
รายการ EFM FANDOM LIVE [ 7 พฤษภาคม 2569 ] ค่ำคืนนี้เตรียมพบกับ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” ที่จะมาส่งมอบความน่ารัก น่าเลิฟให้แฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปด้วยความสุข ไปกับ 2 ดีเจสวยหล่อ สนุกสนาน “ดีเจแนน” และ “ดีเจโซเซฟ”

ในช่วงแรกของรายการ พี่ ๆ ดีเจอ่าน 5 พล็อตเรื่อง “EFM FANDOM FANFICTION”
ที่ถูกเลือกมาจากแฟน ๆ พร้อมชวนท่องดินแดนแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตไปด้วยกัน

FANFICTION เรื่องที่ 1 มีชื่อว่า... บ้านเช่าหมายเลข 9
นามปากกา : Khunfar~~
“เทียร์” สถาปนิกสาววัย 30 ผู้ยึดถือเหตุผลและหลักการย้ายจากคอนโดเพื่อหาที่สงบทำงาน ได้พบ “บ้านเลขที่ 9” บ้านเช่าที่ดีและราคาถูกผิดปกติ และเธอคือผู้เช่าคนที่ 9 ไม่นานก็เกิดเรื่องประหลาดเหนือธรรมชาติ แต่เทียร์ยังคงอธิบายทุกอย่างด้วยวิทยาศาสตร์ จนคืนหนึ่งเธอเกือบประสบอุบัติเหตุ แต่มีมือเย็นเฉียบของใครบางคนช่วยไว้ เช้าวันต่อมาเธอได้พบ “พราว”วิญญาณหญิงที่ติดอยู่ในบ้านเป็นเหตุผลที่ผู้เช่าก่อนหน้าหนีไปทั้งหมด เทียร์พยายามไล่เธอออกทุกทางจนหลวงตาเอ่ยปาก “เขาไม่ได้มีจิตอาฆาต เขาแค่ติดอยู่ที่นี่เพราะบ่วงบางอย่างอยู่ร่วมกันไปเถอะ” และยังได้รู้ว่าพราวเป็นคนที่ช่วยชีวิตเธอไว้ เทียร์จึงต้องยอมพร้อมตั้งกฎการอยู่ร่วมกันแต่การอยู่ร่วมกันไม่ได้จบแค่นั้น เพราะพราว “จำไม่ได้ว่าตัวเองตายได้ยังไง” และยังไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้ เทียร์คนที่เชื่อว่าทุกอย่างต้องมีคำตอบจึงเริ่มตั้งคำถามกับสิ่งที่อธิบายไม่ได้ จากผู้เช่ากับวิญญาณ กลายเป็นคู่ร่วมทางที่ต้องตามหาความจริงในอดีต เพื่อไขปริศนาการตายของพราวและหาทางปลดปล่อยเธอ บางทีสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดไม่ใช่แบบแปลนแต่คือความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นระหว่าง “คนเป็น” กับ “คนที่ควรจากไป”
FANFICTION #1: This FANFICTION is titled... House for rent number 9
Pen Name : Khunfar~~
Tier, a 30-year-old architect with a strong sense of reason and firm principles, decides to leave her bustling condo in search of a more peaceful workspace. Her journey leads her to "House Number 9," a surprisingly charming and affordable rental, where she becomes the ninth tenant. However, this tranquil abode quickly reveals its secrets as eerie, supernatural happenings unfold. Tier, ever the rational thinker, attempts to rationalize these oddities through scientific explanations. One fateful evening, she's nearly involved in a life-threatening incident, only to be saved by an icy grasp. The following day, she encounters Praw, the spirit of a woman ensnared within the house—just the reason why all the previous occupants have fled. Determined to rid herself of this ghostly presence, Tier's efforts are thwarted by a monk who gently asserts, "She's not here to cause harm; she's simply bound by some karmic ties. You must learn to coexist." Soon, Tier discovers that Praw was the one who rescued her, compelling her to establish rules for their shared existence. Yet, their intertwined fates go beyond mere cohabitation: Praw struggles with the mystery of her own death, unable to find peace or be reborn. As Tier, who has always believed in finding answers, grapples with the unexplainable, their relationship evolves from that of tenant and spirit to that of unlikely companions. Together, they embark on a quest to unravel the tangled threads of Praw's past, uncovering the truth behind her demise and seeking a path to her liberation. Ultimately, they come to realize that perhaps the most intricate designs aren’t found in blueprints, but in the deepening emotions shared between the living and those who linger in the shadows of the past.

