เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

        “คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี เป็นสายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหายื่นคำขาดให้แฟนมาขอแต่งงานภายในครึ่งปีหน้า เราทำมากเกินไปมั้ยคะ?

        “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานาน 11 ปีแล้ว แฟนอายุ 30 เป็นคนเจ้าชู้ คุยกับคนอื่นไปเรื่อย ๆ แต่ทุกครั้งที่หนูจับได้ เขาก็จะหยุดคุย แล้วเลือกกลับมาอยู่กับหนูตลอด พอคบกันเข้าสู่ปีที่ 8 หนูเริ่มถามเขาตรง ๆ ว่า “มีแพลนจะแต่งงานบ้างไหม” เพราะหนูรู้สึกว่าหนูอยากแต่ง แต่ไม่ได้อยากจัดงานใหญ่โตอะไร แค่อยากให้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายได้นั่งกินข้าวด้วยกันแลกแหวนง่าย ๆ ให้รู้ว่าเราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็พอได้

        ช่วงแรกเขาก็ตอบว่า “เดี๋ยวจะแต่ง” แต่หลังจากนั้นก็เงียบไป พอมาช่วงหลัง ๆ เขาก็บอกว่า “ยังไม่พร้อม อยากมีเงินเก็บมากกว่านี้ก่อน” แต่ปัญหาคือ.. เราทำธุรกิจร่วมกัน รายได้ก็ใกล้เคียงกัน เราอยู่บ้านเดียวกัน ใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยามานานแล้ว

        ในมุมของเขา หนูก็พยายามเข้าใจ คิดว่ามันอาจเป็นเรื่อง ศักดิ์ศรีความเป็นผู้ชาย ที่เขาอยากมีมากกว่านี้ก่อนจะมาขอหนูแต่งงาน แต่สิ่งที่หนูอยากได้ มันไม่ได้ใหญ่โตเลย หนูก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาต้องจ่ายทุกอย่างคนเดียวด้วย พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็มีถามบ้างว่าเมื่อไหร่จะแต่ง แม่ฝั่งหนูเองยังบอกเลยว่า ไม่ต้องเอาสินสอดก็ได้ เพราะเห็นว่าเราสู้ทำธุรกิจมาด้วยกันตลอด

        แต่พอคบกันนานขึ้น หนูเริ่มรู้สึกว่าเราสองคนเหมือนเพื่อนสนิทมากกว่าคนรัก หนูแอบคิดว่าถ้าเราได้เปลี่ยนสถานะอะไรบางอย่าง ความรู้สึกมันอาจจะดีขึ้นแต่เขาก็ยังไม่ขยับอะไรเลย หนูเริ่มถามตัวเองว่าหรือจริง ๆ แล้ว…เรากำลังมองปลายทางไม่เหมือนกัน

        ทุกครั้งที่หนูคุยเรื่องแต่งงาน หนูจะรู้สึกว่าอาการเขาไม่ค่อยดี หนูเลยถามว่าโอเคไหม แล้วคำตอบที่ได้กลับมาคือเขาบอกว่า “ใจนึงก็อยากปล่อยหนูไปให้ไปเจอคนที่ดีกว่า” หนูก็เลยบอกเขาว่า ถ้ายังรักกัน เราก็จับมือกันนะ ลองกลับมาใส่ใจกันใหม่ มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ เพราะหนูก็รู้สึกว่าเรายังรักกันอยู่แค่ภาพของการแต่งงาน…เราไม่เหมือนกัน

        จนวันนึงมีเพื่อนพูดกับหนูว่า “สรุปแล้ว เขาเป็นคนรัก หรือเป็นแค่เพื่อนร่วมงานของหนู?” ประโยคนี้ทำให้หนูกลับมาคิดหนักมากว่า ชีวิตคู่ของหนูตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่ามันจะผิดไหมคะ…ถ้าหนูตั้งเส้นตายให้ตัวเอง ว่าถ้าภายในครึ่งปีหน้า เขายังไม่ขอหนูแต่งงาน หนูจะเลือกเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้’

        เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจมาก ๆ เพราะตัวเองก็เคยผ่านจุดนี้มาเหมือนกัน บางความสัมพันธ์มันไม่ได้จบเพราะไม่รักนะ แต่มันจบเพราะเรามองปลายทางไม่เหมือนกัน ถ้าบีคิดจะตั้งเส้นตาย มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย แต่อยากให้ลองคุยให้ชัด ๆ ไปเลยว่า สรุปแล้วปลายทางของเราตรงกันไหม ถ้ามันตรงกัน การรอก็ยังพอมีความหมาย แต่ถ้ารอไปแล้วสุดท้ายปลายทางไม่เหมือนกัน การเดินออกมาก็อาจจะดีกว่า’

        ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ตรง ๆ เลยว่า คบกันมา 11 ปี มันนานมากแล้ว ถ้าเป็นหอม จะไม่เลือกอยู่รอ เพราะมันเสียเวลา การที่เราถามเรื่องแต่งงาน แปลว่าเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร แต่ถ้าเขายังไม่ตอบให้ชัด มันก็แปลว่าเขายังไม่ตัดสินใจเลือกเรา ถ้าเขาไม่ได้อยากมีเราอยู่ในชีวิต ก็ควรพูดตรง ๆ จะได้ไม่ต้องรอกันไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วย เพราะคำตอบที่ได้ อาจจะเป็นการเลิกกันก็ได้ เขาอาจรักเรา แต่ถ้าเป้าหมายชีวิตมันไม่ตรงกัน ยังไงก็ไปต่อกันไม่ได้’

        และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ตัวเองก็เคยคิดเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงาน แต่พอแฟนอยากแต่ง ก็เลือกตกลงเพราะในเมื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย อยากให้บีกลับไปถามตัวเองกับเขาให้ชัดว่าเขาลังเลอะไร หรือจริง ๆ แล้วในใจเขาอาจไม่ได้เห็นภาพว่าจะอยู่กับเรายาว ๆ ยิ่งพื้นฐานเขาเป็นคนเจ้าชู้ บีก็อาจไม่ใช่คนสุดท้ายที่เขาจะหยุดด้วย สุดท้ายแล้ว บีต้องคุยกับเขาให้ได้คำตอบจริง ๆ เพราะคำตอบนั้นแหละ จะบอกเองว่าเราควรรอ หรือควรพอแค่นี้’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้า ถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้า

22 ส.ค. 2024

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆ ผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้า ถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้า

