สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

13 มี.ค. 2026

สามีเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งปีก่อน

จู่ ๆ น้องสาวสามีทักมาขอรหัสผ่าน Account Social Media

โดยให้เหตุผลว่าจะเอาไปเล่นต่อ แต่เรารู้สึกไม่สบายใจ

        ‘คุณจอย’ (นามสมมติ) อายุ 42 ปี เป็นสายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 มีนาคม 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่สร้างความไม่สบายใจให้ 'ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม' ได้ฟัง เกี่ยวกับการที่น้องสาวของสามีขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยให้เหตุผลว่าจะนำไปเล่นต่อเอง!

        ‘คุณจอย’ เล่าว่า สามีของเธอเสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีที่แล้ว จู่ ๆ น้องสาวสามีก็ได้ทักมาขอรหัสผ่าน Social Media ของสามี โดยไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนบอกเพียงแค่ว่าจะขอเข้าไปเก็บรูปของพี่ชายเพื่อที่จะนำไปทำเป็นอัลบั้มให้กับพ่อแม่ และจะนำ Account นี้ไปเล่นต่อ ซึ่งตัวคุณจอยนั้นก็ไม่เคยรู้รหัสผ่านของสามีเช่นกัน เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของสามี เธออยากให้การจากไปของสามีนั้นไม่คงเหลือการเคลื่อนไหวใด ๆ อีก ต้องการให้จบไปอย่างเงียบ ๆ จึงได้ปฏิเสธน้องสาวของสามีไป

        คุณจอยเล่าเพิ่มเติมว่า ที่เธอนั้นสามารถใช้ Social Media ของสามีได้ เพราะเข้าจากโทรศัพท์สามีโดยตรง ในบางทีเธอก็จะเข้าไปเช็กข้อความที่มีคนทักเข้ามา และเธอก็จะคอยแจ้งกลับไปว่าสามีนั้นเสียแล้ว แต่มาวันหนึ่ง เธอก็ได้พบว่ารหัสผ่านนั้นเปลี่ยนไป และเปลี่ยนจากการต้องขออนุญาตแท็กก่อนที่จะแท็กได้ เป็นเปิดให้สามารถแท็กและโพสต์ลงได้โดยไม่ต้องขออนุญาตอีกต่อไป ทั้งหมดนี้ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าน้องสาวของสามีสามารถเข้า Log in เข้าได้แล้ว 

        นอกจากนี้น้องสาวของสามียังชอบโพสต์ลงถึงสามีในโพสต์ของตัวเอง และแท็กสามีอยู่บ่อย ๆ จนทำให้เธอที่มาเห็นก็รู้สึกไม่สบายใจ และอีกเหตุผลที่ทำให้คุณจอยรู้สึกไม่ดีนั่นก็เพราะย้อนกลับไปตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่ เขาป่วยเป็นมะเร็งนอนอยู่ที่โรงพยาบาล เธอเล่าว่าไม่เห็นว่าจะมีญาติพี่น้องคนไหนที่จะมาช่วยเธอดูแลสามีสักคน แม้จะมีผ่านเข้ามาเยี่ยมบ้างก็ตาม สิ่งนี้ทำให้คุณจอยเกิดความสงสัยว่า แล้วทำไมถึงเพิ่งมาคิดถึงในตอนที่สามีได้จากไปแล้ว

        คุณจอยยังเล่าอีกว่า เคยได้ยินจากสามีมาว่า น้องสาวชอบพูดถึงเธอในทางที่ไม่ดี ในตอนที่สามียังมีชีวิตอยู่และป่วยเป็นมะเร็ง น้องสาวสามีก็จะชอบพูดว่ากับสามีว่า “ไปคบกับคนใหม่ เขาได้มาช่วยจ่ายเงินบ้างไหม?” แต่สามีของคุณจอยก็ไม่อยากรบกวน หรือมาพูดอะไรกับคุณจอยในเรื่องนี้ต่อ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาส่วนตัวของตัวเขา เขาจึงอยากที่จะจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองมากกว่า

        หลังจากที่ได้เล่าจบ คุณจอยก็ได้ปรึกษากับเหล่าดีเจว่า เธอนั้นควรจะจัดการอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ควรพูดตรง ๆ กับน้องสาวสามีหรือควรปล่อยไป แล้วหันมาจัดการความรู้สึกของตนเองดี

        หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เหล่าดีเจจึงได้เริ่มให้คำปรึกษาตามความคิดเห็นของแต่ละคน เริ่มต้นจาก ‘ดีเจต้นหอม’ โดยให้ความเห็นว่า “ให้เราโพสต์ใน Facebook ใน Account ของสามีเลยว่า ‘เราเป็นภรรยา และเพิ่งได้รหัสผ่านของสามีมา การจากไปครั้งนี้ก็อยากสร้างความทรงจำที่ดี วันนี้เราขอทำการปิด Account นี้ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำระหว่างเราสองคนนะคะ’ แล้วเราก็ปิดการอนุญาตให้แท็ก เปลี่ยนรหัสไปเลย แล้วถ้าน้องเขาจะขอรหัสออีก ก็บอกไปเลยว่า อย่าเลย ให้อยู่แบบนี้ดีกว่า ถ้าอยากได้รูปอะไรก็ไปแคปเอา หรือให้เราไปแคปให้เขาเองก็ได้ ถ้าอยากได้อะไรก็ให้บอกมา เพราะเรารู้สึกว่า ไม่อยากให้มีการเคลื่อนไหวใด ๆ แล้ว ส่วนตัวพี่รู้สึกว่า เรายังไม่ควรไปพูดเปิด ถ้าเขาไม่ได้ทำอะไรเยอะเกินไป รู้สึกว่าเราแค่แจ้งก็เป็นอันรับทราบกันแล้วก็พอ แต่ถ้าเขายังมาวุ่นวายกับเราอยู่ เราก็สามารถพูดตรง ๆ ได้เลย”

        ต่อมาที่ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้ความเห็นว่า “พี่ว่าคุณจอยก็มีสิทธิ์ทำและดูแลทุกอย่างใน Account ของสามีนะ เพราะเป็นของสามีเราที่จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายแล้ว แต่ถ้าคุณจอยทำแล้วมันมีปัญหา คุณจอยก็ต้องใจแข็งนะ คือพี่รู้สึกว่า สิ่งเกิดขึ้นนี้มันแปลกตรงที่เหมือนไม่ใช่พี่น้องที่สนิทกัน เพราะตอนสามีของคุณจอยป่วย เขาก็ไม่ได้มาดูแล ถ้าคุณจอยไม่ได้มีปัญหากับเขา แล้วเขาไม่ได้มีผลอะไรกับชีวิตเรา ลองทำแบบที่พี่หอมบอก พี่ว่าก็เป็นทางเลือกที่ดี”

