แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเรา แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลง เคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัว แฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่!

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเรา แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลง เคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัว แฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่!

08 พ.ค. 2026

แม่แฟนอยากมาอยู่ในบ้านของเรา

แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพข้อตกลง

เคยคุยกันก็แล้วแต่ก็ไม่เคยลงตัว

แฟนถึงขั้นบอกว่าจะเลิกแล้วกลับไปอยู่กับแม่!

       ‘คุณปิงปิง (นามสมมุติ)’  สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พฤษภาคม 2569) ได้เข้ามาปรึกษา 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เรื่องที่แม่แฟนอยากมาอยู่ด้วย แต่เราชอบความเป็นส่วนตัว อยากให้เขาเคารพพื้นที่ของเรา

       ‘คุณปิงปิง (นามสมมุติ)’ อายุ 26 ปี ได้เล่าว่า “หนูกับแฟนคบกันมา 7 ปี ตอนนี้อายุ 26 ปี  หนูตัดสินใจซื้อบ้านแล้วมาอยู่ด้วยกัน แต่บ้านหลังนี้เป็นชื่อหนูและหนูกู้เอง จ่ายเองคนเดียว ส่วนเรื่องค่ากิน น้ำ ไฟ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็ให้แฟนช่วยออกในส่วนตรงนั้น ตอนที่ได้บ้านมาแฟนก็ไปบอกกับทางแม่เขา และดันไปถามแม่ว่าอยากมาอยู่ด้วยกันมั้ย โดยที่ไม่ได้ปรึกษาหนูก่อนเลย หนูก็เลยคุยกับเขาว่า แบบนี้ไม่โอเคนะ หนูอยากให้เราอยู่ด้วยกันสองคนแบบส่วนตัวมากกว่า แฟนก็เลยเสียหน้า เสียใจ และต้องโทรไปปฏิเสธแม่ ซึ่งทำให้ทางแม่เขาจึงไม่พอใจ และว่ากลับมาว่า “แม่คนเดียวทำไมเลี้ยงไม่ได้”

       จริง ๆ มีปัญหาเกิดก่อนที่จะซื้อบ้านหลังนี้แล้ว หนูถามเขาแล้วว่าให้เขาช่วยกู้ร่วมกัน ผ่อนร่วมกันได้มั้ย แต่ครอบครัวแฟนและแฟนไม่เอากลัวว่าจะมีปัญหาตอนเลิกกัน และอยากเก็บเครดิตไว้กู้ซื้อบ้านให้แม่ของเขา หนูเลยตัดสินใจกู้ และผ่อนบ้านหลังนี้แค่คนเดียว 

       หลังจากย้ายมาอยู่บ้านใหม่ได้ไม่นาน ประมาณ 1-2 เดือนที่แล้ว แม่แฟนจะมาหาพี่สาวแฟนในจังหวัดที่หนูอยู่ แฟนบอกกับหนูว่าแม่แค่มาเที่ยว แต่เขาขนของมาเหมือนกับว่าจะมาค้างนาน ซึ่งทั้งหมดนี้หนูเห็นผ่านกล้องวงจรปิด ว่าแม่เขามาที่บ้านของหนูแบบที่ไม่ได้บอกล่วงหน้าเลย หนูก็โทรหาแฟนตอนนั้นเลยว่า “ทำไมมีของมาด้วย ไหนแม่บอกว่าแค่มาเที่ยว” แฟนก็ตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกัน” เขาก็เลยถามแม่ตอนนั้น แม่ก็บอกว่า “ตั้งใจจะมาอยู่ด้วย จนกว่าหลานจะเปิดเทอม” ซึ่งมันก็อีกเดือนกว่าเลย พอเขาพูดแบบนี้หนูเลยพูดกับแฟนว่า ให้มาอยู่ได้ แต่ข้าวปลาอาหารหนูดูแลให้ไม่ได้ เพราะหนูก็ต้องทำงาน ส่วนค่าน้ำค่าไฟ แฟนก็ต้องซัพพอร์ตด้วยนะ แฟนหนูก็โอเค แต่แม่เขาได้ยินแล้วดันไม่พอใจ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ออกไปนะคะ เขานั่งอยู่ในบ้านหนู และต่อว่าหนูให้แฟนหนูฟังว่า ไม่โอเคกับการกระทำของหนู และร้องไห้เสียใจ บอกว่าหนูไม่เอาทางบ้านเขา จะเอาแค่แฟนอย่างเดียว แต่แฟนเราดันนั่งเงียบ ไม่ได้โต้ตอบอะไรแม่ไปเลย

       จริง ๆ หนูให้เขามาอยู่ด้วยได้ แต่หนูไม่โอเคที่เขามาแบบไม่บอก เขารู้นะคะว่านี่บ้านหนู แต่เขาคงคิดว่า แฟนหนูอาจจะช่วยผ่อน หรือช่วยค่าใช้จ่ายอะไรอยู่บ้าง แต่จริง ๆ หนูจ่ายคนเดียว พวกค่าอาหาร และของใช้เรากับแฟนก็หารกันปกติ เพราะเขาก็มีภาระในการผ่อนรถของเขา แต่สุดท้ายวันนั้น แม่เขาก็เก็บของออกไปจากบ้าน ไม่ได้มานอนค้างด้วย และเมื่อหนูกลับบ้าน แฟนก็ตึงใส่หนู หนูจึงอธิบายให้ฟังว่า หนูไม่ได้อะไรกับบ้านเขา แค่ยังไม่พร้อมรับแขก เพราะแม่ไม่ได้มาคนเดียว แต่พาหลานมาด้วย

       เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แม่แฟนก็มาโดยที่ไม่ได้บอกทั้งหนูและแฟน ทั้งที่หนูไม่ได้อยู่บ้านด้วยซ้ำ เพื่อพาหลานมานั่งเล่นที่บ้านหนู จึงอยากปรึกษาว่า จะคุยกับแม่แฟนให้เขาทำตามข้อตกลงที่เราคุยกันยังไง เพราะเวลามีปัญหา แฟนหนูอยากตัดปัญหาด้วยการเลิกกับหนู แล้วจะพาแม่เขาออกไป จะได้ไม่ทำให้หนูลำบากใจ ซึ่งหนูไม่ต้องการเลิก และไม่ได้กีดกันแม่ แค่ต้องการให้ทำตามข้อตกลง ก่อนจะมาหาอยากให้เขาบอกหนูก่อน แฟนหนูบอกว่า เขาเลือกหนูไม่ได้อยู่แล้ว เขาต้องเลือกครอบครัวเขา เขาพูดกดดันแบบที่หนูต้องยอมเท่านั้น"

       เริ่มด้วยคำปรึกษาของ ‘ดีเจอั๋น’ ว่า “พี่เข้าใจปิงปิงมาก และพี่ว่าเรารับมือได้ดีพอสมควร แต่มันก็มีผู้ใหญ่แบบนี้อยู่จำนวนไม่น้อย ที่มีความคิดว่าลูกต้องเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ทั้งที่ไม่ได้ดูเลยว่าลูกเลี้ยงตัวเองได้หรือเปล่า

