คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลย สุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก" ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา...

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลย สุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก" ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา...

15 มี.ค. 2024

คบสามีมา 15 ปี มีลูก 2 คน ช่วงที่เรามีหนี้ สามีลากกระเป๋าออกบ้านไปเลย

สุดท้ายมีผู้หญิงอีกคน สามีบอก "เธอต้องยอมรับนะ ถ้าเธอไม่มีหนี้วันนั้น ฉันคงไม่เจออีกคนหรอก"

ตอนนี้สามีอยากกลับมาหาเรา แต่ผู้หญิงคนนั้นโทรมา

"ตอนสามีพี่อยู่กับหนูเขาก็พูดถึงแต่พี่" ขออยู่กัน 3 คนผัวเมีย

          “คุณเค (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (13 มี.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาความสัมพันธ์กับแฟน

          โดย ​“คุณเค (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูใช้ชีวิตอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งมา 15 ปี เราเป็นแฟนกันตั้งแต่หนูอายุ 17 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน ตลอดเวลา 15 ปี เราก็ใช้ชีวิตของเรา มีปัญหามากมายเข้ามา เขาก็ทะเลาะวิวาท ไปติดคุก เราก็รอเขาอยู่ 3 - 4 ปี จนเดินทางมาถึงเดือนตุลาคม - พฤศจิกายนปลายปีที่แล้ว หนูมีปัญหาเรื่องหนี้สิน บริหารการเงินผิดพลาด มันมาจากหนี้ก้อนเล็ก ๆ เหมือนเรายืมเงินจากเจ้านี้ไปจ่ายเจ้านู้น ก็เลยกลับกลายเป็นงูกินหาง แล้วทีนี้เขาก็มีการถามหนู แต่หนูบอกเขาไม่หมด จนวันหนึ่งเขามารู้ความจริง หนูก็คิดว่าเขาน่าจะช่วยหนูแหละ แต่เขากลับเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ที่มีในบ้านออกไป แต่การไปของเขาคือ เรายังไปมาหาสู่กัน ยังมารับไปกินข้าว ไปนอนด้วยกัน เราก็ไม่ได้เลิกขาดแต่เราแค่ห่างกัน แล้วเขาก็บอกหนูตลอดว่า เนี่ยเธอก็ไปจัดการของเธอให้เสร็จนะ แล้วเดี๋ยวเราก็กลับมาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน

            วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 เราตกลงเป็นแฟนกัน จนมาถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567 วันนั้นหนูรู้สึกไม่อยากไปทำงาน เลยโทรไปถามเขาว่า อยู่ห้องหรือเปล่า? ด้วยความที่เขาออกจากบ้านไปเช่าห้องอยู่ เขาก็บอกว่า ไม่ได้อยู่ห้อง หนูก็บอกว่า ไม่อยู่ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่ต้องล็อคห้องนะ เดี๋ยวจะไปนอน เขาบอกว่า ไม่ต้องมา ออกมาแล้ว ซึ่งหนูก็รู้สึกว่ามันต้องมีอะไรสักอย่าง หนูก็ไปถึงปุ๊บ เห็นรถเขาจอดอยู่ หนูก็เลยไลน์ไปถามอีกว่า อยู่ห้องหรือเปล่า? เขาบอกว่า ไม่อยู่ ออกมาแล้ว หนูก็เลยถามตัวเองว่า ยอมรับได้หรือเปล่าถ้าต้องเจออะไร ก็เลยเลือกที่จะรออยู่ตรงนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ก็คิดในใจว่าขึ้นไปดีกว่า แล้วหลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนในหนังเลย พอหนูผลักประตูเข้าไปในตัวอาคาร เขาเดินลงมาด้วยกัน 2 คนจากบันไดขั้นสุดท้ายพอดี พอเขาเห็นหนู เขาดึงมือผู้หญิงคนนั้นไว้ข้างหลังเขา หนูก็เลือกที่จะไม่พูด ไม่ถามอะไรสักคำ แล้วเดินหันหลังมาเลย หนูได้แต่บอกตัวเองว่ามันจบแล้ว และหนูก็ไม่ติดต่อเขาไปอีก

            จนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เขาไลน์มาว่า เธอพรุ่งนี้วันวาเลนไทน์นะ อยากได้อะไรหรือเปล่า? เขาอยากให้หนูเป็นครั้งสุดท้าย หนูก็ตอบไปว่า ไม่อยากได้อะไรเลย เพราะสิ่งที่ขอ ได้ขอไปหมดแล้ว ไม่เอาแล้ว เขาก็บอกว่า งั้นดูแลตัวเองดี ๆ แล้วกัน หนูก็มาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เช่าห้องเล็ก ๆ อยู่คนเดียว เพราะบางวันเราเลิกงานดึก เผื่อไม่ต้องกลับบ้าน ส่วนลูกอยู่กับพ่อ-แม่ของหนู

            วันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พอหนูขับรถจากที่ทำงานมาถึงหอพัก รถเขาก็จอดอยู่ หนูก็ตกใจว่าเขามาได้ยังไง เขาก็บอกว่า ทุกวันเขาไปแอบดูหนูที่ทำงาน แล้วก็สะกดรอยตามจนรู้ว่าหนูอยู่ที่นี่ ตลอดเวลาตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้เขาพูดตลอดว่า ขอเวลาได้ไหม สัญญาด้วยชีวิตว่าวันหนึ่งจะกลับมา ขอโอกาสได้ไหม? ซึ่งหนูก็บอกเขาไปว่า ให้เวลาได้แต่ไม่นานพอถึงกับไม่มีกำหนด แล้วมันคาราคาซังแบบนี้ตลอดเวลา ทุกครั้งที่เขามาหาหนู เขาก็จะพูดแบบนี้ ซึ่งหนูไม่อยากจะเชื่อในคำพูดเขาแล้ว เพราะการกระทำของเขามันทำให้เห็นชัดแล้วว่า เขาไม่กลับมาหรอก...

