แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

06 ก.พ. 2026

แฟนทำงานร่วมกับทอม

ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ

แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง

ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน


 

          ‘คุณจูลี่’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนทำงานร่วมกับทอม แต่การกระทำบางอย่างของทั้งคู่ดูมีอะไรมากกว่าที่คิด

          ‘คุณจูลี่’ ได้เล่าว่า เธอนั้นได้คบกับแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 3 ปี และกำลังจะเข้าปีที่ 4 ในปีนี้ โดยแฟนไม่เคยมีประวัติการนอกใจ แฟนหนุ่มของคุณจูลี่นั้นเป็นคนที่ใจเย็น และจิตใจดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และเนื่องจากแฟนทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ทำโปรดักชั่นเป็นของตัวเอง จึงทำให้เวลารับงานก็ต้องมีทีมเพื่อน ๆ ไปด้วย เวลาออกจากบ้านไปทำงานก็จะต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับฟ้าก็มืด

          เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เธอได้ตามแฟนไปทำงาน เป็นการไปดูโลเคชั่นที่ต่างจังหวัด โดยมีทีมไปทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย คุณจูลี่ แฟนของคุณจูลี่ เพื่อนของแฟนคุณจูลี่ที่เป็นผู้ชาย 2 คน และเพื่อนของแฟนคุณจู่ลี่ที่เป็นทอม 1 คน ซึ่งเวลาที่คุณจูลี่ตามแฟนไปทำงานทีไรก็มักจะเจอกับเพื่อนทอมคนนี้อยู่เสมอ และในช่วงนี้ที่ได้รับโปรเจกต์ใหญ่มาทำ แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะติดต่อคุยงานกับเพื่อนทอมคนนั้นบ่อยกว่าปกติ เวลามีงานอะไรก็ตาม แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะให้เพื่อนทอมคนนี้มาช่วยเป็นคนแรก ๆ เสมอ ในระหว่างวันแฟนของคุณจูลี่ก็จะส่งแชทให้กับเพื่อนทอมคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณจูลี่ก็ได้บอกว่า แฟนของเธอนั้นก็ไม่ได้ปิดบังอะไรสามารถให้เปิดดูแชทได้เสมอ 

          คุณจูลี่ยังได้เล่าต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ไปดูโลเคชั่น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยคุณจูลี่ได้เล่าว่า มีช่วงที่คนในทีมเล่นมุกกันอย่างสนุกสนาน แฟนของคุณจูลี่ก็ไปจับหัวเพื่อนทอมให้หงายลง คล้ายว่าหยอกเล่นกัน ตัวคุณจูลี่ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้คุณจูลี่รู้สึกตกใจและเกิดความไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะไม่ต้องการทำให้เสียบรรยากาศ เนื่องจากตรงนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก

          นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่รู้สึกไม่สบายใจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งพักเบรก นั่งกินขนมกันอยู่นั้น ก็ได้มีพี่ผู้ชายในทีมถามเรื่องงานแต่งของเธอขึ้นมา สักพักเพื่อนทอมคนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ทำงานได้เงินมา มึงก็เอาไปลงกับกล้อง เอาไปลงกับอุปกรณ์จนหมดแหละกว่าจะได้แต่ง” พูดแบบนี้ซ้ำสองครั้ง เมื่อกลับกรุงเทพแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกันกลับไปยังบ้านของตัวเอง คุณจูลี่ก็ได้ไปกินข้าวกับแฟน จึงได้คุยกันว่าไม่โอเคกับการกระทำในเหตุการณ์นั้น แต่แฟนของคุณจูลี่ก็ได้ตอบกลับมาว่า ตนนั้นจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรแบบนั้นไปตอนไหน พร้อมบอกว่าไม่เคยมองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นผู้หญิงเลยสักครั้ง แล้วก็ได้แซวคุณจูลี่กลับว่าเธอหึงเขาหรอแล้วก็ขำขึ้นมาหลังจากแซว

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้คุณจูลี่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่าหากครั้งหน้าที่เธอตามแฟนไปทำงาน ควรพูดกับแฟนแบบไหนดีให้แฟนคิดเรื่องนี้ได้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าเขาสนิทกันมากเกินไปจนไม่มีเวลาแบ่งมาให้เธอ

          หลังจากฟังเรื่องราวของคุณจูลี่จบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ที่ได้กล่าวว่า “หนูก็แค่วางตัวเป็นแฟนที่น่ารักตามปกติ เพราะหนูเป็นแฟน และเขาเป็นเพื่อนแค่นั้น เข้าใจความรู้สึกของจูลี่นะ แต่ใด ๆ ทั้งหมดต้องมองด้วยภาพรวม จูลี่อาจจะไปโฟกัสที่เป็นจุดเล็ก ๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ แต่ก็ไปแหกจนมันใหญ่จนมันหนักกับตัวเรา แต่อยากให้มองภาพรวม ๆ ทั้งหมด แล้วก็ไม่ต้องไปนั่งจับผิด ความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ไปขนาดนั้นก็ได้”

          ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรในเชิงนั้นเลย แต่บางครั้งคนเราอยู่ด้วยกันมันไม่ได้ถูกตัดสินด้วยความผิดหรือถูก หรือด้วยเหตุผลเสมอไป ทั้งหมดทั้งมวล ก็ระวังเรื่องการวางตัวนิดนึง เราแค่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ อีกฝ่ายมีความสุข ถ้าเราจะพอยอมให้กันได้บ้างบางเรื่อง มันก็จะอยู่รอดกันไปจนแก่จนเฒ่า คนเรามันก็ต้องมีมุมงี่เง่าบ้างแหละสักนิดสักหน่อย”

          สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เพื่อนแฟนก็ต้องวางตัวดี ๆ ด้วย ละประโยคที่เพื่อนแฟนพูดว่า “มึงก็เอาเงินไปซื้อกล้องแล้วก็ไม่ได้แต่งสักที” เหมือนเขาเข้าข้างเรามั้ย แบบว่าอยากให้รีบแต่ง แต่เรารู้สึกไม่ชอบเขาไปแล้ว เราไม่ต้องตามไปที่ทำงาน ไม่ต้องไปเห็น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา จากข้อมูลที่พี่ฟังนะ เรื่องทั้งหมดนี้สำหรับพี่ไม่สามารถมองว่าแฟนผิดได้เลย เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ถ้าจูลี่คิดจะจับ จูลี่ต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ แต่การจับต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่งั้นเราจะกระวนกระวายใจอยู่คนเดียว แล้วการทนทุกข์ของจูลี่จะมีผลต่อความสัมพันธ์กับแฟน แต่ถ้าสมมติมีอะไรจริง ๆ มันจะมีหลักฐานมากกว่านี้ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีข้อดีมาก ทำไมถึงไม่อยากรักษาความสัมพันนี้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แม้ไม่ได้ลึกมาก แต่ก็สะกิดให้เป็นแผลถลอกได้นะ มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราให้เกียรติในการทำงานเขา คนเราสามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะกันได้นะ ถ้าเราเข้าใจกันและกัน ความเข้าใจสำคัญที่สุดจูลี่”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

26 ก.ค. 2024

มีเพื่อนคนนึง ไม่ค่อยสนิทกัน แต่เค้าส่งคลิปมาให้หนูไม่หยุด ส่งมาให้ทั้งวัน ทั้งคืน คลิปตลก คลิปไวรัล คลิปโซเชียลต่างๆ บางทีหนูก็ไม่ได้เข้าไปดู ลองไม่ตอบไป 2-3 วัน ก็ยังส่งมาไม่หยุด จะบล็อกก็ไม่รู้ว่าจะเสียเพื่อนไปไหม ถ้าเจอแบบนี้ทำไงกันคะ?

