หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง หนูจะทำยังไงดีคะ?

23 ม.ค. 2026

หนูต้องสะดุ้งตื่นตี 3 ทุกวัน

เพราะลุงบ้านตรงข้ามเปิดเสียงพระสวดดังลั่น

เคยบอกให้ลุงเบาเสียงแล้ว

แต่ลุงบอกว่าลำโพงไม่มีปุ่มเบาเสียง

หนูจะทำยังไงดีคะ?

         ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ อายุ 30 ปี สายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องข้างบ้านเปิดบทสวดเสียงดังในเวลาตี 3 แทบทุกวัน ควรจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี

         โดย ‘คุณแก้วตา (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “คุณลุงตรงข้ามบ้าน เปิดเสียงพระสวดผ่านลำโพง ในช่วงเวลาตีสามครึ่งของทุกวันเลย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นบทสวดดี ๆ แต่บางครั้งก็มีบทสวดศพด้วย

         บ้านของหนูกับบ้านของคุณลุงไม่ได้อยู่ติดกัน บ้านของคุณลุงอยู่ฝั่งตรงข้าม ห่างกันแค่ถนนเส้นเดียว ในระแวกบ้านส่วนใหญ่เป็นพี่น้องของคุณลุงทั้งหมด มีบ้านที่ไม่ใช่ญาติของเขาเพียงแค่ 3 หลัง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือบ้านของหนู บ้านอีกสองหลังเป็นคนมีอายุ เขาก็อยู่ที่นี่มานานแล้ว ส่วนบ้านของหนูเพิ่งย้ายมาได้ 3 - 4 ปี แต่เสียงเริ่มดังเมื่อ 2 ปีหลังที่ผ่านมา

         ห้องของหนูคือห้องที่ได้รับเสียงรบกวนน้อยที่สุด แต่ส่วนตัวถ้าได้ยินเสียงดังแล้วตื่นขึ้นมา หนูจะนอนต่อไม่ได้เลย ส่วนห้องของพ่อกับแม่ได้ยินเสียงชัดมาก เตี่ย (พ่อ) ถึงกับต้องเดินลงมานอนโซฟาทุกวัน พี่สาวก็เคยไปคุยขอให้คุณลุงเบาเสียงลง แต่คุณลุงกลับตอบมาว่า ลำโพงที่ลุงเปิด มันไม่มีปุ่มลดเสียง มันมีแค่เปิดกับปิด

         นอกจากนี้หนูก็เคยโทรหาสายตรวจหลายครั้งจนเกรงใจ เขาก็ทำได้แค่ตักเตือน จนวันหนึ่ง หนูทนไม่ไหวแล้ว เลยอัดคลิปเสียงส่งไปให้ตำรวจ เขาก็บอกเดี๋ยวจะประสานเรื่องกับอบต.ให้ แต่สุดท้ายมันก็เหมือนเดิม แม่หนูบอกให้ปล่อยมันไป ไม่ต้องไปโฟกัส แต่จะไม่สนใจได้ยังไงในเมื่อมันได้ยินชัด และเสียงดังมากจริง ๆ

         อีกหนึ่งข้อมูลที่เคยได้ยินมาคือ คุณลุงเคยบวชมาแล้วสองครั้ง พอกลับมาที่บ้าน หนูไม่แน่ใจว่าลุงอยากฟังเสียงพระสวดหรือเปล่า หรือยังอินกับการอยู่วัด แต่เขาก็ไม่ควรทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันเป็นมลพิษทางเสียง หนูต้องทำยังไงดีคะ ?”

         เริ่มที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “แจ้งความไปเรื่อย ๆ ไปจนกว่าเสียงจะเงียบ หรือซื้อลำโพงให้เขาไปเลย แล้วบอกวิธีการใช้ให้คุณลุงเข้าใจ พร้อมกับบอกคุณลุงว่าให้เบาเสียงลง ไม่งั้นตำรวจจะมาจับ เสียเงินแค่ไม่กี่ร้อย แลกกับชีวิตการนอนของเรา”

         ด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้พูดเสริมว่า “ถ้าวิธีแรกใช้ไม่ได้ผล ก็ให้สังคมพิพากษาเขา แต่ให้ลองเจรจากับเขาดี ๆ ก่อน ทำตามทีละขั้นตอน อย่างแรกให้คุยกันให้เข้าใจ จากนั้นก็เปลี่ยนลำโพงให้เขา ถ้ายังไม่ได้ผล ก็ไปอบต.”

