คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี

08 ส.ค. 2025

คุณพ่อหนูอยากให้หนูสานต่อธุรกิจโรงงานครอบครัว แต่หนูรู้สึกว่าที่นี่ยังไม่มีระบบการทำงานที่ดี

ยังเป็นโรงงานเล็กๆ ความตั้งใจของหนูอยากจะไปทำงานที่โรงงานใหญ่ๆ ไปเปิดโลก เรียนรู้ก่อน

สัก 1-2 ปี กลับมาพัฒนาธุรกิจครอบครัวของหนู แต่จะพูดยังไงให้พ่อเข้าใจดี เพราะถ้าหนูทำตามที่พ่อบอก

พ่อหนูก็อายุมากแล้ว สอนอะไรก็หลงๆลืมๆ สอนไม่เป็น ทุกคนคิดว่าควรจะเริ่มพูดกับคุณพ่อยังไงดีคะ?

                “คุณพี (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ในคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ เกี่ยวกับปัญหาอยากไปทำงานหาประสบการณ์ข้างนอก ก่อนที่จะมาบริหารกิจการที่บ้าน แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย

                โดย “คุณพี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตัวหนูเองเป็นนักศึกษาจบใหม่ และที่บ้านก็เป็นครอบครัวคนจีน คุณพ่อมีบริษัทที่อยากจะให้มารับช่วงต่อ ในช่วงเวลาที่ได้เรียนจบใหม่ๆ หนูก็เริ่มทำงานกับที่บ้านเลย แต่ความกดดันหลายๆอย่างทำให้รู้สึกว่า ยังทำได้ไม่ดี รวมกับว่าที่คุณพ่ออายุมากแล้ว มีหลายครั้งที่ท่านเกิดอาการหลงๆลืมๆทำให้สอนงานได้ไม่ต่อเนื่อง หนูเลยตัดสินใจว่า จะไปทำงานที่อื่นก่อน แล้วค่อยเก็บประสบการณ์กลับมาทำงานที่บ้าน พอปรึกษาคุณแม่ ท่านก็เห็นด้วยกับสิ่งที่หนูจะทำ แต่คุณพ่อไม่เห็นด้วย ท่านอยากให้เราทำที่บ้านเลย เขาบอกว่าสามารถสอนเราได้ แต่ระยะเวลามันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว หนูก็เห็นแล้วว่า หนูควรจะได้ประสบการณ์จากที่อื่นมากกว่า

                ท่านรู้ตัวถึงอาการหลงๆลืมๆของตัวเอง บางทีที่จะอยากจะสอนงาน ท่านก็ลืมว่าจะสอนอะไร คนในบริษัทคนอื่นก็ไม่สามารถสอนแทนได้ในส่วนของท่าน ประเภทงานที่บ้านของหนูทำ เป็นโรงงาน นำเข้าส่งออก ด้วยความที่หนูเรียนไม่ตรงสาย บางครั้งก็ไม่รู้ว่าควรจะถามอะไรท่าน แล้วหนูก็ได้งานแล้ว ที่ยื่นสมัครไปเป็นโรงงานนิคม ทำหน้าที่ล่าม เอกสารเกี่ยวกับการนำเข้าส่งออก โรงงานของคุณพ่อเป็นกิจการเล็ก ยังไม่ค่อยมีระบบ หนูไม่ชอบ เพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก เลยอยากที่จะมีประสบการณ์ก่อน เพื่อมาพัฒนา ระบบตรงนี้ หนูอยากจะปรึกษาพวกพี่ว่า หนูตัดสินใจแล้วว่าจะไป ควรอธิบายให้คุณพ่อเข้าใจยังไงดี ว่าหนูไม่ได้ทิ้งกิจการที่บ้าน แค่อยากมีประสบการณ์มากพอ ที่จะกลับมาช่วยที่บ้าน’

                โดยทั้ง ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจพี่อ้อม’ ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘การที่จะออกไปทำข้างนอก ต้องรีบทำให้ไว ครูพักลักจำให้มาก อาจจะเหนื่อยกว่าคนอื่นหน่อย ด้วยความที่เรียนไม่ตรงสาย หวังว่าทางที่พีเลือกไป จะสามารถนำมาปรับใช้กับกิจการที่บ้านได้จริงๆ มีโอกาสเรียนรู้ ควรเรียนรู้ให้มาก แต่เส้นทางที่เลือก เป็นเส้นทางที่ดี ควรตั้งเวลาให้กับคุณพ่อ ทำให้คุณพ่อสบายใจ ว่าเราจะไม่ทิ้งกิจการ’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไร ซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกัน แต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอด

02 ก.ย. 2025

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไร ซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกัน แต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอด

แฟนหนูชอบเล่าเรื่องพี่ที่ทำงานคนนึงให้หนูฟังตลอด วันนี้พี่เขาไปไหน ทำอะไรซื้ออะไรมาใหม่ เขาก็จะเล่าให้หนูฟัง หนูกับแฟนเป็นรักทางไกล นานๆทีได้เจอกันแต่ทุกครั้งที่เราได้คอลกัน คุยกัน ในบทสนทนาก็จะมีเรื่องผู้หญิงคนนี้ตลอดแต่ผู้หญิงคนนี้เขาก็มีแฟนแล้วนะคะ หรือ หนูคิดมากไปเอง หลังๆมานี้ ไม่ได้แค่เล่าให้ฟังแล้วเขาขับรถไปรับ นั่งมาทำงานด้วยกันบ่อยๆ จะทำยังไงให้เขาเลิกพูดถึงผู้หญิงคนนี้สักทีโดยที่เราเองจะดูเป็นคนรักที่ไม่งี่เง่าเกินไป เพราะเขาอาจจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันเฉยๆก็ได้... “คุณเจ (นามสมมติ)” อายุ 27 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [27 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาที่แฟนชอบเอาเรื่องของรุ่นพี่ในที่ทำงานมาเล่าเยอะเกินไป จนเรารู้สึกว่าเขาไม่สนใจเราและไม่ชอบใจเท่าไหร่ โดย “คุณเจ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คบกับแฟนมา 6 ปี หนูกับแฟนอยู่คนละจังหวัดกัน แต่ละเดือนจะเจอกันแค่ประมาณ 2-3 ครั้ง แฟนชอบเล่าเรื่องของพี่ที่ทำงานให้ฟังทุกวัน แฟนหนูเขาทำงานที่นี่มาก่อน แล้วรุ่นพี่เขามาทำงานทีหลัง เขาสนิทกันเพราะว่าเขาอยู่ห้องพักใกล้กัน แฟนหนูเป็นผู้หญิง พี่เขาก็เป็นผู้หญิง เขาไปทำงานและกินข้าวด้วยกันทุกวันแบบนี้มาประมาณ 1 ปี แรก ๆ แฟนหนูเขามาชมพูดเขาให้ฟังว่าพี่เขาเก่ง มีอะไรแฟนหนูก็จะปรึกษาพี่คนนี้ตลอด หนูก็ดีใจเพราะก่อนหน้านี้แฟนหนูไม่ค่อยสนิทกับคนในที่ทำงาน แต่พักหลังแฟนหนูชอบมาเล่าให้ฟังว่าพี่เขาเป็นยังไง ซื้อของอะไรมาใหม่ แล้วก็เล่าว่าพี่เขาพาไปดูน้ำหอมกัน หนูเคยพูดเรื่องน้ำหอมกับแฟนไปหลายครั้งมาก แต่เหมือนเขาไม่เคยสนใจ จนกระทั่งพี่คนนี้เขาพูด เขากลับก็สนใจขึ้นมาเลย หนูเลยคิดว่าทำไมเขาไม่สนใจสิ่งที่หนูพูดบ้าง เพราะหนูก็เคยพูดเรื่องนี้เหมือนกัน แต่หนูไม่เคยบอกเขาว่าหนูไม่ชอบแล้วก็ไม่ได้อยากฟังเรื่องของพี่คนนี้ อย่างล่าสุดหนูเคยส่งร้านอาหารไปให้เขาดูว่าอยากกินร้านนี้ แต่เขาไปกินกับพี่คนนั้นแทนที่ีจะไปกินกับหนู หนูแค่ไม่ชอบที่แฟนเอาเรื่องของคนอื่นมาเล่าให้เราฟัง หนูไม่กล้าพูดกับเขากลัวว่าเขาจะหาว่าเราคิดเล็กคิดน้อย กลัวเขาจะเสียใจ อยากรู้ว่าจะทำยังไงดีให้หนูสบายใจขึ้น?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องยินดีไปกับเขาว่าเขาเจอคนที่สนิทมากคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเจอในที่ทำงาน พี่ว่าคบกันมา 6 ปี พูดตรง ๆ ได้เลยว่า เราเชื่อมั่นในตัวเขา แต่การกระทำของเขาทำให้เรารู้สึกสำคัญน้อยลงเรา แต่ไม่ถึงกับต้องให้เขาเลิกคบกัน เราอาจจะต้องลองมาปรับความสัมพันธ์ของเรากันใหม่ แต่พี่ว่าสุดท้ายควรต้องพูด’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ถ้าจะบอกว่าไม่ต้องพูด แล้วเก็บศัตรูให้ใกล้ตัวที่สุด ถ้าวันหนึ่งเขาพัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นมามันก็เป็นไปได้ อย่างน้อยเขาก็เล่าให้เราฟังตลอด แต่ถ้าเจรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรจริง ๆ แต่เรื่องนี้มันกวนใจมันก็เป็นเรื่องปกติที่มนุษย์จะมีหึงหวงกันบ้าง ถ้าคบกับด้วยความเข้าใจ เขาก็คงเข้าใจแหละ สุดท้ายมันก็ต้องช่วยกันหาทางออก’ และสุดท้าย “ดีเจอ้อม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘อาจจะเป็นเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยสนิทกับใคร พอเขามีเพื่อนเขาเลยอยากเล่าให้เราฟัง ก็บอกกับเขาไปตรง ๆ เลยว่า เรายินดีกับเขานะที่มีเพื่อนร่วมงานที่ดี แต่ช่วยเราลดเรื่องของเขาให้น้อยลงหน่อย แล้วหันมาพูดเรื่องของเราสองคนให้มากขึ้น แล้วความสัมพันธ์ของเราก็จะดีขึ้นด้วย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมมีลูกอายุ 8 เดือน ภรรยาทำงานออนไลน์อยู่บ้าน ตอนนี้ภรรยายื่นคำขาดให้ผมลาออกจากงานสิ้นปีนี้ หลังจากได้โบนัสแล้วให้ไปหางานที่เงินเยอะกว่า เวลาเยอะกว่านี้ แต่ใจผมก็ยังรู้สึกรักงานที่ตัวเองทำอยู่ เหมือนเป็นมือขวาของหัวหน้าเลย

08 ส.ค. 2025

ผมมีลูกอายุ 8 เดือน ภรรยาทำงานออนไลน์อยู่บ้าน ตอนนี้ภรรยายื่นคำขาดให้ผมลาออกจากงานสิ้นปีนี้ หลังจากได้โบนัสแล้วให้ไปหางานที่เงินเยอะกว่า เวลาเยอะกว่านี้ แต่ใจผมก็ยังรู้สึกรักงานที่ตัวเองทำอยู่ เหมือนเป็นมือขวาของหัวหน้าเลย

ผมมีลูกอายุ 8 เดือน ภรรยาทำงานออนไลน์อยู่บ้าน ตอนนี้ภรรยายื่นคำขาดให้ผมลาออกจากงานสิ้นปีนี้หลังจากได้โบนัสแล้วให้ไปหางานที่เงินเยอะกว่า เวลาเยอะกว่านี้ แต่ใจผมก็ยังรู้สึกรักงานที่ตัวเองทำอยู่เหมือนเป็นมือขวาของหัวหน้าเลย รับผิดชอบงานหนัก กว่าคนอื่นในทีม หัวหน้าบอกจะโปรโมทให้แต่ผ่านมาปีกว่าแล้ว ก็ยังเหมือนเดิม รายได้น้อยลงด้วยซ้ำ ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ออกบ้านแต่เช้ากลับมาดึกดื่น ผมควรลาออกตามที่ภรรยาแนะนำดีไหม? “คุณที (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [6 ส.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหากำลังสนุกกับการทำงาน แต่ไม่ค่อยมีเวลาให้กับภรรยาและลูก ภรรยาจึงยื่นคำขาดให้ลาออกไปหางานใหม่ โดย “คุณที (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ตอนนี้ผมทำงานที่นี่มาได้ 6 ปีแล้ว กำลังจะได้เลื่อนขั้นในหน้าที่การงาน ทำงานมาสักระยะหนึ่งหัวหน้าเล็งเห็นศักยภาพจึงเรามอบหมายงานให้ผม แล้วเขาก็ถามผมว่า อยากไปต่อกับพวกพี่มั๊ย ? พี่จะโปรโมทให้ แต่ต้องพิสูจน์ตัวเองให้คนอื่นเชื่อก่อน ต้องเสริมสร้างบารมีให้ตัวเอง ระหว่างนั้นผมก็มีงานเพิ่มขึ้น บางครั้งก็มีประชุมดึก บางครั้งก็มีออกพื้นที่ตั้งแต่เช้า ทำให้มีเวลากับครอบครัวก็น้อยด้วย ซึ่งลูกผมอายุแค่ 8 เดือน ผมรู้ว่าไม่ควรละเลย ตอนนี้ภรรยาของผมเลี้ยงลูกคนเดียวพร้อมกับทำงานบ้านด้วย ผมก็เห็นใจเขาเพราะเขาก็เหนื่อยพอผมเริ่มทำงานไปสักพักก็เริ่มมีปากเสียงกัน ด้วยความที่แฟนผมเป็นคนเด็ดเดี่ยวก็ยื่นคำขาดมาว่าให้ไปลาออกภายในสิ้นปีนี้ ได้โบนัสแล้วให้ออกเลย แล้วไปหางานอื่นที่มีเวลาให้กับครอบครัวมากกว่านี้ ปกติผมทำงาน 6 วัน/สัปดาห์ เวลา 09.00 - 17.00 น. บางครั้งถ้าออกพื้นที่ก็จะออกเช้ากลับดึก เวลาเล่นกับลูกก็จะน้อยลงไปด้วย ซึ่งภรรยาอยากให้ผมทำน้อยกว่านี้ สัก 5 วันก็พอหรือไม่ก็ทำธุรกิจส่วนตัวไปเลย แต่ผมยังสนุกกับการทำงานมาก ยังอยากทำตรงนี้ไม่ได้อยากออก ตอนนี้หัวหน้ามองผมเป็นเซ็นเตอร์ ถ้ามีการออกงาน 20 สาขาอย่างน้อยต้องมีผมไปแล้ว 10 สาขา เพราะพี่คนอื่น ๆ เขาอยากทำแค่สาขาของตัวเอง แต่การทำงานนี้หัวหน้าก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้เลื่อนขั้นตอนไหนเป็นแค่การพูดเฉย ๆ ซึ่งภรรยาผมก็พูดว่าโดนเขาหลอกใช้หรือเปล่า ผมทำงานหนักแบบนี้มาปีกว่า ๆ แล้ว เบื้องต้นรายรับของผมเกิน KPI อยู่แล้ว ถ้าทำอีกก็ได้เพิ่มอีก แต่ผมต้องแจกจ่ายงานให้คนอื่นทำแทน เพราะหัวหน้าบอกว่าเหมือนเป็นการซื้อใจน้อง ๆ เพื่อเสริมสร้างบารมีในการทำงาน แต่ถ้าเทียบรายได้ตอนเป็นพนักงานปกติกับตอนที่พิสูจน์การเป็นหัวหน้า รายได้ผมลดลงมาประมาณ 10% ด้วย แต่ผมก็อยากทำต่ออยู่ดีเพราะก็อยากพิสูจน์กับตัวเองว่าผมจะทำได้มั๊ย จะได้ตำแหน่งนี้มาหรือเปล่า เงินที่ลดลงผมมองว่าแลกกับการที่ผมได้รู้จักคนมากขึ้นและได้สังคมกลับมา ผมเลยอยากถามพวกพี่ว่าพวกพี่เห็นด้วยกับภรรยาของผมหรือเปล่าหรือถ้าไม่เห็นด้วย พอจะมีคำพูดไหนที่พูดคุยกับภรรยาให้เข้าใจไหม?’ โดยดีเจทั้ง 3 คน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม) ได้ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘จากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดค่อนข้างจะเห็นด้วยกับภรรยา เพราะการที่เราอยู่ร่วมชีวิตกันแล้ว แต่คนที่เรารักกลับเหนื่อยขึ้น ทำงานเยอะขึ้น แถมมีจิตอาสากับคนอื่น กลายเป็นภรรยาต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ทำงานบ้านคนเดียว ทำธุระคนเดียว และสามีก็ไม่อยู่ช่วยอีก ภรรยาจะเกิดความน้อยใจได้ พวกพี่มองว่างานที่ทีทำอยู่มันไม่สมเหตุสมผล เหมือนโดนหลอกใช้ ถ้าทำงานเหนื่อยขึ้นก็ต้องได้อะไรกลับมาสักอย่างหนึ่งให้เรารู้สึกดี ไม่ใช่ทุกอย่างได้ลดลง หากเขาบอกว่าเรามีศักยภาพแล้ว 1 ปีที่ทำมาเขาจะดูอะไรอีก ในมุมคนนอกงานนี้ไม่คุ้มเลย ถ้าเราเก่งจริง สู้ลาออกไปหางานอื่นทำแล้วรับเงินเต็ม ๆ ดีกว่า เรากำลังจะเสียโอกาสที่จะได้เห็นการเจริญเติบโตของลูกไป ลองชั่งน้ำหนักดูว่าจะเลือกอะไร ถ้าภรรยายื่นคำขาดกับเรา เราลองไปยื่นคำขาดกับบริษัทมั๊ย ไม่แน่ว่าในระยะเวลาที่เหลือนี้อาจจะได้เลื่อนขั้นเลยก็ได้’ และ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ให้ถามภรรยาให้ดีว่าไม่โอเคในเรื่องไหน ชีวิตการทำงานหรือชีวิตในครอบครัว ถ้าเป็นเรื่องงานพี่มองว่าถ้าทำขนาดนี้แล้วได้เงินเพิ่มขึ้น ก็นับเป็นการพิสูจน์ตัวเองได้อยู่ แต่นี่ไม่ ส่วนเรื่องครอบครัวทีมีเวลาพอให้ภรรยาและลูกหรือเปล่า ถ้ามีเวลาน้อยแล้วได้คุณภาพ สามารถแบ่งเบาภาระภรรยาได้ บางครั้งการทำงานหนักนอกบ้านก็ไม่ใช่ปัญหาถึงขั้นที่ต้องยื่นคำขาด’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอายุ 23 รู้สึกชีวิตนี้ทำอะไรก็ล้มเหลว เรียนใกล้จะจบแล้วก็โดนรีไทน์ คุณแม่เศร้าจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนูคิดมาตลอดว่าหนูอาจจะเป็นสาเหตุ ญาติก็พูดดูถูก เปรียบเทียบหนูกับลูกเขาให้ครอบครัวหนูฟัง ตอนนี้หนูพยายาม เรียนเพิ่ม

