เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

        “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี เป็นสายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหายื่นคำขาดให้แฟนมาขอแต่งงานภายในครึ่งปีหน้า เราทำมากเกินไปมั้ยคะ?

        “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานาน 11 ปีแล้ว แฟนอายุ 30 เป็นคนเจ้าชู้ คุยกับคนอื่นไปเรื่อย ๆ แต่ทุกครั้งที่หนูจับได้ เขาก็จะหยุดคุย แล้วเลือกกลับมาอยู่กับหนูตลอด พอคบกันเข้าสู่ปีที่ 8 หนูเริ่มถามเขาตรง ๆ ว่า “มีแพลนจะแต่งงานบ้างไหม” เพราะหนูรู้สึกว่าหนูอยากแต่ง แต่ไม่ได้อยากจัดงานใหญ่โตอะไร แค่อยากให้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายได้นั่งกินข้าวด้วยกันแลกแหวนง่าย ๆ ให้รู้ว่าเราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็พอได้

        ช่วงแรกเขาก็ตอบว่า “เดี๋ยวจะแต่ง” แต่หลังจากนั้นก็เงียบไป พอมาช่วงหลัง ๆ เขาก็บอกว่า “ยังไม่พร้อม อยากมีเงินเก็บมากกว่านี้ก่อน” แต่ปัญหาคือ.. เราทำธุรกิจร่วมกัน รายได้ก็ใกล้เคียงกัน เราอยู่บ้านเดียวกัน ใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยามานานแล้ว

        ในมุมของเขา หนูก็พยายามเข้าใจ คิดว่ามันอาจเป็นเรื่อง ศักดิ์ศรีความเป็นผู้ชาย ที่เขาอยากมีมากกว่านี้ก่อนจะมาขอหนูแต่งงาน แต่สิ่งที่หนูอยากได้ มันไม่ได้ใหญ่โตเลย หนูก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาต้องจ่ายทุกอย่างคนเดียวด้วย พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็มีถามบ้างว่าเมื่อไหร่จะแต่ง แม่ฝั่งหนูเองยังบอกเลยว่า ไม่ต้องเอาสินสอดก็ได้ เพราะเห็นว่าเราสู้ทำธุรกิจมาด้วยกันตลอด

        แต่พอคบกันนานขึ้น หนูเริ่มรู้สึกว่าเราสองคนเหมือนเพื่อนสนิทมากกว่าคนรัก หนูแอบคิดว่าถ้าเราได้เปลี่ยนสถานะอะไรบางอย่าง ความรู้สึกมันอาจจะดีขึ้นแต่เขาก็ยังไม่ขยับอะไรเลย หนูเริ่มถามตัวเองว่าหรือจริง ๆ แล้ว…เรากำลังมองปลายทางไม่เหมือนกัน

        ทุกครั้งที่หนูคุยเรื่องแต่งงาน หนูจะรู้สึกว่าอาการเขาไม่ค่อยดี หนูเลยถามว่าโอเคไหม แล้วคำตอบที่ได้กลับมาคือเขาบอกว่า “ใจนึงก็อยากปล่อยหนูไปให้ไปเจอคนที่ดีกว่า” หนูก็เลยบอกเขาว่า ถ้ายังรักกัน เราก็จับมือกันนะ ลองกลับมาใส่ใจกันใหม่ มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ เพราะหนูก็รู้สึกว่าเรายังรักกันอยู่แค่ภาพของการแต่งงาน…เราไม่เหมือนกัน

        จนวันนึงมีเพื่อนพูดกับหนูว่า “สรุปแล้ว เขาเป็นคนรัก หรือเป็นแค่เพื่อนร่วมงานของหนู?” ประโยคนี้ทำให้หนูกลับมาคิดหนักมากว่า ชีวิตคู่ของหนูตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่ามันจะผิดไหมคะ…ถ้าหนูตั้งเส้นตายให้ตัวเอง ว่าถ้าภายในครึ่งปีหน้า เขายังไม่ขอหนูแต่งงาน หนูจะเลือกเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้’

        เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจมาก ๆ เพราะตัวเองก็เคยผ่านจุดนี้มาเหมือนกัน บางความสัมพันธ์มันไม่ได้จบเพราะไม่รักนะ แต่มันจบเพราะเรามองปลายทางไม่เหมือนกัน ถ้าบีคิดจะตั้งเส้นตาย มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย แต่อยากให้ลองคุยให้ชัด ๆ ไปเลยว่า สรุปแล้วปลายทางของเราตรงกันไหม ถ้ามันตรงกัน การรอก็ยังพอมีความหมาย แต่ถ้ารอไปแล้วสุดท้ายปลายทางไม่เหมือนกัน การเดินออกมาก็อาจจะดีกว่า’

        ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ตรง ๆ เลยว่า คบกันมา 11 ปี มันนานมากแล้ว ถ้าเป็นหอม จะไม่เลือกอยู่รอ เพราะมันเสียเวลา การที่เราถามเรื่องแต่งงาน แปลว่าเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร แต่ถ้าเขายังไม่ตอบให้ชัด มันก็แปลว่าเขายังไม่ตัดสินใจเลือกเรา ถ้าเขาไม่ได้อยากมีเราอยู่ในชีวิต ก็ควรพูดตรง ๆ จะได้ไม่ต้องรอกันไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วย เพราะคำตอบที่ได้ อาจจะเป็นการเลิกกันก็ได้ เขาอาจรักเรา แต่ถ้าเป้าหมายชีวิตมันไม่ตรงกัน ยังไงก็ไปต่อกันไม่ได้’

        และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ตัวเองก็เคยคิดเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงาน แต่พอแฟนอยากแต่ง ก็เลือกตกลงเพราะในเมื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย อยากให้บีกลับไปถามตัวเองกับเขาให้ชัดว่าเขาลังเลอะไร หรือจริง ๆ แล้วในใจเขาอาจไม่ได้เห็นภาพว่าจะอยู่กับเรายาว ๆ ยิ่งพื้นฐานเขาเป็นคนเจ้าชู้ บีก็อาจไม่ใช่คนสุดท้ายที่เขาจะหยุดด้วย สุดท้ายแล้ว บีต้องคุยกับเขาให้ได้คำตอบจริง ๆ เพราะคำตอบนั้นแหละ จะบอกเองว่าเราควรรอ หรือควรพอแค่นี้’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

04 พ.ย. 2025

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอด แรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่า ไปเที่ยวต่างประเทศ

หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่อายุ 13 จนตอนนี้อายุ 25 แล้ว ตั้งแต่ปีที่ 6 ที่คบกัน แฟนมีพฤติกรรมที่ทำร้ายหนูมาตลอดแรกๆก็ไม่หนัก จนล่าสุดทำร้ายจนหนูภาพตัด กระดูกเคลื่อน หนูลางานไป 1 เดือน แกล้งบอกคนอื่นว่าไปเที่ยวต่างประเทศ จริงๆหนูนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ไม่กล้าบอกคนในครอบครัว ไม่กล้าบอกคนรอบตัวเพราะเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี นอกจากจะทำร้ายร่างกายหนู แฟนหนูก็เจ้าชู้ เคยทำผู้หญิงท้อง หนูต้องตามไปจ่ายค่าเสียหายให้ครอบครัวผู้หญิงหลายแสน เรื่องถึงจบ ตอนนี้แฟนหนูเขามาขอหนูแต่งงานใจนึงก็ไม่อยากไปต่อแล้ว แต่ก็ลังเล เพราะตอนที่เราเจ็บตัวเข้าโรงพยาบาล เขาก็ดูแลเราดีมากๆ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22 ต.ค. 68) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาแฟนที่คบกันมา 12 ปี นอกใจและทำร้ายร่างกายเราจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล แต่จู่ ๆ ก็มาขอเราแต่งงาน “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาตั้งแต่วัยรุ่น ตอนนี้ก็ 12 ปีแล้ว คบกันตั้งแต่อายุ 13 ปี ในระหว่างที่คบกัน แฟนก็นอกใจหนูมาตลอด หรือเวลาทะเลาะกันเขาก็จะชอบทำร้ายร่างกายจนถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล เขาเริ่มเป็นแบบนี้ตอนที่คบกันเข้าปีที่ 6 แต่ช่วงแรก ๆ ก่อนหน้านั้นเขาก็จะขี้โมโห ขึ้นสุดลงสุด แต่ก็โมโหได้แปปเดียวจากนั้นก็กลับมาดี ในช่วงที่หนูเข้าโรงพยาบาลเขาก็จะเข้ามาทำดีด้วย แบบดีมาก ๆ มาเฝ้าหนูจนหนูใจอ่อนเลยให้อภัยไป แต่ถัดจากนั้นมาประมาณ 2-3 อาทิตย์ เขาก็ไปมีคนอื่นอีก ผู้หญิงไม่ซ้ำหน้ากันเลย แต่หนูก็ยังอยู่เพราะเราคบกันมานานและแม่ของแฟนก็ขอให้อย่าเลิกกับลูกเขาด้วย จนวันหนึ่งเราไปเที่ยวด้วยกัน แล้วเขาก็ขอหนูแต่งงานแต่หนูบ่ายเบี่ยง พูดติดตลกไปว่า “เธอลองไปขอต่อหน้าแม่เค้าไหม?” แล้วแฟนก็ตอบกลับมาว่า “ได้ ไว้รอเธอพร้อม” แต่หลังจากกลับมาหนูก็รับงานเวรยาว ๆ ไม่ได้กลับห้อง ทำตัวยุ่ง ๆ ตลอดเวลาเพื่อที่จะไม่ได้ไปเจอหน้าเขา หนูกลัวว่าถ้าหนูแต่งไป หนูจะเจออะไรอีกไหม? คือหนูยังรักเขา ถ้าให้อยู่ด้วยกันก็อยู่ได้แต่กลัวว่าวันหนึ่งเราจะโดนอะไรมากกว่านี้ ตอนโดนทำร้ายร่างกาย หนูก็พักรักษาตัวเป็นเดือน ซี่โครงเคลื่อน กะโหลกตรงเบ้าตาแตก เลือดออกหู พ่อแม่หนูไม่ทราบเรื่องนี้เพราะหนูไม่ได้บอก หนูไม่กล้าบอกใครเพราะกลัวคนจะมองแฟนไม่ดีและก็ทะเลาะกับแฟนบ่อยกลัวว่าเพื่อนจะต่อว่าแฟนอีก กับอีกเคสหนึ่งคือแฟนหนูทำผู้หญิงท้อง หนูก็เป็นคนชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะด้วยหน้าที่การงานแฟน ถ้ามีเรื่องแบบนี้ออกไปเขาก็น่าจะโดนหนัก เลยคุยกันว่าเดี๋ยวหนูจะออกหน้าแทนให้แต่คราวหลังอย่าทำอีก ส่วนเรื่องเงินเขาไม่ได้เป็นคนบอกให้หนูจ่ายให้ แต่ทางฝั่งของแม่น้องผู้หญิงที่เสียหายเขาโมโหมาก จนจะเอาเรื่องไปถึงที่ทำงานแฟน หนูเลยค่อย ๆ เสนอเงินเพื่อที่จะได้รับผิดชอบสภาพจิตใจและร่างกายของผู้หญิงอีกคนโดยที่ไม่ได้ปรึกษาแฟนก่อน มีครั้งหนึ่งหนูบอกเลิกเขาเพราะหนูเปิดประตูห้องไปเจอเขามีอะไรกับผู้หญิงคนอื่น แล้วหนูก็กลับไปนอนที่บ้าน เช้าวันต่อมา เขาก็เข้ามานั่งคุยกับแม่ หนูเลยต้องตามน้ำไปและก็กลับไปกับเขา พอถึงห้อง หนูก็โดนเขาซ้อมเลยทันที เลยอยากจะปรึกษาพี่ ๆ ดีเจ ว่าหนูควรแต่งงานกับเขาดีไหมหรือควรเลิกให้เด็ดขาดไปเลย?