เรื่องเล่าจากหมอพิพิม 'เจ้าของเดิม ' I อังคารคลุมโปง X หมอพิพิม [ 3 ก.ย. 2567]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากหมอพิพิม 'เจ้าของเดิม ' I อังคารคลุมโปง X หมอพิพิม [ 3 ก.ย. 2567]

11 ก.ย. 2024

    เรื่องราวนี้ ’หมอพิพิม’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (3 กันยายน 2567) เตรียมตัวขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวทีมีชื่อว่า ‘เจ้าของเดิม’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย!

    หมอพิพิมเล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของศิลปินคนหนึ่ง ให้สมมติว่า ‘คุณเอ๋’ โดยปกติแล้วการจ้างนักดนตรีไปต่างจังหวัดก็มักจะจ้างยาว คุณเอ๋ถูกจ้างไปเล่นดนตรีทางภาคใต้พร้อมกับวงดนตรี ก็ได้บ้านเช่าตึกแถวหนึ่งชั้น มีประตูรั้วเหล็กแบบเลื่อนปิด บ้านเป็นลักษณะตรงยาวลึกเข้าไป พอเข้าประตูไปก็จะมีศาลตี่จู่เอี๊ยะ ด้านขวาเป็นทางเดินตรงยาว ห้องแรกไม่มีประตู ห้องที่สองมีประตู ตรงเข้าไปข้างหลังก็จะมีห้องครัว บ้านหลังนี้ไม่ได้หรูหรา แต่ก็พออยู่ได้ บรรยากาศโอเค

    หลังจากเล่นดนตรีเสร็จ ปกติก็มักจะชอบสังสรรค์หลังเลิก แต่แล้วก็มีพี่คนหนึ่ง นามสมมติว่า ‘พี่โต้’ เขาขอกลับก่อน เพราะยังเล่นไม่คล่องเลยอยากแกะเพลงเพิ่ม เมื่อถึงบ้านเขาก็ล็อคประตู แล้วก็ไปอยู่ที่ห้องแรก พี่โต้เอากีตาร์และเอาวิทยุมาเปิดเพลง ด้วยความที่ต้องแกะเพลงจึงต้องเปิดเสียงดัง ในระหว่างที่ก้มหน้าอยู่นั้น หางตาก็เห็นมีคนเดินจากหน้าบ้านไปหลังบ้าน ในใจพี่โต้คิดว่า ‘เพื่อนมาแล้วหรอ ทำไมไม่ได้ยินเสียงประตู หรือเป็นเพราะเราเปิดเพลงเสียงดัง’ พี่โต้ชะโงกออกไปมอง ปรากฏว่าไม่เจอใคร จึงตะโกนเรียกว่า

    “เจม ใช่เจมป่าว (นามสมมุติ)”

    แต่แล้วก็ไม่มีเสียงอะไรตอบกลับมา จึงคิดว่าตนอาจจะเบลอหรือตาฝาดไปเอง แล้วก็กลับมาโฟกัสกับการแกะเพลงต่อ สักพักก็เกิดเหตุการณ์เดิมอีกคือหางตาเห็นเหมือนมีใครเดินผ่านไป แต่ครั้งนี้ เดินมาอีกทางจากหลังบ้านมาหน้าบ้าน พี่โต้ทำเช่นเดิมคือก็ชะโงกหน้าออกมา แล้วตะโกนถามว่า

    ”เจมป่าว“

    แต่ก็ยังไม่มีคนตอบ พี่โต้เดินออกไปที่ประตู ปรากฎว่าประตูก็ยังล็อคอยู่เหมือนเดิม พี่โต้พยายามไม่คิดอะไรเยอะ จึงกลับมาแกะเพลงต่อ

    ไม่นานหลังจากนั้น ขณะที่กำลังแกะเพลงอยู่ ก็เห็นคนเดินมาจากหน้าบ้าน แต่รอบนี้ไม่เดินผ่านแล้ว เขาเดินมาหยุดอยู่ที่ประตู รอบแรกกับรอบสองที่พี่โต้เห็น ก็เริ่มรู้สึกไม่ดี พี่โต้รู้สึกแปลกที่ด้วยความที่ไม่ได้นับถือศาสนาพุทธ จึงไม่แน่ใจว่าคืออะไร พี่โต้สับสน อยากจะเงยหน้ามอง แต่ขณะที่กำลังจะเงยหน้าขึ้นมา ทุกอย่างก็ช้าลงผิดปกติ หางตาเห็นคนเท้าซีด ไม่ใส่รองเท้า พอค่อย ๆ เงยขึ้นมา ก็เห็นเป็นขากางเกงสีน้ำเงินคล้ายขาก๊วย พี่โต้ตัวนิ่งและค่อย ๆ ชา แล้วขนก็ลุก แต่แล้วก็พยายามเงยหน้าขึ้นมาดูต่อ เห็นเป็นแขนแนบตัว ผิวซีด และเห็นเป็นคนไม่มีหัว! พี่โต้ช็อกจนอึราด แล้วเขาก็หลับตา พยายามรวบรวมสติ คิดว่าคงตาฝาด แต่พอลืมตามาอีกครั้ง ก็ยังเห็นคนไม่มีหัวอยู่ ในตอนนั้น พี่โต้ทั้งถ่ายหนักถ่ายเบา น้ำหูน้ำตาออกมาหมด พี่โต้ลองหลับตาอีกครั้ง แล้วบอกว่า

