เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

30 ม.ค. 2026

เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง

เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง

แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ

แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

         ‘คุณบอลลูน หรือ ดีเจต้นหอม’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 มกราคม 2569) ได้ขอคำปรึกษา ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่ตนนั้นกลัวลูกไม่รัก จึงสร้างบุคลิกที่ชื่อว่า ‘บอลลูน’ เพื่อรับมือลูกในตอนที่เขาไม่เชื่อฟัง

         ‘คุณบอลลูน (ดีเจต้นหอม)’ ได้เล่าว่า “ด้วยความที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เวลาเลี้ยงลูก จะมี 2 ร่าง เป็นร่างที่น่ารักและไม่น่ารัก เช่น เมื่อสอนการบ้านก็จำเป็นต้องดุ แต่ก็กลัวว่าดุอย่างเดียวแล้วลูกจะไม่รัก เลยต้องสร้างอีกร่างขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ชื่อว่า ‘บอลลูน’

         ร่างนี้ปรากฏขึ้นมาครั้งแรก ตอนที่ลูกงอแงมาก ๆ จนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร จึงทำเสียง “บลิ๊ง ๆ ๆ… สวัสดีครับ” ลูกชายงงไปสักพัก แต่ก็ถามว่า “นั่นใคร ?​​” นั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ทำ ได้ผลกับเด็กที่งอแงอยู่ จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส และใจดีไปว่า “บอลลูนครับ บอลลูนมาช่วย ‘ปกป้อง(ชื่อลูกชาย)’ ปกป้องต้องการความช่วยเหลือไหม ทำการบ้านอยู่ใช่ไหม?” หลังจากตอบกลับไปแบบนั้น ปรากฏว่า ลูกชายยอมทำตามและสนุกกับร่างที่ชื่อว่าบอลลูน

         หลัง ๆ มานี้ ปกป้องมีการกดปุ่มบอลลูนด้วยตัวเอง เมื่อกดปุ่ม ต้นหอมต้องกลายเป็นร่างบอลลูนทันที ซึ่งปฏิกริยาที่แสดงออกต่อ แม่(ร่างปกติ) และบอลลูน(ร่างใจดี) ก็แตกต่างกัน เช่น เมื่อแม่ขอขนม ปกป้องจะมีการคิดก่อนว่าจะให้หรือไม่ให้ดี แต่ถ้าเป็นบอลลูน ปกป้องจะให้ทันที

         นอกจากนี้ยังมีอุบายบอกลูกชายด้วยว่าบอลลูนต้องชาร์จแบตด้วยการ ‘หอม’ เพราะอยากได้ความรักจากลูก ทำให้ปกป้องจะมาหอม และมอบความรักกับแม่บ่อยมากขึ้น รวมถึงคอยถามว่าตอนนี้แบตกี่เปอร์เซนต์แล้ว

         ครั้งหนึ่ง เคยแกล้งให้เพื่อนไปถามปกป้องว่า “รู้ไหมว่าแม่กับบอลลูน คือคนเดียวกัน” คำตอบคือ “รู้ แต่แม่ใจร้าย บอลลูนใจดี” แล้วถ้าให้แม่เป็นแบบบอลลูน จะโอเคไหม ปกป้องตอบว่า ไม่เอา จะเอาบอลลูน และก็เคยโกหกไปว่าตอนนี้บอลลูนกำลังซ่อมอยู่นะ เพราะอยากให้ปกป้องรักแม่ที่เป็นแม่ ไม่ใช่เพราะบอลลูน แต่ลูกดันละเมอขณะนอนหลับว่า “เขาซ่อมเสร็จหรือยัง ?”

         จึงอยากปรึกษาคุณหมอว่า ควรจะมีบอลลูนต่อไปหรือไม่ จะมีผลเสียอะไรต่อปกป้องไหม เคยมีเพื่อนล้อเล่นว่า บอลลูนฆ่าแม่แล้ว แต่ปกป้องร้องไห้เสียใจมากๆ เพราะเขาจดจำว่า สองคนนี้คือคนที่เขารัก เขาขาดใครไปไม่ได้แล้ว”

         ‘หมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเด็กรู้แล้วว่า 2 บุคคลิกนี้คือคนเดียวกัน แปลว่าเขาโตประมาณหนึ่งแล้ว แต่ในกรณีเด็กเล็กอาจจะแยกไม่ออก ต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไป แล้วค่อย ๆ เอาร่างบอลลูนมาอยู่ในตัว ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองด้วย

         ถ้าปล่อยให้มีบอลลูนไปเรื่อย ๆ ก็อาจส่งผลต่อเด็ก เมื่อเขาโตขึ้น และต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น จะไม่สามารถแยกอารมณ์คน ๆ หนึ่งได้ ทั้งนี้หลักการคือ พ่อแม่ต้องมั่นใจในศักยภาพของตัวเองว่า เราสามารถที่จะเป็นคนที่ใจดีมาก และเป็นคนที่มีกฏเกณฑ์ได้อย่างไร ต้องสอนด้วยเหตุและผล

         แนะนำว่าให้บอกลูกไปเลยว่า แม่กับบอลลูนคือคนเดียวกัน แต่ถ้าเขายังชอบบอลลูนมากกว่า ก็ถามไปตรง ๆ เลยว่าทำไมถึงชอบ เพราะอะไร แล้วค่อย ๆ ปรับตัวเองให้มีความเป็นบอลลูน แต่ก็ยังเป็นแม่คนเดิม อย่ากลัวว่าลูกจะไม่รัก”

         นอกจากนี้ ‘ดีเจเกลือ’ ยังได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มว่า “ผมเคยฟังมาหลายบ้าน ที่กลัวลูกไม่รักเหมือนกัน ซึ่งบางบ้านไม่กล้าดุลูกเลย แล้วก็จะมีผลเสียอีกมาก เพราะอาจจะทำให้เป็นเด็กก้าวร้าว ที่ไม่มีใครคุมได้ เพราะขนาดคนในบ้านเขายังไม่กล้าที่จะคุม”

