หนูรู้สึกกังวลว่า FWB อาจจะแอบถ่ายคลิป ระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกัน แบบนี้หนูควรจะลองถามเขาตรง ๆ ดีไหม แล้วถ้าเขาไม่ได้ทำจริง เขาจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูรู้สึกกังวลว่า FWB อาจจะแอบถ่ายคลิป ระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกัน แบบนี้หนูควรจะลองถามเขาตรง ๆ ดีไหม แล้วถ้าเขาไม่ได้ทำจริง เขาจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าคะ

19 มี.ค. 2026

หนูรู้สึกกังวลว่า FWB อาจจะแอบถ่ายคลิป

ระหว่างที่กำลังทำกิจกรรมร่วมกัน

แบบนี้หนูควรจะลองถามเขาตรง ๆ ดีไหม

แล้วถ้าเขาไม่ได้ทำจริง เขาจะรู้สึกไม่ดีหรือเปล่าคะ

       ‘คุณเค้ก’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่ทำให้เธอนั้นเกิดความรู้สึกกังวลมาเป็นเดือนกับ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' เกี่ยวกับเรื่องที่เธอนั้นเป็นกังวลว่า FWB ของเธอจะแอบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิประหว่างทำกิจกรรมร่วมกัน

       ‘คุณเค้ก’ เล่าว่า เธอนั้นเป็นเพื่อนกับคนนี้มาเป็นเวลานานถึง 6-7 ปี แต่มาเริ่มเป็นคู่นอน FWB ประมาณ 3-4 ปีให้หลัง โดยคุณเค้กเล่าว่า ครั้งแรกที่รู้สึกว่าเหมือนกำลังโดนแอบถ่าย คือขณะที่กำลังก้มหน้าทำกิจกรรมให้อีกฝ่าย เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าในมือของอีกฝ่ายกำลังถือโทรศัพท์อยู่ข้างหนึ่ง แต่อีกฝ่ายก็รีบนำมืออีกข้างมากดหัวลงให้ทำต่อกิจกรรมต่อ ซึ่งองศาของการถือโทรศัพท์ก็เดาได้ยากว่าจะเป็นการถ่ายคลิปหรือเพียงแค่เล่นโทรศัพท์ตามปกติ ด้วยความที่ไม่อยากคิดมากหรือกังวล คุณเค้กจึงได้มองข้ามเรื่องนี้และทำกิจกรรมต่อไป

       เวลาผ่านไปหลายเดือน ก็ได้มีการนัดเกิดขึ้น ซึ่งตอนนั้นเป็นจังหวะที่กำลังหันหลังทำกิจกรรมกันอยู่ แล้วช่วงเปลี่ยนท่าหันกลับมา ก็เห็นโทรศัพท์ของอีกฝ่ายที่ตอนแรกอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง แต่ในตอนนี้ดันย้ายมาอยู่ที่ข้างตัวของอีกฝ่ายบนเตียงแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เหตุการณ์การนัดกันในครั้งแรกย้อนกลับเข้ามาในหัวของคุณเค้กอีกรอบ และทำให้เกิดความกังวลว่าอีกฝ่ายได้แอบถ่ายคลิปไปจริง ๆ หรือเปล่า

       เมื่อเวลาผ่านไป ก็ได้มีการนัดครั้งเกิดขึ้นอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้คุณเค้กตั้งใจว่าจะมาจับให้ได้แบบคาหนังคาเขา หากจับได้ว่าอีกฝ่ายแอบถ่ายคลิปจริงก็จะพูดตรง ๆ แต่วันนั้นทุกอย่างดันผิดคาด เพราะของทุกอย่าง รวมทั้งโทรศัพท์ที่เคยสงสัยนั้นยังคงวางอยู่ที่เดิม จึงทำให้คุณเค้กเกิดความสับสน ไม่รู้ว่าตนนั้นคิดมากเกินไปหรือเปล่า ว่าคู่นอนนั้นตั้งใจจะถ่ายคลิประหว่างการมีกิจกรรมร่วมกันเก็บไว้ 

       ด้วยความไม่แน่ใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้คุณเค้กไม่กล้าถามอีกฝ่ายไปตรง ๆ เพราะกลัวว่าถ้าหากอีกฝ่ายไม่ได้ทำจริง อาจจะทำให้อีกฝ่ายเสียความรู้สึกได้ จึงเกิดเป็นคำถามที่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่า ควรถามไปตรง ๆ หรือไม่ต้องถามจะดีกว่า

       ซึ่งดีเจทั้งสามก็ได้คิดเห็นตรงกันว่า สามารถถามกับอีกฝ่ายไปตรง ๆ ได้เลย แม้เราจะไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาจะตอบนั้นเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม พร้อมให้คำปรึกษาเพิ่มเติม โดยเริ่มจาก 'ดีเจเติ้ล' ได้บอกว่า “ถ้าเป็นพี่ แล้วเรารู้จักกันมานานประมาณนึงแล้ว พี่จะเลือกพูดออกไปตรง ๆ เพื่อความสบายใจของตัวเอง และอาจจะขอโทษเขา ถ้าสิ่งที่คิดไว้มันไม่ใช่ความจริง ซึ่งถ้าเขายอมรับ ก็ต้องขอเขา ว่าช่วยลบออกได้มั้ย แต่ถ้าเขาไม่ยอมรับ พี่ก็จะพูดว่า ที่เราถามเพราะเราไม่อยากให้มีเรื่องนี้เกิดขึ้น ให้เขาเห็นว่าเรากังวลกับเรื่องนี้มาก และถ้าเขาโกหก แต่เขาเป็นคนดีพอ เขาจะลบมันเอง”

       ถัดมาที่ 'ดีเจต้นหอม' ได้บอกว่า “พี่เห็นด้วยกับพี่เติ้ลทุกอย่างเลย คิดเหมือนกันเลยว่า ถ้าเขาถ่ายไปแล้ว ก็ให้พูดออกไปก่อนเลย เผื่อว่าเขาจะคิดได้แล้วไปลบเอง ถ้าเห็นถึงความสัมพันธ์ที่ผ่านมา”

