EFM FANDOM RECAP

EFM FANDOM RECAP

เปิดศักราชใหม่ หัวใจคนเดิม เตรียมจุดไฟรักให้อบอุ่นใจไปกับ “ออฟ - กัน” ในบทบาทใหม่สุดท้าทาย กับซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ พร้อมชมฝีมือของนักจิตกรตัวจิ๋วไปด้วยกัน !

14 ม.ค. 2026

เปิดศักราชใหม่ หัวใจคนเดิม เตรียมจุดไฟรักให้อบอุ่นใจไปกับ “ออฟ - กัน” ในบทบาทใหม่สุดท้าทาย กับซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ พร้อมชมฝีมือของนักจิตกรตัวจิ๋วไปด้วยกัน !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 8 มกราคม 2569 ] ค่ำคืนนี้มาเบิร์นความเหนื่อยล้า เยียวยาด้วย “ออฟ - กัน” ไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกันFANFICTION เรื่องที่ 1 เรื่องนี้มีชื่อว่า... Loop fall วงจรแห่งคืนดาวตกนามปากกา : meow Hamburger ทุกครั้งที่เกิดฝนดาวตก อคิณ ชายหนุ่มผู้ทำงานกลางคืนหลงใหลการดูดาว จะฝันถึงภาพเดิมของชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางทุ่งกว้างใต้ท้องฟ้าไร้ขอบเขต เขาพยายามเดินเข้าไปหา แต่ไม่เคยไปถึง ความฝันจบลงก่อนจะได้เอื้อมมือแตะอีกฝ่าย ทิ้งความรู้สึกค้างคาเหมือนเคยทิ้งใครบางคนไว้เบื้องหลัง วรัน นักประวัติศาสตร์ฝึกงาน ค้นพบบันทึกดาราศาสตร์จากหลายยุคสมัยที่ผิดปกติ เหตุการณ์ฝนดาวตกซึ่งห่างกันหลายร้อยปีกลับมาพร้อมบันทึกการสูญเสียบุคคลสำคัญ และชื่อสองชื่อที่ปรากฏคู่กันซ้ำๆ ยิ่งค้นลึกความทรงจำที่ไม่ใช่ของชาตินี้เริ่มแทรกเข้ามา จนเข้าใจว่านี่คือวงจรที่ถูกสร้างขึ้นในอดีต ผูกชีวิตของคนสองคนไว้กับคืนดาวตก เพื่อรักษาเสถียรภาพของกาลเวลา หากไม่ตัดวงจร การจากลาจะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง เมื่อได้พบกันความสัมพันธ์เริ่มจากความลังเล อคิณ พยายามถอยห่าง เพราะเชื่อว่าหากวรันไม่มาเกี่ยวข้อง อีกฝ่ายจะปลอดภัยในคืนดาวตกครั้งสำคัญ เขาตัดสินใจจะทำลายจุดกำเนิดลูปเพียงลำพัง แต่อคิณกลับมาปรากฏตัวในนาทีสุดท้าย ไม่ใช่เพราะจำอดีตชาติได้ทั้งหมด เเต่เข้าใจจากความฝัน เมื่อวงจรถูกทำลายความทรงจำอดีตชาติค่อยๆเลือนหาย มีเพียงความรู้สึกที่เข้าใจซึ่งกันเเละกันที่ตัดสินใจเดินต่อด้วยกันFANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Loop fall : The enchanting rhythm of a night filled with falling stars.Pen Name : meow Hamburger Every time a meteor shower occurs, Akin, a young man who works nights and is fascinated by stargazing, dreams the same image: a man standing in a vast field under an endless sky. He tries to walk towards him, but never reaches him. The dream ends before he can touch the other man, leaving a lingering feeling of incompleteness, as if he had once left someone behind. Waran, an intern historian, uncovers strange astronomical records spanning various eras. A meteor shower, occurring centuries apart, coincides with the loss of key figures and the repeated mention of two names. As he investigates further, fragmented memories from another life emerge, revealing a cycle from the past that ties two individuals to the meteor shower night, crucial for time's stability. If they don’t break the cycle, they’ll be forced apart again. When they finally meet, Akin tries to keep his distance, thinking it will protect Waran. He decides to confront the source of the cycle alone but shows up at the last moment, influenced by a dream rather than a full recollection of his past lives. As they break the cycle, their memories start to fade, but a deep understanding remains that draws them together.FANFICTION เรื่องที่ 2 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ปรปักษา ดวงใจสฤคาลนามปากกา : ปลายหยดน้ำ ตำนานเล่าว่าสัตย์สองพวกที่เป็นอริกันมาช้านานคืออินทรีกับหมาป่า ซึ่งเคยเป็นสหายรักกันมา แต่ต้องห้ำหั่นกันเพราะเจ้าหมาป่าเผลอไปกินลูกอินทรีแรกเกิด นั่นทำให้ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต มีหมาป่าที่ไหนต้องไม่มีอินทรีที่นั่น หากมีอินทรี หมาป่าก็ต้องถูกปลิดชีพ อยู่ด้วยกันไม่ได้ สฤคาลเล่าเรื่องตำนานนี้ให้กับนักศึกษาทุกรุ่นฟัง เขาเองคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์หมาป่าที่หลงเหลืออยู่ แต่ใครเลยจะรู้ว่าคนรักของเขา เวหลจะเป็นพญานกอินทรี และเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือพวกเขารักกันโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายคือศัตรู จนในที่สุดเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ และคนที่จะต้องต่อสู้เพื่อนำชัยชนะมาให้เผ่าของตน ก็คือสฤคาล และเวหล แม้ทั้งคู่จะรักกันมากเพียงใดแต่หน้าที่ก็ต้องมาก่อน ทั้งสองกลายร่างเป็นหมาป่าและอินทรี ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งหมาป่าตะครุบอินทรีไว้ได้ "ถึงเวลาแล้ว จัดการสิ" หมาป่าเอ่ย "ข้าทำไม่ได้" อินทรีบอก "ถ้าเจ้าไม่ทำ ข้าจะฆ่าเจ้า" "ข้ายินดี" เวหลหลับตาพร้อมตายด้วยกรงเล็บของคนรัก 'จึก' จงอย (จะ-งอย) ปากของอินทรีปักไปที่ขั้วหัวใจ หมาป่า เวหลลืมตาขึ้นและได้พบกับรอยยิ้มอบอุ่น...รอยยิ้มสุดท้าย...ของคนรักFANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The foe, the essence of a warrior.Pen Name : ปลายหยดน้ำ Legend has it that eagles and wolves have been rivals for ages. Once friends, they became enemies when a wolf accidentally ate a baby eagle. This sparked a deadly cycle: where wolves roamed, eagles couldn’t survive, and vice versa. Sarikal, one of the few remaining wolves, shared this tale with each new generation. Little did he know that his beloved Vela was a stunning eagle. Their love blossomed despite their species’ rivalry. When war erupted between their kind, duty overshadowed their feelings. They transformed into their animal forms and fought hard. At a crucial moment, Sarikal caught Vela. “Finish it,” he said. “I can’t,” she replied. “If you don’t, I’ll kill you,” he threatened. “I accept my fate,” Vela said, ready to die. With a swift strike, she pierced his heart. When Vela opened her eyes, she saw one last warm smile from her lover.FANFICTION เรื่องที่ 3 เรื่องนี้มีชื่อว่า... คำอธิษฐานวันปีใหม่นามปากกา : Or.Soblue 'อยากมีแฟน' กร นำคำอธิษฐานของตนไปแขวนไว้บนต้นไม้ โดยที่ไม่ยอมให้เอสอ่าน ทั้งสองเดินเล่นจนกรเริ่มหนาว เอสบ่นว่ากรไม่ยอมหยิบเสื้อกันหนาวมา แต่ก็สวมแจ็คเก็ตยีนส์ของตนให้กรทันที เอสดูแลกรได้ดีมาก ทำให้ไม่ว่ากรจะมีแฟนมากี่คน ก็ไม่มีใครสู้เอสได้เลย จนกรได้แต่คิดว่า คงดีถ้าได้เป็นแฟนกับเอส ทว่า เอสไม่เคยแสดงออกว่าชอบตนเลย จนวันนี้ กรหันไปสารภาพกับเอสว่า เริ่มรู้สึกดีกับเอสขึ้นเรื่อย ๆ เขาอยากเป็นแฟนกับเอส แต่ถ้าเอสไม่ได้คิดเหมือนกัน ก็ขอให้เอสลืมเรื่องในวันนี้ และเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เอสจึงพูดขึ้นว่า ‘พอได้ชอบไปแล้วครั้งหนึ่ง มันกลับไปเป็นเพื่อนยาก’ จนกรเริ่มใจเสีย แต่เอสก็เฉลยว่า เขาเข้าใจ เพราะเขาเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว เอสชอบกร แต่เอสกลัวว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะพัง หากกรไม่คิดเหมือนกัน เอสรู้ว่ากรแพ้คนเทคแคร์ ดังนั้นเอสเลยทำทุกอย่าง ไปด้วยทุกที่ ไปรับไปส่ง เพื่อให้กรชอบตนบ้าง และในที่สุด ความพยายามของเอสก็เป็นผล "มึงรู้ไหมว่ากูเขียนคำอธิษฐานเดิม ๆ มาหลายปีแล้ว" "มึงเขียนว่าอะไร?" "อยากมี 'มึง' เป็นแฟน ... ขอบคุณที่ทำให้คำอธิษฐานของกูเป็นจริงนะ"FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... New Year's wishPen Name : Or.Soblue I want a boyfriend," Gorn said, hanging his wish on a tree and keeping it away from Est. They strolled until Gorn got chilly, prompting Est to complain about his lack of a jacket before offering him his denim one. Est took such good care of Gorn that he realized no previous boyfriend compared to him. Gorn couldn't help but fantasize about being with Est. Finally, Gorn confessed his feelings and asked if Est felt the same. If not, he suggested they just stay friends. Est replied, "Once you like someone, it's tough to go back to just friendship." Gorn felt down, but Est explained that he understood—not wanting to risk their bond. He had been trying to win Gorn over by always being there for him. Eventually, Est's persistence paid off. "You know, I’ve been wishing for years," he said. "What’s your wish?" Gorn asked. "I want you to be my boyfriend. Thanks for making it come true.FANFICTION เรื่องที่ 4 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ระยะใกล้กว่าที่คิดนามปากกา : NearEnough ออฟ เป็นลูกค้าประจำของร้านกาแฟเล็กๆ เขานั่งโต๊ะเดิม สั่งเมนูเดิมเสมอ กัน คือบาริสต้าที่จำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ระดับความขมของกาแฟ ไปจนถึงเวลาที่ออฟเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว พวกเขามีเพียงบทสนทนาสั้นๆ เรื่องฝน รถติด หรือกาแฟขมไปหรือเปล่า แม้ระหว่างทางไปออฟฟิศจะมีร้านกาแฟดีกว่านี้อีกหลายร้าน แต่ออฟก็เลือกที่จะแวะร้านนี้เสมอ ต่างคนต่างรู้ว่ามีบางอย่างอยู่ในใจเหมือนกันเกินกว่าจะเรียกว่าเรื่องบังเอิญ แต่ไม่มีใครกล้าพูดมันออกมา จนคืนหนึ่งหลังปิดร้าน เหลือเพียงโต๊ะตัวเดิม และความเงียบที่ไม่อาจหลบเลี่ยง กันตัดสินใจไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นเป็นแค่วันธรรมดา เขาพูดความในใจออกมาทั้งหมด “พี่ออฟครับ ผมคิดอยู่นานมากว่าจะพูดมันออกมาดีไหม” กันกำมือเป็นกำปั้นแน่นที่อกข้างซ้าย “แต่ผมรักพี่ได้แค่เท่านี้เองครับ” “เขาบอกว่าหัวใจคนเรามีขนาดเท่ากำปั้น ผมรักพี่ได้แค่นี้จริงๆ” ออฟไม่ตอบ เขาเพียงคลี่กำปั้นนั้นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางมือของตัวเองทับลงไป “ถ้าหัวใจเรามีขนาดเท่ากำปั้นจริง ๆ” “พี่ว่าของพี่…น่าจะพอดีกับของกัน” ร้านกาแฟยังเล็กเหมือนเดิม กาแฟสองแก้วบนโต๊ะตัวเดิม แต่ระยะห่างระหว่างหัวใจกลับใกล้กว่าที่เคยFANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Closer than expected.Pen Name : NearEnough Off was a regular at the local coffee shop, always seated at the same table, ordering the same drink. Gun, the barista, remembered every detail—from the bitterness of the coffee to the way Off smiled without realizing it. Their chats were brief, covering topics like the rain and traffic; despite better coffee options nearby, Off always chose this spot. They both felt a deeper connection but never voiced it. One night, after closing, with only silence between them, Gun decided to share his feelings. “Off, I’ve thought a lot about saying this,” he said, pressing a hand to his chest. “I can only love you this much.” Off didn’t respond immediately. He gently unfolded his fist and placed his hand over Gun’s. “If our hearts are the size of a fist, mine would fit perfectly with yours.” The coffee shop felt the same, and though the cups remained unchanged, their hearts had never been closer.FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ทฤษฎีวงโคจรที่ 0.21: เมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นสีพาสเทลนามปากกา : ci_ci.gg ในวันที่ท้องฟ้ากรุงเทพฯ กลายเป็นสีชมพู 'กัน' ตื่นมาพร้อมกับพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษ... พลังที่แค่สบตาใคร คนคนนั้นจะเห็นละอองดาวปลิวออกมาจากไหล่เขา แต่พลังนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับ 'ป่าปี๊' รุ่นพี่หนุ่มหน้านิ่งที่กันแอบชอบมาตลอด "ทำไมพี่ไม่เห็นดาวของกันล่ะ?" กันเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่ติดฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านดอกไม้ ออฟไม่ตอบ แต่กลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกมาคลุมหัวให้คนตัวเล็กกว่า "ไม่เห็นดาวหรอก... เพราะในตากันมันมีพระจันทร์อยู่ทั้งดวงแล้วไง" วินาทีนั้น โลกทั้งใบพลันหยุดหมุน กลิ่นฝนกลายเป็นกลิ่นวานิลลาหอมหวาน ออฟประคองแก้มใสแล้วกระซิบประโยคที่ทำให้อุณหภูมิรอบข้างพุ่งสูงขึ้น "ไม่ต้องใช้พลังพิเศษหรอก แค่กันยิ้ม... พี่ก็ยอมติดอยู่ในวงโคจรของกันตลอดไปแล้วครับ"FANFICTION #5: This FANFICTION is titled... The 0.21 orbital theorem: When everything becomes pastel.Pen Name : ci_ci.gg One day, as the Bangkok sky turned pink, Gun discovered he had a unique ability—he could see stardust falling from the mountains with just a glance. However, this power didn’t work on Papi, the quiet senior Gun had secretly admired. "Why can't you see my stars?" Gun asked as they sheltered from the rain under a flower shop awning. Off didn’t reply; instead, he moved closer, nearly touching noses, then draped his jacket over Gun’s head. “You can’t see the stars… because the whole moon is in your eyes already.” Time seemed to freeze as the rain’s scent shifted to sweet vanilla. Off cupped Gun's face and said something that made the air sizzle: “You don’t need your power. Just your smile keeps me in your orbit forever.”เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “ออฟ - กัน”เริ่มต้นปีใหม่ด้วยโมเมนต์สุดน่ารัก พร้อมเบิร์นความคิดถึง ให้ฟินไปตาม ๆ กันนน !!ตัวห่างไกล แต่ใจไม่ห่างกัน ในช่วงเวลาปีใหม่ของ “ออฟ - กัน” แม้ตัวจะห่างไกล แต่ใจคงไม่ห่างกัน ออฟเล่าว่าปีใหม่ที่ผ่านมา ตนไม่ได้ไปไหนเป็นพิเศษ เพราะต้องอยู่เก็บของ เตรียมย้ายไปบ้านใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จ ทิ้งเสื้อผ้าไปเท่าไหร่ก็ยังเยอะอยู่ดี สมกับเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นเลยนะป่าปี๊ ด้านของกัน ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เชียงใหม่ ป่าปี๊ก็ได้ถามเสริมขึ้นมาทันทีว่า ‘ได้ไปขึ้นเขารึเปล่าน้าาา?’ ใส่ใจกันไม่มีเปลี่ยนเลยนะป่าปี๊ ด่าด๊าก็ตอบว่า ‘ไปกินปิ้งย่าง ชมวิว ทิวเขา สัมผัสบรรยากาศดี ๆ ในช่วงปีใหม่’ แบบนี้ทั้งคู่ต้องแอบมีฟีลคิดถึงกันแน่เลยยยNew Year’s Resolutions ! ปีใหม่ขอตั้งเป้าหมายให้หัวใจกันดีกว่า สำหรับเป้าหมายในปีนี้ของออฟ คือ การสร้างบ้านใหม่ให้เสร็จตามที่หวัง และอยากทำงานที่รักอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับกันที่อยากทำงานที่รักต่อไป รวมถึงทดลองสวมบทบาทใหม่ ๆ ต่อยอดจากสิ่งเดิม ๆ งานนี้เบบี๋อย่างพวกเราคงได้รับชมผลงานของทั้งสองตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน !สิ่งที่อยากเห็นเธอทำในปีนี้ ‘อยากเห็นเธอทำในปีนี้ เพราะเชื่อว่าเธอทำได้ดีอย่างแน่นอน’ ออฟ บอกว่า อยากให้ปีนี้กันร้องเพลงบ่อยขึ้น เพราะกันเป็นคนเสียงดี มีความสามารถ ป่าปี๊พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผ่านแววตาที่นุ่มนวลเมื่อหันไปมองด่าด๊าที่อยู่เคียงข้าง แม้กันจะไม่มั่นใจ และมีความกลัวมาตลอด แต่ออฟยังคงเชื่อมั่นในตัวกันเสมอ ด้าน กัน มองออฟด้วยความภูมิใจ ก่อนจะชื่นชมป่าปี๊ที่โตขึ้นในปีนี้ และอยากให้ป่าปี๊ทำอะไรที่อยากทำ สำเร็จในทุก ๆ อย่างเหมือนที่เคยผ่านมา เราเชื่อว่าทั้งสองจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีให้กันและกัน เพราะเธอคือคนสำคัญ หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว น่ารักกันขนาดนี้ เบบี๋ฟินจิกหมอนกันหมดแล้วว10 ปี ที่มี “ออฟ – กัน” วันวานยังหวานอยู่ นับจากเรื่องแรกของ “ออฟ - กัน” ในปี 2016 จนถึงวันนี้ก็ครบ 10 ปีแล้ว แต่ทั้งสองคนยังดูน่ารักเหมือนวันแรกที่รู้จักกันอยู่เลย ย้อนนึกถึงออฟสมัยหนุ่มน้อยหน้าชั้บบี้ ทรงผมปัดเป๋เอียงข้าง ทำเอาทุกคนหัวเราะลั่น ปนกับความน่าเอ็นดู งานนี้ชอบไม่ชอบ ก็ต้องชอบแล้วล่ะจังหวะ… Burnout ของชีวิต อยู่ในวงการมานานนับ 10 ปี ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า “ออฟ - กัน” เคยหมดไฟกันบ้างหรือเปล่า แต่ทั้งสองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดย ออฟ เผยว่า ตัวเองไม่เคยรู้สึก Burnout เลย อาจมีช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้าแค่ตอนถ่ายละครหนัก ๆ เพราะต้องใช้พลังงานเยอะมาก ส่วน กัน ก็ไม่ค่อยมีความรู้สึก Burnout แม้กันจะอยู่วงการมานานถึง 21 ปี ที่รู้สึกแบบนี้ก็เพราะว่าตัวเองมีหลายบทบาทที่ได้รับ เลยไม่มีฟีลหมดไฟ มีแค่กลัวว่าจะมีงานไหม ออฟ เสริมว่า คนที่ทำงานมาเยอะก็มีความรู้สึกแบบนี้บ้าง ส่วนตัวกันก็เริ่มคิดว่าเราจะอยู่วงการได้อีกนานแค่ไหน แต่ไม่ว่ายังไง ป่าปี๊กับด่าด๊าก็ยังมีเบบี๋คอยซัพพอร์ตอยู่เคียงข้างตลอดไปน้าาเสน่ห์ของซีรีส์ที่ชวนหลงใหล ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ กัน เผยว่า เสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้ คือ ภาพอันน่าหลงใหล และไดอะล็อกที่เต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญ และเหตุการณ์ปัจจุบันมากมายที่ใส่ลงไป อย่างการเปรียบเทียบศิลปะกับ AI ว่าจะมาทดแทนกันได้ไหม ประเด็นนี้ทำให้เรื่องราวนั้นเข้มข้น และสนุกมากยิ่งขึ้น จุดสำคัญของเรื่อง ออฟ เสริมว่า คือการดีเบตกันว่า AI ดีหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของรักสามเศร้ามาเกี่ยว อย่าง “ดิว” รับบท ‘ภีม’ ตัวแทนของดราม่า โรแมนติก และ “ออฟ” รับบท ‘ก่อ’ ตัวแทนของความอีโรติก ที่ “กัน” รับบท ‘จิระ’ ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง อยากจะเก็บเธอไว้ทั้งสองคนก็คงไม่ได้ จิระจะเลือกใครต้องรอติดตามกันในซีรีส์เท่านั้น !ต้องเป็นแบบไหนถึงจะถูกใจ ‘ออฟ - กัน’ น้าาา หากความรักต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “ออฟ - กัน” จะเลือกความ Romantic หรือ Erotic ทั้งสองก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามันต้องมาพร้อมกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะ Romantic หรือ Erotic จะเลือกได้เพียงแค่สิ่งเดียวก็คงยาก แม้ช่วงแรกเราจะยอมเป็นในแบบไหนก็ได้ แต่สุดท้ายความ Balance คือสิ่งที่ดีที่สุดในความรัก ทั้งสองใจตรงกันขนาดนี้ ทำเอาเบบี๋อย่างเรายิ้มกันไปตาม ๆ กัน สมแล้วที่อยู่เคียงข้างกันมานาน !บทบาทที่ท้าทาย สู่… การพัฒนาตัวเอง ความท้าทายของการพลิกบทบาทครั้งล่าสุดของ กัน ด้วยภาพจำของยัยตัวจิ๋วสุดคิ้วท์ กับบทบาทที่ดูโตขึ้น บวกกับความสัมพันธ์ของคนสามคน เมื่อได้รับบท ก็ต้องปรับตัวกันไป สลัดภาพจำเดิม ๆ ‘เปลี่ยนจากรอยยิ้มอันสดใส สู่สายตาอันเร่าร้อน’ แซ่บซี๊ดด จนแฟน ๆ ต้องร้องว้าว~ ทางด้านของ ออฟ ก็มีความท้าทายไม่แพ้กัน เรียกได้ว่า ‘เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต 34 ปีของออฟ’ เลยทีเดียว กับการฟิตหุ่นสุดเซ็กซี่ ออกกำลังกายว่ายากแล้ว คุมอาหารยากกว่า ! แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่า งานนี้ทำเอาเบบี๋ใจบางกันเป็นแถวการเดินทางสู่ EP ที่ 7 จะเผ็ชสักแค่ไหนกันเชียว ! หลังจากเรื่องราวชุลมุนได้เริ่มต้นขึ้น หลังจาก Burnout Syndrome เดินทางมาถึงตอนที่ 6 เมื่อคนดูรู้แล้วว่าภีมแอบมีความสัมพันธ์กับจิระ แล้วจิระยังแอบมาอยู่กับก่อ เหมือนจิระจะไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ก่อจึงหาหนทางตัดคู่แข่งออกไป โดยการวางแผนเปิดโปงทุกอย่าง แอบกระซิบว่า... ต่อไปในตอนที่ 7 จะเข้าสู่ทางเลือกของจิระว่าเขาจะเลือกใคร แม้จะลำบากใจ ระหว่างคนที่เรามีใจหรือจะเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเรา ออฟ ถึงกับแซวกันว่า ‘แบบนี้เรียกว่าสวยเลือกได้รึเปล่าน้าา’ แอบสปอยกันแบบนี้ ทำเอาเหล่าแฟนคลับอดใจรอ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ EP.7’ กันไม่ไหวแล้ว !และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ… ทางรายการ EFM FANDOM LIVEมีเกมสุดท้าทายมาให้ “ออฟ - กัน” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘ภาพนี้ ป่าปี๊… ที่สุดเลยยย !’พี่นายแบบโพสขนาดนี้ หัวใจน้องนักวาดจะไม่สั่นได้ยังไงเนี่ยย ไปดูความน่ารักกันเล้ยย~~(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้ พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “ออฟ - กัน” โทรกลับ และพูดคุยกับชาวเบบี๋แบบ Exclusive สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ออฟ - กัน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ 10 ปีที่มีออฟและกัน ความรักยังคงอบอุ่นในหัวใจของเบบี๋ทุกคนเลย และขอฝากผลงานซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ สามารถรับชมได้ทุกวันพุธ เวลา 20.30 น. ทาง GMM25 และรับชมย้อนหลังทาง iQIYI เวลา 21.30 น. พร้อมกันนี้ยังมีซีรีส์ของทั้งคู่ให้เหล่าเบเบี๋ได้ใจฟูตลอดทั้งปีแน่นอน ที่สำคัญ ! ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานอื่น ๆ ของป่าปี๊ออฟ ด่าด๊ากัน กันด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางแล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยออร่าความสวย เมื่อ “ลีน่า - หมิว” เปิดใจเล่าทุกโมเมนต์ความสัมพันธ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแสดงซีรีส์คู่ ไปจนถึงเคมี Destiny ที่แฟน ๆ ต่างตกหลุมรัก