06 ก.ย. 2024

หนูอายุ 23 รู้สึกชีวิตนี้ทำอะไรก็ล้มเหลว เรียนใกล้จะจบแล้วก็โดนรีไทน์ คุณแม่เศร้าจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนูคิดมาตลอดว่าหนูอาจจะเป็นสาเหตุ ญาติก็พูดดูถูก เปรียบเทียบหนูกับลูกเขาให้ครอบครัวหนูฟัง ตอนนี้หนูพยายาม เรียนเพิ่ม

หนูอายุ 23 รู้สึกชีวิตนี้ทำอะไรก็ล้มเหลว เรียนใกล้จะจบแล้วก็โดนรีไทน์คุณแม่เศร้าจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หนูคิดมาตลอดว่าหนูอาจจะเป็นสาเหตุญาติก็พูดดูถูก เปรียบเทียบหนูกับลูกเขาให้ครอบครัวหนูฟังตอนนี้หนูพยายาม เรียนเพิ่ม เตรียมสอบทหารตำรวจ แต่ก็กลัวจะล้มเหลวอีก“คุณวี (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 ก.ย.67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล – ดีเจอ้อม’ เกี่ยวกับเรื่องโดนรีไทร์ปีสุดท้ายของมหาลัย เจอคำพูดญาติดูถูกจนเราหมดกำลังใจโดย “คุณวี (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เมื่อต้นปีที่ผ่านมาคือวีกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเเห่งหนึ่งอยู่ ในช่วงชั้นปีที่ 4 เทอม 1 ในระหว่างเรียน หนูก็เรียนนักศึกษาวิชาทหารไปด้วยเเล้ว เหลือเวลาอีก 1 เทอมก็จะจบเเล้ว ปรากฎว่าสิ่งที่มันเป็นจุดเริ่มต้นของความล้มเหลวในตอนนั้นก็คือวีโดนรีไทร์ก่อน เพราะว่าเกิดจากที่เกณฑ์คะเเนนในเเต่ละปีของเราทำไม่ถึงเขา เลยส่งผลทำให้เราโดนรีไทร์ออกมา มันเหลืออีกเเค่เทอมเดียว เลยเกิดความเสียใจ ตอนนั้นที่ประกาศผล เกรดออกมาก็อยู่กับคุณพ่อคุณเเม่นี่แหละ 3 คน วันที่ประกาศออกมาว่าโดนรีไทร์ ก็เสียใจทั้งบ้านเลยก็กอดกัน คือตอนนั้นมันตันไปหมดเลย มันไม่รู้จะทำยังไง เราอุตส่าห์เตรียมใจไว้เเล้วว่ามันมีโอกาสแหละ คือเราใช้ความพยายามของเรามาตลอด วีเป็นคนที่ไม่ได้เรียนเก่งอะไร เเต่อาศัยความพยายาม การส่งงาน การอ่านหนังสือให้หนักกว่าคนอื่นให้เข้าไว้ เพื่อให้ผ่านไปในเเต่ละเทอม เเต่เหมือนว่าเราพยายามดีที่สุดเเล้วในจุด ๆ นั้น พอเรารู้ว่าประกาศผลออกมามันไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวังเเละมันถึงทางตันไปหมดเลย ทีนี้ปัญหามันเข้ามาในชีวิตเยอะมากในครอบครัวปัญหา Topic แรกที่เกิดขึ้นในครอบครัวคือ คุณแม่กลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเลย จริง ๆ ตอนแรกวีคิดว่าเป็นเรื่องของวีนี่แหละ เเต่พอเราไปถามจากคุณเเม่มา ก็ทำให้เรารู้ว่าจริง ๆ เขาสะสมมานานเเล้วเเต่อาการยังไม่ออก จนมาถึงวันที่ประกาศผล วีถึงได้รู้ว่ามันเกิดจากที่สะสมมาเเละเงียบมานาน โดนเรื่องวีด้วยมันก็เลยทำให้หนักเข้าไปอีก หลังจากนั้นพอรู้ว่าคุณเเม่เป็นโรคซึมเศร้า ตอนแรก ๆ เราเคว้งกันมาก ไม่รู้จะไปต่อทางไหนดี ได้เเต่พึ่งการสวดมนต์ คุณเเม่ก็จะบอกไว้ว่าสวดมนต์ทุกวันนะ มันจะช่วยทำให้เราเเบบจิตใจเราได้จะดีขึ้น เราจะได้ไม่ฟุ้งซ่าน เราจะได้ลุกขึ้นมาให้ได้เร็วที่สุด เราก็ต้องใช้การสวดมนต์ในการบำบัดทั้งครอบครัวเลยจนทีนี้เราได้มานั่งคุยกันเเล้วต่อจากนี้วีจะทำยังไงต่อไป วีจะยังกลับไปเรียนที่ตรงนั้นอยู่มั้ย คือมหาลัยที่วีเรียนอยู่ มันค่อนข้างที่จะหนักมาก ๆ คือเกณฑ์การให้คะแนนเขาค่อนข้างสูงมาก เราประเมินตัวเองเเล้ว ยังไงกลับไปก็น่าจะไม่ไหวเหมือนเดิม หนูก็เลยตัดสินใจเลือกชีวิตของหนู เส้นทางที่หนูเลือก คือการเป็นตำรวจ หรือ ทหารได้มั้ย? หนูก็เลยตัดสินใจบอกคุณพ่อคุณเเม่ไป คุณพ่อคุณเเม่ก็บอกว่า “โอเค ถ้ามันคือการตัดสินใจของหนู ก็ทำมันให้เต็มที่เลย” ในระหว่างนั้นหนูใช้เวลาประมาณ 2 เดือนกว่า ๆ กว่าจะลุกขึ้นมาให้ตัวเองได้พยายามให้มากขึ้น อ่านหนังสือให้เยอะมากขึ้น เเละก็ไปสอบให้ได้ใบเบิกทางมา อะไรหลาย ๆ ให้เราได้มีโอกาสได้เข้าไปสอบในสิ่งที่เราอยากสอบตอนนี้หนูก็ได้ไปลองข้อสอบในการสอบหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางทหารอากาศ หรือว่าอะไรหลาย ๆ อย่าง เหมือนหนูอยากเข้าไปหาประสบการณ์ให้ตัวเองว่าครั้งนึงสิ่งที่เราเลือกเราจะต้องไปเจออะไรบ้าง ถ้ามันไม่ผ่านจริง ๆ เราก็เเค่กลับมาทบทวนในสิ่งที่เราเจอว่าเราเจออะไร เราจะต้องเพิ่มตรงไหน เราจะต้องแก้ตรงไหน? ตอนนี้หนูก็ลงคอร์สของพี่คนนึงไว้ เป็นคอร์สของการสอบตำรวจโดยเฉพาะ เเละพอพยายามไปเรื่อย ๆ ความสำเร็จมันก็เกิดขึ้น แต่ว่าความสำเร็จตรงนี้มันก็ยิ่งทำให้อุปสรรคยิ่งเข้ามาถาโถมอีกครอบครัวของวี ฝั่งคุณพ่อจะเป็นทางญาติของย่า เขารู้ว่าหนูล้มเหลวจากการโดนรีไทร์เเล้ว ต่อจากนี้หนูจะทำอะไรต่อ เหมือนเขาไม่ได้สนับสนุนให้หนูเรียนในคณะหรือสิ่งที่หนูอยากเรียนมาตั้งเเต่เเรก คือ เขาอยากให้หนูเรียนปกติ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ออกมาก็ทำงานเหมือนพ่อ เหมือนเเม่ เขาก็เลยไม่ค่อยสนับสนุนในสิ่งที่หนูเรียนมากเท่าไหร่ ตลอดระยะเวลาที่เริ่มเรียนมาตั้งเเต่มัธยมจนถึงมหาลัย เหมือนเราโดนเขาใช้คำพูดที่เราโดนดูถูกมาตลอด เเบบเขาเตือนเรามาหลายครั้งเเล้วว่าอย่าหวังเกินตัว อย่าฝันให้สูงเกินตัวเองทั้ง ๆ ที่ตัวเองทำไม่ได้ เขาไม่ได้บอกทางหนูหรอก เหมือนเขาพูดทางพ่อเเม่เอา เพราะหนูไม่ค่อยได้เจอเขาเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นคุณพ่อคุณเเม่ที่ไปเยี่ยมเขา เเล้วก็โดนมาตลอด เเต่ว่าคุณพ่อคุณเเม่ก็ไม่เคยบอกว่าเขาเจอคำพูดไหนมาบ้าง จนถึงปัจจุบันก็ยังโดนอยู่ เหมือนยิ่งโดนคำพูดนี้มากขึ้น คุณเเม่หนูก็ยิ่งเเย่ลงไปเรื่อย ๆ เหมือนโรคซึมเศร้าที่เขาเป็นอยู่มันหนักขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ ความรู้สึกที่หนูมองเเม่ อยู่ดี ๆ เขาก็ร้องไห้คนเดียวโดยที่แบบไม่มีเหตุผลหนูโทษตัวเองไปเรื่อย ๆ ว่าเพราะเเบบนี้ใช่มั้ย? หนูถึงทำให้แม่อยู่ในจุดที่มันดิ่งที่สุดในชีวิตในครอบครัวของหนู คือ มันทำให้แม่ของหนูร้องไห้ทุกวันจนถึงปัจจุบันนี้ เพราะเกิดจากความล้มเหลวของหนูด้วยใช่มั้ย? หนูพยายามเก็บอารมณ์ในการร้องไห้ของหนูมาตลอด เพราะหนูก็ไม่อยากให้เขารู้สึกว่าหนูจะล้มกับเขาไปอีกคนนึง เเค่เเม่คนเดียวมันก็เสียใจกันทั้งครอบครัวเเล้ว ถ้าเราล้มตามเเม่ไปอีก