หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

23 ม.ค. 2026

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน

เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น

เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว

แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง

หนูจะทำยังไงดีคะ?

         ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องข้างบ้านเปิดบทสวดเสียงดังในเวลาตี 3 แทบทุกวัน ควรจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี

         โดย ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “คุณลุงตรงข้ามบ้าน เปิดเสียงพระสวดผ่านลำโพง ในช่วงเวลาตีสามครึ่งของทุกวันเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบทสวดดี ๆ แต่บางครั้งก็มีบทสวดศพด้วย

         บ้านของหนูกับบ้านของคุณลุงไม่ได้อยู่ติดกัน บ้านของคุณลุงอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างกันแค่ถนนเส้นเดียว ในระแวกบ้านส่วนใหญ่เป็นพี่น้องของคุณลุงทั้งหมด มีบ้านที่ไม่ใช่ญาติของเขาเพียงแค่ 3 หลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบ้านของหนู บ้านอีกสองหลังเป็นคนมีอายุ เขาก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว ส่วนบ้านของหนูเพิ่งย้ายมาได้ 3 - 4 ปี แต่เสียงเริ่มดังเมื่อ 2 ปีหลังที่ผ่านมา

         ห้องของหนูคือห้องที่ได้รับเสียงรบกวนน้อยที่สุด แต่ส่วนตัวถ้าได้ยินเสียงดังแล้วตื่นขึ้นมา หนูจะนอนต่อไม่ได้เลย ส่วนห้องของพ่อกับแม่ได้ยินเสียงชัดมาก เตี่ย (พ่อ) ถึงกับต้องเดินลงมานอนโซฟาทุกวัน พี่สาวก็เคยไปคุยขอให้คุณลุงเบาเสียงลง แต่คุณลุงกลับตอบมาว่า ลำโพงที่ลุงเปิด มันไม่มีปุ่มลดเสียง มันมีแค่เปิดกับปิด

         นอกจากนี้หนูก็เคยโทรหาสายตรวจหลายครั้งจนเกรงใจ เขาก็ทำได้แค่ตักเตือน จนวันหนึ่ง หนูทนไม่ไหวแล้ว เลยอัดคลิปเสียงส่งไปให้ตำรวจ เขาก็บอกเดี๋ยวจะประสานเรื่องกับอบต.ให้ แต่สุดท้ายมันก็เหมือนเดิม แม่หนูบอกให้ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปโฟกัส แต่จะไม่สนใจได้ยังไงในเมื่อมันได้ยินชัด และเสียงดังมากจริง ๆ

         อีกหนึ่งข้อมูลที่เคยได้ยินมาคือ คุณลุงเคยบวชมาแล้วสองครั้ง พอกลับมาที่บ้าน หนูไม่แน่ใจว่าลุงอยากฟังเสียงพระสวดหรือเปล่า หรือยังอินกับการอยู่วัด แต่เขาก็ไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันเป็นมลพิษทางเสียง หนูต้องทำยังไงดีคะ ?”

         เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “แจ้งความไปเรื่อย ๆ ไปจนกว่าเสียงจะเงียบ หรือซื้อลำโพงให้เขาไปเลย แล้วบอกวิธีการใช้ให้คุณลุงเข้าใจ พร้อมกับบอกคุณลุงว่าให้เบาเสียงลง ไม่งั้นตำรวจจะมาจับ เสียเงินแค่ไม่กี่ร้อย แลกกับชีวิตการนอนของเรา”

         ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้พูดเสริมว่า “ถ้าวิธีแรกใช้ไม่ได้ผล ก็ให้สังคมพิพากษาเขา แต่ให้ลองเจรจากับเขาดี ๆ ก่อน ทำตามทีละขั้นตอน อย่างแรกให้คุยกันให้เข้าใจ จากนั้นก็เปลี่ยนลำโพงให้เขา ถ้ายังไม่ได้ผล ก็ไปอบต.”

