แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?

06 มี.ค. 2026

แฟนชาวเกาหลีวัย 40 ปี รับไม่ได้ที่เพื่อนเกย์ชอบมานอนที่ห้องเรา

ทั้งที่เรากับเพื่อนรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยม 

เราอยากเลือกเพื่อน แต่ก็อยากหาทางออกของปัญหานี้ ควรทำยังไงดีคะ?


        ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ สายที่ 2  ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 มีนาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนชาวเกาหลีไม่โอเคเพราะเพื่อนเกย์มานอนค้างที่คอนโด

        ‘คุณนิสา (นามสมมุติ)’ อายุ 28 ปี ได้เล่าว่า เธอเพิ่งคบกับแฟนชาวเกาหลีวัย 40 กว่าได้ไม่นาน กำลังจะเข้าสู่เดือนที่สอง โดยช่วงนี้แฟนหนุ่มได้บินกลับเกาหลีไปได้ครึ่งเดือนแล้ว

        คุณนิสามีเพื่อนเป็นเกย์ออกสาว ซึ่งปกติเพื่อนคนนี้จะมาหา มาพูดคุย และนอนค้างที่คอนโดเป็นบางครั้ง แต่ช่วงที่แฟนมาไทย เพื่อนก็ไม่ได้มา ล่าสุด เพื่อนเกย์คนดังกล่าวจะมาค้างที่คอนโด คุณนิสาจึงส่งข้อความบอกแฟนไป แต่แฟนกลับตกใจมากและถามว่า “ทำไมถึงนอนกับผู้ชาย” ซึ่งคุณนิสามองว่าเพื่อนคนนี้เป็นเกย์ที่ออกสาวมาก และแฟนก็รับรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะเธอเคยส่งวิดีโอที่เพื่อนเต้นให้ดู แต่แฟนหนุ่มยืนยันว่า อย่างไรก็ตามเพศสภาพของเพื่อนคนนี้ก็คือผู้ชาย ถ้ายังมีอวัยวะเพศชายอยู่เขาก็ไม่ไว้ใจ ทั้งที่เพื่อนคนนี้เป็นเพื่อนกับคุณนิสามาตั้งแต่มัธยม และเวลาที่เพื่อนมานอนก็จะนอนที่โซฟา ส่วนคุณนิสานอนในห้องของตนเอง แต่แฟนก็ยังคงรับไม่ได้ และพูดว่า ถ้ายังให้เพื่อนมานอนด้วยแบบนี้ ก็ต้องเลิกกัน คุณนิสาจึงตัดสินใจว่า “โอเค เลิกก็เลิก” เพราะเธออยากที่จะรักษาความเป็นเพื่อนมาก

        ไม่นานหลังจากนั้น แฟนชาวเกาหลีก็ทักข้อความมาหาว่าเขาไม่อยากเลิกกับคุณนิสาเพราะเรื่องนี้ แต่เขายังคงยืนยันหนักแน่นว่าไม่โอเคกับการให้เพื่อนมานอนที่ห้อง ขณะที่คุณนิสาก็ยังยืนยันจุดยืนเดิมว่าจะไม่เลิกคบ และจะอยู่กับเพื่อนแบบนี้ต่อ เพราะเป็นเพื่อนกันมานานแล้ว

        สำหรับคุณนิสาแล้ว เพื่อนเกย์คนนี้ไม่ใช่ผู้ชาย และเรื่องอื่น ๆ ในความสัมพันธ์ของเธอกับแฟนก็ราบรื่นดี แฟนไม่เคยบังคับ และเคารพในมิตรภาพของพวกเธอ แต่แฟนก็อยากให้มองในมุมของเขาว่า แม้เขาจะพยายามฝืนให้โอเคได้ในตอนนี้ แต่ในระยะยาวเขาก็จะอึดอัด ซึ่งคุณนิสาก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับเพื่อน และแฟนกับเพื่อนก็ยังไม่เคยเจอกัน

        แฟนชาวเกาหลีจึงขอเวลาไปหาทางออก เนื่องจากวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน คุณนิสาจึงอยากปรึกษาว่า จะทำยังไงให้เรื่องนี้มีทางออกที่สามารถอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจได้บ้าง

        เริ่มต้นด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้ความเห็นว่า “สิ่งหนึ่งที่รับรู้ได้คือ การยอมรับกลุ่ม LGBTQ ในเกาหลี ส่วนใหญ่เขาค่อนข้างไม่เปิดรับ พี่เข้าใจได้ว่าเขาสามารถคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งหน้าและกริยาเหมือนผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งเป็นมุมมองที่แม้แต่พ่อแม่ที่ไทยบางคน ก็ยังไม่โอเคเลยที่ลูกสาวจะนอนกับเพื่อนที่เป็นเกย์ 

        สำหรับพี่มองว่า เพื่อนหนูอาจจะเข้าใจหนูก็ได้ แต่ตอนนี้นิสายังไม่กล้าคุยกับเขา สุดท้ายชื่นชมนะ เพราะส่วนใหญ่คนจะเลือกผู้ชายมากกว่าเพื่อน ในเมื่อเรารู้แล้วว่าตอนนี้แฟนต้องการเวลาปรับตัวให้ยอมรับเรื่องนี้ได้ ระหว่างนี้เราก็ไปคุยด้วยความจริงใจกับเพื่อนก่อน ถ้าเขารู้ว่านิสาได้เลิกไปแล้ว นิสาเลือกเขาก่อนแล้ว เขาจะเข้าใจนะ แล้วค่อยไปคุยกับแฟน ถ้าเขารู้จักกันกับเพื่อนเรา เขาอาจจะเข้าใจก็ได้”

        ตามด้วย ‘ดีเจเผือก’ พูดว่า “ต่อให้ไม่ต้องเป็นเกาหลีพี่ก็พอเข้าใจ มันเพิ่งจะสองเดือนแรก อาจจะคลั่งรักมาก จะมีหึงบ้างเป็นธรรมดา ยิ่งเป็นคนเกาหลี วัฒนธรรมเขาเป็นแบบนั้น พี่ก็ยิ่งเข้าใจเลย แต่แนะนำว่าช่วงนี้ก็อาจจะต้องเลี่ยงการเจอกับเพื่อนหน่อย จนกว่าแฟนจะได้เจอกับเพื่อนเราจริง ๆ แล้วเขาอาจเข้าใจ สุดท้ายแล้ว ลองชั่งน้ำหนักดูว่าแฟนหนูมีค่าพอให้ยื้อมั้ย หรือควรจะเลือกอะไร"

