จะเป็นดาวดวงเล็กที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ให้เธอเผลอยิ้มทุกครั้งที่มองมา ต้อนรับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาแจกความน่ารัก สดใส ใน EFM FANDOM LIVE ทำเอาแฟน ๆ ตกหลุมไปกับรอยยิ้มสุดคิ้วท์ตลอดทั้งคืน!

EFM FANDOM RECAP

จะเป็นดาวดวงเล็กที่เปล่งประกายบนท้องฟ้า ให้เธอเผลอยิ้มทุกครั้งที่มองมา ต้อนรับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาแจกความน่ารัก สดใส ใน EFM FANDOM LIVE ทำเอาแฟน ๆ ตกหลุมไปกับรอยยิ้มสุดคิ้วท์ตลอดทั้งคืน!

27 ก.พ. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ] ค่ำคืนนี้มารับความน่ารัก ซุกซนไปกับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ที่มาสร้างความประทับใจ ฮีลปลุกพลังใจให้พร้อมไปต่อ กับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... The Right Angle : องศาที่หัวใจตกกระทบ

นามปากกา : A'Nizz

            ลิลลี่ นักกีฬายิงธนูรีเคิร์ฟมือหนึ่งผู้เยือกเย็น ท่วงท่าการยิงที่สมบูรณ์แบบและแววตาคมกริบทำให้เธอถูกยกย่องว่าเป็นประติมากรรมที่ขยับได้ ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จที่ไร้ที่ติ ลิลลี่กำลังแบกรับความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่ข้อมือและหัวไหล่ซ้ายจากการฝืนซ้อมหนักจนเกินขีดจำกัด เธอขังตัวเองไว้ในความกดดันที่ต้องเป็นเส้นตรงที่สมบูรณ์แบบ จนกระทั่งร่างกายเริ่มประท้วงและส่งผลให้องศาการยิงของเธอคลาดเคลื่อนไปอย่างที่เธอไม่ยอมให้อภัยตัวเอง ในวันที่โลกของลิลลี่เริ่มสั่นคลอน เบลเล่ รุ่นน้องข้างบ้านที่เป็นนักศึกษาสถาปัต ผู้เต็มไปด้วยความอบอุ่น ก็ก้าวเข้ามาในโลกที่แสนเงียบงัน เข้ามาเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเธออย่างนุ่มนวล ลิลลี่ที่เคยเป็นฝ่ายแบกความหวังของทุกคนไว้เพียงลำพัง เริ่มเรียนรู้ที่จะแบ่งปันน้ำหนักนั้นมาฝากไว้ที่เบลเล่ และยอมรับว่าเธอไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กสาวคนนี้

            เบลเล่ : องศาพี่ตกลงไปสองมิลนะคะ

            ลิลลี่ : สายตาดีเกินไปแล้วนะเรา งานสถาปัตย์เขาห้ามสายตาคลาดเคลื่อนขนาดนั้นเลยหรือไง

            เบลเล่ : ไม่ใช่แค่งานหรอกค่ะ แต่เพราะเบลจ้องมอง 'เป้าหมาย' ของเบลอยู่ตลอดต่างหาก เลยรู้ว่าตรงไหนที่มันเปลี่ยนไป

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The Right Angle

Pen Name : A'Nizz

            Lilly, a premier recurve archer, embodies grace and precision, earning the nickname "moving sculpture" with her calm demeanor and impeccable technique. However, beneath her seemingly perfect exterior lies a struggle: chronic pain in her left wrist and shoulder, the result of relentless training. She's ensnared by the relentless pursuit of a flawless straight line, pushing herself until her body rebels, leading to an angle she cannot forgive herself for. But on a day when everything starts to feel shaky, Belle, her friendly neighbor and aspiring architect, quietly steps into her life, becoming a comforting presence. Once burdened by everyone's expectations, Lilly finds solace in sharing her struggles with Belle, learning that perfection isn't always necessary in this young woman's company.

            Belle : “Your angle dipped by two millimeters, right?”

