หนุ่มโทรปรึกษา แฟนนัดเพื่อนผู้ชายไปเที่ยวต่างจังหวัด 3 วัน มารู้ทีหลังว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ เป็นรักแรก สมัยเรียนมัธยม เราทะเลาะกันจนถึงขั้นจะเลิกกันเลย และผมก็ไม่ค่อยสบายใจ แต่ตอนนี้อยากกลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนเหมือนเดิม... ทำไงดี?

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนุ่มโทรปรึกษา แฟนนัดเพื่อนผู้ชายไปเที่ยวต่างจังหวัด 3 วัน มารู้ทีหลังว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้ เป็นรักแรก สมัยเรียนมัธยม เราทะเลาะกันจนถึงขั้นจะเลิกกันเลย และผมก็ไม่ค่อยสบายใจ แต่ตอนนี้อยากกลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนเหมือนเดิม... ทำไงดี?

27 มี.ค. 2023

          “คุณภู (นามสมมุติ)” สายที่สองในรายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 มีนาคม 2566) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาความรู้สึกไม่สบายใจที่แฟนไปเที่ยวกับ Puppy Love

          โดย “คุณภู (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า 'ตอนนี้คบกับแฟนมาได้ 3 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้แฟนผมเขาเคยบอกว่าจะมีเพื่อนผู้ชายกลับมาจากต่างประเทศ มาเที่ยวที่ประเทศไทย แล้วจะไปต่างจังหวัดด้วยกัน 3 วัน เพื่อไปหาเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง และจะนอนค้างที่บ้านของเพื่อนผู้หญิงคนนี้แหละ ผมก็โอเค ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย เพราะแฟนบอกเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ซึ่งตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเพื่อนผู้ชายคนนี้เคยเป็นรักครั้งแรกของแฟนมาก่อน แต่พอแฟนผมจองตั๋วเครื่องบินเสร็จเรียบร้อย ผมก็เอะใจ เลยเข้าไปดูข้อความในเฟซบุ๊กของแฟนว่าคุยอะไรกันบ้าง เพราะผมรู้รหัสปลดล็อกโทรศัพท์ของแฟนอยู่แล้ว

          ผมก็ย้อนแชทไปดู จนเจอว่าข้อความบางส่วนถูกลบไปเมื่อปีที่แล้ว ข้อความที่เหลืออยู่ แฟนผมก็คุยกับเพื่อนผู้ชายคนนี้ประมาณว่า คิดถึงแกนะ เพราะเขาอยู่ต่างประเทศ และผมก็เอะใจกับประโยคหนึ่งที่เพื่อนผู้ชายคนนี้ถามว่า แฟนแกจะไม่ว่าอะไรหรอ เพราะเราเคยเป็นรักในวัยเด็ก มันก็ทำให้ผมไม่สบายใจว่าแบบได้ด้วยหรอ เพราะเขาทั้งสองคนกำลังจะไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน

          ซึ่งแฟนผมก็ตอบกลับไปว่า มันนานมาก 10 กว่าปีตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว ไม่ได้คิดอะไรแล้ว เขาไม่เคยเล่าความรักครั้งนี้ให้ผมฟังเลย แล้วหลังจากที่ผมเห็นแชท ผมก็ถามเขาว่า เคยเป็นอะไรกันหรอ แฟนก็บอกว่าคนนั้นเคยมาชอบสมัยวัยเด็ก ปกติผมไว้ใจแฟนมากๆ รวมถึงนิสัยของแฟนก็ไม่เคยมีเรื่องเจ้าชู้เลยสักครั้ง เวลาไปเที่ยวก็ไปด้วยกันตลอด ผมก็บอกเขาไปแล้วว่า ผมไม่สบายใจนะ ถึงขั้นทะเลาะกันรุนแรงจนจะเลิกกันเลย แต่สักพักเขาก็มาคุยดีใส่ ผมก็บอกว่า งั้นแล้วแต่คุณ ถ้าอยากไปคุณก็ไป เขาก็ไม่เชิงว่าชวนผมไปด้วย เพราะมารู้ทีหลังก็จองตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว แต่ผมก็ไปกับเขาด้วยไม่ได้ เพราะผมติดงาน

          ปกติเราสองคนจะ Face Time หากันตลอด และระหว่างทริปที่ไปแฟนผมจะถ่ายรูปส่งให้ดูว่าอยู่ที่ไหน พักที่ไหน มีโทร และ Face Time หากันบ้างเวลาเขาอยู่คนเดียว จนผ่านมาถึงวันนี้ แฟนผมกำลังเดินทางกลับ ผมก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้จะพูดกับเขายังไงดี กลัวกลับมาเจอกันแล้วความรู้สึกมันจะไม่เหมือนเดิม แต่เขาก็ยังคุยกับเราเหมือนเดิม ก็เลยจะมาขอคำปรึกษาให้ตัวผมเองมองไปในทางที่ดีขึ้น หรือ กลับไปรู้สึกดีๆกับแฟนแบบเดิมได้'

