หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

05 ก.พ. 2026

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง

แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด

ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น

จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

‘คุณแจน (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี เป็นสายสุดท้าย ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาจะไปต่างประเทศ แต่จะปฏิเสธคนฝากซื้อของอย่างไรดี

       ‘คุณแจน (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง ปีที่แล้วหนูไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพอพี่ที่ทำงานและคนรอบตัวทราบว่าหนูจะไป ก็จะมีการฝากซื้อของอยู่ตลอด

       แต่จะมีบางคนที่ชอบฝากซื้อของจำพวกเครื่องประดับและสกินแคร์ ซึ่งสกินแคร์ค่อนข้างมีน้ำหนักมาก ทำให้หนูต้องคอยระวังและรับผิดชอบของเพิ่มขึ้น บางครั้งหนูก็ไม่ได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเผื่อไว้มาก เพราะแค่เสื้อผ้าสำหรับไปเที่ยวหน้าหนาวก็ค่อนข้างหนักอยู่แล้ว รวมถึงของฝากที่หนูตั้งใจซื้อมาให้ทุกคนอยู่แล้วด้วย

       ซึ่งการรับฝากซื้อของยังค่อนข้างใช้เวลาระหว่างทริปเยอะ ทำให้เวลาท่องเที่ยวของหนูลดลงไปพอสมควรแต่คนที่ฝากซื้อก็เป็นพี่ ๆ ในออฟฟิศที่เคยช่วยเหลือหนูมาตลอด รวมถึงเพื่อนและคนรอบตัวที่สนิทกัน ทำให้หนูค่อนข้างลำบากใจที่จะปฏิเสธ

       ตอนนี้หนูกำลังจะมีทริปใหม่เร็ว ๆ นี้ และกังวลว่าหลายคนอาจคาดหวังว่าจะฝากซื้อของได้เหมือนครั้งก่อน เลยอยากขอคำแนะนำว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนไว้ได้ เพราะหนูกลัวว่าถ้าปฏิเสธ อาจทำให้เขามองว่าหนูไม่มีน้ำใจ”

       เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “จริง ๆ แล้วสกินแคร์สมัยนี้ก็มีนำเข้ามาขายในประเทศไทยค่อนข้างเยอะแล้ว อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ ไม่จำเป็นต้องฝากซื้อจากต่างประเทศเสมอไป แต่ถ้าในมุมที่เราจำเป็นต้องปฏิเสธจริง ๆ อาจใช้วิธีพูดแบบนุ่ม ๆ ได้ เช่น บอกว่า “เดี๋ยวขอดูน้ำหนักกระเป๋าก่อนนะ” หรือ “ถ้ามีเวลาไปและหาเจอ เดี๋ยวจะซื้อมาให้นะ” ซึ่งเป็นการตอบที่ไม่ได้รับปากไว้ก่อน จริง ๆ แล้ว เราสามารถพูดได้หมดเลย”

       ต่อมา ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า “พี่มองว่าการที่ครั้งที่แล้วเราซื้อและหิ้วของกลับมาให้ทุกคนได้ ถือเป็นจังหวะที่ดีมากที่เราจะใช้โอกาสนี้อธิบายสถานการณ์ของตัวเอง เช่น อาจเล่าให้เขาฟังว่า ครั้งที่แล้วที่หิ้วของกลับมาให้ น้ำหนักกระเป๋าเกิน ทำให้ค่อนข้างลำบาก ซึ่งถ้าคนที่ฝากซื้อเป็นพี่ ๆ ที่ทำงานที่น่ารักและสนิทกัน พี่ก็มองว่าเราสามารถคุยกับเขาแบบน่ารัก ๆ ได้ อาจจะพูดตรง ๆ ถึงปัญหาที่เราเจอ โดยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธแบบตัดขาดหรือทำให้รู้สึกไม่ดี แต่เป็นการอธิบายให้เขาเข้าใจในข้อจำกัดหรือสถานการณ์ของเรามากกว่า”

       ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “พี่เองก็เคยเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่ค่อยเก่งเหมือนกัน เลยเลือกใช้วิธีที่ไม่ปฏิเสธตรง ๆ แต่เป็นการพูดแบบกึ่งรับกึ่งสู้มากกว่าหรืออาจใช้วิธีประเมินเองก่อนว่า ของชิ้นไหนพอจะซื้อให้ได้ก็ซื้อให้ แต่ถ้าเป็นการฝากซื้อที่ดูไม่ค่อยเกรงใจ หรือจำนวนเยอะเกินไป ก็อาจเลือกที่จะไม่รับฝากซื้อในส่วนนั้น”

 เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

04 ก.ค. 2025

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิงจะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่นเพื่อนคนนี้บอกว่า มาเลย นอนด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา หนูรู้สึกว่าอยากประหยัดเงิน แต่จะบอกแฟนหนูยังไงดีให้เขาเข้าใจว่าจะขออยู่ห้องเพื่อนผู้ชายคนนี้ กลัวว่าแฟนจะหึง แต่ถ้าต้องไปจ่ายค่าโรงแรมเองหนูก็คิดว่าจะรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว “คุณทราย (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องราววีซ่าเหลือ อยากเที่ยวต่อ มีเพื่อนให้พักฟรีแต่ก็ดันเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่กลัวแฟนไม่สบายใจ โดย “คุณทราย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอยู่ประเทศญี่ปุ่น โครงการ 1 ปี เดือนหน้าจะเรียนจบแล้วแต่วีซ่ายังไม่หมดจึงวางแผนที่จะเที่ยวต่อ ซึ่งการวางแผนเที่ยวก็ต้องจองโรงแรมก่อน แต่เราก็มีเพื่อนที่ยังอยู่ญี่ปุ่นสามารถให้เราไปพักฟรีด้วยได้ แต่ประเด็นคือ เขาเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่เราเป็นผู้หญิง หนูเองก็มีแฟนอยู่ที่ประเทศไทยก็เลยตัดสินใจอยู่ว่าจะจองโรงแรมดีมั๊ยหรือว่าไปนอนหอพักกับเพื่อนดี แต่ก็เกรงใจแฟนกลัวแฟนจะไม่สบายใจ ไม่รู้จะบอกแฟนยังไงดี? ปกติหนูกับแฟนมีอะไรจะปรึกษากันตลอด มาอยู่ญี่ปุ่นความสัมพันธ์ก็ยังดี แต่ช่วงนี้เขาไปเกณฑ์ทหาร ก็เลยไม่ได้ปรึกษาในเรื่องนี้ หนูอยากไปอยู่หอเพื่อนผู้หญิงก็เป็นหอในไปอยู่ด้วยไม่ได้ หนูอยากจะถาม 2 คำถามคือ 1. ในฐานะที่หนูยังเป็นนักศึกษาอยู่ยังไม่มีรายได้ของตัวเอง ควรจะอยู่หอเพื่อนหรือไปจองโรงแรมดี 2. ถ้าตัดสินใจไปพักกับเพื่อนผู้ชายจะบอกแฟนยังไงดี’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘จะไปนอนที่หอพักของเพื่อนผู้ชายไม่ได้เด็ดขาดไม่ว่ากรณีไหนก็ตามเพราะเขาเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง บนโลกใบนี้ผู้หญิงผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้แต่จะไปนอนค้างด้วยกันเป็นเดือนไม่ได้ หรือถ้ามีเหตุจำเป็น มากที่สุดก็ให้แค่ 1 คืนเท่านั้น หรือไม่ก็ไปหาที่พักแบบ Airbnb หรือ Hostel อะไรราคาถูกก็นอนไป อย่าดิ้นรนหรือพยายามทำอะไรเกินตัว การอยู่ต่อเพื่อที่จะเที่ยวเพราะวีซ่าเหลือ มันไม่ใช่เหตุผลจำเป็นอะไรเลย ที่สำคัญเรื่องนี้อย่าไปเอ่ยปากถามแฟนเด็ดขาดเพราะจะกลายเป็นว่าทำไมเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ เขาอาจจะระแวงเราไปเลย จากความสัมพันธ์ดี ๆ จะกลายเป็นไม่โอเค จริงอยู่ที่เราไว้ในแฟนแต่เราไม่ควรไว้ใจคนอื่นหรือใครทั้งสิ้น’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘จริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟนหึง แต่มันมีเรื่องความปลอดภัยของตัวเราเองเข้ามาเกี่ยวด้วย เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำอะไรเรา รู้จักกันมาแค่ 1 ปีเอง ไม่มีใครการันตีได้เลย ต้องคิดถึงตรงนี้ด้วย หรือสมมติว่าอยากมาหางานที่นี่ ก็ตั้งเดดไลน์ไว้ ถ้าเดือนนี้เราเช่าคอนโด แล้วต้องหางานให้ได้ภายในตอนไหน ถ้าเดือนนี้ไม่สามารถมีเงินจ่ายค่าคอนโดได้ให้บินกลับเลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เราเหมือนเป็นโดราเอม่อนในที่ทำงาน คนในบริษัทเป็นเหมือนโนบิตะที่วิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เพียงเพราะว่าหัวหน้าใหม่แจกงานไม่เป็น