FANFICTION เรื่องที่ 2 มีชื่อว่า... เพลงเดิมกับเราที่ไม่เหมือนเดิม
นามปากกา : พระจันทร์ยิ้ม :)
บางเพลงไม่ได้มีไว้ฟังให้จบ แต่มันมีไว้เพื่อพาเรากลับไปหาใครบางคน “ปุณ” เคยเชื่อว่ากาลเวลา จะพาใครบางคนเลือนหายไปจากชีวิตได้รวมถึง “เนย” คนที่เคยยืนอยู่ข้างกันในวันที่ธรรมดากลับมีความหมาย ความทรงจำของพวกเขาผูกอยู่กับคอนเสิร์ตหนึ่ง ท่ามกลางแสงไฟ เสียงเพลง และฝูงชน มีเพียงมือที่จับกันแน่น และสายตาที่ไม่ต้องการคำอธิบาย แต่สุดท้าย ความสัมพันธ์นั้นก็จบลง ไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่จบลงเหมือนหลายๆ ความสัมพันธ์ — เงียบๆ และไม่มีคำอธิบาย เวลาผ่านไป ปุณใช้ชีวิตต่อ คิดว่าตัวเองลืมได้แล้ว จนกระทั่งเพลงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง เพียงท่อนฮุคสั้นๆ ทุกอย่างก็ย้อนกลับมาชัดเจน เหมือนเธอไม่เคยไปไหนจากวันนั้นเลย ปุณถึงได้รู้ว่าเธอไม่เคยลืมเนยได้จริงๆ ไม่ใช่ความคิดถึงที่อยากย้อนกลับไป แต่เป็นความรู้สึกที่อยู่เงียบๆ ในทุกวัน เธอไม่เคยลบเพลงนั้นออกจากเพลย์ลิสต์ ไม่ใช่เพราะลืมไม่ได้ แต่เพราะไม่เคยอยากลบ แม้จะรู้ดีว่าเพลงจะพาเธอกลับไปได้แค่ในความทรงจำ และไม่มีวันพาใครคนนั้นกลับมา แต่เธอก็ยังเลือกฟังมันซ้ำๆ เพราะบางเพลงไม่ได้มีไว้ฟังให้จบ แต่มันมีไว้เพื่อคิดถึงใครบางคน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่มีวันได้กลับไปหาเขาอีกเลย…
FANFICTION #2: This FANFICTION is titled... The song we used to share isn't quite the same tune anymore.
Pen Name : พระจันทร์ยิ้ม :)
Some songs aren’t just meant to be played to the end; they’re crafted to whisk us away to someone special. Pun once thought that time could wipe some people from our lives, including Noey, a companion from a seemingly ordinary day that held profound significance. Their bond was woven into the melodies of a concert, surrounded by kaleidoscopic lights, vibrant music, and throngs of fellow fans. Only their fingers intertwined, and their eyes spoke volumes without any words. Yet, that chapter closed, not because love had diminished, but as so many relationships do – quietly, without a word. Life moved on for Pun, who believed she had put it all behind her, until that familiar tune echoed once more. Just a brief chorus, and suddenly, memories surged back like a tide, as if no time had passed at all. Pun understood then that Noey had never truly slipped from her heart. It wasn’t a yearning to reclaim the past but rather a subtle presence that lingered with her each day. She never erased that song from her playlist, not due to an inability to forget, but out of a desire to hold on. Even though she knew it could only lead her to moments gone by and would never bring her back to them, she chose to savor it again and again. Because some songs aren’t meant to be played to completion; they serve to keep the memories of someone alive, echoing in our hearts without ever bringing us back to them…