            แต่ด้วยความที่เราอยู่ด้วยกันมานาน ทุกครั้งที่เขาจะมา เหมือนเราใจอ่อนปล่อยให้เขามา ทุกครั้งที่หนูเริ่มที่จะอยู่ได้ พอเขามาหนูต้องเริ่มต้นใหม่อีก แต่หนูก็ได้บอกสิ่งที่ต้องการกับเขาไปแล้วว่า ถ้าคุณจะไป คุณไปจากเราได้เลย ไม่ต้องหันหลังกลับมา ซึ่งเขาก็บอกว่า เขารู้แค่ว่าเขาไม่มีวันทิ้งหนู เขาไปจากหนูไม่ได้ เขาไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้น แต่เขาก็คิดถึงหนู แต่หนูบอกว่า ไม่เป็นไร ถ้าจะไปคุณไปให้สุดเลย แต่ถ้าวันหนึ่งคุณอยากกลับมา คุณต้องมาแบบ 100% เขาก็บอกว่า ขอได้ไหมอย่าเป็นแบบนี้ ช่วยยอมรับหน่อยได้ไหมว่ามันเป็นความผิดของหนู ถ้าวันนั้นหนูไม่เป็นหนี้ ไม่มีปัญหาชีวิตแบบนั้น เขาก็ไม่ออกจากบ้านมาหรอก เราก็มีความสุขกันดี แต่วันนี้ที่เขาไปมีคนอื่นมันเป็นเพราะหนู

            ในเรื่องของความเป็นพ่อ เขาก็เป็นพ่อที่ดีในระดับหนึ่ง เขาส่งเงินมาให้ตลอดทุกอาทิตย์ แต่ตอนที่ลูกอยู่กับพ่อ-แม่ของหนู เราก็ไม่ได้ห่างกัน เพราะบ้านเราอยู่ตรงข้ามกัน เมื่อก่อนเราทำงานกลางคืน ช่วงกลางวันลูกจะอยู่กับเรา เราจะไปส่งลูกที่โรงเรียน ไปรับลูกมาอยู่ด้วยกัน พอถึงเวลานอนแค่นั้นที่จะให้อยู่กับตายาย

            หลังจากนั้นเขาก็บอกว่า เขาเลิกกับผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ เขายอมรับว่ารักผู้หญิงคนนั้น แต่รักหนูมากกว่า วันที่หนูจับได้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ทางผู้หญิงคนนั้นโทรมาหาหนูว่า พี่จะเอายังไง? หนูก็บอกว่า พี่ต้องเอาสามีพี่คืนสิ เขาก็บอกว่า ไม่ให้ ก็นี่จะเอาเหมือนกัน หนูก็บอกว่า พี่ก็ไม่อยากแย่งผู้ชายกับใครนะ แม้ผู้ชายคนนี้จะเป็นสามีพี่ก็ตาม ถ้าหนูจะเอาก็เอาไปเถอะ จนเมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ผู้หญิงคนนั้นได้โทรมาหาหนูและถามว่า พี่คิดว่าเราจะใช้ชีวิตกันแบบ 3 คนได้ไหม เพราะเขาก็ยังคิดถึงพี่ พี่จะรับได้ไหม? หนูก็บอกว่า รับไม่ได้ ไปอยู่กันเถอะ หนูอยากถามว่า หนูจะทำยังไง ให้ตัวเองเด็ดขาดที่ไม่ให้เขามาหาอีก?

            ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่มีวันทำได้ ไม่ต้องพยายาม หนูเฝ้าบอกทั้งตัวเองและพวกพี่ทั้ง 3 คนว่าหนูทำใจได้ แต่ในความเป็นจริงหนูไม่มีวันทำได้ ถ้าทำได้มันทำไปแล้ว และปลายทางที่ยังบอกเขาว่า ถ้าเธอจะกลับมาเมื่อไหร่ เธอต้องกลับมา 100% นะ แค่คำนี้ก็บอกแล้วว่าต่อให้เขาไปเลวระยำตำบอนที่ไหน กลับมาได้ทุกเมื่อ

            สำหรับเคก็ยอมผู้ชายคนนี้ไปทั้งชีวิตแล้ว ไม่มีวันที่เคจะต่อต้านอะไรเขาได้ เพราะลึก ๆ แล้วจิตใต้สำนึกเคไม่ได้จะต่อต้านเขา จริง ๆ วิธีการที่เราจะตัดใครสักคน ไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าก็ตัดให้มันเด็ดขาด แต่สุดท้ายเราฟังออกว่า ใครที่มีความเด็ดเดี่ยวที่จะตัดจริง ๆ กับใครที่ไม่มีวันตัดได้ คือถ้าคนที่บอกว่าตัวเองเด็ดขาด มันจะไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ำ ไม่ว่าเขาจะขอกลับมาด้วยรูปแบบไหน เขาจะไม่มีวันได้กลับมา แต่ตอนนี้กับเคมันไม่ใช่

            วัดจากอายุเขาอยู่กับเรามาครึ่งชีวิต แต่เขาคือส่วนที่เลวร้ายของชีวิต ถ้าเป็นร่างกายเขาก็อาจจะไม่ต่างอะไรกับเนื้อร้าย วันหนึ่งอยู่ดี ๆ ก็มีคนเอาก้อนเนื้อร้ายนั้นออกไป แต่เราเองนี่แหละที่พยายามแย่งชิงเนื้อร้ายกลับมา มันแค่นี้เอง โดยที่เราคิดว่านี่คือแฟนคนแรกที่อยู่กับเรามาครึ่งชีวิต แต่เราไม่ได้คิดว่าชีวิตฉันแย่มาครึ่งชีวิตแล้ว

            คำว่าครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่จำเป็นต้องครบพ่อ แม่ ลูก 3 คน จำนวนของคนครอบครัวที่น้อยที่สุดคือ 2 คน ตอนนี้โรงเรียนเขาสอนเด็กทุกคนแบบนี้ หลาย ๆ ครอบครัวเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เมื่อมีใครสักคนออกไป ลองเปลี่ยนความคิดนี้ดูใหม่ ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมัน แล้วตอบตัวเองให้ได้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีกับชีวิต ครอบครัว และลูกของตัวเอง

            ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ช่วยยังไงในเมื่อปากเคยังบอกให้เขาเข้ามา พวกพี่จะทำอะไรได้ แย่งเขากลับมายังง่ายกว่าเลย เพราะผู้หญิงคนนั้นเขาเริ่มลังเลแล้วว่า ผู้ชายอยู่กับเรายังบอกคิดถึงเมียเก่า แต่สิ่งที่แย่งชิงคือ แย่งขยะกันอยู่ไง ผู้หญิงคนนั้นก็ไม่สบายใจหรอก โยนกันไป โยนกันมา ขยะติดมือใครคนนั้นก็เหม็นแค่นั้นเอง แล้วก็ผู้ชายที่มีคนอื่น มีโลกสองใบ ยังจะโยนความผิดให้กูอีก เพราะว่ากูเป็นหนี้ถึงทำให้มึงมีเมียน้อยมันใช่ไหมล่ะ ตอนนี้พี่ก็เหลือแค่งัดปากเคขึ้นมาบอกว่า ไม่ให้มา ปากเคเป็นคนพูดเอง เคต้องรู้จักปฏิเสธ

