พีคในพีค อีก 3 วันต้องแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งจับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีก 2 คน พอยกเลิกงานแต่ง เพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ แต่สามีไปบอกทุกคนรอบตัวว่า ที่เลิกกันเพราะผู้หญิงดื่มจนแท้งลูก

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พีคในพีค อีก 3 วันต้องแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งจับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีก 2 คน พอยกเลิกงานแต่ง เพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ แต่สามีไปบอกทุกคนรอบตัวว่า ที่เลิกกันเพราะผู้หญิงดื่มจนแท้งลูก

17 พ.ย. 2023

          “คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่แฟนนอกใจ

            โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘จริงๆ แล้วเรากำลังจะแต่งงานกัน แต่จับได้ว่าเขามีคนอื่นอีก 2 คน ถึงขนาดพาไปเจอที่บ้าน ไปนอนที่บ้าน ไปกินข้าวกับน้องสาวเขากันแล้ว แต่ผู้หญิงทั้ง 2 คนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้มีเราอยู่ จะรู้แค่ว่าผู้ชายเขามีอีกไอจี มีอีกเฟส มีอีกเบอร์โทร มีอีกไลน์นึง

            เราคบกับเขามา 3 – 4 ปีแล้ว  กำหนดวันแต่งงานเราคือ วันเสาร์ 18 ที่จะถึงนี้ เรารู้เรื่องที่เกิดนี้มาประมาณ 4 เดือนมาแล้ว และเรื่องราวนี้ กับคนแรกเขาคบกันมา 3 เดือนแล้ว ส่วนอีกคนคบกันมาประมาณ 1 เดือน ก่อนหน้านั้นเราก็ไม่เคยเอะใจเลย เราเหมือนแค่แบบรู้สึกว่าเขากลายเป็นคนที่รับสายตอนกลางคืนยากขึ้น เราจะเจอกันแค่วันศุกร์เสาร์ วันธรรมดาเราจะแค่โทรหากัน แต่จะรู้สึกว่าทำไมช่วงเย็นๆ รับสายยากจัง กว่าจะโทรกลับก็นานจัง นอนไวจัง หรือบางทีกว่าจะมาหาก็ทำไมขับรถนานจัง หรือบางทีไปกินเหล้ากับเพื่อนทำไมถึงกว่าจะกลับมันนานจัง แค่ประมาณนั้น บางทีเขาจะบอกแค่ว่าแบตโทรศัพท์หมดแล้วก็หายไปเลยก็มี ตอนนั้นก็เป็นช่วงที่ Pre Wedding เรียบร้อยแล้ว เตรียมการ์ดแต่งงานแล้ว ก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้ว่าเขามีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนไหมหรือว่ามีแต่เราจับไม่ได้ งานแต่งนี้เราก็ตกลงกันทั้ง 2 ฝั่ง เริ่มดำเนินการกันตั้งแต่ปีที่แล้ว

            แต่ที่เริ่มจับได้คือมีคนมาบอกว่า “คิดดีๆ นะน้ำ มันมีคนอื่น” หลังมีคนมาบอกแบบนั้น เราเลยเริ่มเช็คจากใช้แอพเช็ค Location ติดตามไปโดยบอกเขาว่า “ช่วงนี้เราทำงานเราอาจจะต้องไปไหนมาไหนโดยที่เราอาจจะลืมบอก เดี๋ยวดู Location เราจากตรงนี้แล้วกันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เราก็ดูของเธอ เธอก็ดูของเรา น่ารักดีออก” เขาก็ยอม แต่ว่าเขามีโทรศัพท์ 2 เครื่อง ตั้งไว้ในอีกเครื่อง แต่ใช้อีกเครื่อง เครื่องที่ตั้งไว้ก็วางไว้ที่ห้อง อีกเครื่องนึงก็ใช้ไปหาอีก 2 คนนั้น ก็รู้สึกว่าแอพพึ่งไม่ได้แล้ว ก็ให้เพื่อนขับรถตามไป แต่ตอนนั้นตัวเราอยู่ต่างประเทศ เราก็คิดว่าก่อนหน้านั้นเขาก็ขับรถมาส่งเราที่สนามบิน พอเสร็จแล้วก็ขับไปหาผู้หญิงคนนั้นเลย เราก็รู้สึกแล้วว่าที่มันไม่รับสาย ที่ Location มันหายๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ แล้ว ก็เลยให้เพื่อนไปตาม แต่วันแรกเพื่อนก็ยังตามไม่เจอ ผู้ชายก็รับผู้หญิงมานอนที่บ้าน แล้วก็จะโทรหาเราเป็นช่วงๆ เหมือนกับช่วงที่ผู้หญิงเข้าห้องน้ำเขาถึงจะโทรมา

            จังหวะที่เราจับได้เลยคือ เขาจองทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับผู้หญิงคนนั้นแล้วตอนนั้นก็ให้เพื่อนตามไปอีก ก็เจอเขานั่งอยู่ด้วยกันบนรถ แล้วเพื่อนเราก็เข้าไปถามว่า “ไปไหนกันหรอคะ” แล้วเราก็วิดีโอคอลไป ผู้ชายก็ตอบกลับมาว่า “กำลังจะพาเพื่อนไปส่งที่บ้าน ฝนมันตก” เราก็ถาม “แล้วเพื่อนมาไงอะ” เขาตอบกลับมาว่า “เพื่อนก็นั่งวินมา” เราเลยบอกว่า “งั้นเปิดประตูรถให้ดูหน่อยสิ” คือเขาจองทริปไปทะเล ถ้ากลับบ้านมันจะมีแค่กระเป๋าใบเดียวที่ลีบๆ แบนๆ แต่ถ้าไปทะเลต่อให้คืนเดียวกระเป๋าก็ต้องอลังการแน่นอน หนูก็ “เปิดประตูสิขอดูหน่อย” เขาก็บอกว่า “ไม่ได้เดี๋ยวทะเลาะกับเพื่อน” เราก็คิดว่าใครมันจะไปทะเลาะกับเพื่อนเพราะว่าเปิดประตูให้แฟนดู มันไม่มี ผู้ชายเขาก็เลยขึ้นรถแล้วก็ขับรถหนีไปเลย แต่ว่าเรามีเบอร์โทรของผู้หญิงเราก็เลยโทรคุยกัน ก็เลยโป๊ะ พอคนแรกจับได้ เขาก็ทักไลน์มาบอก “ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ เรายังมีโอกาสอยู่ไหม” แต่อีกวันนึงเขาก็ไปอยู่กับอีกคนนึง เราก็ไม่ได้ให้โอกาสเขา แต่ก็ยังไม่ได้บอกเลิก เพราะว่ามีหมาด้วยกันอยากจะไปเอาหมาก่อน และตอนนี้ก็เลิกกันแล้ว

