
รายการ EFM FANDOM LIVE [ 8 มกราคม 2569 ] ค่ำคืนนี้มาเบิร์นความเหนื่อยล้า เยียวยาด้วย “ออฟ - กัน” ไปกับ 2 ดีเจคู่หู “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”
ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 เรื่องนี้มีชื่อว่า... Loop fall วงจรแห่งคืนดาวตก
นามปากกา : meow Hamburger
ทุกครั้งที่เกิดฝนดาวตก อคิณ ชายหนุ่มผู้ทำงานกลางคืนหลงใหลการดูดาว จะฝันถึงภาพเดิมของชายคนหนึ่งยืนอยู่กลางทุ่งกว้างใต้ท้องฟ้าไร้ขอบเขต เขาพยายามเดินเข้าไปหา แต่ไม่เคยไปถึง ความฝันจบลงก่อนจะได้เอื้อมมือแตะอีกฝ่าย ทิ้งความรู้สึกค้างคาเหมือนเคยทิ้งใครบางคนไว้เบื้องหลัง
วรัน นักประวัติศาสตร์ฝึกงาน ค้นพบบันทึกดาราศาสตร์จากหลายยุคสมัยที่ผิดปกติ เหตุการณ์ฝนดาวตกซึ่งห่างกันหลายร้อยปีกลับมาพร้อมบันทึกการสูญเสียบุคคลสำคัญ และชื่อสองชื่อที่ปรากฏคู่กันซ้ำๆ ยิ่งค้นลึกความทรงจำที่ไม่ใช่ของชาตินี้เริ่มแทรกเข้ามา จนเข้าใจว่านี่คือวงจรที่ถูกสร้างขึ้นในอดีต ผูกชีวิตของคนสองคนไว้กับคืนดาวตก เพื่อรักษาเสถียรภาพของกาลเวลา หากไม่ตัดวงจร การจากลาจะเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง เมื่อได้พบกันความสัมพันธ์เริ่มจากความลังเล อคิณ พยายามถอยห่าง เพราะเชื่อว่าหากวรันไม่มาเกี่ยวข้อง อีกฝ่ายจะปลอดภัยในคืนดาวตกครั้งสำคัญ เขาตัดสินใจจะทำลายจุดกำเนิดลูปเพียงลำพัง แต่อคิณกลับมาปรากฏตัวในนาทีสุดท้าย ไม่ใช่เพราะจำอดีตชาติได้ทั้งหมด เเต่เข้าใจจากความฝัน เมื่อวงจรถูกทำลายความทรงจำอดีตชาติค่อยๆเลือนหาย มีเพียงความรู้สึกที่เข้าใจซึ่งกันเเละกันที่ตัดสินใจเดินต่อด้วยกัน
FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Loop fall : The enchanting rhythm of a night filled with falling stars.
Pen Name : meow Hamburger
Every time a meteor shower occurs, Akin, a young man who works nights and is fascinated by stargazing, dreams the same image: a man standing in a vast field under an endless sky. He tries to walk towards him, but never reaches him. The dream ends before he can touch the other man, leaving a lingering feeling of incompleteness, as if he had once left someone behind.
Waran, an intern historian, uncovers strange astronomical records spanning various eras. A meteor shower, occurring centuries apart, coincides with the loss of key figures and the repeated mention of two names. As he investigates further, fragmented memories from another life emerge, revealing a cycle from the past that ties two individuals to the meteor shower night, crucial for time's stability. If they don’t break the cycle, they’ll be forced apart again. When they finally meet, Akin tries to keep his distance, thinking it will protect Waran. He decides to confront the source of the cycle alone but shows up at the last moment, influenced by a dream rather than a full recollection of his past lives. As they break the cycle, their memories start to fade, but a deep understanding remains that draws them together.

