทีหลังและอยากให้เรายุติความสัมพันธ์ ในตอนแรกพ่อแม่เขารู้ว่าเขาคุยกับเรา แต่ไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับตัวเรามากนัก จนกระทั่งมาสืบทีหลัง ส่วนแฟนรู้เรื่องนี้ตั้งแต่แรกแล้ว งานหลักของหนูเป็นพนักงานออฟฟิศ ส่วนงานเสริมก็ทำมานานแล้ว โดยเน้นที่ตัวเองเป็นหลัก รับงานถ่ายแบบเดือนละครั้ง หรือบางทีก็สองเดือนต่อครั้ง จะมีทั้งเสื้อผ้าจากร้านค้า และเป็นการถ่ายให้แฟนคลับที่ติดตามเรามาขอลายเซ็นบ้าง คนในครอบครัวของหนูก็ไม่ทราบว่าหนูทำงานเสริมนี้ ความจริงหนูไม่ได้มีปัญหาเรื่องเงิน แต่หนูรู้สึกว่าภาพที่ถ่ายออกมามันดูสวย และมันก็สร้างรายได้ด้วย ซึ่งคุ้มกว่างานพาร์ทไทม์หลาย ๆ อย่างที่หนูเคยลองทำมา เพราะใช้เวลาไม่นานและได้เงินเลย พอพ่อแม่ของเขาบอกให้เลิกกัน แฟนก็พยายามจะไฟท์เพื่อความสัมพันธ์นี้อยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ ไม่ว่ายังไงพ่อแม่ของเขาก็ไม่โอเคกับหนู และหนูเองก็ไม่เคยเจอพ่อแม่เขาตัวจริงเลย เพราะความสัมพันธ์นี้เป็นแบบออนไลน์ เขาเป็นชาวต่างชาติ อยู่ที่จีน เราคุยกันผ่านออนไลน์และวิดีโอคอลมาตลอด คบกันประมาณ 5 เดือน เรื่องราวที่ต้องเลิกกันเกิดขึ้นมาประมาณเดือนกว่า ๆ แล้ว แต่เรารู้สึกผิดปกติมาก ตรงที่หนูเคยคบแฟนคนอื่นมาหลายปี ตอนเลิกกับใครหนูก็เสียใจ แต่ไม่เคยหนักเท่านี้ ครั้งนี้เราจมอยู่กับความรู้สึกแบบเอาตัวเองไม่ขึ้นเลย เพราะเขาเป็นความหวังของเราหลายๆ อย่าง หนูเคยกลัวเรื่องการไปเรียนต่างประเทศ เคยมีความฝันแต่ไม่กล้าทำ แต่พอคุยกับเขา มันทำให้หนูกล้าคิดเรื่องนั้นจริงๆ ถ้าไม่ติดเรื่องสาเหตุที่ต้องเลิกกัน เขาเป็นคนที่ดีมาก และเทคแคร์ความรู้สึกเราตลอด ถึงแม้จะอยู่ไกลกัน แต่หนูไม่เคยรู้สึกว่าระยะทางเป็นปัญหา เลยอยากจะปรึกษาพี่ๆ ข้อแรกคือ หนูเตรียมทุกอย่างไว้หมดแล้วที่จะไปเจอกัน แต่หลังจากเลิกกันก็ไม่ได้คุยกันเลยเป็นเดือน ตอนนี้เลยลังเลว่าควรทักไปหาเขาดีไหม หรือไม่ควรไปแล้ว และควรสู้เพื่อความสัมพันธ์นี้ต่อไปหรือเปล่า? ข้อที่สอง ตอนนี้หนูนอยตัวเองเรื่องถ่ายรูป แค่มองรูปที่เคยถ่ายแบบก็รู้สึกไม่ดี เหมือนจะร้องไห้ ทำไมเราถึงแย่แบบนี้ ทำไมเราถึงถ่ายอะไรน่าเกลียดแบบนี้ ถ้าอนาคตเราจะเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกไหม? ตอนนี้เลยตัดสินใจหยุดรับงานไปเลย เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ประเด็นที่น่าห่วงกว่าการที่ครอบครัวเขาไม่ยอมรับ คือการที่ความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นจากการคุยออนไลน์โดยไม่เคยเจอกันเลย ส้มมั่นใจได้ยังไงว่าถ้าได้เจอกันตัวจริง เขาจะเป็นแบบที่คิด? ทุกอย่างที่ผ่านมาคือการสื่อสารผ่านหน้าจอ ซึ่งมันอาจแตกต่างจากโลกความจริงอย่างสิ้นเชิง การเลิกกันอาจเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ เพราะถ้าจะคบกันจริง ๆ แล้วต้องเจออุปสรรคจากครอบครัวฝ่ายชายที่เป็นคนจีนและค่อนข้างอนุรักษ์นิยม การเอาชนะใจพวกเขาเป็นเรื่องยากมาก ส่วนเรื่องที่จะไปจีน พี่คิดว่าในสถานการณ์นี้ไม่ควรไป การที่รู้จักกันเพียง 5 เดือน คุยกันแค่ในออนไลน์ แล้วต้องบินไปหาเขา โดยที่เขาเองก็ไม่ได้พยายามจะมาหาเราเลย พี่ว่าไม่คุ้ม เรื่องงานถ่ายรูปเซ็กซี่ พี่มองว่าแต่ละคนมีมุมมองที่แตกต่างกัน บางคนเข้าใจ บางคนไม่เข้าใจ สิ่งสำคัญคือส้มต้องหาคนที่เข้าใจและยอมรับได้ ส่วนคนที่ไม่โอเค เขาก็มีสิทธิ์คิดแบบนั้นเหมือนกัน อย่าตั้งคำถามกับตัวเองเพียงเพราะคำพูดของใคร ถ้านี่คืองานที่ส้มเลือกและมีความสุข ก็ไม่ต้องกังวล’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ความรักครั้งนี้จบลงก่อนที่จะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ มันเลยทำให้ส้มรู้สึกค้างคาและมูฟออนไม่ได้ เพราะยังมีความหวังว่าวันหนึ่งมันอาจไปได้ไกลกว่านี้ ต่างจากความรักที่เคยคบกันจริง เจอปัญหา แล้วจบไป เพราะอันนั้นเรารู้ตอนจบแล้ว แต่ความสัมพันธ์นี้มันเหมือนหนังสือที่ยังอ่านไม่จบ มันเลยติดอยู่ในใจ แต่เมื่อมองความเป็นจริง ต่อให้ได้คบกันก็ไม่ได้การันตีว่าความรักจะเป็นเหมือนช่วงแรก ๆ ที่คุยกัน ยิ่งเป็นเรื่องครอบครัวชาวจีนที่มีส่วนสำคัญมากในการเลือกคู่ครอง ยิ่งทำให้โอกาสไปต่อยากขึ้น ส่วนเรื่องที่จะไปจีน ถ้าเป็นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผมสมัยวัยรุ่น ผมก็คงไม่สน ก็คงบินไปเหมือนกันแหละ แต่ว่าพอมาอายุเท่านี้แล้ว พี่มองว่าความสัมพันธ์ที่ต้องใช้ความพยายามมากเกินไป อาจไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ควรไปต่อ เมื่ออะไรที่มันใช่ มันจะไม่ยากขนาดนี้ เรื่องงานที่ส้มทำ บางทีสิ่งที่เราคิดว่าโอเคในวันนี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราภูมิใจในวันข้างหน้า ส้มต้องถามตัวเองให้ชัด ว่าที่รู้สึกไม่อยากทำงานนี้แล้วเป็นเพราะผิดหวังจากความรัก หรือเป็นเพราะส้มโตขึ้นและมองมุมมองของตัวเองเปลี่ยนไป’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘ความสัมพันธ์นี้ยังใช้คำว่า “รัก” ไม่ได้เต็มปาก และที่พี่เป็นห่วงคือ ความพยายามของส้มดูจะมากกว่าอีกฝ่าย ถ้าส้มถึงขั้นลงทุนบินไปหาเขาที่จีน ทำไมเขาไม่พยายามมาหาส้มบ้าง? ความสัมพันธ์ที่ดีต้องมีความพยายามจากทั้งสองฝ่าย ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ทุ่มเทเท่ากัน มันอาจไม่ใช่รักที่ควรต่อสู้เพื่อมัน พี่มักจะบอกเสมอว่า เวลาที่ใครสักคนบอกเลิกเราด้วยเหตุผลว่า “ที่บ้านไม่ยอมรับ” พี่จะยังไม่โทษที่บ้านเขา 100% แต่พี่จะตั้งคำถามว่า เขาพยายามมากพอรึยัง? เพราะถ้าเขาอยากมีเราจริง ๆ เขาจะพยายามทำให้ครอบครัวเข้าใจ แต่ในกรณีนี้ พี่ยังไม่เห็นความพยายามนั้นจากเขาเลย ส้มไม่จำเป็นต้องข้ามประเทศไปหาเขาให้เหนื่อย ถ้าเขาอยากมีส้มจริง ๆ เขาจะหาทางมาหาเอง ถ้าเขาไม่พยายามขนาดนั้น แปลว่ามันไม่ได้สำคัญกับเขาขนาดนั้นเช่นกัน เรื่องงาน เวลาจะเลือกทำงาน พอถึงวัยนึง เราก็อยากทำอะไรที่หันกลับไปมองแล้วรู้สึกภูมิใจ แต่กับการถ่ายรูปเซ็กซี่ แม้มันจะเป็นภาพที่สวยนะ แต่วันข้างหน้าเราจะยังรู้สึกดีกับมันอยู่ไหม? อย่าลืมว่าโลกยุคนี้มี Digital footprint สมมุติว่าวันนึงเราแต่งงานแล้ว มีภาพพวกนี้หลุดไปที่ไหนสักที่ มีคนเอามาแชร์ เราจะรู้สึกยังไง? เพราะขนาดพ่อแม่ของน้องเอง น้องยังไม่กล้าบอกเลยว่าน้องทำงานอะไร เพราะฉะนั้น เอาทุกอย่างมาคิดรวมกันดีๆ เพราะคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ก็คือคำตอบที่ได้จากวิธีคิดของน้องเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

06 ก.พ. 2026

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