       แต่ที่สำคัญคือคนกลาง นั่นคือแฟนเรา เราต้องคุยกับแฟนเราให้เข้าใจก่อน เรื่องการเคารพสิทธิในการอยู่ร่วมกัน ถ้าเขาเข้าใจจริง ๆ แล้วเขาอธิบายกับแม่ แม่เขาควรจะรู้ด้วยว่าสิทธิตั้งแต่ต้นในบ้านหลังนี้เป็นของปิงปิง บอกเขาไปเลยว่าฉันไม่ได้ต้องการจะเลิกกับเธอ แต่มันก็เป็นเรื่องปกตินะ ที่ฉันจะอยากมีเวลา หรือมีพื้นที่ที่ควรจะมีแค่เราสองคน แต่บ้านหลังนี้ก็เปิดรับทุกคน ไม่ว่าจะครอบครัวเธอ หรือครอบครัวฉัน ฉันแค่ต้องการให้บอกกันก่อน เพราะยังไงบ้านหลังนี้ มันคือพื้นที่ของเรา

       เพิ่มขึ้นมาอีกนิดหนึ่งก็คือ ยังไงก็ตามฉันขอเป็นเจ้าของสิทธิบ้านหลังนี้มากกว่าเธอนิดหน่อยแล้วกัน เพราะบ้านหลังนี้ฉันกู้คนเดียว เมื่อเข้าใจกันแล้ว ค่อยไปคุยกับแม่เขาต่อ แต่ยืนยันให้ชัดเจนไปเลยว่า ไม่โอเคกับใครทั้งสิ้นที่จะย้ายมาอยู่ด้วย ถ้านั่นคือเงื่อนไขของเรา”

       ต่อด้วย ‘ดีเจต้นหอม’ ให้คำปรึกษาว่า “ปัญหาแม่ผัวลูกสะใภ้มันมีได้ แต่คนกลาง ต้องอยู่ตรงกลาง ไม่ก็อยู่ฝั่งเรา แต่เขาชัดเจนแล้วว่าเขาเลือกแม่ เหลือแค่ว่า ปิงปิงจะโอเคมั้ย และพี่เห็นด้วยกับพี่อั๋นลองไปคุยกันดูด้วยน้ำเสียงใจเย็นแบบผู้ใหญ่ก่อน ลองดูค่ะ”

       ปิดด้วย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “พี่ว่าปิงปิงเป็นคนมีเหตุผลนะ หนูได้พยายามอธิบาย และพยายามประคองความรักนี้แล้ว แต่เห็นด้วยกับพี่หอมว่าไม่ว่าจะพูดไปเท่าไหร่ แม่เขาก็ไม่ฟัง สำหรับเขา การที่ปิงปิงไม่ยอมรับเขานั่นคือปิงปิงผิด พี่กลัวเหลือเกินว่าสุดท้ายแล้ว เขาก็จะมาอยู่บ้านกับปิงปิงนี่แหละ แล้วปิงปิงจะต้องยอม และเห็นด้วยกับพี่อั๋นว่า ให้ชัดเจนไปเลยว่า ไม่โอเคที่แม่จะมาอยู่ด้วย สุดท้ายพี่ว่าต้องพูดให้เขาเคารพสิทธิตรงนี้ของเรา  ในเมื่อเขาปฏิเสธว่าเขาไม่อยากกู้ร่วมกับเรา ก็ต้องยอมรับ”

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเรา เพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลย พีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี

22 พ.ย. 2024

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเรา เพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลย พีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี

กำลังจะแต่งงานกับแฟนปีหน้า มาจับโป๊ะได้ว่าแฟนมีความสัมพันธ์กับเพื่อนสนิทของเราเพื่อนบอก ความรู้สึกเริ่มแล้ว หยุดไม่ได้ แต่แฟนมาง้อ บอกจะเลิกยุ่งกับเพื่อนให้แล้วแต่งงานเลยพีคสุด 1 เดือน เขาบอกรักกันไปแล้ว 500+ ข้อความ เท่ากับที่คบหนูมา 3 ปี ควรให้โอกาส หรือ พอแค่นี้?“คุณเชอรี่ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 พ.ย. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการโดนนอกใจโดย “คุณเชอรี่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘โดนแทงข้างหลังจากคนที่เรารักทั้งสองคน หนูมีแฟนที่คบกันมา 3 ปี และมีเพื่อนสนิทที่ทำงานคบมา 3 ปีเหมือนกัน' คือ หนูเข้ามาทำงานที่บริษัทเดียวกับแฟน หนูเข้ามาทำทีหลังเขาเลยทำให้เราได้เจอกัน เขาก็มาจีบหนูก่อน ส่วนเพื่อนคนนี้อยู่กับหนูมาตั้งแต่วันแรกเลย ตั้งแต่แฟนมาจีบเขารู้หมดทุกอย่างสนิทกันมาก ไปหากันถึงบ้าน กับพ่อแม่ของเพื่อนหนูก็สนิท ซึ่งตอนนี้หนูลาออกมาประมาณปีครึ่งแล้ว แต่หนูกับแฟนก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน เมื่อก่อนเราจะไปไหนก็ไปกันสามคนตลอด ไปกินข้าวด้วยกันสามคน คือสนิทกันมาก แล้วพอหนูลาออกมาเหมือนเพื่อนเขาก็ได้ย้ายตำแหน่ง ได้ย้ายไปทำงานแบบ Under แฟนหนู เขาก็มีออกไปทำงานตรวจดูพื้นที่กัน หนูก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะสนิทกันจริง ๆ เขาก็ทำงานกันไป พอช่วงหลังๆ หนูเริ่มรู้สึกแปลก ๆ หนูกับแฟนก็เหมือนทะเลาะกันบ่อย มีปัญหากันแต่เราก็ยังอยู่ด้วยกันทุกวันปกติไม่ได้เลิกกันจนมีช่วงนึงประมาณเดือนที่แล้ว เป็นเดือนเกิดของแฟนหนู ซึ่งที่หนูเริ่มเอะ คือ เขาได้เสื้อมาตัวนึง ด้วยความที่หนูกับแฟนเราเลี้ยงหมาด้วยกัน แล้วเสื้อที่แฟนได้เป็นเสื้อที่สกรีนรูปหมา หนูก็เลยถามเขาว่า “ได้ของขวัญวันเกิดเหรอ” แฟนก็บอกว่า “อ่อใช่ คนที่ทำงานเขารวมเงินกันซื้อให้” หลังจากนั้นหนูก็ทักไปหาพี่ที่ทำงาน เพราะหนูก็สนิทกับทุกคนที่บริษัทยังคุยกันอยู่ปกติ หนูก็ทักไปถามพี่ที่ทำงานว่า “เออทำเสื้อที่ร้านไหน หนูอยากได้บ้าง” พี่เขาก็ถาม “เสื้ออะไร เขาไม่รู้” หนูก็เลยเริ่มเอ๊ะเลยไปดูรูปหมาที่มันอยู่บนเสื้อ บอกก่อนว่าหนูจะมี Instagram หมา บางรูปเราก็ไม่ได้ลงใน Instagram หมาเลย แล้วก็ไม่ได้ลงสตอรี่ มันเป็นรูปที่เราไม่ได้ถ่าย หนูก็เลยเริ่มเอ๊ะยังไง? แต่ด้วยเซนส์หนูก็เลยถามไปว่า “ใช่เพื่อนคนนี้ไหม นอกใจหรือเปล่า” แฟนหนูก็บอกกลับมาว่า “จะบ้าเหรอ ไม่มีทาง” แล้วหนูกับแฟนเป็นคนไม่เช็คโทรศัพท์กันเลย พอวันนั้นเราทะเลาะกัน คืนนั้นหนูก็เลยแอบไปเช็คโทรศัพท์ก็เลยเปิดเจอแชทๆนึง แล้วก็เห็นทุกอย่าง เขาแอบคุยกัน บอกรักกันทุกวัน ยิ่งมีคำนึงที่หนูรู้สึกเจ็บมาก คือ เดือนที่แล้วก็เป็นเดือนเกิดหนูเหมือนกัน ก่อนหน้าที่เป็นวันเกิดหนู หนูทะเลาะกับแฟน แล้วหนูก็ไปอยู่กับเพื่อนแล้ว พอถึงวันเกิดหนู แฟนก็มาหาหนูมาอยู่ด้วยกันในงานวันเกิดหนู คืนนั้นเหมือนเพื่อนคนนี้ก็พูดว่า รู้สึกไม่ดีเลย ไม่ชินเลยที่อยากโทรไปฝันดี อยากโทรไป good night แต่ทำไม่ได้เพราะแฟนอยู่กับหนู แล้วแฟนก็ง้อให้หนูกลับไป หนูก็อ่านแชทเขาก็พูดแบบว่า “อยากโทรหาก็โทรไม่ได้” วันอื่นก็มีเหมือนกันพอรู้เรื่องนี้หนูก็ทะเลาะกับแฟน แฟนก็ขอโอกาส คือ ที่ผ่านมาที่เราทะเลาะกันหนูก็ไม่ใส่ใจแฟนจริง ๆ บางเรื่อง เขาบอกว่าเขาอยากได้คนซัพพอร์ตเขา เวลาเราทะเลาะกันเขาจะชอบเอาเรื่องหนูไปปรึกษาเพื่อนคนนี้ แล้วเรื่องงานเขาก็คุยปรึกษากัน แล้วเพื่อนคนนี้ก็คอยซัพพอร์ตเขา คอยให้กำลังใจทั้งเรื่องหนู ทั้งเรื่องทำงาน เขาก็เลยบอกว่าเขาเผลอไป หนูก็ไปเคลียร์กับเพื่อนหนูเหมือนกันว่าทำแบบนี้ได้ยังไง? เพื่อนก็ยอมรับว่าหักหลังจริง ๆ พยายามหยุดแล้ว แต่ก็หยุดไม่ได้ เพื่อนก็บอกว่า “ไม่รู้จะเชื่อหรือเปล่า แต่หลังจากนี้ก็จะเลิกยุ่งแล้ว” เขาก็ยังต้องทำงานเจอกันทุก ๆ วัน หนูก็ไม่รู้ว่าหนูควรจะทำตัวยังไง แฟนหนูก็บอกให้ Move on ได้ไหม? เขาเลิกยุ่งแล้วจริง ๆ เขาก็ไลน์ไปบอกผู้หญิงว่าจะเลิกยุ่งนะ เขารักหนู สงสารหนู ให้เราเลิกยุ่งกัน หนูก็ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังมันจะเป็นยังไง หนูก็ไม่รู้ว่าหนูควรจะทำยังไง แต่ตอนนี้หนูบอกว่า หนูขอเลิกนะ เพราะหนูทำใจไม่ได้จริง ๆ ตอนแรกหนูกับแฟนคุยกันว่าเราจะแต่งงานกันปีหน้านะ เรื่องก็รับรู้ทั้งถึงพ่อแม่เขาและพ่อแม่เรา เขาไปคุยไปขอเราถึงบ้านแล้ว ตอนนี้หนูก็ย้ายมาอยู่กับเพื่อนข้างนอก แต่หนูก็มีกลับไปบ้านบ้าง เพราะว่าเลี้ยงหมาก็กลับไปดูหมาบ้างแต่หนูก็รู้สึกว่าหนูก็ยังลืมไม่ได้ เขาก็พูดว่าให้ลืมได้ไหม?