         ด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้แนะนำว่า “ให้ลองประสานกับทางอบต.ไปก่อน เอาคลิปเสียงไปเปิดให้เขาฟัง หรือลองเปิดเพลง EDM เอาให้ดังกว่า ถ้าลุงเปิดหนูก็เปิด”

         สุดท้ายดีเจทั้งสามคนได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาให้เพิ่มเติมว่า “หรือลองอ้างพระ อ้างเจ้าไหม ให้เจ้าอาวาสมาเตือนว่า การเปิดบทสวดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อน โยมบาปนะ ถ้าไม่ได้ผล ลองเป็นผีเลย จ้างเอ็กตร้ามาก็ได้ ให้เขาปลอมตัวเป็นพระ เป็นผี เอามาหลาย ๆ คน อย่าไปยอมเขา เพราะเราจะเสียสุขภาพจิต”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

  มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนุ่มเวอร์จิ้นวัย 21 เพื่อนแนะนำสาวให้ ดีลกัน 1500 นัด 4 โมง อาบน้ำรอตั้งแต่บ่าย 2 ตอนสาวกำลังโคกะโหลกให้ ญาติโทรมาบอก ‘พ่อโดนรถชน’ แต่เสียดายตัง ยังทำต่อ สุดท้ายนั่งร้องไห้ สาวต้องปลอบ มารู้อีกทีว่า 'รถพ่อแค่ยางแตก'

08 ธ.ค. 2023

หนุ่มเวอร์จิ้นวัย 21 เพื่อนแนะนำสาวให้ ดีลกัน 1500 นัด 4 โมง อาบน้ำรอตั้งแต่บ่าย 2 ตอนสาวกำลังโคกะโหลกให้ ญาติโทรมาบอก ‘พ่อโดนรถชน’ แต่เสียดายตัง ยังทำต่อ สุดท้ายนั่งร้องไห้ สาวต้องปลอบ มารู้อีกทีว่า 'รถพ่อแค่ยางแตก'