            แต่ว่ามันมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับหนูอีก หลังจากที่หนูเข้าไปเก็บของออกมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นอีก 3 วัน รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆ ก็เลยพึ่งทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ตอนนั้นก็เริ่มให้โอกาสเขาแล้ว แต่มันก็ยังติดอยู่ในใจ เราไม่ได้อยากได้ผู้ชายคนนี้ ตอนแรกก็อาจจะยังไม่ยกเลิกงานแต่งหรือยังไงดี แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็แบบเขาลืมวันฝากครรภ์ อยากให้เราออกค่าคลอดเอง เขาก็แสดงความเป็นพ่อแต่แบบว่าเราช่วยดูแลแต่เงินตรงนี้เธอออกไปก่อนได้ไหม เราก็เลยตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์โดยที่ไม่บอกเขา บอกเขาไปแค่ว่า “เราแท้ง” แต่หลังจากนั้นแม่เขาโทรมาบอกว่า “อ้าวฉันนึกว่าที่เลิกกันนี่เป็นเพราะแก ฉันได้ยินมาแค่ว่าแกกินเบียร์จนเด็กออก” เราก็อธิบายไปว่าทำไมถึงยกเลิกงานแต่งจริงๆ เขาก็ช็อกไปแล้วก็ขอโทษแทนลูก

            น้ำควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง เหมือนน้ำโดนกระทำขนาดนี้ แล้วการที่น้ำตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์มันก็ยากมากแล้วนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจอมันก็เหนื่อยมากๆ แล้ว จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง เขาไม่ได้บอกแค่แม่เขา เขาบอกทุกคนรอบข้างเขา ว่าเรากินเบียร์จนแท้ง ข้อมูลที่เขากระจายออกไปมันเป็นแบบนี้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นใครที่เราลองทักไปถามเขาก็จะตอบกลับมาว่า “อ้าว ผมก็เข้าใจแบบนั้น” เราควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองหรือว่าเราควรไปแก้ตัวกับคนเหล่านั้นดีไหม หรือว่าเราควรจะทำยังไงดี แต่เราไม่ชอบเลยในการที่เราเหมือนเป็นคนที่แบบ…ระยำ ทำไมเราเป็นคนผิด เหมือนการที่เลิกกันเป็นเพราะว่าเรากินเบียร์จนเราเลิกกัน ไม่โทษตัวเองเลย ทำไมเราถึงได้รับสายตาแบบนั้น จริงๆ เราเป็นคนถูกกระทำนะ แล้วเขาก็มีทักมาบอกว่า “ถ้าคนมันรักกันจริงอะนะ แค่นอกใจอะ ให้อภัยมันก็ได้แล้วเปล่าวะ ถ้ารักกันจริง”’

            ซึ่งงานนี้ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อันนี้เข้าใจ เมื่อก่อนก็เป็น ถ้าใครมาว่าร้ายให้ร้าย หรือว่ามีข้อมูลบางอย่างที่มันออกไปแล้วมันไม่ตรงกับที่เราเป็นจริงๆ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราจะดับเบิ้ลความหงุดหงิด ความไม่อยากให้ข้อมูลมันผิด เพราะเรารู้อยู่แกใจว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นมันกระจายออกไป แม่งโคตรหงุดหงิดเลย กูไม่ได้ทำอะ ถ้าทำแล้วมันกระจายออกไปเราก็จะเข้าใจเพราะเราทำ

            แต่ว่าอันนี้ยิ่งมันเป็นความเป็นความตายของชีวิตนึงด้วย แล้วเราหนักขนาดไหน คนเป็นคนที่ตั้งครรภ์แล้วต้องยุติการตั้งครรภ์อะ เข้าใจคำน้ำที่ว่ามันหนักมากแล้วนะ แล้วการที่เราตัดสินใจแบบนี้ ถ้ามันไม่เหลือ… จริงๆ ก็คงไม่ทำ อันนี้เข้าใจเลย พอข้อมูลมันถูกถ่ายทอดออกไปในวงที่มันก็ไม่ใช่วงของเราที่เราจะชี้แจงอะไรได้ กำลังชั่งใจว่าถ้าเป็นตัวเอง ผมก็เป็นคนไม่ชอบเหมือนกัน ก็อาจจะชี้แจงเหมือนกัน แต่…ก็คงจะเป็นบางคนที่เรารู้สึกว่าเราอยากให้เขาได้รับรู้ความจริง อาจจะเป็นคนที่เราแคร์อะไรแบบนี้ น้ำลองประเมินแล้วกัน ในวงเหล่านั้นมันก็อาจจะมีใครบางคนที่น้ำรู้สึกแคร์มากๆ ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด แล้วมันก็จะมีใครบางคนที่ช่างแม่งเหอะ จะคิดอะไรก็เรื่องของมัน ต่อให้เราอธิบายก็ไม่รู้ว่ามันจะเชื่อเราหรือเปล่า แล้วต่อให้มันเชื่อหรือไม่เชื่อจะมีประโยชน์อะไรต่อชีวิตเราเปล่า พวกนั้นตัดไปเลย

            เราคัดไว้เฉพาะคนที่เรารู้สึกว่าถ้าเขาเข้าใจผิดมันจะทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนแล้วน้ำไม่โอเค คนบางคนความสัมพันธ์เปลี่ยนน้ำอาจจะรู้สึกว่าช่างมันเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ก็ถือว่าตัดทั้งคนที่ไม่ดีก็คืออดีตแฟน กับมิตรที่อยู่ในวงเดียวกันมันก็เหมือนคนที่คล้ายๆ กัน ถ้าคิดแบบนี้น้ำก็อาจจะไม่ต้องแคร์เขามาก ก็แจ้งเฉพาะคนที่เราแคร์ก็พอ เราจะได้สบายใจในส่วนหนึ่งของเรา’

            ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เข้าใจในความรู้สึกน้ำที่ได้เผชิญอยู่ตอนนี้ มันโกรธ มันโมโห มันผิดหวัง พี่ว่ามันมีหลายความรู้สึกมาก ก็เป็นกำลังใจให้น้ำก่อนที่จะให้คำปรึกษา ว่าสิ่งที่เจอมันต้องใช้เวลาในการเยียวยาตัวเองกว่าที่จะกลับมาได้ เพราะว่าเรื่องมันก็เพิ่งเกิดขึ้น ทั้งเรื่องนอกใจ ทั้งเรื่องที่จะต้องตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ไป

            สำหรับพี่ พี่เห็นด้วยกับพี่เผือกเรื่องที่ว่า น้ำอาจจะไม่สามารถไปควบคุมข่าวลือที่มันแพร่สะพัดออกไปได้ตอนนี้ เพราะว่าตอนนี้มันได้ถูกจุดไฟไปแล้ว แต่ว่าเราอาจจะต้องเลือกว่าเราแคร์ใครบ้าง อย่างที่พี่เผือกบอกเราไม่สามารถไปแคร์ได้ทุกคน น้ำคิดง่ายๆ เหมือนดาราที่เขามีข่าวลือแล้วมันไปทั้งประเทศแล้วการที่เขาจะมานั่งไล่ตามแก้ทีละคน ตายพอดีมันมีชีวิตปกติไม่ได้หรอก แต่ว่าพี่แค่รู้สึกเหมือนพี่เผือกว่าเราต้องเราจะต้องดูว่าคนไหนที่เรารู้สึกว่าเราแคร์จริงๆ เขาควรจะได้รับรู้ความจริงนั้น เพราะเราไม่อยากให้เขามองเราในมุมที่มันไม่ใช่เรา ในขณะที่น้ำบอก คนอื่นที่มันอยู่นอกวงที่มันเป็นเพื่อนฝั่งเขา พี่คิดว่ามันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามไปเข้าหาเขาเพื่ออธิบาย พี่ว่าก็เท่านั้น เขาไม่ได้รักเราไม่ได้แคร์เราอยู่แล้ว เอาคนที่เรารู้สึกว่าเราอยากให้คนนี้เข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น มันน่าจะง่ายกว่า

