ทุ่งข้าวที่ว่าสวย... ยังไม่สวยเท่าเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน ต้อนรับ ลูกหมี - ซอนญ่า ขนความน่ารัก สดใส และความซนแบบเกินต้านมาเสิร์ฟแฟน ๆ ถึง EFM FANDOM LIVE แล้ว งานนี้แฟน ๆ ได้ชาร์จความสุขจนเต็มแบตกันแน่นอน!

EFM FANDOM RECAP

ทุ่งข้าวที่ว่าสวย... ยังไม่สวยเท่าเธอที่ยืนอยู่ข้างกัน ต้อนรับ ลูกหมี - ซอนญ่า ขนความน่ารัก สดใส และความซนแบบเกินต้านมาเสิร์ฟแฟน ๆ ถึง EFM FANDOM LIVE แล้ว งานนี้แฟน ๆ ได้ชาร์จความสุขจนเต็มแบตกันแน่นอน!

01 พ.ค. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 23 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ที่จะมาแต่งเติมใบหน้าเหล่าแฟน ๆ ให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ไปกับ 2 ดีเจสาวสวย “ดีเจดาว” และ “ดีเจแนน”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... Attention Please

นามปากกา : อาร์เจลูปิน

            “คุณผู้โดยสารคะ…คุณผู้โดยสาร” “อ๊ะ” เธอสะดุ้งเมื่อมือเย็นเฉียบแตะเข้าที่หลังมือ ก่อนจะหันไปมองค้อนใส่หล่อน “มีอะไรคะ” เธอเอ่ยถามหล่อนอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถือวิสาสะโดนเนื้อต้องตัวกัน เธอเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว ไม่ชอบความวุ่นวายและที่ไม่ชอบที่สุด คือ สัมผัสจาก ‘คนแปลกหน้า’ “รบกวนเปิดกระจกและคาดเข็มขัดด้วยนะคะ” เจ้าหล่อนในชุดพนักงานสายการบินสีแดงก่ำขับผิวยิ่งทำให้หล่อนดูเซ็กซี่ ขณะเดียวกันก็น่าหวั่นเกรงตอบกลับอย่างข่มอารมณ์ ไม่รู้ว่าเพราะท่าทางเงอะงะของเธอ หรือเพราะหล่อนต้องการจะแกล้งกันถึงได้เข้ามาประชิดตัว ผลักไหล่กันเบาๆให้เอนลงไปพิงกับเบาะ เอื้อมมือดึงหน้าต่างขึ้น พร้อมทั้งดึงสายเข็มขัดคาดให้อย่างคล่องแคล่ว “ข..ขอบคุณค่ะ” ดันพูดติดๆขัดๆใส่หล่อนซะได้ แต่จะไม่ให้ติดขัดได้อย่างไร ในเมื่อการกระทำเมื่อครู่ทำเอาใจแทบหล่นไปอยู่ตาตุ่ม กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ระยะห่างของใบหน้าเพียงคืบ พอได้มองใกล้ๆ เจ้าหล่อนมีใบหน้าที่มีเสน่ห์เหลือล้น ไฝตรงหางคิ้วทำเอาเผลอมองไม่วางตา คนแปลกหน้าคนนี้กำลังทำเธอหวั่นไหว “ยินดีค่ะคุณผู้โดยสาร” หล่อนตอบกลับมาพร้อมรอยยิ้มชวนฉงน “หน้าคุณดูแดงๆ ไม่สบายหรอคะ หรือว่ากำลังเขินฉัน”