       สุดท้าย 'ดีเจเผือก' ได้บอกว่า “พี่ก็เชียร์ให้ถามไปเลยตรง ๆ  เล่าให้เขาฟังแบบที่เล่าให้พวกพี่ฟัง เพราะถ้าไม่ถาม เราก็จะไม่ได้อะไรต่อเลยจากเหตุการณ์นี้ แม้จะไม่รู้ว่าเขาจะตอบด้วยความจริงหรือโกหก แต่เรามีสิทธิ์ที่จะบอกความรู้สึกเรา แล้วก็ได้แต่หวังว่าเขาจะมีจิตใจที่ดีพอ และถ้าเขาบริสุทธิ์ใจจริง เขาก็จะเปิดให้เราเช็กเลย ว่าเขาบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จะบอกน้องข้างบ้านดีไหม? ผู้ชายคนนึงฝากให้เราไปบอกว่า เค้ามีเชื้อ HIV อยู่แล้ว ให้ระวังตัวให้ดี เพราะน้องเคยมีอะไรกับเค้า แล้ว Block ผู้ชายคนนี้ไปทุกช่องทาง ตอนนี้สองจิตสองใจ ไม่ค่อยสนิท จะพูดดีหรือเปล่า...

08 ธ.ค. 2023

จะบอกน้องข้างบ้านดีไหม? ผู้ชายคนนึงฝากให้เราไปบอกว่า เค้ามีเชื้อ HIV อยู่แล้ว ให้ระวังตัวให้ดี เพราะน้องเคยมีอะไรกับเค้า แล้ว Block ผู้ชายคนนี้ไปทุกช่องทาง ตอนนี้สองจิตสองใจ ไม่ค่อยสนิท จะพูดดีหรือเปล่า...

“คุณเมย์ (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น – ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล กับปัญหาที่น้องที่รู้จักกันไปมีอะไรกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็เลิกติดต่อกัน แต่ผู้ชายดันมาบอกเราว่าเขาติดเชื้อ HIV เพื่อให้เราไปบอกน้อง โดย “คุณเมย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่ามีผู้ชายคนนึง เขาติดเชื้อ HIV แล้วเขาทักมาหาหนู คือเขามาบอกว่าเขาไปมีอะไรกับน้องน้องคนนึงที่หนูรู้จัก แต่เราไม่ได้สนิทกัน แล้วต้องการให้หนูไปบอกน้องคนนั้นให้หน่อยว่าเขาเป็นโรค แต่คือหนูไม่กล้าบอกน้อง หนูอึดอัดมาก กลัวน้องเขาคิดมาก และจะทำอะไรไม่ดี เพราะน้องเขาทำงานกลางคืนเป็นพีอาร์อะไรแบบนี้ เหมือนประมาณว่าน้องเขาไม่อยากติดต่อไม่อยากยุ่งด้วย เพราะน้องเขามีแฟนอยู่แล้ว แต่เหมือนกับผู้ชายคนนี้เขาเป็นลูกค้า และมาติดพันน้อง แล้วอยากให้น้องเขามาติดต่อด้วย แต่น้องเขาบล็อกทุกช่องทางเลยไม่ให้ติดต่อด้วย น้องเขาไม่อยากจะคุยต่อแล้วอะไรแบบนี้ ส่วนน้องผู้หญิงหนูก็ไม่ค่อยสนิทขนาดนั้น ไม่เคยไปยุ่งกับครอบครัวน้องเขา แต่รู้ว่าน้องเขามีลูก แล้วยังเป็นเสาหลักของครอบครัวด้วย ถ้าหนูไม่บอกเขาผลข้างหน้าจะเป็นยังไงก็พอเดาออก แต่ถ้าตัดสินใจบอกแล้วน้องเขาคิดสั้นหนูก็แย่ อีกทั้งหนูไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าน้องเขาจะคิดว่าหนูไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขา น้องเขาก็จะมองหนูไม่ดีอีก หนูไม่เคยรับรู้ความสัมพันธ์ของน้องกับผู้ชายคนนี้มาก่อน เพียงแต่ว่าตอนที่หนูเคยไปบ้านน้อง ไปหาลูกเขา หนูเคยเห็นผู้ชายคนนี้นั่งอยู่ แต่ก็คิดว่าคงรู้จักกันเพราะผู้ชายคนนี้อายุเยอะแล้วน่าจะประมาณ 50 ได้ หนูก็เลยคิดว่าที่ผู้ชายคนนี้ทักมาหาหนูเพราะเห็นหนูไปหาน้องเขาที่บ้าน เขาเลยทักมาถามสารทุกข์สุขดิบของน้อง แล้วก็มาระบายเรื่องต่าง ๆ ให้เราฟัง แต่ข้อความสุดท้ายที่หนูช๊อคที่สุดก็คือเขาบอกว่า “รู้มั้ยเนี่ยว่าน้องเขาติดโรคนะ” เหมือนผู้ชายเขามั่นใจว่าเขาทำให้น้องติดเชื้อ HIV หนูคิดว่าเหมือนผู้ชายคนนี้ตั้งใจทำให้น้องติดเพราะน้องจะได้ไม่ไปจากเขา คือผู้ชายอายุมากกว่าน้อง แล้วน้องอายุแค่ 20 ต้น ๆ น้องเขาก็อยากทำงานอยากมีแฟนอะไรของเขาไป จึงอยากจะถามว่า “ตอนนี้หนูต้องทำยังไง ควรบอกน้องมั้ย เพราะถ้าหนูไม่บอกหนูก็อึดอัด เพราะว่าก็รู้อยู่แก่ใจ” ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ พี่คิดว่าควรบอก มันเป็นเรื่องสำคัญต่อตัวเขา เขาจะต้องดูแลตัวเอง ดูแลลูก และสามีเขา มันสำคัญที่วิธีการบอก คือถ้าเมย์รับรู้ว่าเขาติดเชื้อเขาอาจจะเครียด ในมุมมองของพี่เมย์ต้องเนียนเหมือนเมย์ไม่ได้รับรู้เรื่องอะไร บอกไปว่าพี่คนนั้นเขาติดต่อไม่ได้ แต่เขาบอกว่าให้ไปโรงพยาบาลตรวจสุขภาพอะไรแบบนี้ แล้วก็ตีมึนเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร พี่ว่าการที่น้องเขาไม่รู้ และเขาไม่ได้รับยา น้องเขาก็ตายเหมือนกัน แล้วถ้าเกิดเขาไม่รู้ เขาอาจมีโอกาสแพร่เชื้อให้ลูกเขาหรือสามีเขาก็ได้ ลูกอาจจะยากหน่อยแต่สามีอะ มันจะกลายเป็นว่าทั้งพ่อทั้งแม่ก็เป็น เหลือแค่ลูก คือการติดเชื้อ HIV เอาจริง ๆ มะเร็งน่ากลัวกว่า แต่ทีนี้มันเป็นโรคที่เหมือนสังคม ใครเป็นเขาอาจจจะรู้สึกว่าเขาอาย’ ต่อมาเป็น “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะพูดตรง ๆ ทั้งหมดเลย เพราะพี่ว่ามันยากอยู่แล้ว ความจริงง่ายที่สุด จะไปบอกเขาด้วยเจตนาที่ดี บอกไปว่าพี่ไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับเขานะ และหนูก็ไม่จำเป็นต้องเล่าด้วย แต่ว่าพี่คิดว่าด้วยเจตนาที่ดีทั้งปวงในฐานะของพี่ พี่คิดว่าหนูควรไปตรวจ และถ้าหนูอยากให้พี่ไปเป็นเพื่อนบอกพี่ได้ พี่ยินดี พี่ไม่ได้พูดกับใครทั้งสิ้น และก็คิดเรื่องนี้อยู่นานมากว่าควรจะทำยังไง พูดความจริงทั้งหมดที่คิดอยู่ในใจง่ายที่สุด และไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นไม่ต้องตกใจ สำคัญคือต้องรู้สถานการณ์ และเราควบคุมมันได้ ณ วันนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าเรารู้ตัว เราแค่รู้ว่าเราจะรับมือกับมันยังไงแค่นั้นเอง เพราะทุกวันนี้มันก็มียาที่เราสามารถกินได้ตลอดชีวิต เราก็ให้ข้อมูลเขาไป ตอนบอกก็แถมความรู้นี้ให้เขาไปด้วย’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะพูดตรง ๆ ต้องบอกว่าเราเป็นห่วงจริง ๆ เราถึงพูด จริง ๆ จะเงียบไปเลยก็ได้นะ แต่ในกรณีถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง ๆ คนที่จะได้รับผลกระทบคือ บ้านของหนูทั้งบ้านนะ ทุกวันนี้คนที่มีเชื้อ HIV อยู่ได้ปกติมาก บางคนกินยาไปเรื่อย ๆ แล้วเชื้อมันต่ำลงจนหมดไปเลยก็มี แล้วถ้าน้องคนนั้นจะมองคุณเมย์ว่าทำไมคุณเมย์มาพูดแบบนี้ ก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว อย่างน้อยคุณเมย์ก็ได้ช่วยชีวิตคน เมย์ลองคิดสภาพนะถ้าไม่บอกแล้วเขาติดทั้งบ้านอันไหนนรกกว่ากันสำหรับหนู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พีคในพีค อีก 3 วันต้องแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งจับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีก 2 คน พอยกเลิกงานแต่ง เพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ แต่สามีไปบอกทุกคนรอบตัวว่า ที่เลิกกันเพราะผู้หญิงดื่มจนแท้งลูก