            พี่คิดวิธีช่วยนะ พี่ว่าการที่จะไปบอกทีละคนมันเหนื่อยนะ หนูมีช่องทางที่เรามีแต่เพื่อนที่เราแคร์ ก็พิมพ์เล่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นในมุมของหนูก็ได้ ด้วยสังคมโซเชียลทุกวันนี้เดี๋นวเรื่องมันจะถูกแชร์ไปเอง คนมันจะปะติดปะต่อได้เอง พี่ว่าสุดท้ายแล้วกระบวนการกลไกมันจะทำงานของมันเอง แต่ว่าตอนนี้หนูได้ทำเพื่อให้หนูสบายใจแล้วว่าหนูได้บอกเล่าเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้นแล้ว’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งนี้จะมอบให้กับน้ำ ก็คือ สมมติว่ามีน้ำอยู่ในแก้วแล้วเราถือน้ำอยู่ เราอยากรู้ว่าน้ำนี้มันหนักไหม หยิบน้ำขึ้นมาแล้ววางแก้ว เราก็ไม่ได้รู้สึกหนักอะไรมากมาย ถ้าเราถือน้ำแก้วเดิมแล้วถือไว้อยู่อย่างนั้น ยิ่งนานเท่าไหร่เรายิ่งเมื่อย เรายิ่งงรู้สึกว่ามันหนักทั้งๆ ที่ปริมาณน้ำมันก็เท่าเดิม ฉะนั้น วิธีการจัดการของน้ำก็คือ ปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ไม่ให้ทำร้ายเรา นี่เป็นวิธีคิดสำหรับน้ำ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ชีวิตหนู ไม่เคยขึ้นอยู่กับใคร อยู่ด้วยตัวเองมาตลอด จนกระทั่งมีแฟน แฟนจะให้รายงานทุกอย่างในชีวิต ทั้งก่อน และ หลัง ตื่นนอน กินข้าว ทำงาน หายไปไหนต้องบอกทุกเรื่อง แต่หนูไม่ใช่คนแบบนั้น จะทำยังไงดีคะ ใจก็ไม่อยากเลิกเพราะยังรักกันอยู่

07 ก.พ. 2025

ชีวิตหนู ไม่เคยขึ้นอยู่กับใคร อยู่ด้วยตัวเองมาตลอด จนกระทั่งมีแฟน แฟนจะให้รายงานทุกอย่างในชีวิต ทั้งก่อน และ หลัง ตื่นนอน กินข้าว ทำงาน หายไปไหนต้องบอกทุกเรื่อง แต่หนูไม่ใช่คนแบบนั้น จะทำยังไงดีคะ ใจก็ไม่อยากเลิกเพราะยังรักกันอยู่

