เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

30 ม.ค. 2026

เวลาเลี้ยงลูก ดีเจต้นหอมจะมี 2 ร่าง

เป็นร่างใจดีที่ชื่อว่าบอลลูน กับร่างใจร้ายที่คือต้นหอมเอง

แต่ลูกดันรักและชอบเล่นกับบอลลูนมากกว่า จนกลัวว่าเขาไม่รักแม่ที่เป็นแม่จริง ๆ

แต่ถ้าบอลลูนหายไป จะส่งผลเสียอะไรต่อลูกมั้ย?

         ‘คุณบอลลูน หรือ ดีเจต้นหอม’ สายแรก ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (28 มกราคม 2569) ได้ขอคำปรึกษา ‘หมอท้อป - นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic’ เรื่องที่ตนนั้นกลัวลูกไม่รัก จึงสร้างบุคลิกที่ชื่อว่า ‘บอลลูน’ เพื่อรับมือลูกในตอนที่เขาไม่เชื่อฟัง

         ‘คุณบอลลูน (ดีเจต้นหอม)’ ได้เล่าว่า “ด้วยความที่เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เวลาเลี้ยงลูก จะมี 2 ร่าง เป็นร่างที่น่ารักและไม่น่ารัก เช่น เมื่อสอนการบ้านก็จำเป็นต้องดุ แต่ก็กลัวว่าดุอย่างเดียวแล้วลูกจะไม่รัก เลยต้องสร้างอีกร่างขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ ชื่อว่า ‘บอลลูน’

         ร่างนี้ปรากฏขึ้นมาครั้งแรก ตอนที่ลูกงอแงมาก ๆ จนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร จึงทำเสียง “บลิ๊ง ๆ ๆ… สวัสดีครับ” ลูกชายงงไปสักพัก แต่ก็ถามว่า “นั่นใคร ?​​” นั่นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ทำ ได้ผลกับเด็กที่งอแงอยู่ จึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใส และใจดีไปว่า “บอลลูนครับ บอลลูนมาช่วย ‘ปกป้อง(ชื่อลูกชาย)’ ปกป้องต้องการความช่วยเหลือไหม ทำการบ้านอยู่ใช่ไหม?” หลังจากตอบกลับไปแบบนั้น ปรากฏว่า ลูกชายยอมทำตามและสนุกกับร่างที่ชื่อว่าบอลลูน

         หลัง ๆ มานี้ ปกป้องมีการกดปุ่มบอลลูนด้วยตัวเอง เมื่อกดปุ่ม ต้นหอมต้องกลายเป็นร่างบอลลูนทันที ซึ่งปฏิกริยาที่แสดงออกต่อ แม่(ร่างปกติ) และบอลลูน(ร่างใจดี) ก็แตกต่างกัน เช่น เมื่อแม่ขอขนม ปกป้องจะมีการคิดก่อนว่าจะให้หรือไม่ให้ดี แต่ถ้าเป็นบอลลูน ปกป้องจะให้ทันที

         นอกจากนี้ยังมีอุบายบอกลูกชายด้วยว่าบอลลูนต้องชาร์จแบตด้วยการ ‘หอม’ เพราะอยากได้ความรักจากลูก ทำให้ปกป้องจะมาหอม และมอบความรักกับแม่บ่อยมากขึ้น รวมถึงคอยถามว่าตอนนี้แบตกี่เปอร์เซนต์แล้ว

         ครั้งหนึ่ง เคยแกล้งให้เพื่อนไปถามปกป้องว่า “รู้ไหมว่าแม่กับบอลลูน คือคนเดียวกัน” คำตอบคือ “รู้ แต่แม่ใจร้าย บอลลูนใจดี” แล้วถ้าให้แม่เป็นแบบบอลลูน จะโอเคไหม ปกป้องตอบว่า ไม่เอา จะเอาบอลลูน และก็เคยโกหกไปว่าตอนนี้บอลลูนกำลังซ่อมอยู่นะ เพราะอยากให้ปกป้องรักแม่ที่เป็นแม่ ไม่ใช่เพราะบอลลูน แต่ลูกดันละเมอขณะนอนหลับว่า “เขาซ่อมเสร็จหรือยัง ?”

         จึงอยากปรึกษาคุณหมอว่า ควรจะมีบอลลูนต่อไปหรือไม่ จะมีผลเสียอะไรต่อปกป้องไหม เคยมีเพื่อนล้อเล่นว่า บอลลูนฆ่าแม่แล้ว แต่ปกป้องร้องไห้เสียใจมากๆ เพราะเขาจดจำว่า สองคนนี้คือคนที่เขารัก เขาขาดใครไปไม่ได้แล้ว”

         ‘หมอท้อป’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “ถ้าเด็กรู้แล้วว่า 2 บุคคลิกนี้คือคนเดียวกัน แปลว่าเขาโตประมาณหนึ่งแล้ว แต่ในกรณีเด็กเล็กอาจจะแยกไม่ออก ต้องค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไป แล้วค่อย ๆ เอาร่างบอลลูนมาอยู่ในตัว ต้องมีความเชื่อมั่นในตัวเองด้วย

         ถ้าปล่อยให้มีบอลลูนไปเรื่อย ๆ ก็อาจส่งผลต่อเด็ก เมื่อเขาโตขึ้น และต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น จะไม่สามารถแยกอารมณ์คน ๆ หนึ่งได้ ทั้งนี้หลักการคือ พ่อแม่ต้องมั่นใจในศักยภาพของตัวเองว่า เราสามารถที่จะเป็นคนที่ใจดีมาก และเป็นคนที่มีกฏเกณฑ์ได้อย่างไร ต้องสอนด้วยเหตุและผล

         แนะนำว่าให้บอกลูกไปเลยว่า แม่กับบอลลูนคือคนเดียวกัน แต่ถ้าเขายังชอบบอลลูนมากกว่า ก็ถามไปตรง ๆ เลยว่าทำไมถึงชอบ เพราะอะไร แล้วค่อย ๆ ปรับตัวเองให้มีความเป็นบอลลูน แต่ก็ยังเป็นแม่คนเดิม อย่ากลัวว่าลูกจะไม่รัก”

         นอกจากนี้ ‘ดีเจเกลือ’ ยังได้เล่าประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มว่า “ผมเคยฟังมาหลายบ้าน ที่กลัวลูกไม่รักเหมือนกัน ซึ่งบางบ้านไม่กล้าดุลูกเลย แล้วก็จะมีผลเสียอีกมาก เพราะอาจจะทำให้เป็นเด็กก้าวร้าว ที่ไม่มีใครคุมได้ เพราะขนาดคนในบ้านเขายังไม่กล้าที่จะคุม”

         ‘หมอท้อป’ เสริมว่า “พ่อแม่บางบ้านมักเอาความรักของลูกมาผูกกับการสอน จึงทำให้ไม่กล้าที่จะสอน หรือสอนได้ไม่เต็มที่ เพราะกลัวลูกไม่รัก และก็จะเกิดปัญหาบานปลายต่อมา บางทีพ่อแม่ก็รู้สึกผิดที่จะเป็นตัวร้ายในสายตาลูก แต่อย่าลืมว่าพ่อแม่เองก็เป็นคนปกติ เมื่อเจอวันเหนื่อย ๆ แล้วลูกดื้อ ก็ต้องมีความรู้สึกแย่เป็นธรรมดา เรารู้สึกเหนื่อยได้ แต่ก็สอนลูกได้ว่า พ่อแม่เองก็มี Bad Day เหมือนกัน และมีวิธีการจัดการอารมณ์ยังไง มันก็จะทำให้ลูกได้รู้ว่าเมื่อโตขึ้น แล้วเจอวันแย่ ๆ ต้องจัดการตัวเองยังไง ถ้าเราทำผิด เราต้องรู้จักขอโทษได้”

         ‘ดีเจเกลือ’ ถามต่อว่า “แล้วในส่วนเรื่องการสอนหรือการลงโทษลูกควรทำวิธีไหน จึงจะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด”

         ‘หมอท้อป’ ตอบกลับว่า “ต้องไม่ใช้พื้นฐานของอารมณ์  และไม่ใช้ความรุนแรง การตี ไม่ได้ช่วยขนาดนั้น ถ้าเราอยากสอนลูก เราต้องรู้ก่อนว่า อยากสอนอะไร ถ้าใช้ความรุนแรงทางอารมณ์หรือทางกาย เด็กจะรับรู้แค่อารมณ์ สิ่งที่เขาจะได้ก็คือ “พ่อเกลียดผม แม่เกลียดผม” ตราบใดที่พ่อแม่ยังคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ อย่าเพิ่งสอน เราสามารถโกรธลูกได้ ลูกโกรธเราได้ แต่หลังจากนั้นเราต้องคุมอารมณ์ เด็กจะได้รู้ว่า คนเราโกรธได้แต่ต้องรู้จักจัดการ

         แต่สรุปแล้วในเรื่องของบอลลูนหมอมองว่ามันสามารถหายไปได้ ไม่ต้องบอกว่าหายไปไหน แต่ก็บอกให้เขารู้และเข้าใจว่ามันคือตัวแม่เองนะ”

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เราเป็นทอม เคยเลิกกับแฟนคนนี้ไปครั้งนึง พอกลับมาคบกันอีกรอบ อยู่ๆ แฟนเราเปิดตัว แฟนผู้ชายอีกคนกับครอบครัวของเขา เราก็เลยอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ เวลาผู้ชายมานอนที่ห้องแฟน เราก็จะหลบออกไปอยู่ข้างนอก เราอยากทดสอบว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนจะดีจริงไหม?