เราก็เคลียร์กันเรื่องที่เราชอบอะไร ไม่ชอบอะไรในตัวกันและกัน มันมีอะไรบ้างเราจะแก้ไขยังไง แต่หนูก็ไม่รู้ว่าหนูจะ Move on ไปได้ไหม หนูคงคิดว่าเรื่องนี้มันติดอยู่ในใจหนูมาก ๆ เพราะมันเป็นคนใกล้ตัวมาก ๆ ซึ่งหนูก็คิดว่าหนูอยากจะให้โอกาสแฟนแต่พอคิดไปคิดมาอีกทีนึง หนูก็รู้สึกว่าเราจะทำใจได้จริง ๆ หรอกับเหตุการณ์นี้ ตั้งแต่เรารู้เรื่องมา เราคิดอยู่ในหัวตลอดเวลาแบบเราลืมไม่ได้เลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะลืมได้เมื่อไหร่ เขาก็ขอโทษทุกวัน แล้วหนูก็ไม่อยากให้เขามาเห็นหนูเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เกิดเรื่องมาก็ผ่านมาประมาณสองอาทิตย์เขาก็ยังทุ่มเทง้ออยู่ เขาบอกเขาเผลอไป เขาไม่เคยรักแต่หนูอ่านแชท ในแชทก็เขาบอกรักกัน หนูเสิร์ชคำว่ารักในแชทเขากับเพื่อนมันแบบ 500 + เลย แล้วกับหนูที่คบกันมา 3 ปีคำว่ารักก็ 500+ เหมือนกัน ซึ่งมันแบบ 3 ปี แต่เขากับเพื่อนแค่เดือนกว่า ๆ คือไปรักกันอะไรขนาดนั้น หนูก็เลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า หนูควรจะลืมเรื่องนี้ไปเลย หรือว่าเราควรเลิกให้มันแบบเจ็บแต่จบทีเดียวเลย?’เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาเป็นคนแรกว่า ‘ถ้าจะไปต่อถามว่ามันจะลืมได้ไหม ไม่ได้หรอก มันก็จะเป็นตราบาป ความสัมพันธ์นี้จะมีตำหนิครั้งนี้อยู่เป็นตำหนิที่ใหญ่แล้วก็จะไม่มีวันลืม หลังจากนี้เกิดเขาห่างจากเราไปหรือมีอะไรที่ผิดปกติไปแม้แต่เล็กน้อยภาพเหล่านี้ก็จะย้อนคืนมา มันก็จะเป็นความหลอนที่มันเคยเจอมาแล้ว แล้วมันจะเกิดขึ้นอีกไหม ความหวาดระแวงจะยังมีอยู่ไปตลอด มันอยู่ที่ว่าเชอรี่สามารถใช้ชีวิตยู่กับความไม่ไว้ใจตรงนี้ได้หรือเปล่า? ถามว่ามันจะสร้างกลับมาได้ไหม มันคงได้ แต่มันต้องใช้เวลามากพอสมควร มันจะไว้ใจได้ในแบบที่ว่าเราจะไม่ได้ลืมครั้งนี้ แต่เราจะรู้สึกว่าเขาคงไม่ทำแล้วแหละ คงไม่ทำเข้าใจคำว่าคงไม่ไหมมันได้แค่นั้น ความรู้สึกที่มันยังเหลืออยู่ในเชอรี่มันคงได้แค่นั้นแหละว่าเขาคงจะไม่ทำแล้วแหละ พี่ว่ายากที่จะมีวันใดวันนึงที่เชอรี่จะพูดได้เต็มปากว่าเขาไม่ทำแล้วแหละ ถ้าพี่คิดออกเร็ว ๆ ตอนนี้ก็อาจจะต้องแต่งงานกันไปมีลูก ลูกโตจนมันพิสูจน์มากพอซึ่งมันคงต้องใช้เวลานานมาก ถามว่าเชอรี่อยู่ได้ไหมล่ะ กับความไม่ไว้ใจอันนี้แล้วรวมถึงเขาด้วยเต็มใจที่จะอยู่จริงหรือเปล่าณ วันนี้มันยังง้อกันอยู่แต่ว่า มันกลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ ได้เก็นเชอรี่นอย ได้เห็นเชอรี่ไม่ไว้ใจเหมือนเดิมสุดท้ายแล้วมันไปกันรอดจริงหรือเปล่า แต่ทั้งหลายทั้งมวลวงเล็บไว้ว่า ถ้าคนสองคนมันผิดพลาดแล้วมันตั้งใจที่จะกลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ มันทำได้ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้หมดไปประเมินเอาเอง ส่วนถ้าเลิกเลยเป็นยังไงก็ไม่น่ามีอะไร เลิกเลยก็คือเลิกคือเชอรี่ไม่พร้อมที่จะอยู่บนความไม่ไว้ใจในความสัมพันธ์ทั้งสิ้น มันมีคนที่อยู่ได้และมันมีคนที่อยู่ไม่ได้เพราะว่าพอฉันมันเริ่มไม่ไว้ใจเธอแล้ว ทุกการกระทำทุกการเคลื่อนไหวของเธอ ฉันไม่ไว้ใจเลยแล้วไม่มีความสุข ถ้าเชอรี่เป็นแบบนี้การเลิกเลยก็จะเป็นสิ่งที่ตัดไฟแต่ต้นลมได้ดีกว่าไม่ยืดเยื้อไท่คาราคาซัง มันอยู่ที่ว่าน้ำหนักของปัญหาครั้งนี้การไปบอกรักคนอื่นห้าร้อยครั้งในหนึ่งเดือน เราต้องตั้งคำนี้ไว้เลยคน ๆ นี้เคยบอกรักคนอื่นในขนาดที่มีเราห้าร้อยครั้งต่อหนึ่งเดือนคำนี้มันหลอกหลอนเชอรี่แค่ไหน เชอรี่สามารถใช้ชีวิตอยู่บนประโยคนี้ได้จริง ๆ หรือเปล่า กลับไปตกลงตัวเองให้ดีมันไม่ง่ายนะการนอกใจไปในแบบดีกรีเบา ๆ มันก็มีแต่เราดันไปเห็นรายละเอียดในสิ่งที่เขาคุยกัน ภาพเหล่านี้มันจะอยู่ในใจเราตลอดไปถ้าเธอเคยบอกรักเราแม้กระทั่งวันที่เรารักกันใหม่ ๆ มันเคยถึงห้าร้อยไหม เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจะหลอกหลอนเชอรี่ไปตลอดแหละบางคนอยู่ได้บางคนเลือกที่จะไม่อยู่ดีกว่า