“คุณติส (นามสมมติ)” อายุ 21 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น กับปัญหาที่อายุ 21 แต่ยังเวอร์จิ้น เลยซื้อบริการมาลอง แต่ดันมีสายโทรเข้ามาที่ทำให้ฝังใจเรื่องนี้มาตลอด โดย “คุณติส (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ติสยังไม่เคยมี Sex เลย ไปคุยกับเพื่อนเพื่อนก็ ก็แนะนำให้ลองซื้อบริการและให้คอนแทคติดต่อมา สรุปได้ไปหาที่คอนโดเขาในเรทราคา 1,500 บาท หลังจากนั้นเราก็เตรียมตัวเตรียมใจไป เขานัด สี่โมงเย็น เรามาอาบน้ำตั้งแต่บ่ายสอง เรารอมา 21 ปีแล้ววันนี้แหละคือวันของเรา ก็เตรียมพร้อมทุกอย่างก่อนออกจากห้องก็ไหว้พระด้วย พอบ่ายสามครึ่งเราก็นั่งรถไปคอนโดเขา ก็ไปนั่งรออยู่ที่ใต้คอนโด มันเป็น 10 นาทีที่เรารู้สึกว่า ตื่นเต้นที่สุดในโลก หัวใจเต้นในจังหวะที่เร็วที่สุดแล้ว จนเขามาสะกิดเราแล้วบอกว่า “พี่ขึ้นไปบนห้องได้เลยค่ะ” เราก็รู้สึกว่า เฮ้ย มันคืออะไรกันแน่วะ เราก็เขาไป เขาก็เอาผ้าเช็ดตัวเก่า ๆ ให้เราผืนหนึ่งแล้วบอกกับเราว่า “เดี๋ยวพี่อาบน้ำก่อนนะคะ” เราก็เข้าไปอาบน้ำอีกรอบหนึ่ง ออกมาเขาก็ให้เรานอนรอบนเตียง หลังจากนั้นเขาก็เข้ามาเริ่ม Oral Sex ให้เรา ในตอนนั้นเราตื่นเต้นมาก แต่ตอนที่เขากำลังทำให้เราอยู่ ก็มีโทรศัพท์สายหนึ่งโทรเข้ามา เรากดรับสาย เป็นเสียงญาติเราโทรมาบอกว่าพ่อเราโดนรถชน สภาพตอนนั้นของเรา ฟีลแบบเราโดนกระทำ หลังจากวางเสร็จ เราก็ฝืนทำต่อแต่น้ำตามันก็ไหลออกมา มันเป็นน้ำตาจากอะไรไม่รู้ แล้วทางคนให้บริการเขาถามมาว่า “เจ็บหรอคะ” ผมก็บอก “เปล่าครับ พอดีพ่อผมถูกรถชน” เขางงมากว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก็กลายเป็นว่าผมใส่เสื้อผ้าแล้วก็มานั่ง Deep talk ปัญหาชีวิตกับเขา สรุปวันนั้นพ่อไม่ได้รถชนแต่แค่ยางแตก แต่ทุกวันนี้มันกลายเป็นว่าผมไม่กล้าลองอีกครั้ง ผมนอนฝันอยู่หลายครั้งว่า กำลังมี Sex แต่มีโทรศัพท์มาขัดตลอด หรือตอนที่เรารับโทรศัพท์เหตุการณ์นั้นมันก็ย้อนเข้ามาอีกตลอดว่าเราเคยแบบนี้ ญาติโทรมาแล้วเราก็บอกว่า แค่นี้ก่อนนะครับแล้วก็วางสายไป ทั้ง ๆ ที่พ่อโดนรถชน ในครั้งต่อไปผมต้องทำอย่างไรถึงจะลบภาพนี้ออกไป มันกลัว และประเด็นคือมันเป็นครั้งแรกด้วย หลังจากออกจากคอนโด ผมก็คิดอยู่ 2 อย่าง ว่า ควรเสียใจเรื่อง 1500 หรือเสียใจเรื่องพ่อดี คิดแบบโจค ๆ’ โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันฝังใจใช่ไหม มันจะหลอน ๆ แหละ เข้าใจ ติสทำได้ดีแล้ว แต่ว่าครั้งหน้าพี่แนะนำให้ปิดเสียงโทรศัพท์ Flight mode ไปเลยอะไรก็รบกวนไม่ได้ อะไรจะเกิดขึ้นขอหลังจากนั้น พ่อเราไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้าพ่อเราเป็นอะไรเสียใจกว่านี้อีกนะ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทิ้งช่วงไว้สักพักนึงก่อน แล้วค่อยไปเริ่มต้นใหม่ แล้วก็เปลี่ยนคนอะไรก็ว่าไป ครั้งแรกถือว่ายืนระยะได้ดีแล้ว ครั้งแรกพี่ถือว่ายืนระยะได้ดีนะ ปกติครั้งแรกก็คือ 3 – 4 วิ ไปเลย อันนี้ติสทำได้ดีแล้ว ก็คิดว่าพ่อเราไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว แต่ถ้าพ่อเราเป็นไรเราก็ช่วยอะไรไม่ได้อยู่ดี ครั้งหน้าก็คือ เปลี่ยนคน เปลี่ยนห้องและเปิด Flight mode และนี่คือวามคิดเห็นจากพวกเราทั้ง 3 คน’ และสุดท้าย “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หรือถ้าจะรับสายก็ตั้งใจรับไปเลย คุยให้รู้เรื่องแล้วจบ แบบอ๋อพ่อแค่ยางแตก ก็ต่อได้แล้ว ถ้าเปิดเสียงโทรศัพท์ก็รับไปเลยแล้วคุยให้จบให้มันรู้เรื่อง แต่ถ้าไม่งั้นก็ไม่ต้องรับ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

03 ก.ค. 2023

แทบมุดดินหนี!! สาวเล่าประสบการณ์ออกเดทกับผู้ผ่านแอป นัดเจอกัน เช้าเข้าวัดทำบุญ บ่ายไปกินข้าวร้านอาหาร นั่งๆอยู่ ฝ่ายชายสะกิดบอก “เธอๆ ซิปเธอแตกรึเปล่า?” ก้มดูเท่านั้นแหละ กางเกงในสีส้มดับเพลิง โผล่ออกมา...