FANFICTION เรื่องที่ 2 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ปรปักษา ดวงใจสฤคาล
นามปากกา : ปลายหยดน้ำ
ตำนานเล่าว่าสัตย์สองพวกที่เป็นอริกันมาช้านานคืออินทรีกับหมาป่า ซึ่งเคยเป็นสหายรักกันมา แต่ต้องห้ำหั่นกันเพราะเจ้าหมาป่าเผลอไปกินลูกอินทรีแรกเกิด นั่นทำให้ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต มีหมาป่าที่ไหนต้องไม่มีอินทรีที่นั่น หากมีอินทรี หมาป่าก็ต้องถูกปลิดชีพ อยู่ด้วยกันไม่ได้ สฤคาลเล่าเรื่องตำนานนี้ให้กับนักศึกษาทุกรุ่นฟัง เขาเองคือหนึ่งในเผ่าพันธุ์หมาป่าที่หลงเหลืออยู่ แต่ใครเลยจะรู้ว่าคนรักของเขา เวหลจะเป็นพญานกอินทรี และเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นก็คือพวกเขารักกันโดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าอีกฝ่ายคือศัตรู จนในที่สุดเกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ และคนที่จะต้องต่อสู้เพื่อนำชัยชนะมาให้เผ่าของตน ก็คือสฤคาล และเวหล แม้ทั้งคู่จะรักกันมากเพียงใดแต่หน้าที่ก็ต้องมาก่อน ทั้งสองกลายร่างเป็นหมาป่าและอินทรี ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งหมาป่าตะครุบอินทรีไว้ได้ "ถึงเวลาแล้ว จัดการสิ" หมาป่าเอ่ย "ข้าทำไม่ได้" อินทรีบอก "ถ้าเจ้าไม่ทำ ข้าจะฆ่าเจ้า" "ข้ายินดี" เวหลหลับตาพร้อมตายด้วยกรงเล็บของคนรัก 'จึก' จงอย (จะ-งอย) ปากของอินทรีปักไปที่ขั้วหัวใจ หมาป่า เวหลลืมตาขึ้นและได้พบกับรอยยิ้มอบอุ่น...รอยยิ้มสุดท้าย...ของคนรัก
FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The foe, the essence of a warrior.
Pen Name : ปลายหยดน้ำ
Legend has it that eagles and wolves have been rivals for ages. Once friends, they became enemies when a wolf accidentally ate a baby eagle. This sparked a deadly cycle: where wolves roamed, eagles couldn’t survive, and vice versa. Sarikal, one of the few remaining wolves, shared this tale with each new generation. Little did he know that his beloved Vela was a stunning eagle. Their love blossomed despite their species’ rivalry. When war erupted between their kind, duty overshadowed their feelings. They transformed into their animal forms and fought hard. At a crucial moment, Sarikal caught Vela. “Finish it,” he said. “I can’t,” she replied. “If you don’t, I’ll kill you,” he threatened. “I accept my fate,” Vela said, ready to die. With a swift strike, she pierced his heart. When Vela opened her eyes, she saw one last warm smile from her lover.

