การที่หนู ทักคนคุยเก่าไปอวยพรวันเกิด สวัสดีปีใหม่ แล้วแฟนมาเห็น โกรธทะเลาะกันบ้านแทบแตก หนูผิดหรอคะ? แค่ทักไปไม่ได้คิดอะไร เพราะมองเขาเป็นเพื่อนคนนึง ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันไปแล้ว

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

การที่หนู ทักคนคุยเก่าไปอวยพรวันเกิด สวัสดีปีใหม่ แล้วแฟนมาเห็น โกรธทะเลาะกันบ้านแทบแตก หนูผิดหรอคะ? แค่ทักไปไม่ได้คิดอะไร เพราะมองเขาเป็นเพื่อนคนนึง ถึงแม้จะไม่ได้คุยกันไปแล้ว

31 ม.ค. 2025

            “คุณฟาง (นามสมมติ)” อายุ 32 ปี เป็นสายที่สี่ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [29 ม.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล’ เกี่ยวกับปัญหาทักไปอวยพรวันเกิดแฟนเก่าหรือคนคุยเก่า

       โดย “คุณฟาง (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ปัจจุบันเรามีเเฟนอยู่เเล้ว แต่เราก็เล่นโซเชียล เเล้วเราไปเห็นแฟนเก่าหรือคนคุยเก่าลงวันเกิดเขาเอง เราก็เลยตอบกลับสตอรี่เขาไปว่า Happy Birthday เเค่นั้นเลย เเต่ปกติเราก็ไม่ได้คุยกับเขาในเเชทเป็นการส่วนตัวอยุู่เเล้ว สิ่งที่ทำให้เกิดปัญหาคือตอนนั้นเเฟนปัจจุบันของเรา เข้าไปดูในเเชทพอดี อาจจะเพราะเหมือนเขาตะหงิดใจเลยกดเข้าไปดู เเล้วเขาก็เห็นเเชทว่าเราไป เเฮปปี้เบิร์ดเดย์ คนคุยเก่า เลยมีปัญหากันแบบบ้านเเตกเลย

            ส่วนที่เราทักไปเเฮปปี้เบิร์ดเดย์เขาเพราะว่าเราเห็นถึงความเป็นมิตรภาพที่จบกันไปเเล้ว เพราะคนที่เรายังติดตามกันอยู่ ส่วนมากก็จบกันด้วยดี เลยเป็นเเบบพี่น้องกัน สำหรับเรา เราก็ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ หลังจากเราทักไปอวยพรวันเกิด ก็ไม่ได้มีประโยคสนทนาอะไรกันต่อ ก็เลยอยากถามพี่ๆดีเจว่า เราควรทักไป Happy new year หรือ Happy birthday กับเเฟนเก่าหรือคนคุยเก่าไหม แล้วถ้าทำผิดไหม?

            ซึ่ง “ดีเจเผือก” ก็ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘สำหรับมุมผมเลยนะ มันก็มีความสุ่มเสี่ยงกับการทัก เเต่เคสของเเฟนเก่าเนี่ยถ้าเเบบยังรู้สึกว่าโอเค สายสัมพันธ์ยังมีอยู่ กับการ Happy birthday หรือเหตุการณ์วันสำคัญของปีอันนี้โอเค เเต่กับคนคุยอันนี้รู้สึกไม่ดีเหมือนกัน เพราะว่ามันมีความสำคัญขนาดที่เราจะต้องเเฮปปี้เบิร์ดเดย์หรอ? ซึ่งในมุมของพี่ ในเรื่องของคนคุยเก่า พี่ก็ไม่โอเค เเต่ถ้าเป็นเเฟนเก่าที่จบกันไปแล้วจริงๆ อันนี้ก็ยังพอสามารถเข้าใจได้อยู่’

            ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘อันนี้คือฟางหาเรื่องให้ตัวเองเพราะฝั่งนั้น เขาก็ไม่ได้ต้องการอะไรจากฟางเลย เเละมันก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรเลยนอกจากคำว่าหาเรื่องให้ตัวเอง ซึ่งการที่เเฟนของฟางจะโกรธก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เเละหนูก็ควรรู้ไว้ว่าไม่ต้องทำ มันไม่มีประโยชน์อะไรกับทุกฝ่ายเลย เพราะฉะนั้นถ้าอยากอยู่อย่างสงบๆก็เลิกทำ’

            สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้ความคิดเห็นว่า ‘สำหรับหอมเองไม่ใช่เเค่คนคุยเก่าอย่างเดียว เเฟนเก่าก็ไม่ได้ ถ้าเป็นเเฟนเก่าต้องเป็นคนที่รู้ว่าเราคือเเฟนใหม่ของคนปัจจุบัน เเละเราก็ต้องเคยเจอ ตอนนี้ฟางเหมือนอยู่ในภาวะบุคคลสุ่มเสี่ยง ซึ่งถ้ารู้ว่ามันสุ่มเสี่ยงก็ไม่ควรไปหาเรื่อง ลองชั่งน้ำหนักดูว่าทำเเล้ว มันได้ประโยชน์อะไร เพราะความสุ่มเสี่ยงมันสูงกว่าเยอะ เพราะบางเรื่องมันทำไม่ได้ก็ไม่ควรทำ ชีวิตอยู่กับเเฟนดีๆอยู่เเล้ว ไปหาเรื่องให้ตัวเองทำไม ถ้าบอกว่าเราเเค่เเฮปปี้เบิร์ดเดย์ มันก็จะมีคำถามในหัวว่าทำไปทำไม เพราะฉะนั้นอย่าทำเรื่องเเบบนี้ให้มันกระทบกับความสัมพันธ์ของฟางอีก’

