เราเป็นแม่ลูกติด มีลูก 3 คน แต่แฟนคนนี้อายุเยอะกว่าเรา เขายังแอบแม่คุยกับเราอยู่เลย ไม่ได้เปิดตัวเรากับครอบครัว แล้วแฟนดูไม่ค่อยโอเคกับลูกๆของเราสักเท่าไหร่

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เราเป็นแม่ลูกติด มีลูก 3 คน แต่แฟนคนนี้อายุเยอะกว่าเรา เขายังแอบแม่คุยกับเราอยู่เลย ไม่ได้เปิดตัวเรากับครอบครัว แล้วแฟนดูไม่ค่อยโอเคกับลูกๆของเราสักเท่าไหร่

05 ธ.ค. 2025

เราเป็นแม่ลูกติด มีลูก 3 คน แต่แฟนคนนี้อายุเยอะกว่าเรา

เขายังแอบแม่คุยกับเราอยู่เลย ไม่ได้เปิดตัวเรากับครอบครัว

แล้วแฟนดูไม่ค่อยโอเคกับลูกๆของเราสักเท่าไหร่

ตอนนี้เราทำงาน หาเงินเอง เงินเดือนหมื่นนิดๆ ดูแลลูกทั้ง 3 คน

บางวันเราหมุนไม่ทัน ขอยืมแฟน 100 -200 แฟนก็บ่น

บอกว่าให้เราประหยัดหน่อย ใช้เงินกับลูกอย่าฟุ่มเฟือย

แค่นี้ก็บ่นเรา แล้วตอนนี้เขาจะมาขอเราแต่งงานอีก

แต่เงื่อนไขของเขาคือห้ามให้เราเอาลูกมาด้วย

เราเลยลังเลว่าควรจะทำยังไงดี เพราะเราเลือกลูกมากกว่า

          “คุณน้ำทิพย์ (นามสมมติ)” อายุ 36 ปี เป็นสายแรก ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนบอกว่าถ้าแต่งงานกันต้องแยกเรากับลูก เพราะเรามีลูกติดถึง 3 คน เราจะคบแฟนคนนี้ต่อดีหรือไม่

          “คุณน้ำทิพย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาได้ 1 ปี 10 เดือน แฟนหนูอายุ 43 ปี เราเจอกันในแอปหาคู่ ตอนที่คุยกันหนูบอกเขาแล้วว่าเราเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว เขาก็บอกยอมรับได้ แต่พอมาคบกันจนถึงตอนนี้หนูเริ่มมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายลูก ซึ่งหนูเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด เพราะคิดว่าเรายังไม่ได้แต่งงานกับเขา เลยไม่อยากรบกวนเงินเขา หนูส่งลูกไปเรียนโรงเรียนประจำแล้ว 2 คน เหลือคนเล็กที่อยู่กับหนู แต่หนูก็ไม่แน่ใจว่าครอบครัวเขารู้ไหมว่าเขามีแฟน เพราะเวลาคุยกันก็จะคุยแค่ในห้องเขา ถ้าแม่เขาเข้ามาก็จะปิดเสียงไม่ให้รู้ว่าโทรคุยกับเราอยู่ หรือเวลาที่เราอยู่ด้วยกันแม่เขาโทรมาก็จะไปคุยข้างนอกและเขาก็ไม่เคยพาเราไปบ้านเขาเลย รวมถึงเขาก็ยังไม่เคยเจอลูกของหนูด้วย…

          ปัญหาคือเขาไม่โอเคกับการที่หนูใช้เงินไปหาลูก หรือส่งเงินให้ลูก เขามองว่าหนูใช้เงินฟุ่มเฟือย ไม่รู้จักเก็บออม แต่หนูก็อธิบายให้เขาฟังว่า ถึงลูกจะอยู่โรงเรียนประจำ ก็ต้องส่งเงินบ้าง แต่เขาก็ยังพูดในเหตุผลของเขาว่า อยากให้ใช้เงินให้จำกัด และบอกว่าเวลามีปัญหาอะไรก็จะได้มีเงินเก็บ เขาไม่อยากให้ลูกกลับมาบ่อย ๆ เพราะค่าใช้จ่ายมันเยอะ บางครั้งถ้าเกิดเรามีปัญหาเรื่องเงินแล้วต้องขอยืมเขา เขาก็จะบ่นตลอดแล้วก็จะบอกว่าตัวเขาก็มีหนี้สินเหมือนกัน เลยทะเลาะกันเรื่องนี้ตลอด

          แต่เขาก็มีข้อดีเหมือนกัน เขาเป็นคนไม่ชอบเที่ยว ไม่เจ้าชู้ แต่เขาก็จะมีนิสัยอย่างนึงคือ เขารักเรามาก แล้วก็หวงมาก แต่จะมีอารมณ์ร้อน แล้วก็บ่นเหมือนฟีลพ่อบ่นลูก ซึ่งหนูก็มองว่ามันเป็นเรื่องดี

          หนูมีแผนจะแต่งงานกับเขาภายในปีนี้หรือปีหน้า ถ้าพร้อม เลยถามเขาว่า ถ้าแต่งงานกันแล้วหนูไม่ได้ทำงานต้องไปอยู่กับเขา เขาจะช่วยค่าใช้จ่ายให้ลูกหนูไหม หรือจะเลี้ยงดูเขาเหมือนลูกหลานไหม เขาก็ตอบว่าเขาต้องการอยู่กับหนูแค่คนเดียว เพราะเขาอาศัยอยู่กับแม่และน้า เขาไม่โอเคที่จะมีลูกติดไปด้วย เขาบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเลี้ยงลูกของหนู เพราะเขาไม่ใช่พ่อของเด็ก

          ตอนนี้หนูเริ่มลังเลที่จะคบกับเขาต่อ เพราะรู้สึกว่าหนูต้องเลือกลูกก่อน เลยอยากรู้ว่าผู้ชายแบบนี้ควรจะไปต่อไหม?’

          เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘นี่แหละคือเหตุผลที่เรายังไม่มีแฟน เพราะมองว่าคนที่จะมาเป็นครอบครัวเราต้องเข้ากับลูกได้ ไม่จำเป็นต้องเลี้ยงดูหรอก แต่ตำแหน่งของความเป็นแม่มันไม่สามารถลาออกได้ ถ้าจะรักทิพย์ก็ต้องรักที่ทิพย์มีลูก นั่นแปลว่าเขาไม่ได้เข้ากับครอบครัวเรา การที่คบกันมาปีกว่าแล้วคุยเรื่องแต่งงานเลยมันแปลกมาก เพราะยังไม่เคยเจอครอบครัวเขาเลย ถ้าให้พูดเลยคือหนึ่ง เขาไม่เปิดตัวเรากับที่บ้าน สอง ผู้ชายอายุ 43 แล้ว แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจเรื่องครอบครัว ยังกลัวแม่อยู่เลย สาม การแต่งงานกับเราเพื่อให้เราไปเป็นแม่บ้านแล้วตัดลูกออกไปเลย ผู้ชายคนนี้เหมือนเขาไม่ได้รักลูกเราเลย และสุดท้ายทิพย์ไม่ต้องบังคับผู้ชายคนนี้ให้เอาลูกเรา เพราะจิตใจเขาไม่ได้ต้องการตั้งแต่แรก’

          ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า  ‘คุณทิพย์ไม่สามารถเปลี่ยนความจริงนี้ได้ เพราะคุณทิพย์รักลูก และยอมให้เงินกับลูก คุณทิพย์จะไปอยู่กับผู้ชายที่ไม่รับลูกของคุณทิพย์ได้ยังไง ถ้าคุณทิพย์ยังลังเลอยู่ พี่ขอให้มั่นใจเลยว่าเลิกกับเขาเถอะ เสียเวลา ไปหาคนใหม่ที่เขาอยากมีทั้งคุณและลูกดีกว่า การที่เรามีลูกติด 3 คนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะเจอผู้ชายที่พร้อมจะแต่งงานกับเรา อันนี้ทางบ้านก็ยังไม่เคยเจอ พี่ว่ามันแปลก อีกอย่าง การเจอกันในแอพหาคู่ก็สามารถเจอมิจฉาชีพได้เลยนะ’

          และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า  ‘ก็เหมือนกัน ข้อดีที่บอกยังไม่โน้มน้าวใจพอที่จะทำให้ต้องไปต่อ การที่ไม่เจ้าชู้มันเป็นพื้นฐานที่ควรจะมีอยู่แล้ว อย่าเรียกว่าเป็นข้อดีเลย ตอนนี้ปัญหาคือเด็กคนเล็กที่ไม่ได้เข้าโรงเรียนประจำ แต่การที่ต้องส่งลูกคนเล็กไปเรียนไม่ได้หมายความว่าปัญหามันจะจบ เด็กก็ยังต้องเรียนต่อไปอีกเยอะ เรื่องค่าใช้จ่ายก็ต้องเยอะขึ้นอยู่แล้ว คุณทิพย์ต้องเจอกับคนที่ยินดีรับทั้งครอบครัวไปพร้อมกัน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูทำงานมา 5 อาชีพ ทุกที่ประเมินไม่ให้ไม่ผ่านงานเลย จนตอนนี้กลายเป็นเด็กจบใหม่ ที่รู้สึกหมดกำลังใจในการมองหางาน จะสร้างความมั่นใจยังไงให้ตัวเองดีคะ? ตอนนี้มันรู้สึกเฟลไปหมดเลย

07 ก.พ. 2025

หนูทำงานมา 5 อาชีพ ทุกที่ประเมินไม่ให้ไม่ผ่านงานเลย จนตอนนี้กลายเป็นเด็กจบใหม่ ที่รู้สึกหมดกำลังใจในการมองหางาน จะสร้างความมั่นใจยังไงให้ตัวเองดีคะ? ตอนนี้มันรู้สึกเฟลไปหมดเลย