FANFICTION เรื่องที่ 3 มีชื่อว่า... ลูกสาวกำนันเค้ากลัวอยู่เรื่องเดียว
นามปากกา : คนคูลๆเค้าอ้อนยังไงพี่
"ขอเทปพันตอไก่หน่อยครับ" ชายหนุ่มสะกิดจนคนที่นั่งเหม่ออยู่ถึงกับสะดุ้ง แอปเปิ้ล เอ่ยขอโทษที่ไม่ได้ยินเพราะเสียงไก่ดังระงมราวกับพวกมันแข่งกันขันอยู่ข้างหูเธอ เขาหัวเราะหลังรับของแล้วเดินจากไป ชีวิตลูกสาวเจ้าของซุ้มไก่ใครว่าง่าย ทุกวันนี้แอปเปิ้ลใช้ชีวิตเหมือนจ่าฝูงไก่เข้าไปทุกที "ผ้าอาบน้ำไก่ผืนหนึ่งค่ะ" เธอเงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่อีกครั้ง หญิงสาวใบหน้าหวานที่พกรอยยิ้มสวยกับตาใสแป๋วคู่นั้นช่างขัดกับมือขวาที่กระเตงอุ้มไก่ตัวโตซะเหลือเกิน "ลูกกำนันบ้านไหนมาซุ้มไก่ได้ทุกวัน" แอปเปิ้ลบ่นอุบ ตั้งแต่อุ้มไก่เป็นยัยคนสวยคนนี้ก็มาที่นี่ทุกวี่วัน "บ้านหนูนี่แหละ ไม่มีกฎข้อไหนห้ามลูกกำนันตีไก่ซะหน่อย" หน้าหวานปากแจ๋ว ฉายานี้มิ้มพิสูจน์แล้วว่าได้มันมาไม่ใช่เพราะโชคช่วย "ระวังกำนันจะตีเข้าสักวัน" "ไม่เคยกลัวหรอกนะจะบอกให้" ยังจะมายักคิ้วหลิ่วตาใส่กันอีก "เคยกลัวอะไรบ้างล่ะเราน่ะ" "ก็มีอยู่อย่างหนึ่งนะ" "อะไร?" นิ้วเล็กชี้ไปที่กลุ่มชายหนุ่มด้านใน "กลัวพวกนั้นมาจีบพี่..." ตาแป๋วที่แอปเปิ้ลชอบมองช้อนขึ้นมาสบกัน เป็นเพราะเมื่อกี้แน่... "จะกลัวทำไม ก็รู้อยู่แก่ใจว่าพี่ชอบหนูอยู่แค่คนเดียว"
FANFICTION #3: This FANFICTION is titled... The daughter of the village chief harbors just one fear in her heart.
Pen name : คนคูลๆเค้าอ้อนยังไงพี่
“Could you grab me some tape for the chicken spurs?” the young guy asked, nudging the girl, who jumped in surprise. Apple apologized for not catching his words over the ruckus of the roosters cawing loudly around her. He chuckled, pocketed the tape, and wandered off. Being the daughter of a chicken coop owner isn’t exactly a walk in the park. Lately, it feels like Apple is stepping into the role of the flock’s leader. “I could really use a chicken bathing towel, please,” she said, glancing back at the new arrival. The girl, with her sweet face, charming smile, and sparkling eyes, created a striking image next to the hefty rooster she clutched in her right hand. “Who does the headman’s daughter think she is, showing up at the coop every single day?” Apple muttered, annoyance creeping into her words. Now that she’s learned how to handle chickens, this pretty girl has been a daily fixture. “My place, obviously. There’s no rule banning the headman’s daughter from wrestling with roosters,” came the cheeky reply, her lovely appearance perfectly matched by her sharp wit—a combo that earned her a reputation that Mim had convinced everyone was no mere coincidence. “Better watch yourself, or the headman might give you a whack someday.” “I’m not scared, you know,” she shot back with a playful wink. “What have you ever feared, then?” “Well, there is one thing,” she said, as her small finger gestured towards a group of young men loitering nearby. “I worry they’ll try and hit on you…” Apple’s big, innocent eyes, which she adored gazing into, met his. It must have been the tension from earlier that sparked this conversation. “Why fret? You know Iอ’m only into you.”

