เรื่องเล่าจากคุณดิว ‘กูไม่ให้อยู่’ I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 25 มิ.ย. 2567]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณดิว ‘กูไม่ให้อยู่’ I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 25 มิ.ย. 2567]

29 มิ.ย. 2024

        คุณเคยฝันเห็นอะไรแปลก ๆ ไหม? แล้วเคยไหม ที่ฝันเห็นสิ่งนั้นหลายคืนติดกัน แล้วมันก็กลายมาเป็นสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเราไป! เรื่องราวนี้ ’คุณดิว’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (25 มิถุนายน 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวทีมีชื่อว่า ‘กูไม่ให้อยู่’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย!

        คุณดิวเล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเพื่อนสนิทที่เป็นผู้หญิงในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ให้ชื่อสมมุติว่า ‘คุณแพท’ เรื่องเริ่มที่คุณแพทสอบติดมหาวิทยาลัย ซึ่งเด็กปี 1 ส่วนใหญ่จะอยู่หอใน ข้างในหอเป็นเตียง 2 ชั้น มีห้องน้ำในตัว และมีรูมเมท 1 คน ซึ่งคุณแพทก็จะเรียนภาคพิเศษโดยเลิกเรียนประมาณ 2-3 ทุ่ม ผ่านเทอมแรกไปก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น

        พอเข้าเทอมที่ 2 มีอยู่คืนหนึ่ง คุณแพทฝันว่าอยู่ในหอพัก เห็นตัวเองกับรูมเมทนอนที่เตียง แพทนอนชั้น 2 และมีกลุ่มควันสีดำอยู่ที่ปลายเตียง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ไปเรียนและใช้ชีวิตตามปกติ

        คืนที่ 2 ก็ฝันแบบเดิม เห็นกลุ่มควันดำที่ปลายเตียงอีก คุณแพทเอะใจว่ามันแปลก ๆ ทำไมฝันแบบเดิม 2 คืน พอตื่นเช้ามาก็ไปทำบุญใส่บาตร

        คืนที่ 3 ก็ยังฝันเห็นกลุ่มควันดำแบบเดิมอีก แต่ครั้งนี้ตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วก็สวดมนต์บทชินบัญชร ปกติคุณแพทสวดมนต์ทุกวันอยู่แล้ว พอเช้ามาก็ไปใส่บาตรอีก

        พอคืนที่ 4 ก็ยังคงฝันเหมือนเดิม แต่กลุ่มควันดำค่อย ๆ ปรากฎภาพให้เห็นในฝัน เป็นผู้หญิงนั่งชันเข่าอยู่ที่ปลายเท้า สภาพโทรม ผมยาวรุงรัง แล้วก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา ซึ่งทุกคืนที่ฝันคุณแพทก็จะบอกรูมเมทตลอด แล้วรูมเมทก็จะตื่นมาอยู่ด้วยกันตลอด พอคืนที่ 5, 6 และ 7 มันก็เริ่มแปลกไปกว่านั้น..

        ในฝันครั้งนี้ ผู้หญิงคนเดิมจับเตียงและพูดว่า

        “ออกไป! กูไม่ให้อยู่”

        ด้วยความที่คุณแพทกลัวมาก ๆ จึงหาวิธีหลายอย่าง เช่น เอาเหรีญมาไว้ที่ปลายเตียง ทำทุกอย่าง แต่ก็ยังคงฝันแบบนี้ไปอีก 3 คืน และโทรไปปรึกษาครอบครัวว่าควรทำอย่างไรดี ทางครอบครั้วจึงบอกให้ลองไปถามเจ้าของหอว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า คุณแพทจึงลงไปถามคุณป้าที่ดูแลหอ ป้าบอกว่า

        “ที่นี่มีศาลเพียงตาอยู่ข้างหอนะ ลองไปไหว้ดูหน่อยมั้ย เพราะหนูเพิ่งเข้ามาอยู่ปีแรก”

        วันนั้น คุณแพทจึงรีบโทรหาคุณแม่หลังเลิกเรียน คุณแม่ก็เตรียมของไหว้มาให้ แล้วก็ไปไหว้บอกกล่าวสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า ‘เรามาขออาศัย เรามาขออยู่’ จากนั้นก็จะเอาพวงมาลัยแขวน แต่ที่ศาลไม่มีที่แขวน แต่ก็สังเกตเห็นว่าข้าง ๆ มีรั้วคล้ายกับให้แขวนตรงนี้ จึงนำพวงมาลัยไปแขวนไว้ตรงนั้น แล้วก็เดินหันหลังกำลังจะกลับ ก็ได้ยินเสียง ฟุ้บ! หันกลับไปก็เห็นว่าพวงมาลัยหล่น! คุณแพทจึงเดินกลับไปหยิบพวงมาลัยไปแขวนอีกครั้ง แต่พอหันหลังกลับพวงมาลัยก็ตกอีก รอบที่ 3 คุณแพทก็หยิบขึ้นไปแขวน แต่คุณแม่บีบมือแน่นแล้วกระชาก แล้วบอกว่า

        “ไปเถอะลูก เรามาไหว้เขาแล้ว”

        จากนั้นคุณแม่ก็รับคุณแพทกลับไปนอนที่บ้าน 1 คืน ส่วนรูมเมทก็ไปขอเพื่อนอีกห้องนอนด้วยเพราะความกลัว