            Lilly : “Your vision is incredible! Do architecture students really need such keen eyesight?”

            Belle : “It’s not just about the studies; I’m always focused on my ‘target,’ which is why I can see the changes so clearly.”

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... Too Loud to Hide เสียงหัวใจหลังม่าน

นามปากกา : BuBuBear

            ลิลลี่ รุ่นพี่ปี 3 ของชมรมละครเวที สาวร่างสูงผู้สุขุมพูดน้อย รอยยิ้มของเธอหายากพอ ๆ กับวันว่างในตารางซ้อมเลยหล่ะ เบลเล่ เฟรชชี่ปี 1 เด็กสาวผู้มีรอยยิ้มสดใสร่าเริง พูดเก่ง ตั้งใจมาสมัครชมรมละครเวทีเพราะแอบปลื้มใครบางคนมานานก่อนมาเรียนที่นี่เสียอีก ในวันเปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ของชมรม เบลเล่ยื่นใบสมัครด้วยมือที่สั่นนิด ๆ พร้อมกับรอยยิ้มและพูดเสียงใส “ฝากตัวด้วยนะคะพี่ลิลลี่ หนูอยากเล่นคู่พี่สักครั้ง” ลิลลี่มองนิ่ง ๆ ก่อนตอบสั้น ๆ "ถ้าตั้งใจซ้อม...ก็คงมีโอกาส" แต่คืนนั้นเธอกลับเผลอจำรอยยิ้มแก้มขีดนั้นได้ชัดกว่าบททั้งหน้าเสียอีก ด้วยความมุ่งมั่นฝึกซ้อมของสาวรุ่นน้อง ทำให้ทั้งสองถูกจับคู่เป็นตัวเอก พอถึงช่วงซ้อมบท มีฉากหนึ่งที่ต้องยืนใกล้กันมากเสียจนต่างได้ยินเสียงหัวใจอีกฝ่าย เบลเล่เผลอพูดผิดเพราะตื่นเต้น ลิลลี่จึงจับมือเบา ๆ แล้วกระซิบบอกสาวร่างเล็ก “มองตาพี่สิ แล้วพูดตามที่รู้สึก” เบลเล่มองเข้าไปในดวงตาที่เคยคิดว่าเย็นชา แต่กลับอ่อนโยนจนใจสั่นไหว ส่วนลิลลี่ก็รู้ตัวชัดเป็นครั้งแรกว่าที่เธอพูดน้อย…ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก แต่เป็นเพราะกลัวเสียงหัวใจตัวเองดังเกินไปเวลาอยู่ใกล้รุ่นน้องคนนี้ต่างหาก

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Too Loud to Hide

Pen Name : BuBuBear

            Lilly, a junior in the drama club, stood tall and composed, her quiet demeanor often overshadowed by the rarity of her smile—like a day off from endless rehearsals. Enter Belle, a bubbly first-year who was as bright as she was chatty, drawn to the club by a long-standing crush from before her school days. On the day she signed up, Belle nervously submitted her application, her hands trembling slightly, but her smile beaming bright as she sweetly requested, "Please, Lilly, I’d love to act alongside you at least once." Lilly regarded her in silence for a moment before responding succinctly, "If you practice hard... then maybe you'll get that chance." Yet that evening, Lilly found herself replaying Belle's dimpled smile in her mind far more than the lines of their script. Thanks to Belle's determination to improve, they were cast as the leading duo. During one rehearsal, they found themselves so close that the rhythm of their heartbeats mingled in the air. In a moment of nervousness, Belle stumbled over her words, prompting Lilly to gently grasp her hand and whisper, "Look me in the eyes and share your feelings." As Belle gazed into Lilly's eyes, which she once perceived as cold but now found warm and inviting, her heart raced. It was in that moment that Lilly understood her silence wasn’t an absence of emotion but rather a fear that her own heart would echo too loudly in the presence of this spirited junior.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Take on Me.