“คุณแป๋ว (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับปัญหาการไปออกเดทกับผู้ชายที่ชอบ โดย “คุณแป๋ว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูกำลังคุยอยู่กับผู้ชายคนนึง เพิ่งคุยกันได้ประมาณ 2 อาทิตย์ เจอกันในแอปหาคู่ ส่วนตัวหนูก็ไม่ค่อยไปเที่ยวกับผู้ชายแบบ 2 ต่อ 2 มาประมาณ 7 ปีได้ เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว หนูก็เลยลองไปดู เพราะโอเคกับเขา หนูก็แต่งตัวสวยเลย ก่อนจะไปหาเขา หนูก็แวะที่ทำงานแปปนึง เพื่อเดินโชว์ให้ทุกคนที่ทำงานชมก่อนว่าหนูสวยมั้ย? แล้วเขาก็นัดเจอหนูที่วัด พอหนูเจอผู้ชาย เขาก็ตรงปกดี ส่วนการแต่งตัวของหนู หนูก็แต่งตัวปกติ ใส่กางเกงพอดีตัวและเสื้อก็พอดีตัว หลังจากที่กลับจากวัดเราก็เดินไปหาอะไรกินกัน แล้วก็มีดื่มกันนิดหน่อยและนั่งเล่นบอร์ดเกมด้วยกัน จังหวะนั้นเหมือนเขานิ่งไปแปปนึง แต่เราก็ไม่ได้ถามอะไรเขา จนเขาเรียกหนูแล้วชี้ไปที่พุงตัวเอง แล้วเขาก็ถามว่าซิปเธอแตกหรือเปล่า? แล้วพุงหนูมันก็ปริ้นทะลุซิปออกมาเลย แต่ที่พีคที่สุดคือ วันนั้นหนูใส่กางเกงในสีส้ม แบบส้มดับเพลิง หนูไม่รู้ว่าที่เขามองมา เขาเห็นแค่พุงหนูหรือเห็นขอบกางเกงในของหนูด้วยหรือเปล่า ซึ่งที่หนูใส่กางเกงในสีส้ม เพราะหนูดูดวงมา... มันเป็นภาพติดตาหนู และไม่รู้จะทำยังไง ในใจก็อาย ทำยังไงดี? แต่หนูก็บอกเขาว่า อ่อ ซิปแตกมั้ง แล้วหนูก็เชิ่ด เล่นเกมต่อ หลังจากนั้นแปปนึง เขาก็บอกว่าเขาเริ่มเมาแล้ว เราแยกย้ายกันกลับมั้ย? หลังจากนั้นเราก็ยังคุยกันต่อ แต่ที่เป็นปัญหาของหนู คือ หนูไม่รู้จะลบภาพนั้นยังไงดี? แล้วหนูก็ไม่รู้ว่าเขาเห็นมั้ย ในหัวเขาก็มองเราเป็นยังไง? เพราะมันเป็นเดทแรก หลังจากที่ไม่ได้เจอมาแบบนี้มา 6-7 ปีแล้ว มันก็เลยกลายเป็นว่าหนูแอบเสียความมั่นใจอยู่ แต่เขาก็ชวนไปเดทวันศุกร์นี้อีก! หนูจะทำยังไงให้ตัวเองลืมภาพที่ตัวเองอายออกไปได้? ให้กลับมามีความมั่นใจอีกรอบ... งานนี้ 3 ดีเจ ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ‘มันลบไม่ได้หรอก ถ้าแป๋วลบเหตุการณ์นั้นไปง่ายๆ ครั้งต่อไปเราจะไม่มีอะไรไว้เตือนใจ แต่ถ้ามันลบออกไปไม่ได้ มันก็จะตามเตือนใจการแต่งตัวของเราทุกครั้ง ว่าถ้าเราจำได้ เราจะไม่ทำแบบนั้นอีก เอาไว้สำหรับการเป็นบทเรียน เพราะฉะนั้นถ้าลืมอะไรง่ายๆ มันก็ต้องเจ็บซ้ำๆเรื่องเดิมๆอีก ใดๆก็ตามสิ่งที่แป๋วควรจะดีใจ เพราะเขาเห็นแล้วแต่ยังนัดเดทกับเราอีกรอบ แนะนำให้ลดโทนสีลงมานิดนึง แป๋วยังเป็นตัวของตัวเองได้นะ แต่อาจจะรัดกุมเข้ามาหน่อย แล้วก็เพลินๆไปกับปัจจุบัน อย่าไปขยี้อดีต เพราะมันอาจจะเป็นการตอกย้ำเขาอีกฝั่งนึง และขยี้ตัวเองอีกด้วย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

23 พ.ค. 2025

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัท แต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลย ลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด

หนูทำงานเป็น Customer Service หัวหน้ามอบหมายให้ดูแลลูกค้าคนสำคัญ VIP รายใหญ่ของบริษัทแต่กลายเป็นว่าลูกค้าคนนี้ มีปัญหา และ ต้องการคุยทุกวัน วันละ 1-2 ชั่วโมง จนหนูแทบไม่มีเวลาดูแลลูกค้าคนอื่นเลยลูกค้า VIP รายนี้ เอาแต่ใจ ไม่ได้อะไรดั่งใจ ด่ากราด คำหยาบใส่แบบเสียๆหายๆ วันไหนหนูลาป่วย ไม่สบายลูกค้ารายนี้ก็โทรมาต่อว่าว่าทำไมไม่ทำงาน เรื่องนี้รายงานหัวหน้าแล้วก็ยังเฉย ให้เราดูแลเขาต่อเพราะเราทำมานานแล้วตอนนี้เครียดมากๆ แต่ต้องเก็บอาการเวลาทำงานอย่างเดียว “คุณกบ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่ 2 ของรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 พ.ค. 68] เกี่ยวกับปัญหาเรื่องการรับมือกับพฤติกรรม Toxic ของลูกค้ารายใหญ่ จึงโทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย” โดย “คุณกบ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูทำอาชีพ Customer Service มา 2 ปี ดูแลลูกค้ารายใหญ่ที่มีเม็ดเงินสูงของบริษัท ตอนนี้หนูรับมือกับพฤติกรรมของเขาไม่ไหวแล้ว ลูกค้าท่านนี้ค่อนข้างสูงอายุ จึงรับมือกับอารมณ์ได้ยาก ชอบเอาแต่ใจ รบกวนเวลา ถ้าวันไหนที่ต้องดูแลลูกค้าท่านนี้ หนูจะไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย หนูมีการแจ้งหัวหน้ามาโดยตลอด แจ้งถี่มาก หนูก็บอกหัวหน้าไปว่า ลูกค้ากดดันหนู หัวหน้าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่หัวหน้าก็กดดันหนูกลับอีกที บอกว่า ทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกค้าโอเคกับข้อเสนอ โดยที่เราไม่ได้ให้เขาทุกอย่างที่เขาอยากได้ หนูต้องรักษาลูกค้าคนนี้ไว้ สนใจแค่ยอดอย่างเดียว แล้วหัวหน้าก็ย้ำอย่างเดียวว่า ทำยังไงก็ได้ให้ลูกค้าพอใจ! งานนี้มีแค่หนูคนเดียวเท่านั้นที่ต้องรับมือและดีลกับลูกค้าทุกคนก่อนกระจายงานให้กับทีม หนูก็เลยโดนหัวหน้าด่าอยู่บ่อย ๆ ตอนนี้มีลูกค้ารายใหญ่ 5 ราย แต่ท่านนี้พอรวมยอดสะสมแล้วมากกว่าท่านอื่น ๆ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษ เหตุการณ์ที่รู้สึกไม่สมเหตุสมผลของลูกค้าคนนี้ เช่น บางอย่างเขาคิดว่ามันง่ายสำหรับเรา แต่จริง ๆ มันไม่ง่าย หนูพยายามอธิบายดี ๆ เขาก็ไม่รับฟัง แถมอุทานคำหยาบใส่หนูอีก มีครั้งหนึ่งหนูแอดมิท และเขาต้องการใช้บริการตอนนั้น เขาก็พูดใส่หนูว่า โกหกหรือเปล่าเนี่ย อายุน้อยแค่นี้ป่วยเลยหรอ หนูเลยอยากถามพี่ๆดีเจสองข้อคือ 1. หนูอยากได้คำแนะนำว่าจะรับมือกับลูกค้าอย่างไรดี? 2. มีวิธีไหนที่หนูสามารถคุยกับหัวหน้าได้บ้าง? เพราะเพิ่งเลิกงานและโดนดุมาเหมือนกัน’ ซึ่ง “ดีเจทั้งสามคน” (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘คนทำอาชีพนี้ต้องเป็นคนที่เกิดมาเพื่อรองรับอารมณ์จากทุกฝ่าย ทั้งลูกค้าและฝั่งของเรา หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแย่ คนที่รองรับก็ต้องแย่ เพราะฉะนั้นถ้าเรารับมาก็ต้องถ่ายออก ต้องรู้วิธีกำจัดความเครียด คิดแค่เรื่องงานจริง ๆ เราคงเปลี่ยนนิสัยลูกค้าไม่ได้ แต่เราสามารถพูดคุยและต่อรองกับหัวหน้าในสิ่งที่เราพึงจะได้รับได้ เช่น ขอขึ้นเงินเดือนและได้รับค่าคอมมิชชั่นที่มากขึ้น หรือเจรจาว่า ถ้าต้องการให้เราอยู่ต่อ จะต้องส่งคนมาซัพพอร์ตในส่วนนี้เพิ่ม เพราะจากประสบการณ์การทำงานที่สูงของเราแล้ว มีสิทธิ์ที่จะต่อรองได้สูงมาก เพราะถ้าบริษัทขาดเราไป บริษัทก็เสียหายมากเช่นกัน’ ปิดท้ายด้วย “ดีเจอ้อย” บอกว่า ‘ถ้าสุดท้ายแล้ว ยังเหลือเราที่ต้องทำงานคนเดียวก็พอเลย เราต้องโอบกอดตัวเองบ้าง การทำงานทุกอย่างในโลกนี้ ถ้าเราทำไม่ได้ก็ยังหาคนมาทำแทน แต่การที่เราเสียสุขภาพจิตทุกวัน ถ้าวันหนึ่งหนูป่วยไป ครอบครัวจะเอาใครมาแทน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นับถือน้าเป็นแม่ เลี้ยงหนูมาจนโต ตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน น้าเขย พยายามขอกำลังใจจากหนู ขอให้หนูกอด ขอให้หนูบอกรัก บางวันดึงหนูไปกอด หนูกลัวจนตัวสั่น ล่าสุดส่งรูปลามกให้หนูอีก ตอนนี้ไม่กล้าบอกใครเลย แม่เคยบอกไว้ว่าให้ทำดีกับเขาไว้เพราะเรื่องธุรกิจ

