ต้อนรับน้องใหม่สุดฮอตแห่งวงการ T-POP CLO’VER 4 หนุ่มต่างคาแรคเตอร์ ต่างสไตล์ ที่มาพร้อมพลังความสดใสและความโชคดี พร้อมก้าวสู่เส้นทางแห่งความฝันนี้ไปด้วยกัน

EFM FANDOM RECAP

ต้อนรับน้องใหม่สุดฮอตแห่งวงการ T-POP CLO’VER 4 หนุ่มต่างคาแรคเตอร์ ต่างสไตล์ ที่มาพร้อมพลังความสดใสและความโชคดี พร้อมก้าวสู่เส้นทางแห่งความฝันนี้ไปด้วยกัน

09 ก.พ. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 29 มกราคม 2569 ] ค่ำคืนนี้มายิ้มให้แก้มปริไปกับ 4 หนุ่มแสนซน “ CLO’VER ” ที่จะมามอบความสดใสไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ คารมดี “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 1 นี้มีชื่อว่า... 4 Leaf CLO’VER (โคลเวอร์ 4 แฉก)

นามปากกา : ฮวังคิมชเว “ปาร์เก้”

                ในวันที่โลกเปลี่ยนไปทุกเวลาโลกมนุษย์ดูหม่นหมองผู้คนเริ่มหมดหวังและอ่อนล้ากับการใช้ชีวิต พระเจ้าได้ส่งชายหนุ่ม 4 คนลงมาเพื่อช่วยดูแลรักษาจิตใจมนุษย์ที่เริ่มเหี่ยวเฉา “บาร์โค้ด เทพแห่งความรัก หากวันใดที่มนุษย์ขัดแย้งใจกัน บาร์โค้ดจะเป็นผู้มอบความรักเพื่อให้มนุษย์ยังคงรักซึ่งกันและกัน “คีน เทพแห่งความโชคดี มนุษย์เชื่อว่าถ้าขอพรจากคีน จะฝันถึงเลข 2-3 เลข เป็นหนทางในการเสี่ยงโชคแก่มนุษย์ทุก 1 และ 16 ของทุกเดือน “อชิ เทพแห่งความหวัง ผู้คนที่อ่อนล้าจากการเรียน ทำงาน และใช้ชีวิต อชิจะคอยเป็นความหวัง เพื่อให้มนุษย์ยังคงใช้ชีวิตด้วยความหวัง แม้วันนี้มันอาจไม่ดีดังใจ แต่พรุ่งนี้อาจมีสิ่งสวยงามรออยู่เสมอ และสุดท้าย “อั่งเปา เทพแห่งความเชื่อมั่นและศรัทธา ให้มนุษย์ยังคงใช้ชีวิตด้วยความเชื่อ ความเลื่อมใส และความไว้วางใจอย่างแน่วแน่ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หลังจากที่โลกมีเทพเจ้าทั้ง 4 คอยปกปักษ์แล้วนั้น ทุกเรื่องทุกข์ใจก็บรรเทาทุกข์ลง ทุกความเหนื่อยล้าก็มองเห็นซึ่งความหวังในการใช้ชีวิต และเทพเจ้าทั้ง 4 ก็เป็นที่พึ่งทางใจของมนุษย์นับแต่นั้นสืบมา

EFM FANDOM FANFICTION : The opening tale is title…. 4 Leaf CLO’VER

Pen name : ฮวังคิมชเว “ ปาร์เก้ ”

                In a world where change and darkness seemed to weigh everyone down, people started to feel a sense of hopelessness and fatigue with life. To restore their spirits, the divine sent four young gods to mend the fragile hearts of humanity. “Barcode,” the love deity, came to ignite affection among those in strife, nurturing the bonds they share. “Keen,” the god of fortune, is said to grant lucky numbers (2-3) to those who seek his blessings on the 1st and 16th of every month, bringing a touch of serendipity into their lives. “Ashi,” the harbinger of hope, offers a glimmer of optimism to those exhausted by studies, work, or life’s challenges, whispering that even when days feel bleak, something beautiful is waiting just around the corner. Last but not least, there’s “Aungpao,” the guardian of faith and self-assurance, who inspires unwavering belief and devotion in the hearts of mortals. With the arrival of these four benevolent figures, suffering diminished, and hope blossomed into a comforting light for humanity, lighting the way ever since.

EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 2 นี้มีชื่อว่า... เกาะค๊าบ(KAAB) กับต้นโคลเวอร์ศักดิ์สิทธิ์

นามปากกา : KapKap959  

            ณ เกาะแห่งหนึ่งมีชื่อว่า เกาะค๊าบ(KAAB) มีลูกหมีตัวนึงชื่อว่า บาร์โค้ด อาศัยอยู่ที่เกาะแห่งนี้ และเกาะแห่งนี้มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อยู่ต้นนึงชื่อว่า ต้นโคลเวอร์ ในหนึ่งปีจะมีใบร่วงลงมาหนึ่งครั้ง ใครที่เก็บได้ ก็จะได้พรหนึ่งข้อจากเทวดาที่อยู่ที่ต้นนี้ และในปีนี้มีใบโคลเวอร์ร่วงลงมาทั้งหมด 4 ใบ ซึ่งลูกหมีบาร์โค้ดเก็บได้แล้วใบนึง ส่วนอีก 3 ใบปลิวตกลงไปในทะเล และบังเอิญมี กุ้งคีน ปูอั่งเปา และ ปลาอชิ เก็บใบโควเวอร์ที่ตกลงไปในทะเลได้ สัตว์ทะเลทั้ง 3 จึงขอพรกับเทวดาเหมือนกันคืออยากเป็นมนุษย์ เทวดาก็ถามว่าทำไมถึงอยากเป็นมนุษย์ ทั้ง 3 ก็ตอบเหมือนกันว่า เพราะเคยได้ยินว่ามนุษย์จะมีความสุขได้จากการฟังเพลง พวกเราอ่ะร้องเพลงในทะเลเก่งมาก แต่ไม่มีใครได้ยิน ตอนนั้นลูกหมีก็แอบได้ยิน จึงวิ่งมาขอพรกับเทวดาว่า ขอเป็นมนุษย์เหมือนกับกุ้งคีน ปูอั่งเปา และ ปลาอชิ ได้ไหม เทวดาก็เลยถามหมีบาร์โค้ดว่า แล้วเธอร้องเพลงได้หรอ หมีบาร์โค้ดตอบอย่างมั่นใจว่า เพราะสุดๆไปเลยครับท่าน เมื่อเทวดาได้ยินดังนั้นจึงให้พรทั้ง 4 ไป และบอกกับทั้ง 4 คนว่า ใครก็ตามที่ได้ฟังเพลงของพวกเธอทั้ง 4 คน จะมีแต่ความสุขและความโชคดีตลอดไป

EFM FANDOM FANFICTION : This second tale is title… Kaab Island and the mystical clover.

Pen name : KapKap959

                On the enchanting island of KAAB, there lived a spirited little bear cub named Barcode. At the heart of this mystical land stood a revered tree known as the clover. Once a year, a single leaf would drift down to the ground, and the lucky soul who found it would be granted a wish by the angel who called the tree home. This particular year was different—four leaves danced down to the earth. Barcode managed to snatch up one, while the others floated away into the shimmering sea. By chance, Shrimp Keen, Crab Aungpao, and Fish Ashi stumbled upon the fallen leaves, and all three voiced the same wish to the angel: they longed to become human. Curious, the angel asked them why they desired such a change, to which they replied that they had heard tales of how humans bask in joy by listening to music. They lamented that although they sang beautifully beneath the waves, their melodies went unheard. Barcode, eavesdropping on this heartfelt conversation, eagerly approached the angel, asking if he too could transform into a human like his newfound friends. The angel, intrigued, inquired whether Barcode could sing, to which the bear cub beamed with confidence and exclaimed, “Absolutely! Your Highness!” Delighted by his enthusiasm, the angel blessed all four of them, declaring that anyone who listened to their music would be forever graced with happiness and good fortune.

EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 3 นี้มีชื่อว่า... สมุดไร้นาม

นามปากกา : อยากกินไอติม            

            หลังบรรณารักษ์ประจำห้องสมุดโรงเรียนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ห้องสมุดยังเปิดตามปกติ   แต่บรรยากาศกลับเงียบผิดแปลก เด็กชายสี่คน ที่ต่างรักการอ่านและมักใช้เวลาว่างในห้องสมุด บังเอิญพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง หน้าแรกเขียนข้อความปริศนาเกี่ยวกับการหายไปของบรรณารักษ์ พร้อมคำท้าทายให้ช่วยกันค้นหาความจริง แม้ทั้งสี่จะนั่งอยู่ในห้องเดียวกัน  แต่พวกเขาไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ต่างคนต่างเริ่มเขียนตอบโต้ในสมุดเล่มนั้น ใช้นามแฝงแทนตัวตน  ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายคือใครในชีวิตจริง สมุดบันทึกจึงกลายเป็นพื้นที่สนทนาเพียงหนึ่งเดียวที่เชื่อมพวกเขาเข้าด้วยกัน ท่ามกลางข้อความที่เต็มไปด้วยคำใบ้ คำถาม และความสงสัย ทุกคนต่างพยายามปะติดปะต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยิ่งเขียนตอบโต้กันมากเท่าไร ความจริงกลับยิ่งคลุมเครือมากขึ้น เพราะในบรรดาผู้เขียนทั้งสี่คนนี้… มีหนึ่งคนที่รู้คำตอบอยู่แล้วและเขาคือผู้ที่ทำให้บรรณารักษ์หายไป

EFM FANDOM FANFICTION : This Third tale is titled… Anonymous Notebook

Pen name : อยากกินไอติม

                When the school librarian vanished without a trace, the library stayed open, yet an eerie silence blanketed the space. Four boys, who were passionate readers and frequented the library, discovered a notebook resting on a table in the heart of the room. Its first page held a puzzling note about the librarian’s sudden departure, accompanied by a daring challenge to dig deeper into the mystery. Despite sharing the same room, the boys had never crossed paths before. They decided to communicate through the notebook, each adopting a pseudonym, their true identities shrouded in secrecy. Thus began a flurry of exchanges packed with clues, questions, and growing mistrust. As they endeavored to unravel what had happened, the truth slipped further from their grasp. Little did they know, among their group, one of them already held the key to the mystery—and that very person was responsible for the librarian’s disappearance.

EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 4 นี้มีชื่อว่า... ปลายทางความกลัว destination

นามปากกา : Khaki             

                รถไฟสีดำขบวนประหลาดแล่นฝ่าหมอกหนาเข้ามาจอดตรงหน้าทั้งสี่โดยไร้เสียงเตือน อชิ คีน อั่งเปา และ บาร์โค้ด ก้าวขึ้นไปเหมือนถูกเรียกชื่อจากบางสิ่งที่มองไม่เห็น ภายในตู้รถไฟแต่ละตู้คือโลกที่บิดเบี้ยวตามความกลัวของผู้โดยสาร อชิต้องเผชิญเงาที่เดินตามเขาไม่ห่าง เงานั้นกระซิบถึงการถูกทิ้งไว้ข้างหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาเริ่มสั่นไหว คีนถูกขังอยู่ในตู้ที่เวลาหยุดนิ่ง นาฬิกานับร้อยจ้องมองเขาเหมือนกล่าวโทษความลังเลในอดีต อั่งเปาเดินผ่านเมืองที่ผู้คนมองทะลุเขาเหมือนไม่มีตัวตน เสียงหัวเราะดังขึ้นทุกครั้งที่เขาพยายามพูด ส่วนบาร์โค้ดยืนอยู่หน้ารางที่ขาดหาย รถไฟอีกขบวนพุ่งผ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เตือนถึงความล้มเหลวที่เขากลัวมาตลอด แต่เมื่อรถไฟยังคงแล่นต่อ พวกเขาเริ่มได้ยินเสียงกันและกัน ฝ่าความกลัวด้วยการยอมรับมัน     ไม่ใช่หนีจากมัน และในวินาทีที่ทั้งสี่ยืนเคียงกัน รถไฟก็หยุดลง ประตูเปิดสู่ชานชาลาเดิม พร้อมคำถามที่ยังค้างคา—หรือแท้จริงแล้ว ความกลัวเหล่านั้นยังนั่งอยู่บนรถไฟขบวนเดียวกับพวกเขาเสมอ

EFM FANDOM FANFICTION : This Fourth tale is titled… The endpoint of apprehension.