หนูเจอผู้ชายคนนึงที่ร้านเหล้า เค้าเข้ามาจีบ หลังจากนั้นก็นัดมีอะไรกันมาเรื่อยๆผ่านมาหลายเดือน เค้ามาบอกว่า เค้ามีแฟนแล้ว แฟนตัวจริงเขาจะกลับมาจากเมืองนอกเดือนหน้าถ้าแฟนเขากลับมาเขาก็จะสร้างบ้านอยู่กับแฟนเค้าแล้วความสัมพันธ์ของหนูกับเขาล่ะ จะทำยังไงต่อไปดี? “คุณเนย (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [21 ส.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องกลายเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว โดย “คุณเนย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับผู้ชายคนนึง อายุ 30 ปี คบกันมาได้ 4 เดือน หนูเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนเป็น One night มาเรื่อย ๆ เเต่จะไม่หลงรักใคร คืนนั้นหนูไปกับเพื่อน เขาเป็นคนเข้ามาหาหนูก่อนเเล้วถามว่า “หนูไม่มีแฟนหรอ?” หนูก็บอกว่า “ไม่มี” เเล้วเราก็เเลกคอนเเทคเเละเราก็นัดกัน คืนนั้นก็จบไป หนูก็คิดว่ามันจะจบเเค่คืนนั้น เเต่ไป ๆ มา ๆ เขาก็มีการโทรหา มีการทักหาว่า “มาเจอกันมั้ย?” หนูเจอเขาบ่อยมากเพราะเขาทำงานอยู่ที่ร้านนั้น เเล้วหนูก็จะเที่ยวเเต่ร้านนี้ เป็นร้านประจำเลยของหนูเลย หลังจากนั้นก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์เป็นแฟนกัน จนมาซักพักหนึ่ง เขาก็เพิ่งมาบอกว่า “เขามีแฟนแล้วนะ!” เเต่เขาไม่ได้อยู่กับแฟน เเฟนไปทำงานต่างประเทศได้ประมาณเดือนกว่า ๆ เเล้ว กว่าจะกลับก็สิ้นปี ซึ่งตัวหนูเองก็เลยรู้สึกว่าหรือเราจะถอยดีเพราะตอนนี้ยังไม่ได้รู้สึกอะไรขนาดนั้น เเต่ถ้าถามว่ารู้สึกมั้ย ก็รู้สึกแหละ เพราะไปไหนด้วยกันบ่อย ได้ใช้ชีวิตด้วยกัน อยู่ด้วยกันทั้งวัน พอแยกกัน เขาก็เป็นคน Facetime มาคุยกัน มีอยู่ครั้งหนึ่งเราเคยลองไม่ไปด้วยกัน ลองต่างคนต่างไปหาคนอื่นดูบ้าง เเต่ตัวหนูเองทำไม่ได้ รู้สึกว่าเหมือนมันต้องไปกับเขา ส่วนเขาไปมาเเล้วรู้สึกผิดกับหนูมากเลย ทำแล้วนึกถึงเเต่หน้าหนู ซึ่งตอนนั้นหนูก็โกรธนะ หนูรู้สึกว่า “เอ้า ก็แกไปทำกับเขามาเเล้วนะ ละทำไมแกยังมาบอกว่าคิดถึงเเต่หน้าชั้น” มันย้อนแย้งหนูก็เลยมองว่าเราถอยออกมาดีกว่า ความรู้สึกของเรามันจะได้ไม่ถลำลึกลงไปมากกว่านี้ จนวันนั้นเขาเป็นคนบอกหนูเองว่าเขารู้สึกกับหนูยังไง ชอบหนูเเค่ไหน เวลาไปเจอเพื่อนเขาก็จะบอกว่า “แฟนใหม่กูนะ แฟนใหม่กูเอง” ซึ่งตัวหนูเองอะไม่ได้พูดอะไรออกไป หนูอึดอัดมากพูดอะไรออกไปไม่ได้เลย วันนั้นเขาพูดกับหนูประโยคนึงว่า “อย่าเพิ่งโทรมานะ พี่ขอคุยกับแฟนพี่ก่อน” หรือในช่วงกลางวันเขาก็จะเเบบว่า “เดี๋ยวขอคุยกับแฟนก่อนนะ หนูไปนอนรอพี่ที่ห้องก่อนนะ ซักตี 2 พี่ไปหา” คือหนูมองว่าถ้าเขาจะให้หนูรับรู้เเล้ว เขาควรที่เลี่ยงใช้คำอื่นก็ได้มั้งว่าไปทำธุระหรือทำอะไรก็ได้ โกหกเราหน่อยก็ยังดี ความรู้สึกหนูตอนนั้นคือมันพังมากเลย ทำไมมันต้องอยู่จุด ๆ นี้ด้วยที่เเบบว่าเขามีแฟนอยู่เเล้ว