17 พ.ย. 2023

พีคในพีค อีก 3 วันต้องแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งจับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีก 2 คน พอยกเลิกงานแต่ง เพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ แต่สามีไปบอกทุกคนรอบตัวว่า ที่เลิกกันเพราะผู้หญิงดื่มจนแท้งลูก

“คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่แฟนนอกใจ โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘จริงๆ แล้วเรากำลังจะแต่งงานกัน แต่จับได้ว่าเขามีคนอื่นอีก 2 คน ถึงขนาดพาไปเจอที่บ้าน ไปนอนที่บ้าน ไปกินข้าวกับน้องสาวเขากันแล้ว แต่ผู้หญิงทั้ง 2 คนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้มีเราอยู่ จะรู้แค่ว่าผู้ชายเขามีอีกไอจี มีอีกเฟส มีอีกเบอร์โทร มีอีกไลน์นึง เราคบกับเขามา 3 – 4 ปีแล้ว กำหนดวันแต่งงานเราคือ วันเสาร์ 18 ที่จะถึงนี้ เรารู้เรื่องที่เกิดนี้มาประมาณ 4 เดือนมาแล้ว และเรื่องราวนี้ กับคนแรกเขาคบกันมา 3 เดือนแล้ว ส่วนอีกคนคบกันมาประมาณ 1 เดือน ก่อนหน้านั้นเราก็ไม่เคยเอะใจเลย เราเหมือนแค่แบบรู้สึกว่าเขากลายเป็นคนที่รับสายตอนกลางคืนยากขึ้น เราจะเจอกันแค่วันศุกร์เสาร์ วันธรรมดาเราจะแค่โทรหากัน แต่จะรู้สึกว่าทำไมช่วงเย็นๆ รับสายยากจัง กว่าจะโทรกลับก็นานจัง นอนไวจัง หรือบางทีกว่าจะมาหาก็ทำไมขับรถนานจัง หรือบางทีไปกินเหล้ากับเพื่อนทำไมถึงกว่าจะกลับมันนานจัง แค่ประมาณนั้น บางทีเขาจะบอกแค่ว่าแบตโทรศัพท์หมดแล้วก็หายไปเลยก็มี ตอนนั้นก็เป็นช่วงที่ Pre Wedding เรียบร้อยแล้ว เตรียมการ์ดแต่งงานแล้ว ก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้ว่าเขามีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนไหมหรือว่ามีแต่เราจับไม่ได้ งานแต่งนี้เราก็ตกลงกันทั้ง 2 ฝั่ง เริ่มดำเนินการกันตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ที่เริ่มจับได้คือมีคนมาบอกว่า “คิดดีๆ นะน้ำ มันมีคนอื่น” หลังมีคนมาบอกแบบนั้น เราเลยเริ่มเช็คจากใช้แอพเช็ค Location ติดตามไปโดยบอกเขาว่า “ช่วงนี้เราทำงานเราอาจจะต้องไปไหนมาไหนโดยที่เราอาจจะลืมบอก เดี๋ยวดู Location เราจากตรงนี้แล้วกันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เราก็ดูของเธอ เธอก็ดูของเรา น่ารักดีออก” เขาก็ยอม แต่ว่าเขามีโทรศัพท์ 2 เครื่อง ตั้งไว้ในอีกเครื่อง แต่ใช้อีกเครื่อง เครื่องที่ตั้งไว้ก็วางไว้ที่ห้อง อีกเครื่องนึงก็ใช้ไปหาอีก 2 คนนั้น ก็รู้สึกว่าแอพพึ่งไม่ได้แล้ว ก็ให้เพื่อนขับรถตามไป แต่ตอนนั้นตัวเราอยู่ต่างประเทศ เราก็คิดว่าก่อนหน้านั้นเขาก็ขับรถมาส่งเราที่สนามบิน พอเสร็จแล้วก็ขับไปหาผู้หญิงคนนั้นเลย เราก็รู้สึกแล้วว่าที่มันไม่รับสาย ที่ Location มันหายๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ แล้ว ก็เลยให้เพื่อนไปตาม แต่วันแรกเพื่อนก็ยังตามไม่เจอ ผู้ชายก็รับผู้หญิงมานอนที่บ้าน แล้วก็จะโทรหาเราเป็นช่วงๆ เหมือนกับช่วงที่ผู้หญิงเข้าห้องน้ำเขาถึงจะโทรมา จังหวะที่เราจับได้เลยคือ เขาจองทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับผู้หญิงคนนั้นแล้วตอนนั้นก็ให้เพื่อนตามไปอีก ก็เจอเขานั่งอยู่ด้วยกันบนรถ แล้วเพื่อนเราก็เข้าไปถามว่า “ไปไหนกันหรอคะ” แล้วเราก็วิดีโอคอลไป ผู้ชายก็ตอบกลับมาว่า “กำลังจะพาเพื่อนไปส่งที่บ้าน ฝนมันตก” เราก็ถาม “แล้วเพื่อนมาไงอะ” เขาตอบกลับมาว่า “เพื่อนก็นั่งวินมา” เราเลยบอกว่า “งั้นเปิดประตูรถให้ดูหน่อยสิ” คือเขาจองทริปไปทะเล ถ้ากลับบ้านมันจะมีแค่กระเป๋าใบเดียวที่ลีบๆ แบนๆ แต่ถ้าไปทะเลต่อให้คืนเดียวกระเป๋าก็ต้องอลังการแน่นอน หนูก็ “เปิดประตูสิขอดูหน่อย” เขาก็บอกว่า “ไม่ได้เดี๋ยวทะเลาะกับเพื่อน” เราก็คิดว่าใครมันจะไปทะเลาะกับเพื่อนเพราะว่าเปิดประตูให้แฟนดู