เรากำลังจะเปิดใจให้ใครสักคน แต่ติดที่บางคนไม่โอเคกับการที่เราเป็น Single Mom นั่นเลยทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมาก การเป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรากำลังจะเปิดใจให้ใครสักคน แต่ติดที่บางคนไม่โอเคกับการที่เราเป็น Single Mom นั่นเลยทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมาก การเป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ

05 ก.พ. 2026

เรากำลังจะเปิดใจให้ใครสักคน

แต่ติดที่บางคนไม่โอเคกับการที่เราเป็น Single Mom

นั่นเลยทำให้เรารู้สึกแย่กับตัวเองมาก

การเป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ

        ‘คุณน้ำ (นามสมมติ)’ อายุ 32 ปี สายที่ 1 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (4 กุมภาพันธ์ 2569) ได้ส่งเรื่องเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาที่ตนนั้นเป็น Single Mom แต่ถูกปิดโอกาสที่จะให้คนเข้ามารัก

        โดย ‘คุณน้ำ (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “เราเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว บางครั้งก็มีความรู้สึกเหงา อยากจะเปิดใจ อยากมีใครสักคน วันหนึ่งเราไปเจอโพสต์คำถามว่า ‘คิดยังไงกับคนเป็น Single Mom’  เราเองก็เข้าไปดู และได้เห็นคอมเม้นท์ไปในทางเดียวกันทั้งหมด ทุกคนตัดสินไปแล้ว ว่าผู้หญิงที่ผ่านการมีครอบครัวมานั้นเป็นคนไม่ดี อย่าไปยุ่งเลย มันเลยทำให้เรื่องนี้กลายเป็นปมที่ติดอยู่ในใจเรา มันทำให้เราไม่มั่นใจ ทำให้เราไม่กล้าที่จะเปิดใจให้กับใคร

        พอลองมองย้อนกลับกัน ผู้ชายที่เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวกลับมีที่ยืนในสังคมมากกว่า สังคมยังให้โอกาสเขา ยังมองว่าเขาเป็นคนดี ทั้งที่เงื่อนไขการเลี้ยงลูกคนเดียว หรือการหาเงินคนเดียวมันก็เหมือน ๆ กัน แต่ผู้หญิงอย่างเรากลับโดนตัดสินว่าเป็นคนไม่ดี เคยผ่านผู้ชายมาก่อน มันทำให้เราไม่กล้า และมักจะตีตัวออกห่างจากใครสักคนก่อนเสมอ

        ปีที่ผ่านมา เราคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง เราเองก็เคยเกริ่นถามเขาว่า ถ้าเป็นเป็นผู้หญิงที่ผ่านการมีลูกมาแล้ว จะรับได้ไหม แต่เขาก็เงียบ และไม่เลือกที่จะตอบคำถามนี้ มันเลยทำให้เราตัดสินใจที่จะไม่ไปต่อกับความสัมพันธ์นี้ เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเลือกทางผิดไหม แล้วก็ไม่รู้ว่าเขาจะโอเคกับเราหรือเปล่า เราเองก็ได้แต่คิดว่าผู้หญิงที่เป็น Single Mom จะไม่มีโอกาสที่จะมีรักครั้งใหม่เลยหรอคะ”

        เริ่มต้นที่ ‘ดีเจเผือก’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อยู่ที่ว่าเราเลือกที่จะเสพสื่อแบบไหน คอมเม้นท์ในแต่ละแพลตฟอร์มมันต่างกันอยู่แล้ว อย่าเพิ่งไปคิดว่าสิ่งที่เราอ่านมาเป็นความคิดของสังคมโดยรวม คนที่มีความคิดว่า Single Mom เป็นคนไม่ดี มันเป็นความคิดที่โบราณมาก สังคมตอนนี้มันเปลี่ยนไปมากแล้ว อย่าให้คำพูดของคนเหล่านั้นมาทำให้เราใช้ชีวิตอยู่ในสังคมยาก ถ้าเอาผู้ชายที่เข้าใจโลกมานั่งคุยกัน คงไม่มีใครมานั่งสนใจว่าใครจะมีลูกมาแล้ว หรือมีสามีมาก่อน อย่าเพิ่งไปคิดว่าโลกใบนี้ต่อต้านเรา ทุกวันนี้สังคมมันไปไกลแล้ว”

        ทางด้านของ ‘ดีเจกอล์ฟ เทยเที่ยวไทย’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “การที่เราจะเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตของเรา สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเราเลือกเขาและเขาเลือกเรา เพราะฉะนั้นเสียงความคิดเห็นของคนที่เหลือทั้งหมด ไม่มีความสำคัญอะไรเลย การที่เราตรงไปตรงมากับเขา บอกสถานะเราให้เขารู้ไปตรง ๆ ก็เป็นเรื่องที่แฟร์กับทุกฝ่าย มันไม่ใช่ความผิดของเราที่เป็น Single Mom อยู่ที่เขาว่าจะเลือกหรือไม่เลือก อย่าให้เสียงความเห็นของคนอื่นมาทำให้เราปิดกั้นโอกาสของตัวเอง”