“คุณอัน (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคือวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนชอบให้รายงานทุกอย่างในชีวิต โดย “คุณอัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่เคยมีแฟนมาก่อนเลย แล้วหนูก็ไม่เคยคุยกับใครแบบจริงจังด้วย มันจะเป็นวนลูป หนูชอบเขา เขาไม่ชอบหนู ส่วนคนที่ชอบหนู หนูก็จะไม่ชอบเขา ส่วนใหญ่จะคุยเฉย ๆ แบบไม่ได้อินมาก แต่หลังจากที่มาเจอคนปัจจุบันหนูชอบเขา แล้วเขาก็ชอบหนู เราก็เลยคุยกันไปเรื่อย ๆ เขาเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง แต่ว่าพอคุยกันไปได้สักพักหนึ่ง เริ่มคุยกันจริงจังขึ้นแต่ก็ยังไม่ได้เป็นแฟนกัน เราตกลงกันว่า ถ้าเธอไม่มีใคร เราก็ไม่มีใคร ทีนี้พอมันเริ่มจริงจัง เขาเลยเริ่มที่จะถามมากขึ้นว่า ‘ทำอะไรอยู่’ จนมีข้อตกลงขึ้นมาว่า ก่อนเธอจะทำอะไรให้บอกเรา หลังเธอทำอะไรเสร็จให้เธอบอกเราด้วย ถ้าเขาแชทมาให้เราพยายามตอบแชทให้เร็ว แต่เขาไม่ได้บังคับว่าต้องเร็วมาก ถ้าว่างก็ตอบ โดยพื้นเพหนูเป็นคนที่ค่อนข้างติดเพื่อนมาก แล้วหนูก็ใช้ชีวิตแบบที่ไม่เคยมีเขามาก่อน หนูค่อนข้างให้เวลากับตัวเองเยอะมาก ๆ และหนูก็ไม่เคยมีแฟน หนูไม่เคยมีความสัมพันธ์แบบที่มันต้องให้ความสำคัญกับใคร บางทีหนูดูหนัง หนังประมาณ 2 ชั่วโมงแล้วเขาแชทมา หนูรู้สึกว่าไม่อยากให้ใครมาขัดตอนนั้น หนูก็เลยรอจนกว่ามันจะจบ 2 ชั่วโมงหนูถึงจะไปตอบเขา จากนั้นเขาก็ทะเลาะกับหนูเลย ประมาณว่า ‘อ๋อ เธอเห็นหนังสำคัญกว่าเราใช่ปะ?’ ซึ่งช่วงแรกหนูก็ยังไม่ได้บอกเขาก่อนว่าหนูจะดูหนัง แต่หลังจากนั้นหนูก็บอกเขา ด้วยความที่หนูเป็นคนที่ใช้ชีวิตกับตัวเองเยอะ แล้วเขาก็ยังเรียนอยู่ที่ประเทศจีนด้วย จึงทำให้ต้องอยู่ห่างกัน หลัก ๆ คือหนูจะทำอะไรแล้วไม่ค่อยบอก แต่จะไปบอกตอนที่หนูทำเสร็จแล้ว หนูจะติดนิสัยเวลาหนูคุยกับเพื่อนหรือครอบครัว หนูทำเสร็จแล้วหนูถึงจะบอก หนูจะไม่ค่อยบอกก่อนทำหรือว่าระหว่างทำ เพราะมันเคยมีครั้งหนึ่ง หนูบอกเขาว่ามันยังไม่เสร็จเพราะตอนนั้นทำอยู่ก็เลยไม่ได้บอก แล้วเขาก็บอกว่าขนาดเราเรียนอยู่ เรายังบอกเธอได้เลย หนูก็แบบต้องทำยังไง? คือหนูไม่ชินกับการที่ต้องบอกตลอดอย่างนี้ เพื่อนหนูก็บอกว่าหนูควรอยู่คนเดียว แล้วเพื่อนอีกคนก็บอกว่าหนูชอบเขาไม่มากพอ แต่ในความรู้สึกหนู หนูชอบเขามาก แต่หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมหนูทำไม่ได้ หนูคุยกับคนนี้มาตั้งแต่ปลายปี 2023 จนถึงตอนนี้ก็ปีกว่าแล้ว เขาเป็นสเปคหนู แต่มันก็มีหลายเรื่องบางทีหนูตื่นสาย จนไม่ได้บอกมอนิ่ง เพราะต้องรีบลุกไปอาบน้ำ แล้วหนูก็ไม่ได้บอกมอนิ่งเขา ทีนี้พอเขาส่งมอนิ่งมา หนูก็บอกเขาว่า ‘เมื่อเช้าลืมเลย เราตื่นสาย เราก็เลยไม่ได้ส่งไปบอกมอนิ่งเธอ’ แล้วเขาก็ตอบกลับมาว่า ‘มันไม่มีเวลาเลยเหรอ’ หนูก็สวนกลับไปว่า ‘ก็รีบไง!’ แล้วเขาก็บอกกลับมาว่า ‘มันจะพิมพ์สักกี่วินาทีกัน พิมพ์ไม่ได้เลยเหรอ’ หนูเลยไม่ค่อยโอเคที่เขาเป็นแบบนั้น แต่จะให้กลับไปเป็นโสดก็ไม่อยาก เพราะหนูก็ชอบเขา มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาบอกว่าเธอทำไม่ได้ใช่ไหม? งั้นเดี๋ยวเราจะไปปรับให้เท่าเธอ ก็คือเขาหายไปเลย ถ้าหนูไม่ถาม เขาก็ไม่ตอบ ระหว่างวันก็จะไม่ค่อยได้คุยกัน พอเขาทำแบบนั้น หนูก็บอกว่าเธอไม่ค่อยคุยกับเราเลย เธอไม่อยากคุยกับเราแล้วเหรอ แล้วเขาก็บอกว่าเราทำแบบนี้เธอรู้สึกดีไหม หนูก็บอกว่าไม่ เขาก็บอกกลับมาว่างั้นเธอทำแบบนี้กับเราทำไม หลังจากคบกันไปได้หนึ่งปี มันก็มีปัญหาแบบนี้มาเรื่อย ๆ หนูก็เลยคุยกับเขาว่า โอเค เธออยากให้เราทำอะไร เขาก็บอกมาเหมือนเดิม ก่อนทำอะไรให้บอก หลังทำอะไรให้บอก หนูก็ตอบตกลงไป และบอกว่าถ้าครั้งนี้เรายังทำไม่ได้ พวกเราก็แยกย้ายกัน โดยที่ไม่มีเร้าหรือ เขาก็ตอบตกลงกลับมา พอผ่านไปไม่ถึงอาทิตย์ หนูก็ทำพลาดอีกแล้ว เขาก็บอกมาว่า เธอทำไม่ได้อีกแล้ว เธอพูดกี่ครั้งแล้วว่าเธอจะทำ แต่เธอก็ทำไม่ได้ หนูก็บอกว่างั้นก็ตามที่คุยกันไว้ เราก็แยกย้ายกันไปเลย เขาพูดขึ้นมาว่า ‘เธอไม่อยากคุยกับเราแล้วใช่ไหม’ หนูเลยตอบกลับไปว่า ‘ไม่ใช่ หนูอยากคุยกับเขา’ แล้วเขาก็บอกว่า ‘แล้วทำไมเธอไม่ตอบแชทเรา’ แล้วมันก็วนซ้ำอยู่อย่างนี้ วนไปเรื่อย ๆ แบบนี้ทั้งคืน แล้วสรุปก็ไม่ได้เลิกกัน