        ปิดท้ายด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำแนะนำว่า "ตรงกลางสำหรับพี่คือ ติดกล้อง แล้วดูในแอปพลิเคชันค่ะ บอกเขาว่าเป็นแบบนี้ไปก่อน ดูในกล้องไปก่อน อย่าเพิ่งเลิกกัน แต่ถ้าถึงวันที่เขาเจอกับเพื่อนเราแล้วเขายังรับไม่ได้ ก็คือรับไม่ได้แล้วค่ะ"

        สรุปแล้วดีเจทั้งสามมีความคิดเห็นที่เหมือนกันว่าควรให้แฟนกับเพื่อนได้ลองเจอกันก่อน แล้วการตัดสินใจ หรือทางออกที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองฝ่ายนั้นจะง่ายขึ้น

เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำไมยังเป็นผมคนเดียวที่ Move on จากความรู้สึกแย่ๆนี้ไม่ได้สักที สงกรานต์ปีที่แล้ว แฟนเราไปนัวกับเพื่อนเรา 3 คนพร้อมกันในห้องน้ำ เหตุการณ์วันนั้นรู้เห็นกันเป็น 10 คน แต่ปิดปากเงียบไม่พูดกันเลยสักคน จนเราต้องไล่ถามทีละคนถึงรู้ความจริง

14 มี.ค. 2025

ทำไมยังเป็นผมคนเดียวที่ Move on จากความรู้สึกแย่ๆนี้ไม่ได้สักที สงกรานต์ปีที่แล้ว แฟนเราไปนัวกับเพื่อนเรา 3 คนพร้อมกันในห้องน้ำ เหตุการณ์วันนั้นรู้เห็นกันเป็น 10 คน แต่ปิดปากเงียบไม่พูดกันเลยสักคน จนเราต้องไล่ถามทีละคนถึงรู้ความจริง