FANFICTION เรื่องที่ 3 เรื่องนี้มีชื่อว่า... คำอธิษฐานวันปีใหม่
นามปากกา : Or.Soblue
'อยากมีแฟน' กร นำคำอธิษฐานของตนไปแขวนไว้บนต้นไม้ โดยที่ไม่ยอมให้เอสอ่าน ทั้งสองเดินเล่นจนกรเริ่มหนาว เอสบ่นว่ากรไม่ยอมหยิบเสื้อกันหนาวมา แต่ก็สวมแจ็คเก็ตยีนส์ของตนให้กรทันที เอสดูแลกรได้ดีมาก ทำให้ไม่ว่ากรจะมีแฟนมากี่คน ก็ไม่มีใครสู้เอสได้เลย จนกรได้แต่คิดว่า คงดีถ้าได้เป็นแฟนกับเอส ทว่า เอสไม่เคยแสดงออกว่าชอบตนเลย จนวันนี้ กรหันไปสารภาพกับเอสว่า เริ่มรู้สึกดีกับเอสขึ้นเรื่อย ๆ เขาอยากเป็นแฟนกับเอส แต่ถ้าเอสไม่ได้คิดเหมือนกัน ก็ขอให้เอสลืมเรื่องในวันนี้ และเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เอสจึงพูดขึ้นว่า ‘พอได้ชอบไปแล้วครั้งหนึ่ง มันกลับไปเป็นเพื่อนยาก’ จนกรเริ่มใจเสีย แต่เอสก็เฉลยว่า เขาเข้าใจ เพราะเขาเป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว เอสชอบกร แต่เอสกลัวว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะพัง หากกรไม่คิดเหมือนกัน เอสรู้ว่ากรแพ้คนเทคแคร์ ดังนั้นเอสเลยทำทุกอย่าง ไปด้วยทุกที่ ไปรับไปส่ง เพื่อให้กรชอบตนบ้าง และในที่สุด ความพยายามของเอสก็เป็นผล "มึงรู้ไหมว่ากูเขียนคำอธิษฐานเดิม ๆ มาหลายปีแล้ว" "มึงเขียนว่าอะไร?" "อยากมี 'มึง' เป็นแฟน ... ขอบคุณที่ทำให้คำอธิษฐานของกูเป็นจริงนะ"
FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... New Year's wish
Pen Name : Or.Soblue
I want a boyfriend," Gorn said, hanging his wish on a tree and keeping it away from Est. They strolled until Gorn got chilly, prompting Est to complain about his lack of a jacket before offering him his denim one. Est took such good care of Gorn that he realized no previous boyfriend compared to him. Gorn couldn't help but fantasize about being with Est. Finally, Gorn confessed his feelings and asked if Est felt the same. If not, he suggested they just stay friends. Est replied, "Once you like someone, it's tough to go back to just friendship." Gorn felt down, but Est explained that he understood—not wanting to risk their bond. He had been trying to win Gorn over by always being there for him. Eventually, Est's persistence paid off. "You know, I’ve been wishing for years," he said. "What’s your wish?" Gorn asked. "I want you to be my boyfriend. Thanks for making it come true.

