เวลาซื้อข้าวเหนียวหมูทอดที่ร้าน หมูสามชั้นจะหมดเร็วมากกกก แต่เวลาจะถึงคิวหนู คนที่มาต่อคิวข้างหลังหนู เขาจะพูดขึ้นมาว่า “โอ๊ยยย หมูสามชั้นจะหมดแล้วอะ อยากกินอ่ะๆ” พอหนูได้ยินแบบนี้ หนูกลับเกรงใจ ไม่กล้าสั่งหมูสามชั้นเลย

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เวลาซื้อข้าวเหนียวหมูทอดที่ร้าน หมูสามชั้นจะหมดเร็วมากกกก แต่เวลาจะถึงคิวหนู คนที่มาต่อคิวข้างหลังหนู เขาจะพูดขึ้นมาว่า “โอ๊ยยย หมูสามชั้นจะหมดแล้วอะ อยากกินอ่ะๆ” พอหนูได้ยินแบบนี้ หนูกลับเกรงใจ ไม่กล้าสั่งหมูสามชั้นเลย

21 พ.ย. 2025

เวลาซื้อข้าวเหนียวหมูทอดที่ร้าน หมูสามชั้นจะหมดเร็วมากกกก
แต่เวลาจะถึงคิวหนู คนที่มาต่อคิวข้างหลังหนู เขาจะพูดขึ้นมาว่า
“โอ๊ยยย หมูสามชั้นจะหมดแล้วอะ อยากกินอ่ะๆ”
พอหนูได้ยินแบบนี้ หนูกลับเกรงใจ ไม่กล้าสั่งหมูสามชั้นเลย
ทั้งๆที่เป็นเมนูที่หนูอยากกินตั้งแต่แรก 
ปัญหานี้เจอมาตั้งแต่สมัยเรียน จนทุกวันนี้ก็ยังเจออยู่ 
ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงหรอคะ เวลาได้ยินคนข้างหลังพูด
ว่าอยากกินเมนูเดียวกับเรา จะสั่งเลย หรือ จะเก็บไว้ให้เขากินแทน

       “คุณนุ่น (นามสมมติ)” อายุ 24 ปี เป็นสายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (19 พฤศจิกายน 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการอดกินเมนูที่ชอบเพราะคนข้างหลัง

       “คุณนุ่น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องเกิดขึ้นช่วงที่อยู่ในมหาวิทยาลัยค่ะ จะมีร้านอาหารที่ขายเมนูข้าวเหนียวหมูห่อ ซึ่งเป็นร้านเดียวที่ขายดีที่สุดในมหาวิทยาลัย พวกเราจะกินเป็นอาหารเช้า ซึ่งข้าวเหนียวหมูห่อมีหลายเมนู ทั้งหมูสามชั้น หมูทอด หมูฝอย และหมูแดดเดียว

       แต่สิ่งที่เป็นปัญหาคือ ทุกครั้งที่หนูไปซื้อ ข้าวเหนียวหมูสามชั้นก็จะเหลือห่อสุดท้าย พอถึงคิวของหนู คนที่อยู่ข้างหลังมักจะพูดว่า ‘หมูสามชั้นจะหมดแล้วอ่า…’ เหมือนจงใจให้หนูได้ยิน ทำให้หนูไม่กล้าสั่งเมนูที่ชอบ สุดท้ายก็อดกินหมูสามชั้นทุกทีค่ะ ถ้าเจอสถานการณ์นี้อีก หนูควรจะสั่งไปเลย หรือจะยอมอดดีคะ?”

       เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ดีแล้วนะที่นุ่นใจดีขนาดนี้ แต่ถ้าเป็นพี่นะ พี่จะสั่งไปเลย จะทำหน้าตาเฉย ๆ ไม่สนใจ พี่จะไม่หันไปมองคนที่พูด ทำเป็นเนียน ๆ ไปแบบไม่ให้เขารู้ตัวเลยว่าเรากำลังได้ยิน’

       ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘จริง ๆ นะ นุ่น มันเป็นสิทธิของหนู ถ้าหนูเป็นคนใจดี ก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย ถ้าเป็นพี่ พี่จะหันไปบอกเลยว่า ‘ขอโทษนะคะ’ แล้วสั่งหมูสามชั้นไปเลย ถ้าเขาพูดว่า ‘จะหมดแล้วอ่า’ พี่ก็คงจะพูดว่า ‘ใช่ค่ะ หมดแล้วค่ะ เพราะจะสั่งนี่แหละ (หัวเราะ)’

       และสุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘พี่เข้าใจเลยนะนุ่น ถ้าพี่เป็นคนข้างหลัง พี่จะรู้สึกดีใจมากที่เจอคนแบบนุ่น แต่ถ้าเป็นพี่นะ หมูทั้งหมดนี้สแกนจ่าย ซื้อหมดเลยค่ะ! (หัวเราะ) ถ้าหมูสามชั้นอยู่ในมือพี่แล้วก็จะใช้สิทธิเต็มที่ มันเป็นสิ่งที่เราจะได้รับ ไม่ได้แปลว่าเราใจร้าย แต่ควรที่จะเลือกคำปรึกษาของพี่เผือก คือถูกต้องที่สุด เราควรสั่งในสิ่งที่เราอยากจะกิน’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้าน บอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’...

24 มี.ค. 2023

สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้าน บอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’...

