
รายการ EFM FANDOM LIVE [ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมใจให้พร้อมไปกับเคมีสุดละมุนของ “จูเนียร์ -มาร์ค” ที่จะมาเสิร์ฟโมเมนต์หวานปนหยอก เติมดีกรีความฟินแบบไม่มีกั๊ก ไปกับ 2 ดีเจหล่อสวย อารมณ์ดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”
ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... ผมกลับบ้านนอนตอนตี 5 ส่วนเขาตื่นตี 5 เพื่อใส่บาตร
นามปากกา : มนุดจากดาวโลก
คนหนึ่งเจอเขาตอนตี 5 เพราะกลับบ้านไปนอน ส่วนอีกคนเจอเขาตอนตี 5 เพราะตื่นเช้าออกมาใส่บาตรทุกวัน คนหนึ่งเปิดร้านดอกไม้ 09.00-18.00 น. อีกคนเป็นบาร์เทนเดอร์ ทำงาน 19.00 - 02.00 น. เนื่องจากบาร์อยู่ใกล้บ้าน “จูเนียร์” จึงเดินกลับเวลานี้เสมอ เขาคุ้นทางดีจนแทบหลับตาเดินได้ เพียงแค่ปล่อยให้กลิ่นหอมจากร้านดอกไม้นำทาง ถ้าเดินมาแล้วได้กลิ่นหอมนี้แสดงว่าเนี่ยแหละทางกลับบ้าน วันนี้เป็นวันพระ ว่าแล้วเขาก็นึกอยากแวะใส่บาตรก่อนกลับไปนอนสักหน่อย พอถึงร้านดอกไม้เขาเดินไปหาพนักงานเพียงคนเดียวที่ควบตำแหน่งเจ้าของร้านไปด้วย ‘ขอกล้วยไม้ใส่บาตรครับ’ ‘ขอโทษครับ หมดพอดีเลย’ เขาตอบกลับ จูเนียร์พยักหน้าเตรียมเดินออกจากร้าน แต่เสียงนุ่มอบอุ่นดังขึ้นอีกครั้ง ‘มีเป็นดอกบัวน่ะครับ แต่เหลืออยู่ดอกเดียว ผมเองก็ยังไม่ได้ใส่ สนใจใส่บาตรหน้าร้านด้วยกันไหมครับ’ คำชวนเรียบง่ายนั้นทำให้หัวใจเขาวูบไหว รู้สึกเกิดอาการบางอย่างในหัวใจ เขายิ้มตอบรับคำเชิญชวนก่อนจะเอ่ยถามชื่ออีกฝ่าย “มาร์ค ครับ” ชื่อของเจ้าของร้านดอกไม้ที่เขาเห็นทุกเช้าตีห้าแต่ไม่เคยทักทาย ดูเหมือนหลังจากนี้ สงสัยต้องแวะทำบุญใส่บาตรทุกเช้าก่อนนอนซะแล้วสิ
FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... I hit the hay at 5 AM, just as he was rising to give alms to the monks.
Pen Name : มนุดจากดาวโลก
At the break of dawn, one person spotted him at 5 AM, heading home for a much-needed rest, while another encountered him at the same hour, rising early each day to give alms. One of them runs a charming flower shop from 9 AM to 6 PM, while the other tends bar from 7 PM until the early hours, 2 AM. Living close to the bar, Junior makes the familiar walk home at this hour, navigating the path with such confidence that he could almost do it with his eyes shut, letting the delightful fragrance from the flower shop lead him home. The scent serves as a signpost, letting him know he’s on the right track. Today holds special significance as a holy day in the Buddhist calendar, which inspired him to drop by and offer alms before catching some sleep. As he arrived at the flower shop, he approached the sole employee, the shop’s owner. “I’d like to buy an orchid for alms, please,” he requested. “I’m sorry, but we’re out of stock,” came the reply. Junior nodded thoughtfully, ready to exit, when a gentle, inviting voice called out to him once more. “We do have a lotus, although it’s the last one. I haven't offered any yet. Would you be interested in sharing the alms with me right here in front of the shop?” This simple gesture made his heart skip a beat, stirring a flutter of emotions within him. A smile blossomed on his face as he accepted the offer, before inquiring about the other person's name. “Mark,” came the warm response. This was the flower shop's owner he passed by each morning, yet had never exchanged words with. He couldn’t help but think that after today… perhaps he should make it a habit to stop by every morning and offer food to the monks before heading off to dreamland.