          งานนี้ดีเจทั้ง 3 คนก็ได้ให้คำปรึกษาว่า 'จากที่ฟังมาทั้งหมดเรามองว่ามันคือการกลับไปเจอเพื่อนเก่าแค่นั้นเลย แต่เรามีสิทธิ์ที่จะไม่สบายใจได้นะ เพราะเขาอาจจะแสดงความมั่นใจให้เราน้อยไปหน่อย แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้เราฟันธง 100 % ว่าเขานอกใจ แต่ถ้านำความรู้สึกที่ไม่ดีตรงนี้ไปขยายต่อ มันอาจจะทำลายความสัมพันธ์ให้แย่ลง

          เราต้องรู้จักแฟนเรามากกว่าคนอื่น แต่ให้ภูรู้ไว้ว่า...ถ้าใครสักคนนอกใจ ภูแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ภูจะได้รู้โดยที่ไม่ต้องไปสืบค้นเลย เพราะถ้านอกใจมันจะมีอะไรที่เปลี่ยนไปแน่นอน แต่ถ้าปกติเหมือนเดิมแปลว่าไม่มี คนอยู่ด้วยกันมันจะรู้ ควรปรับจูนเข้าหากันทั้งคู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นมาจากการคุยกัน อาจจะเริ่มจากการขอโทษ และปรับความเข้าใจที่ว่า ถ้ามีอะไรให้บอกก่อน ดีกว่าการที่ให้รู้เองทีหลัง

          บางทีเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลยตั้งแต่แรก ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลยเลือกที่จะไม่พูด เพราะถ้าพูดมันจะมีเรื่องอะไรขึ้นมาทันที ซึ่งมันก็อยู่ที่ว่าใครสักคนหนึ่งเป็นคนรับฟังมากขนาดไหน เราต้องรู้จักกันและกันให้มากกว่านี้จริงๆ ซึ่งถ้า ณ วันนี้ เขายังเป็นแฟนที่น่ารักกับเรา ยังคงทำให้เรามั่นใจอยู่ ต้องมองข้ามเรื่องนี้ไปเลย...'

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

10 มี.ค. 2023

เจอเพื่อนร่วมงานแบบนี้ จะทำยังไงกันคะ? โกหกเพื่อนร่วมงานว่า ‘พ่อตาย’ สุดท้ายสืบรู้ว่า… วันนั้นเค้าแอบไปกดบัตรคอนเสิร์ต แล้วลาออกจากงานไปเลย ไม่ส่งต่องานใดๆ พีคสุด เค้าวางแผนมาตั้งนานแล้วว่าจะออก!!

“คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” สายสุดท้ายในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (08/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนร่วมงานมาโกหกใส่โดย “คุณไข่หวาน (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘พอดีว่าช่วงกลางเดือนที่แล้ว เพื่อนที่ทำงานเขาแจ้งว่าพ่อเขาเสีย แล้วเขาก็ลางานไป พอถึงสิ้นเดือน วันที่เงินเดือนออก เขาก็ออกจากกรุ๊ปไลน์ไปเลย แบบเขาออกจากงานไปเลย จนเราไปเจอในทวิตเตอร์ของเขาว่าพ่อเขาไม่ได้เสีย เพราะวันที่เขาบอกว่าพ่อเขาเสีย คือเขากดบัตรคอนเสิร์ตอยู่ ใช้ชีวิตปกติ เขามีแพลนจะลาออกอยู่แล้วด้วย แบบสิ้นเดือนนี้จะลาออกแล้ว แต่เขาก็ไปแบบไม่ได้ลา ไม่ได้บอกหัวหน้าอะไรเลยลักษณะงานที่เราทำมันเป็นโปรเจกต์ ต้องมีการพูดคุยกับลูกค้า แล้วเขาก็เป็นคนประสานงานกับลูกค้า ซึ่งเขาออกไปแบบไม่ได้ส่งต่องาน ไม่ได้รับผิดชอบตรงนี้เลย ไม่มีใครรู้ หัวหน้าก็ไม่รู้ ตอนแรกที่เขามาบอกว่าพ่อเขาเสีย เราก็เห็นใจเขาว่าแบบสูญเสีย แต่พอเรามารู้ทีหลัง คือเรา พี่ๆทุกคนในทีมและหัวหน้าก็พูดกันว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้หัวหน้าอยากให้เรื่องนี้จบแล้ว แต่หนูเห็นทวิตเตอร์เขาหนูอยากจะไปบอกกับเขาว่าแบบทำไมคุณถึงทำแบบนี้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า การที่หนูจะไปทำแบบนี้มันจะเกินไปมั้ย? แล้วถ้าพี่ๆเจอเหตุการณ์แบบนี้จะรับมือกันยังไง?ทั้ง 3 ดีเจ ให้ความคิดเห็นว่า ‘มันเป็นนิสัย และความรับผิดชอบแต่ละบุคคล ถ้าเค้าทำแบบนี้ แสดงว่าเป็นคนที่ไม่ได้เรื่อง ซึ่งถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับดีเจทั้ง 3 คน ก็จะไม่เสียเวลาไปทวงถามความถูกต้อง มันไม่คุ้มกับเวลาที่เสียไป แต่ถ้าเป็นการทักไปถามเรื่องงานที่ค้างอยู่ก็ถามได้ เพราะเป็นเรื่องงานและถ้าส่วนตัวไม่ได้สนิทกับคนนี้ ก็ยิ่งต้องปล่อยไปเลย เพราะขนาดคนที่เป็นพ่อเค้ายังไม่แคร์เลยถึงขั้น โกหกว่าตายแล้วเค้าจะแคร์เราไหม? เค้าทำแบบไหน ก็จะได้แบบนั้น เราควรมองอีกมุม ดีด้วยซ้ำที่องค์กรเรา คนแบบนี้ได้ออกไปแล้ว ส่วนถ้าต้องสื่อสารกับลูกค้าก็แค่บอกว่า มีการเปลี่ยนตัวพนักงาน หรือคนรับผิดชอบ แล้วก็หาคนทำงานต่อท้ายที่สุดถ้าเค้าเป็นคนแบบนี้ ลักษณะแบบนี้ ไปทำงานที่ไหนก็จะไม่รอดหรอก ท่องไว้เลยว่า เค้าออกไปดีแล้วกับเราไม่ต้องไปตามด่า หรือต่อว่าอะไรเค้า มันไม่มีอะไรดีขึ้นมาเลย...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