รู้อยู่เเล้วเเต่ออกมาไม่ได้ถ้าออกมาก็เจ็บ เขาเคยถามหนูว่า “ถ้าพี่เลิกกับแฟนพี่อ่ะ เราจะมาคบกับพี่มั้ย?” เเต่ตอนนั้นตัวหนูเองมองว่าหนูคงไม่คบ หนูคงไม่เอาเพราะว่าเขายังทำเเบบนี้กับแฟนได้เลย ถ้ามาคบกับหนู หนูต้องระเเวงขนาดไหน ตอนนี้แฟนเขากำลังจะกลับมาจากต่างประเทศเเล้วเดือนหน้า เเล้วเขาก็กำลังจะซื้อบ้านหลังใหม่ด้วยกัน ซึ่งหนูก็เลยรู้สึกว่าต้องทำยังไงต่อ เเล้วเขาก็บอกกับหนูว่า “ถ้าแฟนพี่กลับมา เราไปคุยกันในแอปอื่นได้มั้ย ในไลน์คุยไม่ได้เเล้ว เพราะถ้าคุยกันเเล้วแฟนไปเปิดคอมมันก็จะขึ้น” หนูก็เลยพูดกับเขาไปว่า “ถ้าแฟนพี่กลับมา หนูก็คงไม่อยู่ต่อแล้ว” เเต่พอถึงเวลาจริง ๆ มันก็ทำไม่ได้ เหมือนหนูต้องอยู่จนไม่รู้สึกอะไรไปเอง เเล้วทีนี้มันอึดอัดเพราะหนูไม่รู้ต้องไปในทางไหน ต้องทำยังไงกับความสัมพันธ์นี้ หนูต้องหยุดยังไง ก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจทั้งสามคนว่า หนูจะต้องทำยังไงกับเหตุการณ์นี้ดี?’ ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น) ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘กรรมมันเกิดจากการกระทำของเรา มันไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงเเต่ว่าทำไม่ได้ มี 2 เเพ็คเกจให้เลือก 1.สนุก หวือหวา ใจเต้นชั่วครั้งชั่วคราว แลกกับความเจ็บเเล้วยอมเป็นคนไม่สำคัญตลอดไป 2.เจ็บเเต่จบ หลังจากนั้นรอรางวัลความสุขตามหลังมา เพราะฉะนั้นต้องเลือกเอา เขาตั้งใจด้วยซ้ำมั้งที่ให้เราอยู่ใน Position นี้ ด้วยการใช้คำเหล่านั้นพยายามทำให้เราชินเเล้วยอมรับ เเล้วเขาก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรเลยว่าเขาจะเลือกเรา ถ้าตอนนี้ยังไม่อยากออกมาก็อยู่ไปก่อน เมื่อไหร่ที่ความสุขจากการอยู่ตรงนั้นมันน้อยกว่าความทุกข์หนูจะออกมาเอง หรือไม่งั้นก็รอวันหมดกรรม ไม่รู้ว่ากรรมจะจบลงยังไงเเต่คนควบคุมมันตอนนี้ก็คือหนู สุดท้ายก็ต้องเลิกกันอยู่ดีเพราะถึงเขาเลิกกันหนูก็จะอยู่เเบบระเเวงไม่มีความสุขอยู่ดี ยังไงคำตอบก็คือต้องไปจากผู้ชายคนนี้ ในระหว่างนี้ก็ค่อย ๆ ใช้เวลาหันมารักตัวเองให้มากขึ้น ควรเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของตัวเองนิดนึง โฟกัสที่ชีวิตตัวเองเพราะว่าอนาคตของเขาไม่ได้มีเราอยู่เเน่นอน บ้านหลังนั้นก็ไม่ใช่ของเรา เราไม่ใช่คนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นที่เขาจะซื้อ ขยี้ตัวเองก็ได้ไม่ต้องรีบ ไม่มีอะไรจะเสียมากกว่านี้เเล้วนอกจากเวลา ก็ขอให้คิดได้เร็ว ๆ ขอให้ไหวเเละเเข็งแรงพอที่จะเดินออกมาได้เร็ว ๆ ขอให้รู้เเล้วว่าตรงไหนคือทางออกเเล้วเเข็งแรงพอที่จะลุกเอาตัวเองออกมาได้เร็ว ๆ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ส่งงานผ่าน Email ไปแล้ว แต่เขาไม่อ่าน แล้วยังมาบอกอีกว่าให้หนูเดินไปบอกเขาว่าส่งเมลให้แล้วนะ มันใช่หรอคะ?