FANFICTION เรื่องที่ 4 มีชื่อว่า... รอยเท้าสีขาวนำทางรัก
นามปากกา : DinTsuchi
“มิ้ม” เดินวนรอบหมู่บ้านในยามพลบค่ำ ในมือถือแผ่นปลิวประกาศ "ตามหาแมวสีส้ม" ที่หายไปของเธอ สายฝนเริ่มโปรยปรายทำให้กระดาษในมือเริ่มเปียกปอนและเลอะเลือน มิ้มทรุดนั่งลงที่ม้านั่งในสวนสาธารณะที่มืดสลัวด้วยความท้อแท้ ทันใดนั้น มีแมวสีขาวนวลตัวหนึ่งเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาของเธอ มันคาบปลอกคอสีแดงที่คุ้นตามาวางไว้ตรงหน้ามิ้ม ก่อนจะเดินนำเข้าไปในพงหญ้าลึกท้ายหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อว่ามีบ้านร้างที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป มิ้มเดินตามไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ จนถึงรั้วไม้เก่าที่ผุพัง แมวสีขาวตัวนั้นกระโดดข้ามรั้วเข้าไป มิ้มปีนตามเข้าไปจนพบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ที่บานสะพรั่งผิดธรรมชาติ “แอปเปิ้ล” คือหญิงสาวในชุดสีขาวที่ดูราวกับหลุดมาจากอีกยุคสมัย เธอกำลังอุ้มแมวสีส้มของมิ้มไว้ในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน แอปเปิ้ลเงยหน้าขึ้นสบตามิ้ม เธอไม่ได้พูดอะไร แต่เพียงแค่ส่งแมวคืนให้พร้อมกับยื่นดอกไม้สีขาวสะอาดตาให้หนึ่งดอก มิ้มรับแมวมาแนบอกด้วยความดีใจ แต่เมื่อเธอก้มลงมองดอกไม้ในมือครู่เดียวแล้วเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง แอปเปิ้ลและแมวสีขาวตัวนั้นก็หายไปท่ามกลางสายหมอกเสียแล้วทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ
FANFICTION #4: This FANFICTION is titled... White footprints guide love.
Pen Name : DinTsuchi
As twilight draped the village in shadows, Mim wandered restlessly, clutching a flyer that pleaded for the return of her missing orange feline. Drops of rain began to fall, blurring the ink and dampening her desperate hopes. Exhausted, she sank onto a park bench shrouded in soft light, her heart heavy. Just then, a creamy white cat emerged, weaving around her legs, its familiar red collar glinting in the fading light. It nudged the flyer gently with its nose before darting into the tall grass that fringed the village—where derelict houses loomed, shunned by locals. With a mix of hesitation and curiosity, Mim trailed behind the white cat until they reached a crumbling wooden fence. The agile feline hopped over, and Mim followed, soon discovering a woman sitting in a lavishly blooming garden that seemed to defy the seasons. Clad in white, she appeared as if she had stepped from a distant memory. “Apple,” the woman murmured, cradling Mim’s orange cat tenderly in her arms. With a warm, wordless smile, she returned the beloved pet to Mim and offered her a singular, flawless white flower. Tears of joy sparkled in Mim’s eyes as she clutched her cat, but after a moment’s pause to admire the flower, she looked up again. In an instant, Apple and the white cat dissolved into the mist, leaving only a delicate scent lingering in the air.

