แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

06 ก.พ. 2026

แฟนทำงานร่วมกับทอม

ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ

แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง

ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน


 

          ‘คุณจูลี่’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนทำงานร่วมกับทอม แต่การกระทำบางอย่างของทั้งคู่ดูมีอะไรมากกว่าที่คิด

          ‘คุณจูลี่’ ได้เล่าว่า เธอนั้นได้คบกับแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 3 ปี และกำลังจะเข้าปีที่ 4 ในปีนี้ โดยแฟนไม่เคยมีประวัติการนอกใจ แฟนหนุ่มของคุณจูลี่นั้นเป็นคนที่ใจเย็น และจิตใจดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และเนื่องจากแฟนทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ทำโปรดักชั่นเป็นของตัวเอง จึงทำให้เวลารับงานก็ต้องมีทีมเพื่อน ๆ ไปด้วย เวลาออกจากบ้านไปทำงานก็จะต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับฟ้าก็มืด

          เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เธอได้ตามแฟนไปทำงาน เป็นการไปดูโลเคชั่นที่ต่างจังหวัด โดยมีทีมไปทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย คุณจูลี่ แฟนของคุณจูลี่ เพื่อนของแฟนคุณจูลี่ที่เป็นผู้ชาย 2 คน และเพื่อนของแฟนคุณจู่ลี่ที่เป็นทอม 1 คน ซึ่งเวลาที่คุณจูลี่ตามแฟนไปทำงานทีไรก็มักจะเจอกับเพื่อนทอมคนนี้อยู่เสมอ และในช่วงนี้ที่ได้รับโปรเจกต์ใหญ่มาทำ แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะติดต่อคุยงานกับเพื่อนทอมคนนั้นบ่อยกว่าปกติ เวลามีงานอะไรก็ตาม แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะให้เพื่อนทอมคนนี้มาช่วยเป็นคนแรก ๆ เสมอ ในระหว่างวันแฟนของคุณจูลี่ก็จะส่งแชทให้กับเพื่อนทอมคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณจูลี่ก็ได้บอกว่า แฟนของเธอนั้นก็ไม่ได้ปิดบังอะไรสามารถให้เปิดดูแชทได้เสมอ 

          คุณจูลี่ยังได้เล่าต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ไปดูโลเคชั่น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยคุณจูลี่ได้เล่าว่า มีช่วงที่คนในทีมเล่นมุกกันอย่างสนุกสนาน แฟนของคุณจูลี่ก็ไปจับหัวเพื่อนทอมให้หงายลง คล้ายว่าหยอกเล่นกัน ตัวคุณจูลี่ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้คุณจูลี่รู้สึกตกใจและเกิดความไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะไม่ต้องการทำให้เสียบรรยากาศ เนื่องจากตรงนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก

          นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่รู้สึกไม่สบายใจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งพักเบรก นั่งกินขนมกันอยู่นั้น ก็ได้มีพี่ผู้ชายในทีมถามเรื่องงานแต่งของเธอขึ้นมา สักพักเพื่อนทอมคนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ทำงานได้เงินมา มึงก็เอาไปลงกับกล้อง เอาไปลงกับอุปกรณ์จนหมดแหละกว่าจะได้แต่ง” พูดแบบนี้ซ้ำสองครั้ง เมื่อกลับกรุงเทพแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกันกลับไปยังบ้านของตัวเอง คุณจูลี่ก็ได้ไปกินข้าวกับแฟน จึงได้คุยกันว่าไม่โอเคกับการกระทำในเหตุการณ์นั้น แต่แฟนของคุณจูลี่ก็ได้ตอบกลับมาว่า ตนนั้นจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรแบบนั้นไปตอนไหน พร้อมบอกว่าไม่เคยมองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นผู้หญิงเลยสักครั้ง แล้วก็ได้แซวคุณจูลี่กลับว่าเธอหึงเขาหรอแล้วก็ขำขึ้นมาหลังจากแซว

          เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้คุณจูลี่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่าหากครั้งหน้าที่เธอตามแฟนไปทำงาน ควรพูดกับแฟนแบบไหนดีให้แฟนคิดเรื่องนี้ได้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าเขาสนิทกันมากเกินไปจนไม่มีเวลาแบ่งมาให้เธอ

          หลังจากฟังเรื่องราวของคุณจูลี่จบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ที่ได้กล่าวว่า “หนูก็แค่วางตัวเป็นแฟนที่น่ารักตามปกติ เพราะหนูเป็นแฟน และเขาเป็นเพื่อนแค่นั้น เข้าใจความรู้สึกของจูลี่นะ แต่ใด ๆ ทั้งหมดต้องมองด้วยภาพรวม จูลี่อาจจะไปโฟกัสที่เป็นจุดเล็ก ๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ แต่ก็ไปแหกจนมันใหญ่จนมันหนักกับตัวเรา แต่อยากให้มองภาพรวม ๆ ทั้งหมด แล้วก็ไม่ต้องไปนั่งจับผิด ความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ไปขนาดนั้นก็ได้”

          ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรในเชิงนั้นเลย แต่บางครั้งคนเราอยู่ด้วยกันมันไม่ได้ถูกตัดสินด้วยความผิดหรือถูก หรือด้วยเหตุผลเสมอไป ทั้งหมดทั้งมวล ก็ระวังเรื่องการวางตัวนิดนึง เราแค่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ อีกฝ่ายมีความสุข ถ้าเราจะพอยอมให้กันได้บ้างบางเรื่อง มันก็จะอยู่รอดกันไปจนแก่จนเฒ่า คนเรามันก็ต้องมีมุมงี่เง่าบ้างแหละสักนิดสักหน่อย”

          สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เพื่อนแฟนก็ต้องวางตัวดี ๆ ด้วย ละประโยคที่เพื่อนแฟนพูดว่า “มึงก็เอาเงินไปซื้อกล้องแล้วก็ไม่ได้แต่งสักที” เหมือนเขาเข้าข้างเรามั้ย แบบว่าอยากให้รีบแต่ง แต่เรารู้สึกไม่ชอบเขาไปแล้ว เราไม่ต้องตามไปที่ทำงาน ไม่ต้องไปเห็น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา จากข้อมูลที่พี่ฟังนะ เรื่องทั้งหมดนี้สำหรับพี่ไม่สามารถมองว่าแฟนผิดได้เลย เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ถ้าจูลี่คิดจะจับ จูลี่ต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ แต่การจับต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่งั้นเราจะกระวนกระวายใจอยู่คนเดียว แล้วการทนทุกข์ของจูลี่จะมีผลต่อความสัมพันธ์กับแฟน แต่ถ้าสมมติมีอะไรจริง ๆ มันจะมีหลักฐานมากกว่านี้ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีข้อดีมาก ทำไมถึงไม่อยากรักษาความสัมพันนี้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แม้ไม่ได้ลึกมาก แต่ก็สะกิดให้เป็นแผลถลอกได้นะ มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราให้เกียรติในการทำงานเขา คนเราสามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะกันได้นะ ถ้าเราเข้าใจกันและกัน ความเข้าใจสำคัญที่สุดจูลี่”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่า เพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขา แต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกาย แต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ

31 ก.ค. 2026

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่า เพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขา แต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกาย แต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ

ยอมเป็น FWB ของแฟนเก่าเพราะอยากอยู่ในสถานะไหนก็ได้ขอแค่ได้อยู่ในชีวิตเขาแต่ความจริงแล้วหนูไม่ได้ต้องการแค่ร่างกายแต่อยากได้ใจเขาคืนมาด้วยค่ะ ‘คุณฟ้า (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 กรกฏาคม 2569) ได้โทรมาปรึกษา ‘ดีอ้อม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเสนาหอย' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นยอมเป็น FWB แฟนเก่า แต่ก็ยังรักและอยากให้เขากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิม ‘คุณฟ้า (นามสมมุติ)’ อายุ 23 ปี เล่าว่าเธอคบกับแฟนมาครึ่งปี ซึ่งเป็นแฟนคนแรกที่คบจริงจัง ต้องเลิกกันทั้งที่เธอยังรักเขาอยู่ แต่เขากลับไม่ได้คิดเหมือนกัน หลังจากเลิกกัน ทั้งคู่ยังคงมีสัมพันธ์ทางกายกัน ทำให้เธอได้รู้ว่าเธอไม่ได้ต้องการเพียงร่างกาย แต่ต้องการหัวใจเขาคืนมาด้วย คุณฟ้าได้เปิดใจคุยกับเขาว่าเธอยังรักเขาอยู่ และอยากให้ความสัมพันธ์กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อีกฝ่ายกลับบล็อกเธอไป ปัจจุบันนี้เขามีความสัมพันธ์เชิง FWB กับคนอื่น ด้านคุณฟ้าเองก็ยังคงพยายามที่กลับไปอยู่ในชีวิตเขาอีกครั้ง คุณฟ้าเล่าว่า ได้รู้จักกับแฟนคนนี้ผ่านแอปหาคู่ ซึ่งเขามีอายุน้อยกว่าคุณฟ้า 2 ปี เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ในช่วง 3 เดือนแรกที่คบกันเป็นแบบ Long distance relationship อยู่ห่างกันประมาณ 200 กิโลเมตร ได้เจอกันประมาณอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ซึ่งในช่วงนั้นคุณฟ้ารู้สึกว่าเป็นสัมพันธ์ที่ดี เข้ากันได้ดีมาก ราบรื่นดีไปเสียทุกอย่าง จนคุณฟ้ารู้สึกรักผู้ชายคนนี้มาก ๆ ด้วยทั้งทัศนคติ ความคิด คำพูดของเขาที่โตกว่าช่วงวัย หลังจากนั้น แฟนก็เปิดเทอมเข้ามาเรียนที่กรุงเทพ ด้านคุณฟ้าเองก็ย้ายเข้ามาหางานในกรุงเทพเพื่อที่จะได้อยู่กับเขา ตามที่คุยกันไว้ หลังจากที่ลองเข้ามาอยู่ด้วยกันได้เพียงเดือนเดียว เธอได้พบปัญหาหลาย ๆ อย่าง ได้รู้ว่าทั้งคู่โตกันมาคนละแบบ ความคิดต่างกัน พอได้มาอยู่ด้วยกันจากความสัมพันธ์ที่เคยดีมาก ๆ กลับเริ่มมีการทะเลาะผิดใจกัน ในมุมของคุณฟ้าคิดว่ามันปกติมากกับการที่ต้องปรับเข้าหากัน มีการทะเลาะ มีปากเสียงกันบ้างในช่วงแรกของการใช้ชีวิตร่วมกัน แต่แฟนกลับคิดว่าการย้ายมาอยู่ด้วยกัน ความสัมพันธ์ควรจะดีขึ้น รักกันยิ่งขึ้น พอไม่เหมือนที่คิดเขาดูจะผิดหวัง จากความสัมพันธ์ที่เคยรักกันมาก กลับกลายเป็นว่าทุกอย่างจืดจางลง หลังจากนั้นคุณฟ้าได้งานในกรุงเทพ ระยะทางค่อนข้างห่างจากหอที่มหาวิทยาลัยของแฟน จึงย้ายออกมาอยู่หอตัวเอง กลับไปเจอกันเพียงอาทิตย์ละครั้งเหมือนเดิม คุณฟ้าคิดว่าทุกอย่างคงจะดีขึ้น มีระยะห่างกันบ้างเหมือนช่วงแรกที่คบกัน แต่ครั้งนี้ทั้งคู่ยังคงทะเลาะ มีปัญหากันเหมือนเดิม เรื่องเกิดล่าสุดคือช่วงวันช่วงครบรอบ ในวันนั้นทั้งคู่มีความสุขกันมาก แฟนมาหาคุณฟ้าพาไปดินเนอร์ กะหนุงกะหนิงตามประสาคู่รัก ไม่มีสัญญาณที่จะเลิกกัน จนกระทั่งวันถัดมามีปากเสียงกัน เพราะคุณฟ้านัดแฟนไปเที่ยวห้างแห่งหนึ่ง และเธออยากกินชาบูซึ่งราคาค่อนข้างสูง ด้วยที่เขาเป็นเด็กมหาวิทยาลัยทำให้จ่ายไม่ไหว เธอจึงเสนอที่จะออกให้ แต่เขาก็ปฏิเสธ จากนั้นทั้งคู่ก็ตัดสินใจที่จะแยกย้ายกัน คุณฟ้าไปกินชาบูคนเดียว ด้านแฟนหนุ่มไปรอรถเมล์เพื่อกลับบ้าน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เธอก็ทักไปถามแฟนว่า เขาถึงหอหรือยัง สรุปว่าเขายังไม่ได้ขึ้นรถเมล์ คุณฟ้าจึงรีบวิ่งไปหาเพื่อรอรถเป็นเพื่อน ด้วยความซุ่มซ่ามเธอจึงสะดุดล้มและกระทบกับแผลเก่าที่เคยขาหักทำให้เจ็บมาก แต่เธอก็ดั้นด้นที่จะไปหาแฟนเพราะกลัวรถมาก่อนแล้วจะไม่ได้เจอกัน เมื่อเห็นว่าเขาเหนื่อยล้าจากการที่รอรถมาเป็นเวลานาน คุณฟ้าทักแฟนด้วยน้ำเสียงสดใสว่า “รอรถเป็นอย่างไรบ้าง” แฟนกลับหันมาพูดนิ่ง ๆ ใส่ว่า “อย่าเสียงดังได้ไหม” คุณฟ้าเข้าใจว่าเขาอาจจะเหนื่อย จึงยืนพัดให้เขาขณะที่ตัวเองเหงื่อท่วม