ช็อคเรื่องไหนก่อนดี? สาวรอแฟนมารับ กลับจากงานศพเพื่อนสนิท คืนนั้นมีเบอร์แฟนโทรมาหาตอนตี 3 แต่เป็นสายจากเพื่อนบ้านบอกว่า ‘แฟนเราเสียชีวิตแล้ว’ รู้เพราะมีเพื่อนแฟนมาปลุกให้ไปช่วยดู มารู้ทีหลังว่าเพื่อนคนนั้น เป็นผู้หญิง ทำงานที่เดียวกับแฟน...และแอบมานอนกับแฟนเรา ที่สำคัญเค้ามีสามี แต่งงานมาแล้ว 8 ปี ทำเอา 3 ดีเจอึ้งกันทั้งห้องจัด! เมื่อ “คุณอุ้ย (นามสมมุติ)” อายุ 36 ปี สายแรกในรายการพุธทอล์ค พุธโทรเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (22/03/2023) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาแฟนเสียชีวิตแต่มีเรื่องที่มารู้ทีหลัง โดย “คุณอุ้ย (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 3 ปี จะเข้าปีที่ 4 แล้ว ระหว่างที่คบกันก็สร้างครอบครัว ซื้อบ้านด้วยกันมา ซึ่งเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว เรามีปัญหาทะเลาะกันบ่อย หนูก็กลับไปอยู่บ้านตัวเอง แต่เราก็ยังไม่ได้เลิกกัน ยังคุยกันทุกวัน เขาก็มารับพาไปนู้นไปนี่ตลอด ไปกินข้าวด้วยทุกอาทิตย์ เจอกันเหมือนเดิม ใช้ชีวิตเหมือนแฟนกันปกติ แต่เราแค่ห่างกันเพื่อปรับ เมื่อวันที่ 18 กุมภาที่ผ่านมา เพื่อนสนิทของเราเสียชีวิต แฟนเราก็ยังขับรถพาไปเดินเรื่องที่เพื่อนเสียให้อยู่เลย ทีนี้เราจะต้องไปต่างจังหวัดเพื่อไปร่วมงานศพเพื่อนคนนี้ แฟนเราก็ไปด้วย แต่พอเสร็จพิธี เราจะกลับแล้วแต่พ่อของเพื่อนยังไม่อยากให้เรากลับ เขากลัวบ้านเหงาก็เลยขอให้เราอยู่ต่อ เราก็นัดกับแฟนว่าให้มารับเราวันเสาร์ หลังจากนั้นแฟนก็เลยขับรถกลับบ้าน แต่เราก็ยังคุยโทรศัพท์กันปกติ วันศุกร์เขาก็ยังส่งคลิปรายการพุธทอล์ค พุธโทรมาให้เราดูอยู่เลยว่าคลิปนี้ตลกนะ แต่พอวันเสาร์ เวลาประมาณตี 3.49 น. เบอร์ของแฟนก็โทรเข้ามา แต่คนที่โทรมาเป็นผู้หญิง ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านของเรา เขาแจ้งว่าแฟนเราเสียแล้ว เราถามเขาว่ารู้ได้ไง เขาก็เลยบอกว่าเพื่อนของแฟนเราวิ่งไปปลุกเขา ไปกดออดที่บ้านเรียกเขาให้ไปดูแฟนเราหน่อย เหมือนแฟนเรานอนละเมอแล้วปลุกไม่ตื่น แต่ตอนที่เพื่อนบ้านเข้ามาในบ้านเรา ขึ้นไปบนห้องนอนก็เห็นว่าแฟนเราหยุดหายใจไปแล้ว จริงๆบ้านหลังนั้นแฟนเราอยู่คนเดียว แต่เราเข้าใจว่าเพื่อนของแฟนคงไปสังสรรค์แล้วนอนค้างที่บ้าน เพราะเป็นเรื่องปกติที่เพื่อนเขามานอนค้าง พอเพื่อนบ้านโทรมา เราก็เลยขอคุยกับเพื่อนแฟน เพราะเราอยากรู้อาการว่าเป็นอะไร ยังไง กลับกลายว่าเพื่อนที่ไปอยู่กับเขาเป็นผู้หญิง แล้วก็อยู่กันสองคนในห้องนอนของเรา ตอนนั้นเราช็อค ไม่อยากถามอะไรมาก เราเป็นห่วงแฟน จนสักพักพยาบาลโทรมาหาเราบอกว่าตอนนี้เขาปั้มหัวใจไปได้ 20 นาทีแล้วนะ เหลืออีก 10 นาที ถ้ายังไม่กลับมาเขาจะทำการหยุดปั้มหัวใจ เขาก็รายงาน บอกเราตลอด เราก็รีบกลับมาที่บ้านเลย พอกลับมาถึง ศพก็ถูกเคลื่อนย้ายไปชันสูตรที่โรงพยาบาลแล้ว และทางญาติแฟนก็เอาศพกลับบ้านเกิด เราก็ข้องใจเลยโทรไปหาผู้หญิงคนนั้น แล้วก็ถามว่าเขาเป็นอะไรกัน