จบลงด้วยดี ! เคสคุณแม่ซื้อของเล่นให้ลูกที่ร้านดัง แต่รอเคลมสินค้า 6-7 เดือน ในราคา 3600 ดีเจต้นหอมยื่นมือเข้าช่วยประสานงาน ล่าสุดคุณแม่เผยในรายการ "ได้รับของใหม่แล้ว พร้อมกับเงินค่าของเล่นคืนด้วย" #ต้นหอมจอมพลัง

พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

จบลงด้วยดี ! เคสคุณแม่ซื้อของเล่นให้ลูกที่ร้านดัง แต่รอเคลมสินค้า 6-7 เดือน ในราคา 3600 ดีเจต้นหอมยื่นมือเข้าช่วยประสานงาน ล่าสุดคุณแม่เผยในรายการ "ได้รับของใหม่แล้ว พร้อมกับเงินค่าของเล่นคืนด้วย" #ต้นหอมจอมพลัง

19 เม.ย. 2024

            “คุณแม่เอ (นามสมมติ)” สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร ได้โทรมาอัพเดทเรื่อง จากกรณีที่ลูกชายตั้งใจเก็บเงินซื้อของเล่น แต่รู้สึกเหมือนโดนโกง พนักงานไม่รับผิดชอบ จนลูกไม่อยากเก็บเงินต่ออีกเลย

            ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อคืนวันพุธวันที่ 17 เมษายน 67 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร โดย “คุณแม่เอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘ได้ของเล่นแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วก็ได้เงินคืน หลังจากที่โทรเข้ามาในรายการพุธทอล์ค พุธโทร วันรุ่งขึ้นดีเจต้นหอมก็ได้มีการโพสต์ในไอจี ทีแรกแม่ไม่ค่อยเล่นไอจี ส่วนจะใหญ่เล่น Facebook มากกว่า แต่เห็นในเพจ EFM station โพสต์ว่าดีเจต้นหอมทวงถามทางร้านของเล่นให้ แม่ก็เลยเปิดเข้าไอจีไปดู พอวันศุกร์ทางร้านของเล่นก็โทรมา เหมือนทางร้านได้คุยกับดีเจต้นหอมแล้ว ทางร้านก็โทรมาหาแม่

            ตอนที่คุยโทรศัพท์จำไม่ได้ว่า เขาแนะนำว่าเป็นผู้จัดการสาขาหรือผู้จัดการ เขาก็ขอโทษ วันนั้นที่โทรเข้าหาทางรายการได้คุยกับดีเจทั้ง 3 คน ก็มีกำลังใจขึ้นมา พอมีกำลังใจขึ้นก็ฮึดสู้ขึ้นอีกรอบหนึ่ง แม่ก็เลยไปแจ้ง สคบ. แล้วก็ส่งข้อความไปทางเพจร้านของเล่นว่า “เราไปแจ้ง สคบ. มาแล้วนะ” เหมือนพนักงานไม่ค่อยน่ารักเท่าไหร่ พอวันศุกร์ที่ผู้จัดการโทรมา แม่ก็มีอารมณ์นิดหน่อยก็เลยต่อว่าเขาไป มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วผู้จัดการก็รับฟังโดยดีและขอโทษ ผู้จัดการก็รับปากว่าไม่เกินอาทิตย์หน้าจะได้ของเล่นแน่นอน แต่ว่าเมื่อไหร่จะโทรมาแจ้งอีกที พอวันพุธเขาก็โทรมาแจ้งว่า “ของเข้าแล้วนะคะ สะดวกวันไหน เขาอยากมามอบให้ด้วยตัวเอง จะได้มาขอโทษด้วยตัวเอง” แม่ก็บอกว่าวันพฤหัสบดี บ่าย 2

            หลังจากที่โทรมาในรายการพุธทอล์ค พุธโทร ก็ได้บอกกับลูกว่า “แม่โทรไปนะ” ลูกก็เขินอายนิดหน่อย แล้วลูกก็ไปเปิดฟังย้อนหลัง ลูกก็พูดกับเราว่า “ที่จริงแล้วเขาก็ไม่ได้กดดันเรา เขาถามปกติว่าได้หรือยัง” ในใจลูกไม่ได้มีความรู้สึกว่ากดดันแม่หรืออะไร ลูกก็ไม่รู้ตัวว่าการที่ทำแบบนั้นจะทำให้แม่กดดัน ลูกก็ขอโทษ หลังจากที่ได้คุยกับทางผู้จัดการร้าน วันนั้นก็บอกกับลูกเลยว่า “เขาโทรมาแล้วนะ เขาคอนเฟิร์มว่าไม่เกินอาทิตย์หน้าว่าได้แน่นอน” พอลูกได้ฟังตั้งแต่วินาทีนั้นลูกก็ดีใจมาก แล้วลูกก็เริ่มมีโครงการใหม่ อยากได้ตัวนู้นตัวนี้ เขาจะเก็บเงิน เขาก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที แต่รอบนี้ก็สัญญากัน คุยกันว่าเดี๋ยวเราจะไปดูที่สะพานเหล็ก ดูหลาย ๆ ร้าน แล้วแม่ก็จะช่วยดู เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก

            วันที่ไปรับของ พูดได้เลยว่าโอเคมาก จากที่ได้พูดคุยกับทางร้าน เขาขอโทษ ก็คือไม่ติดใจอะไร แล้วผู้จัดการก็อธิบายว่ามันเป็นของที่ส่งมาจากต่างประเทศ ต้องใช้เวลา แต่จริง ๆ ถ้าทางร้านของเล่นบอกแม่ว่าในกระบวนการนี้ มันเป็นแบบนี้ว่าต้องรอ แม่ก็รอได้ แต่ที่ผ่านมาเขาไม่ตอบ ไม่หือ ไม่อือ แต่ถ้าตอบว่ารอก่อน ก็แค่นี้ ผิดพลาดที่การสื่อสาร พอลูกเห็นกล่องก็คือดีใจมาก เป็นกล่องสีน้ำตาล ซึ่งเป็นต้นทางจากบริษัท ลูกชอบมาก ผู้จัดการเขาก็ขอโทษแม่ เขาก็เลยยื่นซองสีขาวให้ แล้วก็บอกว่า “พี่อยากช่วยเป็นกำลังใจให้น้องที่เก็บเงินซื้อ” คือแม่ไม่ได้อยากได้เงิน คือถ้าได้ของก็โอเคจบแค่นั้น แต่ก็รับมาและคิดกันว่า เงินส่วนหนึ่งอาจจะเอาไปให้น้อง ๆ ตามสถานสงเคราะห์ เพราะคุยกับลูก ลูกก็ไม่สบายใจที่จะรับเงินมาเพราะก็ได้ของเล่นแล้ว แม่ก็พูดว่า “เอางี้ไหมล่ะ หนูอยากทำบุญไหม เราก็อาจจะไปทำบุญตรงนั้นตรงนี้” ลูกก็โอเค

            สุดท้ายอยากจะขอบคุณทุกคนจริง ๆ ทั้งทีมงานและดีเจทั้ง 3 คน โดยเฉพาะดีเจต้นหอม แล้วก็ชาวพุธโทรเรี่ยนทุกคน อยากขอบคุณจริง ๆ เพราะแม่ก็เป็นแฟนคลับรายการพุธทอล์ค พุธโทร มาตั้งแต่เรื่องคุณอั๋นที่เป็นมะเร็ง พอฟังแล้วรู้สึกว่ารายการนี้ดี ก็ฟังย้อนหลังแล้วก็ฟังมาตลอด ลูกก็อยากขอบคุณดีเจต้นหอมมาก ๆ แต่ลูกฝากขอบคุณ เพราะลูกไม่กล้าพูดเอง

เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทาง

ใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATION

รับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

related พุธทอล์ค พุธโทร RECAP

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

06 มิ.ย. 2025

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+” หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ? มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?”