07 เม.ย. 2023

ทำยังไงต่อไปดี หนูรู้สึกขยะแขยงตัวเอง... คบแฟนคนนี้มา 5 ปี แฟนเพิ่งมาบอกรสนิยมทางเพศว่าชอบ สวิงกิ้ง เราไม่ชอบเลย แต่ที่หนูยอมเพราะรัก ครั้งแรก เขาพาผู้ชายอีกคนมาให้หนู หนักขึ้นเรื่อยๆ จนครั้งที่สาม เขาพามา 3 คู่ จนหนูทนไม่ไหวแล้ว

“คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” อายุ 35 ปี สายที่สามใน รายการพุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 เม.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาไม่ชอบรสนิยมทางเพศของแฟน “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกันแฟนมา 5 ปี เรื่องนี้มันเกิดขึ้นมาประมาณ 1-2 ปีแรกในความสัมพันธ์ของเราสองคน มันดีหมดทุกอย่างเลย แต่แฟนหนูมีรสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะเขาชอบสวิงกิ้ง ช่วงแรกๆเขาจะเกริ่นๆก่อนว่าเขาชอบสไตล์นี้ แล้วเขาก็บอกว่าถ้าเรื่องเซ็กส์ไปด้วยกันได้ มันจะทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้นนะ ด้วยความที่หนูรักเขา ก็เลยพยายามลองเปิดใจครั้งแรก ซึ่งอันดับแรกที่เขาให้ทำก็คือเอาผู้ชายมานวดหนู นวดเสร็จก็มีอะไรด้วยกัน แล้วเขาก็นั่งดู หนูรู้สึกขยะแขยงมาก แต่ก็ต้องทำ เพราะหนูรักเขา หนูอยากรักษาความสัมพันธ์ตรงนี้เอาไว้ แต่พอมีครั้งที่หนึ่ง ก็มีครั้งที่สอง พอมีครั้งที่สอง มันก็ขยับสเต็ปไปอีกแบบนึง จากผู้ชาย 1 คนมานวด ก็กลายเป็นคู่รัก 3 คู่ที่เขามีรสนิยมเดียวกันที่หนูยังยอมอยู่ เพราะรักคำเดียวเลย ที่ผ่านมามันไม่มีความสุขเลย หนูขยะแขยงมาก หนูก็เลยพยายามปฏิเสธ เพราะมันเริ่มมีครั้งที่สี่ หนูก็เลยบอกว่าไม่ไหวแล้ว หนูขอจบแค่ครั้งที่สามพอ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม และเขาก็นอกใจหนู เพียงเพราะหนูไม่ตอบโจทย์เขาเรื่องนี้อีกแล้ว ตอนนี้เราสองคนก็ยังอยู่ในสถานะที่อยู่ด้วยกัน แต่เขาก็มีคนอื่น หนูจับได้แล้วขอให้เขาเลิก แต่เขาก็ไม่เลิก เขาพูดประมาณว่า จะอยู่ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็ไป หนูตอบแบบโง่ๆเลยว่าหนูยอมเขา หนูคิดว่าคนนี้เขาจะคบแบบจริงจัง แต่เขาเพิ่งจะคบกัน ผู้หญิงคนนั้นยังไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เขามีรสนิยมแบบนี้ หนูพยายามที่จะออกจากความสัมพันธ์นี้แล้ว แต่พอหนูคิดถึงเรื่องนั้นหนูก็ยิ่งขยะแขยงตัวเอง รู้สึกด้อยค่าตัวเองมากๆ ไม่กล้าที่จะไปมีคนใหม่3 ดีเจจึงให้คำแนะนำ “คุณปุกปุย (นามสมมุติ)” ว่า ‘การที่หนูเป็นอยู่ตอนนี้คือการด้อยค่าตัวเองมากกว่าอีก เขาเห็นเราเป็นอะไร เราไม่มีค่าอะไรสำหรับเขาเลย แต่หนูยังเลือกให้ตัวเองเป็นแบบนี้ ทั้งๆที่เขาไล่แล้วแต่เรายังไม่ไป เราจะเริ่มด้อยค่าตัวเองก็ต่อเมื่อเราตัดสินใจอยู่ต่อ ซึ่งตอนที่ปุกปุยรู้ตัวว่าไม่ชอบ และปฏิเสธสำเร็จ นั่นคือวันที่ปุกปุยรู้คุณค่าของตัวเองและคุณค่านั้นมันสูงที่สุดเลยนะ การสวิงกิ้งไม่ได้ทำให้ชีวิตคนเราต้องพังไปทั้งชีวิต มันก็มีกลุ่มคนที่ชอบรสนิยมแบบนี้ แต่ปุกปุยแค่ไปอยู่ผิดกลุ่ม และเขามีรสนิยมแบบนี้เขาก็ไม่ได้ผิดนะ แต่เขาผิดที่เลือกมีคนอื่นแล้วไล่ปุกปุยขนาดนี้ ต้องถามตัวเองว่าเราจะทนไปได้อีกนานแค่ไหน เพราะเราได้คำตอบแล้วว่าคนๆนี้เขาไม่เคยรักเราเลย และมันเสียเวลาชีวิตถ้าสมมุติวันนึงเขากับผู้หญิงคนนั้นไปไม่รอด แล้วเขากลับมาอยู่กับปุกปุย เราต้องกลับไปสวิงกิ้งอีกนะ ชีวิตมันต้องตกนรกไปอีกนานแค่ไหน ซึ่งเขาก็แสดงออกให้เห็นแล้วว่าถ้าจะอยู่กับเขาได้ ต้องเป็นทาสทางเรื่องเพศเท่านั้น เพราะพอไม่มีเรื่องเซ็กส์ ปุกปุยก็ไม่ได้มีค่าอะไรกับคนๆนี้เลย ส่วนคุณค่าของปุกปุยจะอยู่ที่การตัดสินใจเลยว่าจะยอมอยู่ให้เขารู้สึกว่าเราด้อยค่าต่อไปมั้ย และเมื่อไหร่ที่มูฟออน ตอนนั้นคือมีค่าเลย...เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

