เรื่องเล่าจากคุณหมิง ‘คอร์สเสริมเพิ่มหลอน’ I อังคารคลุมโปง X โนอาร์ ล่าท้าผี [ 7 พ.ค. 2567]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณหมิง ‘คอร์สเสริมเพิ่มหลอน’ I อังคารคลุมโปง X โนอาร์ ล่าท้าผี [ 7 พ.ค. 2567]

11 พ.ค. 2024

           เรื่องราวนี้ ‘คุณหมิง’ ได้นำเรื่องราวสุดหลอนจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง มาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (7 พฤษภาคม 2567) ขนหัวลุกไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘คอร์สเสริมเพิ่มหลอน’ จะหลอนแค่ไหนนั้น ไปอ่านกัน!

           โดยคุณหมิงเริ่มเล่าว่า ย้อนกลับไปสมัยที่คุณหมิงยังเรียนอยู่ปี 1 คณะที่คุณหมิงกำลังศึกษาอยู่นั้น ได้เปิดสอนรายวิชาอนาโตมีหรือกายวิภาคศาสตร์ ซึ่งต้องเรียนกับอาจารย์ใหญ่ เพื่อที่สุดท้ายแล้วจะต้องเอาความรู้ทั้งหมดไปสอบ ‘แล็บกริ๊ง’ หรือการสอบดูชิ้นส่วนอวัยวะของมนุษย์ เช่น กล้ามเนื้อ สมอง ลำไส้ และกระดูก โดยต้องแข่งกับเวลาที่จำกัด

           คุณหมิงจึงตัดสินใจอยู่ที่ห้องเรียนจนดึก เพื่อต้องการศึกษาด้วยตนเองนอกรอบ ภายในห้องเรียนนั้น จะพบกับร่างของอาจารย์ใหญ่ ซึ่งอาจารย์ใหญ่บางท่านที่ผ่านการดองมานาน หรือผ่านมือลูกศิษย์มาหลายคน ยิ่งเวลานานเข้า สภาพศพก็ยิ่งเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา อาจารย์ใหญ่บางท่านก็อาจจะถูกตัดชิ้นเนื้อบางส่วนออกไป หรือมีการเลาะเส้นเลือดออก เพื่อศึกษาอวัยวะ

           คุณหมิงใช้เวลาในห้องเรียนนี้มาถึงช่วงตีหนึ่งกว่า ความมืดทำให้การมองเห็นยากขึ้น คุณหมิงต้องใช้ความพยายามที่จะเพ่งดูเส้นเลือดขนาดเล็ก บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดันและความเครียด คุณหมิงจึงเริ่มสติหลุด ด้วยความเหนื่อยจึงบ่นกับตัวเองว่า

           “โอ้ย ! อะไรเนี่ย… จะจำได้ไหม สอบไม่ได้แน่เลย”

           และยังปากพล่อยออกไปอีกว่า “ท่านคะ มาสอนหนูหน่อย หนูจำอะไรไม่ได้”

           ซึ่งตอนนั้นยังไม่มีเทคโนโลยี คุณหมิงไม่สามารถใช้โทรศัพท์บันทึกภาพหรือวิดีโอได้ คุณหมิงทำได้เพียงจดจำทุกอย่างเท่าที่จะจำได้

           จากนั้นไม่นาน คุณหมิงก็ตัดสินใจกลับหอพัก หลังจากที่ทำภารกิจส่วนตัวเสร็จ คุณหมิงก็พร้อมนอน ระหว่างที่กำลังจะหลับสนิท คุณหมิงก็เห็นภาพในห้วงนิมิต เป็นภาพคล้ายร่างของอาจารย์ใหญ่ มายืนจ้องเขม็งสายตามองตรงมาที่คุณหมิง โดยร่างมีสภาพเปลือยเปล่าเหมือนศพ สักพักภาพก็ค่อย ๆ ใกล้ขึ้น เป็นภาพกล้ามเนื้อตรงหน้าอก ซึ่งอาจารย์ใหญ่ท่านก็กำลังยืนฉีกและแหวกหน้าอกของตนโชว์ต่อหน้าคุณหมิง! ท่านค่อย ๆ ฉีก ค่อย ๆ แหวก ทำให้หนังด้านนอกหลุดออก จนสามารถเห็นกล้ามเนื้อด้านในชัดเจนมากขึ้น ซึ่งภาพตรงเข้ามาหาคุณหมิงเรื่อย ๆ!