ทำไมยังเป็นผมคนเดียวที่ Move on จากความรู้สึกแย่ๆนี้ไม่ได้สักทีสงกรานต์ปีที่แล้ว จับได้ว่าแฟนเรา ไปนัวกับเพื่อนเรา 3 คนพร้อมกันในห้องน้ำแล้วมีเพื่อนอีกคนช่วยดูต้นทาง เหตุการณ์วันนั้นรู้เห็นกันเป็น 10 คนแต่ปิดปากเงียบไม่พูดกันเลยสักคน จนเราต้องไล่ถามทีละคนถึงรู้ความจริง“คุณไอ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 มี.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนแอบไปมีอะไรกับเพื่อนของเราโดย “คุณไอ (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘ผมคบกับแฟนผู้ชายมา 4 ปีแล้วครับ พวกเราเป็นคนต่างจังหวัดที่ย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ ช่วงสองปีแรกทุกอย่างเป็นปกติดี แต่หลังจากนั้น แฟนเริ่มอยากให้มี “คนที่สาม” เข้ามามีอะไรกัน ซึ่งผมไม่โอเคเลย ทำให้เราทะเลาะกันหนัก จนถึงขั้นที่เขาบอกเลิกผม ผมพยายามเจรจาแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผลก็เลยยอมตอบตกลง เพราะอยากให้เขามีความสุข จากนั้นมาเราคบกันต่อ และเป็นแบบนั้นอยู่ประมาณ 3 - 4 ครั้ง นอกเหนือจากนี้เขาก็มีเปลี่ยนมู้ดบ้าง ไปเล่นเว็บแคมผู้ใหญ่จนถึงช่วงสงกรานต์ปีที่แล้ว ผมพาแฟนกลับบ้านเกิดเป็นครั้งแรก และแนะนำให้เขารู้จักกับเพื่อน ๆ สมัยมัธยมที่รวมตัวกัน พวกเราฉลองสงกรานต์กันที่บ้าน ฟีลเหมือนถนนข้าวสาร มีซุ้ม แล้วก็มีการกินเหล้าจนเมา ไม่ได้สติกันทั้งคู่ แล้วก็ภาพตัดไปตื่นเช้าวันที่ 2 ผมพบว่าตัวเองอยู่ที่โรงแรมกับแฟน จำอะไรไม่ได้เลย เสื้อผ้าขาดหมด ในขณะที่เรากำลังพักฟื้นอยู่ที่โรงแรม แฟนพูดขึ้นมาว่า “อยากพาเพื่อนของผมมาทำอะไรด้วยกัน” ซึ่งทำให้ผมแปลกใจมาก เพราะแฟนไม่เคยพูดถึงเพื่อนคนนี้มาก่อน ผมเลยถามว่าทำไมถึงอยากชวนเพื่อนคนนี้ เขาบอกว่าเพื่อนคนนั้น (นามสมมุติ “A”) ทักมาหาเขาผ่านแอปพลิเคชันซึ่งในวันที่ 2 ก็ใช้ชีวิตกันตามปกติ กับบ้านแฟน เล่นน้ำกับแฟน และในช่วงเย็นของวันนั้น ผมได้รับข้อความจากเพื่อนอีกคน (นามสมมุติ “C”) ส่งมาบอกว่า “ดูแลแฟนตัวเองดีๆ นะ” ผมไม่ได้ตอบอะไร เพราะงง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นจนวันสงกรานต์วันสุดท้าย ผมแยกกับแฟนและกลับมาที่บ้านเกิดคนเดียว ได้กลับมาเจอเพื่อนกลุ่มเดิมที่เล่นน้ำด้วยกันวันแรก และมีโอกาสเจอ A ผมเลยถามว่า “วันนั้นทักไปหาแฟนเราทำไมหรอ?” A กลับตอบว่า “เราไม่ได้เป็นคนทัก แฟนเธอเป็นคนขอคอนแทคเราเอง แล้วก็ชวนเรากลับห้อง”A ยังบอกอีกว่า จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ทำอะไร แต่เพื่อนอีกคน (นามสมมุติ “B”) เป็นคนลากแฟนผมเข้าไปในห้องน้ำ และ A เป็นคนยืนดูต้นทาง ซึ่งทำให้ผมช็อกหนักมากผมพยายามหาตัว B แล้วเดินไปถามตรงๆ ว่า “วันนั้นเธอทำอะไรกับแฟนเรา?” B ตอบว่า “อุ้ย เราเมามาก จำอะไรไม่ได้ แต่เธออย่าโกรธเรานะ ” ซึ่งทำให้ผมยิ่งงงว่า ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ก็พยายามทำตัวปกติเพื่อที่ให้ทุกคนไม่ช็อตฟีล และเล่นน้ำด้วยกันจนจบเทศกาลเพื่อที่จะเก็บของกลับสู่สภาวะปกติ และไม่ได้เลือกที่จะโทรไปเคลียกับแฟนในวันนั้นเพราะมันดึกแล้วหลังจากสงกรานต์จบ ผมยังคงรู้สึกติดใจ จึงติดต่อหา C ที่เคยเตือนผมวันนั้น ผมถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้น?” C เล่าให้ฟังว่า คืนที่ผมเมาหลับอยู่ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นตรงซุ้มที่เราเล่นน้ำกัน A เดินเข้ามาดึงแฟนผมไปจูบกัน ซึ่ง C แอบถ่ายคลิปไว้ซึ่งในคลิป B เขาได้เดินเข้ามาเห็น A ทำอะไรกับแฟนเราอยู่ A ก็เลยผลัก B เข้าไปในห้องน้ำ แล้วก็คอยยืนดูต้นทางให้ นอกเหนือจากนั้นมีเพื่อนอีกคน (นามสมมุติ “D”) ตามเข้าไปในห้องน้ำด้วย ซึ่งทั้ง 3 คนหายเข้าไปในห้องน้ำนานมากพอทุกคนออกจากห้องน้ำกันหมด C จึงเดินมาปลุกผม พอผมเริ่มรู้สึกตัว แต่แฟนผมหายตัวไป ทุกคนเลยช่วยกันหา จนเจอว่าเขากำลังจะขึ้นรถไปกับ A เพื่อนๆ ต้องรีบดึงตัวเขากลับมา แล้วพาผมกลับโรงแรมซึ่งพอได้ฟังถึงตรงนี้ ผมรู้สึกสับสนมาก เลยตัดสินใจโทรหาเพื่อนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ประมาณ 10 กว่าคนได้ ซึ่งหลาย ๆ คนเขารู้เรื่องนี้กันแต่ไม่มีใครบอกผมเลย แล้วทุกคนเล่าเรื่องนี้ในทิศทางเดียวกันหมดเลยว่าใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไรบ้างผมเลยตัดสินใจคุยกับแฟนตามตรงว่า เธอเล่าในมุมเธอบ้างให้ฟังได้ไหม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขายอมรับว่า “มีสติ 50-50” แต่ไม่กล้าเล่าทั้งหมด เพราะกลัวผมโกรธ หลังจากนั้น ผมรู้สึกเหมือนมองหน้าเขาไม่ติดไปเป็นสัปดาห์ จนแฟนเริ่มอึดอัด และพูดว่า “ถ้าเกิดว่าเราใช้เวลาทำใจนานเกินไป เขาจะรู้สึกรักเราน้อยลงและอยากเลิกกับเรานะ”และคืนนั้นเขาออกไปเที่ยวกับเพื่อน ปล่อยให้ผมอยู่ห้องคนเดียว ผมเลยนั่งเล่นโซเชียลและเปิดเว็บแคมตามปกติ อยู่ ๆ เขาก็เข้ามาเช็กผ่านเว็บแคม และทักทำนองว่า “หึงหวง”เราอยู่ ถามเราว่า ทำไมยังไปเล่นอะไรแบบนั้นอยู่ ตอนนั้นผมฟิวขาด เลยตอบกลับไปว่า “เธอจะมาหวงอะไร ทั้งๆ ที่ตัวเองทำเรื่องแย่กว่านั้นไปแล้ว”สุดท้ายเราตัดสินใจเลิกกัน เขากลับมาเก็บของและแยกทางกัน โดยปัจจุบันผมโสด และไม่ได้เจอเขามาเกือบปีแล้ว แต่ตอนนี้ผมรู้สึกว่า เหมือนทุกคนดูเหมือนจะมูฟออนกันหมด ยกเว้นผมที่ยังเดินหน้าถอยหลังอยู่ตรงนี้ มันรู้สึกแย่ที่เรารู้เรื่องนี้เป็นคนสุดท้าย และรู้สึกดาวน์มาก เลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ว่า จากเรื่องทั้งหมดผมต้องปรับปรุงตัวอะไรบ้างไหมครับ ผมอยากได้วิธีการแก้ไขปัญหา หรือมุมมอง แง่คิด จากพี่ ๆ เพื่อเอามาปรับใช้กับสถานการณ์ที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้’เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ออกไปมีสังคมที่ดีกว่านี้ คบหาคนที่ดีกว่านี้ ทั้งแฟนทั้งเพื่อน แล้วการที่ไอยังอยู่ท่ามกลางคนเหล่านี้ ใครฟังก็ต้องรู้สึกกลัวในสิ่งที่คนกลุ่มนี้ทำ มันรุนแรงถึงขั้นแจ้งความได้เลยนะ แต่ทุกคนดูไม่ได้เดือดร้อนอะไร แม้แต่แฟนของไอเอง แต่กลับเป็นไอที่มานั่งตั้งคำถามว่าเราต้องปรับนิสัยอะไรไหมนะ พี่ว่าเราอยู่สังคมแบบไหนเราคบเพื่อนแบบไหน มันก็จะพาเราไปสู่ชีวิตแบบนั้น เลือกเพื่อนให้ดีครับ’ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าสิ่งที่ไอตัดสินใจก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ในการที่จะแยกออกมา พี่ว่าไม่ต้องตั้งคำถามตั้งแต่เขามาละเมิดกฏแล้วหล่ะ การที่เราไม่ได้แฮปปี้ที่จะมีอะไรกัน 3 คน แต่เรารักเขาจนเรายอมปรับในสิ่งที่เราไม่ได้ชอบ นั่นก็คือเราทำเพื่อชีวิตคู่มากแล้ว เพราะฉนั้น พี่ว่านี่มันคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วที่เราเลือกสิ่งที่ดีให้กับชีวิต แล้วไอก็แค่มีความสุขกับตัวเอง เพื่อวันนึงได้ไปเจอคนใหม่ที่เขามีคอนต์เซปในการใช้ชีวิตอยู่เหมือนกัน’สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไอโชคดีแล้ว เพราะแฟนเราและเพื่อนคนนี้ศีลเสมอกัน คือ เลวได้ทั้งกลุ่ม ไม่ได้เหมาะกับเราเลย แล้ววิธีแก้ปัญหาคือ ไปหาสังคมที่ใช่สำหรับเรา พี่เชื่อว่าสังคมดี ๆ มันมีเยอะมาก ไอสามารถมูฟออนได้เลยเพราะเราอยู่ในจุดที่พ้นน้ำแล้ว เราต่ำตมไม่พอที่จะให้เขาได้รับความเป็นเพื่อนหรือเป็นแฟนกันด้วยซ้ำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่ง จนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วย