23 ก.ย. 2025

เราเป็นทอม เคยเลิกกับแฟนคนนี้ไปครั้งนึง พอกลับมาคบกันอีกรอบ อยู่ๆ แฟนเราเปิดตัว แฟนผู้ชายอีกคนกับครอบครัวของเขา เราก็เลยอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ เวลาผู้ชายมานอนที่ห้องแฟน เราก็จะหลบออกไปอยู่ข้างนอก เราอยากทดสอบว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนจะดีจริงไหม?

เราเป็นทอม เคยเลิกกับแฟนคนนี้ไปครั้งนึง พอกลับมาคบกันอีกรอบ อยู่ๆ แฟนเราเปิดตัวแฟนผู้ชายอีกคนกับครอบครัวของเขา เราก็เลยอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ เวลาผู้ชายมานอนที่ห้องแฟนเราก็จะหลบออกไปอยู่ข้างนอก เราอยากทดสอบว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนจะดีจริงไหม?เลยสร้างแอคหลุมเป็นผู้หญิงสวยๆ ไปฟอลผู้ชายคนนั้น ปรากฎว่าผู้ชายคนใหม่ของแฟนเราทักแอคหลุมเรามา คุยกันมาเรื่อยๆ จนผู้ชายขอคอลด้วย เราก็จะต้องดัดเสียงเป็นผู้หญิงคุยกับเขาจนผู้ชายคนนั้นจริงจังกับแอคหลุมที่เราสร้างขึ้นมา พอเราเอาแชทนี้ไปให้แฟนดู แฟนก็เสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่แฟนเราก็เลือกที่จะ “ไม่ตัดใครเลย คบทั้งเราและผู้ชายคนนั้น” “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [17 ก.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องที่แฟนไปคบกับผู้ชายคนอื่นโดยที่ยังไม่เลิกกับเรา และยังพาไปเปิดตัวกับที่บ้านอีกด้วย โดย “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘แฟนเราที่เป็นผู้หญิงพาผู้ชายไปเปิดตัวกับที่บ้านโดยที่เราก็ยังอยู่ด้วยกัน คือก่อนหน้านี้เราอยู่กันแล้วก็ห่างกันไปเพราะว่าเราไปทำงานต่างจังหวัด ในตอนนั้นคิดว่าเราเลิกกันแล้ว แต่สุดท้ายก็กลับมาคบกันเพราะเขานั้นอยากขอคืนดี ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งสองแล้วที่กลับมาคบกัน เรากับแฟนคบกันตอนมัธยมได้ 2 ปี และห่างกันไปสักพักจนได้กลับมาคบกันอีกเป็นระยะเวลาอีก 6 ปี เขาบอกว่าเราเป็นรักแรก ความสัมพันธ์เริ่มระหองระแหงในตอนที่สถานะทางการเงินของเราเปลี่ยนไป ก่อนหน้าที่ฐานะเราดีกว่านี้ แต่ด้วยเพราะช่วงโควิด ธุรกิจที่ทำก็เริ่มมีปัญหาก็เลยจำเป็นต้องเปลี่ยนสายงาน ทำงานออนไลน์มากขึ้น รายได้ก็ไม่ได้ดีมากเท่าเมื่อก่อน แต่ตอนนี้กลับมาคบกับแฟน ฐานะการเงินเขาก็มั่นคงแล้วจากแต่ก่อนที่เขาก็ไม่ได้ทำงาน เขามีเงิน มีรถให้เราใช้ขับไปทำงาน แต่นั่นก็อาจจะเป็นสาเหตุของปัญหาในความสัมพันธ์เราเพราะเหมือนคุณพ่อของเขาจะไม่ค่อยโอเค มีการเรียกเขาเข้าไปต่อว่าบ้างเป็นบางครั้งเรื่องที่อยากให้เขานั้นแต่งงาน ในขณะที่คุณแม่กับน้องเขาก็ยังโอเคกับเรา แต่เราก็จับได้ว่าเขามีคนอื่น ตอนนั้นเราทำงานขายของอยู่ต่างจังหวัดทุกวัน ก็จะไม่ค่อยมีเวลาให้ มีอยู่วันหนึ่งเขาอยากไปงานหนังสือในกรุงเทพฯ ตอนแรกเขาจะให้เราไปส่ง แต่เราไม่อยากไปเพราะตอนนั้นการค้าขายกำลังอยู่ในช่วงพีค ใจเราเลยไม่ค่อยอยากไป ซึ่งในตอนที่เขาไป เขาก็ไม่ได้ถ่ายรูปส่งมาบอกว่าไปกับใคร พอกลับมาจากงานหนังสือ เขาก็บอกกับเราว่าเพื่อนประสบอุบัติเหตุจึงต้องรีบออกไปดูกลางดึก เราก็ขับผ่านจุดที่รถชนกัน ก็เลยเห็นว่าเขาดูทรอม่ามากทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครเกี่ยวข้องกับเราเลย พอไปดูรูปข่าวอุบัติเหตุวันนั้นก็เห็นเขายืนอยู่เจ้าของรถที่ขับรถชนแต่ไม่ได้มีเพื่อนของเขาอยู่ ตอนนั้นเราก็เริ่มเอะใจแล้ว ต่อมา เขาบอกว่าจะกลับบ้านต่างจังหวัดวันเดียวแต่กลายเป็นเขาไปสามวัน และกลับมาถึงบ้านเร็วเกินไปจนทำให้รู้สึกแปลก ๆ แล้วอยู่ดี ๆ เขาก็หายไปทั้งวัน จนท้ายที่สุดเขาก็โป๊ะว่าเขากลับบ้านวันเดียวทั้งที่เขาบอกกับเราว่าไปสามวัน อาทิตย์ถัดมา เราติดต่อเขาไม่ได้ เขาบอกว่าจะพาวิทยากรไปกินข้าวแต่การแต่งกายด้วยชุดไปรเวทที่เรารู้สึกว่ามันค่อนข้างจะไปรเวทเกินไปหน่อย เราก็เริ่มสงสัยแต่ก็เก็บเรื่องนั้นไว้ในใจจนมาถึงตอนเย็น เขาก็ไม่ได้กลับบ้าน บอกว่าจะนอนบ้านเพื่อน เราก็เลยโทรไป เขารับสายแต่ก็พูดคุยแค่แปปเดียวและพยายามจะตัดสาย เราก็เริ่มแปลกใจ สุดท้ายจึงตัดสินใจถามไปว่า “เธอมีคนอื่นใช่ไหม?” เขาเลยยอมรับว่าคุยกับคนอื่นอยู่คบกันแล้ว พอเรารู้ความจริงจากสถานะที่เป็นกัน แฟนเรากลับกลายเป็นคนอื่นไปเลย ผู้ชายคนนี้เคยคุยกับแฟนของเราเมื่อตอนที่เราห่างกันไป แต่ในตอนนั้นเขาบอกว่าไม่ได้ประทับใจในตัวผู้ชายคนนี้มากเท่าไหร่ ก็เลยห่างกันไป แต่อยู่ดี ๆ ผู้ชายคนนั้นก็กลับมาติดต่อกันอีก ความรู้สึกในตอนนั้นก็เหมือนการมีแฟนซ้อน เรากับเขาก็กลับมาทำทุกอย่างกันตามปกติ ส่วนแฟนกับผู้ชายก็ไม่ได้ห่างกัน คุยกันทุกคืนเหมือนเดิมแต่ฝั่งผู้ชายไม่ทราบเรื่องที่แฟนคบกับเรา กลายเป็นเหมือนว่าตอนนี้เราเป็นชู้เขา เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเขากลับบ้านและพาผู้ชายคนนั้นไปด้วย เราก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง แฟนเราก็บอกว่าพ่อแม่ของเขาเนี่ยโอเคกับผู้ชายคนนี้ แต่ตัวเขาไม่ค่อยแน่ใจเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เขากับผู้ชายเจอกันได้ 5 สัปดาห์ ผู้ชายคนนั้นก็ขอเขาเป็นแฟน และประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ชายก็พูดถึงเรื่องหมั้นจนกระทั่งในตอนนี้ก็บอกว่าจะให้พ่อแม่ไปวางสินสอดฝ่ายหญิงขอแต่งงาน ซึ่งมันเร็วมาก ตัวเราก็อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นมันรักแฟนเราจริงไหม เราก็เลยเอาแอคหลุมที่เป็นรูปผู้หญิงไปส่องว่าเขาจะหวานกันแค่ไหน สรุปพอเราแอดไป ฝ่ายชายก็ทักมาจีบแอคหลุมของเรา มีวันหนึ่งเขากลับมาจากบ้าน อยู่ดี ๆ แฟนเราก็ทักมาบอกว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะต้องมานอนที่ห้อง แปลว่าเราจะต้องไปนอนห้องเพื่อน หนูก็เลยเอาแอคหลุมไปบอกกับฝ่ายชายว่า “ตอนนี้หนูอยู่ในเมืองนะ” หลังจากส่งไปประมาณ 40 นาที แฟนเราก็ทักมาบอกว่าพี่เขาไม่ได้นอนแล้วนะ เพราะเขาอยากเจอเรามาก ไปรอหน้าโรงแรมที่เราบอกอีก จนเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเราเลยเอาแชทนั้นให้เขาดูแล้วบอกว่า “เธอจะพาคนแบบนี้เข้าบ้านจริงหรอ” เขาก็เสียใจแต่ก็ไม่ได้เอาไปพูดเพราะเขาสงสารพ่อกับแม่ที่เตรียมทุกอย่างไว้แล้ว เขาไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ แต่เขาก็บอกกับเราว่าอย่ามาแทรกแซง อย่ามาคุยคนใหม่เขาได้ไหมซึ่งเราก็รับปากไป หลังจากนั้นแฟนเราก็เลยไปพูดเกริ่น ๆ กับผู้ชาย ว่าการแอบคุยกันก็เหมือนการนอกใจจนสุดท้ายผู้ชายคนนั้นก็สารภาพกับแฟนเราว่ามีผู้หญิงแอดไอจีและก็ทักเขามา แต่เขาแค่คุยเหมือนน้อง ซึ่งก็คือเขาโกหก ถ้าในตอนนี้จริง ๆ ก็ยังรักเขาอยู่และเขาก็บอกว่ายังมีเยื่อใยให้เราอยู่ แต่กับฝั่งนู้นเขาก็จะดองกันแล้ว เราก็บอกไปว่า “เธอไม่ต้องเลือกเราก็ได้ แต่เธอจะแต่งกับคนแบบนี้จริง ๆ หรอ” เขาก็บอกว่า “ถ้าเขาไม่รักเรา เขาจะหาสินสอดเกือบล้านมาหมั้นเราทำไม” เลยอยากจะปรึกษาว่าเราควรทำยังไงดีคะ? ในเมื่อตอนนี้เรายังรักเขาอยู่’ ซึ่ง “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นผมอยากให้ทุกคนนึกสถานการณ์ตามด้วยว่าเขาเป็นแฟนกันตั้งแต่มัธยม สิ่งที่เกิดขึ้นมาจะยากต่อการตัดสินใจแค่ไหน เราต้องเอาตัวเองไปมองในแว่นเขาก่อน นี่คือคนที่เป็นห่วงเป็นใยมาครึ่งชีวิต ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ใครก็แล้วแต่พอแฟนเก่าเรากำลังจะไปอยู่ในบ้านเดียวกันกับคนที่เราก็รู้ ๆ อยู่ว่าไม่ได้ดีอะไร เราก็มีสิทธิที่จะแสดงความห่วงใยและบอกให้เขารู้นะ พี่ว่าถ้าพี่เป็นบี พี่จะบอกทุกอย่างที่รู้และนี่คือครั้งสุดท้าย แอคหลุมนั้นพี่ก็จะปิดแล้วก็จะไป ถือว่าที่เรารู้จักกันมา บีทำเต็มที่แล้วที่จะให้เขาเจอคนที่ดีกว่าเรา แต่ในเมื่อเขาปิดหูปิดตา และไม่ยอมที่จะเปิดรับความจริงที่เรารู้มาก็เป็นชีวิตของเขา เป็นพี่ พี่จะไปเพราะว่าการที่เราคบกันแบบนี้แล้วที่ทางบ้านไม่สนับสนุนบี มันไม่จบหรอกเรื่องนี้ อยู่ที่ว่ามันจะไปแยกกันช้าหรือเร็ว ณ ตอนนี้ 29-30 ปี เป็นวัยที่เขาต้องการใครสักคนมาเพื่อทำให้พ่อแม่สบายใจ มันเป็นอีก Stage หนึ่งของการตัดสินใจในชีวิตแล้ว บีแค่ต้องเจอคนที่เขาเข้าใจทั้งตัวเขาและครอบครัวเขา แค่นั้นเอง’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘อยากให้บีรักตัวเองด้วย เข้าใจแหละว่าตอนนี้บีรักเขามาก จนยอมที่จะมองข้ามที่สิ่งที่เขาทำ มันก็อาจจะจริงที่เขายังรักบีอยู่ไม่มันไม่พอ เขาไม่ได้รักบีเท่ากับที่บีรักเขาเพราะว่ามันก็ชัดนะว่าเขามีคนอื่น และการมีคนอืนที่อยู่ ๆ เราก็เทิร์นไปเป็นน้อยเขาไปเฉยเลย ทั้งที่เราก็เป็นตัวจริงของเขามาตั้งแต่แรก พี่ว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่เหมือนกับที่บีรักเขาเลย สำหรับพี่การที่พ่อไม่ยอมยังไม่เท่ากับการที่เขาเป็นแบบนี้ พี่ว่าพฤติกรรมเขามันเสียดายความรักที่บีมีให้เขานะสำหรับพี่ เขามักง่ายไปหน่อย เขาไม่ดูแลความรู้สึกเราไปหน่อย เขาเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง พี่รู้สึกว่าพี่ฟังแล้วปวดหัว ยิ่งฟังก็ยิ่งปวดหัว แล้วบีตอนนี้นอนหลับไหม? กินข้าวลงไหม? ทำไมต้องให้ความรักทำร้ายตัวเองขนาดนี้ด้วย บางทีเวรกรรมหรือคนมันเลือกทางเดินชีวิต เราทำดีที่สุดแล้วเราก็ต้องปล่อยไปแบบนี้ เพราะไม่อย่างนั้นบีก็อาจจะต้องอยู่ในวังวนนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ไม่รู้ ก็ถ้าวันนี้บีบอกว่าบียังรักเขาอยู่ พี่ก็อยากให้บีรักตัวเองด้วย’ และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ที่เขาพูดว่าเขารักบีไม่งั้นเขาไม่อยู่จนถึงตอนนี้หรอก พี่จะบอกว่า เขาไม่ได้รักบีขนาดนั้น เพราะถ้าเขารักบี เขาจะไม่ทำร้ายจิตใจบีโดยการบอกให้บีไปนอนที่อื่น ข้อดีของบีคือ บีทำให้เตียงนี้มันไม่ได้เหงาแค่นั้นแหละ เพราะถ้าผู้ชายคนนั้นมา เขายินดีจะใช้เตียงนั้นกับผู้ชายคนนั้นมากกว่าบี ก็อย่างที่ดีเจเติ้ลบอก มันไม่มีอะไรนอกจากคำว่ารักตัวเองจริง ๆ เขาพูดเองว่าอย่าแทรกแซงเขา ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้เลวขนาดไหนก็ตาม มันมีหลายคนที่สมัครใจเดินไปลงนรก บีควบคุมชีวิตใครไม่ได้และเขาเลือกแล้ว แต่พี่ก็เห็นด้วยกับดีเจเผือกนะ ความหวังดีสุดท้ายที่บีจะให้เขาได้คือการบอกความจริงทั้งหมด นี่คือสิ่งสุดท้ายที่ดีที่สุดที่ฉันจะทำให้เธอ ส่วนเธอจะเดินหรือลุกขึ้นมาได้รึเปล่าขึ้นอยู่กับสติปัญญาของเธอ หลายคนเขารู้อยู่แล้วแต่เขาเต็มใจ นั่นคือชีวิตเขาไม่เกี่ยวกับเราแล้วบี เดินออกมาสวย ๆ เห็นคุณค่าในตัวเอง แม้ว่ามันจะยากแต่บีไม่มีทางเลือก เลือกได้แค่สองทางคือหนึ่ง เราออกไป กับสอง เราจะอยู่เป็นน้อยเขาจนกระทั่งวันหนึ่งเขาเขี่ยเราออกมาเอง อย่าให้ถึงวันนั้นเลย แล้วบีจะรู้เลยว่าทางเลือกที่สวยที่สุด คือการจำเป็นต้องเดินออกมาแม้ว่ามันจะต้องเจ็บปวดก็ตาม’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

08 มี.ค. 2024

เพื่อนสนิทเรา ดูดีขึ้น หุ่นดีขึ้น เลยทักไปถาม ปรากฏเพื่อนบอกเดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไว้นัด Zoom กัน หลังจากนั้นก็เริ่มขายของ ขายผลิตภัณฑ์ ชวนเข้าเครือข่าย บทสนทนาที่เคยคุยกันเริ่มหายไป กลายเป็น "ว่างวันไหน? ว่างเมื่อไหร่? พร้อมรึยัง?" เข้ามาแทน จะทำไงดีคะ?