“คุณปอ (นามสมมติ)” อายุ 22 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [5 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการทำงาน เปลี่ยนมาหลายที่แต่สุดท้ายก็โดนประเมินไม่ผ่าน โดย “คุณปอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยย่านบางเขน และกำลังหางานประจำอยู่ หนูลองสมัครงานหลายประเภท ทั้งพาร์ทไทม์ ผู้ช่วยครู และงานราชการ แต่ไม่ว่างานไหนก็รู้สึกว่าไม่ใช่สิ่งที่ชอบ พอทำไปสักพักก็ไม่แฮปปี้ ต้องลาออกเอง หรือบางครั้งก็ไม่ผ่านการประเมินงาน ตอนนี้หนูว่างงานได้ประมาณ 1 สัปดาห์แล้ว ผ่านงานมา 5 - 6 ที่ แต่ก็ยังไม่เจองานที่ใช่ ก่อนหน้านี้ เคยทำงานเลขามา 5 เดือน แต่ล่าสุดทำงานธุรการโรงเรียนได้ 1 สัปดาห์ก็ถูกประเมินว่าไม่ผ่านการฝึกงาน เขาได้ให้เหตุผลที่ว่า หนูติดโทรศัพท์ ยังทำงานเอกสารไม่คล่อง และช่วยงานองค์กรได้น้อย และหนูเคยลาออกจากงานเลขา เพราะบริษัทกำลังจะ Lay off พนักงาน หนูเลยลาออกเอง แต่ในงานผู้ช่วยครูและธุรการ หนูโดนประเมินว่าไม่ผ่าน ตอนทำงานเป็นผู้ช่วยครูที่โรงเรียนเด็กเล็ก หนูโดนตำหนิว่าเข้ากับเด็กได้ยาก และผู้ปกครองให้ฟีดแบคว่าหนูดูหน้าตึง ทำให้เด็กกลัว หนูรู้ตัวว่าไม่ค่อยเหมาะกับงานนี้ แต่ก็สมัครเพราะอยากลองพัฒนาตัวเอง จนสุดท้ายก็รู้ว่ามันไม่ใช่ นอกจากนี้ เคยทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านชา แต่ทำได้เพียงวันเดียวก็ถูกประเมินว่าไม่ผ่าน เพราะทำงานช้า ไม่ทันลูกค้า ทางร้านจึงให้หยุดทำต่อ หนูเป็นคนที่ค่อนข้างเฉื่อย ทำงานช้า ซึ่งกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานและการสมัครงานครั้งต่อ ๆ ไป หนูเลยอยากขอคำปรึกษาจากพี่ๆดีเจว่า สามารถแนะนำงานที่เหมาะกับหนูได้หรือเปล่า? เพราะตอนนี้หนูยังว่างงานอยู่ และไม่รู้ว่าจะไปทางไหนดี รวมถึงจะมีวิธีแก้ไขนิสัยส่วนตัวของหนูได้บ้างไหมคะ?’ เริ่มที่ “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ลองเสพคอนเทนต์ที่ต้องใช้พลังงานเยอะ ๆ ดูว่าคนเหล่านั้นมีเอนเนอจี้ในการใช้ชีวิตยังไง หรือฟังไลฟ์โค้ช พอดแคสต์ หรือเสิร์ชหาวิธีเพิ่มเอนเนอจี้ให้ตัวเอง พี่เชื่อว่าถ้าปอได้เจองานที่ตัวเองชอบจริง ๆ ปออาจจะรู้สึกสนุกและอยากไปทำงานเองโดยไม่ต้องฝืน’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้ปอยังไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นให้ต้องดิ้นรน แต่ถ้าปอไม่ปรับตัว สุดท้ายจะไม่มีทางได้งาน และจะโดนประเมินไม่ผ่านแบบนี้ไปเรื่อย ๆ แล้ววันหนึ่งจะไม่มีกิน ปอลองคิดดูว่าตอนนี้เศรษฐกิจเป็นยังไง คนโดน Lay off ไปเยอะขนาดไหน เด็กจบใหม่มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเรายังมีเอนเนอจี้แบบนี้ก็ไม่มีทางรอด ไม่มีใครมาบังคับปอได้ นอกจากตัวปอเองที่ต้องหาทางทำให้รอดให้ได้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘ข้อเสียของปอเป็นข้อเสียที่ทำให้หางานยากมาก ถ้ายอมรับว่าตัวเองเฉื่อย การเป็นลูกน้องก็ลำบาก ออกมาทำธุรกิจเองก็ไม่รอดเหมือนกัน สิ่งเดียวที่ช่วยได้คือต้องหางานที่สนุกและรักมันจริง ๆ เพื่อให้ตัวเองมีแรงฮึด หรือถ้ายังไม่เจอ ก็อย่ายอมแพ้ หาไปเรื่อย ๆ เพราะนี่เป็นแค่ก้าวแรก หางานแรก ๆ อาจยังไม่ใช่สิ่งที่ชอบ แต่อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่าอะไรไม่ใช่ แล้วใช้เป็นแนวทางหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองต่อไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้อายุ 35 มีเพื่อนสนิทคนนึงที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน ไปไหนด้วยกัน ทริปลุยแค่ไหน เราก็เคยผ่านมาแล้ว แต่พอมาเดี๋ยวนี้ เวลาไปทริปกัน 2 คน เพื่อนไม่ทำอะไรเลย บอกว่า จะนอน นอนอย่างเดียว แล้วก็นอนจริงๆความรู้สึกหนูมันเหมือนเขาเปลี่ยนที่นอนเฉยๆ

15 ก.ย. 2025

ตอนนี้อายุ 35 มีเพื่อนสนิทคนนึงที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน ไปไหนด้วยกัน ทริปลุยแค่ไหน เราก็เคยผ่านมาแล้ว แต่พอมาเดี๋ยวนี้ เวลาไปทริปกัน 2 คน เพื่อนไม่ทำอะไรเลย บอกว่า จะนอน นอนอย่างเดียว แล้วก็นอนจริงๆความรู้สึกหนูมันเหมือนเขาเปลี่ยนที่นอนเฉยๆ