           ความรู้สึกของคุณหมิงตอนนั้น คือ ช็อคจนทำอะไรไม่ถูก ตกใจสุดขีด แต่จะร้องก็ร้องไม่ออก กลัวจนตัวสั่น คุณหมิงจึงรีบลุกขึ้นจากเตียง ลงมานั่งยกมือไหว้ พูดขอขมาซ้ำไปซ้ำมาว่า

           “หนูขอโทษ ไม่ต้องมาสอนหนูแล้ว หนูรับไม่ไหว… หนูขอโทษค่ะ”

           หลังจากนั้นไม่นานภาพก็หายไป แล้วคุณหมิงก็ไม่เห็นภาพอาจารย์ใหญ่อีกเลย ซึ่งพอคุณหมิงดึงสติกลับมาได้ จึงมานั่งคิดว่า “ถ้าหากตนทนต่อตอนนั้น มีหวังอาจารย์ใหญ่ก็คงจะสอนต่อจนหมดทั้งร่างแน่นอน”

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณดิว ’หวง‘ I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 30 ก.ค. 2567]

03 ส.ค. 2024

เรื่องเล่าจากคุณดิว ’หวง‘ I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 30 ก.ค. 2567]

‘คุณดิว’ ได้นำเรื่องราวสุดหลอนมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (30 กรกฎาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ ‘ดีเจมดดำ’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘หวง’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันได้เลย! คุณดิวเล่าว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวของคุณดิวเองเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว ในช่วงตอนที่คุณดิวพึ่งเรียนจบใหม่ก็ได้เข้ามาอยู่ที่กรุงเทพ และมีโอกาสได้ทำอาชีพเสริมหลากหลายอย่าง คุณดิวจึงได้รู้จักกับเพื่อนร่วมอาชีพคนหนึ่งที่พี่ในทีมแนะนำให้รู้จัก นามสมมติว่า ‘พี่เอ’ ซึ่งพี่ในทีมก็เหมือนอยากให้คุณดิวและพี่เอจีบกัน คบกัน หลังจากนั้นคุณดิวก็มีการพูดคุยกับพี่เอตามปกติ โทรหากัน ไปเจอกันบ้าง พอผ่านระยะเวลาไปได้ประมาณ 1 เดือน พี่เอก็เริ่มชวนคุณดิวออกไปทานข้าว วันหนึ่ง พี่เอได้เปิดร้านนั่งชิวอยู่ในโซนกรุงเทพ พี่เอก็ได้ชวนคุณดิวไปร่วมงานเปิดร้าน คุณดิวก็ได้ตกลงว่าจะไป ในวันที่คุณดิวไป ก็ไปนั่งดื่มตามปกติ คุณดิวได้เล่าว่าร้านของพี่เอเป็นบ้านเก่าที่ไม่ได้รีโนเวทอะไรมาก แค่ตกแต่งเพิ่มเติมและทำเป็นร้านนั่งชิว ในระหว่างที่ทุกคนนั่งดื่มกันตามปกติ พี่เอก็เริ่มมาจู๋จี๋ มานั่งข้าง ๆ บ้าง มาโอบไหล่โอบตัวคุณดิว ซึ่งเหตุการณ์แปลก ๆ มันเริ่มต้นขึ้นในตอนที่ร้านปิด ณ ตอนนั้นเป็นเวลาตี 1 ในร้านเหลืออยู่ประมาณ 2 โต๊ะที่เป็นเพื่อนพี่เอ และโต๊ะคุณดิว ซึ่งในโต๊ะทั้งหมดมีอยู่ประมาณ 8 คน รวมคุณดิว ช่วงเวลาประมาณตี 1 กว่า ๆ พี่เอก็เริ่มมานั่งตักคุณดิว ในตอนนั้นหางตาคุณดิวได้เห็นเป็นกลุ่มเงาดำ ๆ คลานอยู่กับพื้นข้าง ๆ แบบเร็ว ๆ และผ่านไป คุณดิวก็ปล่อยผ่านไม่ได้อะไร และนั่งสังสรรค์ต่อ พอพี่เอเริ่มเข้ามาใกล้อีก ป้อนข้าวบ้าง มาเติมน้ำให้ คุณดิวก็เริ่มเห็นเงาดังกล่าวคลานเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ซึ่งช่วงที่พีคที่สุดคือช่วงใกล้ ๆ ตี 3 พี่เอได้ลุกมานั่งตักคุณดิว คุณดิวจึงรู้สึกว่าเงาดำนั้นคลานมาข้าง ๆ แต่ตัวคุณดิวไม่กล้าหันไปมอง และมันเป็นช่วงแว๊บเดียวที่ตัวคุณดิวเห็น คุณดิวรู้สึกว่าบรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือก และรู้สึกแปลก ๆ ตอนเกือบตี 3 คุณดิวปวดปัสสาวะ ซึ่งร้านพี่เอเป็นบ้านไม้สมัยเก่า 2 ชั้น ที่คนสมัยก่อนจะไม่มีห้องน้ำในตัวบ้าน จะมีห้องน้ำนอกบ้านอยู่ด้านหลัง และพี่เอก็ยังใช้ห้องน้ำข้างหลังเป็นห้องน้ำของร้านนี้ คุณดิวจึงบอกพี่ ๆ ว่าขอไปเข้าห้องน้ำ คุณดิวก็เดินอ้อมไปหลังบ้าน ในระยะประมาณ 5-10 เมตรจะถึงห้องน้ำ คุณดิวเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ซึ่งลักษณะของผู้หญิงคนนี้คือเป็นผู้หญิงผมยาวประบ่า ใส่เสื้อสีขาว กระโปรงสีเขียว ซึ่งไม่ได้อยู่ในโต๊ะที่คุณดิวนั่ง คุณดิวคิดว่าอาจจะเป็น 2 โต๊ะที่เหลืออยู่ พอระยะที่คุณดิวกำลังจะเข้าไปอีก ความรู้สึกที่ว่าเขาไม่ใช่คนก็ตีปะทะคุณดิวเข้ามา หลังจากที่คุณดิวรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คน เขาก็เอามือ 2 ข้างดึงปากตัวเองฉีกออกมา พร้อมกับตาถลนออกมา แล้วก็พุ่งเข้ามาใส่คุณดิว พอคุณดิวหันหลังก็รู้สึกก้าวขาไม่ออก ปัสสาวะก็ราดด้วย เพราะรู้สึกกลัวไปหมด ขนหัวลุก และรู้สึกว่าเขายืนจ่ออยู่ข้างหลัง ตัวคุณดิวจึงยืนอยู่ตรงนั้นเกือบ 10 นาทีเพราะไม่สามารถขยับตัวได้ ตัวแข็งไปหมด จนเพื่อนพี่เอเดินมาเข้าห้องน้ำ เขาเห็นคุณดิวกำลังยืนตัวสั่น เขาเลยมาจับแขน ตัวคุณดิวจึงหลุดจากภวังค์นั้น เพื่อนพี่เอถามว่า “เกิดอะไรขึ้น” คุณดิวก็ตอบกลับไปว่า “พากลับโต๊ะหน่อย” เมื่อไปถึงที่โต๊ะ ก็ถามว่าคุณดิวเป็นอะไร ทำไมอาการเป็นแบบนี้ เมาหรือเปล่า คุณดิวจึงถามว่า ที่นี่ได้เลี้ยงกุมารหรืออะไรไหม เพราะตัวคุณดิวมีเซ้นส์มาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนในชีวิต พี่ ๆ เลยถามคุณดิวว่าเห็นเป็นอย่างไร คุณดิวจึงเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้พี่ ๆ ฟัง เพื่อน ๆ พี่เอร้องพร้อมกันว่า “อ้าว อีเอเอาอีกแล้ว” คุณดิวก็เลยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พี่เอเลยยอมเล่าให้ฟังว่า ผีคนนี้เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพี่เอ ซึ่งในตอนที่น้องสาวมีชีวิตอยู่เป็นคนที่หวงพี่เอมาก หวงทุกอย่างแม้กระทั่งกับเพื่อน ไม่ให้ออกไปไหน แล้วในวันที่น้องสาวพี่เอตายเค้าถูกรถชนแบบทีเดียวตายเลย กรามฉีก ทุกอย่างเละ และพึ่งเสียชีวิตก่อนพี่เอมาเจอคุณดิวประมาณ 1-2 เดือน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากจี๋ สุทธิรักษ์ 'เเพกลางป่า' I อังคารคลุมโปง X จี๋ สุทธิรักษ์ - แพรว นฤภรกมล [ 20 ส.ค. 2567]