31 ม.ค. 2025

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่ง จนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วย

แฟนคือ “เดอะแบก” ของครอบครัว ให้ครอบครัวเขาเป็นที่หนึ่งจนแทบมองไม่เห็นอนาคตของคู่เรา คบกันมา 10 ปี รู้สึกเหมือนยังใช้ชีวิตทุกอย่างเหมือนเดิมไม่มีภาพอนาคตของเราเลย ซื้อบ้านด้วยกันแต่เขาก็พาพี่สาว คุณแม่ มาอยู่ด้วยเวลามีปัญหาอะไรเขาก็บอกว่าพูดไม่ได้เพราะเป็นคนกลาง “คุณเอ็น (นามสมมติ)” อายุ 35 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาของครอบครัวแฟนที่ส่งผลต่อชีวิตคู่ โดย “คุณเอ็น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนตั้งแต่อายุ 19 - 20 ปี จนตอนนี้ก็คบกันมา 10 ปีแล้ว เราสองคนไม่ได้มีฐานะที่ดีมาก เรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย สร้างทุกอย่างมาด้วยกัน ในระหว่างนั้นก็มีปัญหาจากทางบ้านแฟนมาเรื่อยๆ ในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องเงินหรือเรื่องปัญหาในบ้านของเขา เรื่องของลูกๆ เขา ทางบ้านแฟนก็จะมีปัญหามาให้แฟนแก้ตลอด ส่วนแฟนก็ใจดี แก้ให้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน ภาระทุกอย่าง แฟนหนูเป็นเดอะแบกตลอด ด้วยความที่เราลำบากมาด้วยกัน หนูก็เห็นภาพทุกอย่างทั้งหมด หนูก็เข้าใจเขา เพราะเมื่อก่อนเราก็เสียดายเวลา เลยไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องพวกนี้ แต่หลังๆ ก็จะมีเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะตอนนี้เราทั้งคู่ซื้อบ้านอยู่ด้วยกัน แต่บ้านเป็นชื่อแฟน และในบ้านก็ไม่ได้มีแค่หนูกับแฟน 2 คน แต่ที่อยู่ด้วยกันจะมีครอบครัวแฟนทั้งหมดเลย 5 คน มีแม่แฟน มีพี่-น้องแฟนอีก 2 คน พออยู่ด้วยกันหลายๆ คน ปัญหามันก็จะเกิดขึ้นทุกวัน แต่ในส่วนของหนู หนูก็รับผิดชอบตัวเองได้ค่อนข้างเยอะ ก็มีช่วยแฟนบ้าง แต่ก็ไม่ได้ช่วย 100% จะช่วยแค่ค่าใช้จ่ายในบ้านที่หนูช่วยได้ แต่เรื่องในบ้าน เรื่องการรับผิดชอบก็จะเป็นหน้าที่แฟนทั้งหมด แม่เขาไม่ได้ทำงาน พี่สาวเขาอายุ 42 ปีก็ไม่ได้ทำงาน และตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพี่สาวแฟนไม่เคยทำงานเป็นกิจจะลักษณะเลย อยู่บ้านอย่างเดียว ไปทำงานที่ไหนก็โดนไล่ออกตลอด ก่อนหน้านี้พี่สาวเขาก็มีครอบครัว แต่ก็เลิกกันมาหลายปีแล้ว และกลับมาอยู่บ้าน คนที่อยู่บ้านอีกคนคือน้องที่ไปๆ มาๆ แต่ที่อยู่บ้านหลักๆ ก็มีแม่ พี่สาว แฟนและก็หนู แต่ก็ยังเป็นคำถามของหนูอยู่ ว่าเขาอยู่ได้ยังไง? ซึ่งแม่เขาก็ปกป้องเขาในระดับหนึ่ง ทุกวันนี้เวลาหนูคุยเรื่องอนาคต ด้วยความที่หนูกับแฟนหาเงินกันมาเอง เรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว หนูเลยไม่ได้ซีเรียสว่าจะต้องแต่งงาน หนูก็ไม่ได้คิดเรื่องแต่งงานเลย จนเงินหมดไปกับทางบ้านแฟนเยอะมาก หนูเลยคิดได้ว่ามีเหตุการณ์หลายๆ อย่างที่หนูรู้สึกว่าหนูไม่ไหวแล้ว เมื่อก่อนหนูยอมทางบ้านแฟนค่อนข้างเยอะ แต่พอหลังๆ หนูไม่ค่อยฟังเขา เพราะด้วยหน้าที่การงาน วุฒิภาวะ ทำให้หนูเริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองค่อนข้างเยอะ เลยทำให้มีปากเสียงกับที่บ้านเขาเหมือนกัน แล้วเราอยู่ในบ้านเขาด้วย หนูก็เริ่มรู้สึกไม่ไหว ไม่รู้จะไปต่อหรือยังไงดี เพราะตลอดระยะเวลาที่คบกัน แฟนหนูเขาไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงหรืออะไรเลย เขาไม่เคยทำอะไรที่ผิดพลาดกับหนูเลย ติดแค่เรื่องครอบครัวเขาอย่างเดียว ช่วงปลายปีที่ผ่านมาก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ จนหนูคิดว่าจะเอาตัวเองออกมาจากบ้านนั้น อยากจะแยกอยู่แบบสงบๆ แต่หนูยังไม่ได้พูดถึงขั้นจะเลิกกับแฟน แค่จะย้ายออกมาเช่าคอนโดอยู่ เพราะเวลาที่กลับมาบ้านบรรยากาศมันไม่น่าอยู่ แต่แฟนหนูเขาก็ไม่ยอม และบอกว่า ถ้าออกจากบ้านไปก็คือต้องเลิกกับเขา แต่หนูก็ไม่ได้อยากเลิกกับแฟน