“คุณไอ (นามสมมติ)” อายุ 19 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 มี.ค. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาที่ทักไปหาเพื่อนสนิทปรึกษาเรื่องลดน้ำหนัก แต่ดันเจอเพื่อนขายคอร์ส โดย “คุณไอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนสนิทคนนึง สนิทกันมา 4 - 5 ปีแล้ว หนูคุยกับเพื่อนทุกเรื่อง เวลาคุยกันบางทีก็พิมพ์แชท หรือ voice คุยกัน ส่วนน้อยมากที่จะโทรคุยกัน ซึ่งเพื่อนหนูเป็นคนที่ค่อนข้างอ้วน แต่วันนึงเขาเริ่มลงสตอรี่ IG ว่าออกกำลังกาย ตัวหนูเองไม่ได้อ้วนแต่แค่ไม่ค่อยเฟิร์ม หนูก็เลย reply สตอรี่ไปว่า ทำไมอยู่ดี ๆ ออกกำลังกาย เพื่อนหนูก็ตอบกลับมาว่า มีเวลาว่างไหม? เดี๋ยวโทรหา หนูก็คิดแค่ว่าเขาคงอยากบอกเรื่องราวในชีวิตเขาว่า ทำไมถึงอยากทำ พอหนูได้คุยกับเพื่อน เขาก็เริ่มพูดว่า อยากให้หนูเข้า Zoom ไปคุยกับอินฟลูคนนึง เขาจะมาช่วยดูแลการออกกำลังกาย การคุมอาหาร หนูก็เลยเข้าไป แต่มันเหมือนการขายตรงมากกว่า หลังจากที่หนูเข้าไปใน Zoom หนูก็มาถามเพื่อนว่า สรุปแกต้องการอะไร? แล้วพี่คนที่เป็นอินฟลูเขาต้องการอะไร? เพื่อนก็พูดกลับมาประมาณว่า ถามทำไม แล้วแกว่างไหม เดี๋ยวโทรไปนะ หนูก็เลยบอกกับเพื่อนไปว่า ตอนนี้ไม่ว่างเลย แต่จริง ๆ ตอนนั้นหนูว่าง หนูอยากให้เขาพิมพ์มา หนูไม่อยากโทรคุยเพราะหนูกลัวเสียความรู้สึก เขาก็พยายามคะยั้นคะยอว่า โทรแป๊บเดียว เดี๋ยวเล่าให้ฟัง หนูก็เลยโกหกไปว่า ไม่สะดวก ตอนนี้กูอยู่งานศพ แล้วเพื่อนก็อัดเสียงส่งมา 10 กว่าอัน หนูกดฟังที่เขาส่งมาประมาณว่า มึงกลัวพี่เขาหลอกหรอ พี่เขาไม่หลอกหรอก เขารวยกว่ามึงตั้งเยอะนะ กูอยากให้มึงลองเปิดใจนะ อยากให้ลองเข้า Zoom อีกวันนึงที่พี่เขานัด หนูก็เลยบอกไปว่า หนูไม่โอเคมาก ทำไมต้องให้หนูมาเข้าอะไรแบบนี้ หนูแค่อยากรู้เฉย ๆ ว่าแบ่งเวลาออกกำลังกายยังไง? ไม่ได้อยากรู้เรื่องธุรกิจหรือเรื่องอาหารเสริม แล้วเพื่อนก็เหมือนหงุดหงิดและบอกมาประมาณว่า งั้นถ้ามึงไม่คุยก็ไม่ต้องคุยกันเลยแล้วกัน แต่อย่างที่บอกว่า พวกหนูสนิทกันมากและไม่อยากเสียเพื่อนคนนี้ไป หนูเลยตัดสินใจเข้าก็ได้ พอเข้าไปเขาก็พูดแต่เรื่องธุรกิจไม่เกี่ยวกับการออกกำลังกายเลย หนูก็เลยทักไปบอกเพื่อนอีกว่า กูไม่โอเคนะ ไม่เอาได้ไหม เพื่อนก็บอกว่า เออ ก็แล้วแต่แล้วกัน แต่หลังจากนั้นมันหนักกว่าอีก หนูก็ reply สตอรี่เพื่อนคนนี้ไปอีกแต่เป็นเรื่องอื่น ๆ เพื่อนก็ยังโยงไปเรื่องนั้นอีก ประมาณว่า มึงว่างแล้วหรอ ลองไปฟังพี่เขาอีกรอบไหมละ? ปัญหาก็คือหนูอึดอัด หนูรู้สึกว่ามันไม่เป็นส่วนตัวมาก ตรงที่เขาทักมาประมาณ 3 นาทีแล้วหนูไม่ตอบ เขาก็จะโทรมาเลย หนูก็บอกเพื่อนไปตรง ๆ เลยว่า เราไม่อยากคุยเรื่องนี้ แต่พอทุกครั้งหนูมีเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตที่อยากระบายเขาก็จะบอกว่า ถ้าโอเคแล้วก็ลองเปิดใจเรื่องนั้นดูก็ได้นะ หนูก็ลองถามเพื่อนคนอื่น ๆ เขาก็บอกว่า มึงก็บล็อกไปเลย ไม่ต้องแคร์หรอก แต่ด้วยที่หนูสนิทกับมันมานาน คุยกันมาทุกเรื่อง ไม่เคยคาดหวังประโยชน์อะไรจากกันเลยทั้งคู่ จนมาถึงเรื่องนี้จากเรื่องการออกกำลังกาย เพื่อนก็ลากไปถึงเรื่องการทำธุรกิจเรื่องอาหารเสริม หนูอยากปรึกษาพี่ ๆ ว่า จะแก้ไขตรงนี้ยังไง ไม่ให้เราเสียเพื่อน แล้วก็ไม่ทำให้เรารู้สึกแย่ไปด้วย’ โดยเริ่มให้คำปรึกษาจาก “ดีเจต้นหอม” ว่า ‘ไม่เอา ไม่กิน ฉันจะเป็นหมูที่แข็งแรง ถ้าอยากรู้อะไรเพิ่มก็เสิร์ชในอินเทอร์เน็ต TikTok มีหมดเลย เรื่องของทริคในการลดน้ำหนักพี่ก็ได้จากตรงนั้นเยอะมาก อาหารเสริมเป็นตัวช่วย ไม่ใช่หลัก คือ อาหารเสริมช่วยให้เราไม่กินจุกจิก แต่พี่รู้สึกว่าอายุ 19 ก็ยังไม่ควรจะต้องใช้อาหารเสริมอะไรพวกนั้นอยู่แล้วนะ เพราะว่ายังเป็นวัยที่หนูมีเอนเนอร์จี้ มีพลังงาน แล้วหนูก็ใช้ร่างกายได้เยอะมาก พี่คิดว่าอาหารเสริมประเภทนั้นไม่เหมาะ แต่พี่ว่าถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะพูดกันตรง ๆ ก็ได้นะ ประมาณว่า ชวนทำอะไร ไปฟังพี่เขา ไม่ฟังๆ เสียเวลา คือ ถ้าเขาบอกว่า เขาเห็นผลก็เขาเห็นผลกับสิ่งนี้ไง เราต้องไม่อยากรู้เรื่องของเขาเลย