        สุดท้าย ‘ดีเจเผือก’ ก็ได้ออกความเห็นว่า “เท่าที่ฟังมาก็รู้สึกว่าก็เป็นไปได้ที่พอหลังจากสามีเสียไปแล้ว เขาจะคิดถึงพี่ชาย หรือเขาจะรู้สึกอะไรขึ้นมา แล้วการที่เขาโพสต์อะไรบางอย่าง แล้วมันขึ้นอยู่ในฟีดของพี่ชายเขา พยายามคิดแบบใส ๆ โลกสวยเลย คือเขาอาจจะคิดว่า นี่คือหนึ่งช่องทางในการเชื่อมโยงตัวเขากับพี่ชายที่เสียไปแล้ว คิดว่าเป็นไปได้ที่เขาจะคิดแบบนี้

        ส่วนเรื่องราวก่อนที่สามีจะเสีย พี่รู้สึกว่า อารมณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นมันอาจจะเยอะมาก แต่วันนั้นก็ส่วนของวันนั้น ถามว่าแล้วมันสร้างผลเสียอะไรอีกมั้ย นอกจากความรำคาญใจ ถ้าเขามาโพสต์แทนใน Account ของสามีเลย สำหรับพี่ พี่ไม่เห็นด้วย แต่นี่คือแค่การแท็ก เขาไม่ได้เข้ามาเล่น Account ของสามี พี่ก็รู้สึกว่ามันยังไม่ได้หนักหนามากขนาดที่จะทำให้เราต้องไปนั่งคุยกัน ก็เลี่ยงที่เราอาจจะเบากว่า ถ้าเรารำคาญ เรากดซ่อนได้ โดยไม่ต้องบล็อก หรือเสียความสัมพันธ์ ถ้าเรายังไม่พร้อมก็ไม่ต้องไปเห็นมัน ลองพิจารณาดูก่อนว่ามันเป็นเพราะความบาดหมางตั้งแต่เรื่องก่อนหน้านี้หรือป่าว ที่ทำให้เรามองเขาไม่ดีไปแล้ว สุดท้ายแล้วถ้าเราจะไม่เอาคนนี้ไว้ในชีวิตแล้วก็ไม่ผิด เพราะเขาไม่ได้มีผลอะไรในชีวิตเราแล้ว แค่ลองแยกปัญหาให้ถูก ว่าจริง ๆ แล้วเราคิดยังไงอยู่กันแน่”

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ลูกชายกับหลานขอออกไปเล่นน้ำแถวๆบ้าน เราบอกเขาว่าเย็นๆแม่พาไปนะ ผ่านไปแปปเดียวมีคนตะโกน “เด็กจมน้ำๆ” ไปถึงเห็นหลานดิ้นอยู่ กระโดดลงไปช่วย สุดท้ายช่วยลูกไว้ไม่ทัน ผ่านมาหลายเดือน เราดิ่งมาก ทุกครั้งที่เรามีความสุข หัวเราะ

02 พ.ค. 2025

ลูกชายกับหลานขอออกไปเล่นน้ำแถวๆบ้าน เราบอกเขาว่าเย็นๆแม่พาไปนะ ผ่านไปแปปเดียวมีคนตะโกน “เด็กจมน้ำๆ” ไปถึงเห็นหลานดิ้นอยู่ กระโดดลงไปช่วย สุดท้ายช่วยลูกไว้ไม่ทัน ผ่านมาหลายเดือน เราดิ่งมาก ทุกครั้งที่เรามีความสุข หัวเราะ