         ‘หมอท้อป’ เสริมว่า “พ่อแม่บางบ้านมักเอาความรักของลูกมาผูกกับการสอน จึงทำให้ไม่กล้าที่จะสอน หรือสอนได้ไม่เต็มที่ เพราะกลัวลูกไม่รัก และก็จะเกิดปัญหาบานปลายต่อมา บางทีพ่อแม่ก็รู้สึกผิดที่จะเป็นตัวร้ายในสายตาลูก แต่อย่าลืมว่าพ่อแม่เองก็เป็นคนปกติ เมื่อเจอวันเหนื่อย ๆ แล้วลูกดื้อ ก็ต้องมีความรู้สึกแย่เป็นธรรมดา เรารู้สึกเหนื่อยได้ แต่ก็สอนลูกได้ว่า พ่อแม่เองก็มี Bad Day เหมือนกัน และมีวิธีการจัดการอารมณ์ยังไง มันก็จะทำให้ลูกได้รู้ว่าเมื่อโตขึ้น แล้วเจอวันแย่ ๆ ต้องจัดการตัวเองยังไง ถ้าเราทำผิด เราต้องรู้จักขอโทษได้”

         ‘ดีเจเกลือ’ ถามต่อว่า “แล้วในส่วนเรื่องการสอนหรือการลงโทษลูกควรทำวิธีไหน จึงจะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด”

         ‘หมอท้อป’ ตอบกลับว่า “ต้องไม่ใช้พื้นฐานของอารมณ์  และไม่ใช้ความรุนแรง การตี ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น ถ้าเราอยากสอนลูก เราต้องรู้ก่อนว่า อยากสอนอะไร ถ้าใช้ความรุนแรงทางอารมณ์หรือทางกาย เด็กจะรับรู้แค่อารมณ์ สิ่งที่เขาจะได้ก็คือ “พ่อเกลียดผม แม่เกลียดผม” ตราบใดที่พ่อแม่ยังคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งสอน เราสามารถโกรธลูกได้ ลูกโกรธเราได้ แต่หลังจากนั้นเราต้องคุมอารมณ์ เด็กจะได้รู้ว่า คนเราโกรธได้แต่ต้องรู้จักจัดการ

         แต่สรุปแล้วในเรื่องของบอลลูนหมอมองว่ามันสามารถหายไปได้ ไม่ต้องบอกว่าหายไปไหน แต่ก็บอกให้เขารู้และเข้าใจว่ามันคือตัวแม่เองนะ”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย” แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อย แต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆ

23 ก.ย. 2025

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย” แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อย แต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆ

แฟนหนูมาสารภาพว่า... “ไปส่งแฟนเก่ากินข้าวมา เพราะว่าแฟนเก่าหิว ไม่มีรถเลย”แฟนเก่าให้เหตุผลว่า พอดีมาจังหวัดนี้แล้วไม่รู้จักใครเลย อยากให้พาไปกินข้าวหน่อยแต่แฟนเราก็แอบไปส่ง หนูสังเกตเห็นว่า GPS รถ ขับรถวนไปๆมาๆ หลายกิโลแปลกๆแต่แฟนมาสารภาพเรื่องนี้ก่อนที่หนูจะถามเขาเรื่องนี้ ตอนนี้ความไว้ใจที่หนูมีให้กับเขามันหายไปเยอะมาก เจอแบบนี้หนูจะยังไว้ใจแฟนเหมือนเดิมได้อยู่ไหม?ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงคะ ถ้าเจอแฟนมาสารภาพแบบนี้ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 23 สายที่ 2 ในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [17 ก.ย.68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนไปรับไปส่งแฟนเก่ากินข้าว เพราะเขาอ้างว่าไม่มีรถ โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘มีอยู่วันนึง ที่แฟนบอกว่า จะไปทำบุญ แล้วไปกินข้าวกับเพื่อนที่ห้องเพื่อนต่อ ห่างจากที่พักของเขาประมาณสิบกว่าโล เราก็ไม่ได้อะไร พอประมาณสักสามทุ่ม แฟนเราก็ทักมาบอกอีกว่า เดี๋ยวจะพาเพื่อนไปซื้อของนะ หนูเลยถามเขาว่า ไปซื้อที่ไหน ซึ่งเขากลับไปซื้อของตรงที่บ้านพักเขา มันต้องย้อนกลับมาถึงสิบโล เพื่อที่จะพาเพื่อนมาซื้อ เราก็รู้สึกว่า ทำไมมันต้องย้อนกลับมาขนาดนั้น ของแถวนั้นก็น่าจะมี พอเปิดดูจีพีเอส