        วันถัดมาก็ไม่ได้ฝัน จึงคิดว่าทุกอย่างคงกลับมาปกติแล้ว คืนถัดมาจึงนัดกับรูมเข้าห้องพร้อมกัน ครั้งนี้คุณแพทบอกว่าไม่ได้ฝันแล้ว แต่รู้สึกเหมือนผีอำ เห็นกลุ่มควันดำที่ปลายเตียง สุดท้ายก็สะดุ้งลุกขึ้นมาได้ จึงสวดมนต์บทชินบัญชร แล้วก็เป็นแบบนี้หไปอีก 3 คืน ทั้งคุณแพทและรูมเมทกลัวกันมาก ๆ ถึงขั้นเวลาเข้าห้องน้ำ หรืออาบน้ำก็ต้องเข้าพร้อมกัน ไม่ก็ให้คนนึงอาบคนนึงรอ

        คุณแพทเล่าว่าครั้งนี้ระหว่างอาบน้ำ ไฟก็ดับ แต่ช่วงที่ไฟกระพริบก่อนที่จะติดกลับมา คุณแพทกับรูมเมทก็เห็นผู้หญิงคนนั้นที่ผมยาวพะรุงรังห้อยหัวตรงหน้าต่างห้องน้ำ มองมาที่ 2 คน และพูดว่า

        “กูไม่ให้อยู่!”

        ทั้งคู่ช็อคกันมาก รีบคว้าผ้าขนหนูวิ่งออกมาจากห้อง คุณแพทกลัวถึงขนาดดรอปเรียนและไปถือศีลเป็นเวลา 1 เดือนเลยทีเดียว

        หลังจากคุณแพทกลับมาก็มาสืบว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร ตอนนั้นคุณแม่เล่าว่า ที่คุณแม่บีบมือ เพราะเห็นว่ามีผู้หญิงตัวดำ ๆ นั่งชันเข่าอยู่ตรงขอบรั้วและทิ้งพวงมาลัยที่เพื่อนแขวนลงพื้น และก็มีเด็กผู้หญิงที่อยู่อีก 3 ห้องถัดไปก็ฝันเหมือนกัน 7 คืน ว่ามีผู้หญิงมาเขย่าเตียง แล้วก็พูดว่า

        “กูไม่ให้อยู่!”

        หลังจากนั้นก็รู้มาว่าหอพักนี้เคยเป็นโรงพยาบาลมาก่อน ซึ่งมหาวิทยาลัยไม่ได้ทุบทิ้งแค่เอามาปรับปรุงใหม่ ซึ่งคุณแพทก็ไม่เคยรู้เลยว่าตนทำอะไรผิด..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากลูกหว้า พิจิกา 'พี่ผมแดง' I อังคารคลุมโปง X มิ้ม รัตนวดี - ลูกหว้า พิจิกา [14 ม.ค. 2568]

22 ม.ค. 2025

เรื่องเล่าจากลูกหว้า พิจิกา 'พี่ผมแดง' I อังคารคลุมโปง X มิ้ม รัตนวดี - ลูกหว้า พิจิกา [14 ม.ค. 2568]

คุณลูกหว้า พิจิกา ได้นำเรื่อง ‘พี่ผมแดง’ มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (14 มกราคม 2568) ต้องบอกเลยว่า ประสบการณ์การเจอสิ่งลี้ลับของคุณลูกหว้าครั้งนี้ ทำให้ทั้ง ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ขนลุกทั้งคู่! ย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คุณลูกหว้าได้ถูกเชิญไปงานแต่งของ ‘พี่บี มือคีย์บอร์ด ของวง ETC’ ที่จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้คุณลูกหว้าต้องค้างคืนที่บ้านของ ‘พี่โซ่ หัวหน้าของวง ETC’ ในใจของคุณลูกหว้าคิดว่า คงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น หลังจากตื่นขึ้น คุณลูกหว้าก็ได้ลุกขึ้นมาอาบน้ำ-แต่งหน้าตามปกติ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จเวลา 8 โมงกว่า คุณลูกหว้าจึงตัดสินใจปลุกน้องที่มาด้วยกัน แต่ทั้ง ๆ ที่คุณลูกหว้าอาบน้ำแล้ว จู่ ๆ กลับรู้สึกง่วงอย่างประหลาด ทำให้คุณลูกหว้าตัดใจสินใจเอนตัวลงเพื่อพักสายตา หลังจากที่เอนตัวไป คุณลูกหว้าก็ได้หลับในทันทีและฝันเห็นภาพทุ่งหญ้ากว้าง และได้เห็นกลุ่มคนยืนอยู่ใกล้ ๆ แต่งตัวสีสันมากมาย ในใจของคุณลูกหว้าเหมือนได้ทำการสื่อสารกับกลุ่มคนตรงนั้นว่า ‘ไม่มีอะไรนะ เราแค่มางานแต่ง’ คุณลูกหว้าก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะคิดว่าเป็นความฝัน ผ่านไปสักพักหนึ่ง คุณลูกหว้าก็ได้ลืมตา และได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ที่ปลายเท้าของตน จากนั้นก็ค่อย ๆ หันศีรษะมาทางคุณลูกหว้าอย่างช้า ๆ สีผมของผู้หญิงคนนั้นเป็นสีแดงปนสีส้ม ดวงตาสีน้ำตาลปนแดง และใช้ตาคู่นั้นจ้องมองมาที่คุณลูกหว้าแบบไม่ละสายตาคุณลูกหว้าจึงสะดุ้งตื่น! อาการที่เกิดขึ้นนั้นเหมือนกับคนที่ฝันร้ายมาก ๆ เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง คุณลูกหว้าก็ปลอบตัวเองว่าสิ่งที่เห็นเมื่อสักครู่นี้เป็นเพียงความฝัน หลังจากนั้น คุณลูกหว้าสบายใจมากยิ่งขึ้น นี่ถือเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกในชีวิตของคุณลูกหว้าที่ได้เจอกับสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ หลังจากที่น้องของคุณลูกหว้าตื่นขึ้นมาอาบน้ำ ในตอนนั้นตัวของคุณลูกหว้ายังไม่เล่าให้น้องฟังและคิดว่าคงไม่มีอะไรหลังจากนี้แล้ว จนกระทั่งไปที่โบสถ์และทำพิธีทุกอย่างเสร็จสิ้น ทุกคนก็ตัดสินใจไปกินกาแฟกัน และมีรุ่นพี่คนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า “ด้านข้างของตัวบ้านคือโบสถ์ เป็นศาสนจักรของชาวคริสต์ แล้วทางด้านหลังของตัวบ้านก็อยู่ติดกับสุสาน” สิ้นคำพูดของรุ่นพี่ คุณลูกหว้าก็รู้สึกว่าจะได้รับข้อมูลที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง จึงได้ตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องเหตุการณ์ที่เจอเมื่อเช้าให้ทุกคนตรงนั้นฟัง เมื่อทุกคนได้ฟัง ก็ไม่ได้มองว่าเหตุการณ์ของคุณลูกหว้าแปลก เพราะที่สุสานตรงนั้นก็มีศพของมิชชันนารี ที่เป็นคนต่างชาติฝังไว้อยู่ด้วยเหมือนกัน คุณลูกหว้าจึงได้รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตนน่าจะได้เจอกับผู้หญิงคนนั้นจริง ๆ แต่ก็ยังไม่ทราบถึงเหตุผลว่า ‘ทำไมผู้หญิงผมแดงคนนั้นถึงจ้องมองคุณลูกหว้าอย่างไม่ละสายตาไปไหนเลย’(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณเเชมพู 'พี่พยาบาล' I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 19 พ.ย. 2567 ]