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

06 ต.ค. 2025

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรม สนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆ งานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ

ทำไมตอนเรียนในมหาลัย กับ ชีวิตทำงานจริงๆ ถึงไม่เหมือนที่หนูคิดไว้เลย ตอนอยู่มหาลัยหนูทำกิจกรรมสนุกกับการใช้ชีวิตมาก แต่พอจบใหม่ มาทำงานจริงๆ ทำงานสายวิชาการ สภาพแวดล้อมก็เจอแต่ผู้ใหญ่อายุเยอะๆงานก็เครียด บรรยากาศเหมือนต้องทนทำงานเฉยๆ หนูจะปรับมายเซ็ตตัวเองยังไงดีคะ?ใครที่เป็น First Jobber แบบหนู แล้วเจอปัญหานี้... มาเล่าให้ฟังทีค่ะ ขอบคุณนะคะ “คุณฟ้า (นามสมมติ)” อายุ 23 สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [1 ต.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาการทำงานในมุมของ First Jobber ที่เทียบกับตอนเรียนแล้วแทบจะไม่เหมือนกันเลย โดย “คุณฟ้า (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูพึ่งเรียนจบ แล้วมีความเครียดว่าทำไมชีวิตทำงานกับชีวิตวัยเรียนมันต่างกันขนาดนี้ เข้าใจว่ามันต้องต่างเพราะชีวิตมันต้องจริงจังมากขึ้น แต่เรามีความรู้สึกว่าเราเครียดแล้วก็แพนิก จนกระทบกับสุขภาพ เวลาเครียดแล้วปวดท้อง คือหนูพึ่งเรียนจบเมื่อปีที่แล้ว ได้งานมาเรื่อย ๆ ย้ายงานบ้างเพราะมีปัญหาเรื่องการเดินทาง เรื่องสังคมด้วย เรื่องการเดินทางไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องสังคม มันทำให้เราเครียด ลดทอนความเป็นตัวเองไป ตอนฝึกงาน หนูฝึกสายที่ไม่ชอบ แต่คิดในแง่ดีว่าเราจะได้รู้ว่าเราไม่ชอบอะไร จะได้ไปต่อถูก พอจบมาระหว่างที่เรียนและหางาน หนูได้ทำงานพิเศษบ้าง แต่ก็ไม่ได้มีไฟจะเลือกบริษัทที่เราอยากทำงาน รู้สึกว่าถ้าทำในสายที่เราทำตอนฝึกงาน มันยังไม่ใช่ตัวเอง แล้วก็เครียดมาก พอมาเจอที่นึงสังคมดีมาก ทุกอย่างดี แต่ด้วยความที่หนูต้องทำงาน 6 วัน บางทีก็ 7 วัน เพราะระบบยังไม่คงที่เท่าไหร่ อีกอย่างไกลบ้านมาก ๆ ถ้าหนูเอารถที่บ้านไปใช้ ที่บ้านก็จะไม่มีรถใช้ เดินทางลำบากด้วย สุดท้ายหนูก็ได้ที่ทำงานใหม่ ส่วนงานที่ 2 กับงานที่ 3 เป็นงานปัจจุบัน ลักษณะงานมันคล้ายกับตอนฝึกงานมากเลย แต่หนูก็คิดว่า ไม่เป็นไร อย่างน้อยเราทำ 5 วัน เป็นการฝึกตัวเองด้วย ปรับตัวเอา ปรากฎว่าเราทำงานกับคนที่อายุเยอะ เป็นคนพูดจาเสียงดัง ไม่สอนงาน บ่น ซึ่งงานมันเป็นเรื่องวิชาการที่ละเอียดอ่อน ต้องรอบคอบมาก ๆ มีความกดดัน งานก็ไม่เป็นเวลา จนเราเกิดความเครียด แพนิก ไม่มั่นใจในตัวเอง ไมเกรนขึ้น ปวดท้อง เลยจะถามว่า หนูควรจะทำยังไงดี? ไปทำงานอื่นดีไหม หรือว่าจะทนทำสายเดิม