    “อย่าทำอะไรผมเลย ผมมาทำงาน ถ้าเกิดว่าการที่ผมทำอะไรเสียงดัง หรือทำอะไรรบกวน ผมขอโทษจริง ๆ เดี๋ยวผมจะให้เพื่อนทำบุญไปให้ (เขาไม่สามารถทำได้เพราะด้วยศาสนาของเขา)”

    จากนั้นพี่โต้ก็ลืมตาขึ้นมา คนไม่มีหัวก็หายไป..

    เมื่อเหตุการณ์สงบ สติของพี่โต้กลับเข้าที่ เขาก็ทำความสะอาดเตียง ทำความสะอาดตนเอง อาบน้ำล้างตัว พอเพื่อนกลับมาก็เล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็บอกว่า

    ”อย่ามาหลอกเลย ไม่เชื่อหรอก”

    แล้วก็ขำตลกเฮฮากันแล้วก็ผ่านไป แต่เพราะต้องอยู่ต่ออีกหลายวัน หลังจากวันนั้น เพื่อน ๆ ก็ได้เจอกันทีละคน บางคนเห็นมีคนเดินผ่าน บางคนได้ยินเสียงเท้า เรียกว่าสมาชิกทุกคนได้เจอกันจนครบ สุดท้ายก็มาคุยกันว่า อยู่บ้านหลังนี้ไม่ได้แล้ว จึงตัดสินใจย้ายออกกัน ระหว่างที่กำลังย้ายออก ป้าข้างบ้านก็มาพูดด้วยว่า

    “อ้าว เจอแล้วหรอ กำลังจะย้ายออกใช่ไหม”

    เหมือนว่าใครมาอยู่ที่นี่ต้องได้เจอทุกคน หลังจากนั้นก็ถามคุณป้า คุณป้าบอกว่า “คนที่อยู่ที่นี่ เขาเป็นคนแก่ ซึ่งอยู่คนเดียว ไม่มีคนดูแล ก็เสียชีวิตที่นี่”

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

เห็นศาลาริมน้ำวิวสวยบรรยากาศดี มองดูดี ๆ ก็เจอคนนั่งห้อยขา ไม่ใส่เสื้อผ้า มีผ้าดิบคลุมผูกหัวผูกเท้า!

23 มี.ค. 2024

เห็นศาลาริมน้ำวิวสวยบรรยากาศดี มองดูดี ๆ ก็เจอคนนั่งห้อยขา ไม่ใส่เสื้อผ้า มีผ้าดิบคลุมผูกหัวผูกเท้า!