02 เม.ย. 2026

ส่งงานผ่าน Email ไปแล้ว แต่เขาไม่อ่าน แล้วยังมาบอกอีกว่าให้หนูเดินไปบอกเขาว่าส่งเมลให้แล้วนะ มันใช่หรอคะ?

ส่งงานผ่าน Email ไปแล้ว แต่เขาไม่อ่านแล้วยังมาบอกอีกว่าให้หนูเดินไปบอกเขาว่าส่งเมลให้แล้วนะมันใช่หรอคะ? ‘คุณลูน่า’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี เป็นสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (1 เมษายน 2569) ได้โทรเข้ามาเล่าเรื่องราวที่สร้างความสงสัยจนชวนขมวดคิ้ว กับ 'ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น' เกี่ยวกับเรื่องที่ต้องร่วมงานกับพนักงานแผนกอื่น แต่เขาไม่ยอมอ่าน Email งานที่เธอส่งไปจนทำให้เกิดปัญหาตามมา ‘คุณลูน่า’ เล่าว่า ในออฟฟิศที่เธอกำลังทำงานอยู่ ได้มีรุ่นพี่อีกแผนกไม่ชอบอ่านอีเมลงานที่เธอส่งไปให้ ซึ่งงานนั้นเป็นงานที่รุ่นพี่ในแผนกนั้นจะต้องเป็นปราการด่านสุดท้ายในการ Approve งานก่อนส่งงานจริง ซึ่งรุ่นพี่ในแผนกนั้นก็ได้บอกแผนกของคุณลูน่าว่า “ทำไมเมลมาแล้วไม่เดินมาบอกด้วยว่าส่งเมลมา” ซึ่งนั่นก็สร้างความสงสัยชวนขมวดคิ้วให้กับคุณลูน่าเป็นอย่างมาก ว่ามันใช่หน้าที่หรือสิ่งที่เธอต้องรับผิดชอบหรือเปล่า โดยคุณลูน่าได้เล่าว่า เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นประมาณ 4-5 ครั้งต่อเดือน เมื่อเกิดเหตุการณ์เดิม ๆ ซ้ำ ๆ ตัวเธอก็เริ่มทนไม่ไหว และได้ไปบอกกับหัวหน้าของแผนกนั้น แต่หัวหน้าแผนกนั้นกลับมีท่าทีที่เข้าข้างฝ่ายตัวเอง พร้อมบอกว่า เป็นความผิดของฝ่ายคุณลูน่า ที่ส่งงานมาทางเมลแต่ไม่เดินมาบอก จนบางทีก็มีผลกระทบต่องาน ทำให้ส่งงานล่าช้าไปบ้าง หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ เหล่าดีเจจึงได้เห็นตรงกันว่า สำหรับเรื่องนี้ ในฝ่ายนั้นก็ผิดที่ไม่ได้เช็กเมล ทั้งที่มันคืองานส่วนของเขาที่ต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าเดือนหนึ่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้นาน ๆ ที 4-5 ครั้ง หากไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง คิดว่าสามารถส่งไลน์ไปบอกหลังส่ง Email ให้เขาได้ อย่าไปหาเรื่องเขา ให้เอาเวลาปวดหัวไปปวดหัวเรื่องอื่นจะดีกว่า พร้อมบอกว่า คนส่วนใหญ่เวลาส่ง Email ก็มักจะทักมาบอกว่าส่งแล้ว หรือจะซื้อสติ๊กเกอร์ไลน์มาใช้ก็จะสะดวกยิ่งขึ้น กรณีที่เราแจ้งเขาแล้ว แล้วเขายังไม่เห็น เขาจะผิดเต็ม ๆ ทำงานของเราให้ดี ให้ไม่มีใครมาตำหนิเราได้ก็เพียงพอเรื่องราวทั้งหมดของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