แล้วพี่ ๆ เคยประสบปัญหาเหมือนหนูไหม พี่ ๆ จัดการกันยังไงคะ’ ทางด้าน “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘ฟังตอนแรกรู้สึกว่ามันหนัก ดูมีผลกระทบต่อชีวิตฟ้าค่อนข้างรุนแรง แต่ถ้าจัดกรุ๊ปให้ดี มันมีแพทเทิร์นบางอย่างอยู่ คือ 2 งานหลังมันประเภทเดียวกันกับตอนฝึกงาน แล้วฟ้าท็อกซิกหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้าเราจัดกรุ๊ปให้ดี ฟ้าจะรู้อย่างชัดเจนเลยว่าฟ้าอาจจะไม่เหมาะกับสายวิชาการ แต่งานที่ 1 ถ้าไม่นับเรื่องไกลบ้าน เราทำแล้วมีความสุข ภูมิใจในตัวเอง เรารู้สึกว่าเราทำมันได้ดี เราแค่เจองานที่มันไกลบ้าน เพราะฉะนั้นพี่เชื่อเหลือเกินว่าจะมีงานในรูปแบบนี้ แต่เป็นบริษัทอื่น หรือใกล้เคียง ที่ทำให้ฟ้ายังได้ใช้สกิลวิทยาศาสตร์อยู่ โดยที่ไม่ต้องเดินทางไกลบ้าน ลองดูใต้โต๊ะทำงาน แล้วก็เข้าสปอนของรายการนั้นก็ได้เป็น Application หางาน มีแน่นอนสายเบจวิทยาศาสตร์ที่หนูทำงาน เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งคิดว่าฉันจะไม่มีทางไป มันมีทางหนึ่งอยู่ที่ฟ้าเคยไปแล้วมันดีด้วย แต่แค่ว่าเราเจอปัญหาหนึ่งอยู่ แต่เรารู้แล้วแหละว่าเรามีความสุข ลองค้นหาทางนั้นเพิ่ม’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘จากที่พี่ฟังนะ หนูจะไม่ใช่คนที่มีปัญหาเรื่องการหางานหรอก เพราะหนูเป็นคนเก่ง มีความพยายามด้วย แค่ตอนนี้ยังไม่ลงตัว ซึ่งมันต้องใช้เวลา อย่างที่พี่เผือกบอกว่ามันชัดเจนว่าเราอาจจะไม่เหมาะกับงานวิชาการ ถ้าเทียบกับงานแรกเรามีความสุขกว่า แค่เราเจองานที่ไกลบ้าน ซึ่งก็ไม่ได้มีงานลักษณะนี้แค่บริษัทเดียวหนิ สำหรับพี่ เราทำงานเพื่อให้ชีวิตเราดีขึ้นนะ การทำงานแล้วสุขภาพเราแย่ลง ก็คือชีวิตเราแย่ลงนะ ซึ่งพี่จะไม่เลือกแบบนั้น สุดท้ายจะฝากไว้ว่าชีวิตทำงานมันไม่ได้สนุกเหมือนตอนวัยเรียนนั่นแหละ อันนี้ต้องทำใจ นี่แหละโลกความเป็นจริง’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ไม่เคยเสียดายในสิ่งตัวเองเรียนมาเลย ส่วนงานที่พี่เลือกทำ พี่เลือกทำในสิ่งที่พี่ชอบ แล้วมันก็ทำให้พี่มีความสุขกับการทำงานมาก ๆ สำหรับฟ้า พี่คิดว่าการทำงานมันควรจะมีความสุข แต่พอฟ้ามีเรื่องเงินเข้ามา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญ งานนี้ที่ทำมันยังออกไม่ได้หรอก ตราบใดที่ยังไม่มีงานใหม่ แต่ถ้าได้งานใหม่ที่เรารู้สึกว่าตรงกับความสุขตัวเอง ไม่ต้องไปเสียดายเลยที่เรียนมา 4 ปีอะ เอาความสุขเป็นที่ตั้ง เราใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ หาไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็เจอ’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