ไม่ได้อยากรู้การลดน้ำหนักของมึงเลย เราก็ต้องเริ่มจากที่ตัวเราก่อนในการบอกว่า สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราไม่ได้สนใจ แล้วเรารู้สึกว่าการที่เราไปทำมันเสียเวลา เพราะกูไม่ได้สนใจมึง ถ้าเพื่อนสนิทพูดตรงๆ เลยแต่ว่าเราอย่าเปิดช่องให้เขาแค่นั้นเลย แล้วก็พูดตัดบทไปว่า มึงเสียเวลา ถ้ายังตื้อกูอยู่’ ต่อไป ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้หนูอายุ 19 สนิทกันมา 3-4 ปี มันก็คือ 1 ใน 5 ประมาณนั้นของชีวิตหนู แต่ถ้าหนูใช้ชีวิตต่อไปอีก 5-10 ปี เขาก็จะไม่ใช่ 1 ใน 5 ในชีวิตหนูละ เขาอาจจะเป็น 1 ใน 7 หรือ 1 ใน 8 เพราะฉะนั้นก็อย่าไปยึดติดกับใครคนนึงที่เรารู้สึกว่าคนนี้คือเพื่อนสนิท แล้วเราจะไม่มีวันเลิกคบกับเขาได้ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรไม่ดีก็ตาม อันนี้มันก็ไม่ใช่ โตไปหนูก็อาจจะต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทบ้างถ้ามันเป็นคนไม่ดี หนูจะได้เจอกับเหตุการณ์วัดใจแบบนี้แหละ บางครั้งหนูอาจจะไม่ต้องโทรถามพี่เลยก็ได้ หนูอาจจะได้เจอเหตุการณ์ที่ต้องเลิกคบกับเพื่อนสนิทโดยที่ไม่ต้องปรึกษาใครเลย คนที่เราเคยสนิทมันก็คือคนที่เราเคยสนิทหรือคนที่เราสนิทอยู่ก็คือคนที่เราสนิทอยู่ แต่มันก็ไม่ได้บอกว่าเราจะต้องสนิทกับเขาไปจนวันตาย ถ้าถามว่าเพื่อนเขาเลวร้ายไหมก็คงไม่เขาก็แค่คงทำมาหากิน แต่เขาแค่ไม่มีศิลปะในการขาย ทุกอย่างมันมีทั้งคนขายที่ดีและคนที่ขายไม่เป็น คนที่เอาแต่ขายจนเสียเพื่อนรอบตัวมันก็ไม่ใช่ คนที่เขาขายอย่างมีจรรยาบรรณมันก็มี แค่เพื่อนเราเพิ่งเข้ามาในวงการนี้แล้วขายไม่เป็นแต่อยากมียอด เพราะฉะนั้นก็ถ้าเรื่องนี้ไอเข้าใจได้ก็ไม่ต้องเลิกคบกับเขา แล้วดูว่าเขาจะขายอีกยาวไหม? ไม่รู้ว่าโปรดักส์ออกกำลังกายจะอยู่ได้นานหรือเปล่า อาจจะเป็นช่วงแรก ๆ ที่เขากำลังทำยอดอยู่แหละ ก็อย่างที่บอก คุยกันไปตรง ๆ เป็นเพื่อนสนิทก็น่าจะคุยกันได้ ก็คุยกันไปเลยว่า มึงไม่ต้องมาวุ่นวายกับกูแล้วแหละ กูไม่มีวันซื้อแน่ ๆ ทุกวันนี้เงินจะกินข้าวยังไม่มีเลย คือถ้าเขาเป็นคนขายที่เก่งจริง ๆ เขาต้องรู้ว่ารายนี้ตื้อให้ตายก็ไม่ซื้อ เสียเวลาไปหาคนอื่นดีกว่า ถ้าอยากออกกำลังกายจริง ๆ เสิร์ชเอาใน Google , TikTok เยอะแยะ ถ้าเพื่อนคนนี้ตัดเรื่องขายออกไปแล้ว เขาจะกลับมาเป็นคนเดิมก็ลองดู แล้วก็แสดงออกให้ชัดเจนว่าเราจะไม่ร่วมธุรกิจกัน แล้วหลังจากนั้นดูว่าเขายังจะเป็นเพื่อนสนิทกับเราอยู่หรือเปล่า? ยังเม้าท์เรื่องอื่น ๆ กันอยู่หรือเปล่า? ซึ่งถ้าเขาเปลี่ยนไปเพียงแค่เราไม่ซื้อของของเขา ไอควรคิดดี ๆ ว่าคนนี้ควรจะเป็นเพื่อนสนิทเราจริงหรือเปล่า เขาเหมาะกับจะเป็นเพื่อนรักเราจริงไหม ถ้าขายของให้ฉันไม่ได้แล้วเลิกคบเราไป เขาควรจะเป็นเพื่อนแท้เราหรือเปล่า ไอลองไปคิดดูนะ’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก่อนอื่นหนูต้องปิดประตูตายก่อน เรื่องออกกำลังกายหรือเรื่องหุ่น อย่าไปเปิดประตูให้เขาเข้าหาเราได้จากเรื่องนี้ เพื่อให้เขาชัดเจนไปเลยว่าเราไม่ได้สนใจเรื่องนี้จริง ๆ ต้องทำให้เขารับรู้ก่อน ตอนนี้ไปอยู่กับคนที่สนิทคนอื่น ๆ ก่อน พี่รู้สึกว่าน้องไอกำลังคาดหวังให้เขามาสนิทเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มันไม่ได้แล้วไง เพราะว่าสิ่งที่เขาโฟกัสมันไม่ใช่ไอแล้ว เขาโฟกัสกับสิ่งที่เขากำลังทำตอนนี้ คือการทำกิจการให้มันดีขึ้น เขาอาจจะไปร่วมมือกับโค้ชคนนั้นหรืออะไรก็ตาม แต่ตอนนี้เขาไม่ได้โฟกัสหนู หนูอย่าไปสำคัญตัวผิด เพราะถ้าหนูสำคัญตัวผิด หนูจะผิดหวัง เราต้องเลิกคาดหวังกับเขาก่อนให้เขาไปอยู่ในที่ที่เขาอยากทำ ไม่ต้องไปขัดเขา แล้วถ้าเขาทำสำเร็จก็ยินดีกับเขาไป แต่ถ้าเขาทำไม่สำเร็จ แล้ววันไหนเขากลับมาหาเรา เราก็ยังเป็นเพื่อนเขาอยู่ได้เหมือนเดิม ซึ่งถ้าถึงวันนั้นไออาจจะไม่อยากเป็นเพื่อนเขาแล้วก็ได้ หรือถ้าเขากลับมาแล้ว ถ้ามันเป็นเพื่อนกันจริง ๆ มันต่อกันติดเราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้ แต่ตอนนี้หยุดคาดหวังก่อนเพราะตอนนี้เขาไม่เหมือนเดิมแล้ว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