คบกันหรือเปล่า ถ้าเป็นแฟนกันบอกพี่ได้นะ พี่จะขอไปงานศพแค่วันเผาวันเดียวเพื่อไปอโหสิกรรมให้เขา ผู้หญิงก็บอกว่าหนูไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ได้เป็นอะไรกัน หนูเป็นเพื่อนกันค่ะ เราก็บอกว่าเป็นเพื่อนกันเอากันไม่ได้นะหนู เพราะเขาเล่าให้เราฟังว่า เขานัดเจอกัน ไปกินข้าวด้วยกันแล้วก็มีอะไรกัน เผลอหลับไป และก็เกิดเรื่อง เรามาเปิดดูกล้องวงจรปิดในบ้านย้อนหลัง เราเห็นตอนที่ผู้หญิงเข้ามาในบ้านเรา เขาก็กลัวคนอื่นจะรู้ คือนั่งเบาะหลังคนขับมา แล้วตอนเข้าบ้านก็เอารองเท้าเข้ามาซ่อนในบ้าน ปิดเงียบทุกอย่าง ไม่ให้ใครรู้ แล้วอีกคลิปก็เหมือนเขานอนดูหนังอยู่ด้วยกันบนโซฟา แฟนเรานอนดูหนังจริงๆ ไม่ได้กอด หรือหอมผู้หญิงคนนั้นเลย แต่ผู้หญิงพยายามกอด พยายามหอมแฟนเรา กลิ้งนอนทับตัวไปมา เราไม่รู้ว่ามันนานแค่ไหนแล้ว แต่เราเจ็บมาก ซึ่งผู้หญิงคนนี้เป็นเพื่อนร่วมงานกับแฟนเรา เขาบอกว่าเขาก็หวังว่าแฟนเราจะเลือกเขา เขารู้มาตลอดว่าแฟนมีเรา แต่เราไม่เคยรู้เลยว่าแฟนมีเขา ตอนแรกที่เราทะเลาะกัน เราก็เคยบอกว่าถ้าจะมีใครใหม่ให้บอกกันนะ แต่แฟนเราเขาเป็นคนบอกเองว่าไม่เอา ไม่เลิก เราห่างเพื่อปรับกัน เรายังคบกันอยู่นะ เราก็เลยคิดว่ามันเป็นแบบนั้นมาตลอด และหลังจากวันที่แฟนเราเสียชีวิต โทรศัพท์ของแฟนก็อยู่ที่เรา แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ทักแชทไลน์มาหาแฟนเราว่าคิดถึงจังเลย เราก็ตอบกลับไปบอกว่าโทรศัพท์อยู่กับพี่นะ เขาบอกว่าเขาขอคลิปตอนที่ช่วยชีวิตแฟนเราหน่อยได้มั้ย เขาคิดถึง คือเพื่อนบ้านเขาถ่ายคลิปเป็นหลักฐานไว้ว่าเขามาช่วยนะ เราก็เลยบอกว่าเอาเบอร์พี่ไปนะ แอดไลน์พี่มา เดี๋ยวส่งให้ทางเครื่องของพี่ เพราะเครื่องนี้มันส่งยาก แล้วเราก็ส่งให้ปกติ และเราก็บอกกับเขาไปว่าตอนนี้พี่ยังคุยกับหนูไม่ได้ทุกเรื่องนะ เพราะพี่ยังทำใจไม่ได้ พี่ยังสับสนอยู่ ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรากำลังตัดสินใจว่าเราจะไปงานศพเขาดีมั้ย ถ้าเราไป แล้วเราไปในฐานะอะไร เราควรไปหรือไม่ไปดี พอวันที่ 2 ผู้หญิงคนนั้นเขาไลน์มาบอกอีกว่าวันนี้กินข้าวกับอะไร จนเราไม่ไหวแล้วก็เลยพิมพ์กลับไปบอกว่าถ้ามาพิมพ์อะไรแบบนี้ เขารับรู้ไม่ได้หรอก หนูไปจุดธูปบอกเขาเองนะ ยิ่งเขาทำแบบนี้ เรายิ่งทำใจไม่ได้ เรายิ่งไม่อยากไปงานศพเขาเลย แต่ทางญาติแฟนก็ตามให้เราไปงานศพสักที อยากให้ลูกเขาหมดห่วง ให้เราไปร่วมงานไปอโหสิกรรม เราก็พิมพ์ไปบอกผู้หญิงว่า อย่าทำแบบนี้นะ พี่ไม่ไหวจริงๆ มันเป็นการตอกย้ำว่าเขาหักหลัง ทำร้ายเราจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ และเราก็ไปร่วมงานศพของเขา แต่ไปวันสุดท้าย ก็มีทั้งคนที่เข้าใจและไม่เข้าใจ คนที่เขาไม่รู้เรื่องเขาก็มองว่าแบบเป็นแฟนภาษาอะไร ทำไมเพิ่งมาร่วมงาน เราก็ตอบทุกคนว่าเขาเสียด้วยโรคประจำตัว เราก็ไม่รู้จะตอบแบบไหนที่จะไม่สะเทือนใจญาติพี่น้องของเขา ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ไปร่วมงานศพด้วย