ตอนนี้อายุ 35 มีเพื่อนสนิทคนนึงที่เคยไปเที่ยวด้วยกัน ไปไหนด้วยกัน ทริปลุยแค่ไหนเราก็เคยผ่านมาแล้ว แต่พอมาเดี๋ยวนี้ เวลาไปทริปกัน 2 คน เพื่อนไม่ทำอะไรเลยบอกว่า จะนอน นอนอย่างเดียว แล้วก็นอนจริงๆ ความรู้สึกหนูมันเหมือนเขาเปลี่ยนที่นอนเฉยๆไม่ได้ออกไปทำอะไรเลย เวลาขอให้เพื่อนถ่ายรูปให้ เพื่อนก็กดถ่ายแบบส่งๆ ไม่เหมือนเมื่อก่อนทริปหน้ากำลังจะไปด้วยกันอีก จะทำยังไงให้เขาลุกออกจากเตียงไปเที่ยวบ้าง?และไม่อยากให้เขาเที่ยวไปบ่นไป “คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 35 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา [10 ก.ย.68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่เพื่อนสนิทแปลกไป ทั้งที่ปกติเราทั้งคู่เป็นสายลุยเวลาเที่ยว โดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อก่อนหนูกับเพื่อนชอบไปเที่ยวด้วยกันทุกที่ พวกเราเป็นสายลุย ไปไหนไปกัน จนครั้งล่าสุดซึ่งเป็นทริปที่จบไปเมื่อกลางเดือนที่แล้ว วิธีการเดินทางไปสถานที่นี้จะค่อนข้างลำบาก ไม่ได้ลงเครื่องแล้วถึงเลย ค่อนข้างจะต่อหลายต่อ ในความรู้สึกการที่เราไปเที่ยว คืออยากจะไปพักผ่อน ไปชาร์จแบตจากการทำงาน พอไปถึงสถานที่เที่ยวจริงๆ เราก็อยากไปตามจุดนู้นจุดนี้ แต่เพื่อนที่ปกติไม่เคยปฏิเสธ ก็บอกว่าไม่ไปจะอยู่ห้อง ขี้เกียจ ตลอดทริป เขาจะไม่อยากเดิน ไม่อยากถ่ายรูป อยากอยู่โรงแรม หนูเลยรู้สึกว่า ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเปลี่ยนไป ความใส่ใจเพื่อนก็เปลี่ยนไป ปกติ ในจุดชมวิวที่สวยมากๆ หนูก็จะขอให้เขาถ่ายให้ โดยที่เราไม่เช็ครูป เพราะว่าก็ไว้ใจ กลายเป็นพอเมื่อกลับมาดู รูปภาพนั้นก็ใช้ไม่ได้เลย เราเลยบ่นๆเขาออกไป ว่าทำไมไม่ดูรูปให้ เพื่อนก็พูดทีเล่นทีจริงนะว่า “บางที บางอย่าง มันก็ไม่ต้องมีตัวเราตรงนั้นก็ได้” เขา Toxic มากขึ้น เริ่มบ่น พูดจาไม่น่าฟัง ตั้งแต่ก่อนที่จะมาทริป แต่หนูก็ไม่คิดว่ามันจะส่งผลมาถึงตอนที่เรามาใช้เวลาร่วมกัน มันกลายเป็นว่า เราไม่อยากไปไหนกับเขาแล้ว ทั้งที่ในอนาคตก็มีทริปที่วางแพลนกันไว้แล้ว หลังทริปจบ พวกเราก็ติดต่อกันเหมือนเดิม แต่หัวข้อการคุย ถ้าเรื่องไหนที่จริงจัง หนูก็จะไม่ยกขึ้นมาพูด เพราะเพื่อนจะชอบตอบว่า ไม่รู้ว่ะ ขี้เกียจคิด ทั้งที่เมื่อก่อน เป็นคนให้คำปรึกษาดีมากๆ บวกเรื่องนี้ที่หนูก็ไม่กล้าพูดออกไป เพราะว่ากลัวเขาเสียใจที่เราไปว่า หรือเขาก็อาจจะพูดกับมาว่าตัวเราเองก็เปลี่ยนไป เพราะแต่ก่อนการเที่ยวมันไม่ได้ต้องเป็นไปตามแผนขนาดนี้ ตอนนี้คือ เวลานี้จะต้องออก จะต้องไปที่นี้ ทั้งที่มันเคยยืดหยุ่นได้ ซึ่งทริปนี้คนที่มาชวนก็คือตัวเพื่อนเอง จริงๆหนูมีทริปที่จะไปคนเดียวอยู่ก่อนแล้ว แต่เราก็เลือกที่จะไปกับเขาแทน เพราะมองว่าปีนี้ยังไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันเลย หนูเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เราเองที่เปลี่ยนไป หรือเขาที่เปลี่ยนไป เพราะก่อนหน้านี้ พวกเราก็ต่างคนต่างไปเที่ยวในแบบของตนเองมาแล้ว อย่างหนูก็ไปเที่ยวคนเดียว มันสบายมาก ไม่ต้องรอใคร สามารถใช้เวลาเท่าที่เราอยากจะใช้ แต่กลายเป็นว่าพอกลับมาเที่ยวด้วยกัน หนูอาจจะชินกับการเที่ยวคนเดียวหรือเปล่า บวกกับการที่เพื่อนเป็นแบบนี้ด้วยเลยยิ่งแย่ไปกันใหญ่ หนูอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจว่า ควรคุยกับเขาตรงๆมั้ย? หรือเลือกที่จะตัดปัญหาไม่ต้องชวนไปไหนแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าให้คิดเร็วๆ ผมอาจจะเลือกวิธีการที่ ไม่คุย แล้วถ้าการที่เราแยกไปเที่ยวคนเดียว มันไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขา และเราเสียหาย ยังคงสามารถนัดเจอกัน กินข้าวได้ปกติ การที่เราจะไม่พูดมันก็สิทธิ์ของเรา ถ้าเขามีอะไร คงจะบอกเราแล้ว อาจจะเป็นช่วงที่เขามีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถ้าเราห่วงเราถามได้นะ ให้เขารู้ว่าบอกเราได้ บางทีการที่เราโตขึ้น นิสัยมันก็เปลี่ยนไปตามวัย ความคิดมันเปลี่ยนไปได้เรื่อยๆ ถ้าเขาบอกว่าไม่เป็นไร เราก็อาจจะปรับความสัมพันธ์เราใหม่’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เรื่องเที่ยว ทริปหน้าคงได้คำตอบแล้วว่า จะไปเที่ยวคนเดียวหรือว่าจะไปด้วยกันต่อ ถ้าเขายังเป็นเหมือนเดิม เราก็ไม่ต้องไปลากเขามาให้ไม่สบายใจ และถ้าเขาถาม คุณวีค่อยตอบว่า ฉันรู้สึกว่า ถ้าฉันพาแกไป แกคงไม่สนุก ซึ่งถ้ามันไม่มีอะไรจริงๆ เขาก็จะเข้าใจ เราจะคุยกันได้ ว่าไลฟ์สไตล์การเที่ยวมันเปลี่ยนไป และในเรื่องที่เขาไม่เหมือนเดิม คุณวีไม่มีทางรู้เลย ถ้าเราไม่ถาม ลองถามเขาดู ค่อยๆพยายามทำความเข้าใจ ลองฟังเขาก่อน อะไรปรับได้ก็ปรับ’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ให้คุยหลังจากไปเที่ยว ประเมินดูว่าทริปนี้มันกลับไปเป็นเหมือนเดิม หรือว่าไม่เหมือนเดิมแล้ว ถ้าอยากเคลียร์ก็คือถาม ลองหาจังหวะดู คอยบอกเขาบ้างแต่ถ้าไม่อยากเคลียร์ก็เอาตัวออกมา’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