ลูกชายกับหลานขอออกไปเล่นน้ำแถวๆบ้าน เราบอกเขาว่าเย็นๆแม่พาไปนะ ผ่านไปแปปเดียวมีคนตะโกน“เด็กจมน้ำๆ” ไปถึงเห็นหลานดิ้นอยู่ กระโดดลงไปช่วย สุดท้ายช่วยลูกไว้ไม่ทัน ผ่านมาหลายเดือนเราดิ่งมาก ทุกครั้งที่เรามีความสุข หัวเราะ เราก็จะบอกตัวเองว่า ลูกเพิ่งตาย ทำไมถึงกล้าหัวเราะ? “คุณแอน (นามสมมติ)” อายุ 34 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 เม.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย” เกี่ยวกับปัญหาการสูญเสียคนในครอบครัว โดย “คุณแอน (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา มีแพลนจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด เรามีลูกอยู่ 3 คน คนกลางเป็นผู้ชาย ส่วน 2 คนที่เหลือเป็นผู้หญิง ก็กลับต่างจังหวัดกันแค่ 2 คน คือคนกลางกับคนเล็ก และมีน้ากับหลานชายอีกคนหนึ่ง กลับเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ไปถึงต่างจังหวัดประมาณวันที่ 28 ธันวาคม ตอนเช้า ลูกคนกลางกับหลานก็เตรียมเบ็ดไปด้วยเพื่อจะไปตกปลากัน เราก็บอกว่า “อย่าเพิ่งไปตกปลานะ น้ำมันลึก เดี๋ยวแม่จะพาไปตอนเย็น” แต่พวกเขาก็พากันไป เราก็ไม่ว่าอะไรเพราะว่าไปแค่ใกล้ ๆ ทีนี้ยายก็ไปตามกลับมารอบนึงแล้ว แล้วทีนี้พวกเขาก็จะไปเล่นกันฝั่งบ้านญาติ ซึ่งยายจะพาไป เราเลยบอกว่า “งั้นแม่ขอนอนก่อนแป๊บนึงนะ” ลูกก็ไปกัน เราก็นอนอยู่บนบ้านกับน้า นอนไม่ถึง 20 นาทีก็ได้ยินเสียงมีคนตะโกนบอกว่า “เด็กจมน้ำ! เด็กจมน้ำ!” เราได้ยินแค่นั้นก็รีบลงบ้านมา แล้วในใจเราก็คิดว่า “อย่าเป็นลูกกับหลานเรานะ” พอเราไปถึง เราก็เห็นหลานลอยอยู่ แต่ตอนนั้นเราไม่เห็นลูกเรา เราเห็นแต่หลาน ในใจเราก็คิดว่าลูกเราอาจจะไม่ได้อยู่ในน้ำก็ได้ ทีนี้เราก็กระโดดลงไป เราเห็นหลานยังดิ้นอยู่เลย เราก็เลยบอกให้น้ารีบไปคว้าเขามา แล้วเราก็ถามคนที่เห็นเหตุการณ์ว่า “น้องอีกคนไปไหน?” เขาก็บอกว่าอยู่ด้วยกันตรงนั้น เราก็เลยบอกให้น้าลงไปหน่อย พอดึงน้องขึ้นมา แม่ก็ผายปอด แล้วก็จะมีเศษอาหาร เพราะเขาเพิ่งกินข้าวไป ก็เลยควักเศษอาหาร แล้วปั๊มหัวใจ และตรงท้องเขาก็ป่องเพราะน้ำเข้าไป เลยพยายามปั๊มไล่น้ำออกให้หมด แต่น้องไม่รู้สึกตัวเลย น้องไม่มีชีพจร เราก็พยายามจนรถพยาบาลมา เขาก็มาช่วย แล้วเขาก็ฉีดยาเหมือนยากระตุ้นหัวใจ แล้วก็ไปรอที่โรงพยาบาล หมอเขาก็บอกว่า ถ้าหากว่าน้องไม่ได้กินข้าวไปหรือมีเศษอาหารอุดตัน น้องอาจจะรอด เพราะน้องยังจมได้ไม่นาน ทีนี้เราก็ดำเนินทุกอย่าง ทำพิธีตัดสายสัมพันธ์ ทำบุญจนเสร็จ ก็ขึ้นมาชลบุรีเพื่อขายของต่อ แล้วหลังจากนั้นสองอาทิตย์แรก เราร้องไห้ตลอด เพราะเราคิดถึงเขา พอหลังจากนั้นเราก็เริ่มพูดคุยกับคนมากขึ้น เริ่มหัวเราะได้ แต่มันก็จะมีเสียงที่ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองหรือเปล่าว่า “หัวเราะทำไมอ่ะ ลูกตายนะ หัวเราะได้ยังไง” เป็นเสียงแบบนี้มาตลอด เราก็คิดว่าเราคิดไปเองหรือเปล่า เพราะคิดถึงลูกมากเกินไป แต่ไม่เคยฝันถึงเขาเลย พอกลับบ้านมาอาบน้ำ มันก็จะมีภาพขึ้นมาเรื่อย ๆ ว่า “ทำไมเราถึงช่วยเขาไม่ได้ เราต้องทำให้ดีกว่านี้ เขาอาจจะรอดก็ได้” มันก็จะมีเสียงแบบนี้อยู่ตลอด เราก็เลยคิดว่า เราเป็นอะไร? เราคิดไปเอง? หรือเราคิดมากหรือเปล่า? แต่มันจะมีภาพมาตลอดเวลาเราหลับตา เราจะเห็นรูปเราขึ้นจากน้ำ แล้วเราก็ปั๊มหัวใจ เป็นแบบนี้มาตลอดจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่เคยไปพบจิตแพทย์โดยตรง แต่ตอนงานวันเผาลูก จะมีหมอทางโรงพยาบาลเขามาช่วยดูแล สอบถาม เขาได้บอกว่า ถ้านอนไม่หลับ มีภาพหลอน หรือเห็นภาพซ้ำ ๆ สามารถให้ไปรับยาที่โรงพยาบาลได้ เลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ว่า อยากจะปรับ Mind set ตัวเอง ขออนุญาตให้ตัวเองมีความสุขบ้าง และขอกำลังใจจากพี่ ๆ ทุกคนด้วย ทุกวันนี้ยังโทษตัวเองอยู่ว่า ถ้าวันนั้นเราช่วยได้กว่านี้ มันอาจจะไม่เป็นแบบนี้’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘บางเรื่องเราไม่สามารถควบคุมได้จริง ๆ จังหวะเวลาของชีวิตด้วย