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Betting on Destiny เดิมพันร้าย ทำนายรัก
นามปากกา : Jinjerruby
เมื่อความรักเลือกเวลาเกิดแต่ดันไม่เลือกคนที่จะเกิดความรักด้วย สงครามประสาทจึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อ “พระพาย” ได้ลั่นวาจาตอนเมากลางวงเพื่อนไว้ว่า เขาจะเป็นคนแรกของกลุ่มที่มีแฟน ถ้าทำไม่ได้จะยอมจ่ายล้านหนึ่ง เคราะห์ซ้ำกรรมซัดเมื่อเพื่อนตัวดีดันอัดคลิปไว้เป็นหลักฐาน เขาจึงไม่มีทางเลือก หันไปพึ่งหมอดูให้ช่วยดูดวงเนื้อคู่ให้หน่อย แต่เหมือนโชคชะตาจะเข้าข้าง เมื่อราหูย้ายดาวคำทำนายของหมอดูบอกชัดว่า จะเจอเนื้อคู่ภายในสามวัน คนผู้นั้นมีลักษณะสูงโปร่ง ผิวขาวเหลืองหน้าตาหล่อเหลา มีเชื้อสายจีน และข้อสุดท้ายจำไว้ให้ดี คนผู้นี้คือรักแท้ที่จะเปลี่ยนชีวิตของพระพายไปตลอดกาล แต่สิ่งที่ทำให้พระพายอยากจะล้มเดิมพันนี้ไปซะเมื่อคนที่หมอดูได้ทำนายไว้มีลักษณะตรงกับ “น่าน” คนที่เป็นศัตรูคู่แค้น คนที่เขาไม่เคยคิดจะญาติดีด้วยมาตั้งแต่จำความได้ คนที่เจอกันทีไรมีแต่จะหาเรื่องทะเลาะกันทุกครั้งไป เดิมพันในครั้งนี้พระพายจะทำอย่างไร จะยอมกลืนน้ำลายตัวเองแล้วเสียเงินล้านหรือไม่ หรือเดินหน้าจีบคนที่ไม่ชอบหน้าเพื่อชัยชนะในการเดิมพัน แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือหัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะกับคนๆ นี้เข้าอย่างจังซะแล้ว
FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Betting on Destiny
Pen Name : Jinjerruby
When love decides to arrive at its own time but keeps the recipient a mystery, a test of patience unfolds. In a tipsy moment, Prapai, challenged by his friends, drunkenly vows to be the first in their circle to snag a boyfriend, promising to cough up a million baht if he fails. To his dismay, the whole scene was caught on camera! Left with no option, he consults a fortune teller in hopes of discovering his one true love. Miraculously, the fortune teller states that his soulmate is just three days away. This enchanting individual will be tall, fair-skinned, remarkably handsome, of Chinese heritage, and—most crucially—his destined partner who will revolutionize Prapai's life. However, the fun twist? This predicted soulmate turns out to be none other than Nan, his long-time rival and source of childhood grievances—a person he can hardly stand. So, what's Prapai to do? Should he let go of his pride and forfeit the million baht, or should he chase after the very person he's been at odds with to win the bet? To make things even more complicated, he finds himself unexpectedly drawn to this nemesis.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... 恭喜发财 – กงสี่ฟาไฉ (เรื่องที่ 274)