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ทำไมหนูถึงให้คน ๆ นี้ยังอยู่ในชีวิตของหนูอีก หลังจากที่เขาทำร้ายหนูมาไม่รู้กี่ครั้ง หลังจากที่หนูต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว หลังจากที่หนูเห็นเขามีอะไรกับคนอื่นต่อหน้าต่อตา หลังจากที่เขามาง้อแล้วพอหนูกลับไป เขาก็ทำร้ายหนูอีก ทำไมหนูถึงปล่อยให้คน ๆ นี้อยู่ในชีวิตของหนู พี่พยายามจะเข้าใจว่ามันคือความผูกพัน แต่มันคือความผูกพันแบบไหนอีกคนถึงต้องทำร้ายเราจนเราซี่โครงเคลื่อน พี่ว่ามันถึงเวลานานมากแล้วที่คนที่เขารักตัวเอง คนที่มีสติ เขาจะไม่ได้เอาความรักแบบใดก็ไม่รู้มาบอกกับตัวเองว่าเราต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้เพราะว่าเราผูกพันกับเขา หนูบอกกับพี่ว่าหนูไม่อยากให้เขาดูไม่ดี แต่ตอนนั้นฟ้าไม่ได้มองดูตัวเองเลยเหรอว่าหนูเจ็บร่างกาย เจ็บใจขนาดไหน แล้วทำไมหนูถึงต้องปกปิดให้ผู้ชายคนนั้นอยู่อีก ตั้งแต่ที่พี่ฟังมา พี่ไม่รู้จริง ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้ายังอยู่กับผู้ชายคนนี้ โดยที่ตัดสินใจแน่วแน่ไม่ได้ว่าจะเลิกกับเขา หนูเอาการเป็นแฟนกับเขาคนนี้ที่เป็นแฟนคนแรกและเป็นคนที่ยาวนานมาขังตัวเองและมาขอโทษกับอะไรก็ไม่รู้ ทั้งหมดทั้งมวลจะไม่มีใครช่วยหนูได้เลยถ้าหนูไม่ตัดสินใจที่จะออกมาเอง คนรักที่ดีเขาจะไม่ทำร้ายร่างกายกัน คนรักที่ดีจะไม่มีทางนอกใจกัน ทั้งหมดที่พูดไป สุดท้ายมันอยู่ที่หนูคนเดียวเลย หวังว่ามันจะมีอะไรมาทำให้หนูฟังสิ่งที่พี่พูดและคิดตามได้ในเร็ววัน’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘พี่พยายามคิดเข้าข้างคนที่ฟ้ารักมาก ๆ ว่าอะไรที่ทำให้ฟ้าอยู่กับคน ๆ นี้ และพี่เจอแค่เหตุผลเดียวคือเขาเป็นคนแรกและคนเดียวในชีวิต ฟ้าบอกว่าเขาดีมาก พี่ก็พยายามถามว่า “ดียังไง?” ซึ่งถ้ามนุษย์ปกติมาฟังความดีของเขา ทุกคนก็จะบอกว่า “ใครก็ทำได้ คนทั่วไปก็ทำได้” ฟ้าให้คุณค่าชีวิตตัวเองลิมิตถึงแค่ไหน เพราะนี่ก็เข้าโรงพยาบาลเดือนหนึ่งก็ทนมาได้ หรือชีวิตเราก็ให้เขาได้ ชีวิตฟ้าไม่ได้อยู่ที่ตัวฟ้าอีกต่อไปแล้ว ชีวิตฟ้าอยู่กับเขาเพราะว่าฟ้าใช้ชีวิตเขากำหนดชีวิตฟ้า มีแค่ภาวนาให้เขาดีขึ้น เพราะกับตัวฟ้ามันอาจจะเป็นแบบนี้ไปแล้ว ถ้าฟ้าให้ผู้ชายคนหนึ่งนำชีวิตอยู่ เราก็จะภาวนาให้เขาเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่ดีขึ้นมาแทนแล้วกัน มันมีไม่กี่เรื่องหรอกที่เราไม่ควรทำกับคนที่เรารัก คือการทำร้ายร่างกายกับการนอกใจ ขอให้เขาเลิกพฤติกรรมนี้ได้และก็ขอให้ชีวิตฟ้าอยู่รอดปลอดภัย มีอะไรก็บอกพ่อกับแม่ ต่อให้เราไม่ได้อยู่ใกล้กันแต่เขาก็คงไม่อยากให้ใครทำร้ายลูกเขาขนาดนี้ ถ้าพาตัวเองออกมาไม่ได้หาคนช่วยดีกว่า จิตแพทย์ก็ได้ ฟ้าควรจะพึ่งใครสักคน’ สุดท้าย “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ลองสมมติกลับกันดูว่ามีคนมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟ้าฟัง หนูจะรู้สึกยังไง ถ้าหนูเป็นคนอื่นหนูจะตอบได้ แล้วอะไรที่พอมันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้วเราทำไม่ได้ ในเมื่อมันเป็นเรื่องคนอื่น การบอกเลิกกลายเป็นเรื่องที่ง่าย มันเป็นความสัมพันธ์ที่มองง่าย ๆ ก็คือ Abusive Relationship มันคือการทำร้ายกัน และบางทีความสุขของหนูก็จะไปขึ้นอยู่กับความสุขของเขา เขามีความสุข หนูก็มีความสุข พี่ก็คิดเหมือนพี่เผือกว่า ถ้าหนูปรึกษาใครไม่ได้ ถ้าหนูกลัวว่าเขาจะมองแฟนหนูไม่ดี เราอาจจะยึดเขาเป็นหลักในเรื่องที่เราขาด สาเหตุของปัญหามันไม่ใช่แค่เรื่องของการที่เขาทำร้ายหนูภายนอก ที่หนูปล่อยให้เขาทำร้ายหนู หรือบางทีหนูอยากจะออกมาแต่อะไรที่ทำให้หนูยังออกมาไม่ได้ พี่คิดว่าถ้าหนูไปปรึกษาคนให้เป็นเรื่องเป็นราวและแก้พฤติกรรมหรือช่วยดูพฤติกรรมของหนู เขาจะได้ช่วยหนูออกจากปมปัญหาครั้งนี้ สำหรับพี่ พี่แนะนำให้หนูไปพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อพูดคุยและพาหนูให้ออกมาจากปัญหานี้อย่างคนที่เข้าใจและไม่ตัดสินหนู แต่หนูต้องมี Commitment และไปเป็นประจำ ในเมื่อหนูยังมีเวลาให้ผู้ชายคนหนึ่งทำร้ายหนูได้ หนูเพิ่มเวลาอีกนิดนึงเพื่อดูแลตัวเองในทางกลับกัน พี่ว่าอันนี้จะดีกับหนูมากขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายกาวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