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... Attention Please

Pen Name : อาร์เจลูปิน

            "“Excuse me, passenger …excuse me, passenger ,” “Ah!” She jumped slightly as a chilly hand brushed against the back of her own, spinning around with a glare for the woman behind her. “What do you want?” she snapped, irritation flaring at the audacious intrusion. In her nature, she was introverted, shunning the hustle and bustle of crowds, but most of all, she detested the touch of a ‘stranger.’ “Kindly roll up the window and buckle your seatbelt,” replied the woman dressed in a dark crimson airline uniform that hugged her form, exuding both allure and authority, as she reigned in her frustration. Whether it was the woman's teasing demeanor or her own nervousness, she found herself inching closer, gently leaning against her seat as she raised the window and expertly secured her seatbelt. “Th…thank you,” she mumbled, her heart nearly skipping a beat from the encounter. The faint whiff of perfume mingled with the closeness of their faces—mere inches apart—drawing her gaze into the depths of the woman’s mesmerizing features. A mole perched near her eyebrow only intensified her fascination. The presence of this stranger set off a flutter in her chest. “You’re welcome, traveler,” she replied, her smile a mix of mystery and warmth. “You seem a bit flushed. Are you unwell, or just shy around me?””

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... แดนต่าง (Finally, Never)

นามปากกา : daycember

            ‘หมี’ แรงงานสาวในต่างแดนที่ต้องมาใช้ชีวิตที่นี่คนเดียวเพราะโชคชะตากำหนด เธอโดดเดี่ยวท่ามกลางแสงนีออน และป่าคอนกรีต กิจวัตรประจำวันของเธอแค่ต้องตื่นเช้าเข้าโรงงานไปทำงาน แล้วตอกบัตรกลับในตอนเย็นเสมือนหุ่นยนต์ตัวหนึ่ง พอจะมีเพื่อนคนไทยอยู่บ้างแต่ก็เข้ากับพวกเขาไม่ได้สักเท่าไหร่ จนวันหนึ่ง ‘ซอน’ หญิงสาวอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอพึ่งย้ายเข้ามาใหม่ หมีรับหน้าที่ฝึกงานให้ซอน ทำให้พวกเธอเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น ชีวิตแรงงานของหมีไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และซอนเองก็เหมือนเริ่มหลงรักหมีเช่นกัน ในเมื่อทั้งสองคิดตรงกัน ความสัมพันธ์เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรัก ความผูกพัน ในขณะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเบ่งบาน มีความสุขจนล้นเอ่อ ในคืนหนึ่งซอนกลับหายไปอย่างเป็นปริศนา ไม่มีใครเห็นเธออีกเลย หัวใจของหมีแตกสลาย เธอไม่สามารถทำงานที่นั่นต่อได้ จึงทำเรื่องขอย้ายกลับไทยแล้วตามสืบเรื่องของซอนเสมอมา แต่แล้วความจริงก็ปรากฎว่าซอนไม่ได้อยู่บนโลกมาตั้งแต่แรก เธอเป็นวิญญาณที่คอยวนเวียนอยู่ที่โรงงานนั้นเพื่อรอเนื้อคู่ของเธอ และชาตินี้ก็เป็นชาติสุดท้ายที่เธอจะต้องทำแบบนี้ เพราะเธอได้พบคนนั้นแล้ว…

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... Finally, Never

Pen Name : daycember

            In a bustling city awash with neon lights, 'Mhee,' a young female migrant worker, finds herself navigating life in a foreign land, cast adrift by fate. Amidst the concrete chaos, she feels the sharp sting of solitude. Each day blurs into the next as she rises with the dawn to toil away in a factory, clocking in and out like a machine. Though she has a handful of Thai acquaintances, genuine connections elude her. Everything changes with the arrival of 'Son,' a spirited young woman who quickly becomes more than just a trainee under Mhee's wing. Their camaraderie blossoms into a vibrant friendship, breathing new life into Mhee’s monotonous existence. As their bond deepens, so too does the affection between them, igniting a love that feels as exhilarating as it is profound. Just when their hearts are dancing in harmony, fate plays a cruel trick. One fateful night, Son vanishes without a trace, leaving Mhee’s heart fractured and her world dimmed. In her grief, she requests a transfer back to Thailand, but her quest for answers drives her to uncover the truth behind Son's mysterious disappearance. What she discovers is beyond imagination: Son is no mere mortal but a spirit bound to the factory, lingering on the cusp of eternity in search of her true soulmate. This life was to be her last, for she has finally found her heart's counterpart.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Re-Trial : รื้อคดีความรัก