04 ก.ค. 2025

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิง จะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่น

หนูเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่น เรียนจบแล้ว จะอยู่เที่ยวต่อก่อนกลับไทย 1 เดือน ทักไปขอเพื่อนผู้หญิงจะขออยู่ด้วยชั่วคราว แต่เพื่อนผู้หญิงบอกว่าไม่สะดวก ก็เลยไปขอเพื่อนผู้ชายที่เรียนด้วยกันที่ญี่ปุ่นเพื่อนคนนี้บอกว่า มาเลย นอนด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา หนูรู้สึกว่าอยากประหยัดเงิน แต่จะบอกแฟนหนูยังไงดีให้เขาเข้าใจว่าจะขออยู่ห้องเพื่อนผู้ชายคนนี้ กลัวว่าแฟนจะหึง แต่ถ้าต้องไปจ่ายค่าโรงแรมเองหนูก็คิดว่าจะรับค่าใช้จ่ายไม่ไหว “คุณทราย (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [2 ก.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาเรื่องราววีซ่าเหลือ อยากเที่ยวต่อ มีเพื่อนให้พักฟรีแต่ก็ดันเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่กลัวแฟนไม่สบายใจ โดย “คุณทราย (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอยู่ประเทศญี่ปุ่น โครงการ 1 ปี เดือนหน้าจะเรียนจบแล้วแต่วีซ่ายังไม่หมดจึงวางแผนที่จะเที่ยวต่อ ซึ่งการวางแผนเที่ยวก็ต้องจองโรงแรมก่อน แต่เราก็มีเพื่อนที่ยังอยู่ญี่ปุ่นสามารถให้เราไปพักฟรีด้วยได้ แต่ประเด็นคือ เขาเป็นเพื่อนผู้ชาย แต่เราเป็นผู้หญิง หนูเองก็มีแฟนอยู่ที่ประเทศไทยก็เลยตัดสินใจอยู่ว่าจะจองโรงแรมดีมั๊ยหรือว่าไปนอนหอพักกับเพื่อนดี แต่ก็เกรงใจแฟนกลัวแฟนจะไม่สบายใจ ไม่รู้จะบอกแฟนยังไงดี? ปกติหนูกับแฟนมีอะไรจะปรึกษากันตลอด มาอยู่ญี่ปุ่นความสัมพันธ์ก็ยังดี แต่ช่วงนี้เขาไปเกณฑ์ทหาร ก็เลยไม่ได้ปรึกษาในเรื่องนี้ หนูอยากไปอยู่หอเพื่อนผู้หญิงก็เป็นหอในไปอยู่ด้วยไม่ได้ หนูอยากจะถาม 2 คำถามคือ 1. ในฐานะที่หนูยังเป็นนักศึกษาอยู่ยังไม่มีรายได้ของตัวเอง ควรจะอยู่หอเพื่อนหรือไปจองโรงแรมดี 2. ถ้าตัดสินใจไปพักกับเพื่อนผู้ชายจะบอกแฟนยังไงดี’ ซึ่งดีเจทั้ง 3 คน “ดีเจเผือก - ดีเจก็อตจิ - ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาตรงกันว่า ‘จะไปนอนที่หอพักของเพื่อนผู้ชายไม่ได้เด็ดขาดไม่ว่ากรณีไหนก็ตามเพราะเขาเป็นผู้ชาย เราเป็นผู้หญิง บนโลกใบนี้ผู้หญิงผู้ชายเป็นเพื่อนกันได้แต่จะไปนอนค้างด้วยกันเป็นเดือนไม่ได้ หรือถ้ามีเหตุจำเป็น มากที่สุดก็ให้แค่ 1 คืนเท่านั้น หรือไม่ก็ไปหาที่พักแบบ Airbnb หรือ Hostel อะไรราคาถูกก็นอนไป อย่าดิ้นรนหรือพยายามทำอะไรเกินตัว การอยู่ต่อเพื่อที่จะเที่ยวเพราะวีซ่าเหลือ มันไม่ใช่เหตุผลจำเป็นอะไรเลย ที่สำคัญเรื่องนี้อย่าไปเอ่ยปากถามแฟนเด็ดขาดเพราะจะกลายเป็นว่าทำไมเรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ เขาอาจจะระแวงเราไปเลย จากความสัมพันธ์ดี ๆ จะกลายเป็นไม่โอเค จริงอยู่ที่เราไว้ในแฟนแต่เราไม่ควรไว้ใจคนอื่นหรือใครทั้งสิ้น’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘จริง ๆ มันไม่ใช่แค่เรื่องแฟนหึง แต่มันมีเรื่องความปลอดภัยของตัวเราเองเข้ามาเกี่ยวด้วย เราจะมั่นใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำอะไรเรา รู้จักกันมาแค่ 1 ปีเอง ไม่มีใครการันตีได้เลย ต้องคิดถึงตรงนี้ด้วย หรือสมมติว่าอยากมาหางานที่นี่ ก็ตั้งเดดไลน์ไว้ ถ้าเดือนนี้เราเช่าคอนโด แล้วต้องหางานให้ได้ภายในตอนไหน ถ้าเดือนนี้ไม่สามารถมีเงินจ่ายค่าคอนโดได้ให้บินกลับเลย’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูหมั้นกับแฟน มั่นใจในรักครั้งนี้ ก็ตัดสินใจท้องกับแฟน แต่เพิ่งรู้ว่ามีผู้หญิงอีกคนก็ท้องกับแฟนหนูเหมือนกัน พอถามแฟน แฟนบอกว่าถ้าจะต้องเลือกคนใดคนนึง ขอเลือกตัวเองดีกว่า หนูจะทำยังไงต่อไปดีคะ?

13 ก.ย. 2024

หนูหมั้นกับแฟน มั่นใจในรักครั้งนี้ ก็ตัดสินใจท้องกับแฟน แต่เพิ่งรู้ว่ามีผู้หญิงอีกคนก็ท้องกับแฟนหนูเหมือนกัน พอถามแฟน แฟนบอกว่าถ้าจะต้องเลือกคนใดคนนึง ขอเลือกตัวเองดีกว่า หนูจะทำยังไงต่อไปดีคะ?