ซึ่งไม่ว่าทางไหนของให้เชอรี่คิดถึงตัวเชอรี่เองเป็นหลัก ณ วันนี้คือช่วงเวลาที่เราจะยึดถือตัวเราเองเป็นหลักมากที่สุดไม่ต้องไปคิดถึงเขาไม่ต้องไปคิดถึงพ่อแม่เอาที่เราสบายใจที่สุด’ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คือการไปมีคนอื่นเพราะว่าระหว่างคู่ของเรามันมีปัญหา ถ้าตัดสินจากทฤษฎีความรักแบบรักดี ๆ จริง ๆ มันก็ฟังไม่ขึ้นหรอก หมายถึงว่ายังไงก็ต้องมาเคลียร์กันก่อน ไม่ใช่เลือกวิธีการที่จะไปมีคนอื่นมันเป็นแค่ข้ออ้าง แต่ว่าอันนี้พยายามจะเข้าใจในแง่มนุษย์ว่า มันก็คงเกิดขึ้นได้บ้างนั่นแหละ แต่ว่าพอเชอรี่พูดว่า เขาบอกรักกัน 50 / 500 ครั้งต่อวัน พี่จะไปนึกถึงแบบพี่เผือกว่า สิ่งนี้มันดูมีน้ำหนักมากเลยนะว่าหรือจริง ๆ มึงไม่ได้แค่กำลังมีปัญหาหรือจริง ๆ มึงก็แค่อยากมีกับเขา คนที่มันมีปัญหาเพราะว่าแฟนมันไม่ดูแล พี่ว่ามันควรจะออกมาอีกทางนึง แต่มันดูแบบเป็นคนคลั่งรักกันอยู่ ซึ่งพี่ก็เลยไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เขาพูดกับเชอรี่ ความจริงมันเหลืออยู่กี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อนหนูก็อีกคน ไม่รู้เหลือกี่เปอร์เซ็นต์เพราะว่าก็ยังทำกันได้ ถามว่าแล้วยังไงดีจะเลิกหรือจะให้อภัยจริง ๆ ถ้าเลิกกับเขาความเจ็บปวดมันนานแหละ แต่สำหรับพี่มันจะมีเส้นชัยคือมันจะจบ หนูอาจจะต้องแบบเจ็บปวดเสียใจฟูมฟายซึ่งอาจจะยาวนานแต่มันจะจบ แต่ถ้าหนูไม่เลิกสิ่งที่มันติดอยู่ในใจหนูว่า คน ๆ นี้เคยไม่ซื่อสัตย์กับฉัน เคยนอกใจฉันและไปนอกใจกับเพื่อนสนิทของฉันมันจะอยู่นานและไม่รู้ว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่สำหรับพี่ คือมันแล้วแต่บุญแต่กรรมถ้าสุดท้ายแม่งเป็นคนดีจริง ๆ จนกูสบายใจวันนั้นมันก็อาจจะจบหรือมันก็กลายเป็นว่าเชอรี่ก็คือนอยแดกไปเลยทุกครั้งที่รู้ว่าเดี๋ยวเขาต้องไปทำงานด้วยกัน ซึ่งพี่ไม่รู้ว่าในระยะยาวมันจะส่งผลดีกับชีวิตคู่ของหนู ถ้าเทียบกับว่ากูเลิกกับมันตั้งแต่วันนั้นก้จบสิ้นละเรื่องนี้ ก็ให้เขาได้ไปอยู่กับเขาสองคนให้เขารักกันมาก ๆ 500 ครั้งนั่นน่ะอันนี้สำหรับพี่’สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จะบอกว่าคนที่ไม่ควรยุ่งที่สุดเขายังกล้ายุ่ง แล้วหนูจะเอาความไว้ใจที่ไหนเมื่อเขาก้าวออกไปนอกบ้าน วันนึงไปเที่ยวกลางคืนเหล้าเข้าปากหนูจะนอนไม่หลับ ถ้าหนูเลือกจะอยู่ต่อหนูจะกลายเป็นคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ที่ Toxic เขาจะดีหรือไม่ดีไม่มีใครรู้ แต่ตัวหนูไม่มีทางแบกรับความไว้ใจหรือความหวาดระแวงแบบนี้ได้ไปตลอดชีวิตหรอก พี่กำลังจินตนาการให้หนูเห็นภาพนะว่าสมมุติหนูยืนอยู่บนทางสองทาง ทางนึงเป็นทางที่แบบมีขวากหนามแต่มันเป็นประตูที่เขียนว่า Exit หลังประตูเป็นถนนที่เรียบแต่ว่าก่อนที่จะเดินไปมันเป็นทางขวากหนามสั้นหรือยาวอยู่ที่ตัวเองซึ้งพี่เคยอกหักแล้วใช้เวลาซ่อมใจแค่สองวัน ฉะนั้นมันสั้นได้มันย่นระยะเวลาได้ กับอีกทางนึงเป็นทางที่มีแต่เศษแก้วที่ผู้ชายคนนั้นปามาผู้ชายคนนั้นบอกว่าเดินกลับมาเชอรี่แล้ววันนึงฉันจะกวาดถนนเส้นนี้ให้เธอเอง ฉันจะปลูกดอกไม้ให้เธอแต่เธอเดินเหยียบแก้วกลับมาก่อนนะ แล้วนั้นนั้นก็จะมีห้อง ๆ นึงเป็นใบทะเบียนสมรสเมื่อเชอรี่เข้าไปแล้วปุ๊ปจะถูกล็อคประตูทันที โดยที่แบกความสุ่มเสี่ยงไว้ว่ามึงจะกวาดแก้วให้กูได้จริงไหม ถ้าเกิดกวาดจริงทะเบียนสมรสนั้นนอนกอดแบบสวย ๆ ไปเลยแต่ถ้าเกิดทำไม่ได้หนูต้องเดินย้อนกลับมาเหยียบแก้วนั้นอีกครั้งนึงแล้วหนูก็จะต้องเดินผ่านขวากหนามนั้นอีกครั้งนึง เผื่อไปยังประตู Exit ถ้ามีทะเบียนสมรสปุ๊ปหนูต้องแกะกุญแจนั้นอีก อย่างที่พี่บอกว่าหนูยังรู้เลยว่า หนูโครตโชคดีเลยที่ไม่แต่งงานไปก่อนแล้วมารับรู้เรื่องนี้ฉะนั้นความโชคดีมันถูกกำในมือหนูแล้ว เลือกใช้มันว่าจะเดินทางไหนสองทางที่หนูต้องเลือกพี่ให้หนูเลือกเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ส่งกำลังใจให้ทั้งรายการ... หนุ่มวัย 28 โทรปรึกษาในรายการ ผมเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง คุณพ่อเสียไปตั้งแต่ผมอายุ 4 ขวบ อยู่กับคุณแม่แค่สองคน แล้วคุณแม่ก็ป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย หมอบอกอยู่ได้อีกแค่ 1 ปี...