นามปากกา : เจ่เจ้ยูนิคอร์น
有缘千里来相会,无缘对面不相逢
(โหย่ว เหยียน เชียน หลี่ ไหล เซียง ฮุ่ย, อู๋ เหยียน ตุ้ย เมี่ยน ปู้ เซียง เฝิง)
หากมีวาสนาแม้ห่างกันไกลพันลี้ยังได้พบหน้า หากไร้วาสนาแม้อยู่ตรงข้ามก็ไม่พบเจอ ประทัดดังในตอนเช้า กลิ่นธูปที่ลอยคลุ้งเต็มบ้าน โต๊ะไหว้ถูกจัดวางอย่างพิถีพิถัน และเสียงพูดคุยของบรรดาลูกหลานที่กำลังรอรับซองแดงใบเล็ก ๆ เทศกาลตรุษจีนวนกลับมาอีกครั้ง ... ย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้ว คงนึกภาพไม่ออกที่ ลูกชายคนโตของครอบครัวคนจีน ตัดสินใจคบกับคนรักเพศเดียวกันโดยไม่สนใจเสียงรอบข้าง ต่อให้จะโดนคําวิจารณ์มามาก โดนกดดันและกีดกันจากคนในครอบครัว แต่เขาไม่เคยปล่อยมือจากผมเลยสักครั้ง ถ้าวันนั้นผมไม่ออกไปช่วยงานอาม่า และถ้าเขาไม่มาดูขบวนแห่มังกร เราคงไม่ได้เจอกัน ... ผมยังจำใบหน้าขาวตัดเสื้อสีแดงทอง ประกอบกับปากที่ขยับพูดเจื้อยแจ้ว ตื่นเต้นกับงานตรุษจีนไม่หยุด (น่าเอ็นดูเป็นที่สุด!) ต่างจากผมที่เกิดและโตที่เมืองปากน้ำโพ เขาเข้ามาทำให้ตรุษจีนที่แสนธรรมดาของผมพิเศษขึ้นกว่าครั้งไหนๆ เราเที่ยวเล่นกันสนุกสนาน หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนามาเรื่อยๆ และเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ ใครจะไปคิดว่าเขาคนนั้นจะมายืนไหว้บรรพบุรุษอยู่ข้างๆผม ในฐานะภรรยา ...
FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... 恭喜发财 (Story #274)
Pen Name : เจ่เจ้ยูนิคอร์น
有缘千里来相会,无缘对面不相逢
When destiny favors you, even a thousand miles apart, you will cross paths. But when it doesn’t, standing just inches away means nothing. The morning bursts forth with the crackling of firecrackers, the air is rich with the fragrance of incense wafting through the house, the altar is carefully adorned, and the joyful chatter of family members waiting for their little red envelopes fills the atmosphere. Chinese New Year has graced us once more… Reflecting on two decades past, it seemed inconceivable that the eldest son of a traditional Chinese family would choose to pursue a same-sex relationship, standing firm against the whispers and judgments surrounding him. Despite the harsh criticism, family pressures, and battles from all sides, he steadfastly held on to me. If I hadn’t gone to assist my grandmother with the rituals that day, and if he hadn’t shown up to enjoy the dragon parade, our paths may never have intertwined… I can still picture him—his pale complexion standing out against his vibrant red and gold attire, his lips animatedly welcoming the New Year with joy (it was utterly charming!). While I grew up in the quiet town of Nakhon Sawan, he brought a spark to my traditional Chinese New Year celebrations that turned the ordinary into the extraordinary. We shared countless joyous moments, and our bond blossomed beautifully. And this year, who could have imagined that he would be right here by my side, honoring our ancestors as my beloved partner…