24 ธ.ค. 2025

ค่ำคืนที่อบอวลไปด้วยออร่าความสวย เมื่อ “ลีน่า - หมิว” เปิดใจเล่าทุกโมเมนต์ความสัมพันธ์ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นการแสดงซีรีส์คู่ ไปจนถึงเคมี Destiny ที่แฟน ๆ ต่างตกหลุมรัก

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 18 ธันวาคม 2568 ] ค่ำคืนนี้เตรียมเปิดพื้นที่ของหัวใจต้อนรับ “ลีน่า - หมิว” พร้อมออร่าความสวยไปกับ 2 ดีเจ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVELETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปิน จดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... ผีเสื้อที่บินอยู่ในใจหมี ถึงลีน่าและหมิว ดีใจที่การไปเจอลีน่าหมิวครั้งแรก ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ได้รับความประทับใจมากๆ เป็นการไปพบเจอที่เร็วมากๆ ขอบคุณหมิวที่พูด "ยินดีต้อนรับเข้าสู่กัมเบอร์แบร์นะคะ" ตอนนี้ยังหาทางออกไม่เจอเลยค่ะ ตามดูคลิปลีน่าหมิวทุกวัน ทุกรายการ ดีใจที่ทั้งคู่มีคนรักมากขึ้น มีคนรู้จักมากขึ้น ขอให้ทั้งคู่มีงานต่อเนื่อง แต่ก็ได้พักผ่อนด้วยนะคะ สุขภาพแข็งแรง อยู่เป็นกำลังใจให้กัมเบอร์แบร์นานๆLetter #1: This letter is titled... Fluttering butterflies within a bear's heart. Dear Lena and Miu, I'm truly delighted that my first meeting with both of you was so warm and left such a lovely impression on me. It was a brief but memorable encounter! Thank you, Miu, for your cheerful greeting of "Welcome to Gumber bear!" I’m still filled with joy and I find myself watching your videos every day. I’m thrilled to see both of you gaining more fans and recognition. I wish you continued success in your careers, but remember to take some time to rest and stay healthy. I hope you’ll keep being a source of support for Gumber bear for many years to come!จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... หน้าที่ 24 และ 26 ของหนังสือที่ชื่อว่ารักตัวเองในแบบของลลินา-ณัชชา คำนำถึงพี่น่าน้องหมวย คำว่าจังหวะชีวิตและ trust your first instinct ของพี่น่ากับน้องหมิว ยังเป็นคำที่มีความหมายสำหรับหลายๆ คนเสมอ เมื่อหนังสือเล่มนี้เปิดออกผู้อ่านจะหลงรักลีน่าหมิวผ่านตัวอักษร การเติบโตที่ไม่ยอมแพ้ ความเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ความสัมพันธ์ที่เป็น destiny ซึ่งหาได้ยาก ทัศนคติที่ผ่านการเรียงร้อยและออกมาจากใจของพี่น่าน้องหมวย เป็นหนังสือที่ไม่อยากปิด และอยากกลับมาอ่านซ้ำๆ รัก”Letter #2: This letter is titled... Check out pages 24 and 26 in the book called 'Loving Yourself the Lalina-Natcha Way.' Foreword to Lena and Miu : The expressions "life's rhythm" and "trust your first instinct," as voiced by Lena and Miu, resonate with so many of us. From the very first page of this book, you'll find yourself enchanted by Lena and Miu's journey. Their steady personal growth, their authentic selves, and the beautiful connection they share are truly exceptional. Their genuine emotions will keep you turning the pages, making this a book you won't want to put down and will wish to revisit time and again. It's all about love.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... Gumber Bear , where love blooms ในชีวิตที่วุ่นวาย โกลาหลและซับซ้อน ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอความสัมพันธ์แสนวิเศษที่เรียกว่า “แฟนคลับ” ในบทบาทอื่นเราต่างเป็นใครสักคนบนโลกใบนี้ที่ไม่รู้จักกัน และคงไม่อาจบังเอิญได้พบกันในที่ใดที่หนึ่ง แต่ในฐานะ Gumber Bear เรากลับได้เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นกลุ่มคนที่พร้อมซัพพอร์ตลีน่าหมิวอย่างไร้เงื่อนไขเพิ่มเติม เธอทำให้ความบังเอิญใดๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความตั้งใจที่จะเดินทางมาพบกันLetter #3: This letter is titled... Gumber Bear , where love blooms In this fast-paced and sometimes overwhelming world, who would have imagined that we would discover such a fantastic bond within the "fan club"? In our everyday lives, we are often just unfamiliar faces to one another, unlikely to cross paths. However, as Gumber Bears, we've united as a family, coming together to wholeheartedly support Lina Miu. We turn random meetings into meaningful connections.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... Lena Miu Safe Zone : ความจริงใจที่ทำให้หัวใจเปิดรับอีกครั้ง เมื่อลีน่าหมิวได้ปรากฎตัว ไม่ได้แค่ส่งมอบผลงาน แต่ทั้งสองคนได้ส่งมอบความจริงใจที่สัมผัสได้ ทุกคำพูด ทุกการกระทำ มันไม่ได้มาจากบทที่ใครเขียนให้ แต่มันไหลออกมาจากหัวใจของทั้งสองคนจริงๆ สิ่งที่ฮีลใจเพิ่มเติมนอกจากซีรีส์แล้ว ยังมี Podcast Safe Zone Safe ที่ฟังแล้ว มันไม่ได้แค่ save ใจคนฟัง แต่มันช่วยเปิดใจที่เคยปิดกั้น ให้กลับมาเชื่อ กลับมารัก ศิลปินไทย และเริ่มรักลีน่าหมิวอีกครั้งLetter #4: This letter is titled... Lena Miu Safe Zone : Honesty that rekindles the heart. When Lena and Miu took the stage, it wasn’t just about their performance; they radiated genuine emotion. Every word and gesture seemed to come straight from their hearts rather than from a pre-written script. Beyond the series, My Safe Zone offered even more healing—not only mending the listeners' hearts but also inspiring them to open their minds. It encouraged a renewed appreciation for Thai artists and rekindled the love for Lena and Miu.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ลีน่าหมิว... กับกระเป๋าเดินทางที่มองไม่เห็น ทุกคนต่างมีกระเป๋าเดินทางติดตัวที่มองไม่เห็น แต่เต็มไปด้วยเรื่องราวระหว่างทาง ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี เหมือนกับลีน่าที่เก็บประสบการณ์ระหว่างทางไว้และลากกระเป๋าแสนหนักใบนั้นมานาน จนถึงวันที่ได้เจอกับหมิวที่กำลังเริ่มเก็บสิ่งต่างๆใส่ไว้ การลากกระเป๋ามาเจอกันทำให้ได้แลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน การแชร์สิ่งต่างๆที่พบเจอและพร้อมที่จะเรียนรู้ไปด้วยกัน ขอบคุณที่ลากกระเป๋าใบนั้นจนได้มาเจอกัน จะคอยซัพพอร์ตตลอดไปนะคะLetter #5: This letter is titled... Lena and Miu... carrying a suitcase you can’t see. Each of us has an unseen suitcase packed with the stories of our lives—both the joyful moments and the challenging ones. Take Lena, for example; she has gathered countless experiences over time, toting around her heavy suitcase for far too long. Then came the day she crossed paths with Miu, who was just beginning to fill her own suitcase with her own adventures. As they walked together, hauling their bags, they exchanged stories, shared their experiences, and learned from each other. I’m grateful for that shared journey, and I want you to know that I’ll always be here to support you.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความอบอุ่นกับ “ลีน่า - หมิว”ที่จะมาเปิดใจเล่าทุกโมเมนต์สำคัญ และเตรียมใจไว้ให้ดี ระวังตกหลุมรักกันนะ !ความรู้สึกแรกในฐานะการเล่นซีรีส์คู่ เนื่องจากทั้งคู่รู้จักกันมาก่อน และมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานมากว่า 7 ปี การได้กลับมาเจอกันอีกครั้งในฐานะนักแสดงที่ต้องเล่นคู่กันเป็นครั้งแรก จึงแทบไม่มีความเกร็งต่อกันเลย ด้านหมิวถึงกับวิ่งเข้าไปกอดลีน่าทันทีที่เจอหน้า แต่วันนั้นทั้งคู่ต้องเข้าฉากเลิฟซีน ทำให้ทั้งคู่เขินกันหนักมาก โดยเฉพาะหมิวที่ยอมรับเองเลยว่าเขินจนกรี๊ดลั่นตึก ด้วยความสนิทและเคมีของทั้งคู่นี้เองทำให้กำเนิดคู่ “ลีน่า - หมิว” ขึ้นมาอย่างลงตัวในวันนี้รางวัล…ที่สุดแห่งปีของ “ลีน่า - หมิว” ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานจะอยู่ตลอดไป ชวนทั้งคู่มารีแคป ความ…ที่สุดของปีนี้กัน โดยลีน่าขอยกตำแหน่ง ที่สุดของความ Energetic ให้กับหมิว เพราะเธอเป็นคนที่มีพลังล้นมาก ๆ เจ้าตัวถึงกับต้องยอมถอยให้ เพราะสู้ไม่ไหว แต่ห้ามเจอแดดเด็ดขาด ! อารมณ์จะเปลี่ยนทันที หมิวเองก็ยอมรับว่าไม่ค่อยสู้กับแดดหรืออากาศร้อนได้สักเท่าไหร่ แต่ก็สามารถแก้ได้ด้วย น้ำเย็นชื่นใจหรือขนมที่ชอบ ด้านหมิว ขอมอบตำแหน่ง ที่สุดของคนแนะนำอาหาร ให้ลีน่า พร้อมยืนยันว่าไม่เคยมีใครพาเปิดโลกอาหารใหม่ ๆ ได้มากขนาดนี้ เพราะปกติเป็นคนทานยากมาก หนึ่งปีอาจได้ลองทานอาหารใหม่ ๆ แค่หนึ่งอย่าง แต่ปีนี้ลีน่าทำให้ได้ลองเกือบ 10 อย่างแล้ว จากคนที่ไม่เคยกินช็อกโกแลต ตอนนี้กลายเป็น Chocolate Lover ไปแล้ว ลีน่ายังเสริมอีกว่ามักเลือกของกินที่คิดว่าน้องจะชอบมาให้ลอง ส่วนหมิวก็เปิดใจชิมเพราะเชื่อใจว่าพี่รู้ใจ งานนี้บอกเลยว่าฟังแล้วใจฟูสุด ๆYou are My Destiny ! คู่ที่แฟนคลับยกให้เป็น คู่แห่ง Destiny เพราะนอกจากจะเกิดวันเดียวกัน เดือนเดียวกันแล้ว ไลฟ์สไตล์ยังใกล้เคียงกันสุด ๆ ทั้งเรื่องการกิน อาหารที่ชื่นชอบ ไปจนถึงแนวคิดที่มักจะไปทางเดียวกัน หลายครั้งทั้งคู่ยังเป็นเหมือนสมองให้กันและกัน รู้ทันความคิดของอีกฝ่าย และคอยเตือนสติกันเสมอ เป็นคู่ที่เข้าใจกันแบบไม่ต้องพูดเยอะจริง ๆแชร์ลุคการแต่งตัวของอีกฝ่ายที่ชอบ แม้จะมีสไตล์การแต่งตัวที่คล้ายกัน แต่ลีน่าจะมีลุคเซ็กซี่มากกว่าเล็กน้อย ส่วนหมิวจะชอบใส่มิดชิดไปเลย โดยหมิวเผยว่าชอบลีน่าทุกลุคในช่วงนี้ ด้วยสีผมที่เข้มขึ้น จับคู่กับเล็บสีแดงที่เข้ากัน ใส่ชุดไหนก็ดูลงตัวสุด ๆ ขณะที่ลีน่าบอกว่าชอบลุคสบาย ๆ ของหมิว ดูน่ารักเป็นธรรมชาติ ชมกันขนาดนี้ทำเอาทั้งคู่เขินกันสุด ๆรีวิวชาว Gumber Bear ! ชาว Gumber Bear เท่ากับปลาสามรส เพราะมีครบทุกรสชาติ มีหลากหลายรูปแบบ อย่างแรกจะเป็นสายคอมเมดี้ที่มาสร้างเสียงหัวเราะ สายอินโทรเวิร์ตที่แค่มานั่งมองหน้ากันเฉย ๆ ก็มีความหมาย ไปจนถึงสายอบอุ่นที่ส่งต่อความรู้สึกปลอดภัยและความสบายใจได้ชัดเจนผ่านแววตาทุกคู่ นับว่าการอยู่ด้อมนี้ได้ครบทุกรสชาติจริง ๆ ทั้งคู่ยังเล่าเพิ่มเติมว่า ล่าสุดแฟนคลับซื้อชุดทำก๋วยเตี๋ยวกับไข่พะโล้มาให้ แต่ความพิเศษคือก่อนจะยื่นให้ แฟน ๆ จะเล่นมุขเชื่อมโยงกันไปเรื่อย ๆ จนครบทุกวัตถุดิบ ทั้งคู่ถึงกับเซอร์ไพร์สกับการทำงานเป็นทีมของชาว Gumber Bear แบบสุด ๆ‘ลุคน้องหมวยน่ารัก พอจะทำให้พี่ชอบได้ไหมน๊าาา…?’ เมื่อมีคนถามว่า ‘ลีน่าชอบผู้หญิงลุคเซ็กซี่ แล้วลุคน้องหมวยน่ารัก พอจะทำให้พี่ชอบได้ไหมน๊าาา’ ด้านลีน่าถึงกับสตั้นไปพักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเขิน ๆ และถามกลับว่าคนถามคือใครนะคะ พร้อมเสริมว่า ใช่ว่าน้องหมวยของเราจะไม่มีมุมเซ็กซี่นะ ซึ่งส่วนตัวจะชอบมองหมิวลุคสีดำ ดูมีเสน่ห์และน่าค้นหามาก ๆ พูดขนาดนี้ ไม่เขินยังไงไหวเนี่ยย...?คุณสมบัติของ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ ด้านลีน่าเล่าว่า สิ่งที่ประทับใจในตัวหมิวคือความเสมอต้นเสมอปลาย วันแรกเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังเป็นแบบนั้นไม่เปลี่ยน ทำให้รู้สึกสบายใจและไว้ใจได้มาก ๆ ขณะที่หมิวเผยว่า ลีน่าเป็นผู้หญิงที่มีความซอฟท์ ละมุน แตกต่างจากตัวเองที่ออกแนวลุย ๆ ขี้เล่น ห้าว ๆ เหมือนเด็กผู้ชาย แต่กลับทำให้หมิวอยากเข้าไปอ้อนโดยไม่รู้ตัว สำหรับหมิว ลีน่าจึงไม่ได้เป็นแค่คนพิเศษ แต่ยังเป็น Safe Zone ในหลาย ๆ เรื่อง พื้นที่ที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจผลงานการแสดงเรื่องต่อไป หลังจากซีรีส์ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ ที่เต็มไปด้วยดราม่า และด้านหมิวต้องคอยเป็นฝ่ายตามตื้ออยู่ตลอด ทำให้ผลงานถัดไปของทั้งคู่อยากลองสลับบทบาทกันบ้าง โดยลีน่าเล่าว่าอยากลองเป็นฝ่ายตามจีบดูบ้าง ซึ่งหมิวเองก็อยากลองเป็นฝ่ายโดนจีบเช่นกัน ลีน่ายังเผยอีกว่าอยากเล่นแนวดราม่าหนัก ๆ ต่อไป ขณะที่หมิวอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นแนวคอมเมดี้ เพราะดราม่าทีไรเธอเศร้าทุกที พร้อมชื่นชมลีน่าว่าเป็นคนที่ถ่ายทอดบทดราม่าได้ดีมาก ๆ เลย ทั้งนี้ทำเอาแฟน ๆ ต่างอดใจรอผลงานเรื่องต่อไปกันแทบไม่ไหวสิ่งที่อยากทำใน ‘LENAMIU Born to Shine Fan Meeting’ สวยครบเครื่องกันทั้งคู่ขนาดนี้ แฟน ๆ หลายคนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในงานแฟนมีตครั้งนี้ “ลีน่า - หมิว” จะโชว์อะไรให้ได้เห็นกันบ้าง โดยลีน่าเผยว่าตนอยากเต้น เพราะเป็นสิ่งที่ชื่นชอบอย่างมาก ส่วนหมิวอยากร้องเพลง เพราะเวลาได้ร้องเพลงตนจะเอนจอยมาก ๆ แม้จะไม่เคยเรียนร้องเพลงมาก่อน แต่ก็เริ่มฝึกจริงจังจากเพลงประกอบซีรีส์ งานนี้ต้องมารอลุ้นกันว่า ทั้งคู่จะได้โชว์ตามที่ตั้งใจไว้หรือไม่ รับรองว่าความพิเศษจัดเต็มแน่นอน !นอกจากการพูดคุยสุดอบอุ่นแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “ลีน่า - หมิว” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘LENA MIU 10 Minute Be My Love’เป็นเกมที่ทำให้ใจนวยไปตาม ๆ กัน แต่จะฟินขนาดไหน ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “ลีน่า - หมิว” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลีน่า - หมิว” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสวย ออร่าของทั้งคู่ และขอฝากซีรีส์ ‘รักสุดท้าย My Safe Zone’ สามารถรับชมย้อนหลังได้ทาง 3Plus และ Netflix พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำสุดพิเศษไปด้วยกันที่งาน LENAMIU Born to Shine Fan Meeting วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Phenix Grand Ballroom 5th floor ที่สำคัญ ! รอติดตามซีรีส์เรื่องใหม่ของพี่ฝรั่งกับน้องหมวยด้วยน้าาสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

19 ธ.ค. 2025

เปิดค่ำคืนใต้แสงจันทร์ กับโมเมนต์สุดพิเศษของ “เพิร์ล - พีค” ที่อัดแน่นด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ พร้อมเซอร์ไพรส์สุดยิ่งใหญ่ ประกาศชื่อด้อม PeoPle ครั้งแรก !