FANFICTION เรื่องที่ 5 มีชื่อว่า... LOVE PACKAGE แพ็กเกจนี้มีรัก
นามปากกา : tripple.T
ในปี 2039 ผู้คนเริ่มหันมาซื้อ “แพ็กเกจชีวิต” เพื่อความรวดเร็วในการเปลี่ยนแปลงตัวเอง และไลฟ์สไตล์ ‘แอปเปิ้ล’ เป็น Life Prototype tester นักรีวิวชื่อดังที่ทดลองใช้แพ็กเกจชีวิตมามากมาย แต่ยิ่งทำ เธอยิ่งรู้สึกว่าชีวิตพวกนั้นถูกสร้างมาเพื่อให้ “ดูดีสำหรับคนอื่น” มากกว่าจะอยู่ได้จริง เธอสะดุดตากับแพ็กเกจของ ‘มิ้ม’ แพ็กชีวิตเรียบง่าย ลดโซเชียลมีเดีย และอยู่กับตัวเองมากขึ้น แม้จะเปิดให้ใช้ฟรี แต่กลับไม่มีใครสนใจ พอแอปเปิ้ลติดต่อไป จึงได้รู้ว่ามิ้มเป็นนักออกแบบชีวิตมือใหม่ เธอมองว่าแพ็กเกจนี้ยังไม่พร้อมลงตลาด แต่ถ้าไม่มีคนทดลอง โครงการก็จะถูกพับ ทั้งคู่ต้องเจอกันเป็นระยะเพื่อติดตามผล จากคุยงานสั้น ๆ กลายเป็นคุยกันได้เรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว แอปเปิ้ลเริ่มชอบความเงียบสงบมากขึ้น มิ้มก็เริ่มคุ้นกับการมีใครสักคนอยู่ใกล้ ๆ เมื่อครบ 30 วัน แอปเปิ้ลส่งรีวิวขึ้นระบบแบบทุกครั้ง บรรยากาศเงียบลงหลังเสียงแจ้งเตือนว่าอัพโหลดสำเร็จดังขึ้น มิ้มละสายตาจากสมุดบันทึก “…ยังไม่กลับเหรอคะ” แม้จะรู้สึกใจหายแต่ก็ไม่อยากรั้งคนตรงหน้าไว้ แอปเปิ้ลส่ายหน้าแล้วส่งยิ้มบาง ๆ “แค่อยากลองใช้เวลาด้วยกันดูน่ะค่ะ สนใจไหมคะ”
FANFICTION #5: This FANFICTION is titled… LOVE PACKAGE
Pen Name : tripple.T
In the year 2039, a trend emerged where individuals began purchasing “life packages” aimed at achieving rapid personal and lifestyle changes. Among these seekers was Apple, a well-known tester and reviewer of Life Prototypes who had explored countless options. However, the more life packages she sampled, the more she realized they seemed crafted to impress others rather than foster genuine sustainability. Then, she stumbled upon Mim’s offering: a straightforward lifestyle that focused on cutting back on social media and embracing solitude. Surprisingly, despite no cost attached, it garnered little interest. When Apple reached out to Mim, she discovered that Mim was still a fledgling life designer. Mim felt her package wasn’t fully polished for public consumption; yet, she knew that unless someone gave it a shot, the project would be abandoned. They began to meet regularly to track the package’s development. What initially started as brief work sessions organically blossomed into deeper conversations. Apple found herself cherishing the tranquility, while Mim became more comfortable with having someone in her space. After a month, Apple uploaded her review as she typically would. The room settled into a hush as the upload notification chimed. Mim glanced up from her notes. “…Aren’t you heading home soon?” A flicker of sadness crossed her, but she didn’t want to pressure Apple. However, Apple simply shook her head and offered a faint smile. “I thought we could enjoy a little more time together. What do you say?”

เข้าสู่ช่วงที่สองของรายการ EFM FANDOM LIVE ค่ำคืนนี้ต้อนรับ “แอปเปิ้ล - มิ้ม”
ที่จะมาสร้างช่วงเวลาสุดพิเศษด้วยเคมีสุดหวานนน จนแฟน ๆ ต้องหลงรักกก~

( Ammirey สุดน่ารักของ APM )
ทั้งคู่เผยว่า เหล่าแฟนคลับ หรือ Ammirey ของพวกเธอนั้นน่ารักและเรียบร้อยมาก ๆ อย่างวันนี้ที่ทั้งคู่ได้มาออกรายการ EFM FANDOM LIVE เหล่าแฟน ๆ ที่รออยู่ด้านหน้าตึกก็ได้นั่งเข้าแถวรอเจอกับทั้งคู่กันแบบมีระเบียบสุด ๆ
“แอปเปิ้ล” ยังเผยอีกว่า ขนาด “มิ้ม” ที่ปกติแล้วเป็นคน Introvert ยังต้องปรับตัวเพื่อที่จะไม่ให้เวลารวมพล หรือมีงานที่ต้องพบเจอกับแฟน ๆ จะไม่เงียบเกินไป เป็นด้อมที่น่ารักจริง ๆ