นามปากกา : Asakura_N

            ท่ามกลางเมืองใหญ่ที่แสนวุ่นวาย ปัญญาพัชร ทนายสาวในชุดสูทสีครามมาดขรึม นั่งมองที่นั่งว่างเปล่าในร้านกาแฟร้านโปรด แสงแดดบ่ายกระทบเข็มกลัดนักกฎหมายบนอก สะท้อนความสำเร็จ แต่กลับว่างเปล่า ขณะที่ภาพในอดีตซ้อนทับในวันที่เธอเดินไปหา ศรัณย์ภัทร์ ที่ระเบียง เห็นแผ่นหลังที่สั่นเทาจากความเหนื่อยล้าจากความสัมพันธ์ที่ต้องหลบซ่อน แม้กระทั่งการจับมือกันเดินก็ยังเป็นเรื่องที่ยากลำบาก "ลูกหมี มันเหนื่อยจัง" "อื้อ เหนื่อยจนใจจะขาดเลยล่ะ" ไม่มีการทะเลาะ มีเพียงความเข้าใจที่ยอมปล่อยมือเพื่อให้ต่างคนได้ไปหายใจ ในวันที่รักยังเต็มหัวใจ สิบปีผ่านไป เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้น พร้อมเสียงที่คุ้นเคยสั่ง "ลาเต้ร้อนไม่ใส่น้ำตาลค่ะ" ทนายสาวชะงักกึก เมื่อร่างบางเดินมาหยุดตรงหน้า "ที่นั่งตรงนี้ ยังว่างอยู่ไหมคะ คุณทนาย" "สำหรับคนอื่นอาจจะไม่   แต่สำหรับคุณ มันว่างมาตลอดสิบปีค่ะ" พวงกุญแจหมีกับพวงกุญแจกระต่ายเก่าๆ ถูกวางคู่กันอีกครั้งบนโต๊ะไม้ตัวเดิม ปัญญาพัชรสบตาคนตรงหน้าด้วยความแน่วแน่ "สิบปีที่แล้วเราแพ้ให้กับคำตัดสินของโลก สิบปีต่อมาฉันจะกลับมาอุทธรณ์ทุกความรู้สึกเพื่อให้คำพิพากษาครั้งใหม่จบลงที่คำว่าเรา"

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Re-Trial

Pen Name : Asakura_N

            In the heart of the lively city, Punyapat, donned in a formal navy suit, found herself fixated on the vacant chair in her cozy coffee spot. The afternoon light danced off her lawyer's pin, a shining emblem of achievement that somehow also hinted at an emptiness within. Waves of memory washed over her, bringing back the day she had stepped onto Saranphat's balcony, her heart aching as she saw his quivering back, weary from the weight of their concealed relationship. Even something as simple as holding hands felt like a tremendous effort. “Lookmhee, I’m so exhausted.” “Mmm, I feel that too.” There were no fights between them, only a deep understanding—a mutual decision to give each other space to breathe, even as love still flickered between them. A decade drifted by. The bell above the door chimed, and a voice she recognized ordered, “A hot latte, no sugar.” Punyapat's heart skipped as a familiar figure stepped into view. “Is this seat still open, Ms. Lawyer?” “For everyone else, perhaps not, but for you, it’s been waiting for ten years.” Old bear and rabbit keychains reunited on that same wooden table, a symbol of what was once shared. Punyapat met the other's eyes with a fierce determination. “A decade ago, we succumbed to the world’s judgment. But now, after all this time, I will fight for every emotion we felt, so that the final verdict will whisper the glorious word ‘us.’”

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... Recover to Uncover (รอยจำอำพราง)

นามปากกา : pw

            ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ร่างไร้วิญญาณของผู้ป่วยรายหนึ่งถูกทิ้งไว้เพียงปริศนาไร้ร่องรอยคนร้าย ตำรวจมุ่งเป้าไปที่ "ปัญ" ผู้ป่วยจิตเวชที่มีภาวะอารมณ์ไม่คงที่ ซึ่งมักมีปากเสียงกับผู้ตายอยู่บ่อยครั้ง แต่เนื่องจากขาดหลักฐานมัดตัวที่แน่ชัด การสืบสวนจึงตกมาถึงมือของ "ศรัณย์" นักสืบชื่อดังผู้ผ่านคดีมากมาย เธอเดินสำรวจทั่วตึก จนกระทั่งได้เผชิญหน้ากับปัญ วินาทีที่ได้สบตากันความมั่นใจของนักสืบกลับสั่นคลอน เพราะตรงหน้า คือ คนรักเก่าที่หายตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน ปัญในวันนี้ไม่ใช่คนเดิมที่รู้จัก เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เศร้า โกรธง่ายและความทรงจำระหว่างกันก็เลือนรางขาดช่วง ขณะที่ตำรวจพยายามปิดคดีด้วยการชี้ตัวปัญเป็นผู้ร้าย โดยมีคลิปกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นผู้หญิงที่มีหน้าตาคล้ายปัญเดินเข้าห้องที่เกิดเหตุศรัณย์ จึงต้องเร่งแข่งกับเวลาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์และ ไขปริศนาการหายตัวไปของปัญ จนกระทั่งความจริงถูกเปิดเผย... ปัญมีพี่สาวที่มีใบหน้าคล้ายกัน ราวกับถอดแบบ ความจริงข้อนี้เอง คือกุญแจสำคัญที่เผยให้เห็นว่า พี่สาวเธอคือฆาตกรตัวจริงและ เป็นปมมืดที่ทำให้ปัญต้องเผชิญกับอาการป่วยและหายตัวไป

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... Recover to Uncover

Pen Name : pw           

            In a hospital, the still form of a patient unfolds a puzzling story, one that leaves no hint of the perpetrator behind. The police quickly set their sights on "Pun," a psychiatric patient caught in a web of unstable emotions, known for her frequent clashes with the deceased. However, with no solid evidence to support their case, the investigation eventually rests with "Sarann," a skilled detective celebrated for her mastery over myriad cases. She delves into the hospital’s corridors with pinpoint precision, but when her gaze locks onto Pun’s, the air shifts. In that instant, Sarann’s composure falters, as the woman before her is none other than her lost love, who vanished two years ago. Pun has transformed; she now radiates sorrow and frustration, and the shared memories they once cherished seem indistinct and scattered. While the police work to pin the crime on Pun, bolstered by CCTV footage of someone who bears her likeness entering the scene, Sarann is in a race against time to clear her name and uncover what really happened to her. The climax reveals a shocking truth—Pun has an older sister who looks just like her. This twist uncovers the real killer and the chilling secrets that led to Pun's downfall and long absence.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... โอ้ว พระเจ้าจ๊อดมันยอดมาก