FANFICTION เรื่องที่ 4 เรื่องนี้มีชื่อว่า... ระยะใกล้กว่าที่คิด
นามปากกา : NearEnough
ออฟ เป็นลูกค้าประจำของร้านกาแฟเล็กๆ เขานั่งโต๊ะเดิม สั่งเมนูเดิมเสมอ กัน คือบาริสต้าที่จำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่ระดับความขมของกาแฟ ไปจนถึงเวลาที่ออฟเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว พวกเขามีเพียงบทสนทนาสั้นๆ เรื่องฝน รถติด หรือกาแฟขมไปหรือเปล่า แม้ระหว่างทางไปออฟฟิศจะมีร้านกาแฟดีกว่านี้อีกหลายร้าน แต่ออฟก็เลือกที่จะแวะร้านนี้เสมอ ต่างคนต่างรู้ว่ามีบางอย่างอยู่ในใจเหมือนกันเกินกว่าจะเรียกว่าเรื่องบังเอิญ แต่ไม่มีใครกล้าพูดมันออกมา จนคืนหนึ่งหลังปิดร้าน เหลือเพียงโต๊ะตัวเดิม และความเงียบที่ไม่อาจหลบเลี่ยง กันตัดสินใจไม่ปล่อยให้ความรู้สึกนั้นเป็นแค่วันธรรมดา เขาพูดความในใจออกมาทั้งหมด “พี่ออฟครับ ผมคิดอยู่นานมากว่าจะพูดมันออกมาดีไหม” กันกำมือเป็นกำปั้นแน่นที่อกข้างซ้าย “แต่ผมรักพี่ได้แค่เท่านี้เองครับ” “เขาบอกว่าหัวใจคนเรามีขนาดเท่ากำปั้น ผมรักพี่ได้แค่นี้จริงๆ” ออฟไม่ตอบ เขาเพียงคลี่กำปั้นนั้นออกอย่างแผ่วเบา แล้ววางมือของตัวเองทับลงไป “ถ้าหัวใจเรามีขนาดเท่ากำปั้นจริง ๆ” “พี่ว่าของพี่…น่าจะพอดีกับของกัน” ร้านกาแฟยังเล็กเหมือนเดิม กาแฟสองแก้วบนโต๊ะตัวเดิม แต่ระยะห่างระหว่างหัวใจกลับใกล้กว่าที่เคย
FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Closer than expected.
Pen Name : NearEnough
Off was a regular at the local coffee shop, always seated at the same table, ordering the same drink. Gun, the barista, remembered every detail—from the bitterness of the coffee to the way Off smiled without realizing it. Their chats were brief, covering topics like the rain and traffic; despite better coffee options nearby, Off always chose this spot. They both felt a deeper connection but never voiced it. One night, after closing, with only silence between them, Gun decided to share his feelings. “Off, I’ve thought a lot about saying this,” he said, pressing a hand to his chest. “I can only love you this much.” Off didn’t respond immediately. He gently unfolded his fist and placed his hand over Gun’s. “If our hearts are the size of a fist, mine would fit perfectly with yours.” The coffee shop felt the same, and though the cups remained unchanged, their hearts had never been closer.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... ทฤษฎีวงโคจรที่ 0.21: เมื่อโลกทั้งใบกลายเป็นสีพาสเทล
นามปากกา : ci_ci.gg
ในวันที่ท้องฟ้ากรุงเทพฯ กลายเป็นสีชมพู 'กัน' ตื่นมาพร้อมกับพบว่าตัวเองมีพลังพิเศษ... พลังที่แค่สบตาใคร คนคนนั้นจะเห็นละอองดาวปลิวออกมาจากไหล่เขา แต่พลังนี้กลับใช้ไม่ได้ผลกับ 'ป่าปี๊' รุ่นพี่หนุ่มหน้านิ่งที่กันแอบชอบมาตลอด "ทำไมพี่ไม่เห็นดาวของกันล่ะ?" กันเอ่ยถามขณะที่ทั้งคู่ติดฝนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้านดอกไม้ ออฟไม่ตอบ แต่กลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน ก่อนจะถอดเสื้อตัวนอกมาคลุมหัวให้คนตัวเล็กกว่า "ไม่เห็นดาวหรอก... เพราะในตากันมันมีพระจันทร์อยู่ทั้งดวงแล้วไง" วินาทีนั้น โลกทั้งใบพลันหยุดหมุน กลิ่นฝนกลายเป็นกลิ่นวานิลลาหอมหวาน ออฟประคองแก้มใสแล้วกระซิบประโยคที่ทำให้อุณหภูมิรอบข้างพุ่งสูงขึ้น "ไม่ต้องใช้พลังพิเศษหรอก แค่กันยิ้ม... พี่ก็ยอมติดอยู่ในวงโคจรของกันตลอดไปแล้วครับ"
FANFICTION #5: This FANFICTION is titled... The 0.21 orbital theorem: When everything becomes pastel.
Pen Name : ci_ci.gg
One day, as the Bangkok sky turned pink, Gun discovered he had a unique ability—he could see stardust falling from the mountains with just a glance. However, this power didn’t work on Papi, the quiet senior Gun had secretly admired. "Why can't you see my stars?" Gun asked as they sheltered from the rain under a flower shop awning. Off didn’t reply; instead, he moved closer, nearly touching noses, then draped his jacket over Gun’s head. “You can’t see the stars… because the whole moon is in your eyes already.” Time seemed to freeze as the rain’s scent shifted to sweet vanilla. Off cupped Gun's face and said something that made the air sizzle: “You don’t need your power. Just your smile keeps me in your orbit forever.”