ณ ตอนนั้นคุณแอนไม่ได้อยู่ตรงนั้น มันไม่ได้เกิดจากการที่คุณแอนละเลย ไม่ได้สนใจ หรือทอดทิ้งเขา ซึ่งคุณแอนจะไปตั้งคำถามแบบนี้กับตัวเอง มันก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะบั่นทอนตัวเองว่าตัวเองทำผิด ตัวเองไปช่วยไม่ได้ อยากให้มองว่าถ้าก่อนหน้านั้นคุณแอนดูแลเขาอย่างเต็มที่ เท่าที่แม่คนนึงดูแลลูกได้ ให้ความรัก ใส่ใจ ดูแลเขา มันก็คือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะให้ได้ในตอนที่เราทำได้ แต่อะไรที่มันเหนือการควบคุมของเรา เราก็ไม่สามารถไปแก้ไขมันได้จริง ๆ เมื่อชีวิตหนึ่งมันจบสิ้นไป แต่มันยังมีชีวิตที่เหลือที่ยังต้องอยู่ต่อ เพื่อตัวเอง และลูกคุณแอนอีกสองคนที่ยังเหลือ และเพื่อสามีของคุณแอนที่ยังอยู่ข้าง ๆ เพราะถ้าเรายังคงเศร้า ยังคงไม่สามารถอนุญาตให้ตัวเองหัวเราะหรือมีความสุขได้ตามที่ชีวิตมันควรจะมี มันจะทุกข์ทั้งตัวคุณแอนและคนรอบข้าง ถ้าลูกคุณแอนเขามองลงมาจากข้างบน แล้วเขาเห็นแม่ เขาคงอยากให้แม่เขามีความสุข’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่างแรกเลยคงแนะนำให้คุณแอนต้องมีผู้เชี่ยวชาญที่เขาช่วยได้จริง ๆ คุณหมอ นักจิตวิทยา นักจิตบำบัด เพราะฉะนั้นมีคุณหมอที่เรารู้สึกว่าคุยกับคนนี้แล้วเราดีขึ้น วันไหนที่เราไม่ไหว ก็รีบนัด รีบไปหา นอกนั้นแล้วคงมีแต่กำลังใจ แล้วก็คำปลอบใจให้กับคุณแอน สุดท้ายคนเราก็ต้องจากกัน จะช้าจะเร็ว จากเป็นจากตาย วันนึงเราก็ต้องบอกลากัน มันอาจจะทำให้เราเสียใจมากที่การจากลาครั้งนี้มันค่อนข้างกระทันหัน แต่ว่าใด ๆ ก็ตาม มันเกิดขึ้นไปแล้ว คนที่ยังอยู่ ยากเสมอ ถ้าเรารักใครมากสักคนนึง เราจะไม่อยากเป็นคนที่อยู่ทีหลัง มันจะเป็นการอยู่ที่ทรมานมาก ๆ เพราะฉะนั้นก็คงต้องฝากคนที่อยู่ทุกคนช่วยดูแลกัน มันทำอะไรไม่ได้ นอกจากเราต้องใช้ชีวิตต่อไป โดยที่มีอีกสองคน เขารอคุณแม่อยู่ อยากให้คุณแม่เข้มแข็งให้ไวที่สุด ผมเชื่อว่าคนรอบตัวก็ต่างให้กำลังใจ และหวังเหลือเกินว่าสักวันนึงมันจะดีขึ้น แล้วมันก็จะเหลือเป็นแค่ความทรงจำบาง ๆ ที่อาจจะแวบเข้ามาบ้าง แต่เราจะรับมือกับมันได้ในสักวันนึง’ สุดท้าย “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าอยู่ใกล้ ๆ พี่จะเข้าไปกอดก่อน พี่รู้ว่าเราจิตใจกระสับกระส่ายแค่ไหน และหนักสุดคือการสูญเสียคนที่เรารัก โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกด้วย ไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้แน่นอน แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว คุณแอนร้องไห้ได้ ก็ร้องเถอะ ไม่เป็นไร แต่อย่าถึงขั้นไม่อนุญาตให้ตัวเองสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ การร้องไห้เป็นเรื่องปกติ ร้องไห้ไปร้องเลย ก็คนที่เรารักคนนึงจากไปอย่างกระทันหัน เป็นใครก็เสียใจ เพียงแต่แค่ว่ากลัวเหลือเกินว่า เวลาที่แอนจะสามารถประคองชีวิตแล้วเดินหน้าต่อไปได้ แอนกลับรู้สึกว่าฉันกำลังผิดอยู่ พี่อ้อยว่าเสียงดัง ๆ ที่มันก้องขึ้นมา คือเสียงจากความรู้สึกเราเอง ไม่มีใครผิดในเรื่องนี้ แต่ในโลกนี้คำว่า “อุบัติเหตุ” มันเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น ชีวิตมันเดินหน้าไปตามสิ่งที่ควรเป็น และเมื่อไหร่ก็ตามที่มันเกิดขึ้นแล้ว เวลารักษาได้ทุกแผล แค่ต้องรอให้ไหว วันนี้อยากร้องไห้ก็ออกมาเลย แต่ก็เหมือน ๆ กับที่ทุกคนพูดเหมือนกัน แอนยังเป็นหัวใจของคนในครอบครัว ซึ่งคนในครอบครัวมีทั้งสามีของคุณแอน ซึ่งเขาก็สูญเสียลูกเหมือนกันในฐานะของความเป็นพ่อ ไหนจะเด็ก ๆ อีกสองคน ซึ่งเขาก็ยังอยากได้แอนเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเช่นเดียวกัน มากที่สุดเราต้องกอดกันแน่น ๆ ในครอบครัว วันนี้แอนยังเสียใจ วันนึงที่แอนดีขึ้น แอนเองจะเข้าใจว่า ที่สุดแล้วไม่มีคำพูดไหนประคองหัวใจแอนได้เท่ากับแอนปล่อยให้เวลามันค่อย ๆ เยียวยา และทำให้หัวใจของแม่คนนึงกลับมาเข้มแข็ง เพื่อครอบครัวต่อไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