จะทำยังไงกับน้องสาวอายุ 14 ดีคะ? น้องไม่ค่อยกลับบ้าน เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้า อยู่บ้านเพื่อนจนครูที่โรงเรียนมาตามที่บ้าน คุณแม่ก็เอาน้องไม่อยู่ น้องบอกจะดีขึ้นถ้าซื้อมอไซค์ให้คัน ละแสน แม่ก็ซื้อให้ สรุป น้องก็เหมือนเดิม

18 พ.ย. 2024

จะทำยังไงกับน้องสาวอายุ 14 ดีคะ? น้องไม่ค่อยกลับบ้าน เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้า อยู่บ้านเพื่อนจนครูที่โรงเรียนมาตามที่บ้าน คุณแม่ก็เอาน้องไม่อยู่ น้องบอกจะดีขึ้นถ้าซื้อมอไซค์ให้คัน ละแสน แม่ก็ซื้อให้ สรุป น้องก็เหมือนเดิม

จะทำยังไงกับน้องสาวอายุ 14 ดีคะ? น้องไม่ค่อยกลับบ้าน เปลี่ยนแฟนไม่ซ้ำหน้าอยู่บ้านเพื่อนจนครูที่โรงเรียนมาตามที่บ้าน คุณแม่ก็เอาน้องไม่อยู่ น้องบอกจะดีขึ้นถ้าซื้อมอไซค์ให้คันละแสน แม่ก็ซื้อให้ สรุป น้องก็เหมือนเดิม แล้วน้องเคยพูดกับแม่ว่า "หนูสวย หนูหาผัวรวยๆเลี้ยงได้" “คุณเค (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 พ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม – ดีเจเติ้ล – ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาครอบครัว โดย “คุณเค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้น้องสาวอยู่กำลังอยู่ในวัยอายุ 14-15 เป็นวัยที่เราก็รู้กันอยู่ว่าเขาก็กำลังโตเป็นสาว ปัญหาก็คือน้องตอนนี้เริ่มติดเพื่อนมาก ติดแฟนมากจนไม่เข้าบ้าน ไม่ไปเรียนหนังสือ ทางที่บ้านก็ไม่รู้จะพูดกับน้องยังไง เพราะตอนแรกคุณแม่ก็ถามว่าเราจะเอายังไงกันดี? ปล่อยให้ไปเที่ยวกับเพื่อนแม่ก็ไม่ว่า คือคุณแม่ก็ไม่อยากจะด่าน้องด้วย เหมือนแบบวัยนี้มันพูดแรงมากไม่ได้ พูดแรงปุ๊ปก็แบบยิ่งเตลิด อันนี้คือสิ่งที่คุณแม่บอกมา ซึ่งน้องก็ยังทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้ปัญหามันเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ ทางโรงเรียนก็เริ่มโทรมาบอกว่า “น้องไม่ไปโรงเรียนเลย อาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปแค่วันสองวันเอง” คุณแม่ก็ไม่กล้าบอกกับทางโรงเรียนเพราะว่าน้องก็มีพฤติกรรมบางอย่างที่เราแบบไม่ค่อยโอเคด้วย เช่น สมมติมาถึงบ้านก็มาด่าคุณครูให้เราฟังว่าคุณครูเป็นอย่างงั้นเป็นอย่างงี้ ทำให้เรารู้สึกว่าเอ๊ะ! การที่เราบอกกับคุณครูจะทำให้น้องยิ่งเกลียดการไปโรงเรียนอีกหรือเปล่า? เลยเลือกที่จะไม่บอกคุณครูให้ทราบ ทีนี้เราก็เลยคุยกันว่าเราจะทำยังไงดีให้น้องกลับมาบ้าน ก็เลยยื่นข้อเสนอไปว่าอยากได้อะไรลองร้องขอมา น้องก็เลยร้องขอเป็นมอเตอร์ไซค์ราคาเกือบแสน คุณแม่ก็ตัดสินใจซื้อให้เพราะอยากจะให้น้องกลับมาเลยลองซื้อให้ กลายเป็นว่าการที่ซื้อไปน้องยิ่งเตลิดไปอีก เพื่อนเขาก็แบบเป็นฟีลสก๊อย ไม่เรียนหนังสือ เราก็ไปตามหาที่บ้านเพื่อนของเขาบ้าง บ้านแฟนบ้าง แต่คือตอนนี้เขาเริ่มมีแนวคิดที่แบบเราไม่รู้จะแก้ไขยังไง เขาบอกกับเราว่า เรียนหนังสือไปปวดหัว มีผัวดีกว่า คือความคิดนี้มาจากไหน เราก็ไม่รู้แต่ว่าเขามีความรู้สึกว่าเขาแบบสวย รู้สึกว่าความสวยของเขาสามารถทำให้ชีวิตเขาดีได้แน่นอน เราก็เลยไม่รู้จะกู้เขายังไงแล้วตอนนี้ ส่วนเรื่องเงินก็ได้คุยกับคุณแม่ดูว่าถ้าสมมติเราลองไม่ให้เงินเขาดีไหม เขาจะได้กลับบ้าน พอไม่ให้เงินปุ๊ปเขาก็กลับมาบ้าน มาขนเสื้อผ้า ขนของไปขายหมด เอาเงินไปใช้ แล้วเขาก็บอกคุณแม่ว่า ไม่มีแม่ก็หาเงินเองได้ ถามว่าเขาเอาตัวรอดได้ไหม? ก็ได้ แต่หนูว่าคำว่าเอาตัวรอด คือ เขาต้องไม่มีปัญหามาให้เรา ตอนนี้ครูก็โทรมาแจ้งเราเรื่อย ๆ พอครูโทรคุยกับน้อง น้องก็บอกว่า ไม่เป็นไรหรอก แก้ ๆ เอาก็จบแล้ว