“คุณเบ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่ห้าในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องเพื่อนที่ไม่สนิทชอบส่งคลิปมาให้เรามากเกินไปจนมันน่ารำคาญ โดย “คุณเบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีปัญหาคือจะมีเพื่อนที่ไม่สนิท ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานมากเเล้ว เเต่ว่ามีโซเชี่ยลกัน ติดต่อในโซเชียลบ้าง คือเขาจะชอบส่ง Reels ส่งคลิปมาใน DM ไอจี แชร์มาตลอดเวลาทั้งวันเป็นสิบ ๆ อัน เป็นคลิปตลกบ้าง คลิปศิลปิน คลิปทั่วไปเรื่อยเปื่อย ด้วยความที่มันส่งมาทั้งวัน เเล้วหนูก็รำคาญ คนที่มีพฤติกรรมเเบบนี้มี 2 คน แรกๆ หนูก็ตอบค่ะ ก็ตามมารยาท เพื่อนแชร์อะไรมาให้หนูก็ดู รีเเอคชั่นกลับไป เเต่มันเหมือนหนูยิ่งตอบมันก็ยิ่งส่ง เเล้วหนูเป็นคนตอบเร็วเเล้วไม่ชอบให้มีโนติค้าง เเล้วเป็นว่าก็ส่งมาไม่หยุดเลย คนที่ 1 เขาจะชอบส่งศิลปินที่เขาชอบมา หนูรู้จักแต่ไม่ได้ชอบ เหมือนส่งมาหวีดเมนตัวเองว่า “แก เมนเราน่ารัก ทำแบบนั้นแบบนี้น่ารักมั้ย” หนูเลยตอบรีเเอคไปแบบกว้าง ๆ ไปไม่ได้ลงดีเทลเหมือนที่เขาต้องการ เพราะหนูคิดไปเองว่า ถ้าหนูรีเเอคแบบคนไม่มีใจ เขาจะส่งมาน้อยลง เเต่ว่าไม่ ชีก็ส่งมาเรื่อย ๆ เลย ขอแค่หนูตอบอะไรก็ได้ คนที่ 2 เนี่ยหนักเลย คนนี้เขาชอบแชร์มีม เเชร์เรื่องตลกเรื่อยเปื่อย คือมาทุกช่องทางโซเชี่ยลที่หนูมีกับเขาเลย คือหนูจะมีเฟสบุ้ค ไอจีเขา เขาก็ส่งมาหมดเลย เฟสบุ้คนี่หนักเลย คือมันจะแบ่งเป็น 2 อย่างใช่มั้ยคะ แท็กหนูใต้โพสต์มาเป็นสิบ เเล้วก็ยังเเชร์มาในเเมสเซนเจอร์ของเฟสบุ้คมาอีก ด้วยความที่หนูไม่ค่อยเล่นเฟสบุ้คเเล้วเพราะว่ามีพ่อแม่มีญาติอยู่ หนูก็ไม่ค่อยตอบ เขาก็เหมือนย้ายแพลตฟอร์มมาที่ไอจี มาส่ง เเต่เขาก็ไม่ได้หยุดส่งในเฟสนะคะ เขาก็เเชร์ 3 แพลตฟอร์มเลย คือมันเยอะมาก หนูก็เคยเห็นเขาเเท็กหลายคนอยู่นะคะในโพสต์ที่เขาเเท็กหนู หนูก็กดเข้าไปอ่านไม่ตอบ เพื่อให้โนติมันหายไป มีครั้งนึงชีคนที่ 2 เขาก็ทักหนูกลับมาว่า “เป็นอะไรอะ ไม่ตอบเลย ป่วยหรอ?” หนูก็ตอบกลับไปว่า “ส่งมาเยอะขนาดนี้ตอบไม่ไหวหรอกจ้า” เขาก็อ่านไม่ตอบเเล้วก็หายไปสักพัก ไม่ถึงวันเขาก็แชร์มาอีก หนูทำมาทุกวิถีทางเเล้ว ไม่อ่านไม่ตอบ ทิ้งไว้หลาย ๆ วันเเล้วค่อยไปกดออก เเต่เหมือน 2 คนนี้เขาไม่ลดละความพยายามเลย เขาเห็นหนูอ่านเเล้วก็จะส่งมาใหม่ทันที ไม่สนใจว่าหนูจะไม่ตอบนานเเค่ไหนเเล้วส่งมาเรื่อย ๆ ทีเนี่ย เเจ้งเตือนหนูก็จะชึ้น 2 อัน เป็นเขา 2 คนอยู่ตลอดเลย ไม่เคยหายไปเลย หนูก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า หนูจะทำยังไงดีให้เขาเลิกส่งมาให้หนู หรือว่าส่งมาให้มันปริมาณไม่เยอะขนาดนี้’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเเชร์มีมลอย ๆ มาในกรุ๊ปจะไม่ตอบ เเต่ถ้าเขายิงตรงถึงเรา อาจจะเข้าไปอ่านแล้วตอบนิด ๆ หน่อย ๆ ตามมารยาท เเต่ถ้ารัว ๆ จะไม่ตอบจะไม่สนใจเลย บางคนเขามีความสุขกับการแชร์มีม โดยไม่ต้องการคำตอบด้วย เเค่รู้สึกว่าให้เพื่อนได้เห็นอะไรตลก ๆ เหมือนเรา’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าไม่มีโอกาสได้เจอ เป็นพี่พี่บล็อกไปแล้ว พี่ไม่เหนื่อยมาลบหรอก หรือเบไปตั้งไม่ให้เเท็กได้นะในเฟสบุ้ค เเต่ในไอจีพี่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ถ้ามันทำให้รำคาญ พี่จะบล็อก! ไม่เห็นต้องเเคร์เขาเลยถ้าไม่ใช่เพื่อนที่สนิทเเบบจะเจอกันอยู่เเล้วอะ ถ้าบอกไปแล้ว ทำให้เขารู้ไปเเล้วว่าไม่อยากรับสารเหล่านี้ เเล้วเขายังทำอยู่ก็ต้องบล็อกอะ เพราะไม่รู้จะทำยังไงเเล้ว’ เเละสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่ถ้าไม่สนิทพี่จะไม่อ่านเลย พี่จะลบ ถ้าเขาถามว่าเป็นอะไรทำไมไม่อ่าน ก็ตอบไปเลยว่ารู้ว่าที่ส่งอะไรมามันไม่สำคัญ ขี้เกียจอ่าน พูดตรงๆ เเต่ถ้าไม่อยากพูดตรง ๆ อีกวิธีคือให้อันฟอลเขาเเล้วไปตั้งค่าให้เเค่คนที่เราติดตามเท่านั้นส่งข้อความได้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูก แต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้ว เวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง

26 ก.ย. 2025

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูก แต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้ว เวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่งงานกันมา 1 ปีกว่าๆ ก่อนคบกันตกลงกันหมดแล้วว่าทั้งคู่จะไม่มีลูกแต่ตอนนี้แฟนอายุ 29 แล้ว แฟนไปเล่นกับลูกๆของเพื่อน แล้วรู้สึกว่าอยากเลี้ยงเด็กขึ้นมา อยากมีลูกแล้วเวลาเรามีอะไรกัน แฟนบอกว่าไม่ต้องให้เราใส่ถุงยาง ตอนนี้ผมก็ยังตั้งใจว่าจะไม่มีลูกเหมือนเดิมรู้สึกว่าทุกวันนี้ เหมือนเราคบกันไปแล้วต้องรอวันเลิก เพราะปลายทางของเราไม่เหมือนกันแล้วแต่ผมก็ยังรักเขามากๆ เขาเป็นผู้หญิงที่ดีสุดๆ ผมจะทำยังไงดีครับกับเรื่องนี้ ?? “คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [24 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการตกลงกับแฟนเรื่องมีลูก โดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนมา 7 ปี แต่พึ่งมาแต่งงานกันตอนต้นปี 2568 ตอนที่เรียนจบใหม่ๆ ผมได้เริ่มคบกับแฟน ตอนนั้นผมก็เริ่มคุยกับเขาแล้วว่า ถ้าเราคบกันไปจนถึงแต่งงานกัน ผมก็บอกเธอว่า พี่ไม่อยากมีลูกนะ เธอรับได้มั้ย ช่วงแรก ๆ ที่คบกันเขาก็โอเค แต่พอเข้า 5 - 6 ปีหลังมานี้ เขาก็เริ่มพูดบ่อยขึ้นว่า อยากมีลูก เธอน่าจะอยากมีลูกเพราะเวลาคุยโทรศัพท์กับแม่ แม่เขาชอบพูดว่า ไม่อยากมีน้องหรอ แรก ๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่หลัง ๆ มันหนักขึ้นตรงที่เวลาเราไปเที่ยวกัน 2 คน เราก็จะเห็นครอบครัวไปเที่ยวกันกับลูก แฟนก็จะชอบพูดว่า พี่ไม่อยากมีลูกจริง ๆ หรอ แต่มา 3 - 4 เดือนก่อนมันหนักขึ้น เขาชอบส่งรูปเพื่อนเขามาแล้วพูดว่า พี่ดูเพื่อนหนูเค้ามี 3 - 4 คนแล้ว หนูอายุ 29 ยังไม่มีเลย ผมตัดสินใจโทรมาเพราะเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเขาพูดว่า พี่ไม่อยากมีลูกจริง ๆ หรอ ถ้าวันนึงน้องมาจริง ๆ จะทำยังไง ผมก็บอกว่าต้องเอาออกแหละ ถ้าอายุครรภ์มันไม่เกิน 12 สัปดาห์ก็น่าจะเอาออกได้นะ แต่แฟนผมพูดมาคำนึงที่ทำผมตกใจมาก เขาบอกว่า ถ้าน้องมาเกิดแล้วพี่จะเลิกกับหนูไม่เลี้ยงน้องก็แล้วแต่พี่ ผมไม่อยากมีเพราะสภาวะเศรษฐกิจช่วงนี้ด้วย และด้วยเนื้องานของผมเป็นวิศวะ ที่ต้องไปไซต์งานตามต่างจังหวัด ผมไม่น่ามีเวลาดูแลลูก ถ้ามีน้องขึ้นมา รายได้ของผมกับแฟนก็ถือว่าพอเลี้ยงได้ แต่ว่าจะไม่มีเงินเก็บ เป้าหมายที่เคยตั้งไว้มันก็จะไปไม่ได้ ผมก็ให้ทางเลือกเขานะ ถ้าต่อไปนี้เราป้องกันดีมั้ย แต่เขาไม่ชอบให้ป้องกัน แต่ผมก็มาชั่งใจว่าจะไปทำหมันดีมั้ย แต่ผมกลัวว่าถ้าผมทำ แล้วอีก 4 - 5 ปี เขายิ่งโตขึ้น ผมกลัวว่าเขาจะเอาให้ได้ ถ้าถึงเวลานั้นต้องเลิกกัน กลัวจะเสียเวลาทั้งชีวิตเขาและผม ผมไม่อยากเลิกกับเขา เขาดีทุกอย่างเลย เป็นแม่ศรีเรือนอย่างดีเลย เสียอย่างเดียวคือเขาไม่ทำกับข้าว ซึ่งข้อเสียตรงนี้ผมรับได้ อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ ผมจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี?’ เริ่มด้วย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้คือเรื่องใหญ่มาก เพราะมันคือเป้าหมายในชีวิต เวลาเราจะใช้ชีวิตคู่กับใคร เราต้องเช็คก่อนว่าเป้าหมายเดียวกันมั้ย แนะนำให้คุยกันอีกครั้ง และยืนยันเจตนารมภ์ให้ชัดเจนว่าเราไม่อยากมี ถ้าเขาบอกไม่มีก็ได้ แต่ถ้ามีต้องรับนะ คุณวีแสดงเจตจำนงไปเลยว่าพี่จะไปทำหมันเพื่อป้องกัน ในอนาคตไม่ต้องกลัวว่า วันนึงเขาอยากมีแล้วจะเลิกกับเรา ไม่มีใครบอกได้หรอกว่าเราจะอยู่กับใครไปตลอดชีวิต อยู่กับปัจจุบัน ถ้ายังรู้สึกว่ารักคนนี้อยู่ ก็อยู่กับคนนี้ อนาคตถ้าไปไม่ได้ก็แค่แยกจากกัน อย่าไปมองเรื่องเสียเวลา’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันชัดเจนมาก ๆ แล้วที่แฟนคุณวีต้องต้องฟังใน Message ที่คุณวีพยายามจะสื่อสาร ให้มองในแง่ระยะยาว มันจะไม่ดีต่อทั้ง 2 คน ถ้าคุณวีจะคุยพูดคุยอย่างจริงจัง ต้องคุยกับคุณแม่เขาด้วย ให้รับรู้ว่าคุณวีไม่ได้อยากมีลูกจริง ๆ การพูดครั้งนี้เพื่ออยากให้เขารู้ว่า ไม่อยากให้เขาไม่มีความสุขในอนาคต ถ้าเขาทั้ง 2 คนเยือนยันว่ายังอยากมีลูก ต้องคุยกันด้วยความรักความเข้าใจ’ ต่อด้วย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘การมีลูกไม่ได้การันตีว่า มอบความสุข 100% ให้คนเป็นพ่อแม่เสมอไป ให้เขาเป็นคนตัดสินใจเลือกทางเดินของชีวิต บอกเขาไปเลยว่า ยังไงก็ไม่อยากมีนะ ขีดเส้นใต้ประโยคที่คุณวีบอกว่าถ้ามีก็คงต้องไปเอาออก ผมว่าคำตอบมันชัดเจน ถ้าให้คุณวีตัดสินใจเราจะไม่เลิกกัน แต่ถ้าภรรยารู้สึกว่าชีวิตต้องมีลูก ก็คงต้องเลิกกัน คุณวีต้องพร้อมที่จะยอมให้เขาไป’เรื่องราวทั้งหมดนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App AtimeFung Fin