29 ม.ค. 2024

นับถือน้าเป็นแม่ เลี้ยงหนูมาจนโต ตลอดเวลาที่อยู่บ้านเดียวกัน น้าเขย พยายามขอกำลังใจจากหนู ขอให้หนูกอด ขอให้หนูบอกรัก บางวันดึงหนูไปกอด หนูกลัวจนตัวสั่น ล่าสุดส่งรูปลามกให้หนูอีก ตอนนี้ไม่กล้าบอกใครเลย แม่เคยบอกไว้ว่าให้ทำดีกับเขาไว้เพราะเรื่องธุรกิจ

“คุณมี่ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาเกี่ยวกับครอบครัว ที่น้าเขยมาลวนลาม น้าสาวที่นับถือเป็นแม่อีกคนก็รู้เรื่อง แต่ไม่คิดจะช่วยอะไร โดย “คุณมี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ปัจจุบันครอบครัวหนูมีอยู่กัน 4 คน คือ หนู แม่(น้าที่เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก ๆ ) ยาย และน้าเขย เมื่อก่อนแม่หนูเป็นแม่ค้าขายของที่ตลาด รายได้บางทีก็พอใช้ แต่บางครั้งก็ต้องประหยัด อยู่มาแบบนี้ได้สักพักนึงตั้งแต่เด็ก ๆ จนวันหนึ่งแม่ไปเจอแฟนในโลกออนไลน์ที่อายุอ่อนกว่าแม่ 10 ปี ซึ่งก็คือน้าเขยคนปัจจุบัน เขากับแม่ก็ตกลงกันว่าจะมาทำมาหากินใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน เข้ามาทำงานด้วยกันได้ประมาณ 2 ปี น้าเขยคนนี้ทะเลาะกับญาติทั้งตระกูล อยู่กันแบบเคืองใจกันมาตลอด จนเข้าปีที่ 5 ที่เขาอยู่ด้วยกัน ตอนนั้นหนูอายุ 15 ย่าง 16 ปี น้าเขยก็บอกว่า “จะซื้อของขวัญให้แต่ต้องแลกกัน” ของขวัญที่หนูคิดไว้ว่าจะเอาไปแลกกับน้าเขยก็คงจะเป็นสิ่งของหรือการ์ดขอบคุณ แต่เขาบอกว่าเขาไม่เอา เขาไม่อยากได้ เขาอยากได้กำลังใจจากหนู หนูก็เลยปฏิเสธไปว่า “ไม่เป็นไร...หนูไม่เอา” เขาบอกว่าอยากให้หนูกอด ให้หนูหอมเหมือนลูก หนูก็ปฏิเสธไป แต่พอถึงวันเกิดเขาก็ซื้อมาให้อยู่ดี หลังจากนั้นเขาก็เหมือนถาม เหมือนทวงว่า “ไหนอะของขวัญ ไม่เห็นได้อะไรเลย” หนูก็เลยพยายามเลี่ยงไม่ตอบโต้ และเขียนการ์ดขอบคุณไปให้ แต่ว่าเขาบอกว่า “ไม่เอา” มีวันนึงเป็นวันที่แม่ออกไปขายของข้างนอกกับน้าเขย ส่วนคุณยายก็ไปวัด วันนั้นเป็นวันที่หนูอยู่บ้านคนเดียว น้าเขยเขาก็เปิดประตูบ้านเข้ามา เดินมาเปิดประตูตู้เย็นดื่มน้ำ หนูก็เลยรีบหารีโมทเพื่อที่จะปิดทีวีและรีบออกจากตรงนั้น จังหวะที่หนูกำลังจะลุกไป เขาก็เดินมาคุกเข่าลง