23 ม.ค. 2026

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวันเพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่นเคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้วแต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียงหนูจะทำยังไงดีคะ? ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องข้างบ้านเปิดบทสวดเสียงดังในเวลาตี 3 แทบทุกวัน ควรจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี โดย ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “คุณลุงตรงข้ามบ้าน เปิดเสียงพระสวดผ่านลำโพง ในช่วงเวลาตีสามครึ่งของทุกวันเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบทสวดดี ๆ แต่บางครั้งก็มีบทสวดศพด้วย บ้านของหนูกับบ้านของคุณลุงไม่ได้อยู่ติดกัน บ้านของคุณลุงอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างกันแค่ถนนเส้นเดียว ในระแวกบ้านส่วนใหญ่เป็นพี่น้องของคุณลุงทั้งหมด มีบ้านที่ไม่ใช่ญาติของเขาเพียงแค่ 3 หลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบ้านของหนู บ้านอีกสองหลังเป็นคนมีอายุ เขาก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว ส่วนบ้านของหนูเพิ่งย้ายมาได้ 3 - 4 ปี แต่เสียงเริ่มดังเมื่อ 2 ปีหลังที่ผ่านมา ห้องของหนูคือห้องที่ได้รับเสียงรบกวนน้อยที่สุด แต่ส่วนตัวถ้าได้ยินเสียงดังแล้วตื่นขึ้นมา หนูจะนอนต่อไม่ได้เลย ส่วนห้องของพ่อกับแม่ได้ยินเสียงชัดมาก เตี่ย (พ่อ) ถึงกับต้องเดินลงมานอนโซฟาทุกวัน พี่สาวก็เคยไปคุยขอให้คุณลุงเบาเสียงลง แต่คุณลุงกลับตอบมาว่า ลำโพงที่ลุงเปิด มันไม่มีปุ่มลดเสียง มันมีแค่เปิดกับปิด นอกจากนี้หนูก็เคยโทรหาสายตรวจหลายครั้งจนเกรงใจ เขาก็ทำได้แค่ตักเตือน จนวันหนึ่ง หนูทนไม่ไหวแล้ว เลยอัดคลิปเสียงส่งไปให้ตำรวจ เขาก็บอกเดี๋ยวจะประสานเรื่องกับอบต.ให้ แต่สุดท้ายมันก็เหมือนเดิม แม่หนูบอกให้ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปโฟกัส แต่จะไม่สนใจได้ยังไงในเมื่อมันได้ยินชัด และเสียงดังมากจริง ๆ อีกหนึ่งข้อมูลที่เคยได้ยินมาคือ คุณลุงเคยบวชมาแล้วสองครั้ง พอกลับมาที่บ้าน หนูไม่แน่ใจว่าลุงอยากฟังเสียงพระสวดหรือเปล่า หรือยังอินกับการอยู่วัด แต่เขาก็ไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันเป็นมลพิษทางเสียง หนูต้องทำยังไงดีคะ ?” เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “แจ้งความไปเรื่อย ๆ ไปจนกว่าเสียงจะเงียบ หรือซื้อลำโพงให้เขาไปเลย แล้วบอกวิธีการใช้ให้คุณลุงเข้าใจ พร้อมกับบอกคุณลุงว่าให้เบาเสียงลง ไม่งั้นตำรวจจะมาจับ เสียเงินแค่ไม่กี่ร้อย แลกกับชีวิตการนอนของเรา” ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้พูดเสริมว่า “ถ้าวิธีแรกใช้ไม่ได้ผล ก็ให้สังคมพิพากษาเขา แต่ให้ลองเจรจากับเขาดี ๆ ก่อน ทำตามทีละขั้นตอน อย่างแรกให้คุยกันให้เข้าใจ จากนั้นก็เปลี่ยนลำโพงให้เขา ถ้ายังไม่ได้ผล ก็ไปอบต.” ด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้แนะนำว่า “ให้ลองประสานกับทางอบต.ไปก่อน เอาคลิปเสียงไปเปิดให้เขาฟัง หรือลองเปิดเพลง EDM เอาให้ดังกว่า ถ้าลุงเปิดหนูก็เปิด” สุดท้ายดีเจทั้งสามคนได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาให้เพิ่มเติมว่า “หรือลองอ้างพระ อ้างเจ้าไหม ให้เจ้าอาวาสมาเตือนว่า การเปิดบทสวดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อน โยมบาปนะ ถ้าไม่ได้ผล ลองเป็นผีเลย จ้างเอ็กตร้ามาก็ได้ ให้เขาปลอมตัวเป็นพระ เป็นผี เอามาหลาย ๆ คน อย่าไปยอมเขา เพราะเราจะเสียสุขภาพจิต” มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเจอคนคุยเก่าในแอปไฟ คุยกันได้ไม่กี่เดือน เขาก็มีปัญหาการเงิน หนูก็ใจปล้ำ เปย์ให้นิดๆหน่อย แรกๆเขาขอหลักร้อย หลังๆ หลักพัน จนตอนนี้เลิกคุยกันไปแล้ว เขาติดหนี้หนูหลักหมื่น พอหนูทักไปทวงเขา เขาไม่พอใจใส่เลย แล้วเขาก็พูดว่า ...