คือหนูรู้สึกว่าเหมือนตัวเองอยู่ใน Toxic relationship แต่หนูก็ไม่รู้ว่าใครผิดกันแน่ หรือถ้าจะเลิก หนูอยากให้เขาเป็นคนบอกเลิกเพราะหนูเป็นฝ่ายผิด แต่เขาไม่เคยบอกเลิกหนู หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า ‘หนูเย็นชาไปไหมหรือเป็นที่เขางี่เง่าเกินไป หรือว่าหนูควรอยู่คนเดียว’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าหนูยังไม่สามารถปรับได้ ถ้าหนูไม่สามารถรายงานใครได้จนเป็นนิสัยของหนู หรือเขาก็ยังไม่สามารถลดให้เบาลงได้ ด้วยการถามหนูน้อยลง พี่ว่าหนูจะทนกันไปได้สักพัก แล้วเดี๋ยวหนูก็จะทนกันไม่ไหว ถ้าตอนนี้หนูอยากมีเขาอยู่ก็ต้องทนไปก่อน เพราะถ้าให้เลิกกันก็ไม่มีความสุขอยู่ดี มันจะยื้อกันอยู่อย่างนี้แหละ สักพักหนูก็จะเลิกกันเอง มันก็แค่คนที่มีนิสัยต่างกัน ถ้าหนูไปเจอแฟนที่เขาไม่ได้อยากถามอะไรหนู หนูคงมีความสุขสบายใจกว่านี้ แต่หนูยังไม่เจอไง เพราะฉะนั้นถ้ามันมีตัวเลือกเดียวตอนนี้ แล้วหนูเสียเขาไปไม่ได้ หนูก็ต้องทน มีอยู่แค่นี้ ทนกับปรับ ปรับไม่ได้ก็ต้อง ทน ทน ทน ทนไม่ไหวก็หยุด ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหานี้แหละสำหรับคนพึ่งมีแฟนหรือว่าพึ่งคบหากัน สุดท้ายพี่ว่าในช่วงวัยหนึ่งที่เราจะเลิกกันด้วยปัญหาอะไรก็ไม่รู้ แต่ว่า ณ วัยนั้นมันคือปัญหาใหญ่ของเรา ซึ่งปัญหาเหล่านั้นมันทำให้เราเลิกกันได้ แต่งตัวโป๊ ไปไหนไม่รายงาน ปัญหามันจะอยู่แถว ๆ นี้ แต่พอเราอายุมากขึ้นปัญหาเหล่านี้มันจะค่อย ๆ กลายเป็นไม่มีปัญหา ในวัยหนึ่งเราจะไม่ค่อยอยากปรับตัวให้ใครหรอก หรือบางทีเราอาจจะทำตามคนรัก แฟนอยากได้ยังไงเราทำตามหมด แต่พอวัยมันเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับความรักหรือการปฏิบัติตัวกับคนรักมันจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทีนี้ ณ วันนี้อันทำไม่ได้ รายงานไม่ได้ ซึ่งมันเป็นปัญหาของคู่รักวัยนี้จริง ๆ เป็นปัญหาใหญ่มาก ๆ แต่ถ้าเราพาอันข้ามเวลามาในวัย 35 การไม่รายงานมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาของชีวิตคู่อีกต่อไปแล้ว มันเลยตอบยากว่าถ้าให้อันปรับตัวตอนนี้ เพื่อแก้ปัญหานี้อันจะทำได้ไหม เพราะมันเป็นช่วงเวลาก้าวผ่านของวัย Coming of age ซึ่งมันก็ต้องเรียนรู้กับความรักแบบนี้ ที่คนเราจะเลิกกัน เพราะไม่ได้โทรรายงานว่าทำอะไรอยู่ และทำเสร็จแล้วไม่ได้โทรบอก เดี๋ยวอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้าอันก็จะมองความรักขึ้นไปอีกสเต็ปหนึ่ง อันก็จะไม่รู้สึกว่าฉันจะต้องไม่รายงาน เหตุผลที่เลิกกัน มันจะกลายเป็นอีกเหตุผลหนึ่ง พี่ทำได้แค่บอกว่าให้อันเรียนรู้ไปแล้วก็ไม่ต้องไปคิดมากว่าจะเลิกหรือไม่เลิก ไม่ต้องไปนั่งคิดเลยแค่ใช้ชีวิตไป ณ วันนี้มันยังไม่เลิกกันก็ทนกันอยู่เรื่องนี้แหละ คิดออกก็รายงาน คิดไม่ออกก็ขอโทษแล้วก็บอกไปว่าอย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดี แต่ฉันแค่ลืมรายงาน เราแค่เจอคนที่เอนเนอร์จี้ทางความรักต่างกัน แล้วอยู่ที่ว่าเราจะเรียนรู้มันต่อไปหรือจะเลิกกันไปเลย ซึ่งพี่รู้สึกว่าเรียนรู้ไปก่อนเดี๋ยวมันไม่ไหวมันก็เลิกกันเอง’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘Life style หนูไม่ใช่ของกันและกัน แต่หนูแค่ชอบกัน พี่จะทำให้รักของหนูง่ายขึ้น คือตื่นเช้ามาบอก Morning กำลังจะอาบน้ำแล้วนะ ตัวเองอาบน้ำเสร็จแล้วนะ กำลังจะออกไปทำงานแล้วนะ ทำแบบนี้มันยากเหรอ ถ้ามันยากก็เลิก ไม่เลิกก็อดทนอยู่ในความสัมพันธ์นี้ เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน เดี๋ยวก็เลิกกัน ทำสิ เริ่มทำ หนูต้องยอมรับว่าผู้ชายคนนี้มาในแพ็คเกจงี่เง่า เขางี่เง่าด้วยแล้วหนูก็ไม่ได้ให้ความสำคัญเขาจริง ๆ ตามที่เขาพูด หนูไม่ได้ใส่ใจ เพราะถ้าเขาสำคัญจริงมันต้องเป็นคนแรกที่เราตื่นมาแล้วนึกถึง หนูก็รู้อยู่แล้วว่าเขามีเงื่อนไขอะไร แทนที่หนูจะทำเพื่อปัดปัญหามันจะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน แต่หนูก็ไม่ทำด้วย แล้วก็ไม่อยากเลิกด้วย คน ๆ เดียวไม่สามารถจะสมหวังได้ทุกเรื่องนะ หนูไม่มีสิทธิ์ได้ทุกอย่างที่หนูต้องการ มันแค่เรื่องเล็กน้อยเอง มันไม่ใช่เรื่องยากเลย เพราะฉะนั้นไปทำ ถ้าไม่อยากเสียเขาไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