แฟนทำงานร่วมกับทอมความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจแต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน ‘คุณจูลี่’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนทำงานร่วมกับทอม แต่การกระทำบางอย่างของทั้งคู่ดูมีอะไรมากกว่าที่คิด ‘คุณจูลี่’ ได้เล่าว่า เธอนั้นได้คบกับแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 3 ปี และกำลังจะเข้าปีที่ 4 ในปีนี้ โดยแฟนไม่เคยมีประวัติการนอกใจ แฟนหนุ่มของคุณจูลี่นั้นเป็นคนที่ใจเย็น และจิตใจดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และเนื่องจากแฟนทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ทำโปรดักชั่นเป็นของตัวเอง จึงทำให้เวลารับงานก็ต้องมีทีมเพื่อน ๆ ไปด้วย เวลาออกจากบ้านไปทำงานก็จะต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับฟ้าก็มืด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เธอได้ตามแฟนไปทำงาน เป็นการไปดูโลเคชั่นที่ต่างจังหวัด โดยมีทีมไปทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย คุณจูลี่ แฟนของคุณจูลี่ เพื่อนของแฟนคุณจูลี่ที่เป็นผู้ชาย 2 คน และเพื่อนของแฟนคุณจู่ลี่ที่เป็นทอม 1 คน ซึ่งเวลาที่คุณจูลี่ตามแฟนไปทำงานทีไรก็มักจะเจอกับเพื่อนทอมคนนี้อยู่เสมอ และในช่วงนี้ที่ได้รับโปรเจกต์ใหญ่มาทำ แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะติดต่อคุยงานกับเพื่อนทอมคนนั้นบ่อยกว่าปกติ เวลามีงานอะไรก็ตาม แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะให้เพื่อนทอมคนนี้มาช่วยเป็นคนแรก ๆ เสมอ ในระหว่างวันแฟนของคุณจูลี่ก็จะส่งแชทให้กับเพื่อนทอมคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณจูลี่ก็ได้บอกว่า แฟนของเธอนั้นก็ไม่ได้ปิดบังอะไรสามารถให้เปิดดูแชทได้เสมอ คุณจูลี่ยังได้เล่าต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ไปดูโลเคชั่น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยคุณจูลี่ได้เล่าว่า มีช่วงที่คนในทีมเล่นมุกกันอย่างสนุกสนาน แฟนของคุณจูลี่ก็ไปจับหัวเพื่อนทอมให้หงายลง คล้ายว่าหยอกเล่นกัน ตัวคุณจูลี่ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้คุณจูลี่รู้สึกตกใจและเกิดความไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะไม่ต้องการทำให้เสียบรรยากาศ เนื่องจากตรงนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่รู้สึกไม่สบายใจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งพักเบรก นั่งกินขนมกันอยู่นั้น ก็ได้มีพี่ผู้ชายในทีมถามเรื่องงานแต่งของเธอขึ้นมา สักพักเพื่อนทอมคนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ทำงานได้เงินมา มึงก็เอาไปลงกับกล้อง เอาไปลงกับอุปกรณ์จนหมดแหละกว่าจะได้แต่ง” พูดแบบนี้ซ้ำสองครั้ง เมื่อกลับกรุงเทพแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกันกลับไปยังบ้านของตัวเอง คุณจูลี่ก็ได้ไปกินข้าวกับแฟน จึงได้คุยกันว่าไม่โอเคกับการกระทำในเหตุการณ์นั้น แต่แฟนของคุณจูลี่ก็ได้ตอบกลับมาว่า ตนนั้นจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรแบบนั้นไปตอนไหน พร้อมบอกว่าไม่เคยมองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นผู้หญิงเลยสักครั้ง