24 ส.ค. 2024

เรื่องเล่าจากจี๋ สุทธิรักษ์ 'เเพกลางป่า' I อังคารคลุมโปง X จี๋ สุทธิรักษ์ - แพรว นฤภรกมล [ 20 ส.ค. 2567]

‘คุณจี๋’ ได้นำเรื่องราวสุดหลอนมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (20 สิงหาคม 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘แพกลางป่า’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันได้เลย! ‘คุณจี๋’ เล่าว่าตัวคุณจี๋เองไม่เคยเจอผีมาก่อน และเรื่องที่จะเล่านี้ไม่ใช่เรื่องของคุณจี๋ แต่เป็นเรื่องของเพื่อนคุณจี๋ ที่ตัวคุณจี๋ได้ไปอยู่ในสถานการณ์นั้น ณ ตอนนั้นด้วย แต่คุณจี๋ไม่ได้พบเห็นอะไร เรื่องนี้เกิดขึ้นตอนนี้คุณจี๋ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย และได้มีโอกาสไปเที่ยวแพ ที่จังหวัดกาญจนบุรีกับเพื่อนผู้ชายประมาณ 10 คน และมีแฟนเพื่อนอีกประมาณ 2-3 คน ซึ่งแพที่ไปจะเป็นแพบ้านที่จะต้องใช้เรือหางยาวลำเล็กลากไป ซึ่งเพื่อนของคุณจี๋ก็ได้บอกให้คุณลุงที่ขี่เรือหางยาวให้ลากตัวแพออกไปไกล ๆ เพราะอาจจะเสียงดังจากการปาร์ตี้ และต้องการความเป็นส่วนตัว คุณลุงจึงทำตามคำขอของเพื่อนคุณจี๋ โดยการลากแพบ้านไปลึกมาก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่นานมากสำหรับการลากแพออกไป เมื่อถึงคุณลุงก็นำเชือกของแพไปผูกกับตอไม้ ซึ่งที่ตรงนั้นไม่มีอะไรเลย และเงียบมาก น้ำก็เชี่ยวประมาณหนึ่ง ก่อนคุณลุงกลับคุณลุงได้ถามว่า “เอาน้ำมันปั่นไปไหม” เพื่อน ๆ ของคุณจี๋ก็บอกไม่เป็นไร คุณลุงจึงขับกลับไป โดยแพจะมีลักษณะ 2 ชั้น ด้านบนเป็นห้องนอน ด้านล่างเป็นลานโล่ง และมีห้องน้ำ โดยบริเวณลานแพจะหันไปขนานกับฝั่งป่าทึบที่มองไม่เป็นอะไร ส่วนฝั่งห้องนอนและห้องน้ำจะหันไปทางแม่น้ำ เวลาประมาณ 4 โมง คุณจี๋และเพื่อน ๆ ก็กระโดดเล่นน้ำกัน แต่อยู่ ๆ มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งวิ่งไปขึ้นไปชั้น 2 ที่เป็นห้องนอน เขาวิ่งไปหยิบพระใต้หมอนของแฟนเพื่อนและเขวี้ยงพระออกนอกแพ ซึ่งผู้หญิงที่เป็นเจ้าของพระบอกว่าเธอนั้นไม่ได้บอกใครว่าเก็บพระไว้ใต้หมอน แต่โชคดีที่พระไปติดอยู่กับขื่อ แล้วเพื่อนผู้ชายคนนั้นก็วิ่งไปเอาพระที่ติดอยู่เพื่อเขวี้ยงออกไปจากแพ ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของจึงไปห้ามและหยิบกลับพระมา ตกดึกทุกคนก็นอนหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมาก็เห็นเพื่อนคนหนึ่งนั่งหน้าซีดตัวซีดถามอะไรก็ไม่ตอบ จนเพื่อนคนนี้บอกว่า “เดี๋ยวเข้าเมืองแล้วเล่าให้ฟัง” สรุปว่าสิ่งที่เพื่อนเล่าให้ฟังคือ ในขณะที่ทุกคนเมาและนอนเรียงกัน โดยตอนนอนหัวจะอยู่ตรงกับแกล้ม เท้าจะหันไปทางฝั่งแม่น้ำ ซึ่งเพื่อนคนนี้ได้ตื่นมากลางดึกก็เห็นคนกำลังกินกับแกล้ม เพื่อนคนนี้ก็เข้าใจว่าเป็นกลุ่มเพื่อนที่ยังปาร์ตี้ต่อจึงตั้งใจจะลุกไปกินด้วย แต่พอหันไปดันเห็นเป็นคุณยายคนหนึ่งใส่ผ้าถุงนั่งยอง ๆ กำลังกินกับแกล้มอยู่ คุณยายจึงหันมามองหน้าเพื่อนคนนี้ เมื่อทั้งสองมองหน้ากันคุณยายก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งแบบนั่งยอง ๆ กลับเข้าป่าทึบไป!(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากหมอบี ‘หนูน้อยชอบกินขนมหวาน’ I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - ปิงปอง [ 4 มิ.ย. 2567]