ประสบการณ์เจอเรื่องหลอนระหว่างทางกลับบ้าน! เรื่องนี้ ‘คุณนุ้ย’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (19 มีนาคม 2567) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ศาลาริมน้ำ’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านกันได้เลย! เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่เจอกับตัวเองของ ‘คุณนุ้ย’ ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว คุณนุ้ยเล่าว่า วันนั้นเป็นช่วงที่แหล่งท่องเที่ยวจัดงานกลางคืน คุณนุ้ยไปเที่ยวบ้านเพื่อนกลับมาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง เกือบ 3 ทุ่ม ระหว่างทางที่กลับก็นั่งรถคุยกันรับลมชมวิว คืนนั้นอากาศดีมาก กระทั่งขับรถมาถึงสะพานที่อยู่ใกล้กับศาลาริมน้ำจุดที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ คุณนุ้ยขี่รถมอเตอร์ไซค์มากับแฟน ซึ่งคุณนุ้ยเป็นคนซ้อน แล้วมองไปที่สะพานนั้น เห็นเงาตะคุ่ม ๆ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร คิดแค่ว่าเป็นคนนั่งอยู่ จากนั้นคุณนุ้ยก็เอามือชี้ไปตรงนั้น แล้วพูดว่า “เฮ้ย น่าไปเที่ยวเนอะ ตรงนั้นไฟแสงสีดีจังเลย มีเพลงด้วยน่าเข้าไป” เมื่อคุณนุ้ยลดมือลง คุณนุ้ยก็ตกใจ เพราะเห็นเป็นคนลักษณะนั่งห้อยขา ตัวเขาไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แต่เป็นผ้าดิบคลุมไว้ทั้งตัว ผูกหัวผูกเท้า เหมือนหมอนข้างผูกหัวกับท้าย ระหว่างที่ลดมือลงเขาก็ค่อย ๆ มองหน้าคุณนุ้ย หันมาแต่คอ ตัวไม่หันตาม! คุณนุ้ยจึงถามแฟนว่า “เห็นไหม เธอเห็นไหม?” แฟนของคุณนุ้ยบอกว่า “ไม่เห็น” คุณนุ้ยเห็นแค่เพียงคนเดียว ระหว่างที่คุณนุ้ยอยู่บนสะพานกำลังจะลงจากสะพาน เขาก็มองหันมาแต่คอเหมือนเดิม คุณนุ้ยก็คิดว่าเอาแล้ว จึงถามแฟนอีกครั้งว่า “เห็นไหม ๆ” แฟนบอกว่า “อะไร ไม่เห็น!” คุณนุ้ยเก็บความพิศวงตรงนี้เอาไว้ไม่พูดอะไร เมื่อคุณนุ้ยกลับมาถึงที่บ้าน คุณนุ้ยก็ไม่สบาย อาการของคุณนุ้ยคือขนหัวลุกจนเป็นไข้ ระหว่างที่เป็นไข้อยู่นั้น เขาก็มาหาที่บ้าน มีเสียงหมาหอนอยู่หน้าบ้าน 2-3 วัน คุณนุ้ยรู้ทันทีเลยว่าต้องเป็นเขาแน่ ๆ และพูดว่า “เดี๋ยวหนูหายป่วย หนูจะไปทำบุญให้นะ” หลังจากที่คุณนุ้ยหายป่วยก็ได้ไปวัดแห่งหนึ่ง ไปหาพระอาจารย์แล้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง คุณนุ้ยก็ซื้อสังฆทานไปให้เขา พระอาจารย์ก็บอกกลับมาว่า “โยมทำแบบนี้นะ ทำเป็นกระทงแล้วนำไปวางไว้” คุณนุ้ยก็เตรียมอุปกรณ์เป็นกระทง แก้วน้ำ นำของคาว ของหวานใส่ไปในกระทงให้เขา พระอาจารย์บอกอีกว่า “ให้ไปตอน 6 โมง แล้วโยมไม่ต้องหันหลังกลับไปมอง จุดธูป 1 ดอกวางไว้บนของที่เราถวายเขา” คุณนุ้ยก็ทำตามที่พระอาจารย์บอกทุกอย่าง คืนนั้นคุณนุ้ยฝันเห็นลุงที่นั่งตรงศาลาริมน้ำ ปรากฏว่าคุณนุ้ยเห็นภาพตัวเองเมื่อตอนเย็น ที่กำลังนำของไปวางให้เขา และในฝันเขานั่งรอเอามือรับของจากคุณนุ้ย หลังจากที่ฝันคุณนุ้ยก็ไม่เจออะไรอีก แต่ด้วยความที่ยังรู้สึกค้างคาใจว่าเขาเป็นใคร จึงไปถามคนแถวนั้นว่า “พี่ รู้ไหมว่าตรงนี้มีเหตุการณ์อะไร ตรงศาลาตรงนี้มีอะไรไหม?” เขาก็บอกว่า “อ๋อ มีลุงคนนึงแกเมา แล้วแกตกน้ำตาย!” เมื่อได้ยินดังนั้น คุณนุ้ยก็ใจชื้นขึ้นและได้รู้แล้วว่าลุงเสียชีวิตตรงนี้ เวลาผ่านไป คุณนุ้ยก็คลายความกลัว ลืมเรื่องที่เกิดขึ้น จนวันหนึ่งคุณนุ้ยมาเจอรุ่นน้องซึ่งเป็นเพื่อนกับแฟนของตน ทำงานอยู่ที่มูลนิธิ เขาบอกว่า วันนั้นเขาไปเก็บศพลุงคนนี้ เอาผ้าห่อเอาไว้ เขาก็ให้ลุงนอนรอที่ศาลา แล้วเขาถึงไปตามเพื่อนและไปเอารถมูลนิธิ เพื่อมารับร่างของลุงใส่รถกลับไป…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณตุ๊กติ๊ก 'บ้านคุณป้า' l l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