( หวนนึกถึงตัวเองในอดีต.. )
“แอปเปิ้ล” เผยว่า เวลาที่ตนเห็นมิ้มนั้นจะนึกย้อนไปเหมือนเห็นตัวเองในอดีต ตอนที่เข้าวงการใหม่ ๆ พร้อมเล่าว่า ช่วงที่เข้าวงการใหม่ ๆ ทำการบ้านหนักมากในการแสดงเรื่องแรก แต่รู้สึกว่าต่อให้ทำยังไงก็ทำออกมาได้ไม่ดี แม้มีโอกาสแก้ตัวกี่รอบก็ยังไม่สามารถทำออกมาได้ดีเท่าที่ควร ทำให้โดนผู้กำกับและผู้ใหญ่ดุบ่อยมาก ๆ ตอนนี้ที่ได้อยู่กับ “มิ้ม” จึงอยากเป็นคนคอยสอน คอยชี้แนะเส้นทางต่าง ๆ ในวงการให้กับอีกฝ่าย อยากเป็นคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ คอยซัพพอร์ตอีกฝ่าย เหมือนอย่างที่ในอดีตตนนั้นอยากได้คน ๆ นั้นมาคอยอยู่ข้าง ๆ เป็นเซฟโซนนั่นเอง
พร้อมยังบอกอีกว่า ตนนั้นอยากให้ “มิ้ม” ประสบความสำเร็จในทุก ๆ ด้านที่ชอบ โดยเฉพาะด้านแฟชั่นที่อีกฝ่ายหลงใหล และให้ความสนใจมาก ๆ เพราะก่อนจะมาแสดงละครก็เคยเป็นนางแบบมาก่อนด้วย ครบทุกด้านจริง ๆ เจ้าหนูคนนี้~
อีกทั้งยังเล่าเสริมอีกว่า ทุกวันนี้ “มิ้ม” ยังช่วยตนเยอะมากในเรื่องโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น การเลือกรูปให้เอาไปโพสต์ลง คุมโทนโพสต์ในไอจีต่าง ๆ จากที่ปกติตนนั้นเป็นคนที่ถ่ายอะไรก็ลงแบบนั้นเลย พอมีอีกฝ่ายมาช่วยคุมเรื่องนี้ก็ช่วยยกระดับให้ดูเป็นคนมีเทสมากขึ้น เสริมส่งกันแบบลงตัวสุด ๆ สำหรับคู่นี้

( จะเป็นคนข้าง ๆ ให้เธอเสมอ )
“มิ้ม” เล่าว่า นอกจากเรื่องงานแล้ว “แอปเปิ้ล” ยังเป็นคนที่คอยซัพพอร์ต และดูแลตนในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการไปรับไปส่งอยู่เสมอ หรือแม้แต่เวลาที่ “มิ้ม” อยากจะกินอะไร “แอปเปิ้ล” ก็จะตามใจและพร้อมไปด้วยเสมอ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่ “แอปเปิ้ล” จะไม่ถูกปากก็ตาม

( เธอคนโปรด ตัวอย่าง..ที่น่านับถือ )
“มิ้ม” เผยว่า ตนนั้นเคารพและนับถือ “แอปเปิ้ล” มาก ๆ เพราะตนนั้นมีอีกฝ่ายเป็น แรงบันดาลใจในการสู้ชีวิต และทำงานเลี้ยงดูครอบครัว พร้อมยังนับถืออีกฝ่ายเรื่องของความกตัญญูต่อแม่มาก ๆ โดยตนนั้นรู้สึกว่าอยากจะทำตามอีกฝ่ายให้ได้ จนไปถึงวันที่แม่ไม่ต้องทำงาน หรือลุกขึ้นมาหาเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง เพียงแค่อยู่บ้าน และใช้ชีวิตให้สุขสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใด ๆ

( สัญญาณที่บ่งบอกว่าชีวิตเปลี่ยนไป..?! )
“มิ้ม” เผยว่า ตอนที่ตนนั้นเป็นนางแบบ ก็ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงอะไร แต่ปัจจุบันกลับเปลี่ยนไปแบบเห็นได้ชัดเลย ในปัจจุบันไม่ว่าตนจะชอบหรือสนใจอะไร ก็จะมีเหล่าแฟน ๆ คอยซัพพอร์ตอยู่เสมอ แล้วก็รู้สึกว่าการที่ได้มาเป็นนักแสดงนั้นสอนให้ตนนั้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จึงทำให้ตนรู้สึกอยากพัฒนาตัวเองมากขึ้นไปอีก
ในด้าน “แอปเปิ้ล” เผยว่า ตั้งแต่ซีรีส์ออนแอร์ไปคนจะเรียกว่า “พี่ดิน” แทนการเรียกชื่อจริงซะอีก และเวลาเจอกับแฟน ๆ นอกเวลางาน ก็จะเจอปฏิกิริยาแปลก ๆ เหมือนอยากจะเข้ามทักแต่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ นอกจากนี้ยังมียอด Follow ที่เพิ่มขึ้นเยอะมาก ๆ อีกด้วย