รถของแฟนก็ขับวนๆไม่ไปไหน ไม่จอด ไม่ถึงสักที หนูก็เลยโทรไปหา แต่ก็ไม่รับโทรศัพท์ เลยกดโทรอีก สักพักเขาก็รับสาย บอกว่า ‘กำลังซื้อของอยู่ เดี๋ยวจะกลับห้องเพื่อนแล้ว’ พอแฟนถึงห้องเพื่อน ก็รีบโทรกลับมาหาเรา หนูก็ถามเขาว่า ‘ไปทำอะไรมา ทำไมถึงได้ขับรถวนๆ’ ต้องยอมรับว่าจริงๆตอนนั้นก็เริ่มที่จะสงสัยแล้ว ยิ่งได้ยินเหตุผลที่เขาสารภาพออกมาว่า เขาไปรับแฟนเก่ามากินข้าว เราก็ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเหตุผลแบบนี้ แฟนก็เลยเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานเพื่อนของแฟนเก่าทักมาบอกว่า แฟนเก่าเขาจะมาทำธุระที่นี่ ช่วยติดต่อเบอร์รถที่จะกลับกรุงเทพให้หน่อยได้มั้ย เขาก็เลยให้เบอร์รถไป แต่แชททั้งหมดเป็นกลุ่มที่มีเพื่อนของแฟนเก่าเขาอยู่ในนั้นด้วย แล้วเหมือนแฟนเก่า ก็ชวนแฟนเราให้ออกไปกินข้าว เพราะเขาไม่มีรถที่จะออกไป แฟนเราก็ไป แต่บอกหนูว่า พาเพื่อนไปซื้อของ สุดท้ายก็สารภาพออกมาหมด เพราะไม่อยากโกหก เขาก็ขอโทษ ผิดพลาดไปแล้ว หลังจากนั้นก็รีบจัดการบล็อกแฟนเก่า แล้วก็ลบกลุ่มนั้นออกไปตามที่เราบอก และคำพูดที่แฟนเราพูด คือ เขาไม่ได้นอกใจ แค่สงสารผู้หญิงคนนั้น ที่ไม่มีรถ ตอนนี้ก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หนูให้อภัยเขา แต่ก็ยังระแวงอยู่ดี หนูเลยอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า คนเราสามารถผิดพลาดเรื่องนี้ได้ใช่มั้ย? หนูควรจัดการความรู้สึกตนเองยังไงดี’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถามว่าทำผิดได้มั้ย ก็ได้แหละ แต่ลักษณะเป็นเหมือนการกึ่งยิงกึ่งผ่าน คนที่มันใจเตลิดไปแว้บนึง แล้วก็ลองๆดูว่ามันจะเป็นยังไง แฟนเราดูเป็นคนที่ทำผิดแล้วล่ก กับสิ่งที่ตนเองทำ สุดท้ายก็กลับมามอบตัว เขาจะทำผิดอีกมั้ย ตอบไม่ได้หรอก เพราะเราไม่รู้อนาคต การคบกันมีความเสี่ยงอยู่ทุกวันอยู่แล้ว ฟ้าแค่คุยกับตัวเองพอว่า ยังอยากจะให้โอกาสเขา และตัวเอง กับคนๆนี้อยู่มั้ย เรื่องแผลในใจมันมีอยู่แล้วแหละ มันก็จะติดไปตลอด แต่พอเวลาผ่านไปมันจะพิสูจน์ด้วยตัวมันเอง ไม่อะไรตอบเราได้เลย นอกจากให้โอกาส’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แฟนฟ้าตั้งใจโกหก เขามีความสุขเล็กๆที่อยู่ในใจในการที่จะได้เจอแฟนเก่า เพราะฉะนั้น ไม่เชื่อใจได้เลย เต็มที่มันไม่ผิดอะไร อย่าไว้ใจ 100% ขนาดนั้น ลองให้โอกาสได้ แต่อย่าให้มีอีกครั้ง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘การวนรถเราก็รู้ดีอยู่แล้ว ว่าวนเพราะอะไร มันคือการอยากอยู่ด้วยกันนานๆ มันคือเจตนาไม่มีบริสุทธิ์ใจ เป็นการทำผิดที่ไม่เชี่ยวชาญ เขาไม่ได้มอบตัวก่อน แต่เพราะเรามีหลักฐาน เขาเลยสารภาพ ให้อภัยได้ เพราะเป็นความผิดครั้งแรก แต่จำไว้เลยว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เราต้องบอกให้เขาชัดเจน ถึงความผิดของเขา อย่าเอาความระแวงไปทะเลาะกัน เพราะฟ้าให้โอกาสเขาแล้ว ถ้าจับได้อีกครั้งก็คือเลิก’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนุ่มโทรปรึกษา แฟนนัดเพื่อนผู้ชายไปเที่ยวต่างจังหวัด 3 วัน มารู้ทีหลังว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ เป็นรักแรก สมัยเรียนมัธยม เราทะเลาะกันจนถึงขั้นจะเลิกกันเลย และผมก็ไม่ค่อยสบายใจ แต่ตอนนี้อยากกลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนเหมือนเดิม... ทำไงดี?