06 มิ.ย. 2025

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+”หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ?มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?” พอหนูตอบทุกอย่างตามจริง ผลออกมา ไม่ผ่าน ทั้งๆที่ หนูสอบปฏิบัติ ทดสอบร่างกายหนูทำได้ดีทุกอย่าง คะแนน 200 ได้ 170 คะแนน เหมือนความพยายามทั้งหมดที่หนูฝึกฝนมา 7-8 เดือน สูญเปล่าไปเลยแต่เพื่อนผู้ชายแท้ว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนไม่ดี กลับสอบติดตัวจริง ปีหน้าคงหมดหวังแล้วเพราะอายุหนูเกิน “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการสอบทหาร ซึ่งทำได้ดีในทุกรอบ แต่ตกรอบสัมภาษณ์เพราะเป็น LGBTQIA+ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอยากเป็นทหาร เลยเตรียมตัวฝึกฝนจนสอบผ่าน แต่มาตกเอารอบสัมภาษณ์ เพราะหนูเป็น LGBTQIA+ หนูเคยผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน รู้สึกว่าระบบการทำงานมันตอบโจทย์กับหนู ถึงจะเป็นแบบนี้ก็จริง แต่หนูไม่ชอบทำงานนั่งสวย ๆ ในออฟฟิศเท่าไหร่ หนูชอบงานท้าทาย ตอนไปสอบก็พยายามแอ๊บแมน และในวันที่สอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วคำถามในการสัมภาษณ์มันควรจะถามเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานใช่ไหม? แต่อันนี้เขาไม่ถามเลย เขาถามแค่ว่า เป็นตุ๊ดใช่ไหม มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม เป็นรุกหรือเป็นรับ? เขาถามแค่เรื่องเพศสภาพของหนู เขาไม่ถามเกี่ยวกับทหารเลย หนูคิดว่าเขาคงไม่อคติขนาดนั้น เพราะในส่วนต่าง ๆ หนูทำได้ดีมาก ตอนเทสร่างกายเขาให้ว่ายน้ำ วิ่ง ดันพื้น และดึงข้อ หนูทำได้ดีเกือบทุกสนามจนหนูยังตกใจตัวเอง ขนาดกรรมการยังถามว่า ไปกินอะไรมา แต่คนที่เขาเลือกให้ผ่านเข้าไป กลับเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าหนู ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับหนู คือ เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน เขาเป็นชายแท้ แต่เขาว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนได้ไม่ดี ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน หนูทำได้ทั้งหมด 170 คะแนน ตอนนั้นหนูเลยไม่มีความคิดว่าจะไม่ติด เพราะเราเตรียมตัวมาดี ทำให้หนูคิดว่า พอเราเป็นแบบนี้แล้วทำไมไม่ให้โอกาสเราเลย ถ้าคุณบอกว่าการเป็นทหารต้องแข็งแรง หนูก็ทำให้เห็นแล้วว่าหนูทำได้ แล้วทำไมถึงไม่เอาหนูเข้าไป หนูน้อยใจในจุดนี้ หนูใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทั้งอ่านหนังสือ ฝึกฝน เตรียมร่างกาย หนูทำไปเพื่ออะไร? หนูออกไปวิ่งทุกเช้าทุกเย็น จริง ๆ หนูเคยไปสอบอีกสนาม หนูก็ไม่ผ่าน ซึ่งสนามนั้นหนูรู้ว่าหนูพลาดอะไร หนูเลยไม่ได้อะไรมาก แล้วในกฏเขาก็ไม่ได้มีเขียนบัญญัติไว้ว่าห้ามรับ LGBTQIA+ แถมตอนสัมภาษณ์หนูยังโดนย้ายไปห้องสอบสัมภาษณ์พิเศษ แต่ก็โดนถามแค่คำถามเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ หนูแค่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้หนูตอบคำถามที่หนูควรจะได้ตอบเหมือนคนอื่น ๆ เพื่อที่หนูจะได้โชว์ว่าหนูทำได้ หนูเสียใจเพราะมันเป็นปีสุดท้ายที่หนูจะสมัครได้ เพราะเขารับอายุไม่เกิน 24 ปี แล้วปีนี้หนูกำลังจะครบอายุ 24 ปี เรื่องนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่หนูไม่สามารถปล่อยวางได้เลย หนูเลยอยากได้คำปลอบใจจากพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยเจอแบบหนูเหมือนกัน เคยโดนกีดกันไม่ให้เป็นพิธีกรโรงเรียน แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจ พี่แค่อยากจะบอกเอว่ามันก็ไม่แฟร์จริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สามารถเกิดขึ้นได้แหละในชีวิตจริง เข้าใจแหละว่าเสียใจ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และไม่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสุดท้ายที่เอจะทำได้ ถ้าเอเปิดใจมันยังมีทางอื่นให้เอได้ลองทำอีกนะ ไม่อยากให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดสินคุณค่าในตัวเอง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจในสิ่งที่เอเจอนะ ไม่อยากให้เอคิดว่ามันเป็นความผิดของเอ เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร มันยังมีหลายที่ ๆ เขาโอเคกับความเป็นตัวเรา เราเป็นคนมีความสามารถและความตั้งใจ พี่เชื่อว่ามันจะทำให้เอสามารถไปยังอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เอดีเกินไปที่จะเข้าไปอยู่ในระบบราชการไทย หนูสามารถไปทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ถ้าหนูเข้าไปหนูก็อาจจะโดนกลืนกิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหนูจะทำมันได้อยู่แล้ว คนที่มุ่งมั่นขนาดนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน แค่ที่นั่นไม่ได้เหมาะกับเรา’ และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘อย่าด้อยค่าตัวเองและอย่าหยุดพยายาม ปล่อยให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบมีความสุข’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

09 ม.ค. 2026

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือ แต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อน จากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1 ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี?

