พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

พี่ชายผมมีลูก 2 คน แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ?

12 ก.พ. 2026

พี่ชายผมมีลูก 2 คน

แต่กลายเป็นผมที่ต้องมาช่วยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ

ในอนาคตก็จะให้ผมส่งเรียนอีก 

ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผมเลย

จะคุยกับพี่ชายยังไงดีครับ? 

        ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ อายุ 31 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่พี่ชายมีลูกแต่คุณบอสกลับต้องมาช่วยดูแลรับผิดชอบเด็กเป็นประจำ

        โดย ‘คุณบอส (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ตอนนี้ผมออกมาซื้อบ้านอยู่กับแฟน ไม่ได้อาศัยอยู่กับที่บ้านแล้ว ที่บ้านของผมจะมีพ่อ แม่ พี่ชาย และพี่สะใภ้อยู่ด้วยกัน พี่ชายมีลูกทั้งหมด 2 คน ปกติผมจะส่งเงินให้พ่อกับแม่เป็นประจำทุกอาทิตย์ ครั้งละ 3000 - 4000 บาท พี่ชายก็มักจะมีปัญหาเรื่องเงินอยู่บ่อย ๆ เขาจะขอยืมเงินของผมผ่านแม่ บางครั้งก็มีการทักมาขอยืมเงินกับผมเอง แต่ผมมองว่ามันคือการขอ มากกว่าการยืม เพราะเขาไม่เคยคืนเงินผมเลย

        ก่อนหน้านี้ สมัยผมเรียนอยู่มหาลัย ผมก็ไม่ได้อยู่กับที่บ้าน เนื่องจากต้องมาเรียนที่ต่างจังหวัด ส่วนเรื่องเงินผมก็แทบจะไม่ได้ขอที่บ้านเลย จนผมเรียนจบ แม่ก็เริ่มเกริ่นกับผมว่า แม่ทำงานไม่ไหวแล้ว ผมก็เต็มใจที่จะส่งเงินให้ ในตอนนั้นพี่ชายของผมได้มีลูกคนแรก ทั้งที่ยังไม่มีอาชีพที่มั่นคง ผมเองก็ไม่ค่อยพอใจที่เขามีลูกโดยไม่พร้อม ผ่านมาระยะหนึ่ง พี่ชายผมเริ่มขอยืมเงินมากขึ้น เพราะมีปัญหาเรื่องลูกของเขา บางครั้งก็เรื่องเรียน บางครั้งก็เรื่องเข้าโรงพยาบาล หลังจากนั้นเขาก็มีลูกคนที่ 2 ผมก็ยิ่งไม่พอใจมากยิ่งขึ้น แต่ผมเองก็ไม่กล้าที่จะพูดตรง ๆ กับเขา ด้วยอายุที่ห่างกันมาก ผมกลัวครอบครัวจะผิดใจกัน กลัวทำให้พวกเขาเสียใจ

        จนมีเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมฉุดคิดขึ้นมาได้ คือตอนที่แม่ของผมพูดว่า พอหลานโตก็ไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว เดี๋ยวผมก็ส่งเงินให้เรียนเอง ทำให้ผมคิดว่า เขาไม่ใช่ลูกผม ผมต้องรับผิดชอบชีวิตเขาขนาดนั้นเลยหรอครับ

        พ่อแม่ของผมก็เลี้ยงดูพี่ชายมาแบบตามใจ อยากได้อะไรก็ให้ ส่วนผมก็ต้องรับของต่อจากพี่มาตลอด ภรรยาของพี่ชาย ตอนแรกเขาก็ว่างงาน เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูก ผมคิดว่าเขาควรมีอาชีพที่มั่นคง ผมเลยให้เงินแม่ไปประมาณหนึ่งแสนบาท ให้แม่ช่วยจัดการเปิดร้านขายอาหารให้พี่ชาย และภรรยาของเขาช่วยกันดูแล ส่วนเงินที่ได้ผมก็ให้เขาไปจัดการกันเองได้เลย แต่สุดท้ายเงินมันก็ไม่พออยู่ดี

