
26 มิ.ย. 2026
เป็นโรคซึมเศร้ามา 4 ปี ไม่มีใครให้ปรึกษาเลย แถมยังเหนื่อยกับการกินยา จะปรับตัวและจัดการความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ?
เป็นโรคซึมเศร้ามา 4 ปีไม่มีใครให้ปรึกษาเลยแถมยังเหนื่อยกับการกินยาจะปรับตัวและจัดการความรู้สึกตัวเองยังไงดีคะ? ‘คุณมีมี่’ ( นามสมมติ) เป็นสายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 มิถุนายน 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อย และ หมอท้อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center clinic)’ เกี่ยวกับเรื่องราวที่ตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก จึงอยากปรึกษาวิธีจัดการอารมณ์และความเครียดที่สะสมอยู่ ‘คุณมีมี่’ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ได้โทรเข้ามาปรึกษาเกี่ยวกับการจัดการอารมณ์ของตนเอง เนื่องจากต้องทำงานในสายอาชีพที่ไม่ชอบ และต้องเผชิญกับแรงกดดันจากการทำงานอยู่ตลอดเวลา โดยลักษณะงานจำเป็นต้องพบเจอและดูแลผู้คนหลากหลายประเภท คุณมี่ ยอมรับว่าหากสามารถเลือกได้ เธอจะไม่ทำอาชีพนี้ เพราะเป็นงานที่ทำแล้วไม่มีความสุข ในแต่ละวันเธอรู้สึกทรมาน และยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากครอบครัวอีกด้วย ปัจจุบันเธอทำงานเป็นพนักงานในหน่วยงานรัฐ และทำงานมาได้ประมาณ 2 เดือน เธอเล่าว่าในอดีตเป็นคนร่าเริง เข้ากับคนอื่นได้ง่าย แต่หลังจากป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ความรู้สึกสนใจหรือมีความสุขกับสิ่งต่าง ๆ กลับลดลง แม้กระทั่งศิลปินหรือดาราที่เคยชื่นชอบก็ไม่สามารถทำให้รู้สึกอินหรือมีความสุขได้เหมือนเดิม แม้จะมีคนแนะนำให้ลองกลับไปทำสิ่งที่ชอบเมื่อรู้สึกเหนื่อย แต่ปัญหาของเธอคือไม่รู้สึกชอบอะไรอีกแล้ว ในปัจจุบันเธอรู้สึกว่าเข้ากับผู้คนได้ยากขึ้น ไม่อยากพบเจอคนจำนวนมาก ขณะที่งานที่ทำอยู่กลับเป็นงานที่ต้องพบปะผู้คนอยู่ตลอดเวลา เธออธิบายเพิ่มเติมว่า อาชีพที่ทำอยู่เป็นอาชีพที่ไม่สามารถเปิดเผยได้อย่างตรงไปตรงมาว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้า แม้เธอจะเคยบอกครอบครัวแล้วว่าไม่มีความสุขกับงานที่ถูกผลักดันให้ทำ แต่ก็มักได้รับคำตอบกลับมาว่าเป็นงานที่มั่นคงและมีความมั่นคงทางการเงิน แม้ในใจจะเข้าใจว่าครอบครัวหวังดี แต่เธอก็อยากให้คนในบ้านเปิดใจรับฟังความรู้สึกของเธอบ้าง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอไม่เคยมี Safe Zone ที่สามารถพูดคุยหรือระบายความรู้สึกได้อย่างแท้จริง และมักได้รับคำตอบจากคนที่ไม่เข้าใจโรคซึมเศร้า ตัวอย่างเช่น ครั้งหนึ่งเธอเคยพูดกับคุณพ่อว่า “หนูเหนื่อย หนูไม่อยากกินยา” เนื่องจากเธอต้องรับประทานยาถึงวันละ 8 เม็ด