ระหว่างนั้นคุณฟ้าก็บ่นเรื่องที่ล้ม แต่เขากลับนั่งเล่นโทรศัพท์ ไม่ได้ท่าทีเป็นห่วงเลย ถัดมาคุณฟ้าได้เสนอให้แฟนไปนอนห้องเธอก่อนในคืนนี้ เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรอรถเมล์เพราะกว่ารถจะมาก็นาน และกว่าจะถึงที่พักเขาก็อีกเป็นชั่วโมงเลย แฟนก็ปฏิเสธบอกว่าเหนื่อยต้องการจะกลับห้องไปนอน ด้วยความน้อยใจเธอจึงได้บอกเลิกเพื่อประชดเขา ซึ่งปกติเคยพูดกันอย่างนี้อยู่แล้ว ผ่านไปไม่ถึงวันก็จะกลับมาคืนดีกัน แต่ครั้งนี้ต่างกันออกไปเพราะแฟนพิมพ์กลับมาหาคุณฟ้าว่า “อยากจะเลิกเหมือนกัน” จนผ่านไป 3 วัน เขาก็ยังไม่ติดต่อมา ไม่มีสัญญาณของการง้อเหมือนอย่างเคย คุณฟ้าเป็นฝ่ายที่ทนไม่ไหวและทักไปหาเขาว่า “ขอโทษนะ ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนี้ ที่บอกเลิกไปไม่ได้อยากจะเลิกจริง ๆ แค่อยากให้เธอรู้สึกกับสิ่งที่เธอทำกับเค้า อยากให้เธอ Realize ในสิ่งที่เธอทำกับเค้า” หลักจากเลิกกันคุณฟ้าก็พยายามที่จะทักไปง้ออยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่อยากที่จะกลับมาเลย ด้านคุณฟ้าอยากเจอตัวแฟน เธอคิดว่าคงดีกว่าง้อด้วยแชต จึงเสนอเรื่องสัมพันธ์ทางกายเพื่อให้ได้เจอกัน เพราะเขาค่อนข้างจะชอบเรื่องนี้ จากนั้นเขาก็รับปากที่จะเจอ หลังจากกลับมามีสัมพันธ์ทางกายกันได้ประมาณ 2 อาทิตย์ มีอยู่คืนหนึ่งหลังจากเสร็จกิจ คุณฟ้านอนร้องไห้กอดเขา และเปิดใจพูดไปว่า “จริง ๆ แล้วยังรัก พอมีโอกาสไหมให้กลับมา” เขาตอบว่า “มีโอกาส” คุณฟ้าจึงร้องขอให้เขาตัดคนอื่นที่คุยจากแอปหาคู่ออกไปจากชีวิต ยังไม่ต้องกลับมามีสถานะกันก็ได้ เพียงแค่เธอไม่ต้องการให้มีคนอื่นในความสัมพันธ์ ในคืนนั้นเขาได้ลบแอปหาคู่เพื่อให้เธอสบายใจว่าจะไม่คุยกับคนอื่น แต่วันถัดมาเขากลับทักมาบอกว่า "เค้าคิดว่าที่เลิกกันดีแล้ว" จากนั้นเขาก็ได้บล็อกคุณฟ้าไป เรื่องราวที่เล่ามานั้นเพิ่งมาได้อาทิตย์เดียวเท่านั้น คุณฟ้าเล่าเสริมว่า ในช่วงที่คบกันเธอค่อนข้างปล่อยตัว จึงคาดว่าอาจเพราะเหตุนี้ด้วยที่ทำให้เขาอยากเลิก จึงอยากพยายามพัฒนาตัวเองให้สวยขึ้นเผื่อวันหนึ่งกลับไปง้อแล้วเขาจะหันกลับมามองคุณฟ้าบ้าง คุณฟ้าตั้งคำถามว่า ในตอนนี้ยังรู้สึกรักเขามาก ควรรอเขาไหม หรือควรใช้ชีวิตต่อไปโดยที่ไม่รอเขาแล้ว แล้วหากเลือกที่จะไม่รอเขาควรเปลี่ยน Mindset อย่างไรให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้ เพราะสำหรับเธอเรื่องนี้หนักมาก ๆ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดดีเจได้เริ่มให้คำแนะนำโดยเริ่มจาก ‘ดีเจเสนาหอย’ กล่าวว่า "จากที่ฟังมองว่าในความสัมพันธ์นี้คุณฟ้าจะเหนื่อย การที่เรารักใครคนหนึ่งแล้วจะต้องอดทน ต้องเปลี่ยน ในขณะที่อีกฝ่ายไม่ได้ปรับเข้าหากันเลย เราจะเหนื่อยมาก และคุณฟ้าอาจไม่ใช่คนเดียวสำหรับเขา เขาอาจมีคนอื่นที่รู้สึกสบายใจกว่าที่จะอยู่ด้วยกัน ในเรื่องความรักความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายต้องเท่า ๆ กัน หากต้องเปลี่ยนเพื่อให้ใครมาชอบ เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะชอบไปอีกนานแค่ไหน ถ้าเราไปจากเขาได้ ในอนาคตอาจมีใครสักคนที่ทำให้คุณฟ้ามีความสุขได้โดยที่ไม่ต้องพยายาม การที่ต้องใช้ความพยายามเพื่อความรักหากมันไม่ใช่ เราจะเสียดายเวลานั้นมาก" นอกจากนี้ ดีเจเสนาหอยยังได้แชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มเติมว่า "พี่เองก็เคยทำทุกอย่าง เปลี่ยนตัวเองทุกสิ่งเพื่อให้เขาหันมารัก แต่ในท้ายที่สุดเขาไม่รัก เราจะเหนื่อยมาก ลองคิดดี ๆ ว่าเรายอมจะเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตเขาจริง ๆ หรือเปล่า ความรักต้องทำให้เรามีความสุขไม่ใช่เราต้องทำเพื่อใครฝ่ายเดียว" ถัดมาที่ ‘ดีเจอ้อม’ กล่าวว่า "ไม่ว่าคุณฟ้าจะกลับไปคบคนเดิมหรือเริ่มต้นใหม่กับใครก็อยากจะให้เปลี่ยนอย่างหนึ่งนั่นคือ ‘เมื่อทะเลาะกันบอกเลิกเพื่อประชด’ ดีเจอ้อมอยากให้หยุดเพราะสิ่งนี้ไม่ปกติ อย่าทำให้สิ่งผิดปกติเป็นเรื่องปกติเพียงแค่เพราะใคร