        ทุกครั้งที่เขาขอเงินผมจะคิดว่าจะมีลูกเพื่ออะไร ถ้าตัวเองยังไม่พร้อมขนาดนี้ ผมไม่รู้ว่าจะบอกพี่ชายไปตรง ๆ เลยดีไหม ว่าต่อไปนี้ผมจะช่วยดูแลเรื่องเงินให้พ่อกับแม่แค่สองคน หรือมีวิธีอื่นที่ทำให้ผมกับพี่ชายไม่ผิดใจกันไหมครับ”

        เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “พูดไปตรง ๆ กับเขาได้เลย คนเราควรรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา ถ้าเราช่วยเหลือคนเหล่านี้ เขาก็จะไม่ได้เรียนรู้ความลำบาก อยากให้เขาได้ลองเรียนรู้ ลองเจอกับความลำบากดูสักครั้ง เพราะฉะนั้นสนับสนุนให้คุยกันตรง ๆ หรือถ้าไม่กล้า ก็ฝากแม่ไปบอกก็ได้”

        ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “เข้าใจความรู้สึก ทำไมเราต้องมารับผิดชอบชีวิตเขาด้วย ยิ่งกรณีที่มีลูกคนแรกโดยที่ไม่พร้อม แล้วยังมีคนที่สองเพิ่มมาอีก แปลว่าเขาตัดสินใจยอมรับความเสี่ยงแล้ว เขาก็ต้องรับผิดชอบเอง พูดไปตรง ๆ ว่าเราก็มีส่วนที่เรารับผิดชอบในชีวิต เงินที่ให้นั่นคือเงินเรา การที่เราส่งเงินให้พ่อแม่ มันเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ให้หลานกับพี่ชายก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำให้กัน ถ้าเราไม่แสดงจุดยืนของเราว่าเราช่วยเหลือเขาได้มากเท่าไหร่ เขาจะมองเราเป็นที่พึ่งพาไปตลอด ถ้าพูดแล้วผิดใจ เป็นเขาเองที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองไม่ใช่เรา”

        ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การคุยกันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าไม่กล้าพูดตรง ๆ ก็ลองใช้วิธีการโกหกดู เรียกทุกคนมาคุยแล้วบอกว่า ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ทุกคนต้องพึ่งพาตนเอง พี่ชายต้องรับผิดชอบชีวิตตัวเองและครอบครัวให้ได้ จะหวังพึ่งพากันไม่ได้แล้ว เขาเองจะได้รู้สึกกังวลใจ มีความตระหนักเรื่องการมีลูกเพิ่มด้วย ให้ทุกคนได้วางแผนชีวิตกันถูก ให้เขาได้คิดบ้าง ไม่ใช่แค่เราที่กังวลใจอยู่ฝ่ายเดียว การมีลูกมันเรื่องใหญ่มาก เรื่องแบบนี้มันคุยกันได้”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