แฟนหนูไม่กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้ว เพราะเขาไปอยู่กับเจ๊โมเดลลิ่ง หาเด็ก N ให้ลูกค้า ล่าสุดเจ๊ให้รถแฟนหนูใช้ 1 คัน พอแฟนกลับมาเอาของที่บ้านแต่ละที ทำหน้าเหมือนไม่อยากอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาชัดเจน หนูนอนรอเค้ามาทุกคืน

30 ก.ย. 2024

แฟนหนูไม่กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้ว เพราะเขาไปอยู่กับเจ๊โมเดลลิ่ง หาเด็ก N ให้ลูกค้า ล่าสุดเจ๊ให้รถแฟนหนูใช้ 1 คัน พอแฟนกลับมาเอาของที่บ้านแต่ละที ทำหน้าเหมือนไม่อยากอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาชัดเจน หนูนอนรอเค้ามาทุกคืน

แฟนหนูไม่กลับบ้านมาเกือบเดือนแล้ว เพราะเขาไปอยู่กับเจ๊โมเดลลิ่งหาเด็ก N ให้ลูกค้า ล่าสุดเจ๊ให้รถแฟนหนูใช้ 1 คัน พอแฟนกลับมาเอาของที่บ้านแต่ละทีทำหน้าเหมือนไม่อยากอยู่ตรงนี้ อยากให้เขาชัดเจน หนูนอนรอเค้ามาทุกคืน จะเดินออกไปแต่เค้าก็บอกยังแคร์หนูอยู่ ให้เชื่อใจ “คุณมิว (นามสมมติ)” อายุ 25 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [25 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแฟนติดเจ๊ที่เป็นโมเดลลิ่งหาเด็กเอ็น ไม่กลับบ้านเลย โดย “คุณมิว(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้แฟนหนูเขาอายุ 29 ปี เราคบกันมาเข้าปีที่ 3 เเล้ว ปัญหาที่อยากมาปรึกษาพี่ๆวันนี้ คือเหมือนแฟนหนูไปติดเจ๊คนนึงที่เป็นโมเดลลิ่งหาเด็กเอ็น เจ๊อายุประมาณ 35-36 ปี ซึ่งเจ๊เขามีแฟนอยู่เเล้วด้วย เเล้วเขาไม่กลับบ้านเลย ก่อนที่เขาจะรู้จักเจ๊คนนี้ก็รู้จักจากรุ่นพี่คนนี้ เพราะรุ่นพี่คนนี้เขาฝากงานให้ ตั้งเเต่ที่เขาไปรู้จักรุ่นพี่คนนี้ เขาเปลี่ยนไปมากเลยทั้งนิสัย การใช้ชีวิต ทุกอย่างเขาทุ่มให้ทางนู้นหมดเลย คือเหมือนเขาลืมไปเลยว่าเขามีหนูอยู่ที่บ้าน เวลาเขาเข้าบ้าน สายตาหรือหน้าตาเขา เหมือนไม่อยากจะอยู่บ้าน ใจเขาเหมือนอยากจะไปอยู่เเต่ตรงนั้น พอเเม่เขาโทรหาเขาบอกเเม่ว่า ตอนนี้เขาอยู่ กทม.เขามากับรุ่นพี่เขา หนูเลยโทรหาเขาเเต่เขาไม่รับสายหนูเลย ไม่ตอบ ไม่ทักหาหนูเลย หายไปจะเป็นเดือนเเล้ว เเต่เขาจะมีการเเวะมาบ้าน มาแปป ๆ เเล้วก็ออกไป หนูรู้เพราะว่าตอนแรกเจ๊คนนี้เขาไลน์มาหาเเฟนหนูในโทรศัพท์อีกเครื่องนึง เขาบอกว่าอยู่ไหน เเล้ววันนั้นเป็นวันที่รุ่นพี่เขาโทรมาตอนเที่ยงคืนว่าให้พาไปทำธุระที่ประจวบหน่อย เเล้วเป็นจังหวะตรงกันที่เจ๊คนนั้นเขาทักมาพอดี พอเขาออกไปหนูก็เลยลองโทร ลองทักหา เขาก็ไม่ตอบไม่อ่านจนเช้าถึงโทรมาหาเเล้วบอกว่า ไม่ได้เอาโทรศัพท์ออกไป เอาไว้ในรถ เเต่ตอนนั้นหนูก็ไม่ได้เอะใจ มีวันนึงเขาขับรถเจ๊มารับหนูไปส่งที่ทำงาน หนูรู้เพราะว่าไปส่องเฟซเจ๊เขา หนูเข้าไปส่องก็งงว่าแฟนไปติดอะไรเขา เขาก็เหมือนคนบ้าน ๆ ไม่ได้มีเยอะมีมาก เเล้วหน้าเฟซบุ๊กเขาเขียนว่าจัดหาเด็กเอ็น , PR , จัดเลี้ยงงี้ เเต่พอเขาเข้าบ้านก็จะชอบมีเเว่น วันต่อไปมีเสื้อ มีรองเท้าเเต่ไม่ใช่รุ่นเเบรนด์อะไร พอหนูถามเขาว่าได้มาจากไหน เขาบอกเอามาจากรุ่นพี่ให้มา