         ด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้แนะนำว่า “ให้ลองประสานกับทางอบต.ไปก่อน เอาคลิปเสียงไปเปิดให้เขาฟัง หรือลองเปิดเพลง EDM เอาให้ดังกว่า ถ้าลุงเปิดหนูก็เปิด”

         สุดท้ายดีเจทั้งสามคนได้เสนอวิธีการแก้ปัญหาให้เพิ่มเติมว่า “หรือลองอ้างพระ อ้างเจ้าไหม ให้เจ้าอาวาสมาเตือนว่า การเปิดบทสวดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อน โยมบาปนะ ถ้าไม่ได้ผล ลองเป็นผีเลย จ้างเอ็กตร้ามาก็ได้ ให้เขาปลอมตัวเป็นพระ เป็นผี เอามาหลาย ๆ คน อย่าไปยอมเขา เพราะเราจะเสียสุขภาพจิต”

  มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จะบอกน้องข้างบ้านดีไหม? ผู้ชายคนนึงฝากให้เราไปบอกว่า เค้ามีเชื้อ HIV อยู่แล้ว ให้ระวังตัวให้ดี เพราะน้องเคยมีอะไรกับเค้า แล้ว Block ผู้ชายคนนี้ไปทุกช่องทาง ตอนนี้สองจิตสองใจ ไม่ค่อยสนิท จะพูดดีหรือเปล่า...

08 ธ.ค. 2023

จะบอกน้องข้างบ้านดีไหม? ผู้ชายคนนึงฝากให้เราไปบอกว่า เค้ามีเชื้อ HIV อยู่แล้ว ให้ระวังตัวให้ดี เพราะน้องเคยมีอะไรกับเค้า แล้ว Block ผู้ชายคนนี้ไปทุกช่องทาง ตอนนี้สองจิตสองใจ ไม่ค่อยสนิท จะพูดดีหรือเปล่า...