นามปากกา : มู๋ตุ๋นนินิ

            ณ วัดแห่งหนึ่ง จัดงานเทศกาลประจำปี 7 วัน 7 คืน ดีเจจ๊อด (ลูกหมี) กำลังเปิดเพลงโจ๊ะๆ ให้ชาวบ้านได้เต้นกันอยู่ มีสาวๆกรี๊ดกราดความเท่ห์ของจ๊อดเต็มที่ด้านหน้าเวที หลังทำงานเสร็จก็เดินเล่นในงานจนไปเจอ จิ๋ว (ซอนญ่า) สาวสวยเจ้าของร้านปาโป่ง กำลังบ่นทุกสิ่งบนโลกนี้ จ๊อดตกหลุมรักทันที จึงมุ่งมั่นจีบ และจะโชว์ความเท่ห์ด้วยการปาโป่ง แต่ดันวืดทุกดอก จิ๋วได้แต่ทำหน้าเอือมระอา ทุกวันจ๊อดแวะมาจีบจิ๋วตลอด แต่ฝีมือปาโป่งไม่ดีขึ้นเลย จนจิ๋วเบื่อ วันหนึ่งจิ๋วเดินถือพวงมาลัยมาเต้นอยู่หน้าเวที ก็มีทั้งชายหญิงมารุมล้อม จิ๋วอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "ลูกจะขอเสี่ยงทายด้วยพวงมาลัยสื่อรัก ขอให้ลูกช้างเจอเนื้อคู่ในงานนี้ด้วยเถิด สาธุ" แล้วโยนพวงมาลัยออกไป แต่ละคนแย่งกันไปมา สุดท้ายไปตกบนเวที จ๊อดหยิบขึ้นมา จิ๋วตะลึงแล้วพูดกับจ๊อดว่า "ปาโป่งยังไม่แตกเลย จะดูแลฉันได้ยังไง" แล้วเดินจากไป สักพักมีคนตะโกนขึ้นมาว่า "ระวัง! ควายหลุด" ควายวิ่งตรงมาที่จิ๋ว จิ๋วกรี๊ดลั่น มีมือนึงมาดึงให้จิ๋วหลบ พร้อมทั้งพาขึ้นขี่หลังควาย พอควายสงบลง จิ๋วจึงเห็นว่าจ๊อดเป็นคนมาช่วย จิ๋วพูดว่า "โอ้ว พระเจ้าจ๊อดมันยอดมากเป็นแฟนกับฉันเถอะ" จุ๊บบ

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Oh my God, that's amazing!

Pen Name : มู๋ตุ๋นนินิ

            At a lively temple, a vibrant festival unfolds, lasting a whole week under the stars. DJ Jod (Lookmhee) spins infectious tunes, getting the villagers on their feet and dancing. Amidst the festivities, a group of girls can't help but cheer for Jod's undeniable charm as she entertains the crowd. After her DJ set, she wanders through the festival grounds and stumbles upon Jiew (Sonya), a stunning girl managing a balloon-popping booth. She's in a bit of a mood, lamenting about all that ails the world. Jod can’t help but be smitten and decides to charm her by trying her hand at the balloon game, but luck isn't on her side as she pops nothing but air. Jiew's frustration is palpable. Despite her repeated attempts to win her over each day, her balloon skills never seem to improve, yet Jiew's patience starts to wear thin. One magical evening, Jiew takes the stage, adorning a flower garland and dancing beautifully amid the crowd. With a hopeful heart, she offers a prayer to the deities: “With this garland as a love token, I seek my soulmate at this festival. Amen.” Then, with a flourish, she tosses the garland into the air. A rush of excitement ensues as everyone scrambles to catch it, but it lands squarely on the stage, right in front of Jod. She picks it up, only for Jiew to look unimpressed and exclaim, “You can’t even pop a balloon, how will you take care of me?” With that, she walks away, leaving Jod bewildered. Suddenly, chaos erupts as someone shouts, “Look out! A buffalo is on the loose!” The buffalo charges straight at Jiew, and her terrified scream pierces the air. In an instant, a hand grabs Jiew and pulls her to safety, helping her climb onto the buffalo's back. As the animal settles down, she turns to discover that it was Jod who had come to her rescue. With eyes wide in surprise, Jiew exclaims, “Oh my God, Jod, you’re incredible! Will you be my girlfriend?” And just like that, they share a sweet kiss amidst the lingering festival magic.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ลูกหมี - ซอนญ่า”

ที่จะมาแจกความน่ารัก สดใส ฮีลความเหนื่อยล้า และสร้างความสุขให้แฟน ๆ จนล้นใจ!