27 มี.ค. 2023

หนุ่มโทรปรึกษา แฟนนัดเพื่อนผู้ชายไปเที่ยวต่างจังหวัด 3 วัน มารู้ทีหลังว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ เป็นรักแรก สมัยเรียนมัธยม เราทะเลาะกันจนถึงขั้นจะเลิกกันเลย และผมก็ไม่ค่อยสบายใจ แต่ตอนนี้อยากกลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนเหมือนเดิม... ทำไงดี?

“คุณภู (นามสมมุติ)” สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความรู้สึกไม่สบายใจที่แฟนไปเที่ยวกับ Puppy Love โดย “คุณภู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า 'ตอนนี้คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้แฟนผมเขาเคยบอกว่าจะมีเพื่อนผู้ชายกลับมาจากต่างประเทศ มาเที่ยวที่ประเทศไทย แล้วจะไปต่างจังหวัดด้วยกัน 3 วัน เพื่อไปหาเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และจะนอนค้างที่บ้านของเพื่อนผู้หญิงคนนี้แหละ ผมก็โอเค ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เพราะแฟนบอกเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้เคยเป็นรักครั้งแรกของแฟนมาก่อน แต่พอแฟนผมจองตั๋วเครื่องบินเสร็จเรียบร้อย ผมก็เอะใจ เลยเข้าไปดูข้อความในเฟซบุ๊กของแฟนว่าคุยอะไรกันบ้าง เพราะผมรู้รหัสปลดล็อกโทรศัพท์ของแฟนอยู่แล้ว ผมก็ย้อนแชทไปดู จนเจอว่าข้อความบางส่วนถูกลบไปเมื่อปีที่แล้ว ข้อความที่เหลืออยู่ แฟนผมก็คุยกับเพื่อนผู้ชายคนนี้ประมาณว่า คิดถึงแกนะ เพราะเขาอยู่ต่างประเทศ และผมก็เอะใจกับประโยคหนึ่งที่เพื่อนผู้ชายคนนี้ถามว่า แฟนแกจะไม่ว่าอะไรหรอ เพราะเราเคยเป็นรักในวัยเด็ก มันก็ทำให้ผมไม่สบายใจว่าแบบได้ด้วยหรอ เพราะเขาทั้งสองคนกำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน ซึ่งแฟนผมก็ตอบกลับไปว่า มันนานมาก 10 กว่าปีตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว ไม่ได้คิดอะไรแล้ว เขาไม่เคยเล่าความรักครั้งนี้ให้ผมฟังเลย แล้วหลังจากที่ผมเห็นแชท ผมก็ถามเขาว่า เคยเป็นอะไรกันหรอ แฟนก็บอกว่าคนนั้นเคยมาชอบสมัยวัยเด็ก ปกติผมไว้ใจแฟนมากๆ รวมถึงนิสัยของแฟนก็ไม่เคยมีเรื่องเจ้าชู้เลยสักครั้ง เวลาไปเที่ยวก็ไปด้วยกันตลอด ผมก็บอกเขาไปแล้วว่า ผมไม่สบายใจนะ ถึงขั้นทะเลาะกันรุนแรงจนจะเลิกกันเลย แต่สักพักเขาก็มาคุยดีใส่ ผมก็บอกว่า งั้นแล้วแต่คุณ ถ้าอยากไปคุณก็ไป เขาก็ไม่เชิงว่าชวนผมไปด้วย เพราะมารู้ทีหลังก็จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว แต่ผมก็ไปกับเขาด้วยไม่ได้ เพราะผมติดงาน ปกติเราสองคนจะ Face Time หากันตลอด และระหว่างทริปที่ไปแฟนผมจะถ่ายรูปส่งให้ดูว่าอยู่ที่ไหน พักที่ไหน มีโทร และ Face Time หากันบ้างเวลาเขาอยู่คนเดียว จนผ่านมาถึงวันนี้ แฟนผมกำลังเดินทางกลับ ผมก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้จะพูดกับเขายังไงดี กลัวกลับมาเจอกันแล้วความรู้สึกมันจะไม่เหมือนเดิม แต่เขาก็ยังคุยกับเราเหมือนเดิม ก็เลยจะมาขอคำปรึกษาให้ตัวผมเองมองไปในทางที่ดีขึ้น หรือ กลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนแบบเดิมได้' งานนี้ดีเจทั้ง 3 คนก็ได้ให้คำปรึกษาว่า 'จากที่ฟังมาทั้งหมดเรามองว่ามันคือการกลับไปเจอเพื่อนเก่าแค่นั้นเลย แต่เรามีสิทธิ์ที่จะไม่สบายใจได้นะ เพราะเขาอาจจะแสดงความมั่นใจให้เราน้อยไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้เราฟันธง 100 % ว่าเขานอกใจ แต่ถ้านำความรู้สึกที่ไม่ดีตรงนี้ไปขยายต่อ มันอาจจะทำลายความสัมพันธ์ให้แย่ลง เราต้องรู้จักแฟนเรามากกว่าคนอื่น แต่ให้ภูรู้ไว้ว่า...ถ้าใครสักคนนอกใจ ภูแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ภูจะได้รู้โดยที่ไม่ต้องไปสืบค้นเลย เพราะถ้านอกใจมันจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปแน่นอน แต่ถ้าปกติเหมือนเดิมแปลว่าไม่มี คนอยู่ด้วยกันมันจะรู้ ควรปรับจูนเข้าหากันทั้งคู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นมาจากการคุยกัน อาจจะเริ่มจากการขอโทษ และปรับความเข้าใจที่ว่า ถ้ามีอะไรให้บอกก่อน ดีกว่าการที่ให้รู้เองทีหลัง บางทีเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลยตั้งแต่แรก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยเลือกที่จะไม่พูด เพราะถ้าพูดมันจะมีเรื่องอะไรขึ้นมาทันที ซึ่งมันก็อยู่ที่ว่าใครสักคนหนึ่งเป็นคนรับฟังมากขนาดไหน เราต้องรู้จักกันและกันให้มากกว่านี้จริงๆ ซึ่งถ้า ณ วันนี้ เขายังเป็นแฟนที่น่ารักกับเรา ยังคงทำให้เรามั่นใจอยู่ ต้องมองข้ามเรื่องนี้ไปเลย...'เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

บ้านหนูของหายทุกเสาร์ อาทิตย์ พ่อกับน้องชายเลยแอบติดกล้องวงจรปิดจับคนร้าย สุดท้ายเป็น แฟนของพี่ชาย เข้าออกห้องหนูทุกครั้งที่มาบ้าน เคยขโมยกระปุกครีมไป พอถาม ยอมรับว่าเอาไปจริง แต่เอาไปทิ้งเพราะไม่ชอบหนู

23 ก.พ. 2024

บ้านหนูของหายทุกเสาร์ อาทิตย์ พ่อกับน้องชายเลยแอบติดกล้องวงจรปิดจับคนร้าย สุดท้ายเป็น แฟนของพี่ชาย เข้าออกห้องหนูทุกครั้งที่มาบ้าน เคยขโมยกระปุกครีมไป พอถาม ยอมรับว่าเอาไปจริง แต่เอาไปทิ้งเพราะไม่ชอบหนู