นามปากกา :  dreamlikexx_

            ฤดูหนาวปี ค.ศ. 1980 เอดินบะระ สกอตแลนด์ เบล นักศึกษาแพทย์ ที่ต้องเจอกับเรื่องราวลึกลับ เมื่อรูมเมทของเธอเป็น ผี ใครๆ ก็ต่างว่าเธอเรียนเยอะจนเพี้ยน ตลอดระยะเวลา 1 ปี เธอมีแค่ “รินทร์” หญิงสาวร่างสูงหน้าคม เป็นรูมเมท และเบลรักรินทร์มาก ทว่า…วันนึงเบลได้พบกับความจริงโดยบังเอิญ ว่า “รินทร์” รูมเมทของเธอนั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบเดียวกับเธอแล้ว รินทร์จากโลกนี้ไปครบ 2 ปี หัวใจดวงเล็กของเบลแตกสลาย เบลรักรินทร์ไปแล้ว และไม่อาจยอมรับความจริงได้ ร่างกายของรินทร์เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อเบลรู้ความจริง และรินทร์ก็ไม่กลับมาหาเบลอีกเลย . . . เวลาผ่านไป 1 ปี เบลมีรูมเมทหญิงสาวตัวสูงหน้าตี๋ขี้เล่น ชื่อ “ลิน” เข้ามาในชีวิต เติมเต็มหลายๆ สิ่งให้เบลอีกครั้ง ยังกับว่า ทั้งคู่คือคนเดียวกัน เบลเริ่มเปิดใจให้ลินในหลายๆ เรื่อง เรียนรู้กันและกันมากขึ้น ใครจะรู้ว่าลินก็มี “รินทร์” เป็นเพื่อนด้วยเหมือนกัน…. “รินทร์นี่หน้าเหมือนเราจนคิดว่าเป็นแฝดแล้วนะ…” ลินย่นคิ้วอย่างสงสัยกับใบหน้าของคนตรงหน้า . . . “รินทร์จะอยู่กับเบลเสมอ” “และรินทร์จะจากไปเมื่อเห็นเบลมีความสุขแล้ว”

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Take on Me.

Pen Name :  dreamlikexx_

            In the chilly winter of 1980, nestled in Edinburgh, Scotland, a young medical student named Bell finds herself in an uncanny predicament: her roommate is a ghost. While everyone around her assumes that her intense studies have pushed her over the edge, Bell knows that her beloved roommate Rin—a stunningly tall and elegant woman—has been her only companion for an entire year. Bell’s affection for Rin runs deep, but one fateful day, she stumbles upon a heart-wrenching revelation: Rin, that person she cherishes, has been dead for two years. This shatters Bell's world; the loss is unbearable. As reality sinks in, Rin's ethereal form begins to shift, and she fades further away from Bell's life. Fast forward a year, and Bell shifts her focus to a new roommate—Rin, a spirited and tall Asian woman who seems to fill the emptiness that Rin left behind. Their bond feels almost destined, as if they are kindred souls. As they start to open up to one another, Bell is blissfully unaware that Rin, too, holds a connection to Rin. "Rin, you look so much like my twin!" Rin exclaims, her brow furrowing in genuine confusion as she regards Bell. But deep down, Rin’s spirit remains tethered to Bell, waiting for the moment she can finally allow her beloved to find joy without her. "Rin will always be there for Bell," whispers the air, "and she'll know it's time to step back when she sees Bell truly happy."

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... วันหนึ่งจะเป็นแฟน(คลับ) ส่วนวันนี้ขอเป็นแฟนเธอ