แต่การกระทำในงานศพเขาล้ำเส้นเรามาก ล้ำเส้นจนกระทั่งวันเผา ทางญาติของเขามาตามให้เราไปทำพิธีตัดกรรมตามประเพณีของบ้านเขา ซึ่งเราจะต้องขึ้นไปบนเมรุคนเดียว ระหว่างที่เราขึ้นไป เราได้ยินเสียงลุงสัปเหร่อที่อยู่ข้างบน เขาพูดว่า อ้าว เมียเขาคนนี้หรอ? ตอนเปิดโลงเขาก็ยืนร้องไห้ เอาหน้าถูโลง อยู่ตั้งแต่คนแรกจนลงคนสุดท้าย แต่หนูขึ้นไปแปปเดียวเพราะหนูทำใจไม่ได้ ญาติเขารู้วันที่แฟนเสียว่ามันมีเรื่องแบบนี้ แล้วก็รู้ว่าเป็นผู้หญิงคนนี้ แต่ก็เข้าใจว่าเขาไปร่วมงานก็ไม่ได้อะไร แต่พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เราก็เลยทำในสิ่งที่ไม่ดีอย่างนึง คือ ผู้หญิงคนนั้นเขามีสามีแล้ว เขาเคยผูกข้อไม้ข้อมือด้วยกัน ตอนแรกเราจะไม่ยุ่งเลย อยากให้มันจบๆไป แต่สิ่งที่เขาทำเหมือนไม่ให้เกียรติเราเลย เราเลยทักไปหาแฟนเขา ไปเล่าให้แฟนเขาฟังเรื่องที่เกืดขึ้น แฟนเขาก็บอกว่าเขาสองคนยังไม่ได้เลิกกันนะ เขายังคบกันดีอยู่ ซึ่งเขาคบกันมา 8 ปีแล้ว วันนั้นที่ผู้หญิงแอบมาหาแฟนเรา คือแฟนของผู้หญิงเขาไปทำงาน เข้ากะดึก คือเขาไม่รู้เรื่องเลย และเราก็บอกว่าถือว่าฝั่งพี่หมดกรรมแล้ว พี่จะไม่ขอยุ่งอะไรแล้ว แต่พอเสร็จจากงานศพ ผู้หญิงคนนั้นโทรมาหาเรา เขาน่าจะรู้เรื่องว่าเราโทรไปบอกแฟนเขา เขาบอกว่าสิ่งที่เขากลัว คือกลัวโดนเราประจาน เขาอาย เราก็เลยบอกว่าอย่ามายุ่งกับเราเลย เราอโหสิกรรมให้ แต่ถ้ายิ่งมายุ่งวุ่นวายกับเรา เรายิ่งทำใจไม่ได้ ตอนนี้มันไปต่อไม่ได้เลย มันคิดวนอยู่ในหัวว่ามันเกิดอะไรขึ้น แฟนเราเขาหักหลังเราอย่างนั้นจริงๆใช่มั้ย ผู้หญิงคนนั้นก็ไปบอกแฟนเขาว่าแฟนเราเป็นคนไปจีบเขาก่อน เราก็เหมือนมูฟออนไม่ได้ บางทีอยากจะอโหสิกรรมให้เขา แต่บางทีมันก็ปรี๊ดขึ้นมาว่าตกนรกแน่ๆ แต่บางทีเราก็ยังคิดถึง โหยหาเขา แบบทั้งรักทั้งแค้น มันงงไปหมด เพราะสิ่งที่เรารับรู้คือได้แค่ฝั่งผู้หญิงคนนั้นว่ามันเป็นอย่างนั้น อย่างนี้... แฟนเราเพิ่งเสียไปเมื่อวันที่ 25 กุมภาที่ผ่านมา อยากได้แนวคิดดีๆที่มันไปต่อได้ ตอนนี้คือเราสะดุ้งตื่นตอนตี 3 ทุกวัน กินยาไปแล้วก็ยังสะดุ้งตื่น มันวนเวียนอยู่ในหัว บางทีทำงานไม่ได้ มันคิดวกไปวนมา ทั้งๆที่เขาก็ตายไปแล้ว 3 ดีเจให้คำปรึกษาว่า ‘ให้คิดว่าเขาตายไปแล้ว ไม่ว่าเค้าจะนอกใจ หรืออะไรก็ตาม ณ ตอนนี้ เค้าเสียชีวิตไปแล้ว ปกติที่จะเป็นความลังเลว่าควรจะเสียใจดีไหมที่เขาจากเราไป แต่ในคณะเดียวกันการจากไปครั้งนี้ เขาก็นอกใจไปมีอะไรกับคนอื่น ณ วันนี้ ไม่จำเป็นต้องรีบบังคับตัวเองว่าจะต้องอโหสิกรรม หรือให้อภัย เพราะเรื่องมันเพิ่งเกิด คงต้องใช้เวลามากกว่านี้ มองปัจจุบันว่าคนที่อยู่คือเรา ตัวเขาไม่อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแบกเรื่องนั้นไปตลอด เพราะยังไงเขาก็มาให้คำตอบเราไม่ได้แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือโฟกัสที่ตัวเอง อย่าให้เขามาส่งผลต่อความรู้สึกของเราตอนนี้เลย ท่องไว้เลยว่า มันไม่มีเขาแล้ว จากนี้ไปเราจะเป็นคนกำหนดเองว่าชีวิตเราต่อจากนี้จะเป็นยังไง... คนที่ให้คำตอบเราได้วันนี้คือตัวเขา