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 11 ธันวาคม 2568 ] ค่ำคืนใต้แสงจันทร์จะส่องสว่างความน่ารักมากกว่าที่เคย เตรียมยิ้มจนใจละลายไปพร้อมกับ “เพิร์ล - พีค” และ 2 ดีเจ “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... หนังสือบทนี้กำลังถูกอ่านอย่างตั้งใจโดยนักเขียน ขอบคุณเพิร์ลพีคที่เข้ามาเป็นบทนึงในหนังสือ เป็นเรื่องราวดี ๆ ให้เราได้อ่านและให้เราได้เรียนรู้ ในนั้นมีทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ น้ำตา นั่นเป็นความรู้สึกที่เรายินดีมาก เพราะมันทำให้เราได้รู้สึกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าในบทต่อไปเรื่องราวจะเป็นยังไง เราก็พร้อมที่จะอ่านมัน ขอให้รู้ไว้ว่าพวกเราอยู่ตรงนี้ หันมาเมื่อไหร่ก็เจอ ขอให้กินอิ่ม นอนหลับ มีความสุขเยอะๆ ไว้เรามาเขียนหนังสือบทต่อไปด้วยกันอีกนะ รักที่สุดLetter #1: This letter is titled... The author is paying close attention to this chapter. Thank you so much for being a part of our book. Your story truly touched us, filling our hearts with smiles, laughter, and even a few tears. We cherish these emotions because they have brought us closer together. Whatever the future may bring, we’re excited to delve into it with you. Remember, we’re always right here whenever you need us. We wish you peaceful nights and endless joy ahead. Let’s create the next chapter together soon. You mean the world to us.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... จากผู้ชมธรรมดา..ถึงศิลปินที่ไม่ธรรมดา เราอาจจะไม่ได้ติดตามทุกก้าวหรือรู้ทุกเรื่องราวของเพิร์ลพีค แต่ทุกครั้งที่ได้เห็นผลงานของคุณ รู้สึกได้ถึงความตั้งใจ ความพยายาม และหัวใจที่คุณใส่ลงไปในทุกฉาก ทุกบทบาท ขอบคุณที่สร้างเรื่องราวดี ๆ ให้ผู้ชมได้ยิ้ม ได้อิน และได้พักใจในวันที่เหนื่อย ๆ ถึงแม้เราตามอยู่ห่างๆ แต่จะคอยเป็นหนึ่งในกำลังใจเล็ก ๆ ที่ส่งให้ทั้งสองเสมอ ขอให้ทำงานอย่างมีความสุข ได้เจอโอกาสดี ๆ อีกมากมาย”Letter #2: This letter is titled... From a regular audience member to an exceptional artist. While we might not be familiar with every detail or story from Pearl Peak, we want you to know that every time we see your work, we truly appreciate the dedication, effort, and passion you infuse into each scene and character. Thank you for crafting such beautiful stories that bring smiles, help viewers connect with the characters, and provide comfort on the tough days. Even if we’re supporting you from a distance, we will always be cheering you on. Wishing you both happiness in your endeavors and hoping you discover even more amazing opportunities in the future.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... ทฤษฎี “รักแรกพบ” “ไม่ใช่สาววาย แต่เพิร์ลพีคทำให้เปิดใจจากละครสลักรักในแสงจันทร์” ไม่รู้จะเริ่มคำไหนได้ดีมากไปกว่าคำว่า “ขอบคุณๆๆ” ที่ทำให้คนที่ห่างไกลคำว่าสาววายได้รู้จักโลกอีกหนึ่งใบที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เจอ ads โฆษณาโปรโมทละครได้นำพา “น้องเพิร์ล” มาเด้งบนหน้าจอแบบไม่ทันตั้งตัวจนทำให้เรากดดูต่อ และ “น้องพีค” ก็ตามมากับฉาก “แรกพบ” ของทั้งคู่ที่สถานีรถไฟ จังหวะนั้นที่ทำให้เรา “ตกหลุมรักเพิร์ลพีค” และติดตามทั้งคู่เรื่อยมา…Letter #3: This letter is titled... The concept of "love at first sight." I'm not typically a fan of BL, but watching 'Love in the Moonlight' completely changed my perspective thanks to Pearl and Peak. Honestly, I don't even know how to express my gratitude—it's like I want to say 'thank you' a million times for introducing me to something so different from the BL fans world I thought I knew. The promotional ads for the drama caught my attention and drew me in to watch more, starting with Pearl. Then, when Peak entered the scene with their unforgettable first encounter at the train station, I was hooked. That moment won me over completely, and I've been captivated by Pearl and Peak’s journey ever since.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ในวันที่มองจันทร์ฉันคิดถึงศศิน-แสนแก้วและเพิร์ล-พีค สลักรักในแสงจันทร์ทำให้เราคิดถึงเจ้าแสนแก้วกับศศินทุกครั้งที่มองพระจันทร์ อยู่ๆก็กลายเป็นคนโรแมนติกขึ้นมา เพิร์ลพีคเล่นเป็นตัวละครทั้งสองได้ดีมากๆ ไม่ได้ดูละครไทยที่ทำให้ติดหนึบแบบนี้มานานแล้ว ได้แต่คิดว่าทำไมเพิ่งค้นพบนักแสดงดีๆอย่างสองคนนี้กันนะ แต่ต่อไปนี้ไม่ว่ากระต่ายบนดวงจันทร์จะเปิดหรือปิดหน้าต่างอีกกี่บาน หรือกี่รอบ เราจะติดตามผลงานของทั้งคู่ต่อไปแน่นอนLetter #4: This letter is titled... Whenever I find myself looking up at the moon at night, my thoughts drift to Sasin-Saenkaew and Pearl-Peak. Every time I gaze at the moon, I can’t help but think of Chao Saenkaew and Sasin from "Love in the Moonlight." It instantly brings on a wave of romance! Pearl Peak portrayed both roles beautifully. It's been ages since I found a Thai drama that captured my attention like this one has. I often wonder how I only recently discovered these two talented actors. No matter how many times that moon rabbit opens or closes its windows, I’m all in for following their future projects!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... จุดเริ่มต้นจากพระจันทร์ สวัสดีเพิร์ลและพีค เป็นครั้งแรกที่ได้ลองเขียนอะไรแบบนี้ แต่อยากลองทำเพื่อสนับสนุนทุกกิจกรรมที่มีเพิร์ลและพีค สิ่งที่อยากบอกทั้งสองคน คือ ทั้งสองคนเป็นนักแสดงที่ดีมาก จงเชื่อมั่น และก็ขอขอบคุณนักแสดงและผู้ผลิตละคร สลักรักในแสงจันทร์ ที่ทำให้เราได้มารู้จัก ได้มาพบกับนักแสดงคุณภาพทั้งสอง ถึงแม้เราจะพึ่งได้รู้จักกันไม่นาน แต่เพิร์ลและพีคก็เป็น 1 ในความสุขในชีวิตของเราเลย จะคอยสนับสนุนต่อไปนะ เจอกันแฟนมีตไทยLetter #5: This letter is titled... It all began with the moon. This is my first attempt at writing something like this, and I wanted to reach out to show my support for everything you do. I just have to say how incredible you both are as actors—never stop believing in yourselves! I also want to express my gratitude to the cast and producers of "Salak Rak Nai Saeng Chan" (Love in the Moonlight) for uniting us with such talented individuals. Although we've only known one another for a brief moment, you both bring so much joy into my life. I’m here to cheer you on, and I can't wait to see you at the Thai fan meeting!เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVEเมื่อแสงจากดวงจันทร์ค่อย ๆ เคลื่อนตัวมาต้อนรับ “เพิร์ล - พีค”กับค่ำคืนสุดหรรษา ที่อัดแน่นไปด้วยโมเมนต์พิเศษ และเซอร์ไพรส์ที่เปิดเผยเป็นครั้งแรกที่นี่ประกาศชื่อด้อมครั้งแรก !! ที่ EFM FANDOM LIVE เปิดตัวกลางรายการกันไปเลย สำหรับชื่อแฟนคลับ PeoPle ของ “เพิร์ล - พีค” โดยทั้งคู่ได้ให้ความหมายสุดลึกซึ้งไว้ว่า PeoPle คือ ‘ผู้คน’ ทุกคนคือคนของเรา มีจิตใจที่เชื่อมโยงถึงกัน สามารถส่งต่อความรักให้กันและกันได้ เป็นกลุ่มคนที่รักเรา และเราก็รักพวกเขาเช่นกัน ฟังแล้วอบอุ่นหัวใจสุด ๆ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็ขอแสดงความยินดีกับการถือกำเนิดของชาว PeoPle อย่างเป็นทางการด้วยนะแพลนเคาท์ดาวน์ปีใหม่ หลายคนอาจมีแพลนไปเที่ยวในวันสิ้นปีกัน แต่สำหรับพีคเอง เล่าว่า ตนไม่ได้มีแพลนในวันสุดท้ายของปีที่หวือหวาเหมือนคนอื่น เพราะตนเพียงอยากพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับครอบครัวเพียงเท่านั้น อาจได้นอนข้ามปีไปเลย ส่วนเพิร์ลวางแพลนจะไปสวดมนต์ข้ามปีที่บ้านเช่นกัน ก่อนลุยงานในปีหน้าแบบเต็มที่อวยพรปีใหม่ให้กันและกัน เริ่มต้นที่พีคได้อวยพรไว้ว่า ขอให้ชีวิตอย่างมีสติและมีความสุข พร้อมฝากหนึ่งเรื่องสำคัญคือ เวลาเพิร์ลตั้งนาฬิกาปลุกในตอนเช้า รบกวนตื่นมาปิดด้วย ไม่ใช่ให้พีคเป็นคนตื่นมาปิด งานนี้เพิร์ลขอแก้ข่าวโดยเร็วว่า ตนเป็นคนที่ชอบตั้งนาฬิกาปลุกเผื่อเวลา หากตื่นในครั้งแรกเลยก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่ตื่นยังมีรอบต่อ ๆ ไป สำรองไว้อยู่ และยอมรับแต่โดยดีว่าหากนอนคนเดียวก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้านอนกับคนอื่นอาจจะต้องปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ ส่วนด้านเพิร์ลได้อวยพรไว้ว่า ขอให้พีคอาบน้ำไวขึ้นกว่านี้ พร้อมเผยว่าพีคใช้เวลาอาบน้ำเป็นชั่วโมงเลย แต่มีหรือที่เจ้าตัวจะยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ โดยพีคเล่าว่าตนอยากใช้เวลากับการอาบน้ำอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดชื่น แต่ต้องยอมรับว่าหากในช่วงเวลาที่คับขันก็ต้องปรับตัวเช่นกัน ต้องมารอดูกันว่าปีใหม่ทั้งคู่จะสามารถปรับเปลี่ยนไปได้มากน้อยเพียงใดแชร์กิจกรรมยามว่างที่ชื่นชอบ ชาว PeoPle เตรียมจดไว้เป็นไอเดียกันได้เลย เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การใช้เวลาว่างที่ต่างกันสุด ๆ เริ่มต้นที่เพิร์ล เจ้าตัวเล่าว่า อยากชวนทุกคนออกกำลังกายยามว่างกันดู ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬาอะไรก็ได้ หรือแค่ออกไปวิ่งเบา ๆ ก็ยังดี พร้อมฝากอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองมากขึ้นด้วย ส่วนด้านพีค อยากแนะนำให้ลองใช้เวลาว่างไปกับการเล่นดนตรี เพราะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย ได้ฝึกสมาธิ และได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นสกิลที่ติดตัวด้วย ซึ่งเจ้าตัวเองก็เป็นคนที่เล่นดนตรีอยู่เป็นประจำเช่นกันเมื่อเริ่มกลายเป็นพี่ดาราเบอร์ใหญ่ ‘สลักรักในแสงจันทร์’ เป็นอีกหนึ่งผลงานคุณภาพ ทั้งด้านบท การแสดง และเพลงประกอบ จึงไม่แปลกที่หลายคนจะติดตาม โดยเพิร์ลได้เล่าโมเมนต์สุดเซอร์ไพรส์ว่า คุณป้าร้านก๋วยเตี๋ยวที่ตนไปทานเป็นประจำมาหลายปี ได้เอ่ยปากทักว่า ตนแสดงละครด้วยหรอ พร้อมบอกว่าติดตามผลงานอยู่ เนื่องด้วยเป็นร้านที่คุ้นหน้าคุ้นตากันมานาน จึงไม่คิดว่าจะถูกทักจากผลงานเรื่องนี้ แต่ก็ประทับใจอย่างมาก ส่วนด้านพีค เผยว่า คุณแม่บ้านที่บ้านได้ชื่นชมการแสดงของตนว่า ดูโตขึ้นและพัฒนาขึ้นอย่างมาก ทั้งยังบอกอีกว่า เพื่อน ๆ ของเขาก็ติดตามเรื่องนี้อยู่เช่นกัน ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจจากคนในบ้านจริง ๆหลังคำว่า ‘จบบริบูรณ์’ ศศินกับเจ้าแสนแก้วจะเป็นอย่างไรต่อไป แม้ละครจะเดินทางมาถึงตอนจบอย่างสมบูรณ์แล้ว แต่เรื่องราวชีวิตของ ศศิน และ เจ้าแสนแก้ว ยังคงดำเนินต่อไป โดยทั้งคู่เผยว่าตอนจบของเรื่องยังถือเป็นช่วงคู่รักใหม่ปลามันอยู่ ส่วนหลังจากนี้ก็น่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้น เป็นคู่รักที่อยู่เคียงข้างกันยาวนานมากขึ้น อาจมีทะเลาะกันบ้างตามประสาคู่รัก แต่ก็ถือเป็นสีสันของชีวิตคู่ พร้อมบอกว่าอาจจะมีลูกสักคน หรือไม่ก็ลูกหมาสักตัว และแซวส่งท้ายว่า หรือจะลองเลี้ยงแพะดูดีผลงานเรื่องต่อไป บทบาทใหม่ที่อยากรับเป็นพิเศษ หลังจากฝากผลงานการแสดงบทบาทดราม่าหนักในละครพีเรียดเรื่อง สลักรักในแสงจันทร์ ไปแล้ว ทั้งคู่เผยว่าผลงานเรื่องต่อไป อยากลองเปลี่ยนแนวมาเล่นคอมเมดี้หรือซิทคอมดูบ้าง ถือว่าได้ท้าทายตัวเองในมุมใหม่ ๆ ซึ่งทั้งคู่เองก็พอมีเซนส์ตลกอยู่บ้าง ทำเอาแฟน ๆ อดใจรอติดตามแทบไม่ไหว กับเคมีความตลกของทั้งคู่ ที่อาจได้เห็นผ่านผลงานใหม่ ๆ ในอนาคตสปอยเบา ๆ แต่หนักแน่น...กับ ‘Fanmeeting Together to the Moon’ แฟนมีตครั้งแรกในประเทศไทยทั้งที จะธรรมดาได้อย่างไร โดยทั้งคู่เผยว่าขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงเตรียมโชว์ต่าง ๆ อย่างเต็มที่ พร้อมการันตีว่าเป็นโชว์ที่ไม่เคยแสดงที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน งานนี้เตรียมเซอร์ไพรส์ทั้งแฟนคลับและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของทั้งคู่ จึงอยากชวนทุกคนมาร่วมสัมผัสด้วยตัวเอง และรอติดตามความพิเศษที่จะเกิดขึ้นในงานกันได้เลยนอกจากการพูดคุยสุดอบอุ่นแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “เพิร์ล - พีค” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘(จุด จุด จุด) ในแสงจันทร์’งานนี้จะฟินขั้นสุดหรือจะเรียกเสียงหัวเราะได้มากน้อยแค่ไหน ? ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เพิร์ล - พีค” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เพิร์ล - พีค” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ครั้งนี้เต็มไปด้วยความประทับใจ แม้พบกันเพียงครั้งเดียว แต่ยังคงตราตรึงในหัวใจตลอดไป เช่นเดียวกับซีรีส์ ‘สลักรักในแสงจันทร์ Love In The Moonlight’ ที่ทุกคนยังสามารถรับชมย้อนหลังกันได้ทางแอปพลิเคชัน OneD และขอฝาก PearlPeak First Fanmeeting Togather to the Moon ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 25 มกราคม 2568 ณ Phenix Grand Ballroom เตรียมกดบัตรพร้อมกันในวันเสาร์ที่ 20 ธันวาคมนี้ ! และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

“พูห์ – พาเวล” บุก EFM FANDOM LIVE พร้อมทายภารกิจลับ ! สอบปากคำรัก เสิร์ฟโมเมนต์หวานเกินร้อย แถมสปอยซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย’ ไปพร้อมกัน