วันนั้นที่เขาเอารถเจ๊มารับหนู เขาบอกว่าเขาจะไปนั่งเล่นที่ห้องรุ่นพี่คนนี้ เเต่พอตอนเช้ามาเขาดันเอารถเจ๊มารับหนู หนูเลยคาใจ วันที่เจ๊ให้รถมาใช้ เขาก็ทักหาเจ๊ว่าผมสัญญาว่าผมจะไม่ดื้อ เเล้วก็อ้อน ๆ ไป เเล้วเจ๊ก็เรียกเเฟนหนูว่า “อ้วน” เขาก็คอลหาเเฟนหนูด้วย เเล้วถามแฟนหนูว่าจะกินอะไรมั้ย? แฟนหนูก็ตอบว่าพี่ก็รู้ ผมกินอะไรที่พี่ชอบ วันนั้นหนูทะเลาะกันหนักมาก เเต่เเฟนหนูเขาไม่ยอมรับ บอกว่าไม่มีอะไร เขาบอกว่าถ้าจะได้งานจากเขาก็ต้องอ้อนเขาหน่อย เขาไม่ได้ทำงานเอ็น เขาเเค่แบบรับส่งเด็กเอ็นเเล้วก็หาเด็กเอ็นให้ลูกค้า เขาก็ได้ค่าหัวจากเจ๊คนนี้ ก่อนหน้านี้หนูเเอบถ่ายรถเจ๊ไว้ เลยแกล้งบอกแฟนว่า งั้นหนูจะส่งข้อความหาแฟนเจ๊ว่าเขารับรู้ใช่มั้ยว่าเจ๊ให้เอารถมาใช้? เเล้วเขาก็โวยวายใหญ่เลย บอกว่า ถ้าอย่างงี้ ก็เหมือนทำชีวิตเขาพัง ทำงานเขาพัง ทุกสถานการณ์มีเจ๊ตลอดเลย ขนาดไปคอนเสิร์ตเขาบอกหนูว่าไม่ได้ไปด้วยกัน เเต่หนูเห็นเจ๊เขาลง TikTok อยู่คอนเสิร์ตเดียวกัน เจ๊เขารู้ว่าแฟนหนูมีแฟนอยู่เเล้วเพราะหนูเคยทักไปหาเจ๊ เจ๊เขาก็บอกว่า “ก็คุยเเค่เรื่องงาน ถ้าข้องใจหรือไม่สบายใจอะไร ออกมาคุยกันมั้ย จะได้สบายใจ” หนูไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะหนูไม่มีใคร เพื่อนก็ไม่มี หนูอยากออกไปเที่ยวหรือทำไรก็ไม่ได้เลย เพราะหนูมาจากต่างจังหวัด มาทำงานที่หัวหิน เลยมาอยู่กับเขา หนูก็รักเขานะ หนูก็คุยกับเขาดี ๆ เพื่อที่อยากจะให้เขามาคุยกับหนู เเล้วเขาบอกว่า เชื่อใจเขาเถอะ ว่าเขาไม่มีอะไรจริง ๆ เขาบอกให้เชื่อเขาเเต่เขาไม่ยอมกลับมาคุยที่บ้านเลย คำพูดกับการกระทำเขามันสวนกันมาก ๆ เลย หนูก็เลยบอกว่า มีเรื่องอยากจะคุยกับเขาเหมือนกัน เขาก็ตอบว่า อะไร สงสัยน่าจะไม่อยากอยู่ หนูก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงต่อดีคะ?’ ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่ต้องหาคำตอบว่าเขาจะมีหรือไม่มี เพราะปัจจุบันอยู่แล้วไม่มีความสุข ตัดสินคนที่ปัจจุบันเเละการกระทำที่เขาทำกับเรา ไม่ต้องหาคำตอบว่าต้องรอให้เขามีคนเเล้วเราจะเลิกกัน คนเราสามารถเลิกกันได้หลายเหตุผลเลย การที่เราอยู่เป็นฝ่ายรอให้เขากระทำอย่างเดียว ชีวิตเรามันไม่น่าสงสารหน่อยหรอ ชีวิตเราเราน่าจะเป็นฝ่ายเลือกได้เองบ้างนะ เราเลือกตัวเองไปอยู่ในที่ที่มีความสุขสิ รักตัวเองหน่อย กอดตัวเองหน่อย อายุเเค่นี้เองต้องมีความสุขกับชีวิตสิ เเล้วถ้าเขารักหนูเขาจะพยายามทำทุกอย่างให้หนูกลับมาเอง เเต่กลับมาเเล้วต้องไม่ใช่เเบบเดิมนะ ชีวิตเราเรามีสิทธิ์เลือก ถ้ากลับบ้านได้กลับไปเเล้วสร้างตัว หาคนที่เขาเห็นค่าในตัวเรา เป็นกำลังใจให้นะ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เลือกใครดี? แฟนเก่าหล่อ ตรงสเปคทุกอย่าง ติดแค่เขาชอบยืมเงินเรา คบมาปีนิดๆ ยืมไป 2 แสนกว่าบาท ตอนนี้คุยกับคนใหม่ ตรงสเปค แต่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จะปรับมายเซ็ทตัวเองยังไง ให้ไม่รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาคบแฟนเก่าเรา