04 พ.ย. 2025

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอดแรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่าไปเที่ยวต่างประเทศ จริงๆหนูนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ไม่กล้าบอกคนในครอบครัว ไม่กล้าบอกคนรอบตัวเพราะเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี นอกจากจะทำร้ายร่างกายหนู แฟนหนูก็เจ้าชู้ เคยทำผู้หญิงท้อง หนูต้องตามไปจ่ายค่าเสียหายให้ครอบครัวผู้หญิงหลายแสน เรื่องถึงจบ ตอนนี้แฟนหนูเขามาขอหนูแต่งงานใจนึงก็ไม่อยากไปต่อแล้ว แต่ก็ลังเล เพราะตอนที่เราเจ็บตัวเข้าโรงพยาบาล เขาก็ดูแลเราดีมากๆ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 ต.ค. 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนที่คบกันมา 12 ปี นอกใจและทำร้ายร่างกายเราจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล แต่จู่ ๆ ก็มาขอเราแต่งงาน “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่วัยรุ่น ตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่อายุ 13 ปี ในระหว่างที่คบกัน แฟนก็นอกใจหนูมาตลอด หรือเวลาทะเลาะกันเขาก็จะชอบทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล เขาเริ่มเป็นแบบนี้ตอนที่คบกันเข้าปีที่ 6 แต่ช่วงแรก ๆ ก่อนหน้านั้นเขาก็จะขี้โมโห ขึ้นสุดลงสุด แต่ก็โมโหได้แปปเดียวจากนั้นก็กลับมาดี ในช่วงที่หนูเข้าโรงพยาบาลเขาก็จะเข้ามาทำดีด้วย แบบดีมาก ๆ มาเฝ้าหนูจนหนูใจอ่อนเลยให้อภัยไป แต่ถัดจากนั้นมาประมาณ 2-3 อาทิตย์ เขาก็ไปมีคนอื่นอีก ผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ากันเลย แต่หนูก็ยังอยู่เพราะเราคบกันมานานและแม่ของแฟนก็ขอให้อย่าเลิกกับลูกเขาด้วย จนวันหนึ่งเราไปเที่ยวด้วยกัน แล้วเขาก็ขอหนูแต่งงานแต่หนูบ่ายเบี่ยง พูดติดตลกไปว่า “เธอลองไปขอต่อหน้าแม่เค้าไหม?” แล้วแฟนก็ตอบกลับมาว่า “ได้ ไว้รอเธอพร้อม” แต่หลังจากกลับมาหนูก็รับงานเวรยาว ๆ ไม่ได้กลับห้อง ทำตัวยุ่ง ๆ ตลอดเวลาเพื่อที่จะไม่ได้ไปเจอหน้าเขา หนูกลัวว่าถ้าหนูแต่งไป หนูจะเจออะไรอีกไหม? คือหนูยังรักเขา ถ้าให้อยู่ด้วยกันก็อยู่ได้แต่กลัวว่าวันหนึ่งเราจะโดนอะไรมากกว่านี้ ตอนโดนทำร้ายร่างกาย หนูก็พักรักษาตัวเป็นเดือน ซี่โครงเคลื่อน กะโหลกตรงเบ้าตาแตก เลือดออกหู พ่อแม่หนูไม่ทราบเรื่องนี้เพราะหนูไม่ได้บอก หนูไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวคนจะมองแฟนไม่ดีและก็ทะเลาะกับแฟนบ่อยกลัวว่าเพื่อนจะต่อว่าแฟนอีก กับอีกเคสหนึ่งคือแฟนหนูทำผู้หญิงท้อง หนูก็เป็นคนชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะด้วยหน้าที่การงานแฟน ถ้ามีเรื่องแบบนี้ออกไปเขาก็น่าจะโดนหนัก เลยคุยกันว่าเดี๋ยวหนูจะออกหน้าแทนให้แต่คราวหลังอย่าทำอีก ส่วนเรื่องเงินเขาไม่ได้เป็นคนบอกให้หนูจ่ายให้ แต่ทางฝั่งของแม่น้องผู้หญิงที่เสียหายเขาโมโหมาก จนจะเอาเรื่องไปถึงที่ทำงานแฟน หนูเลยค่อย ๆ เสนอเงินเพื่อที่จะได้รับผิดชอบสภาพจิตใจและร่างกายของผู้หญิงอีกคนโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแฟนก่อน มีครั้งหนึ่งหนูบอกเลิกเขาเพราะหนูเปิดประตูห้องไปเจอเขามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น แล้วหนูก็กลับไปนอนที่บ้าน เช้าวันต่อมา เขาก็เข้ามานั่งคุยกับแม่ หนูเลยต้องตามน้ำไปและก็กลับไปกับเขา พอถึงห้อง หนูก็โดนเขาซ้อมเลยทันที เลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่าหนูควรแต่งงานกับเขาดีไหมหรือควรเลิกให้เด็ดขาดไปเลย?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำไมหนูถึงให้คน ๆ นี้ยังอยู่ในชีวิตของหนูอีก หลังจากที่เขาทำร้ายหนูมาไม่รู้กี่ครั้ง หลังจากที่หนูต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว หลังจากที่หนูเห็นเขามีอะไรกับคนอื่นต่อหน้าต่อตา หลังจากที่เขามาง้อแล้วพอหนูกลับไป เขาก็ทำร้ายหนูอีก ทำไมหนูถึงปล่อยให้คน ๆ นี้อยู่ในชีวิตของหนู พี่พยายามจะเข้าใจว่ามันคือความผูกพัน แต่มันคือความผูกพันแบบไหนอีกคนถึงต้องทำร้ายเราจนเราซี่โครงเคลื่อน พี่ว่ามันถึงเวลานานมากแล้วที่คนที่เขารักตัวเอง คนที่มีสติ เขาจะไม่ได้เอาความรักแบบใดก็ไม่รู้มาบอกกับตัวเองว่าเราต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้เพราะว่าเราผูกพันกับเขา หนูบอกกับพี่ว่าหนูไม่อยากให้เขาดูไม่ดี แต่ตอนนั้นฟ้าไม่ได้มองดูตัวเองเลยเหรอว่าหนูเจ็บร่างกาย เจ็บใจขนาดไหน แล้วทำไมหนูถึงต้องปกปิดให้ผู้ชายคนนั้นอยู่อีก ตั้งแต่ที่พี่ฟังมา พี่ไม่รู้จริง ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้ายังอยู่กับผู้ชายคนนี้ โดยที่ตัดสินใจแน่วแน่ไม่ได้ว่าจะเลิกกับเขา หนูเอาการเป็นแฟนกับเขาคนนี้ที่เป็นแฟนคนแรกและเป็นคนที่ยาวนานมาขังตัวเองและมาขอโทษกับอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหมดทั้งมวลจะไม่มีใครช่วยหนูได้เลยถ้าหนูไม่ตัดสินใจที่จะออกมาเอง คนรักที่ดีเขาจะไม่ทำร้ายร่างกายกัน คนรักที่ดีจะไม่มีทางนอกใจกัน ทั้งหมดที่พูดไป สุดท้ายมันอยู่ที่หนูคนเดียวเลย หวังว่ามันจะมีอะไรมาทำให้หนูฟังสิ่งที่พี่พูดและคิดตามได้ในเร็ววัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่พยายามคิดเข้าข้างคนที่ฟ้ารักมาก ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้าอยู่กับคน ๆ นี้ และพี่เจอแค่เหตุผลเดียวคือเขาเป็นคนแรกและคนเดียวในชีวิต ฟ้าบอกว่าเขาดีมาก พี่ก็พยายามถามว่า “ดียังไง?” ซึ่งถ้ามนุษย์ปกติมาฟังความดีของเขา ทุกคนก็จะบอกว่า “ใครก็ทำได้ คนทั่วไปก็ทำได้” ฟ้าให้คุณค่าชีวิตตัวเองลิมิตถึงแค่ไหน เพราะนี่ก็เข้าโรงพยาบาลเดือนหนึ่งก็ทนมาได้ หรือชีวิตเราก็ให้เขาได้ ชีวิตฟ้าไม่ได้อยู่ที่ตัวฟ้าอีกต่อไปแล้ว ชีวิตฟ้าอยู่กับเขาเพราะว่าฟ้าใช้ชีวิตเขากำหนดชีวิตฟ้า มีแค่ภาวนาให้เขาดีขึ้น เพราะกับตัวฟ้ามันอาจจะเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้าฟ้าให้ผู้ชายคนหนึ่งนำชีวิตอยู่ เราก็จะภาวนาให้เขาเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่ดีขึ้นมาแทนแล้วกัน มันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่เราไม่ควรทำกับคนที่เรารัก คือการทำร้ายร่างกายกับการนอกใจ ขอให้เขาเลิกพฤติกรรมนี้ได้และก็ขอให้ชีวิตฟ้าอยู่รอดปลอดภัย มีอะไรก็บอกพ่อกับแม่ ต่อให้เราไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่เขาก็คงไม่อยากให้ใครทำร้ายลูกเขาขนาดนี้ ถ้าพาตัวเองออกมาไม่ได้หาคนช่วยดีกว่า จิตแพทย์ก็ได้ ฟ้าควรจะพึ่งใครสักคน’ สุดท้าย “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ลองสมมติกลับกันดูว่ามีคนมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟ้าฟัง หนูจะรู้สึกยังไง ถ้าหนูเป็นคนอื่นหนูจะตอบได้ แล้วอะไรที่พอมันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วเราทำไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นเรื่องคนอื่น การบอกเลิกกลายเป็นเรื่องที่ง่าย มันเป็นความสัมพันธ์ที่มองง่าย ๆ ก็คือ Abusive Relationship มันคือการทำร้ายกัน และบางทีความสุขของหนูก็จะไปขึ้นอยู่กับความสุขของเขา เขามีความสุข หนูก็มีความสุข พี่ก็คิดเหมือนพี่เผือกว่า ถ้าหนูปรึกษาใครไม่ได้ ถ้าหนูกลัวว่าเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี เราอาจจะยึดเขาเป็นหลักในเรื่องที่เราขาด สาเหตุของปัญหามันไม่ใช่แค่เรื่องของการที่เขาทำร้ายหนูภายนอก ที่หนูปล่อยให้เขาทำร้ายหนู หรือบางทีหนูอยากจะออกมาแต่อะไรที่ทำให้หนูยังออกมาไม่ได้ พี่คิดว่าถ้าหนูไปปรึกษาคนให้เป็นเรื่องเป็นราวและแก้พฤติกรรมหรือช่วยดูพฤติกรรมของหนู เขาจะได้ช่วยหนูออกจากปมปัญหาครั้งนี้ สำหรับพี่ พี่แนะนำให้หนูไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยและพาหนูให้ออกมาจากปัญหานี้อย่างคนที่เข้าใจและไม่ตัดสินหนู แต่หนูต้องมี Commitment และไปเป็นประจำ ในเมื่อหนูยังมีเวลาให้ผู้ชายคนหนึ่งทำร้ายหนูได้ หนูเพิ่มเวลาอีกนิดนึงเพื่อดูแลตัวเองในทางกลับกัน พี่ว่าอันนี้จะดีกับหนูมากขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สามีที่คบกันมา 14 ปี บอกเลิกคืนเค้าท์ดาวน์ หลังจากที่เราจับได้ว่าเขามีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "กูหมดรักมึงมา 2-3 ปีแล้วรู้ไว้ด้วย" ได้ยินแล้วช็อคเข้าโรงพยาบาลเลย ตอนนี้สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปแล้ว ควรเดินต่อไปยังไงดีคะ