มันไม่มี ผู้ชายเขาก็เลยขึ้นรถแล้วก็ขับรถหนีไปเลย แต่ว่าเรามีเบอร์โทรของผู้หญิงเราก็เลยโทรคุยกัน ก็เลยโป๊ะ พอคนแรกจับได้ เขาก็ทักไลน์มาบอก “ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ เรายังมีโอกาสอยู่ไหม” แต่อีกวันนึงเขาก็ไปอยู่กับอีกคนนึง เราก็ไม่ได้ให้โอกาสเขา แต่ก็ยังไม่ได้บอกเลิก เพราะว่ามีหมาด้วยกันอยากจะไปเอาหมาก่อน และตอนนี้ก็เลิกกันแล้ว แต่ว่ามันมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับหนูอีก หลังจากที่หนูเข้าไปเก็บของออกมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นอีก 3 วัน รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆ ก็เลยพึ่งทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ตอนนั้นก็เริ่มให้โอกาสเขาแล้ว แต่มันก็ยังติดอยู่ในใจ เราไม่ได้อยากได้ผู้ชายคนนี้ ตอนแรกก็อาจจะยังไม่ยกเลิกงานแต่งหรือยังไงดี แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็แบบเขาลืมวันฝากครรภ์ อยากให้เราออกค่าคลอดเอง เขาก็แสดงความเป็นพ่อแต่แบบว่าเราช่วยดูแลแต่เงินตรงนี้เธอออกไปก่อนได้ไหม เราก็เลยตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์โดยที่ไม่บอกเขา บอกเขาไปแค่ว่า “เราแท้ง” แต่หลังจากนั้นแม่เขาโทรมาบอกว่า “อ้าวฉันนึกว่าที่เลิกกันนี่เป็นเพราะแก ฉันได้ยินมาแค่ว่าแกกินเบียร์จนเด็กออก” เราก็อธิบายไปว่าทำไมถึงยกเลิกงานแต่งจริงๆ เขาก็ช็อกไปแล้วก็ขอโทษแทนลูก น้ำควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง เหมือนน้ำโดนกระทำขนาดนี้ แล้วการที่น้ำตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์มันก็ยากมากแล้วนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจอมันก็เหนื่อยมากๆ แล้ว จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง เขาไม่ได้บอกแค่แม่เขา เขาบอกทุกคนรอบข้างเขา ว่าเรากินเบียร์จนแท้ง ข้อมูลที่เขากระจายออกไปมันเป็นแบบนี้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นใครที่เราลองทักไปถามเขาก็จะตอบกลับมาว่า “อ้าว ผมก็เข้าใจแบบนั้น” เราควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองหรือว่าเราควรไปแก้ตัวกับคนเหล่านั้นดีไหม หรือว่าเราควรจะทำยังไงดี แต่เราไม่ชอบเลยในการที่เราเหมือนเป็นคนที่แบบ…ระยำ ทำไมเราเป็นคนผิด เหมือนการที่เลิกกันเป็นเพราะว่าเรากินเบียร์จนเราเลิกกัน ไม่โทษตัวเองเลย ทำไมเราถึงได้รับสายตาแบบนั้น จริงๆ เราเป็นคนถูกกระทำนะ แล้วเขาก็มีทักมาบอกว่า “ถ้าคนมันรักกันจริงอะนะ แค่นอกใจอะ ให้อภัยมันก็ได้แล้วเปล่าวะ ถ้ารักกันจริง”’ ซึ่งงานนี้ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อันนี้เข้าใจ เมื่อก่อนก็เป็น ถ้าใครมาว่าร้ายให้ร้าย หรือว่ามีข้อมูลบางอย่างที่มันออกไปแล้วมันไม่ตรงกับที่เราเป็นจริงๆ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราจะดับเบิ้ลความหงุดหงิด ความไม่อยากให้ข้อมูลมันผิด เพราะเรารู้อยู่แกใจว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นมันกระจายออกไป แม่งโคตรหงุดหงิดเลย กูไม่ได้ทำอะ ถ้าทำแล้วมันกระจายออกไปเราก็จะเข้าใจเพราะเราทำ แต่ว่าอันนี้ยิ่งมันเป็นความเป็นความตายของชีวิตนึงด้วย แล้วเราหนักขนาดไหน คนเป็นคนที่ตั้งครรภ์แล้วต้องยุติการตั้งครรภ์อะ เข้าใจคำน้ำที่ว่ามันหนักมากแล้วนะ แล้วการที่เราตัดสินใจแบบนี้ ถ้ามันไม่เหลือ… จริงๆ ก็คงไม่ทำ อันนี้เข้าใจเลย พอข้อมูลมันถูกถ่ายทอดออกไปในวงที่มันก็ไม่ใช่วงของเราที่เราจะชี้แจงอะไรได้ กำลังชั่งใจว่าถ้าเป็นตัวเอง ผมก็เป็นคนไม่ชอบเหมือนกัน ก็อาจจะชี้แจงเหมือนกัน แต่…ก็คงจะเป็นบางคนที่เรารู้สึกว่าเราอยากให้เขาได้รับรู้ความจริง อาจจะเป็นคนที่เราแคร์อะไรแบบนี้ น้ำลองประเมินแล้วกัน ในวงเหล่านั้นมันก็อาจจะมีใครบางคนที่น้ำรู้สึกแคร์มากๆ ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด แล้วมันก็จะมีใครบางคนที่ช่างแม่งเหอะ จะคิดอะไรก็เรื่องของมัน ต่อให้เราอธิบายก็ไม่รู้ว่ามันจะเชื่อเราหรือเปล่า แล้วต่อให้มันเชื่อหรือไม่เชื่อจะมีประโยชน์อะไรต่อชีวิตเราเปล่า พวกนั้นตัดไปเลย เราคัดไว้เฉพาะคนที่เรารู้สึกว่าถ้าเขาเข้าใจผิดมันจะทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนแล้วน้ำไม่โอเค คนบางคนความสัมพันธ์เปลี่ยนน้ำอาจจะรู้สึกว่าช่างมันเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ก็ถือว่าตัดทั้งคนที่ไม่ดีก็คืออดีตแฟน กับมิตรที่อยู่ในวงเดียวกันมันก็เหมือนคนที่คล้ายๆ กัน ถ้าคิดแบบนี้น้ำก็อาจจะไม่ต้องแคร์เขามาก ก็แจ้งเฉพาะคนที่เราแคร์ก็พอ เราจะได้สบายใจในส่วนหนึ่งของเรา’ ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เข้าใจในความรู้สึกน้ำที่ได้เผชิญอยู่ตอนนี้ มันโกรธ มันโมโห มันผิดหวัง พี่ว่ามันมีหลายความรู้สึกมาก ก็เป็นกำลังใจให้น้ำก่อนที่จะให้คำปรึกษา ว่าสิ่งที่เจอมันต้องใช้เวลาในการเยียวยาตัวเองกว่าที่จะกลับมาได้ เพราะว่าเรื่องมันก็เพิ่งเกิดขึ้น ทั้งเรื่องนอกใจ ทั้งเรื่องที่จะต้องตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ไป สำหรับพี่ พี่เห็นด้วยกับพี่เผือกเรื่องที่ว่า น้ำอาจจะไม่สามารถไปควบคุมข่าวลือที่มันแพร่สะพัดออกไปได้ตอนนี้ เพราะว่าตอนนี้มันได้ถูกจุดไฟไปแล้ว แต่ว่าเราอาจจะต้องเลือกว่าเราแคร์ใครบ้าง อย่างที่พี่เผือกบอกเราไม่สามารถไปแคร์ได้ทุกคน น้ำคิดง่ายๆ เหมือนดาราที่เขามีข่าวลือแล้วมันไปทั้งประเทศแล้วการที่เขาจะมานั่งไล่ตามแก้ทีละคน ตายพอดีมันมีชีวิตปกติไม่ได้หรอก แต่ว่าพี่แค่รู้สึกเหมือนพี่เผือกว่าเราต้องเราจะต้องดูว่าคนไหนที่เรารู้สึกว่าเราแคร์จริงๆ เขาควรจะได้รับรู้ความจริงนั้น เพราะเราไม่อยากให้เขามองเราในมุมที่มันไม่ใช่เรา ในขณะที่น้ำบอก คนอื่นที่มันอยู่นอกวงที่มันเป็นเพื่อนฝั่งเขา พี่คิดว่ามันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามไปเข้าหาเขาเพื่ออธิบาย พี่ว่าก็เท่านั้น เขาไม่ได้รักเราไม่ได้แคร์เราอยู่แล้ว เอาคนที่เรารู้สึกว่าเราอยากให้คนนี้เข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น มันน่าจะง่ายกว่า พี่คิดวิธีช่วยนะ พี่ว่าการที่จะไปบอกทีละคนมันเหนื่อยนะ หนูมีช่องทางที่เรามีแต่เพื่อนที่เราแคร์ ก็พิมพ์เล่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นในมุมของหนูก็ได้ ด้วยสังคมโซเชียลทุกวันนี้เดี๋นวเรื่องมันจะถูกแชร์ไปเอง คนมันจะปะติดปะต่อได้เอง พี่ว่าสุดท้ายแล้วกระบวนการกลไกมันจะทำงานของมันเอง แต่ว่าตอนนี้หนูได้ทำเพื่อให้หนูสบายใจแล้วว่าหนูได้บอกเล่าเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้นแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งนี้จะมอบให้กับน้ำ ก็คือ สมมติว่ามีน้ำอยู่ในแก้วแล้วเราถือน้ำอยู่ เราอยากรู้ว่าน้ำนี้มันหนักไหม หยิบน้ำขึ้นมาแล้ววางแก้ว เราก็ไม่ได้รู้สึกหนักอะไรมากมาย ถ้าเราถือน้ำแก้วเดิมแล้วถือไว้อยู่อย่างนั้น ยิ่งนานเท่าไหร่เรายิ่งเมื่อย เรายิ่งงรู้สึกว่ามันหนักทั้งๆ ที่ปริมาณน้ำมันก็เท่าเดิม ฉะนั้น วิธีการจัดการของน้ำก็คือ ปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ไม่ให้ทำร้ายเรา นี่เป็นวิธีคิดสำหรับน้ำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ที่ทำงานหนู เวลากินมื้อเที่ยง แต่ละคนจะเอากับของตัวเองมา กับข้าวส่วนตัว แต่มีพี่คนนึง หน้าที่การงานก็ดี มีเงิน แต่ทุกเที่ยงจะถือแค่จานเปล่า มาขอข้าว ขอแกง ขอกับจากทุกคนอย่างละนิดๆ พอถามทำไมไม่ซื้อเอง เค้าบอกไม่หิวพี่อิ่มแล้ว