21 ก.พ. 2025

เลือกใครดี? แฟนเก่าหล่อ ตรงสเปคทุกอย่าง ติดแค่เขาชอบยืมเงินเรา คบมาปีนิดๆ ยืมไป 2 แสนกว่าบาท ตอนนี้คุยกับคนใหม่ ตรงสเปค แต่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน จะปรับมายเซ็ทตัวเองยังไง ให้ไม่รู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนใหม่ที่จะมาคบแฟนเก่าเรา

“คุณบีม (นามสมมติ)”อายุ 25 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [19 ก.พ. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเลือกใครดี คนเก่าที่ตรงสเปคแต่ชอบยืมเงิน กับ คนใหม่ที่ไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน โดย “คุณบีม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้หนูมีแฟน คบกันมาปีกว่าๆ แฟนคนนี้ตรงสเปคทั้งภายนอกและภายใน ทั้งหล่อ นิสัยโอเค ไลฟ์สไตล์ตรงกับหนูทุกอย่าง แต่ติดอยู่เรื่องเดียว คือ เรื่องเงินเขาทำงานรายรับได้น้อยกว่ารายจ่ายที่เขาต้องจ่าย เพราะจะต้องซัพพอร์ตทางบ้าน ซัพพอร์ตตัวเองด้วย ส่วนที่ไม่พอเขาก็มายืมหนูทุกเดือน อย่างต่ำเดือนละ 5,000 บาท หรือมากกว่านั้น นานๆ ทีเขาจะคืนหนู แต่ก็คืนไม่หมด มันเลยเป็นยอดสะสมไปเรื่อยๆ จนตอนนี้จำนวนเงินที่ยืมไปอยู่ที่ 2 แสนปลายๆ แต่เขาไม่ได้ยืมเงินเราตั้งแต่คบกันแรกๆ เหมือนพอคบกันได้หลายเดือนแล้วค่อยมายืม เขาบอกว่ายืมเอาไปจ่ายค่าบัตรเครดิต เพราะเขาเป็นคนที่ค่อนข้างติดแบรนด์เนมประมาณหนึ่ง ทุกอย่างเป็นแบรนด์ Hi-End สกินแคร์ก็ต้องใช้ของแพง จะไม่มีคำว่าถูกและดีสำหรับเขา อีกเรื่องหนึ่งคือ หนูได้คุยกับผู้ชายคนหนึ่งโดยบังเอิญ คุยกันได้ประมาณเดือนกว่าๆ กับคนคุยใหม่ก็ตรงสเปคหนูเหมือนกัน หนูชอบทัศนคติของเขา แต่คิดว่าไลฟ์สไตล์ไม่ได้เข้ากันมาก 100% เพราะวันเสาร์ -อาทิตย์ หนูเป็นคนชอบออกไปนู้นไปนี่ แต่เขาจะอยู่บ้าน ยกเว้นถ้าออกมาเจอกัน เขาก็จะออกมา ส่วนเราจะออกมาเพื่อเจอและก็ไปเที่ยวด้วยกันต่อ และตอนนี้แฟนหนูก็จับได้ว่าเราคุยกับผู้ชายคนนี้อยู่ แฟนหนูก็เลยบอกเลิกหนูไปแล้ว แต่หนูก็มีความคิดที่จะกลับไปง้อ แล้วเลิกคุยกับคนคุยใหม่ หรือปล่อยแฟนเก่าไปเลย และไปต่อกับแฟนใหม่ เงินที่แฟนเก่ายืมไป เขาก็ให้ทยอยคืน แต่ยังคืนไม่หมด ส่วนตัวหนูก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน ตอนนี้เหมือนเขากำลังทำธุรกิจสตาร์ทอัพกับเพื่อน ถ้าเกิดยังคบกันอยู่ เขาก็ต้องยืมเงินเราไปเรื่อยๆ จนกว่ามันจะมีกำไร แล้วถึงจะแบ่งมาคืนเราได้ แต่หนูก็รู้สึกว่าถ้าปล่อยคนนี้ไป หนูกลัวว่าพอเขามีแฟนใหม่ หนูจะรู้สึกไปอิจฉาแฟนใหม่เขารึเปล่าว่าทำไมหนูไม่ใช่คนตรงนั้น เรื่องนี้หนูยังไม่เคยบอกเพื่อนเลย เพราะไม่อยากให้เพื่อนมองเขาไม่ดี เลยเก็บไว้คนเดียว หนูอยากปรึกษาพี่ๆดีเจว่า คำถามที่ 1 : หนูควรเลือกใครดี จะไปต่อกับแฟนเก่าหรือคนคุยใหม่? คำถามที่ 2 : ถ้าจะปล่อยคนเก่าไป มีวิธีคิด หรือ mindset ยังไงไม่ให้หนูคิดถึงภาพที่เขาจะมีแฟนใหม่แล้วจะอิจฉา?’