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... City run City love
นามปากกา : A little cool breeze (อะ-ลิตเติ้ล-คูล-บรีซ)
เคยได้ยินไหมครับถ้าอยากมีแฟนให้ลองออกจากบ้านดู จูเนียร์ โปรแกรมเมอร์ที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในบ้านมานานแสนนานหลังจากที่อกหักจากรักครั้งเก่า เพื่อที่จะตามหารักครั้งใหม่ที่จะมาทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย ก็เลยเลือกที่จะออกมา City run ตามเทรนช่วงนี้สักหน่อย แต่น่าจะเลือกกิจกรรมออกจากบ้านผิดไปหน่อย วันแรกก็ได้เรื่องเลย คนที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนในชีวิตแล้วก่อนหน้านี้ก็อยู่แต่บ้านมาตลอด ก็เป็นลมสิครับ แต่เหมือนฟ้ายังเห็นใจ ก็เลยได้ประทาน มาร์ค คุณหมอหน้าใสที่มาวิ่งคลายเครียดเป็นประจำ มาช่วยปฐมพยาบาลให้จูเนียร์ตอนเป็นลม พอเห็นหน้าคุณหมอ จูเนียร์ก็ได้รู้เลยว่านี่สินะ รักครั้งใหม่ที่ฟ้าประทานมาให้ จึงได้ขอแลกคอนแทคเพื่อมานัดวิ่งกับคุณหมอ มาร์คที่เป็นคนขี้สงสารเป็นทุนเดิมก็แอบสงสารจูเนียร์ที่ออกมาวิ่งคนเดียวจนเป็นลม ก็เลยให้คอนแทคไป หลังจากที่ได้เจอกันอีกหลายครั้ง ทุกครั้งที่ได้วิ่งด้วยกันและได้แลกเปลี่ยนบทสนทนากัน จูเนียร์ยิ่งมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อมาร์คมากขึ้นเรื่อยๆ มาร์คก็รู้สึกถูกชะตากับจูเนียร์มากขึ้นเช่นกัน จากการวิ่งชมเมืองธรรมดา ก็กลายเป็นการวิ่งชมเมืองแห่งรักได้ไงก็ไม่รู้
FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... City run City love
Pen Name : A little cool breeze
Ever come across the phrase, "If you're looking for a girlfriend, you might want to step outside"? Junior, a programmer who's been tucked away at home for what feels like forever after a heartbreak, decides it’s time for an adventure in the city to seek out new romance. Unfortunately, his first attempt turns into a comical catastrophe; having never been one for running and always glued to his couch, he ends up fainting! Just when things seem bleak, luck shines upon him. Enter Mark—a dashing doctor who hits the pavement regularly to clear his head. He rushes to Junior's side, and in that moment, Junior senses that the universe might be nudging him toward something special. They swap numbers, planning to run together soon. With Mark’s kindhearted nature, he couldn’t help but feel sympathy for Junior's solo mishap, offering his digits as a lifeline. As they meet up more often, each jog and every chat deepens Junior’s affection for Mark, and Mark starts to feel a spark with Junior too. What began as a casual city run has somehow morphed into a charming journey toward love.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... เรื่อยๆ…ตลอดไป
นามปากกา : (J)Uranus
ภีม กับ ภัทร ไม่ได้เริ่มจากคำว่ารัก มันเริ่มจากการนั่งข้างกันทุกเช้า สมุดเล่มเดียว ข้าวจานเดียว และทางกลับบ้านเส้นเดิม จนความเงียบระหว่างกันกลายเป็นความคุ้นเคย เย็นวันฝนพรำใต้ชายคาตึก ภัทรพูดเบา ‘ถ้าต้องตายจากกัน ฉันขอไปก่อนนะ อยู่แน่ๆไม่ได้ถ้าไม่มีนาย’ ภีมมองม่านฝนอยู่นาน แล้วเพียงพยักหน้า ปีที่จดทะเบียนสมรส พวกเขาไปเขตเงียบๆ มีแค่ลายเซ็นสองชื่ออยู่บนกระดาษแผ่นเดียว ชีวิตยังเหมือนเดิม รองเท้าอีกคู่ข้างประตู แก้วน้ำใบเดิม และไฟหัวเตียงที่ภัทรชอบเปิดค้าง จนวันหนึ่ง เจ้าของรองเท้าคู่นั้นไม่กลับบ้านอีกเลย ภีมยังเปิดไฟทุกคืน และไปสุสานทุกวัน เขาเล่าเรื่องรถติด เรื่องข้าวร้านเดิมเหมือนอีกคนยังนั่งฟัง วันครบรอบแต่งงาน เขาวางทะเบียนสมรสหน้าแผ่นหิน ‘จำวันที่พูดใต้ตึกได้ไหม นายขอไปก่อน…ฉันก็เลยพยักหน้า’ ปลายนิ้วแตะชื่อ “ภัทร” เบาๆ ‘ถ้าฉันไปก่อน คงไม่มีใครรู้ว่านายไม่กินผักชี ไม่มีใครเปิดไฟหัวเตียงไว้ให้ ไม่มีใครจำได้ว่าร้านข้าวมุมถนนคือร้านที่นายชอบ’ เขาหัวเราะแผ่ว ‘แต่ถ้านายไปก่อน ฉันจำได้ทั้งหมด ฉันไม่ลืมนายหรอก’ ภีมลุกขึ้นช้าๆ ‘พรุ่งนี้ฉันมาใหม่’ นี่แหละคือคำว่าเรื่อย ๆ ของภีม
FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Little by little...for all time.
Pen Name : (J)Uranus
Pheem and Phat's bond wasn't born from romance. It started with their quiet companionship each morning—sharing a notebook, a single plate of rice, and their daily walk home. The silence they shared blossomed into a comfortable familiarity. One rainy evening, sheltered under a building’s awning, Phat leaned in and whispered, “If we have to leave this world, I want to go first. I can't imagine life without you.” Pheem stared at the rain for a long moment before simply nodding in agreement. The year they tied the knot, they slipped into the district office without fanfare; their marriage was sealed with just their signatures on a single document. Life carried on as usual: a pair of shoes by the door, the same glass of water waiting, and the bedside lamp Phat always left aglow. But one day, those shoes never returned home. Each night, Pheem still kept the lamp lit and visited the cemetery daily. He spoke aloud about the traffic, the same restaurant they loved, as if Phat were listening intently. On the anniversary of their wedding, he placed their marriage certificate at the base of the tombstone. “Do you remember our conversation under the building? You wanted to go first… so I nodded.” He tenderly traced the name "Phat." “If I’m the one to leave first, no one will know that you don’t like cilantro, no one will leave the lamp on for you, and no one will remember that the corner restaurant was your favorite.” A soft chuckle escaped him. “But if you go first, I’ll keep every detail alive. I won’t ever forget you.” Pheem slowly rose, affirming, “I’ll come back tomorrow.” And that’s how Pheem would say, “I’ll take it easy.”