“คุณตาล (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (11 ก.ย. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาหมั้นกับแฟนเลยปล่อยท้อง แต่จับได้ว่าแฟนไปทำผู้หญิงคนอื่นท้องเหมือนกัน โดย “คุณตาล (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘หนูคบกับแฟนมาเกือบ 3 ปี เขาดีกับหนูทุกอย่างจนทำให้หนูไว้ใจเขา และช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมาเขาบอกหนูว่า เขาอยากมีลูก ด้วยความที่พวกเรามีแพลนที่จะหมั้นกัน หนูจึงตัดสินใจว่า ถ้าอยากมีหนูก็จะมีให้ พอผ่านมาไม่กี่เดือน ก็รู้ว่าตัวเองท้องตามที่อยากได้ เราดีใจมากบอกพ่อแม่เขา แล้วก็พาหนูไปฝากครรภ์ พอหลังจากนั้นประมาณ 2 - 3 วัน ก็มีผู้หญิงคนหนึ่ง แอดเฟซบุ๊กหนูมา หนูจึงเข้าไปดูด้วยความสงสัยว่าเป็นใคร ทำไมถึงแอดมา พอเข้าไปดูสตอรี่ที่เขาตั้งเอาไว้ ก็ได้เห็นว่าเขาอยู่กับแฟนเรา ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยมาๆ เป็น 10 อัน หนูจึงไปถามแฟนว่า “คนนี้คือใคร ทำไมถึงอยู่ด้วยกัน” แฟนหนูก็ยอมรับแต่โดยดีว่า “เขาคุยกับผู้หญิงคนนี้อยู่” หนูทั้งโกรธ และตกใจ คือเขามีคนอื่นก่อนหนูท้องอยู่แล้ว แต่ที่ให้หนูตั้งท้องเพราะเขารู้ว่า ถ้าหนูท้องแล้วจับได้ว่าเขามีคนอื่น หนูก็ต้องให้อภัยเขาอยู่แล้ว หลังจากนั้นหนูก็คุยกับเขา หนูก็ให้โอกาสเขาปรับปรุงตัว แล้วก็เลิกกับผู้หญิงคนนั้น พอหลังจากนั้น 3 - 4 เดือน หนูเข้าไปส่องเฟซของผู้หญิงคนนั้น ก็เห็นว่าเขาโพสต์ว่าเขาท้อง หนูก็สงสัยว่าเขาท้องกับใคร ก็เลยไปถามแฟน ตอนแรกแฟนไม่ยอมรับ พอหนูเค้นถามไปเรื่อย จนเขายอมรับว่า “เขากำลังไปคุยกัน เพราะผู้หญิงคนนั้นขู่ว่า ถ้าแฟนของหนูไม่กลับไปคบกับเขา เขาจะฆ่าตัวตาย” แฟนหนูเลยยอมกลับไปคบกับผู้หญิงคนนั้น ซึ่งผู้หญิงคนนั้นที่ท้อง ก็ท้องกับแฟนหนู ตอนนี้ท้องประมาณ 2 - 3 เดือน หลังจากนั้น แฟนก็มาขอโอกาสหนู เขาบอกว่า “ถ้าให้เลือก เขาเลือกหนู เขาตัดขาดกับผู้หญิงคนนั้นได้ แต่เขาตัดขาดจากลูกไม่ได้” ซึ่งหนูเลยบอกว่า “ถ้าให้อยู่แบบนั้น หนูไม่โอเค” แล้วคำตอบที่ได้มาจากเขาคือ “งั้นขอไม่เลือกใคร จะอยู่คนเดียวเอง” ตอนนี้คือพ่อแม่ของหนูอยากให้หนูกลับไปอยู่บ้านที่ต่างจังหวัด หนูคิดว่าจะกลับบ้าน แล้วหนูก็คิดว่า ต่อให้กลับไปคืนดีกับเขาก็คงทำไม่ได้ เพราะหนูหมดความเชื่อใจเขาไปหมดแล้ว หนูอยากถามพี่ๆดีเจว่า หนูควรมูฟออนจากตรงนี้ยังไงดีคะ?’ เริ่มจาก “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘ในภาวะของคนเป็นแม่จะมีฮาร์โมนอะไรบางอย่างที่ฟุ้งซ่าน และเป็นความกังวล พอเป็นลูกคนแรกตาลอาจจะคิดว่า เวลานี้เราไม่ควรอยู่คนเดียว แต่ในการที่พี่ได้คุยกับตาล ตาลเป็นคนที่เข้มแข็งมาก ค่อนข้างแน่วแน่ ซึ่งตอนนี้เหมือนตาลได้ตัดแฟนที่เป็นเนื้อร้ายอออกไปได้ 1 ก้อนแล้ว ทีนี้เราต้องอยู่กับสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดซึ่งคือลูกของเรา พี่อยากให้ตาลมีความสุขและสนุกกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดมา ให้มีความสุขกับการรอคอยว่าเมื่อไหร่เขาจะเกิด ตัดไปเลยว่าการมีความสุขไม่ต้องมีผู้ชายคนนั้น