หนูโดนกาหัวข้อสอบ รอบสัมภาษณ์ ตอนสอบเข้าโรงเรียนเพื่อเตรียมเป็นทหาร “ไม่ผ่านเพราะเป็น LGBTQ+”หลังจากที่เขารู้ว่าหนูเป็น คำถามที่โดนถาม ไม่มีอะไรเกี่ยวกับการเป็นทหารเลย หนูโดนถามว่า “เป็นตุ๊ดหรอ เป็นรุกหรือรับ?มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม?” พอหนูตอบทุกอย่างตามจริง ผลออกมา ไม่ผ่าน ทั้งๆที่ หนูสอบปฏิบัติ ทดสอบร่างกายหนูทำได้ดีทุกอย่าง คะแนน 200 ได้ 170 คะแนน เหมือนความพยายามทั้งหมดที่หนูฝึกฝนมา 7-8 เดือน สูญเปล่าไปเลยแต่เพื่อนผู้ชายแท้ว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนไม่ดี กลับสอบติดตัวจริง ปีหน้าคงหมดหวังแล้วเพราะอายุหนูเกิน “คุณเอ (นามสมมติ)” อายุ 23 ปี สายที่ 2 ในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [4 มิ.ย. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาการสอบทหาร ซึ่งทำได้ดีในทุกรอบ แต่ตกรอบสัมภาษณ์เพราะเป็น LGBTQIA+ โดย “คุณเอ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูอยากเป็นทหาร เลยเตรียมตัวฝึกฝนจนสอบผ่าน แต่มาตกเอารอบสัมภาษณ์ เพราะหนูเป็น LGBTQIA+ หนูเคยผ่านการเป็นทหารเกณฑ์มาก่อน รู้สึกว่าระบบการทำงานมันตอบโจทย์กับหนู ถึงจะเป็นแบบนี้ก็จริง แต่หนูไม่ชอบทำงานนั่งสวย ๆ ในออฟฟิศเท่าไหร่ หนูชอบงานท้าทาย ตอนไปสอบก็พยายามแอ๊บแมน และในวันที่สอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วคำถามในการสัมภาษณ์มันควรจะถามเกี่ยวกับองค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานใช่ไหม? แต่อันนี้เขาไม่ถามเลย เขาถามแค่ว่า เป็นตุ๊ดใช่ไหม มีแฟนเป็นผู้ชายใช่ไหม เป็นรุกหรือเป็นรับ? เขาถามแค่เรื่องเพศสภาพของหนู เขาไม่ถามเกี่ยวกับทหารเลย หนูคิดว่าเขาคงไม่อคติขนาดนั้น เพราะในส่วนต่าง ๆ หนูทำได้ดีมาก ตอนเทสร่างกายเขาให้ว่ายน้ำ วิ่ง ดันพื้น และดึงข้อ หนูทำได้ดีเกือบทุกสนามจนหนูยังตกใจตัวเอง ขนาดกรรมการยังถามว่า ไปกินอะไรมา แต่คนที่เขาเลือกให้ผ่านเข้าไป กลับเป็นคนที่ได้คะแนนน้อยกว่าหนู ที่หนูรู้สึกว่ามันไม่แฟร์กับหนู คือ เพื่อนที่ไปสอบด้วยกัน เขาเป็นชายแท้ แต่เขาว่ายน้ำไม่ได้ ทำคะแนนได้ไม่ดี ซึ่งคะแนนเต็มทั้งหมด 200 คะแนน หนูทำได้ทั้งหมด 170 คะแนน ตอนนั้นหนูเลยไม่มีความคิดว่าจะไม่ติด เพราะเราเตรียมตัวมาดี ทำให้หนูคิดว่า พอเราเป็นแบบนี้แล้วทำไมไม่ให้โอกาสเราเลย ถ้าคุณบอกว่าการเป็นทหารต้องแข็งแรง หนูก็ทำให้เห็นแล้วว่าหนูทำได้ แล้วทำไมถึงไม่เอาหนูเข้าไป หนูน้อยใจในจุดนี้ หนูใช้เวลาทั้งหมด 8 เดือน ทั้งอ่านหนังสือ ฝึกฝน เตรียมร่างกาย หนูทำไปเพื่ออะไร? หนูออกไปวิ่งทุกเช้าทุกเย็น จริง ๆ หนูเคยไปสอบอีกสนาม หนูก็ไม่ผ่าน ซึ่งสนามนั้นหนูรู้ว่าหนูพลาดอะไร หนูเลยไม่ได้อะไรมาก แล้วในกฏเขาก็ไม่ได้มีเขียนบัญญัติไว้ว่าห้ามรับ LGBTQIA+ แถมตอนสัมภาษณ์หนูยังโดนย้ายไปห้องสอบสัมภาษณ์พิเศษ แต่ก็โดนถามแค่คำถามเดิม ๆ ที่เกี่ยวกับเพศสภาพ หนูแค่สงสัยว่า ทำไมถึงไม่เปิดโอกาสให้หนูตอบคำถามที่หนูควรจะได้ตอบเหมือนคนอื่น ๆ เพื่อที่หนูจะได้โชว์ว่าหนูทำได้ หนูเสียใจเพราะมันเป็นปีสุดท้ายที่หนูจะสมัครได้ เพราะเขารับอายุไม่เกิน 24 ปี แล้วปีนี้หนูกำลังจะครบอายุ 24 ปี เรื่องนี้ผ่านมา 3 เดือนแล้ว แต่หนูไม่สามารถปล่อยวางได้เลย หนูเลยอยากได้คำปลอบใจจากพี่ ๆ ดีเจว่า หนูควรทำยังไงดี?’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ก็ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่ก็เคยเจอแบบหนูเหมือนกัน เคยโดนกีดกันไม่ให้เป็นพิธีกรโรงเรียน แต่พี่ก็ไม่ได้สนใจ พี่แค่อยากจะบอกเอว่ามันก็ไม่แฟร์จริง ๆ แต่เรื่องแบบนี้มันก็สามารถเกิดขึ้นได้แหละในชีวิตจริง เข้าใจแหละว่าเสียใจ แต่ถ้าเราไม่ยอมแพ้ และไม่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพสุดท้ายที่เอจะทำได้ ถ้าเอเปิดใจมันยังมีทางอื่นให้เอได้ลองทำอีกนะ ไม่อยากให้เอาสิ่งที่เกิดขึ้นไปตัดสินคุณค่าในตัวเอง’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เข้าใจในสิ่งที่เอเจอนะ ไม่อยากให้เอคิดว่ามันเป็นความผิดของเอ เราไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริง ๆ คืออะไร มันยังมีหลายที่ ๆ เขาโอเคกับความเป็นตัวเรา เราเป็นคนมีความสามารถและความตั้งใจ พี่เชื่อว่ามันจะทำให้เอสามารถไปยังอาชีพอื่น ๆ อีกมากมาย’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้คำคำปรึกษาว่า ‘เอดีเกินไปที่จะเข้าไปอยู่ในระบบราชการไทย หนูสามารถไปทำอะไรได้เยอะกว่านี้ ถ้าหนูเข้าไปหนูก็อาจจะโดนกลืนกิน เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ และเขาก็ไม่เชื่อว่าหนูจะทำมันได้อยู่แล้ว คนที่มุ่งมั่นขนาดนี้ สามารถสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ได้แน่นอน แค่ที่นั่นไม่ได้เหมาะกับเรา’ และสุดท้าย ดีเจทั้ง 3 คน ได้ให้ความเห็นตรงกันว่า ‘อย่าด้อยค่าตัวเองและอย่าหยุดพยายาม ปล่อยให้ตัวเองไปเจอสิ่งที่ดีกว่าแล้วเราจะใช้ชีวิตแบบมีความสุข’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

26 ม.ค. 2024

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชาย ปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่ สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนู

ลูกสาวเศร้า คุยกับผู้ชายคนนึง เคยมีอะไรกันแล้ว แม่เป็นห่วงเลยฟอล IG ผู้ชายปรากฏผู้ชายทักมาจีบแม่ แม่ลองใจพาผู้ชายมาดื่มที่บ้านกัน 3 คน ไว้ใจแม่สุดท้ายมารู้ทีหลังว่าแม่มีอะไรกับผู้ชายคนเดียวกับหนูตอนนี้ทั้งหนูและแม่เลิกยุ่งกับผู้ชายคนนั้นแล้ว แต่รู้สึกไม่ค่อยดีกับแม่เลย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” อายุ 20 ปี สายแรกในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (24 ม.ค. 67) ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจต้นหอม - ดีเจเติ้ล - ดีเจเผือก’ กับปัญหาที่มารู้ทีหลังว่าแม่แอบมีอะไรกับคนคุยเรา โดย ​“คุณแนน(นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘คือหนูไปเจอผู้ชายคนหนึ่งในแอปพลิเคชัน ก็คุยกันแล้วไปเจอกัน แม่ของหนูก็มารู้ว่าหนูคุยกับคนนี้ แม่ก็ไปสืบมาและก็ให้หนูเลิกคุย หนูก็หลอกเขาว่าเลิก แต่จริง ๆ ก็ยังคุยอยู่ เขาก็จับได้อีกรอบนึง เขาก็เลยฟอลไอจีผู้ชายคนนั้นไป แล้วผู้ชายคนนั้นก็เลยทักมาจีบแม่ แม่ก็บอกให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นจีบแม่ ซึ่งผู้ชายคนนั้นอายุ 27 ปี แม่อายุ 40 ปี และที่แม่มาบอกแบบนั้นเพราะอยากให้หนูรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นคนไม่ดี แล้วเขาก็อยากลองใจผู้ชายคนนั้นเลยให้มานั่งดื่มที่บ้าน ผู้ชายคนนั้นก็มาทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแม่เป็นแม่ของหนู แต่ผู้ชายคนนั้นเขาก็ยังคุยกับหนูปกติ และก็จีบทั้งแม่ทั้งหนู ตอนนั่งดื่มก็นั่งกัน 3 คน ฟังเพลงและก็ดื่มไปด้วย หนูดื่มได้นิดเดียวก็ขึ้นไปนอนก่อน คือหนูไว้ใจแม่ เวลาเจอหน้ากันเขาก็เรียกหนูว่าน้อง เรียกแม่ว่าพี่ ทีนี้เขาก็มาทุกวัน แม่ก็อนุญาตให้เขามา แล้วก็มีอยู่คืนหนึ่งที่หนูเมามาก ๆ แล้วก็ไปทำตัวหึงใส่เขา คือตอนแรกหนูบอกแม่ว่าแค่คุยกับคนนี้ไม่ได้มีอะไร แม่ก็มาแบบซักถามหนูว่าเคยมีอะไรกันใช่ไหมกับผู้ชายคนนี้ คือเขาซักจนหนูบอกไปว่า ใช่ ครั้งนึง เขาก็ร้องไห้ออกมา ที่เขาร้องไห้เพราะเขาบอกว่าคนนี้นิสัยไม่โอเค แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็เคยมีอะไรกับผู้ชายคนนี้แต่ว่าหนูพึ่งมารู้ทีหลัง เขารู้ว่าหนูคุยแล้วแต่ว่าเขาเผลอไปมีอะไรด้วยเพราะเขาเมามาก ผู้ชายก็เมา แล้วแม่ก็เลยห้ามไม่ให้คุยอ้างว่านิสัยไม่ดีแต่ที่จริงตัวเองเคยมีแล้ว ซึ่งแม่ชอบผู้ชายคนนี้เลยบอกให้เลิก คือหนูให้อภัยแม่ได้ แต่ว่าบางทีก็ยังคิดถึงเรื่องนี้และมันทำให้หนูทุกข์ใจว่าทำไมแม่ถึงโกหกหนู คำถามคือหนูควรที่จะต้องจัดการกับความรู้สึกตรงนี้ยังไงอะค่ะ? ซึ่ง “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ก็คือว่าเรายังเรียนอยู่ 20 ปีเรายังต้องใช้เงินแม่ ไม่ใช่ทุกคนบนโลกเป็นคนดี ก็แค่คนไม่ดีที่มีลูก เขาบังเอิญมีแนนออกมา ความผิดที่เกิดขึ้นมันค่อนข้างร้ายแรงในฐานะคนเป็นแม่ ในฐานะที่พี่เป็นแม่ พี่ก็รู้สึกสะอึกกับเรื่องนี้ว่าปล่อยให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกับลูกเราได้ยังไง แต่วันนี้ถ้าแนนคิดจะให้อภัย พี่คิดว่าแม่คงได้รับบทเรียนแล้ว แล้วเราก็คงรู้แล้วว่าอย่าเอาผู้ชายเข้าใกล้แม่ ถ้าสมมุติว่าเรามีแฟนแล้ววันหนึ่งเขามายุ่งกับเราอีก เราก็พูดกับเขาดี ๆ ว่าให้แม่ควบคุมตัวเองหรือเป็นตัวอย่างที่ดีให้ได้ก่อน ก่อนที่จะสอนเรา แต่ถ้าแนนคิดจะให้อภัยแล้ว พี่คิดว่าแนนควรปล่อยวาง ไม่ต้องไปคิดเรื่องพวกนั้นอีก คิดซะว่าผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งออกไปจากชีวิตเราแล้ว ผู้ชายดี ๆ เขาก็ไม่จีบทั้งแม่ทั้งลูกเหมือนกัน ต่อมา “ดีเจเติ้ล” ให้คำปรึกษาว่า พี่จะมองแบบนี้แนน ถ้าแนนอยากจะให้อภัยเขาเหมือนแบบแนนรักเขา พี่จะมองว่า อย่างน้อยแม่เขาจะทำตัวยังไง นั่นเป็นอีกเรื่องนึง แต่ว่าอย่างน้อยเขาทำให้เห็นจริง ๆ แล้วว่าผู้ชายคนนี้ไม่น่าเอาเป็นผัว เหมือนเขาเอาตัวเขาทำให้เราเห็น อย่างน้อยปลายทางคือเราได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้ไม่ควรเอาเป็นผัว ถ้าพยายามอยากจะให้อภัยเขา แต่ว่าสิ่งที่เค้าทำอันนั้นไว้อีกเรื่องนึง สุดท้าย “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ถ้าเป็นพี่ก็คงคิดว่าเป็นแอลกอฮอล์ ถ้าจะคิดให้มันสบายใจขึ้น มันอาจจะเป็นแอลกอฮอล์ที่ทำให้สมองที่มันยับยั้งชั่งใจมันหายไป แล้วเพศชาย เพศหญิงอยู่ด้วยกันความยับยั้งชั่งใจมันหาย แล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้น’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกัน ความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึง อีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง

30 พ.ค. 2025

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกัน ความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึง อีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง

หนูมาทำงานที่ใหม่ได้ปีกว่าๆ ปัญหาที่เจอทุกวัน คือตอนนี้หนูมีหัวหน้า 2 คน แต่หัวหน้า 2 คนนี้เขาไม่ถูกกันความคิดไปกันคนละทางเลย แต่เขาสองคนทำงานเก่งทั้งคู่ คนนึงไม่พอใจอะไร ก็จะฝากหนูไปบอกอีกคนนึงอีกคนนึงไม่ยอมมาคุยด้วยอีก ให้หนูเป็นคนกลางทุกเรื่อง ตอนนี้ Performance การทำงานของหนูไม่คืบหน้าเลยเพราะหลายๆเรื่องโดนขัดโดยการตัดสินใจของหัวหน้าทั้ง 2 เจอแบบนี้ทุกวันบั่นทอนสุดๆ ถ้าเป็นทุกคนจะทำยังไงคะ? “คุณเมย์ (นามสมมติ)” อายุ 30 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา [28 พ.ค. 68] ได้โทรเข้ามาปรึกษา “ดีเจเผือก - ดีเจเติ้ล - ดีเจต้นหอม” เกี่ยวกับปัญหาหัวหน้าสองคนมีความเห็นไม่ตรงกัน ไม่คุยกันเลย เราที่เป็นคนกลางก็หนักใจ โดย “คุณเมย์ (นามสมมติ)” ได้เล่าว่า ‘หนูมีหัวหน้าสองคน ซึ่งมี direction ไม่ตรงกัน แต่ที่ต้องมีหัวหน้าสองคนเพราะเริ่มแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่ หนูอยู่ภายใต้หัวหน้า A มาตลอด 1 ปี แต่เมื่อบริษัทมีการปรับผังองค์กร ก็เลยได้มาอยู่ภายใต้หัวหน้า B ซึ่งก็จะอยู่ภายใต้หัวหน้า A อีกทีนึง ประเด็นคือเขาไม่คุยกัน จะให้เมย์คุยแทนตลอด เดิมทีหัวหน้าสองคนนี้สนิทกันมาก แต่เคยมีปัญหาเรื่องการทำงานทำให้เกิดจุดแตกหักกันตั้งแต่นั้นมา ปกติหัวหน้า A จะคุยกับหัวหน้าคนอื่น ๆ เยอะมาก แต่กับหัวหน้า B คนนี้ คุยกันนับครั้งได้ ซึ่งก็อาจจะไม่ถึง 20 ครั้ง/ปี เวลาเขามีความเห็นไม่ตรงกัน การตัดสินใจอาจจะมาจากตรรกะของเขาจริง ๆ บ้างหรือบางครั้งก็มีความอคติที่อยากจะค้านในเรื่องนี้ด้วย แต่เขาจะกันไม่ค้านต่อหน้า ถ้าเมย์รู้สึกว่าอยากจะให้เขาไปคุยกันจังเลย เขาก็จะตอบกลับว่า "พี่ไม่คุย เธอไปคุย" งานมันก็เลยจะหนักมากขึ้น ปกติถ้าคนอื่นทำงานเสร็จภายใน 1-2 ชั่วโมง ของหนูจะเป็น 3-4 วันเพื่อให้มันจบ เพราะจะต้องแก้งานไปเรื่อย ๆ จากตอนแรกแก้ผ่าน A พอไป B ก็โดนตีกลับมา พอตีกลับมา A ก็บอกว่าไม่เอา ให้ทำใหม่ มันก็เลยหนักขึ้นมาก ๆ แต่หนูก็ทำงานนี่มา 1 ปีแล้ว ตอนนี้เรื่องราวไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่หัวหน้า A และหัวหน้า B แต่ถึงขั้น C Level แล้วด้วย ซึ่งตัวงานของหนูจะต้องผ่านหัวหน้า B-A-C ตามลำดับ หนูเคยคุยกับ B และ C เรื่องPerform ตก แต่เขาจะมองภาพรวมขององค์กรเป็นหลัก ถ้าเขาเห็นว่าหนูทำไม่ได้เท่าคนอื่น เขาจะไม่ถามถึงเหตุผลแต่เขาจะมองว่าทำไมหนูถึงทำไม่ได้ ซึ่งหนูเคยพยายามบอกไปแล้วว่างานหนูโหลดมากถ้าเทียบกับคนอื่น และงานของหนูก็พิเศษกว่าคนอื่นไปอีกขั้นหนึ่ง ทำให้ปัญหาที่ต้องแก้ก็มีมากกว่าคนอื่น หนูเคยเสนอ solution ไปแล้ว เพราะหนูจะได้ทำงานสะดวกขึ้น แต่ก็ต้องผ่านการ approve กับหัวหน้า B และ A ก็ทำให้หนูไม่ผ่านสักทีเพราะเขารู้สึกว่าเรายังทำได้ หนูก็เลยรู้สึกว่าทำไมอยู่ยากจัง หนูเครียดมากเลยเพราะหนูโดนความคาดหวังที่สูงกว่าคนอื่น