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้เตรียมหัวใจให้พร้อม
ต้อนรับ “จูเนียร์ - มาร์ค” ที่จะมามอบรอยยิ้ม และความฟิน ให้โลกใบนี้มีแต่ความสุข จนกลายเป็นสีชมพู ~

“จูเนียร์” ได้บอกว่า ความชอบส่วนตัวของตนเวลาที่อ่านนิยายนั้น จะชอบอ่านนิยายแนวฆาตกรรม แนวสืบสวน ถ้าในอนาคตหากได้รับเล่นบทแนวสืบสวน ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ และอยากลองทำดูมาก ๆ
มาที่ด้านของ “มาร์ค” ได้บอกว่า ถ้าหากให้ตนเลือกแนวที่อยากจะเล่นในเรื่องถัดไป ก็คงต้องเลือกในแนวเนื้อเรื่องที่ “จูเนียร์” ชื่นชอบ โดยได้เสริมว่า ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังชื่นชอบนิยายเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษ ชื่อเรื่องว่า ‘หลวงตาบอกแล้วอย่าออกแว้นตอนตีสามเปรตมันดุ’ นั่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของ เปรตกับเด็กแว๊น และส่วนตัวของ “จูเนียร์” ก็ชื่นชอบในบทตัวละครของ “เปรต” มาก “มาร์ค” จึงได้อาสาจะรับบทเป็นเด็กแว๊นให้ ผู้กำกับคนไหนผ่านมาได้ยิน อย่าลืมรับพล็อตเรื่องนี้ไปพิจารณาด่วน ๆ เลย นักแสดงพร้อมจัดเต็มกันอย่างแน่นอนนน