เอามือมากอดหนูไว้แล้วก็บอกว่า “ขอของขวัญหน่อยสิ” แล้วเขาก็หอมแก้มหนูทั้งสองข้าง ด้วยความที่เป็นเด็ก ไม่กล้าและกลัวจึงไม่ได้ขัดขืนหรือทำอะไร พอเขาปล่อยออก หนูก็รีบลุกและวิ่งออกเลย วันนั้นหนูจำได้ว่าหนูนอนร้องไห้จนหลับ ซึ่งอันนี้ก็คือวีรกรรมแรกของน้าเขยคนนี้ พอเวลาผ่านไปได้ไม่นาน เขาทะเลาะกับแม่เรื่องผู้หญิง เก็บกระเป๋าออกจากบ้านไป หนูก็เลยตัดสินใจบอกเรื่องที่เกิดขึ้นกับญาติ ๆ แต่ญาติเขาก็คุยกันบอกว่า “ยังไม่อยากบอกแม่ อยากให้เวลาแม่ทำใจก่อน” สุดท้ายเขาก็ไปได้ไม่นาน หลังจากผ่านไป 2 อาทิตย์ เขาก็กลับมาง้อแม่ แล้วก็กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม ทำให้พฤติกรรมที่เขาเคยทำกับหนูกลับมาอีก เวลาที่อยู่บ้านหนูจะเลี่ยงการอยู่กับเขาสองต่อสอง บางทีเวลาเดินไปหน้าบ้านแล้วเห็นเขาอยู่ หนูก็จะอ้อมไปเข้าด้านหลัง เวลาที่หนูเข้าห้องนอน เขาก็จะชอบทักมาประมาณว่า “ขอหน่อยสิ...ขอหน่อย รู้ว่าอยากได้ ก็ให้หน่อย” หนูก็ได้บอกญาติว่าเขาทำแบบนี้อีก แต่ญาติก็พูดอะไรมากไม่ได้ มากสุดก็แค่รับรู้ไว้ เขาก็บอกว่า “ให้หนูดูแลตัวเอง” ญาติก็มาเยี่ยมหนูบ้างอะไรแบบนี้ ส่วนยายที่อยู่บ้านเดียวกัน หนูก็ยังไม่ได้บอก เพราะคุณยายเป็นคนเซนซิทีฟ เท่ากับว่าตอนนี้คนในบ้านที่อยู่ด้วยกันยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ยิ่งไปกว่านั้นบางทีน้าเขยเขายังส่งรูปลามกมาให้หนูในแชทอีกด้วย หนูยังไม่เคยโชว์ข้อความหรือรูปลามกที่เขาส่งมาในแชทให้แม่ดู ด้วยงานก็เลยยังไม่อยากพังชีวิตแม่ตอนนี้ เพราะว่ามันมีหลายอย่างที่เขาทำร่วมกัน แต่เหมือนแม่ก็รู้อยู่ว่าเขาเป็นคนยังไง หนูเคยคุยกับแม่ว่า “เขามาขอกอด” แม่ก็บอกแค่ว่า “อยากให้ทนไปก่อน เพราะอยากให้ชื่อกิจการมันเป็นของเราหมดก่อน” ส่วนแม่แท้ ๆ อยู่ข้างนอก อยู่ใกล้กัน แต่ฐานะการเงินของแม่เขาเลี้ยงดูหนูไม่ได้ หนูเคยบอกเรื่องนี้กับแม่แท้ ๆ แม่ก็บอกว่า “ถ้าวันไหนรู้สึกไม่ปลอดภัย ก็มานอนกับแม่ก็ได้” โดยปกติแล้วที่บ้านหนูเขาก็จะอยู่ห้องใครห้องมัน แต่บางทีเวลาเขาอยู่โถงบ้าน เขาชอบใส่กางเกงบ๊อกเซอร์มานั่งแหกขาดูทีวี ซึ่งจะทำแบบนี้แค่ตอนแม่ไม่อยู่บ้าน ล่าสุดที่ทำก็คือเมื่อสองวันที่แล้ว