        ทางด้านของ ‘ดีเจต้นหอม’ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่าไปใส่ใจ คนที่มีชีวิตที่ดี จะแสดงทัศนคติในเชิงบวก และจะไม่แสดงความเห็นเชิงลบมากดดันใคร สมมติว่าเราเจอใครสักคนในชีวิต ให้ลองรู้จักกันก่อน แล้วใครสักคนที่รู้จักเราดีพอแล้ว ต่างคนต่างมั่นใจกัน ค่อยลองบอกเขา ให้โอกาสเขา และให้โอกาสตัวเองด้วย ไม่ต้องด้อยค่าตัวเอง อาชีพแม่ลาออกไม่ได้ เพราะลูกเป็นสิ่งสำคัญ เรามีความสุขกับชีวิตและลูกเรา คนที่จะเข้ามาคนนั้น จะต้องมาเติมเต็มกันและกันให้ได้”

 เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

 มีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 –23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย? มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิด ตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?

24 ต.ค. 2024

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย? มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิด ตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?

สายสุดท้าย #พุธทอล์คพุธโทร ดีเจต้นหอมขอปรึกษาเอง! ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ด้วย?มันเป็นเรื่องที่หนูเคลียร์หมดแล้ว ชัดเจนไปแล้วเมื่อ 5 ปีก่อน พิสูจน์หมดแล้วว่าหนูไม่ผิดตอนนี้เจอลูกค้าแคนเซิลงาน โดนผลกระทบแบบนี้ แฟร์แล้วหรอคะ?ต้นหอมขอพูดบ้างที่รายการแฉ GMM25 คืนนี้!! “ดีเจต้นหอม” สายสุดท้ายในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [23 ต.ค.67] ได้ปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล’ ในรายการแบบสดๆ เกี่ยวกับปัญหาได้รับผลกระทบกับงานและเงิน โดย “ดีเจต้นหอม” ได้เล่าว่า ‘ลูกค้าแคนเซิลงานเรา กลัวไปทำภาพลักษณ์เเบรนด์เสียหาย ซึ่งเราไม่ได้เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ พิสูจน์เเล้วเรื่องนี้หนูไม่ได้ผิดเเต่ก็ได้รับผลกระทบจนต้องเสียงานเสียเงิน ก็ไม่ใช่ที่เราเป็นต้นเหตุเลย เราไม่ได้สร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ต่อให้หนูเคลียร์เเล้วเเต่มันก็มีผลกระทบอยู่ดี เเล้วแบบนี้ใครต้องรับผิดชอบชีวิตหนู การงานการเงินหนู รายได้หนูที่จะเข้ามา นาน ๆ ทีหนูจะมีอีเว้นท์ซักทีนึง เเล้วเนี่ยพรีเซ็นเตอร์อีก 1 ตัวก็ยังลุ้นอยู่ว่าลูกค้าขอประชุมกันก่อนว่ายังไง เเล้วมันถูกพิสูจน์แล้วว่าหนูไม่ได้ผิด คนอื่นสร้างเรื่องขึ้นมา เเต่หนูได้รับผลกระทบ ก็เลยอยากจะปรึกษาพี่ๆดีเจทั้ง 2 คนว่าหนูโดนเเบบนี้มันแฟร์เเล้วหรอคะ?’ โดยเริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เห็นใจ เป็นยุคที่ทำให้ทุกอย่างมันชัดเจน ซึ่งวันนี้ต้องยอมรับว่าคุณต้นหอมก็ตอบได้ค่อนข้างชัดเจน อาจจะต้องใช้ความเชื่อมั่นในตัวเอง รวมถึงต้องภาวนาให้ลูกค้าเขาเชื่อมั่นด้วย เราก็คาดเดาไม่ได้เพราะลูกค้าอาจจะไม่ได้หมายถึงองค์รวมประชุม อาจจะหมายถึงคนที่สิทธิ์ในการตัดสินใจเพียงเเค่ 1-2 คนที่เขาติด อย่าไปเสียความมั่นใจในตัวเอง ถ้าของไหนเป็นของเรามันก็จะมา’ สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องมั่นใจในตัวเองว่าเราคือทองเเท้ ถ้าที่ชี้เเจงเมื่อ 5 ปีที่แล้วมันเหมือนในตอนนี้เเสดงว่ามันคือสัจจะ มันคือความจริง ระยะเวลามันจะพิสูจน์เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพิ่งเสียคุณแม่ไป แล้วมีทรัพย์สินแม่ เป็นชื่อพ่อ ทั้งบ้าน ทั้งที่ดิน ญาติก็มาเตือนให้ดูพ่อดีๆ จนมารู้ว่าพ่อกำลังจะไปผูกข้อมือ แต่งงาน กับ ผู้หญิงรุ่นน้องพ่อ 10 ปี จะพูดยังไงให้พ่อโอนมาเป็นชื่อลูกก่อนดีคะ? เพราะกลัวว่าพ่อจะจดทะเบียนสมรสเลย