โดย “มาร์ค” ได้บอกว่า จริง ๆ แล้วตนนั้นพูดภาษาเหนือไม่ได้เลย แต่ที่ครั้งก่อนมาออกรายการ EFM FANDOMLIVE แล้วสามารถสอน “จูเนียร์” พูดได้นั้นเพราะว่าตนได้อ่านจากบทมา
และกลับมาในครั้งนี้ พี่ๆดีเจจึงให้ “มาร์ค” ได้เลือกคำภาษาเหนือมาสอน “จูเนียร์” พูดอีกครั้ง ซึ่งมาร์คก็ได้นึกคำ ๆ นึงออก ‘อ้ายฮักตั๋วก่อ’ ที่มีความหมายในภาษากลางว่า ‘พี่รักผมไหม ?’ พร้อมหันไปหาพี่จู และฉีกยิ้มด้วยความน่ารัก พร้อมพูดประโยค ‘แว่นมานี่มา’ ชวนเอาแฟน ๆ ที่ดูไลฟ์อยู่หลังหน้าจอต้องฟินจิกหมอนไปตาม ๆ กัน

‘จะมีนาแล้ว มีน้องมาร์คอยู่ข้าง ๆ แล้ว ดีต่อใจยังไง ?’
ซึ่ง “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า การมี “มาร์ค” อยู่ข้าง ๆ นั้น รู้สึกมีความสุข และดีต่อใจสุด ๆ

‘จะมีนาแล้ว มีนิสัยอะไรที่แอบปลื้ม แต่ไม่เคยได้พูดให้พี่จูฟังเลย ?’
โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ความจริงนั้น เขาไม่ค่อยได้พูดความในใจตรง ๆ แบบนี้กับ “จูเนียร์” สักเท่าไหร่ ซึ่งจริง ๆ ก็ชื่นชอบนิสัยทุก ๆ อย่างของพี่จูเลย ทั้งความดูแลเอาใจใส่ ความใส่ใจต่าง ๆ ที่ได้จากพี่จู น้องมาร์ครับรู้ และจำได้หมดเลยน้าาา

‘จะมีนาแล้ว มีอะไรที่พี่จูอยากเห็นน้องมาร์คทำให้สำเร็จที่สุด ?’
โดย “จูเนียร์” ก็ได้ตอบว่า สิ่งที่ตัวเขานั้นอยากเห็น “มาร์ค” ทำที่สุด นั่นก็คือการได้ทำตามความฝันของคนน้อง โดยการที่จะได้ขึ้นเล่นคอนเสิร์ต ที่เวทีใหญ่อย่าง IMPACT Arena เมืองทองธานี ซึ่งคำตอบนี้ก็ได้ขโมยรอยยิ้มของน้องมาร์คไปเต็ม ๆ

‘จะมีนาแล้ว เต็ม 5 คะแนน ให้โรแมนติกของพี่จูกี่คะแนน ?’
โดย “มาร์ค” ก็ได้ตอบว่า ให้คะแนนพี่จูไปเลย 4.5 เต็ม 5 คะแนน โดยให้เหตุผลว่า ที่เหลือไว้อีก 0.5 คะแนน เพราะเผื่อว่าในเทศกาลถัดไปในอนาคตอย่าง เทศกาลสงกรานต์ พี่จูจะมีอะไรเซอร์ไพรส์เพิ่มเติม นำมาเติมเต็มคะแนนให้เต็มเปี่ยม !