17 ธ.ค. 2025

“พูห์ – พาเวล” บุก EFM FANDOM LIVE พร้อมทายภารกิจลับ ! สอบปากคำรัก เสิร์ฟโมเมนต์หวานเกินร้อย แถมสปอยซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย’ ไปพร้อมกัน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 4 ธันวาคม 2568 ] คืนนี้เตรียมสอบปากคำผู้ต้องสงสัยเจ้าเสน่ห์ “พูห์ - พาเวล” ไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจเคเบิ้ล” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายรักฉบับแรกถึงพูห์พาเวล สวัสดีพูห์พาเวล :) นี่คือจดหมายฉบับแรกที่เราเขียนให้เธอหลังจากก้าวเข้ามาเป็นแฟนคลับอย่างเต็มตัว การได้ค้นพบเธอ ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องพิเศษในปลายปีนี้เลย ขอบคุณที่เป็นของขวัญให้กันในปีนี้ ดีใจที่ได้รู้จักนะ ภูมิใจในตัวพูห์พาเวลมาก ๆ ผลงานการแสดงของเธอทำให้เราโคจรมาเจอกัน เพราะฉะนั้น! ภูมิใจในผลงานการแสดงของตัวเองเยอะ ๆ นะ สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า ถึงจะเจอกันช้า แต่ก็ได้เจอกันละนะ ด้วยรัก 3Letter #1: This letter is titled... The very first love letter to Pooh Pavel Hey Pooh Pavel! This is my very first letter to you since I officially became fans, and I just had to reach out. Finding you at the end of the year has truly been a wonderful surprise. I'm so grateful for the joy you’ve brought me this year—it was a pleasure getting to know you. I'm really proud of you and everything you’ve accomplished in your acting career; it’s what brought us all together! So hold your head high and take pride in your work. Even though my paths crossed later than I’d hoped Sending lots of love your way.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... ดอกไม้บานเพียงครู่เดียว แต่ความรักอยู่ตลอดไป ตามชื่อจดหมายเลย ครั้งแรกที่ได้เห็นตัวจริงของทั้งคู่และได้เห็นถึงความตั้งใจทำงานที่พยายามจะตอบแทนแฟนคลับอยู่ตลอด มันจุดประกายให้แฟนคลับตัวเล็กๆอย่างหนูมากเลย ขอบคุณที่เข้ามาเป็นพลังจากคนที่ไม่เคยไปไหนคนเดียว พูห์พาเวลทำให้หนูออกจากเซฟโซน ไปได้หมด ขอแค่มีความรักของเขาทั้ง 2 คนรออยู่ตรงหน้าก็ไม่กลัวอะไรอีกเลย มั่นใจเลยว่าดอกไม้บานเพียงครู่เดียว แต่ความรักคงอยู่ตลอดไป รักมากๆ ขอให้ถูกค้นพบรายล้อมไปด้วยความรักนะคะ”Letter #2: This letter is titled... Flowers may only last a brief time, but the love we share is eternal. The title of this letter perfectly captures my feelings. The first time I truly saw the couple and witnessed their unwavering commitment to giving back to their fans, it ignited a passion in me as a devoted supporter. I can't thank you enough for being a pillar of strength, especially for someone like me who has often felt alone. Pooh and Pavel have inspired me to step out of my comfort zone and embrace new experiences. With the love of these two guiding me, I'm no longer afraid of what lies ahead. While flowers may only bloom for a brief moment, the love they share is eternal. I adore you both so much. May you always be surrounded by love and happiness.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... แสงไฟนำทางที่เจอโดยบังเอิญ ขอบคุณพูห์พาเวลที่เข้ามาในชีวิตเรา ขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้เราได้มาเจอทั้งคู่ เป็นการกลับมาตามศิลปินไทยในรอบหลายปีเลยแหละ ชีวิตนี้ติ่งมา 6 ปี พูห์พาเวลเป็นคู่แรกที่ทำให้เราได้เจอตัวจริง เพราะเราอยู่ต่างจังหวัด การจะได้เจอศิลปินแต่ละรอบมันยากมากๆสำหรับเรา และตอนนี้เราก็กำลังเรียนอยู่ การเรียนเราดีขึ้นเพราะทั้งคู่เลย ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราได้รู้จักพวกแกนะ รักมากๆ หันหลังมาเมื่อไหร่ก็จะเจอกันตลอดLetter #3: This letter is titled... An unexpected beacon of hope I can’t thank you both enough for coming into my life. It feels like fate brought us together. After stepping away from Thai artists for a while, I've found my passion again, and it’s largely because of you. I've been a fan for six years, but finally meeting you in person was an unforgettable moment, especially since I live in the provinces where connecting with artists isn’t easy. Your presence has truly impacted my life, especially as I focus on my studies, which have improved greatly thanks to your inspiration. Thank you for being such an important part of my journey. I adore you both and will always cherish the memories of meeting you.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายจากหัวใจคุณผู้ชม ขอขอบคุณสำหรับผลงานซีรีส์สิงสาลาตาย ที่ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสความลึกลับ ความระทึก การแสดงของคุณทั้งสองเต็มไปด้วยความตั้งใจและความจริงใจ ทุกสายตา ทุกคำพูด ทุกอารมณ์ ทั้งความหวาดหวั่นและความอบอุ่น ทำให้เรื่องราวมีชีวิตและตราตรึงในใจผู้ชมอย่างแท้จริง พูห์ การถ่ายทอดอารมณ์ของพูห์ทำให้ผู้ชมสัมผัสความหวาดกลัว พาเวล การแสดงของคุณก็ชวนให้รู้สึกถึงความจริงใจ ความรับผิดชอบในหน้าที่ จะติดตามและเฝ้าดูผลงานต่อไปนะคะLetter #4: This letter is titled... Messages straight from the audience's heart Thank you for the captivating series filled with mystery and suspense. Your intentional and sincere performances bring the story to life, making the audience truly feel the emotions—fear and warmth alike. Pooh, your portrayal really evokes fear, while Pavel, your sincerity shines through. I look forward to seeing more of your work!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ถึงคุณคนที่เป็นรอยยิ้มของฉันในวันที่มีฝนตกในใจ ขอบคุณพูห์พาเวลมากๆ ที่ทำให้ได้มารู้จัก ดีใจที่เป็นแฟนคลับของพวกเธอทั้งสองคนนะ พวกเธอทำให้วันที่แย่ๆ ของเราสดใสขึ้นมาก เราพึ่งมาโดนตกแบบจริงๆ ก็ตอนพิษเบ๊บ 2 ไม่ได้คิดเลยว่าเราจะชอบเรื่องนี้ได้มากขนาดนี้ การแสดงของพูห์พาเวลพัฒนาขึ้นมากทำให้เราอินกับตัวละครสุดๆ อยากบอกเสมอนะว่าพวกเธอทั้งสองคนทำได้ดีมากๆ แล้วในฐานะนักแสดง ในอนาคตก็จะดีมากๆ ยิ่งขึ้นไปอีกและก็จะมีคนรักพวกเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆเลยนะLetter #5: This letter is titled... My dear, you are the sunshine that brightens my heart even on the cloudiest of days. Thank you for introducing me to them! I'm thrilled to be a fan. You both truly brighten my bad days. I really fell for you in PitBabe 2; I didn't expect to love it so much! Your acting has improved immensely, and it really made me connect with your characters. You both did a fantastic job, and I know your future as actors is bright—more and more people will adore you!เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ “พูห์ - พาเวล”มาร่วมไขปริศนาหัวใจ และของขวัญแทนใจให้กัน พร้อม Energy แบบเต็มเปี่ยมเป้าหมายในปีนี้ที่ทำสำเร็จดั่งใจหวัง ! เดินทางมาถึงเดือนสุดท้ายของปี 2568 แล้ว ใครที่เคยตั้งเป้าหมายไว้ ลองมองย้อนกลับไปดูว่าเราทำสำเร็จไปกี่ข้อแล้ว สำหรับพูห์พาเวลก็มีหลายอย่างที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดีเช่นกัน โดยพาเวล เล่าว่า เรื่องการจัดการชีวิตในทุกพาร์ท ไม่ว่าจะด้านนักแสดงและธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น แถมยังแอบสปอยด้วยว่าอีกไม่นานทุกคนจะได้เห็นอะไรใหม่ ๆ แน่นอน ด้านพูห์เองก็ไม่แพ้กัน เจ้าตัวเผยว่า แบรนด์เสื้อผ้าของตนกำลังจะกลับมาอีกครั้งเช่นกัน ส่วนเรื่องเรียน เจ้าตัวยอมรับตรง ๆ เลยว่ากำลังประสบภัยอยู่ เพราะตอนนี้ตนอยู่ปี 4 ปีสุดท้ายแล้ว งานก็กำลังแน่น ยังไงก็เอาใจช่วยพูห์ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นด้วยนะเป้าหมายในปีหน้าของพูห์ - พาเวล เป้าหมายสำคัญของ พูห์ ในปีหน้าคือ อยากเรียนจบพร้อมเพื่อนให้ได้ ส่วนอีกหนึ่งสิ่งที่เจ้าตัวอยากลองทำก็คือ การทำผลงานในด้านศิลปิน ที่ไม่แน่ว่าในปีหน้า เราอาจได้เห็นผลงานใหม่ ๆ จากพูห์กันก็เป็นได้ ด้านของ พาเวล อยากลองรับบทบาทใหม่ ๆ มากขึ้น อีกทั้งตนเองก็มีความสนใจในผลงานด้านศิลปินเช่นกัน พร้อมกับอีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ อยากพาพ่อเลี้ยงกลับมาอยู่ไทยกับแม่ เป็นความน่ารักและอบอุ่นที่ทำหลายคนยิ้มตามเลยทีเดียวของขวัญปีใหม่แทนใจของกันและกัน ของขวัญปีใหม่ทั้งที จะให้ธรรมดาได้อย่างไร ! เริ่มต้นที่พูห์ขอจัดใหญ่ มอบโรงงานเสื้อผ้าที่ไทย พร้อมเครื่องจักรและอุปกรณ์แบบครบครัน ซึ่งตั้งอยู่ที่บางแสน พาเวลจะได้ไม่ต้องบินไปดูโรงงานเสื้อผ้าที่ต่างประเทศแล้ว ส่วนด้านพาเวลก็ไม่ยอมแพ้ ขอสร้างมหาวิทยาลัยให้ไว้ที่บ้าน ตื่นมาก็เข้าเรียนได้เลย แถมมีคณะปาร์ตี้เปิดเฉพาะตอนกลางคืนให้ด้วย เรียกว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ สำหรับคู่หูพลังล้นคู่นี้ความประทับใจใน ‘สิงสาลาตาย ชวนไขคดี EP.5’ เนื่องจากอีพีนี้มีความพิเศษคือมีงานชมซีรีส์พร้อมกันกับแฟนคลับ ซึ่งมีหลายโมเมนต์ที่ตื่นเต้นและประทับใจมาก ๆ อาทิเช่น การร้องเพลงใหม่ ‘ผู้ต้องสงสัย’ ให้ทุกคนได้ฟังกันสด ๆ คร้งแรกก่อนใคร ซึ่งไม่ใช่แค่แฟน ๆ ที่เขินจนแทบนั่งไม่ติดเก้าอี้เท่านั้น… แต่สารวัตรสิงหาของเราก็หน้าแดงไปตาม ๆ กันสถานที่กางเต้นท์ที่อยากใช้เวลาไปด้วยกัน เมื่อถามถึงสถานที่ที่อยากไปกางเต็นท์ด้วยกัน พูห์ก็ตอบทันทีว่าอยากไปที่ ‘ภูสอยดาว’ เพราะยังไม่เคยมีโอกาสได้ไปมาก่อน เห็นเพื่อนไปแล้วดูสนุกดี บรรยากาศก็น่าไปสุด ๆ ด้าน พาเวล เผยว่า เจ้าตัวอยากบินลัดฟ้าไปที่ ‘Christchurch ประเทศนิวซีแลนด์’ เมืองที่รายล้อมด้วยธรรมชาติ แม่น้ำ และอากาศดีจนเหมาะกับการพักผ่อนแบบเต็มหัวใจสปอยกันต่อกับอีพี 6 สุดเข้มข้น ! เดินทางมาถึงอีพี 6 กันแล้ว งานนี้ทั้งคู่ขอสปอยไว้เพียงว่ามีครบทุกรสชาติ อีพี 5 ว่าหวานแล้ว แต่อีพีต่อไปหวานเกินร้อย น่ากลัวเกินล้านแน่นอน เรียกได้ว่าทวีคูณความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ เตรียมลุ้น เตรียมกรี๊ด และเตรียมหายใจไม่ทั่วท้องได้เลย !นอกจากการพูดคุยสุดฟินแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “พูห์ - พาเวล” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘สอบปากคำ ผู้ต้องสงสัย’งานนี้ผู้ต้องสงสัยจะรอดจากเจ้าหน้าที่มากเสน่ห์ไปได้หรือไม่ ? ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “พูห์ - พาเวล” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive ! สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “พูห์ - พาเวล” ที่มาสร้างสีสันให้ค่ำคืนนี้อบอวลไปด้วยความสุขและความสดใส พร้อมเสิร์ฟโมเมนต์สุดฟินให้แฟน ๆ แบบเต็มอิ่ม แล้วมาร่วมคลี่คลายปริศนา ค้นหาผู้ต้องสงสัยไปด้วยกันในซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย Goddess Bless You From Death’ สามารถรับชมได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 และรับชมย้อนหลังเวอร์ชั่น UNCUT เวลา 23.15 น. ได้ที่ iQIYI และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะครับสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ! “QRRA” มาเผยทุกโมเมนต์ตลอดเส้นทางการเติบโต และซิงเกิลส่งท้าย ‘Midnight Text’ พร้อมของขวัญสุดพิเศษถึง PEONY แบบ Exclusive

02 ธ.ค. 2025

ค่ำคืนแห่งความทรงจำ! “QRRA” มาเผยทุกโมเมนต์ตลอดเส้นทางการเติบโต และซิงเกิลส่งท้าย ‘Midnight Text’ พร้อมของขวัญสุดพิเศษถึง PEONY แบบ Exclusive

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 27 พฤศจิกายน 2568 ] เปิดสตูต้อนรับ 5 สาว “QRRA” ที่จะมาร่วมสร้างความทรงจำสุดอบอุ่น และสดใสตลอดค่ำคืนนี้ ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายแห่งความทรงจำ ถึงแม้เส้นทางของพวกคุณจะหยุดลงตรงนี้ แต่ความรู้สึกดีๆที่พวกคุณเคยมอบให้มันยังอยู่ครบทุกอย่าง ไม่มีอะไรหายไปเลยสักนิด เพลงที่เคยฟัง เวทีที่เคยดู รอยยิ้มที่เคยทำให้เรามีกำลังใจ ทั้งหมดกลายเป็นความทรงจำที่อบอุ่นที่สุดในใจเรา ขอบคุณที่พยายามอย่างงดงามมาตลอด ขอบคุณที่ทุ่มเทหัวใจให้แฟน ๆ ได้เห็นความฝันของพวกคุณเป็นจริง ถึงวันนี้จะเป็นวันแห่งการลาจาก แต่ไม่ได้เป็นจุดจบของความหมายที่พวกคุณสร้างไว้Letter #1: This letter is titled... Letters of Memory While your journey may have reached a pause here, the joy you've brought me remains. Everything you've shared is still very much alive. The songs you played, the performances we witnessed together, the smiles that lifted our spirits—they have all become cherished memories we hold dear. I’m grateful for your unwavering effort and for the way you've opened your heart to us, letting us share in the realization of your dreams. Although today marks a farewell, it certainly doesn’t diminish the significance of what you've created. Thank you for everything.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... My Miracle ความสวยงามในช่วงชีวิตหนึ่ง ขอบคุณน้องๆทั้ง 5 คนที่ทำให้พี่ได้ค้นพบความสวยงามของโลกใบนี้ ทุกครั้งที่ฟังเพลง หรือไปเจอน้องๆ QRRA ใจมันเต้นรัวตลอด อยากบอกว่าน้องๆ ถ่ายทอดความรู้สึก passion ของการเป็นไอดอล T-pop ที่แท้จริงมากๆ ช่วยฮีลใจคนที่กำลังเหนื่อยกับชีวิตได้จริงๆ พี่จะเก็บ QRRA ไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามในช่วงชีวิตหนึ่งของพี่ รักและซัพพอร์ตต่อไปในทุกๆเส้นทางของน้องๆ ขอให้การเดินทางต่อไปสวยงามขึ้นเรื่อยๆ รัก รักมาก”Letter #2: This letter is titled... My Miracle The beauty of a lifetime Thank you to the five incredible young individuals who opened my eyes to the wonders of this world. Every time I hear one of your songs or get a chance to be around the QRRA crew, my heart races with excitement. You all truly embody the genuine passion of a T-pop idol, and your energy has a remarkable ability to uplift those of us who are feeling weary. I’ll always cherish the memories I've made with QRRA, and I will continue to support you no matter where your journey takes you. May the road ahead be filled with even more beauty and joy. Sending you all my love!จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... The ending and also the beginning ดีใจที่ได้มาเป็นตั๋นๆของ QRRA จะไม่ลืมช่วงเวลาที่ได้ติดตาม ฟ้อนด์ นิว นิกี้ ป๊อปเป้อ ปาเอญ่า QRRA เลย ขอบคุณที่ช่วงเวลาหนึ่งได้มาสร้างความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสุขให้กับ Peony นะ :—) ถึงนี่จะเป็นเส้นชัยของ QRRA แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับเส้นทางใหม่เช่นกัน จะคอยเป็นกำลังใจให้ทั้ง 5 คนต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ขอให้มีความรักอยู่รอบตัวเสมอเลย~ Once QRRA, always QRRA Once Peony, always PeonyLetter #3: This letter is titled... The ending and also the beginning I couldn't be more thrilled to be a fan of QRRA. I'll always cherish the memories of following Fond, New, NiKY, Popper, and Paeyah. Thank you for bringing so much joy to Peony :—) While this may be the end of this chapter for QRRA, it also marks the start of an exciting new journey. I’ll be here cheering for all five of you, no matter where life takes you. May you always be surrounded by love~ Once QRRA, always QRRA. Once Peony, always Peony.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ในวันนึงที่เคยมาถึง มาถึง และกำลังจะมาถึง ในวันหนึ่งที่เคยมาถึง เราได้รู้ถึงการมีอยู่ของผู้หญิงที่มีความฝัน 5 คน ฟ้อนด์ ชัญญ่า นิกี้ ป๊อปเป้อ ปาเอญ่า "QRRA" เราผ่านวันเปิดตัว มีเพลงที่ปล่อยมาที่ใครก็ต่างยกให้เป็นเพลงโปรด เราฉลองเทศกาลต่างๆด้วยกัน ถึงในที่สุดแล้วงานเลี้ยงจะต้องมีวันเลิกลา แต่ในวันข้างหน้าที่กำลังจะมาถึง ทุกเส้นทางของ QRRA จะยังมีเพื่อนที่ชื่อว่า PEONY อยู่เสมอ ขอบคุณนะ จากนี้ก็ขอให้ทั้ง 5 คนก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจเลยนะ ด้วยรัก...Letter #4: This letter is titled... On a day that is both here and yet to come Today marks a special moment as we celebrate five incredible women with dreams: Fond, Chanya, NiKY, Popper, and Paeyah, alongside our beloved QRRA. We've come a long way since our launch day, sharing songs that have become favorites and creating unforgettable memories at festivals together. While every celebration must come to a close, we can look ahead with excitement, knowing that PEONY will always be by QRRA's side. Thank you for being part of this journey. Here's to all five of us moving forward with confidence and love.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... last letter to my queen ดีใจที่ได้เห็นพวกพี่ทุกคนเติบโตขึ้นจากวันแรกมาก ๆ เห็นมาตั้งแต่เป็น BNK48 จนวันนี้มีนามสกุลต่อท้ายใหม่กันแล้วหนิ ดีใจมากที่ได้เจอ QRRA ดีใจที่ได้มารู้จักกัน ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกไหม แต่ไว้สักวันเราก็จะได้เจอกันใหม่ ขอบคุณพวกพี่ที่เป็นส่วนนึงในการเติบโตของ Peony มาตลอดเส้นทาง ยืนยันได้เลยว่ารักพวกพี่ Peony ไม่เคยเสียใจเลยนะ มีแต่ภูมิใจในตัวพวกพี่ขึ้นทุกวัน hope you enjoy my life 4ever nakaLetter #5: This letter is titled... last letter to my queen I'm really happy to see how much you've all grown since day one. Watching you evolve from BNK48 until now, with all the new names, has been amazing. Meeting QRRA has been a wonderful experience for me, and I'm grateful to have gotten to know each of you. While I’m not sure if our paths will cross again, I believe they will someday. Thank you for being a part of Peony's journey. I want you all to know that I truly love each of you. I've never felt sad; instead, I find myself prouder of you every single day. I hope you continue to enjoy every moment of life forever, naka.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ “QRRA” มาร่วมเปิดกล่องความทรงจำอันล้ำค่าในค่ำคืนนี้พร้อมโมเมนต์ความประทับใจตลอดเส้นทางที่ได้เดินร่วมกัน ‘เพราะการจากลา ไม่จำเป็นต้องเศร้าเสมอไป’การเติบโตของ “QRRA” หากพูดถึงศิลปินหญิง T-POP จะต้องมีชื่อวง QRRA อย่างแน่นอน ซึ่งถือว่าเป็นวงที่อยู่เคียงข้างกับแฟน ๆ มาตลอดหลายปี ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ อะไรหลายอย่างได้พัฒนาและเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ความสวยที่เพิ่มขึ้น แต่ประสบการณ์การทำงานของพวกเธอก็เติบโตไปพร้อมกัน เพราะในทุกซิงเกิลสมาชิก QRRA จะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ทำให้เจอคนทำงานใหม่ ๆ และเพิ่มประสบการณ์การทำงานของพวกเธอมากขึ้นด้วยมากกว่าการจากลา คือ ‘ความเข้าใจ’ ท่ามกลางความใจหายของแฟน ๆ หลังประกาศสิ้นสุดสัญญาและยุติบทบาทในนามวง QRRA ซึ่งพวกเธอก็ยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ ผ่านการพูดคุยกันมาอย่างยาวนาน พวกเธอได้ผ่านช่วงเวลาที่เศร้าและหนักใจร่วมกันมาแล้ว จนวันนี้ทุกอย่างกลายเป็น ‘ความเข้าใจ’ มากกว่าความเสียใจซิงเกิลส่งท้าย ‘MIDNIGHT TEXT’ หากใช้คำว่าซิงเกิลส่งท้ายในนามวง หลายคนคงคิดว่าต้องเป็นเพลงเศร้าอย่างแน่นอน แต่พวกเธอกลับไม่ได้คิดแบบนั้น ทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่อยากให้ทุกคนติดภาพจำเพลงสุดท้ายต้องเศร้าและร้องไห้ แต่อยากให้เป็นผลงานเพลงที่ทุกคนฟังได้ และยังคงกลิ่นอายความเป็น QRRA ไว้อย่างชัดเจน อีกทั้งผลงานเพลงนี้ยังได้โปรดิวเซอร์มือทองอย่าง B-rock ที่เคยร่วมงานกับพวกเธอมาแล้ว ทำให้ซิงเกิลนี้ยิ่งพิเศษมากขึ้นในฐานะของขวัญชิ้นสุดท้ายของการเดินทางความท้าทายของ ‘MIDNIGHT TEXT’ ถึงจะเป็นการกลับมาร่วมงานกันของโปรดิวเซอร์ B-rock อีกครั้ง แต่ไม่ได้ทำให้ซิงเกิลนี้ง่ายอย่างคิด กลายเป็นเพลงที่ท้าทายที่สุดของ QRRA เพราะต้องผ่านการปรับเปลี่ยนหลายรอบ ทั้งในเวอร์ชันเพลงเร็วและเพลงช้า แต่พอตกลงกันได้ว่าจะเป็นเพลงนี้ก็ราบรื่นขึ้น อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญคือ การร้องที่ต้องใช้เสียงสูงมาก โดย ป๊อปเป้อ ได้เล่าถึงโมเมนต์ขำ ๆ ในการเพอร์ฟอร์มครั้งแรกว่า ลืมไปว่าต้องร้องท่อนไฮโน้ต มัวแต่แสดงสีหน้าระหว่างโชว์ จึงกลายเป็นเรื่องราวสุดท้าทายอีกเรื่องที่ต้องตั้งใจมากขึ้นในการแสดงครั้งต่อ ๆ ไปล้านเหตุการณ์ที่ต้องพบเจอใน Music Video แม้เพลงจะชื่อ Midnight Text แต่ตอนที่ถ่ายทำ ต้องเรียกว่า After Midnight เลยทีเดียว เนื่องจากเริ่มถ่ายตั้งแต่ช่วงเย็นและยาวไปจนดึก อีกหนึ่งสีสันก็คือเสื้อผ้าหน้าผมสุดเก๋ที่มาในธีม Princess on Bed แต่เป็นชุดนอนธรรมดา ๆ ก็คงไม่ได้ เพราะชุดนอนที่พวกเธอต้องการ คือ ชุดนอนที่สามารถเต้นได้ !นิยามของความสัมพันธ์แบบ Gen Z โดย ปาเอญ่า เป็นตัวแทนของเพื่อนๆในวง ได้เล่าว่า เจ้าตัวรู้สึกว่าความสัมพันธ์แบบนี้ มักจะเป็นความสัมพันธ์ที่หลายคนพบเจอ เป็นการคุยกันทุกคืน รู้สึกดีนะ แต่ก็ไม่ได้อยากให้สถานะเขา งานนี้ถึงกับโดนแซวกลับว่า โธ่ พวกต้าวเจ้าชู้MIDNIGHT TEXT คนละหนึ่งประโยคให้ PEONY เริ่มต้นที่ ฟ้อนด์ ขอส่งเป็นอิโมจิคารวะ แทนการขอบคุณที่สู้เคียงข้าง QRRA มาโดยตลอด ขอบคุณที่อดทนพร้อมกับพวกเธอไปในทุกสถานการณ์ ‘ขอกราบขอบคุณจริง ๆ ค่ะ’ ต่อมาที่ ชัญญ่า ขอส่งเป็นอิโมจิกระรอกไป ซึ่งสื่อถึงเจ้าตัวอยู่แล้ว พร้อมข้อความว่า ‘รักนะคะ ขอบคุณที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย อยากให้ดูการเติบโตของแต่ละคน และเดินไปด้วยกันไปเรื่อย ๆ นะคะ’ ต่อมาที่ นิกี้ ขอส่งเป็นข้อความไปว่า ‘อย่าทำงานหนักนะคะ นอนด้วยนะ ตอนนี้ถึงเวลานอนแล้ว’ พร้อมอิโมจิ z z z ต่อด้วย ปาเอญ่า จะส่งข้อความไปว่า ‘เรามีกันอยู่แค่นี้’ เนื่องจากเราจะพูดกันอยู่เสมอว่า เรามีกันอยู่แค่นี้ ทั้ง QRRA พี่ ๆ ทีมงาน รวมถึง PEONY อยากขอบคุณที่อยู่กันแค่นี้แบบน่ารัก ๆ ปิดท้ายด้วย ป๊อปเป้อ ข้อความที่อยากส่งให้ก็คือ ‘บัตร Fan Meet ยังสามารถซื้อได้อยู่นะคะทุกคน’ และจะต้องแจ้งเตือนทุกวัน อยากให้มาเจอกันเยอะ ๆ พร้อมอิโมจิหัวใจสีขาว และรูปดาวสปอยของขวัญชิ้นสุดท้ายกับงาน Fan Meeting QRRA ‘THE CROWNING STEP’ สิ่งที่จะเจออย่างแน่นอนในงานนี้ก็คือ QRRA แบบครบทุกคน แต่ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เพราะยังมีการเล่นเกมกับแฟนคลับแบบจัดเต็ม รวมถึงโชว์เพลงของวงทั้ง 6 เพลง ที่มีหลุดพยักหน้าเป็นสัญญาณของการยืนยันมาแล้วว่ามีให้ได้ชมกันแน่นอน พร้อมบอกว่าอาจจะมีอะไรมากกว่านั้น ดังนั้น ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด เซอร์ไพร์สรออยู่เพียบ !เส้นทางของแต่ละคนนับจากหลังจากนี้ เริ่มที่ ฟ้อนด์ กับบทบาทนักแสดงแบบเต็มตัวในฐานะนักแสดงของบ้าน GMMTV กับผลงานการแสดงเรื่องแรกอย่าง Wish upon a star คืนนั้นฉันมองเห็นดาวด้วยตาเปล่า ซึ่งได้ปล่อย Pilot ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อด้วย ป๊อปเป้อ ที่ตอนนี้ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้จัดการวง BNK48 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในอนาคตก็หวังว่าจะมีผลงานเพลงออกมาให้ทุกคนได้ติดตาม พร้อมฝากติดตามน้อง ๆ BNK48 ไว้ด้วย สมกับตำแหน่งผู้จัดการวงจริง ๆ ส่วน ปาเอญ่า เผยยังไม่มีอัปเดตใด ๆ เพิ่มเติม สามารถจีบได้อยู่ เจ้าตัวสนใจทั้งด้านการแสดงและศิลปินด้วย อยู่ในช่วงการตัดสินใจ ด้าน นิกี้ เผยว่า เพิ่งประกาศเข้าสังกัดนึงไปเช่นกัน และกำลังจะมีผลงานซีรีส์ที่จะออนแอร์ต้นปีหน้าด้วย ปิดจบด้วย ชัญญ่า ที่ตอนนี้มีผลงานการแสดงที่กำลังออนแอร์อยู่เรื่องเจนจะเป็นดาวสินกำ Like A Palette Seriesก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ EFM FANDOM LIVE ในค่ำคืนนี้ทางรายการขอส่งมอบของขวัญชิ้นพิเศษจาก “QRRA”ด้วยคำถามสุดเซอร์ไพร์ส กับช่วง ‘Bonus Time: จากใจ QRRA ถึง PEONY’ถ้าต้องฝากหนึ่งข้อถึง PEONY จะให้โฟกัสเรื่องไหนเป็นพิเศษเกี่ยวกับสุขภาพ ? ปาเอญ่า : อยากให้ระวังเรื่องการรับประทานอาหาร รู้สึกว่าช่วงนี้คนทานอาหารแปรรูปเยอะมาก ๆ เพราะมันอันตรายต่อระยะยาว จึงอยากให้ทุกคนระมัดระวังในการทานมากขึ้น ป๊อปเป้อ : อยากให้ทุกคนออกกำลังกาย อาจจะยังไม่ต้องหนักมาก เริ่มต้นด้วยการขยับตัวจากการนั่งทำงานบ้าง จะเป็นผลดีทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต ฟ้อนด์ : อยากชวนทุกคนดื่มน้ำให้มากขึ้น เพราะเป็นสิ่งดีต่อสุขภาพ แม้ตัวฟ้อนด์เองจะเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อย แต่อยากทุกคนมาเริ่มต้นดื่มน้ำเยอะ ๆ ไปด้วยกัน ชัญญ่า : อยากให้ทุกคนหาเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ แต่หากช่วงไหนงานยุ่งจนไม่มีเวลา ก็อยากให้ลองเสริมด้วยวิตามิน เพื่อเป็นตัวช่วยให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอ นิกี้ : อยากให้ทุกคนใส่ใจเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปี เพราะการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันความเสี่ยง และดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้นให้ QRRA ให้กำลังใจรายวันให้กับ PEONY ที่เรียน/ทำงาน มาเหนื่อย ๆ ปาเอญ่า : PEONY วันนี้เป็นยังไงกันบ้าง ปาเอญ่าขอให้เป็นกำลังใจให้ทุกคนเลยนะ ทั้งการเรียนและก็การทำงาน จะเป็นผลดีในอนาคตแน่นอน ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองและก้าวต่อไปอย่างมั่นใจนะ ป๊อปเป้อ : วันนี้เหนื่อยใช่ไหม ป๊อปเป้อขอให้กำลังใจทุกคนเลยนะ เชื่อว่าทุกอย่างที่ PEONY เจออยู่จะผ่านไปได้แน่นอน เพราะว่าทุกคนเก่งอยู่แล้ว ฟ้อนด์ : อยากส่งกำลังใจให้ PEONY ทุกคน ถ้าวันไหนรู้สึกท้อหรือเหนื่อยใจ ลองเปิดคลิปของพวกเรา QRRA ทั้ง 5 คนดูได้ ไม่ว่าเรื่องไหนที่เกิดขึ้นทุกอย่างย่อมมีทางออก และยังไงก็ต้องมีวันที่เรายิ้มได้อีกครั้งแน่นอน ชัญญ่า : ขอเป็นกำลังใจให้กับ PEONY ทุกคน ขอให้สู้ไปด้วยกันกับทุกสิ่งที่เจออยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัจจุบันหรืออนาคต นิวเชื่อว่า PEONY ทุกคนแข็งแกร่งและผ่านมันไปได้แน่นอน นิกี้ : ไม่ว่าจะเรียนหรือทำอย่างอยู่ นิกี้อยากให้ทุกคนสู้ ๆ ถึงแม้ว่าวันนี้จะเจอเรื่องอะไรมา ขอให้รู้ไว้เสมอว่ายังมี QRRA ที่คอยเป็นเป็นพลังบวกและอยู่เคียงข้างเสมออยากให้ QRRA ร้องเพลงอีก 5 ซิงเกิลที่เหลือให้แฟน ๆ ฟัง ป๊อปเป้อ : ซิงเกิลแรก ‘Baby you are miracle เธอทำฉันเขิน เธอรู้ตัวบ้างไหม เหมือนใจมันระเบิดตอนใกล้เธอ…’ (Miracle) ชัญญ่า : ซิงเกิลที่ 2 ‘Happy happy we day Everyday เกิดได้ทุกวันใช่ไหม Yeah Yeah Yeah…’ (Happy We Day) ปาเอญ่า : ซิงเกิลที่ 3 ‘ถ้าเธอไม่ง้อจะพอแล้วนะ ถ้าเธอไม่แคร์ต้องพอแล้วปะ เพราะคนที่คิดคงมีแค่ฉัน เธอคงจะไม่รู้สึกอะไร…’ (ไม่ง้อจะพอแล้วนะ) นิกี้ : ซิงเกิลที่ 4 ‘After Flirt Bomb, Bomb, Bomb,Bomb Ah Ha! Please keep your attention… (After Flirt) ฟ้อนด์ : ซิงเกิลสุดท้าย ‘3 2 1 surprise sweet cake I made it for you Uwa uwa ah ah uwa uwa ก็เตรียมเอาไว้ให้เธอมาลอง taste…’ (Cake Roulette)ให้ QRRA เขียนความรู้สึกถึง QRRA พร้อมอ่านความรู้สึกที่เขียนให้ฟัง ฟ้อนด์ : ถึง นิกี้ ‘เราจะจดจำเวลาที่นิกี้ได้ยิ้มอย่างมีความสุขตลอดไปนะ’ หลายคนอาจคุ้นตาลุคนิกี้ที่ดูเท่ ๆ แต่สำหรับฟ้อนด์พอนึกถึงนิกี้เมื่อไหร่ จะเห็นเป็นรอยยิ้มก่อนเสมอ รอยยิ้มที่ดูมีความสุข สวย และมีเสน่ห์มาก ๆ นิกี้ : ถึง ปาเอญ่า ‘เราจะจดจำเวอร์ชั่นที่มีความสุขของปาเอญ่าตลอดไปนะ’ เพราะในช่วงเวลาที่ปาเอญ่ามีความสุข มันเห็นได้ชัดจากสายตาและพลังงานที่ส่งออกมา มันสดใส มีเสน่ห์ นิกี้รู้สึกว่านั่นคือเวอร์ชันที่เป็นตัวของปาเอญ่าสุด ๆ ปาเอญ่า : ถึง พี่ชัญญ่า ‘เราจะจดจำรอยยิ้มที่สดใสและ Orange Lover ของพี่นิวตลอดไป’ เขาอาจดูเป็นคนนิ่ง ๆ แต่พอเขายิ้ม โลกมันสดใสขึ้นทันทีจริง ๆ เขาเป็นเหมือน ‘เจ้าของสีส้มของวง’ ชัญญ่า : ถึง ป๊อปเป้อ ‘เราจะจดจำพี่ป๊อปเป้อคนเก่ง คนขยันและคำติดปาก เช่น ด้วยซ้ำ ดิฉัน ตลอดไป’ เวลาที่พี่ป๊อปเป้อเหนื่อย ๆ เขามักจะเผลอเรียกตัวเองว่า ‘ดิฉัน’ แล้วบางทีประโยคที่พูดก็จะลงท้ายด้วยคำว่า ‘ด้วยซ้ำ’ จนมันกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไปแล้ว นิวมองว่านี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของพี่ป๊อปเป้อที่น่าจดจำ ป๊อปเป้อ : ถึง ฟ้อนด์ คนนี้มีหลายอย่างให้จดจำ ‘เราจะจดจำความสวย ความตั้งใจ เสียงร้องและความอ๊อง ของฟ้อนด์ตลอดไป’ ฟ้อนด์จะเป็นคนที่อ๊อง ๆ บางทีเหมือนฟ้อนด์หลุดออกจากบทสนทนาไป ทั้งที่ยังนั่งอยู่ด้วยกัน พวกเราเลยเรียกชื่อการกระทำนี้ว่า ‘FONDING’ เพราะมันเป็นฟ้อนด์แบบแท้จริงที่สุดส่งท้ายความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “QRRA” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “QRRA” ที่มาร่วมสร้างรอยยิ้ม และมอบความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่อาจลืม พร้อมกันนี้ขอฝากซิงเกิลสุดท้ายกับ ‘Midnight Text’ ทุกคนสามารถรับชมและรับฟัง Music Video กันได้ทาง YouTube : QRRA นอกจากนี้ยังมีของขวัญชิ้นสุดท้ายอย่าง Fan Meeting QRRA ‘THE CROWNING STEP’ วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม 2568 ณ Union Co-Event Hall, Union Mall เวลา 17.00 น. แล้วมาเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำสุดพิเศษครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมรอยยิ้มกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ค่ำคืนสุดป่วน! “หยิ่น - วอร์” กลับมาเสิร์ฟความสนุกปนความแปลกใน EFM FANDOM LIVE พร้อมสกิลการตอบคำถามสุดฮา และบทเพลงพิเศษที่มอบให้ชาวหมูยอทุกคนกับ ‘รักทุกตอน’