05 ส.ค. 2024

ที่ทำงานหนู เวลากินมื้อเที่ยง แต่ละคนจะเอากับของตัวเองมา กับข้าวส่วนตัว แต่มีพี่คนนึง หน้าที่การงานก็ดี มีเงิน แต่ทุกเที่ยงจะถือแค่จานเปล่า มาขอข้าว ขอแกง ขอกับจากทุกคนอย่างละนิดๆ พอถามทำไมไม่ซื้อเอง เค้าบอกไม่หิวพี่อิ่มแล้ว

ที่ทำงานหนู เวลากินมื้อเที่ยง แต่ละคนจะเอากับของตัวเองมา กับข้าวส่วนตัวแต่มีพี่คนนึง หน้าที่การงานก็ดี มีเงิน แต่ทุกเที่ยงจะถือแค่จานเปล่า มาขอข้าว ขอแกงขอกับจากทุกคนอย่างละนิดๆ พอถามทำไมไม่ซื้อเอง เค้าบอกไม่หิวพี่อิ่มแล้ว เนียนแบบนี้มา 3 เดือนกว่าแล้วค่ะ “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [31 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจก็อตจิ - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานชอบมาขอข้าวกินทุกวัน โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูอยากปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่ออฟฟิศหนู คือเรื่องกินข้าว หนูกินข้าวไม่มีความสุขเลย แล้วหนูคิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับหนูคนเดียว แต่พอไปปรึกษาพี่ที่ทำงานคือพี่เค้าก็มีปัญหาเดียวกัน เพราะมันจะมีพี่อยู่คนหนึ่ง เค้าชอบมาแบ่งข้าวของพวกหนูไปกิน ตอนแรกเวลาที่พวกหนูเอาข้าวมาแชร์กินกันตอนเที่ยง เค้าก็จะตักไปทีละคำสองคำ แต่พอหลัง ๆ มา เค้าไม่เอาข้าวมาเลย หรือถ้าเอามาก็เหมือนเป็นวิญญาณข้าว แล้วก็ค่อยมาเอากับข้าวของพวกหนูกิน ในตอนแรกเค้าไม่ได้เป็นเยอะขนาดนี้ แต่ 3 - 4 เดือนให้หลังนี้เค้าไม่เอาข้าวมาเลยสักวัน แล้วกลายเป็นว่าพอเค้ามาเอาข้าวหนูไปกินจากที่หนูอิ่มพอดี มันกลายเป็นกินไม่อิ่ม อย่างเช่นมีหมู 5 ชิ้นก็จะมีหมู 3 ชิ้น พอทุกคนที่โดนพี่คนนี้แย่งแล้วกินไม่อิ่มก็เลยวางแผนกันว่าจะทำยังไงให้เค้าไม่เอาข้าวคนอื่นไป ก็เลยคิดว่าจะเปลี่ยนเวลากินข้าวจากตอนเที่ยง เปลี่ยนเป็น 11:45 เพื่อจะไม่ให้เค้ามาแย่งข้าว แล้วพอเค้าขึ้นมาแล้วไม่มีคนให้แย่งข้าว เค้าก็เลยมาแอบขโมยของกินที่เป็นของส่วนกลาง หนูเคยถามเค้าว่าทำไมไม่เอาข้าวมากินหรอคะ? เค้าก็จะบอกว่าพี่ไม่หิว พี่อิ่มแล้ว แต่ผ่านไปสักพักเค้าจะไปหยิบจานข้าวมาขอแบ่งจากทุกคนอย่างละนิด แล้วมันก็จะพอดีจานนึง หนูก็เลยงงว่าเมื่อกี้บอกว่าไม่หิว แล้วทำไมมาเอาข้าวคนอื่น ซึ่งจริง ๆ แล้วเค้าก็เป็นคนที่มีฐานะ แล้วตอนที่เค้ามาขโมยขนม พวกหนูก็เลยเอาไปซ่อน ซึ่งมันทำให้การกินข้าวตอนเที่ยงของหนูไม่มีความสุขเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เค้าไม่ต้องมาขโมยของกิน หนูต้องแก้ปัญหายังไงดี? โดย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่างแรกหนูควรพูดว่า “จากนี้เราจะลงเงินกองกลางนะคะ” กินมาก กินน้อยไม่รู้จ่ายหมด พี่ไม่ได้คิดว่าเรารำคาญเรื่องเงินนะ แล้วของในตู้เย็นติดป้ายเลย เพราะบางทีอาจจะจำผิดจำถูก แล้วเราก็ติดป้ายข้างนอกว่า “คนที่ไม่ใช่เจ้าของห้ามหยิบ” ถ้าหยิบไปต้องมาขอก่อน และต้องซื้อคืน ทำเป็นกฎข้อปฏิบัติติดไว้ ส่วนของที่ไม่ใช่ของกองกลางห้ามหยิบไปโดยพลการ หรือเวลาหนูซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งหนูโทรหาพี่เค้าเลยว่ากำลังจะซื้อ พี่จะฝากหนูไหม? เพราะถ้าพี่ไม่ได้ฝาก หนูไม่ได้ซื้อเผื่อนะ หรือทุกวันต่อจากนี้บอกพี่เค้าว่าหนูจะเป็นคนดูแลเรื่องอาหารกลางวันให้พี่เอง หนูจะสั่งให้พี่ ไม่ว่าพี่จะกินหรือไม่กิน เพราะพี่กินทุกครั้ง งั้นหนูเบิกล่วงหน้าเลยนะ เบื้องต้นพรุ่งนี้นัดกันล่วงหน้าในกลุ่มเลยว่าถ้าพี่เค้ามาขอให้บอกว่าหนูไม่อิ่มค่ะ ให้พูดทุก ๆ วันต่อไปเลย หรือไม่ก็ในกลุ่มจะมี 1 คนไม่ต้องเอาอาหารมาแต่จะมีสิทธิ์แชร์ของคนอื่น วนสลับกันไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