03 เม.ย. 2023

โลกกลมเกิ๊นนน!! สาวสองโทรปรึกษา ไม่เชื่อในรักแท้ของ LGBTQ+ จนมาเจอผู้ชายคนนี้ ดีทุกอย่าง แล้วเขาก็นัดหนูไปกินข้าว และพาน้องชายมาด้วย สุดท้าย หนูจำได้ว่าน้องชายของเขา คือคนที่หนูเคยเล่นแอปด้วย และนัดมีอะไรกันมาหลายครั้งแล้ว...

“คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” อายุ 30 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (29 มี.ค.66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม โดย “คุณไอซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ขอท้าวความก่อนว่า หนูเป็นสาวประเภทสองและยังโสดอยู่ หนูไม่เชื่อเรื่องความรักเลยว่าจะเกิดขึ้นกับเพศทางเลือกหรือ LGBTQ อย่างหนู และหนูก็ใช้ชีวิตโสดมาเรื่อยๆ ถ้าเหงาก็มีการโหลดแอปหาคู่มาเล่นเพื่อคลายความเหงา แต่วันนึงความรักมันก็ได้เกิดขึ้นกับหนู ซึ่งหนูก็ได้เปิดใจให้ผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน เขาก็เข้ามาจีบ เหมือนเขาเป็นคนที่มาเปิดประตูหัวใจของหนู ทะลายกำแพงความโสดของเราลง ให้เรากล้าที่จะคบกับใครสักคนมากขึ้น และเรื่องราวมันก็ดีมาก คบกันมาเรื่อยๆ สักระยะนึง ตัวหนูเองจะเป็นคนไม่ถามเรื่องส่วนตัว เรื่องการเป็นอยู่อะไรต่างๆของฝั่งผู้ชายเลย คือหนูจะไม่ยุ่ง ไม่ไปสืบหาอะไรทั้งสิ้น หนูรู้แค่ว่าเขาดีกับหนู หนูดีกับเขา แต่พอระยะเวลานานเข้าเขาก็อยากให้หนูรู้จักกับทางบ้านเขา ก็เริ่มจากเขานัดหนูไปทานบุฟเฟ่ต์ที่ห้างกับน้องชายเขาก่อน พอไปถึงร้านบุฟเฟ่ต์ หนูเห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน ผู้ชายคนนี้หนูรู้สึกคุ้นมาก แล้วเขาก็เดินมานั่งที่โต๊ะกับหนูกับแฟนของหนู หนูก็เลยรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เป็นน้องชายของแฟน ซึ่งเขาเคยคุยกับหนูในแอพหาคู่และนัดเจอแล้วมีอะไรกัน ทั้งหนูและน้องชายเขาก็สตั้นกันไป ต่างคนต่างตกใจ น้องเขาก็ตกใจมากที่หนูเป็นแฟนพี่ชาย มันเหมือนเป็นละคร แต่ไม่ใช่ มันคือเรื่องจริง ที่เคยนัดมีอะไรกัน มันไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็นตลอดระยะเวลาที่หนูโสด 1 – 2 เดือน ก่อนที่จะมาเจอพี่ชายของเขา หลังจากนั้น หนูก็เฟดตัวออกมาจากแฟนหนูเลย หนูไม่สามารถทำลายความรู้สึกของพี่เขาได้ เพราะเขาดีกับหนูมาก เขาไม่เคยทำให้หนูเสียใจ และหนูก็ไม่ได้มีการติดต่อกับน้องเขาด้วย มันก็เลยเป็นคำถามกับพี่เขาว่าเขาทำอะไรผิด ทำไมหนูถึงต้องเดินออกมาจากเขาทั้งๆที่เขาก็ OPEN ในเรื่องของการที่หนูเป็น LGBTQ เพราะเขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไร เขาก็งงกับตัวเองว่าเขาทำอะไรผิด หนูก็เลยบอกเขาว่า พี่ไม่ผิด แต่เราน่าจะไม่เหมาะกันตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้ว แต่หนูกับพี่เขายังเป็นเพื่อนกันอยู่ในเฟซบุ๊ก ก็ยังมีการกดไลก์ให้กันอยู่ หนูก็เคยโพสต์ประมาณว่า ทำไมโชคชะตาไม่เข้าข้างเรา ทำไมเราเจอเรื่องดีๆ แล้วเราต้องมีเรื่องแบบนี้ ทำให้เราต้องเดินออกมา เขาก็มากดหน้าเศร้า ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงเขาอยู่ แต่เขาโทรมาหนูก็ตัดสายทิ้ง อยากถามพี่ๆว่าจากเหตุการณ์นี้ ถ้าหนูเดินออกมาจากเขาโดยที่หนูไม่ได้บอกเหตุผล ไม่บอกความจริง ไม่สามารถที่จะพูดความจริงในเรื่องนี้ให้เขาฟังได้ จนมันเป็นคำถามในใจเขา หนูผิดมั้ยหรือว่าหนูทำถูกแล้ว? 3 ดีเจก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องนี้ไม่มีใครผิด แต่มันเป็นเรื่องของความซวยจริงๆ ถ้าให้แนะนำอยากจะให้ไปบอกเหตุผลกับเขา เผื่อจะได้ เพราะถ้ามันไม่ได้ขึ้นมายังไงก็เสมอตัว อย่างน้อยเราและเขาก็จะได้มูฟออนเร็ว ไม่ค้างคาใจกัน ยังไงก็แยกย้ายกันเหมือนเดิม แต่ถ้าเกิดบอกไปแล้วเขาโอเคก็นัดเจอเขาข้างนอกได้ ไม่ต้องเข้าบ้านเขา ไม่ต้องไปเจอน้องเขา ถ้าคบกันรอดเราก็แยกออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน 2 คน แต่ถ้าคบกันแล้วไม่รอดก็แยกย้าย ที่แนะนำให้บอกเพราะไม่อยากให้สร้างปมหรือความรู้สึกแย่กับคนๆหนึ่งที่เขารู้สึกว่าไม่ดีตรงไหน ผิดอะไร เขาจะพยายามหาอะไรที่มันเป็นการโทษตัวเอง เราบอกเขาเพื่อให้เขารู้ว่าเขามีค่านะ แต่มันดันบังเอิญเกิดเรื่องไม่คาดคิดแบบนี้ขึ้นมา บางทีจากปัญหาที่เราแบกไว้ 100% เราอาจจะแบ่งไปให้เขา 50 ก็ได้ ที่เหลืออีก 50 ไปคิดต่อ แล้วถ้าช่วยกันคิดแล้วได้คำตอบว่าเราคงไปต่อกันไม่ได้จริงๆ คำตอบของไอซ์มันจะชัดเจนเลย ถ้าบอกเหตุผลมันจะชัดเจนกับความสัมพันธ์ของ 2 คนนี้เลยว่ามันจะไปในทิศทางไหนต่อ แล้วมันจะกลายเป็นว่า 2 คนจะช่วยกันเลือกทางของตัวเอง โดยที่ไม่ได้ทิ้งบาดแผลไว้ให้ใครข้างหลังไม่อยากให้คิดมาก ไม่ว่าไอซ์จะเลือกทางไหน บอกหรือไม่บอก ถ้าในอุดมคติการที่เราได้บอกอะไรโดยไม่ค้างคามันก็ดี แต่ในโลกความเป็นจริงมันก็มีบางเคสที่หนักใจเหลือเกินในการที่จะบอกแล้วก็เลือกที่จะหายไปเงียบๆ พอเวลาผ่านไปต่างคนต่างมีชีวิตของตัวเองวันนั้นจะรู้แค่ว่าเราอย่าไปรู้เลย จังหวะนั้นก็แค่ไม่ใช่ สุดท้ายเราจะเรียนรู้เองว่าถ้าไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ เหตุผลมันเป็นแค่ส่วนประกอบก็เท่านั้นเอง...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

สาวคบแฟนมา 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกด้วยกัน 2 คน ชีวิตกำลังราบรื่นดีทุกอย่าง เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก ลุกลามจนระยะสุดท้าย หลังจากนั้นจับได้สามีแอบมีผู้หญิงอีกคน สามีขออยู่วันเว้นวันกับผู้หญิงอีกคน ถ้าทนไม่ไหวก็พร้อมหย่าเสมอ

23 มิ.ย. 2023

สาวคบแฟนมา 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกด้วยกัน 2 คน ชีวิตกำลังราบรื่นดีทุกอย่าง เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก ลุกลามจนระยะสุดท้าย หลังจากนั้นจับได้สามีแอบมีผู้หญิงอีกคน สามีขออยู่วันเว้นวันกับผู้หญิงอีกคน ถ้าทนไม่ไหวก็พร้อมหย่าเสมอ