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามี เจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’ สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่า

08 ธ.ค. 2023

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามี เจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’ สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่า

ยิ่งกว่าละคร ! สาวโทรเล่าประสบการณ์สุดช้ำ วันที่ย้ายเข้าบ้านสามีเจอผู้หญิงรุ่นพี่ย้ายของออกจากบ้านเหมือนกันสามีและคนในครอบครัวบอกเขาเป็น ‘พี่สาว’สุดท้ายเจอแชท สามีบอกรักผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ปี 2019 เค้าคือภรรยาคนเก่ารู้สึกเหมือนโดนหลอกจากทุกคนรอบตัวมาหลายปี “คุณแมร์รี่ (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เราว่ารู้สึกว่าถูกแทงข้างหลังจากแฟน เพราะคนที่แฟนบอกว่าเป็นพี่สาว จริง ๆ แล้วคืออดีตภรรยาที่เลิกกัน แต่ยังมาอยู่บ้านแฟนเรา! โดย “คุณแมร์รี่ (นามสมมติ)” ได้เริ่มเล่าว่า ‘เรากับสามีรู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันหาคู่ตั้งแต่ปี 2019 ตอนนั้นก็เริ่มจากคุยกัน ได้ประมาณ 1 เดือน ก็ได้นัดเจอกัน หลังจากนั้นก็ตัดสินใจคบกันได้ประมาณ 1 ปี ก็แต่งงานกัน แต่ตอนนั้นเราสองคนไม่ได้จดทะเบียนสมรส ช่วงแรก ๆ ก่อนแต่งงาน เราแวะเวียนเข้ามาอยู่บ้านแฟนบ้าง เราก็เจอมีผู้หญิงอยู่ในบ้าน แฟนบอกว่าเป็นพี่สาว และฝ่ายหญิงบอกเหมือนกันว่าเป็นพี่สาวของแฟนเรา ประกอบด้วยอายุของผู้หญิงก็มีอายุห่างจากแฟนเราถึง 10 ปี เราเลยไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น หลังจากที่เราตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่บ้านแฟน ก็ไม่ได้เจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว จึงถามแฟนว่าเขาหายไปไหน แฟนบอกว่าพี่สาวได้ย้ายไปอยู่ที่บ้านต่างจังหวัด แต่ในระหว่างที่เราย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ พี่สาวของแฟนก็ยังคงแวะเวียนมาบ้านหลังนี้อยู่เป็นประจำ ประมาณเดือนละ 1-2 อาทิตย์ และหลังจากที่เราแต่งงานได้ 4 ปี พี่สาวแฟนก็ไม่ได้มาบ่อยมากเหมือนเมื่อก่อน เรื่องมันเริ่มน่าสงสัยเมื่อไม่นานมานี้เอง แฟนเราไปสัมมนาที่ต่างจังหวัด เราบังเอิญไปเจอ Screen Shot ในมือถือเครื่องสำรองของแฟน เขาคุยกับผู้หญิงในแอปพลิเคชันอื่น เรานึกได้ว่าไม่ได้เป็นแชทที่คุยกับเรา เพราะเรากับแฟนส่วนมากจะคุยผ่านไลน์ เราจึงพยายามเช็คทุกอย่างหลังจากนั้น แต่ก็ไม่เจออะไรเพิ่มเติม และตัดสินใจจะไม่บอกเขาว่าเราเจออะไร จนเรามารู้ความจริงว่าคนที่แฟนแอบคุยมาตลอดนั้น มันคือผู้หญิงคนเดียวกันกับที่แวะเวียนมาที่บ้านเป็นประจำ ซึ่งจริง ๆ แล้วคนนั้นก็คืออดีตภรรยาของแฟนเรา ตลอดระยะเวลาที่คบกับเรา เขาสองคนก็ยังคงแอบแชทหากันตลอด บอกรักบ้าง คิดถึงบ้าง เขาเคยจดทะเบียนแต่งงานกันมาก่อน และที่สำคัญก่อนที่จะหย่ากัน คือ หลังจากที่เราย้ายเข้ามาอยู่แค่เดือนเดียว และตอนที่หย่ากันแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็มาอยู่เรื่อย ๆ หลังจากที่เราเห็นทุกอย่างแล้ว จึงตัดสินใจถามแฟนไปว่าเกิดอะไรขึ้น แฟนให้เหตุผลว่าที่ยังให้ผู้หญิงคนนี้เข้ามาบ้านหลังนี้อยู่เพราะว่าอยากให้มาช่วยดูแลญาติผู้ใหญ่ที่กำลังป่วย และด้วยความผูกพันจึงยอมให้อยู่ด้วยกัน แฟนเราก็บอกว่ารักเรา แต่มันย้อนแย้งตรงที่แชทที่คุยกันมันไม่ใช่ บางทีเวลาเราไม่อยู่ เขาสองคนจะทักหากันตลอดว่าเราอยู่บ้านหรือไม่อยู่ หลังจากนั้นเราสองคนเลิกกัน และเราตัดสินใจออกจากบ้านหลังนั้นทันที เขาพยายามตามง้อเราตลอด เขาให้เหตุผลว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ผิด เพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับผู้หญิงคนนี้ หนูคิดถึงเรื่องนี้แล้วเจ็บใจอยู่ตลอด เพราะตลอดเวลาที่คบกัน เราให้เกียรติผู้หญิงเสมอ ไปไหนมาไหนก็ไหว้ตลอด เพราะคิดว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ หนี้สินต่างๆ นาๆ ที่เขาสองคนเคยสร้างมา เราก็ช่วยมาตลอด แต่กลายเป็นว่าถูกหักหลังตลอดเวลาที่ผ่านมา เราควรจัดการความรู้สึกตอนนี้ยังไง เพราะมันมีทั้งความโกรธ ความแค้น อยู่ตลอด ไม่รู้ว่าควรจะจัดการความรู้สึกยังไง ถึงแม้เราจะจบเรื่องนี้ไปแล้ว ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นึกถึงความเลวที่เขาทำกับเราไว้ การที่เราจะเดินออกจากชีวิตใคร หรือเลิกกับใครเราไม่จำเป็นต้องนึกถึงความดีที่เคยให้กับเราหรอก มันไม่มีความหมายอะไร จากที่ฟังมาอันนี้มันแปลกไปหมด ให้พี่คิดเองก็คิดว่าเขาไม่ได้เลิกกัน แต่เขาสองคนตกลงกันบางอย่างให้มีคุณแมร์รี่ได้ เพราะไม่งั้นถ้าเลิกกันแล้วจริง ๆ ผู้ชายก็ต้องเดินไปบอกเลยสิว่าเราจับได้แล้ว อันนี้เขาต้องมีสัญญาอะไรสักอย่างต่อกัน เขาหลอกคุณแมร์รี่คนเดียวไม่พอ ญาติเขาทุกคนหลอกคุณแมร์รี่หมด ไม่มีใครอยากโง่ในสายตาใครหรอก เวลาเรายกมือไหว้ เขามองหน้าเราเป็นอะไร สนุกกันมากใช่ไหม เขาหลอกเราขนาดนี้ เพราะฉะนั้นครอบครัวนี้ไม่ผ่าน ตอนนี้ยังเป็นแผลสด ถ้ามีความคิดว่าอยากกลับไป ให้นึกถึงวันเวลาเก่า ๆ ให้เอาความเลวที่เขาทำมาหักล้าง ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เวลาที่พี่เจอผู้ชายทิ้ง พี่ก็จะบอกกับตัวเองเสมอว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเลวคนนึงที่เราต้องซวยมาเจอ ซึ่งพี่เชื่อว่าคุณแมร์รี่ไม่น่าคบกับผู้ชายคนนี้คนแรก กรณีนี้คุณแมร์รี่ก็ซวยที่ต้องเจอเหมือนกัน ถ้าจะมองให้เราถอยออกมาให้ได้เร็วที่สุดคือเราโชคดีมากทีี่เรารู้ และเจอทุกอย่างก่อน ถ้าเราไม่เจอแช็ตวันนั้น ถ้าเขาไม่มีสัมมนาวันนั้น มันก็จะไม่เจอสิ่งเหล่านี้ ประจวบเหมาะกับช่วงท้ายปี ให้รู้ว่าชีวิตมีสมหวังมีผิดหวัง พี่เชื่อว่าทุกอย่างสามารถเริ่มต้นใหม่ได้ สำหรับพี่ตอนนี้ต้องทน แต่ไม่อยากให้ไปจองเวรจองกรรม คิดซะว่าหลุดพ้น ”ตอนนี้พักรักษาใจ ถ้าวันไหนแข็งแรงก็มีรักครั้งใหม่ได้” ถ้ากลับไปก็ต้องเจอสิ่งเดิม รู้ตอนนี้ดีกว่าวันหนึ่งเรามีลูก หรือคบกันไปนานกว่านี้เราจะแย่กว่าเดิม ตอนนี้แข็งแรงมากที่กล้าออกมา ปิดท้ายด้วย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าเรื่องนี้จะง่ายมาก ถ้าเพียงแค่เราไม่ได้รักเขา แต่พอรักแล้วเหตุผลหายหมดเลย ตอนนี้เรายังรักเขาอยู่ พอเวลาผ่านไปพี่เชื่อว่าเราจะเข้าใจได้ แค่ตอนนี้อย่ายอมแพ้ อกหักไม่ทำให้เราตาย แต่ตายเพราะเราจะฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่กลัวตาย ก็ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านี้แล้วแหละ อยู่กับมันและยอมรับมัน ตอนนี้เรายังคิดว่าทำไมต้องแบบนั้น ทำไมต้องแบบนี้ พี่ว่าเปลี่ยนจากทำไมเป็น ยังไง ดีกว่า ทำยังไงถึงถอยได้เร็วที่สุด ทำยังไงในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เพราะไม่มีใครร้องไห้ได้ตลอดหรอก ถ้าเรายังเป็นคนตลก สักวันนึงเราจะยิ้มเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