09 มิ.ย. 2024

เรื่องเล่าจากหมอบี ‘หนูน้อยชอบกินขนมหวาน’ I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - ปิงปอง [ 4 มิ.ย. 2567]

เคยได้ยินหรือไม่ว่าการที่คนคนหนึ่งมีนิสัยที่ต่างออกไปจากเดิมมาก ๆ นั้น มีสาเหตุมาจากการที่วิญญาณของคนเป็นกับวิญญาณของคนตาย อาจจะสลับกันได้ เรื่องราวนี้ ’หมอบี’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (4 มิถุนายน 2567) เตรียมตัวขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจ็ม’ กับเรื่องราวทีมีชื่อว่า ‘หนูน้อยชอบกินขนมหวาน’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย! หมอบีเล่าว่า มีครอบครัวหนึ่งแจ้งหมอบีเข้ามาว่า มีลูกสาวคนหนึ่งมีพฤติกรรมเกรี้ยวกราดขึ้นมา ซึ่งก่อนหน้านี้น้องคนนี้เป็นเด็กดีมาก ว่านอนสอนง่าย เป็นเด็กที่กินอาหารไม่ยาก ผักก็กินหมด และพ่อกับแม่ก็เคร่งมาก ควบคุมให้น้องไม่กินขนมหวานตอนกลางคืน มีอยู่วันหนึ่ง น้องอยากกินขนมมาก แต่พ่อกับแม่ไม่ให้กิน น้องจึงตื่นมากลางดึก แอบลงมาหาขนมกิน แต่เห็นพ่อกับแม่กำลังกินขนมอยู่ น้องโกรธมาก น้องคิดว่า ‘ทำไมไม่ให้หนูกิน ทั้งที่หนูอยากกิน แต่พ่อกับแม่แอบมากินขนมได้’ น้องจึงคว้ามีดที่ตัดขนมมาแทงพ่อกับแม่ด้วยความโกรธ แทงไปหลายครั้ง แต่พ่อกับแม่ไม่ตาย จึงแจ้งหมอบีเข้ามา ตอนที่หมอบีมาถึง คือหลังจากที่เกิดเหตุการณ์มาแล้ว หมอบีจึงไปสืบที่ไปที่มาของเรื่องนี้ซึ่งได้ความมาว่า บ้านหลังนี้พ่อแม่มีอาชีพถ่ายภาพศพ ซึ่งก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ไม่กี่วัน มีศพเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อเล่นเดียวกัน อายุเท่ากันกับลูกสาว ทั้งสองก็ทำศพตามปกติ แต่งหน้าให้สวยเพื่อจะถ่ายรูป ระหว่างทำงานก็มีความคิดว่า อยากให้ศพเด็กผู้หญิงคนนี้ดูยิ้ม จึงยัดลูกอมและขนมหวานเข้าไปในปากศพ จากนั้นก็ดันแก้มขึ้นมาเพื่อให้ศพดูยิ้ม ส่วนลูกสาวก็มาเล่นและคลุกคลีอยู่บริเวณศพเป็นปกติ ระหว่างที่กำลังทำงานกันอยู่ น้องก็วิ่งเขามาบอกวพ่อกับแม่ว่า “ศพยิ้มได้เอง บางทีก็ไม่ยิ้ม บางทีก็หายตัวไป” พ่อกับแม่ไม่เชื่อ แต่ก็คาใจ เพราะปกติน้องไม่เคยมาพูดอะไรแบบนี้ เมื่อพ่อกับแม่ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน หลังจากนั้นไม่กี่วันน้องก็มีอาการหงุดหงิด โวยวาย ไม่ยอมกินข้าว อยากกินแต่ขนมอย่างเดียว ซึ่งขนมที่น้องอยากกินคือขนมชนิดเดียวกันที่ใช้ยัดปากศพ และก็เกิดเหตุการณ์ที่เล่าไว้ข้างต้น หลังเกิดเรื่อง เจ้าหน้าที่ได้นำตัวน้องไปสอบสวน ระหว่างที่ถามคำถาม น้องก็จะตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่พอถามเยอะมากเกินไป น้องก็ไม่ตอบ และอยู่ ๆ น้องก็คายขนมที่อยู่ในกระพุ้งแก้มออกมา ซึ่งเป็นขนมที่อยู่ในปากศพ หลังจากนั้นไม่กี่วัน น้องก็เสียชีวิตไป หมอบีได้บอกว่า มีความเชื่อหนึ่งว่า น้องผู้หญิงกับศพผู้หญิง อายุเท่ากัน ชื่อเดียวกัน แล้วเหมือนน้องจะไปทำอะไรบางอย่างกับศพ จึงสลับตัวกัน ซึ่งแปลว่า น้องตัวจริงอาจจะกลายเป็นศพ และเด็กที่มาอยู่กับพ่อแม่ อาจจะเป็นวิญญาณของศพเด็กผู้หญิงคนนั้น..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณเเจ็ค ปากพล่อย ‘คนสวยบอกทาง’ l อังคารคลุมโปง X ส้ม มัลนิการ์ [ 12 ส.ค.2568 ]