23 พ.ย. 2024

เรื่องเล่าจากคุณเเชมพู 'พี่พยาบาล' I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 19 พ.ย. 2567 ]

ขนลุกกับเรื่องราวสุดหลอนในโรงพยาบาล โดย ‘คุณแชมพู’ ที่ได้นำเรื่อง ‘พี่พยาบาล’ มาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (19 พฤศจิกายน 2567) ทำเอา ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ขนลุกซู่! เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ตามไปอ่านกันเลย! ‘คุณแชมพู’ ได้เล่าว่าตนเป็นพนักงานอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่กรุงเทพฯ ซึ่งในตึกที่คุณแชมพูทำงานอยู่มีการก่อสร้าง ทำให้ต้องใช้ทางออกทางเดียว และอาชีพนี้ก็ทำให้คุณแชมพูต้องกลับบ้านช่วงเย็น - ค่ำทุกวัน ต้องผ่านจุด ๆ นี้ตลอด โดยส่วนตัวคุณแชมพูเป็นคนที่กลัวผีมาก แต่ใจสู้ คิดว่าคงไม่มีอะไร จึงใช้ชีวิตตามปกติต่อไป อยู่มาวันหนึ่ง คุณแชมพูมีโอกาสได้เจอกับ ‘พี่พยาบาล’ คนหนึ่งที่อายุประมาณ 50 ปี ทุกครั้งที่เจอ ก็จะสวัสดีทักทายตลอด ซึ่งครั้งสองครั้งแรกที่สวัสดี พี่พยาบาลคนนั้นไม่เห็นคุณแชมพู และไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบกลับมา จนคุณแชมพูเริ่มเอะใจว่า ‘เขาจะไม่เห็นเราจริง ๆ หรอ?’ ด้วยความที่ทางเดินไม่ได้กว้างมากนัก ออกไปทางแคบด้วยซ้ำ แถมพื้นที่ตรงนั้นมีแค่พวกเขาสองคน โอกาสที่พี่พยาบาลคนนั้นจะไม่เห็นคุณแชมพูมีน้อย เพราะมันใกล้กันมาก แต่คุณแชมพูก็ไม่ได้ติดใจอะไร จนมาครั้งที่สาม - ครั้งที่สี่ คุณแชมพูก็เจออีก ในช่วงเวลาเดิมประมาณ 6 โมงครึ่ง เป็นช่วงที่ฟ้าจะมืดก็ไม่มืด จะสว่างก็ไม่สว่าง ตะวันโพล้เพล้ เมื่อเดินไปเจอพี่พยาบาล ก็หันไปสวัสดี แต่พี่พยาบาลไม่หันมอง จนคุณแชมพูคิดว่าตนนั้นไปทำผิดอะไรมาหรือเปล่า อาจทำให้เขาไม่พอใจ และไม่อยากคุยกับตน แต่สายตาของพี่พยาบาลคนนี้ที่คุณแชมพูเห็น เป็นสายตาที่ว่างเปล่า เหมือนมองไม่เห็นอะไรที่อยู่รอบตัวเลย ซึ่งในครั้งสองครั้งแรกคุณแชมพูก็ยังไม่ทันได้สังเกต แต่พอหลายครั้งเริ่มรู้สึกว่าแปลก ๆ พี่พยาบาลคนนั้น ไม่ได้มีสีหน้าตึงเครียด แต่เป็นสีหน้าที่เรียบเฉย ขาวซีด สายตาของเขามองตรงไปข้างหน้าอย่างเดียว ไม่ได้มีการหันกลับมามองตัวคุณแชมพูเลย ตอนนั้นเอง คุณแชมพูเริ่มเอะใจขำ ๆ ว่า ‘ใช่คนหรือเปล่านะ’ แต่ก็คิดว่าไม่ใช่ จึงได้ไปปรึกษากับพี่ในห้องที่ทำงานมานานแล้ว คุณแชมพูเล่าให้เขาฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เจอ และพูดทิ้งท้ายตลก ๆ ว่า ‘เขาจะใช่คนหรือเปล่านะ’ พี่คนนั้นก็ได้เงียบไป และให้คุณแชมพูบอกถึงรูปพรรณสัณฐานของพี่พยาบาลคนนี้แทน คุณแชมพูได้ตอบไปว่า “เป็นพี่พยาบาลผมสั้นแบบลอนประบ่า ส่วนสูงกลาง ๆ ส่วนสูงประมาณนี้ สีผิวประมาณนี้ ใส่เสื้อพยาบาลที่ค่อนข้างขาวไปทางสีขาวซีด” พี่ในห้องคนนั้นก็ถามเพิ่มเติม และก็ได้เงียบไป ตอบกลับแค่ว่า “ไม่มีอะไรหรอก คิดมากไป ลองไปทำบุญดูจะได้สบายใจ” คุณแชมพูเล่าต่อว่า มีหลายเหตุการณ์ที่พอมีคนรู้ว่าคุณแชมพูเจอแบบนี้ เขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ‘คิดมาก ไม่มีอะไรหรอก’ แต่คุณแชมพูรู้สึกว่าเหมือนพวกเขาจะรู้อะไรบางอย่าง แต่ไม่อยากบอกให้คุณแชมพูรู้ เพราะกลัวคุณแชมพูจะคิดมากและรู้สึกกลัว จนอยู่มาวันหนึ่ง เพื่อนสนิทที่อยู่แถวบ้านคุณแชมพู ซึ่งแม่ของเพื่อนคนนี้เป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลเดียวกัน โดยที่เพื่อนสนิท ก็ให้คุณแชมพูได้พูดคุยสอบถามกับแม่ของเขา ด้วยความที่รูปพรรณสัณฐานไม่ได้สังเกตยากมาก แม่ของเพื่อนก็เลยหยิบรูปมาให้คุณแชมพูดูและถามว่า “ใช่คนนี้หรือเปล่า” พอคุณแชมพูเห็นรูป ‘มันใช่เลย คือมันใช่!’ นี่คือสิ่งที่คุณแชมพูคิดเป็นอย่างแรกหลังจากที่เห็นรูป และสิ่งที่รู้ต่อมาคือ ‘เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว’ เพราะปัญหาเรื่องสุขภาพ พอคุณแชมพูได้ยินก็ขนลุกซู่ และคิดในใจว่า ‘คงไม่ใช่หรอก หรืออาจจะหน้าคล้าย’ นอกจากนี้ เมื่อสอบถามคนอื่น ๆ ก็ได้ความว่าบุคลากรที่เข้ามาใหม่ก็มักจะเห็นแบบเดียวกัน ส่วนคนเก่า ๆ ก็ชินแล้ว เหมือนจิตของพี่พยาบาลคนนั้นยังอยากทำงานอยู่ และยังผูกพันกับที่ที่เขาเคยอยู่ และหลังจากที่คุณแชมพูได้รู้ความจริงก็ไม่เคยเจอพี่พยาบาลคนนั้นอีกเลย...(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เลือกพักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว แต่พอตกดึกก็ต้องสะดุ้งตื่น แรก ๆ นึกว่าคน พออยู่ไปหลายคืนกลับเจอดีจนขนหัวลุก!