“คุณเมย์ (นามสมมติ)” สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 ธ.ค. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจอั๋น – ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล กับปัญหาที่น้องที่รู้จักกันไปมีอะไรกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วก็เลิกติดต่อกัน แต่ผู้ชายดันมาบอกเราว่าเขาติดเชื้อ HIV เพื่อให้เราไปบอกน้อง โดย “คุณเมย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่ามีผู้ชายคนนึง เขาติดเชื้อ HIV แล้วเขาทักมาหาหนู คือเขามาบอกว่าเขาไปมีอะไรกับน้องน้องคนนึงที่หนูรู้จัก แต่เราไม่ได้สนิทกัน แล้วต้องการให้หนูไปบอกน้องคนนั้นให้หน่อยว่าเขาเป็นโรค แต่คือหนูไม่กล้าบอกน้อง หนูอึดอัดมาก กลัวน้องเขาคิดมาก และจะทำอะไรไม่ดี เพราะน้องเขาทำงานกลางคืนเป็นพีอาร์อะไรแบบนี้ เหมือนประมาณว่าน้องเขาไม่อยากติดต่อไม่อยากยุ่งด้วย เพราะน้องเขามีแฟนอยู่แล้ว แต่เหมือนกับผู้ชายคนนี้เขาเป็นลูกค้า และมาติดพันน้อง แล้วอยากให้น้องเขามาติดต่อด้วย แต่น้องเขาบล็อกทุกช่องทางเลยไม่ให้ติดต่อด้วย น้องเขาไม่อยากจะคุยต่อแล้วอะไรแบบนี้ ส่วนน้องผู้หญิงหนูก็ไม่ค่อยสนิทขนาดนั้น ไม่เคยไปยุ่งกับครอบครัวน้องเขา แต่รู้ว่าน้องเขามีลูก แล้วยังเป็นเสาหลักของครอบครัวด้วย ถ้าหนูไม่บอกเขาผลข้างหน้าจะเป็นยังไงก็พอเดาออก แต่ถ้าตัดสินใจบอกแล้วน้องเขาคิดสั้นหนูก็แย่ อีกทั้งหนูไม่กล้าบอกเพราะกลัวว่าน้องเขาจะคิดว่าหนูไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตเขา น้องเขาก็จะมองหนูไม่ดีอีก หนูไม่เคยรับรู้ความสัมพันธ์ของน้องกับผู้ชายคนนี้มาก่อน เพียงแต่ว่าตอนที่หนูเคยไปบ้านน้อง ไปหาลูกเขา หนูเคยเห็นผู้ชายคนนี้นั่งอยู่ แต่ก็คิดว่าคงรู้จักกันเพราะผู้ชายคนนี้อายุเยอะแล้วน่าจะประมาณ 50 ได้ หนูก็เลยคิดว่าที่ผู้ชายคนนี้ทักมาหาหนูเพราะเห็นหนูไปหาน้องเขาที่บ้าน เขาเลยทักมาถามสารทุกข์สุขดิบของน้อง แล้วก็มาระบายเรื่องต่าง ๆ ให้เราฟัง แต่ข้อความสุดท้ายที่หนูช๊อคที่สุดก็คือเขาบอกว่า “รู้มั้ยเนี่ยว่าน้องเขาติดโรคนะ” เหมือนผู้ชายเขามั่นใจว่าเขาทำให้น้องติดเชื้อ HIV หนูคิดว่าเหมือนผู้ชายคนนี้ตั้งใจทำให้น้องติดเพราะน้องจะได้ไม่ไปจากเขา คือผู้ชายอายุมากกว่าน้อง แล้วน้องอายุแค่ 20 ต้น ๆ น้องเขาก็อยากทำงานอยากมีแฟนอะไรของเขาไป จึงอยากจะถามว่า “ตอนนี้หนูต้องทำยังไง ควรบอกน้องมั้ย เพราะถ้าหนูไม่บอกหนูก็อึดอัด เพราะว่าก็รู้อยู่แก่ใจ” ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ พี่คิดว่าควรบอก มันเป็นเรื่องสำคัญต่อตัวเขา เขาจะต้องดูแลตัวเอง ดูแลลูก และสามีเขา มันสำคัญที่วิธีการบอก คือถ้าเมย์รับรู้ว่าเขาติดเชื้อเขาอาจจะเครียด ในมุมมองของพี่เมย์ต้องเนียนเหมือนเมย์ไม่ได้รับรู้เรื่องอะไร บอกไปว่าพี่คนนั้นเขาติดต่อไม่ได้ แต่เขาบอกว่าให้ไปโรงพยาบาลตรวจสุขภาพอะไรแบบนี้ แล้วก็ตีมึนเหมือนไม่รู้เรื่องอะไร พี่ว่าการที่น้องเขาไม่รู้ และเขาไม่ได้รับยา น้องเขาก็ตายเหมือนกัน แล้วถ้าเกิดเขาไม่รู้ เขาอาจมีโอกาสแพร่เชื้อให้ลูกเขาหรือสามีเขาก็ได้ ลูกอาจจะยากหน่อยแต่สามีอะ มันจะกลายเป็นว่าทั้งพ่อทั้งแม่ก็เป็น เหลือแค่ลูก คือการติดเชื้อ HIV เอาจริง ๆ มะเร็งน่ากลัวกว่า แต่ทีนี้มันเป็นโรคที่เหมือนสังคม ใครเป็นเขาอาจจจะรู้สึกว่าเขาอาย’ ต่อมาเป็น “ดีเจอั๋น” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะพูดตรง ๆ ทั้งหมดเลย เพราะพี่ว่ามันยากอยู่แล้ว ความจริงง่ายที่สุด จะไปบอกเขาด้วยเจตนาที่ดี บอกไปว่าพี่ไม่รู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนูกับเขานะ และหนูก็ไม่จำเป็นต้องเล่าด้วย แต่ว่าพี่คิดว่าด้วยเจตนาที่ดีทั้งปวงในฐานะของพี่ พี่คิดว่าหนูควรไปตรวจ และถ้าหนูอยากให้พี่ไปเป็นเพื่อนบอกพี่ได้ พี่ยินดี พี่ไม่ได้พูดกับใครทั้งสิ้น และก็คิดเรื่องนี้อยู่นานมากว่าควรจะทำยังไง พูดความจริงทั้งหมดที่คิดอยู่ในใจง่ายที่สุด และไม่ว่าจะเป็นหรือไม่เป็นไม่ต้องตกใจ สำคัญคือต้องรู้สถานการณ์ และเราควบคุมมันได้ ณ วันนี้มันไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าเรารู้ตัว เราแค่รู้ว่าเราจะรับมือกับมันยังไงแค่นั้นเอง เพราะทุกวันนี้มันก็มียาที่เราสามารถกินได้ตลอดชีวิต เราก็ให้ข้อมูลเขาไป ตอนบอกก็แถมความรู้นี้ให้เขาไปด้วย’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ พี่จะพูดตรง ๆ ต้องบอกว่าเราเป็นห่วงจริง ๆ เราถึงพูด จริง ๆ จะเงียบไปเลยก็ได้นะ แต่ในกรณีถ้าเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง ๆ คนที่จะได้รับผลกระทบคือ บ้านของหนูทั้งบ้านนะ ทุกวันนี้คนที่มีเชื้อ HIV อยู่ได้ปกติมาก บางคนกินยาไปเรื่อย ๆ แล้วเชื้อมันต่ำลงจนหมดไปเลยก็มี แล้วถ้าน้องคนนั้นจะมองคุณเมย์ว่าทำไมคุณเมย์มาพูดแบบนี้ ก็ไม่ได้สนิทกันอยู่แล้ว อย่างน้อยคุณเมย์ก็ได้ช่วยชีวิตคน เมย์ลองคิดสภาพนะถ้าไม่บอกแล้วเขาติดทั้งบ้านอันไหนนรกกว่ากันสำหรับหนู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