เข้าสู่ช่วงที่สองของ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้กับ “ออฟ - กัน”
เริ่มต้นปีใหม่ด้วยโมเมนต์สุดน่ารัก พร้อมเบิร์นความคิดถึง ให้ฟินไปตาม ๆ กันนน !!

ตัวห่างไกล แต่ใจไม่ห่างกัน
ในช่วงเวลาปีใหม่ของ “ออฟ - กัน” แม้ตัวจะห่างไกล แต่ใจคงไม่ห่างกัน ออฟเล่าว่าปีใหม่ที่ผ่านมา ตนไม่ได้ไปไหนเป็นพิเศษ เพราะต้องอยู่เก็บของ เตรียมย้ายไปบ้านใหม่ที่กำลังจะสร้างเสร็จ ทิ้งเสื้อผ้าไปเท่าไหร่ก็ยังเยอะอยู่ดี สมกับเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นเลยนะป่าปี๊
ด้านของกัน ไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ที่เชียงใหม่ ป่าปี๊ก็ได้ถามเสริมขึ้นมาทันทีว่า ‘ได้ไปขึ้นเขารึเปล่าน้าาา?’ ใส่ใจกันไม่มีเปลี่ยนเลยนะป่าปี๊ ด่าด๊าก็ตอบว่า ‘ไปกินปิ้งย่าง ชมวิว ทิวเขา สัมผัสบรรยากาศดี ๆ ในช่วงปีใหม่’ แบบนี้ทั้งคู่ต้องแอบมีฟีลคิดถึงกันแน่เลยยย

New Year’s Resolutions !
ปีใหม่ขอตั้งเป้าหมายให้หัวใจกันดีกว่า สำหรับเป้าหมายในปีนี้ของออฟ คือ การสร้างบ้านใหม่ให้เสร็จตามที่หวัง และอยากทำงานที่รักอยู่แบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับกันที่อยากทำงานที่รักต่อไป รวมถึงทดลองสวมบทบาทใหม่ ๆ ต่อยอดจากสิ่งเดิม ๆ งานนี้เบบี๋อย่างพวกเราคงได้รับชมผลงานของทั้งสองตลอดทั้งปีอย่างแน่นอน !

สิ่งที่อยากเห็นเธอทำในปีนี้
‘อยากเห็นเธอทำในปีนี้ เพราะเชื่อว่าเธอทำได้ดีอย่างแน่นอน’ ออฟ บอกว่า อยากให้ปีนี้กันร้องเพลงบ่อยขึ้น เพราะกันเป็นคนเสียงดี มีความสามารถ ป่าปี๊พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ผ่านแววตาที่นุ่มนวลเมื่อหันไปมองด่าด๊าที่อยู่เคียงข้าง แม้กันจะไม่มั่นใจ และมีความกลัวมาตลอด แต่ออฟยังคงเชื่อมั่นในตัวกันเสมอ
ด้าน กัน มองออฟด้วยความภูมิใจ ก่อนจะชื่นชมป่าปี๊ที่โตขึ้นในปีนี้ และอยากให้ป่าปี๊ทำอะไรที่อยากทำ สำเร็จในทุก ๆ อย่างเหมือนที่เคยผ่านมา เราเชื่อว่าทั้งสองจะเป็นเวอร์ชั่นที่ดีให้กันและกัน เพราะเธอคือคนสำคัญ หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว น่ารักกันขนาดนี้ เบบี๋ฟินจิกหมอนกันหมดแล้วว