นามปากกา : เจ้านัทเป็นแม่เคะ

            ช่วงเวลาสี่ปีเดินเร็วเหมือนฟิล์มใกล้หมดม้วน “ลิล” นักศึกษาเอกการถ่ายภาพ ผู้ซ่อนความรู้สึกไว้หลังเลนส์ถ่ายภาพ เธอคอยถ่ายทุกก้าวฝันของ “เบล” เด็กเอกการแสดง เด็กสาวตัวเล็ก หน้าหวานที่มัดใจลิลตั้งแต่รู้จักกัน เบลเชื่อในความฝันว่าเวทีคือบ้าน สปอตไลต์ที่ส่องมาคือดวงดาวของตน ทุกครั้งที่มีการแคสงาน ลิลจะอยู่เคียงข้างเบลเสมอ หากได้งาน คนที่ยืนให้กำลังใจอยู่แถวหลังสุดคือลิล หากถูกปฎิเสธ ไหล่นุ่มๆ ของคนตัวสูงก็คือเซฟโซนของเบลเสมอ ความเป็นเพื่อนไม่อาจก้าวข้าม กระทั่งวันสุดท้ายในฐานะเพื่อนมหา'ลัย ดอกลิลลี่สีขาวถูกยื่นมาตรงหน้าเบล ไม่รู้โลกจะเหวี่ยงให้มาได้เจอกันอีกไหม ลิลจึงรวบรวมความกล้าเอ่ยคำที่ติดอยู่ในใจ ‘ถ้าวันหนึ่งเธอได้เป็นซุปตาร์ เป็นคนดังอย่างที่ฝัน เราขอเป็นแฟนคลับคนแรกเลยนะ’ ‘แล้ววันนี้ล่ะ ลิล’ คนสูงกว่าเม้มปากเล็กน้อย ‘วันนี้... ขอเป็นแฟนเธอก่อนจะได้ไหม’ รอยยิ้มสดใสจนตาหยีตามนิสัย รอยยิ้มที่ทำให้ลิลตกหลุมรักเบลจนหมดหัวใจ คำหวานจากคนตัวเล็กกว่าที่ทำให้คนตัวสูงเผยรอยยิ้มกว้าง ‘ด้อมของเบลเข้าแล้วห้ามออกนะ ส่วนสิทธิพิเศษดูแลหัวใจเป็นของแฟนคลับคนแรกค่ะ’

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... One day, I’ll be a fan, but for now, I just want to be your girlfriend.

Pen Name : เจ้านัทเป็นแม่เคะ

            Four years sped by like a film reel approaching its final frame. Lil, passionate about photography, masked her emotions behind her camera, documenting every moment of Bell's remarkable journey. Bell, with her charming smile, was an acting major who had enchanted Lil from their very first encounter. She was a dreamer, convinced that the stage was her true home and the spotlight was her destiny. Whenever Bell auditioned, Lil was right there, unwavering in her support. If Bell landed a role, Lil cheered enthusiastically from the back of the room. If the outcome wasn’t in her favor, the taller girl’s comforting shoulder became Bell's refuge. Their bond was unshakeable—until the bittersweet final day of their university life. As a symbol of their friendship, Lil presented Bell with a delicate white lily. Uncertain where life would lead them next, she summoned her bravery and shared what she had kept close to her heart: "If you ever reach that superstar dream, I want to be your very first fan." Bell’s eyes twinkled with curiosity as she leaned in, “And what about today, Lil?” She bit her lip playfully. “Today... how about I be your girlfriend first?” Lil’s heart melted at that radiant smile, the one that crinkled her eyes and filled her with an overwhelming affection for Bell. The sweet response from Lil only broadened the beam on Bell’s face. “Once you’re part of Bell’s fandom, there’s no turning back!” she teased, claiming the precious role of being the special guardian of her heart, reserved for the very first fan.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... Bad Girl Like Me