เขามองว่าหนูมีความสามารถ ซึ่งจากตำแหน่งเดิมหนูก็ทำได้ดีเลย ไม่ได้แย่ แต่ตรงนี้ถ้าหนูมีพื้นที่ให้ทำงานเหมือนคนอื่นก็พอจะทำได้ พอเขามองว่าทำไม Performance หนูไม่ออกสักที หนูก็เครียด ก็เลยอยากถามว่าพี่ ๆ ว่า ถ้าเป็นพี่ ๆ จะลาออกเลยไหมทั้งที่ยังไม่มีงานรองรับ’ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘สำหรับพี่ก่อนจะตัดสินใจออกจากงาน พี่จะต้องให้คนในบริษัทได้รับรู้ก่อนโดยเฉพาะหัวหน้า C ถึงแม้เขาจะมองภาพรวม แต่พี่ก็จะบอกเหตุผลไปว่าทำไม Performance เราถึงร่วงลง แล้วก็จะเล่าปัญหาเรื่องคนสองคนที่ความคิดเห็นไม่ตรงกันให้เขาฟัง เพราะพี่ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องนี้จริง ๆ แต่ถ้าหากถูกเมินเฉย ปัญหายังคงไม่ถูกแก้ไข ทำงานต่อไปพี่ว่าหนูคงจะได้ชาเลนจ์ตัวเองทุกวันเลย และมัน Uncomfort เกินไป พี่ก็ห่วงว่า ถ้าเมย์เจอเรื่องแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ประสิทธิภาพในการทำงานของเมย์ก็จะพินาศเหมือนกัน สุดท้ายพี่ก็จะประเมินตัวเองว่าพี่มั่นใจขนาดไหนที่จะออกไปหางานทำข้างนอก ถ้ามั่นใจว่าเก่งจริงพี่ว่าก็ออกมาเลย’ ต่อมา “ดีเจเผือก” ให้คำปรึกษาว่า ‘บริษัทส่วนใหญ่ก็จะมี HR เอาไว้จัดการปัญหาเหล่านี้ ตอนนี้ HR จะต้องลงมาแก้ไขปัญหานี้แล้วเพราะเขาต้องบริหารทรัพยากรบุคคล แต่ถ้าเมย์บอกว่า HR ที่นี่ไม่แข็งแรงก็ออกมาเถอะ เพราะการที่บริษัทนึงมีบุคคลที่ไม่ดี เรายังมีสิทธิ์ที่จะเติบโตไปแทนได้ แต่ถ้าบริษัทมีโครงสร้างโดยรวมที่ไม่ดี ก็ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไมเรามีสิทธิ์ที่จะเลือกงานใหม่ที่ดีกับเราเหมือนกัน ตอนนี้เหมือนอยู่ในโหมดเอาตัวรอดแล้ว เพราะสิ่งที่เมย์แบกไว้มันกำลังกลับมาทำให้เมย์เดือดร้อนเอง พี่มองว่าถ้าจะมีคนไหนมาช่วยเราได้ต้องเป็น HR แต่ถ้า HR ยังช่วยไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าบริษัทนี้จะดูแลคนที่ทำงานให้เขาได้อย่างไร เขาต้องได้รู้ว่า ปัญหาของคนระดับสูงทำให้คนที่อยู่ในส่วนปฎิบัติการทำงานไม่ได้ เขาต้องจัดการบางอย่าง ปล่อยไว้แบบนี้บริษัทก็ตายอยู่ดี สุดท้ายแล้วเมย์ต้องคำนึงถึงตัวเองเป็นหลักเพราะบริษัทถ้าไม่มีเราเขาก็หาคนอื่นมาแทนได้ แต่อนาคตของเรา เราควรเป็นคนที่ต้องดีไซน์ออกมาเอง อยู่ที่ไหนแล้วแย่ลงก็อย่าไปอยู่ อยู่ที่ไหนและเจริญเติบโตก็ไปอยู่ได้’ สุดท้าย “ดีเจต้นหอม” ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่แนะนำวิธี Survival ให้เข้าทาง A แล้วค่อยจัดการ B เพราะ A ใหญ่กว่าเราก็เป็นลูกสมุน A ไปเลย ใช้คำสั่งของ A มาสั่ง B อีกทีนึง ถ้าเกิดปัญหาก็บอกว่า A Approve แล้วให้ไปคุยกับ A เอง’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

มีพี่ที่ทำงานของแฟนคนนึง ชอบทำตัวสนิทสนม ไปรับไปส่งแฟนหนูตลอด เคยไปกินข้าวด้วยกัน พี่เขาก็เล่าว่า พี่เขาเคยนอกใจมาแล้วด้วย แล้วเค้าก็เคยพูดกับหนู “อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอนนะน้อง ระวังด้วยอยู่ที่ทำงาน แฟนน้องมีสาวๆเข้าหาเยอะ”