ๆ เขาก็ทำ ไม่ชอบอะไรจงบอกเขาว่าไปไม่ชอบ แต่ไม่ใช่การเอาแต่ใจหรือบอกพร่ำเพรื่อ" และดีเจอ้อมถามคุณฟ้ากลับว่าหากมีคนนำเนื้อเรื่องแบบเดียวกันมาปรึกษา คุณฟ้าจะให้คำปรึกษาอย่างไร คุณฟ้าตอบว่า "คงแนะนำให้เขากลับมารักตัวเอง ใช้ชีวิตตัวเองต่อไปโดยไม่ต้องยึดติดกับผู้ชายคนนั้น ตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี การพัฒนาตัวเองก็ทำเพื่อตัวเองไม่ใช่คนอื่น ตั้งใจดูแลตัวเอง นำความรักที่เคยให้ผู้ชายคนนั้นกลับมาให้ตัวเอง" ดีเจอ้อมเสริมต่อว่า พอคุณฟ้าเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่น ก็คิดได้ทุกอย่างเลย เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่เมื่อมองเรื่องของคนอื่นทุกอย่างจะง่ายเสมอ ดีเจอ้อมอยากให้คุณฟ้ารักตัวเอง เมื่อรักใครแรก ๆ ก็จะถอนตัวออกมายากมาก แต่คุณฟ้าจะทำได้ในสักวัน และดีเจอ้อมยังกำลังใจให้คุณฟ้าอีกด้วย ถัดมาที่ ‘ดีเจเติ้ล’ กล่าวว่า "ความรักมันไม่ง่าย กว่าจะได้พบกับคนที่เข้ากันดีทุกอย่าง คนที่จะอยู่กับเราไปได้ตลอด รับข้อดีข้อเสียของกันและกันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย จากกรณีของคุณฟ้าที่ได้รู้จักแฟนคนนี้จากแอปหาคู่ยิ่งยากขึ้นไปอีก สำหรับพี่มองว่าความต้องการของคุณฟ้าและแฟนไม่เท่ากัน รักของทั้งคู่ไม่เท่ากัน แรก ๆ ความสัมพันธ์ยังดีเพราะไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน และมองว่าแฟนอาจไม่ได้อยากจะมีความรักจริงจังเท่ากับที่คุณฟ้าทุ่มเทให้เขา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่คุณฟ้าทุ่มเทให้ความรัก เพียงแต่เขาอาจไม่ได้ต้องการขนาดนั้น ยิ่งในวันที่เขาไม่ได้ต้องการ การกระทำของเราจะยิ่งดูรุงรังสำหรับเขา การที่คุณฟ้าบอกว่าอยากกลับไปเพื่อที่จะเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตเขา พี่มองว่าสามารถทำได้ แต่อย่าทำเลย เพราะเขาอาจไม่กลับมา ต่อให้กลับมาก็ไม่ยั่งยืน ในวันนั้นคุณฟ้าอาจรู้สึกแย่กว่าตอนนี้เสียอีก การยื้อเขาไว้ไม่มีประโยชน์ เอาเวลามารักตัวเองดีกว่า จากที่คุณฟ้าคาดว่าเขาเลิกเพราะไม่สวยหรือเปล่า นั่นคือการตั้งคำถามกับคุณค่าของตัวเองแล้ว ซึ่งพี่มองว่ามันไม่ใช่ เพียงแค่เขาไม่ชอบคนแบบคุณฟ้า เขาอาจแค่อยากเรียนหนังสือก่อน เจอกันเป็นครั้งคราวสนุกสนานกันเท่านั้น แต่หากจริงจังเขาอาจไม่ต้องการ ตอนนี้เรารู้ว่าเขาอยากเลิกและไม่ชอบพฤติกรรมบางอย่างที่เราทำให้เรียนรู้จากสิ่งนี้ รักตัวเองให้มาก จากที่คุณฟ้าบอกว่าอยากดูแลตัวเองก็สามารถทำได้เลย และรอคนถัดไปเพื่อมีความรักครั้งใหม่ เอาสิ่งที่เคยผิดพลาดไปแก้ไขกับคนหน้า ในอนาคตหนูอาจโชคร้ายโดนเขาเทอยู่ดีแต่มันก็ไม่เป็นไร รอไปจนกว่าจะเจอคนนั้น เพียงแค่อย่าตั้งคำถามกับคุณค่าในตนเอง" นอกจากนี้ดีเจอ้อมยังเสริมว่า "อยากให้คุณฟ้ากลับมารักตัวเอง ไม่ว่าจะเจอกับใครอีกกี่คน คุณฟ้าจะมีความสุข และคุณฟ้าจะได้เจอความทุกข์นะ แต่จะมีสติกว่านี้ ไม่ใช่ยอมเป็นเบี้ยให้ใครก็แล้วแต่ เดี๋ยวเราจะไม่มีค่า คุณฟ้ามีค่านะ" ดีเจเติ้ลทิ้งท้ายไว้ว่า "ถ้าทรมานมาก ทนไม่ไหวจริง ๆ ก็เอาให้เต็มที่ และในสักวันหนึ่งคุณฟ้าจะรู้ตัวเองว่าควรพอ" ดีเจทั้งสามท่านพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “คุณฟ้าจะผ่านมันไปได้อย่างแน่นอน” รายการพุธทอล์คพุธโทรขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คุณฟ้าเข้มแข็งขึ้น และมอบความรักให้กับตัวเองได้มากขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้ แม้ความรักครั้งนี้จะทำให้เจ็บปวดหัวใจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว อาจจะมีแค่เราคนเดียวเท่านั้นที่ดูแลหัวใจของเราได้นะคะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเรา แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลง เคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัว แฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่!