หนูเลยอยากจะถามพี่ ๆ ว่า “มันพอจะมีทางออกที่จะคิดคำพูด พูดกับแม่แบบจริงจังอะค่ะ เพราะว่าแม่หนูก็เหมือนเคยรับรู้แต่ช่วยอะไรไม่ได้มาก” แล้วเหมือนตอนนี้เขาพูดกับแม่ว่า เขาจะขายร้านทิ้งทั้งหมดไปอยู่ที่อื่นพาแม่ไปด้วย เหตุผลที่เขาจะไปมันน่ารังเกียจมาก เขาบอกกับหนูว่า “หนูไม่รักเขา ไม่กอด ไม่หอมเขา” แค่นี้เลยคือเหตุผลที่เขาจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่น โดย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เป็นพี่พี่จะขอน้า ขอไปอยู่กับแม่แล้วให้เขาส่งเสียให้ ถ้าเขารักหนูจริง เขาจะทำ บอกไปว่าหนูไม่ไหว มันไม่มีความสุข หนูอยู่แบบนี้ไม่ได้ พี่ไม่อยากให้มี่คิดว่าเรื่องนั้นมันจะไม่เกิดขึ้น หนูเปลี่ยนเขาไม่ได้ แม่จะไม่มีวันเลิกกับเขา ตอนนี้ที่หนูทำได้คือย้ายออกจากบ้านหลังนั้น ซึ่งหนูมีทางที่จะย้ายด้วย ไม่ว่าจะเป็นแม่แท้ ๆ หรือญาติ พี่เชื่อว่าสุดท้ายจะไม่มีใครรักมี่เท่ามี่รักตัวเองนะ แล้วถ้าบอกแม่แล้วแต่แม่บอกให้ยอม ต้องอย่ายอมนะ กิจการอะไรเราทำมาหากินด้วยตัวเองได้ อย่าเอาชีวิตไปผูกกับสิ่งเหล่านี้แล้วเอาตัวเองแลก’ ต่อมาเป็น “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เอาจริงวิธีที่จะพูดกับแม่มันไม่มีอะไรเลย เปิดไลน์ให้ดู เปิดข้อความ เปิดรูปที่เขาส่งมาให้ดูเท่านั้นแหละ แล้วก็ออกมาซะ อยู่กับใครก็ได้ที่ไม่ต้องมาเสี่ยงแบบทุกวันนี้ หนูไม่ได้ไม่มีใครนะลูก’ สุดท้ายเป็น “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘บ้านนี้หนูอยู่ไม่ได้แล้วอันตรายมาก แต่ถ้าหนูอยากลองถามแม่ก็ลองได้ ลองไปพูดกับแม่ว่าเกิดสิ่งนี้ขึ้นกับหนู แล้วหนูรู้สึกอึดอัดในการอยู่บ้านหลังนี้ หนูอยากอยู่ข้างนอก ถ้าเขารักเราจริง เขาจะเช่าบ้านให้เราอยู่ข้างนอก หรือเช่าหอ หรืออะไรก็ตาม แต่ถ้าเขายังพูดว่าร้านยังไม่เป็นของเรา บอกแม่ไปเลยว่าหนูขอออกไปอยู่ข้างนอก ถ้าอยู่แบบนี้หนูโดนข่มขืนแน่ แล้วแม่จะโอเคเหรอ หรือเราจะอยู่กับญาติได้ไหม ให้แม่มี่เป็นคนคิดเองเลยว่าจะให้อยู่บ้านไหน ตอนนี้อยู่ที่นี่ไม่ได้ แม่จะแก้ปัญหายังไงให้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-