19 เม.ย. 2026

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง

(ภาคต่อ) บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้านแต่เราไม่อยากให้ทำถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง 'คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ อายุ สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวที่เคยเข้ามาเล่าในรายการเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 กับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่บ้านแฟนอยากให้แฟนไปเป็นผู้ใหญ่บ้าน แต่เราไม่อยากให้ทำ ถ้าไปแล้ว ความสัมพันพันธ์เราจะเป็นยังไง เรื่องราวของ ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ มีอยู่ว่า “แฟนของเขาทำงานได้เงินเดือนสี่หมื่นบาท แต่ครอบครัวของแฟนต้องการให้แฟนของเขา เป็นผู้ใหญ่บ้านเงินเดือนหมื่นกว่าบาท ซึ่งตัวของคุณยุ้ยเองนั้น ไม่โอเคกับเรื่องนี้ จนถึงขั้นแสดงเจตจำนง ว่าไม่อยากให้แฟนของเธอทำงานตรงนี้ และได้คิดว่าถ้าแฟนของเธอได้เป็นผู้ใหญ่บ้านจริง ๆ นั้น คุณยุ้ยจะยังคบกันคนนี้อยู่หรือเปล่า ซึ่งแฟนของคุณยุ้ยเอง ก็บอกว่าถ้าไม่อยากให้ทำ ก็ไปคุยกับพ่อของแม่ของเขาเอง” โดย ‘คุณยุ้ย (นามสมมติ)’ ได้อัปเดตว่า “ตอนนี้คุณยุ้ยยังคบกับแฟนของเธออยู่ ย้อนกลับไปในวันที่คุณยุ้ยได้ปรึกษากับดีเจทั้งสาม ทุกคนได้เตือนว่า ระวังเขาจะทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ บอกให้เธอเผื่อใจเอาไว้ และบอกให้แฟนของคุณยุ้ย ควรเป็นคนที่จัดการกับเรื่องนี้เอง หลังจากที่ปรึกษาพี่ ๆ ดีเจไปได้ไม่นาน ผลสรุปสุดท้ายแล้ว แฟนของเธอก็ยอมทำตามสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ โดยไม่ปฏิเสธอะไรเลย ในตอนนั้นเธอเองก็ตกใจ เพราะสิ่งที่เขาบอกเธอ กับสิ่งที่เขาทำมันคนละอย่างกัน คุณยุ้ยเองก็ได้แต่คิดว่าเรื่องของเธอกับแฟนจะเป็นอย่างไรต่อ แฟนของคุณยุ้ยไม่ได้ให้เหตุผลอะไรกับเธอ แต่เธอเองก็เข้าใจเขา ที่ต้องยอมรับตำแหน่ง และทำตามในสิ่งที่พ่อแม่ของเขาต้องการ เนื่องจากในตอนนั้น พ่อแม่ของแฟนพูดประมาณว่า ถ้าไม่เป็นก็ตัดขาดกันไปเลย แม้จะไม่ได้พูดคำนี้โดยตรง แต่ความรู้สึก คือเขาคงไม่พอใจมาก ๆ ถ้าไม่ยอมเป็นไปตามในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทางครอบครัวของแฟน ได้บอกว่าขอเวลาแค่ 2 ปี ในการเป็นผู้ใหญ่บ้าน แล้วถ้าพี่ชายของแฟนเธอนั้นกลับมาเมื่อไหร่ จะให้พี่ชายของแฟนรับตำแหน่งตรงนี้ต่อ แต่สำหรับคุณยุ้ยแล้ว เส้นทางมันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ไม่มีอะไรมาการันตีได้เลย ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป คุณยุ้ยได้ถามแฟน ว่าสรุปแล้วเรื่องนี้มันเป็นยังไง ความรู้สึกตัวเธอนั้น เหมือนกำลังโดนหักหลัง การที่เขาพูดอย่างทำอย่างแบบนี้ แล้วเธอจะเชื่อใจเขาได้อย่างไร แฟนของคุณยุ้ยก็บอกว่าเขาไม่อยากเลิกกับเธอ เขาบอกว่าเงินเดือนผู้ใหญ่บ้านที่ได้มา เขาจะโอนให้คุณยุ้ยเก็บ และเขาจะไปหารายได้ทางอื่นเพื่อที่จะได้มีเงินเก็บ และสร้างความมั่นใจให้กับคุณยุ้ย ในตอนนี้แฟนของคุณยุ้ยยังไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน เพราะยังไม่ถึงเวลาการเลือกตั้ง ส่วนฝั่งครอบครัวแฟน หลังจากวันนั้นคุณยุ้ยก็พยายามทำตัวปกติ พูดคุยทักทายกันตามปกติ เธอเองก็ได้คุยปรึกษากับผู้ใหญ่อยู่หลายครั้ง ทุกคนก็บอกว่ามันอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด ให้คุณยุ้ยนึกถึงความรู้สึกของแฟนเธอเยอะ ๆ เพราะบางทีเขาเองก็เลือกไม่ได้ ถ้ารู้สึกว่าเขารักเธออยู่ ก็ลองดูแค่ 2 ปี ถ้าอีก 2 ปีข้างหน้า เขาไม่ได้ทำตามอย่างที่พูด ก็จะได้รู้ว่าเรื่องจะเป็นอย่างไรต่อ” หลังจากที่ดีเจทั้งสาม ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ ได้ฟังเรื่องราวของคุณยุ้ยจบ จึงได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้ลองดูก่อน ต้องยอมรับว่าเราอยู่ในเงื่อนไขของครอบครัวนี้ ถ้าเราอยากจะอยู่กับเขา เราจะต้องรับเงื่อนไขนี้ของเขาให้ได้เช่นกัน แต่ยังไงแล้ว ความคิดของเรา คือสุดท้ายแล้วเขาต้องได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน ถ้าถึงวันนั้น ลองบอกกับแฟนว่า ไหน ๆ ก็ได้เป็นแล้ว ก็ทำมันให้ดี และอย่าลืมมาอัปเดตใหม่อีกครั้ง”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