30 มิ.ย. 2023

ส่งกำลังใจให้ทั้งรายการ... หนุ่มวัย 28 โทรปรึกษาในรายการ ผมเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง คุณพ่อเสียไปตั้งแต่ผมอายุ 4 ขวบ อยู่กับคุณแม่แค่สองคน แล้วคุณแม่ก็ป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย หมอบอกอยู่ได้อีกแค่ 1 ปี...

ส่งกำลังใจให้ทั้งรายการ... หนุ่มวัย 28 โทรปรึกษาในรายการ ผมเป็นลูกคนเดียว ไม่มีพี่น้อง คุณพ่อเสียไปตั้งแต่ผมอายุ 4 ขวบ อยู่กับคุณแม่แค่สองคน แล้วคุณแม่ก็ป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย หมอบอกอยู่ได้อีกแค่ 1 ปี ตอนนี้คุณแม่ติดเตียงมา 9 เดือนแล้ว ผมกลัวว่าอนาคต ชีวิตของผมจะไม่เหลือใครเลยสักคน... “คุณเจ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อย นภาพร เกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่กำลังจะไม่เหลือใคร อยากได้กำลังใจในการใช้ชีวิต “คุณเจ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘ตอนนี้เหตุการณ์ชีวิตของผมกำลังจะไม่เหลือใคร ขอท้าวความก่อนว่าชีวิตนี้ผมอยู่กับแม่แค่ 2 คน เพราะพ่อเสียชีวิตไปตั้งแต่ผมอายุ 4 ขวบ ผมไม่มีพี่น้อง แล้วก็ไม่ได้สนิทหรือผูกพันกับญาติ แม่เลยเป็นคนที่ดูแลทุกอย่าง ส่งผมเรียนจนจบปริญญาตรีด้วยตัวคนเดียว แม่ทำงานค่อนข้างหนัก ผมอยากให้เขาได้พักผ่อน ผมเริ่มทำงานได้ประมาณ 2-3 ปี เหมือนชีวิตของพวกเรา 2 คนกำลังจะดีขึ้น แต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว อยู่ดีๆแขนกับขาด้านซ้ายของแม่เริ่มอ่อนแรง ผมพาแม่ไปโรงพยาบาลเพราะคิดว่าคงเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ อาจมีโอกาสที่จะแตกได้ แต่พอหมอตรวจ ปรากฏว่าเจอก้อนเนื้อในสมองขนาดประมาณ 3 เซนติเมตร ซึ่งค่อนข้างใหญ่ วันนั้นผมรู้สึกว่าโลกของผมมันพังทลาย ทำอะไรไม่ถูก ตัวชาไปหมด ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่บอกแม่ว่าเขาเป็นอะไร แต่ยังไงก็ปิดเขาไม่ได้อยู่ดี หลังจากนั้นผมก็พาแม่ไปรักษา คุณหมอได้ทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ ผลออกมาว่าเป็นเนื้อร้าย คุณหมอวินิจฉัยว่าแม่ผมเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีนวัตกรรมหรือยาที่สามารถรักษามะเร็งชนิดนี้ได้ ทำได้แค่ประคับประคองตามอาการ ต่อให้มีโรงพยาบาลดีๆในต่างประเทศก็ยื้อไว้ได้แค่ 1 ปี จนช่วงวันลอยกระทงที่ผ่านมา คุณแม่ยังสามารถเดินได้ปกติ แต่หลังจากนั้น 2 วัน คุณแม่ก็เดินไม่ได้แล้ว เพราะระยะเวลาการลุกลามของมะเร็งมันเร็วมาก คุณหมอเลยจำเป็นต้องผ่าชิ้นเนื้อออก หลังจากการผ่าตัด แม่ผมทำกายภาพจนกลับมาเดินได้ จนกระทั่งแม่เกิดอาการชัก ทำให้ตอนนี้แม่กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากเซลล์สมองส่วนดีถูกทำลายจากการฉายแสงขณะรักษา ผมต้องเป็นคนดูแลผู้ป่วยติดเตียง (Caregiver) คอยดูแลคุณแม่ ตอนนี้เข้าเดือนที่ 9 แล้ว ผมเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ผมควรจะปรับความคิดตัวเองยังไง ถ้าวันหนึ่งคุณแม่ผมไม่อยู่แล้ว ผมจะอยู่ไปทำไม ผมจะต้องอยู่ยังไง? “ดีเจเผือก” ให้คำแนะนำว่า ‘ถ้ามีเหตุการณ์ที่เรากำลังจะเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไป แน่นอนอยู่แล้วว่าจะต้องมีความกลัว ไม่รู้ว่าชีวิตในอนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าคิดในเรื่องของสัจธรรม ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เรื่องแบบนี้ก็ต้องเกิดขึ้น ต่อให้ไม่มีเหตุการณ์การป่วยของคุณแม่ ยังไงสักวันคุณเจก็ต้องอยู่คนเดียว แต่ถ้าคิดในแง่ดี การจากลาแบบนี้ เรายังมีเวลาให้เตรียมใจ ยังมีโอกาสทำในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ในความเลวร้ายยังมีมุมที่พอจะปลอบใจเราได้ คุณเจควรคิดและเผื่อใจไว้บ้างจะได้รับมือกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้’ “ดีเจเติ้ล” เสริมว่า ‘จริงๆแล้วมะเร็งระยะที่ 4 มันไม่มียาที่สามารถรักษาได้ แต่ในบางครั้งมันมักจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าคนไข้มีกำลังใจที่จะสู้ ยังไม่อยากให้คุณเจหมดหวัง แต่คุณเจต้องยอมรับเรื่องกฎของธรรมชาติว่าทุกคนล้วนมีการ เกิด แก่ เจ็บ และตาย ยังไงก็หนีไม่พ้น แต่ชีวิตเราที่เหลืออยู่เราจะต้องใช้ให้มีความสุขที่สุด ให้คุณแม่ของคุณเจที่อยู่บนฟ้ามองลงมาแล้วดีใจ ภูมิใจที่เห็นคุณเจมีความสุขและใช้ชีวิตได้อย่างสวยงาม’ ส่วน “ดีเจอ้อย” แนะนำว่า ‘วินาทีต่อจากนี้คุณเจต้องทำทุกวินาทีให้มีคุณค่ามากที่สุด และรู้ไว้ว่าคุณแม่ของคุณเจจะภูมิใจมากที่ลูกคนนี้ดูแลและได้ส่งคุณแม่จนวินาทีสุดท้าย ในโลกนี้ไม่มีใครไม่พรากจากคนที่เรารัก ยิ่งโตขึ้นคุณเจจะเริ่มเห็นการสูญเสียและการจากลาเพิ่มขึ้น และคนที่เหลืออยู่ทุกชีวิตสามารถใช้ชีวิตต่อได้ ในวันที่คุณแม่จากไป คุณเจต้องทำให้ท่านภูมิใจ เพราะเลือดของคุณแม่จะอยู่ในตัวของคุณเจไปตลอดชีวิต แต่อย่าละเลยวินาทีที่ยังมีคุณแม่อยู่ จงทำในสิ่งที่อยากทำ พูดในสิ่งที่อยากพูด และส่งพลังดีๆให้กันและกัน’ พี่ๆดีเจทุกคนเป็นกำลังใจให้คุณเจที่พบเจอเรื่องแบบนี้ และขอให้ผ่านเรื่องนี้ไปได้ สุดท้ายนี้คุณเจอยากเป็นกำลังใจและแนะนำคนที่เป็นคนดูแลผู้ป่วยติดเตียง (Caregiver) มือใหม่ว่าให้หาเวลาพักผ่อนให้ตัวเองบ้าง อย่าทุ่มให้ผู้ป่วยอย่างเดียว เพราะมันจะทำให้เครียดสะสมได้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