​บ้านหนูของหายทุกเสาร์ อาทิตย์ พ่อกับน้องชายเลยแอบติดกล้องวงจรปิดจับคนร้ายสุดท้ายเป็น แฟนของพี่ชาย เข้าออกห้องหนูทุกครั้งที่มาบ้าน เคยขโมยกระปุกครีมไปพอถาม ยอมรับว่าเอาไปจริง แต่เอาไปทิ้งเพราะไม่ชอบหนูพี่ชายหนูจ่ายค่าครีมให้แล้ว พ่อบอกไม่อยากให้ทะเลาะกัน ทำไงดีคะ? “คุณอาย(นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 ก.พ. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก - ดีเจอ้อย นภาพร’ กับปัญหาของหาย แต่คนที่ขโมยคือแฟนของพี่ชาย... โดย ​“คุณอาย(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ที่บ้านหนูมีกันอยู่ 4 คน มีพ่อ พี่ชาย หนู แล้วก็น้องชาย และพี่ชายก็ชอบพาแฟนมาอยู่ที่บ้านทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนหน้านั้นก็ปกติไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเอง จนวันหนึ่งพ่อกับน้องรู้สึกว่ามันเริ่มมีของหาย และหายไปทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ไม่ว่าจะเป็นเงิน ของมีค่าต่าง ๆ ทีนี้พ่อกับน้องก็เลยแอบติดกล้องวงจรปิดในบ้าน โดยที่หนูเองก็ยังไม่รู้ หลังจากติดกล้องก็เจอขโมย คือ แฟนของพี่ชายแอบมารื้อของในบ้าน แล้วก็แอบเข้าห้องของอาย วันนั้นอายกลับจากทำงาน ซึ่งกำลังจะล็อกห้อง พ่อก็บอกว่า ห้ามเก็บเงินสดหรือของมีค่าไว้ในห้องนอนตัวเอง และพ่อก็ไม่บอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่พ่อเกริ่นมาขนาดนี้หนูก็เลยรู้สึกว่า อ้าว ทำไมเราเก็บของไว้ในห้องนอนตัวเองไม่ได้ หนูก็สงสัยเลยถามพ่อว่า เกิดอะไรขึ้น? พ่อก็บอกว่า เขากับน้องแอบติดกล้องวงจรปิดในบ้าน ก็เจอว่าแฟนของพี่ชายแอบรื้อของในห้องอาย ขโมยของไป และรื้อห้องน้องชายกับพ่อด้วย แอบย่องตอนที่ไม่มีคนอยู่บ้าน เขาก็จะเข้าห้องอายทุกอาทิตย์ อาทิตย์แรกที่แอบติดกล้องก็เจอแต่ไม่แน่ใจว่าเอาอะไรไปแต่เห็นควักใส่กระเป๋าตัวเอง ส่วนอาทิตย์ที่สองเจอว่าเอาครีมกระปุกใหญ่ของหนูไป ตั้งแต่นั้นมาหนูไม่พกเงินสด ปกติหนูก็เป็นคนไม่ได้ใส่ของมีค่าในตัวอยู่แล้ว จะมีพวกครีม พวกเซรั่มมากกว่า ตอนแรกพี่ชายยังไม่รู้ เราก็เลยคุยกัน 3 คน พ่อ น้องชาย แล้วก็อาย คุยกันว่าจะแก้ไขปัญหานี้ยังดี พ่อก็บอกว่า เรื่องนี้รู้เมื่อวันจันทร์ถ้าเราจะรอเขามา เราต้องรอวันเสาร์เพื่อที่จะคุยกับเขาโดยตรง จริง ๆ หนูอยากคุยกับเขาโดยตรง แต่พ่อน่าจะรู้ว่าหนูเป็นคนค่อนข้างรุนแรง พ่อก็เลยบอกว่า ให้พี่ชายเป็นคนคุยดีกว่า เพราะว่าพ่อกลัวพี่ชายจะเสียความรู้สึก แค่นี้พี่ชายก็เสียความรู้สึกมากพอแล้วที่แฟนตัวเองเป็นขโมย ก็เลยบอกพี่ชายว่าไปจัดการมา ทุกคนในบ้านไม่โอเคที่จะให้พามาที่บ้านอีก แล้วเราก็เอาหลักฐานกล้องวงจรปิดให้พี่ชายไป เขาก็ไปคุยกัน... หลังจากนั้นหนูก็ถามว่า เรื่องเป็นไงบ้าง? พี่ชายบอกว่า ตอนแรกเขาไม่ยอมรับ เขาบอกว่าที่เข้าห้องหนูเพราะมาเอาไม้แขวนเสื้อ แต่สถานการณ์ตอนนั้นเขาเพิ่งตากเสื้อผ้าเสร็จ หนูก็งงว่าตากเสร็จแล้วจะมาเอาอีกทำไม แล้วก็เข้าห้องเราบอกว่ามาเอาไม้แขนเสื้อ แต่จริง ๆ ไม่ได้มาเอาไม้แขวนเสื้อ ทีนี้พี่ชายก็เอาคลิปหลักฐานให้ดู สรุปเขาก็เลยยอมรับว่าเขาขโมยของอายไปจริง ๆ เขาบอกสาเหตุที่ขโมยว่า เขาไม่ได้เอาไปใช้ แต่เขาขโมยไปทิ้ง เขาบอกว่าเขาไม่ชอบหนู ทีนี้เขาก็ให้เหตุผลว่าของหนูมันหายบ่อย แต่จับขโมยไม่ได้ ด้วยความที่ของหายก็ต้องโวยวาย หนูก็เลยโวยวายว่า ของหายอีกแล้ว แต่ว่าเราจับไม่ได้สักที หนูว่าทุกคนก็ต้องเป็นต้องโวยวายเพราะของเราหาย เขาก็บอกว่า หนูชอบโวยวายเวลาของหายก็เลยเอาครีมของหนูไปทิ้งข้างบ้าน ของพ่อกับน้องที่หายมันไม่ได้มีหลักฐานชัดเจนว่าเอาไป พอเขาบอกว่าขโมยไปทิ้งตรงทุ่งหญ้าข้างบ้าน หนูกับน้องชายเลยไปรื้อตรงนั้น ก็ไม่มี... พี่ชายเลยชดใช้โดยการโอนเงินค่าครีมคืนมา หลังจากนั้นทุกคนก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีกเพราะว่าไม่มีเหตุการณ์อะไรที่ของหายแล้ว เรื่องมันก็เริ่มเงียบ พี่ชายก็ไม่พาแฟนมาที่บ้าน แต่สุดท้ายเขาก็พาเข้ามาที่บ้านอีก คือของไม่หายเพราะว่าทุกคนล็อกห้องทำทุกอย่างใหม่ แล้วกลายเป็นว่าบ้านไม่ใช่เซฟโซน เราต้องระวังตัวเองแล้ว ตอนนั้นหนูไม่ค่อยได้เจอหน้าใครเพราะหนูทำงานกลับมาคนละเวลากับที่บ้าน หนูก็เลยทักไปหาพี่ชาย หนูบอกว่า ทำไมยังพามาอีกอะ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนในบ้านไม่โอเคที่พาเขามา พี่ชายหนูก็บอกว่า เดี๋ยวถ้าเรียนจบอะ จะเป็นคนย้ายออกไปอยู่กับแฟนเอง จะได้ไม่ต้องพามาที่บ้านให้ทุกคนในบ้านรู้สึกไม่สบายใจ แต่ปัจจุบันพี่ชายหนูเรียนจบแล้ว แต่ก็ยังพามาอยู่ แล้วคือการที่หนูจะไล่พี่ชายออกจากบ้านมันก็ไม่ใช่ เราก็ทำไม่ได้ เพราะว่าบ้านมันคือของทุกคน หนูแค่รู้สึกว่าทำไมจะต้องเจอคนนี้ในบ้านทุกอาทิตย์เลย เมื่ออาทิตย์ก่อนน้องชายเดินมาถามหนูว่า พี่อายรู้สึกว่ามีคนเข้าห้องหรือเปล่า? เพราะก่อนออกไปน้องก็ปิดไฟแล้ว แต่ทำไมไฟยังเปิด รู้สึกว่าของในห้องมันย้ายที่ หนูก็ไม่อยากให้น้องคิดมากเลยบอกว่า อาจจะลืมปิดไฟเองหรือเปล่า มันเป็นเรื่องปกติที่เราลืม ต่อไปก็ห้ามลืมล็อกห้อง หนูก็เลยพูดแทนน้องชายไปวันนั้นว่า ไหนบอกว่าถ้าเรียนจบถ้าไม่พามาก็จะย้ายออกไปไง แบบให้คนในบ้านสบายใจ แต่พี่ชายหนูบอกว่า แล้วทำไมจะพามาไม่ได้เราเป็นแฟนกัน อันนี้ก็บ้านเราเหมือนกัน หนูเข้าใจว่ามันเป็นห้องใครห้องมัน แต่สุดท้ายของส่วนรวม ห้องโถงมันก็คือห้องของทุกคน เราก็ไม่สบายใจ ทีนี้พ่อได้ยินหนู 2 คนเริ่มทะเลาะกัน พ่อก็เลยออกมาคุยด้วย กลายเป็นว่าพ่อว่าหนู ทำไมหนูถึงยังรื้อฟื้นเรื่องเดิม ๆ ออกมา ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันจบไปแล้ว คือพ่อไม่อยากมีเรื่อง หนูบอกว่า แต่หนูเป็นคนโดนกระทำ โดนขโมยของ โดนขโมยนู่นขโมยนี่ไป แล้วทำไมเรายังจะต้องเห็นหน้าคนนี้อยู่ในบ้าน แค่ไม่เอาเขามาให้ทุกคนสบายใจ นั่นคือปัญหามันจบหรือเปล่า แต่ทำไมพ่อต้องโมโหมาก ตะโกนด่าอายว่า เป็นตัวสร้างปัญหาที่เอาเรื่องเก่ามาพูดทั้งที่เรื่องมันจบไปแล้ว หนูก็เลยแบบ อ้าว แล้วคือเราต้องรอให้ของหายอีกรอบหรือโดนยกเค้าใช่ไหม เราถึงจะจัดการปัญหาได้ หนูเลยอยากปรึกษาพี่ ๆ ว่า หนูจะจัดการหรือไปทางไหนดี หนูจะทำยังไงที่จะสามารถคุยกับพ่อให้เปลี่ยนความคิดได้ว่าเราไม่ควรให้เขาเข้ามาที่บ้าน’ โดย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ประเด็นคือพี่ชายเราเขารัก เขาหลงมาก แล้วเขาก็ไม่ถือสาหาความ ตั้งแต่เหตุการณ์เกิดขึ้นใหม่ ๆ เขาก็เป็นคนโอนเงินมาให้ แล้วก็เหมือนทำให้ทุกอย่างปกติ นั่นแปลว่าเขายอมรับในความนิสัยขโมยของแฟนเขาได้ ตอนแรกพี่ก็ตั้งคำถามของตัวเองว่า ถ้าแฟนเราขโมยของคนในบ้านจะเลิกไหม? นี่คือคนที่เราจะเลือกเป็นคู่ชีวิตของเราในระยะยาวหรอ? แล้วมันไม่ใช่ขโมยของกินในตู้เย็นที่เคลียร์กันง่าย ๆ อันนี้คือขโมยไปทั่วด้วยซ้ำ ที่มันเป็นหลักฐานอาจจะของอายคนเดียว แต่ว่ามันมีของที่หายไปโดยที่หาคำตอบไม่ได้ และหายไปเฉพาะเสาร์-อาทิตย์อีก มันค่อนข้างที่จะชัดเจน ถ้าพี่เป็นพี่ชายอาย พี่คงตั้งคำถามตั้งแต่ตอนนั้น แต่ว่าพี่ชายเขาก็ก้าวข้ามผ่านมาได้ด้วยความรัก พี่มองว่าต่อให้อายสามารถกันเขาออกไปจากบ้านได้ แต่การที่ไม่เจอกันทั้งชีวิตก็ยาก พี่เข้าใจว่าคนโดนแล้วมันก็ฝังใจ ตอนนี้เราจะไปเปลี่ยนความคิดของพี่ชายก็คงลำบาก เขาเลือกที่จะอยู่กับคนนี้ อายเองก็ยังจำเป็นที่จะต้องอยู่บ้านนี้ ณ วันนี้ถ้าไปยื่นคำขาด บอกว่าพ่อต้องไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปให้ได้ ตอนนี้กระแสมันจะเทมาทางอายเป็นตัวร้ายแล้ว ทุกคนพยายามทำให้ครอบครัวยังอยู่ด้วยกันได้ อะไรที่ผิดพลาดไปแล้วให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาจะเลิกได้หรือไม่ได้ อาจจะต้องกล้ำกลืนฝืนทน ถ้าเป็นพี่ พี่ก็คงต้องดูแลตัวเอง ทำให้รู้เลยว่าเราไม่มีวันไว้ใจ แล้วระมัดระวังตัวเองให้ดี และถ้ามันเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้แหละเราจะมีน้ำหนักยื่นข้อเสนอครั้งสำคัญแล้วว่ามีอายไม่มีเขา มีเขาไม่มีอายหรือใดใดก็ตาม แต่ ณ ตอนนี้เหตุการณ์มันยังไม่เกิดขึ้นใหม่ คำถามที่ว่า ต้องรอให้เกิดขึ้นอีกครั้งหรอ? วันนี้พี่อาจจะต้องตอบว่า