08 พ.ค. 2026

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเรา แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลง เคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัว แฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่!

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเราแต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลงเคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัวแฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่! ‘คุณปิงปิง (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เรื่องที่แม่แฟนอยากมาอยู่ด้วย แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพพื้นที่ของเรา ‘คุณปิงปิง (นามสมมุติ)’ อายุ 26 ปี ได้เล่าว่า “หนูกับแฟนคบกันมา 7 ปี ตอนนี้อายุ 26 ปี หนูตัดสินใจซื้อบ้านแล้วมาอยู่ด้วยกัน แต่บ้านหลังนี้เป็นชื่อหนูและหนูกู้เอง จ่ายเองคนเดียว ส่วนเรื่องค่ากิน น้ำ ไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็ให้แฟนช่วยออกในส่วนตรงนั้น ตอนที่ได้บ้านมาแฟนก็ไปบอกกับทางแม่เขา และดันไปถามแม่ว่าอยากมาอยู่ด้วยกันมั้ย โดยที่ไม่ได้ปรึกษาหนูก่อนเลย หนูก็เลยคุยกับเขาว่า แบบนี้ไม่โอเคนะ หนูอยากให้เราอยู่ด้วยกันสองคนแบบส่วนตัวมากกว่า แฟนก็เลยเสียหน้า เสียใจ และต้องโทรไปปฏิเสธแม่ ซึ่งทำให้ทางแม่เขาจึงไม่พอใจ และว่ากลับมาว่า “แม่คนเดียวทำไมเลี้ยงไม่ได้” จริง ๆ มีปัญหาเกิดก่อนที่จะซื้อบ้านหลังนี้แล้ว หนูถามเขาแล้วว่าให้เขาช่วยกู้ร่วมกัน ผ่อนร่วมกันได้มั้ย แต่ครอบครัวแฟนและแฟนไม่เอากลัวว่าจะมีปัญหาตอนเลิกกัน และอยากเก็บเครดิตไว้กู้ซื้อบ้านให้แม่ของเขา หนูเลยตัดสินใจกู้ และผ่อนบ้านหลังนี้แค่คนเดียว หลังจากย้ายมาอยู่บ้านใหม่ได้ไม่นาน ประมาณ 1-2 เดือนที่แล้ว แม่แฟนจะมาหาพี่สาวแฟนในจังหวัดที่หนูอยู่ แฟนบอกกับหนูว่าแม่แค่มาเที่ยว แต่เขาขนของมาเหมือนกับว่าจะมาค้างนาน ซึ่งทั้งหมดนี้หนูเห็นผ่านกล้องวงจรปิด ว่าแม่เขามาที่บ้านของหนูแบบที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าเลย หนูก็โทรหาแฟนตอนนั้นเลยว่า “ทำไมมีของมาด้วย ไหนแม่บอกว่าแค่มาเที่ยว” แฟนก็ตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน” เขาก็เลยถามแม่ตอนนั้น แม่ก็บอกว่า “ตั้งใจจะมาอยู่ด้วย จนกว่าหลานจะเปิดเทอม” ซึ่งมันก็อีกเดือนกว่าเลย พอเขาพูดแบบนี้หนูเลยพูดกับแฟนว่า ให้มาอยู่ได้ แต่ข้าวปลาอาหารหนูดูแลให้ไม่ได้ เพราะหนูก็ต้องทำงาน ส่วนค่าน้ำค่าไฟ แฟนก็ต้องซัพพอร์ตด้วยนะ แฟนหนูก็โอเค แต่แม่เขาได้ยินแล้วดันไม่พอใจ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ออกไปนะคะ เขานั่งอยู่ในบ้านหนู และต่อว่าหนูให้แฟนหนูฟังว่า ไม่โอเคกับการกระทำของหนู และร้องไห้เสียใจ บอกว่าหนูไม่เอาทางบ้านเขา จะเอาแค่แฟนอย่างเดียว แต่แฟนเราดันนั่งเงียบ ไม่ได้โต้ตอบอะไรแม่ไปเลย จริง ๆ หนูให้เขามาอยู่ด้วยได้ แต่หนูไม่โอเคที่เขามาแบบไม่บอก เขารู้นะคะว่านี่บ้านหนู แต่เขาคงคิดว่า แฟนหนูอาจจะช่วยผ่อน หรือช่วยค่าใช้จ่ายอะไรอยู่บ้าง แต่จริง ๆ หนูจ่ายคนเดียว พวกค่าอาหาร และของใช้เรากับแฟนก็หารกันปกติ เพราะเขาก็มีภาระในการผ่อนรถของเขา แต่สุดท้ายวันนั้น