17 ต.ค. 2025

หนูเจอคนคุยเก่าในแอปไฟ คุยกันได้ไม่กี่เดือน เขาก็มีปัญหาการเงิน หนูก็ใจปล้ำ เปย์ให้นิดๆหน่อย แรกๆเขาขอหลักร้อย หลังๆ หลักพัน จนตอนนี้เลิกคุยกันไปแล้ว เขาติดหนี้หนูหลักหมื่น พอหนูทักไปทวงเขา เขาไม่พอใจใส่เลย แล้วเขาก็พูดว่า ...

หนูเจอคนคุยเก่าในแอปไฟ คุยกันได้ไม่กี่เดือน เขาก็มีปัญหาการเงิน หนูก็ใจปล้ำ เปย์ให้นิดๆหน่อยแรกๆเขาขอหลักร้อย หลังๆ หลักพัน จนตอนนี้เลิกคุยกันไปแล้ว เขาติดหนี้หนูหลักหมื่น พอหนูทักไปทวงเขาเขาไม่พอใจใส่เลย แล้วเขาก็พูดว่า ... “ทำไมต้องทวงด้วย ไม่ชอบเลย มาระบุวันคืนแบบนี้ ไม่ชอบ”ตอนนี้หนูเหนื่อยที่จะตามแล้ว เขาก็ไม่คืนสักที จะทำยังไงดีคะ ถ้าทุกคนเจอผู้ชายแบบนี้ ?? “คุณนีน่า (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา“ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องคนคุยที่เจอกันใน Application หาคู่ทักมาขอยืมเงิน แต่พอเลิกกันไปกลับไม่ยอมคืน “คุณนีน่า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เริ่มแรกเลยคือเราเจอกันในแอปหาคู่ คุยกันได้สักพัก เขาก็ขอมาหาและมาอยู่ด้วยกันกับหนูประมาณ 2 อาทิตย์ จากนั้นเขาก็กลับบ้านที่ต่างจังหวัดไป กลายเป็น Long Distant Relationship แทน ซึ่งระหว่างนั้น เราก็พูดคุยกันอยู่ตลอด เขาโทรหาหนูแทบทั้งวันแต่ก็มีปัญหากันเรื่องที่เขาชอบไปกดไลก์ กดฟอลรูปผู้หญิงที่ไม่ใช่ดาราหรือเน็ตไอดอล หนูก็บอกเขาไปว่าไม่ชอบ ถ้าเปลี่ยนให้กันไม่ได้ก็เลิกกันไปดีกว่าเพราะหนูไม่สบายใจ อีกอย่างคือหนูเคยโดนนอกใจมาโดยตลอด พอเวลาหนูเห็นเขาทำแบบนี้ หนูก็จะไม่พอใจแล้วก็ใจร้อนไปวีนเขา ด่าเขาว่า “ทำไมทำอีกแล้ว รู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ชอบ” โดยที่ไม่รอฟังเขาอธิบายเลย หนูกับเขาเคยทะเลาะกันใหญ่โตเรื่องนี้ เขาก็อารมณ์ร้อน จนเคยทำลายข้าวของบนโต๊ะต่อหน้าเราที่วีดิโอคอลกันอยู่ แล้วหนูก็ร้องไห้ แต่หลังจากนั้นเขาก็มาขอโทษและขอโอกาส เราเลยค่อย ๆ ปรับกันไป แต่ว่าหลังจากคุยกันได้ประมาณ 2 เดือน เขาบอกว่ามีปัญหาเรื่องเงิน เขาเริ่มขอยืมเงินเราเพราะว่าต้องเอาไปจ่ายหนี้ ค่าบ้าน ค่ารถ หรือแม้กระทั่งวันนี้ไม่มีเงินกินข้าวก็จะทักมายืมหนู หนูก็ยอมรับว่าตอนนั้นรักเขาและก็โง่ด้วยเลยให้เขายืมไป เขาก็ขอหนูเรื่อย ๆ ยกปัญหามาอ้างนั่น อ้างนี่ตลอด จากหลักร้อยขึ้นเป็นหลักพัน จนตอนนี้จบความสัมพันธ์กันไปแล้วแต่ยอดที่ค้างรวมทั้งหมดก็อยู่ที่ประมาณหลักหมื่น พอเข้าเดือนที่ 3 เขาเริ่มตอบแชทช้าลง ไม่ค่อยโทรหา โทรหาแต่ละทีก็ไม่เคยเกิน 10 นาที จนหนูรู้สึกว่าหนูเหนื่อยที่จะต้องมาตามเขาแล้ว และก็เห็นเขายังกดไลก์รูปผู้หญิงคนอื่นอยู่ ทั้ง ๆ ที่เราเคยคุยกันแล้ว พอวีนเขาไป เขาก็ด่ากลับมาด้วยคำหยาบคาย หนูก็เลยคิดว่าเราควรจะเลิกกันดีกว่า ให้มันเหลือแค่เรื่องเงินแต่สุดท้ายเขาก็พยายามง้อหนูอยู่ตลอดเวลา หนูเลยให้โอกาสเขาไปอีกครั้ง แต่จุดพีคที่มันแย่ที่สุดเลยคือ ตอนช่วงเดือนสิงหาคม หนูจับได้ว่าเขาไปคุยกับคนอื่นในช่วงที่เขาหายใป เขาไปยืมเงินคนใหม่และก็ไปนอนกับคนใหม่ด้วยเหมือนกัน พอจับได้หนูก็มีโอกาสไปคุยกับน้องผู้หญิงที่เขาแอบไปหา น้องเขาก็เล่าให้ฟังว่าฝ่ายชายยืมเงินไปหลายพันบาท ตอนที่มีอะไรกันก็ขอถอดถุงยาง ซึ่งผู้ชายก็บอกน้องผู้หญิงคนนั้นอีกว่า “อยากให้ไปอยู่ด้วยกัน ค่าห้องไม่ต้องออก เดี๋ยวเขาออกเงินให้” หลังจากนั้นพอเขารู้ว่าหนูจับได้เรื่องมีคนอื่น เขาก็มาขอโทษและอธิบายว่าที่ไปมีน้องคนนั้นเพราะหนูไปกดดันเขาเรื่องกดไลก์ กดฟอลผู้หญิง พอเขาพูดแบบนั้นหนูก็เลยแอบคิดว่าหนูเป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาไปมีคนอื่นรึเปล่า? สถานการณ์ตอนนี้คือจบกันไปแล้วแต่ยังมีติดต่อกันเพื่อขอเงินคืน หนูเคยยื่นคำขาดแล้วว่าให้เขาคืนเงิน เขาก็ไม่ตกลงและบอกว่าไม่ชอบให้กำหนดวัน ทำไมแค่นี้รอไม่ได้ถ้ารอไม่ได้ก็ไม่ต้องเอา หนูเลยเอาแชทอันนี้ไปลงสตอรี่ไอจีส่วนตัวของหนู เขาเห็นเขาก็โทรมาด่าหนู หนูเลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่าที่เรื่องมันเป็นแบบนี้เพราะว่าหนูใจร้อนเองรึเปล่าเขาถึงไปจากหนูหรือหนูกำลังโดน Gaslighting อยู่กันแน่คะ?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใช่ค่ะ หนูโดน Gaslighting คือเท่าที่ฟังมาถ้าหนูจะผิดคือหนูผิดที่ใจร้อนให้เขามาอยู่กับหนูตั้งแต่แรก พี่ว่าเขารู้ว่าผู้หญิงอย่างหนูแพ้เขา พี่เลยถามหนูว่าเขาไปยืมเงินคนอื่นอีกไหม แน่นอนเลยคือเขาเล่นแอปนี้เพื่อหาเงินกับผู้หญิง เพราะฉะนั้นอย่าตั้งคำถามกับตัวเองเลย แต่ให้ตั้งคำถามว่าจากนี้ไปเราจะระวังตัวอย่างไรไม่ให้เจอแบบนี้อีกเพราะอันนี้ถือซะว่าเป็นค่าใจร้อนของเรา ไม่ต้องตั้งคำถามกับตัวเองเลยเพราะนั่นคือสันดานเขา สันดานโจรและก็เจ้าชู้ อย่าเชื่อในคน ๆ นี้ มันไม่มีอะไรจริงเลย เขาแค่หาเหยื่อ คิดแบบนี้’ ต่อมา “ดีเจอ้อย” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘หนูดูสิว่าทรงนี้ มันใช่ทรงที่คนรักกันจริง ๆ เหรอ จริง ๆ พี่ว่าความรักมันเป็นเรื่องยอมหรือไม่ยอม ไม่เกี่ยวกับเรื่องโง่หรือไม่โง่ ถ้าหนูจะเกิดคำถามว่าหนูโดน Gaslighting รึเปล่า ให้มองเป็นข้อดีเล็ก ๆ ว่าอย่างน้อยก็ได้กลับมาถามตัวเองว่าเราเป็นแบบนั้นไหม หรือเราใจร้อนไปไหม? หรือว่าถ้ามีความรักครั้งต่อไป เราจะไม่ใจร้อนเร็วขนาดนี้ ถ้าจะมองเป็นข้อดีพี่ถือว่ามันเป็นสิ่งดีเล็ก ๆ แค่นี้ ผู้ชายดี ๆเ ขาไม่แบมือขอเงินแฟนจนาดนี้เหรอ สังเกตดูว่าพอมีครั้งแรก เขาเลยดูมีปัญหาอื่นเต็มไปหมด อย่ารักเขาจนกระทั่งใช้แว่นตาสีชมพูใส่ไว้แล้วมองโลกแบบนี้เป็นสีชมพูทั้งหมด คิดบวกเป็นเรื่องนี้แต่อยากหลอกตัวเอง’และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘คนมักจะเลือกโทษตัวเองหรือตั้งคำถามกับตัวเองก่อนเสมอ ในมุมหนึ่งมันฟังเหมือนจะดีที่เรามองตัวเองก่อนว่าเราทำอะไรผิดรึเปล่า แต่ถ้าเราเอาแต่หันมองตัวเองว่าฉันต้องผิด ฉันผิดรึเปล่า ชีวิตมันคงอยู่ด้วยความรู้สึกหดหู่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มันชัดเจนว่าหนูทนมามากพอด้วยซ้ำ คิดไว้ล่วงหน้าว่าครั้งนี้ต้องเสียเงินหมื่นเพื่อเป็นบทเรียนชีวิต ก็ต้องทำใจเผื่อไว้ด้วย มันดูเหมือนไม่ใช่ปัญหาการเงินแบบบริสุทธ์ใจ ถือว่าเราโชคดีที่เราพ้นมาแล้ว และก็ไม่ต้องโทษตัวเอง มันชัดเจนว่าไม่ได้เป็นเพราะเรา ครั้งต่อไปหาคนใหม่ก็ให้เอาครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา20.00 – 23.00น. ทางรายการวิทยุEFM94และAppAtimeFung Fin

ผมเป็นรุก คบกับแฟนรุกเหมือนกันพอจะมีอะไรกัน ผมไม่ยอมให้เขา ผมบอกเลิกเขา ทั้งๆที่เขายังรักผมอยู่ ผมบอกเขา “ไม่ต้องรอนะ จะมีใครก็มีได้เลย” แล้วผมก็เปิดตัวคบแฟนใหม่ บทบาทบนเตียงลงตัว แต่เขาไม่ดีเท่าคนก่อน

21 มิ.ย. 2024

ผมเป็นรุก คบกับแฟนรุกเหมือนกันพอจะมีอะไรกัน ผมไม่ยอมให้เขา ผมบอกเลิกเขา ทั้งๆที่เขายังรักผมอยู่ ผมบอกเขา “ไม่ต้องรอนะ จะมีใครก็มีได้เลย” แล้วผมก็เปิดตัวคบแฟนใหม่ บทบาทบนเตียงลงตัว แต่เขาไม่ดีเท่าคนก่อน