นามปากกา : Iamnoeynuii

            “ลินดา” ตัวแม่สายแซ่บ สวย มั่นใจ รู้ว่าตัวเองมีอิทธิพลกับคนรอบข้าง ชินกับการเป็นฝ่ายเลือกและฝ่ายคุมเกมมาตลอด จนกระทั่งเธอได้เจอ “มีนา” เด็กสาวหน้าตาเรียบร้อย พูดน้อย วางตัวสุภาพ ดูติ๋มจนไม่น่ามีพิษภัย ลินดาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ด้วยความคิดว่าอีกฝ่ายคงรับมือไม่เก่ง ทั้งคู่ตกลงกันชัดว่าเป็นความสัมพันธ์แบบไม่ผูก ไม่คาดหวัง ลินดาเป็นเมะรุกแรง ส่วนมีนาเป็นเคะที่ยอมให้เข้าใกล้อย่างเงียบ ๆ แต่ยิ่งอยู่ด้วยกัน ลินดากลับเริ่มแพ้ทางความนิ่งของมีนา แพ้รอยยิ้มบาง ๆ และการอยู่ตรงนั้นเสมอโดยไม่เรียกร้องอะไร คนที่ดูติ๋มกลับเป็นคนที่มั่นคงที่สุด เมื่อถึงวันที่มีนาเลือกถอยอย่างสุภาพ ลินดาถึงได้รู้ว่า คนที่แพ้จริงไม่ใช่เคะติ๋ม แต่เป็นตัวแม่ที่เผลอรู้สึกไปก่อน สุดท้ายลินดาเป็นฝ่ายเดินกลับไปหา ยอมรับว่าครั้งนี้เธอไม่ได้อยากชนะ แต่อยาก “เลือก” มีนาอย่างจริงใจ จากตัวแม่ที่ไม่เคยแพ้ใคร กลับแพ้ทางคนติ๋ม ๆ แบบถอนตัวไม่ขึ้น

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Bad Girl Like Me

Pen Name : Iamnoeynuii

            Linda, a bold and self-assured woman, is fully aware of the sway she holds over those in her orbit. She's always been the one calling the shots, steering the course of events—until she crosses paths with Meena, a soft-spoken, understated girl who appears harmless. Linda dives in, convinced that Meena won't stand a chance against her. They settle into a casual, no-strings-attached arrangement; Linda takes on the dominant role while Meena quietly submits, allowing Linda space to draw close. Yet, as their time together unfolds, Linda unexpectedly finds herself enchanted by Meena's tranquil demeanor, her sweet smile, and the steady calm she exudes. The girl who seemed so fragile reveals a profound resilience. When Meena gently pulls away, Linda comes to a startling realization: she isn’t the one in control, but rather the strong woman who has deeply fallen for her. In the end, Linda returns, not seeking to dominate but to genuinely "choose" Meena. Once the queen of every encounter, she’s now utterly enchanted by the quiet strength of the seemingly meek Meena.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “ลิลลี่ - เบลเล่”

ที่จะมาปล่อยออร่าความน่ารัก สดใส ซุกซน

ส่งถึงใจเหล่าแฟน ๆ จนทำเอาทุกคนจะต้องยกมือมากุมใจไปตาม ๆ กัน!

Look ตรุษจีน ของ “ลิลลี่-เบลเล่”

            โดย “ลิลลี่” ได้เป็นตัวแทนในการเผยว่า ตอนแรกที่เห็น “เบลเล่” ในลุคเทศกาลวันตรุษจีน ค่อนข้างเซอร์ไพรส์มาก ๆ พร้อมเสริมว่า ปกติตนนั้นไม่ค่อยได้เห็น “เบลเล่” ในลุคเก็บผมเรียบร้อยแบบนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งก็เป็นอีกลุคของ “เบลเล่” ที่ถูกใจ “ลิลลี่” มาก ๆ

            ทางด้านของ “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ตอนที่ตนเห็น “ลิลลี่” ในลุคผ้าคาดตานี้ ตนประทับใจ และชื่นชอบมาก เนื่องจากในลุคนี้ของ “ลิลลี่” มีการนำสีดำที่เป็นสีที่ “ลิลลี่” ชอบ มาผสมผสานกับสีแดง ที่เป็นสีสัญลักษณ์ประจำวันตรุษจีน ผสมผสานออกมาแล้วมันลงตัว สวย เท่ และยังคงมีความลึกลับ น่าค้นหาอยู่ในตัวอีกด้วย

“ลิลลี่ยูจะบังพี่ทำไม!? ”

            งานนี้พี่ๆดีเจก็ได้เสิร์ฟคอนเทนต์เอกลักษณ์ ที่เป็นที่จดจำอย่างมีม ‘ลิลลี่! ยูจะบังพี่ทำไม Who never know ตอนนั้นหน้าช่าเป็นยังไงไม่มีใครทราบ เพราะลิลลี่ยูบังพี่!’ ซึ่งตัวของ “เบลเล่” ก็ทำออกมาได้ดี และสร้างเสียงหัวเราะให้กับเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ได้เป็นอย่างมาก