11 เม.ย. 2023

เลือกพักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว แต่พอตกดึกก็ต้องสะดุ้งตื่น แรก ๆ นึกว่าคน พออยู่ไปหลายคืนกลับเจอดีจนขนหัวลุก!

ไปทำงานต่างจังหวัดจึงเลือกพักโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว แต่พอตกดึกก็ต้องสะดุ้งตื่น เพราะมีเสียงเปิด-ปิดประตูตลอดเวลา! แรก ๆ นึกว่าคน พออยู่ไปหลายคืนกลับเจอดีจนขนหัวลุก! จะออกไปทำบุญก็เจออุปสรรค พอทำบุญให้ก็ยังไม่หายไปไหน! ..ต้องทนนอนด้วยความหวาดผวาถึง 8 คืน! หลายคนคงไม่เชื่อว่าประสบการณ์ขนหัวลุกจะเกิดขึ้นขณะที่เรากำลังนอนอยู่ในโรงแรมระดับ 5 ดาวได้ เรื่องราวสุดหลอนนี้มาจากสาย ‘คุณแดน’ ที่ได้โทรมาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ ที่ผ่านมา (4 เมษายน 2566) ให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ฟัง เป็นเรื่องที่ทั้งสตูต้องร้อง “ห๊า!” ไปตาม ๆ กัน เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น แท็กชวนเพื่อนมาอ่านไปพร้อมกันได้เลย! คุณแดนเล่าว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นได้ไปทำงานที่จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน เป็นเวลา 9 วัน 8 คืน เนื่องจากเป็นจังหวัดที่ไม่เคยไปมาก่อน จึงวางแผนว่าจะนอนพักที่โรงแรม 5 ดาว เพื่อความปลอดภัย แต่จังหวัดนั้นมีโรงแรม 5 ดาวอยู่เพียง 2 แห่ง จึงเลือกโรงแรมที่เป็นแบรนด์ที่เคยใช้บริการ ผู้ร่วมเดินทางในครั้งนี้มีทั้งหมด 5 คน ได้แก่ คุณแดน พี่สาว บัดดี้ของพี่สาว และทีมงานอีก 2 คน ทั้งหมดได้จองห้องพักไว้ 3 ห้อง โดยคุณแดนนอนคนเดียว ส่วนพี่สาวนอนกับบัดดี้ ทั้ง 2 ห้องนี้จะอยู่ติดกัน ส่วนอีกห้องเป็นของทีมงานที่เหลือ ตำแหน่งของห้องอยู่ตรงข้ามห้องของพี่สาว เมื่อมาถึงโรงแรม ทุกอย่างก็ดูจะเป็นไปตามที่คาดหวังสมมาตรฐานระดับ 5 ดาว บรรยากาศในโรงแรมดูคึกคักเพราะช่วงนั้นมีการจัดสัมมนาด้วย ส่วนห้องพักเองก็ดูใหม่ มีผนังห้องน้ำเป็นกระจกและมีผ้าม่านช่วยเพิ่มความหรูหรา และยังมี Daybed (เตียงนอนเล่น) ให้นั่งพักผ่อนอย่างสะดวกสบาย ส่วนด้านนอกมีระเบียงหลอก ๆ ที่ทำขึ้นเพื่อความสวยงาม แต่ไม่สามารถออกไปยืนข้างนอกได้ แม้ในห้องจะดูสะดวกสบายและเป็นส่วนตัว แต่ในคืนแรก เวลาประมาณ ตี 1 – 2 คุณแดนก็สะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงคนเปิด-ปิดประตูเสียงดังอยู่บ่อยครั้ง แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่เพียงว่าอาจเป็นเพราะมีสัมมนาจึงทำให้คนเยอะกว่าปกติ และเดินเข้าออกบ่อย จากนั้นคุณแดนก็ได้ยินเสียงเปิด-ปิดประตูดังมาจากห้องของพี่สาว จึงคิดว่าพี่สาวและบัดดี้คงออกไปเที่ยวกันแน่ ๆ จากนั้นก็หลับต่อจนถึงเช้า เมื่อเจอพี่สาวตอนเช้าก็ได้ถามไปว่า “เมื่อคืนออกไปไหนกันมาหรอ เห็นเปิด-ปิดประตูเสียงดัง” แต่เธอก็ปฏิเสธ จากนั้นก็ถามคุณแดนกลับ เพราะเธอก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องคุณแดนเหมือนกัน คุณแดนตอบปฏิเสธไป เพราะไม่ได้ออกไปไหนจริง ๆ ส่วนห้องของทีมงานอีก 2 คนที่เหลือ เขากลับบอกว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย คุณแดนและพี่สาวจึงไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีก คืนที่สอง ก็ยังเกิดเหตุการณ์ขึ้นเหมือนเดิมคือมีเสียงเปิด-ปิดประตูอยู่แทบจะตลอดเวลา