24 ม.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณตุ๊กติ๊ก 'บ้านคุณป้า' l l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 13 ม.ค.2569 ]

กลับบ้านไปงานศพของคุณป้า ควรเป็นเพียงการอำลาครั้งสุดท้ายของ แต่กลับกลายเป็นคืนที่ความจริงเริ่มเปิดเผย เมื่อห้องของผู้ตายส่งเสียงปริศนา เลือดแห้งปรากฏใต้เตียง และร่างของคุณป้า มาในสภาพผิดธรรมชาติ พร้อมคำพูดสั้น ๆ ว่า “ป้าไม่ได้ล้ม” คำบอกเล่าจากคนตาย นำไปสู่การรื้อคดีที่ถูกจัดฉากว่าเป็นอุบัติเหตุ ก่อนจะพบว่า... คนร้ายคือญาติใกล้ตัว และแม้ความยุติธรรมจะตามทันในโลกมนุษย์ แต่กรรมที่ตามหลอกหลอน กลับไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปจนวาระสุดท้าย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary ’ (13 มกราคม 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘บ้านคุณป้า’ ‘คุณตุ๊กติ๊ก’ เล่าเรื่องราวของ ‘น้องศร’ ที่ต้องเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานศพของคุณป้า ทันทีที่ไปถึง น้องศร รู้สึกได้ถึงบรรยากาศบางอย่างที่ผิดปกติ บ้านที่หลังเงียบผิดวิสัย ญาติพี่น้องที่มารวมตัวกันแทบไม่มีใครพูดคุย มีเพียงความอึดอัดปกคลุมอยู่ทั่วบ้านแม้จะรู้สึกแปลกใจ แต่น้องศรก็พยายามไม่คิดอะไรมาก ก่อนจะเข้าไปไหว้ศพคุณป้า และทักทายญาติ ๆ ตามปกติ คืนนั้น ด้วยความที่ญาติมาร่วมงานศพกันจำนวนมาก ห้องพักจึงไม่เพียงพอ ห้องเดียวที่ยังว่างอยู่ คือห้องของคุณป้า น้องศรไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นต้องเข้านอนในห้องนั้นเวลาประมาณตีสอง น้องศรสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงบางอย่าง เป็นเสียงขูดครืดคราดไปมาตามพื้นไม้ น้องศร ลุกขึ้นมาดูรอบห้อง แต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ จึงตัดสินใจกลับไปนอนต่อแต่ยังไม่ทันจะหลับ เสียงเคาะเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากใต้เตียง พร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด เป็นเสียงของคุณป้า คล้ายกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่ น้องศรใจเต้นแรง ก่อนจะตัดสินใจก้มลงไปดูใต้เตียง สิ่งที่เห็นคือรอยเลือดแห้ง ๆ เป็นหยด ๆ ติดอยู่บนพื้นไม้ น้องศรเลือกเก็บเรื่องนี้ไว้กับตัว ไม่บอกใคร และฝืนใจกลับไปนอนต่อทั้งที่แทบไม่กล้าหลับตา คืนถัดมา สิ่งที่เกิดขึ้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เพราะคราวนี้ไม่ใช่แค่เสียง หรือร่องรอยแต่เป็นร่างของคุณป้าที่ปรากฏตัวต่อหน้าน้องศรตรง ๆ ในสภาพคอหักผิดรูป เล็บมือฉีกขาด เลือดเปรอะเปื้อนทั่วร่าง น้องศรตกใจกลัวจนแทบสิ้นสติ พยายามจะลุกหนี แต่ก่อนจะวิ่งออกจากห้อง เสียงของคุณป้าก็ดังขึ้นว่า“ศร…ป้าไม่ได้ล้ม” น้องศร ไม่กล้าหันกลับไปมอง รีบวิ่งไปหาคุณแม่ และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง พร้อมถามว่า ควรทำอย่างไรต่อไป? ทั้งสองคนตัดสินใจกลับไปที่ห้องของคุณป้าอีกครั้ง เพื่อค้นหาว่ามีอะไรผิดปกติ หรือมีของสำคัญหลงเหลืออยู่ หรือไม่ เมื่อก้มลงดูใต้เตียง ก็ยังพบรอยเลือดแห้งเหมือนคืนก่อน และสิ่งที่เพิ่มขึ้นมา คือเศษเล็บหนึ่งชิ้นที่หลุดออกมาอยู่ใต้เตียง ทั้งสองเลือกที่จะยังไม่บอกใคร และเช้าวันรุ่งขึ้นจึงนำสิ่งที่พบไปแจ้งตำรวจตำรวจกลับมาตรวจค้นห้องอีกครั้ง และพบหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งรอยนิ้วมือ และร่องรอยการต่อสู้ ทำให้คดีที่เคยถูกเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุ เริ่มถูกเปิดเผยความจริง ผู้ก่อเหตุ คือญาติใกล้ชิดสองคนที่อาศัยอยู่ละแวกเดียวกัน ภายหลัง มีคุณลุงสองคนมาให้การรับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาขอยืมเงินจากคุณป้า แต่ถูกปฏิเสธ จนเกิดการทะเลาะรุนแรง และลงมือทำร้ายคุณป้าจนเสียชีวิต จากนั้นจึงนำร่างไปจัดฉากโยนไว้ที่บันได แล้วร้องเรียกให้คนอื่นมาช่วย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเป็นอุบัติเหตุตกบันได ก่อนที่ทั้งสองจะได้รับโทษตามกฎหมายหลังถูกคุมขังมีรายงานว่า ทุกครั้งที่ญาติไปเยี่ยม ลุงทั้งสองมีอาการเหม่อลอย ผวา เหมือนคนนอนไม่หลับ บางครั้งนั่งอยู่เฉย ๆ ก็สะดุ้งตกใจ เมื่อสอบถามผู้ดูแลก็ได้รับคำตอบว่า อาการเช่นนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ และไม่เคยหายไปเลย จนเวลาผ่านไปหลายปี ทั้งสองตัดสินใจจบชีวิตตัวเองในเรือนจำส่วนน้องศร หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านพ้นไป ก็ไม่เคยกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกเลย…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