แค่อยากให้เขาได้ดูแลครอบครัวเขา ซึ่งตอนนี้ที่มีปัญหากัน ต่างคนก็ต่างอยู่ ไม่ค่อยคุยกันแยกห้องกันไปเลย ส่วนใหญ่หนูจะมีปัญหากับแม่และพี่สาวแฟนมากกว่า เขามองว่าหนูเป็นคนขี้เกียจ เพราะเมื่อก่อนหนูเคยรีดผ้าของทุกคนในบ้าน พอวันหนึ่งไม่ทำ เขาก็บอกว่าหนูขี้เกียจ หนูก็มองว่ามันเป็นน้ำใจ หนูช่วยเพราะเผื่อบางคนไม่ว่าง หนูก็รีดให้ได้ แต่พอครั้งต่อไปมันกลายเป็นว่า ทำไมหนูไม่ทำละ? และก็มีเรื่องเงิน เขาคิดว่าแฟนหนูให้เงินหนูอยู่คนเดียว ไม่ให้ที่บ้านเขาด้วย ซึ่งหนูไม่เคยเอ่ยปากขอแฟนเลย หนูหาเองได้ บางเดือนหนูหาได้มากกว่าแฟนหนูด้วยซ้ำ แต่หนูกับแฟนเหมือนโตมาด้วยกัน เขาไม่มีเงิน หนูก็ให้ พอหนูไม่มี เขาก็ให้ ซึ่งเรื่องพวกนี้หนูไม่เคยไปเล่าให้พวกเขาฟังอยู่แล้ว เขาเลยมองว่าลูกเขาหลงหนูให้แต่หนูคนเดียว ไม่ให้พวกเขาเลย ทั้งๆ บ้านที่เขาอยู่ แฟนหนูก็เป็นคนผ่อน ค่าน้ำ ค่าไฟ แฟนหนูเป็นคนจ่ายหมด ซึ่งแม่และพี่สาวเขาจะออกแค่ค่ากินของเขา เพราะแม่เขาได้เงินส่วนนี้มาจากการรับซ่อมผ้าเล็กๆ น้อยๆ หนูกับแฟนเคยคุยกันเรื่องนี้ เขาก็บอกว่าเขาเป็นคนกลาง แต่หนูก็เคยชวนแฟนออกมาอยู่ข้างนอกกันสองคน เขาก็ไม่สะดวก ไม่กล้าปล่อยคนที่บ้านไว้ สถานะตอนนี้ของหนูกับแฟน คือไม่ได้แต่งงานกัน ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีลูก อยู่กันมา 10 กว่าปีแล้ว บางช่วงจังหวะของชีวิตหนูจะทำอะไร หนูก็ไม่เห็นภาพในอนาคตว่าหนูจะทำต่อไปได้ยังไง หนูไม่รู้ว่าควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ในใจหนูก็สงสารเขาเพราะเขาก็ไม่ได้ผิดอะไร หนูอยากถามพี่ๆ ดีเจว่า หนูควรไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าหนูเดินออกมา หนูจะเห็นแก่ตัวไหม?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่คิดว่าหนูไม่ได้เห็นแก่ตัว หนูแค่รักตัวเอง ไม่อยากเห็นตัวเองเป็นแบบนี้อีกแล้ว แล้วหนูก็มีช้อยส์ให้เขาเลือกแล้ว แต่เขาดันยื่นคำขาดว่าถ้าย้ายออกเท่ากับเลิก สำหรับพี่ถ้าเขาเป็นคนกลางจริงๆ เขาก็ต้องเห็นว่าทั้งสองฝ่ายจะมีความสุขได้ยังไง การที่เขาเป็นคนกลางถ้าเขาไม่พยายามทำให้เรารู้สึกโอเคขึ้น เขาก็ต้องมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบ ซึ่งจากที่ฟังเขาก็ไม่ได้คิดถึงความรู้สึกของเราขนาดนั้น และเขาก็ต้องเจอกับผู้หญิงที่รับที่บ้านเขาได้’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ปัญหาที่น้องกำลังเจอมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นปัญหาเรื้อรังระยะยาว การที่เอาคนในครอบครัวมาอยู่ในบ้าน ร่วมกันเป็นบ้านใหญ่ มันจะปรับเปลี่ยนอะไรยากมาก ถ้าวันหนึ่งคุณแม่แฟนไม่อยู่แล้ว ก็มีโอกาสที่เราจะต้องดูแลพี่สาวเขาด้วยหรือเปล่า ถ้ามองในมุมของเขาก็คงคิดว่าถ้าแฟนแยกไปอยู่ข้างนอกความสัมพันธ์ที่คบกันมา 10 กว่าปี ความสัมพันธ์จะถอยหลังหรือเปล่า ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาอาจจะเลือกดูแลเรา แต่ผู้ชายคนนี้เขาก็เลือกครอบครับเขา ซึ่งก็ไม่ผิด และมันก็เป็นสิทธิของเราที่จะต้องเลือกดูแลตัวเอง รักตัวเอง และก็สงสารตัวเอง’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ ไม่ได้เรียกว่าเห็นแก่ตัว เพราะมันไม่มีความจำเป็นที่ต้องเห็นแก่ครอบครัวใคร ครอบครัวเขายังไม่ช่วยกันเองเลย เรื่องอะไรจะต้องมาเป็นภาระเรา ยกเว้นถ้าน้องรับได้ว่าต้องรับภาระนี้ไปตลอดชีวิตก็อยู่กับคนๆ นี้ แต่ถ้ารู้สึกว่าไม่ไหวก็ออกมาเลย เสียเวลา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้น ผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลย ผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้น

05 ส.ค. 2025

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้น ผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลย ผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้น