ก่อนหน้านี้คุณแดนก็ได้ไปเช็คกิจกรรมภายในโรงแรม ซึ่งก็มีตารางค่อนข้างเยอะ จึงพอจะเข้าใจได้และทำใจนอน แต่ยังไม่ทันได้เคลิ้มหลับ คุณแดนก็ได้ยินเสียงเหมือนเดิมดังขึ้นมาจากห้องพี่สาว แล้วเสียงนั้นก็ดังมาที่ห้องคุณแดนแทน เป็นเสียงที่เหมือนมีใครพยายามเข้ามาในห้องแต่เปิดประตูไม่ได้ เนื่องจากประตูมีโซ่ล็อคอยู่อีกชั้นหนึ่งจากประตูดิจิทัล สักพักอีกประมาณ 10 นาที ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน เดินลากเท้าเข้ามาในห้อง และมาหยุดที่ปลายเตียงของคุณแดน คุณแดนขนลุกกลัวไปหมดจนไม่กล้าลืมตา และก็รู้สึกว่าเขายืนแบบนั้นอยู่ ประมาณ 5 นาที คุณแดนจึงพูดในใจว่า “ผมกลัวนะ อย่าทำอะไรผม” แล้วเขาก็หายไป..! เช้าของวันถัดมา พี่สาวคุณแดนก็มาสะกิดถามว่า “เมื่อคืนเธอเจออะไรมั้ย” คุณแดนจึงเล่าเรื่องที่เจอมาให้ฟัง และเธอก็บอกว่าเจอเหมือนกัน โดยเขาเดินมาหยุดที่หน้าห้องน้ำที่แสงไฟเล็ดลอดออกมา (พี่สาวเปิดไฟห้องน้ำทิ้งไว้ก่อนนอน) เธอจึงเหลือบตามอง และพบว่าเป็นผู้ชายยืนมองเธออยู่! เพื่อให้แน่ใจจึงรวบรวมความกล้าเปิดไฟหรี่ที่หัวเตียงขึ้นเพื่อดูให้ชัดว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร ปรากฏว่าสิ่งที่เห็นนั้นไม่ใช่คน! เพราะมองไม่เห็นส่วนของใบหน้า เป็นเพียงเงาลาง ๆ ดำ ๆ และยังยืนมองมาอยู่ประมาณ 5 นาที เหมือนกับเวลาที่เขายืนมองคุณแดนด้วยเช่นกัน! คุณแดนกับพี่สาวจึงตัดสินใจว่าจะปลีกตัวออกไปทำบุญ ซึ่งมีบัดดี้ติดรถมาด้วย เมื่อซื้อสังฆทานเสร็จ ก็กำลังจะนำไปทำบุญตามที่ตั้งใจ คุณแดนก็เดินจ้ำไปที่รถ จู่ ๆ ก็มีรถอีกคันมาจอดแนบตรงประตูฝั่งคนขับ ทำให้ไม่สามารถขึ้นรถได้ คุณลุงเจ้าของรถลงมาเห็นพอดี จึงกล่าวขอโทษและย้ายรถออกให้ จากนั้นคุณแดนก็รีบนำสังฆทานไปยังวัดที่อยู่ใกล้ ๆ ทันที แต่พอไปถึงปรากฏว่าวัดเงียบมาก คุณแดนวนรถหากุฏิเจ้าอาวาสก็ไม่เจอ เลยตัดสินใจหาวัดใกล้ ๆ อีกแห่ง พอมาถึง พระที่นั่นกลับไม่รับถวายสังฆทาน โดยให้เหตุผลว่า “วันนี้เขาจะอ่านหนังสือเพื่อเตรียมไปสอบ” คุณแดนก็คิดในใจว่า “ทำไมอุปสรรคเยอะจัง” สุดท้ายก็ไปอีกวัด และคิดว่าถ้าไม่ได้ถวายสังฆทานในวัดนี้ คืนนี้ก็คงต้องกล้ำกลืนอดทนกันไป แต่ในที่สุดก็สามารถถวายสังฆทานได้เป็นที่เรียบร้อย คืนที่สามนี้ คุณแดนและพี่สาวพยายามดื่มกันหนักมาก เพื่อที่จะได้หลับแบบไม่รู้สึกตัว ทำให้ผ่านพ้นไปด้วยดี จึงคิดว่าเขาน่าจะได้รับส่วนบุญกุศลที่พึ่งทำไปให้ไปแล้ว แต่พอตกคืนที่สี่คุณแดนและทีมงานทั้งหมดออกไปเที่ยวกลางคืน และกลับมานอนตามปกติ ซึ่งงานสัมมนาและงานประชุมใด ๆ ที่โรงแรมจัดได้หมดไปแล้ว ทำให้บรรยากาศในโรงแรมค่อนข้างเงียบ และเหตุการณ์เดิม ๆ ก็วนมาอีกครั้ง หนึ่งในผู้ร่วมชะตาหลอนคนใหม่ คือบัดดี้ของพี่สาวนั่นเอง.. ต่อมาในคืนที่ห้า คุณแดนและทีมงานยังคงอยู่ระหว่างการคุยงานเนื่องจากลูกค้าอยากนัดทานข้าวไปด้วย ซึ่งทางลูกค้าก็ถามว่า “นอนพักที่ไหนกัน” พอคุณแดนตอบไป เขาก็เลยเล่าให้ฟังว่า “คนที่นี่เขาไม่นอนที่โรงแรมนั้นกันหรอกนะ” เนื่องจากตึกของโรงแรมมันเคยร้างมา 10 กว่าปี จนได้เจ้าของใหม่มารีโนเวทและเปิดกิจการโรงแรม ซึ่งก็ถูกเทคโอเวอร์ไปเป็นแบรนด์ปัจจุบันนี้ และเล่าต่ออีกว่า เพื่อนของลูกค้าเคยมาพักที่นี่ เป็นห้องและชั้นเดียวกันกับที่คุณแดนพัก แถมยังเจอเหตุการณ์เดียวกันแบบเป๊ะ ๆ อีกด้วย คุณแดนได้ยินก็ตกใจและกลัวมาก