อีกทั้งยังเป็นคนที่รับประทานยาเม็ดยากมาตั้งแต่เด็ก ต้องค่อย ๆ แบ่งยากิน เพราะมียาทั้งเม็ดใหญ่และเม็ดเล็กปะปนกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เธอต้องการสื่อในวันนั้นเป็นเพียงการระบายความเหนื่อยล้าและความรู้สึกท้อเท่านั้น แต่กลับได้รับคำตอบจากคุณพ่อว่า “กิน ๆ ไปเหอะ” คำตอบดังกล่าวทำให้เธอรู้สึกว่าหลังจากเหนื่อยล้าจากการทำงานกลับมาแล้ว เธอไม่มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพูดคุยกับคนในครอบครัว รวมถึงแฟนของเธอเองด้วย คุณมี่เล่าว่า แฟนของเธอเคยพูดกับเธอว่า “อย่าเอาพลังลบมาใส่คนอื่น” จนทำให้เธอไม่กล้าพูดตรง ๆ ว่าในแต่ละวันรู้สึกแย่หรือกำลังเผชิญอะไรอยู่ เพราะมองว่าอีกฝ่ายอาจไม่เข้าใจโรคซึมเศร้าเช่นเดียวกัน เธอยังเล่าว่า ปัญหาเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าของตนเองส่วนหนึ่งก็มีจุดเริ่มต้นมาจากปัญหาภายในครอบครัว ขณะที่การรักษากับแพทย์ก็ทำให้เธอรู้สึกว่าคุณหมอรับฟังเธอมากในช่วงแรกเท่านั้น และด้วยความที่คุณหมอค่อนข้างหัวโบราณ จึงไม่ค่อยเปิดรับมุมมองหรือความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่มากนัก หากไม่ติดเรื่องการถูกครอบครัวผลักดันให้ทำงานในสายอาชีพปัจจุบัน เธออยากทำงานเกี่ยวกับต่างประเทศ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับประเทศจีน เนื่องจากมีความสามารถด้านภาษาจีน สามารถทำหน้าที่ล่ามได้ และเคยมีโอกาสเดินทางไปประเทศจีนเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เธอรู้สึกมีความสุขและรู้สึกว่าเหมาะกับสภาพแวดล้อมดังกล่าว แม้ว่าครอบครัวจะมีศักยภาพในการสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่าย แต่กลับไม่ยินยอมให้เธอไปใช้ชีวิตหรือทำงานในเส้นทางที่เธอสนใจ นอกจากนี้คุณมีมี่ยังเป็นลูกสาวคนเล็กของครอบครัว ขณะที่พี่น้องคนอื่น ๆ ต่างเคยถูกบังคับในลักษณะเดียวกัน แต่เลือกออกจากบ้านไปใช้ชีวิตของตนเอง ทำให้ภาระและความคาดหวังจากครอบครัวมาตกอยู่ที่เธอเพียงคนเดียว สิ่งที่ทำกับพี่น้องคนอื่นไม่ได้ เธอกลับกลายเป็นผู้ที่ต้องรับแทนทั้งหมด สุดท้ายเธอจึงอยากปรึกษาว่า เธอควรเข้าหาผู้คนรอบตัวอย่างไร และควรจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตนเองอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ หลังจากได้ฟังเรื่องราว ‘หมอท็อป (นพ.อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ Me Center Clinic)’ ได้ให้คำแนะนำว่า “ซึมเศร้าเป็นเรื่องที่เจอบ่อย บางการศึกษาอาจจะ 5% - 10% ของคนทั่วไป ดังนั้นสูงมาก ข้อดีคือมันรักษาให้หายขาดได้ ของมี่จะเป็นอาการที่เรียกว่า Anhedonia ก็คือความสุขมันหายไป สิ่งที่เคยมีความสุขกลายเป็นไม่มีความสุขแล้ว จริง ๆ 4 ปี คนไข้ส่วนใหญ่ควรจะอาการดีจนเหมือนปกติ แต่อาจจะยังเรื้อรังอยู่ ไม่แน่ใจว่าทานยาครบหรือไปหาคุณหมอต่อเนื่องไหม อย่าเพิ่งกลัวคำว่า 8 เม็ด เพราะบางคน 8 เม็ดอาจจะเท่ากับ 2 เม็ดของอีกคนก็ได้ ถ้ารู้สึกว่ายาเยอะก็บอกคุณหมอไปเลยว่ารวบยาให้หนูได้ไหม ส่วนเรื่องงาน หลาย ๆ คนที่เจอปัญหาแบบนี้อาจจะไม่ใช่ไม่ชอบงานที่เราทำ เพียงแต่ตัวโรคมันหลอกเรา ต่อให้ไปทำอาชีพในฝัน บางทีก็จะผิดหวังเพราะตัวโรคหลอกว่าเราไม่ชอบอีก ดังนั้นก่อนที่จะเหมารวมว่าเราทำไม่ได้หรือทำได้ไม่ดี อาจจะลองปรึกษาคุณหมอให้รักษาให้ดีก่อน เรื่องที่บ้านถ้าเทียบกับหลาย ๆ บ้านก็ถือว่าโอเค เพราะอย่างน้อยเขายอมไปหา แต่ด้วยความที่มันเป็นโรคที่จับต้องไม่ได้ น้องมี่อาจจะต้องบอกที่บ้านไปหลายรอบหน่อย หรือให้คุณหมอช่วยอัปเดต จะช่วยได้เยอะ” ในด้านของ ‘ดีเจเผือก’ เสริมว่า “จริง ๆ คนข้าง ๆ ยิ่งต้องเข้าใจมาก ๆ มันจะเเบ่งเบาความหนักไปได้เยอะเหมือนกัน เเนะนำให้รักษาเหมือนกัน ถ้ามี่อยากได้ใครสักคนที่พร้อมรับฟังเเล้วช่วยมี่ได้ ผมว่าการไปพบจิตเเพทย์ ถ้าเจอคุณหมอที่มันคลิ๊กกันมันจะกลายเป็น Safe Zone พาคนที่เราอยู่ด้วยใครก็ได้ ไปเป็นเพื่อนให้เขาเข้าใจด้วย เขาก็จะรู้วิธีรับมือ” ทางฝั่งของ ‘ดีเจอ้อย’ ได้ให้คำเเนะนำว่า “ต่อให้มี่บอกมีภาวะจิตใจยังไงก็ตาม ยุคนี้โลกมันยากอยู่เเล้ว พี่อ้อยมั่นใจว่าไม่มีใครได้ทำงานตาม passion ของตัวเองได้ทั้งหมดหรอก มันก็จะมีงานที่ไม่ได้ชอบเท่าไหร่เเต่ต้องอยู่ เราก็ต้องพยายามหามุมน่ารักของมันให้เจอเท่านั้นเอง เข้าใจว่ามี่อยากไปทำงานกับคนจีน อาชีพที่มีอยู่เเรงกดดันขนาดนี้ หนูยังรู้สึกรับมือไม่ค่อยไหว คนจีนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม หนูอาจจะรู้สึกว่าโดนเเรงกระเเทกหนักขึ้นไปอีกก็ได้นะ เพราะฉะนั้นเห็นด้วยกับคุณหมอ คือลองกลับไปดูเรื่องภาวะจิตใจก่อนดีมั้ย เพราะเท่าที่เคยรู้มายา 8 เม็ดมันลดลงได้ค่ะ ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามดีขึ้น ยามันจะค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ” ในฝั่งของ ‘ดีเจเติ้ล’ ได้ให้มุมมองว่า “ในมุมจากที่ฟังเรื่องที่คุณพ่อบอกกิน ๆ ไปเถอะ เขาอาจจะอยากให้หายก็ได้นะ เพราะว่าสิ่งเดียวที่จะรักษาน้องได้คือยาที่คุณหมอให้กิน คุณพ่อคุณมี่อาจจะไม่เข้าใจในเรื่องอย่างผู้เชี่ยวชาญ เขาอาจจะไม่รู้ต้องรับมือยังไง เเต่พี่ว่าเขาน่าจะหวังดีค่ะ” รายการพุธทอล์คพุธโทร ขอเป็นกำลังใจให้คุณมี่และทุกคนที่กำลังเผชิญกับภาวะซึมเศร้า ขอให้ค่อย ๆ ดูแลตัวเองและเชื่อมั่นในกระบวนการรักษา เพราะทุกก้าวเล็ก ๆ ที่พยายามในวันนี้ ล้วนมีความหมายเสมอ แล้วพรุ่งนี้จะค่อย ๆ สดใสขึ้นอย่างแน่นอนค่ะเรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin




