กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่... ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่

30 พ.ค. 2025

กำลังจะแต่งงานต้นปีหน้ากับแฟนที่คบกันมา 3 ปี เรากับเขารักกันดี แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่...

ครอบครัวของแฟนขอให้ลาออกจากงานที่มั่นคง มาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ให้ย้ายไปอยู่ร่วมกับ

ครอบครัวใหญ่ของฝ่ายชาย เราไม่ชอบทำอาหาร ทำงานบ้านเท่าไหร่ครอบครัวแฟนก็ค่อนข้างหัวโบราณ

และเข้มงวด ซึ่งเราไม่อยากทิ้งอาชีพที่รักด้วย จะปรับที่ตัวเราหรือถอยออกมาดี?

            “คุณจิ๊บ (นามสมมติ)” เป็นสายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับเรื่องปัญหาชีวิตคู่กับแฟนที่กำลังจะแต่งงานกัน แต่ครอบครัวของผู้ชายบอกให้ลาออกจากอาชีพที่มั่นคงมาเป็นแม่บ้านแทน

            โดย คุณจิ๊บ (นามสมมติ) ได้เล่าว่า ‘จิ๊บคบกับแฟนมา 3 ปี เราก็มีการงานที่มั่นคงกันทั้งคู่ มีแพลนที่จะแต่งงานกันแล้วในปีนี้ แต่ดันเป็นปีชงของแฟน ต้องเลื่อนการแต่งงานออกไปเป็นต้นปีหน้าแทน เลยปรึกษาแฟนว่าอยากให้ทางผู้ใหญ่คุยกัน เพราะจะได้วางแผนจัดการเรื่องงานแต่ง ปรากฏว่าพอจิ๊บไปคุยกับที่บ้านของแฟน เขาบอกว่า “เราเนี่ยใช่แล้วหรอ ดีรึยัง” ด้วยความที่จิ๊บไม่ได้คลุกคลีกับที่บ้านของแฟน เหมือนเขาก็ไม่ค่อยรู้จักเราดี แล้วที่บ้านเขาก็บอกมาว่า ถ้าแต่งไปก็อยากให้จิ๊บช่วยดูแลลูกชายเขาด้วยความเป็นห่วง แต่จิ๊บไม่อยากทำอาหาร แม่เขาบอกว่ามันเป็นหน้าที่ ขนาดเขายังต้องตื่นขึ้นมาทำกับข้าวอยู่เลย

            เราใช้ชีวิตเหมือนเป็นเจ้าหญิงที่บ้านของเรา เราคิดว่าทำงานแล้วค่อยเอาเงินมาจ้างเชฟไว้ทำอาหารดีกว่า ถ้าแต่งงานไปก็ควรจะทำได้ และจิ๊บต้องย้ายไปอยู่กับครอบครัวเขา แต่เรารู้สึกว่าอยากสร้างครอบครัวเองมากกว่า เพราะครอบครัวของแฟนเป็นครอบครัวที่ใหญ่มาก ขนาดพวกเขากันเองยังมีปัญหาภายในกันเยอะ เลยเป็นความกลัวว่าจะถูกเพ่งเล็ง เวลาทะเลาะกับแฟนก็กลัวจะโดนว่า และสุดท้ายเขาอยากให้เราลาออกจากงานของเรา

            ซึ่งเรารู้สึกงานของเรามั่นคงดี รายได้ก็โอเค เลยไม่เข้าใจว่าทำไม่เราต้องทำแบบนั้น แฟนก็อยากให้เราเข้าไปอยู่กับครอบครัวเขา ซึ่งเขาทำงานเยอะมาก เขาเลยอยากได้เพื่อนคู่คิด หรือ คนที่จะสามารถไว้ใจเรื่องเงินได้ จิ๊บแค่รู้สึกว่าถ้าไปทำงานกับแฟน เขาก็น่าจะให้เราเป็นเงินเดือนเหมือนกัน ก็ไม่รู้ว่ามันจะดีกว่ามั้ย เพราะเราก็เก่งในอาชีพของเราด้วย แฟนรู้สึกว่าอาชีพของเราก็ดี แต่เขารู้สึกว่าถ้าเราช่วยกันเราจะไปไกลกัน มากกว่านี้ ให้ค่อย ๆ ปรับ ถ้าเบื่องานของเราเมื่อไหร่ก็ค่อยมาช่วยงานเขาแทน จิ๊บก็สร้างบ้านของตัวเองเหมือนกัน แต่ก็เลือกที่จะไปอยู่กัยเขาเนื่องจากเขาขอไว้ แต่เราก็รู้สึกว่าช่วงแรกที่คบกันเรื่องแต่งงานมันดูง่าย คนรอบตัวที่แต่งงานก็บอกจิ๊บว่าปัญหาพวกนี้มันละเอียดอ่อน วันที่เราแต่งงานกันแล้วมันจะเป็นอีกเรื่อง เราคิดว่าหรือเราจะลองสักตั้ง แต่ทุกคนรอบตัวก็บอกว่าให้คิดดี ๆ พ่อแม่เขาก็มีเหตุผลแต่มันก็เป็นเหมือนผลของคนจีนที่โบราณหน่อย ส่วนเราเป็นเด็กยุคใหม่ที่เราเข้าใจเหตุผลขอลทุกคน จนบางทีเราก็คิดว่าหรือเราเองที่เป็นคนผิด ที่บ้านเขาบอกว่าถ้าแต่งกันแล้วก็ไม่มีวันเลิกกัน แต่จิ๊บมองความเป็นจริงมากกว่า แต่สุดท้ายจิ๊บกับแฟนก็รักกันมาก ระหว่างที่เราคบกันก็ไม่เคยทะเลาะกันเรื่องใหญ่ อยากถามว่าพี่ ๆ ดีเจว่า มีความคิดเห็นยังไง ถ้าสมมติว่าจิ๊บเป็นน้องสาวของพี่ ๆ’

            ซึ่ง ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ให้ลองข้าไปอยู่ในบ้านเขาก่อน ถ้ามันไม่เวิร์คก็แค่เลิก ลองไปเทสว่าจะอยู่กับพ่อแม่เขาได้มั้ย หรือ ลองแต่งงานไปเลยแล้วถ้าไม่ใช่ก็แค่หย่า ไม่ต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่เพราะอย่างน้อยถ้าวันนึงเลิกกัน อาชีพนี้จะทำให้จิ๊บมีรายได้ และเรื่องการอาหารมันไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้ามีเงินก็จ้างแม่บ้านเอา’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่จะบอกว่าให้ลองแต่งงานเข้าบ้านเขาไปอยู่ให้แน่ใจ แล้วให้ลองทำงานบ้านให้เขาเห็นว่าเราพยายาม แต่อย่าเพิ่งลาออกจากงาน อย่าไปฟังคำที่เขาพูดว่า มันจะไม่มีการหย่า’

            ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ต้องมีใครสักคนที่ต้องยอม เช่น พ่อแม่แฟนอาจจะต้องยอมปล่อยลูกชายออกไป หรือ คุณจิ๊บต้องยอมไปเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแทน แฟนคุณจิ๊บเลยสำคัญมากในการตัดสินใจครั้งนี้ แล้วคุณจิ๊บพร้อมที่จะชีวิตของตัวเองเพื่อไปเป็นสะใภ้ของครอบครัวนี้ได้มั้ย ถ้ายังไม่พร้อมก็ยากที่จะไปกันรอด’

            และสุดท้ายดีเจทั้ง 3 คนได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘ให้คุณจิ๊บลองเข้าไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของแฟนดูก่อน แต่อย่าเพิ่งมีลูกและห้ามออกจากงานเด็ดขาด’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

20 มิ.ย. 2025

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนู ไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขย ไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้

หนูถูกพี่เขย ชวนให้มีอะไรด้วยมา 5 ปีแล้ว หนูขับรถไม่เป็น ที่บ้านหนูจะต้องให้พี่เขยขับไปส่งหนูไปหาแม่ที่โรงพยาบาลในเมืองตลอด บ้านหนูอยู่ต่างจังหวัด เรื่องนี้บอกพี่สาวไปแล้ว พี่สาวก็เข้าข้างพี่เขยไม่สนใจอะไร เรื่องนี้แม่ก็รู้ แม่บอกว่า “เขาคงแหย่เล่นๆ หยอกเฉยๆ” พอบอกพี่สาวคนโตพี่สาวคนโตก็เคยโดนแบบนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้ย้ายออกบ้านมาสร้างครอบครัวแล้วไม่ได้เจอพี่เขยตอนนี้หนูแต่งงานมีสามีแล้ว เขาชอบมาถามว่า “เวลามีอะไรกับสามีเป็นยังไงบ้าง สามีโอเคไหม?”หนูควรจะทำยังไงต่อดีคะ “คุณอัน (นามสมมติ)” อายุ 31 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อวันพุธที่ผ่านมา [18 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่เขยที่ชอบมาขอมีอะไรกับเรา โดย “คุณอัน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ตอนนั้นเรายังไม่ได้แต่งงาน คือบ้านเรากับพี่สาวอยู่ใกล้กัน เรามักจะโดนพี่เขยชวนมีอะไรด้วย ปกติเราเป็นคนที่ขับรถไม่เป็นเวลาไปต่างจังหวัด หรือพาแม่ไปหาหมอ เลยมักจะไปกับพี่คนนี้ และแม่จะวานให้พี่เขยคนนี้พาไป เวลาอยู่สองต่อสอง เขาชอบชวนเราประมาณว่า “ไปรีสอร์ทไหม มีรีสอร์ทอยู่ข้างหน้า” “ไปนอนกับเขาไหม เดี๋ยวเขาจะให้เงินจ่าย” คือให้เงินเราเพื่อให้เราเอาไปใช้จ่ายหรือช็อปปิง ซึ่งพี่สาวเรารับรู้มาตลอด แต่จนถึงปัจจุบันเขาก็ยังไม่เลิกกัน ปกติแล้วพี่เขยมักมีพฤติกรรมที่มีบ้านเล็กบ้านน้อยมาเรื่อย ๆ เสมอ ซึ่งเรื่องที่พี่สาวเราได้รู้คือ วันนึงพี่เขยได้นอกใจไปทำแบบนี้กับคนอื่นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เรานะ อยู่ ๆ มาวันนึง วันนั้นมีแม่ พี่สาวคนโต พี่คนนี้ที่เป็นพี่สาวเรา และเรา แม่ได้พูดเรื่องที่จับได้ว่าพี่เขยเราได้นอกใจพี่สาว เราจึงยอมเปิดใจพูดคุยว่า “จริง ๆ พี่เขยเขาก็มีพฤติกรรมที่พูดจา ชวนเราไปทำอะไรแบบนี้เหมือนกัน” และพี่สาวคนโตก็พูดเสริมขึ้นมาอีกว่า “ทำกับเขาเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เล่นด้วยเหมือนกัน” พอพี่สาวที่เป็นภรรยาพี่เขยรู้เขาก็นิ่งและไม่พูดอะไรต่อเลย แม่จึงพูดขึ้นมาว่า “เขาคงแหย่เล่น คงหยอกเฉย ๆ” ตอนนั้นไม่รู้ว่าแม่คิดอะไรอยู่ หรือพยายามที่จะให้กำลังใจเราไม่ให้เราคิดเยอะ จนจบบทสนทนานี้ก็ไม่มีใครพูดและถามอะไรต่ออีกเลย พี่เขยเขายังคงพยายามทำพฤติกรรมแบบนี้กับเรามาเรื่อย ๆ ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ที่เรายังไม่ได้แต่งงาน เรามักจะไปนอนกับหลานที่เป็นลูกของพี่สาวเราที่บ้าน บางทีนอนบนโซฟาเราจะใส่กางเกงขาสั้น อารมณ์เหมือนชุดบอลผู้ชาย แล้วเขาเข้ามามาจับตรงต้นขาเรา เหมือนจะปลุกเราให้ตื่น ๆ เรารับรู้ได้เลยว่าเหมือนมีอะไรมาไต่ที่ขาเรา จนเราแต่งงานมีแฟน เขายังคงชอบถามเราประมาณว่า “เวลามีเพศสัมพันธ์กับสามีเป็นยังไงบ้าง โอเคไหม ?” พยายามจะพูดกับเราแต่เรื่องอย่างว่าให้ได้ เราก็ตอบไปประมาณว่า “ทั่วไป ไม่มีอะไรก็เหมือนกับที่เขาทำ ๆ กันนั่นแหละ” ส่วนใหญ่ถ้าเลี่ยงไม่ได้เราจะตอบแบบนั้น ไม่ก็ตอบว่า “อะไรอะ” แล้วเดินหนีไปเลย ซึ่งแฟนเรารับรู้ทุกอย่าง เพราะเราก็เล่าให้เขาฟัง จริง ๆ เขาก็พยายามปลอบใจเรานะ แต่แฟนก็ไม่ได้พูดอะไรไป เหมือนกับที่บ้านทำอะไรไม่ได้เลย เพราะพี่เขยคนนี้เขาเป็นคนที่ดีในสายตาของทุกคนในบ้าน คือไม่ได้เกี่ยวอะไรในเรื่องเงินนะ แต่แม่เขาก็รักของเขา และพี่สาวเราก็รักเขามาก จนตอนนี้ก็ยังไม่ได้เลิกกัน 5 ปีที่ผ่านมา เราพยายามที่จะพูดให้พี่สาวเลิก แต่พี่สาวไม่ยอมเลิก หลังจากที่พี่สาวจับได้เรื่องนอกใจ พี่เราร้องไห้นะ แต่อารมณ์เหมือนแค่อยากปรึกษา อยากระบายเฉย ๆ ไม่ได้อยากเลิก ขนาดพี่เขยเคยมีอะไรกับบ้านตรงข้าม พี่สาวยังไม่ยอมเลิกเลย แล้วรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอกไปแล้ว เพราะเขาเชื่อพี่เขยอย่างเดียว แล้วเหมือนพี่เขยบอกว่า “อย่าไปพูดคุยกับแม่กับน้องนะ” “อย่าไปหาแม่ที่บ้านนะ” อะไรแบบนี้ พี่สาวจะเชื่อและจะไม่มาเลยจริง ๆ บางที่สถานการณ์มันทำให้เราช็อค แล้วทำอะไรไม่ถูก จริง ๆ เราไม่ได้แคร์เขานะ แต่ยังไงคงต้องพึ่งพาเขาอยู่ดี บ้านเราอยู่ต่างจังหวัดมาก มันไม่ได้สามารถจ้างรถไรเดอร์ ไลน์แมนได้เหมือนในเมือง เราจะมีแค่คนในครอบครัว ส่วนแฟนเราก็ธุรกิจส่วนตัว บางทีเลยไม่สามารถช่วยเราในเรื่องนี้ได้ เราอยากปรึกษาดีเจทั้งสามคนว่า เรายังต้องเจอพี่เขยคนนี้อยู่ เพราะต้องพาแม่ไปหาหมอ แล้วไม่มีใครขับรถให้ หนูก็ยังต้องพึ่งเขา บางครั้งต้องอยู่กับเขาสองคนแล้วเขามักจะพูดจาสองแง่สองง่ามใส่ อยากถามว่าหนูควรรับมือ หรือพูดยังไงดีคะ?’ โดยดีเจทั้งสามคน (ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม) ได้ให้คำปรึกษาไปในทางเดียวกันว่า ‘ถ้าคุณอินพอมีพื้นฐานในการขับรถอยู่บ้าง ให้ไปเรียนขับรถ หรือจ้างให้คนมาขับรถให้ เพื่อที่จะไม่ต้องไปยุ่งกับเขาอีก นี่คือทางเลือกแรก แต่ถ้าในกรณีที่เลี่ยงไม่ได้ ยังต้องเจอกับพฤติกรรมนี้ของเขาอยู่ แนะนำให้แฟนคุณอันไปเปิดเลย เพราะว่านี่คือพฤติกรรมคุกคาม ถ้าทุกวันนี้ยังคงทำแบบนี้อยู่ พี่คงให้แฟนไปเปิดแล้ว เพราะยิ่งถ้าพี่สาวเราเมินเฉยขนาดนั้น ทำไมเราถึงยังเอาตัวเราไปตกเป็นเหยื่ออยู่ ถ้าวันใดวันนึงเขาหน้ามืด เกิดการเมาหรือทำอะไรไปมากกว่านี้ ไปทำกับคนอื่นในบ้านอีกจะทำยังไง รู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องยอม เพราะนี่คือการล่วงละเมิดทางเพศ และที่สำคัญคือทำกับคนในครอบครัวด้วยซ้ำ เราควรที่จะชัดเจนไปเลยว่าไม่ต้องแคร์ และบ้านนี้ควรมีใครสักคนต้อง Take Action อะไรสักอย่างให้เด็ดขาดในเรื่องนี้ ไม่ใช่ยอมรับไปเฉย ๆ ว่าคน ๆ นี้ทำแบบนี้ได้ และไม่มีใครทำอะไรกับเขาได้เลย พยายามคุยกับพี่สาวให้จริงจังไปเลย หรือพยายามเก็บหลักฐานเท่าที่จำเป็น เพราะเราควรทำอะไรสักอย่างเพื่อปกป้องตัวเราเอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ยังไงคะคุณแม๊! คบกับแฟนมา 5 ปี ย้ายไปอยู่บ้านแฟน แต่แม่แฟนใช้ชื่อแฟนเก่า เรียกเราทุกครั้ง ทั้งๆที่ชื่อไม่เหมือนกันเลย แฟนเก่าแฟนเค้าเคยคบกันมา 7 ปี จนตอนนี้เราอึดอัดย้ายออกจากบ้านแฟนมาแล้ว ล่าสุด แม่เพิ่งแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนใน Facebook ด้วย

22 มี.ค. 2024

ยังไงคะคุณแม๊! คบกับแฟนมา 5 ปี ย้ายไปอยู่บ้านแฟน แต่แม่แฟนใช้ชื่อแฟนเก่า เรียกเราทุกครั้ง ทั้งๆที่ชื่อไม่เหมือนกันเลย แฟนเก่าแฟนเค้าเคยคบกันมา 7 ปี จนตอนนี้เราอึดอัดย้ายออกจากบ้านแฟนมาแล้ว ล่าสุด แม่เพิ่งแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนใน Facebook ด้วย

“คุณปาล์ม (นามสมมติ)” อายุ 33 ปีสายที่ 3 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [20 มี.ค. 67] ได้โทรมาปรึกษา ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล และ ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับแม่แฟนชอบเรียกชื่อเราเป็นแฟนเก่าตลอด โดย “คุณปาล์ม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมา 5 ปี ทุกครั้งที่ต้องไปเจอแม่แฟนหรือพูดคุยกัน เขาจะชอบเรียกชื่อหนูเป็นชื่อแฟนเก่าของลูกชายเขาตลอด ปกติหนูแทนตัวเองว่าหนูตลอด แต่แฟนจะเรียกชื่อของหนู แล้วคุณแม่เขาก็ชอบไปแชร์รูปแฟนเก่าของแฟนเราด้วย เพราะเป็นรูปที่แฟนเก่าถ่ายกับหลานเขา หลานเป็นลูกของน้องชายแฟนที่แม่เคยเลี้ยง แต่หนูก็พยายามที่จะทำดีด้วย พยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีตลอด ตอนนี้หนูกับแฟนมีลูกด้วยกันแล้ว และก็แยกบ้านอยู่กับแม่แฟน แต่ก่อนที่จะแยกบ้านแม่เขาเคยพูดว่า ไม่ชอบเด็ก เกลียดเด็ก ไม่อยากได้ยินเสียงเด็ก หนูเลยแยกออกมาอยู่ที่อื่น เพราะหนูคิดว่า 5 ปีแล้วทำไมถึงยังเรียกผิดอยู่ แล้วหนูก็รู้สึกในใจว่าแม่เขาคิดอะไรเพราะแม่ก็อายุแค่ 55 เอง หนูอยากถามพี่ ๆ คิดว่าแม่เขาคิดอะไรไหมแล้วมีวิธีรับมือยังไงบ้าง คำแนะนำจากดีเจเผือก : มันแก้ไม่ได้หรอกกับคนที่ใช้ชีวิตมา 55 ปี มันมีแหละเวลาที่ผ่านไปแล้วจะชนะใจแม่ผัวได้ แต่ก็อย่าไปคาดหวังว่าทุกอย่างมันจะต้องดีขึ้นแบบที่จะต้องรักกันเอ็นดูกัน แต่ถ้าเราเปลี่ยนเขาไม่ได้เราก็ต้องเปลี่ยนที่ความรู้สึกของตัวเองว่าเราอย่าเอาความสุขของเราไปผูกกับปฏิกิริยาของเขามาก แล้วยิ่งได้แยกกันอยู่คิดว่าความปวดหัวมันลดไปเยอะเลยนะ คือจินตนาการว่าถ้ายังอยู่บ้านเดียวกันพวกคำพูดอะไรเหล่านี้คงจะทำร้ายเราแทบจะทุกวัน ซึ่งคำว่าทำร้ายเราต้องเข้าใจก่อนว่าบางทีเขาก็พูดไปเรื่อยนะ มันอาจจะไม่ถูกต้องถูกใจเราแต่บางทีเราก็ไม่รู้หรอกว่าเจตนาเขาเป็นแบบไหน เราฟังก็ไม่รู้หรอกว่าคาแรคเตอร์แม่สามีคุณปาล์มเขาเป็นแนวไหนกันแน่ พูดไปเรื่อย ปากร้ายใจดีหรือไม่ชอบหน้ากันจริง ๆ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุณปาล์มอยากเอาชนะใจก็เป็นตัวของตัวเองแหละ เพราะสุดท้ายแล้วถ้าเราเชื่อมั่นว่าตัวเราไม่ได้มาร้ายอะไร แล้วเราก็เป็นแม่ของหลานเขา เป็นเมียของลูกเขาวันนึงก็อาจจะดีขึ้นก็ได้ แต่คุณปาล์มไม่ต้องไปหวังว่าจะดีขึ้นอะไรมากมายเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องไปอยู่ใกล้อะไรมากมีความสุขกับสามีกับลูกของตัวเอง เดี๋ยวพอเขาอายุสัก 3-4 ขวบ คุณปาล์มก็จะมีความสุขกับลูกมาก เพราะเดี๋ยวเขาเริ่มพูดเอง มีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น อะไร ๆ ที่ออกมาจากปากเขามันจะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น ก็อยู่กับสิ่งที่สร้างความสุขให้เราอะไรที่มันทำให้เรารบกวนจิตใจมากก็เลี่ยง ๆ ไม่ต้องไปเจอ ส่วนเรื่องเรียกชื่อผิด ๆ ถูก ๆ อยู่ก็แทนชื่อตัวเองไปเลย ถ้ายังผิดอีกก็หายใจลึก ๆ และคิดว่าเขาเป็นแม่ผัวเราแค่นั้นเอง คำแนะนำจากดีเจเติ้ล : พี่เห็นด้วยกับพี่เผือกว่าต้องไม่คาดหวังว่าเขาเรียกเราถูก ทำตัวให้ชินไปเลยว่าถ้าฉันไปบ้านเมื่อไรฉันจะมีอีกชื่อนึง เพราะว่าตอนนี้เราไม่รู้ว่าที่เขาเรียกเพราะเขาหลงลืม เขาติดปากหรือเขาตั้งใจซึ่งคิดไปก็ปวดหัว แต่ตอนนี้หนูออกมาอยู่กับครอบครัวแล้วอะพี่ว่าก็แฮปปี้และที่เขายอมปล่อยออกมา แล้วยิ่งไปคาดหวังก็จะยิ่งเฮิร์ทป่าว ๆ สำหรับพี่ก็แค่คนคนนึงที่เราไม่ได้สนิทอะไรกับชีวิตมากก็ไม่ต้องคาดหวังว่าเขาจะมาจำอะไรเราหรอกสำหรับพี่นะ ถ้ามันจะทำให้พี่ะบายใจอันนี้ตอบแบบจริงใจ ถ้าตอบแบบขำ ๆ ปาล์มลองแทนตัวเองเป็นชื่อที่เขาเรียกไปเลย สมมติเขาเรียกหนูว่ากิ๊ฟ อ๋อค่ะกิ๊ฟก็ว่าอย่างนั้นแหละ ดูสิว่าเขาจะเอ๊ะไหม ถ้าเขาแกล้งจริง ๆ เขาก็คงแบบ อ้าวไม่ได้ชื่อกิ๊ฟแล้วทำไมแทนตัวเองว่ากิ๊ฟอะ ก็ลองดูว่าจะเอายังไง และ คำแนะนำจากดีเจต้นหอม : พี่ว่าแม่ผัวยังไม่ได้ร้ายอะไรมาก มันแค่มีปัญหาเล็กน้อยสำหรับการได้แม่ผัวอย่างนี้ แล้วเขาไม่ยุ่งกับเราคือเป็นบุญที่สุดแล้ว การที่เรามีครอบครัวและแม่ผัวไม่มาวุ่นวายกับเรานี่คือข้อดีที่ใหญ่มากมาทดแทน แต่ถ้าเรื่องนี้มันกวนใจ อันดับที่ 1 คือแทนชื่อตัวเองทุกครั้งแบบที่พี่เผือกบอก แทนตัวเองว่าปาล์มอย่างนู้น ปาล์มอย่างนี้ และอย่างที่ 2 ก็คือพี่เติ้ล ก็เป็นคนนั้นไปเลยไม่ต้องไปคิดว่ามันคือแฟนเก่า แต่มันชื่อซ้ำกันได้ไม่เป็นไรฉันชื่อนี้ได้ กับ 3 แสดงออกในเชิงสัญลักษณ์ไปเลยที่เกี่ยวกับชื่อคุณ ถ้าสุดท้ายแล้วไม่รอดจริง ๆ ก็เปลี่ยนที่ความคิดเราเพราะว่าสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเรา ชั่งน้ำหนักแล้วมันมากกว่าสิ่งเล็กน้อยนี้มาก แล้วให้ลูกเราเรียกว่า แม่ปาล์ม ๆๆ ทุกครั้ง หรือจริง ๆ เขาอาจจะลืมจริง ๆ ก็ได้เพราะเราก็ไม่ได้เจอเขาบ่อยขนาดนั้นเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