10 มี.ค. 2023

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

“คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนร่วมงานมาโกหกใส่โดย “คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่าช่วงกลางเดือนที่แล้ว เพื่อนที่ทำงานเขาแจ้งว่าพ่อเขาเสีย แล้วเขาก็ลางานไป พอถึงสิ้นเดือน วันที่เงินเดือนออก เขาก็ออกจากกรุ๊ปไลน์ไปเลย แบบเขาออกจากงานไปเลย จนเราไปเจอในทวิตเตอร์ของเขาว่าพ่อเขาไม่ได้เสีย เพราะวันที่เขาบอกว่าพ่อเขาเสีย คือเขากดบัตรคอนเสิร์ตอยู่ ใช้ชีวิตปกติ เขามีแพลนจะลาออกอยู่แล้วด้วย แบบสิ้นเดือนนี้จะลาออกแล้ว แต่เขาก็ไปแบบไม่ได้ลา ไม่ได้บอกหัวหน้าอะไรเลยลักษณะงานที่เราทำมันเป็นโปรเจกต์ ต้องมีการพูดคุยกับลูกค้า แล้วเขาก็เป็นคนประสานงานกับลูกค้า ซึ่งเขาออกไปแบบไม่ได้ส่งต่องาน ไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้เลย ไม่มีใครรู้ หัวหน้าก็ไม่รู้ ตอนแรกที่เขามาบอกว่าพ่อเขาเสีย เราก็เห็นใจเขาว่าแบบสูญเสีย แต่พอเรามารู้ทีหลัง คือเรา พี่ๆทุกคนในทีมและหัวหน้าก็พูดกันว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้หัวหน้าอยากให้เรื่องนี้จบแล้ว แต่หนูเห็นทวิตเตอร์เขาหนูอยากจะไปบอกกับเขาว่าแบบทำไมคุณถึงทำแบบนี้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า การที่หนูจะไปทำแบบนี้มันจะเกินไปมั้ย? แล้วถ้าพี่ๆเจอเหตุการณ์แบบนี้จะรับมือกันยังไง?ทั้ง 3 ดีเจ ให้ความคิดเห็นว่า ‘มันเป็นนิสัย และความรับผิดชอบแต่ละบุคคล ถ้าเค้าทำแบบนี้ แสดงว่าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับดีเจทั้ง 3 คน ก็จะไม่เสียเวลาไปทวงถามความถูกต้อง มันไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป แต่ถ้าเป็นการทักไปถามเรื่องงานที่ค้างอยู่ก็ถามได้ เพราะเป็นเรื่องงานและถ้าส่วนตัวไม่ได้สนิทกับคนนี้ ก็ยิ่งต้องปล่อยไปเลย เพราะขนาดคนที่เป็นพ่อเค้ายังไม่แคร์เลยถึงขั้น โกหกว่าตายแล้วเค้าจะแคร์เราไหม? เค้าทำแบบไหน ก็จะได้แบบนั้น เราควรมองอีกมุม ดีด้วยซ้ำที่องค์กรเรา คนแบบนี้ได้ออกไปแล้ว ส่วนถ้าต้องสื่อสารกับลูกค้าก็แค่บอกว่า มีการเปลี่ยนตัวพนักงาน หรือคนรับผิดชอบ แล้วก็หาคนทำงานต่อท้ายที่สุดถ้าเค้าเป็นคนแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ไปทำงานที่ไหนก็จะไม่รอดหรอก ท่องไว้เลยว่า เค้าออกไปดีแล้วกับเราไม่ต้องไปตามด่า หรือต่อว่าอะไรเค้า มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ที่หนีบปูหนูผิดตรงไหน? พรุ่งนี้หนูจะไปกินเลี้ยงปีใหม่ ทุกครอบครัวจะเอาอาหารไปรวมกัน บ้านเจ้าภาพเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์ กับ ปูขน หนูบอกพ่อแม่ว่าเตรียมที่หนีบปูไปด้วยไหม จะได้กินกันสะดวก พ่อแม่หัวเราะ บอกเอาไปไม่ได้ จะดูตั้งใจไปกินเกิน

17 ม.ค. 2025

ที่หนีบปูหนูผิดตรงไหน? พรุ่งนี้หนูจะไปกินเลี้ยงปีใหม่ ทุกครอบครัวจะเอาอาหารไปรวมกัน บ้านเจ้าภาพเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์ กับ ปูขน หนูบอกพ่อแม่ว่าเตรียมที่หนีบปูไปด้วยไหม จะได้กินกันสะดวก พ่อแม่หัวเราะ บอกเอาไปไม่ได้ จะดูตั้งใจไปกินเกิน