06 ก.พ. 2026

แฟนทำงานร่วมกับทอม ความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ แต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน

แฟนทำงานร่วมกับทอมความใกล้ชิดของเขาทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจแต่แฟนก็บอกว่ามองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นแค่ผู้ชายคนนึงไม่ได้คิดอะไรเกินเลยคำว่าเพื่อน ‘คุณจูลี่’ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่แฟนทำงานร่วมกับทอม แต่การกระทำบางอย่างของทั้งคู่ดูมีอะไรมากกว่าที่คิด ‘คุณจูลี่’ ได้เล่าว่า เธอนั้นได้คบกับแฟนหนุ่มมาเป็นเวลา 3 ปี และกำลังจะเข้าปีที่ 4 ในปีนี้ โดยแฟนไม่เคยมีประวัติการนอกใจ แฟนหนุ่มของคุณจูลี่นั้นเป็นคนที่ใจเย็น และจิตใจดี ทำให้มีเพื่อนเยอะ และเนื่องจากแฟนทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ทำโปรดักชั่นเป็นของตัวเอง จึงทำให้เวลารับงานก็ต้องมีทีมเพื่อน ๆ ไปด้วย เวลาออกจากบ้านไปทำงานก็จะต้องออกจากบ้านไปตั้งแต่เช้า กว่าจะกลับฟ้าก็มืด เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เธอได้ตามแฟนไปทำงาน เป็นการไปดูโลเคชั่นที่ต่างจังหวัด โดยมีทีมไปทั้งหมด 5 คน ประกอบไปด้วย คุณจูลี่ แฟนของคุณจูลี่ เพื่อนของแฟนคุณจูลี่ที่เป็นผู้ชาย 2 คน และเพื่อนของแฟนคุณจู่ลี่ที่เป็นทอม 1 คน ซึ่งเวลาที่คุณจูลี่ตามแฟนไปทำงานทีไรก็มักจะเจอกับเพื่อนทอมคนนี้อยู่เสมอ และในช่วงนี้ที่ได้รับโปรเจกต์ใหญ่มาทำ แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะติดต่อคุยงานกับเพื่อนทอมคนนั้นบ่อยกว่าปกติ เวลามีงานอะไรก็ตาม แฟนของคุณจูลี่ก็มักจะให้เพื่อนทอมคนนี้มาช่วยเป็นคนแรก ๆ เสมอ ในระหว่างวันแฟนของคุณจูลี่ก็จะส่งแชทให้กับเพื่อนทอมคนนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่คุณจูลี่ก็ได้บอกว่า แฟนของเธอนั้นก็ไม่ได้ปิดบังอะไรสามารถให้เปิดดูแชทได้เสมอ คุณจูลี่ยังได้เล่าต่อว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ไปดูโลเคชั่น เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยคุณจูลี่ได้เล่าว่า มีช่วงที่คนในทีมเล่นมุกกันอย่างสนุกสนาน แฟนของคุณจูลี่ก็ไปจับหัวเพื่อนทอมให้หงายลง คล้ายว่าหยอกเล่นกัน ตัวคุณจูลี่ที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามนั้นก็ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดทำให้คุณจูลี่รู้สึกตกใจและเกิดความไม่สบายใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะไม่ต้องการทำให้เสียบรรยากาศ เนื่องจากตรงนั้นมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ทำให้คุณจูลี่รู้สึกไม่สบายใจ ระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งพักเบรก นั่งกินขนมกันอยู่นั้น ก็ได้มีพี่ผู้ชายในทีมถามเรื่องงานแต่งของเธอขึ้นมา สักพักเพื่อนทอมคนนั้นก็ได้พูดขึ้นมาว่า “ทำงานได้เงินมา มึงก็เอาไปลงกับกล้อง เอาไปลงกับอุปกรณ์จนหมดแหละกว่าจะได้แต่ง” พูดแบบนี้ซ้ำสองครั้ง เมื่อกลับกรุงเทพแต่ละคนก็ได้แยกย้ายกันกลับไปยังบ้านของตัวเอง คุณจูลี่ก็ได้ไปกินข้าวกับแฟน จึงได้คุยกันว่าไม่โอเคกับการกระทำในเหตุการณ์นั้น แต่แฟนของคุณจูลี่ก็ได้ตอบกลับมาว่า ตนนั้นจำไม่ได้ว่าตัวเองทำอะไรแบบนั้นไปตอนไหน พร้อมบอกว่าไม่เคยมองเพื่อนทอมคนนั้นเป็นผู้หญิงเลยสักครั้ง แล้วก็ได้แซวคุณจูลี่กลับว่าเธอหึงเขาหรอแล้วก็ขำขึ้นมาหลังจากแซว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ทำให้คุณจูลี่ต้องการปรึกษากับเหล่าดีเจว่าหากครั้งหน้าที่เธอตามแฟนไปทำงาน ควรพูดกับแฟนแบบไหนดีให้แฟนคิดเรื่องนี้ได้ อีกทั้งยังรู้สึกว่าเขาสนิทกันมากเกินไปจนไม่มีเวลาแบ่งมาให้เธอ หลังจากฟังเรื่องราวของคุณจูลี่จบ เหล่าดีเจก็ได้เริ่มให้คำปรึกษา โดยเริ่มจาก ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ที่ได้กล่าวว่า “หนูก็แค่วางตัวเป็นแฟนที่น่ารักตามปกติ เพราะหนูเป็นแฟน และเขาเป็นเพื่อนแค่นั้น เข้าใจความรู้สึกของจูลี่นะ แต่ใด ๆ ทั้งหมดต้องมองด้วยภาพรวม จูลี่อาจจะไปโฟกัสที่เป็นจุดเล็ก ๆ บนผืนผ้าขนาดใหญ่ แต่ก็ไปแหกจนมันใหญ่จนมันหนักกับตัวเรา แต่อยากให้มองภาพรวม ๆ ทั้งหมด แล้วก็ไม่ต้องไปนั่งจับผิด ความเป็นจริงอาจจะไม่ได้ไปขนาดนั้นก็ได้” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้กล่าวว่า “เป็นไปได้ว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดอะไรในเชิงนั้นเลย แต่บางครั้งคนเราอยู่ด้วยกันมันไม่ได้ถูกตัดสินด้วยความผิดหรือถูก หรือด้วยเหตุผลเสมอไป ทั้งหมดทั้งมวล ก็ระวังเรื่องการวางตัวนิดนึง เราแค่ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ อีกฝ่ายมีความสุข ถ้าเราจะพอยอมให้กันได้บ้างบางเรื่อง มันก็จะอยู่รอดกันไปจนแก่จนเฒ่า คนเรามันก็ต้องมีมุมงี่เง่าบ้างแหละสักนิดสักหน่อย” สุดท้าย ‘ดีเจต้นหอม’ ได้กล่าวว่า “เพื่อนแฟนก็ต้องวางตัวดี ๆ ด้วย ละประโยคที่เพื่อนแฟนพูดว่า “มึงก็เอาเงินไปซื้อกล้องแล้วก็ไม่ได้แต่งสักที” เหมือนเขาเข้าข้างเรามั้ย แบบว่าอยากให้รีบแต่ง แต่เรารู้สึกไม่ชอบเขาไปแล้ว เราไม่ต้องตามไปที่ทำงาน ไม่ต้องไปเห็น เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขา จากข้อมูลที่พี่ฟังนะ เรื่องทั้งหมดนี้สำหรับพี่ไม่สามารถมองว่าแฟนผิดได้เลย เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ ถ้าจูลี่คิดจะจับ จูลี่ต้องมีหลักฐานมากกว่านี้ แต่การจับต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล ไม่งั้นเราจะกระวนกระวายใจอยู่คนเดียว แล้วการทนทุกข์ของจูลี่จะมีผลต่อความสัมพันธ์กับแฟน แต่ถ้าสมมติมีอะไรจริง ๆ มันจะมีหลักฐานมากกว่านี้ ถ้าเรารู้สึกว่าผู้ชายคนนี้มีข้อดีมาก ทำไมถึงไม่อยากรักษาความสัมพันนี้ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ พวกนี้แม้ไม่ได้ลึกมาก แต่ก็สะกิดให้เป็นแผลถลอกได้นะ มันจะดีกว่ามั้ยถ้าเราให้เกียรติในการทำงานเขา คนเราสามารถอยู่ด้วยกันโดยไม่ทะเลาะกันได้นะ ถ้าเราเข้าใจกันและกัน ความเข้าใจสำคัญที่สุดจูลี่”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

12 ธ.ค. 2025

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลย เพราะแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลย ทำให้หนูระแวงกลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี??