24 ก.ค. 2024

เพิ่งเสียคุณแม่ไป แล้วมีทรัพย์สินแม่ เป็นชื่อพ่อ ทั้งบ้าน ทั้งที่ดิน ญาติก็มาเตือนให้ดูพ่อดีๆ จนมารู้ว่าพ่อกำลังจะไปผูกข้อมือ แต่งงาน กับ ผู้หญิงรุ่นน้องพ่อ 10 ปี จะพูดยังไงให้พ่อโอนมาเป็นชื่อลูกก่อนดีคะ? เพราะกลัวว่าพ่อจะจดทะเบียนสมรสเลย

“คุณมิ้น (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่หนึ่งในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [16 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น’ เกี่ยวกับเรื่องมรดกของเเม่หลังจากที่คุณเเม่เสีย โดย “คุณมิ้น (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คุณเเม่เสียเมื่อประมาณปี 64 ด้วยโรคประจำตัว ซึ่งก่อนหน้านั้นครอบครัวอบอุ่นมาก ไม่ได้มีปัญหาอะไรกันเลย เเล้วคุณเเม่เป็นหญิงแกร่ง หญิงเก่ง เรียนมาน้อยเเต่เขาก็ขยันทำงานจนก่อร่างสร้างตัว ซื้อรถ ซื้อบ้านได้ จากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง มีคุณพ่อช่วยด้วย เเต่คุณพ่อมีรายได้น้อยกว่าคุณเเม่ เพราะเเม่ประกอบธุรกิจส่วนตัว ทำให้เขาผ่อนบ้าน ผ่อนรถหมดเร็ว เเล้วกะว่าจะเก็บไว้เป็นมรดกให้กับลูกทั้ง 2 คน พอคุณเเม่เสีย ตอนนั้นก็ค่อนข้างเคว้งว่าจะทำยังไงต่อ เเล้วก็มีญาติ ๆ ฝั่งเเม่เข้ามาเตือนว่า ‘ให้ระวังพ่อไปแต่งงานใหม่นะ’ ตอนนั้นก็ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เรามั่นใจในตัวคุณพ่อเพราะไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย ไม่ค่อยได้ข่าวมีกิ๊กกั๊กหรือเจ้าชู้ เราก็เลยไว้ใจ เเต่พอคุณเเม่เสียได้ปีกว่า ๆ คุณพ่อก็ยอมรับกับเราว่ามีคุยกับผู้หญิงประปรายนะ อยากหาเพื่อนมาอยู่ด้วยช่วงบั้นปลาย เรากับพี่ชายก็ไม่ได้ว่าอะไร ถ้าเจอคนดีก็เเล้วเเต่ เเต่เราไม่ได้คิดว่าคุณพ่อจะเเต่งงาน จนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา คุณพ่อก็โทรมาบอกว่า ‘จะจัดงานเเต่งเล็ก ๆ นะ’ กับผู้หญิงคนหนึ่งมีอายุน้อยกว่าคุณพ่อ 10 ปี ซึ่งตอนนี้คุณพ่ออายุ 63 ปี ตอนรู้เรื่องเราก็ค่อนข้างช็อก ก็เลยโทรหาพี่ชายว่า ‘คุณพ่อได้บอกหรือยังว่าเขาจะเเต่งงาน’ พี่ชายก็ตอบกลับว่า ‘บอกแล้ว’ ตอนแรกเหมือนคุณพ่อไม่ได้ตั้งใจจะบอกพี่ชายด้วย เหมือนพี่ชายเขาเป็นคนไปจี้ถามคุณพ่อก่อน เราก็เคยได้ยินมาว่าเขาคงคุย ๆ กันมา เจอกัน 2-3 ครั้ง เเต่เราไม่ได้รู้สึกโอเคขนาดนั้น รู้สึกเฉย ๆ คิดว่าคุณพ่อจะคบกันไปก่อน ดูกันไปก่อน ไม่คิดว่าจะตกล่องปล่องชิ้น แล้วเราก็กลัวว่าเขาจะมาปอกลอก เรากังวลไว้ก่อนเพราะเรายังไม่ได้รู้จักเขาดี เเล้วเราก็รู้สึกว่าคุณเเม่สร้างทรัพย์สมบัติไว้ให้ลูก เคยถามคุณพ่ออ้อม ๆ ว่า ‘ถ้าผู้หญิงให้จดทะเบียนสมรสจะจดมั้ย?’ คุณพ่อก็ตอบเเบบอ้อม ๆ ว่า ‘ก็ไม่อยากจด’ เเต่ก็ไม่ได้ปฎิเสธว่าไม่จด ก่อนที่คุณเเม่จะเสียไปก็ไม่ได้จดพินัยกรรมไว้ เราเลยกลัวว่า ถ้าเกิดคุณพ่อลังเลเหมือนหลงคารมขึ้นมาเเล้วสุดท้ายยอมไปจด เเล้วทรัพย์สมบัติที่คุณเเม่สร้างมามันจะกลายเป็นสินสมรส เเล้วก็ต้องแบ่งให้คู่สมรสกับลูกในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งเรารู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับเราและพี่ชาย เรารู้สึกว่าคุณเเม่เขาตั้งใจสร้างมาให้ลูกจริง ๆ เขาก็อาจจะไม่โอเคที่ตกไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่นของคุณพ่อ แต่เรายังไม่ได้คุยกับคุณพ่อเป็นกิจจะลักษณะว่าจะมาโอนเป็นชื่อลูกได้เเล้ว มิ้นก็เลยอยากถามพี่ ๆ ดีเจว่า จะมีวิธีพูดยังไง? ให้คุณพ่อไม่รู้สึกว่าเราเหมือนเป็นลูกที่จ้องจะฮุบสมบัติ เราเเค่อยากจะรักษาสมบัติของคุณเเม่เอาไว้ ไม่รู้ว่าคุณพ่อจะเปลี่ยนใจมั้ย จะเปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่อลูกไปให้ภรรยาใหม่?’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจอั๋น) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ให้คุยพร้อมกันตรง ๆ ทั้งครอบครัว มีอะไรในใจพูดเลย ต้องการมั่นใจว่ายังคงเป็นไปตามเจตนาของคุณเเม่ที่ได้คุยกันไว้อยู่ อยากให้จดพินัยกรรมจัดการเรื่องสมบัติ จัดการเรื่องภายในครอบครัวให้เสร็จ เพื่อความสบายใจของทุกคนก่อนที่จะต้อนรับคนใหม่เข้ามา ไม่ได้เกลียดที่คุณพ่อจะมีคนใหม่ เเต่อยากป้องกันปัญหาที่มันอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคตถ้าคุณพ่อไม่อยู่ เราไม่รู้หรอกว่าในอนาคตเขาจะเป็นยังไง ถ้าไม่มีคนนอกเข้ามาเราอยู่อย่างงี้คุณพ่อจะไม่โอนก็ได้ เเต่พอมีคนนอกเข้ามา ก็อยากจะทำให้มันสบายใจว่าเจตนารมณ์ของคุณเเม่ยังคงอยู่เหมือนเดิม‘เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