Pen name : Khaki

                A peculiar black train screeched through the thick mist, halting abruptly in front of the four friends. Ashi, Keen, Aungpao, and Barcode felt an irresistible pull and climbed aboard, as if beckoned by something invisible. Inside each compartment lay a warped reflection of their deepest anxieties. For Ashi, a persistent shadow loomed, taunting him with whispers of abandonment until he began to quake. Keen found himself ensnared in a carriage where time stood frozen, surrounded by countless clocks that seemed to cast judgment on his past indecisiveness. Aungpao wandered through a surreal city, where passersby looked right through him, their laughter piercing the silence every time he tried to utter a word. Meanwhile, Barcode stared at a splintered track, the sight of a train racing by over and over, a painful reminder of the failure he feared most. Yet, as the train continued its journey, their voices began to blend together, confronting their nightmares with a sense of acceptance rather than running away. And just when they found strength in standing together, the train shuddered to a stop. The doors swung open to reveal a familiar platform, leaving them with a lingering question—had those fears always been riding alongside them all along?

EFM FANDOM FANFICTION เรื่องที่ 5 นี้มีชื่อว่า... The Twinkle Clover

นามปากกา : MeOnMoon  

                ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในหุบเขาอันไกลโพ้น ผู้คนใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย แต่ที่น่าเศร้าคือ หมู่บ้านนี้ไม่รู้จักเสียงเพลง เด็กหนุ่ม 4 คน ที่เป็นเพื่อนสนิทกัน เกิดและโตในหมู่บ้านนี้ ลึกๆพวกเขารู้สึกว่าชีวิตของพวกเขาขาดอะไรไปบางอย่าง จนวันนึงมีชายแปลกหน้าหลงทางเข้ามาในหมู่บ้าน พร้อมอุปกรณ์หน้าตาแปลกๆ มีสาย 5 สายพาดบนกล่องไม้ยาวๆที่มีรูตรงกลาง ชายแปลกหน้าเสนอบางอย่างกับเด็กหนุ่มทั้ง 4 เพื่อแลกอาหารและที่พัก เขาเริ่มเล่นดนตรีจากกล่องไม้ ทั้ง 4 คนยืนฟังอย่างมีความสุข และนี่ล่ะคือสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตพวกเขา เสียงดนตรีนั่นเอง แล้วจู่ๆ ชายแปลกหน้าก็กลายร่างเป็นเทวดา เสกกีต้าร์ กลอง ขลุ่ย เชลโล พร้อมประทานพรในการเล่นดนตรีขั้นพื้นฐานให้พวกเขา “ชีวิตที่ไร้ดนตรีจะมีความสุขได้อย่างไร จงฝึกฝนและมอบความสุขนี้ให้กับคนในหมู่บ้านนี้เถิด”  เทวดาได้กล่าวก่อนจากไป หลังจากนั้นหมู่บ้านนี้จึงได้มีชีวิตใหม่ ผู้คนได้เต้นรำและร้องเพลงไปกับเด็กหนุ่มทั้ง 4 คน และพวกเขายังสร้างเพลงใหม่ๆ จนดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างเมืองให้เข้ามาชม และทุกคนรู้จักพวกเขาในนาม Clover ตามสัญลักษณ์ที่อยู่บนเครื่องดนตรีทุกชิ้น