19 มี.ค. 2026

เราเหมือนเป็นโดราเอม่อนในที่ทำงาน คนในบริษัทเป็นเหมือนโนบิตะที่วิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลา เพียงเพราะว่าหัวหน้าใหม่แจกงานไม่เป็น

เราเหมือนเป็นโดราเอม่อนในที่ทำงานคนในบริษัทเป็นเหมือนโนบิตะที่วิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลืออยู่ตลอดเวลาเพียงเพราะว่าหัวหน้าใหม่แจกงานไม่เป็น ‘คุณม่อน (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (18 มีนาคม 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นเป็นเหมือนโดราเอม่อน ที่คอยแก้ปัญหาให้กับคนในบริษัท โดย ‘คุณม่อน (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “ปกติแล้วเราเป็นคนที่มีความสามารถในการทำหลายสิ่ง แต่เราก็ไม่ได้เก่ง และไม่ได้มีความถนัดในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ ในที่ทำงานของเรา เวลาที่คนอื่นมีปัญหา เราก็จะเป็นคนที่คอยช่วยคนอื่นเสมอ ในขณะเดียวกันเราก็ยังสามารถทำงานของตัวเองได้ด้วยดี จนวันหนึ่งมันกลับมีปัญหา ในตอนที่หัวหน้าคนเก่าของเราได้ลาออกจากบริษัท ด้วยตำแหน่งงานที่ต้องจัดการดูแลหลายสิ่งหลายอย่าง ทำให้ตำแหน่งหัวหน้าขาดคนเข้ามาสมัคร และเว้นว่างมาเป็นระยะเวลานาน จนท้ายที่สุด ทางบริษัทก็ให้คนที่เขารู้จักมาทำงานตำแหน่งนี้แทน นับจากวันนั้น จนถึงวันนี้ หัวหน้าคนใหม่ได้ทำงานมาเป็นระยะเวลา 6 เดือนแล้ว แต่เขากลับทำงานไม่เป็น ในตอนที่หัวหน้าคนใหม่เข้ามาครั้งแรก เขาก็บอกว่า “ให้ทุกคนขอคำแนะนำจากคนเก่านะ” ซึ่งเราเป็นคนที่เหลืออยู่ในตอนนั้น ส่วนคนอื่น ๆ ได้ลาออกตามหัวหน้าคนเก่าไป ทุกครั้งเวลามีพนักงานใหม่สมัครงานเข้ามา หัวหน้าก็มักจะพูดว่า “มีอะไรให้มาถามเรานะ” เมื่อหัวหน้าบริหารงานไม่เป็น ก็ทำให้พนักงานลาออกผลัดเปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ เพราะทุกคนมองว่า หัวหน้าคนนี้ไม่สามารถเป็นผู้นำให้กับพวกเขาได้ เพราะเขาไม่รู้เรื่องอะไรเลย ส่วน HR ในบริษัทก็รับรู้ถึงปัญหาตรงนี้ แต่เหมือนว่าเขาก็คงเป็นคนที่ต้องแบกรับงานเหมือนกับเรา ทุกวันนี้ เวลาที่ทุกคนมีปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม เขาต้องเดินมาถามเรา ตั้งแต่งานเอกสาร งานที่ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งของเรา หรือแม้กระทั่งของในบริษัทพังเสียหาย ก็กลายเป็นเราที่ต้องคอยแก้ปัญหา โดยปกติแล้วหัวหน้าคนเก่าจะเป็นคนที่จัดการทำเอกสารและส่งให้กับหัวหน้าสูงสุดของบริษัท แต่ในทางกลับกัน หัวหน้าคนใหม่ เขาทำอะไรไม่เป็น อย่างมากสุดเขาก็ทำได้แค่เซ็นต์เอกสารเพียงเท่านั้น ส่วนหน้าที่ตรงอื่นมันกลับกลายเป็นเราที่ต้องมาทำแทน รวมถึงการสอนงานของพนักงานใหม่ที่เข้ามา