( หยุดสงกรานต์กับ “ลูกหมี - ซอนญ่า” )

            “ซอนญ่า” เผยว่า ปกติในช่วงวันหยุดสงกรานต์ เธอมักจะชอบเล่นน้ำหน้าบ้านกับครอบครัว และสัตว์เลี้ยงตั้งแต่เด็ก ซึ่งปีนี้ก็ยังคงทำแบบเดิมตามเคย

            ในด้านของ “ลูกหมี” เผยว่า ปกติตนนั้นจะเก็บหมด เล่นน้ำทุกวันเลย แต่ปีนี้เหลือเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น เพราะนอกจากจะเหนื่อยจากการทำงานแล้ว การที่โตขึ้นจึงทำให้รู้สึกอิ่มตัว เปลี่ยนจากการเล่นน้ำเป็นการพักผ่อนแทน

( Hap Hap ย้อนหลังค่ะยัยคนสวย )

            “ซอนญ่า” เผยถึงความรู้สึกตอนที่ลงจากรถที่คุณแม่มาส่ง แล้วเห็นป้ายติด Happy Birthday อยู่หน้าตึกเต็มไปหมด นั่นทำให้ “ซอนญ่า” และคุณแม่ รู้สึกตกใจ และเซอร์ไพร์สมาก เพราะเจ้าตัวก็ไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้!?

( LMSY Mini Mission “Fanfic Mission” )

            โดยครั้งนี้ทางทีมงานก็ได้มีมิชชั่นเล็ก ๆ มาให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ได้เล่นกันเป็นน้ำจิ้มก่อน โดยจะให้ทั้งสองสวมคาแรกเตอร์ตามโจทย์ที่ได้รับ และโพสท่าถ่ายภาพนิ่งค้างไว้ ให้แฟน ๆ รอแคปหน้าจอไปชื่นชมเคมีความน่ารักต่อกันหลังจบไลฟ์

โจทย์ข้อที่ 1 “คุณนักสืบกับนายตัวร้ายขโมยหัวใจ”

โจทย์ข้อที่ 2 “เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ”

โจทย์ข้อที่ 3 “บาริสต้าสุดหล่อกับลูกค้าประจำสุดสวย”

โจทย์ข้อที่ 4 “ลูกทุ่งย้อนยุค ปิ๊งรักที่งานวัด”

ซึ่งทั้งคู่ก็สามารถโพสท่าทางออกมาได้น่ารัก ขโมยหัวใจของแฟน ๆ ไปครองได้อย่างอยู่หมัดดด!

( จับมือกันเดินทางมาถึงเช็คพอยด์ที่ 3 แล้ววว )

            ทั้งคู่เผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ที่ได้เล่นด้วยกัน นั่นจึงทำให้รู้สึกว่าเวลาแสดงหน้าเซ็ตนั้นสามารถเล่นได้ลื่นไหลขึ้น ไม่ต้องเครียด หรือกดดันในการซ้อมร่วมกันมากเท่าเรื่องแรก และเรื่องนี้เป็นแนวตลกคอมเมดี้แล้วด้วยนั้น จึงทำให้ทั้งคู่สามารถแสดงออกมาแบบเน้นความสด ๆ เรียล ๆ และเป็นตัวเองในหน้าเซ็ตได้เลย

            อีกทั้งยังเผยว่า ในซีนทุ่งนา ที่ถ่ายที่ศูนย์วิจัยข้าว ที่จังหวัดสุพรรณบุรีนั้น ต้องบอกเลยว่าร้อนแบบแดดไหม้ผิวสุด ๆ กลับมาพากันตัวแดงแดดกันทั้งคู่ หลังถ่ายจบจึงได้พากันบำรุงครีมป้องกันตัวดำแดดกันแบบขะมักเขม้นสุด ๆ  ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ของทั้งคู่ที่น่ารักมาก ๆ เลยยย

( เซอร์ไพร์สครับคุณผู้ชม!? ครั้งนี้..คอมเมดี้! )