แม่เขาก็เก็บของออกไปจากบ้าน ไม่ได้มานอนค้างด้วย และเมื่อหนูกลับบ้าน แฟนก็ตึงใส่หนู หนูจึงอธิบายให้ฟังว่า หนูไม่ได้อะไรกับบ้านเขา แค่ยังไม่พร้อมรับแขก เพราะแม่ไม่ได้มาคนเดียว แต่พาหลานมาด้วย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่แฟนก็มาโดยที่ไม่ได้บอกทั้งหนูและแฟน ทั้งที่หนูไม่ได้อยู่บ้านด้วยซ้ำ เพื่อพาหลานมานั่งเล่นที่บ้านหนู จึงอยากปรึกษาว่า จะคุยกับแม่แฟนให้เขาทำตามข้อตกลงที่เราคุยกันยังไง เพราะเวลามีปัญหา แฟนหนูอยากตัดปัญหาด้วยการเลิกกับหนู แล้วจะพาแม่เขาออกไป จะได้ไม่ทำให้หนูลำบากใจ ซึ่งหนูไม่ต้องการเลิก และไม่ได้กีดกันแม่ แค่ต้องการให้ทำตามข้อตกลง ก่อนจะมาหาอยากให้เขาบอกหนูก่อน แฟนหนูบอกว่า เขาเลือกหนูไม่ได้อยู่แล้ว เขาต้องเลือกครอบครัวเขา เขาพูดกดดันแบบที่หนูต้องยอมเท่านั้น" เริ่มด้วยคำปรึกษาของ ‘ดีเจอั๋น’ ว่า “พี่เข้าใจปิงปิงมาก และพี่ว่าเรารับมือได้ดีพอสมควร แต่มันก็มีผู้ใหญ่แบบนี้อยู่จำนวนไม่น้อย ที่มีความคิดว่าลูกต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ทั้งที่ไม่ได้ดูเลยว่าลูกเลี้ยงตัวเองได้หรือเปล่า แต่ที่สำคัญคือคนกลาง นั่นคือแฟนเรา เราต้องคุยกับแฟนเราให้เข้าใจก่อน เรื่องการเคารพสิทธิในการอยู่ร่วมกัน ถ้าเขาเข้าใจจริง ๆ แล้วเขาอธิบายกับแม่ แม่เขาควรจะรู้ด้วยว่าสิทธิตั้งแต่ต้นในบ้านหลังนี้เป็นของปิงปิง บอกเขาไปเลยว่าฉันไม่ได้ต้องการจะเลิกกับเธอ แต่มันก็เป็นเรื่องปกตินะ ที่ฉันจะอยากมีเวลา หรือมีพื้นที่ที่ควรจะมีแค่เราสองคน แต่บ้านหลังนี้ก็เปิดรับทุกคน ไม่ว่าจะครอบครัวเธอ หรือครอบครัวฉัน ฉันแค่ต้องการให้บอกกันก่อน เพราะยังไงบ้านหลังนี้ มันคือพื้นที่ของเรา เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหนึ่งก็คือ ยังไงก็ตามฉันขอเป็นเจ้าของสิทธิบ้านหลังนี้มากกว่าเธอนิดหน่อยแล้วกัน เพราะบ้านหลังนี้ฉันกู้คนเดียว เมื่อเข้าใจกันแล้ว ค่อยไปคุยกับแม่เขาต่อ แต่ยืนยันให้ชัดเจนไปเลยว่า ไม่โอเคกับใครทั้งสิ้นที่จะย้ายมาอยู่ด้วย ถ้านั่นคือเงื่อนไขของเรา” ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้มันมีได้ แต่คนกลาง ต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ก็อยู่ฝั่งเรา แต่เขาชัดเจนแล้วว่าเขาเลือกแม่ เหลือแค่ว่า ปิงปิงจะโอเคมั้ย และพี่เห็นด้วยกับพี่อั๋นลองไปคุยกันดูด้วยน้ำเสียงใจเย็นแบบผู้ใหญ่ก่อน ลองดูค่ะ” ปิดด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “พี่ว่าปิงปิงเป็นคนมีเหตุผลนะ หนูได้พยายามอธิบาย และพยายามประคองความรักนี้แล้ว แต่เห็นด้วยกับพี่หอมว่าไม่ว่าจะพูดไปเท่าไหร่ แม่เขาก็ไม่ฟัง สำหรับเขา การที่ปิงปิงไม่ยอมรับเขานั่นคือปิงปิงผิด พี่กลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายแล้ว เขาก็จะมาอยู่บ้านกับปิงปิงนี่แหละ แล้วปิงปิงจะต้องยอม และเห็นด้วยกับพี่อั๋นว่า ให้ชัดเจนไปเลยว่า ไม่โอเคที่แม่จะมาอยู่ด้วย สุดท้ายพี่ว่าต้องพูดให้เขาเคารพสิทธิตรงนี้ของเรา ในเมื่อเขาปฏิเสธว่าเขาไม่อยากกู้ร่วมกับเรา ก็ต้องยอมรับ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย” แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อย แต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆ

23 ก.ย. 2025

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย” แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อย แต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆ

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย”แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อยแต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆแต่แฟนมาสารภาพเรื่องนี้ก่อนที่หนูจะถามเขาเรื่องนี้ ตอนนี้ความไว้ใจที่หนูมีให้กับเขามันหายไปเยอะมาก เจอแบบนี้หนูจะยังไว้ใจแฟนเหมือนเดิมได้อยู่ไหม?ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงคะ ถ้าเจอแฟนมาสารภาพแบบนี้ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 23 สายที่ 2 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [17 ก.ย.68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนไปรับไปส่งแฟนเก่ากินข้าว เพราะเขาอ้างว่าไม่มีรถ โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มีอยู่วันนึง ที่แฟนบอกว่า จะไปทำบุญ แล้วไปกินข้าวกับเพื่อนที่ห้องเพื่อนต่อ ห่างจากที่พักของเขาประมาณสิบกว่าโล เราก็ไม่ได้อะไร พอประมาณสักสามทุ่ม แฟนเราก็ทักมาบอกอีกว่า เดี๋ยวจะพาเพื่อนไปซื้อของนะ หนูเลยถามเขาว่า ไปซื้อที่ไหน ซึ่งเขากลับไปซื้อของตรงที่บ้านพักเขา มันต้องย้อนกลับมาถึงสิบโล เพื่อที่จะพาเพื่อนมาซื้อ เราก็รู้สึกว่า ทำไมมันต้องย้อนกลับมาขนาดนั้น ของแถวนั้นก็น่าจะมี พอเปิดดูจีพีเอส รถของแฟนก็ขับวนๆไม่ไปไหน ไม่จอด ไม่ถึงสักที หนูก็เลยโทรไปหา แต่ก็ไม่รับโทรศัพท์ เลยกดโทรอีก สักพักเขาก็รับสาย บอกว่า ‘กำลังซื้อของอยู่ เดี๋ยวจะกลับห้องเพื่อนแล้ว’ พอแฟนถึงห้องเพื่อน ก็รีบโทรกลับมาหาเรา หนูก็ถามเขาว่า ‘ไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้ขับรถวนๆ’ ต้องยอมรับว่าจริงๆตอนนั้นก็เริ่มที่จะสงสัยแล้ว ยิ่งได้ยินเหตุผลที่เขาสารภาพออกมาว่า เขาไปรับแฟนเก่ามากินข้าว เราก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเหตุผลแบบนี้ แฟนก็เลยเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานเพื่อนของแฟนเก่าทักมาบอกว่า แฟนเก่าเขาจะมาทำธุระที่นี่ ช่วยติดต่อเบอร์รถที่จะกลับกรุงเทพให้หน่อยได้มั้ย เขาก็เลยให้เบอร์รถไป แต่แชททั้งหมดเป็นกลุ่มที่มีเพื่อนของแฟนเก่าเขาอยู่ในนั้นด้วย แล้วเหมือนแฟนเก่า ก็ชวนแฟนเราให้ออกไปกินข้าว เพราะเขาไม่มีรถที่จะออกไป แฟนเราก็ไป แต่บอกหนูว่า พาเพื่อนไปซื้อของ สุดท้ายก็สารภาพออกมาหมด เพราะไม่อยากโกหก เขาก็ขอโทษ ผิดพลาดไปแล้ว หลังจากนั้นก็รีบจัดการบล็อกแฟนเก่า แล้วก็ลบกลุ่มนั้นออกไปตามที่เราบอก และคำพูดที่แฟนเราพูด คือ เขาไม่ได้นอกใจ แค่สงสารผู้หญิงคนนั้น ที่ไม่มีรถ ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หนูให้อภัยเขา แต่ก็ยังระแวงอยู่ดี หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า คนเราสามารถผิดพลาดเรื่องนี้ได้ใช่มั้ย? หนูควรจัดการความรู้สึกตนเองยังไงดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าทำผิดได้มั้ย ก็ได้แหละ แต่ลักษณะเป็นเหมือนการกึ่งยิงกึ่งผ่าน คนที่มันใจเตลิดไปแว้บนึง แล้วก็ลองๆดูว่ามันจะเป็นยังไง แฟนเราดูเป็นคนที่ทำผิดแล้วล่ก กับสิ่งที่ตนเองทำ สุดท้ายก็กลับมามอบตัว เขาจะทำผิดอีกมั้ย ตอบไม่ได้หรอก เพราะเราไม่รู้อนาคต การคบกันมีความเสี่ยงอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ฟ้าแค่คุยกับตัวเองพอว่า ยังอยากจะให้โอกาสเขา และตัวเอง กับคนๆนี้อยู่มั้ย เรื่องแผลในใจมันมีอยู่แล้วแหละ มันก็จะติดไปตลอด แต่พอเวลาผ่านไปมันจะพิสูจน์ด้วยตัวมันเอง ไม่อะไรตอบเราได้เลย นอกจากให้โอกาส’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แฟนฟ้าตั้งใจโกหก เขามีความสุขเล็กๆที่อยู่ในใจในการที่จะได้เจอแฟนเก่า เพราะฉะนั้น ไม่เชื่อใจได้เลย เต็มที่มันไม่ผิดอะไร อย่าไว้ใจ 100% ขนาดนั้น ลองให้โอกาสได้ แต่อย่าให้มีอีกครั้ง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘การวนรถเราก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าวนเพราะอะไร มันคือการอยากอยู่ด้วยกันนานๆ มันคือเจตนาไม่มีบริสุทธิ์ใจ เป็นการทำผิดที่ไม่เชี่ยวชาญ เขาไม่ได้มอบตัวก่อน แต่เพราะเรามีหลักฐาน เขาเลยสารภาพ ให้อภัยได้ เพราะเป็นความผิดครั้งแรก แต่จำไว้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เราต้องบอกให้เขาชัดเจน ถึงความผิดของเขา อย่าเอาความระแวงไปทะเลาะกัน เพราะฟ้าให้โอกาสเขาแล้ว ถ้าจับได้อีกครั้งก็คือเลิก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

02 เม.ย. 2026

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ!

ผมอยากรณรงค์ให้คนที่ขับขี่บนท้องถนนระมัดระวังคนที่ข้ามทางม้าลายมากกว่านี้ทำเพื่อลดอุบัติเหตุกันเถอะนะครับ! ‘คุณกีต้าร์’ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ตนนั้นเพิ่งเฉียดการเกิดอุบัติเหตุกับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับการรณรงค์ให้ผู้ที่ขับขี่บนท้องถนน ระมัดระวังคนที่กำลังข้ามถนนบนทางม้าลาย ‘คุณกีต้าร์’ เล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเย็นของวันที่ผ่านมา ในจังหวะที่คุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังจะเดินข้ามถนนตรงทางม้าลายที่หน้ามหาวิทยาลัย รถยนตร์ทุกคันเมื่อเห็นว่าคุณกีต้าร์กับเพื่อนกำลังรอข้ามทางม้าลาย ก็พากันชะลอเพื่อหยุดรถ เมื่อคุณกีต้าร์กับเพื่อนเห็นเช่นนั้นจึงได้รีบพากันเดินข้ามถนนอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเดินมาถึงเลนสุดท้ายของถนน จู่ ๆ ก็ได้มีคุณป้าคนหนึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์มาด้วยความเร็ว คุณกีต้าร์จึงบอกให้เพื่อนหยุดเดิน เมื่อทั้งคู่หยุดเดิน คุณป้าคนนั้นก็ได้หยุดรถเช่นกัน ทันใดนั้นคุณป้าก็ได้พูดขึ้นมาว่า “เดี๋ยวก็ตายหรอกอีx่า!” แล้วก็ได้ขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านทั้งคู่ไปในทันที ปล่อยทิ้งให้คุณกีต้าร์กับเพื่อนยืนงงว่าเมื่อกี้พวกเราเป็นฝ่ายที่ผิดหรือไม่ หลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงพูดถึงเรื่องกฎหมายจราจรของประเทศไทย พร้อมยกตัวอย่างเคสที่ไม่ดีมาพูดให้ฟัง เพื่อให้คุณผู้ฟังทางบ้าน และคุณกีต้าร์เห็นภาพชัดเจนว่าไม่ควรทำตามรวมทั้งช่วยกันย้ำเตือนและอยากให้ผู้ขับขี่ทุกคนคำนึงถึงคนข้ามทางม้าลาย ควรจะชะลอหรือหยุดรถให้คนข้ามถนน เพื่อที่จะได้ลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-