31 พ.ค. 2024

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวง แล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวัง ซึ่งผมไม่มี

คบกับแฟนมา ไม่เคยเจอคุณแม่ แต่คุณแม่แฟนเอา วัน เดือน ปีเกิดเราไปเช็คดวงแล้วบอกกับลูกสาวว่า ดวงไม่สมพงษ์กัน แล้วหมอดูก็ยังบอกมาอีกว่า ผู้ชายคนนี้ มีครอบครัวแล้วให้ระวังซึ่งผมไม่มี ตอนนี้ทุกคนในบ้านฟังแม่เขาหมด แล้วแฟนก็ขอห่างกับผม เหมือนผมโดนตัดสินโดยใครก็ไม่รู้... “คุณเอ็กซ์ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 พ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาแม่แฟนเอาวันเดือนปีเกิดไปดูดวงจนทำให้ต้องเลิกกับแฟน โดย “คุณเอ็กซ์ (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า ‘ผมทำงานอยู่ที่บริษัทซอฟแวร์แห่งหนึ่ง ที่บริษัทจะมีรุ่นพี่ผู้หญิงคนหนึ่ง คือว่าเราสองคนได้รับหน้าที่ให้ทำโปรเจ็คด้วยกัน ทำให้เราสองคนใกล้ชิดกันมากขึ้น ได้อยู่ด้วยกันตลอดทุกวัน เราก็เริ่มชอบกัน เพราะเราคุยกันถูกคอมากๆ ระบายกันทุกเรื่อง แล้วทีนี้เราก็ได้มีการนัดไปทำงานกันที่ห้างแห่งหนึ่ง เราก็มานั่งทำงานกันพอทำงานเสร็จ เราก็ไปกินข้าวด้วยกัน แล้วพอกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันกลับ แต่บ้านผมอยู่ไกลมาก ผมก็ต้องนั่งรถไฟฟ้ากลับ แต่ว่าผมเข้าใจผิดคิดว่าขบวนรถไฟสุดท้ายคือเที่ยงคืน แต่จริงๆ ขบวนสุดท้ายของสายนั้นคือ 5 ทุ่ม ทีนี้ผมก็ไม่มีรถกลับ ผมก็เลยโทรบอกเขา เออเนี่ย…เดี๋ยวจะไปเปิดห้องนอนก่อน แล้วเช้าค่อยกลับ แต่เขาก็บอกว่า ไม่เอาๆ เดี๋ยวเขาวนรถกลับมารับ แล้วก็ไปนอนบ้านเขา ผมก็ตกลง วันนั้นผมก็ได้ไปนอนบ้านเขาและวันนั้นเราสองคนก็ได้ตกลงเป็นแฟนกัน เราก็คบกันมาได้เกือบอาทิตย์ ต้องขอบอกเลยว่าพี่เขาเป็นคนที่เชื่อแม่ และรักแม่มากๆ สำหรับเขาแม่มีอิทธิพลมากพอสมควร ผมก็มองว่าไม่ผิดคนเราต้องรักแม่ถูกแล้ว แล้วทีนี้แม่เขาก็เอาวันเดือนปีเกิดของผมไปดูดวง ว่าดวงผมกับพี่เขาเป็นยังไง แล้วหมอดูทำนายว่า ดวงผมไม่สมพงศ์กับพี่เขา และมีอีกคำนายหนึ่งที่ไม่เป็นความจริงเลยคือ หมอดูทำนายว่า ผมมีครอบครัวแล้ว โดยที่ไม่ถามไถ่ผมเลย ซึ่งแฟนผมก็น่าจะยังไม่ได้บอกแม่เขาว่าผมยังไม่มีครอบครัว เพราะเขาน่าจะดูเชื่อไปด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ แต่หลักๆ เลยก็คือแม่เขาก็ไม่อยากให้ไปต่อกับผมนั่นแหล่ะ พี่เขาก็เลยขอลดสถานะความสัมพันธ์กับผม และไม่ขอพัฒนาต่อไปมากกว่านี้แล้ว การขอลดสถานะความสัมพันธ์ครั้งนี้ ผมไม่ติดอยู่แล้ว ผมเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่ที่ผมนอยมากๆ เลยก็คือ ผมถูกตัดสินจากใครก็ไม่รู้ ที่รู้แค่ วันเดือนปีเกิดของผมแค่นั้น ซึ่งหลังจากที่เราเลิกกัน ผมก็ลาออก แต่พี่เขาก็ยังมีทักมาหาผมบ้าง มาระบายเรื่องงาน ถามเรื่องโปรเจคที่ผมกับพี่เขาเคยทำร่วมกัน ตอนนี้พี่เขารับหน้าที่ดูแลต่อ แล้วก็มีคุยเรื่องส่วนตัวบ้าง ผมก็มีถามเขาบ้างว่า สบายดีมั้ย เหนื่อยรึเปล่า ผมก็ถามไปปกติ ผมอยากถามพี่ๆดีเจว่า ควรปล่อยเขาไปใช่มั้ย หรือว่าควรจะสู้กับดวงที่หมอดูทำนายมาดี?’ โดย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับหอม ชีวิตเราเป็นคนเลือกเอง หมอดูเป็นแค่สิ่งที่นำทางให้เราเฉยๆ ถ้าหมอดูพูดอะไรแล้วมันซัพพอร์ตกับสิ่งที่อยู่ในใจเรา เราจะมีความมั่นใจในการลุยกับสิ่งนั้นมากขึ้นเท่านั้นเอง แล้วก็ที่ถามว่าเราจะยังไปรอผู้หญิงคนนี้อีกมั้ย หอมบอกเลยว่า ตัดไปเลย ทิ้งไปเลย ให้รู้ซะบ้าง ไม่ใช่ว่าแบบ เธอเลิกกับฉันง่ายๆ เพียงแค่ฟังคำหมอดู ซึ่งมัน Non sense ถ้าเกิดเราคบกันแล้วเธอเจอปัญหาที่ใหญ่กว่านี้ แล้วแม่เธอพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง เราก็เลิกกันได้อยู่ดี เรื่องเล็กๆ เธอยังเลิกกับเราได้ง่ายขนาดนี้เลย ฉะนั้นถ้ามีปัญหาใหญ่เข้ามาในชีวิต เธอจะไม่ปล่อยมือกันง่ายๆ หรอ แล้วก็ไม่ต้องถามเขาว่า สบายดีมั้ย เขาเทเรา ด้วยเหตุผลที่งี่เง่ามาก เขาต้องได้รับบทเรียน เธอกำลังเสียผู้ชายที่ดีที่สุดไป แล้วไปหาคนใหม่เลย หาคนที่เขาเห็นคุณค่าในตัวเราไม่ใช่แค่รู้สึกว่า เราไม่มีคุณค่าอะไรเลยหรอ ถึงได้ตัดสินเรากับเรื่องงี่เง่าแค่นี้ อันนี้คือไร้เหตุผลมากๆ และครอบครัวนี้ไม่เหมาะกับเรา ครอบครัวที่ใช้พ่อแม่บงการทุกอย่างในชีวิต จนไม่เป็นตัวของตัวเอง ก็ให้เขาอยู่กับแม่ไปหรือไม่ก็ให้เขามีแฟนกับคนที่แม่เขาหาให้ แล้วไม่ต้องรอให้มันเสียเวลา เชิ่ด !!!!’ ต่อด้วย “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘มันมี 2 ประเด็นสำหรับพี่นะ เวลาที่พี่เห็นใครที่เขาเชื่อเรื่องอะไรทำนองนี้ เรื่องหมอดู ดวงชะตา โชคชะตา และถ้าเขายึดมันเป็นแกนหลักในการใช้ชีวิตแล้ว พี่รู้สึกว่า อะไรก็เอาเขาไม่อยู่ เพราะเขาเลือกที่จะเชื่อแบบนี้แล้ว ถ้าเขาใช้สิ่งนี้เป็นที่ตั้ง แสดงว่าเขามีแนวคิดที่คิดมาแล้ว หรือว่าประสบการณ์ชีวิตของเขา สิ่งนี้มันพิสูจน์ได้ว่า มันจริงสำหรับเขา พี่ว่าการจะไปสู้กับอะไรแบบนี้ เหมือนเราแพ้ตั้งแต่หน้าประตูแล้ว ซึ่งมันเหนื่อยมากเลยกับการแพ้ ให้กับสิ่งที่เรามองไม่เห็น แล้วเราไม่รู้ว่าจะไปพิสูจน์มันยังไง นอกจากเราต้องใช้เวลา เข้าใจมั้ย ซึ่งบางอย่างเขาไม่มารอเรา แล้วเขาตัดสินเราไปแล้ว อันนี้สำหรับเรื่องแรกพี่ว่ามันยาก สำหรับอันที่ 2 พี่เห็นด้วยกับพี่หอมว่า ถ้าคนๆ หนึ่งเลือกเรา ในการคบหาจากการดวงล้วนๆ หรือจากสิ่งที่หมอดูบอก โดยที่ไม่ได้ดูสิ่งที่เราทำ ไม่ดูว่าเรามีพฤติกรรมที่ปฎิบัติกับเขายังไงในฐานะคนรัก พี่ว่าคนแบบนี้ พี่ไม่เลือกเอามาเป็นแฟนนะ ถ้าเขาไม่เอา เราก็ไปหาคนอื่น มันไม่ได้มีคนเดียวบนโลกใบนี้ที่เราจะต้องรักพุ สำหรับพี่มันง่ายแค่นี้’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ผมมีความเชื่อว่าถ้าเห็นลู่ทางไม่ดี เราอย่าชิงแพ้ให้เละเทะ เราไปแบบเชิ่ดๆ หล่อๆ ก่อนดีกว่า แล้วไปแบบให้เขาเสียดาย ไปแล้วไปลับไม่กลับมา ให้เขาเสียดายว่า ไอความไร้สาระของเขามันเคยทำให้เขาพลาดอะไรไป คือถ้าเรื่องแค่นี้เขามาขอลดความสัมพันธ์กับเรา หมอดูคนนี้จะดูชีวิตคู่ของคุณเอ็กซ์กับเขาเนี่ยไปตลอดเลย จะมีลูกปีไหน จะเกิดเดือนไหน จะให้เรียนโรงเรียนอะไร มันจะวุ่นวายไปหมด แล้วก็นอกจากหมอดูแล้วเนี่ย คิดว่าครอบครัวเขาก็จะมามีอิทธิพลกับชีวิตคู่คุณเอ็กซ์กับเขาไปตลอด ซึ่งถ้าคุณเอ็กซ์ได้ฟังพุธทอล์คพุธโทรมา ปัญหาที่ครอบครัวเข้ามาวุ่นวายในชีวิตคู่เนี่ยโครตปวดหัวเลย เพราะฉะนั้นไปแบบผู้ชนะถึงแม้ว่าใจลึกๆ เราจะรู้สึกว่าโดนเทก็ตาม แต่จงรักษาทรง แล้วเดินออกไปอย่างผู้ที่เหมือนว่าชนะ แบบโดนเทแต่ยังเท่อยู่ ให้เขาเสียดายเราในภายหลัง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอด แต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’