26 พ.ย. 2025

ค่ำคืนสุดป่วน! “หยิ่น - วอร์” กลับมาเสิร์ฟความสนุกปนความแปลกใน EFM FANDOM LIVE พร้อมสกิลการตอบคำถามสุดฮา และบทเพลงพิเศษที่มอบให้ชาวหมูยอทุกคนกับ ‘รักทุกตอน’

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 20 พฤศจิกายน 2568 ] ค่ำคืนนี้เตรียมออกซิเจนไว้ให้ดี ! เพราะ “หยิ่น - วอร์” พร้อมเสิร์ฟรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแบบจัดเต็ม ร่วมสร้างโมเมนต์สุดฮาไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... 6 ปีที่ผูกพันสู่ 70 ปีที่อยากอยู่ข้างกันไม่ปล่อยมือ ถึงพี่หยิ่นพี่วอร์ หนูเองอาจจะไม่ได้อยู่มาตั้งแต่ก้าวแรกๆของพี่ๆ แต่ตอนนี้รู้สึกอยากขอบคุณ ช่วงเวลาเกือบ 6 ปีที่ผ่านมา มันมีแต่ความทรงจำดีๆเต็มไปหมด มันเป็นระยะเวลาที่นานมากๆ กับการได้รักใครสักคน ดีใจมากนะที่ตอนนี้เรายังไม่ปล่อยมือจากกันไปไหน ยังคงคอยอยู่ซัพพอร์ตกันเสมอ และอยากบอกพี่ว่า 70 ปีข้างหน้าที่พี่สัญญากันไว้ ไม่ว่าหนูจะมีโอกาสได้เห็นไหม ก็จะขอเฝ้ามองไปจนถึง 70 ปีเหมือนกันนะ รักพี่ทั้งสองLetter #1: This letter is titled... Six years of connection blossoming into a lifelong desire to cherish each other for the next 70 years and beyond. Even though I wasn't there to witness your first steps but the nearly six years we've shared have been brimming with wonderful memories. That’s quite a span of time to have someone to cherish in our lives. I’m truly thankful that we continue to hold on to one another and are still here to support each other. I want you to know that for the next 70 years you promised, whether I'm there to experience it or not, I will always be watching over you throughout that time. I love you both dearly.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... หนึ่งส่วนร้อยความในใจ เพราะต่อให้พูดให้ฟัง 1 วันก็คงไม่พอ เป็นหมูยอเข้าปีที่ 4 แล้ว อยากบอกว่าตั้งแต่รู้จักหยิ่นวอร์ยิ่งรู้สึกรักและอยากซัพพอร์ตมากขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกทั้งคู่เป็นเซฟโซน เป็นกำลังใจ เป็นความสุขในชีวิต และเป็นแรงบันดาลใจให้ลองทำในสิ่งไม่เคยทำ ได้ค้นพบตัวเองมากขึ้น จากคนที่วาดรูปไม่เป็นแต่อยากวาด FAN ART เพราะเป็นด้อมสายผลิต FAN ART มาก จนอยากลองดู ยังจำได้ในวันที่นำผลงานไปให้ทั้งคู่ ดูมีความสนใจและให้ความสำคัญ รู้เลยว่าหยิ่นวอร์ก็พร้อมซัพพอร์ตแฟนคลับเช่นกัน”Letter #2: This letter is titled... Just a fraction of my deepest wishes, because even sharing them with you for a single day wouldn’t be sufficient. I can't believe it's been four years since I became Moo Yor! From the moment I discovered YinWar, my admiration for them has only grown. They've created this wonderful feeling of safety and support in my life, acting as a source of joy and inspiration. Because of them, I've been encouraged to step outside my comfort zone and explore new things. I’ve learned so much about myself during this journey. I used to think I couldn’t draw, but the passion of our fandom to create fan art motivated me to give it a shot. I’ll never forget the day I shared my artwork with them; they seemed genuinely interested and valued my effort. It’s clear to me that YinWar is just as dedicated to their fans as we are to them.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... คดีด่วน ! 'หยิ่นวอร์' สองผู้ต้องหาขโมยหัวใจหมูยอ ตั้งแต่ตามศิลปินมา ไม่มีใครทำให้คลั่งรักมากขึ้นทุกวันเท่าพวกแกอีกล่ะ จะกี่ปีก็มีแค่ ‘หยิ่นวอร์’ ความเป็นธรรมชาติที่แสนพิเศษนี่แหละ เป็นสิ่งที่ผูกมัดหมูยอกันแน่นแฟ้น ขอบคุณวงโคจรทุกอย่างที่ทำให้เราได้มาเจอกัน โปรดจำไว้ว่าในทุกๆก้าวของทั้งสองคน จะมี ‘หมูยอ’ คอยเดินตามหลังไปทุกที่เสมอ เพราะสุภาษิตสอนไว้ว่า "เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด" 5555 หยอกเล่น รักน้า คุณอานันท์ คุณวนรัตน์ คนเก่งของหมูยอLetter #3: This letter is titled... Urgent case! 'Yin War', two suspects in the case of stealing the heart of Mooyor. Since I've started following artists, no one makes me fall in love with them more and more each day than you all. No matter how many years pass, my heart will always belong to 'YinWar.' It’s this unique connection that keeps MooYor so tightly woven together. I’m incredibly grateful for the paths that have brought us together. Always remember that wherever you two go, ‘MooYor’ will be right behind you, just like the saying goes: "If you follow an adult, the dog won't bite"—just kidding! Love you both, Uncle Anan and Khun Wanarat, as well as all the talented individuals at MooYor.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... เศษหนึ่งส่วนสี่ของหัวใจฉัน 7 ปีที่ผ่านมามันดีมากๆ “เราต่างเป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ของกันและกันจริงๆ” ช่วงชีวิตนึงของเรามันเป็นหยิ่นวอร์เช่นกัน เป็นแรงใจในทุกช่วงการเติบโตของเรา ดีใจที่ได้มาพบเจอหยิ่นวอร์ทุกครั้ง เป็นแบตเตอรี่ก้อนโตมากๆ วันใดที่เหนื่อยเพียงแค่เห็นรอยยิ้มหยิ่นวอร์ มันก็เหมือนได้ชุบชีวิตจริงๆ ที่สำคัญ ขอบคุณหยิ่นวอร์ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองกันเลย มีผลงานดีๆ ออกมาให้ชาวหมูยอได้ชื่นชมเสมอ ภูมิใจในตัวหยิ่นวอร์มากๆเลยนะLetter #4: This letter is titled... A quarter of my heart The last seven years have been truly incredible. "We really are a part of each other." YinWar has played a significant role in our journey. They have inspired us at every turn as we've grown. I genuinely look forward to seeing them; it's like they bring me back to life on my tired days just by flashing that smile. Most importantly, I want to thank YinWar for continuously pushing themselves to grow. Your amazing work never ceases to amaze MooYor, and I couldn't be prouder of you.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... บทอ่อนโยนในนิยายชีวิต ฉบับที่ฉันรักที่สุด บางทีโลกอาจไม่ได้ใจดีกับฉันทุกวัน แต่การมีเธออยู่ในเรื่องราวนิยายของเรา ทำให้ทุกบทมีความหมายเสมอ และในนิยายชีวิตเล่มนี้ บทที่ฉันรักที่สุด ก็ยังคงเป็นบทที่มีคุณอยู่ในนั้น แบบเดิมไม่เปลี่ยนเลย ในทุกบทของชีวิต มีทั้งวันที่ร้าวลึกและวันที่สว่างไสว ฉันไม่เคยคาดหวังว่าจะมีใครคนหนึ่งเดินเข้ามาเป็น “ตัวละครสำคัญ” แต่พอได้รู้จักหยิ่นวอร์ ฉันก็เหมือนพบบทพิเศษที่ไม่เคยมีในต้นฉบับLetter #5: This letter is titled... The sweet moment in my favorite life story Life may not show me kindness every single day, but having you in our journey makes each chapter feel significant. By far, the chapter I cherish the most is the one that features you, just like always. Throughout life’s ups and downs, there are moments of both joy and hardship. I never imagined someone would come along who would play such a vital role in my story. But when I met YinWar, it felt like discovering a beautiful new chapter I never knew was missing.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ต้อนรับ “หยิ่น - วอร์” พ่อคนซึนผู้มาพร้อมเสียงหัวเราะ และมิติใหม่ของการตอบคำถามสุดเข้าขาตอกย้ำความสัมพันธ์ตลอด 7 ปีอันแน่นแฟ้น พร้อมเผยเบื้องหลังบทเพลงสุดหวาน ‘รักทุกตอน’5 ปีกับด้อมหมูยอ มิตรภาพอันเหนียวแน่นตลอด 5 ปีของด้อมหมูยอยังคงสวยงามเสมอ โดยด้านวอร์เล่าว่า ชื่อด้อม ‘หมูยอ’ ครบรอบ 5 ปี และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 เป็นที่เรียบร้อย แต่จริง ๆ หยิ่นและวอร์รู้จักกันมา 7 ปีแล้ว เมื่อถามถึง ‘อาถรรพ์ 7 ปี’ ที่หลายคนมีความเชื่อว่าความสัมพันธ์จะสั่นคลอนเมื่อถึงปีที่ 7 แต่หยิ่นกลับตอบว่าเมื่อวันก่อนโดนผีอำไป หรือนี่จะเป็นการยืนยันทางอ้อมว่าอาถรรพ์ 7 ปีไม่สามารถทำลายความสัมพันธ์อันดีของทั้งคู่ไปได้…?ลุคเดินแบบของ “หยิ่น” ที่ตราตรึงใจ ลุคเดินแบบของหยิ่นในงานแฟชั่นโชว์ที่หลายคนพูดถึงและถูกแชร์กันสนั่นในโลกโซเซียล แต่เจ้าตัวขอออกมาแก้ข่าวแบบขำ ๆ ว่ามันเป็นเพราะมุมกล้องหลอกตา ยังบอกอีกว่าตนออกกำลังกายน้อยกว่าปีที่แล้ว พร้อมทิ้งท้ายว่า ‘การเป็นดารากล้ามใหญ่อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุด แต่ที่สำคัญคือ กล้ามชัด ต่างหาก’สกิลสุดว้าวกับการปั้นหม้อของ “วอร์” หลายคนคงคุ้นตากับงานอดิเรกสุดสร้างสรรค์ที่ถูกพูดถึงอย่างมากของวอร์ กับการปั้นหม้อเซรามิก ที่ล่าสุดเจ้าตัวเผยว่ามีแพลนจะซื้อตึกเพื่อเก็บรวบรวมผลงานเหล่านี้ไว้ สืบเนื่องจากห้องที่ตนอยู่พื้นที่เต็มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเจ้าตัวก็ยังคงยืนยันอย่างแน่วแน่ว่าไม่คิดจะขาย ส่วนตัวทำเพราะชื่นชอบ และมีความสุขกับทุกขั้นตอนที่ได้ลงมือจริง ๆ แต่ในอนาคตหากสามารถนำผลงานของตนไปใช้ได้ ก็ต้องรอชื่นชมกันได้เลย ยังแอบเผยอีกว่าหากตึกเสร็จ ทุกคนอาจจะได้เข้าไปชมผลงานกันแพลนวันคริสต์มาสของ “หยิ่น - วอร์” งานนี้ทั้งคู่ถึงกับนิ่งไปครู่ใหญ่ เนื่องจากยังไม่ได้วางแพลนไว้ ปกติจะดูแพลนกันแบบวันต่อวัน ซึ่งทั้งคู่ก็บอกว่าอาจจะมีงาน แต่หากไม่มีก็ถือว่าเป็นวันหยุดพักผ่อนวันนึง ยิ่งช่วงนี้อากาศดี ฮีลใจทั้งคู่สุด ๆกว่าจะมาเป็นบทเพลง ‘รักทุกตอน’ หยิ่น - วอร์ ตั้งใจจะออกผลงานเพลง อย่างน้อยปีละเพลง เพื่อไม่ให้แฟน ๆ ได้ฟังเพลงซ้ำจนเกินไปเวลาออกงานต่าง ๆ เพลง ‘รักทุกตอน’ มาพร้อมแนวคิดที่ว่าทั้งคู่อยากมอบเพลงให้กับแฟนคลับทุกคนอยู่เคียงข้างมาหลายปี รวมถึงการเล่าเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้น ผ่านทั้งสุขและทุกข์ แต่บทสรุปสุดท้ายก็ ‘รักทุกตอน’ ซึ่งเพลงนี้ยังได้ 2 โปรดิวเซอร์มากประสบการณ์อย่าง พี่เอฟู และพี่ก๊อป โปสการ์ด มาร่วมทำเพลงให้ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังผลงานศิลปินไทยมานับไม่ถ้วน โดยทั้งคู่เล่าว่าขั้นตอนการอัดเสียงก็ค่อนข้างยาก เพราะต้องสลับกันร้องเหมือนโต้ตอบกันไปมา แถมยังมีลูกเล่นในเพลงมากขึ้น จึงมีความยากมากขึ้นจากผลงานที่ผ่านมาEFM ขอเสนอตอน ‘คำพูดมากมาย ความหมายไปเรื่อย’ เมื่อคำถามโดนเส้น จึงขอเล่นกลับสักหน่อย… กับคำถามที่ว่า ‘รถใน MV เป็นรถจริง หรือ CG’ ด้านหยิ่นวอร์ถึงกับเสียอาการ พร้อมแซวกลับขำ ๆ ว่าถ้าเป็น CG ตนจะไปทำหนังแอกชั่นแล้วนะ ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะทั้งคู่เล่นใหญ่ต่อเนื่อง เผยว่าทุกอย่างใน MV เป็น AI ทั้งหมด แถมมีหุ่นยนต์ด้วย พร้อมเสริมว่าถึงกับหมดตัวในการทุ่มทุนสร้างครั้งนี้ เพราะลงทุนไปถ่ายทำถึงดวงจันทร์เพื่อแฟน ๆ โดยเฉพาะ เรียกว่าเป็นมิติใหม่ของการตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ฝากทุกคนเอาใจช่วยดีเจทั้งสองให้ผ่านพ้นค่ำคืนนี้ไปด้วยนะคะช่วงเวลาที่ “หยิ่น - วอร์” คิดถึงหมูยอเป็นพิเศษ ก่อนจะเข้าโหมดจริงจัง ขอแวะแซวซะหน่อย โดยวอร์เล่าว่า จริง ๆ ตอนไปถ่ายทำที่ดวงจันทร์ก็คิดถึงนะ ไกลบ้านด้วย เห็นหมูยอตัวนิดเดียวเอง แถมเสริมขำ ๆ ว่าในจังหวะที่ลมหายใจกำลังจะหมด นึกถึงหมูยอขึ้นมาเลย งานนี้เหมือนจะจริงจัง แต่ก็จิงโจ้ตามสไตล์พ่อคนซึนทั้งคู่ แอบบอกรักหมูยออ้อม ๆ ว่า… แม้ลมหายใจสุดท้ายก็ยังมีหมูยออยู่ในความทรงจำหรือเปล่าน้า ?ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ EFM FANDOM LIVE ในค่ำคืนนี้ทางรายการขอเสิร์ฟโมเมนต์ความน่ารักปนตลก ชวนปวดหัวของ “หยิ่น - วอร์”ด้วยคำถามสุดเซอร์ไพร์ส กับช่วง Bonus Time คำถามพิเศษ : หยิ่นวอร์ รักทุกตอน ตอนไหนดีน้า??แสดงความรักตอน 07.00 น. คำแรกของวัน...ที่จะพูดกับอีกฝ่าย ? วอร์ : จริง ๆ ผมยังไม่ตื่นนะ… แต่ก็คงเป็น ‘คุณเราสดชื่นมากและดีใจที่ตื่นมาเจอคุณอยู่ข้าง ๆ’ หยิ่น : ตอนเด็ก ๆ คุณยายจะชอบร้องเพลงนึงให้ฟังตลอด ‘ตื่นเถิดชาวไทย อย่ามัวหลับใหลลุ่มหลง’แสดงความรักตอน 09.00 น. ถ้าต้องเตรียมมื้อเช้าให้อีกฝ่ายอยากจะทำเมนูอะไรให้ ? วอร์ : ถ้าเช้าสำหรับคนที่ผมรัก จะต้องเป็นอาหารสุขภาพ ซึ่งผมจะทำวิตามิน C E B D (แบบเม็ด) ผัดรวมกับน้ำเปล่าให้เขา จะได้ทานง่าย ๆ รับวิตามินอย่างครบถ้วน หยิ่น : ถ้าผมรักใครจะยังไม่ให้เขากิน ผมจะพาเขาทำ IF เราจะเริ่มทานตอนเที่ยงแสดงความรักตอน 12.00 น. พักเที่ยงนี้อากาศดี ชวนกันไปนั่งเล่นที่ไหน...ที่คิดว่าบรรยากาศดีสุด ๆ ? วอร์ : ถ้าเที่ยงวันเนี่ย แดดน่าจะแรง ผมจะไม่ให้เขาออกไปไหน ผมเป็นห่วงเขาเดี๋ยวผิวจะไหม้ หยิ่น : ถ้าเกิดเที่ยงวันกังวลว่าจะโดนแดด ผมจะพาเขานั่งเครื่องบินไปอเมริกา เพราะเป็นเวลาเที่ยงคืนพอดีแสดงความรักตอน 17.00 น. ไปเล่นกีฬาสัก 2 ชั่วโมง ไปเล่นกีฬาอะไรดี ? หยิ่น : ผมจะพาไปเล่นโปโลน้ำ วอร์ : แต่ผมจะไม่ให้เขาเล่นอะไร อย่างโปโลน้ำ ถ้าเขาสำลักน้ำ ผมก็จะเป็นทุกข์ละ ผมจะให้เขาค่อย ๆ ขยับไปทีละส่วนของร่างกาย เริ่มจากนิ้วมือ ต่อด้วยข้อมือ และตามด้วยแขน แล้วผมค่อยนวดให้เขาทีละส่วนแสดงความรักตอน 19.00 น. หลังเล่นกีฬากินเมนูอะไร ? วอร์ : ข้าวมันไก่ ง่าย ๆ เลย เพราะคิดไม่ออกแล้ว … หยิ่น : ข้าวมันไก่เหมือนกัน (เพราะเธอกินอะไร ผมก็จะกินเหมือนกัน)แสดงความรักตอน 21.00 ไลฟ์ร้องเพลงให้แฟนคลับฟังก่อนนอน จะร้องเพลงอะไร ? หยิ่น : เรื่องเพลงนี่พี่วอร์ถนัดเลย เลือกมาสักเพลง ผมร้องตามได้หมดเลย วอร์ : ผมได้มีการศึกษามาแล้วว่า สำหรับแฟน ๆ ที่ผมรัก เพลงที่จะกล่อมนอนได้ดีที่สุดก็คือ ‘เพลงคลาสสิค’ เป็น คอร์ดเพลง Canon in Dแสดงความรักตอน 23.00 น. ส่งกันเข้านอนด้วย 1 ประโยค วอร์ : ผมให้คำเดียวเลย เห้อ… หยิ่น : ผมอาจจะไม่มี เพราะผมน่าจะหลับตั้งแต่ 3 ทุ่มแล้วส่งท้ายความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “หยิ่น - วอร์” โทรกลับและได้พูดคุยกับแฟน ๆ แบบ Exclusive สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “หยิ่น - วอร์” ที่มาเติมเต็มค่ำคืนนี้ให้ความสนุกเต็มพิกัด พร้อมเสน่ห์ความตลกของทั้งคู่ที่หลายคนต้องหลงรัก และขอฝากผลงานเพลงล่าสุด ‘รักทุกตอน’ สามารถรับฟังและรับชม Music Video ได้ทาง YouTube : ARGENTIS RECORDS แวะมาขอเพลงนี้กันได้ที่ EFM94 ด้วยน้าา และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความแปลก เติมความสนุกกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