เราก็แบบโอโห้ จากเมื่อก่อนเขาเป็นคนเรียนดีเลย แต่ไม่รู้เพราะอะไรจริง ๆ ให้เขาเกิดความคิดแบบนี้ทั้ง ๆ ที่ความจริงเขาเกิดมาโชคดีกว่าเรามาก พ่อก็ตามใจ แม่ก็ไม่ค่อยว่าอะไร กลับบ้านจากไปเที่ยว 4 ทุ่ม 5 ทุ่มทุกวัน คุณแม่ก็ไม่สามารถว่าได้เรื่องนี้ ตอนนี้เขาก็น่าจะไม่ฟังใครในครอบครัวแล้ว เพราะในความคิดเขา เพื่อนคนรอบข้างเขาที่ไม่ใช่ครอบครัวคือสำคัญที่สุดของเขาไปแล้วตอนนี้ ส่วนทางพ่อแม่แฟนน้อง ทางเราก็ไม่ได้รู้จักพ่อแม่แฟนน้องเป็นการส่วนตัว แทบไม่เคยเจอหน้ากับแฟนเขาเลย เพราะว่าเวลาเขาไปไหนมาไหนเขาชอบหลบหน้าเรา สิ่งที่เราเป็นห่วงคือเรื่องยาเสพติด เรื่องท้องด้วย เพราะเราก็พูดตามความจริง เพื่อนเขาในมุมมองเรารู้สึกว่ามันไม่นำพาไปในสิ่งที่ดี คือน้องดันพอใจกับชีวิตที่น้องเป็นอยู่ แต่มันจะไม่แย่เลยถ้าสมมติมันไม่เกิดในสภาวะที่คุณแม่ก็ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูคุณพ่อที่ติดเตียง แล้วยังจะมาซื้อรถให้น้องเป็นแสนเพื่อหวังให้น้องกลับบ้าน แต่ผลตรงกันข้ามไปหมดเลย ทุกวันนี้น้องกลับบ้านเดือนนึงนับได้เลยว่ากี่ครั้ง เขาบอกเขาไปนอนบ้านเพื่อนแต่ว่าเราไปตามเขาทีไร คือ ครอบครัวของเพื่อนเขาก็จะบอกว่าเอาลูกกลับไปเถอะ เพราะเขาเหมือนแอบมองว่าเหมือนจะเป็นแหล่งซ่องสุม เพราะเวลาเขานัดปาร์ตี้กันมันก็หลาย ๆ คน ไม่ไปเรียนหนังสือกัน ผู้ปกครองเขาก็เป็นห่วงกันว่าเอ๊ะจะพาไปปาร์ตี้เหล้ายากันหรือเปล่า แล้วไปอยู่บ้านแฟนก็ไม่รู้ว่าใครคนไหน เพราะน้องเปลี่ยนแฟนบ่อย ทำให้เราไม่รู้เลยว่าคนไหน ก็เลยอยากจะมาปรึกษาว่า เราควรจะแก้ปัญหานี้กันยังไงดี?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ก็คือว่าคุยกับแม่ให้เรียบร้อยว่าเราต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงเขา แล้วถ้าคุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว เราเรียกเขามาคุยเลยว่าถ้าไม่เรียนพี่จะพาไปลาออกให้ เพราะตอนนี้มันคาราคาซังครูจะได้ไม่ต้องโทรมาตาม ให้เขารู้เลยว่าตอนนี้เราจะปล่อยเขาแล้ว แล้วก็ไปหางานทำเองนะ เพราะโตแล้วไม่อยากเรียนใช่ไหมงั้นก็ถือว่าโตแล้วรับผิดชอบตัวเองได้แล้วงั้นก็ออกไปทำงานนะ ตอนนี้เขาฟังคนข้างนอก เพื่อน เขารู้สึกว่าคนพวกนี้คือคนที่เข้าใจเขามาก ๆ ส่วนเรื่องแฟนย้ำน้องเลยว่าป้องกันเพราะถ้ามีลูกทำแทงค์อย่างเดียวเลยนะ ไม่มีใครเอาต้องคุยกัยเด็ดขาดนะ แล้วส่วนหนึ่งที่น้องเป็นแบบนี้เพราะแม่ตามใจแม่แก้ไขด้วย เริ่มทำวันนี้มันยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยแล้วปล่อยให้มันวินาศสันตโล’ ต่อมา “ดีเจอั้น” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘บางทีอาจจะต้องบอกสถานการณ์ของครอบครัวเราว่าตอนนี้เป็นยังไง ซึ่งก็อาจจะไม่ต้องพูดความจริงทั้งหมด อย่างเช่น แม่กำลังจะเกษียณตอนนี้เรามีเงินแค่นี้นะแม่ดูแล้วแม่ไม่สามารถที่จะซัพพอร์ตได้แล้ว คือผมจะไม่โทษคุณแม่ที่น้องเติบโตมาในบ้านที่คุณแม่ตามใจแบบทุกอย่างแบบขั้นสุดเลย แต่ว่าถึงที่สุดของที่สุดแล้วมันก็จะมีขอบเขตที่เราจำเป็นที่จะต้องทำเพื่อไม่ให้ความรักของเรามันเกินขอบเขตจนกลายเป็นความรักที่ไปทำลายเขา’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ขอเสริมหรืออาจจะต้องไปทางบ้านแฟนหน่อยไปให้รู้ไปให้เห็น แฟนคือใคร ที่อยู่ยังไง แฟนยังดีนู้นนี่นะ ไม่ใช่แบบไม่รู้อะไรเลย เป็นกำลังใจให้เคและคุณแม่นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้าน แต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามา เค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค

11 ต.ค. 2024

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้าน แต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามา เค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค

หนูเป็นสาวสอง อายุ 18 ค่ะ เจอผู้ชายคนนึง เขามาจีบหนู คบกันได้เดือนนึง เขาบอกว่าจะพาไปเปิดตัวกับที่บ้านแต่ที่บ้านเขาไม่โอเคกับสาวสอง เพราะแฟนเก่าของผู้ชายคนนี้เคยไปหลอกเค้ามาเค้าเลยบอกว่าขอเลิกกับหนูเพราะที่บ้านไม่โอเค หนูควรขออีกสัก 2 ปี แล้วกลับไปทักเขาดีไหมคะ? “คุณเนเน่ (นามสมมติ)” อายุ 18 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [8 ต.ค.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเราเป็น LGBTQ+ คบกับผู้ชายคนนึง เเต่พ่อเเม่แฟนไม่ชอบเราเลยต้องเลิกคุย ควรรอเขาดีมั้ย? โดย “คุณเนเน่ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูทำงานเป็นเซลล์ ได้ไปเจอผู้ชายคนนึงในแอป ๆ นึง เขาอายุ 29-30 ปี คุยกันจนได้มาอยู่กัน อยู่กินกันมาด้วยกันอะไรเเบบนี้เหมือนแฟนคนนึง คบกันได้ซักพักไม่ถึงปี โดยส่วนตัวหนูเป็นสาวสอง ตอนแรกครอบครัวเขาไม่รู้ว่าเขาคบกับหนู มีวันนึงตัวผู้ชายเขาจะพาหนูไปพบกับครอบครัวเขา เขาก็ได้บอกกับพ่อเเม่เขาว่าจะพาเราไปหานะ เเล้วก็ได้โทรกลับมาหาเราบอกว่า พ่อแม่เขาไม่โอเคนะที่เราเป็นสาวสองอะไรเเบบนี้ หนูต้องการอยู่กับเขาเเต่ตอนนี้เขาเลิกคุยกับหนูไปแล้วได้ประมาณครึ่งเดือน ก่อนหน้าที่จะเลิกกันเขาบอกว่าไม่อยากทิ้งหนูไปไหน ยังอยากอยู่กับหนู เเต่เหมือนเขาเลือกครอบครัว พ่อแม่เขาบอกว่าอายุก็ต่างกัน อายุเท่านี้จะไปทำงานอะไรได้ ดูเเลลูกเขายังไงได้ เเละเขาก็บอกว่าถึงเราคุยกันไปก็ไม่ได้คบกันอยู่ดี ซึ่งก่อนหน้านั้นลูกเขาเคยมีแฟนเป็นสาวสองมาก่อน เเต่เหมือนแบบไปหลอกลูกชายเขา หลอกเงิน หลอกอะไรเเบบนี้ ตัวเขาก็เลยไม่โอเคกับการที่ให้ลูกชายเขามีแฟนเป็นสาวสองอีกครั้ง เพราะกลัวเราจะไปหลอกเขาอีก หลังจากที่เลิกคุยกันก็มีการติดต่อกันนิดหน่อย ประมาณว่าทำอะไร เป็นยังไงบ้าง เเล้วเหมือนหนูจะทักไปหาเขาอีกเขาก็บอกว่าไม่อยากให้เราทักไปอีก กลัวลืมเราไม่ได้เเล้วก็ขอบล็อค หนูลืมเขาไม่ได้หรอกเพราะสำหรับหนูเขาเป็นผู้ชายที่ดีที่หนูเจอมา ถ้าเกิดคนเขารักเราจริงเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเรา มันมีอยู่วันนึงรถพ่อของเขาเสียกลางทางด่วน เเล้วเหมือนเขาเงินไม่พอเลยทักมายืมเรา เราก็เลยโอนไปให้ทันที หนูก็อยากรู้ว่า เฮ้ย! เราก็อยากรู้ว่าเราก็เคยช่วยพ่อเธอนะ ทำไมเธอไม่ลองคุยกับเขาว่าเราก็มีข้อดีนะ ตอนนั้นโอนไป 2 ยอด เป็นยอดรวม 5,000 บาท ตอนนี้เขาก็โอนคืนเเล้วเเต่คืนไม่หมดยังเหลืออีกนิดหน่อย เเต่เราก็บอกว่าไม่เป็นไร เพราะตอนที่เขามาหาเราเขาพาไปเลี้ยงข้าวเงี้ย เราก็ไม่เคยออกเองซักบาท หนูว่าจะเริ่มต้นใหม่ พยายามคุยกับคนอื่นเเต่ก็ไม่มีใครดีเท่าเขา ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าอีก 2 ปีบรรลุนิติภาวะเเล้ว หนูควรรอเขาอีกดีมั้ย?