04 มี.ค. 2024

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้ว แต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็ก เอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุด กินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

ผมรำคาญ! มีพี่ที่ทำงานคนนึง อายุ 52 เป็นรุ่นพ่อแล้วแต่ยังแกล้งผม แกล้งรุ่นน้องผู้ชายในที่ทำงานเหมือนเด็กเอาน้ำแข็งหยอดใส่หลัง ดึงกางเกงให้หลุด เดินเตะขาให้สะดุดกินข้าวก็เอามือมาปัดตะเกียบ หลังๆเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เคยด่าอ้อมๆไปว่า“ถ้าผมด่าพี่ได้ ผมคงด่าไปแล้วครับว่า เป็น *** อะไร?” “คุณนัท (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี เป็นสายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 ก.พ 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม เกี่ยวกับปัญหาเรื่องพี่ที่ทำงานชอบแกล้ง โดย “คุณนัท (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘พี่ที่ทำงานอายุ 50 ปี ชอบแกล้งเหมือนเด็ก ๆ เช่น ดึงกางเกง ดึงผม ดีดหนังยาง ดึงหู บางที่ผมกำลังกินข้าวก็เอามือมาปัดแขนผม เพื่อให้ข้าวหล่น เอาน้ำแข็งใส่เสื้อ สกัดขาผมให้ล้ม เอานิ้วแหย่ก้น เอาปากกาเมจิกมาขีดแขน ผมก็รำคาญ ซึ่งผมเป็นคนหุ่นหมี พี่เขาตัวเล็กและอายุเยอะกว่า ผมจึงแกล้งเอาคืนพี่เขาไม่ลง วันไหนที่ผมต้องทำงานกับพี่เขาจะโดนแกล้งประมาณ 20 ครั้งต่อวัน ซึ่งคนอื่นก็โดนแกล้ง แต่ก็จะตะคอกและด่าพี่เขากลับ ด้วยความที่พี่เขาอายุเยอะกว่าผม เลยมีความเกรงใจ ผมจึงไม่ค่อยด่า แต่ผมก็เคยบอกกับพี่เขาไปว่า “ผมรำคาญ” พี่เขาก็หัวเราะ เห็นว่าผมอารมณ์ไม่ดีก็จะหายไปซักพัก พอเห็นว่าผมอารมณ์ดีแล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก ผมก็เคยด่าเขาแต่ด่าแบบอ้อม ๆ พี่เขาก็เหมือนไม่รู้ตัว บางทีผมก็มีแกล้งเล่นกันกับเพื่อนที่ทำงาน แกล้งกันไปแกล้งกันมา ผมก็ไม่ได้โกรธอะไรเพื่อน แต่ถ้าพี่เขาแกล้งผมแล้วผมแกล้งพี่เขาคืน พี่เขาก็จะโกรธและงอนเหมือนเด็ก ทำฟึดฟัด ไม่พอใจ ผมก็ไม่ขอโทษเวลาที่พี่เขางอน เขาก็จะหายเอง แล้วก็จะกลับมาแกล้งผมอีก ตอนที่พี่เขาอยู่กับคนที่อายุใกล้ ๆ กันก็ปกติ แต่จะชอบแกล้งแค่คนที่อายุน้อยกว่า ผมไม่ได้โกรธพี่เขาแต่แค่รำคาญ บางทีก็โมโหเพราะดึงหัวครั้งแรก ครั้งที่สอง ผมก็ไม่ได้อะไร แต่พี่เขาดึงย้ำ ๆ บ่อยจนผมโมโห แล้วเขาก็จะหายไป พอผมอารมณ์ดีก็จะกลับมาอีก ผมก็สงสารพี่เขาเพราะพึ่งเข้ามาทำงาน ไม่ค่อยมีเพื่อน แต่บางทีก็ทำเกินไปจนผมโมโห มีครั้งหนึ่งผมอยากแกล้งพี่เขาคืน ก็มีการคุยกันประมาณว่า ผมให้พี่ดีดหนังยางใส่ผม 3 ครั้ง แล้วผมขอดีดพี่ครั้งเดียว แล้วพี่ห้ามโกรธ พี่เขาก็ตกลงแต่จะขอเป็นคนเริ่มก่อน พอพี่เขาดีดหนังยางใส่ผม 1 ครั้ง ก็บ่ายเบี่ยงว่ายังดีดไม่ครบ 3 ครั้งยังไม่ให้ผมดีดคืน ก็เลยอยากปรึกษาดีเจทั้ง 3 คนว่าผมควรทำยังไงให้พี่เขาหยุดแกล้งหรือจะเอาคืนพี่เขายังไงดี? ซึ่ง ดีเจทั้ง 3 คน ก็ให้คำปรึกษาว่า ‘พวกพี่ก็จะรีแอคให้เขารู้ไปเลยว่าที่โดนแกล้งอยู่มันไม่สนุก ซึ่งการกระทำของคุณนัทที่ทำทุกวันก็เหมือนเล่นกับพี่เขาไปด้วย แต่บางทีก็เกินไป ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าเราก็สนุกกับการเล่นกับพี่เขาในบางวัน เวลาแกล้งกันก็แบบนี้ อาจมีเลยเถิดไปบ้าง แต่เท่าที่ดูคุณนัทก็มีความปราณีกับพี่เขาอยู่ อยากให้เล่นกับพี่เขาต่อไป ไม่ต้องไปโกรธพี่เขา วันที่สนุกก็สนุกด้วยกัน แต่ถ้าไม่เล่นก็ต้องไม่เล่นเลยตั้งแต่แรก และต้องพูดกับพี่เขาแบบจริงจังหรือพูดตรง ๆ ไปเลยว่า “ผมรำคาญและทำงานอยู่ ผมไม่ได้มีอารมณ์เล่นกับพี่ได้ทุกครั้งนะ แต่ถ้าพี่ยังแกล้งผม ต่อไปนี้ผมจะแกล้งคืนแล้วนะ พี่จะได้รู้ว่ามันรู้สึกยังไง” เตือนพี่เขาก่อน แต่ถ้าเขายังแกล้งอีกก็แกล้งเขาให้หนักกว่าที่พี่เขาแกล้งเรา ให้พี่เขารู้ว่าเขาต้องหยุด ถ้าเราแกล้งคืนแล้วพี่เขางอน ก็ให้คุณนัทแจ้งกับฝ่ายบุคคล...’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