ยิ่งตัดผู้ชายคนนั้นออกไปได้เท่าไหร่จะยิ่งดี ความสุขของตาลจะหดหายก็ต่อเมื่อตัดเขาไม่ขาด เขาจะวุ่นวายจนทำให้ตาลรู้สึกลังเล ในมุมของพี่ พี่อยากให้ตาลกลับไปอยู่กับที่บ้านกับพ่อแม่ แล้วรู้สึกว่า ”เราไม่ได้อยู่คนเดียวนะ ตอนนี้เราอยู่กับคนที่รักเราทั้งหมดเลย คนที่ไม่รักเรา คนที่เห็นแก่ตัว คนที่พูดจาโกหกใส่เรา มันออกไปแล้ว” แล้วถ้าระหว่างนี้ตาลรู้สึกว่าเหงา ฟุ้งซ่าน หรืออยู่คนเดียว ตาล Direct มาหาพี่เลย เดี๋ยวพี่จะเป็นเพื่อนคุยกับตาล ทำยังไงก็ได้พี่หอมไม่อยากให้ตาลกลับไป พี่อยากให้ตาลมีความสุข อีกไม่กี่เดือนน้องจะเกิดมาแล้ว ”เราจะซื้อของอะไรไว้ดี เราจะสอนอะไรเขาดี” อย่าให้ใครมาทำลายความสุขเรา คนที่เขามาเพื่อทำร้ายเรามันจะออกไปแล้ว อดทนอีกนิดนึง เมื่อไหร่ที่มันออกไป วันนั้นจะไม่มีอะไรกวนใจตาลได้เลย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า ‘วิธีที่ตาลจะมูฟออนคือโฟกัสกับตัวเองและลูกเลย หลังจากที่เราโชคร้ายเจอคนที่ไม่ดีคนนี้ จากนี้ไปมีจะดีขึ้นเรื่อยๆ ตาลจะตั้งใจเลี้ยงลูกโดยมีคุณตาคุณยายช่วยเลี้ยงเขามาให้ดีที่สุด แล้วลูกก็จะออกมาเป็นคนดีที่ไม่ทำตัวเหมือนพ่อ ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีที่คุณพ่อคุณแม่เข้าใจ และพร้อมรับให้ตาลกลับบ้านเสมอ กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เริ่มใหม่ ดูแลตัวเอง อีก 3 เดือนก็จะได้เจอเขาแล้ว ถ้าเป็นพี่พี่จะเลี้ยงเขาให้ดีที่สุด ให้เขาไม่ทำผู้หญิงคนไหนเสียใจ เขาจะไม่มีวันทำแบบนี้กับสิ่งที่พ่อทำกับแม่เขา เอาให้พ่อในอนาคตมาเห็น มันละอายใจตัวเอง เราต้องยืนอย่างสง่า กับลูก กับตา กับยาย’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้ความคิดเห็นต่อว่า “ผู้ชายคนไหนที่ทำร้ายภรรยาในขณะที่ท้องอยู่ ไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ พี่ให้เป็น 1 ในเคสที่ไม่น่าคบหามากที่สุด พี่ว่ามันเกิดกว่าจะให้โอกาส ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้โอกาส หรืออยู่กับเขาต่อ แถวเขายังหลอกให้ตาลท้องอีก ใจร้ายมาก เห็นด้วยกับพี่หอมเลยว่า การเปลี่ยนสภาพแวดล้อม เปลี่ยนบรรยากาศ กลับไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่น่าจะดีที่สุด อย่างน้อยยังมีคนที่ช่วยเลี้ยงน้อง แล้วอยากให้ตาลรู้เสมอว่า ด้วยฮอร์โมนจากการคลอด ไม่ว่าจะเศร้าอยู่ หรือปกติ ก็มีโอกาศที่จะเป็นซึมเศร้าหลังคลอด แต่ให้คิดว่า ถ้ามีผู้ชายคนนี้อยู่อาจจะหนักกว่านี้ก็ได้ พี่คิดว่าตาลเป็นคนฉลาด และรู้ว่าควรเลือกสิ่งไหนให้ตัวเองและลูก แล้ววันนี้ตาลได้เลือกแล้ว ด้วยความมั่นใจและเด็ดขาดในการตัดสินใจครั้งนี้ ขอเป็นคนที่สนับสนุนการตัดสินใจครั้งนี้ของตาล หลังจากนั้นไม่ต้องกังวลอะไรมาก แม่เลี้ยงเดี่ยวเก่งๆมีเยอะมากมากในวยุค จงเชื่อว่าเราได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราและลูกแล้วในวันนี้ คนบางคนไม่มีดีกว่ามี และดูแลสุขภาพให้ดีนอนให้ดี กินให้ดี รู้สึกอุ่นใจที่ตาลตัดสินใจแบบนี้นะ ตาลเด็ดเดี่ยวมาก พวกพี่ขอส่งกำลังใจให้’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