งานเลี้ยงบริษัทอนุญาตให้พาลูกมาได้ รู้ตัวอีกที ลูกหัวหน้าอุ้มลูกเราแล้วปล่อย จนล้มที่พื้น เรารีบวิ่งไปพูดดีๆว่า "น้องหนัก อุ้มไม่ไหวหรอกค่ะ" คืนนั้นหัวหน้าเรียกไปคุยที่ห้อง "ดุลูกพี่ทำไม ถ้าลูกพี่เป็นอะไร พี่เอาตายเลยนะ"

10 พ.ค. 2024

งานเลี้ยงบริษัทอนุญาตให้พาลูกมาได้ รู้ตัวอีกที ลูกหัวหน้าอุ้มลูกเราแล้วปล่อย จนล้มที่พื้น เรารีบวิ่งไปพูดดีๆว่า "น้องหนัก อุ้มไม่ไหวหรอกค่ะ" คืนนั้นหัวหน้าเรียกไปคุยที่ห้อง "ดุลูกพี่ทำไม ถ้าลูกพี่เป็นอะไร พี่เอาตายเลยนะ"

งานเลี้ยงบริษัทอนุญาตให้พาลูกมาได้ รู้ตัวอีกที ลูกหัวหน้าอุ้มลูกเราแล้วปล่อยจนล้มที่พื้น เรารีบวิ่งไปพูดดีๆว่า "น้องหนัก อุ้มไม่ไหวหรอกค่ะ"คืนนั้นหัวหน้าเรียกไปคุยที่ห้อง "ดุลูกพี่ทำไม ถ้าลูกพี่เป็นอะไร พี่เอาตายเลยนะ"ได้ยินแบบนี้เสียใจมากเจอหน้าเขายังต้องไหว้ไหมคะ? “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่เหตุเกิดจากลูกหัวหน้า โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำงานอยู่สำนักราชการแห่งหนึ่ง พึ่งเข้ามาทำงานได้ประมาณ 8 เดือน แล้วที่นี้ทางสำนักเขาจะทริปให้พนักงานไปเที่ยว และทางสำนักก็อนุญาติให้พาครอบครัว หรือ พาลูกไปด้วยก็ได้ หนูก็เลยพาลูกที่อายุ 4 ขวบไปด้วย ทริปนี้ก็จะมีลูกๆพนักงานไปกันเยอะ จากนั้นลูกของหนูก็ไปเล่นกับลูกหัวหน้าใหญ่ อายุของลูกเขาคือ 10 ขวบ เด็กๆก็เล่นๆกันไป แล้วที่นี้ก็เกิดอุบัติเหตุ คือลูกหัวหน้าเขาอุ้มลูกหนู เหมือนจะอุ้มไม่ไหว และสะดุดล้มอีก ตัวของลูกหนูก็เลยฟาดไปกับขอบโซฟา คือไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น แต่ลูกของหนูตกใจ แล้วก็ร้องไห้หนักมากตามประสาเด็กเล็ก หนูก็เลยพูดกับลูกหัวหน้าใหญ่ว่า น้องตัวหนัก อุ้มไม่ไหวหรอก พูดด้วยน้ำเสียงปกติเลย พอตกดึกหัวหน้าใหญ่ก็เรียกหนูไปคุยเป็นการส่วนตัว แล้วเขาก็พูดออกมาว่า ได้ไปตะหวาดหรือไปดุอะไรลูกพี่มั้ย เพราะลูกพี่มาเล่าให้ว่าคุณอ่ะไปตะหวาดเขา หนูก็เลยตอบไปว่า หนูไม่ได้ตะหวาดค่ะ หนูพูดปกติ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็เห็นว่าหนูพูดกับน้องด้วยน้ำเสียงปกติ เขาก็พูดต่อว่า ถ้าลูกพี่เป็นอะไรไป พี่เอาเราตายเลยนะ หนูก็เลยตอบกลับไปว่า ค่ะ หนูทราบค่ะ หนูไม่ได้ตะหวาดจริงๆ หนูพูดกับน้องเขาดีๆค่ะ เขาไม่ถามหนูสักเลยคำว่า ลูกหนูเป็นยังไงบ้าง เรื่องก็จบไป คือหนูมีน้องชายที่ทำงานอยู่ด้วยกัน พอหนูโดนเรียกไปต่อว่าเสร็จ หนูก็เดินเข้าไปในห้อง Party Room แล้วน้องชายก็เห็นหนูเดินมาเขาก็ถามว่า หัวหน้าเรียกไปทำไม หนูก็ตอบน้องชายไปว่า เขาเรียกไปว่า เขาหาว่าพี่ไปตะหวาดลูกเขา แต่จริงๆคือทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ตรงนั้นเขาก็ได้ยินว่าพี่พูดว่าอะไรและน้ำเสียงแบบไหน พอหนูคุยกับน้องชายเสร็จหนูก็เลยขอพาลูกกลับห้อง แล้วทีนี้น้องชายก็มาเล่าให้ฟังหลังจากที่หนูพาลูกกลับห้องว่า เหมือนหัวหน้าจะเห็นว่า น้องชายของหนูแสดงอาการฉุนเฉียวฟึดฟัดอารมณ์ไม่ดี เขาก็เลยเรียกน้องชายหนูไปข้างหลังแล้วถามว่า มึงมีปัญหาอะไร!! แล้วก็พูดต่อด้วยว่า พี่มึงอ่ะชาวบ้าน!! น้องชายหนูก็ไม่พอใจที่ทำไมต้องพูดกับหนูว่าจะเอาตาย คือเขาไม่ถามสักคำว่าลูกพี่เป็นไงบ้าง แล้วมาด่าพี่ก็เหมือนด่าผม เหมือนโดนดูถูกกัน หนูกับน้องชายก็ร้องห่มร้องไห้ ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นก็เดินมาปลอบ ประมาณว่า เอ่อไม่เป็นไรนะถ้าเขาจะเอามึงออกเพราะเรื่องแค่นี้ มันมีที่อื่นอีกเยอะแยะ แล้วก็มีหัวหน้าหนูที่เป็นรองหัวหน้าใหญ่คนนั้น เขาก็เข้ามาในห้องพักแล้วก็เดินมากอดหนู