คนที่เป็นพ่อเขาก็จะไม่สบายใจมากขึ้น หนูก็เลยพยายามเข้มแข็งให้เขาเห็นว่าหนูไม่เป็นไรนะเเม่ หนูจะผ่านมันไปให้ได้ หนูจะพิสูจน์ให้เเม่ได้เห็นเองว่าสิ่งที่หนูทำเลือกจริง ๆ มันถูกต้องเเละมันคือสิ่งที่หนูรักจริง ๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็พาคุณเเม่ไปหาหมอตลอด ที่เป็นหมอเกี่ยวกับด้านโรคซึมเศร้า คุณเเม่ก็จะกินยาอยู่เเบบนี้ตลอดเพราะว่าอาการมันยังไม่หาย หนูก็เลยอยากให้พี่ ๆ ดีเจช่วยดึงสติ อยากให้พี่ ๆ ช่วยพูดให้กำลังใจให้หนูได้ลุกขึ้นมาพยายามอีกครั้งนึงหน่อย’ซึ่งดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม) ก็ได้ให้คำปรึกษาไปในทิศทางเดียวกันว่า ‘ไม่จำเป็นต้องกลับไปหาคำตอบว่าแม่เป็นเเบบนี้เพราะใคร เราผิดมากแค่ไหน ส่วนตัวพี่มองไม่ได้ทำให้ปัญหาอะไรดีขึ้น มันไม่ได้อยากหาคำตอบจริง ๆ หรอก ลึก ๆ มันคืออาการโทษตัวเองมากกว่า เป็นปกติของคนรู้สึกแบบนี้ อย่างน้อยคนที่รู้สึกผิด คน ๆ นั้นทั้งห่วงทั้งรักเเละเเคร์ คนที่ได้รับผลกระทบนั้นมาก ๆ หนูกำลังใช้อารมณ์กับเรื่องบางเรื่องที่เป็นอดีตอยู่ เเทนที่จะโฟกัสกับปัจจุบันเเล้วพุ่งไปอนาคต แต่ถ้าเมื่อไหร่ไปข้างหน้าได้หมดเเล้วไม่เหลียวมามองเรื่องพวกนี้อีก มันจะทำให้หนูพุ่งไปมากขึ้น เเต่อาจจะต้องใช้เวลาเรื่องคุณแม่ การไปถามเหตุผลกับอดีตที่มาผ่านมาแล้ว กับการมาดูปัจจุบันว่าคุณเเม่เป็นยังไง ที่บอกว่าเห็นคุณเเม่ร้องไห้อะ คิดว่าคงเป็นเพราะโรคมากกว่านะ อยากให้ไปศึกษาเรื่องโรคนี้ดี ๆ ว่าจริง ๆ สารเคมีในสมองคุณเเม่มันควบคุมไม่ได้ การที่คุณเเม่ฟังเรื่องหนูเเล้วเป็นทันที หนูไม่ใช่คนที่ทำให้คุณเเม่เป็นได้ขนาดนั้น เขาผ่านโลกมาเยอะ โรคเเบบนี้มันต้องสะสมมา มันมีมาก่อนแล้ว หนูไม่ใช่คนที่สร้างปัญหา มันเป็นจังหวะนั้นพอดีมากกว่า ไม่ต้องโทษตัวเองขนาดนั้นเรื่องเรียน ถ้าทำเต็มที่จงชมเเละให้กำลังใจตัวเองมาก ๆ เลยวี ให้รางวัลกับตัวเองเยอะ ๆ ว่าชั้นพยายามเต็มที่ทั้งชีวิตเเล้ว ถ้ามันเต็มที่เเล้วคือจบเเค่นั้น ไม่ต้องยึดติดกับผลลัพธ์ ถ้าระหว่างทางจะผิดจะถูกอะไร นั้นคือรางวัลของเราเเละครอบครัววันนี้ต้องตั้งสติมาก ๆ คนรอบตัวต้องเข้มเเข็ง อยากให้วีปรึกษาคุณหมอด้วย ทุกครั้งที่พูดถึงเเม่ เสียงวีก็ไม่ไหวเเล้ว อย่าห่วงเเต่เเม่ห่วงตัวเองด้วย ถ้าเรารู้ตัวเราเองเเล้ว เเข็งเเรงพอ เราเองนี่เเหละจะดูเเลทุกคนได้ ดูเเลเเม่ได้ ถ้ารู้สึกเหนื่อยลองเปิดใจคุยกับคุณพ่อดู ช่วยกัน 2 คน ต้องทำให้คุณพ่อเข้าใจเรื่องนี้ด้วย การที่คุณพ่อพาคุณเเม่ไปเเล้วโดนญาติ ๆ ด่า โดยที่รู้ว่าคุณเเม่เป็นโรคซึมเศร้า คุณพ่อก็ทำไม่ถูก มันต้องช่วยกัน มันเป็นเรื่องครอบครัว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูอายุ 17 คบกับแฟนรุ่นน้อง เป็นนักบอล อายุ 15 เราคบกันแต่พ่อผู้ชายไม่อยากให้คบ เพราะเขาอยากให้ลูกเขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ลูกเขาเตะบอลมาตั้งแต่ 10 ขวบ กลัวว่าฝีมือจะตกเพราะมาคบหนู ตอนนี้เลิกกันแล้วแต่กลับมาคบกัน พ่อยื่นคำขาด