31 พ.ค. 2024

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวงแล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวังซึ่งผมไม่มี ตอนนี้ทุกคนในบ้านฟังแม่เขาหมด แล้วแฟนก็ขอห่างกับผม เหมือนผมโดนตัดสินโดยใครก็ไม่รู้... “คุณเอ็กซ์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนเอาวันเดือนปีเกิดไปดูดวงจนทำให้ต้องเลิกกับแฟน โดย “คุณเอ็กซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานอยู่ที่บริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่ง ที่บริษัทจะมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง คือว่าเราสองคนได้รับหน้าที่ให้ทำโปรเจ็คด้วยกัน ทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้อยู่ด้วยกันตลอดทุกวัน เราก็เริ่มชอบกัน เพราะเราคุยกันถูกคอมากๆ ระบายกันทุกเรื่อง แล้วทีนี้เราก็ได้มีการนัดไปทำงานกันที่ห้างแห่งหนึ่ง เราก็มานั่งทำงานกันพอทำงานเสร็จ เราก็ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วพอกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่บ้านผมอยู่ไกลมาก ผมก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับ แต่ว่าผมเข้าใจผิดคิดว่าขบวนรถไฟสุดท้ายคือเที่ยงคืน แต่จริงๆ ขบวนสุดท้ายของสายนั้นคือ 5 ทุ่ม ทีนี้ผมก็ไม่มีรถกลับ ผมก็เลยโทรบอกเขา เออเนี่ย…เดี๋ยวจะไปเปิดห้องนอนก่อน แล้วเช้าค่อยกลับ แต่เขาก็บอกว่า ไม่เอาๆ เดี๋ยวเขาวนรถกลับมารับ แล้วก็ไปนอนบ้านเขา ผมก็ตกลง วันนั้นผมก็ได้ไปนอนบ้านเขาและวันนั้นเราสองคนก็ได้ตกลงเป็นแฟนกัน เราก็คบกันมาได้เกือบอาทิตย์ ต้องขอบอกเลยว่าพี่เขาเป็นคนที่เชื่อแม่ และรักแม่มากๆ สำหรับเขาแม่มีอิทธิพลมากพอสมควร ผมก็มองว่าไม่ผิดคนเราต้องรักแม่ถูกแล้ว แล้วทีนี้แม่เขาก็เอาวันเดือนปีเกิดของผมไปดูดวง ว่าดวงผมกับพี่เขาเป็นยังไง แล้วหมอดูทำนายว่า ดวงผมไม่สมพงศ์กับพี่เขา และมีอีกคำนายหนึ่งที่ไม่เป็นความจริงเลยคือ หมอดูทำนายว่า ผมมีครอบครัวแล้ว โดยที่ไม่ถามไถ่ผมเลย ซึ่งแฟนผมก็น่าจะยังไม่ได้บอกแม่เขาว่าผมยังไม่มีครอบครัว เพราะเขาน่าจะดูเชื่อไปด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หลักๆ เลยก็คือแม่เขาก็ไม่อยากให้ไปต่อกับผมนั่นแหล่ะ พี่เขาก็เลยขอลดสถานะความสัมพันธ์กับผม และไม่ขอพัฒนาต่อไปมากกว่านี้แล้ว การขอลดสถานะความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผมไม่ติดอยู่แล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่ที่ผมนอยมากๆ เลยก็คือ ผมถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ ที่รู้แค่ วันเดือนปีเกิดของผมแค่นั้น ซึ่งหลังจากที่เราเลิกกัน ผมก็ลาออก แต่พี่เขาก็ยังมีทักมาหาผมบ้าง มาระบายเรื่องงาน ถามเรื่องโปรเจคที่ผมกับพี่เขาเคยทำร่วมกัน ตอนนี้พี่เขารับหน้าที่ดูแลต่อ แล้วก็มีคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ผมก็มีถามเขาบ้างว่า สบายดีมั้ย เหนื่อยรึเปล่า ผมก็ถามไปปกติ ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ควรปล่อยเขาไปใช่มั้ย หรือว่าควรจะสู้กับดวงที่หมอดูทำนายมาดี?