ก็เป็นเราที่ต้องทำ เราเคยทนไม่ไหวกับเรื่องพวกนี้ จนระเบิดอารมณ์ใส่หัวหน้าไปครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นเหมือนเขาก็พยายามที่จะเรียนรู้งานเพิ่มขึ้น แต่สุดท้ายแล้ว มันก็วนกลับมาที่ตัวเราอีกอยู่ดี เราพยายามหาทางออกให้คนอื่น จนถึงขั้นทำกระดาษคู่มือสอนงานต่าง ๆ วางไว้ให้ทุกคนได้อ่าน แต่กลับไม่มีใครสนใจ จนตอนนี้เรารู้สึกว่าชีวิตของเรามันมีปัญหาแล้ว เพราะเราไม่สามารถทำงานของตนเองได้อย่างเต็มที่ ทุกคนมองเหมือนเราเป็นโดราเอม่อน มีโนบิตะวิ่งเข้ามาร้องขอความช่วยเหลือ เราจะทำยังไงดี ให้คนอื่นไม่มองว่าเราเป็นโดราเอม่อนของเขา เราอยากให้คนอื่นพึ่งพาหัวหน้ามากกว่านี้ หรือพึ่งพาตัวเองให้ได้ จะมีวิธิปฏิเสธ หรือจะมีวิธีที่ทำให้ทุกคนรู้จักการจัดการงานของตัวเองให้มากขึ้นมั้ยคะ” เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “สำหรับเรื่องงานแล้ว มองไม่เห็นหนทางของการประนีประนอมให้เรื่องนี้เลย ปกติแล้วเวลามีปัญหา ตัวแปรสำคัญที่จะช่วยแก้ไขปัญหาคือ หัวหน้า และ HR แต่ในเมื่อ 2 ตำแหน่งนี้มันมีปัญหา แนะนำให้ลาออก เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกงานเหมือนกัน ถ้าบริษัทเลี้ยงคนห่วย ๆ เอาไว้ เพียงเพราะว่าเขาใจไม่แข็งพอ ในขณะเดียวกันเขาก็ได้ทำลาย และเสียคนที่เก่งออกไปจากองค์กร มันเกิดขึ้นมากมาย ถ้าเขามองเห็นความสามารถของเราเขาจะยื้อเราไว้ และเขาจะปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง แต่ถ้าเขาไม่ทำ เราก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ ไปหาที่ที่เราทำงานแล้วมีความสุขดีกว่า” ทางด้านของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าการลาออกคือตัวเลือกสุดท้าย เราลองทำคู่มือขึ้นมาให้คนอื่นได้มาศึกษางาน ใครที่จะเข้ามาก็เชิญอ่านสิ่งนี้ แต่ในเมื่อเขาไม่สนใจ ก็ต้องยอมใจร้ายกลายเป็นไจแอนของเขาแทน เป็นเราจะไม่อดทน ถ้ามีทางเลือกอื่น ก็ลองไปหางานใหม่ดีกว่า” ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ในเมื่อบอกเขาไปแล้ว แล้วก็ยังกลับมาทำเหมือนเดิมก็ลาออก การที่เขาเอาคนไม่มีความสามารถเข้ามาทำงาน เพราะว่าเขามีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เรื่องแบบนี้มันคุยกันยาก หรือถ้าไม่ลาออก และไม่อยากแบกรับภาระพวกนี้ต่อไป ลองให้น้องพนักงานใหม่ทำวิดีโอสอนงาน แล้วนำมาให้เราตรวจ เมื่อเสร็จแล้วก็ให้เขานั่งดูในทุก ๆ วัน เมื่อถึงวันหนึ่งเขาจะไม่ถามเราอีก ทุก ๆ การถามของเขาต้องมีคลิปมาส่งเรา และเราก็สามารถนำคลิปนี้ไปใช้ต่อได้กับคนใหม่ ๆ ที่เข้ามาอีกด้วย”เรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