ที่หนีบปูหนูผิดตรงไหน? พรุ่งนี้หนูจะไปกินเลี้ยงปีใหม่ ทุกครอบครัวจะเอาอาหารไปรวมกันบ้านเจ้าภาพเลี้ยงกุ้งล็อบสเตอร์ กับ ปูขน หนูบอกพ่อแม่ว่าเตรียมที่หนีบปูไปด้วยไหม จะได้กินกันสะดวกพ่อแม่หัวเราะ บอกเอาไปไม่ได้ จะดูตั้งใจไปกินเกิน หนูแค่หวังดีอยากให้ทุกคนกินกันสะดวกขึ้น “คุณเอฟ (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี สายที่ห้าในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคือวันพุธที่ [15 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาปาร์ตี้บ้านเพื่อน โดย “คุณเอฟ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เพื่อนสนิทของพ่อ เขาจัดงานปีใหม่วันที่ 18 มกราคมนี้แล้วเขาเชิญครอบครัวเราไป ในงานจะมีประมาณ 10 คน หนูก็เลยถามพ่อว่าในงานเป็นแบบไหนยังไง เราจะได้เตรียมพร้อม เตรียมตัว เพื่อให้ดูเข้ากับงาน พ่อก็เลยบอกว่าทุกคนจะเอาอาหารไปแชร์กัน ฟีลแบบหนังฝรั่งที่มีเพื่อนบ้านมาปาร์ตี้กัน เราก็เลยคุยกันว่า เราจะเอาอาหารอิตาลีไปไหม? พวกสปาเก็ตตี้ พิซซ่า สั่งจากร้านอาหารแล้วเอาไป เราก็เลยตกลงกันว่าจะเอาอันนั้นไป คราวนี้พ่อก็มาบอกว่าเจ้าบ้าน เขาเลี้ยงล็อบสเตอร์กับปูขนนะ หนูก็เลยบอกว่าจะเอาที่หนีบปูไปนะ พอบอกเสร็จพ่อกับแม่ก็ขำหนักมากเลย กับสิ่งที่เราพูดว่าจะเอาที่หนีบปูไป แล้วเราก็เลยงงว่าเขาขำอะไรกันเหรอ พ่อก็เลยบอกว่า “อย่าเอาไปเลย มันดูแบบไม่มีมารยาท เหมือนเราตั้งใจจะไปกินปูอย่างเดียว” ซึ่งตัวเราไม่ได้ชอบกินปูขนาดนั้นด้วยซ้ำ ก็เลยเล่าเจตนาให้พ่อฟังตอนนั้นว่า ‘งานเขาจัดที่บ้าน บ้านคนเราจะมีที่หนีบปูสักกี่อันเชียว มันก็น่าจะมีสักอันสองอัน แต่คนไปประมาณ 10 กว่าคนเลย ถ้าทุกคนกินปู คนก็ต้องรอนานไหม เพราะมีที่หนีบปู 1-2 อัน เจตนาเราคือหวังดี ที่หนูเอาไปไม่ได้จะเอาไปวางให้เขาเห็นเลย แต่สิ่งที่เราคิดคือแค่พกไป ดูสถานการณ์ก่อนว่ามันพอใช้ไหม ละการที่เราเอาไปเพิ่มอีกหนึ่งอัน มันจะกลายเป็น 3 อัน มันอาจจะทำให้การหมุนเวียนที่หนีบปูดีขึ้น ทุกคนจะได้กินไวขึ้น’ ละเขาก็ไม่เก็ทกับสิ่งที่เราอธิบาย เขาก็ขำหนักอีกหลังจากที่เราอธิบายเจตนาของเราไป แล้วเขาก็บอกว่า “ถึงขออธิบายไปก็ไม่เข้าใจหรอก ลองไปเล่าให้คนอื่นฟัง ให้คนอื่นอธิบายเอาละกัน อาจจะเข้าใจมากกว่า” หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่าหนูผิดไหมที่หนูเอาที่หนีบปูไป’ ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ‘ไม่ผิดเลย แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ด้วย แต่เข้าใจในมุมของพ่อแม่ เนื่องจากว่ามันเป็นอาหารที่เขาเตรียมมาเอง แสดงว่าบ้านเอฟเตรียมตัวขนาดนั้น เพื่อที่จะเตรียมตัวมากินปู การที่เราไปแล้วเอาที่หนีบไปด้วย ต่อให้มีพิซซ่าอะไรอยู่ในมือ มันก็เข้าใจในมุมผู้ปกครองที่คิดว่าตั้งใจเกินไป เพราะว่าผู้ใหญ่อาจจะไม่ได้มองว่าที่หนีบปูมันจำเป็นขนาดนั้น คนกินปูก็ใช้มือแกะกันส่วนใหญ่ เพราะฉะนั้นมันเป็นความหวังดีที่ไม่จำเป็นต้องทำ ถ้าบ้านหนูจัดเป็นโฮสต์ว่าไปอย่าง แต่นี่เราไปในฐานะแขก’ ดีเจทั้งสามท่านยังเสริมอีกว่า ‘ถ้าอยากทดลองแนะนำให้เอาไป ใส่กระเป๋าไป แล้วดูว่ามันจะต้องใช้ไหม?’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเรา แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลง เคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัว แฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่!