ผมเป็นรุก คบกับแฟนรุกเหมือนกันพอจะมีอะไรกัน ผมไม่ยอมให้เขาผมบอกเลิกเขา ทั้งๆที่เขายังรักผมอยู่ ผมบอกเขา “ไม่ต้องรอนะ จะมีใครก็มีได้เลย”แล้วผมก็เปิดตัวคบแฟนใหม่ บทบาทบนเตียงลงตัว แต่เขาไม่ดีเท่าคนก่อนกลับไปหาคนเก่าเขาบอก “เราพูดเองนะว่าไม่ต้องรอ ตอนนี้มีคนใหม่แล้ว” “คุณบิว (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 มิ.ย.67] ได้โทรเข้ามาขอคำปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา Position เรื่องเซ็กส์ที่ไม่ตรงกับแฟนเก่า โดย “คุณบิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน ผมตัดสินใจบอกเลิกแฟนเก่าไป ซึ่งเหตุผลที่ผมบอกเลิกเค้า มันเป็นเหตุผลที่ไม่น่าเอามาเป็นข้ออ้างในการบอกเลิก ผมกับแฟนเราเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ และ Position ของเราคือเราเป็นรุกด้วยกันทั้งคู่ เวลาที่เค้าขอมีอะไรด้วยผมก็จะรู้สึกอึดอัดและไม่อยากมีอะไรด้วย ผมก็เลยคิดว่าถ้ามันเป็นแบบนี้ต่อไปเราจะไปด้วยกันได้มั้ย ผมก็เลยตัดสินใจบอกเลิกเค้าไปทั้ง ๆ ที่เค้ายังรักผมมาก ตัวเค้าเองก็งงว่าเพราะอะไร แล้วเค้าก็ยื้อผมและว่าจะไม่ทำแล้วก็ได้ แต่ ณ ตอนนั้นผมเองก็มั่นใจว่าจะเลิก ผมก็เลยบอกเลิกเค้าไป จนผ่านมา 1 เดือน ผมก็ไปคุยกับคนใหม่ที่ Position ตรงข้ามกัน ซึ่งในส่วนนี้ผมก็โอเคแล้ว แต่ในเรื่องของความรัก การเอาใจใส่ การดูแล ผมรู้สึกว่ามันไม่ใช่ และไม่เหมือนกับคนเก่า ผมก็รู้สึกว่าไม่ใช่ และบอกเลิกกับคนใหม่ เลยทำใจอยู่พักหนึ่งและทักไปหาคนเก่าเพื่อบอกขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น และขอโอกาสในการกลับไปคบกันได้มั้ย แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือเค้ามีคนคุยใหม่ไปแล้ว เพราะตอนนั้นผมบอกเค้าว่าไม่ต้องรอ ยังไงผมก็ไม่กลับ ซึ่งตอนที่เค้าบอกว่ามีคนใหม่ไปแล้วผมรู้สึกจุกมาก ทำอะไรไม่ถูก นึกสงสารเค้าตอนที่เราไปทำกับเค้า คือการไปมีคนใหม่ ตอนที่เค้ารู้ เค้าต้องเสียใจมากกว่าเราอีกกี่เท่า เค้าต้องนั่งร้องไห้คนเดียว พอเรามาเจอเองเลยรู้สึกอยากกลับไปรักเค้าอีกสักครั้ง ผมยอมที่จะเปลี่ยนตัวเองในเรื่องของ Position เพราะผมพึ่งมาตระหนักได้ว่าสิ่งที่เค้าทำมันมีค่ามากแค่ไหน ณ ตอนนั้นผมเอาเรื่อง Position มาตัดสินความรักที่เค้ามีให้ผม ซึ่งมันไม่ควรเลย และตอนที่เค้ามีคนใหม่ไปแล้วเค้าบอกกับผมว่า “ถ้าวันไหนที่เราและเค้าโสด เราอาจจะกลับมาคบกันก็ได้” ผมเลยบอกเค้าว่าจะรอ แต่ผมก็คิดในใจว่าสิ่งที่ผมทำมันไม่น่าให้อภัยเลย ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ผมควรจะรอเค้าหรือหายไปจากเค้าดี...?’ โดย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อกหักครั้งแรกมันจะเจ็บมากอยู่แล้ว ตอนนี้บิวแค่ต้องยอมรับความจริง พี่มองว่าบางอย่างมันเกิดขึ้นก็เพื่อให้เรารู้ตัว หรือทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง และบางครั้งการที่คนเราจะเรียนรู้อะไรบางอย่างมันจะต้องเสียไปก่อน บางครั้งเราต้องเก็บมันเป็นประสบการณ์ และยอมรับความจริง บางอย่างไปแล้วไปเลย ไม่ใช่ว่าเราจะฟูมฟาย โวยวาย เพื่อเรียกร้องโอกาสกลับมา และถ้าเรารักเค้าจริง สิ่งที่เราควรจะคิดคืออย่างที่พี่เติ้ลบอกว่าชีวิตของเค้าไม่ได้ต้องการการรักษาอะไร เค้าอาจจะได้ไปพบกับความรักที่ดีและเหมาะสมกับเค้า แล้วที่เค้าบอกว่า “ถ้าวันใดวันหนึ่งเราโสดทั้งคู่ เราอาจจะกลับมาคบกันก็ได้” พี่ไม่อยากดับฝันนะบิว ประโยคนี้คือประโยคพื้นฐานในการบอกเลิกสำหรับวัยรุ่น แล้วอยากให้การเลิกกันครั้งนี้มันไม่ทำร้ายจิตใจกันมาก สิ่งที่บิวต้องทำตอนนี้คือยอมรับความจริง ว่าตัวเราเคยเสียคนรักไปคนหนึ่งไปด้วยเรื่องนี้นะ เอาไว้เป็นประสบการณ์ และถ้าจะรอ รอได้ครับ แต่ต้องรอเงียบ ๆ รอแบบที่ไม่ได้ไปวุ่นวายกับเค้า ซึ่งบิวจะทำได้จริงรึป่าว มันทรมาน เพราะงั้นถ้าบิวเอาเรื่องนี้เป็นประสบการณ์แล้วไปหาคนรักที่เหมาะสมกับบิวจริง ๆ ไม่ใช่ว่าชีวิตนี้จะไม่เจอใครอีก เพราะบิวพึ่ง 19 และนี้มันคือการอกหักครั้งแรก ซึ่งครั้งแรกมันเจ็บเสมอ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ด้วยความที่ประสบการณ์บิวน้อยมากในการมีแฟน คนแรกก็คือคนที่คบกัน 