ซึ่งไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว ไม่มีประโยชน์ที่จะไปหาคำตอบ หาเหตุผล หรือ สิ่งที่มันเกิดขึ้นจากใครทั้งนั้น เพราะมันมีแต่จะทำให้เราเสียใจเปล่าๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันยุ่งเหยิง วุ่นวายไปหมด จึงเป็นเรื่องที่จะต้องรอเวลา ใช้เวลาเยียวยาที่นานกว่าคนปกติ รอให้เวลาผ่านไปก่อน ณ วันนี้เป็นเรื่องปกติมากที่เราจะยอมรับความจริงอะไรไม่ได้ เพราะเป็นกลไกความคิดที่คนเราต้องเจอ ทำความเข้าใจกับมันว่า ช่วงนี้คือช่วงที่หนักสำหรับเรา แต่สักพักมันต้องดีขึ้น จะช้าจะเร็วก็แล้วแต่คน แต่อยากให้เชื่อว่า ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว มันต้องดีขึ้น... ‘ความคิด’ ของเราเอง คือสิ่งที่กำหนดทุกอย่าง ถ้าเรามีสติและมองให้ลึกมากพอ เราจะรู้ว่าความคิดของเราเป็นสิ่งสำคัญมากๆที่จะกำหนดว่าเราจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร อย่าเพิ่งมองถึงอนาคตว่าจะทำอะไรยังไง มองปัจจุบันก่อน ตื่นมาทำอะไร อยากกินอะไรก็กิน ร้องไห้จนไม่ไหวก็ร้องไป อยากนอนก็นอนไป อย่างน้อยการร้องไห้มันก็เป็นการเผาความเศร้าออกไปได้ รอวันที่เรายอมรับความจริงได้ เราก็รู้ว่าเขาไม่ได้ซื่อสัตย์กับเรา ณ ตอนนี้ การที่เขาเอาผู้หญิงเข้าบ้านขนาดนั้น มันคือการนอกใจแล้ว โทษสูงสุดของการนอกใจคือการเลิก แต่ขั้นกว่าคือ ตายไปเลย!! วันนี้คิดซะว่าถ้าจะลงโทษเค้าเรื่องการนอกใจ คิดซะว่า ณ ตอนนี้เขาได้รับโทษไปแล้ว เป็นโทษที่สูงสุดด้วย ควรถามตัวเองดีกว่าว่า เราเสียใจมากกว่า หรือ โกรธมากกว่า ถ้าวันนี้ตามที่คุณอุ้ยบอกมาว่า เสียใจมากกว่า ให้ตัดเรื่องการนอกใจออกไปเลย หันกลับมาทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ยังไงสักวันหนึ่งคนเราก็ต้องจากกันไป ไม่ว่าจากเป็นหรือจากตายอยู่แล้ว วิธีที่อยากจะแนะนำคือ หยุดเอาคำถามเรื่องที่เกิดขึ้นมาใส่ในหัว แล้วบอกตัวเองว่าเราจะอยู่ให้ได้ ช่วงนี้ก็หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว อยากพูด อยากทำอะไรทำ ปลดปล่อยตัวเอง แล้วให้เวลาเยียวยาเรา ตัดเรื่องผู้หญิงคนนั้นออกไปเลย ความแค้นมันทำให้เราเป็นทุกข์ เรื่องที่คุณอุ้ยเจออยู่มันไม่ง่ายเลย แต่บอกตัวเองว่าฉันจะผ่านไปให้ได้ และเรื่องที่เกิดความสูญเสีย เจอกับเหตุการณ์ช็อคๆแบบนี้ อยากจะแนะนำให้ไปปรึกษา พูดคุยกับจิตแพทย์ดู อย่าปล่อยให้ตัวเองดิ่งนานๆ มันอาจจะเป็นสัญญาณสู่ ‘โรคซึมเศร้า’ ได้ และถ้าการไปหาจิตแพทย์แล้วไม่เวิร์ค อย่าเพิ่งถอดใจไป ให้ลองเปลี่ยนจิตแพทย์คนอื่นดูก่อน ขอร่วมส่งกำลังใจให้คุณอุ้ย ผ่านเรื่องนี้ไปได้เร็วๆ...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ที่ทำงานหนู เวลากินมื้อเที่ยง แต่ละคนจะเอากับของตัวเองมา กับข้าวส่วนตัว แต่มีพี่คนนึง หน้าที่การงานก็ดี มีเงิน แต่ทุกเที่ยงจะถือแค่จานเปล่า มาขอข้าว ขอแกง ขอกับจากทุกคนอย่างละนิดๆ พอถามทำไมไม่ซื้อเอง เค้าบอกไม่หิวพี่อิ่มแล้ว