20 พ.ค. 2025

หนูอายุ 17 คบกับแฟนรุ่นน้อง เป็นนักบอล อายุ 15 เราคบกันแต่พ่อผู้ชายไม่อยากให้คบ เพราะเขาอยากให้ลูกเขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ลูกเขาเตะบอลมาตั้งแต่ 10 ขวบ กลัวว่าฝีมือจะตกเพราะมาคบหนู ตอนนี้เลิกกันแล้วแต่กลับมาคบกัน พ่อยื่นคำขาด

หนูอายุ 17 คบกับแฟนรุ่นน้อง เป็นนักบอล อายุ 15 เราคบกันแต่พ่อผู้ชายไม่อยากให้คบเพราะเขาอยากให้ลูกเขาเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ลูกเขาเตะบอลมาตั้งแต่ 10 ขวบ กลัวว่าฝีมือจะตกเพราะมาคบหนูตอนนี้เลิกกันแล้วแต่กลับมาคบกัน พ่อยื่นคำขาด คบได้แต่ฝีมือฟุตบอลห้ามตก แฟนหนูกดดันมาก “คุณซี” (นามสมมติ)” อายุ 17 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [14 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจอ้อม” เกี่ยวกับปัญหาการมีแฟนเป็นนักฟุตบอล แต่ถูกคุณพ่อของแฟนกีดกัน เนื่องจากกลัวว่าจะทำให้ลูกชายเสียสมาธิในการเดินตามเส้นทางสู่นักฟุตบอลอาชีพ โดย “คุณซี” (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีแฟนอายุ 15 ปี เขาเป็นนักกีฬา นักบอล แล้วเขาอาศัยอยู่กับคุณพ่อ เพราะพ่อแม่เขาแยกทางกัน บ้านเขาค่อนข้างมีฐานะ แต่เหมือนคุณพ่อเขาไม่ค่อยโอเคที่เขามีแฟน และพ่อเขาค่อนข้างเป็นคนหัวโบราณ เพราะด้วยความที่เขาคาดหวังกับลูกเขาว่าต้องเป็นนักบอลมืออาชีพ คบกันช่วงแรกๆยังไม่มีอะไร แค่พ่อเขาไม่ชอบ แต่ก็ไม่ได้พูดถึง แต่พอช่วงหลังๆเขากับพ่อทะเลาะกันทุกวันเพราะพ่ออยากให้เลิกกับหนู ช่วงนี้แฟนหนูเขาขึ้นมอสาม แต่มอปลายเขาวางแผนไว้แล้วว่าจะไปสายฟุตบอลเลย ก็เลยกลายเป็นว่าเขาต้องเข้มงวดและแข่งเยอะมากขึ้น พ่อเขาก็พูดว่าอยากให้แฟนหนูห่วงอนาคตตัวเอง หนูไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เพราะแฟนไม่ได้พูดให้ฟัง จนมีวันนึงหนูทะเลาะกับแฟน เขาก็ได้บอกเลิกหนู ที่ผ่านมาเขาไม่เคยบอกเลิกหนูเลย มากสุดคือการประชดกันเฉยๆ ตอนแรกหนูคิดว่าเขาก็คงเหนื่อยกับหนูแล้วก็คงไม่อยากไปต่อ แต่หนูก็ยังคาใจ ก็เลยทักไปถามว่าเหตุผลคืออะไร ขอชัดๆเลย เขาเลยบอกว่าก่อนที่เขากับหนูจะทะเลาะกันประมาณ 2 – 3 วัน พ่อเขามาพูดกับเขาจริงๆจังๆ ว่าให้เขาห่วงอนาคตตัวเองก่อน เรื่องนี้ยังไม่ต้องมีก็ได้ เขาเลยไม่มีทางเลือก ที่ผ่านมาหนูเข้าใจเขาว่าเขาต้องยอมพ่อตลอด เพราะพ่อเขาค่อนข้างเข้มงวดและกดดันมากๆ ตอนแรกหนูก็ต้องยอมรับสภาพ แต่หลังจากที่เลิกกัน 2 – 3 วันเราก็ยังคุยกัน เลยให้เขาลองไปเปิดใจคุยกับพ่อ แต่พ่อเขาก็ยังยืนคำเดิม จนเขาโทรไปปรึกษาแม่ เขาขอร้องแม่ให้ไปคุยกับพ่อให้หน่อย เพราะตัวหนูกับตัวเขาเองไม่ได้อยากเลิกกัน และค่อนข้างยอมรับได้ยาก เพราะการเลิกกันครั้งนี้มันไม่ใช่การตัดสินใจของเราสองคน เมื่อวานที่ผ่านมาพ่อเขาก็บอกว่า ให้มีได้ แต่ถ้าไม่รู้หน้าที่ตัวเองก็ให้เลิก ซึ่งก่อนหน้านั้นหนูพยายามที่จะให้เขาพิสูจน์ตัวเอง เพราะหนูไม่ทำให้เขาเสียอนาคตแน่นอน เวลาเขาไปซ้อม ไปแข่งหนูก็ไม่เคยไปขัดเขาเลย และหนูก็บอกฝั่งทางบ้านหนูด้วยว่าหนูคบอยู่กับน้องคนนี้ๆ หนูก็มีการชวนให้น้องมากินข้าวกับที่บ้านหนู แต่พ่อเขาก็ยังไม่ยอม ถึงจะมีแม่หนูด้วย เขาก็ไม่ไว้ใจ ทุกวันนี้พ่อเขายังยอมรับไม่ได้ว่าแฟนหนูมีหนู เหมือนแค่ยอมจำนน เพราะแม่ของแฟนไปพูดให้ หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูพอจะแก้อะไรได้บ้าง หรือ พอจะช่วยอะไรแฟนได้บ้าง? เพราะเขาไม่พูดเรื่องนี้กับหนูเลย เขาบอกว่าเขากลัวหนูไม่สบายใจเวลาพูดเรื่องพ่อเขา และอยากช่วยเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับพ่อเขาให้ดีขึ้น โดยที่ไม่ต้องเลิกกับหนู’ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็ต้องทำตามพันธะสัญญาที่หนูให้ไว้กับพ่อเขาว่าหนูจะทำให้แฟนหนูไปเป็นนักบอลตามที่พ่อเขาฝัน จะไม่หือ ไม่อือ ไม่ขัด หรือทำทุกอย่างเพื่อรั้งอนาคตเขาเลย เพราะพ่อเขาคิดว่าหนูคืออุปสรรคในการเป็นนักบอลของลูกเขา เพราะฉะนั้นที่เขายังยอมให้มีหนูได้ เป็นแฟนได้ หนูต้องทำทุกอย่างให้เขาเห็นว่าหนูไม่ทำให้เขาเสียอนาคต’ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ซีต้องเข้าใจเส้นทางนักกีฬาอาชีพ ชีวิตมันต้องสูญเสียอะไรไปเยอะเหมือนกัน ทั้งชีวิตส่วนตัว เวลาว่าง หรือแม้กระทั่งชีวิตวัยเด็ก จะไม่ค่อยได้ไปมีแฟน หรือไปดูหนัง และไม่ใช่แค่พ่อเขาที่กดดัน แต่เป็นตัวเขาด้วยที่กดดันตัวเอง ส่วนเรื่องการจะทำยังไงให้ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกเขาดี ระหว่างมีเราอยู่ ซีก็ต้องทำให้เขาเห็นว่าเพื่อนต่างเพศที่สนิทที่สุด การมีซี ดีกว่าไม่มี เช่น เราต้องไม่ทำตัวมีปัญหา’ “ดีเจอ้อม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ในวันที่เขายังอายุ 15 เขาอยู่ใต้หลังคาบ้านของพ่อเขา เขาต้องทำตามกฎของพ่อ อันนี้คือเรื่องธรรมชาติที่สุด พ่อเขาเลี้ยงลูก ถึงเราจะไม่ชอบ แต่นั่นก็คือกฎของบ้านเขา เพราะฉะนั้นหนูสามารถเป็นเชียร์หลีดเดอร์ให้เขาได้ คือ หนูจะต้องไม่ทำให้คนกลางอึดอัด ไม่บั่นทอนให้จิตใจเขาระส่ำ พร้อมจะเผชิญกับทุกสถานการณ์’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-