10 ปี ที่มี “ออฟ – กัน”
วันวานยังหวานอยู่ นับจากเรื่องแรกของ “ออฟ - กัน” ในปี 2016 จนถึงวันนี้ก็ครบ 10 ปีแล้ว แต่ทั้งสองคนยังดูน่ารักเหมือนวันแรกที่รู้จักกันอยู่เลย ย้อนนึกถึงออฟสมัยหนุ่มน้อยหน้าชั้บบี้ ทรงผมปัดเป๋เอียงข้าง ทำเอาทุกคนหัวเราะลั่น ปนกับความน่าเอ็นดู งานนี้ชอบไม่ชอบ ก็ต้องชอบแล้วล่ะ

จังหวะ… Burnout ของชีวิต
อยู่ในวงการมานานนับ 10 ปี ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า “ออฟ - กัน” เคยหมดไฟกันบ้างหรือเปล่า แต่ทั้งสองก็ไม่ทำให้ผิดหวัง โดย ออฟ เผยว่า ตัวเองไม่เคยรู้สึก Burnout เลย อาจมีช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้าแค่ตอนถ่ายละครหนัก ๆ เพราะต้องใช้พลังงานเยอะมาก
ส่วน กัน ก็ไม่ค่อยมีความรู้สึก Burnout แม้กันจะอยู่วงการมานานถึง 21 ปี ที่รู้สึกแบบนี้ก็เพราะว่าตัวเองมีหลายบทบาทที่ได้รับ เลยไม่มีฟีลหมดไฟ มีแค่กลัวว่าจะมีงานไหม ออฟ เสริมว่า คนที่ทำงานมาเยอะก็มีความรู้สึกแบบนี้บ้าง ส่วนตัวกันก็เริ่มคิดว่าเราจะอยู่วงการได้อีกนานแค่ไหน แต่ไม่ว่ายังไง ป่าปี๊กับด่าด๊าก็ยังมีเบบี๋คอยซัพพอร์ตอยู่เคียงข้างตลอดไปน้าา

เสน่ห์ของซีรีส์ที่ชวนหลงใหล
‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ กัน เผยว่า เสน่ห์ของซีรีส์เรื่องนี้ คือ ภาพอันน่าหลงใหล และไดอะล็อกที่เต็มไปด้วยข้อมูลสำคัญ และเหตุการณ์ปัจจุบันมากมายที่ใส่ลงไป อย่างการเปรียบเทียบศิลปะกับ AI ว่าจะมาทดแทนกันได้ไหม ประเด็นนี้ทำให้เรื่องราวนั้นเข้มข้น และสนุกมากยิ่งขึ้น
จุดสำคัญของเรื่อง ออฟ เสริมว่า คือการดีเบตกันว่า AI ดีหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวของรักสามเศร้ามาเกี่ยว อย่าง “ดิว” รับบท ‘ภีม’ ตัวแทนของดราม่า โรแมนติก และ “ออฟ” รับบท ‘ก่อ’ ตัวแทนของความอีโรติก ที่ “กัน” รับบท ‘จิระ’ ต้องเลือกใครคนใดคนหนึ่ง อยากจะเก็บเธอไว้ทั้งสองคนก็คงไม่ได้ จิระจะเลือกใครต้องรอติดตามกันในซีรีส์เท่านั้น !

ต้องเป็นแบบไหนถึงจะถูกใจ ‘ออฟ - กัน’ น้าาา
หากความรักต้องเลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง “ออฟ - กัน” จะเลือกความ Romantic หรือ Erotic ทั้งสองก็ตอบเป็นเสียงเดียวกัน ว่ามันต้องมาพร้อมกันทั้งคู่ ไม่ว่าจะ Romantic หรือ Erotic จะเลือกได้เพียงแค่สิ่งเดียวก็คงยาก แม้ช่วงแรกเราจะยอมเป็นในแบบไหนก็ได้ แต่สุดท้ายความ Balance คือสิ่งที่ดีที่สุดในความรัก ทั้งสองใจตรงกันขนาดนี้ ทำเอาเบบี๋อย่างเรายิ้มกันไปตาม ๆ กัน สมแล้วที่อยู่เคียงข้างกันมานาน !