12 ก.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณเเจ็ค ปากพล่อย ‘คนสวยบอกทาง’ l อังคารคลุมโปง X ส้ม มัลนิการ์ [ 12 ส.ค.2568 ]

‘คุณแจ็ค ปากพล่อย’ ได้มาเล่าเหตุการณ์หลอนกลางดึก ที่เขาประสบอุบัติเหตุระหว่างทางกลับบ้าน แต่ท่ามกลางความสิ้นหวังบนนถนน กลับมีหญิงสาวปริศนาใต้เสาไฟฟ้าโผล่มาบอกทางไปอู่ซ่อมรถ ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย! เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ส้ม มัลนิการ์’ (12 สิงหาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘คนสวยบอกทาง’ ที่จะพาคุณไปสัมผัสความเมตตาหลังความตายที่อาจทำให้คุณไม่มีวันลืม! ช่วงเวลาที่เกิดเรื่องหลอนนี้ คุณแจ็คมีอายุตรงกับเบญจเพสพอดี วันหนึ่ง หัวหน้าที่ทำงานได้ชวนไปเลี้ยงวันเกิดที่บ้าน โดยปกติคุณแจ็คต้องเดินทางไปกลับจากที่พักประมาณ 30 กิโลเมตร แม้จะไม่ค่อยอยากไป แต่ด้วยความเกรงใจ และเห็นว่าเพื่อนร่วมงานทุกคนก็ไปกันหมด จึงตัดสินใจไปด้วย คุณแจ็คไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ล่วงหน้า จึงตั้งใจจะซื้อแอลกอฮอล์เป็นของขวัญ และจะขอตัวกลับก่อน แต่พอคุณแจ็คบอกลา ทุกคนก็ค่อย ๆ ขอตัวกลับตามกันไปหมด คุณแจ็คจึงเป็นคนสุดท้ายที่เดินออกจากบ้านหัวหน้าเห็นดังนั้นก็เอ่ยปากแซวว่า “ออกคนสุดท้าย แฟนสวยนะเว้ย” คุณแจ็คได้แต่ยิ้มรับแล้วขับรถมอเตอร์ไซค์กลับบ้านตามปกติ ระหว่างทางกลับ ขณะที่กำลังขับอยู่เลนขวา บริเวณแยกไฟแดงแห่งหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีรถยนต์ของผู้หญิงวัยกลางคนขับตัดหน้าอย่างกะทันหัน ทำให้คุณแจ็คต้องเบรกอย่างแรงจนรถล้มลงได้รับบาดเจ็บ ของใช้ส่วนตัวรวมถึงโทรศัพท์มือถือเสียหายหมด ไม่สามารถติดต่อใครได้ ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็ขับรถจากไปโดยไม่ลงมาดูอาการ แม้จะเจ็บและลำบาก แต่คุณแจ็คก็ตัดสินใจขับรถกลับบ้านต่อ แต่เนื่องจากกลัวจะเจอด่านตรวจแอลกอฮอล์ จึงเลือกใช้เส้นทางเบี่ยงแทน ขณะที่ขับมาเรื่อย ๆ ไฟหน้ารถก็ดับลง และยางหน้าก็รั่ว ทำให้ไม่สามารถขับต่อไปได้ ตอนนั้นเวลาประมาณห้าทุ่ม ถนนเปลี่ยว ไม่มีรถผ่านแม้แต่คันเดียว