26 ก.ค. 2024

มีพี่ที่ทำงานของแฟนคนนึง ชอบทำตัวสนิทสนม ไปรับไปส่งแฟนหนูตลอด เคยไปกินข้าวด้วยกัน พี่เขาก็เล่าว่า พี่เขาเคยนอกใจมาแล้วด้วย แล้วเค้าก็เคยพูดกับหนู “อะไรมันก็ไม่แน่ไม่นอนนะน้อง ระวังด้วยอยู่ที่ทำงาน แฟนน้องมีสาวๆเข้าหาเยอะ”

“คุณเกรท (นามสมมติ)” อายุ 26 ปี สายที่สองในรายการ พุธทอล์ค พุธโทร เมื่อคืนวันพุธที่ [24 ก.ค. 67] ได้โทรเข้ามาปรึกษา ‘ดีเจเผือก – ดีเจเติ้ล – ดีเจต้นหอม’ เกี่ยวกับปัญหาพี่ที่ทำงานชอบมาเกาะแกะแฟน โดย “คุณเกรท (นามสมมติ)” เล่าว่า ‘พี่ที่ทำงานของแฟนชอบมายุ่งกันหนูและแฟนหนู คือหนูกับแฟนไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแต่แฟนก็จะมาเล่าเรื่องราวแต่ละวันให้ฟัง หนูก็จะได้ยินถึงพี่คนนี้ตลอดชื่อ พี่พลอย (นามสมมติ) แต่เค้าอยู่คนละแผนกกัน คือเค้ากับแฟนหนูจะอยู่แก้งที่ไปกินเหล้ากัน แต่ตัวหนูอะไม่กิน หนูก็ไม่เคยไปยุ่งเลยเพราะมันก็คือความสุขของแฟน และตัวแฟนก็ไม่ได้ทำอะไรนอกลู่นอกทาง มีอะไรก็โทรหากันตลอด และแฟนหนูก็จะบอกว่าวันนี้พี่พลอยจะไปส่งที่บ้านนะ ทั้ง ๆ ที่บ้านอยู่ไกลกันมาก แต่แฟนเค้าก็บอกจะได้ประหยัด แต่มาหลัง ๆ เริ่มบ่อยขึ้น และในระหว่างที่อยู่บนรถแฟนหนูก็จะโทรคุยกับหนูตลอดทาง แล้วก็จะส่งสายให้พี่คนนี้คุยด้วย และอีกเหตุการณ์นึงคือ มีวันหนึ่งที่เค้ามาทำงานใกล้บ้านหนูกับแฟน แฟนก็เลยชวนหนูทานข้าวด้วยกัน ซึ่งตอนนั้นหนูก็ไม่ได้ระแคะระคายอะไร เพราะว่าแฟนชอบชวนหนูไปทำความรู้จักกับพี่ที่ทำงาน ซึ่งวันนั้นพี่พลอยมาคนเดียว หนูก็ชวนเค้าคุยไปเรื่อย ๆ อยู่ดี ๆ พี่เขาเริ่มมีอาการอวดรวยและใช้เงินนุ้นนี่นั่น ต้องบอกก่อนว่าแฟนหนูเหมือนเป็นที่จับจ้องของคนในบริษัท เพราะแฟนหนูจบนอกมา แต่ว่าเกรสกับแฟนรู้จักกันมาเป็น 10 ปีแล้ว เพราะเป็นเพื่อนกันมาก่อน ตัดกลับมาตอนที่กินข้าว จู่ ๆ พี่พลอยก็พูดกับหนูว่าตัวพี่เค้าเคยนอกใจแฟนเค้า แต่แฟนพี่พลอยรักพี่พลอยมากไม่ยอมเลิกขอร้องให้พี่พลอยอยู่ต่อ หนูก็เลยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ และพอทานข้าวไปสักพักพี่พลอยก็บอกว่าจะแต่งงาน หนูก็บอกว่า “ยินดีด้วยค่ะ กับคนนี้รึป่าวคะที่นอกใจ” พี่เค้าก็บอกใช่แต่ว่าแฟนพี่เค้ารักพี่พลอยมาก หนูก็เลยพูดว่าเป็นหนูหนูไม่เอาแล้วนะ ถ้าแฟนหนูนอกใจ แล้วพี่พลอยเค้าคิดว่าหนูจะพูดว่า พี่ยอดเยี่ยมมาก เริสมาก แต่รีแอคชั่นหนูไปคนละทางเลย เพราะหนูเป็นคนตรง ๆ แล้วเหมือนพี่เค้าก็หน้าเสีย แต่หนูไม่ได้ตั้งใจหักหน้าเค้า จู่ ๆ เค้าก็พูดขึ้นมาว่า “เกรทต้องเผื่อใจไว้บ้างนะ อะไร ๆ มันไม่ได้เป็นเหมือนที่เราคิด” แล้วแฟนหนูก็หันมามองหน้าประมาณว่าอะไรวะเนี่ย จนตอนกลับบ้านด้วยความที่แฟนหนูเป็นคนไม่ขับรถและหนูจะเป็นคนขับ หนูเลยบอกเดี๋ยวให้แฟนกลับกับหนูเพราะบ้านเราใกล้กัน พี่คนนั้นก็หันมาหน้าเหวี่ยง ๆ และพูดว่า “ไม่กลับกับพี่หรอ” แฟนหนูก็แบบ “บ้าหรอ เกรทมาก็กลับกับเกรทสิ” และจากที่ก่อนหน้านี้ที่แฟนหนูเล่าคือพี่พลอยเค้าทำไมถึงคิดว่าแฟนหนูชอบเค้าตลอดเวลา มันมีเหตุการณ์ที่แฟนหนูไม่สามารถไปคุยกับเพื่อนผู้หญิงได้เลย หรือไปถามงานพูดคุยกับผู้หญิง พี่พลอยเค้าจะมีอารมณ์หึงหวง หนูไม่เคยบอกแฟนเลยว่าพี่คนนี้แปลก จนมีเหตุการณ์ที่ไปกินข้าวกันรอบ 2 คือหนูไปเข้าห้องน้ำแล้วเจอพี่เค้า พี่เค้ามองหนูผ่านกระจก แล้วพูดว่า “แฟนเราเนี่ยอยู่ที่ทำงานสาวเยอะนะ ระวังตัวไว้” หนูก็เลยมองกลับไปหน้ากระจกแต่ไม่พูดอะไรแค่ยิ้มไป แล้วหนูก็เดินออกไปเลย หนูเลยพูดกับแฟนว่าพี่คนนี้แปลก หลังจากที่หนูพูดแฟนหนูก็ไม่กลับกับพี่เค้าอีกเลย และไม่ไปกินข้าวกับพี่เค้าเลย ยกเว้นมีพี่คนอื่นที่สนิท หนูเลยอยากถามว่าหนูควรทำตัวกับเหตุการณ์นี้ยังไง เพราะการเกาะแกะของพี่เค้ามันน่ารำคาญ ซึ่ง “ดีเจเติ้ล” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘หนูไม่ต้องทำไรเลย หนูต้องให้แฟนหนูทำ เพราะว่าเค้ามาเป็นแมงวันแมงหวี่ได้เพราะแฟนหนูเป็นคนพาเค้ามาทั้งนั้นเลยนะ หนูรู้เรื่องเค้าเพราะแฟนมาเล่า หนูเจอเค้าเพราะแฟนพามา ถ้าพี่เป็นหนูพี่จะไม่ทำอะไร จะไม่ไปยืนด่าเค้าหน้าออฟฟิศ พี่จะให้แฟนหนูใจแข็ง ตัดบทเค้าออกไป พยายามเอาเค้าออกจากวงจรชีวิต เลิกไปส่ง เลิกไปกินข้าวด้วยกันบ่อย ๆ ต้องวางตัวว่าเราไม่โอเค และจะบอกให้แฟนเราไปบอกพี่เค้าว่าแฟนผมไม่ชอบ แฟนผมไม่โอเค พี่ต้องเลิกส่งข้อความส่วนตัวมาได้แล้ว’ ต่อมา “ดีเจต้นหอม” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘เราต้องทำตัวให้สวยแพง และให้เค้ารู้ว่าเธอยังห่างฉันอีกไกล ไม่ใช่ลดตัวลงไปกับเค้า มารยาทบนโต๊ะอาหารสำคัญ เราไม่สามารถโพล่งออกไปตัดบทของเค้าในครั้งแรกที่เจอกัน พี่ไม่ได้รู้สึกว่ามันตรง แต่บางอย่างไม่ควรพูดออกไป ซึ่งเรื่องการนอกใจเค้าอาจจะอยากเปิดใจคุยกับเรา เราไม่จำเป็นต้องเลวร้ายใส่เค้า แต่เค้าก็มีส่วนผิดที่พูดเรื่องให้ระวังแฟน แต่พี่ไม่ต้องการให้หนูโต้กลับในระดับเดียวกับเค้า ต้องทำน่ารักให้รู้สึกว่าเธอเทียบฉันไม่ได้ อยู่สวย ๆ และให้แฟนจัดการ จากที่หนูเล่าว่าแฟนก็ส่งแชทมาให้ดู คือพี่คนนี้น่าจะประสาท เราก็ไม่ควรประสาทกลับ เราควรออกห่าง’ และสุดท้าย “ดีเจเผือก” ได้ให้คำปรึกษาว่า ‘พี่เห็นด้วยกับเติ้ล ว่าต้องดูพฤติกรรมของแฟน ไม่ต้องเอาตัวเข้าไปแลก มันอยู่ที่แฟนจะวางตัวยังไงมากกว่า ซึ่งก็ได้เห็นการพยายามวางตัวของแฟนนะ แต่ส่วนตัวพี่พี่ว่าทำได้เด็ดขาดกว่านั้น เช่นการปฏิเสธการตอบแชท แต่ตอนนี้แฟนหนูยังมีการรักษาน้ำใจอยู่ ถ้าเราไม่สบายใจก็สามารถคุยกับแฟนได้ ในเรื่องของการยกระดับการวางตัว หรือถ้าแค่นี้หนูสบายใจแล้วก็เป็นเรื่องของคู่หนู’เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามรับชมได้ทางใครมีปัญหาอยากโทรเข้ามาในรายการ Inbox ฝากเรื่องมาที่ Facebook Fanpage EFM STATIONรับชมรายการสดได้ทุกวันพุธ เวลา 21.00-23.00 น. ทางรายการวิทยุ EFM94 และ App Atime Fung Fin

album
efm
-

-