08 พ.ค. 2026

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเรา แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลง เคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัว แฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่!

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเราแต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลงเคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัวแฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่! ‘คุณปิงปิง (นามสมมุติ)’ สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เรื่องที่แม่แฟนอยากมาอยู่ด้วย แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพพื้นที่ของเรา ‘คุณปิงปิง (นามสมมุติ)’ อายุ 26 ปี ได้เล่าว่า “หนูกับแฟนคบกันมา 7 ปี ตอนนี้อายุ 26 ปี หนูตัดสินใจซื้อบ้านแล้วมาอยู่ด้วยกัน แต่บ้านหลังนี้เป็นชื่อหนูและหนูกู้เอง จ่ายเองคนเดียว ส่วนเรื่องค่ากิน น้ำ ไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็ให้แฟนช่วยออกในส่วนตรงนั้น ตอนที่ได้บ้านมาแฟนก็ไปบอกกับทางแม่เขา และดันไปถามแม่ว่าอยากมาอยู่ด้วยกันมั้ย โดยที่ไม่ได้ปรึกษาหนูก่อนเลย หนูก็เลยคุยกับเขาว่า แบบนี้ไม่โอเคนะ หนูอยากให้เราอยู่ด้วยกันสองคนแบบส่วนตัวมากกว่า แฟนก็เลยเสียหน้า เสียใจ และต้องโทรไปปฏิเสธแม่ ซึ่งทำให้ทางแม่เขาจึงไม่พอใจ และว่ากลับมาว่า “แม่คนเดียวทำไมเลี้ยงไม่ได้” จริง ๆ มีปัญหาเกิดก่อนที่จะซื้อบ้านหลังนี้แล้ว หนูถามเขาแล้วว่าให้เขาช่วยกู้ร่วมกัน ผ่อนร่วมกันได้มั้ย แต่ครอบครัวแฟนและแฟนไม่เอากลัวว่าจะมีปัญหาตอนเลิกกัน และอยากเก็บเครดิตไว้กู้ซื้อบ้านให้แม่ของเขา หนูเลยตัดสินใจกู้ และผ่อนบ้านหลังนี้แค่คนเดียว หลังจากย้ายมาอยู่บ้านใหม่ได้ไม่นาน ประมาณ 1-2 เดือนที่แล้ว แม่แฟนจะมาหาพี่สาวแฟนในจังหวัดที่หนูอยู่ แฟนบอกกับหนูว่าแม่แค่มาเที่ยว แต่เขาขนของมาเหมือนกับว่าจะมาค้างนาน ซึ่งทั้งหมดนี้หนูเห็นผ่านกล้องวงจรปิด ว่าแม่เขามาที่บ้านของหนูแบบที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าเลย