09 ม.ค. 2026

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอด แต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’

หนูเป็นคนเต็มที่กับเพื่อนมาก ทุกครั้งที่เขามีปัญหาอะไร ก็เอามาปรึกษาหนูตลอดแต่พอเป็นหนูที่เวลามีเรื่องเครียด เอาไปปรึกษาเขา กลับโดนพูดใส่ว่า ‘มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ’โกรธมากที่เขาพูดแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตอนเขามีปัญหา ก็เป็นหนูที่ปลอบเขาตลอด ‘คุณแจม (นามสมมติ)’ อายุ 21 สายที่สองในรายการ พุธทอล์คพุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ธันวาคม 2568) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเกลือ - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับเรื่องที่ตนนั้นให้เพื่อนเต็มร้อยตลอด แต่เหมือนเพื่อนไม่ค่อยเต็มที่กลับมาบ้างเลย โดย ‘คุณแจม (นามสมมติ)’ ได้เล่าว่า “หนูคบกับเพื่อนคนหนึ่งมาตั้งแต่เตรียมอนุบาล เราสนิทกันมาก เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิต แม้จะอยู่กันคนละโรงเรียนก็ติดต่อกันตลอด ซึ่งเขามีปัญหาเรื่องครอบครัวมาตลอด และทุกครั้งที่มีปัญหาเขาจะมาให้เราปลอบตลอด ตอนเด็กเราน้อยใจเขามากว่าทำไมเวลามีเรื่องทุกข์ โทรหาเราคนแรก แต่พอวันปกติ ไปเที่ยวกับเพื่อนอีกกลุ่ม ไม่เคยชวนเรา ทำให้เราโกรธและไม่คุยกับเขาไป 2 ปี แต่ไม่เคยได้รับข้อความจากเขาเลย ผ่านไปก็มาตกตะกอนได้ว่าเป็นเราเองหรือเปล่าที่ทำให้เรื่องแย่ลง ไม่บอกออกไปว่ารู้สึกยังไง แล้วทิ้งเพื่อนออกมา ทำให้เริ่มเข้าไปคุยกับเขาก่อน เลยรู้เหตุผลของเขาว่าเวลามีปัญหาแล้วทักหาเราก่อนเพราะเขารู้สึกว่าเราคือเซฟโซนของเขา พร้อมที่จะให้เห็นมุมแย่ ๆ ในชีวิตเขา และที่ไม่ทักมาหา เพราะคิดว่าเราคงคิดมาดีแล้ว ที่จะตัดใครสักคนออกจากชีวิต ซึ่งวันแรกที่หนูอันฟอลเขา เขาบอกว่าเขาไปร้องไห้กับเพื่อนเลย หนูรู้สึกผิดมาก เราเลยปรับความเข้าใจกันจากนั้นมา พอเราโตขึ้นก็แยกย้ายกันเข้ามหาลัย เขาได้มาเป็นแฟนพี่ชายหนู ซึ่งหนูเป็นคนแนะนำเอง ทำให้เราสนิทกันมากขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นเขาก็ไม่เคยทักมาหาหนูเลย มีแต่ฝ่ายหนูที่ทักไป จนเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่สุดในชีวิตเขา ก็คือการสูญเสียคุณพ่อไป พ่อเขาป่วยติดเตียงอยู่แล้ว วันที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เขาโทรมาหาหนูประมาณตี 2 หนูเลยรีบไปหาเขาที่บ้าน และเป็นคนที่คอยควบคุมสถานการณ์ไว้ เพราะเขาสติหลุดไปแล้ว ทั้งผายปอดพ่อเขา ปั๊มหัวใจ คอยดึงสติเพื่อนและน้องชายเขา พาไปหาหมอ แต่สุดท้ายคุณพ่อเขาก็จากไปในวันนั้น ซึ่งในงานศพ คุณแม่ของเพื่อนก็เข้ามาขอบคุณหนูที่คอยช่วยเหลือ สิ่งที่หนูทำมันเกินกว่าความเป็นเพื่อนไปแล้ว เขาเองจากคนที่ไม่เคยพูดจาซึ้ง ก็เข้ามาขอบคุณเช่นกัน หลังจากงานศพพ่อเพื่อน หนูก็ท้อง หนูวิตกกังวลมาก ฟุ้งซ่านกับทุกอย่าง แล้วก็ไม่ได้มีใครให้ปรึกษา