            และขอย้ำเลยว่า ครอบครัวที่สมบูรณ์ไม่ใช่พ่อ แม่ ลูกเท่านั้น ครอบครัวที่สมบูรณ์คือ การดูแลเด็กคนนี้ด้วยความรัก ความสุข ด้วยกำลังแรงกายแรงใจทั้งหมดที่เธอมี ซึ่งวันนี้เธอจะเอาความสุขไปดูแลลูกไม่ได้เลย ถ้าชีวิตเธอยังไม่มีความสุข ผู้ชายคนนี้อยู่ในชีวิต ต่อให้มันไปมีเมียน้อยก็ไม่มีความสุข กลับมาก็ไม่มีความสุข ให้ผู้คนหญิงคนนั้นไป เด็ดเดี่ยวในการพูดว่า ไม่ แล้วบล็อก ต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับฉัน เธอไม่ได้ดีพอที่จะเป็นสามีที่ดีและพ่อของลูกฉัน ณ วันนี้ทำหน้าที่พ่อไป เพราะหน้าที่สามีสิ้นสุดตั้งแต่มีผู้หญิงคนนั้นแล้ว

            สุดท้าย “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘สิ่งที่พูดมันอาจจะทำร้ายความรู้สึกหนู แต่ว่าพี่อยากให้หนูมีชีวิตที่ดีกว่านี้ คำถามที่หนูถามว่า ทำยังไงถึงจะหลุดพ้นจากเรื่องนี้ได้ พี่ก็จะบอกว่า ทำให้ได้อย่างที่หนูพูดกับพวกพี่ทั้งหมดตั้งแต่ต้นรายการ ถ้าหนูจำไม่ได้หนูไปเปิดฟังอีกทีก็ได้ เอาจริง ๆ หนูเป็นคนฉลาด หนูพูดเหมือนหนูรู้ทุกอย่างว่าสามีคนนี้เป็นคนแบบไหน หนูแค่ต้องทำให้ได้อย่างที่หนูรู้ด้วยการใช้สมอง เพราะพี่รู้สึกว่าทุกครั้งเวลาที่เขากลับมา หนูจะใช้ความรู้สึกอย่างเดียวเลยว่า หนูขาดเขาไม่ได้ แต่ถ้าหนูใช้สมองตามที่หนูคิด อย่างที่พูดกับพวกพี่มาทั้งหมด หนูจะบอกกับตัวเองได้ทันทีว่า หนูจะไม่ปล่อยให้คนนี้กลับเข้ามาในชีวิตเป็นอันขาด มันยากพี่เข้าใจ แต่ถ้าเราใช้เหตุผลคุยกับตัวเอง พี่ว่าหนูจะผ่านมันไปได้

            การที่เขาอยู่กับเรามาตลอดครึ่งชีวิต แล้วเขาทำกับเราแบบนี้ มันยิ่งชัดเจนเหลือเกินว่า คนนี้ไม่มีค่าอะไรเลยที่เราจะต้องรักษาเอาไว้ อยากให้กลับไปฟังสิ่งที่ตัวเองพูดทั้งหมด แล้วทุกครั้งถ้าเขาจะกลับมาก็เปิดสิ่งที่พูดให้พวกพี่ฟังก็ได้ และเราเป็นคนเลือกได้นะเค ไม่ใช่เขาเป็นคนเลือก ว่าจะกลับหรือไม่กลับมาในชีวิตเรา มันเป็นสิทธิ์ของเรา เหมือนที่เขาเลือกชีวิตของเขาที่จะทิ้งเราไปและมีผู้หญิงคนอื่น...

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

เรามีเพื่อน 2 คนที่คบกันมา 10 กว่าปี แล้วก็มีแฟนที่คบกันมา 7-8 ปี หลังๆพอเพื่อนนัด เราเทเพื่อนไป 2-3 ครั้งแล้ว เพราะต้องไปเจอ ไปอยู่กับแฟน จนตอนนี้เพื่อนสนิท ค่อยๆเฟดหายไปจากเรา เราอยากได้วิธีบาลานซ์ความสัมพันธ์ ระหว่าง เพื่อน กับ แฟน จังเลยค่ะ

09 ธ.ค. 2024

เรามีเพื่อน 2 คนที่คบกันมา 10 กว่าปี แล้วก็มีแฟนที่คบกันมา 7-8 ปี หลังๆพอเพื่อนนัด เราเทเพื่อนไป 2-3 ครั้งแล้ว เพราะต้องไปเจอ ไปอยู่กับแฟน จนตอนนี้เพื่อนสนิท ค่อยๆเฟดหายไปจากเรา เราอยากได้วิธีบาลานซ์ความสัมพันธ์ ระหว่าง เพื่อน กับ แฟน จังเลยค่ะ