หนูก็โทรหาแฟนตอนนั้นเลยว่า “ทำไมมีของมาด้วย ไหนแม่บอกว่าแค่มาเที่ยว” แฟนก็ตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน” เขาก็เลยถามแม่ตอนนั้น แม่ก็บอกว่า “ตั้งใจจะมาอยู่ด้วย จนกว่าหลานจะเปิดเทอม” ซึ่งมันก็อีกเดือนกว่าเลย พอเขาพูดแบบนี้หนูเลยพูดกับแฟนว่า ให้มาอยู่ได้ แต่ข้าวปลาอาหารหนูดูแลให้ไม่ได้ เพราะหนูก็ต้องทำงาน ส่วนค่าน้ำค่าไฟ แฟนก็ต้องซัพพอร์ตด้วยนะ แฟนหนูก็โอเค แต่แม่เขาได้ยินแล้วดันไม่พอใจ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ออกไปนะคะ เขานั่งอยู่ในบ้านหนู และต่อว่าหนูให้แฟนหนูฟังว่า ไม่โอเคกับการกระทำของหนู และร้องไห้เสียใจ บอกว่าหนูไม่เอาทางบ้านเขา จะเอาแค่แฟนอย่างเดียว แต่แฟนเราดันนั่งเงียบ ไม่ได้โต้ตอบอะไรแม่ไปเลย จริง ๆ หนูให้เขามาอยู่ด้วยได้ แต่หนูไม่โอเคที่เขามาแบบไม่บอก เขารู้นะคะว่านี่บ้านหนู แต่เขาคงคิดว่า แฟนหนูอาจจะช่วยผ่อน หรือช่วยค่าใช้จ่ายอะไรอยู่บ้าง แต่จริง ๆ หนูจ่ายคนเดียว พวกค่าอาหาร และของใช้เรากับแฟนก็หารกันปกติ เพราะเขาก็มีภาระในการผ่อนรถของเขา แต่สุดท้ายวันนั้น แม่เขาก็เก็บของออกไปจากบ้าน ไม่ได้มานอนค้างด้วย และเมื่อหนูกลับบ้าน แฟนก็ตึงใส่หนู หนูจึงอธิบายให้ฟังว่า หนูไม่ได้อะไรกับบ้านเขา แค่ยังไม่พร้อมรับแขก เพราะแม่ไม่ได้มาคนเดียว แต่พาหลานมาด้วย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่แฟนก็มาโดยที่ไม่ได้บอกทั้งหนูและแฟน ทั้งที่หนูไม่ได้อยู่บ้านด้วยซ้ำ เพื่อพาหลานมานั่งเล่นที่บ้านหนู จึงอยากปรึกษาว่า จะคุยกับแม่แฟนให้เขาทำตามข้อตกลงที่เราคุยกันยังไง เพราะเวลามีปัญหา แฟนหนูอยากตัดปัญหาด้วยการเลิกกับหนู แล้วจะพาแม่เขาออกไป จะได้ไม่ทำให้หนูลำบากใจ ซึ่งหนูไม่ต้องการเลิก และไม่ได้กีดกันแม่ แค่ต้องการให้ทำตามข้อตกลง ก่อนจะมาหาอยากให้เขาบอกหนูก่อน แฟนหนูบอกว่า เขาเลือกหนูไม่ได้อยู่แล้ว เขาต้องเลือกครอบครัวเขา เขาพูดกดดันแบบที่หนูต้องยอมเท่านั้น" เริ่มด้วยคำปรึกษาของ ‘ดีเจอั๋น’ ว่า “พี่เข้าใจปิงปิงมาก และพี่ว่าเรารับมือได้ดีพอสมควร แต่มันก็มีผู้ใหญ่แบบนี้อยู่จำนวนไม่น้อย