05 ส.ค. 2024

ที่ทำงานหนู เวลากินมื้อเที่ยง แต่ละคนจะเอากับของตัวเองมา กับข้าวส่วนตัว แต่มีพี่คนนึง หน้าที่การงานก็ดี มีเงิน แต่ทุกเที่ยงจะถือแค่จานเปล่า มาขอข้าว ขอแกง ขอกับจากทุกคนอย่างละนิดๆ พอถามทำไมไม่ซื้อเอง เค้าบอกไม่หิวพี่อิ่มแล้ว

ที่ทำงานหนู เวลากินมื้อเที่ยง แต่ละคนจะเอากับของตัวเองมา กับข้าวส่วนตัวแต่มีพี่คนนึง หน้าที่การงานก็ดี มีเงิน แต่ทุกเที่ยงจะถือแค่จานเปล่า มาขอข้าว ขอแกงขอกับจากทุกคนอย่างละนิดๆ พอถามทำไมไม่ซื้อเอง เค้าบอกไม่หิวพี่อิ่มแล้ว เนียนแบบนี้มา 3 เดือนกว่าแล้วค่ะ “คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [31 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจก็อตจิ - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานชอบมาขอข้าวกินทุกวัน โดย “คุณหนู (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูอยากปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องที่ออฟฟิศหนู คือเรื่องกินข้าว หนูกินข้าวไม่มีความสุขเลย แล้วหนูคิดว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับหนูคนเดียว แต่พอไปปรึกษาพี่ที่ทำงานคือพี่เค้าก็มีปัญหาเดียวกัน เพราะมันจะมีพี่อยู่คนหนึ่ง เค้าชอบมาแบ่งข้าวของพวกหนูไปกิน ตอนแรกเวลาที่พวกหนูเอาข้าวมาแชร์กินกันตอนเที่ยง เค้าก็จะตักไปทีละคำสองคำ แต่พอหลัง ๆ มา เค้าไม่เอาข้าวมาเลย หรือถ้าเอามาก็เหมือนเป็นวิญญาณข้าว แล้วก็ค่อยมาเอากับข้าวของพวกหนูกิน ในตอนแรกเค้าไม่ได้เป็นเยอะขนาดนี้ แต่ 3 - 4 เดือนให้หลังนี้เค้าไม่เอาข้าวมาเลยสักวัน แล้วกลายเป็นว่าพอเค้ามาเอาข้าวหนูไปกินจากที่หนูอิ่มพอดี มันกลายเป็นกินไม่อิ่ม อย่างเช่นมีหมู 5 ชิ้นก็จะมีหมู 3 ชิ้น พอทุกคนที่โดนพี่คนนี้แย่งแล้วกินไม่อิ่มก็เลยวางแผนกันว่าจะทำยังไงให้เค้าไม่เอาข้าวคนอื่นไป ก็เลยคิดว่าจะเปลี่ยนเวลากินข้าวจากตอนเที่ยง เปลี่ยนเป็น 11:45 เพื่อจะไม่ให้เค้ามาแย่งข้าว แล้วพอเค้าขึ้นมาแล้วไม่มีคนให้แย่งข้าว เค้าก็เลยมาแอบขโมยของกินที่เป็นของส่วนกลาง หนูเคยถามเค้าว่าทำไมไม่เอาข้าวมากินหรอคะ? เค้าก็จะบอกว่าพี่ไม่หิว พี่อิ่มแล้ว แต่ผ่านไปสักพักเค้าจะไปหยิบจานข้าวมาขอแบ่งจากทุกคนอย่างละนิด แล้วมันก็จะพอดีจานนึง หนูก็เลยงงว่าเมื่อกี้บอกว่าไม่หิว แล้วทำไมมาเอาข้าวคนอื่น ซึ่งจริง ๆ แล้วเค้าก็เป็นคนที่มีฐานะ แล้วตอนที่เค้ามาขโมยขนม พวกหนูก็เลยเอาไปซ่อน ซึ่งมันทำให้การกินข้าวตอนเที่ยงของหนูไม่มีความสุขเลย แล้วก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้เค้าไม่ต้องมาขโมยของกิน หนูต้องแก้ปัญหายังไงดี? โดย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่างแรกหนูควรพูดว่า “จากนี้เราจะลงเงินกองกลางนะคะ” กินมาก กินน้อยไม่รู้จ่ายหมด พี่ไม่ได้คิดว่าเรารำคาญเรื่องเงินนะ แล้วของในตู้เย็นติดป้ายเลย เพราะบางทีอาจจะจำผิดจำถูก แล้วเราก็ติดป้ายข้างนอกว่า “คนที่ไม่ใช่เจ้าของห้ามหยิบ” ถ้าหยิบไปต้องมาขอก่อน และต้องซื้อคืน ทำเป็นกฎข้อปฏิบัติติดไว้ ส่วนของที่ไม่ใช่ของกองกลางห้ามหยิบไปโดยพลการ หรือเวลาหนูซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งหนูโทรหาพี่เค้าเลยว่ากำลังจะซื้อ พี่จะฝากหนูไหม? เพราะถ้าพี่ไม่ได้ฝาก หนูไม่ได้ซื้อเผื่อนะ หรือทุกวันต่อจากนี้บอกพี่เค้าว่าหนูจะเป็นคนดูแลเรื่องอาหารกลางวันให้พี่เอง หนูจะสั่งให้พี่ ไม่ว่าพี่จะกินหรือไม่กิน เพราะพี่กินทุกครั้ง งั้นหนูเบิกล่วงหน้าเลยนะ เบื้องต้นพรุ่งนี้นัดกันล่วงหน้าในกลุ่มเลยว่าถ้าพี่เค้ามาขอให้บอกว่าหนูไม่อิ่มค่ะ ให้พูดทุก ๆ วันต่อไปเลย หรือไม่ก็ในกลุ่มจะมี 1 คนไม่ต้องเอาอาหารมาแต่จะมีสิทธิ์แชร์ของคนอื่น วนสลับกันไป’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

05 ก.พ. 2026

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง แต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอด ทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่น จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ

หนูมีแพลนเที่ยวต่างประเทศปีละครั้งแต่ทุกทริปก็มักจะมีคนฝากซื้อของตลอดทั้งของหนัก ของแพง และต้องเหนื่อยเพราะเดินหาของให้คนอื่นจะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียความสัมพันธ์ดีคะ‘คุณแจน (นามสมมติ)’ อายุ 27 ปี เป็นสายสุดท้าย ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาจะไปต่างประเทศ แต่จะปฏิเสธคนฝากซื้อของอย่างไรดี ‘คุณแจน (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูมีแพลนไปเที่ยวต่างประเทศปีละครั้ง ปีที่แล้วหนูไปประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพอพี่ที่ทำงานและคนรอบตัวทราบว่าหนูจะไป ก็จะมีการฝากซื้อของอยู่ตลอด แต่จะมีบางคนที่ชอบฝากซื้อของจำพวกเครื่องประดับและสกินแคร์ ซึ่งสกินแคร์ค่อนข้างมีน้ำหนักมาก ทำให้หนูต้องคอยระวังและรับผิดชอบของเพิ่มขึ้น บางครั้งหนูก็ไม่ได้ซื้อน้ำหนักกระเป๋าเผื่อไว้มาก เพราะแค่เสื้อผ้าสำหรับไปเที่ยวหน้าหนาวก็ค่อนข้างหนักอยู่แล้ว รวมถึงของฝากที่หนูตั้งใจซื้อมาให้ทุกคนอยู่แล้วด้วย ซึ่งการรับฝากซื้อของยังค่อนข้างใช้เวลาระหว่างทริปเยอะ ทำให้เวลาท่องเที่ยวของหนูลดลงไปพอสมควรแต่คนที่ฝากซื้อก็เป็นพี่ ๆ ในออฟฟิศที่เคยช่วยเหลือหนูมาตลอด รวมถึงเพื่อนและคนรอบตัวที่สนิทกัน ทำให้หนูค่อนข้างลำบากใจที่จะปฏิเสธ ตอนนี้หนูกำลังจะมีทริปใหม่เร็ว ๆ นี้ และกังวลว่าหลายคนอาจคาดหวังว่าจะฝากซื้อของได้เหมือนครั้งก่อน เลยอยากขอคำแนะนำว่าควรจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี โดยที่ยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับทุกคนไว้ได้ เพราะหนูกลัวว่าถ้าปฏิเสธ อาจทำให้เขามองว่าหนูไม่มีน้ำใจ” เริ่มที่ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “จริง ๆ แล้วสกินแคร์สมัยนี้ก็มีนำเข้ามาขายในประเทศไทยค่อนข้างเยอะแล้ว อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ ไม่จำเป็นต้องฝากซื้อจากต่างประเทศเสมอไป แต่ถ้าในมุมที่เราจำเป็นต้องปฏิเสธจริง ๆ อาจใช้วิธีพูดแบบนุ่ม ๆ ได้ เช่น บอกว่า “เดี๋ยวขอดูน้ำหนักกระเป๋าก่อนนะ” หรือ “ถ้ามีเวลาไปและหาเจอ เดี๋ยวจะซื้อมาให้นะ” ซึ่งเป็นการตอบที่ไม่ได้รับปากไว้ก่อน จริง ๆ แล้ว เราสามารถพูดได้หมดเลย” ต่อมา ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า “พี่มองว่าการที่ครั้งที่แล้วเราซื้อและหิ้วของกลับมาให้ทุกคนได้ ถือเป็นจังหวะที่ดีมากที่เราจะใช้โอกาสนี้อธิบายสถานการณ์ของตัวเอง เช่น อาจเล่าให้เขาฟังว่า ครั้งที่แล้วที่หิ้วของกลับมาให้ น้ำหนักกระเป๋าเกิน ทำให้ค่อนข้างลำบาก ซึ่งถ้าคนที่ฝากซื้อเป็นพี่ ๆ ที่ทำงานที่น่ารักและสนิทกัน พี่ก็มองว่าเราสามารถคุยกับเขาแบบน่ารัก ๆ ได้ อาจจะพูดตรง ๆ ถึงปัญหาที่เราเจอ โดยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธแบบตัดขาดหรือทำให้รู้สึกไม่ดี แต่เป็นการอธิบายให้เขาเข้าใจในข้อจำกัดหรือสถานการณ์ของเรามากกว่า” ต่อมา ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า “พี่เองก็เคยเป็นคนที่ปฏิเสธคนไม่ค่อยเก่งเหมือนกัน เลยเลือกใช้วิธีที่ไม่ปฏิเสธตรง ๆ แต่เป็นการพูดแบบกึ่งรับกึ่งสู้มากกว่าหรืออาจใช้วิธีประเมินเองก่อนว่า ของชิ้นไหนพอจะซื้อให้ได้ก็ซื้อให้ แต่ถ้าเป็นการฝากซื้อที่ดูไม่ค่อยเกรงใจ หรือจำนวนเยอะเกินไป ก็อาจเลือกที่จะไม่รับฝากซื้อในส่วนนั้น”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

19 ธ.ค. 2025

เรายื่นคำขาด! แฟนต้องมาขอภายในปีหน้า ..ไม่งั้น เลิก! l พุธทอล์คพุธโทร 17 ธันวาคม 68