อ้าว ป้าคะ! หนูทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวของร้านป้า เวลาลูกค้าให้ทิปกับมือหนู ป้าจะบอกว่า “เอาไปหยอดกระปุก” เดี๋ยวจะแบ่งสิ้นเดือน แต่พอสิ้นเดือนมา ป้าไม่เคยแบ่ง เอาไปใช้คนเดียว

04 ก.ค. 2025

อ้าว ป้าคะ! หนูทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวของร้านป้า เวลาลูกค้าให้ทิปกับมือหนู ป้าจะบอกว่า “เอาไปหยอดกระปุก” เดี๋ยวจะแบ่งสิ้นเดือน แต่พอสิ้นเดือนมา ป้าไม่เคยแบ่ง เอาไปใช้คนเดียว

อ้าว ป้าคะ! หนูทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวของร้านป้า เวลาลูกค้าให้ทิปกับมือหนู ป้าจะบอกว่า “เอาไปหยอดกระปุก”เดี๋ยวจะแบ่งสิ้นเดือน แต่พอสิ้นเดือนมา ป้าไม่เคยแบ่ง เอาไปใช้คนเดียว พอถามก็ตีมึน จนหลังๆถ้าลูกค้าให้ทิปกับมือหนูจะแอบเก็บไว้คนเดียว บางทีผัวป้าที่เป็นกุ๊ก ก็ยืนมองจากครัว หนูแอบเก็บไม่ได้ ต้องเดินมาหยอด หยอดไปก็ไม่ได้อยู่ดีหนูจะทำยังไงดีคะ ? แล้วการที่หนูเอาทิปมาเก็บไว้กับตัว เป็นการกระทำที่เห็นแก่ตัวไหมคะเพราะถ้าหยอดกระปุกไป ป้าก็ไม่แบ่งอยู่ดี... “คุณดา (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาของการเป็นพนักงานเสิร์ฟ ที่พอลูกค้าให้ทิปก็ถูกเจ้าของร้านบังคับให้หยอดกระปุกรวม โดยอ้างว่าจะนำมาแบ่ง แต่ไม่เคยได้ส่วนแบ่ง โดย “คุณดา (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานร้านอาหารร้านหนึ่ง เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งอยู่ในตัวเมืองลำปาง ภายในร้านมีพนักงานรวมหนูแล้วมีแค่ 5 คนเองค่ะ ส่วนมากเขาจะอยู่ในครัวกัน แล้วหนูเป็นพนักงานเสิร์ฟคนเดียวแล้วก็จะมีป้าเจ้าของร้านอยู่ด้วย หน้าที่ของหนูก็คือ ล้างแก้ว กวาดถู เก็บจาน หนูเริ่มทำงานร้านนี้ตั้งแต่เดือนกุมภา ปัญหาของหนูก็คือเวลาลูกค้าให้ทิป วันแรกที่หนูเข้าไปทำงานลูกค้าฝรั่งยื่นเงินให้หนู 60 บาท แล้วก็มีคนไทยที่เขาบอกว่าเขาให้ หนูก็ดีใจเลยไปบอกป้าเจ้าของร้าน ป้าแกก็บอกว่าเอาหยอดกระปุกร้านเลย หนูก็สตั้นไป ทำไมเราต้องหยอดตามที่ป้าแกบอก เขาบอกว่าสิ้นเดือนจะเอามาแบ่งกัน แล้วมันก็เกิดคำถามมากมายในหัวหนู หนูก็ทำงานมาเรื่อย ๆ ลูกค้าก็ให้ทิป พอป้าแกเห็นหนูก็ต้องเอาหยอดกระปุกทุกครั้ง แต่พอสิ้นเดือนก็ไม่เห็นว่าแกจะเอาไปแบ่ง เหมือนแกจะเอาไปใช้คนเดียว หนูเคยจับกระปุกมันมีช่วงที่มันหนัก ๆ แล้วพอมาจับอีกรอบเบาเลย ไม่มีสักบาท ในร้านจะมีตำแหน่งแม่บ้าน ผู้ช่วยเชฟ เชฟ และเจ้าของร้านแค่นี้เลย แต่ไม่เคยได้ส่วนแบ่งเลยสักเดือนตั้งแต่ทำมา เวลาที่ป้าไม่เห็นหนูก็จะรีบยัดใส่เข้ากระเป๋า แล้วหลังวันที่ 27 มิถุนาที่ผ่านมา มีลูกค้าโต๊ะหนึ่งเช็คบิล พอได้บิลมาก็เอาไปให้ลูกค้า พอลูกค้าจ่ายเงินเสร็จก็ยื่นเงินให้หนูแล้วบอกว่า 40 บาท พี่ให้หนูนะ หนูก็ขอบคุณแล้วป้าแกก็เห็น แต่หนูอ้อมมาหลังเคาน์เตอร์แล้วรีบยัดเข้าใส่กระเป๋า แต่พอหนูหันไปหนูเห็นเชฟเขายืนมองอยู่ แต่เชฟเขาคือสามีป้าเขาเป็นคนฮอลแลนด์ แกก็ยืนมอง หนูก็ลนไปหมด สุดท้ายหนูก็เลยต้องหยอดใส่กระปุก หนูอยากรู้ว่าหนูผิดไหมที่หนูทำแบบนี้ มันดูเป็นเด็กไม่ดีไหม?’ ซึ่ง “ดีเจก็อตจิ” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘หนูอาจจะต้องไปสมัครงานที่อื่น เพราะร้านนี้ระบบมันไม่แน่ชัด มันเหมือนเป็นร้านอาหารครอบครัว เขาจะสั่งให้เราทำอะไรก็ได้ แล้วยิ่งเราเป็นเด็กเสิร์ฟคนเดียวด้วย มันค่อนข้างจะยากที่หนูจะไปต่อรอง ถ้าวันหนึ่งเขาไล่หนูออกขึ้นมา หนูจบเลยนะ พี่ว่ายังไงถ้าเป็นไปได้ หนูหาทางเลือกอื่นและไม่ต้องไปหวังกับเงินก้อนนั้นเลย’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จริง ๆ หลาย ๆ ร้านใช้ระบบทิปรวม แต่พอสิ้นเดือนเขาต้องหาร ถ้าหนูจะสู้เพื่อความถูกต้อง ก็กลั้นใจถามป้าไปเลยว่าสรุปมันคือทิปรวมหรือส่วนตัว แต่ถ้าไม่อยากปะทะในเมื่อเขาก็เรา เราก็ไม่จำเป็นต้องซื่อสัตย์กับเขา มันก็แล้วแต่ว่าดาจะเลือกทางไหน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘ถ้าเขาบอกว่าให้ทิปเรามันคือของเรา แต่ถ้าเขาใส่ไว้ในถาดหรือวางบนโต๊ะอันนั้นก็จะเป็นทิปรวม ไปตกลงกับป้าว่าบางทีที่เขาให้ทิปไม่ใช่เพราะอาหาร เขาเห็นว่าหนูเป็นเด็ก ถ้าป้าปฏิเสธทุกอย่างก็เทไปเลยวันที่ลูกค้าเยอะ ๆ ลาออกวันนั้นเลย ถ้าหนูบริการดีไปอยู่ร้านไหนก็มีคนให้ทิปแน่นอน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-