บทบาทที่ท้าทาย สู่… การพัฒนาตัวเอง
ความท้าทายของการพลิกบทบาทครั้งล่าสุดของ กัน ด้วยภาพจำของยัยตัวจิ๋วสุดคิ้วท์ กับบทบาทที่ดูโตขึ้น บวกกับความสัมพันธ์ของคนสามคน เมื่อได้รับบท ก็ต้องปรับตัวกันไป สลัดภาพจำเดิม ๆ ‘เปลี่ยนจากรอยยิ้มอันสดใส สู่สายตาอันเร่าร้อน’ แซ่บซี๊ดด จนแฟน ๆ ต้องร้องว้าว~
ทางด้านของ ออฟ ก็มีความท้าทายไม่แพ้กัน เรียกได้ว่า ‘เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิต 34 ปีของออฟ’ เลยทีเดียว กับการฟิตหุ่นสุดเซ็กซี่ ออกกำลังกายว่ายากแล้ว คุมอาหารยากกว่า ! แต่ผลลัพธ์ก็คุ้มค่า งานนี้ทำเอาเบบี๋ใจบางกันเป็นแถว

การเดินทางสู่ EP ที่ 7 จะเผ็ชสักแค่ไหนกันเชียว !
หลังจากเรื่องราวชุลมุนได้เริ่มต้นขึ้น หลังจาก Burnout Syndrome เดินทางมาถึงตอนที่ 6 เมื่อคนดูรู้แล้วว่าภีมแอบมีความสัมพันธ์กับจิระ แล้วจิระยังแอบมาอยู่กับก่อ เหมือนจิระจะไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ก่อจึงหาหนทางตัดคู่แข่งออกไป โดยการวางแผนเปิดโปงทุกอย่าง
แอบกระซิบว่า... ต่อไปในตอนที่ 7 จะเข้าสู่ทางเลือกของจิระว่าเขาจะเลือกใคร แม้จะลำบากใจ ระหว่างคนที่เรามีใจหรือจะเป็นคนที่เห็นคุณค่าของเรา ออฟ ถึงกับแซวกันว่า ‘แบบนี้เรียกว่าสวยเลือกได้รึเปล่าน้าา’ แอบสปอยกันแบบนี้ ทำเอาเหล่าแฟนคลับอดใจรอ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ EP.7’ กันไม่ไหวแล้ว !

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ… ทางรายการ EFM FANDOM LIVE
มีเกมสุดท้าทายมาให้ “ออฟ - กัน” เล่นกันด้วย มีชื่อเกมว่า ‘ภาพนี้ ป่าปี๊… ที่สุดเลยยย !’
พี่นายแบบโพสขนาดนี้ หัวใจน้องนักวาดจะไม่สั่นได้ยังไงเนี่ยย ไปดูความน่ารักกันเล้ยย~~
(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้ พร้อมโมเมนต์สุดพิเศษ
ด้วยการให้ “ออฟ - กัน” โทรกลับ และพูดคุยกับชาวเบบี๋แบบ Exclusive
สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ออฟ - กัน” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ 10 ปีที่มีออฟและกัน ความรักยังคงอบอุ่นในหัวใจของเบบี๋ทุกคนเลย และขอฝากผลงานซีรีส์ ‘Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ’ สามารถรับชมได้ทุกวันพุธ เวลา 20.30 น. ทาง GMM25 และรับชมย้อนหลังทาง iQIYI เวลา 21.30 น. พร้อมกันนี้ยังมีซีรีส์ของทั้งคู่ให้เหล่าเบเบี๋ได้ใจฟูตลอดทั้งปีแน่นอน ที่สำคัญ ! ฝากเอ็นดูและติดตามผลงานอื่น ๆ ของป่าปี๊ออฟ ด่าด๊ากัน กันด้วยน้าา

สามารถเข้าไปรับชมความน่ารัก เติมความฟินกันได้ทาง
แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

-