ถอดรหัสหัวใจ ! “ไมเคิล - ท๊อปเทน” ล้วงลึกทุกความสัมพันธ์ และความท้าทายในซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย Goddess Bless You From Death’ พร้อมโมเมนต์สุดฟิน เติมเต็มยาใจตลอดค่ำคืน

19 พ.ย. 2025

ถอดรหัสหัวใจ ! “ไมเคิล - ท๊อปเทน” ล้วงลึกทุกความสัมพันธ์ และความท้าทายในซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย Goddess Bless You From Death’ พร้อมโมเมนต์สุดฟิน เติมเต็มยาใจตลอดค่ำคืน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 13 พฤศจิกายน 2568 ] ค่ำคืนนี้ร่วมค้นหัวใจ “ไมเคิล - ท๊อปเทน” พร้อมล้วงลึกเบื้องหลังสุดเซอร์ไพร์สไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... จงเปล่งประกาย แม้ในช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุด ก่อนอื่น ยินดีกับกระแสตอบรับหมอเซย์และหมอดารินนะคะ ไมเคิลและท๊อปเทน คือคนที่ทำให้คำว่า “Shine even in the darkest hour” มีความหมายจริง ๆ เพราะไม่ว่าจะผ่านช่วงเวลาหนักหนาแค่ไหน ทั้งสองยังยิ้ม ยังสร้างพลังบวกให้คนรอบข้าง แสงของทั้งสองคนไม่ได้มาจากไฟสปอร์ตไลท์บนเวที แต่มาจากหัวใจที่เต็มไปด้วยแพสชั่นที่ไม่ยอมดับลง ขอบคุณที่ยังเปล่งประกาย และสอนให้เรากล้าส่องแสงในวันที่มืดมิดเหมือนกัน เยิ้บยูวLetter #1: This letter is titled... Keep shining, even in the darkest hour I just wanted to take a moment to congratulate you on the wonderful feedback for Dr. Say and Dr. Darin. It's Michael and Topten who really bring the phrase “Shine even in the darkest hour” to life. No matter how tough things get, they manage to smile and spread positivity to everyone around them. Their brilliance isn't about being in the spotlight; it comes from their passionate hearts that just keep glowing. Thank you for continuing to shine and inspire us to do the same, even on the rough days. You both are truly amazing!จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... เพราะเธอมีคนเดียวบนโลก สวัสดีนะ พี่ไมเคิลท๊อปเทน ยินดีกับบทบาทใหม่และประสบการณ์ใหม่ๆด้วยนะ เราเชื่อว่าสิงสาลาตายต้องแมสแน่ๆ ขอบคุณที่ตั้งใจทำผลงานออกมาได้ดีขนาดนี้ ตอนนี้ก็รอความตั้งใจของทั้งคู่ตอบแทนพวกเธอได้เลย เราเชื่อว่ามันต้องคุ้มค่าแน่ๆ แต่ที่สำคัญดูแลตัวเองให้ดีและยิ้มเยอะๆด้วยนะ นอกจากเราจะรักผลงานแล้ว เรารักพวกเธอมากๆด้วย อยากให้เธอแข็งแรงและมีความสุขในทุกๆวัน เพราะเธอมีแค่คนเดียวบนโลกนี้ รักษารอยยิ้มและสุขภาพตัวเองดีๆนะ”Letter #2: This letter is titled... You are truly one of a kind Congratulations on your new position and all the exciting experiences ahead! We truly believe that "Goddess Bless You From Death" is going to be a tremendous success. Thank you for your hard work and dedication in creating such an amazing project. Now, we eagerly anticipate the rewards that will come from your efforts, which we know will be worthwhile Most importantly, don’t forget to take care of yourself and keep that beautiful smile shining. We’re not just fans of your work; we care about you deeply. We hope you feel healthy and happy every day because you are one of a kind. Remember to cherish your health and that lovely smile of yours.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... เพราะมี “ไมเคิลท๊อปเทน” ทำให้การถ่ายรูปยิ่งมีความสุขมากกว่าเดิม ถึงไมเคิลและท๊อปเทนคนเก่ง ขอบคุณที่ทำให้แฟนคลับคนนี้ที่ถ่ายรูปอาจจะไม่ค่อยสวยและไม่ค่อยมีความมั่นใจการถ่ายรูป มีความมั่นใจและมีความสุขในการถ่ายรูปอีกครั้ง ขอบคุณที่ทุกครั้งที่เจอกันมักจะบอกว่า ขอบคุณที่ถ่ายรูปพวกผมนะครับ พวกผมรอดูรูปอยู่น๊า มันทำให้แฟนคลับคนนึงมีแรงและกำลังใจที่จะไปหามากๆ เลยนะ และสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกทั้งสองคนคือทั้งคู่เก่งกันมากๆ ภูมิใจในตัวเองเยอะๆน๊า จะคอยซัพพอร์ตทั้งคู่อยู่ตรงนี้เสมอLetter #3: This letter is titled... Thanks to 'Michael Topten', capturing moments through photos is now even more fun You’ve helped me, as a fan who struggles with confidence and taking good photos, feel excited and joyful about capturing moments with you again. Your consistent appreciation, saying "Thank you for taking photos of us" every time we meet, means the world to me. I can’t wait to see your photos—they truly inspire me and motivate me to come out and support you. I also want to acknowledge the immense talent both of you possess. Be proud of who you are and what you create! I’ll always be here cheering you on.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... เชื่อมั่นในฝัน เชื่อมั่นในเธอ ขอบคุณไมเคิล ท๊อปเทนนะคะ ที่พยายามมาโดยตลอด จากวันแรกที่ได้รู้จักและมาถึงวันนี้ ภูมิใจในตัวทั้งสองคนมากๆ ขอให้ทั้ง 2 คนถูกค้นพบ ถูกโอบกอดด้วยความรักเพิ่มขึ้นอีกเยอะๆเลยนะ พี่ขอเป็นกำลังใจเล็กๆอยู่ตรงนี้ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางเติบโตของทั้งสองคนนะคะ จงเชื่อมั่นในตัวเองให้มากๆนะคะ เพราะวันพรุ่งนี้มีไว้พิสูจน์ฝีมือของพวกเธอทั้งสองคนว่าเก่งกันมากแค่ไหน ส่วนพี่ที่เชื่อมั่นในพวกเธอจะอยู่ตรงนี้เสมอ รักLetter #4: This letter is titled... Have faith in your dreams and trust in yourself Dear Michael Topten , Thank you for your unwavering effort since the very first day we met. I’m incredibly proud of you both. I truly hope that you continue to be recognized and surrounded by love in all that you do. I want to be a little source of encouragement for you on this journey. I’m excited to be a part of your growth and development. Please remember to have confidence in yourselves; tomorrow is going to showcase just how talented you both are. And as someone who believes in you wholeheartedly, know that I will always be here cheering you on.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... Great timing to love you ช่วงดูซีรีส์พิษเบ๊บ ss1 ถึงตอนท้ายคู่นี้ยังไม่เข้าตาอะไร แต่พอรีแคปดูตั้งแต่ต้น ถึงเห็น “มวล” เคมีพิเศษของคู่นี้ว่ามีมานานแล้ว นี่เลยโดนตกจังๆ พอดีกับช่วง GapYear เลยตามไปทุกงานของทั้งคู่/คนใดคนหนึ่งเท่าที่ทำได้ เพราะอยากให้เห็นว่ามีคนรักและซัพพอร์ตที่มีให้ทั้งคู่มากแค่ไหน ยินดีกับการเติบโตอีกขั้นของทั้งคู่แบบเป็นทางการนะครับ ภูมิใจในทั้งคู่เสมอ จับมือให้แน่นๆ และเชื่อใจกันให้มาก รักทั้งคู่มากๆ จากใจค่ะLetter #5: This letter is titled... Great timing to love you I wanted to share my thoughts on the first season of Pitbabe. To be honest, I didn’t pay much attention to this couple until the very end. However, after rewatching the recap from the start, I couldn’t help but notice the incredible chemistry they shared—something that had been building all along. It really captivated me! During the gap year, I made it a point to stay updated on both of you, wanting to show just how much support and love you have from your fans. Congratulations on reaching this exciting new milestone together! I’m always so proud of both of you. Remember to hold hands tightly and trust one another fully. I genuinely cherish both of you from the bottom of my heart.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE กับ “ไมเคิล - ท๊อปเทน” คนสนิทที่อาจคิดไม่ซื่อพร้อมถอดรหัสความรู้สึกที่ลึกสุดของหัวใจ และเผยเบื้องหลังสุดท้าทายของซีรีส์สิงสาลาตายอยากไปกินเนื้อย่าง หรือแค่อยากไปเฝ้าพี่เขากันแน่…? ขึ้นชื่อว่าทำสีผม แน่นอนว่าต้องใช้เวลาขั้นต่ำเป็นชั่วโมง ซึ่งไมเคิลใช้เวลาไปถึง 2 ชั่วโมง แม้จะเป็นคนผมเส้นเล็กก็ตาม แต่ด้านท๊อปเทนเองก็เต็มใจไปนั่งรออีกฝ่าย เพราะอยากไปกินเนื้อย่าง ยังบอกอีกว่าหวังให้พี่เขาเลี้ยง แต่สุดท้ายก็ต้องหารกันอยู่ดี เอ๊ะ… หรือจริง ๆ แล้วแค่อยากไปรอพี่เขาทำสีผมกันแน่น้าา ?เมนูอาหารจะสำคัญเท่าคนที่กินด้วยได้ไง…? “ท๊อปเทน” ผู้ชื่นชอบปิ้งย่าง เนื้อย่าง ชาบู เรียกได้ว่าเป็น ‘ปิ้งย่างชาบู Lover’ เพราะเจ้าตัวเชื่อว่าอาหารสามารถฮีลใจได้ แต่ส่วนด้านไมเคิลกลับค้านว่า ‘สำหรับผม อาหารมันไม่ได้สำคัญหรอก แต่สำคัญที่คนกินด้วยต่างหาก ต่อให้กินแค่ข้าวไข่ดาวคลุกน้ำปลาก็อร่อย แค่มีท๊อปเทน’ งานนี้ทำเอาทั้งสตูเขินจนแทบไม่ไหว ใครไหวไปก่อนได้เลยชื่อเรียกที่รู้กันแค่เรา ‘อ้วงอ้วง’ กับ ‘ดื้อ’ ท๊อปเทนถึงกับเสียอาการหนัก เมื่อถูกถามว่า จริงหรือไม่ ? ที่เรียกอีกฝ่ายว่า ‘อ้วงอ้วง’ เจ้าตัวรีบปฏิเสธแทบไม่ทัน บอกว่าแค่แซวเท่านั้น ! แต่ไมเคิลไม่ยอมปล่อยผ่าน สวนกลับทันทีว่า ‘อ้วงอ้วง มันใช้เรียกคนพิเศษ !!!’ งานนี้ไม่ใช่แค่ท๊อปเทนที่มีชื่อเรียกให้ไมเคิล แต่ไมเคิลเองก็มีชื่อเรียกพิเศษสำหรับท๊อปเทนเช่นกัน ก็คือคำว่า ‘ดื้อ’ นั่นเอง ท่ามกลางศึกแห่งศักดิ์ศรีที่แอบซ่อนความน่ารักครั้งนี้ ทำเอาทั้งสตูใจบาง และยิ้มตามกันหมดแล้วมัดรวมความดื้อของ ท๊อปเทน หนึ่งอย่างที่ตราตรึงใจของไมเคิลคือ ท๊อปเทนผู้ไม่เคยตื่นก่อนไมเคิลเลย แม้จะไม่ใช่ผู้ชายที่เนี้ยบ แต่ก็ไม่เคยได้ตื่นก่อนท๊อปเทนเลยสักครั้ง ตื่นแล้วอาบน้ำเสร็จจึงมาปลุกเขา ไหนจะชอบทำห้องรก แถมจีบก็ยาก แต่สิ่งเหล่านี้ก็คงจะสู้ความสดใสน่ารักของน้องท๊อปเทน ที่ทำให้โลกของพี่ไมเคิลกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาไม่ได้หรอกความท้าทายของซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย Goddess Bless You From Death’ ท๊อปเทนถึงกับเอ่ยปากว่า โหดมาก ด้วยบรรยากาศของสถานที่ถ่ายทำ ที่ทั้งเก่า ฝุ่นเยอะ แถมยังน่ากลัวมาก ๆ ทำให้ทุกซีนที่เข้าเต็มไปด้วยความกังวลและความตื่นเต้น ด้านไมเคิลเล่าว่าด้วยความที่ต้องรับบท หมอนิติเวช ซึ่งก่อนรับเล่นเรื่องนี้ ก็ไม่ได้รู้ว่าบทบาทและหน้าที่ของหมอนิติเวชทำอะไรบ้าง ทำให้ต้องมีการไปศึกษาเพิ่มเติม อีกทั้งเวลาถ่ายทำก็ต้องแม่นยำและห้ามผิดโดยเด็ดขาด เพราะเป็นงานที่เฉพาะทางมาก ทำให้บทนี้ค่อนข้างยากและท้าทายมากสำหรับเจ้าตัวการเตรียมตัวสำหรับบทบาทหมอนิติเวช เนื่องจากเป็นงานที่เฉพาะทางมาก นอกจากการศึกษาบทบาทและหน้าที่ของหมอนิติเวชเพิ่มเติมแล้ว ยังต้องเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของผู้เชี่ยวชาญด้วย โดยทั้งคู่เผยว่า ได้เรียนรู้ไปถึงขั้นตอนการชันสูตรศพอย่างละเอียดเลย ผ่านคลิปสาธิตตั้งแต่ขั้นตอนแรก เพื่อให้เข้าใจทุกกระบวนการอย่างถูกต้อง รวมถึงมีคุณหมอคอยดูแลและกำกับทุกซีนอย่างใกล้ชิด จึงทำให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่นและสมจริงที่สุดคู่ที่แฟน ๆ โดนตกเข้าด้อมด้วยความสามารถล้วน ๆ ทั้งคู่เผยว่า ดีใจมาก ๆ เพราะทุ่มเทกับผลงานนี้อย่างเต็มที่ แถมยังเป็นโปรเจกต์ใหญ่ที่ทั้งสองตั้งใจทำสุดความสามารถ พอผลงานออกไปแล้วทุกคนชื่นชอบ ก็ยิ่งรู้สึกภูมิใจและดีใจขึ้นไปอีกประสบการณ์สุดหลอนในกองถ่าย ส่วนตัวไมเคิลเป็นคนที่ไม่ค่อยกลัวผี เวลาไปไหนมาไหนก็แทบไม่เคยไหว้ขอสถานที่เลย แต่มีเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าตัวต้องเปลี่ยนความคิดไปตลอด โดยเจ้าตัวเล่าว่า ครั้งหนึ่งต้องไปถ่ายทำซีนชันสูตรศพ ซึ่งถ่ายทำในสถานที่จริง ระหว่างการถ่ายทำก็ปกติ ไม่ได้มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น จนกระทั่งอีกวันถัดมา ขณะขับรถไปทานข้าวกับท๊อปเทน ในจังหวะที่หันไปมองรถทางซ้าย เจ้าตัวถึงกับตกใจสุดขีด บางช่วงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่จำได้แม่นก็คือ ผู้หญิงในชุดสีดำที่นั่งอยู่ด้านหลังรถ แต่เมื่อเจ้าตัวตั้งสติ และหันกลับไปอีกครั้ง กลับไม่พบใครเลย คาดว่า อาจเป็นเพราะวันที่ไปถ่ายทำ เราไม่ได้มีการไหว้หรือขออนุญาตสถานที่ใด ๆ เลย ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นก็ทำให้เจ้าตัวระมัดระวังในการใช้ชีวิตมากขึ้น เมื่อไปในสถานที่ไม่คุ้นเคย ก็จะไหว้ตลอด เพื่อความสบายใจและเป็นการให้เกียรติสถานที่นั้น ๆสปอยเบา ๆ ไปกับ EP 5 และงาน ‘สิงสาลาตาย ชวนไขคดี EP.5’ แม้จะสปอยเนื้อเรื่องใน EP 5 ได้ไม่มาก แต่ก็อยากชวนทุกคนไปร่วมไขคดีในงาน ‘สิงสาลาตาย ชวนไขคดี EP.5’ พร้อมกัน ส่วนรายละเอียดโชว์ภายในงานนั้น เจ้าตัวเองก็ยังไม่ทราบเช่นกัน แต่มั่นใจได้เลยว่ามีเซอร์ไพรส์รออยู่แน่นอน ท้ายที่สุดทั้งคู่ยังฝากอวยพรให้ทุกคนกดบัตรให้ทัน แล้วมาพบกันในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ EFM FANDOM LIVE ในค่ำคืนนี้ทางรายการขอเสิร์ฟโมเมนต์ความน่ารักของ “ไมเคิล - ท๊อปเทน”ด้วยคำถามที่ฟังแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ กับช่วงสุดพิเศษ ‘คุณหมอขอสั่งยา’ยาใจ ‘ถ้าอีกฝ่ายคือ ‘ยาใจ’ ของเรา ต้องมีคุณสมบัติใดที่ทำให้เรามีความสุข’ ท๊อปเทน : พาไปกินของอร่อย (เลี้ยงด้วยจะเป็นยาใจอย่างมาก) ไมเคิล : ส่วนผม ไม่ต้องมีคุณสมบัติอะไรเลย เป็นอย่างที่ท๊อปเทนเป็นก็พอแล้วยาหยี ‘ให้สมมติสถาณการณ์ “ไมเคิล” ชวน “ท๊อปเทน” ไปเคาท์ดาวน์ปีใหม่ แต่ทั้งคู่จะต้องไม่เรียกกันด้วยชื่อ ให้เปลี่ยนเป็นคำว่า ‘ยาหยี’ แทน’ยาแก้แพ้ ‘ให้บอกสิ่งที่ตัวเองแพ้ในตัวอีกฝ่ายมา 3 ข้อ’ ไมเคิล : อย่างแรกคือ ยิ้มแป้น ยิ้มแบบเห็นฟันครบทุกซี่ อย่างที่สอง คือ ตาโต และอย่างสุดท้ายคือ แก้มตุ่ย ท๊อปเทน : ชอบพาไปหาของกิน พูดเก่ง หล่อยาถ่าย ‘ให้ทั้งคู่ถ่ายรูปคู่ 4 ช็อต’ช็อตที่ 1 : หมอเซย์ กับ หมอดาริน ที่เป็นคู่กัดกันช็อตที่ 2 : หมาเด็กขี้อ้อน กับ หมาแก่สุดเท่ช็อตที่ 3 : ป้อนอาหารให้กันช็อตที่ 3.5 : ควงแขนป้อนแชมเปญช็อตที่ 4 : ไมเคิลท็อปเทน รักทุกคนนน~~นี่เป็นเพียงบางส่วนของช่วงพิเศษนี้เท่านั้น !ความฟินยังไม่หมด ไปรับชมกันต่อได้ทาง YouTube : ATIMEส่งท้ายความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “ไมเคิล - ท๊อปเทน” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ไมเคิล - ท๊อปเทน” ที่มาเติมเต็มค่ำคืนนี้ให้เปี่ยมไปด้วยความน่ารักและความสดใส พร้อมเสิร์ฟความฟินกันแบบจุใจ และอย่าลืมไปร่วมไขปริศนาคดีลับ คดีรักกับผลงานซีรีส์ ‘สิงสาลาตาย Goddess Bless You From Death’ สามารถรับชมได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 และรับชมย้อนหลังเวอร์ชั่น UNCUT เวลา 23.15 น. ได้ที่ iQIYI และอย่าลืมติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