ขอวิธีเตือนคนบนถนนที่ลืมเอาขาตั้งขึ้นทีครับ ผมขี่มอไซค์อยู่เห็นคนลืมเอาขาตั้งขึ้นผมเลยรีบตะโกนไปว่า “พี่ครับ ขาตั้งงงงงงงงงงงงง!!” สรุปว่าพี่เขาตกใจ รถล้มเลยผมรู้สึกผิดมากเลยลงไปช่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น ... เวลาเห็นใครไม่เอาขาตั้งขึ้นใจก็อยากเตือนเขา แต่ก็กลัวเหตุการณ์จะซ้ำรอย “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเตือนคนที่ขับรถมอเตอร์ไซค์แล้วไม่เอาขาตั้งขึ้น แต่เขาดันเกิดอุบัติเหตุ โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมขับมอเตอร์ไซค์แล้วเห็นคนไม่เอาขาตั้งขึ้น ก็เลยขับรถเข้าไปใกล้ ๆ แล้วตะโกนให้คนเอาขาตั้งขึ้น แต่เขาก็ตกใจจนรถพุ่งเข้าฟุตบาทแล้วล้มลงไป คนขับเหมือนจะเป็นคนมีอายุหน่อย หลังจากนั้นทำให้เราระแวงไม่กล้าเตือนใครอีกเลยเพราะก็รู้สึกผิด อยากรู้ว่าเราจะมีวิธีอะไรที่จะเตือนคนที่ไม่เอาขาตั้งขึ้นเวลาขับรถได้บ้าง?’ ทางด้าน “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คนปกติถ้าเขาเซียนเขาก็จะไม่ล้มนะ ถ้าเราไม่ตะโกนก็ชี้ แต่วิธีที่ง่ายที่สุดมันก็คือตะโกนบอกนั่นแหละ การที่เราเตือนคนอื่นเป็นเรื่องที่ดีแล้ว ถือว่าเป็นการทำบุญ’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านั้นแล้ว ยกเว้นจะเขียนไว้ที่หน้าผาก หรือเรียกให้เขาหันมาก่อนแล้วค่อย ๆ บอกเขาให้เอาขาตั้งขึ้น ลองใช้น้ำเสียงที่อ่อนลงหน่อย’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมไม่ได้ขับมอเตอร์ไซต์ แต่ถ้าคนที่ขับแล้วไม่ได้เอาขาตั้งขึ้นเวลาเลี้ยวมันจะล้มเลยนะ หรือเรารอให้ถึงไฟแดงแล้วค่อยบอกเขา แต่ก็อย่าตะโกนดังเพราะบางทีคนสูงอายุจะตกใจง่าย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผิดขนาดนั้นเลยหรอ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ คบกันมา 7 ปี แต่สามีฟ้องหย่า เพราะหนูแค่ถามเขาว่า “มึงจะกลับไม่กลับ!” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เขาให้เหตุผลว่า เราใช้คำพูดไม่สุภาพ รุนแรง แต่เขาก็เคยต่อยเบ้าตาเราแตก จนต้องเข้าโรงพยาบาล...

12 มิ.ย. 2023

ผิดขนาดนั้นเลยหรอ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ คบกันมา 7 ปี แต่สามีฟ้องหย่า เพราะหนูแค่ถามเขาว่า “มึงจะกลับไม่กลับ!” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เขาให้เหตุผลว่า เราใช้คำพูดไม่สุภาพ รุนแรง แต่เขาก็เคยต่อยเบ้าตาเราแตก จนต้องเข้าโรงพยาบาล...