07 มิ.ย. 2024

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้ว เราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิต ย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา

เราเป็นทอม เคยคบกับแฟนผู้หญิงตอนมัธยม เลิกกันไป มาเจออีกที แฟนเก่าเราอุ้มลูก มีสามีแล้วเราโกรธบล็อกเขาทุกช่องทาง แล้วเราก็มีแฟนใหม่ จนทราบข่าวว่าแฟนเก่าเสียชีวิตย้อนดูในโซเชียลเขาไม่เคยลบรูปเราเลย พยายามติดต่อมาคุยกับเรา รู้สึกติดค้างไม่ได้พูดอะไรกับเขาเลย “คุณนิค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [5มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความรักที่ความรู้สึกยังค้างคา โดย “คุณนิค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นเรื่องราวที่เราเคยถูกผู้หญิงคนหนึ่งทิ้งไปนานมากแล้ว ซึ่งเรื่องมันจบไปแล้วแต่เรายังรู้สึกผิดอยู่ เริ่มจากเราเคยเป็นเพื่อนร่วมห้องกันมาก่อนตั้งแต่ม.ปลาย เค้าเคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อนแล้วก็ค่อยมาคบกับเราที่เป็นทอม เวลาที่เค้าทะเลาะกับเพื่อนเราก็จะอยู่ข้าง ๆ เค้าตลอด เค้าก็มักจะบอกกับเราว่า “อย่าทิ้งเค้าไปไหนนะ” เพราะเราเหมือนเป็นที่พึ่งทางใจให้กับเค้า จนจุดเปลี่ยนมันเกิดช่วงที่เราทั้งคู่เข้ามหาลัย เค้าสอบติดมหาลัยที่อยู่ต่างจังหวัด เราก็ไปส่งเค้าที่สนามบิน แต่หลังจากนั้นได้ 2 อาทิตย์เค้าก็โทรมาบอกเลิกเราเลย ทั้งๆไม่มีสัญญาณอะไรและเราก็ไม่ได้เตรียมใจไว้เลย ซึ่งเหตุผลที่เค้าบอกเราคือเราขี้หึงเกินไป งี่เง่าเกินไป โทษความผิดให้กับเราหมดเลย เราเลยไปส่องเฟซบุ๊คของเค้า และสิ่งที่เราเจอคือเค้าโพสรูปคู่กับผู้ชายคนหนึ่งที่น่าจะเป็นคนคุยใหม่ของเค้า เราเลยโกรธเค้ามาก ไล่ลบรูปคู่ทั้งหมด บล็อกเค้าทุกช่องทาง แต่ด้วยความที่พี่สาวของเราเรียนที่มหาลัยเดียวกับเค้า เราเลยยังได้ทราบข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ บ้าง หลังจากจบมหาวิทยาลัย แฟนเก่าเราประกาศแต่งงานทันที เราก็แอบรู้สึกช็อคนิดนึงแต่ก็รู้สึกว่ามันผ่านมานานมากแล้วทำไมถึงต้องไปคิดอีก แต่มันดันมีเรื่องบังเอิญที่ทำให้เราต้องไปเจอเค้าและภาพที่เราเห็นคือเค้ากำลังอุ้มลูกอยู่ เราตัวชา ทำตัวไม่ถูก เลยเลือกที่จะเดินสวนไป ผ่านไปสักพักเราก็ได้ยินข่าวคราวอีกทีคือเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ทั้งแม่และพี่สาวก็ไปให้กำลังใจเค้าและเหมือนจะดีขึ้น แต่สุดท้ายเค้าก็เสียชีวิต พอเราได้ยินแบบนั้นก็เหมือนโลกถล่ม สิ่งที่เราพยายามเกลียดเค้าหรือลืมเค้ามาโดยตลอดทำให้เราเสียศูนย์ไปเลย เราเลยขอแฟนคนปัจจุบันไปงานศพของเค้า และเราก็เสียใจที่คุยกับเค้าผ่านธูป และบอกกับตัวเองว่าทำไมเราไม่ทักไปคุยกับเค้า ทำไมเราถึงใจร้ายกับเค้า เราเลยกลับไปดูในเฟสบุ๊คคือเค้าไม่เคยลบรูปคู่กับเราเลย มันเลยยิ่งทำให้เราคิดว่าทำไมมีแต่เราที่มีทิฐิ และโกรธเค้าอยู่ฝ่ายเดียว ทำให้เราต้องไปปรึกษาจิตแพทย์และกินยา แต่เมื่อไหร่ที่นึกถึงเค้าเราก็จะร้องไห้ตลอด เลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่าเราผิดมั้ยที่ตอนเลิกกันเราบล็อกเค้าทุกช่องทาง และถ้าอยากเลิกคิดเรื่องนี้พี่ช่วยแนะนำมุมมองใหม่ให้ได้มั้ยคะเพราะเราจมปลักกับตรงนี้มานานมาเกินครึ่งปีแล้ว’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คุณนิคไม่ผิดที่บล็อกเค้าเพราะเค้าบอกเลิกเรา จริง ๆ สำหรับผู้หญิงเรื่องแบบนี้เค้าวางแผนมาแล้วว่าจะเลิก กะว่าไปถึงอีกจังหวัดเค้าจะหาวิธีบอกเลิก หรือเค้าอาจจะไปแล้วไปเจอใครที่นู้นภายใน 2 อาทิตย์ สำหรับหอมมันก็คือการนอกใจ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เราต้องเสียดาย เป็นหอมหอมก็ไม่ทักหา อาจจะใช้เวลาไปสักพักถึงจะให้อภัย ฉะนั้นตรงนี้ไม่ผิดอยู่แล้วเพราะเลิกกันไม่ดี ส่วนรื่องเปลี่ยนมุมมอง หอมว่าเราไม่ใช่หมอดู ไม่มีใครรู้อนาคตว่าใครจะต้องไปเจออะไร แล้วสัจธรรมของชีวิตคน เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องปกติมาก ไม่วันหนึ่งคุณนิคไปเค้าก็ไป มันไม่ใช่ความผิดเรา สิ่งที่เราทำมันก็ถูกต้องแล้วคือต่างคนต่างใช้ชีวิตเพราะเลิกกันไปแล้ว นิคอาจจะรู้สึกเสียดายที่น่าจะให้อภัยและคุยกับเค้าเพราะนี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่ง หอมคิดว่ามันเป็นความเสียดายมากกว่าที่คุณนิคจะเก็บมาโทษตัวเองว่าเราทำผิดทำไมเราไม่คุยกับเธอ มันไม่ใช่แค่คุณนิคอย่างเดียว เค้าอยากคุยกับเรารึเปล่า อันนี้ก็ไม่รู้ แล้วที่บอกว่าไลน์เด้งมาหาเราก็มีคนให้ข้อสันนิฐานว่า จริง ๆ เค้าอาจจะไม่ได้แอดเรามา แต่ถ้ามีเบอร์เราไลน์มันก็จะเด้งอัตโนมัติเวลาที่เค้าเปลี่ยนมือถือ และในเมื่อเค้าเป็นคนทิ้งเราก่อนเราก็ไม่ผิดที่เราทักเค้าไป แล้วการที่คุณนิครู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และวันที่เค้าเสียชีวิตแล้วคุณนิคจะไปอโหสิกรรมอันนี้ก็เปนเรื่องที่ถูกต้อง เพราะเราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งเค้าจะเจออะไร เค้าจะจากเราไปตอนไหน ถ้าคุณนิครู้สึกว่านี่เป็นบทเรียนและไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้อีก วันนี้คนที่อยู่ข้าง ๆ คุณนิค คุณนิคก็ต้องทำดีกับเค้าเช่น แฟนใหม่ที่เราคบ ถ้าวันหนึ่งเค้าเป็นอะไรขึ้นมาเราจะเสียดายอะไรที่เรายังไม่ได้ทำบ้าง ให้ทำกับคนนี้หรือทำกับคนรอบข้างเหมือนจะจากกันตลอดเวลา เพราะงั้นทำตีต่อกันกับคนที่ยังเหลืออยู่ อันนี้หอมว่าดีกว่า และเลิกคิดถึงคนที่จากไปแล้วและไม่ต้องโทษตัวเอง เพราะเค้าไปแล้วและไม่รับรู้อะไรแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ใกล้เคียงกับหอม เพราะพี่ก็ถามว่าว่าทำไมนิคคิดว่าตัวเองผิด แต่ด้วยจังหวะของการเลิกกันมันอาจจะกระทันหัน ซึ่งการเลิกกันแบบนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เกิดขึ้นกับคู่อื่น ๆ คนเรามีการบอกบอกเลิกหรือวิธีหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่เหมือนกัน บางคนก็หายไปเลย บางคนก็มานั่งคุย อันนี้ก็แล้วแต่คู่ แล้วพอเลิกกันไปผมมองว่าต่างคนต่างวางตัวกันดี เอาจริงคุณนิคก็ไม่ควรทักไปอยู่แล้ว เพราะมันไม่มีสาเหตุที่ต้องคุยกันในฐานะเพื่อนเก่าหรืออะไรก็ตาม ยิ่งทักคุยกันอาจจะยิ่งเป็นปัญหากับความสัมพันธ์ปัจจุบันของแฟนเค้าซะมากกว่า ผมว่าต่างฝ่ายต่างทำถูกแล้วที่ไม่ได้ติดต่อกัน และสุดท้ายคนที่จะติดค้างเรื่องคำขอโทษก็น่าจะเป็นฝ่ายเค้ามากกว่า ผมมองว่าทุกอย่างดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็นอยู่แล้ว ไม่เห็นว่าจะมีความผิดอะไรจากคุณนิคเลย ในเรื่องของมุมมองคุณนิคต้องล้างความคิดว่าตัวเองผิดก่อน ผมไม่เห็นว่าคุนนิคจะต้องมีอะไรที่ติดค้างหรือรู้สึกผิด เพราะต่างฝ่ายก็ต่างไปมีชีวิต คนที่เลิกกันแล้วบางทีก็ไม่เหมาะไม่ควรที่เราจะคบหากันต่อ แม้จะเป็นเพื่อนกันก็ตามมันต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เป็นเพื่อนกัน เมื่อไหร่ที่ตัดสินใจก้าวข้ามความเป็นเพื่อนมาเป็นแฟน มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ย้อนกลับไปไม่ได้ พอเลิกกันก็ต้องทำใจว่าความสัมพันธ์แบบเพื่อนมันจะไม่กลับมา และทุกอย่างี่เกิดขึ้นมาผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติทุกอย่าง’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะเสนอมุมมองที่ต่างพี่เผือกพี่หอมนิดนึง เท่าที่พี่ฟังมาพี่รู้สึกเสียดายชีวิตคุณนิคมากเลย พี่รู้สึกว่า 9 ปีตั้งแต่เลิกกับเค้าคุณนิคไม่ได้ไปไหนเลย อย่างตอนที่เจอเค้าอุ้มลูกแล้วคุณนิคหนี ถ้าเป็นคนที่มูฟออนแล้วพี่ว่าเค้าคงเดินไปถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับเติ้ลมองว่าเหมือนคุณนิคยังอยากได้เค้าเป็นแฟน ยังเฝ้าดูชีวิตเค้าตลอด เรื่องของเค้ายังเข้ามากระทบจิตใจคุณนิคตลอด แล้วสุดท้ายคนที่ไม่ไปไหนก็คือตัวคุณนิค แต่วันนี้เค้าเสียไปแล้วแต่คุณนิคเองที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งทำให้เติ้ลเสียดายเวลาที่คุณนิคจะไปมีความสุขกับตัวเอง ถ้าคุณนิคยังไม่เลิกคิดว่าตัวเองผิด ก็โปรดให้อภัยตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนในกลุ่มเป็น VJ ในแอปกันหมด เพื่อนบอกไม่ต้องทำไรมาก ไลฟ์วันละ 2 ชั่วโมง เดือนนึงได้หลักหมื่น โชคดีก็จะมีลูกค้าขอแอดไลน์นอกรอบ อยากได้อะไรขอให้บอก ซื้อให้หมด ไม่ต้องการอะไรเลย หนูอยากทำแต่แฟนขอไว้ว่าอย่าทำได้ไหม?