แล้วก็พูดว่า เข้าใจๆ พี่รู้ว่านิสัยเขาเป็นยังไง หนูก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะร้องไห้อย่างเดียว พอวันรุ่งขึ้นก็แยกย้ายกันกลับไม่ได้มีปัญหาอะไร ตอนนี้หัวหน้าใหญ่คนนั้นก็ไม่ได้มาทำงาน เพราะเขาลาพักผ่อน แล้วความรู้สึกของตัวหนูตอนนี้คือยังไม่โอเคมากๆ และพรุ่งนี้เขาจะกลับมาทำงานตามปกติ หนูก็คิดในใจว่า จะไหว้ดีมั้ยวะ? เพราะก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์นี้คือ หนูมองเขาน่ารักมาตลอด เขาเฟรนลี่ ไม่ถือตัว แต่พอมาเป็นแบบนี้หนูก็มองเขาเปลี่ยนไปเลย ซึ่งหนูก็พึ่งเข้ามาทำงานได้ 8 เดือน และหนูก็รู้สึกว่าคือ กูต้องออกหรอวะ? คิดวนแบบนี้ตลอดตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ทุกคนในที่ทำงานก็ช่วยกันหาทางออก แต่ทีนี้หัวหน้ารองหนูก็อยู่ด้วย เขาก็เสนอว่า หรือยังไงดี จะให้เอาพวงมาลัยไปไหว้มั้ย หนูก็เลยตอบกลับไปว่า หนูไม่ทำนะที่จะให้เอาพวงมาลัยไปไหว้ เพราะหนูไม่ผิด แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่หนูจะต้องเอาพวงมาลัยไปไหว้ หนูก็ไม่เคยพูดจาไม่ดีกับเขา พูดคะขาทุกคำ หนูก็งงว่าทำไมต้องเอาพวงมาลัยไปไหว้ ตอนแรกหนูจะถามพี่ๆดีเจว่า หนูลาออกดีมั้ย? แต่คิดไปคิดมา กว่าหนูจะเข้ามาทำงานที่นี่ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายก็เลยตัดคำถามนี้ไป เพราะไหนจะสวัสดิการต่างๆของลูกอีก เอาเป็นว่าหนูอยากถามพี่ๆว่า ถ้าพรุ่งนี้หนูเจอเขา หนูจะไหว้เขาดีมั้ย ?’ งานนี้พี่ๆดีเจทั้ง 3 คนก็ได้ให้คำปรึกษา “คุณเอ (นามสมมติ)” พร้อมกันว่า ‘ไหว้ครับ/ค่ะ’ โดย “ดีเจเผือก” เป็นคนแรกที่ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่รู้นะสำหรับผมอ่ะ เคารพ ไม่เคารพไม่รู้ เราสามารถไหว้ได้นะ แต่สำหรับในใจผมอ่ะ คนต่อหน้าคนนี้เราเคารพแค่ไหน อันนี้คืออีกเรื่องหนึ่งนะ การไหว้สำหรับพี่มันเป็นเหมือนการ Say Hello อ่ะ มันเป็นแค่เครื่องมือ แล้วก็การสวัสดีครับ ของเรามันไม่ได้แปลว่า เราเคารพคนนั้นมาน้อยแค่ไหน สำหรับผมก็เลยไหว้ได้ ไหว้ตามมารยาท’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คือเข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำ มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกนะ แต่เราไม่รู้ว่าเขากลับมาทำงานแล้วมันจะยังไงต่อ เขาอาจจะไม่ได้สนใจอะไรแล้วก็ได้ สำหรับเขาเรื่องลูก คงจะเป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะมันสามารถทำให้เขาขึ้นได้ขนาดนี้ ซึ่งมันก็มีแบบนี้จริงๆนะ เรื่องลูกคือใหญ่บึ้ม แต่เขาก็เป็นคนที่ไม่มีวุฒิภาวะจริงๆ พี่ไม่ได้เข้าข้างนะ แต่แค่รู้สึกว่า คุณเออย่าพึ่งคิดไปถึงขนาดนั้นว่า ต้องลาออก ต้องนั่นนู่นนี่ แต่การที่เราจะไม่ไหว้ เขาอาจจะหันมาเล็งเราเลยก็ได้ พี่ว่าต้องรอดูสถานการณ์ก่อน ตอนนี้อย่าพึ่งฟังธงว่าเขาจะยังไงกับเรา พี่ขออวยพรให้เขาไม่อะไรกับคุณเอต่อ แต่คุณเอไหว้ไปแล้ว แล้วเขาไม่รับไหว้ อันนี้ค่อยโทรมาใหม่’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไหว้ ถ้าไม่ไหว้ฉิบหายแน่คนแบบนี้ การไหว้มันเป็นการเอาตัวรอดของเราอ่ะ เขาอาจจะไม่ได้สนใจอะไรแล้ว เพราะได้โชว์พาวไปแล้ว ไหว้แล้วก็ต่างคนต่างทำงาน แต่การที่ไม่ไหว้อาจจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เขาอาจจะแสดงแสนยานุภาพอีกก็ได้ ไหว้ไปเลย ไหว้แบบปกติ ไหว้เพื่อเอาตัวรอด ส่วนเด็กก็ช่างมัน เด็กมันก็ไม่รู้เรื่องหรอก โทษเด็กก็ไม่ได้ อวยพรให้ลูกเขาโตมาดีๆเถอะ เพราะเขามีพ่อแม่แบบนี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-