ผิดขนาดนั้นเลยหรอ... สาวโทรปรึกษา 3 ดีเจ คบกันมา 7 ปี แต่สามีฟ้องหย่า เพราะหนูแค่ถามเขาว่า “มึงจะกลับไม่กลับ!” ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน เขาให้เหตุผลว่า เราใช้คำพูดไม่สุภาพ รุนแรง แต่เขาก็เคยต่อยเบ้าตาเราแตก จนต้องเข้าโรงพยาบาล หนูไม่อยากหย่าเพราะยังรู้สึกผูกพันและรักมาก ทำยังไงดีคะ? “คุณมิว (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [7 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจปุ๊กกี้ ปวีณ์นุช เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับสามี โดย “คุณมิว (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูกับสามีอยู่ด้วยกันมาเข้าปีที่ 7 เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา หนูกับแฟนตกงานกันทั้งคู่ ทีนี้มันมีผู้หญิงคนหนึ่งและสามีของเขาที่รู้จักกับครอบครัวหนูมาประมาณ 10 ปี เขามาชวนหนูไปทำงานที่ร้านอาหารของเขา หนูก็เลยพาแฟนเข้าไปทำด้วยในตำแหน่งพนักงานทั่วไป ซึ่งแฟนหนูก็เพิ่งรู้จักกับพี่คนนี้จากการที่หนูพาแฟนเข้าไปทำงานด้วย ทำงานตอนแรกๆก็ดี แต่ทำไปได้ประมาณอาทิตย์หนึ่ง หนูก็มีปากเสียงกับแฟน ทะเลาะกันขึ้นมา จากความรู้สึกหนูเรื่องที่ทะเลาะกันมันเป็นเรื่องเล็กๆนิดเดียวเอง มันควรที่จะคุยกันได้ แต่แฟนหนูกลับโมโหใหญ่โตมาก ไม่ยอมคุย วันนั้นที่ทะเลากัน ด้วยความที่ทำงานตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม พอเลิกงานหนูก็เหนื่อย ล้า แล้วก็เป็นประจำเดือนด้วยเลยมีหลายอารมณ์ พอเลิกงานก็ชวนสามีกลับบ้านแต่เขามัวแต่คุยกับเพื่อนที่ทำงาน หนูก็เลยโมโหแล้วก็มีการตะคอก ขึ้นเสียงใส่เขาไป ต่อหน้าเพื่อนร่วมงาน อาจจะหยาบนิดหนึ่ง คือหนูพูดว่า “มึงจะกลับหรือไม่กลับ” ก็เลยทำให้เขาโมโหและทะเลาะกัน ปกติหนูไม่ค่อยพูดคำหยาบ หรือขึ้นเสียงเลยถ้าไม่รู้สึกว่าอารมณ์มันสุดจริงๆ แต่วันนั้นทั้งเหนื่อย หลายเรื่อง อารมณ์เลยขึ้นไป เหมือนอารมณ์ชั่ววูบ ในระหว่าง 7 ปีก็เคยทะเลาะหนักกว่านี้ แต่มันไม่ถึงกับแยกกันแบบนี้ พอหนูตะคอกใส่เขา เขาก็เดินกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วก็ออกมาไปอยู่กับพี่เจ้าของร้านเลย หนูก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร พี่เจ้าของร้านเขาอาจจะเอ็นดูแฟนหนูหรือเปล่าหนูก็ไม่แน่ใจ เหมือนพี่เจ้าของร้านเป็นที่พักพิงให้กับแฟนหนู หลังจากที่ทะเลาะกัน หนูกับสามีอยู่คนละที่แต่ก็มาเจอกันที่ทำงาน สามีหนูเขาก็ไม่สนใจ ไม่พูดคุย เห็นหนูเป็นฝุ่น เป็นอากาศ ส่วนตัวพี่เจ้าของร้านก็ยังพูดดีในตอนแรกว่าให้ค่อยๆพูด ค่อยๆเคลียร์กัน แต่หนูก็ไม่รู้ว่าพี่เขาไปคุยอะไรกับแฟนหนู จน 2 - 3 วันถัดมาพี่เขาก็เริ่มเปลี่ยนท่าที เริ่มบอกให้หนูกับสามีหย่ากัน ให้เลิกกันไปเลย อย่ามายุ่งกัน คำพูดเขาแบบ “ก็มันไม่เอาแล้ว จะมาอะไรกับมัน!” หนูรู้สึกได้เลยว่าการพูดของพี่เขาไม่ใช่ไกล่เกลี่ยหรือคนกลาง แต่อยากให้หนูไปเลิกกับสามี แต่หนูก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำไมพี่เขาถึงเป็นแบบนี้ หนูก็ไม่อยากเลิก หนูกับสามีอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา 7 ปี พี่คนนั้นก็คอยพูดเรื่อยๆ ทุกวันๆที่ไปทำงานแล้วก็มีบอกว่า ถ้ายังไม่หยุดเร้าหรือกับสามีของหนู เขาจะไล่หนูออกจากงาน พนักงานทุกคนจะได้วันหยุดหนึ่งวัน ซึ่งวันนั้นเป็นวันหยุดพักผ่อนของหนู แต่พี่ผู้หญิงเจ้าของร้านเขาโทรมาว่า “สรุปจะเอายังไง จะเลิก จะหย่าให้ไหม” หนูก็ตอบไปว่า “ยังไงหนูก็ไม่หย่า” สำหรับความรู้สึกหนู หนูอยากให้สามีมากลับมาคุยกันดีๆ เพราะตั้งแต่ที่ทะเลาะกันเขาไม่เคยมาคุยกันสักคำ เขาหายไปเลย เจอกันแค่ที่ทำงาน นอกนั้นก็ติดต่อไม่ได้เลย อยู่ที่ทำงานก็ไม่ยอมคุยกับหนู แล้วพี่เขาก็พูดอีกว่า “ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวจะดูแลสามีหนูอย่างดี” พี่เขาพูดถึงขนาดว่าจะเอาชื่อของสามีหนูเข้าทะเบียนบ้านของเขา เขาสงสารสามีเราเพราะเป็นคนต่างจังหวัดแล้วมาอยู่บ้านเดียวกับหนู เห็นว่าตอนนี้สามีหนูตัวคนเดียว สงสารเลยอยากดูแล สามีของพี่เขาก็รู้เรื่องทั้งหมด แต่ทุกคนก็ถามหนูว่า สามีเขาว่ายังไงบ้าง เหมือนสามีพี่เขาก็เชื่อ พี่เขาพูดอะไรก็เชื่อหมด หนูก็ไม่รู้ วันนั้นที่พี่เขาโทรมา เขาก็ยังบอกอีกว่า ถ้าไม่อย่าพี่จะหาทนายมาให้สามีหนูฟ้องหย่า หนูอยู่แบบนี้ไม่ได้ มันเสียสุขภาพจิตหนู หนูต้องกินยานอนหลับ ก็เลยตัดสินใจออกจากงาน เพื่อที่จะเว้นระยะห่างกับสามี เผื่อวันไหนที่เขาเย็นลง หรือโอเคขึ้นเขาจะกลับมาคุยกับเรา หลังจากหนูออกจากงานมาจนประมาณเดือนมีนาคม หนูได้รับหมายศาลการฟ้องหย่า โดยให้สาเหตุคร่าวๆคือ หนูด่าทอด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพ รุนแรงในที่สาธารณะ ทำให้อับอาย หนูก็ได้ไปยื่นเรื่อง ไปไกล่เกลี่ยอะไรเรียบร้อยค่ะ หนูก็ไม่ได้ติดต่อกับเขาอีกเลย จนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีเพื่อนของหนูไปเห็นเฟซบุ๊กของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ไม่ใช่พี่เจ้าของร้าน