แล้วก็ได้แซวคุณจูลี่กลับว่าเธอหึงเขาหรอแล้วก็ขำขึ้นมาหลังจากแซว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้คุณจูลี่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่าหากครั้งหน้าที่เธอตามแฟนไปทำงาน ควรพูดกับแฟนแบบไหนดีให้แฟนคิดเรื่องนี้ได้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าเขาสนิทกันมากเกินไปจนไม่มีเวลาแบ่งมาให้เธอ หลังจากฟังเรื่องราวของคุณจูลี่จบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ที่ได้กล่าวว่า “หนูก็แค่วางตัวเป็นแฟนที่น่ารักตามปกติ เพราะหนูเป็นแฟน และเขาเป็นเพื่อนแค่นั้น เข้าใจความรู้สึกของจูลี่นะ แต่ใด ๆ ทั้งหมดต้องมองด้วยภาพรวม จูลี่อาจจะไปโฟกัสที่เป็นจุดเล็ก ๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ แต่ก็ไปแหกจนมันใหญ่จนมันหนักกับตัวเรา แต่อยากให้มองภาพรวม ๆ ทั้งหมด แล้วก็ไม่ต้องไปนั่งจับผิด ความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ไปขนาดนั้นก็ได้” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรในเชิงนั้นเลย แต่บางครั้งคนเราอยู่ด้วยกันมันไม่ได้ถูกตัดสินด้วยความผิดหรือถูก หรือด้วยเหตุผลเสมอไป ทั้งหมดทั้งมวล ก็ระวังเรื่องการวางตัวนิดนึง เราแค่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ อีกฝ่ายมีความสุข ถ้าเราจะพอยอมให้กันได้บ้างบางเรื่อง มันก็จะอยู่รอดกันไปจนแก่จนเฒ่า คนเรามันก็ต้องมีมุมงี่เง่าบ้างแหละสักนิดสักหน่อย” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เพื่อนแฟนก็ต้องวางตัวดี ๆ ด้วย ละประโยคที่เพื่อนแฟนพูดว่า “มึงก็เอาเงินไปซื้อกล้องแล้วก็ไม่ได้แต่งสักที” เหมือนเขาเข้าข้างเรามั้ย แบบว่าอยากให้รีบแต่ง แต่เรารู้สึกไม่ชอบเขาไปแล้ว เราไม่ต้องตามไปที่ทำงาน ไม่ต้องไปเห็น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา จากข้อมูลที่พี่ฟังนะ เรื่องทั้งหมดนี้สำหรับพี่ไม่สามารถมองว่าแฟนผิดได้เลย เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ถ้าจูลี่คิดจะจับ จูลี่ต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ แต่การจับต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่งั้นเราจะกระวนกระวายใจอยู่คนเดียว แล้วการทนทุกข์ของจูลี่จะมีผลต่อความสัมพันธ์กับแฟน แต่ถ้าสมมติมีอะไรจริง ๆ มันจะมีหลักฐานมากกว่านี้ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีข้อดีมาก ทำไมถึงไม่อยากรักษาความสัมพันนี้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แม้ไม่ได้ลึกมาก แต่ก็สะกิดให้เป็นแผลถลอกได้นะ มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราให้เกียรติในการทำงานเขา คนเราสามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะกันได้นะ ถ้าเราเข้าใจกันและกัน ความเข้าใจสำคัญที่สุดจูลี่”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