นักศึกษาท้อใจ โทรเล่าความรู้สึกเหมือนโดนอาจารย์ใช้อำนาจข่ม ขายหนังสือเรียนหลายร้อย แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องเงิน ต้องส่งตัวเองเรียน ไปขออาจารย์ถ่ายแบบฝึกหัดแล้วส่งออนไลน์พร้อมเพื่อนคนอื่นได้ไหม? อาจารย์บอก ไม่ได้ มันจะละเมิดลิขสิทธิ์ สุดท้ายต้องจำใจจ่ายเงิน

20 พ.ย. 2023

นักศึกษาท้อใจ โทรเล่าความรู้สึกเหมือนโดนอาจารย์ใช้อำนาจข่ม ขายหนังสือเรียนหลายร้อย แต่เรามีข้อจำกัดเรื่องเงิน ต้องส่งตัวเองเรียน ไปขออาจารย์ถ่ายแบบฝึกหัดแล้วส่งออนไลน์พร้อมเพื่อนคนอื่นได้ไหม? อาจารย์บอก ไม่ได้ มันจะละเมิดลิขสิทธิ์ สุดท้ายต้องจำใจจ่ายเงิน

“คุณแซ่บ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่รู้สึกเหมือนโดนอำนาจข่มทางการเรียน โดย “คุณแซ่บ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ล่าสุด เปิดเทอม 2 ซึ่งในแต่ละรายวิชาก็เหมือนจะให้เราได้เลือกซื้อหนังสือ ใครจะซื้อหรือไม่ซื้อก็ได้ แล้วมันก็มีอยู่วิชานึงที่เรารู้สึกว่าเราไม่ซื้อก็ได้ เราหารกับเพื่อนเหมือนครั้งก่อน ๆ ที่เคยเรียนมา เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนึงไม่ได้ใช้ขนาดนั้นเพราะเหมือนที่อาจารย์สอนก็มีสไลด์ให้ แล้วมันมีอยู่วิชานึงอาจารย์ก็ให้ลงชื่อคนที่ซื้อหนังสือ เพราะว่าเขาจะนับจำนวน หนูไม่ได้ลงชื่อเพราะหนูหารกับเพื่อนเลยเขียนเป็นชื่อเพื่อนลงไป ทีนี้พอส่งกระดาษรายชื่อไป อาจารย์เขาเหมือนเห็นว่าที่ช่องชื่อหนูไม่มีการลงชื่อ อาจารย์เลยเรียกให้หนูไปคุยหน้าห้อง แต่ที่หน้าห้องก็มีเพื่อน ๆ นั่งอยู่ แล้วอาจารย์เขาก็บอกว่า ‘หนูแน่ใจหรอว่าหนูจะไม่ซื้อหนังสือ ตัวนี้จะเปิดเรียนเป็นเทอมสุดท้ายแล้วนะ’ ก็คือปีหน้าเขาจะปรับหลักสูตรอะไรแบบนี้ จะไม่ซื้อจริง ๆ หรอ หนูก็เลยตอบไปว่า ‘จริงค่ะ อยากลดค่าใช้จ่าย’ อาจารย์ก็เลยถามว่า ‘แล้วถ้าอาจารย์ให้ทำแบบฝึกหัดจะทำยังไง’ หนูเลยตอบว่า ‘ก็คงให้เพื่อนถ่ายหน้าแบบฝึกหัดมาให้ แล้วหนูจะเขียนคำตอบในโทรศัพท์แล้วค่อยส่งผ่านระบบแทนอะไรแบบนี้’ แล้วอาจารย์เขาก็บอกมาว่า ‘ถ้าอย่างนั้นมันจะติดเรื่องลิขสิทธิ์นะ หนูต้องเขียนหนังสือขออนุญาตอาจารย์’ เขาบอกว่าถ่ายรูปแล้วเขียนคำตอบลงกระดาษแล้วก็ส่งอาจารย์เขาอีกที