ตัวนั่งอยู่ในห้องเรียน แต่ใจดันเนียนตามไปอยู่กับเธอ~ EFM FANDOMLIVE เปิดสตูต้อนรับ ไอคอนแห่งความน่ารัก “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส พร้อมพิชิตหัวใจเหล่าหม่ามี๊ทุกคนนน!

EFM FANDOM RECAP

ตัวนั่งอยู่ในห้องเรียน แต่ใจดันเนียนตามไปอยู่กับเธอ~ EFM FANDOMLIVE เปิดสตูต้อนรับ ไอคอนแห่งความน่ารัก “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่มาพร้อมกับรอยยิ้มอันแสนสดใส พร้อมพิชิตหัวใจเหล่าหม่ามี๊ทุกคนนน!

20 เม.ย. 2026

            รายการ EFM FANDOM LIVE [ 2 เมษายน 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่จะมาแจกรอยยิ้ม ความน่ารักสดใส แบบจุใจม่ามี๊ทั้งหลาย จนพากันใจละลาย ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”

ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... หอมดอกจำปีจำปา

นามปากกา : Juju_Nee

            ป๋อ เป็นพนักงานร้านขนมเบเกอรี่แห่งหนึ่ง แต่ทุกเวลา 15:15 ป๋อจะเห็น ตี๋ มาที่ร้านทุกครั้งเวลาเดิม ๆ สั่งเมนูเดิม ๆ นั่งที่เดิม ๆ เป็นแบบนี้ทุกวัน และทุกครั้งที่ตี๋มาร้านนี้ ป๋อจะคอยแอบมองว่า วันนี้ตี๋จะอ่านหนังสือเล่มเดิม หรือจะอ่านหนังสือเล่มใหม่ไหม หรือวันนี้จะนั่งฟังเพลงและวาดรูปเหมือนเดิมหรือเปล่า ทุกครั้งที่ป๋อแอบมอง ตี๋จะก้มหน้าทุกครั้ง ไม่เคยเงยหน้ามองสิ่งรอบข้างเลย แต่วันนี้ตี๋กลับดูแปลกไป เพราะตี๋เงยหน้าขึ้นมา ซึ่งนั่นเป็นวันแรกและวินาทีแรกที่ทั้งสองคนได้สบตากัน ป๋อได้กลิ่นหอมของดอกไม้ชนิดหนึ่งขึ้นมา มันคล้ายดอกจำปีหรือไม่ก็จำปา ไม่รู้ว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมของตี๋หรืออะไร แต่เป็นกลิ่นที่ทำให้ป๋อเกิดความคิดถึงในอก พอได้สบตากันรอบสอง สถานที่ตอนนี้มันเปลี่ยนไป จากร้านเบเกอรี่กลับกลายเป็นบ้านไม้เรือนไทยแทน ในมือของตี๋ถือดอกจำปีหนึ่งดอก ป๋อมองภาพตรงนั้นก่อนจะมีลมพัดมาวูบหนึ่ง จู่ๆก็มีภาพถ่ายเก่า ๆ ปลิวมาตกใส่มือป๋อ ป๋อมองรูปนั้นแม้จะเห็นหน้าไม่ชัด แต่รู้ได้ว่าทั้งสองเป็นชาย และสิ่งที่ชัดเจนกว่าหน้าตา ก็คือ ดอกจำปีที่สองคนถือด้วยกันและมีข้อความเขียนบนรูปว่า ‘รักที่มีให้เธอจะไม่จืดจางดังดอกจำปี’

FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... The sweet aroma of champaka and magnolia blossoms.

Pen Name : Juju_Nee

            Po works at a bakery where, like clockwork, every day at 3:15 PM, Tee strolls in. With a familiar routine, he orders the same item and takes his usual seat. This ritual unfolds daily. Each time Tee arrives, Po sneaks glances to see if he’s engrossed in the same book, exploring a new read, or lost in his music while sketching away. Despite Po's curious observance, Tee consistently keeps his gaze fixed downward, oblivious to the world around him. But today feels different; Tee lifts his gaze for the very first time, and in that fleeting second, their eyes connect. Po is enveloped by the sweet aroma of a flower, reminiscent of jasmine or champaca. He can't tell if it’s Tee’s fragrance or something else entirely, but it stirs a profound yearning within him. When their eyes lock again, the scene shifts dramatically—the bakery transforms into a charming traditional Thai wooden house, and Tee is now cradling a delicate jasmine bloom. Po is captivated by this enchanting sight until a sudden gust of wind sweeps past, delivering an old photograph into his hands. Though the faces are blurred, he recognizes them as two men, and what stands out more than their features is the jasmine flower they share, accompanied by the inscription: "My love for you will never fade, like the jasmine flower."