12 ม.ค. 2024

สามีที่คบกันมา 14 ปี บอกเลิกคืนเค้าท์ดาวน์ หลังจากที่เราจับได้ว่าเขามีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "กูหมดรักมึงมา 2-3 ปีแล้วรู้ไว้ด้วย" ได้ยินแล้วช็อคเข้าโรงพยาบาลเลย ตอนนี้สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปแล้ว ควรเดินต่อไปยังไงดีคะ

“คุณแบม (นามสมมติ)” อายุ 42 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย กับปัญหาที่ว่าสามีที่คบกันมานานบอกเลิกเราวันสิ้นปี เราเสียใจช็อก ถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล โดย “คุณแบม (นามสมมติ)” ได้เริ่มปรึกษาว่า ‘โดนสามีบอกเลิกตอนวันสิ้นปีที่ผ่านมา คบกับเขามา 4 ปี แต่งงานกันอีก 10 ปี เริ่มจากแบมระแคะระคายเขามานานแล้ว เพราะมันมีเบอร์แปลก ๆ ล็อกอินเข้าใน Facebook เขา พอไปถามเขา เขาก็ตอบมาว่า ไม่รู้ เราก็เลยเก็บเบอร์นี้ไว้ เอาไปโทร เอาไปเช็กตามระบบ มันไม่ใช่เบอร์คอลเซ็นเตอร์ เราก็ไปถามเขาอีกครั้ง ให้เขาโทรไป เขาก็ไม่ยอมโทร จนเมื่อวันที่ 31 ที่ผ่านมา เป็นวันที่แบมหยุดงานอยู่บ้าน แต่แฟนต้องออกไปทำงานในคืนนั้น ระหว่างที่เขาอาบน้ำ แบมได้ใช้แท็บเล็ตของเขากดโทรไปที่เครื่องนั้น ปรากฎว่ามันมีประวัติการโทรเข้าโทรออกที่เบอร์นั้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคม โดยที่ไม่ได้เมมเบอร์ไว้ แบมก็เลยกดโทรออกไป สักพักหนึ่งก็มีคนรับสาย แบมก็เงียบก่อน ผู้หญิงคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “อยู่ไหนอะ” แบมก็เลยพูดไปว่า “เธอเป็นใคร นี่เราเป็นเมียของ…นะ” ผู้หญิงก็วางสายไป เราก็ไปเคาะประตูสามีเรียกออกมาคุยว่า คืออะไร แต่เขาก็ไม่ยอมรับ เขาก็นั่งนิ่งไปสักพักนึง แล้วก็พูดว่า “กูไม่ได้รักมึงมา 2-3 ปีแล้ว” เราก็ช็อก เพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีสัญญาณอะไร แบมก็ถามเขาไปว่า “เราผิดอะไร” เขาก็บอกว่า “เธอไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่เขาผิดเอง ไม่รู้จักพอเอง” แบมก็เลยบอกว่า “เลิกได้ไหม” เขาก็บอก “เลิกไม่ได้” แล้วก็บอกว่า “ขนาดกูพูดกับมึงขนาดนี้แล้ว มึงยังหน้าด้านที่จะยื้อกูไว้อีกหรอ” เขาพูดแบบนี้มา เราก็ช็อกไป เขาก็พาส่งโรงพยาบาล แล้วก็มาเฝ้าเรา 2 คืน แต่เขาก็จะพูดว่า “คือไงอะ คือกูต้องไปไหม” อย่างนี้ตลอด และในวันที่ออกก็มีจิตแพทย์มาคุยกับแบม บอกแบมว่า “คุณมีภาวะซึมเศร้าแล้วนะ เป็นมานานแล้ว” แล้วก็เรียกผู้ชายมาคุยว่า “คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่คุณทำนะ ถ้าคุณจะไปจากเขา คุณต้องรับผิดชอบให้อาการเขาดีขึ้นก่อน” เขาก็บอกกับคุณหมอว่า “เขาไม่ได้เป็นคนผิด แบมเป็นคนไม่รักตัวเองเอง” อาการเราเริ่มมีตั้งแต่ช่วงที่เราเริ่มระแคะระคายเรื่องเขา จนเครียดสะสมมาตลอด และเราก็ไม่ได้บอกใครเลยเรื่องนี้ แม้กระทั่งพ่อ-แม่ เพราะว่ากลัวพ่อ-แม่จะเกลียดเขา หลังจากกลับจากโรงพยาบาล เขาก็บอกว่า “เขาจะอยู่ดูแล จนกว่าแบมจะดีขึ้น” แต่พออีกวัน เขาไปทำงานแล้วโทรกลับมาบอกแบมว่า “ทำไมเขาต้องอยู่ ในเมื่อเขาพูดชัดเจนแล้วว่าไม่รักแบมแล้ว เขาไม่อยู่หรอกนะ อยู่เพื่ออะไร ทำไมต้องยื้อไว้” แบมก็เลยบอกเขาว่า “งั้นก็เข้ามาเก็บของ” อีกสักพักนึงเขาก็เข้ามาเก็บของออกไป แล้วเขาก็ทิ้งเราไปเลย วันนี้แบมเลยอยากให้พี่ ๆ แนะนำให้มูฟออนให้ได้ ให้ลืมเรื่องฝันร้ายนี้ มันเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิตแบมแล้ว’ ซึ่ง ‘ดีเจเผือก’ ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า “ทุกครั้งเราพยายามจะบอกทุกคนเสมอว่า เวลามันจะช่วยนะ ช่วงนี้ก็ประคับประคองไป ใครไหวแค่ไหน เอาให้มันสุดให้มันผ่านไปได้ เวลามันจะค่อย ๆ เยียวยา วันนี้ร้องเท่านี้ พรุ่งนี้เรื่องเดิม ๆ ที่ทำให้เราร้องไห้ ก็อาจจะไม่ร้องแล้ว แค่เรามีสติรู้ตัวว่า ณ เวลานี้ฉันเศร้าและแน่นอนว่าฉันควรต้องเศร้า ถ้า 15 ปี แล้วเขาจากไปใจร้ายแบบนี้แล้ว ฉันไม่เศร้าสิถึงแปลก อยู่ด้วยกันมาตั้ง 15 ปี แต่สุดท้ายเมื่อเราเริ่มเข้มแข็งพอ คนเราก็จะต้องค่อย ๆ ลุกขึ้นได้ เดินต่อไปได้ แต่ ณ เวลานี้อาจจะต้องพักให้ร่างกายได้เยียวยาก่อน ซึ่งก็ปล่อย อยากเศร้าก็เศร้า ร้องไห้ก็ร้อง หาเพื่อนสักคนที่พร้อมจะนั่งฟังแบบ เศร้าให้หมดไป แล้วเราก็จะแข็งแรงขึ้นเอง แต่ต้องใช้เวลา คนเราใช้เวลาไม่เท่ากัน ของแบม 15 ปี อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่ไม่มีวิธีอื่นนอกจากจะให้เวลามันเยียวยา ในความคิดของพี่ เป็นกำลังใจให้ อย่างน้อยก็ยังไม่มีความผูกพันด้านอื่น เขาชัดเจนมาขนาดนี้ เมื่อมันจบตอนนี้ดีกว่าปล่อยให้คาราคาซังแล้วต้องปวดหัวมากว่านี้ ทุกอย่างมองในแง่ดีถึงแม้มันอาจจะยากก็ตาม” ต่อมาที่ ‘ดีเจอ้อย’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “พี่เห็นด้วยกับเผือกอันนึงคือ เรากำลังทำสิ่งผิดธรรมชาติอยู่ รักมาขนาดนี้ เขาเดินจากไปแล้วเราต้องมูฟออนให้ได้ภายในไม่กี่วัน มันเป็นเรื่องยากมาก เข้าใจว่าคนที่กำลังเสียใจมาก ๆ แล้วมาบอกว่ามันจะดีขึ้น ไม่ค่อยมีใครเชื่อหรอก ทั้ง ๆ ที่เวลามันรักษาได้ทุกแผล แค่รอให้ไหว