9 เดือน ซึ่ง 9 เดือนยังไม่รู้จักกันดีพอเลย โดยเฉลี่ย 2 ปีที่จะเริ่มเป็นตัวของตัวเอง ความหลงความวาบหวิวมันจะค่อย ๆ ละเลือนหายไป ง่าย ๆ เลยนะคะ มันเหมือนแก้วที่มีฝุ่นอยู่แล้วยังไม่ตกตระกอน และบิวกำลังเปรียบเทียบระหว่างคนเก่ากับคนใหม่แค่ 2 คนเอง คือถ้าพี่มองพี่ก็ไม่รู้ว่ารุก-รับ มันสามารถเปลี่ยนกันได้ไหม และประเด็นคือบิวยังไม่เคยลองมาก่อนบิวจะไม่รู้ว่ามันโอเครึป่าว พี่มองว่าปัญหาเรื่องเซ็กส์เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน คนเก่ากลับมาก็ยังเป็นปัญหาเหมือนเดิม แล้วจะแก้ไขได้รอดไหมก็ยังไม่รู้ ฉะนั้นถ้าเป็นรุกเหมือนกัน พี่ก็จะตอบเลยว่าคนนี้ยังไม่ใช่ แล้วคนที่เลิกกันไปก็ยังไม่ใช่ คือวันนี้ที่คบกันไป 2 คน คือยังไม่ใช่ทั้ง 2 คนเลย บิวแค่เปรียบเทียบว่าคนไหนดีกว่ากัน แต่ถ้าบิวใช้ชีวิตตามหาคนที่ใช่จริง ๆ มันจะไม่มีข้อเสียที่เป็นข้อใหญ่ขนาดนี้ เรื่องเซ็กส์สำหรับเด็ก 19 ไม่เราก็เค้าเดี๋ยวจะต้องมีปัญหาแน่นอน แต่ถ้าอยากจะรอเพราะรู้สึกว่าคนนี้ใช่แล้ว ก็รอได้ไม่เสียหาย เพราะคนที่เจ็บไม่ใช่ใคร มันคือบิว และการรอก็ต้องเผื่อใจว่าถ้ากลับมาแล้วก็อาจจะเลิกกันอีกก็ได้ ถ้าเลิกกันอีกครั้งบิวก็ต้องแข็งแรงขึ้นกว่าครั้งแรก เพราะครั้งนี้บิวดูเจ็บหนักมากด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยอยู่ เหมือนกับโดนมีดบาดครั้งแรกที่มันโคตรจะเจ็บเลย มันเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าให้พี่แนะนำว่าเราควรจะหายไปจากชีวิตเค้าเลยไหม คือ ณ วันนี้เราไปยุ่งกับเค้าไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเค้ามีแฟนแล้ว เราต้องให้เกียรติคนที่เค้าคุยด้วย และการที่เราเข้าไปวุ่นวายกับแฟนเก่ามาก ๆ เราไม่รู้ว่าเค้ารู้สึกยังไง ให้หาใครสักคนคุยไปด้วยหรือตามหาคนที่ใช่ อย่าเสียเวลา และจะได้เรียนรู้ด้วยว่าคนที่ใช่เป็นแบบไหน เข้ากับเราได้ไหม หาไปเรื่อย ๆ มันคือเรื่องของชั่วโมงบิน’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แยกเป็น 2 อย่างนะบิว อย่างแรกเรื่องที่น้องบิวอกหักตอน อายุ 19 พี่เติ้ลว่านี่คือเรื่องปกติ เพราะถ้าอย่างพวกพี่ย้อนกลับไปตอนอายุ 19 พวกพี่ก็ทำอะไรผิดพลาดมาเยอะ พี่ว่าดีที่สุดคือการเอามันมาเป็นบทเรียน ว่าเราเคยเลิกรากับคนหนึ่งไป ในกรณีคนแรกเราอาจจะยังพยายามไม่พอ หรือถ้าเราลองพยายามเปิดใจมากกว่านั้น เราลองดูแล้วมันไม่ใช่แล้วเราเลิกกันก็อาจจะสบายใจกว่า ณ ตอนนี้ ทั้งหมดทั้งมวลพี่ว่าต้องเอามาเป็นบทเรียน ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติมาก ถ้าพี่ย้อนกลับไปก็อยากไปตบกระบาลตัวเองเหมือนกัน แต่เรื่องบางเรื่องมันผ่านมาแล้ว เราก็แค่ต้องไปต่อ และพี่ไม่อยากให้บิวคิดว่าผู้ชายคนแรกนั้นดีสุด ๆ จนคิดว่าตัวเองไม่สามารถหาได้ดีกว่านี้อีกแล้ว มันไม่จริงหรอกบิว หนูพึ่งผ่านมาแค่ 2 คน พี่เชื่อว่าบิวทนอีกหน่อยรอให้เวลามันผ่านพ้นไป เดี๋ยวมันจะมีคนที่ทั้งดูแลบิวและเค้าก็จะมีรสนิยมเป็นรับที่ดูโอเคมาก ๆ ก็ได้ อันที่สองเรื่องรสนิยมทางเพศ การที่บิวบอกว่าถ้าเค้ากลับมาผมพร้อมที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง พี่อยากจะบอกว่าบิวใช้อารมณ์ในการตัดสินใจเกินไป เพราะ มันอาจจะเป็นไปได้ถ้าบิวรองเป็นโพซิชั่นรับ แล้วบิวโอเคกับมัน และไปต่อได้อย่างเพอร์เฟค แต่พี่เห็นหลายคู่มากที่มีการพยายามแบบนี้ แต่สุดท้ายมันไม่สามารถไปได้จริง ๆ เพราะถ้าเค้าไม่แฮปปี้แบบสุด ๆ ที่จะทำ สุดท้ายเค้าก็อยากนะกลับไปเป็นแบบเดิมที่เค้าเป็น ซึ่งพี่ว่าเรื่องแบบนี้ในวัยเท่านี้มันค่อนข้างเป็นปัจจัยหนึ่งที่เค้าจะเลือกคู่ของกันและกัน หรือบางคนที่เค้าไม่ต้องการเซ็กส์มันก็จะไม่มีปัญหาเลย แต่ถ้าถ้าเป็นคนที่ยังมีความต้องการทางเพศอยู่ แล้วต้องการให้อีกฝ่ายสนองความต้องการของตัวเอง พี่ว่าเรื่องนี้มันสำคัญ ถ้าเราต้องหักความต้องการของตัวเองขนาดนั้นแล้วเราไม่ได้แฮปปี้ขนาดนั้น พี่ว่ามันจะไม่รอดในระยะยาว ตอนนี้บิวแค่เอาใจไปยึดติดกับคนแรกมาก ๆ จนไม่เหลือพื้นที่ให้กับตัวเองในอนาคตเลย ซึ่งถ้าตอนนี้เค้ามีคนใหม่แล้ว บิวต้องไปมีชีวิตของตัวเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-