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าให้ดูตอนนี้และข้อมูลทั้งหมดที่มี พี่เลือกคนใหม่ เพราะพี่คิดว่า แม้ว่าคนเก่าจะดีทุกอย่าง แต่การที่เขายืมเงินเราแบบนี้มันไม่ดี บีมต้องคิดว่าเขาติดแบรนด์แต่เขาไม่มีปัญญาซื้อแบรนด์นั้นเอง เขาต้องรู้สถานะตัวเอง แต่แบบนี้แสดงว่าเขาไม่มีวินัยทางการเงิน แล้วยังยืมเงินผู้หญิงอีก ผู้ชายแบบนี้น่าเป็นห่วง และการไปทำสตาร์ทอัพ โดยที่ตัวเองยังติดลบอยู่ ยิ่งน่าเป็นห่วงขึ้นไปอีกว่าอนาคตจะยังไงต่อ พี่คิดว่าทรงแบบนี้ ถ้าบีมกลับไปบีมจะโดนเขาเอาเงินจนหมดตัว แต่ผู้ชายคนใหม่ที่คุยกันหนึ่งเดือน แต่แค่เดือนเดียวยังบอกไม่ได้ ตอนนี้รู้แล้วว่าคนเก่าข้อเสียใหญ่ของเขามันรุนแรงเหลือเกินสำหรับพี่ บีมมีฐานะดี บีมจะให้เขาก็ได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ดี คิดซะว่ากลับไปหาคนเก่าก็หมดตัว คนใหม่ที่ไปเจอเขา ก็หมดตัวแน่นอน คิดแบบนี้ไปเลย ถ้าคนมีวินัยพื้นฐานการเงินแบบนี้ ยังไงก็เละ’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘คำว่าเลือกใครดี พี่คิดว่าคนเก่าไม่กลับมาแน่ เพราะเขาก็อยากล้างหนี้ เลิกกันไปก็จบ ส่วนเขาจะไปประสบความสำเร็จหรือเปล่า อันนี้ก็วัดกันยาก มันก็จะมาตอบคำถามที่ 2 ว่าแล้วเราจะปล่อยคนเก่าไปยังไง ให้เราไม่อิจฉาแฟนใหม่ มันอยู่ที่ศีลของแต่ละคน คือถ้าศีลเรามันเป็นคนต้องอิจฉาตาร้อนมันก็ต้องอิจฉา แต่ถ้าศีลเราเป็นคนที่แบบเลิกแล้วต่อกัน 2 แสนที่เอาไปถือว่าเป็นการซื้อความสัมพันธ์ที่เราจะไม่ต้องเจอกันอีกแล้วกัน แต่พี่ไม่รู้ว่าบีมเป็นคนยังไง จะให้พี่มาพูดภายใน 5 - 10 นาที แล้วจะไม่อิจฉาเลยก็ยาก งั้นก็ไปทำชีวิตเราให้มันน่าอิจฉาสำหรับเขาบ้าง แล้วถ้าเป็นแฟนใหม่ที่รู้คุณค่าของเงิน ใช้เงินอย่างพอตัว สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกัน มันน่ารักกว่าอีกนะ อาจจะเป็นชีวิตที่สงบและน่าอิจฉาก็ได้ ถ้าให้เลือกสำหรับพี่ คนเก่ามันดูไม่ใช่สำหรับเราแล้ว แต่ถ้าคนใหม่ไลฟ์สไตล์มันก็ไม่ตรงกัน เดือนเดียวก็มีเรื่องให้เราเอ๊ะแล้ว ฉะนั้นเขาก็อาจจะไม่ใช่ทั้งคู่ก็ได้ แต่ก็ศึกษากับคนใหม่ได้ไม่เสียหายอะไร’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ใครดี ควรเลือกใคร มันก็ตอบไม่ได้เพราะอาจจะเละทั้งคู่ก็ได้ แต่ที่เห็นแล้ว คือ 1 คนเก่าเละแน่ๆ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องอิจฉาขยะที่เราทิ้งแล้ว คือการที่เราทิ้งคนเก่าแปลว่าเราทิ้งขยะไปแล้ว มันจะมีใครเก็บต่อ เราต้องอิจฉาคนเก็บด้วยหรอ? ถ้าของมันดีจริงเราไม่ทิ้ง ผู้ชายที่ดีไม่ยืมเงินผู้หญิง แล้วถ้าเขารักบีมจริงๆ เห็นคุณค่า รู้ว่าบีมเหนื่อย เขาจะไม่เอาเงินบีมไปแบบสุรุ่ยสุร่าย ถ้าพ่อแม่เจ็บเข้าโรงพยาบาล แล้วเขากัดฟันยืมเงินแฟนก็ยังพอเข้าใจได้ แต่ยืมทุกเดือนแปลว่าเขาไม่ได้เห็นคุณค่าในตัวบีม เขาไม่ได้รักบีมขนาดนั้น ถ้าผู้ชายที่รักเราหรือเห็นคุณค่าในตัวเรา เขาจะระวังเรื่องนี้ สิ่งที่อยากให้เหลือไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นคุณค่าในตัวเอง อย่าจ่ายสิ่งเหล่านี้ให้กับผู้ชายที่เราเรียกว่าแฟน ถ้าเกิดเลิกกันไปแล้ว ไม่ส่อง ไม่เสือก ไม่เจ็บ ตัดเลย ใครจะเอาเขาต่อเรื่องของเขา คนเก่าไม่เอาเพราะเราเห็นแล้วว่ามันไม่ใช่ ส่วนคนใหม่ก็ไปเรียนรู้ ถ้าไม่ใช่ก็ทิ้งอีก หาจนกว่าจะใช่ เรามีสิทธิ์เลือก แล้วผู้ชายที่ดีเขาไม่เอาเงินผู้หญิง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-