( ความดราม่าสุดท้าทาย )
“มิ้ม” เผยว่า ในตอนแรกที่ถูกจับเข้าไปถ่ายในกองคือชีวิตจริงดราม่ากว่าในซีน เพราะตนนั้นแอบเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำบ่อย ๆ เนื่องจากเพราะไม่สามารถแสดงออกมาได้ดีเท่าที่ควร แต่ในส่วนของซีนดราม่าในบทบาทที่ได้รับนั้น ตนรู้สึกว่านักแสดงร่วมคนอื่นช่วยส่งอินเนอร์ได้ดีมาก และผู้กำกับก็ช่วยบิ้วอารมณ์ได้ดีมากเช่นกัน จนทำให้มีฟีลในการเล่นซีนในบทดราม่านั้นได้ง่ายขึ้นมาก ๆ

( First impression เหมือนรักแรกพบ! )
“แอปเปิ้ล” เผยว่า จุดเริ่มต้นคือตนนั้นเป็นคนนำเสนอ “มิ้ม” ให้ทางผู้ใหญ่ไปคัดเลือกต่อ อีกทั้ง “มิ้ม” ยังเป็นคนแรกที่ตนนั้นเลือกและส่งไป และยังโชคดีมาก ๆ ที่ “มิ้ม” ก็ตอบรับกลับมา โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่เจอกันในครั้งแรกว่า วันนั้นตนได้ไปช่วยเพื่อนแคสนักแสดงงานหนึ่ง แล้วได้ไปแคส “มิ้ม” และก็จำได้อีกฝ่ายได้มาโดยตลอด
พร้อมเผยถึงพัฒนาการของอีกฝ่ายว่า จากตอนแรก ๆ ที่เป็นคนเงียบ ๆ นิ่ง ๆ ไม่ค่อยมีเอเนอจี้ ในกองถ่ายก็จะได้เห็นภาพที่กระโดด ดึ๋ง ๆ โยนลูกบอลเสียงดัง เป็นการโปรเจกต์เสียง และเพื่อให้ร่างกายแอคทีฟ ให้มีเอเนอจี้ที่เยอะมากขึ้นอีกด้วย
“มิ้ม” เสริมว่า ก่อนเข้ากองถ่าย ตนจะโดนจับไปวิ่งตลอด เพราะวันที่ไปวิ่งจะทำให้ตนนั้นดีดขึ้น แต่หลัง ๆ จะหาทางลัดก็คือจะไม่กินข้าว เพราะรู้ว่าหากตนกินข้าวแล้วจะง่วงนอนมาก ๆ เนื่องจากปกติตนนั้นเป็นคนที่นอนกลางวันตลอด

( How to เข้าหาเธอ..ยัยคนสวย )
“แอปเปิ้ล” เล่าว่า มีเวลาแค่เพียง 2 วันเท่านั้น ที่จะเข้าไปตีสนิทกับอีกฝ่าย ตนจึงได้เลือกการเล่นไพ่เผือก เพื่อที่จะเป็นสะพานในการพูดคุยกันได้แบบลึกซึ้ง และสนิทสนมกันมากขึ้น
ด้านของ “มิ้ม” เล่าอีกว่า ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน ที่เคยเจอกับอีกฝ่ายในตอนที่ตนนั้นไปแคสงาน วันนั้นมองว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ดูเข้าถึงได้ง่าย จนมาเจอกันอีกทีวันเซ็นสัญญา ก็ได้พูดคุยและมองเห็นอีกฝ่ายมากขึ้น พร้อมยังบอกอีกว่าในวันที่เล่นไพ่เผือกด้วยกันนั้นคือคุยกันตรง ๆ เลย ว่าถ้าเธอพร้อมเปิดใจ ชั้นก็พร้อมเปิดใจเช่นกัน

( หนูอยากเห็นพี่เป็นผู้กำกับ! )
“มิ้ม” เผยว่า เร็ว ๆ นี้ “แอปเปิ้ล” ได้มีโอกาสได้เป็นผู้กำกับซีรีส์ และในอนาคตตนก็อยากเห็นภาพอีกฝ่ายในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์เช่นกัน วันนั้นอีกฝ่ายคงจะเท่มาก ๆ น่าภูมิใจไม่น้อยเลยน้าาา
โดย “แอปเปิ้ล” ก็ได้เผยว่า ย้อนกลับไปตอนที่ตนนั้นได้เข้าไปใน North Star Entertainment ในฐานะผู้กำกับ และกำลังจะได้กำกับซีรีส์เรื่องหนึ่ง แต่จู่ ๆ กลับมีเหตุที่ทำให้ต้องไปร่วมโปรเจกต์กระทันหัน “แอปเปิ้ล” จึงต้องไปตามหาคู่ตัวเองด้วยตัวเอง ซึ่งสุดท้ายก็ได้ “มิ้ม” คนที่ยังติดอยู่ในความทรงจำเสมอมานั่นเอง