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... พันธะรักข้ามภพ

นามปากกา : ชานมโกโก้ไข่มุก

            ณ ศาลาริมน้ำ "คุณหลวงป๋อ" ผู้เคร่งขรึมกำลังนั่งตรวจตำรา สายตาคมเหลือบเห็น "พ่อตี๋" ลูกชายเจ้าเมืองพิจิตรที่เคยแกล้งเอาเต่ามาปล่อยเรือนเขาตอนเด็ก เดินกะเผลกเข้ามาด้วยท่าทางจ๋อยสนิท “พี่หลวง... ตี๋ตกต้นมะม่วงขอรับ” พ่อตี๋ในวัยหนุ่มร่างสูงใหญ่ แต่แววตาอ้อนเหมือนลูกหมาตัวโตยามเยาว์วัยไม่มีผิด คุณหลวงป๋อถอนหายใจยาวพลางหยิบตลับยา “โตจนจะออกเรือนยังซนไม่เลิก” แม้ปากจะตำหนิแต่กลับดึงมืออีกฝ่ายมาทายาให้อย่างเบามือ พ่อตี๋แอบยิ้มกริ่มขยับเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นแป้งร่ำจากตัวคุณหลวง “ตอนเด็กตี๋แกล้งเพราะอยากให้พี่มอง... แต่ตอนนี้ตี๋โตแล้ว ตี๋ไม่อยากแกล้ง แต่อยากให้พี่มองตี๋แค่คนเดียวได้หรือไม่ขอรับ?” คุณหลวงชะงัก ใบหน้าแดงซ่านถึงใบหู “พูดจาเพ้อเจ้อ... ทายาเสร็จก็กลับเรือนไปเสีย” “ไม่กลับ! จนกว่าพี่หลวงจะรับขนมเบื้องนี้ไว้ ตี๋หัดทำมาเพื่อพี่เลยนะขอรับ” ตี๋ยื่นห่อใบตองเบี้ยวๆ ให้ด้วยท่าทางประหม่า คุณหลวงมองห่อขนมแล้วหลุดยิ้มออกมาในที่สุด ความแค้นในวันวานมลายหายไป เหลือเพียงความอบอุ่นที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางกลิ่นดอกแก้วที่ร่วงหล่นรอบศาลา

FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... An Eternal Connection of Love

Pen Name : ชานมโกโก้ไข่มุก

            By the river, in a quaint pavilion, the serious "Khun Luang Po" immersed himself in his studies. His keen gaze soon landed on "Poh Tee," the governor of Phichit's son, whose childhood antics included a prank where he once set a turtle loose at Khun Luang's home. Po entered with a noticeable limp, radiating an air of despondency. "Brother Luang... Tee took a tumble from the mango tree," he said, his tall frame looking even more vulnerable, his eyes pleading like those of an abandoned pup. Khun Luang Po let out a weary sigh as he reached for his medicine box. "You're at an age where you should be thinking about marriage, yet you still can’t resist mischief." Despite the words of admonishment, he tenderly took the young man’s hand and began to apply the soothing ointment. With a cheeky grin, Po shifted closer, inhaling the sweet aroma of the powder that lingered around Khun Luang. "Back when I was little, I teased you just to get your attention... but I’m grown now, and I don't want to prank you any longer. Can you just see me and me alone, please?" Khun Luang felt his heart skip a beat, his cheeks flushing with embarrassment. "What are you talking about? Just finish up the ointment and head back home." "I refuse to leave! Not until you accept this pancake, Brother Luang." "I made it just for you," Tee stammered, nervously presenting a lopsided package wrapped in banana leaves. The nobleman glanced at the offering and finally broke into a smile. The bitterness of past grievances dissolved, replaced by a comforting warmth, mingling with the fragrance of blooming jasmine flowers that drifted lazily around the pavilion.