15 มี.ค. 2024

เพื่อนในกลุ่มเป็น VJ ในแอปกันหมด เพื่อนบอกไม่ต้องทำไรมาก ไลฟ์วันละ 2 ชั่วโมง เดือนนึงได้หลักหมื่น โชคดีก็จะมีลูกค้าขอแอดไลน์นอกรอบ อยากได้อะไรขอให้บอก ซื้อให้หมด ไม่ต้องการอะไรเลย หนูอยากทำแต่แฟนขอไว้ว่าอย่าทำได้ไหม?

“คุณเตย (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [13 มีนาคม 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาอยากทำ VJ ในแอปพลิเคชันแต่แฟนหวงไม่อยากให้เราทำ โดย “คุณเตย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนในกลุ่มที่ทำวีเจด้วยกันหลายคน บางคนเขาทำ 2-3 แอป แต่แอปที่เพื่อนทำก็มีหลายเรท เริ่มตั้งแต่การชวนคุย ไปจนถึงเรื่อง 18+ เพื่อนส่วนใหญ่ก็ทำเรทชวนคุย แต่งหน้า แต่งตัวสวย ๆ ชวนคนในแอปคุย พูดอ้อน ให้คนในแอปเปย์ของขวัญ พอหนูอยู่ในกลุ่มเพื่อนแบบนี้ เพื่อนก็จะคุยกันประมาณว่า ได้เงินเยอะ บางคนที่โชคดีก็มีคนเปย์นอกแอป คือ ถ้ามี User ที่อยากได้ไลน์หรืออยากได้อินสตาแกรมส่วนตัวของเรา เราสามารถตั้งเรทราคาเองได้ ก็จะมีการทักมาเปย์หลังไมค์ เพราะถ้าเปย์ในแอปก็จะมีการหักส่วนต่าง บางคนได้เดือนละหลาย ๆ หมื่น พอหนูได้ยินบ่อย ๆ ก็เกิดกิเลส อยากได้เงินบ้าง... ต่อมาหนูได้ไปปรึกษาแฟน ซึ่งแฟนอายุน้อยกว่าหนู 2 ปี และกำลังเรียนอยู่ แฟนก็ไม่ได้ห้ามแต่ขอว่าไม่ทำได้ไหม? แฟนให้เหตุผลว่า ถ้าหนูทำเขาจะรู้สึกแย่ที่ไม่มีปัญญาเลี้ยง จนต้องให้คนอื่นมาเปย์แฟนตัวเอง หนูก็บอกว่ากับเขาว่า ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเลี้ยง หนูก็ทำงานเลี้ยงตัวเองได้ แต่หนูแค่อยากมีรายได้เสริม อยากเอาเงินส่วนนี้ไปเสริมความงาม เข้าคลินิกทำหน้า เพราะเห็นว่าได้รายได้ดี ทำแค่วันละ 2 ชั่วโมงอยู่ที่บ้านก็ได้ แฟนก็บอกว่า ได้เงินก็จริง แต่แฟนคงเสียความรู้สึก และถ้าได้เงินง่าย ได้เยอะ มันจะทำให้เราติดสบายหรือเปล่า แต่ถ้าอยากทำจริง ๆ ก็ทำได้ แต่ไม่อยากให้ทำดีกว่า แฟนก็ถามหนูว่า เขาจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า? ซึ่งหนูก็ได้ไปเสิร์ชและอ่านในพันทิป มีหลายคู่ที่มีปัญหากันเพราะแฟนไปทำวีเจ อีกใจหนึ่งหนูก็อยากได้เงิน แต่อีกใจหนึ่งหนูก็แคร์ความรู้สึกแฟน ก็เลยมีคำถามอยากถามพวกพี่ ๆ ดีเจ 3 คำถาม คำถามละคนเพราะอยากเห็นมุมมองของพี่ ๆ ดีเจแต่ละคน ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้คำถามที่ 1 คือ ถ้าแฟนพี่มาขอทำวีเจ จะให้ทำไหมและเหตุผลคืออะไร? โดยให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องดูก่อนว่าในโลกสมมตินั้น ข้อจำกัดในการใช้ชีวิตของพี่เดือดร้อนขนาดไหน ถ้าไม่ได้เดือดร้อนพี่ก็ไม่อยากให้ทำ แอปวีเจก็เป็นการไลฟ์สดอีกแบบหนึ่ง หรือไลฟ์สดทำอาหารในอีกแพลตฟอร์มก็มี อย่างแอปที่พี่สตรีมเกมก็มีคนมาไลฟ์แบบพูดคุย ไลฟ์ประดิษฐ์ของ พี่คงอยากให้แฟนพี่ไปทำในแพลตฟอร์มที่พี่สบายใจและแฟนก็ยังหารายได้เสริมได้ด้วย พี่มองว่าถ้ามีทางเลือกอื่นที่สามารถสร้างรายได้เสริม พี่ก็อยากให้ทำทางเลือกอื่นที่สร้างรายได้มากกว่า พี่ก็จะช่วยหาด้วย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้คำถามที่ 2 คือ ยังไงกับคนที่ทำงานแบบนี้ แล้วคิดว่าคนทำงานแบบนี้ติดสบายไหม? โดยให้คำปรึกษาว่า ‘พี่รู้สึกว่างานนี้ไม่ได้สบายและยากมาก คือ 1. ต้องมีรูปร่างหน้าตาที่ดี ที่จะดึงให้คนมาดูได้ 2. ต้องมีลูกล่อลูกชนที่จะดึงคนให้กดหัวใจ และส่งของขวัญเปย์ตลอดทั้งชั่วโมง สำหรับพี่ มันไม่ใช่งานสบายที่ใคร ๆ ก็ทำได้ แล้วพี่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าคนที่ทำงานนี้ติดสบาย ต้องอาศัยความตั้งใจ ลงแรงกาย ใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ พี่อยากจะบอกเตยอีกว่า อย่าพึ่งคิดว่าการทำวีเจมันทำง่าย ๆ แล้วจะได้เงิน ถ้าเรายังไม่ได้ทำ มันอาจจะมีรายละเอียดอีกหลายอย่าง ที่พอเราทำแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เตยต้องถามตัวเองให้ดี ๆ ก่อน’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำถามที่ 3 คือ ถ้าแฟนพี่มาพูดแบบนี้พี่ยังจะทำงานวีเจอยู่ไหม? โดยให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะดูว่าพี่ต้องทำอะไรบ้าง ถ้าให้พี่ไปเต้น พี่ก็ไม่ทำเพราะไม่ใช่ทาง พี่เป็นสายขายความสามารถ พี่ว่าเตยควรหาตรงกลางระหว่างแฟน เช่น ทำคอนเทนต์แต่งหน้า คอนเทนต์นั่งคุยไปเรื่อย ๆ หรือ NPC แต่ถ้าเตยเลือกแฟนคนนี้ เตยต้องเลือกคอนเทนต์ที่ไม่ทำร้ายจิตใจแฟน แต่ถ้าเตยเลือกทางวีเจ พูดอ้อน ขายเซ็กซี่ เตยก็ต้องไม่มีแฟน หรือต้องมีแฟนที่ยอมรับได้ ทุกวันนี้มีวิธีหาเงินทางออนไลน์หลายวิธีมาก ขายของออนไลน์ การทำ Affiliate เตยต้องไปหาความสามารถของตัวเองให้เจอก่อน มันจะดีกว่าการแก้ผ้าแล้วได้เงิน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูชอบหนุ่มเทสเด็กสยาม แต่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนสาวภูธรธรรมดาๆ ปัดแอปหาคู่ แมตซ์แล้วก็ไม่มั่นใจ แต่งตัวทั้งวันกว่าจะไปเดตกับเขาได้ เฟลสุดเคยโดน Unmatched อยากได้วิธีสร้างความมั่นใจให้สาวภูธรคนนี้หน่อยค่ะ