            “ซอนญ่า” เผยว่า ตอนแรกคาดหวังกันว่าซีรีส์เรื่องถัดไปจะต้องได้เล่นแนวสืบสวนสอบสวนแน่ ๆ เพราะเคยให้สัมภาษณ์ไปว่าอยากลองเล่นแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีความซีเรียสสักครั้ง

            แต่ครั้งนี้กลับแหวกแนวมาเลย เกินความคาดหมายสุด ๆ เพราะมาแนวตลกคอมเมดี้ แต่ทั้งคู่ก็ชื่นชอบ เพราะบทที่ได้รับมานั้นค่อนข้างมีความตรงกับบุคลิกส่วนตัว จึงทำให้รู้สึกว่าสนุกมาก ๆ กับการรับบทเล่นในเรื่องนี้ แม้ในการแสดงจริงจะต้องใช้เอเนอจี้เยอะมาก ๆ ทำให้หลังถ่ายเสร็จจะแอบมีหนีไปนั่งซึมหงอยก็ตาม เรียกทั้งเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มความน่าเอ็นดูจากเหล่าดีเจ และแฟน ๆ ได้เต็ม ๆ !

            ในด้านของ “ลูกหมี” นั้นก็ได้เผยว่า ครั้งแรกที่ได้เห็นบทนี้ก็รู้สึกเขินอายในการแสดง เพราะรู้สึกว่าบทค่อนข้างเบียว ๆ ไปทางตลก ๆ แต่พอเล่นไปได้สักพักกลับติดนิสัยคาแรกเตอร์ที่แสดงมาเล่นที่บ้านด้วย จึงทำให้เจ้าตัวรู้สึกตลก และสนุกกับบทนี้มาก ๆ

( เสื้อปุ๋ยสไตล์ “ลูกหมี” )

            “ซอนญ่า” เผยความเห็นส่วนตัวว่า รู้สึกว่า “ลูกหมี” นั้นเป็นคนที่ไม่ว่าจะแต่งตัวยังไง ใส่อะไรก็ดูสวย ดูเก๋ไปหมด ขนาดใส่เสื้อปุ๋ยแล้วยังดูเริ่ดอยู่เลย พร้อมยังบอกเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ทั้งสองตัวละครได้เริ่มรัก และอยู่ด้วยกัน ตนนั้นก็ได้ใส่เสื้อปุ๋ยไปตลอดทั้งซีรีส์โดยปริยาย

( 2 ความต่างที่ลงตัว )

            ทั้งคู่เผยว่า การที่ทั้ง 2 ตัวละครที่มีความต่างกันมาก ๆ มาบรรจบกลายเป็นรักกันได้นั้น เพราะการมี 2 คาแรกเตอร์ที่ต่างกันนี่แหละคือประเด็นสำคัญ!

            ด้วยความที่ตัวละครของ “ศิ” ที่เคยเป็นพี่สาวคนโตของบ้าน เมื่อมีน้องสาวทำให้พ่อแม่เอาอกเอาใจน้องสาวมากกว่า นั่นจึงทำให้ตัวของ “ศิ” นั้นรู้สึกน้อยใจ และเมื่อ “ศิ” ได้มาเจอกับ “เฮียเกล้า” คนที่คอยรับฟัง และตามใจ นั่นจึงทำให้ “ศิ” รู้สึกดีที่ได้อยู่กับ “เฮียเกล้า” นั่นเอง เป็นส่วนต่างที่มาผสมกันลงตัวสุด ๆ

( ตัวป่วนไหนจะเป็นตัวโปรด..? )

            ทั้งคู่เผยว่า การเข้าซีนกับสัตว์หลากหลายชนิดนั้น ทั้งคู่รู้สึกแฮปปี้มาก ๆ กับทุกตัวเลย แต่ตัวที่เดินเข้ามาในหัวใจด้วยความน่ารักเลยนั่นก็คือ “โจ้น” ที่เป็น ไก่ ในเรื่องนั่นเอง เพราะเป็นไก่ที่สามารถให้อุ้มได้ และเวลาอุ้มก็จะนิ่งจนหลับไปปุ๋ยไปทุกที