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... Melodies

นามปากกา : PIP.T

            เสียงทุ้มกังวานที่พร่าสั่นด้วยอารมณ์ของ ป๋อ ดังรอดผ่านหูฟังเข้าสู่โสตประสาทของ ตี๋ตี๋ ในห้องอัดพอดแคสต์ที่อบอวลด้วยกลิ่นอายย้อนยุค ทุกถ้อยคำราวกับมีมนต์ขลังหยุดเข็มนาฬิกาไว้ในความเงียบ ตี๋ตี๋เผลอกลั้นหายใจเมื่อท่วงทำนองนั้นช่างคุ้นหู มันไม่ใช่แค่เพลงรักทั่วไป แต่เป็นความทรงจำวัยเยาว์ เป็นทำนองลางๆ จากปลายนิ้วของพ่อที่พรมลงบนคีย์เปียโนก่อนท่านจะจากไปพร้อมความบอบช้ำ น้ำเสียงของป๋อทำให้หัวใจของตี๋ตี๋สั่นคลอนอย่างรุนแรง เมื่อบทเพลงลับที่พ่อไม่เคยแต่งจบกลับถูกชายแปลกหน้าขับขานออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตี๋ตี๋ตัดสินใจประคองกรอบรูปเก่าของพ่อลงมาเช็ดทำความสะอาด ทว่าแรงกดแผ่วเบากลับทำให้แผ่นหลังไม้หลุดร่วง เผยให้เห็นกระดาษโน้ต สีเหลืองนวลซุกซ่อนอยู่ภายใน ลายมือที่คุ้นเคยจารึกเนื้อเพลงชุดเดียวกับที่ป๋อเพิ่งร้องจบลงไป พร้อมชื่อผู้ประพันธ์คือพ่อของเขาเอง บทเพลงมรดกชิ้นสุดท้ายที่คิดว่าสาบสูญกลับถูกถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดจากชายลึกลับ ความรักที่เริ่มก่อตัวท่ามกลางเสียงเทปจึงเต็มไปด้วยปมบีบคั้นหัวใจว่าป๋อคือใคร และเพราะเหตุใดเขาถึงครอบครองความลับที่แสนเจ็บปวดนี้

FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... Melodies

Pen Name : PIP.T

            Bo’s voice, deep and filled with emotion, flowed into Tee Tee’s ears through the headphones, wrapping him in the warmth of nostalgia in the podcast studio. Each word felt like magic, pausing the clock in that quiet moment. Tee Tee held his breath; the melody was achingly familiar. It wasn’t merely a love song; it echoed a memory from his childhood—a soft tune played by his father on the piano before he passed away, a tune laced with bittersweet sorrow. Bo's voice stirred something profound in Tee Tee’s heart. The unfinished melody his father had never shared now spilled out beautifully through the voice of a stranger. With a mix of reverence and curiosity, Tee Tee reached to take down the old framed photo of his father for a cleaning. But as he touched it, the wooden back slipped, revealing a faded yellow sheet tucked inside. His father’s handwriting adorned the page, inscribed with the very lyrics Bo had just sung, alongside the name of the composer: his father. The last lingering piece of his father’s legacy had been unveiled through the tender notes of this mysterious voice. The budding love found in those recorded tones now rested within an aching enigma: Who was Bo? And how could he hold this painful secret close to his heart?

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... the whale and the tilapia could never be one

นามปากกา : pawdimple

            มนุษย์ไม่ต่างอะไรจากสัตว์น้ำ เพียงเติบโตภายใต้ผืนน้ำที่แตกต่างและหลงเชื่อว่ากระแสน้ำที่โอบกอดคือโลกทั้งใบ ปลานิล (POR) นิยามชีวิตตัวเองไว้แบบนั้น ในฐานะนักเขียนผู้เติบโตมาในกรอบสี่เหลี่ยมเรียบง่ายที่ถูกขีดเส้นไว้ไม่ต่างจากปลาในกระชัง กระทั่งมีคำถามบางอย่างก่อตัวขึ้นในหัวใจ หากโลกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในกระชัง โลกใบนี้จะกว้างใหญ่เพียงใด เขาถ่ายทอดมันผ่าน วาฬ (2TEE) ตัวละครจากงานเขียนชิ้นแรกที่สะท้อนอีกด้านของตัวเขา มีอิสระ ไร้ขอบเขต แหวกว่ายได้ในมหาสมุทรอันกว้าง

            จนวันหนึ่ง ตัวละครที่เขาสร้างกลับมายืนอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มนัยน์ตาสีน้ำทะเล ผมสีน้ำตาล ราวกับในจินตนาการไม่มีผิด “วาฬใช่ไหม” ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงแววตาฉายความโดดเดี่ยวลึกจนบาดใจ ปลานิลรับรู้ถึงมันราวกับเชื่อมถึงกัน วินาทีนั้นเองน้ำตาหยดใสก็พลันไหลออกมาโดยไร้เหตุผล เขาเคยปรารถนาโลกภายนอก โดยมีวาฬเป็นส่วนที่เข้ามาเติมเต็ม แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าอิสรภาพของวาฬนั้นแลกมาด้วยความโดดเดี่ยวมหาศาล และในความจริง วาฬกับปลานิลก็ไม่อาจอยู่ภายใต้น้ำผืนเดียวกันได้ ปลานิลเข้าใจในตอนนั้นเองว่าระยะของความแตกต่างนี้มากเกินจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... the whale and the tilapia could never be one

Pen Name : pawdimple

            Humans aren’t so different from the creatures that dwell in the depths of the ocean; we merely grow up in different waters, convinced that the currents that surround us are all there is to life. This is how Pla Nil (POR) sees his own existence. As a writer raised within a narrow, predefined space—much like a fish trapped in a tank—he finds himself pondering a profound question: If life extends beyond the confines of a cage, just how expansive can it truly be? He expresses this yearning through Whale (2TEE), a character from his debut work that embodies a different part of himself—free and limitless, drifting through the vastness of the ocean. Then, one day, the character he conjured up steps into his reality. A young man with sea-blue eyes and tousled brown hair, he looks just as Pla Nil imagined. "Is that Whale?" he wonders, but receives no answer—just a gaze filled with a deep, aching solitude. In that moment, Pla Nil feels an unspoken bond, as if their souls are intertwined. Tears suddenly prickle at his eyes. He had always yearned for the world beyond his cage, with Whale representing the hope he clung to. Yet, he never realized that Whale's boundless freedom was shadowed by an overwhelming sense of isolation. The truth becomes clear: Whale and Pla Nil cannot share the same water. The chasm between them is far too vast to ever bring them together.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... 9 แรกของเรา

นามปากกา : เลือกฉันเพื่อปลดล็อคตอนต่อไป

            แสงแดดส่องผ่านกระจกโบสถ์ กระทบดอกกุหลาบที่ตกแต่งอย่างประณีต เสียงเพลง Until I Found You บรรเลงเบาๆ ผมยืนรออยู่กลางเวที จนประตูเปิดออก ‘สายฝน’ คนที่ผมรักมาตลอด 8 ปีและกำลังจะเข้าสู่ปีที่ 9 ในสถานะใหม่ ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเดิม รอยยิ้มที่ทำให้ผมตกหลุมรักตั้งแต่วันแรกที่เขายื่นร่มให้ในวันฝนตก เขาเดินเข้ามาเหมือนทุกก้าวคือการนับถอยหลังสู่ช่วงเวลาสำคัญ ผมยิ้มตอบเพื่อยืนยันว่าผมพร้อมสำหรับวันนี้มาทั้งชีวิต เราสบตา สาบานรัก และผมสวมแหวนให้เขา เสียงปรบมือดังกึกก้องเหมือนทั้งโลกกำลังยินดี เราสองคนประสานมือกันเพื่อเดินออกจากประตูโบสถ์แต่ทุกอย่างดับวูบ เสียงโทรศัพท์ปลุกผมกลับสู่ห้องมืดที่ไม่มีแสงแดด ไม่มีดอกกุหลาบ ผมเอื้อมมือไปกดรับโทรศัพท์ “อย่าลืมไปรับยานะ หมอนัด” เพื่อนสนิทผมเตือนมันเหมือนคำพูดที่ตบหน้าผมให้ได้สติ ผมหันไปมองรอบๆ ห้อง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ภาพวันสุดท้ายที่เรายังมีกันคือวันที่ฝนตกหนัก เราทะเลาะกัน “อย่ามายุ่งจะไปตายไหนก็ไป” คำพูดที่ผมไม่คิดว่าเขาจะทำตาม ผมอยู่กับความรู้สึกผิดที่ไม่เคยจางหาย ทุกคืนที่ผมหลับตาผมกลับไปยืนที่โบสถ์นั้น ผมแต่งงานกับเขาซ้ำๆ ในฝันที่ไม่มีทางเป็นจริง

FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… Our initial move

Pen Name : เลือกฉันเพื่อปลดล็อคตอนต่อไป

            Sunlight poured through the stained glass windows of the church, casting a warm glow on the carefully arranged roses. The gentle strains of "Until I Found You" filled the air. I stood at the heart of the stage, anticipation tingling in my veins as I awaited the moment the doors would swing open. 'Sai Fon,' the woman I’ve adored for eight long years—soon to embark on our ninth chapter together—entered the space, her familiar smile lighting up the room. It was the very smile that had captured my heart the first time she sheltered me under her umbrella during a downpour. Each step she took felt like a ticking clock, counting down to a life-changing celebration. I returned her smile, a silent affirmation that this day had been my dream for as long as I could remember. Our eyes locked, we exchanged vows, and I slipped the ring onto her finger. Applause erupted like thunder, as if the universe itself was rejoicing in our union. Hand in hand, we left the church, but suddenly, everything faded to black. My phone rang, pulling me abruptly from that vivid reverie into a shadowy room, void of sunlight and blossoms. I fumbled for the phone. “Don’t forget to take your medicine,” my best friend’s voice echoed, a stark reminder that jolted me back to harsh reality. I surveyed the familiar surroundings, but nothing had changed. The last memory of us lingered like a bittersweet ghost, a day drenched in rain and heated words. “Leave me alone, go die somewhere,” he had said, a startling remark I never thought would haunt me. Now, an unshakeable guilt envelops me. Each night, as I surrender to sleep, I find myself transported back to that church, reliving a wedding that exists only in the realm of dreams—a promise unfulfilled.

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ที่จะมาทำให้แฟน ๆ เขินน้วย

ด้วยเคมีความน่ารักสุดใจของทั้งคู่ พร้อมโชว์สกิลการแสดง ที่ไม่ว่าใครที่ได้ดูก็ต้องอมยิ้มไปตาม ๆ กันนน

( คุโรจี๋จี๋ )

            “ป๋อ” เผยว่า ระหว่างการตัดสินใจว่าจะซื้อของขวัญเป็นอะไรให้กับ “ตี๋ตี๋” ในตอนแรกเจ้าตัวก็คิดว่าจะซื้อตุ๊กตาหมีขาวให้ แต่คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่อยากได้ เลยดูเป็นรองเท้าให้แทน แต่ “ตี๋ตี๋” ก็ได้ปฏิเสธพร้อมบอกว่า การซื้อรองเท้าให้ เท่ากับจะต้องเดินจากกันไป “ป๋อ” จึงได้เลือกซื้อ ตุ๊กตาคุโรมิ ที่ “ตี๋ตี๋” ชอบให้แทน

            ซึ่ง “ตี๋ตี๋” ก็ได้เผยว่า ตนนั้นชอบคุโรมิ เพราะว่าชอบสีม่วง แล้วเคยเลื่อน X เล่นผ่าน ๆ แล้วเห็นคุโรมิทะเลาะกับมายเมโลดี้ในการ์ตูน นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ตนชื่นชอบในตัวละครนี้ทันที “ป๋อ” ยังบอกอีกว่า “ตี๋ตี๋” ยังมีนิสัยดื้อซนคล้ายกับคุโรมิอีกด้วย

            งานนี้ “ตี๋ตี๋” ก็ได้ถือโอกาสเม้าท์ “ป๋อ” ว่าอีกฝ่ายเป็นคนขี้เซามากกก หากมีเวลาว่างในกองถ่าย ก็จะหลับทันที “ป๋อ” เลยบอกว่า ตนนั้นสามารถนอนได้แค่ในคิวถ่ายแรก ๆ เพราะคิวถ่ายหลัง ๆ จะโดนผู้กำกับเริ่มดุแล้ว จึงทำให้ไม่ได้นอนแล้ว น่ารักน่าเอ็นดูจริง ๆ

( POV สถานการณ์ “ด้วงกับเธอ” )

            ทางทีมงานได้มีมินิเกมสนุก ๆ มาให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ได้เล่นสนุกเป็นน้ำจิ้มไปพร้อมกัน โดยการให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ แสดงในบทบาทต่าง ๆ ตามโจทย์ดังนี้

            รอบที่ 1 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ด้วงกับด้วง” ในบท ‘เธอ! ด้วงนอยแล้วนะ!’ ซึ่งทั้งสองก็ทำออกมาได้น่ารัก ชวนแฟน ๆ ตกหลุมรักไปกับเจ้าแก้มป่องทั้งสองไปทั้งใจ

            รอบที่ 2 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ฉินกับฉิน” ในบท ‘ยังจีบไม่ติดเลย จะตายแล้วหรอคะ?’ งานนี้ชวนเอาแฟน ๆ และทีมงานหลังกล้องเขินน้วยไปตาม ๆ กันนน