23 ธ.ค. 2024

หนูชอบหนุ่มเทสเด็กสยาม แต่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนสาวภูธรธรรมดาๆ ปัดแอปหาคู่ แมตซ์แล้วก็ไม่มั่นใจ แต่งตัวทั้งวันกว่าจะไปเดตกับเขาได้ เฟลสุดเคยโดน Unmatched อยากได้วิธีสร้างความมั่นใจให้สาวภูธรคนนี้หน่อยค่ะ

“คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [18 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเราเป็นสาวภูธร แต่ชอบหนุ่มเทสสยาม โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่มีแฟนมานานแล้ว หนูก็อยากมีแฟนสักที เพื่อนรอบข้าง มีแฟนกันหมดแล้ว เราก็อยากมีบ้าง แต่ด้วยความที่หนูเป็นสาวภูธร ชอบหนุ่มเชิ้ต กางเกงสแล็ค และหนูไม่ค่อยได้เจอใครทั้งเรียน ทั้งทำงานด้วย เจอคนน้อยมากหนูก็เลยไปโหลดแอปพลิเคชันนึงที่เป็นแอปหาคู่ หนูก็เลยไปโหลดมา ซึ่งตัวหนูเป็นคนที่ถ่ายรูปมีเทสนิดนึง แต่หนูไม่มีความมั่นใจ หนูไม่ได้เป็นคนเทสดีขนาดนั้น หนูจะมอมมากเลยบางวัน แต่ในโซเซียลจะแต่งตัวไปถ่ายรูปปกติเหมือนแบบ “เทสที่สร้างกับร่างที่เป็น” หนูเป็นคนที่แบ่งเวลาชัดเจน แล้วเวลาที่หนูทำอะไร หนูไม่มีเวลามานั่งแต่งตัว แต่ละวันขนาดหนูไปเรียน ไปทำงานหนูก็หน้าสด แล้วเวลาหนูไปเดตหนูก็จะไม่มีเวลาเตรียมตัว เพราะเลือกเครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า นานมาก แล้วทีนี้เวลาหนูไปเดต กลับมาหนูจะได้เพื่อนพี่น้อง ไม่ได้แฟนสักคนและยิ่งกว่าทำให้หนูไม่มั่นใจกว่าเดิม คือบางคนเขา Unmatched หนูเลยนะ เวลาที่ไปเดตจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดเลย เป็นคนที่ชวนคุยไม่เก่งแล้วหนูไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นั่งยิ้ม รอให้ผู้ชายชวนพูดก่อน เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากพี่ๆดีเจว่า “หนูไม่มีความมั่นใจ เลยอยากขอความมั่นใจในการเดต” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” หลังจากที่ได้พูดคุย และได้ดูรูปภาพของคุณเบสท์ ดีเจทั้งสาม ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ไม่ภูธร ออกจะเป็นแนวเด็กศิลปะด้วยซ้ำเธอดูมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง ไม่มอมถือว่าเป็นคนที่จัดจ้านปกติ ให้ตัดเรื่องความภูธรออกไปได้เลย คิดว่าภายนอกไม่เกี่ยว คิดว่าอาจจะต้องหานิสัยคนคุยที่เข้ากัน และประเด็นมันอยู่ตรงที่เราพูดไม่เก่ง ทำให้เราไม่มีเสน่ห์ ไปเดตกันแล้วให้เขาต้องพูดอยู่ฝ่ายเดียวเขาก็เหนื่อยนะ ตอนนี้มันอยู่ที่จังหวะกันเดตแล้วล่ะ คุยอะไรให้เขาเห็นแบบไหน? คิดว่าก็ต้องไปเจอคนที่เขาชอบแบบเรา แล้วต้องดูเรื่องของการพูดคุย ต่อให้เราคุยไม่เก่งมันก็ต้องมีคนที่ชอบเราในแบบที่เราเป็น ลองเป็นตัวของตัวเองดู อย่าท้อมันแค่อาจจะยังไม่เจอ ถ้าคิดรักทางออนไลน์แล้วต้องอดทน แล้วก็อาศัยการนัดเดตในการพัฒนาตัวเองทำให้เราคุยเก่งขึ้น แล้วเวลาไปเดตต้องอยากรู้จักเรื่องของเขาบ้างเรียนรู้ในตัวเขา ใส่ใจเรื่องของเขาให้มากว่าของเรา จะทำให้คุยสนุกกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-