“คุณหวาน (นามสมมติ)” อายุ 28 ปี สายที่สองในรายการ ‘พุธทอล์ค พุธโทร’ เมื่อคือวันพุธที่ [4 ธ.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการบาลานซ์ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนแฟน โดย “คุณหวาน (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘เรื่องนี้เป็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสนิทกับแฟน หวานมีเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่งเป็นผู้หญิง ในกลุ่มจะมีอยู่สามคน เราอะคบกับเพื่อนกลุ่มนี้มาตั้งแต่มัธยม เลยสนิทกันมาก คุยกันทุกอย่าง คุยกันแทบทุกวัน จากตอนนั้นถึงตอนนี้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว และจะมีช่วงขึ้นมหาวิทยาลัย แต่ละคนก็เรียนมหาลัยคน จึงใช้วิธีการคอลคุยกัน ถ้าวันว่างก็จะมาเจอกัน เราจะปรึกษาปัญหาชีวิตกันทุกอย่าง แต่ปัญหามันเริ่มจากที่หวานมีแฟน และหวานก็คบกับแฟนคนนี้มาตลอดระหว่างที่มีเพื่อนกลุ่มนี้ จนตอนนี้คบกันมาเข้าปีที่ 7-8 แล้ว ก็คือไม่ได้มีปัญหาอะไรกับแฟนเลย คบกับแฟนปกติดีทุกอย่าง แต่ว่ามันจะมีช่วงเวลาที่เรานัดเพื่อน แล้วทีนี้บางครั้งมันมีเหตุให้ต้องยกเลิกนัดของเพื่อน แล้วไปกับแฟน มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้อยู่หลายครั้ง แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง จนครั้งล่าสุดเรานัดกัน แต่หวานยกเลิก เพราะว่าแฟนหวานไปทำงานต่างจังหวัด ไม่ได้กลับมานาน ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เขากลับมากรุงเทพฯพอดี ถ้าได้ไปเจอ ก็จะไม่ได้เจอแฟนอีกเป็นอาทิตย์ หวานก็เลยขอยกเลิกนัดเพื่อน จริงๆก็คือขอเลื่อนเป็นวันอื่น แต่เพื่อนไม่ว่าง เพื่อนก็เลยไปกันสองคน หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หวานก็รู้สึกว่าในกลุ่ม หวานจะมีกลุ่มไว้คุยกันสามคนกับเพื่อน ในกลุ่มจะคุยกันในเรื่องต่างๆ เรื่องนู้น เรื่องนี้อยู่ตลอด แต่หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น ในกลุ่มคือเงียบมาก ไม่มีการเคลื่อนไหว หรือพูดคุยอะไรกันเลย เลยรู้สึกว่ามันแปลกๆ หวานก็ได้ทักเพื่อนคนหนึ่งไปก่อน สมมติว่าชื่อ ‘เอ’ หวานก็ทักเอไปว่า ‘บีเป็นอะไรหรือเปล่ามันเงียบๆไปนะ’ เอก็ตอบว่า ‘มึงอะชอบเทนัด พวกกูนัดมึงก็ไม่อยากจะมา ถ้ากูคุยแล้วกูนัดมึง มึงก็เทกูอีก’ หวานก็เลยอธิบายไปว่าเหตุการณ์วันนั้นเป็นเพราะอะไร เพื่อนก็ได้บอกกลับมาว่าเข้าใจ หลังจากนั้น หวานก็ทักไปหาบี เพื่อที่จะให้บีเข้าใจตรงกัน บีก็บอกว่าบีอะไม่ได้โกรธนะ แต่บีพูดมาประโยคหนึ่งว่า ‘ชีวิตของหวานตอนนี้ ไม่ได้ต้องการออกมาเจอพวกเขาเหมือนเดิมแล้ว’ ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้คือเราไปไหนไปกัน ดึกขนาดไหน ตีหนึ่งตีสองไปหมด แต่ด้วยความที่หวานมีแฟน ก็เลยต้องแบ่งเวลา การจะไปข้างนอกแล้วกลับดึกๆมันก็เลยทำไม่ได้แล้ว เพราะมันมีคนที่รอหวานกลับบ้านเหมือนกัน และก็อยากจะมีเวลากับแฟนด้วย คือหวานไม่ได้อยู่กับแฟนทุกวัน หวานต้องแบ่งให้เวลากับที่บ้านด้วย แฟนด้วย เพื่อนด้วย หวานเลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า ถ้าเป็นพี่ๆจะมีวิธีการจัดการปัญหา เกี่ยวกับการบาลานซ์เวลาระหว่างเพื่อนสนิทกับแฟนยังไง? แล้วหวานควรจะทำยังไงกับเหตุการณ์นี้? คือหวานพยายามทักไปบอกเพื่อนแล้ว เพื่อนบอกว่าไม่ได้โกรธ แต่ตอนนี้ทุกอย่างคือไม่เหมือนเดิมเลย ความสัมพันธ์ตอนนี้คือไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว’ เริ่มที่ “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ตอนนี้หวาน 28 เดี๋ยวซัก 30 กว่าหวานจะชิว แล้วหวานก็จะอยู่กับแฟน พี่เคยมีเพื่อนเป็นชะนีล้วนจากมหาวิทยาลัย