EFM FANDOM FANFICTION : This last story is titled… The Twinkle Clover

Pen name : MeOnMoon

                In a secluded village tucked away in a lush valley, life was simple and serene, yet a heavy silence enveloped the place—music was absent. Four lifelong friends, rooted in this quaint community, sensed a void in their existence. One fateful day, a wanderer appeared at their doorstep, cradling an unusual instrument: a long wooden box with five taut strings and an opening in its center. In exchange for some food and a place to rest, he promised them a gift. As he began to strum the strings, melodies flowed forth, filling the air with joy. The boys listened, their hearts brimming; this was the missing piece they had longed for—music! In an astonishing moment, the stranger morphed into a radiant angel, summoning forth a guitar, drums, a flute, and a cello, imparting magical skills of musicianship to them. “How can one find happiness without the magic of music?” the angel urged. “Embrace it, and spread this joy throughout your village.” With that, he vanished, leaving an electrifying transformation in his wake. The village buzzed with life as people danced and sang alongside the boys, crafting new melodies that drew visitors from far and wide. They became known as CLO’VER’’, a tribute to the symbol that adorned their instruments, forever changing the rhythm of their lives.

เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “CLO’VER” 

ที่จะมาเล่าจุดเริ่มต้นของการประกอบใบ Clover แห่งวงการ T-POP 

พร้อมแจกความน่ารัก ปนแสบให้แฟน ๆ ได้โดนตกไปตาม ๆ กัน!

จุดเริ่มต้นของใบ “CLO’VER”

                เริ่มต้นด้วย “บาร์โค้ด” ที่ได้เล่าว่า ตัวเองนั้นได้เริ่มรู้จักกับคีนเป็นคนแรก โดยทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรกที่เขาชนไก่ ในตอนที่เรียน รด. ด้วยกัน บาร์โค้ดได้เล่าว่า ในตอนนั้นด้วยความที่ไม่มีโทรศัพท์ให้เล่น จึงเป็นเหตุจำเป็นที่ต้องคุยกัน และด้วยความที่เรียนมาด้วยกัน เจอประสบการณ์เดียวกัน จึงทำให้ทั้งคู่สนิทสนมกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงสมาชิกคนอื่น ๆ ที่ได้มาเจอกันตอนเทรน แรก ๆ ก็อาจจะยังไม่ได้สนิทใจกัน แต่พอได้ใช้เวลาเทรนด้วยกันมากขึ้นก็กลายเป็นความผูกพันในเวลาถัดมา

                โดย “คีน” ก็ได้เล่าเสริมมาว่า ตอนที่เจอกันกับบาร์โค้ดครั้งแรก เราเห็นว่าเขาเรียนสวนกุหลาบ และเป็นจตุรมิตรเหมือนกัน เลยคิดว่าน่าจะคุยกันรู้เรื่อง คีนจึงได้ลองเริ่มทักบาร์โค้ดดู ด้วยความที่เจออะไรมาคล้าย ๆ กันจึงทำให้เข้าอกเข้าใจ คุยกันถูกปากถูกคอได้ง่ายขึ้น

                ในด้านของ “อชิ” ได้เล่าถึงครั้งแรกที่ได้มาเจอกับ 3 หนุ่มที่เหลือว่า ตนได้รู้จักกับ อั่งเปา กับ คีน มาก่อนหน้าอยู่แล้ว พอมาเจอบาร์โค้ดที่เจอหน้ากันใหม่ ๆ ก็มีแอบคิดว่าเราจะเข้ากันได้หรือป่าว นิสัยของคนอื่น ๆ ในวงจะสามารถเข้ากับบาร์โค้ดได้ไหม แต่เมื่ออยู่กันไปเรื่อย ๆ ก็เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ย จนตอนนี้เรียกว่ากลมกล่อม รวมเป็นก้อนเดียวกันแล้ว

                สุดท้าย “อั่งเปา” น้องเล็กสุดของวงก็ได้เล่าคล้ายคลึงกับอชิ ซึ่งก็คือทั้ง 3 รู้จักกันมาก่อนแล้ว พอได้มาเจอบาร์โค้ด ในช่วงแรก ๆ ก็เหมือนจะยังไม่ชินกัน แต่เมื่อเริ่มอยู่ด้วยกันไปนาน ๆ ขึ้นก็เริ่มเข้าใจนิสัยต่าง ๆ และสนิทสนมกันมากขึ้น จนกลายเป็นวงเดียวกันอย่างในทุกวันนี้

ทำไมต้องเป็น “CLO’VER” ?