โดย “จูเนียร์” ก็ได้เป็นตัวแทนในการตอบว่า ใน EP.4 นั้น มีกระแสตอบรับจากแฟน ๆ เยอะมาก จากการทำตัวไม่ดีของตัวละคร “ทิม” ที่ไปแกล้งทำเหมือนว่าเจ็บป่วย จนทำให้ “ไป๋” นั้นรีบดำเนินการจัดงานแต่งงาน เพื่อที่จะหลอกเอาสินสอด และรีบทำเรื่องหย่า
ซึ่งใน EP.5 นี้เนื้อเรื่อง และซีนอารมณ์ก็จะเข้มข้นขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ “ทิม” นั้นต้องเริ่มตัดสินใจจริง ๆ แล้วว่า ที่จริงแล้วนั้นเขาเพียงแค่อยากจะเข้ามาเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินของ “ไป๋” หรือว่าตัวเขานั้นตกหลุมรัก “ไป๋” เข้าแล้วจริง ๆ กันแน่ เรียกได้ว่าเป็นการสปอยที่น่าติดตามต่อสุด ๆ !

โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยทริคว่า สำหรับตนนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดในการเตรียมตัวทำการบ้าน ในการรับบทของ “ไป๋” ที่เป็นลูกเศรษฐีนั้น ก็คือการที่ตนได้ไปเปิดดูซีรีส์ต่างประเทศ ที่เป็นหนังแนว ๆ เดียวกัน แล้วดูว่าการแสดงของนักแสดงในเรื่องนั้นเขาแสดงออกมาประมาณไหนบ้าง และลองนำมาปรับใช้ดูกับบทบาทที่ตนได้รับมา นอกจากนี้ก็ยังมีการถามจากเพื่อน ๆ คนรู้จักรอบข้างบ้าง เรียกได้ว่าตั้งใจ และเต็มที่กับบทบาทที่ได้รับมาสุด ๆ !

“จุูเนียร์” ได้เผยว่า บทบาทที่ตนได้รับนั้นจะต้องเป็นคนที่มีนิสัยชอบหลอกลวง ใช้ชีวิตอยู่กินด้วยการหลอกลวงคนอื่นไปวัน ๆ โดยการไปหลอกให้เขารัก และเอาทรัพย์สินเขามา จากนั้นจึงค่อยทิ้งเขาไป ซึ่งในเรื่องนี้ก็ถือว่า เซอร์ไพรส์สุด ๆ ที่ตัวละครของ “ทิม” ดันไปเจอเข้ากับ “ไป๋” ที่เป็นถึงลูกเศรษฐีตระกูลใหญ่โตอันดับต้น ๆ ของประเทศ
โดย “จูเนียร์” ก็ได้บอกว่า ความยากของการรับบทบาทนี้ ก็คือความแตกต่างจากบทบาทที่เคยได้รับมาทั้งหมด ซึ่งก่อนหน้านี้ตนจะได้รับแต่บทบาทตัวละครที่เป็นคนดี ใช้ชีวิตไปอย่างราบรื่น พอมาเรื่องนี้ที่ต้องใช้ความเจ้าเล่ห์มากขึ้น จึงพยายามศึกษาจากเพื่อน ๆ คนรอบข้างมากขึ้นไปอีก เพื่อถ่ายทอดผลงานการแสดงที่ดีที่สุด สู่สายตาแฟน ๆ

“จูเนียร์” ได้ตอบว่า หากเหตุการณ์ในซีรีส์เรื่องนี้ เป็นเรื่องจริง ตนก็คงเลือกทำตามหัวใจ โดยให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สุดท้ายแล้วในชีวิตจริง เสียงหัวใจนั้นมักจะดังกว่าเสียงในหัวเสมอ
ในด้านของ “มาร์ค” ก็ได้ตอบคำตอบเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่า หากเกิดขึ้นในชีวิตจริง ถ้าเราดันไปรักใครเข้าจริง ๆ เราก็ต้องเลือกทำตามเสียงของหัวใจเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ

“จูเนียร์” ผู้ที่ได้รับบทสแกมเมอร์ตัวจี๊ดของเรานั้นก็ได้เผยทริคในการตรวจเช็กว่า ใครกันที่เข้ามาหาเราเพื่อมาหลอก!? โดยเจ้าตัวได้บอกว่า ถ้าในช่วงระยะเวลาแรก ๆ เขาเข้ามาทำตัวกับเราดีผิดปกติ พยายามทำหลาย ๆ อย่างเพื่อซื้อใจเรา อาจเป็นไปได้ว่าเขาอาจจะอยากได้อะไรจากเราก็เป็นได้
ซึ่งเจ้าตัวก็ได้พูดเสริมต่อว่า อย่างตัวละคร “ทิม” ในเรื่องนั้น ก็จะมีวิธีการเข้าหา เพื่อหลอกให้รัก จุดประสงค์ก็เพื่อจะเอาทรัพย์สิน และเมื่อ “ทิม” ได้เรียนรู้นิสัย หรือความชอบของเหยื่อ เขาก็จะทำในสิ่งที่อีกฝ่ายชอบ จนอีกฝ่ายตกหลุมพลางของเขา เรียกได้ว่า เห็นหน้าหล่อ ๆ แบบนี้ ความเจ้าเล่ห์นี่เกินลิมิต !

โดย “มาร์ค” ก็ได้เผยว่า ส่วนตัวนั้น ชื่นชอบเรื่องราวความรัก ความสัมพันธ์ของตัวละครของ “โอห์ม - ปูน” ในเรื่องมาก ๆ เพราะเป็นความรักที่ค่อนข้างสุดโต่ง พร้อมเผยอีกว่าในช่วงกลาง ๆ เรื่องนั้น เหมือนจะมีเรื่องราวให้คนดูได้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา
ในฝั่งของ “จูเนียร์” ได้เสริมว่า บทบาทของ “ปูน” ในเรื่องนั้น จะเล่นเป็นคนที่มีคาแรกเตอร์ที่ค่อนข้างอ่อนต่อโลก มักจะทำตามหัวใจตัวเองอยู่เสมอ โดยไม่สนว่ารอบข้างนั้นจะเป็นอย่างไร และในบทบาทของ “โอห์ม” นั้น จะเป็นสแกมเมอร์เหมือนกันกับบทบาทที่ ”จูเนียร์“ ได้รับ แต่ต่างกันที่จริง ๆ แล้วไม่ได้เต็มใจ อยากเป็นสแกมเมอร์ แต่ด้วยความที่ไม่มีทางเลือก ก็จะมีความเงอะ ๆ งะ ๆ อยู่พอสมควร ซึ่งพอตัวละครของทั้งสองมาเจอกันนั้น ก็ถือเป็นเคมีความน่ารัก และกลายเป็นเคมีที่ลงตัวสุด ๆ

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่ทำให้สตูดิโอเต็มไปด้วยกลิ่นความหวาน หอมตลบอบอวลทั่วทั้งสตู ~
ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ก็มีเกมสุดพิเศษมาให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” ได้พิชิตกัน
ชื่อเกมว่า ‘จูเนียร์ - มาร์ค หลอกให้รัก พิทักษ์หัวใจ’
งานนี้ทั้งคู่จะเสิร์ฟความฟิน ชวนกัดหมอนขาดกันขนาดไหน สามารถไปรับชมเคมีความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!
(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีกั๊ก! กับโมเมนต์สุดพิเศษ
ด้วยการให้ “จูเนียร์ - มาร์ค” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชวนใจละลาย เขินน้วยไปตาม ๆ กันนน!

สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “จูเนียร์ - มาร์ค” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่เข้ามาร่วมสร้างโมเมนต์ความสุข และรอยยิ้มให้กับแฟน ๆ ได้ฮีลใจตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “My Romance Scammer รักจริง หลังแต่ง” สามารถรับชมได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 20.30 น. ทางช่อง GMM25 และรับชมย้อนหลังได้ที่ WeTV บอกได้คำเดียวเลยว่า รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอกกก

สามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทาง...
แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

-