“คุณบี (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี เป็นสายแรก ในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (17 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหายื่นคำขาดให้แฟนมาขอแต่งงานภายในครึ่งปีหน้า เราทำมากเกินไปมั้ยคะ? “คุณบี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมานาน 11 ปีแล้ว แฟนอายุ 30 เป็นคนเจ้าชู้ คุยกับคนอื่นไปเรื่อย ๆ แต่ทุกครั้งที่หนูจับได้ เขาก็จะหยุดคุย แล้วเลือกกลับมาอยู่กับหนูตลอด พอคบกันเข้าสู่ปีที่ 8 หนูเริ่มถามเขาตรง ๆ ว่า “มีแพลนจะแต่งงานบ้างไหม” เพราะหนูรู้สึกว่าหนูอยากแต่ง แต่ไม่ได้อยากจัดงานใหญ่โตอะไร แค่อยากให้พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายได้นั่งกินข้าวด้วยกันแลกแหวนง่าย ๆ ให้รู้ว่าเราเป็นสามีภรรยากันแล้วก็พอได้ ช่วงแรกเขาก็ตอบว่า “เดี๋ยวจะแต่ง” แต่หลังจากนั้นก็เงียบไป พอมาช่วงหลัง ๆ เขาก็บอกว่า “ยังไม่พร้อม อยากมีเงินเก็บมากกว่านี้ก่อน” แต่ปัญหาคือ.. เราทำธุรกิจร่วมกัน รายได้ก็ใกล้เคียงกัน เราอยู่บ้านเดียวกัน ใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยามานานแล้ว ในมุมของเขา หนูก็พยายามเข้าใจ คิดว่ามันอาจเป็นเรื่อง ศักดิ์ศรีความเป็นผู้ชาย ที่เขาอยากมีมากกว่านี้ก่อนจะมาขอหนูแต่งงาน แต่สิ่งที่หนูอยากได้ มันไม่ได้ใหญ่โตเลย หนูก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาต้องจ่ายทุกอย่างคนเดียวด้วย พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็มีถามบ้างว่าเมื่อไหร่จะแต่ง แม่ฝั่งหนูเองยังบอกเลยว่า ไม่ต้องเอาสินสอดก็ได้ เพราะเห็นว่าเราสู้ทำธุรกิจมาด้วยกันตลอด แต่พอคบกันนานขึ้น หนูเริ่มรู้สึกว่าเราสองคนเหมือนเพื่อนสนิทมากกว่าคนรัก หนูแอบคิดว่าถ้าเราได้เปลี่ยนสถานะอะไรบางอย่าง ความรู้สึกมันอาจจะดีขึ้นแต่เขาก็ยังไม่ขยับอะไรเลย หนูเริ่มถามตัวเองว่าหรือจริง ๆ แล้ว…เรากำลังมองปลายทางไม่เหมือนกัน ทุกครั้งที่หนูคุยเรื่องแต่งงาน หนูจะรู้สึกว่าอาการเขาไม่ค่อยดี หนูเลยถามว่าโอเคไหม แล้วคำตอบที่ได้กลับมาคือเขาบอกว่า “ใจนึงก็อยากปล่อยหนูไปให้ไปเจอคนที่ดีกว่า” หนูก็เลยบอกเขาว่า ถ้ายังรักกัน เราก็จับมือกันนะ ลองกลับมาใส่ใจกันใหม่ มันอาจจะดีขึ้นก็ได้ เพราะหนูก็รู้สึกว่าเรายังรักกันอยู่แค่ภาพของการแต่งงาน…เราไม่เหมือนกัน จนวันนึงมีเพื่อนพูดกับหนูว่า “สรุปแล้ว เขาเป็นคนรัก หรือเป็นแค่เพื่อนร่วมงานของหนู?” ประโยคนี้ทำให้หนูกลับมาคิดหนักมากว่า ชีวิตคู่ของหนูตอนนี้มันคืออะไรกันแน่ หนูเลยอยากถามพี่ ๆ ว่ามันจะผิดไหมคะ…ถ้าหนูตั้งเส้นตายให้ตัวเอง ว่าถ้าภายในครึ่งปีหน้า เขายังไม่ขอหนูแต่งงาน หนูจะเลือกเดินออกมาจากความสัมพันธ์นี้’ เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจมาก ๆ เพราะตัวเองก็เคยผ่านจุดนี้มาเหมือนกัน บางความสัมพันธ์มันไม่ได้จบเพราะไม่รักนะ แต่มันจบเพราะเรามองปลายทางไม่เหมือนกัน ถ้าบีคิดจะตั้งเส้นตาย มันไม่ใช่เรื่องผิดเลย แต่อยากให้ลองคุยให้ชัด ๆ ไปเลยว่า สรุปแล้วปลายทางของเราตรงกันไหม ถ้ามันตรงกัน การรอก็ยังพอมีความหมาย แต่ถ้ารอไปแล้วสุดท้ายปลายทางไม่เหมือนกัน การเดินออกมาก็อาจจะดีกว่า’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาเสริมว่า ‘ตรง ๆ เลยว่า คบกันมา 11 ปี มันนานมากแล้ว ถ้าเป็นหอม จะไม่เลือกอยู่รอ เพราะมันเสียเวลา การที่เราถามเรื่องแต่งงาน แปลว่าเรารู้แล้วว่าเราต้องการอะไร แต่ถ้าเขายังไม่ตอบให้ชัด มันก็แปลว่าเขายังไม่ตัดสินใจเลือกเรา ถ้าเขาไม่ได้อยากมีเราอยู่ในชีวิต ก็ควรพูดตรง ๆ จะได้ไม่ต้องรอกันไปเรื่อย ๆ แล้วก็ต้องเผื่อใจไว้ด้วย เพราะคำตอบที่ได้ อาจจะเป็นการเลิกกันก็ได้ เขาอาจรักเรา แต่ถ้าเป้าหมายชีวิตมันไม่ตรงกัน ยังไงก็ไปต่อกันไม่ได้’ และสุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาปิดท้ายว่า ‘ตัวเองก็เคยคิดเหมือนกันว่าไม่จำเป็นต้องแต่งงาน แต่พอแฟนอยากแต่ง ก็เลือกตกลงเพราะในเมื่อใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันทุกวัน มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย อยากให้บีกลับไปถามตัวเองกับเขาให้ชัดว่าเขาลังเลอะไร หรือจริง ๆ แล้วในใจเขาอาจไม่ได้เห็นภาพว่าจะอยู่กับเรายาว ๆ ยิ่งพื้นฐานเขาเป็นคนเจ้าชู้ บีก็อาจไม่ใช่คนสุดท้ายที่เขาจะหยุดด้วย สุดท้ายแล้ว บีต้องคุยกับเขาให้ได้คำตอบจริง ๆ เพราะคำตอบนั้นแหละ จะบอกเองว่าเราควรรอ หรือควรพอแค่นี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-