ก็เลยทักคุยกับเพื่อนคนนี้ทุกวันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จนเพื่อนพูดมา “มึงเหมือนคนบ้าเลยว่ะ” แล้วก็มีท่าทีที่รำคาญและไม่อยากคุย หนูโกรธมาก ในวันที่เราแย่ขนาดนี้ ทำไมไม่มีใครอยู่ข้าง ๆ เลย หนูเลยถอยห่างและอันฟอลไปเกือบ 2 เดือน จนงานบวชพี่ชายก็ได้มีโอกาสคุยกับเพื่อน และได้ปรับความเข้าใจกันจึงรู้ว่าเขาเองก็เสียใจไม่แพ้กัน แต่ความสัมพันธ์ของเราหลังจากนั้นจนปัจจุบันก็ยังเหมือนเดิมคือมันไม่สมดุลกัน หนูไม่รู้จะทำยังไงดี” ปัญหาของแจมที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนคือ “จะจัดการกับความไม่สมดุลกันในความสัมพันธ์ยังไงดี?” เริ่มด้วย ดีเจต้นหอม ได้ให้คำปรึกษาว่า “หนูเป็นคนขี้น้อยใจมาก ถ้าเขาไม่ได้นิสัยเหมือนเรา เขาอาจจะทำตัวไม่ถูก พอโตแล้วเราไม่จำเป็นจะต้องติดคนใดคนหนึ่งมากขนาดนั้น เขาก็รักเราในฐานะเพื่อนแหละ แต่ถ้าคนนี้ทำให้หนูรู้สึกน้อยใจบ่อย ๆ หนูก็เฟด ลดระดับตัวเองลง แต่ไม่ต้องถึงขึ้นอันฟอล มันจะดูเหมือนเด็กทะเลาะกัน อยากให้หนูปรับตัวเอง ไม่ต้องให้ความสำคัญ หรือความคาดหวังมากขนาดนั้น หนูมีแฟน ลองเอาเวลานั้นไปคิดถึงแฟน ไม่ต้องไปคิดถึงคนนั้น เพราะอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคาดหวังและต้องการ เจอหน้ากันทักกันพอแล้ว แค่รู้ว่าอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ ลองฝึกถ้าจะน้อยใจอะไรสักอย่าง ขอให้มีเหตุผลและมีน้ำหนัก อยู่ให้ได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งพาคิดถึงเขาตลอดเวลา” ต่อด้วย ดีเจเติ้ล ได้ให้คำปรึกษาว่า “ใช่ว่าเรามีเพื่อนตอนเด็ก แล้วเพื่อนจะต้องเป็นเด็กคนนั้นไปตลอด ตัวแจมก็เปลี่ยน ในมุมมองเพื่อนคงมองว่า ทำไมแจมถึงขี้น้อยใจขนาดนี้ คงอยากห่างเพราะคงลำบากใจทุกครั้ง ที่ทำให้แจมน้อยใจ แจมต้องปล่อยให้มันสบาย ๆ และต้องไม่คิดว่าเขาจะต้องเปลี่ยน ถ้าแจมยังอยากจะมีความสัมพันธ์กับเขา ก็ต้องเข้าใจตรงนี้ว่าเรามีหน้าที่อะไรตรงนี้สำหรับเขา ถ้าแจมบอกไม่ได้คาดหวัง แจมก็เป็นที่ระบาย เป็นที่พึ่งพิงในยามที่เขามีปัญหา ซึ่งถ้าแจมไม่โอเคตรงนี้ ก็มีสิทธิ์ที่พูดออกไปบอกเขาตรง ๆ ไปเลย ตอนนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ต้องพยายามกลับไปหา ปล่อยให้ชีวิตมันดำเนินไป” ต่อด้วย ดีเจเกลือ ได้ให้คำปรึกษาว่า “อย่ารู้สึกผิดที่เราต้องการความรักกลับมา ภาษารักของคนเรามันไม่เหมือนกัน ถ้ามันไม่ตรงกันมันก็จะเกิดปัญหา เมื่อเราบอกความต้องการของเราไปแล้ว ถ้าเขายังไม่ปลี่ยนมันก็จะเป็นปัญหาแบบนี้ สิ่งที่เราทำได้คือเข้าใจเขา แล้วก็เข้าใจตัวเอง ถ้ารู้สึกไม่ไหวก็เปลี่ยนความสัมพันธ์ หาเพื่อนใหม่ คนอื่น ๆ คนที่มีภาษารักแบบเดียวกับเรา คนที่เติมเต็มความรักแบบนั้นให้กับเราได้ โดยที่เราไม่รู้สึกว่าต้องพยายาม”เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการInboxฝากเรื่องมาที่FacebookFanpageEFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00–23.00น.ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-