( สิ่งที่คิดถึง..หลังซีรีส์จบ )
“แอปเปิ้ล” เผยว่า ตนนั้นอยากเห็นพัฒนาการของตัวละครหลังจากที่ทั้งสองตัวละครอยู่ด้วยกันจริง ๆ เพราะก่อนจะจบเรื่อง บทของตัวละครจะพลิกจากติ๋ม ๆ เป็นเสือแซ่บขึ้น เลยอยากเห็นพัฒนาการว่าจะเป็นยังไงต่อไป
ในด้านของ “มิ้ม” ก็คิดเห็นตรงกันว่าอยากเห็นพัฒนาการของตัวละครเช่นกัน พร้อมเผยว่า จริง ๆ ในนิยายทั้งคู่จะมีลูก ชื่อ “เดย์ซี่” จึงอยากรู้ว่าในชีวิตจริงเขาพร้อมจะมีลูกกันหรือยัง แล้วก็อยากเห็นว่าพอเขามีความสุขกันตลอดเวลาเขาจะใช้ชีวิตกันยังไง เพราะกว่าจะมารักกันเหมือนจุดนี้ได้ ก็ผ่านปัญหาและอุปสรรคมามากมายเหมือนกัน
พร้อมฝากให้ Ammirey ทุกคนติดตามผลงานต่อ ๆ ไปของทั้งคู่ ทั้งงาน Fan meeting ที่ใกล้เข้ามา และงานอื่น ๆ เช่นกัน ฝากแฟน ๆ ติดตามด้วยน้าาา

และอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญ ที่จะเติมเต็มให้ไลฟ์นี้มีแต่ความสุข และรอยยิ้ม จนกลายเป็นค่ำคืนสุดพิเศษสำหรับแฟน ๆ
ทางรายการ EFM FANDOM LIVE มีเกมสุดพิเศษมาให้ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” ได้เล่นสนุกกันแบบจัดเต็ม
กับเกมชื่อว่า “APM Wedding วิวาห์รัก นิรันดร”
ในเกมนี้ทั้งคู่ก็ได้เล่นกันอย่างสนุกสนาน แฮปปี้ พร้อมสร้างรอยยิ้ม พาแฟน ๆ โดนตกกันแบบจัดเต็ม!
สามารถไปติดตามรับชมความน่ารักของทั้งคู่ได้เลยยย!
(เข้าไปชมได้ใน YouTube : ATIME)

ยังคงเติมเต็มความฟินให้ค่ำคืนนี้แบบต่อเนื่อง กับโมเมนต์สุดพิเศษ ด้วยการให้ “แอปเปิ้ล - มิ้ม”
โทรกลับไปพูดคุย และสร้างรอยยิ้ม เติมกำลังใจให้กับแฟน ๆ ได้อิ่มฟินไปตาม ๆ กันนน
สุดท้ายนี้ ทางรายการ EFM FANDOM LIVE ขอขอบคุณ “แอปเปิ้ล - มิ้ม” สำหรับโมเมนต์สุดพิเศษตลอดค่ำคืนนี้ และขอบคุณที่นำความน่ารักของทั้งคู่มาทำให้เหล่าทีมงาน และแฟน ๆ ได้อมยิ้มไปตาม ๆ กัน ฝากทุกคนติดตามซีรีส์เรื่อง “The Earth วิวาห์ปฐพี” สามารถติดตามรับชมซีรีส์ย้อนหลังออนไลน์เวอร์ชัน UNCUT ได้ทางแอปพลิเคชัน iQIYI และเว็บไซต์เท่านั้น!!

สามารถเข้าไปรับชมเติมความฟินไปกับความเคมีเคใจของทั้งคู่ได้ทาง
แล้วมาท่องโลกความฟินพร้อมกันใหม่ใน Chapter ต่อไปน้า~

-