ที่มีความคิดว่าลูกต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ทั้งที่ไม่ได้ดูเลยว่าลูกเลี้ยงตัวเองได้หรือเปล่า แต่ที่สำคัญคือคนกลาง นั่นคือแฟนเรา เราต้องคุยกับแฟนเราให้เข้าใจก่อน เรื่องการเคารพสิทธิในการอยู่ร่วมกัน ถ้าเขาเข้าใจจริง ๆ แล้วเขาอธิบายกับแม่ แม่เขาควรจะรู้ด้วยว่าสิทธิตั้งแต่ต้นในบ้านหลังนี้เป็นของปิงปิง บอกเขาไปเลยว่าฉันไม่ได้ต้องการจะเลิกกับเธอ แต่มันก็เป็นเรื่องปกตินะ ที่ฉันจะอยากมีเวลา หรือมีพื้นที่ที่ควรจะมีแค่เราสองคน แต่บ้านหลังนี้ก็เปิดรับทุกคน ไม่ว่าจะครอบครัวเธอ หรือครอบครัวฉัน ฉันแค่ต้องการให้บอกกันก่อน เพราะยังไงบ้านหลังนี้ มันคือพื้นที่ของเรา เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหนึ่งก็คือ ยังไงก็ตามฉันขอเป็นเจ้าของสิทธิบ้านหลังนี้มากกว่าเธอนิดหน่อยแล้วกัน เพราะบ้านหลังนี้ฉันกู้คนเดียว เมื่อเข้าใจกันแล้ว ค่อยไปคุยกับแม่เขาต่อ แต่ยืนยันให้ชัดเจนไปเลยว่า ไม่โอเคกับใครทั้งสิ้นที่จะย้ายมาอยู่ด้วย ถ้านั่นคือเงื่อนไขของเรา” ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้มันมีได้ แต่คนกลาง ต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ก็อยู่ฝั่งเรา แต่เขาชัดเจนแล้วว่าเขาเลือกแม่ เหลือแค่ว่า ปิงปิงจะโอเคมั้ย และพี่เห็นด้วยกับพี่อั๋นลองไปคุยกันดูด้วยน้ำเสียงใจเย็นแบบผู้ใหญ่ก่อน ลองดูค่ะ” ปิดด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “พี่ว่าปิงปิงเป็นคนมีเหตุผลนะ หนูได้พยายามอธิบาย และพยายามประคองความรักนี้แล้ว แต่เห็นด้วยกับพี่หอมว่าไม่ว่าจะพูดไปเท่าไหร่ แม่เขาก็ไม่ฟัง สำหรับเขา การที่ปิงปิงไม่ยอมรับเขานั่นคือปิงปิงผิด พี่กลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายแล้ว เขาก็จะมาอยู่บ้านกับปิงปิงนี่แหละ แล้วปิงปิงจะต้องยอม และเห็นด้วยกับพี่อั๋นว่า ให้ชัดเจนไปเลยว่า ไม่โอเคที่แม่จะมาอยู่ด้วย สุดท้ายพี่ว่าต้องพูดให้เขาเคารพสิทธิตรงนี้ของเรา ในเมื่อเขาปฏิเสธว่าเขาไม่อยากกู้ร่วมกับเรา ก็ต้องยอมรับ”เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