เขาก็จะให้เขียนหนังสือแล้วก็จะเซ็นต์เก็บเป็นหลักฐานเอาไว้ แล้วทีนี้หนูก็เหมือนถามอาจารย์ว่ายังมีเพื่อนอีกหลายคนที่ไม่เอา ทำไมอาจารย์ไม่เรียกมาทีเดียวอาจารย์ เขาก็ตอบว่ามันเหมือนเช็คชื่อยังไม่ถึง หนูก็เลยบอกว่าโอเคค่ะ เดี๋ยวสัปดาห์หน้าหนูจะเอาหนังสือของญาติมาส่งอาจารย์ แล้วทีนี้หนูก็ไปนั่งที่พอซักพักอาจารย์เขาก็ปล่อยกลับให้กลับได้เลย หนูก็สงสัยว่าทำไมเขาไม่เห็นเรียกคนอื่นเลย แล้วหนูก็เอาเรื่องนี้มาปรึกษาที่บ้าน เพราะว่าในความรู้สึกหนู อาจารย์เขาเหมือนถามย้ำซ้ำ ๆ ว่า ‘จะไม่ซื้อจริงหรอ ถ้าแบบเกรดไม่ดีจะทำยังไง’ ในความรู้สึกหนูเหมือนกับว่าถ้าไม่ซื้อหนังสือ เกรดหนูจะไม่ดี ที่บ้านก็เลยบอกว่าให้ซื้อไปเถอะลูก ให้มันจบ ๆ ไป เพราะว่าในตอนมัธยม หนูมีปัญหาอะไรแบบนี้แล้ว คือให้ลงชื่อเรียนพิเศษ แต่ว่าหนูไม่ได้ลงเรียน ทีนี้อาจารย์ที่เขาสอนพิเศษเหมือนเขาขายคอร์สพร้อมข้อสอบย่อย ที่จะเอาไปออกข้อสอบนักเรียนทั่วไป เหมือนนักเรียนที่เขาเรียน จะรู้แนวข้อสอบอยู่แล้ว แล้วห้องที่ไม่ได้เรียนก็ต้องมานั่งลุ้นเอาว่าจะออกอะไร ในความรู้สึกส่วนตัวหนูรู้สึกเหมือนมีอคติกับบุคลากรที่ทำแบบนี้ มันไม่ดี หนูอยากพูด มันรู้สึกอึดอัดมากเลย เหมือนหนูรู้ว่ามันผิด แต่ก็ต้องยอม หนูก็เลยอยากถามพวกพี่ ๆ ว่า ‘ถ้าสมมติเราเจอเหตุการณ์แบบนี้ สายการทำงานแบบนี้ เจอแบบนี้ในสังคม เราควรจะปรับตัวยังไง จะตั้งรับยังไงดีคะ ?’ ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็วันนึงที่เราออกมาเราอย่าเป็นคนแบบนั้น เราคือเด็กรุ่นใหม่แล้ว เราก็คือมองแล้วจำไว้เลยว่านี่คือคนในยุคนี้ คนที่มันทุจริตเล็ก ๆ น้อย ๆ พอรวมกันแล้วมันกลายเป็นฟันเฟืองที่ยิ่งใหญ่ แล้วถ้าเกิดคนพวกนี้ที่ทุจริตไปอยู่ในจุดที่มีอำนาจสูงสุด มันก็จะทำความฉิบหายได้เยอะมาก เราเติบโตมาแล้ว อย่าเป็นอย่างงั้น หนูจะใช้ชีวิตยังไง ก็คงใช้ชีวิตตามน้ำ ซื้อก็ซื้อเพื่อตัดปัญหา เหมือนไม้ซี่ที่งัดไม้ซุงไม่ไหว’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มองไปรอบ ๆ ตัว ก็เห็นการโกงกันซึ่ง ๆ หน้าเยอะเลย พี่ไม่สามารถจะบอกให้แซ่บไปต่อสู้ความถูกต้องอะไร เพราะว่ารู้สึกแย่เหมือนกันที่เราจะบอกเด็กคนนึงไม่ได้ว่าแบบ งั้นหนูก็สู้เพื่อความถูกต้องสิ เพราะเรารู้อยู่แก่ใจว่าสู้ ร้องเรียนอะไรก็ไม่ได้ดีขึ้นมา แซ่บลองมองออกไปนอกมหาลัยมันมีอะไรที่ไม่โปร่งใสเต็มไปหมด คำถามคือแล้วเราคิดยังไง คือคนเจนพี่ฝากความหวังไว้ให้คน GEN Z นะ ว่าเด็กที่กำลังตาม ๆ มา มันเติบโตมาพร้อมกับตรรกะชีวิตอีกแบบนึง พี่มองขึ้นไป GEN ก่อนหน้าพี่มันแก้อะไรไม่ได้แล้ว รุ่นพี่ก็ยังไม่ได้เป็นรุ่นที่คิดได้เหมือนรุ่นใหม่ ๆ รุ่นพี่ก็ยังอยู่ในรุ่นปรับตัว คนที่ปรับได้เหมือนเราก็มี คนที่มันยังอยู่กับชุดความคิดเดิม ๆ ก็มี ซึ่งมันไม่โปร่งใสเต็มไปหมด พวกพี่ก็ไม่ได้พอใจ พี่ถึงให้คำแนะนำกับแซ่บไม่ได้ว่าให้สู้เพื่อความถูกต้องสิ เพราะสู้ไปก็เท่านั้น’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พอฟังเสียงแซ่บเหมือนแซ่บจะผิดหวัง เดี๋ยวจะเฟล พี่แค่รู้สึกว่ามันมีครูที่เป็นแบบคนนี้หนึ่งคน แต่พี่ก็เชื่อว่าอาจารย์ท่านอื่น ๆ ก็ไม่เป็นแบบนี้กับแซ่บ มันก็ต้องมีอาจารย์ดี ๆ ด้วย แต่ถูกต้องแล้วที่หนูรู้สึกผิด พี่เห็นด้วย แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว แล้วเราจะทำยังไงกับตัวเองต่อ ไม่อยากให้ตัวเองหมดหวังสิ้นหวัง หมดกำลังใจ ก็ต้องบอกตัวเองเลยว่าเราจะไม่เป็นคนแบบนั้นเหมือนที่เคยพูดกัน เราก็จะไม่ทำแบบนี้กับคนอื่น เพราะตอนนี้เราควบคุมมันได้ แต่ตอนนั้นเราควบคุมไม่ได้เพราะอาจารย์นั่นมันเป็นคนแบบนั้น ในกลุ่มอาจารย์ที่เยอะ ๆ นางก็เป็นคนนิสัยแบบนั้น แต่เอาจริงมันอาจมีเหตุผลเบื้องหลัง บางคนเขาเสนอว่าแบบ คณะอาจเสนอมาว่าแบบช่วยหน่อยเว้ย ดันหนังสือขายหน่อย อะไรอย่างงี้เพราะเราก็ไม่รู้เบื้องหลังรู้ดีเทลละเอียดขนาดนั้น ตัวแซ่บเองก็ไม่รู้ มันก็เป็นไปได้หมดเลย ที่จะทำให้คน ๆ นึงตัดสินใจทำอะไรลงไป อย่างที่เราเห็นในข่าว เราไม่รู้ว่าคน ๆ นั้นเขาเจออะไรมาหรืออะไอย่างนี้ด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูชอบหนุ่มเทสเด็กสยาม แต่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนสาวภูธรธรรมดาๆ ปัดแอปหาคู่ แมตซ์แล้วก็ไม่มั่นใจ แต่งตัวทั้งวันกว่าจะไปเดตกับเขาได้ เฟลสุดเคยโดน Unmatched อยากได้วิธีสร้างความมั่นใจให้สาวภูธรคนนี้หน่อยค่ะ