พีคในพีค อีก 3 วันต้องแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งจับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีก 2 คน พอยกเลิกงานแต่ง เพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ แต่สามีไปบอกทุกคนรอบตัวว่า ที่เลิกกันเพราะผู้หญิงดื่มจนแท้งลูก

17 พ.ย. 2023

พีคในพีค อีก 3 วันต้องแต่งงานแล้ว แต่เพิ่งจับได้ว่าสามีมีผู้หญิงอีก 2 คน พอยกเลิกงานแต่ง เพิ่งรู้ว่าตัวเองท้อง ตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ แต่สามีไปบอกทุกคนรอบตัวว่า ที่เลิกกันเพราะผู้หญิงดื่มจนแท้งลูก

“คุณน้ำ (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (15 พ.ย. 66) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม กับปัญหาที่แฟนนอกใจ โดย “คุณน้ำ (นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘จริงๆ แล้วเรากำลังจะแต่งงานกัน แต่จับได้ว่าเขามีคนอื่นอีก 2 คน ถึงขนาดพาไปเจอที่บ้าน ไปนอนที่บ้าน ไปกินข้าวกับน้องสาวเขากันแล้ว แต่ผู้หญิงทั้ง 2 คนนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนี้มีเราอยู่ จะรู้แค่ว่าผู้ชายเขามีอีกไอจี มีอีกเฟส มีอีกเบอร์โทร มีอีกไลน์นึง เราคบกับเขามา 3 – 4 ปีแล้ว กำหนดวันแต่งงานเราคือ วันเสาร์ 18 ที่จะถึงนี้ เรารู้เรื่องที่เกิดนี้มาประมาณ 4 เดือนมาแล้ว และเรื่องราวนี้ กับคนแรกเขาคบกันมา 3 เดือนแล้ว ส่วนอีกคนคบกันมาประมาณ 1 เดือน ก่อนหน้านั้นเราก็ไม่เคยเอะใจเลย เราเหมือนแค่แบบรู้สึกว่าเขากลายเป็นคนที่รับสายตอนกลางคืนยากขึ้น เราจะเจอกันแค่วันศุกร์เสาร์ วันธรรมดาเราจะแค่โทรหากัน แต่จะรู้สึกว่าทำไมช่วงเย็นๆ รับสายยากจัง กว่าจะโทรกลับก็นานจัง นอนไวจัง หรือบางทีกว่าจะมาหาก็ทำไมขับรถนานจัง หรือบางทีไปกินเหล้ากับเพื่อนทำไมถึงกว่าจะกลับมันนานจัง แค่ประมาณนั้น บางทีเขาจะบอกแค่ว่าแบตโทรศัพท์หมดแล้วก็หายไปเลยก็มี ตอนนั้นก็เป็นช่วงที่ Pre Wedding เรียบร้อยแล้ว เตรียมการ์ดแต่งงานแล้ว ก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้ว่าเขามีพฤติกรรมแบบนี้มาก่อนไหมหรือว่ามีแต่เราจับไม่ได้ งานแต่งนี้เราก็ตกลงกันทั้ง 2 ฝั่ง เริ่มดำเนินการกันตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ที่เริ่มจับได้คือมีคนมาบอกว่า “คิดดีๆ นะน้ำ มันมีคนอื่น” หลังมีคนมาบอกแบบนั้น เราเลยเริ่มเช็คจากใช้แอพเช็ค Location ติดตามไปโดยบอกเขาว่า “ช่วงนี้เราทำงานเราอาจจะต้องไปไหนมาไหนโดยที่เราอาจจะลืมบอก เดี๋ยวดู Location เราจากตรงนี้แล้วกันจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง เราก็ดูของเธอ เธอก็ดูของเรา น่ารักดีออก” เขาก็ยอม แต่ว่าเขามีโทรศัพท์ 2 เครื่อง ตั้งไว้ในอีกเครื่อง แต่ใช้อีกเครื่อง เครื่องที่ตั้งไว้ก็วางไว้ที่ห้อง อีกเครื่องนึงก็ใช้ไปหาอีก 2 คนนั้น ก็รู้สึกว่าแอพพึ่งไม่ได้แล้ว ก็ให้เพื่อนขับรถตามไป แต่ตอนนั้นตัวเราอยู่ต่างประเทศ เราก็คิดว่าก่อนหน้านั้นเขาก็ขับรถมาส่งเราที่สนามบิน พอเสร็จแล้วก็ขับไปหาผู้หญิงคนนั้นเลย เราก็รู้สึกแล้วว่าที่มันไม่รับสาย ที่ Location มันหายๆ เราก็รู้สึกแปลกๆ แล้ว ก็เลยให้เพื่อนไปตาม แต่วันแรกเพื่อนก็ยังตามไม่เจอ ผู้ชายก็รับผู้หญิงมานอนที่บ้าน แล้วก็จะโทรหาเราเป็นช่วงๆ เหมือนกับช่วงที่ผู้หญิงเข้าห้องน้ำเขาถึงจะโทรมา จังหวะที่เราจับได้เลยคือ เขาจองทริปไปเที่ยวต่างจังหวัดกับผู้หญิงคนนั้นแล้วตอนนั้นก็ให้เพื่อนตามไปอีก ก็เจอเขานั่งอยู่ด้วยกันบนรถ แล้วเพื่อนเราก็เข้าไปถามว่า “ไปไหนกันหรอคะ” แล้วเราก็วิดีโอคอลไป