คุณแจ็คได้แต่เข็นรถไปตามทางที่มีแสงไฟจากเสาไฟฟ้าส่องเป็นระยะ แต่แล้วก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งถามว่า “พี่ รถเป็นอะไรหรอ?” พอหันไปก็เห็นหญิงสาวอายุไม่เกิน 20 ปี ยืนอยู่ตรงเสาไฟฟ้า นอกจากนี้ เธอยังบอกว่า “ข้างหน้าจะมีอู่ซ่อมรถมอเตอร์ไซต์ เขาน่าจะปิดแล้ว แต่ลองเรียกดูได้นะ” คุณแจ็คดีใจมาก รีบขอบคุณแล้วเข็นรถไปตามทางที่หญิงสาวบอกไว้ เข็นรถไปได้ไม่กี่ไกลนัก ก็เจออู่ซ่อมรถ จึงลองเรียกดู ไม่นาน ก็มีผู้ชายเจ้าของอู่ออกมา สุดท้ายต้องจอดซ่อมไว้ที่อู่ เพราะรถเสียหายหนัก ไม่สามารถขับกลับได้ เขาจึงเดินกลับไปทางเดิมที่เคยเจอหญิงสาวคนนั้น แต่ปรากฏว่าเธอได้หายไปแล้ว เขาจึงเดินกลับบ้านต่อไป โชคดีที่มีรถแท็กซี่ขับผ่านมา ทำให้เขากลับบ้านได้อย่างปลอดภัย เช้าวันรุ่งขึ้น คุณแจ็คกลับไปที่อู่เพื่อเอารถ และได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้เจ้าของอู่ฟัง โดยบอกว่า มีผู้หญิงมายืนอยู่ใต้เสาไฟฟ้าและช่วยบอกทางให้ ระหว่างที่เล่า ก็มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งนั่งรอซ่อมรถอยู่ เด็กกลุ่มนั้นได้ยินเข้าก็ถามว่า “ผู้หญิงที่ไหนหรอพี่?” คุณแจ็คชี้ไปที่เสาไฟฟ้าจุดที่เจอหญิงสาว แล้วบอกว่า “ก็ตรงนั้นไง น้องผู้หญิงคนนั้นที่บอกทาง” วัยรุ่นกลุ่มนั้นทำหน้าตกใจและมองหน้ากัน แล้วบอกว่า “ตรงนั้นน่ะ พวกผมมีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งเพิ่งประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปไม่กี่วัน คนซ้อนท้ายชื่อว่า ‘สวย’ หัวเธอกระแทกเสาไฟฟ้า ตรงจุดนั้นเลย เสียชีวิตคาที่” ด้วยความสงสัยคุณแจ็คจึงย้อนกลับไปดู ก็พบว่ามีร่องรอยอุบัติเหตุจริง และจากการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า หญิงสาวที่มาบอกทางเมื่อคืน เป็นคนเดียวกันกับหญิงสาวที่เสียชีวิตตรงเสาไฟฟ้านั้นนั่นเอง วิญญาณผู้หญิงที่คุณแจ็คเจอ ไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ตรงกันข้าม เธอมีเจตนาดี ต้องการช่วยเหลือคุณแจ็คที่ประสบอุบัติเหตุและกำลังลำบากเขียน: ชิติพัทธ์ เพ็ชรมาลัยเรียบเรียง: วันทนีย์ ไชยชาติภาพ: กิตติพงษ์ นาคทอง(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-