อาจจะเป็นอย่างนั้น โดยที่เราก็ยังต้องตั้งกล้องระแวดระวัง อาจจะลำบากทั้งที่เป็นบ้านของเราแท้ ๆ แต่มันเป็นบ้านของทุกคนจริง ๆ แหละ แล้วพี่เขาก็เลือกของเขาแล้ว เราเองก็อาจจะต้องวัดใจกันดู และก็ภาวนาไม่ให้เกิดขึ้นอีก ความไม่ชอบกันก็ยังฝังอยู่และถ้าเขามาเป็นพี่สะใภ้เรา มันก็คงยังต้องมีความรู้สึกแบบนี้ทุกครั้งที่รวมญาตินั่นแหละ แต่ว่าถ้าเกิดขึ้นอีกครั้ง อายมีสิทธ์เต็มที่ ที่จะยื่นคำขาด ตอนนี้ก็ระมัดระวังตัวเองละกันนะอาย อาจจะต้องอดทนกับความลำบากใจนิดนึง ต่อมา “ดีเจอ้อย” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่มีความรู้สึกอย่างหนึ่ง ตอนนี้หนูกำลังไปให้คุณค่าเขาเยอะมาก นี่คือบ้านหนู เขามาแค่ช่วงเสาร์-อาทิตย์ หนูไปให้คุณค่าเขาขนาดที่ว่า เธอทำให้ฉันไม่มีความสุขในบ้านนี้ได้ยังไง และความสุขของฉันจะกลับมาทันที ถ้าพี่ชายเอาผู้หญิงคนนี้ออกไปจากบ้าน พี่รู้สึกว่าในที่สุดวันนี้คนที่พี่จะโกรธ พี่ไม่ได้โกรธว่าที่พี่สะใภ้ พี่โกรธพี่ชายหนู เพราะคนอะไรมีสเปคเป็นมิจฉาชีพขนาดนั้น คือพี่ว่าดูประหลาดไป แต่คราวนี้พี่เห็นด้วยกับสิ่งหนึ่งคือ ต้องปกป้องตัวเองก่อน เป็นพี่ พี่จะอยู่ในบ้านอย่างมีความสุขก่อน ยิ่งเขาเข้ามาจะยิ่งทำให้เห็นว่า ฉันล็อคประตูนี้ อันนี้เปลี่ยนกุญแจ ถ้าเขาถามว่าทำไมต้องล็อคกุญแจขนาดนี้ อ้าว ก็กลัวของหายแล้วก็เพลิน ๆ กับการอยู่ในบ้านของเรา ทำไมเราต้องไปทำให้เขารู้สึกว่า เขาดูมีอิทธิพลต่อบ้านฉันเหลือเกิน พี่ว่าคุณพ่ออาจจะอยากได้ความสงบสุขในบ้าน ไม่มีใครหรอกอยากเอาขโมยเข้าบ้านแล้วแฮปปี้มีความสุข ถ้าน้องทะเลาะกับพี่ชายด้วยเรื่องนี้ มันจะกลายเป็นว่าทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงคนอื่นด้วยซ้ำ แล้วถ้าเกิดว่าผู้ชายมีรสนิยมชอบแนว ๆ นี้ ชอบแนวต้องลุ้นกับตำรวจไปด้วย พี่เคารพการตัดสินใจของพี่ชาย แต่เราจะปกป้องสิทธิ์และความสุขในบ้าน เพราะนี่คือบ้านฉัน พี่ว่าเขาต้องมีความผิดปกติทางจิตใจบางอย่าง เพราะฉะนั้นพี่ว่าหนูต้องล็อคให้เห็นเลยว่า ตั้งแต่เธอเข้าบ้านฉัน ฉันรู้สึกว่าจะต้องปกป้องทรัพย์สมบัติของฉันให้ดีที่สุด ต้องดูกันไปสักตั้ง บางทีมันต้องมีอารยะขัดขืนกันบ้าง ตอนนี้พี่กำลังรู้สึกว่าเรากำลังโดนป่วน แล้วเราก็ดันป่วนไปตามแผนด้วย เพราะจริง ๆ นี่คือบ้านของหนู ปกป้องสิทธิ์ของเรา ไม่อยากได้อยากให้เราลุกขึ้นมาแล้วบอกว่า เธอจะต้องเลิกกับผู้หญิงคนนี้ เลิกเอาผู้หญิงคนนี้เข้ามาเดี๋ยวนี้นะ อะไรมันไม่ได้ดั่งใจเราทุกอย่างหรอก พี่ชายเรา เราก็ต้องเคารพในการเลือก แล้วอย่าไปถือโทษคุณพ่อ หนูบอกกับพ่อเลยว่า ในเมื่อพี่เขาเลือกแบบนี้ หนูไม่อยากจะไปแตะอะไร แค่หนูจะทำตามที่พ่อบอกละกันว่า หนูจะปกป้องสิทธิ์ของหนู และบ้านของหนู รวมไปถึงความสุขในบ้านหนูด้วย สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ในเมื่อบ้านหลังนี้ทุกคนมีสิทธิ์การเป็นเจ้าของร่วมกัน พี่ก็ไม่สามารถบอกให้อายไล่ทุกคนที่ไม่ชอบออกไปได้ เพราะว่าเขาก็มีสิทธิ์ของเขา พี่กลับมองว่าเหมือนพี่รู้สึกเห็นใจทุกคน ในแง่ที่ว่าทุกคนตกที่นั่งลำบากหมดเรื่องนี้ ทั้งหมดมันก็เกิดจากความรักนั่นแหละ แต่รักแบบไหนว่ากันอีกเรื่อง ทุกคนหวังดีต่อกันเลยเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทีนี้มันจำเป็นที่อายจะต้องอยู่กับเรื่องนี้เพราะว่าหนูก็ไม่สามารถย้ายออกได้ มองอย่างงี้ละกัน นางโจรนี้ นางก็จะมาขโมยแค่เสาร์-อาทิตย์ จันทร์-ศุกร์นางไม่มา ก็ให้เป็นเสาร์-อาทิตย์ที่เตือนใจเราว่า เป็นวันที่เราต้องรัดกุม ก็ล็อกห้อง แล้วถ้าวันนั้นนางถึงขนาดงัดประตู งัดหน้าต่างแล้วเข้าบ้าน พี่ก็เรียกตำรวจ คือถ้าขนาดนั้นพ่อกับพี่ชายก็พูดอะไรไม่ได้อีกต่อไป เราก็ทำให้เห็นว่าล็อกแล้ว มันจะเอาไปไม่ได้ ถ้าเพื่อแลกให้คุณพ่อยังโอเค พี่ชายยังอยู่กันได้ อาจจะต้องยอมทำเพราะว่ามันไม่มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ ของมีค่าในห้องเราเก็บให้เรียบร้อยวันเสาร์-อาทิตย์ และถ้านางทำอีกพี่ก็ขอให้แจ้งตำรวจ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