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอม ชีวิตเราเป็นคนเลือกเอง หมอดูเป็นแค่สิ่งที่นำทางให้เราเฉยๆ ถ้าหมอดูพูดอะไรแล้วมันซัพพอร์ตกับสิ่งที่อยู่ในใจเรา เราจะมีความมั่นใจในการลุยกับสิ่งนั้นมากขึ้นเท่านั้นเอง แล้วก็ที่ถามว่าเราจะยังไปรอผู้หญิงคนนี้อีกมั้ย หอมบอกเลยว่า ตัดไปเลย ทิ้งไปเลย ให้รู้ซะบ้าง ไม่ใช่ว่าแบบ เธอเลิกกับฉันง่ายๆ เพียงแค่ฟังคำหมอดู ซึ่งมัน Non sense ถ้าเกิดเราคบกันแล้วเธอเจอปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ แล้วแม่เธอพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็เลิกกันได้อยู่ดี เรื่องเล็กๆ เธอยังเลิกกับเราได้ง่ายขนาดนี้เลย ฉะนั้นถ้ามีปัญหาใหญ่เข้ามาในชีวิต เธอจะไม่ปล่อยมือกันง่ายๆ หรอ แล้วก็ไม่ต้องถามเขาว่า สบายดีมั้ย เขาเทเรา ด้วยเหตุผลที่งี่เง่ามาก เขาต้องได้รับบทเรียน เธอกำลังเสียผู้ชายที่ดีที่สุดไป แล้วไปหาคนใหม่เลย หาคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวเราไม่ใช่แค่รู้สึกว่า เราไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรอ ถึงได้ตัดสินเรากับเรื่องงี่เง่าแค่นี้ อันนี้คือไร้เหตุผลมากๆ และครอบครัวนี้ไม่เหมาะกับเรา ครอบครัวที่ใช้พ่อแม่บงการทุกอย่างในชีวิต จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็ให้เขาอยู่กับแม่ไปหรือไม่ก็ให้เขามีแฟนกับคนที่แม่เขาหาให้ แล้วไม่ต้องรอให้มันเสียเวลา เชิ่ด !!!!’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันมี 2 ประเด็นสำหรับพี่นะ เวลาที่พี่เห็นใครที่เขาเชื่อเรื่องอะไรทำนองนี้ เรื่องหมอดู ดวงชะตา โชคชะตา และถ้าเขายึดมันเป็นแกนหลักในการใช้ชีวิตแล้ว พี่รู้สึกว่า อะไรก็เอาเขาไม่อยู่ เพราะเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนี้แล้ว ถ้าเขาใช้สิ่งนี้เป็นที่ตั้ง แสดงว่าเขามีแนวคิดที่คิดมาแล้ว หรือว่าประสบการณ์ชีวิตของเขา สิ่งนี้มันพิสูจน์ได้ว่า มันจริงสำหรับเขา พี่ว่าการจะไปสู้กับอะไรแบบนี้ เหมือนเราแพ้ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ซึ่งมันเหนื่อยมากเลยกับการแพ้ ให้กับสิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วเราไม่รู้ว่าจะไปพิสูจน์มันยังไง นอกจากเราต้องใช้เวลา เข้าใจมั้ย ซึ่งบางอย่างเขาไม่มารอเรา แล้วเขาตัดสินเราไปแล้ว อันนี้สำหรับเรื่องแรกพี่ว่ามันยาก สำหรับอันที่ 2 พี่เห็นด้วยกับพี่หอมว่า ถ้าคนๆ หนึ่งเลือกเรา ในการคบหาจากการดวงล้วนๆ หรือจากสิ่งที่หมอดูบอก โดยที่ไม่ได้ดูสิ่งที่เราทำ ไม่ดูว่าเรามีพฤติกรรมที่ปฎิบัติกับเขายังไงในฐานะคนรัก พี่ว่าคนแบบนี้ พี่ไม่เลือกเอามาเป็นแฟนนะ ถ้าเขาไม่เอา เราก็ไปหาคนอื่น มันไม่ได้มีคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เราจะต้องรักพุ สำหรับพี่มันง่ายแค่นี้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมมีความเชื่อว่าถ้าเห็นลู่ทางไม่ดี เราอย่าชิงแพ้ให้เละเทะ เราไปแบบเชิ่ดๆ หล่อๆ ก่อนดีกว่า แล้วไปแบบให้เขาเสียดาย ไปแล้วไปลับไม่กลับมา ให้เขาเสียดายว่า ไอความไร้สาระของเขามันเคยทำให้เขาพลาดอะไรไป คือถ้าเรื่องแค่นี้เขามาขอลดความสัมพันธ์กับเรา หมอดูคนนี้จะดูชีวิตคู่ของคุณเอ็กซ์กับเขาเนี่ยไปตลอดเลย จะมีลูกปีไหน จะเกิดเดือนไหน จะให้เรียนโรงเรียนอะไร มันจะวุ่นวายไปหมด แล้วก็นอกจากหมอดูแล้วเนี่ย คิดว่าครอบครัวเขาก็จะมามีอิทธิพลกับชีวิตคู่คุณเอ็กซ์กับเขาไปตลอด ซึ่งถ้าคุณเอ็กซ์ได้ฟังพุธทอล์คพุธโทรมา ปัญหาที่ครอบครัวเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคู่เนี่ยโครตปวดหัวเลย เพราะฉะนั้นไปแบบผู้ชนะถึงแม้ว่าใจลึกๆ เราจะรู้สึกว่าโดนเทก็ตาม แต่จงรักษาทรง แล้วเดินออกไปอย่างผู้ที่เหมือนว่าชนะ แบบโดนเทแต่ยังเท่อยู่ ให้เขาเสียดายเราในภายหลัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