แฟนเก่า ทำให้หนูกลายเป็นคนมีปมเรื่องความรักไปเลยพี่สาวหนูอาบน้ำอยู่แล้วเงยหน้าไปดู เห็นว่ามีมือถือแอบถ่ายสรุปว่าแฟนหนูไปแอบถ่ายพี่หนูอาบน้ำ นอกจากพี่สาวน้องสาวแท้ๆของแฟนเก่าก็โดน ญาติ คนรอบตัวเขาก็โดนหมดพอเลิกกันไป แฟนเก่าคนนี้ไปคบกับเพื่อนสนิทของหนูอีกตอนนี้ หนูแต่งงานกับสามีใหม่แล้ว แต่หนูไม่ได้บอกเรื่องนี้เลยทำให้หนูระแวงทุกครั้งที่สามีคุยกับเพื่อนหนู หนูก็จะไม่พอใจกลัวว่าเขาจะแอบคบกันเหมือนคนก่อน และ ก็กลัวว่าแฟนจะมีพฤติกรรมแอบถ่ายคนอื่นแบบคนเก่าจะทำยังไงดี?? “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี เป็นสายแรกที่โทรเข้ามาในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (10 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนเก่าแอบถ่ายคลิปพี่สาว แม้จะเลิกกันไปแล้วแต่ก็รู้สึกผิดมาก “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นประมาณ 4 ปีที่แล้ว ตอนนั้นหนูคบกับแฟนมาได้ประมาณ 3 ปี เขาเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเดียวกัน แล้วเขามีปัญหาทะเลาะกับที่บ้านบ่อย โดยเฉพาะกับแม่ เขาเป็นพี่คนโต แล้วแม่เขาเหมือนกลัวว่ามีแฟนแล้วจะสนใจครอบครัวน้อยลง เลยทำให้แม่เขาไม่ชอบหนูหนักมาก ถึงขั้นตามมาด่าพ่อแม่หนูถึงที่บ้าน รุนแรงถึงขั้นสุดท้ายแม่เขาไล่เขาออกจากบ้าน พ่อกับแม่หนูเห็นว่าเขาดีกับหนูมาก ก็เลยให้เขามาอยู่ด้วย แต่ก็แยกบ้านกันคนละหลัง มีวันหนึ่งหลังทานข้าวกับครอบครัวเสร็จ พี่สาวหนูขอตัวไปอาบน้ำก่อน ห้องน้ำบ้านหนูเป็นแบบกำแพงปูนสูง ๆ มีสองห้องติดกัน แล้วมีช่องด้านบนโล่ง ๆ หน่อย ตอนที่พี่สาวอาบน้ำอยู่ เขาเงยขึ้นไปเห็นเสื้อของแฟนหนูพาดบนกำแพง แล้วก็เห็นมือถือที่ยื่นขึ้นมาในท่าทางเหมือนกำลังแอบถ่ายอยู่ พี่สาวหนูตกใจมาก รีบคลุมผ้าออกมาจากห้องน้ำ พี่สาวมาถามหนูว่า ‘เคสโทรศัพท์แฟนสีอะไร?’ หนูก็ตอบว่า ‘สีดำ’ แล้วก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนพี่สาวพาหนูกลับไปดูที่ห้องน้ำ หนูเห็นเสื้อของแฟนพาดอยู่จริง ๆ หนูเลยให้พี่สาวไปพักก่อน เพราะตอนนั้นเขาเสียขวัญมาก ส่วนหนูเดินไปเรียกแฟนออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่นานมาก และพอออกมาก็สั่นเหมือนคนทำอะไรผิด หนูเลยขอดูโทรศัพท์ ซึ่งตอนนั้นไม่มีคลิปอะไรแล้ว หนูเลยเก็บโทรศัพท์ไว้กับพี่สาวเพื่อจะเอาไปให้ร้านเช็คในตอนเช้า คืนนั้นหนูให้น้า คอยเฝ้าแฟนไว้เพราะกลัวว่าเขาจะทำอะไรแปลก ๆ น้าบอกว่าเขานอนไม่ได้ทั้งคืน เดินไปเดินมาเหมือนคนกลัวมาก จนเช้าวันถัดมาเขาป่วย หนูเลยพาไปโรงพยาบาลและเขาขอให้หนูพากลับไปส่งที่บ้านเขา พอหนูไปส่งเขาเสร็จกลับมาถึงบ้านตัวเอง พี่สาวก็เปิดคลิปที่ร้านโทรศัพท์กู้คืนมาให้ดู เป็นหลักฐานชัด ๆ ว่าเขาแอบถ่ายพี่สาวหนูจริง ๆ หนูช็อกมาก เพราะคนนึงก็แฟน อีกคนก็พี่ของตัวเอง หนูกลัวมาก เลยขอให้พี่สาวตัวเองอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับพ่อแม่ หลังจากนั้นหนูขับไปที่บ้านเขาอีกรอบเพื่อมาเคลียร์เรื่องนี้กับเขา แต่เขามีอาการเหมือนคนเสียสติไปแล้ว ทั้งถอดสายน้ำเกลือ ขว้างของ และพยายามทำร้ายหนู หนูเลยเอาเรื่องนี้มาคุยกับญาติของเขาและมานั่งนึกก็รู้สึกแปลกใจว่าเมื่อตอนคบกันแรก ๆ เคยเห็นคลิปคล้าย ๆ แบบนี้ในมือถือเขาแล้ว แต่เป็นคลิปคุณอาของเขาที่โดนแอบถ่าย ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นคลิปทั่วไป เพราะหน้าไม่ชัด เขาก็บอกว่าเป็นแฟนเพื่อนถ่ายเล่นกัน จนตอนหลังมารู้ว่าน้องสาวแท้ ๆ ของเขาก็เคยโดนถ่ายเหมือนกัน… หนูเลยตัดสินใจเลิก แต่ตอนนี้หนูแต่งงานแล้ว สามีดีมาก เราเข้ากันได้ดีทั้งคู่และครอบครัว ถึงจะคบกันไม่นานก่อนจะแต่ง แต่ความสัมพันธ์มั่นคงและอบอุ่นมากจริง ๆ แต่เรื่องในอดีตมันกลายเป็นปมในใจหนูไปแล้ว เวลาสามีคุยกับเพื่อนผู้หญิง หนูก็จะคิดลบ คิดมาก จนต้องกินยาช่วยไม่ให้จิตใจพัง บางทีหนูยังไม่อยากกลับบ้าน เพราะพอเห็นหน้าพี่สาว ก็จะนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาอีก ทั้งที่สามีไม่ได้ทำอะไรผิดเลย กลายเป็นหนูที่หงุดหงิดใส่เขาเฉย ๆ หนูยังไม่กล้าเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้สามีฟังด้วย เพราะมองว่าเรื่องมันหนักมาก ไม่อยากเอาความเครียดนี้ไปให้สามีต้องรับรู้ เลยมาถามว่า…หนูควรทำยังไงดี หนูไม่อยากเอาปมนี้ไปทำร้ายสามีของหนูอีกแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าเราอยากจะแบกความเครียดไว้คนเดียวเพื่อคนที่เรารัก มันไม่ผิดนะ ถ้าเราแบกรับไหวและไม่กระทบกับคนรอบตัว ถ้ากับสามีคนนี้ เราตกลงว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันแล้ว พี่เชื่อว่าเราสามารถเล่าให้เขาฟังได้นะ ยิ่งเป็นเรื่องในใจที่ส่งผลกับชีวิตคู่ในปัจจุบันเป็นพี่ก็จะคุยเรื่องนี้กับเขา ถ้าสามีเอเป็นคนดีแบบที่เล่าจริง พี่เชื่อว่าเขาจะเข้าใจและช่วยหาวิิิธีที่ทำให้เอค่อย ๆ ดีขึ้น การที่เรามีคนอยู่ข้าง ๆ กับเรื่องที่มันหนักมากพี่ว่ามันดีกว่าอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้ควบคู่ไปกับการปรึกษาจิตแพทย์ได้ เชื่อว่าคุณหมอจะมีวิธีการรักษา จัดการกับความคิดที่ยังจดจำเรื่องเดิม ๆ อยู่’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘เคยได้ยินประโยคนี้ไหม อย่าเอาอดีตมากรีดปัจจุบัน วันนี้ถ้าเอรู้สึกว่าเจอคนที่ดีแล้ว เอต้องรักษาเขาไว้ มันเป็นเรื่องของความไว้ใจเพราะงั้นเราต้องมาแก้ไขปัญหานี้ด้วยกัน จริง ๆ เขาอาจจะคิดว่า ฉันไม่ได้คิดอะไร ฉันนั่งกับใครก็ได้ แต่ถ้าเขารับรู้ปมนี้ของเอ เขาจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเอ เพราะงั้นบอกสิ่งที่อยู่ในใจเรา เพื่อให้เขาสร้างความมั่นใจช่วยเหลือไปกับเรา แต่ในส่วนของเอ เอต้องคิดเสมอว่าเราเจอคนดีแล้ว หน้าที่คือต้องรักษาเขาให้ดี ทำให้เขาอยู่กับเราและสบายใจมากที่สุด’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘พี่เป็นคนนอก พี่ฟังเรื่องนี้พี่ยังเห็นใจที่โดนกระทำจากแฟนเก่า อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เล่าแล้วจะยิ่งทำให้เขาทุกข์ใจ พี่ว่าเขาจะเข้าใจและเห็นใจเอนะ เขาจะได้รับรู้เรื่องที่มันเกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบอะไรต่อชีวิตคู่ของเราตอนนี้ แล้วอีกอย่างเอไม่ได้เป็นคนทำ เอเป็นเหยื่อ และซึ่งตอนนี้แต่งงานแล้ว เขาคือคนที่จะต้องอยู่ทุกช่วงเวลาของเราทั้งร้ายและดี และเรื่องสุดท้ายที่พี่จะบอกคือเอต้องไปคุยกับนักจิตบำบัด พี่ว่าสิ่งที่เจอมันอาจจะรุนแรงและฝั่งลึก คำแนะนำพวกพี่อาจจะช่วยเอมากไม่ได้ เอต้องต้องไปคุยแบบลึกซึ้งเลยว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง นักจิตบำบัดจะช่วยเอได้แน่นอน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-