จากเคมีในจอ สู่ความน่ารักนอกจอ ! “จินนี่ - เจน่า” บุก EFM FANDOM LIVE แจกโมเมนต์ฟิน พร้อมเปิดใจถึงเบื้องหลังที่หลายคนไม่รู้ และร่วมลุ้นกับบทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ ‘พิษรัก Poisonous Love The Series’

11 พ.ย. 2025

จากเคมีในจอ สู่ความน่ารักนอกจอ ! “จินนี่ - เจน่า” บุก EFM FANDOM LIVE แจกโมเมนต์ฟิน พร้อมเปิดใจถึงเบื้องหลังที่หลายคนไม่รู้ และร่วมลุ้นกับบทสรุปสุดท้ายของซีรีส์ ‘พิษรัก Poisonous Love The Series’

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 6 พฤศจิกายน 2568 ] ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยพิษรักแสนหวานของคู่จิ้นสุดฟิน “จินนี่ - เจน่า” แม้จะร้าย แต่ก็รัก พร้อมมอบความสนุกและรอยยิ้มไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจโซเซฟ” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... ระหว่างจังหวะและเวลา ฉันพบความรักในชื่อจินนี่และเจน่า เด็กสองคนที่ไม่มีเพียงแค่ความสวย น่ารัก แต่ยังเต็มไปด้วยความสามารถและความตั้งใจ ทุ่มเทในการทำงาน แม้พี่จะมารู้จักพวกหนูช้า แต่พี่ก็เชื่อเรื่องจังหวะของชีวิตคนและนี่ก็เป็นเวลาของจินนี่และเจน่า ดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานตามฤดูกาล ขอบคุณในความแสนดี ในความรักของพวกหนูที่เห็นคุณค่าในแฟนคลับทุกคน พี่เชื่อว่าพวกหนูรับรู้และเห็นทุกอย่างที่แฟนคลับทำให้เสมอ จะคอยซัพพอร์ตพวกหนูนะคะ ขอบคุณจินนี่เจน่าที่เกิดมาให้ได้รักนะLetter #1: This letter is titled... In the flow of life, I discovered love in the names Ginny and Jayna. I want to take a moment to express how truly special you both are. You're not just adorable; you're also incredibly talented and dedicated to what you do. Even though I came to know you a bit later, I truly believe that everything happens in its own time, and right now is your moment to shine—like beautiful flowers blooming in their season. I’m grateful for the kindness and warmth you show to all your fans. It’s clear that you recognize and appreciate everything we do for you, and that means so much. You have my unwavering support, always. Thank you, Ginny and Jayna, for being the wonderful souls that you are. You were born to be cherished.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... ตกหลุมรัก "จินเจ" นับอนันต์ครั้ง อันดับแรกต้องขอขอบคุณ “พี่ติ๊ก กัญญารัตน์ จิรรัชชกิจ” ผู้จัด “Poisonous Love The Series” ทำให้เราได้ค้นพบ “จินเจ” จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราตกหลุมรักจินเจนับอนันต์ครั้ง จินเจคือความสุข และความรักในอีกรูปแบบนึงเลย จากวันแย่ๆ ก็ทำให้เรายิ้มขึ้นมาได้ แม้ว่าเราจะไม่ได้เดินทางมาด้วยตั้งแต่แรก แต่ก็ดีใจนะที่ได้ค้นพบจินเจ จะคอยซัพพอร์ตไปเรื่อยๆ และจะคอยยินดีกับทุกความสำเร็จในทุกๆ ก้าวนะคะ”Letter #2: This letter is titled... I've found myself falling in love with 'Ginjay' over and over again. I want to thank to Khun Tik Kanyarat Jiraratchakit, the producer of "Poisonous Love The Series," for introducing us to Ginjay. This has truly been a turning point for us and has allowed us to fall in love with Ginjay time and again. Ginjay embodies joy and a unique kind of love that can brighten even our toughest days. Although our journey didn’t begin together, I'm so thankful that I discovered Ginjay. I’m excited to keep supporting you and celebrating all of your achievements!จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... จดหมายจากคนถูกพิษ(รัก) แล่นเข้าสู่หัวใจ สวัสดีค่า ; ) อยากเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อ!!!! ขอบคุณและชื่นชมเจจินนะ…. อย่างแรกเลย เจจินแสดงดีมากๆ เลยหล่ะ เป็นธรรมชาติสุดๆ ทั้งแววตา ท่าทาง และการสื่อสารอ่ะ มันเต็มไปด้วยความรู้สึกจริง ๆ จนบางครั้งเผลอน้ำตาซึมและยิ้มตาม /// แอบฟิน ขอบคุณเจจินที่ไม่หายไปไหน รู้ว่าแฟนคลับคิดถึง ก็แวะมาไลฟ์บ้าง ตอบคอมเม้นบ้าง น่ารักมากๆอ่ะ เค้าจะสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้เจจินนะ รักพวกเทอนะ 3Letter #3: This letter is titled... A missive from a heart entranced by love spills tenderly into the soul. I just wanted to admire for Ginjay! First off, their performance was absolutely remarkable. Everything—from their expressions to their gestures and communication—felt so genuine. The emotions ran so deep that there were times I found myself both smiling and fighting back tears. It brought me so much joy! I’m truly glad Ginjay hasn’t gone away. Your fans miss you, and it means the world that you occasionally go live and take the time to respond to comments. It’s such a sweet touch! I’ll always be here to support and cheer for Ginjay. I love you all!จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ถึงเธอ…ที่เป็นเหตุผลของความรัก ถึง จินนี่เจน่า ก็ต้องยอมรับตรงๆ เราเป็นคนนึงที่หลงรักหมอเปรมและแพทจากในนิยาย และเริ่มติดตามคนที่จะมารับบทหมอเปรมและแพทในซีรีส์ ส่วนตัวไม่คาดหวังให้หมอเปรมและแพทในซีรีส์ตรงตามนิยาย เพราะคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่จินนี่และเจน่าพิสูจน์ให้เห็นแล้วด้วยฝีมือการแสดงเป็นหมอเปรมและแพทที่สมบูรณ์แบบ 1000% นี่ถ้าไม่บอกเป็นเรื่องแรกนี่แทบไม่เชื่อ เพราะทั้งคู่เก่งมากจริงๆ ขอให้ทั้งคู่ถูกรักและถูกค้นพบเยอะๆนะLetter #4: This letter is titled... To you, the one who inspires my love. I have to confess, I’m one of those readers who completely fell for Dr. Prem and Pat from the novel and have been eagerly checking out who will portray them in the upcoming series. While I don’t really expect the characters to be exactly as they are in the novel—I just don't think that's realistic—I have to say that you both have nailed the roles perfectly! It’s hard to believe this is your first time in a series; your talent shines through. I really hope that audiences come to appreciate you both as much as I do!จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... จินนี่เจน่า คือ พิษรักที่ยังไม่มีวัคซีน ถึงพี่จินนี่และน้องเจน่า ขอบคุณทุกๆ ความพยายามและความตั้งใจ ที่ทำให้ทั้งสองคนมายืนอยู่ตรงนี้ เป็นเหมือนแสงสว่างให้พวกพี่ๆ เหล่าแฟนคลับทุกคน ในวันที่ชีวิตหม่นหมอง ยังมีคลิป มีซีรีส์ของน้องๆ เป็นสิ่งที่ทำให้อยากใช้ชีวิตให้สนุกในทุกๆ วัน ตั้งแต่มีพิษรัก พี่ก็รอคืนวันเสาร์สี่ทุ่มครึ่งอย่างใจจดใจจ่อ ไม่อยากให้ซีรีส์จบเลย~ เป็นเหมือนพิษรักที่ยังไม่มีวัคซีนรักษาให้หายขาดจากจินนี่เจน่าได้Letter #5: This letter is titled... Ginny Jayna is like an intoxicating love potion for which there’s still no cure. Thank you for all the hard work and dedication that have brought you both to this point. You truly shine as a beacon of hope for your fans. Even on the darkest days, there are clips and series featuring you that inspire me to embrace life with enthusiasm. Ever since "Phit Rak" (Love Poison) premiered, I've been eagerly counting down the hours to Saturday night at 10:30 PM. I honestly don't want the series to come to an end. It feels like a captivating love story that, like an uncurable poison, has me completely captivated by Ginny and Jayna.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE กับ “จินนี่ - เจน่า” พี่หมอคนสวยกับน้องดาราที่รักเตรียมเผยเสน่ห์ชวนหลงใหล ครองหัวใจทุกคน พร้อมมอบโมเมนต์สุดน่ารักอบอุ่นหัวใจตลอดค่ำคืนนี้สรุปแล้ว… “จิน - เจ” หรือ “เจ - จิน” งานนี้ทั้ง 2 สาวได้ยืนยันผ่านทางรายการ EFM FANDOM LIVE ของเราในค่ำคืนนี้แล้วว่า ‘สลับได้ทุกวัน’ แล้วแต่คนมอง ไม่ติด ซึ่งในซีรีส์ไม่ได้จำกัดโพอยู่แล้วเคมี… เคใจ ไลฟ์สไตล์ที่ตรงกัน ด้วยช่วงอายุที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ไลฟ์สไตล์หลายอย่างของทั้งคู่ค่อนข้างตรงกัน แต่หนึ่งสิ่งที่สะท้อนตัวตนของพวกเธอได้ชัดเจนที่สุด คือเรื่องการนอน โดยทั้งคู่เผยว่าต้องการเวลานอน 8-12 ชั่วโมง แต่ก็รู้ว่าเป็นไปได้ยาก จึงพยายามปรับตัว และพักผ่อนให้เพียงพอ เจน่ายังเสริมต่อว่า หากนอนน้อย เวลาออกกล้องอาจจะเห็นไม่ชัด แต่พอหลังกล้องแล้ว Energy จะหมดและอ่อมทันทีคำอธิฐานจากพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจกันและกัน ด้าน เจน่า ขอพรเรื่องสุขภาพร่างกายแข็งแรงให้กับจินนี่ เพราะเชื่อว่าถ้าสิ่งต่าง ๆ รอบกายไม่ว่าจะเป็นเงินหรืองาน ต่อให้มีมากเพียงใด แต่ต้องป่วย ก็ไม่มีความสุขอยู่ดี ดังนั้นจึงขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดไป และมีความสุขในชีวิตเยอะ ๆ ส่วนด้าน จินนี่ ขอพรให้เจน่ามีความสุขในทุกวัน มีเวลาพักผ่อน ในทุกการทำงานก็ขอให้มีรอยยิ้มแบบนี้ต่อไป ยังบอกอีกว่าตนชอบเวลาเจน่ามีความสุข เลยไม่อยากให้ใครพรากรอยยิ้มนี้ไปได้ ยังขอพรให้ได้กินของอร่อย และมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงอีกด้วย นับว่าเป็นคำอธิฐานจากพาร์ทเนอร์ที่อบอุ่นและ Healthy สุด ๆ อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพที่ดี และความห่วงใยที่ทั้งคู่มีให้กันด้วยทริปกวางโจวสุดหวาน พักผ่อนยังไง ให้น่ารักขนาดนี้ เป็นทริปที่ทางบริษัทจัดการให้ทั้งหมด แต่ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่ได้ใช้เวลาพักผ่อนร่วมกัน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกของทั้งคู่ที่ได้ไปกวางโจวด้วย โดยจินนี่เล่าว่ามีหลากหลายโมเมนต์เลย ทั้งได้ลองหลงทาง ลองของกินใหม่ ๆ อย่างเช่นชา จริง ๆ ทางร้านก็มีเมนูชาปกติ แต่เจ้าตัวอยากลองเมนูใหม่ ๆ เลยสั่งมาลองกับเจน่า แต่ดันชอบเมนูของเจน่ามากกว่า และน้องก็ยอมสลับให้ด้วย พร้อมยืนยันว่าอาหารที่นู่นก็อร่อย หม่าล่าให้เครื่องใหญ่มาก เรียกได้ว่าใหญ่กว่ามือตนอีกสปอยครั้งใหญ่ไปกับ 2 อีพีสุดท้าย !! เรื่องราวที่ผ่านมาจะเป็นเรื่องความรักซะส่วนใหญ่ แต่ 2 อีพีสุดท้ายจะอัดอั้นไปด้วยเรื่องครอบครัว ปัญหาเก่าผ่านไป แต่ปัญหาใหม่ก็ตามมาเช่นกัน ซึ่งเรื่องครอบครัวเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง Sensitive ต้องรอดูว่าบทสรุปจะเป็นอย่างไร ด้านจินนี่ขอยืนยันว่าอีพีต่อไป Last Boss จะมาแล้วความ Sensitive ของเจน่า เห็นสดใสร่าเริง พร้อมพลังบวกเหลือล้นแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วเธอเองก็มีมุม Sensitive มากเช่นกัน โดยเจน่าเล่าว่าตนเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านคอมเมนต์ แต่จะดูเพียงคลิปที่แฟนคลับตัดมาสั้น ๆ เท่านั้น ส่วนคอมเมนต์จะไม่อ่านเลย โดยเจ้าตัวยังเล่าเพิ่มเติมว่าถ้ามีคอมเมนต์ชม 100 แต่มีสัก 1 ที่ติ ตนจะวิตกและโฟกัสอยู่แต่คอมเมนต์นั้น เลยเลือกที่จะไม่อ่านดีกว่าเสียงหัวใจที่ดังทะลุไวเลส แล้วแฟนคลับจะอยู่ยังไง !? ด้านจินนี่เล่าว่าวันนั้นเธอใส่เสื้อที่ค่อนข้างบาง และติดไมค์ไว้บริเวณใกล้หัวใจ จังหวะที่ก้มลง ไมค์ดันพลิกไปโดนตรงหัวใจ ทำให้เสียงหัวใจดังชัดเจน ซึ่งตอนแรกคิดว่าแฟนคลับแซวเล่น ๆ แต่พอไปเปิดฟังก็ได้ยินเสียงจริง ๆความรู้สึกในฐานะผลงานการแสดงครั้งแรก ด้วยความที่เป็นซีรีส์เรื่องแรก ทั้ง “จินนี่” และ “เจน่า” เผยว่าตนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ ทั้งยังไม่ชินเลยว่าตอนนี้เรามีชื่อเสียงแล้วจริง ๆ มันเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ แต่เจ้าตัวก็รู้สึกดีใจและภูมิใจมาก นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ได้ทำออกมาอย่างเต็มที่ซีนป้อนยาพาฟิน ซีนที่เจน่าเองถึงกับเอ่ยปากชมคนเขียนบทว่าเก่งมาก เพราะเป็นซีนที่ทั้งแปลกใหม่และน่ารักในเวลาเดียวกัน กับการป้อนยาทางปาก ที่ในชีวิตจริงไม่ค่อยพบเจอได้ พอมาเล่นจริง เธอก็ต้องคอยรีเช็กกับคนเขียนบทตลอดว่า ‘ประมาณนี้ไหมคะ?’ และอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจไม่รู้คือ เจน่ากินยาเม็ดไม่ได้ เพราะเคยมีประสบการณ์ยาติดคอจนฝังใจ ทำให้ตอนถ่ายซีนนี้ต้องคัทแล้วคายทิ้ง ซึ่งเธอเองเคยพยายามกินแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจริง ๆ ถ้ากินได้ก็ต้องเป็นเม็ดเล็กมาก ๆ หรือกินยาน้ำแทน แต่ต้องกินในปริมาณเยอะขึ้นสปอยงาน Final EP ที่ทุกคนตั้งตารอ ถึงแม้จะพูดอะไรได้ไม่มากนัก แต่ก็พอบอกได้ว่ายังไงก็ต้องมีเซอร์ไพร์สแน่นอน เพราะในงานชมซีรีส์ตอนแรกได้มีการร้องเพลงคู่ และเพลงเดี่ยวไปแล้ว ซึ่งงานนี้ก็คิดว่าน่าจะมีเพลงใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น และอาจจะมีเซอร์ไพร์สจากคู่อื่น ๆ ด้วย แต่จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอดูในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ถ้าเปรียบพิษรักเป็นดอกกุหลาบจะเป็นสีอะไร? ด้านจินนี่เห็นว่าน่าจะเป็นสีแดงเลือดหมูเฉดเข้มมาก ๆ เกือบน้ำตาล เพราะรู้สึกว่าถ้าแดงสดก็เป็นความรักปกติ แต่ความรักในเรื่องพิษรัก มันมากกว่าความรัก ไม่ว่าจะผ่านอุปสรรคใด ๆ แต่ตัวละครก็ยังรักกันมาก ส่วนด้านเจน่ามองว่าเป็นสีเทาพาสเทล ใบสีแดง เพราะความรักมันดูมาไม่ถูกเวลา แต่ก็ยังมีโมเมนต์ดี ๆ ซึ่งมวลรวมก็ยังมีความขุ่นมัว ไม่ได้เฟรชเสมอไปก่อนเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของ EFM FANDOM LIVE ในค่ำคืนนี้ทางรายการขอเสิร์ฟโมเมนต์ความน่ารักของ “จินนี่ - เจน่า”ด้วยคำถามสุดเซอร์ไพร์ส ! ที่ฟังแล้วอดยิ้มตามไม่ได้ถ้าต้องส่งกันเข้านอนด้วยคำหนึ่งคำ จะพูดว่าอะไร? จินนี่ : Good Night เจน่า : เจอกันพรุ่งนี้นะถ้าเปรียบอีกฝ่ายเป็นแนวเพลง จะเป็นแนวเพลงอะไร? จินนี่ : 90s ลูกทุ่ง น้องชอบ น้องชอบฟังเพลงเก่า เพลงที่มีความหมายตรง ๆ เจน่า : Jazz ช้า ๆ ไม่ก็ Acousticให้เลือก 1 สิ่งบนใบหน้าของอีกฝ่ายที่เราชอบมองมากที่สุด? พร้อมอธิบาย เจน่า : ชอบพี่จินหัวเราะมุมข้าง จินนี่ : ชอบตาน้อง ตาน้องสวยคิดว่าใครขี้หึงกว่ากัน? เจน่า : ไม่มีค่ะ จินนี่ : เท่ากันชอบถูกเทคแคร์ หรือชอบเทคแคร์คนอื่น? เจน่า : ชอบเทคแคร์ ชอบเป็นฝ่ายให้มากกว่า จินนี่ : หนูได้หมดค่ะ1 ประโยคให้กำลังใจอีกฝ่ายในวันที่เหนื่อย? เจน่า : รีบ ๆ อาบน้ำ แล้วก็นอนนะ จินนี่ : กินข้าวหรือยัง กินข้าวเสร็จแล้วก็นอนด้วยนะส่งท้ายความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “จินนี่ - เจน่า” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “จินนี่ - เจน่า” ที่มาเติมเต็มค่ำคืนนี้ให้เปี่ยมไปด้วยความน่ารักและความสดใส พร้อมเสิร์ฟความฟินกันแบบจุใจ แต่ทุกคนก็ยังติดตามผลงานซีรีส์ของทั้งคู่กันต่อได้ กับ ‘พิษรัก Poisonous Love The Series’ สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE31 และรับชมย้อนหลังเวอร์ชั่น UNCUT ได้ที่ Youtube : NORTH STAR ENTERTAINMENT อย่าลืมไปฟังเพลง OST. และติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่กันด้วยนะคะสามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก ความฟินกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