23 ม.ค. 2026

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลาย จนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะ ขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทร เพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ

หนูเป็นพุธโทรเรี่ยนพันธุ์แท้ ดูตั้งแต่ม.ปลายจนตอนนี้เรียนจบป.โท สาขาจิตวิทยาแล้วค่ะขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทรเพราะรายการเป็นแรงบันดาลใจให้หนูเลือกเรียนสาขานี้ค่ะ ‘คุณปูเต้’ อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 1 ในรายการ ‘พุธทอล์คพุธโทร’ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาแชร์เรื่องราวกับ ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เพื่อมากล่าวขอบคุณรายการพุธทอล์คพุธโทรที่เป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในการเลือกเรียนสาขาวิชาจิตวิทยา ‘คุณปูเต้’ เล่าว่าตนได้ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทรมาหลายเคส ตั้งแต่ช่วงที่เรียนอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนกระทั่งตอนนี้เรียนปริญญาโท สาขาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว จนจบการศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคุณปูเต้ได้เล่าเพิ่มเติมอีกว่า ทุกครั้งที่ฟังรายการพุธทอล์คพุธโทร รายการทำให้เห็นถึงความหลากหลายของคนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านพฤติกรรม หรือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อฟังแล้วก็อยากจะทำความเข้าใจกับคนให้มากขึ้น เลยเลือกที่จะเรียนสาขาจิตวิทยา ซึ่งคุณปูเต้ได้พูดเสริมว่า “จิตวิทยา เราเรียนเพื่อเข้าใจทั้งคน ทั้งร่างกาย จิตใจ สมอง เรียนตั้งแต่วิชาชีวะ ตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต” ส่วนตัวของคุณปูเต้นั้นตั้งแต่ระยะเวลาแรกที่เริ่มเรียน จนถึงตอนนี้ที่เรียนจบปริญญาโทแล้ว รู้สึกว่าตนเองนั้นเข้าใจคนมากขึ้น และสามารถเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น เช่น เมื่อเวลามีคนมาทำให้เราโกรธ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราเรียนจิตวิทยาแล้วเราจะไม่โกรธเขา แต่เราจะเข้าใจการกระทำเขามากขึ้น พร้อมพูดเสริมเพิ่มเติมว่า “คนเราก็มีทั้งป่วยกายและป่วยใจ ป่วยกายก็ไปหาคุณหมอ ป่วยใจก็ไปหาจิตแพทย์ได้เหมือนกัน ไม่ต้องกลัวที่จะคุยกับนักจิตแพทย์ อยากฝากถึงบางคนที่ป่วยอยู่ ว่าถ้าบางทีอาจจะเคยไปหาหมอจิตแพทย์แล้วไม่ดีขึ้น หรือไม่หาย ก็เหมือนกับการที่ไปหาหมอทั่วไป อาจจะเปลี่ยนวิธี หรืออาจจะขอความคิดเห็นจากที่อื่น ไม่จำเป็นต้องป่วยแบบไม่ไหวแล้ว หรือหนักมาก ถึงจะไปหาหมอจิตแพทย์ แค่เครียด นอนไม่หลับ หรือมีปัญหาครอบครัวต่าง ๆ ก็อาจจะลองไปปรึกษาหาคนกลางที่เป็นผู้เชี่ยวชาญดูก่อนก็ได้” นอกจากนี้ ‘ดีเจต้นหอม’ ยังได้ยกตัวอย่างในกรณีของตนที่เจอในชีวิตจริงว่า “เวลาบ่นลูก ลูกจะรู้สึกไม่ดี พี่เลยต้องสร้างตัวเองขึ้นมาอีกร่าง ชื่อว่า ‘บอลลูน’ ซึ่งจะมีนิสัยที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงกับร่างตอนเป็นแม่ปกติ พี่สร้างมาเพื่อเล่นหรือสอนการบ้านให้ลูก โดยจะมีคำว่า ‘บลิ๊ง ๆ’ เป็นคำพูดติดปากเวลาแปลงเป็นร่างบอลลูน แล้วลูกก็รักบอลลูนมาก จนอยากอยู่กับบอลลูนทุกวัน พี่ไม่แน่ใจว่าลูกแยกออกมั้ยว่าแม่กับบอลลูนเป็นคนเดียวกัน ซึ่งปฏิกริยาของเขาที่มีให้แม่กับบอลลูนนั้นต่างกัน แค่พูด ‘บลิ๊ง ๆ’ ปุ๊บ ลูกก็จะยอมทำทุกอย่างที่บอกเลย แต่กับแม่จะเป็นอีกอย่างนึง เคยถามว่า ‘รู้ว่าเป็นคนเดียวกันมั้ย’ ลูกบอกว่า ‘รู้’ ในภาพจำของลูกคือแม่เป็นคนใจร้าย ส่วนบอลลูนเป็นคนใจดี ที่พี่ทำแบบนี้เพราะพี่อยากให้ลูกรัก” ซึ่งคุณปูเต้ก็ได้ให้ความเห็นกับเรื่องนี้ว่า “ในเคสเด็ก เวลาจะดูว่าเป็นปัญหามั้ยนั้น คือมันกระทบเราและลูกมั้ย พี่หอมเหนื่อยมั้ยเวลาเป็นบอลลูนตลอดเวลา แล้วน้องมีปัญหากับร่างแม่ที่บ่นเขามั้ย แล้วเขาจะต้องการแค่บอลลูนมั้ย จะไม่ต้องการแม่หรือเปล่า ตอนเรียนจิตวิทยาเด็ก ก็ได้ทำงานกับผู้ปกครองเยอะ ซึ่งปัญหาหรือเรื่องราวที่ผู้ปกครองเจอกับลูกมีเรื่องที่เหนือจินตนาการเยอะมาก บางคนคิดว่าเรื่องแค่นี้อาจจะไม่ต้องไปหานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ก็ได้ แต่ว่าถ้ามีคนที่เราเล่าให้ฟัง ก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาหรือช่วยดูได้ว่าเราจะต้องปรับยังไง”มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-