23 ธ.ค. 2024

หนูชอบหนุ่มเทสเด็กสยาม แต่รู้สึกว่าตัวเองเหมือนสาวภูธรธรรมดาๆ ปัดแอปหาคู่ แมตซ์แล้วก็ไม่มั่นใจ แต่งตัวทั้งวันกว่าจะไปเดตกับเขาได้ เฟลสุดเคยโดน Unmatched อยากได้วิธีสร้างความมั่นใจให้สาวภูธรคนนี้หน่อยค่ะ

“คุณเบสท์ (นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคือวันพุธที่ [18 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเราเป็นสาวภูธร แต่ชอบหนุ่มเทสสยาม โดย “คุณเบสท์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่มีแฟนมานานแล้ว หนูก็อยากมีแฟนสักที เพื่อนรอบข้าง มีแฟนกันหมดแล้ว เราก็อยากมีบ้าง แต่ด้วยความที่หนูเป็นสาวภูธร ชอบหนุ่มเชิ้ต กางเกงสแล็ค และหนูไม่ค่อยได้เจอใครทั้งเรียน ทั้งทำงานด้วย เจอคนน้อยมากหนูก็เลยไปโหลดแอปพลิเคชันนึงที่เป็นแอปหาคู่ หนูก็เลยไปโหลดมา ซึ่งตัวหนูเป็นคนที่ถ่ายรูปมีเทสนิดนึง แต่หนูไม่มีความมั่นใจ หนูไม่ได้เป็นคนเทสดีขนาดนั้น หนูจะมอมมากเลยบางวัน แต่ในโซเซียลจะแต่งตัวไปถ่ายรูปปกติเหมือนแบบ “เทสที่สร้างกับร่างที่เป็น” หนูเป็นคนที่แบ่งเวลาชัดเจน แล้วเวลาที่หนูทำอะไร หนูไม่มีเวลามานั่งแต่งตัว แต่ละวันขนาดหนูไปเรียน ไปทำงานหนูก็หน้าสด แล้วเวลาหนูไปเดตหนูก็จะไม่มีเวลาเตรียมตัว เพราะเลือกเครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า นานมาก แล้วทีนี้เวลาหนูไปเดต กลับมาหนูจะได้เพื่อนพี่น้อง ไม่ได้แฟนสักคนและยิ่งกว่าทำให้หนูไม่มั่นใจกว่าเดิม คือบางคนเขา Unmatched หนูเลยนะ เวลาที่ไปเดตจะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดเลย เป็นคนที่ชวนคุยไม่เก่งแล้วหนูไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่นั่งยิ้ม รอให้ผู้ชายชวนพูดก่อน เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากพี่ๆดีเจว่า “หนูไม่มีความมั่นใจ เลยอยากขอความมั่นใจในการเดต” ทางด้านดีเจทั้ง 3 ท่าน “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” หลังจากที่ได้พูดคุย และได้ดูรูปภาพของคุณเบสท์ ดีเจทั้งสาม ให้ความคิดเห็นไปในทางเดียวกันว่า ไม่ภูธร ออกจะเป็นแนวเด็กศิลปะด้วยซ้ำเธอดูมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง ไม่มอมถือว่าเป็นคนที่จัดจ้านปกติ ให้ตัดเรื่องความภูธรออกไปได้เลย คิดว่าภายนอกไม่เกี่ยว คิดว่าอาจจะต้องหานิสัยคนคุยที่เข้ากัน และประเด็นมันอยู่ตรงที่เราพูดไม่เก่ง ทำให้เราไม่มีเสน่ห์ ไปเดตกันแล้วให้เขาต้องพูดอยู่ฝ่ายเดียวเขาก็เหนื่อยนะ ตอนนี้มันอยู่ที่จังหวะกันเดตแล้วล่ะ คุยอะไรให้เขาเห็นแบบไหน? คิดว่าก็ต้องไปเจอคนที่เขาชอบแบบเรา แล้วต้องดูเรื่องของการพูดคุย ต่อให้เราคุยไม่เก่งมันก็ต้องมีคนที่ชอบเราในแบบที่เราเป็น ลองเป็นตัวของตัวเองดู อย่าท้อมันแค่อาจจะยังไม่เจอ ถ้าคิดรักทางออนไลน์แล้วต้องอดทน แล้วก็อาศัยการนัดเดตในการพัฒนาตัวเองทำให้เราคุยเก่งขึ้น แล้วเวลาไปเดตต้องอยากรู้จักเรื่องของเขาบ้างเรียนรู้ในตัวเขา ใส่ใจเรื่องของเขาให้มากว่าของเรา จะทำให้คุยสนุกกว่าเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-