สนิทกันมาก เจอกันทุกวัน ไปนอนค้างด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกันเกือบทุกอาทิตย์ แต่พอเพื่อนมีแฟน พี่ก็ต้องค่อยๆ เรียนรู้ที่จะอยู่คนเดียวให้ได้ เคยผ่านช่วงงอนมาแล้ว เคยด่ากันจนถึงขนาดออกกลุ่มมาแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ และยังไปกินข้าวกัน แต่ว่าเหลือแค่สามเดือนครั้งแล้วตอนนี้ จากกลุ่มใหญ่ ๆ ที่เจอกันได้ทุกอาทิตย์ แต่เราก็ไม่ได้โกรธอะไรกันแล้ว ทุกวันนี้ตอนอายุ 43 ความสัมพันธ์ ความรัก มันยังอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ว่ามันไม่ได้เข้มข้นแบบเมื่อก่อนแล้ว เมื่อต่างคนต่างมีคู่ชีวิต เขาจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น พี่ว่ามันเกิดขึ้นได้และเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับ เราก็ต้องเข้าใจเพื่อนว่าเขามีสิทธิที่จะรู้สึกแบบนั้น มันต้องยอมเป็นไปตามเงื่อนไขของชีวิตตัวเอง ความสำคัญมันไม่เหมือนกันอีกต่อไปแล้ว’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่ามันเป็นไปตามวัย อย่างตอนอายุ 15 มีแฟนแล้วเพื่อนบอกให้เลือกกับแฟน พี่ก็เลิกเลยนะ กับแฟนคนแรกโดยที่ไม่ได้ทะเลาะกัน คือเพื่อนต้องมาก่อนตอนนั้น พอเราโตมาเลยรู้ว่ามันก็ไม่ใช่เพื่อนที่ดี แต่เราเสียผู้ชายที่ดีไปแล้ว หลังจากโตมากขึ้น เพื่อนก็ต้องรู้ว่าผู้ชายสำคัญ เพราะเวลาที่มึงมีแฟน กูก็จะไม่ห้ามมีสักคำ ต่อให้มึงนัดกับกูว่าจะออกมา แต่อยู่ ๆ ผู้ชายโทรตาม กูก็จะบอกว่าโอเคไปหาผู้ชายก่อน เพื่อนมาเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าเพื่อนไม่เข้าใจเปลี่ยนเพื่อน พี่รู้สึกว่าอายุ 28 แล้วมันไม่ใช่เด็กแล้ว มันต้องรู้ว่าผู้ชายสำคัญมากแค่ไหน เวลาเรามีแฟนเราอยากอยู่กับแฟนอยู่แล้ว เพื่อนมีหน้าที่ซัพพอร์ตเรา สมมติว่า อะวันนี้ฉันมีผู้ชายนะ ต้องคุยกับเพื่อนให้เข้าใจเลยว่า เธอฉันมีผู้ชาย ฉันอยู่กับผู้ชายก่อนนะ เดี๋ยวฉันกลับมาหาเธอ เธอโอเคไหม ถ้าเขาไม่โอเคเปลี่ยนเพื่อนเลย หาเพื่อนผู้หญิงที่มันแมน ๆ มันจะเข้าใจเรื่องนี้ เดี๋ยวกูกลับมาเองวันที่ผู้ชายเลิกกับกู มึงมีหน้าที่ซัพพอร์ต มีหน้าที่ฉีดยากู ต่อให้วันนี้กูทะเลาะกับแฟน แล้ววันหน้ากูไปดีกัน มึงก็ต้องกินอาหารหมาเพื่อกู นี่คือเพื่อน! ความรักให้ไปแล้วมันไม่ต้องมีเงื่อนไข แค่เห็นกูมีความสุข มึงก็มีความสุข หาเพื่อนแบบนี้’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘เราไม่ได้จะสร้างครอบครัวกับเพื่อน อันนี้คือสิ่งที่จะบอก ในตอนอายุ 28 วงเพื่อนมันยังสำคัญแหละ แต่นี้แหละคือช่วงเริ่มต้นของการออกไปสร้างครอบครัว แล้วก็ค่อยๆ ห่างจากวงเพื่อน แค่อยู่ในระยะปรับตัวกันเท่านั้นเอง เพื่อนก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์นี้ เราก็ยังไม่เคยเจอสถานการณ์นี้ เมื่อก่อนบ้านพี่คือที่รวมตัวของแก๊งเพื่อนเลย แล้วพอการเข้ามาของลูกจ๋า(ภรรยาดีเจเผือก) ตัวแปรสำคัญที่สุด เขาจะนอนไม่ได้ถ้ามีเสียงคุยกันอยู่หน้าห้อง เพื่อนก็ค่อย ๆ หาย แต่ข้อดีของฝั่งผู้ชายคือมันไม่งอนกัน มันเข้าใจ กำลังจะบอกว่าถ้ากลุ่มสามคนนี้ไม่เข้าใจ แล้วมันต้องเลิกคบกัน อย่าไปคิดมาก ก็แปลว่ามันหมดเวลาที่จะเป็นเพื่อนกันแค่นั้นเอง ชีวิตมันก็ไหลไปตามขั้นตอนของมัน ถ้ามันจะงอนกันในวันนี้ เดี๋ยวมันก็จะกลับมาเจอกัน ในวันที่แต่ละคนมีครอบครัว’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูนั่งคุยกับเพื่อนที่ทำงานข้างๆ แต่จะมีพี่ที่ทำงาน ชื่อสมมุติ "รำพึง กับ รำพัน" เขาจะตอบ จะคุยใน Topic ที่หนูกำลังคุยกับเพื่อนมาตลอด อยู่ๆก็พูดแทรกมาเลย บางทีหนูกระซิบจนเพื่อนข้างๆยังไม่ได้ยิน แต่เค้าตอบเสียงดัง แล้วคุยกันอยู่สองคน