ถึงคราวต้องเลือก! ระหว่างแฟนกับสัตว์เลี้ยง ..จะเลือกอะไรดีคะ? l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณใบชา (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องที่เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์มาก แต่แฟนไม่อยากให้เลี้ยง เลยต้องเลือกระหว่างแฟนกับเลี้ยงสัตว์ โดย “คุณใบชา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัญหาคือหนูจะเลือกเลี้ยงสัตว์หรือเลือกแฟนดี ตอนนี้คบกับแฟนมา 10 ปีแล้ว มีเลี้ยงสัตว์ด้วยกัน เป็นหนูแกสบี้ 2 ตัว แต่ตอนนี้เหลืออยู่ 1 ตัว เพราะพึ่งเสียไปเมื่อต้นปี หลังจากที่เสียตัวแรกไปแฟนก็บอกมาตลอดว่า เขาไม่อยากเลี้ยงแล้ว เขาทำใจยาก แต่ตอนนั้นที่คุยกัน หนูก็คิดว่ามันพึ่งผ่านเหตุการณ์มา เลยไม่คิดอะไร จนอาทิตย์ที่ผ่านมา น้องอีกตัวเริ่มป่วย เพราะอายุที่เยอะแล้ว คุณหมอเริ่มบอกให้ทำใจได้แล้ว ซึ่งหนูทำใจได้นะ แต่แฟนทำใจไม่ได้ เขาเลยมาคุยว่า ถ้าตัวนี้ไปแล้วเขาจะไม่เลี้ยงแล้วนะ เขาทำใจไม่ได้ เขาไม่รู้จะรับมือกับมันยังไง แต่หนูคิดว่าเรื่องการสูญเสีย มันเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ ช่วงที่ผ่านมาหนูก็รู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไป ตอนแรกนึกว่าเขาเครียดเรื่องงาน แต่เขามาพูดกับหนูว่า เขาเปลี่ยนไปเพราะว่าหนูตัวแรกมันหายไปนะ ถ้าเกิดตัวนี้มันหายไปอีกก็ไม่รู้จะทำยังไง คือหนูเป็นคนชอบสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ แต่นี่เป็น 2 ตัวแรกของเขา พอคุยกันไปมา เขาบอกให้เลือกว่าจะเลี้ยงสัตว์หรือเลิกกับเขา ถ้ามีเขาต้องไม่มีสัตว์เลี้ยง หนูก็เลือกยังไม่ได้ต้องขอคิดดูก่อน แต่เขากับหนูก็ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกันจนชินไปแล้ว เข้าใจเขานะที่ไม่อยากมี คือหนูจะเป็นคนเลี้ยงเป็นหลัก เขาเห็นหน้าทุกวันก็จะมีเดินมาเล่นมาดู แต่ก็รู้ว่าตอนที่เสียสัตว์เลี้ยงไป เขาเหมือนใจไม่ค่อยไหวจริง ๆ และเขายังบอกอีกว่า ในชีวิตเขาตอนนี้ ถ้าเขาต้องรับมือกับการสูญเสียขอให้มีแค่ พ่อ แม่ พี่ชาย เรา และหนูตัวสุดท้ายนี้ก็พอ ถ้ามีเข้ามาอีกก็ไม่รู้ว่าจะรับมือมันยังไง ปัญหาของใบชาวันนี้ที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “หนูเลือกไม่ถูก ระหว่างสัตว์เลี้ยงกับแฟน” หนูควรจะทำยังไงดีคะ เริ่มด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำขาดของเขาบางทีมันฟังดูอาจจะเอาแต่ใจ แต่อยากมองว่าผลมันเป็นยังไง เขาจะรับได้มั้ย สมองคนเราในการตีความหรือรับมือในสิ่งต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเราเห็นกับตามาแล้วว่าแฟนเรา Effect มันเป็นยังไงกับการสูญเสียคนในครอบครัว แล้วเขาพูดมาชัดเจนมาก ว่าชีวิตเขาจะทำใจสำหรับคนที่มีอยู่ตรงนี้เท่านั้น เขารักเรามากเลยนะ’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้เรามีแฟนแล้วก็หนูแกสบี้อยู่ ถ้าวันใดวันหนึ่งน้องต้องจากไป ตอนนั้นเรายังมีแฟนอยู่ ทีนี้ถ้าเราจะมีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่ แล้วจะต้องเสียแฟนคนนี้ไป เป็นพี่จะเอาคนที่มีอยู่ตรงนี้มากกว่า เพราะเขารักเรามาก’ ต่อด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เขาเลือกพูดอะไรที่ฟังดูกระทบจิตใจเรา เพราะเขาไปถึงที่สุดของปลายทางแห่งความรู้สึกแล้ว มันไปแตะเส้นตรงนั้น เขาขอความเห็นใจกับเราไปแล้ว แต่เรากลับไม่ได้ตอบรับเขา มันเลยไปถึงจุดที่เขาจะต้องพูดอะไรบางอย่าง ว่าเรื่องนี้มันสำคัญกับเขา แกสบี้ไปที่ไหนก็เล่นได้ แต่ผู้ชายคนนี้มีคนเดียวบนโลก แล้วเตรียมคำพูดปลอบเขาในวันที่หนูอีกตัวไปได้เลย อะไรที่คือคำพูดที่ดี ในวันที่เขาจะต้องสูญเสียอีกตัวหนึ่งไป บอกเขาเลยว่า การอยู่บางทีมันทรมานมากกว่าปล่อยให้น้องไปสบาย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-