สาวคบแฟนมา 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน มีลูกด้วยกัน 2 คน ชีวิตกำลังราบรื่นดีทุกอย่าง เพิ่งตรวจพบว่าเป็นมะเร็งโพรงจมูก ลุกลามจนระยะสุดท้าย หลังจากนั้นจับได้สามีแอบมีผู้หญิงอีกคน สามีขออยู่วันเว้นวันกับผู้หญิงอีกคน ถ้าทนไม่ไหวก็พร้อมหย่าเสมอ ตอนนี้ยังรัก ไม่อยากเสียเขาไป แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะจากไปวันไหน... “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 มิ.ย. 66] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับมรสุมชีวิต เป็นมะเร็ง และสามีแอบไปมีชู้ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูรู้จักและคบกับแฟนมาประมาณ 11 ปี ตั้งแต่สมัยเรียน แฟนหนูเด็กกว่าประมาณ 3 ปี หนูกับเขาเรียนที่เดียวกัน บ้านก็อยู่ใกล้กัน เป็นแฟนคนแรกของกันและกัน คบกันมาเรื่อยๆ ช่วงที่หนูเข้ามหาลัยก็มีห่างๆกันไปบ้าง แต่ก็กลับมาคบกันจนแต่งงาน ตอนนี้หนูกับเขาเพิ่งแต่งงานกันได้ประมาณ 5 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 4 ปี ส่วนคนเล็กอายุ 9 เดือน ปกติหนูกับแฟนจะช่วยกันออกค่าเทอม ค่าประกัน ค่านมของลูกคนละครึ่ง หลังจากแต่งงานกันมาช่วงแรกชีวิตหนูดีมาก ราบรื่น ไม่มีเรื่องอะไรเลย ต้องบอกก่อนว่าหนูเคยมีเนื้องอก เคยผ่าออกไปแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร จนมารอบนี้ช่วงประมาณเดือนธันวาคม ปี 64 หนูมีอาการเลือดออกที่จมูกเลยไปตรวจอีกรอบ รอบนี้ไม่ใช่เนื้องอก แต่เป็นมะเร็งโพรงจมูก หมอเลยนัดผ่าอาทิตย์ถัดไป พอกลับบ้านมาหนูรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเลยซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจเล่นๆเพราะตอนนั้นหนูฉีดยาคุมด้วย เลยไม่คิดว่าตัวเองจะท้อง แต่ปรากฏว่าหนูท้องลูกคนที่ 2 หนูเลยไปปรึกษาคุณหมอว่าจะทำยังไงได้บ้าง คุณหมอบอกว่า ถ้าผ่าตอนนี้ลูกเสียชีวิตแน่นอน หนูเลยถามหมออีกว่า สามารถเลื่อนผ่าตัดไปก่อนได้ไหม หมอตอบว่า จริงๆรอได้ ยังไม่ได้เป็นหนักมาก เพราะเพิ่งเป็นแค่ระยะแรก หนูเลยยังไม่ผ่าตัดจนหนูคลอด ทำให้กระบวนการการรักษาค่อนข้างช้า เพราะหนูก็ตั้งใจที่จะปั้มนมไว้ให้ลูกให้ได้เยอะที่สุดก่อน พอกลับไปรักษาอีกรอบ เนื้องอกกลายเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย แล้วก็เริ่มลามไปที่ตาขวา ตอนนี้ตาขวาหนูเริ่มมองไม่ค่อยเห็นแล้ว แต่หนูยังคิดว่าหนูโชคดีที่มีแฟน ครอบครัว และลูกที่น่ารักคอยอยู่ข้างๆ แต่ช่วงเดือนที่แล้ว แฟนหนูหายไปช่วงเวลาตั้งแต่ 3 ทุ่ม ถึงเที่ยงคืนทั้งอาทิตย์ หนูติดต่อเขาไม่ได้ โทรติดแต่ไม่มีคนรับสาย ด้วยเซนส์ของผู้หญิงหนูรู้สึกว่ามันแปลกๆแต่ก็ยังจับไม่ได้ หลังจากวันนั้นแฟนก็ขอไปกินเหล้ากับเพื่อนกลุ่มนี้อีก แล้วก็ขอกลับบ้านหลังร้านเหล้าปิด หนูเข้าไปดู IG story ของเพื่อนเขากลุ่มนี้ แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ร้านเหล้า หนูก็เอะใจแล้วว่าไม่น่าใช่แน่ๆ หนูเลยโทรถามเพื่อนว่าแฟนหนูได้ไปด้วยไหม เพื่อนเขาก็ตอบว่า ไม่ได้เข้ามาหานานแล้ว หนูเลยเข้า IG ของแฟนผ่านโน๊ตบุ๊ก แล้วไปเจอข้อความหนึ่งที่คุยกับผู้หญิงว่า ‘อันนี้เราให้เธอแหละ’ แต่ก็ไม่เจอข้อความอื่นๆ หนูเลยเอาชื่อ IG ของผู้หญิงคนนี้ไปเสิร์ชในเฟสบุ๊ก แต่ไม่เจอรูปอะไรเกี่ยวกับแฟนหนูเลย ซึ่งผู้หญิงคนนี้เคยมีลูก แล้วก็เลิกกับแฟนแล้ว หนูลองทักผู้หญิงคนนี้แล้วส่งรูปแฟนของหนูไป หนูถามเขาตรงๆว่า รู้จักคนนี้ไหม เป็นแฟนกันหรอ เขาก็ตอบกลับมาว่า รู้จักแล้วก็เพิ่งคบกัน หนูเลยบอกเขาไปว่า หนูเป็นภรรยาของผู้ชายคนนี้ หนูพยายามโทรหาผู้หญิงคนนี้ โทรจนเขารับสาย สิ่งแรกที่เขาพูดคือ ขอไปล้างก่อนนะเพิ่งมีอะไรกับแฟนหนูเสร็จ หนูเลยบอกเขาไปว่า แฟนเราอยู่ไหน ขอคุยกับเขาหน่อยได้ไหม เราเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนะ ทำไมถึงทำกับเราแบบนี้ จนประมาณตี 4 เขาก็ติดต่อกลับมาบอกว่า แฟนเรากำลังกลับบ้าน แล้วก็บอกว่าจะเลิกยุ่ง เพราะไม่ชอบเป็นชู้ใคร พอแฟนกลับมาถึงบ้านหนูก็ถามว่าเรื่องมันเป็นยังไง มีอะไรคุยหรือบอกได้เลย แต่เขาบอกว่าเขาจะหย่ากับหนู หนูก็ถามเขาว่าหนูผิดอะไร ทำอะไรผิด เลี้ยงลูกไม่ดีหรอ หนูให้อิสระกับเขามากแต่ทำไมมันถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น 11 ปี ไม่มีความหมายเลยหรอ ไหนจะลูกอีก แล้วหนูจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้ หนูพยายามพูดทุกอย่างจนแฟนหนูยื่นข้อเสนอว่า ขอวันเว้นวันที่จะอยู่กับหนูและผู้หญิงอีกคนหนึ่ง หนูก็ยอมมาตลอดประมาณหนึ่งเดือนจนหนูทนไม่ไหวแล้ว เพราะมันกลายเป็นเหลือเวลาให้หนูแค่ 2 วันต่อสัปดาห์ หนูรู้สึกเศร้าและเครียดตลอด จนที่บ้านพาไปหาจิตแพทย์ หมอบอกว่าหนูเป็นซึมเศร้า จากการเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ บวกกับการทำคีโม หนูก็ได้ยากลับมากิน แล้วหนูก็บอกเขาว่าช่วยดูลูกให้ได้ไหม หนูอยากพัก แต่เขาก็ไม่สนใจ หนูพยายามยื่นข้อเสนอให้เขา แต่เขาก็ไม่พอใจสักอย่าง ล่าสุด หนูต้องไปให้คีโมที่โรงพยาบาล หนูขอให้เขามาหา แต่เขาบอกว่าไม่ว่าง ต้องไปทำงาน หนูก็เชื่อเขา แต่เพื่อนหนูไปเจอเขาที่ร้านสเต็กแถวๆพระราม 7 เลยวิดีโอคอลมาหาหนู คือเขานั่งนัวเนียอยู่กับผู้หญิงคนเดิม หนูพยายามติดต่อแฟนแต่ติดต่อไม่ได้ แล้วเขาก็กลับบ้านมาตอนประมาณ 5 ทุ่ม หนูเลยเอารูปที่แคปไว้ตอนคอลกับเพื่อนให้เขาดู แล้วถามว่าทำไมไม่เลิกยุ่งกัน เขาตอบกลับมาประมาณว่า ก็บอกแล้วไงว่าให้หย่ากันตั้งแต่แรก เขาไม่ได้เลือกหนูแล้ว หนูไม่รู้จะทำยังไงเพราะหนูไม่อยากเลิกกับเขา จนวันหนึ่งลูกหนูเริ่มพูดประมาณว่า ทำไมป๊าไม่รักเราเลย ทำไมต้องไปหาเมียน้อย ทำไมไม่อยู่กับเรา หนูทักไปเคลียร์กับผู้หญิงคนนั้น เขาก็ขู่ว่าเขาจะฟ้อง ถ้ายังไม่เลิกยุ่งวุ่นวายกับเขา หนูเลยบอกแฟนว่าผู้หญิงคนนี้เขาพูดแบบนี้กับหนูแต่เขาก็ว่าหนูกลับว่าจะไปยุ่งกับเขาทำไม ทักไปหาแม่เขาทำไม จริงๆหนูตั้งใจจะฟ้องเขาแต่ทางบ้านของหนูบอกว่า ถ้าจะฟ้องต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะมาก ทำไมไม่เก็บไว้ให้ลูก หรือเก็บไว้รักษาอาการป่วยตัวเอง ถอยออกมาดีกว่า หย่าไปเลย ยังไงเขาก็ไม่ได้ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายอะไรอยู่แล้ว ทางบ้านก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเงิน พ่อแม่ของหนูก็ช่วยเลี้ยงลูกหนูได้ หนูไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงต่อ มันรู้สึกแย่ไปหมดเลย แต่หนูออกมาจากตรงนั้นไม่ได้ หนูไม่อยากเลิก ไม่รู้ว่าเพราะผูกพันหรือเปล่า หนูเสียใจ แย่ลงทุกวัน แต่หนูไม่ออกมาสักที “คุณเอ (นามสมมติ)” ถามพี่ๆดีเจทั้ง 3 คนว่า หนูต้องทำยังไงให้หลุดออกมาจากตรงนี้สักที? “ดีเจต้นหอม” ให้คำแนะนำว่า ‘การที่เราจะอยู่ใช้ชีวิตคู่กับใครสักคน มันคือการตกลงด้วยกันทั้งคู่ แต่ตอนนี้มีคุณเอฝ่ายเดียวที่อยากอยู่ ส่วนอีกฝ่ายเขาชัดเจนแล้วว่าไม่อยากอยู่ เขาไม่ได้ช่วยซัพพอร์ตอะไรคุณเอเยอะอยู่แล้ว ไม่รู้ว่าจะเก็บเขาไว้ในชีวิตทำไม นอกจากไม่ช่วยอะไรแล้วยังทำให้คุณเอรู้สึกบั่นทอนเพิ่มขึ้นอีก อย่าเอาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เขาไม่ต้องการ เรื่องการฟ้องใช้เงินเยอะมากจริงๆ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าจะเห็นผลเมื่อไร ดังนั้นวิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดคือ หย่ากับเขา ปล่อยเขาไป ผู้ชายคนนี้ก็เหมือนมะเร็ง คุณเอไม่จำเป็นต้องเก็บเขาไว้ ยังไงเขาก็ไปอยู่ดี ตัดเขาออกไปเลย’ ส่วนเรื่องลูก “ดีเจต้นหอม” แนะนำว่า ‘เรื่องนี้ควรให้เป็นแค่เรื่องของพ่อกับแม่ ไม่ควรเอาไปฝังไว้ในหัวลูก คุณเอคือโลกทั้งใบของลูก ฉะนั้นลูกจะต้องจำแต่ความสุขเท่านั้น เราไม่ได้เสียคนที่รักเราแต่เราเสียคนที่ไม่รักเรา มันอาจจะต้องใช้เวลา คุณเอต้องบอกตัวเองว่า คุณเอจะมีความสุข คนเราจะทุกข์ไปได้นานแค่ไหน แล้วถ้าคุณเอเป็นอะไรไปลูกจะรู้สึกยังไง ปัญหาของคุณเอตอนนี้คือการรักษาร่างกายตัวเองให้อยู่ได้นานๆ สุดท้ายคุณเอคือคนที่ต้องเลือกและตัดสินใจกับเส้นทางของตัวเอง ถามตัวเองว่าจะอนุญาตให้ความสุขเข้ามาในชีวิตได้เมื่อไร’ “ดีเจเผือก” แนะนำว่า ‘คู่ชีวิตคือคนที่จะอยู่ด้วยกันในตอนที่ทุกข์ไม่ใช่แค่ตอนที่มีความสุข แล้วมันก็ห้ามไม่ได้ที่จะไม่ให้ลูกของคุณเอจดจำเรื่องนี้ จริงๆแล้วเนื้อร้ายในชีวิตของคุณเอคือผู้ชายคนนี้ เนื้อร้ายแบบนี้คุณหมอก็รักษาให้หายไม่ได้ เนื้อร้ายอันนี้มันทำร้ายทั้งคุณเอ ลูกและคนรอบตัว ณ เวลานี้คุณเอควรตั้งสติและโฟกัสว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตกันแน่ การที่มีร่างกายและสุขภาพที่ดีเพื่อที่จะได้อยู่กับคนที่เรารัก คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณเอตอนนี้ ไม่ใช่การยื้อผู้ชายแย่ๆแบบนั้น’ และ “ดีเจเติ้ล” เสริมอีกว่า ถ้าสมมติคุณเอโชคร้ายแล้วต้องจากไปในอีก 2 วัน คุณเออยากให้ลูกจดจำคุณเอในแบบไหน ระหว่างแม่ที่โดนพ่อทิ้ง นอกใจไปมีคนอื่น แล้วแม่ก็ร้องไห้รอให้พ่อกลับมาแต่สุดท้ายพ่อก็ทิ้งคุณเอไป หรืออยากให้ลูกจำว่าคุณเอเป็นแม่ที่เข้มแข็ง รักตัวเอง ดูแลตัวเอง อยู่กับลูกแบบมีความสุขและสู้กับมะเร็งจนจากไป แบบไหนที่คุณเออยากเป็น มันขึ้นอยู่กับคุณเอ แล้วคุณเอต้องยอมรับว่า ไม่ว่าเราจะรัก ผูกพันกับใครนานแค่ไหน ถ้าอีกฝ่ายหมดใจเขาก็ไปอยู่ดี คนที่ move on ได้เร็วที่สุดคือคนที่มีความสุขเร็วที่สุดเช่นกัน สุดท้ายพี่ๆดีเจทั้ง 3 ขอส่งกำลังใจให้คุณเอที่พบเจอเรื่องแบบนี้ ดูแลรักษาร่างกายตัวเองให้ดี และเชื่อว่าคุณเอจะผ่านเรื่องราวแย่ๆนี้ไปได้เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-