01 ส.ค. 2025

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมา ตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า “ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อน

ตอนนี้หนูต้องเลือกระหว่าง “ผู้ชาย” กับ “เพื่อนสนิท” หนูคุยกับผู้ชายคนนึงมาตอนนี้กำลังคลั่งรักเขามาก เข้ากันได้ดีทุกอย่าง พอไปเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับบอกว่า“ไม่โอเค ถ้าเราจะคบกับคนนี้” เพราะคนนี้เป็นคนคุยเก่าของเขามาก่อนอย่าพามาเจอหน้าเพราะจะทำตัวไม่ถูก หนูจะทำยังไงดี ทั้งๆที่เพื่อนหนูก็มีสามีมีลูกแล้วด้วยถ้าเป็นทุกคน จะเลือกอะไรกันคะ ?? “คุณขนม (นามสมมติ)” อายุ 29 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [30 ก.ค 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาที่พึ่งรู้ว่าคนที่คุยอยู่ตอนนี้ เป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิท แล้วต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง โดย “คุณขนม (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ผู้ชายคนนี้คุยกับหนูมาก่อนอยู่แล้ว ตั้งแต่เมื่อปี 54 แต่ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูมีแฟนจึงไม่ได้คุยกันต่อ จนหนูมาเข้าสู่ช่วงอายุ 29 ปี เขาทักมาคุยกับหนู เลยได้คุยกันไปประมาณเดือนกว่า ๆ และตอนนี้เรารู้สึกดีกับเขามาก ๆ แล้ว แต่พึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเคยเป็นคนคุยเก่าของเพื่อนสนิทเรา เพื่อนคนนี้เราสนิทมาตั้งแต่มัธยม ปัจจุบันเพื่อนมีลูกและสามีแล้ว ซึ่งเพื่อนเป็นคนที่เชิงว่าเป็นศูนย์กลางประจำกลุ่ม โดยทั้งกลุ่มจะมี 6 คน และปกติเวลาเพื่อนจะนัดเจอกัน เพื่อนจะนัดเจอกันบ่อยมากกว่าหนู หนูไม่ค่อยได้เข้าไปเจอสักเท่าไหร่ ช่วงหลัง ๆ มานี้เป็นช่วงที่เราโสด แล้วเราไม่รู้จะคุยกับใครเลยคุยกับเพื่อนคนนี้บ่อย ๆ และเหตุผลที่เพื่อนรู้เรื่องนี้เพราะว่าเวลาเรามีอะไร เรามักจะปรึกษากับเพื่อนตลอด เพื่อนจึงรู้จากตรงนี้และไม่โอเคที่เราจะไปคุยต่อจากเขา เกริ่นก่อนว่าผู้ชายคนนี้เขาเคยคุยกับเพื่อนหนูมาตั้งแต่ปี 65 คุยกันในเชิงจีบกันปกติ มีวิดีโอคอลกันส่วนใหญ่ แต่ถ้าเจอกันจะเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว ซึ่งเรื่องใครเป็นคนเทใครก่อนอันนี้หนูไม่แน่ใจ เพราะว่าทั้งสองคนเล่ามาไม่เหมือนกัน หนูเคยลองพยายามถามทั้งสองฝ่ายแล้ว แต่เหมือนเขาก็ยังกั๊ก ๆ อะไรสักอย่างไว้อยู่ ซึ่งคนที่หนูคุยอยู่เขาบอกว่าเขาเป็นคนหยุดคุยเองเพราะว่าคุยแล้วไม่คลิกกัน โดยเขาบอกมาประมาณว่า “คุยแล้วไม่คลิกกัน ไม่โอเค ก็แค่แยกย้ายแค่นั้น” ส่วนเพื่อนเราบอกว่าตัวเองเป็นคนเทเขา โดยให้เหตุผลว่าเขาเป็นคนมีความคิดที่แปลกประหลาด คุยเยอะมาก คุยไปทั่ว แต่จากที่หนูคุยกับเขามันไม่ใช่แบบที่เพื่อนบอก สำหรับหนู หนูคุยกับเขาแล้วรู้สึกดี เขาเป็นคนปากหวานด้วย จึงไม่กล้าฟันธงอะไรมาก และเหตุผลที่เพื่อนอยากให้เราหยุดคุยกับผู้ชายเพราะว่าเขาเป็นคนคุยเก่าเพื่อน เพื่อนกลัวตัวเองจะมองหน้าเขาไม่ติด จริง ๆ ตัวหนูเองเคยเชิง ๆ พูดไปกับเพื่อนแล้วว่าเราเคยคุยกับเขาไปตอนปี 54 ก่อนที่เขาจะมาคุยกับแก แต่เพื่อนก็ไม่ได้ฟังอะไร จะแทรกเรื่องตัวเองมาเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งเพื่อนยังเคยเชิงพูดอ้อม ๆ มาอีกประมาณว่า “ถ้ามึงจะคุยต่อก็คุยได้นะ แต่กูไม่โอเค” ถ้าถามว่าถ้าหนูเลือกผู้ชาย แล้วไม่เลือกเพื่อน หนูจะโอเคไหม เอาจริง ๆ หนูรู้สึกครึ่ง ๆ เพราะว่าหนูรู้สึกเสียดายที่ยังไม่ได้เรียนรู้อะไรด้วยตัวเองเลย แต่อีกใจนึงคือถ้าสมมติหนูเลือกเขา แล้ววันใดวันหนึ่งมันดันเข้ากันไม่ได้แล้วเราเลือกเขาไปแล้ว เราจะเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายเลย ซึ่งคำถามที่อยากจะปรึกษาดีเจทั้งสามคนมีทั้งหมด 2 เรื่องคือ หนูแค่อยากรู้ว่าในความคิดหนูตอนนี้มันแปลกหรือเปล่า? ที่มองว่าตอนนี้มันเป็นแค่คนคุย แต่เพื่อนในกลุ่มหนูทุกคนมองว่ามันเป็นเรื่องผิดปกติและไม่สมควรที่จะคุยต่อจากเพื่อน ส่วนคำถามที่สองคือ หนูอยากถามว่าหนูควรจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้อย่างไรดี?’ เริ่มต้นที่ “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘แปลกหรือเปล่า เพื่อนหนูสิแปลก กลุ่มนี้ควรหยุดตัวเป็นแกนของโลกได้แล้ว ไม่มีเหตุผลที่แกจะมากั๊กของที่แกไม่เคยกิน แกไม่มีสิทธิ์ห้ามคนอื่นกิน เห็นแก่ตัวแบบนี้ไม่เรียกว่าเพื่อน เลิกคบได้ไม่ติด ส่วนข้อสองถ้าไม่อยากเสียทั้งเพื่อนเสียทั้งผู้ชายให้แอบคบ อย่าให้มันรู้และถ้าเกิดมันไปไม่รอดก็กลับมาหาเพื่อน แต่เพื่อนกลุ่มนี้ไม่โอเคเท่าไหร่ เอาแต่ใจตัวเอง ไม่มีความเมตตาในจิตใจสักนิดเลย’ ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาต่อว่า ‘ไม่แปลกที่จะคบกับคน ๆ นี้ พี่ว่าเพื่อนหนูมีอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ แต่ถ้าอยากจะให้มันเคลียร์พี่แนะนำว่าถ้าหนูแคร์ฝั่งเพื่อนด้วยให้บอกเพื่อนไปตรง ๆ ว่าเราจะคบ แต่ก่อนจะบอก หนูควรตัดสินใจถามเพื่อนไปตรง ๆ ก่อนเลยว่ามีอะไรที่เรายังไม่รู้อีกไหม แต่คือถ้าเพื่อนให้เหตุผลแค่นี้ พี่รู้สึกว่ามันยังไม่พอ ต้องดูที่เหตุผล ส่วนจะไปต่อกับความสัมพันธ์นี้ยังไงดี พี่ว่าถ้าขนมจะเอาทั้งซ้ายทั้งขวาให้ได้ดั่งใจเลย พี่ว่ามันยากในสถานการณ์นี้ ต้องลองเสี่ยงเพราะพี่รู้สึกว่ายังไงก็ตามมันไม่มีหลักประกันอยู่แล้วว่าคบผู้ชายคนนี้ไปแล้วมันจะเวิร์คหรือไม่เวิร์ค แต่ไม่อยากให้เอาเรื่องมีมาเป็นปัจจัยหลักใหญ่ที่จะไม่คบเขา ถ้าเพื่อนจะโกรธก็สิทธิ์ของเพื่อน แต่เราก็มีสิทธิ์ของเราเหมือนกันที่จะทำแบบนี้ พี่ว่าสิ่งที่หนูทำไม่ใช่สิ่งที่ทำลายความเป็นเพื่อนกัน’ สุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมว่า ‘ผมว่าไม่แปลกหรอก ผมมองว่าขนมก็ไม่แปลกและอีกฝั่งก็ไม่แปลกเหมือนกัน มันมีคนที่ไม่ได้ใช้ตรรกะเหมือนกับคนอื่นในการดำเนินชีวิต ผมได้เรียนรู้มาในอีกรายการหนึ่งว่าสมองคนเรามันสั่งการทุกอย่างอยู่นะ คนเรามีวิธีการดำเนินชีวิตที่ตามแต่ที่สมองมันบอก เข้าใจได้ในความเป็นแก๊งผู้หญิงแบบดาวเจ็ดแฉก เมย์ไหนไฟแรงส์เวอร์ สมมติมีคนนึงที่เป็นตัวตั้งตัวตีแล้วเจอกับอีก 6 คนแบบสม่ำเสมอ สารพัดเหตุผลที่จะบอกว่าทำไมถึงไม่โอเค ทั้ง ๆ ที่เรามองไปเราอาจจะโอเค มันสามารถเกิดขึ้นได้ในแก๊งแบบนี้ที่มันถูกกล่อมอยู่ และกับคนนั้นที่จะหวงก้างโดยไม่ได้ใช้เหตุผล ซึ่งสมมติว่าข้อมูลที่เราฟังในวันนี้มันมีแค่นี้จริง ๆ เจอกันครั้งเดียว คุยกันอยู่ช่วงนึง สุดท้ายไม่โอเค แค่คน ๆ นึงที่ไม่โอเคแบบไม่มีเหตุผลมันก็เกิดขึ้นได้นะขนม บางทีแล้วการที่เราจะคบกับอดีตของคนในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นอดีตในขั้นไหน เราจะต้องยอมรับว่ามันมีโอกาสที่จะผิดใจกัน มันอาจจะมีบางคนที่ก็นี่ไม่มีเหตุผลอะ แต่นี่ไม่ชอบไม่อยากเจอคนนี้ นี่เคยคุยแล้ว ทำไมแกต้องคุยซ้ำด้วย มันเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ ทีนี้ทำไงต่อ พี่เห็นด้วยกับดีเจเติ้ลคือ การที่ถ้าเรายืนยันจะคบกับผู้ชายได้ไหม ได้ หรือถ้าเราจะไม่คบเพื่อเพื่อนได้ไหม ได้เหมือนกัน แต่ว่าเราควรได้เหตุผลที่มากกว่านี้ ถ้าเราจะทำอะไรเพื่อเพื่อนกลุ่มนี้นะ คนที่ไม่โอเคควรจะบอกเหตุผลที่แท้จริงว่า “ทำไมหรืออะไรที่ทำให้มองหน้ากันไม่ติด?” หรือแค่แกไม่อยากให้เราคุยกับคนซ้ำกับแกแค่นี้ โดยที่ไม่ได้มีเหตุว่าไม่ได้เลิกกันไม่ดี ไม่ได้ไปแอบด่ากันลับหลังหลังจากเลิกกันหรือไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น เราจะได้เข้าใจว่าอ๋อมันมีเหตุผลแค่นี้ อยู่ที่ว่าขนมจะแคร์คนนี้มากพอไหมที่จะคบหากันต่อ มันเกิดขึ้นได้ บางครั้งคนเราแบบเออนี่ไม่คบให้ก็ได้ เพราะนี่รักเพื่อนนะ แต่แกต้องบอกนะว่าทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น และมันก็มีคนที่บอกว่า นี่จะคบนะ นี่ต้องรู้อะไรอีกไหม มันไปได้หมดทุกทางเลยขนม ควรที่จะคุยกันและหลังจากนั้นขนมช่างใจเลย ถ้าผู้ชายคนนี้ดูมีความเป็นไปได้ เราคุยศึกษากันสักพัก ช่วงแรกอาจจะเก็บเป็นความลับก่อนก็ได้ จนเวลามันผ่านไปแล้วรู้สึกว่าคนนี้ใช้ได้ เขาดีพอที่เราจะมั่นใจเขาได้ และมันก็คงมีเหตุการณ์ที่เราคงพาไปเจอเพื่อนไม่ได้บ่อยหรือไม่ต้องพาไปเจอก็ได้ เราก็มีชีวิตของเรา สุดท้ายเวลาผ่านไปมันจะเยียวยาเรื่องพวกนี้เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-