                โดยคำถามนี้ “อั่งเปา” ก็ได้เป็นตัวแทนในการตอบคำถาม เนื่องจากว่าตนนั้นเป็นคนริเริ่มชื่อ “CLO’VER” ขึ้นมาโดยได้บอกว่า ตนนั้นได้นั่งดูการ์ตูนอยู่ แล้วก็ได้ไปเห็นใบ Clover ซึ่งตนก็เห็นว่ามันดูสดใส และดูเข้ากับคาแรคเตอร์พี่ ๆ ในวงดี จึงนำมาเสนอตั้งเป็นชื่อวงและได้มาเป็น “CLO’VER” ในปัจจุบัน

                ขณะเดียวกัน “อชิ” ก็ได้พูดเสริมขึ้นมาว่า ‘ใบ Clover นั้นมีใบอยู่ทั้งหมด 4 ใบ ซึ่งแต่ละใบที่ประกอบกันนั้นก็เหมือนกับ 4 คน 4 คาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน แต่เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นหนึ่งใบ ก็เป็นส่วนผสมที่ลงตัว และเป็นหนึ่งเดียวกัน’

                นอกจากนี้ในซิงเกิลแรกที่ได้ปล่อยไปนั้น แต่ละคนก็จะมีคอนเซ็ปต์ที่ต่างกันไปทั้ง 4 คน ที่เปรียบเหมือนตัวแทนของกลีบใบไม้ 4 กลีบของใบ Clover  โดยเริ่มจาก อชิที่ได้อยู่ในตำแหน่งคอนเซ็ปต์ Hope ต่อมาที่ บาร์โค้ดอยู่ในตำแหน่ง Love ถัดมาที่ คีนอยู่ในตำแหน่ง Luck และสุดท้าย อั่งเปาอยู่ในตำแหน่ง Faith โดยแต่ละคอนเซ็ปต์ของแต่ละคนนั้น ก็ได้สื่อสารออกไปใน MV ซิงเกิลแรกของ “CLO’VER” สู่สายตาแฟน ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซิงเกิลแรกกับ URBOYTJ !

                ‘ตื่นเต้น’ คำพูดที่หลุดออกจากปากเป็นคำพูดเดียวกันของสมาชิกทุกคนในวง กับซิงเกิลแรกบนเส้นทางการเป็นศิลปิน ที่ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์มือทอง ผู้สร้างสรรค์บทเพลงฮิตให้กับวง T-POP มาแล้วนับไม่ถ้วน!

Challenge สุดท้าทาย ของ “CLO’VER”

                สมาชิกทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สิ่งที่ท้าทายและโหดที่สุดนั้นก็คือ ‘ท่าเต้น’ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นท่าที่ต้องใช้การกระโดดอย่างต่อเนื่อง และไม่ค่อยมีจังหวะให้ได้หยุดพัก ความหนักหน่วงนี้จึงทำให้ภายในกองต้องมีไพ่ลับอย่าง ‘เยลลี่’ ตุนไว้อยู่เสมอ เป็นการเติมน้ำตาล และพลังงานให้กับความเหนื่อยล้าของร่างกายได้สู้ต่อ เพื่อผลงานที่ดีที่สุดให้กับเหล่าแฟน ๆ ได้ชมกัน

Routine การฟิตร่างกายของ  “CLO’VER”

                เริ่มต้นด้วย “อั่งเปา” ที่เข้า Fitness เป็นเวลา 4-5 วันต่อ 1 สัปดาห์ พร้อมบอกว่าตนนั้นไม่เลือกทำ คาดิโอ เพราะหนักจากการซ้อมเต้นมาแล้ว

                ต่อด้วย “คีน” ที่ได้บอกว่าตนนั้นก็ได้ไป Fitness เป็นเวลา 4-5 วัน ต่อ 1 สัปดาห์เช่นกัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าเป็นประจำ เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการศึกษาที่ทำให้มีเวลาน้อยลง

                ถัดมาที่ “บาร์โค้ด” ที่ได้บอกว่า ตนนั้นก็ไป Fitness 4 วัน ต่อ 1 สัปดาห์เช่นเดียวกัน แต่ตนนั้นจะมีตารางชัดเจนว่าหากไป Fitness แล้วจะต้องทำอะไรบ้าง รวมถึงมีทั้งการออกกำลังกายแบบทำคาดิโอ ทั้งเวทเทรนนิ่ง และจะมีกีฬาที่เล่นเป็นประจำนั่นคือ การแข่งรถ ที่เจ้าตัวได้บอกว่าเปรียบเสมือนการอบซาวน่า เพราะเวลาที่เล่นนั้นจะไม่เปิดแอร์ หรือเปิดหน้าระบายอากาศใด ๆ เลยทั้งสิ้น

                สุดท้ายคือ “อชิ” ที่ได้บอกว่า Routine การฟิตของตัวเองนั้นคือการเข้า Fitness  4 วันต่อสัปดาห์ และพยายามหาเวลาที่ว่างไปตีกอล์ฟให้ได้บ่อยที่สุด

ครั้งแรกกับ RISER CONCERT !

                โดย “อั่งเปา” ได้เป็นตัวแทนในการตอบคำถามนี้ว่า ด้วยความที่วง “CLO’VER” นั้นเพิ่งเดบิวต์มาได้ไม่นาน การที่ได้ไปเล่นคอนเสิร์ตนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ ทำให้ในช่วงนี้สมาชิกทุกคนต้องมุ่งซ้อมกันอย่างหนักเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีสุด เพื่อให้แฟน ๆ ได้เต็มอิ่มจุใจไปกับงาน RISER CONCERT : THE FIRST RISE

ความถนัดของ “CLO’VER” แต่ละคน

                เริ่มต้นที่ “อั่งเปา” น้องเล็กสุดของวง ที่เผยว่าความถนัดของตนนั้นอยู่ที่ทักษะสกิลการแร็ป

                ต่อด้วย “คีน” ที่มั่นใจในด้านทักษะการร้องเพลงเป็นหลัก พร้อมทั้งยังมีความหลงใหลในการเต้นควบคู่กันไป

                ตามมาด้วย “อชิ” ที่บอกว่าทั้งการเต้นและการแร็ปคือสิ่งที่ตนถนัดและรักไม่แพ้กัน

                สุดท้ายคือ “บาร์โค้ด” ที่ได้มองว่าตัวเองนั้นมีความโดดเด่นในหลากหลายด้าน พร้อมตั้งใจพัฒนาในส่วนที่ยังไปได้ไม่สุดให้ดียิ่งขึ้น

                เรียกว่าสมาชิกแต่ละคนต่างมีจุดเด่นของตัวเองที่แตกต่างกัน และพร้อมนำความสามารถของตนมาเติมเต็มซึ่งกันและกันในทุก ๆ ด้าน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นเป็นอีกหนึ่งวง T-POP ที่ครบเครื่องทั้งศักยภาพและเสน่ห์เฉพาะตัว

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะมอบทั้งรอยยิ้มและความสุขให้แฟน ๆ ได้ฮีลใจกันแบบจัดเต็ม

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “CLO’VER” เล่นกันด้วย

กับเกม... ‘ใบ Clover กับ mission ทั้ง 4 ’

งานนี้เจ้าพวกเด็กแสบจะสร้างเสียงหัวเราะ แจกความน่ารักสดใสกันขนาดไหน !?

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบไม่มีลิมิต กับโมเมนต์สุดพิเศษ

ด้วยการให้ “CLO’VER” โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ ชาว “CLO’VER” ได้ฟิน เต็มอิ่มไปตาม ๆ กัน!

                สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “CLO’VER” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ ทั้งที่เพิ่งเดบิวต์มาได้ไม่ถึง 3 เดือน แต่ออร่าความน่ารัก สดใส ซุกซนนั้นเรียกได้ว่า มหาศาล จริง ๆ ฝากติดตามซิงเกิลล่าสุดของเจ้าพวกเด็กแสบ “คนคุ้นคอย (Next To You)” สามารถรับชม MV ได้ทาง YouTube ช่อง “RISER MUSIC” และตามไปฟังผลงานเพลงของเด็ก ๆ ได้ที่ทุกสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานในอนาคตของเด็ก ๆ กันด้วยน้าา

สามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก สดใสของเจ้าพวกเด็กได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~ 

album
efm
-

-