จึงดื่มแอลกอฮอล์เพื่อมอมตัวเอง ทำให้กลับมาถึงห้องพักเกือบตี 2 พอออกจากลิฟต์ หางตาก็มองไปสุดทางเดิน ปรากฏว่าเห็นเป็นเงาคนยืนอยู่ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนที่เจอตลอดเกือบทุกคืน ทั้งหมดจึงรีบแยกย้ายพากันเข้าห้องทันที ระหว่างนั้นสุนัขก็พากันหอนเสียงดังมาจากหลังโรงแรม แต่ความหลอนมันก็ยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะกลางดึกคืนนั้น คุณแดนสะดุ้งตื่นเนื่องจากพี่สาวโทรมาขอให้เปิดประตูห้อง เมื่อไปเปิดก็เห็นพี่สาวและบัดดี้เดินหน้าซีดเข้ามาในห้องพร้อมกับหมอนผ้าห่ม ทั้งสองเล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นแบบเดิมเลย แต่บัดดี้ดันเห็นว่าเงานั้นเดินชนเก้าอี้ ทำให้มีเสียงดัง บัดดี้จึงกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว และพากันหนีมานอนที่ห้องคุณแดนแทน! พอเช้าวันถัดมา คุณแดนได้มอบผ้ายันต์พระเวสสุวรรณให้กับบัดดี้เพื่อนำไปติดในห้อง และขอให้แผนกต้อนรับของโรงแรมแจ้งกับแม่บ้านว่าอย่าขยับเขยื้อนผ้ายันต์เด็ดขาด ซึ่งพอวันใกล้จะกลับกรุงเทพฯ ก็เกิดเหตุการณ์เดิมอีกซ้ำ ๆ แต่ครั้งนี้กลับมีเสียงเคาะมาจากกระจกฝั่งระเบียงห้องคุณแดน 3 ครั้ง! ซึ่งตอนนั้นมีผ้าม่านกั้นไว้อยู่ คุณแดนแกล้งทำเป็นไม่สนใจและไม่ยอมเปิดผ้าม่าน จนผ่านไปสักพัก เสียงเคาะนั้นก็ดังและถี่ขึ้นเรื่อย ๆ จากก๊อก ก๊อก ก๊อก เป็น ก๊อกๆๆๆๆๆๆๆ คุณแดนกลัวมาก จึงตัดสินใจเปิดไฟนอน สักพักพี่สาวก็ไลน์มาถามว่า “เค้ามาเคาะกระจกห้องเธอหรือเปล่า” คุณแดนเลยตอบกลับไปว่า “ใช่” จนมาถึงวันสุดท้ายที่กำลังจะกลับ พี่สาวเก็บของเตรียมเช็คเอาท์ ปรากฏว่ามีน้ำอัดลมที่ถูกดื่มไปแล้วประมาณ 1/4 ของขวดถูกแช่อยู่ในตู้เย็น ซึ่งพอสอบถามกันไปมา ก็ไม่มีใครเป็นเจ้าของน้ำอัดลมที่ว่าเลยสักคน จึงสันนิษฐานกันว่า หรือแม่บ้านอาจจะรู้ ว่าในห้องนี้มีอะไรจึงนำน้ำอัดลมมาให้สิ่งนั้น.. และขณะที่กำลังเช็คเอาท์ออกจากห้องพัก คุณแดนได้ถามพนักงานต้อนรับว่าที่ห้องนี้มีอะไรหรือเปล่า เขาก็ไม่ยอมบอก และถามกลับว่าเจออะไร คุณแดนจึงเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่พนักงานต้อนรับกลับมองหน้ากันแล้วหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็ถามต่อว่า “ทำไมไม่แจ้งตั้งแต่แรก จะได้ย้ายห้องให้” คุณแดนจึงบอกไปว่า “ตอนแรกผมคิดว่าทำบุญให้จะไม่เจออีก แต่ใครจะไปคิดว่าจะเจอเกือบทุกวัน” เมื่อออกจากโรงแรมมาแล้ว คุณแดนและพี่สาวจึงตัดสินใจกลับไปเจอลูกค้าอีกครั้งเพื่อสอบถามถึงเรื่องเหล่านี้ จนรู้คำตอบว่าตอนที่ตึกมันร้าง วิญญาณตนนั้นอาจจะมาเสียชีวิตตรงเตียงห้องของพี่สาว นั่นเลยทำให้เขากลับมายังที่ตรงนั้นตลอดวนซ้ำไปมาไม่รู้จบ ซึ่งคุณแดนเองก็คิดว่าที่เขามาบ่อยก็เพราะเขาตายมานานแล้วไม่มีใครทำบุญให้ ทางลูกค้าก็ได้เล่าต่ออีกว่า อย่างน้อยโรงแรมแห่งนี้ยังดีกว่า 5 ดาวอีกแห่งหนึ่ง ตรงนั้นเจอหนักกว่านี้เยอะ เพราะเพื่อนลูกค้าที่เคยไปพัก ถึงขั้นต้องอุ้มลูกวิ่งหนีออกมาจากห้องพักเลย เพราะมีเงาผู้หญิงใส่ชุดไทยเดินออกมาจากผนังห้อง คุณแดนยังทิ้งท้ายอีกว่า “การที่โรงแรมดาวเยอะ ไม่ได้การันตีว่าจะไม่เจอเรื่องอะไรแบบนี้เสมอไป”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณนิว ‘บ้านกองพัน’ I อังคารคลุมโปง X นนท์ อินทนนท์ [ 9 ก.ค. 2567]

16 ก.ค. 2024

เรื่องเล่าจากคุณนิว ‘บ้านกองพัน’ I อังคารคลุมโปง X นนท์ อินทนนท์ [ 9 ก.ค. 2567]

เรื่องราวนี้ ’คุณนิว’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (9 กรกฎาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจมดดำ‘ กับเรื่องราวทีมีชื่อว่า ‘บ้านกองพัน’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย! คุณนิวเล่าว่า ตนเป็นทหารเรือสัตหีบ และได้ติดยศรับราชการของกองพันนี้ ซึ่งทางกองพันมีบ้านพักให้ คุณนิวจึงใช้ทะเบียนสมรสยื่นขอ ซึ่งปกติต้องเข้าคิวรอบ้านพักประมาณ 2 ปี เวลาผ่านมาประมาณ 1 ปีกว่า พี่คนที่จัดคิวบ้านพักก็ติดต่อมา ”นิว เองจะมั้ย บ้านพักอะ“ คุณนิวถามก่อนเลยว่า ”พี่ ทำไมได้คิวไวจัง“ แล้วเขาก็ถามกลับมาว่า ”กลัวผีไหม“ คุณนิวตอบ ”ตัวผมไม่ได้กลัวเพราะเจอบ่อย“ จากนั้นพี่เขาก็เล่าให้ฟังว่า ที่ได้คิวเร็วเพราะคนที่อยู่บ้านพักนี้เสียชีวิต แต่ไปเสียที่โรงพยาบาล ไม่ใช่ที่บ้าน คุณนิวจึงคิดว่า ‘งั้นก็ไม่เป็นไรนี่ เราได้บ้านไวก็ดี’ เมื่อถึงวันที่เข้าดูบ้าน ลักษณะบ้านพักของทหารคือบ้าน 2 ชั้น ข้างบนเป็นไม้ ตรงกลางเป็นบันไดไม้ สภาพบ้านสกปรกมาก ขี้นกเต็มไปหมด เหมือนกับว่าลูกสาวของเจ้าของบ้านคนก่อนเอาบ้านนี้ไว้เก็บของอย่างเดียว ไม่ได้อยู่อาศัย คุณนิวจึงทำความสะอาด และย้ายเข้ามาอยู่.. อธิบายลักษณะบ้านเพิ่มเติมว่า เมื่อเข้าไปในบ้าน ตรงกลางจะเป็นห้องโถง เดินเข้าไปจะเป็นบันไดขึ้นไปชั้น 2 ถัดจากบันไดจะเป็นห้องน้ำ นอกจากนี้ตรงกลางบ้านจะมีเตียงไม้เก่า ๆ สภาพใช้งานไม่ได้ คุณนิวจึงซ่อมจนสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง จากนั้นก็วางไว้ตรงนั้น เผื่อใช้นอนเวลากลับบ้านมาตอนดึก บ้านนี้มีเหตุการณ์แปลกตรงที่ทุกวันพระเวลากลางคืน จะมีเสียงไม้ลั่น คุณนิวเข้าใจว่า บ้านไม้หลังนี้มันเก่าแล้วก็คงจะมีเสียงบ้าง แต่มันจะมีเสียงเฉพาะวันพระ เหมือนคนมาเดินหน้าห้อง ซึ่งคุณนิวไม่ได้กลัว ครั้งแรกที่เจอ คุณนิวนอนอยู่ที่เตียงข้างล่าง ลักษณะกึ่งหลับกึ่งตื่น ได้เห็นเงาผู้ชายตัวผอม สูงถึงเพดานมายืนจ้อง คุณนิวไม่ได้กลัว แต่ก็ทำได้แค่จ้องมองกลับไป เงานั้นมองคุณนิวประมาณ 1 นาที จนคุณนิวพูดว่า ”ผมไม่ได้กลัวนะ จะไปไหนก็ไป“ แล้วสิ่งนั้นก็ลอยทะลุเพดานขึ้นไป จริง ๆ แล้ว คุณนิวก็แอบตกใจเพราะไม่เคยเจอเต็มตาแบบนี้มาก่อน ปกติจะเห็นแค่มาแว๊บ ๆ แล้วก็ไป