ผมคบกับแฟนมา 7 ปี ก่อนหน้านี้ไม่เคยทำอะไรเกินเลยกันนอกจากจับมือแต่พอโทรเข้ามาปรึกษาในรายการครั้งก่อนจากตอนแรกระดับสกินชิพเราแค่ประมาณ 1ตอนนี้ขยับมาเป็นระดับ 5 -6 แล้ว สเต็ปต่อไปผมควรทำยังไงต่อดี? คุณกู๊ด (นามสมมติ) อายุ 30 ปี เป็นสายที่ 4 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (7 มกราคม 2569) ได้โทรเข้ามาอัปเดตเรื่องราวกับดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เรื่องที่ตนนั้นคบกับแฟนมา 7 ปี แต่ไม่เคยทำอะไรไปมากกว่าการจับมือ มาฟังกันว่าเรื่องราวของคุณกู๊ดจะเป็นอย่างไร คุณกู๊ด (นามสมมติ) ได้เล่าว่า “เมื่อก่อนถ้าให้เปรียบเทียบความสัมพันธ์ว่าลึกซึ้งกันถึงไหน 1-10 ผมให้ 1 แต่ตอนนี้ผมให้ 5-6 ครับ หลังจากที่ตอนที่แล้วได้ออนแอร์ไป ตอนแรกผมก็ยังไม่ได้คิดว่าจะไปคุยกับเขา แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งตอนที่เราโทรคุยกัน เขาก็พูดขึ้นมาว่าเขาอยากดูพุธทอล์คพุธโทร ผมก็ตกใจเพราะเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยดูรายการอะไรแบบนี้บ่อย แต่สุดท้ายเขาก็ได้ไปฟังแล้วโดยที่ผมไม่ได้บอกเขา คือเขาก็บอกผมว่าเสียงมันคล้ายกับเสียงผม แต่ตอนเล่าผมก็พยายามดัดแปลงบางส่วนเพื่อให้เขาจับไม่ได้แต่เขาก็บอกว่าเสียงมันคุ้นนะ และก็วิธีการหยุดหรือพวกคำสร้อยของผม พอเขาถามมาเราก็รีบบอกไปเลยว่า ใช่ เราเอง เขาก็ไม่ได้โกรธหลังจากนั้นเราก็มีการคุยกัน เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้ติดอะไรนะ เขาโอเคกับเรื่องนี้ เพียงแต่ว่าผมไม่ได้เป็นคนรีบ ก็เลยไม่ได้สานต่อ มันเลยกลายเป็นว่าเราสองคนไม่ได้เริ่มกันสักที แต่พอมันเป็นแบบนี้ผมก็ค่อนข้างแฮปปี้ในระดับหนึ่ง ผมเลยไปขอเขาที่ญี่ปุ่นเมื่อประมาณต้นเดือนที่ผ่านมานี้ ถ้าจะอัพเดตเนี่ย ระดับ 5 ที่ผมบอกคือเราก็เริ่มมีการใกล้ชิดมากขึ้น อาจจะมีจุ๊บปากเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนนอนหรือตอนที่อยู่ด้วยกัน แต่ว่ามันก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น” หลังจากฟังเรื่องราวอัปเดตจากคุณกู๊ดจบ เหล่าดีเจต่างก็เขินจนทำตัวไม่ถูก โดย ดีเจต้นหอม ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “คุณกู๊ดอาจจะต้องเป็นคนที่เริ่มต้น มัน 7 ปีแล้วมันก็เริ่มได้แล้วแหละ ให้คุณกู๊ดศึกษาจากหนังผู้ใหญ่ได้เลย สเต็ปต่อไปคุณกู๊ดจะได้รู้ว่ามันไม่ใช่การศึกษาแค่นิสัย มันต้องศึกษากันทั้งหมดเลย เราเข้ากันได้ไหม จังหวะของเราทำให้เขาอึดอัดรึเปล่า มันเป็นเรื่องที่สามารถคุยกันได้เลย” ต่อมา ดีเจเผือก ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า “ให้มันไหลไปตามธรรมชาติครับ ขอให้มันพัฒนาไปอย่างถูกต้องตามครรลองและจังหวะของมันละกันครับคุณกู๊ด ยินดีด้วยที่มันได้เริ่มต้น” สุดท้าย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “สุดท้ายมันจะปรับปรุงแล้วมันจะไปด้วยกันได้ทั้งคู่”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-