12 พ.ย. 2024

หนูนั่งคุยกับเพื่อนที่ทำงานข้างๆ แต่จะมีพี่ที่ทำงาน ชื่อสมมุติ "รำพึง กับ รำพัน" เขาจะตอบ จะคุยใน Topic ที่หนูกำลังคุยกับเพื่อนมาตลอด อยู่ๆก็พูดแทรกมาเลย บางทีหนูกระซิบจนเพื่อนข้างๆยังไม่ได้ยิน แต่เค้าตอบเสียงดัง แล้วคุยกันอยู่สองคน

“คุณหนึ่ง (นามสมมุติ)” อายุ 28 สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (6 พ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหา การแอบฟังและขโมย topic เราไปพูดกับเพื่อนของเขา โดย “คุณหนึ่ง (นามสมมุติ)” ได้เล่าว่า คุณพี่ที่ทำงานเขาชอบขโมย topic เราไปพูดกันเอง คือเหมือนห้องทำงานเรามันไม่ได้ใหญ่มากแต่ว่ามันก็มีแบ่งเวิ้ง มีเวิ้งเราแล้วก็เวิ้งเขา คือมันอยู่ในห้องเดียวกันเวลาเราพูดมันก็คงได้ยินแหละแต่เขาชอบขโมย topic เราไปพูด เช่น ช่วงนี้หนูอินกับเรื่องที่ฟังอยู่ในพอดแคสต์ เขาก็เลยเอาประเด็นนั้นไปคุยกัน แซะกัน ว่าแบบอืม ๆ เออ ๆ น่ากลัวอะไรอย่างงี้ คือเรากำลังเล่าเรื่องที่เราฟังอยู่อะไรประมาณนี้ หนูสังเกตมาหลายรอบแล้วเป็นปีแล้วพี่แต่ว่าเขาจะพูดกันเองสองคน (ให้นามสมมุติว่า พี่รำพึงและพี่รำพัน) หรือว่าบางทีเขาจะชอบอยู่เงียบ ๆ แต่ว่าเขาจะคอยแทรกซึมบทสนทนาเพื่อที่จะรอฟังเราความสามารถพิเศษของเขาคือ สามารถต่อบทสนทนาเราได้เลยทั้ง ๆ ที่เพื่อนเรามันตามไม่ทัน สมมุติว่าหนูคุยกันเรื่องกินข้าวอยู่ เขาก็จะบอกว่า เออเดี๋ยววันนี้กินก๋วยเตี๋ยวดีกว่าอะไรประมาณนี้ ทำเป็นคุยกันเอง ทั้ง ๆ ที่หนูคุยกับเพื่อนในเรื่องนี้อยู่แต่เพื่อนหนูหัวมันไม่ไวตอบไม่ทัน แต่พี่เขากลับพูดตอบดังขึ้นมาจากอีกฝั่งนึง ซึ่งหนูไม่ได้คุยกับเขา คือหนูก็ไม่ได้สนิทกับเขาขนาดนั้นแต่ด้วยความที่ห้องเดียวกัน หนูว่าหนูก็พูดในระดับเสียงที่โอเคแล้วแต่คือเขาก็ยังได้ยิน หรือบางทีเพื่อนหนูเดินมาจากอีกห้องนึงเดินมาคุยด้วยแต่ด้วยความที่ว่ามันเป็นคนพูดเสียงเบามาก หนูก็จะเริ่มรู้สึกว่าห้องมันจะเงียบลงเพื่อที่เขาจะฟังว่าเพื่อนหนูมาคุยเรื่องอะไร แล้วส่วนใหญ่หนูจะคุยกับพี่ในเวิ้งหนู คือ topic มันเป็นเรื่องทั่วไป เขาก็จะพูดเรื่องที่พวกหนูคุยกันอยู่ในกลุ่มเขาถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น แต่ถ้าเรื่องนั้นเขารู้หรือมีเหตุการณ์ร่วมเขาจะโพล่งขึ้นมาทันทีแล้วเขาก็ร่วมวงเข้ามาคุยกับเราเลย ซึ่งหนูเคยทดลองเหมือนกันแบบเราลองคุยกันตอนที่เขาคุยเรื่องอื่นอยู่ หนูก็คุยเรื่องของหนูแต่ว่าเขาจะค่อยๆเงียบลง แล้วพอเขาเงียบหนูก็หยุด พอเขาพูดหนูก็พูดเขาก็ค่อย ๆเงียบลงอีก เพื่อที่จะฟังเราแล้วก็ถามว่า “แล้วยังไงต่อเหรอ” อะไรแบบนี้ทุกเรื่องที่หนูเล่าแต่เรื่องของเขาหนูไม่เคยฟังเลย หนูอยากถามว่า บางทีหนูอยากจะคุยแค่เวิ้งเรา จะทำยังไงให้เขาไม่โฟกัสเรื่องของเรา? กับ ข้อสองใครเคยเจอเรื่องราวแบบนี้กันบ้างไหม! เริ่มที่ “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ลองใช้โทรศัพท์แก้วดู คนข้างนอกจะได้ไม่ได้ยิน หนูกับเพื่อนก็คุยกันผ่านตรงนี้ หรือไม่ลองเปลี่ยนเป็นคนชอบแอบฟังคนอื่น แล้วลองดูปฏิกิริยาเขา เพราะว่าพวกนี้แก้วหูมันประหลาดกระดูก ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘อย่างแรกเปลี่ยนเพื่อนการที่หนึ่งพูดมาเพื่อนไม่เคยโต้ตอบอะไรทันเลย หรือไม่ก็พิมคุยกันในไลน์ แต่พี่ว่าลองชวนเขาคุยขำ ๆ สักวันนึง topic เบา ๆ ลองชวนมานั่งคุยกัน สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เช็คให้ดีวันนึงถ้าเพื่อนโทรเขามาพุธทอล์คพุธโทรว่าแบบมีเพื่อนคนนึงชวนคุยตอนทำงานตลอดหนูไม่อยากคุยกับมันเลย เพราะเคยมีคนโทรเขามาในรายการแล้วมองอีกมุมนึงนะ ประเมินตัวเองก่อนตอนนี้อย่างน้อยรำพึงรำพันก็เป็นพวกเราดูหลาย ๆ มุม วันนี้พี่แก้ให้ไม่ได้ เพราะว่ามันงกเกินไปเรื่อง topic หรือลองตั้งใจทำงาน แล้วไม่คุยดูเรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 20.00 – 23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin#พุธทอล์คพุธโทร #พุธทอล์คพุธโทรRECAP #ดีเจเผือก #ดีเจเติ้ล #ดีเจเผือก #EFM94

เอือมทั้งบริษัทแต่พูดอะไรไม่ได้! เจ้าของบริษัท มีลูกเมียแล้วแต่ชอบลวนลามพนักงานสาว แต่อ้างว่าทำเพราะเอ็นดู ทั้งจับขา เอามือล้วงเข้ามาในแมสก์แล้วหยิกแก้ม เคยทำท่าทีเล่นๆ ดึงคอพนักงานผู้หญิงให้เอาหน้ามาแนบตรงพุงเขา ตอนนี้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลย จะทำยังไงดี?

10 มิ.ย. 2024

เอือมทั้งบริษัทแต่พูดอะไรไม่ได้! เจ้าของบริษัท มีลูกเมียแล้วแต่ชอบลวนลามพนักงานสาว แต่อ้างว่าทำเพราะเอ็นดู ทั้งจับขา เอามือล้วงเข้ามาในแมสก์แล้วหยิกแก้ม เคยทำท่าทีเล่นๆ ดึงคอพนักงานผู้หญิงให้เอาหน้ามาแนบตรงพุงเขา ตอนนี้ไม่มีใครกล้าพูดอะไรเลย จะทำยังไงดี?