( ถ้า LMSY มีพื้นที่ 20 ไร่?! )

            ทั้งคู่ได้จัดแจงกันว่า หากมีพื้นที่ 20 ไร่ อย่างแรกที่ต้องทำเลยคือขายที่ 10 ไร่ และปลูกต้นมะม่วง เพราะ “ซอนญ่า” ชอบกินมะม่วงน้ำปลาหวานมาก ๆ ที่เหลือก็จะนำไปปลูกพืชผักสวนครัว และเลี้ยงสัตว์โลกน่ารักเพิ่มเติมจนเต็ม 10 ไร่ ที่เหลือ

( ผันตัวมาเป็นนักสปอยกันสักหน่อยย )

            งานนี้ “ซอนญ่า” ก็ได้เผยว่า ใน EP.4 หรือในตอนถัดไปนั้น ทั้งคู่จากที่โกรธกันก็จะกลับมาดีกันด้วยความรวดเร็ว และกลับไปอยู่สุพรรณด้วยกันตามเคย เรียกได้ว่าสปอยแบบตรง ๆ ชัด ๆ ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ ได้เครียดนานแน่นอน

( FANCON ครั้งนี้มาในธีม Romance! )

            ทั้งคู่เผยว่า ในงาน FANCON ปีที่แล้วนั้น จะเป็นธีมแบบกุ๊กกิ๊ก Poppy Love ปีนี้เลยอิงจากซีรีส์เรื่องล่าสุด ประกอบกับงานครั้งนี้เหมือนการเล่าเรื่องของความสัมพันธ์ของคนสองคน หลังจากที่ผ่านช่วง Poppy Love มาแล้ว งานนี้ก็จะพรีเซนต์ถึงความโรแมนซ์มากขึ้นผ่านโชว์ต่าง ๆ ส่วนโชว์ต่าง ๆ จะเป็นยังไง อยากให้แฟน ๆ รอติดตามกันน้าาา

( LMSY What is the best romantic? )

            “ซอนญ่า” เผยว่า “ลูกหมี” นั้นเป็นคนที่ใส่ใจมาก ๆ คอยใส่ใจตนอยู่เสมอ เช่น คอยสั่งข้าวให้ ถือเป็นคนที่น่ารักมาก ๆ !

            ในด้านของ “ลูกหมี” เผยว่า “ซอนญ่า” เป็นคนที่น่ารักมาก จะคอยเชียร์อัพ คอยให้กำลังใจอยู่เสมอ เช่นเวลาออกกองแล้วถ่ายจบ 1 วัน “ซอนญ่า” ก็จะเดินมาปรบมือ และยิ้มเชียร์อัพให้ “ลูกหมี” อยู่เสมอ

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ 

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม

ในชื่อเกมว่า “Hometown Mission ภารกิจสะใภ้บ้านนา” งานนี้บอกได้เลยว่า “ลูกหมี - ซอนญ่า” เล่นเกมกันแบบเต็มที่

ดึงความน่ารัก ซุกซนของตัวเองออกมากันแบบจัดเต็ม! ชวนแฟน ๆ อดยิ้มกันไม่ได้

สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ลูกหมี - ซอนญ่า”

โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม  เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน

            สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ลูกหมี - ซอนญ่า” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบความสุขชวนฟิน ให้แฟน ๆ และทีมงานในสตูได้ใจฟูกันถ้วนหน้า ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “Hometown Romance คุณแฟนบ้านนอก” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 22.30 น. ทางช่องวัน 31 และรับชมเวอร์ชั่น Uncut ได้ทางแอปพลิเคชัน OneD ที่เดียวเท่านั้น!

สามารถเข้าไปรับชมเคมีความน่ารักน่าใจของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-