29 ก.ค. 2025

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่ม ไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่า เพื่อน 5-6 คนในกลุ่มจองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเรา

ผมผิดไหมที่ไม่โอเคกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเลิกกับแฟนไปแล้ว มีแฟนใหม่ไปแล้ว ผมเคยขอเพื่อนในกลุ่มไว้ว่าไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับ แฟนเก่าของผมแล้ว เพราะอยากให้เกียรติคนใหม่ แต่ผมเพิ่งรู้ว่าเพื่อน 5-6 คนในกลุ่ม จองตั๋ว ที่พัก ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับแฟนเก่าเราโดยไม่ได้บอกเรารู้อีกทีเขาก็เตรียมไปทริปนี้กันแล้ว ตอนนี้ผมไม่โอเคมากๆ “คุณบี (นามสมมติ)” สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลิกกับแฟนแล้ว แต่เพื่อนทั้งกลุ่มยังไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอยู่ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วผมมีแฟน ผมเลยพาแฟนมาแนะนำให้เพื่อนรู้จัก ในวันเกิดของเขา เขาอยากจัดทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับเพื่อนแก๊งนี้ แต่ดันเลิกกับผมซะก่อน เพราะผมจับได้ว่าเขาคุยกับคนอื่น ผมก็คิดว่าจะไม่มีทริปนี้อีกแล้ว แต่เหมือนเขาจะทักไปหาเพื่อนลับหลังผม พอเพื่อนมาขอผม ผมก็ให้ไป แต่พอหลังจากนั้นผมก็บอกกับเพื่อนว่า ไม่ให้ติดต่อกับแฟนเก่าผมแล้วได้มั๊ย? และก็บอกกับแฟนเก่าผมด้วยว่า ไม่ติดต่อกับเพื่อนผมแล้วได้มั๊ย? เพราะช่วงนั้นผมมีคนคุยใหม่แล้ว แต่เพื่อนก็ยังพูดถึงแฟนเก่าผมต่อหน้าคนใหม่อยู่ ผมเพิ่งรู้ว่าตั้งแต่เลิกกันไปแฟนเก่าผมเขาก็ยังคุยกับเพื่อนผมอยู่ คือช่วงที่เลิกกันผมไม่ได้บอกเพื่อนว่าเหตุผลที่เลิกกันคืออะไร แต่เพื่อนก็บอกว่ารู้หมดแล้วเพราะแฟนเก่าเล่าให้ฟัง ซึ่งผมก็ไม่ได้รีเช็กด้วยว่าข้อมูลถูกต้องมั๊ย จนปีนี้เขาก็ชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดอีก เขานัดกันลับหลังผมเหมือนเดิม จริง ๆ แล้วถึงผมจะบอกว่าไม่อยากให้ติดต่อกัน แต่ถ้ายังอยากคุยกัน อยากไปเจอกันบ้าง ผมโอเค แต่ถ้าถึงขั้นไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน อันนี้ผมยังรับไม่ได้ เพื่อนผมแก๊งนี้รวมมาจากหลายฝั่งมาก ทั้งเพื่อนผมตั้งแต่เรียน, เพื่อนที่ทำงาน, เพื่อนของเพื่อน, แฟนของเพื่อน ก็รู้จักมาเป็นทอด ๆ แต่ในทั้งหมดที่พูดไปก็มีเพื่อนคนนึงที่อยู่ฝั่งผมแล้วก็เข้าใจความรู้สึกของผม คอยเป็นสายสืบส่งข่าวให้ผม คอยอัปเดตประจำเพราะแฟนเขาอยู่ในทีมที่ไป ผมเลยจะถามว่า ถ้าผมบอกเพื่อนแล้วว่าผมไม่โอเคที่จะไปต่างจังหวัดด้วยกัน แต่เขาก็ไปคุยกันลับหลังอยู่ดีว่าจะไปเที่ยวกัน โดยที่ไม่มาถามผมเลย และก็มีเพื่อนที่บอกจะไม่ไป แต่ก็ได้รู้ว่าเขาก็ไม่พอใจผมเท่าไหร่ที่ไม่ได้ไป เขามองว่าผมยึดติด ถ้าเป็นพวกพี่จะรู้สึกยังไงแล้วก็มีมุมมองยังไง?’