“คุณหนู (นามสมมติ)” อายุ 20 ปลายๆ สายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (5 มิ.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาโดนคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ซึ่ง “คุณหนู (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูไม่ใช่เหยื่อ แต่เห็นเหตุการณ์ และเพื่อนมาปรึกษา ซึ่งเหยื่อคือเพื่อนในที่ทำงาน เหตุการณ์ คือ เพื่อนถูก CEO ที่เป็นผู้ชายมีอายุมากแล้ว เขาเป็นเจ้าของบริษัทเอกชนมาลวนลาม เช่น เดินเข้ามาจับเอว , เอามือสอดเข้ามาในแมสแล้วจับแก้ม , โอบไหล่ , ตอนที่พนักงานนั่งอยู่ก็ดึงมาซบพุง , เวลาเดินผ่านไปผ่านมาก็จับต้นคอ , ไปงานกินเลี้ยงก็แอบมาจับต้นขาแบบเนียนๆ สุดท้ายคนที่โดนลวนลามก็จะออกจากวงสนทนา หรือไม่ก็เดินหนี ซึ่งหนูเคยคิดกับเพื่อนที่ทำงานและเพื่อนที่โดนลวนลามว่า ควรพูดตรงๆไหม แต่สุดท้ายเขาก็จะมีข้ออ้างเสมอว่าที่ทำไปคือแค่ เอ็นดู และเหตุการณ์ที่เล่าไปข้างต้น ไม่ได้มีเหยื่อคนเดียว แต่มีเหยื่อหลายคน แล้วเหยื่อที่โดนก็ไม่ได้อยากหางานใหม่ เพราะถ้าตัดเรื่องนี้ออก สังคมในที่ทำงานก็คือดี อยากขอคำแนะนำจากพี่ๆดีเจว่าควรทำยังไงดี? ซึ่งดีเจทั้ง 3 ท่าน ให้คำแนะนำว่า ‘ทำอะไรไม่ได้ เขาเป็นเจ้าของบริษัท เพราะถ้าเราทำอะไรขึ้นมา ก็คงเป็นเราที่โดนไล่ออก แถมคนที่โดนก็ไม่อยากลาออกอีก งั้นก็ต้องอดทน จะแอบถ่ายคลิปไปฟ้อง เราก็จะโดนไล่ออกอยู่ดี ถ้าอยากแก้เผ็ดแบบมีศักดิ์ศรี ลองลาออกพร้อมกันทุกคนในทีม แล้วปล่อยคลิปที่ถูกลวนลามในโซเชียล ซึ่งคนที่พร้อมจะลาออกก็คงไม่ใช่ทุกคน ในตอนนี้เงื่อนไขคือ ไม่ลาออก ไม่ทน หรือจะลองสู้ดูมั้ย แต่ถ้าสู้ก็ต้องวนกลับมาที่ลาออกอยู่ดี ถ้าจะแจ้งตำรวจก็ต้องให้คลิปชัดเจน ถึงจะโดนตำรวจจับ บริษัทก็ต้องปิดตัวอยู่ดี เงื่อนไขเยอะขนาดนี้ ก็คือ ต้องเลี่ยง และให้ทุกคนรวมตัวรีแอ็คว่า ไม่ได้นะคะ ห้ามจับตัว หรือลองจัดงาน เอาท์ติ้งบริษัท ในธีม ห้าม Sexual Harassment สุดท้ายดีเจทั้ง 3 ท่าน ก็แนะนำว่าไม่อยากให้ทนกับการโดนลวนลามล่วงละเมิดสิทธิ์แบบนี้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่ง แล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมาก เพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น...

09 เม.ย. 2024

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่ง แล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมาก เพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่น...