เขาเป็นลูกของแม่ค้าที่อยู่ในระแวกเดียวกัน ลงภาพซ้อนมอเตอร์ไซค์ให้เห็นต้นคอ ด้านหลังว่าเป็นสามีหนู แล้วบอกว่า “เป็นคนพิเศษ” ทีนี้หนูก็เลยโทรไปเคลียร์กับทางผู้หญิงคนนี้ (อายุประมาณ 17-18ปี) เขาก็บอกกับหนูว่า กำลังคุยๆดูๆกับอยู่ แต่ผู้ใหญ่ยังไม่อนุญาตให้คบกัน เพราะทางผู้ชายบอกว่ากำลังจะหย่ากับเมีย หนูก็คิดในใจว่า อ้าว ถ้าผู้ใหญ่รู้แบบนี้ ทำไมเขาไม่ห้ามหรอ ผู้ชายก็ยังมีเมียมี ทะเบียนสมรส หนูก็เลยโทรไปหาแม่ของน้องผู้หญิงด้วย แม่ของน้องเขาก็รับรู้ว่าผู้ชายที่น้องคุยมีเมียอยู่แต่ก็บอกหนูว่า ก็กำลังจะหย่ากันไม่ใช่หรอ เขาฟ้องเธออยู่ ระหว่างที่หนูกำลังคุยกับแม่เขา หนูได้ยินเสียงคนๆหนึ่งเข้ามาในโทรศัพท์ มันมีคำที่หนูไม่คิดว่าเกิดมาหนูจะได้ยินอะไรแบบนี้ มันทำให้หนูเจ็บใจมากที่สุด เขาพูดมาว่า “มึงจะโทรมาทำไม ทำไมไม่ไปคุยกับผัวมึง มึงเอาผัวมึงไม่อยู่เอง จะมาอะไรกับฝ่ายนี้!” แต่สามีหนูไม่ยอมคุยกับหนูเลย มีแต่ฝากพี่เจ้าของร้านมาคุย หนูอยากจะสู้ให้ถึงที่สุด ส่วนหนึ่งหนูก็อยากได้สามีกลับมา แล้วก็อยากให้มีความยุติธรรมว่าทำไมหนูต้องมาเจออะไรแบบนี้ ถ้าเขาชนะในคดีนี้ หนูจะกลายเป็นคนที่ไม่ได้ผิดขนาดที่จะต้องเป็นคดีหรือขึ้นศาลเพราะเรื่องแค่นี้ ดีเจทั้ง 3 คน ให้คำปรึกษากับ “คุณมิว (นามสมมติ)” ว่า ‘เรื่องฟ้องก็คงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาลตัดสินว่าผลมันจะเป็นยังไง แต่มันไม่สมเหตุผลกับการฟ้องหย่านี้เลย คนที่ควรจะฟ้องควรเป็นคุณมิวด้วยซ้ำ ในความเป็นจริง เวลาสามีภรรยามีปากเสียงแล้วใช้คำที่ไม่สุภาพเวลาทะเลาะกัน ไม่เห็นมีคู่ไหนที่ต้องขึ้นศาลขนาดนี้เลย “คุณมิว (นามสมมติ)” บอกต่อว่า หนูไม่เคยใช้คำที่ไม่สุภาพกับเขาเลยนะคะ หยาบสุดของหนูคือมึงกับกู มีแต่เขาที่ใช้คำไม่สุภาพกับหนูตลอด 3 ดีเจ จึงบอกว่า ถ้าเป็นอย่างที่คุณมิวบอก แบบนั้นมันก็เห็นชัดอยู่แล้ว เขาใช้สิ่งนี้เป็นข้ออ้างในการที่จะเลิกกับคุณมิวหรือเปล่า “คุณมิว (นามสมมติ)” ตอบกลับว่า คนรอบข้างส่วนมากบอกว่า เขาหาจังหวะมานาน แล้วมาเจอเรื่องนี้พอดี เขาเลยใช้จังหวะนี้ที่จะเลิกกับหนู ตอนไปไกล่เกลี่ยหนูก็ถามเขาว่า ฉันทำอะไรให้เธอหนักหนาขนาดนั้นเลยหรอ เขาตอบกลับมาว่า ความรู้สึกมันต่างกัน เรื่องเล็กสำหรับหนูอาจจะใหญ่สำหรับเขาก็ได้ 3 ดีเจ ถาม “คุณมิว (นามสมมติ)” ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่หย่า แล้วผู้ชายคนนี้มีข้อดีอะไร? “คุณมิว (นามสมมติ)” ตอบว่า หนูยังมีหวังอยู่ว่าสักวันเราจะกลับมาเป็นครอบครัวได้ แล้วก็เพราะความผูกพันที่อยู่ด้วยกันมาตลอด 7 ปี ข้อดีนอกจากผูกพันก็คงมีแต่ไม่ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่ามันมีช่วงที่เคยทะเลาะกันแล้วเขาชกเบ้าตาหนูแตก เย็บไปหลายเข็ม ต้องนอนโรงพยาบาลอะไรแบบนี้ แต่หนูไม่ได้บอกคนรอบข้างว่าเขาเป็นคนทำ หนูบอกว่าหนูล้มเอง เพราะว่าหนูรักเขา แล้วหนูก็คอยสนับสนุนเขาในหลายๆเรื่องเลยไม่อยากหย่ากับเขา หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่าหนูจะ move on ต่อยังไงดีคะ? “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า คนแบบนี้ควรเอามาเป็นสามีหรอ จากที่ฟังแรกๆก็สงสัยว่าทำไมต้องหย่ากันด้วยเหตุผลแค่นั้น แต่พอคุณมิวเล่าต่อ เขาทั้งทำร้ายร่างกาย ใช้คำหยาบคาย ไม่ให้เกียรติ ตอนทะเลาะกัน แค่นี้ก็ไม่โอเคแล้ว แล้วก็ไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลย พี่ไม่เห็นค่าอะไรที่ควรจะเอาเขากลับมาเลย หย่าไปเลย 7 ปีมันจะมีค่าเฉพาะคนที่ดีกับเรา แต่สำหรับคนนี้ 7 ปีคือเสียเวลาชีวิต คุณมิวควรเอาความรักนี้ไปให้กับคนที่สมควรจะได้รับและดีกับคุณมิวจริงๆ นี่คือเรื่องดีที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณมิวแล้ว ปล่อยเขาไปเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น “ดีเจปุ๊กกี้” แนะนำให้คุณมิวมีคนใหม่ และเจอคนที่ดีกว่า ถ้าเราทำดีให้เขาไปทุกอย่างแล้วเราไม่ได้รับกลับมาจากคนๆนั้น แสดงว่าเขาไม่อยู่ในชีวิตเรา ไปหาคนที่ดีกว่า เปิดใจ อย่าไปยึดติดกับคนเก่า คุณมิวอายุยังน้อยมีโอกาสที่จะได้เจอคนดีๆอีก แล้วก็เลิกถามตัวเองได้แล้วว่าตัวเองผิดอะไร เพราะเรื่องนี้คุณมิวไม่ได้ผิดเลย คำพูดแค่นั้นไม่สามารถฆ่าจิตใจคนได้ ส่วน “ดีเจเผือก” แนะนำให้คุณมิวไปปรึกษาจิตแพทย์เกี่ยวกับความเศร้าที่กำลังพบอยู่ แล้วก็ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดหาเหตุผลว่าเราทำอะไรผิด เอาเวลาไปทำให้ตัวเองดีขึ้น มีความสุขขึ้นดีกว่า ถ้ามองย้อนกลับไป 7 ปีแล้วคุณมิวเห็นว่าตัวเองเปลี่ยนไปขนาดไหน เขาทำให้คุณมิวกลายเป็นคนไม่รักตัวเอง คุณมิวควรเซ็นใบหย่าแบบไม่ต้องคิดเลย ไม่ต้องกลัวเสียศักดิ์ศรีอะไรทั้งนั้น ควรรักตัวเองก่อน สุดท้ายดีเจทั้ง 3 ขอส่งกำลังใจให้คุณมิวมีสติ และผ่านพ้นเรื่องนี้ไปให้ได้ รักตัวเองให้เยอะๆเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-