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องถามว่าการรอของเนทรมานรึเปล่า ถ้าเรายังไม่ได้เจอไปเจอใครใหม่ มันก็เป็นสิทธิ์ของเราที่จะอยู่ไปแบบนี้ รอเขาอยู่เงียบ ๆ เราสามารถใช้ชีวิตอยู่กับความฝันนี้ได้ ถ้าชีวิตมันไม่ทรมานมาก คนเรามันรอได้อยู่เเล้วเเต่อย่าไปรบกวนเขา เเล้วลองดูพอเราโตขึ้น มีงานมีการเป็นหลักเป็นฐานมากขึ้น บ้านเขาจะเปิดรับเราอย่างที่เราคิดมั้ย เเต่เตือนตัวเองนะว่าผลลัพธ์มันจะออกมายังไงก็ได้ เขาอาจจะยังไม่ได้ชอบเราเหมือนเดิม 2 ปีอาจจะสูญเปล่าก็ได้ ก็เตือนตัวเองนะว่ามีสิทธิ์ผิดหวัง’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ’ไม่น่าลงทุนต่อ มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่มีอะไรดีขึ้นในการรอ เพราะคบกันไม่ถึงเดือน ยังไม่มีความผูกพัน ยังไม่มีความรักเกิดขึ้นก่อตัวขึ้นมา การรอของเนเน่ถ้ามีความสุขก็รอไป เเต่คุณเเม่คิดว่าอย่าเอาใจไปเล่นทั้งใจเลยว่าจะรอผู้ชายคนนี้ ตามหาสิ่งที่ใช่สำหรับเรา อะไรที่ไม่ใช่เทได้นะ ไม่ใช่ไม่มีใครดีเท่าเขา เเค่เรายังไม่เจอ ช่วงเวลาสั้น ๆ มักจะหอมหวานเสมอมันยังไม่ใช่ ถ้าเริ่มต้นเเค่เนี้ยเเล้วเทเราอะ ไม่ต้องรอเขาไม่ได้ควรค่า’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ’การที่เราคบกันไม่ถึงเดือนเเล้วเขาพาเราไปเปิดตัวกับพ่อเเม่ คิดว่ามันสมเหตุสมผลมั้ย อย่าลืมนะเขาบอกมาเเล้วว่าเขาเคยมีแฟนเป็นสาวสอง พ่อแม่เขาก็ไม่ชอบ คนปกติก็ยิ่งระวังตัวนะว่าอย่าเพิ่งให้พ่อแม่รู้ เขาอยู่กับหนู 2 คนสบาย ๆ ในห้องก็ได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องให้พ่อแม่ตัดสินเลยอยู่ด้วยกันถ้าเขาชอบหนูรักหนู ลองนิ่ง ๆ คิดดูว่าสิ่งที่เขาทำมันสมเหตุสมผลหรือเปล่า ถ้าสิ่งที่เขาทำเป็นเรื่องจริง พี่ว่ามันก็ยากมากเหลือเกินที่หนูจะไปทำให้เขาไม่ชอบ ในเมื่อเราเกิดมาแบบนี้อ่ะ หนูอายุเท่านี้หนูมีความสุขกับชีวิตดีกว่า หนูควรจะเจอคนที่น่ารักกับหนูอ่ะ ยุคนี้มีพ่อแม่มากมายที่เขาโอเคที่ลูกเขาจะมีแฟนเป็นสาวสอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนร่วมงาน นิสัยแปลกๆ ทุกเช้าที่เราซื้อน้ำ ชา กาแฟ มา เพื่อนจะนั่งรอแล้วถามว่า "อุ๊ย น้ำอะไรอะ" แล้วก็หยิบแก้วไปดูดหลอดของเราเลย หลังๆมาดูดไปครึ่งแก้ว จนเรายกให้เขาไปเลย จะปฏิเสธก็ขี้เกรงใจ ตอนนี้กลัวโรคด้วย จะทำยังไงดี??