            ซึ่งเจ้าตัวอย่าง “ลิลลี่” ก็รู้สึกว่า มีมนี้อยู่มานานมาก และเป็นมีมที่สามารถนำกลับมาเล่นได้ตลอด เปรียบเสมือนเป็นมีมในตำนานสุด ๆ และส่วนตัวรู้สึกเซอร์ไพรส์มาก ๆ ที่ตัวเองได้เป็นมีมในตำนานถึง 1 ทศวรรษ หรือ 10 ปีเลยทีเดียว

วลี “เขินส่วนสูงมากกก!”

            โดย “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคนที่ส่วนสูง สูงกว่าเธอมาก ๆ ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็ก จึงคิดว่าหากมีหวานใจเป็นคนที่ตัวสูงกว่า เวลาที่มองเขา ทำให้รู้สึกว่าเขาเท่ และดูปกป้องเราได้ เรียกได้ว่า เมื่อฟังจบสาว “ลิลลี่” ก็ยิ้มไม่หุบกันเลยทีเดียว

ความแตกต่างของ “I WANNA BE SUP’TAR ” จากปี 2558

            “ลิลลี่” ได้เป็นตัวแทนในการเผยว่า ซีรีส์เรื่องนี้ หลังจากที่ได้มีการ Remake จากเดิมในปี 2558 สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะมีการเพิ่มเนื้อหา ความน่ารัก โรแมนติกเพิ่มขึ้น และจากเดิมที่มีจำนวนตอน 32 ตอน จะเหลือเพียง 8 ตอนเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีการปรับบท และคำพูดต่าง ๆ ให้เข้ากับสมัยใหม่มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ความท้าทายของบท “วิน - วันหนึ่ง”

            โดย “เบลเล่” ก็ได้เผยว่า ในด้านความโก๊ะ ความเปิ่น ของตนนั้นมีอยู่แล้วจากการเป็นตัวของตัวเอง แต่เอเนอจี้ก็ยังไม่เท่าตัวละคร “วันหนึ่ง” อยู่ดี เพราะเป็นคาแรคเตอร์ที่มีพลังเยอะ และจะสดใส ร่าเริง อยู่แทบจะในทุก ๆ ซีนที่ถ่ายทำ อีกทั้งยังได้เสริมว่า เวลาไปกองถ่าย จะต้องพกเครื่องดื่มชูกำลังไปด้วยทุกวัน เพื่อที่จะเพิ่มเอเนอจี้ ความร่าเริง สดใส นี้ให้กับตัวเองตลอดทั้งวัน

            ด้านของ “ลิลลี่” ก็ได้เผยว่า ตัวตนจริง ๆ ของตนนั้นเป็นคนชอบพูด ชอบคุย ติดเล่น ติดแซว แกล้งคนอื่นไปทั่ว ทำให้การสวมบาทคาแรคเตอร์ “วิน” ในเรื่องนี้ ที่มีความนิ่ง สุขุมอยู่มากนั้น เป็นเรื่องที่ท้าทาย และต้องมีการ Workshop อย่างหนัก

            อีกทั้ง “เบลเล่” ได้เสริมว่า ‘บทในเรื่องนี้ยากมาก ๆ ต้องทำการบ้านหนักมาก ในตอนแรกที่หนูไป Workshop คือพี่ผู้กำกับเครียดมาก เพราะหนูเล่นเหมือนเอเนอจี้จะยังไม่เท่าตัวละคร “วันหนึ่ง” เขาต้องให้หนูกระโดดตบ แล้วก็วิ่ง 10 รอบ ก่อนเข้ากองเพื่อให้มีเอเนอจี้ได้เต็มที่’ ทำเอาเหล่าดีเจ และแฟน ๆ หัวเราะ และอดเอ็นดูในสิ่งที่ได้ยินไม่ได้

เส้นทางของ “วันหนึ่ง” กับ “เบลเล่” คล้ายกันไหม?