เพื่อนรักของหนูมีนิสัยชอบ กินข้าวต่อหนู บางทีหนูก็ไม่ชอบให้ใครมาแย่งแล้วที่ผ่านๆมาจะมีผู้ชายหล่อ หน้าตาดี โปรไฟล์ดีๆเข้าหาหนูเยอะมากเพื่อนบอก "ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กุขอได้ไหม?" ตอนแรกคิดว่าพูดเล่นแต่คนคุยเก่าของหนูแคปแชทเพื่อนมาให้ดูว่าเพื่อนหนูทักมาหาจริงๆ “คุณคะนิ้ง(นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่สามในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (3 เม.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาเพื่อนชอบกินของเหลือ ตั้งแต่ข้าว ขนม ไปจนถึงผู้ชาย! โดย ​“คุณคะนิ้ง(นามสมมติ)” เริ่มเล่าว่า ‘หนูมีเพื่อนสนิท 1 คน นามสมมุติว่า ​“บี” ในแก๊งจะมี 4 คน แต่หนูสนิทกับบีที่สุด เรา 2 คนเป็นเพื่อนสนิทกันแต่เราจะแตกต่างกันมาก ๆ บีจะเป็นคนติดเที่ยว ติดร้านเหล้า แต่หนูจะเป็นคนไม่ชอบไปไหน ชอบอยู่บ้าน ไม่ชอบเที่ยวกลางคืน สมัยมัธยมบีจะมีนิสัยนึงที่หนูรู้สึกว่าไม่โอเคเลยก็คือ เขาชอบมาแย่งข้าวหนูกิน ถ้าเป็นขนมแบบชิ้น ๆ เรายังจะแชร์กันได้ แต่บางทีมันเป็นข้าวในจานที่หนูทำมาจากห้อง พอเปิดกล่องมาปุ๊บ บีก็หันมาแล้วก็พูดว่า ขอกินบ้างดิคำนึง ซึ่งหนูยังไม่ได้กินเลย หนูก็เลยพูดอ้อม ๆ ไปว่า เออเนี่ย ความจริงกูอะไม่ชอบให้ใครมาแย่งข้าวกูกินนะ ค่อนข้างจะซีเรียส แต่เขาก็ไม่หยุด หนูก็ยอมเขา จนเราจบ ม.6 กันทั้งคู่ แล้วแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัยอื่น นาน ๆ ทีก็จะเจอกัน คราวนี้มันเป็นผลพวงต่อมาอีกเรื่องนึงคือ ด้วยความที่ตัวหนูเองมีคนเข้ามาเยอะมาก ๆ แล้วบีก็จะรู้ว่าหนูคุยกับใคร คบกับใคร รู้ตั้งแต่คุยยันเลิกคุย จะรู้กันทุกอย่าง ส่วนใหญ่คนที่เข้ามาหาหนูโปรไฟล์ดีมาก บางคนก็หล่อ บางคนก็รวย บางคนก็ทั้งหล่อทั้งรวย บีก็จะพูดเสมอว่า หาให้บ้างได้ไหม อยากได้อะไรแบบนี้บ้าง กูเป็นเพื่อนมึง ทำไมกูไม่เคยได้อะไรแบบนี้เข้ามาบ้างเลย หนูก็เลยบอกว่า โอเค เดี๋ยวหาให้ละกัน คราวนี้มันมาถึงจุดที่เริ่มจะแตกหักคือ หนูได้ไปนัดเจอกับผู้ชายคนหนึ่ง แล้วบีก็ขอไปด้วย พอไปเจอคนคุยหนู บีก็มากระซิบข้างหูว่า ถ้าคนนี้มึงเลิกคุย กูขอได้ไหม? หนูก็คิดว่าบีคงพูดเล่นแหละ คงไม่มีเพื่อนคนไหนอยากทำแบบนี้หรอก พอหนูเลิกคุยกันคนนี้ คุยกับคนที่ 2 ก็นัดเจออีก บีก็เหมือนเดิมไปด้วยแล้วพูดว่า อุ้ย คนนี้หล่ออะ ถ้ามึงเลิกคุยกูขอได้ไหมเนี่ย หล่อจริง ๆ หนูก็คิดว่าเพื่อนหยอกเล่น จนผ่านไป 3-4 คน หนูก็ไม่ได้อะไร ด้วยความที่หนูเป็นคนเชื่อใจเพื่อน พอมันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ หนูก็มีพูดบ้างประปรายว่า มึงบ้าป่ะเนี่ย คือคุยต่อกูเนี่ยนะ บีก็ขำ จนมีวันหนึ่งคนคุยเก่าหนู เขาโทรมาแล้วส่งหลักฐานแชทมาว่า นิ้ง เพื่อนนิ้งทักมาหาพี่ เขามาขอคุยกับพี่นะ คือพี่ไม่รู้จะพูดยังไงดี พี่ก็ไม่อยากจะพูดทำร้ายจิตใจเขา อยากให้นิ้งจัดการคนของนิ้งเองนะ พี่อยากให้คุยกันเองเพราะเป็นเพื่อนกัน หนูก็ไปคุยกับเขาว่า มึงไปทักหาพี่เขาหรอ? เขาก็พูดว่า กูแค่ไปเต๊าะเล่น ๆ ก็ไม่มีอะไร หนูก็ไม่พอใจแหละแต่หนูก็ไม่ได้พูดอะไร หนูอยากรู้ว่า หนูควรจะพูดกับเพื่อนคนนี้ยังไง? ตอนนี้หนูยังเป็นเพื่อนกันอยู่ แต่ในอนาคตหนูอาจจะเลิกเป็นเพื่อนกัน หนูก็แค่อยากบอกให้เขาแก้นิสัยนี้แบบถาวร ไม่อยากให้เอานิสัยนี้ไปทำกับคนอื่นเพิ่ม ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ไม่ต้องไปพูด เลิกคบก็คือเลิกคบ แต่ถ้าเพื่อนมาถามว่า ทำไมถึงเลิกคบ ก็บอกเหตุผลไปเลยว่า กูไม่ชอบมึงเรื่องนี้ กูก็เลยคิดว่ามึงกับกูอาจจะคนละเคมี ก็เลยเฟดแค่นั้น ส่วนเขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขาเพราะเลิกคบแล้ว’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘คือถามว่าสิ่งที่เพื่อนนิ้งทำ ที่เพื่อนบอกว่าถ้าไม่เป็นแฟนกันแล้ว ขอต่อนะ พี่รู้สึกว่าในบางคนที่เขาโอเคมันก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา แต่ตอนนี้มันเป็นปัญหาสำหรับนิ้ง เพราะนิ้งไม่ชอบคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ อันนี้มองแบบใจกว้าง พี่ก็รู้สึกว่าถ้านิ้งไม่ชอบเรื่องนี้ ก็ต้องบอกเขาให้ชัด เรื่องแย่งข้าวกินพี่รู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพื่อนที่สนิทกันจริง ๆ กินได้ไม่ติด ไม่ได้รู้สึกว่า 3 คำทำให้ชีวิตมีปัญหานะ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ถ้าเขาไม่ได้กินของหนูจนหมด พี่ว่าหนูเป็นคนหวงของด้วยแหละ ตอนนี้พี่รู้สึกว่าเหมือนนิ้งตัดสินเพื่อนโดยการเอาตัวเองเลือกเขา บางอย่างถ้าเป็นเพื่อนสนิทกันมันต้องพูดกันตรง ๆ แล้วถ้าเขาไม่ทำ ก็บอกไปว่า ไม่ได้ ไม่ชอบแบบนี้ เราก็มีสิทธิ์ที่จะเลิกคบกับเขาได้ ก็ไม่ได้มีปัญหา นิ้งอย่าบอกว่า หนูไม่อยากเลิกคบใครก่อน หนูไม่อยากทำใครหล่นหาย พี่ว่าถ้าคุยกันแล้วมันไม่โอเค รู้สึกว่าไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับการกินข้าว หรือมายุ่งกับแฟนเก่าเลย ก็ต้องห่างอย่าทนสนิทกัน แล้วยังคงมีเรื่องอย่างนี้อยู่ในใจ พี่ว่ามัน Toxic ทั้งตัวหนูเองแล้วก็เขา แล้วเราก็บอกเขาด้วยความหวังดีแล้ว จากนั้นชีวิตเขาจะเป็นยังไงก็ปล่อยเขาไป เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเขา อย่าหวังดีขนาดนั้น ถ้าสุดท้ายแล้วไม่เกิดประโยชน์อะไร’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ว่าคงไม่ใช่เพื่อนสนิทอะไรขนาดนั้น สำหรับมาตรฐานของพี่ ถ้าเพื่อนสนิทมันคุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่ต้องมาลำบากมากมาย เท่าที่พี่ฟังมาทั้งหมดพี่รู้สึกว่า เราเป็นคนหวงของ หวงทุกอย่างในชีวิต และรู้สึกว่าเราเหนือกว่าเพื่อน แล้วถ้าคนนี้มาคุยต่อคนเดียวกับเรา ฉันถือว่าเธอไม่ควรมาเสมอฉันได้ คนที่คุยกับฉันถ้าไม่หล่อก็รวย ไม่ก็ทั้งหล่อทั้งรวย คำนี้พี่เด้งตัวเองออกมาจากนิ้งเลย เพราะพี่รู้สึกว่านิ้งเหนือกว่าเพื่อน พี่ว่ามันอาจจะไม่ใช่หน้าที่เราที่จะไปเปลี่ยนแปลงชีวิตใครภายใน 1-2 ประโยค กาลเวลาจะค่อย ๆ สอนเขาเองว่า การที่เขาทำแบบนี้กับเพื่อน เพื่อนก็จะหนีเขาไปทีละคน แบบคะนิ้งคนหนึ่งละ ถ้าแก้ไม่หายกาลเวลาก็จะทำให้เขาไม่มีเพื่อนไปเรื่อย ๆ เอง โดยที่นิ้งไม่ต้องไปเป็นผู้เปลี่ยนชีวิตใคร แล้วตอนนี้ในเมื่อชีวิตมันพัดพาให้ห่าง ๆ กันไปแล้ว ถ้าพี่เป็นคะนิ้งก็รู้สึกว่า โชคดีแล้วล่ะ ปล่อยให้เขาได้ไปใช้ชีวิตแบบนี้กับคนอื่น โชคดีของเราแล้วที่เขาออกไปจากชีวิต ถ้ายิ่งเราเป็นคนที่ไม่กล้าตัดความสัมพันธ์กับใครก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สุดท้ายถ้าเป็นเพื่อนสนิทก็คุยกันได้ แต่พี่ว่ามันเลยเวลาที่จะคุยแล้ว ถ้ามันห่างไปแล้วก็ช่างมัน’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-