แล้วก็ผ่านไปโดยที่ไม่ได้เล่าให้แฟนฟังเพราะแฟนกลัวผีมาก หลังจากวันนั้น พ่อตาก็มานอนที่บ้าน ที่เตียงนี้ แล้วพ่อตาก็โดนเหมือนกัน แต่เป็นในฝัน เป็นผู้ชายตัวสูงมายืนจ้องเหมือนกับที่คุณนิวเจอ ในตอนนั้นคิดเพียงว่า ‘มันก็แค่ฝัน มันอาจจะเหมือนกัน แต่ก็คงบังเอิญแหล่ะ’ แต่เรื่องที่ไม่บังเอิญคือ แฟนคุณนิวเป็นครู ก็จะมีเด็กมาเรียนพิเศษช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นเด็กชั้นอนุบาล พอเด็กลงรถมา พ่อแม่ก็กลับไป แต่เด็กคนนั้นร้องไห้ ไม่ยอมเข้าบ้าน พอถามว่าเป็นอะไร น้องก็บอกว่า มีผู้ชายตัวผอม ๆ สูง ๆ ยืนจ้องไม่ยอมให้เข้าบ้าน ซึ่งไม่มีทางที่คุณนิวจะเล่าให้เด็กฟังอยู่แล้ว คุณนิวจึงไปเล่าให้พี่ที่ทำงานฟังว่าเจออะไรมา แต่พี่ที่ทำงานสวนกลับมาว่า “เอ้อ พี่ว่าจะทักตั้งแต่วันที่ได้คิวแล้ว อยู่ไปได้ยังไงวะ บ้านนั้นมีตายตั้ง 2 ศพแล้ว” คุณนิวตกใจถามกลับไปว่า “2 ศพคืออะไรพี่ พี่เขาตายที่โรงพยาบาลไม่ใช่หรอ” เขาจึงเล่าให้ฟังว่า “ก็ใช่ แต่ก่อนหน้านั้น มีตายที่เตียงนั่นอีกคนนึง เขาเป็นผู้ป่วยติดเตียง เลยไม่ใช้เตียงนั้นไง ไม่เอะใจหรอ” คุณนิวคิดว่าเขาคงหวงเตียง แล้วเวลาก็ผ่านไป.. ขอเล่าเพิ่มเติมว่า ปกติแล้วตัวคุณนิวจะไปอยู่ที่ชายแดน ส่วนแฟนจะอยู่บ้านคนเดียวบ่อย วันนั้นแฟนโทรมาประมาณ 3-4 ทุ่ม บอกว่า “ช่วยด้วย โดนผีหลอก มีชายคนหนึ่งตัวสูง ๆ มากระชากแขน เขาให้ออกจากเตียง พอสบัดแขนออกมาได้ ก็เลยวิ่งออกมาข้างนอก เจอพวกพี่ที่นั่งสังสรรค์กันอยู่ แล้วเล่าลักษณะให้ฟัง พี่เขาก็พูดกันว่านั่นแหล่ะ คนที่ตายในบ้าน” วันนั้นคุณนิวเดือดมาก รีบกลับบ้านไปแล้วเข้าไปในบ้าน คุณนิวสบถออกมาว่า ”พี่! ผมไม่สนหรอกนะว่าพี่จะอยู่ก่อนหรืออะไร พี่ไปดูชื่อหน้าบ้านว่ามันเป็นชื่อใคร แล้วจะดูไหมคำสั่งกองพันอะ เดี๋ยวจะปริ้นท์มาให้ดู“ คุณนิวยืนพูดอยู่คนเดียว เหมือนคนบ้า แล้วก็พูดอีกว่า ”นี่อะ บ้านผม จะมาอยู่สร้างความเดือดร้อนทำไม เด็กเขามาเรียนก็ไปหลอกเขาร้องไห้ บ้าหรือป่าว!“ พอหลังจากนั้น 1 อาทิตย์ คุณนิวก็เห็นเลข 3 ตัว แล้วตอนเช้ามืดวันหนึ่ง ก็ได้ยินเสียงเคาะหัวเตียง ป๊อก ป๊อก ป๊อก งวดนั้นถูกหวยทั้งบนและล่าง เหมือนเขามาขอโทษ เพราะคุณนิวพูดว่า “ถ้าอยู่แล้วสร้างความเดือดร้อน ก็ไม่ต้องมาอยู่” แต่ตอนนั้นคุณนิวทำเรื่องคืนบ้านหลังนั้นไปแล้ว ก็ไม่รู้ว่าคนที่มาอยู่ต่อจะเจออะไรไหม..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-