13 พ.ค. 2024

เพื่อนร่วมงาน นิสัยแปลกๆ ทุกเช้าที่เราซื้อน้ำ ชา กาแฟ มา เพื่อนจะนั่งรอแล้วถามว่า "อุ๊ย น้ำอะไรอะ" แล้วก็หยิบแก้วไปดูดหลอดของเราเลย หลังๆมาดูดไปครึ่งแก้ว จนเรายกให้เขาไปเลย จะปฏิเสธก็ขี้เกรงใจ ตอนนี้กลัวโรคด้วย จะทำยังไงดี??

“คุณบี (นามสมมุติ)” อายุ 24 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [ 8 พ.ค. 2567 ] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนที่ทำงานนิสัยแปลก ชอบมาขอน้ำที่เราซื้อมากิน โดย “คุณบี (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนแปลกๆที่ทำงานอยู่คนหนึ่ง คือเค้าชอบมาขอกินน้ำหนูทุกเช้าเลย เราทำงานออฟฟิศเวลาตอนเช้าก็จะซื้อเครื่องดื่มเพื่อเอามากิน มีทั้งกาแฟ ชา แล้วแต่วัน เหตุการณ์ครั้งแรก คือ หนูถือมาแล้วมานั่งที่โต๊ะแล้ว เค้าก็ชอบแบบว่า ‘น้ำอะไรอะ ขอชิมหน่อยสิ’ หนูก็ให้เค้าชิมไปเพราะว่าแบบมันเป็นครั้งแรก เค้าก็ดูดหลอดเดียวกับเรา รู้สึกช็อคนิดนึง เพราะว่าหนูไม่รู้ว่าเค้าจะเป็นโรคแบบไวรัสตับอักเสบบีหรืออะไรรึเปล่าที่มันติดต่อกัน หนูกับเค้าสนิทกันระดับนึง แต่ถ้าไม่สนิทมาก หนูไม่กล้าไปกินหลอดเดียวกับเพื่อน หนูก็เลยรู้สึกว่ามันไม่น่าได้รึเปล่า หลังจากนั้นอีกวันนึง หนูก็ซื้อน้ำมาอีก แล้วทีนี้เค้าก็ทำแบบเดิม หนูก็เลยรู้สึกว่าถ้าวันต่อไปหนูซื้อมา หนูเลือกที่จะหยิบหลอดมา 1 อันให้เค้าเลย แล้วหนูเลือกที่จะกินน้ำจากปากแก้วเอา เพราะเดี๋ยวเค้าต้องขอหนูกินแน่นอน แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ หนูก็เลยยกหลอดนั้นให้เค้าไปเลย บางทีหนูกินได้แค่ครึ่งแก้วแล้วเค้ามาขอกิน หนูก็ยกให้เค้าไปทั้งแก้วเลย เพราะว่าหนูไม่กล้ากินต่อแล้ว มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าหนูไม่กล้าซื้อน้ำมากินในตอนเช้าแล้ว และหนูก็เคยถามเค้าว่าเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวซื้อไปฝาก เพราะหนูจะซื้อน้ำตอนเช้าพอดี เค้าบอกไม่เอา แต่สุดท้ายยังมาขอชิมของหนู ปกติหนูจะชอบซื้อชาพีชกับแดงโซดามากิน แล้วเค้าก็ขอกินทุกเช้าเลย เค้าจะไม่ซื้อน้ำตอนเช้า แต่เค้าจะซื้อแค่ตอนเที่ยง จะขอวิธีไม่ให้เค้ามาขอกินตอนหนูซื้อมา หรือถ้าหนูจะให้เค้ากิน จะมีวิธีไหนมั้ย? คือหนูไม่รู้จะพูดกับเค้ายังไง? แล้วเค้าจะคิดว่าเรารังเกียจเค้าหรือเปล่า ถ้าหนูไม่ให้เค้าดูดหลอดเดียวกัน?เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-