            ในรอบที่ 3 ให้ทั้งคู่สวมคาแรกเตอร์ “ด้วงกับเธอ” ในฉากเกี่ยวก้อยกัน EP.8 ในบท ‘ชอบอะไรเธอขนาดนี้ก็ไม่รู้’ ความเคมีเคใจนี้ทำเอาแฟน ๆ จิกหมอนฟินกันไปหมดแล้ววว

( วิธีจีบเธอ..สไตล์ “ตี๋ตี๋” กับ “ป๋อ” )

            “ตี๋ตี๋” เผยว่า ในชีวิตจริงเวลาตนเองจะจีบใคร จะไม่รุกชัดเจนเท่าตัวละคร “ด้วง” แต่จะเน้นการใส่ใจ คอยเป็นเซฟโซนให้อีกฝ่ายอย่างเงียบ ๆ และอบอุ่น

            ด้าน “ป๋อ” ก็ได้บอกว่า ส่วนตัวนั้นคิดว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง หากจะชอบใครสักคนก็คงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการแสดงออกเหมือนกับตัวละคร “ฉิน” เลย

( สุดยอดกระแสตอบรับ! “ด้วงกับเธอ” )

            ทั้งคู่เผยว่า ทุก ๆ การกระทำ และแรงใจของแฟน ๆ ที่มอบให้กับทั้งคู่นั้น เป็นกำลังใจให้กับทั้งสองได้ดีมาก พร้อมมีกำลังใจในการสู้ต่อกับสิ่งที่ต้องเจอในอนาคตข้างหน้าต่อไป

( ถ้าเจอ “ด้วง” “ฉิน” in Real life?! )

            “ป๋อ” เผยว่า ตนนั้นคงจะงงก่อนว่ามีคนแบบนี้อยู่บนโลกจริงหรอ ด้วยความที่ “ด้วง” เป็นคนที่ตรง ๆ ซื่อ ๆ ไปหมด แต่ก็เป็นคนดี จุดนี้จึงทำให้ “ป๋อ” ตอบว่า คงให้โอกาส แต่ก็ต้องดูความสม่ำเสมอต่อไป

            ในด้านของ “ตี๋ตี๋” ได้บอกว่า ตนนั้นจะประเมินก่อนว่าเราจะสามารถทำลายกำแพงของอีกฝ่ายได้ไหม ถ้าเราชอบเขามาก แล้วคิดว่าทำลายกำแพงเขาได้ ก็จะสู้สุดใจเพื่อให้ได้ใจเขามา พร้อมยังบอกแฟน ๆ อีกว่า หากกำลังชอบใครสักคนอยู่ ก็ให้สู้ต่อให้สุด ทำลายกำแพงในใจเขา แล้วเข้าไปอยู่ในใจเขาให้ได้ อีกทั้งยังเนียนขายเพลง “ไม่ชูส ไม่ท้อ” ของตัวเองอีกด้วย แสบจริง ๆ

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมให้ไลฟ์นี้มีรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ

จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษให้แฟน ๆ ได้เติมความสุขก่อนเอนตัวนอนหลับบนหมอนใบโปรด

ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” ได้เล่นสนุกกัน 

ในชื่อเกมว่า “ Baby จี๋จี๋ กับ ปิ๊ปปิ๊ป” เกมนี้บอกเลยว่า “จี๋จี๋ - ปิ๊ปปิ๊ป” เสิร์ฟความน่ารักจนล้นจอ

สดใสสมวัย สมใจยัย “จี๋จี๋” สุด ๆ ! สามารถไปรับชมความเคมีเคใจสุดน่ารักของทั้งคู่กันได้เลยยย

(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ”

ได้โทรกลับไปพูดคุย และสร้างประสบการณ์ความน่ารัก ให้กับแฟน ๆ ได้กลับไปนอนฟินกันแบบเต็มที่ !

            สุดท้ายนี้… รายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “ตี๋ตี๋ - ป๋อ” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่มามอบรอยยิ้ม ความฟิน ชวนอินจนจิกหมอน ให้เหล่าแฟน ๆ ได้อิ่มใจไปตาม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “ด้วงกับเธอ (Duang With You Siries)” สามารถรับชมได้ทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น. และดูออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT บนแอป iQIYI และเว็บ iQ.com ที่เดียวเท่านั้นนน!!

สามารถเข้าไปรับชมรอยยิ้มสุดน่ารัก และความน่ารัก สดใสของทั้งคู่ได้ทาง

 

แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

 

album
efm
-

-