เติ้ล - เฟิร์สวัน เสิร์ฟความแสบซน จัดเต็มโมเมนต์ความฟิน ความฮ้อบ เล่นเกมสุดท้าทายบทบาทการเป็นนักร้อง พร้อมเผยความรู้สึกถึงเพลงคู่เพลงแรก และลุ้นบทสรุปของซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ไปพร้อมกัน

24 ต.ค. 2025

เติ้ล - เฟิร์สวัน เสิร์ฟความแสบซน จัดเต็มโมเมนต์ความฟิน ความฮ้อบ เล่นเกมสุดท้าทายบทบาทการเป็นนักร้อง พร้อมเผยความรู้สึกถึงเพลงคู่เพลงแรก และลุ้นบทสรุปของซีรีส์ เขมจิราต้องรอด ไปพร้อมกัน

รายการ EFM FANDOM LIVE [ 23 ตุลาคม 2568 ] ค่ำคืนนี้เวทมนตร์และความฝันจะกลายเป็นความจริง เพราะ “เติ้ล - เฟิร์สวัน” พร้อมป่วนแบบจัดเต็มไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 จดหมาย “EFM FANDOM LOVE LETTERS”ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ ส่งความในใจที่อยากจะบอกกับศิลปินจดหมายฉบับที่ 1 ชื่อจดหมายว่า... ขอบคุณที่ทำให้ “ติดฝน” ไม่ได้แปลว่าเปียก แต่แปลว่า “อบอุ่น” ตั้งแต่ได้ค้นพบ เติ้ล เฟิร์สวัน ไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเลย แม้จะมีวันที่อากาศขุ่นมัวในใจหรือวันที่ฝนตกลงมาไม่หยุด แค่ได้เห็นรอยยิ้ม แค่ได้ฟังเสียง มันก็เหมือนโลกอบอุ่นขึ้นมา ทั้งคู่คือเหตุผลที่ทำให้ “การติดฝน” ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อ แต่กลายเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในวันนั้น ทั้งคู่อาจจะไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีพลังมากขนาดไหน แต่อยากให้รู้ไว้เสมอว่า เติ้ล เฟิร์สวัน คือความอบอุ่นในวันที่เปียกปอนที่สุดของเราเสมอLetter #1: This letter is titled... Thank you for transforming 'getting caught in the rain' from a mere soaking into a delightful experience of ‘warmth’. Ever since I found Tle and FirstOne, I can’t say I've ever felt tired. Even on those gloomy days when my heart feels heavy or when the rain just won’t stop, just seeing their smiles and hearing their voices makes everything feel brighter. They turn getting caught in the rain into some of the best moments of my day. They might not realize the amazing energy they bring, but I want them to always know that Tle and FirstOne are the sunshine on our driest days.จดหมายฉบับที่ 2 ชื่อจดหมายว่า... A Gentle Light, Just for You. จดหมายฉบับที่ n ถึงคุณมติมันท์ และคุณวรรณกร มีรักอันเป็นนิรันดร์มาส่งถึงคุณผู้เป็นที่รัก มีใครบางคนกำลังขอบคุณในการมีอยู่ของพวกคุณอยู่เสมอ สิ่งที่อยากบอกคือขอบคุณที่เข้ามาเป็นกำลังใจและเป็นยาใจสำคัญของเค้ามาตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีนะ ดีใจที่ได้เจอจริงๆ เค้าดีขึ้นมากเพราะพวกคุณเลย ขอบคุณที่มาอยู่ตรงนี้ให้ได้รักนะคุณ สุดท้ายแล้วขอให้ทุกๆอย่างที่พวกคุณตั้งใจทำเป็นอย่างดี success อย่างที่หวังไว้นะ.Letter #2: This letter is titled... A Gentle Light, Just for You. Letter number n to Mr. Matiman and Ms. Wannakorn. I'm sending you both my heartfelt love. Someone is constantly grateful for having you in their life. I just want to express my appreciation for being the source of encouragement and vital support for nearly two years. I’m truly thankful to have crossed paths with you. I’m doing so much better. Thank you for being there to love me. Lastly, I hope that everything you aim for turns out even better than you expect.จดหมายฉบับที่ 3 ชื่อจดหมายว่า... อัมเบรลล่า อัมเบรลเลิฟ (การเดินทางของร่มแห่งรักTF) ในวันที่เราเหนื่อย เราท้อ มีฝนตกในใจ ก็ยังมีศิลปินที่เรารัก ก็คือ เติ้ลเฟิร์สวัน ยังคอยเป็นร่มที่กางให้เราในทุกๆครั้ง และทำให้เราก้าวออกมาจากปัญหาเหล่านั้นได้ และยังเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตให้เราในทุกๆวัน และสำหรับคนที่ติดตามผ่านหน้าจออย่างเรา อยากขอบคุณที่คอยกดใจให้ติดฝนตลอดและอยากขอบคุณที่ค่อยเปล่งเสียงเพราะๆให้พวกเราฟังเสมอ ขอบคุณที่น่ารักกับติดฝนเสมอมา ขอให้ร่มทั้งสองคันนี้ถูกค้นพบอีกเยอะๆ รักนะLetter #3: This letter is titled... Umbrella of Love (The Adventure of Love's Umbrella) When we're feeling exhausted, down, or just weighed down by life's challenges, there’s always the artist we adore, Tle FirstOne, who steps in like an umbrella to help us weather those storms. They inspire us to embrace life every single day. For those who connect with them through the screen, I want to express my gratitude for your support and sharing such beautiful sounds with us. I truly hope these two umbrellas receive more recognition. Love you all.จดหมายฉบับที่ 4 ชื่อจดหมายว่า... ฝันที่วาดเอาไว้ ติดฝนจะช่วยระบายสีให้เอง สวัสดีเติ้ลเฟิร์สวัน ดีใจที่เราค้นพบกันและกันในจังหวะเวลาที่เหมาะสมนะ เรามีความสุขทุกครั้งที่ได้เจอคุณทั้ง 2 คนเลย หวังว่าคุณเองก็จะรู้สึกแบบเดียวกันนะ เส้นทางที่กำลังเดินอยู่ เราขอให้มันเป็นอย่างที่คุณวาดฝันและจินตนาการถึง ขอให้คุณได้ลองทำในสิ่งที่อยากทำ ขอให้ความฝันของคุณสำเร็จนะ ส่วนเราจะคอยอยู่ตรงนี้เพื่อซัพพอร์ตความฝันของคุณเอง มีความสุขมากๆนะ หวังว่าคุณจะยิ้มได้หลังจากอ่านจดหมายฉบับนี้จบLetter #4: This letter is titled... With Tidfon (ติดฝน), you can bring your dream to life by adding your own colors to it. Dear Tle Firstone, I’m really thrilled that our paths crossed when we did. It’s always a pleasure to see both of you, and I hope you feel just as happy about it. I truly wish for your journey to unfold just as you envision it. Chase after your aspirations and may all your dreams become a reality. Please know that we’re here to cheer you on every step of the way. Wishing you immense happiness, and I hope this letter brings a smile to your face.จดหมายฉบับที่ 5 ชื่อจดหมายว่า... ถึงต๊อกแป๋วคนที่ทำให้หนูเติมเติ้ลเฟิร์สวันแบบโอเวอร์โดสจนนอนเช้า อยากบอกพี่เติ้ลกับน้องเฟิร์สวันว่าขอบคุณที่เกิดมาให้ได้รักนะคับ ขอบคุณที่ทำตามความฝันมาตลอด อาจจะไม่ได้ตามทั้งคู่มาตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้ได้ค้นพบทั้งคู่แล้วก็จะขอเฝ้ารอดูเติ้ลเฟิร์สวันเติบโตไปให้มากกว่านี้ ขอให้ไปถึงระดับโลกเลย ถึงจะไม่ใช่สายไปหน้างานแต่ส่งกำลังใจผ่านหน้าจอให้ตลอดนะ รักทั้งสองคนมากๆนะLetter #5: This letter is titled... Dear Tok Paew (ต๊อกแป๋ว) , you’re the reason I ended up staying up late after taking way too much of Tle Firstone. Dear P'Tle and N'Firstone, I just wanted to take a moment to express my heartfelt gratitude for being you and allowing me the chance to care for you. Thank you for pursuing your dreams with such passion. While I may not have been there from the very start of your journey, now that I've found you both, I’m excited to watch you continue to grow and thrive. I truly believe you have the potential to reach incredible heights in this world. Even though I may not be directly involved, please know that I’m cheering you on from the sidelines and sending all my support your way. I love you both dearly.เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ร่วมต้อนรับผู้กองต๊อกและยัยแป๋วที่มาพร้อมโมเมนต์อัดแน่นความฟิน และเตรียมฮาลั่นสตูกับเกมสุดป่วน ไปกับ “เติ้ล - เฟิร์สวัน”“เติ้ล - เฟิร์สวัน” บุคคลที่รักงานมากที่สุด ด้วยกระแสของทั้งคู่ที่มาแรงแซงทุกไทม์ไลน์ในขณะนี้ ทำให้ในหนึ่งวันต้องทำหลายสิ่งหลายอย่าง และมีเวลานอนอันน้อยนิดที่ทั้งคู่เองยังเอ่ยปากบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถ้ามีวันหยุดจะขอ ‘นอน’ พร้อมเผยวิธีการเติมเอนเนอร์จี้ระหว่างวัน โดยที่ทั้งคู่จะแอบงีบบนรถนั่นเองความประทับใจในการทำงานของกันและกัน นอกเหนือจากมุมสดใส และพลังงานบวกที่คอยมอบให้แฟนคลับในทุก ๆ งานแล้ว เติ้ลยังเล่าว่า ประทับใจความมั่นคงของเอนเนอร์จี้เฟิร์สวัน ในช่วงที่พักเขาก็จะงีบไป แต่พอถึงเวลาทำงาน เขาก็จะมีเอนเนอร์จี้ขึ้นมาเลย แม้เจ้าตัวจะไม่กินกาแฟ แต่ก็ยังมีเอนเนอร์จี้ดีอยู่ตลอด แต่บางครั้งกลับเป็นเติ้ลเองที่ช้าไปบ้าง ส่วนด้านเฟิร์สวันก็ประทับใจในเรื่องระเบียบวินัยของเติ้ล จะทำสิ่งใดก็ตั้งใจแบบสุด ๆ ตรงเวลามาก น้อยครั้งที่จะมาช้าจะผ่านไปนานแค่ไหน พี่เติ้ลก็ยังเป็น safe zone ของเฟิร์สวันเสมอ ย้อนกลับไปวันแรกที่ทั้งคู่เจอกัน เฟิร์สวันเริ่มทักก่อนเพราะรู้สึกได้ว่าพี่เติ้ลจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยของตัวเอง จนถึงวันนี้ที่ผ่านเวลา หรือพบเจอเรื่องราวมามากมาย พี่เติ้ลเองก็ยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เฟิร์สวันเสมอมา อีกทั้งยังรู้สึกปลอดภัยขึ้นกว่าเดิม เพราะด้วยความสนิทและความเชื่อใจ ทำให้เวลามีปัญหาหรือเจอเรื่องอะไรมาก็จะเล่าให้กันฟังความรู้สึกแรกที่รู้ว่าจะมีผลงานเพลงด้วยกัน ครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ฟังตัว Demo ของเพลง ‘ชอบแกล้งไม่ได้แกล้งชอบ’ ทำเอาทั้งคู่ถึงเอ่ยปากถามว่าเพลงใคร ทำไมติดหูจัง ซึ่งทั้งคู่เองก็คิดว่าเป็นเพลงที่มีเจ้าของแล้ว แต่ความจริงก็เป็นเพลงของทั้งคู่นั่นแหละ รู้สึกดีใจมาก ๆ ไม่คาดคิดว่าเราจะมีเพลงคู่กันเร็วขนาดนี้ ด้านแฟน ๆ เองก็ดีใจเช่นกันเพราะพวกเขาก็อยากให้เรามีเพลงคู่กันอยู่แล้วแอบสปอยบทสรุปส่งท้ายของซีรีส์ ‘เขมจิราต้องรอด’ EP.12 ที่ทุกคนรอคอยสำหรับบทสรุปส่งท้ายของซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด Khemjira The Series” จุดจบของนางรำพึงจะเป็นอย่างไร เขมจิราจะรอดหรือไม่ ทำเอาอดแอบถามสปอยจากทั้งคู่ไม่ได้ เผื่อจะได้รู้สปอยอะไรเพิ่มเติมบ้าง แต่งานนี้ผิดคาดอย่างแรง เพราะทั้งคู่หลุดออกมาแค่ว่า ‘เป็นอีพีที่มีหลากหลายอารมณ์’ เท่านั้น งานนี้แฟน ๆ คงต้องรอติดตามในตอนสุดท้ายไปพร้อมกันแล้ว ห้ามพลาดเด็ดขาด!สปอยกันต่อกับ ‘งานบุญเขมจิรา KHEMJIRA’S FINAL BLESSING’ เป็นงานรับชม Final EP ของซีรีส์ “เขมจิราต้องรอด Khemjira The Series” พร้อมกับเหล่านักแสดง ที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยกิจกรรมมาบ้างแล้ว นอกเหนือจากการรับชม EP สุดท้ายพร้อมกัน สิ่งที่หลายคนต่างตั้งตารอไม่แพ้กันก็คือโชว์สุดพิเศษภายในงาน ซึ่งด้านเติ้ลและเฟิร์สวันเองก็แอบสปอยมาแล้วว่ามีโชว์แน่นอน แต่จะเป็นโชว์อะไรนั้น ต้องรอติดตามกันนะก่อนเข้าสู่ช่วงเล่นเกมกัน ทางรายการขอวอร์มเครื่อง “เติ้ล - เฟิร์สวัน”ด้วยเกม ‘ถามไวตอบไว คำถามจาก…สมาคมโต๊ะข่าวบันเทิง EFM FANDOM LIVE’งานนี้จะหลุดความลับอะไรออกมาให้แฟน ๆ สมองไหลกันบ้างน้า…?คำถาม : จริงหรือไม่ ? เติ้ลชอบถ่ายรูปเฟิร์สวันทั้งตอนนอน ตอนกิน ตอนร้องเพลงแล้วไม่ยอมลง แต่จะเก็บไว้ดูเติ้ล : จริงคำถาม : จริงหรือไม่ ? ระดับความคลั่งรักของเฟิร์สวันเกิน 99.99% แล้วเฟิร์สวัน : ไม่จริงครับ 99.99% อยู่คำถาม : จริงหรือไม่ ? เวลาเลื่อนผ่านฟีดในโซเซียลแล้วเติ้ลกดเซฟรูปเฟิร์สวันไว้เติ้ล : ก็อาจจะจริงครับ ก็รีโพสต์บ้างคำถาม : จริงหรือไม่ ? เติ้ลชอบแอบมองเฟิร์สวันแล้วเผลอยิ้มคนเดียว (ถามเติ้ล)เฟิร์สวัน : อันนี้จริง ก็รู้ตัวอยู่คำถาม : ตั้งแต่งานกีฬาสี DMD ที่แข่งกินไข่ต้ม ทุกวันนี้เฟิร์สวันแกะไข่ต้มได้หรือยังน้า ?เฟิร์สวัน : อาจจะยังน้าานอกจากการพูดคุยสุดฟินแล้ว ทางรายการ EFM FANDOM LIVEก็มีเกมมาให้ “เติ้ล - เฟิร์สวัน” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘เติ้ล - เฟิร์สวัน ร้องกัน ตามบรีฟฟฟฟ !!’แนวเพลงไหน จะทำคู่จิ้นเสียงดีไขว้เขวไปบ้าง และความฮาจะทวีคูณเพียงใด ไปชมกันเลยย !(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)เติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้กับโมเมนต์สุดพิเศษด้วยการให้ “เติ้ล - เฟิร์สวัน” โทรกลับมาทักทายแฟน ๆ แบบ Exclusive !ร่วมสัมผัสโมเมนต์ความฟินแบบไม่มีกั๊ก ! (เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME) สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “เติ้ล - เฟิร์สวัน” มาก ๆ เลยที่มามอบทั้งความสนุก และเสียงหัวเราะ เติมเต็มให้ค่ำคืนนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มจากแฟน ๆ และก่อนปิดท้ายกันไปขอฝากตอนสุดท้ายของซีรีส์ ‘เขมจิราต้องรอด Khemjira The Series’ ออกอากาศวันเสาร์ เวลา 21.30 น. ทางช่อง one31 และดูออนไลน์เวอร์ชั่น UNCUT ทาง iQIYI ฝากเพลง Ost. เพลง “เวทมนตร์” จาก เติ้ล เพลง “จากฝัน” จาก เฟิร์สวัน และฝากเพลง “ชอบแกล้ง ไม่ได้แกล้งชอบ” ซิงเกิลคู่ของทั้งคู่ด้วยน้าา และสามารถติดตามผลงานอื่น ๆ ของทั้งคู่ได้ทางโซเซียลมีเดียทุกแพลตของ DOMUNDI ได้เลยยย !สามารถเข้าไปรับชมความสนุก ความฟิน ความฮ้อบกันได้ทางเจอกันใหม่ Week หน้าค่าา

album
efm
-

-