            “เบลเล่” ได้เผยว่า จริง ๆ แล้วตัวของตน และ “วันหนึ่ง” แอบมีความคล้ายคลึงกัน ตรงที่มีความพยายามในการทำงาน มีแพชชั่น ตั้งใจเวลาทำงานทุกครั้ง และรู้สึกว่า เวลาที่ได้สวมบทบาทเป็นตัวละครนี้ในการถ่ายทำ ก็ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไม “วันหนึ่ง” ถึงเต็มที่กับทุก ๆ งานขนาดนี้

ถ้าต้องอยู่ในบ้านเดียวกัน ฉบับ “ลิลลี่ - เบลเล่” ชีวิตจริง!

            โดย “ลิลลี่” ได้เผยว่า กฎข้อแรกที่เธอจะตั้งหากได้อยู่ด้วยกัน คือ ‘ห้ามกินเยอะ’ เนื่องจาก “เบลเล่” เป็นคนที่กินเยอะมาก ๆ และกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน แล้วก็ยังไม่ชอบออกกำลังกายอีก ทำเอาแฟน ๆ อดคิดต่อกันไม่ได้ว่า ดูทรงแล้วคงจะแอบเป็นห่วงสุขภาพกันแน่ ๆ

            ด้านของ “เบลเล่” ก็ได้ตั้งกฎข้อที่สองว่า ‘ห้ามเปิดแอร์ร้อน’ เนื่องจาก “ลิลลี่” เป็นคนขี้หนาว และไม่ชอบอยู่ในอากาศหนาว แต่ตัวของเธอนั้น กลับเป็นคนที่ชอบอากาศหนาวมาก ๆ ความต่างสุดขั้วนี้ของทั้งคู่ เรียกได้ว่า น่ารักสุด ๆ ถึงแม้ท้ายที่สุด “พี่ลิลลี่” จะต้องยอมให้น้องเปิดแอร์หนาวเวลาอยู่ด้วยกันก็ตาม

‘อยากเป็นคนสำคัญของเธอ’ เวอร์ชั่น 2568 !

            ปิดท้ายช่วงสัมภาษณ์ด้วยการที่พี่ ๆ ดีเจให้ทั้งสองสาวได้ร้องเพลงประกอบซีรีส์ ‘อยากเป็นคนสำคัญของเธอ’ แบบสด ๆ และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เสียงใส ๆ ของสาว ๆ ทำเอาแฟน ๆ ต้องยิ้มฟิน ใจละลาย ตกหลุมรักไปตาม ๆ กัน

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะส่งมอบความน่ารัก สดใส ตกแฟน ๆ เข้าด้อมแบบเต็มเปา

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดท้าทายมาให้ “ลิลลี่ - เบลเล่” เล่นกันด้วย กับเกมว่า ‘ลิลลี่ เบลเล่ I wanna be … ’ 

งานนี้ทั้งคู่จะส่งมอบความน่ารัก แก่นซนกันขนาดไหน สามารถไปรับชมความเปิ่นโก๊ะของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบ No Limit กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ลิลลี่ - เบลเล่”

โทรกลับ และพูดคุยกับแฟน ๆ จนทำเอาแฟน ๆ เสียอาการ และซาบซึ้งไปตาม ๆ กัน

            สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลิลลี่ - เบลเล่” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ รวมถึงขอบคุณที่มาสร้างทั้งความสุข รอยยิ้ม และความน่ารักตลอดค่ำคืน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์ “I WANNA BE SUP’TAR วันหนึ่งจะเป็นซุปตาร์” สามารถรับชมได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่อง ONE 31 และรับชมเวอร์ชั่น UNCUT ได้ทางแอปพลิเคชัน oneD รับประกันความเปิ่นโก๊ะ น่ารัก คอมเมดี้ เบาสมองแน่นอนนน!

สามารถเข้าไปรับชมโมเมนต์ความฟินของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-