05 ก.พ. 2026

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้งแต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอดทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่นจะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ‘คุณแจน (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี เป็นสายสุดท้าย ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาจะไปต่างประเทศ แต่จะปฏิเสธคนฝากซื้อของอย่างไรดี ‘คุณแจน (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง ปีที่แล้วหนูไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพอพี่ที่ทำงานและคนรอบตัวทราบว่าหนูจะไป ก็จะมีการฝากซื้อของอยู่ตลอด แต่จะมีบางคนที่ชอบฝากซื้อของจำพวกเครื่องประดับและสกินแคร์ ซึ่งสกินแคร์ค่อนข้างมีน้ำหนักมาก ทำให้หนูต้องคอยระวังและรับผิดชอบของเพิ่มขึ้น บางครั้งหนูก็ไม่ได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเผื่อไว้มาก เพราะแค่เสื้อผ้าสำหรับไปเที่ยวหน้าหนาวก็ค่อนข้างหนักอยู่แล้ว รวมถึงของฝากที่หนูตั้งใจซื้อมาให้ทุกคนอยู่แล้วด้วย ซึ่งการรับฝากซื้อของยังค่อนข้างใช้เวลาระหว่างทริปเยอะ ทำให้เวลาท่องเที่ยวของหนูลดลงไปพอสมควรแต่คนที่ฝากซื้อก็เป็นพี่ ๆ ในออฟฟิศที่เคยช่วยเหลือหนูมาตลอด รวมถึงเพื่อนและคนรอบตัวที่สนิทกัน ทำให้หนูค่อนข้างลำบากใจที่จะปฏิเสธ ตอนนี้หนูกำลังจะมีทริปใหม่เร็ว ๆ นี้ และกังวลว่าหลายคนอาจคาดหวังว่าจะฝากซื้อของได้เหมือนครั้งก่อน เลยอยากขอคำแนะนำว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนไว้ได้ เพราะหนูกลัวว่าถ้าปฏิเสธ อาจทำให้เขามองว่าหนูไม่มีน้ำใจ” เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “จริง ๆ แล้วสกินแคร์สมัยนี้ก็มีนำเข้ามาขายในประเทศไทยค่อนข้างเยอะแล้ว อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ ไม่จำเป็นต้องฝากซื้อจากต่างประเทศเสมอไป แต่ถ้าในมุมที่เราจำเป็นต้องปฏิเสธจริง ๆ อาจใช้วิธีพูดแบบนุ่ม ๆ ได้ เช่น บอกว่า “เดี๋ยวขอดูน้ำหนักกระเป๋าก่อนนะ” หรือ “ถ้ามีเวลาไปและหาเจอ เดี๋ยวจะซื้อมาให้นะ” ซึ่งเป็นการตอบที่ไม่ได้รับปากไว้ก่อน จริง ๆ แล้ว เราสามารถพูดได้หมดเลย” ต่อมา ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า “พี่มองว่าการที่ครั้งที่แล้วเราซื้อและหิ้วของกลับมาให้ทุกคนได้ ถือเป็นจังหวะที่ดีมากที่เราจะใช้โอกาสนี้อธิบายสถานการณ์ของตัวเอง เช่น อาจเล่าให้เขาฟังว่า ครั้งที่แล้วที่หิ้วของกลับมาให้ น้ำหนักกระเป๋าเกิน ทำให้ค่อนข้างลำบาก ซึ่งถ้าคนที่ฝากซื้อเป็นพี่ ๆ ที่ทำงานที่น่ารักและสนิทกัน พี่ก็มองว่าเราสามารถคุยกับเขาแบบน่ารัก ๆ ได้ อาจจะพูดตรง ๆ ถึงปัญหาที่เราเจอ โดยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธแบบตัดขาดหรือทำให้รู้สึกไม่ดี แต่เป็นการอธิบายให้เขาเข้าใจในข้อจำกัดหรือสถานการณ์ของเรามากกว่า” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “พี่เองก็เคยเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่ค่อยเก่งเหมือนกัน เลยเลือกใช้วิธีที่ไม่ปฏิเสธตรง ๆ แต่เป็นการพูดแบบกึ่งรับกึ่งสู้มากกว่าหรืออาจใช้วิธีประเมินเองก่อนว่า ของชิ้นไหนพอจะซื้อให้ได้ก็ซื้อให้ แต่ถ้าเป็นการฝากซื้อที่ดูไม่ค่อยเกรงใจ หรือจำนวนเยอะเกินไป ก็อาจเลือกที่จะไม่รับฝากซื้อในส่วนนั้น”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-