ในเรื่องของซึมเศร้าก็ต้องรักษากันไป ต่อมาคือที่บอกว่าไม่อยากบอกคนรอบตัวเพราะว่าไม่อยากให้ทุกคนเกลียดเขา พี่ว่าคนละเรื่อง พ่อแม่จะเกลียดหรือเปล่านั่นเป็นสิทธิของเขา พี่ไม่อยากให้น้องมีปัญหาซ้ายขวาหน้าหลัง เสียใจเรื่องสามีจากไปก็แย่แล้ว ต้องมานั่งปิดบังไม่ให้คนอื่นรู้ ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอให้กับคนที่บ้านเห็นได้ โลกใบนี้มันจะเหมือนหนักและทับตัวหนูอยู่ หนูไม่ได้เล่าให้พ่อแม่ฟัง คิดหรอว่าเขาจะไม่รู้ อยู่ด้วยกัน ผู้ชายเก็บของออกจากบ้านลูกสาว เขาต้องรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเขาจะเกลียดหรือไม่เกลียด ไม่เกี่ยว ความจริงคือความจริง พี่ไม่อยากให้น้องคอยสร้างภาพลักษณ์ให้ใคร เพียงแต่ว่าพี่อยากให้น้องมีทีมของตัวเอง อย่างน้อยก็ยังมีสายซัพพอร์ต หัวเราะด้วยกันเสียงจะดังขึ้น เวลาร้องไห้เสียงสะอื้นจะเบาลง หนูร้องไห้เลยเต็มที่ อันนี้คือวิธีการเยียวยาธรรมชาติของมนุษย์ เสียใจก็ร้องออกมา ไม่ต้องพยายามเข็มแข็งในตอนที่ยังอ่อนแอ เดี๋ยวแผลจะใหญ่ไป แล้ววันนึงจะคิดได้ว่า ก็แค่คนไม่รักกัน ใครน่าเสียใจกว่ากัน เธอสูญเสียคนที่รักเธอไป 1 คน ฉันเสียคนที่ไม่รักฉันไป 1 คน คิดดูสิว่าใครน่าจะเห็นคุณค่ามากกว่ากัน วันนี้น้องกำลังแบกหลายอย่างมากเกินไป เขาจากไป ต้องปิดบังที่บ้าน ซึมเศร้าหนูก็เป็น มันเลยเป็นปัญหาที่หนูเห็นปัญหานั้นมันใหญ่โตเกินความจริงไปนิด พี่รู้แหละว่าการที่สามีจากไปแบบนี้ มันเป็นเรื่องน่าเสียใจที่สุด มันทำให้หนูมีคำถามมากมายว่าเราผิดอะไร แต่พี่เห็นแค่ว่า คนไม่รับผิดชอบความรู้สึกของน้องคนนึง อยากจะไปก็ด่า ๆ ให้รู้สึกว่าการจากไปไม่ใช่เรื่องผิด ไม่สนใจว่าหนูจะรู้สึกอย่างไร วันนี้หนูรักเขาไม่อยากให้เขาเสียใจ แต่เขารักหนูน้อยไปเลยสมารถทำให้หนูเสียใจได้ขนาดนี้เรื่อย ๆ สู้ไปทีละวัน แล้วมันจะดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ต้องไปตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะดีขึ้น ข้างหน้าไม่รู้ เอาวันนี้ก่อน พี่จะยกตัวอย่างเสมอว่า ไม่มีใครลืมกระเป๋าสตางค์ ในวันที่ถามตัวเองเสมอว่าเมื่อไหร่จะลืมกระเป๋าสตางค์ การลืมมันเกิดขึ้นจากการใช้ชีวิตไปทุกวันตามปกติจนชิน รู้ตัวอีกทีกระเป๋าหายไปไหน การลืมความเจ็บปวดเช่นเดียวกัน เราไม่ต้องไปหาเหตุผลอะไรอีกแล้ว เพราะคนจะไปพูดอะไรก็ได้ ถ้าตอนนี้หนูรู้สึกไม่กล้าบอกใคร หนูกอดตัวเองให้แน่น แล้วคุณพ่อคุณแม่ของหนู หนูต้องดูแลหัวใจท่านด้วย ไม่มีคุณพ่อคุณแม่คนไหน เลี้ยงลูกให้มานั่งร้องไห้เพราะผู้ชายไม่รัก รักตัวเองให้เยอะ ๆ ” สุดท้าย ‘ดีเจเติ้ล’ ให้คำปรึกษาว่า “เมื่อวานได้อ่านหนังสือ Lots Of Love เป็นเรื่องของผู้หญิงคนนึงที่อยู่กับสามีมานาน ประมาณคุณแบม แล้วสามีเป็นมะเร็ง มีเวลาไม่นานสามีก็จากไป เขาเขียนเล่าว่าช่วงเวลานั้นมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วเขาผ่านมาได้อย่างไร ที่เติ้ลฟังสิ่งที่คุณแบมเล่ารู้สึกว่ามันมีความคล้ายกันอยู่ในเรื่องนี้ ตอนที่เราอ่านก็รู้สึกว่าเขาจะผ่านมันไปได้อย่างไร เราก็ลุ้น เขาเขียนว่าวันที่สามีเขาเสีย หลังจากนั้นเข้าก็ร้องแบบเดี๋ยวทรุด เดี๋ยวร่วง ตื่นเช้ามาก็ร้อง เข้าห้องน้ำก็ร้อง นั่งรถไฟฟ้าไฟก็ร้อง เพราะว่านั่งรถไปทำงานกับสามีทุกวัน แต่ว่าอันนึงที่เขาเขียนแล้วเรารู้สึกว่า มันดีมากเลย คือเขาบอกว่า พอมันร้องไป ตอนแรกเขาก็กลัวเหมือนกันว่ามันจะตาย เขาจะต้องตายแน่ ๆ ถ้าสามีเขาไม่อยู่แล้ว แต่สุดท้ายพอเขาร้องแล้วรู้สึกหายใจไม่ออก เขาก็พยายามที่จะหายใจ แล้วเขาก็บอกว่า มันไม่มีใครตายจากความเสียใจอันนี้ อยากจะบอกคุณแบมเหมือนกันว่า เราเสียใจ แล้วมันก็ผ่านมาแค่ 10 วัน เราเป็นคนปกติแล้วที่รู้สึกแบบนี้กับความผูกพันธ์ที่ตัวเองมีมา เติ้ลก็อยากจะบอกกับคุณแบมว่า ร้องไปเลย เสียใจได้ไปเลย สุดท้ายถึงเวลา อย่างคุณหมวยที่อยู่ในเรื่องนี้ เขาใช้เวลาเป็น 10 ปีเลยเหมือนกัน ในการที่จะผ่านมันไปได้ แต่แล้วในหนังสือสุดท้ายที่เขามาเขียนก็คือ ทุกวันนี้เขายังรัก และยังคิดถึงแฟนเขาที่เสียไป แต่ตอนนี้เขาตายไม่ได้เพราะเขาจะไปดูคอนเสิร์ต BTS เขามีจุดมุ่งหมายในชีวิตเขาอันใหม่ เติ้ลอยากจะเทียบกับเรื่องของคุณแบมว่า คุณแบมเห็นไหมว่าคุณหมวยที่เขาเสียคนรักไปทั้งที่เขายังรักกันอยู่มาก เราว่ามันทรมาณ ถ้าจะเทียบกับเคสคุณแบม มันอาจจะทรมาณมากกว่า เพราะว่าเขาคนนั้นเขาไม่ได้รักคุณแบมแล้ว เหมือนถ้าคนที่เขารักกันมาก ๆ แล้วเขาจากกันเขายังผ่านมันมาได้ ปัจจุบันนี้เขายังมีชีวิตเพื่อตัวเขาเองได้เติ้ลว่าคุณแบมก็ผ่านมันไปได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันต้องใช้เวลาเท่านั้นเอง อยากบอกคุณแบมว่าอยากให้กลับมารักตัวเองมาก ๆ เขาเลือกที่จะทำแบบนั้นกับเรามันไม่มีใครนอกจากเราในตอนนี้กับคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน มันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหันกลับมาดูแลตัวเอง เข้าใจว่ามันยามาก แต่เติ้ลเชื่อว่ามันจะต้องผ่านไปได้อย่างแน่นอน”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
♪efm
-

-