ผู้ชายก็ตอบกลับมาว่า “กำลังจะพาเพื่อนไปส่งที่บ้าน ฝนมันตก” เราก็ถาม “แล้วเพื่อนมาไงอะ” เขาตอบกลับมาว่า “เพื่อนก็นั่งวินมา” เราเลยบอกว่า “งั้นเปิดประตูรถให้ดูหน่อยสิ” คือเขาจองทริปไปทะเล ถ้ากลับบ้านมันจะมีแค่กระเป๋าใบเดียวที่ลีบๆ แบนๆ แต่ถ้าไปทะเลต่อให้คืนเดียวกระเป๋าก็ต้องอลังการแน่นอน หนูก็ “เปิดประตูสิขอดูหน่อย” เขาก็บอกว่า “ไม่ได้เดี๋ยวทะเลาะกับเพื่อน” เราก็คิดว่าใครมันจะไปทะเลาะกับเพื่อนเพราะว่าเปิดประตูให้แฟนดู มันไม่มี ผู้ชายเขาก็เลยขึ้นรถแล้วก็ขับรถหนีไปเลย แต่ว่าเรามีเบอร์โทรของผู้หญิงเราก็เลยโทรคุยกัน ก็เลยโป๊ะ พอคนแรกจับได้ เขาก็ทักไลน์มาบอก “ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ เรายังมีโอกาสอยู่ไหม” แต่อีกวันนึงเขาก็ไปอยู่กับอีกคนนึง เราก็ไม่ได้ให้โอกาสเขา แต่ก็ยังไม่ได้บอกเลิก เพราะว่ามีหมาด้วยกันอยากจะไปเอาหมาก่อน และตอนนี้ก็เลิกกันแล้ว แต่ว่ามันมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับหนูอีก หลังจากที่หนูเข้าไปเก็บของออกมาเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นอีก 3 วัน รู้สึกว่าตัวเองแปลกๆ ก็เลยพึ่งทราบว่าตัวเองตั้งครรภ์ ตอนนั้นก็เริ่มให้โอกาสเขาแล้ว แต่มันก็ยังติดอยู่ในใจ เราไม่ได้อยากได้ผู้ชายคนนี้ ตอนแรกก็อาจจะยังไม่ยกเลิกงานแต่งหรือยังไงดี แต่พอถึงเวลาจริงๆ ก็แบบเขาลืมวันฝากครรภ์ อยากให้เราออกค่าคลอดเอง เขาก็แสดงความเป็นพ่อแต่แบบว่าเราช่วยดูแลแต่เงินตรงนี้เธอออกไปก่อนได้ไหม เราก็เลยตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์โดยที่ไม่บอกเขา บอกเขาไปแค่ว่า “เราแท้ง” แต่หลังจากนั้นแม่เขาโทรมาบอกว่า “อ้าวฉันนึกว่าที่เลิกกันนี่เป็นเพราะแก ฉันได้ยินมาแค่ว่าแกกินเบียร์จนเด็กออก” เราก็อธิบายไปว่าทำไมถึงยกเลิกงานแต่งจริงๆ เขาก็ช็อกไปแล้วก็ขอโทษแทนลูก น้ำควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง เหมือนน้ำโดนกระทำขนาดนี้ แล้วการที่น้ำตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์มันก็ยากมากแล้วนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เจอมันก็เหนื่อยมากๆ แล้ว จะจัดการความรู้สึกตัวเองยังไง เขาไม่ได้บอกแค่แม่เขา เขาบอกทุกคนรอบข้างเขา ว่าเรากินเบียร์จนแท้ง ข้อมูลที่เขากระจายออกไปมันเป็นแบบนี้หมดเลย ไม่ว่าจะเป็นใครที่เราลองทักไปถามเขาก็จะตอบกลับมาว่า “อ้าว ผมก็เข้าใจแบบนั้น” เราควรจะจัดการความรู้สึกตัวเองหรือว่าเราควรไปแก้ตัวกับคนเหล่านั้นดีไหม หรือว่าเราควรจะทำยังไงดี แต่เราไม่ชอบเลยในการที่เราเหมือนเป็นคนที่แบบ…ระยำ ทำไมเราเป็นคนผิด เหมือนการที่เลิกกันเป็นเพราะว่าเรากินเบียร์จนเราเลิกกัน ไม่โทษตัวเองเลย ทำไมเราถึงได้รับสายตาแบบนั้น จริงๆ เราเป็นคนถูกกระทำนะ แล้วเขาก็มีทักมาบอกว่า “ถ้าคนมันรักกันจริงอะนะ แค่นอกใจอะ ให้อภัยมันก็ได้แล้วเปล่าวะ ถ้ารักกันจริง”’ ซึ่งงานนี้ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘อันนี้เข้าใจ เมื่อก่อนก็เป็น ถ้าใครมาว่าร้ายให้ร้าย หรือว่ามีข้อมูลบางอย่างที่มันออกไปแล้วมันไม่ตรงกับที่เราเป็นจริงๆ เราไม่ได้เป็นแบบนั้น เราจะดับเบิ้ลความหงุดหงิด ความไม่อยากให้ข้อมูลมันผิด เพราะเรารู้อยู่แกใจว่ามันไม่ได้เป็นแบบนั้นมันกระจายออกไป แม่งโคตรหงุดหงิดเลย กูไม่ได้ทำอะ ถ้าทำแล้วมันกระจายออกไปเราก็จะเข้าใจเพราะเราทำ แต่ว่าอันนี้ยิ่งมันเป็นความเป็นความตายของชีวิตนึงด้วย แล้วเราหนักขนาดไหน คนเป็นคนที่ตั้งครรภ์แล้วต้องยุติการตั้งครรภ์อะ เข้าใจคำน้ำที่ว่ามันหนักมากแล้วนะ แล้วการที่เราตัดสินใจแบบนี้ ถ้ามันไม่เหลือ… จริงๆ ก็คงไม่ทำ อันนี้เข้าใจเลย พอข้อมูลมันถูกถ่ายทอดออกไปในวงที่มันก็ไม่ใช่วงของเราที่เราจะชี้แจงอะไรได้ กำลังชั่งใจว่าถ้าเป็นตัวเอง ผมก็เป็นคนไม่ชอบเหมือนกัน ก็อาจจะชี้แจงเหมือนกัน แต่…ก็คงจะเป็นบางคนที่เรารู้สึกว่าเราอยากให้เขาได้รับรู้ความจริง อาจจะเป็นคนที่เราแคร์อะไรแบบนี้ น้ำลองประเมินแล้วกัน ในวงเหล่านั้นมันก็อาจจะมีใครบางคนที่น้ำรู้สึกแคร์มากๆ ไม่อยากให้เขาเข้าใจผิด แล้วมันก็จะมีใครบางคนที่ช่างแม่งเหอะ จะคิดอะไรก็เรื่องของมัน ต่อให้เราอธิบายก็ไม่รู้ว่ามันจะเชื่อเราหรือเปล่า แล้วต่อให้มันเชื่อหรือไม่เชื่อจะมีประโยชน์อะไรต่อชีวิตเราเปล่า พวกนั้นตัดไปเลย เราคัดไว้เฉพาะคนที่เรารู้สึกว่าถ้าเขาเข้าใจผิดมันจะทำให้ความสัมพันธ์เปลี่ยนแล้วน้ำไม่โอเค คนบางคนความสัมพันธ์เปลี่ยนน้ำอาจจะรู้สึกว่าช่างมันเปลี่ยนก็เปลี่ยนไป ก็ถือว่าตัดทั้งคนที่ไม่ดีก็คืออดีตแฟน กับมิตรที่อยู่ในวงเดียวกันมันก็เหมือนคนที่คล้ายๆ กัน ถ้าคิดแบบนี้น้ำก็อาจจะไม่ต้องแคร์เขามาก ก็แจ้งเฉพาะคนที่เราแคร์ก็พอ เราจะได้สบายใจในส่วนหนึ่งของเรา’ ต่อมาเป็น “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ก็เข้าใจในความรู้สึกน้ำที่ได้เผชิญอยู่ตอนนี้ มันโกรธ มันโมโห มันผิดหวัง พี่ว่ามันมีหลายความรู้สึกมาก ก็เป็นกำลังใจให้น้ำก่อนที่จะให้คำปรึกษา ว่าสิ่งที่เจอมันต้องใช้เวลาในการเยียวยาตัวเองกว่าที่จะกลับมาได้ เพราะว่าเรื่องมันก็เพิ่งเกิดขึ้น ทั้งเรื่องนอกใจ ทั้งเรื่องที่จะต้องตัดสินใจยุติการตั้งครรภ์ไป สำหรับพี่ พี่เห็นด้วยกับพี่เผือกเรื่องที่ว่า น้ำอาจจะไม่สามารถไปควบคุมข่าวลือที่มันแพร่สะพัดออกไปได้ตอนนี้ เพราะว่าตอนนี้มันได้ถูกจุดไฟไปแล้ว แต่ว่าเราอาจจะต้องเลือกว่าเราแคร์ใครบ้าง อย่างที่พี่เผือกบอกเราไม่สามารถไปแคร์ได้ทุกคน น้ำคิดง่ายๆ เหมือนดาราที่เขามีข่าวลือแล้วมันไปทั้งประเทศแล้วการที่เขาจะมานั่งไล่ตามแก้ทีละคน ตายพอดีมันมีชีวิตปกติไม่ได้หรอก แต่ว่าพี่แค่รู้สึกเหมือนพี่เผือกว่าเราต้องเราจะต้องดูว่าคนไหนที่เรารู้สึกว่าเราแคร์จริงๆ เขาควรจะได้รับรู้ความจริงนั้น เพราะเราไม่อยากให้เขามองเราในมุมที่มันไม่ใช่เรา ในขณะที่น้ำบอก คนอื่นที่มันอยู่นอกวงที่มันเป็นเพื่อนฝั่งเขา พี่คิดว่ามันก็ไม่มีประโยชน์ที่จะพยายามไปเข้าหาเขาเพื่ออธิบาย พี่ว่าก็เท่านั้น เขาไม่ได้รักเราไม่ได้แคร์เราอยู่แล้ว เอาคนที่เรารู้สึกว่าเราอยากให้คนนี้เข้าใจว่าเราไม่ได้เป็นแบบนั้น มันน่าจะง่ายกว่า พี่คิดวิธีช่วยนะ พี่ว่าการที่จะไปบอกทีละคนมันเหนื่อยนะ หนูมีช่องทางที่เรามีแต่เพื่อนที่เราแคร์ ก็พิมพ์เล่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นในมุมของหนูก็ได้ ด้วยสังคมโซเชียลทุกวันนี้เดี๋นวเรื่องมันจะถูกแชร์ไปเอง คนมันจะปะติดปะต่อได้เอง พี่ว่าสุดท้ายแล้วกระบวนการกลไกมันจะทำงานของมันเอง แต่ว่าตอนนี้หนูได้ทำเพื่อให้หนูสบายใจแล้วว่าหนูได้บอกเล่าเรื่องจริงที่มันเกิดขึ้นแล้ว’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งนี้จะมอบให้กับน้ำ ก็คือ สมมติว่ามีน้ำอยู่ในแก้วแล้วเราถือน้ำอยู่ เราอยากรู้ว่าน้ำนี้มันหนักไหม หยิบน้ำขึ้นมาแล้ววางแก้ว เราก็ไม่ได้รู้สึกหนักอะไรมากมาย ถ้าเราถือน้ำแก้วเดิมแล้วถือไว้อยู่อย่างนั้น ยิ่งนานเท่าไหร่เรายิ่งเมื่อย เรายิ่งงรู้สึกว่ามันหนักทั้งๆ ที่ปริมาณน้ำมันก็เท่าเดิม ฉะนั้น วิธีการจัดการของน้ำก็คือ ปล่อยวางสิ่งเหล่านี้ไม่ให้ทำร้ายเรา นี่เป็นวิธีคิดสำหรับน้ำ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-