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเพื่อนไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราอันนี้พี่ว่าแปลก แต่จะไม่เข้าไปยุ่งอะไรกับพวกเขาเลยแล้วจะกลับมานั่งพิจารณาตัวเองว่า เอ้า นี่ใช่เพื่อนเรามั๊ยเนี่ย แต่เท่าที่ฟังความสัมพันธ์ของกลุ่มนี้เหมือนไม่มีใครเป็นเพื่อนใครเป็นพิเศษเพราะมันเกิดจากการรวมจากหลายที่และต่างสถานะกัน เขาจึงเลือกทำในสิ่งที่เขาต้องการทำโดยไม่มีความเป็นเพื่อนมาเกี่ยวข้อง เขาอยากไปเที่ยวเขาก็แค่ไปเที่ยว มันไม่ใช่กลุ่มเพื่อนรักที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้ไม่แปลกเพราะตอนนี้เขาอาจจะสนิทกับแฟนเก่ามากกว่าเราด้วยซ้ำ เลิกกันแล้วก็เลิกสิ เพราะฉะนั้นถ้าไม่โอเคก็แค่เอาตัวเองออกมา เป็นพี่พี่จะไม่บอกเพื่อนว่าห้ามไปกับแฟนเก่า พี่ไม่ทำเด็ดขาดเลยพี่จะปล่อยให้เพื่อนไปแล้ววันไหนเราพร้อมค่อยว่ากัน คนที่ไม่โอเคก็ต้องจัดการตัวเองซึ่งก็มีแค่เราคนเดียว เราค่อยจัดทริปใหม่ที่มีแค่คนที่โอเคกับเราก็ได้ และเรื่องนี้เพื่อนก็มีสิทธิ์คิดว่าเรายึดติดได้เหมือนกัน’ ต่อไป “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะไม่มองว่าทำไมเพื่อนไปกับแฟนเก่า แต่พี่จะมองว่าจากที่เล่ามาเพื่อนกลุ่มนี้เป็นเพื่อนเที่ยวหรือเปล่า เพราะถ้าเพื่อนที่มาเจอกันเพื่อไปเที่ยวก็เป็นไปได้ที่จะสนิทกับแฟนเก่าเรามากกว่าเราอยู่แล้ว สำหรับพี่คำว่าเพื่อนสนิทถ้ารู้ว่าแฟนเก่าของเพื่อนนอกใจส่วนใหญ่มันจะเลิกยุ่งไปโดยอัตโนมัติ จะไม่ยุ่งเลยโดยที่เราไม่ต้องพูด เราโกรธได้แต่ก็ต้องทำใจเพราะเหมือนเพื่อนจะไม่ได้เห็นบีเป็นเพื่อนสนิทจนต้องเกรงใจด้วยซ้ำ บีเป็นแค่สังคม เพราะฉะนั้นตอนนี้บีอาจจะต้องทบทวนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนก่อนว่าตรงกันมั๊ย’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเป็นพี่ไม่แฮปปี้กับเพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ต้องคบต่อเหมือนกัน แต่ความจริงถ้าเป็นเพื่อนสนิทมันจะไม่ไปเที่ยวกับแฟนเก่าเราหรอก มันจะแคร์เรา เราอย่าพยายามเรียกร้องความสำคัญจากคนที่ไม่ได้สนิทขนาดนั้น เพราะสังคมนี้มันกว้าง เราไม่ต้องแคร์ทุกคนบนโลก อยู่กับใครแล้วมีความสุขก็อยู่กับคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน 6-7 คนหรอก แล้วกลุ่มนี้บียังไม่ไว้ใจที่จะเปิดใจเล่าเหตุผลที่เลิกกันให้เขาฟังกันเลย อันนี้ต้องจัดการที่ตัวเอง เอาตัวเองเป็นหลัก เวลามันจะคัดคนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายชีวิตเราก็จะเหลือเพื่อนไม่กี่คน เราไม่ต้องเน้นปริมาณแต่เน้นคุณภาพ หาคนที่เข้าใจเราดีกว่า’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-