Retrospect ต้องไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัด แล้วได้เข้าพักโรงแรมที่เป็นเหมือนโรงพยาบาลเก่า!

21 ก.ย. 2023

Retrospect ต้องไปเล่นคอนเสิร์ตที่ต่างจังหวัด แล้วได้เข้าพักโรงแรมที่เป็นเหมือนโรงพยาบาลเก่า!

จะเป็นอย่างไรเมื่อ ‘Retrospect’ วงร็อกแนวหน้าของเมืองไทย เจอเรื่องหลอนที่ทำให้ทั้งวงนอนกันไม่ได้! ทั้งเสียงเคาะและเสียงกรี๊ดมากันให้ครบ เรื่องนี้ทำเอาแฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (12 กันยายน 2566) รวมทั้ง ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ถึงขั้นอ้าปากค้าง! จะอึ้งตามกันขนาดไหน ตามไปอ่านกันเลย! ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับวง Retrospect โดยตรง ในวันนั้นทุกคนเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งที่จังหวัดนครปฐม โดยปกติแล้ว โรงแรมธรรมดาที่ไม่ได้ใหญ่โตมากในสมัยนั้น ควรจะเป็นทางบันไดเดินขึ้นลงธรรมดาไม่ได้เอื้อต่อคนที่ต้องใช้รถเข็น แต่ที่โรงแรมแห่งนี้ มีทางเดินสำหรับคนใช้รถเข็นแทบทุกจุด ราวกับว่าก่อนจะเป็นโรงแรม ที่นี่อาจเป็นโรงพยาบาลหรือสถานที่ที่มีคนป่วยใช้รถเข็นอยู่มาก่อน วง Retrospect คิดได้เพียงเท่านั้น แต่ก็เข้าพักตามปกติ เมื่อเดินเข้าไปยังล็อบบี้ ทุกคนก็มองเห็นว่า มีเส้นทางเดินลงไปยังชั้นใต้ดิน แต่มีไม้อัดปิดกั้นไว้เต็มไปหมด และมีศาลตี่จู้เอี๊ยะตั้งอยู่ด้านหน้า ทุกคนยังไม่ได้คิดอะไรเช่นเดิม ต่างคนต่างแยกย้ายเก็บของ ไปทานข้าว เตรียมซาวด์เช็ค และเล่นคอนเสิร์ตตามปกติ เมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนหลังเล่นคอนเสิร์ตจบ ทุกคนก็กลับมายังโรงแรม และแยกย้ายอาบน้ำเตรียมตัวนอน โดยพี่บอมนอนพักร่วมกับเพื่อนชาวต่างชาติที่ชื่อว่า ‘เดวิด’ ลักษณะของห้องมีห้องน้ำ ถัดมาเป็นเตียง 2 เตียง ถัดไปเป็นระเบียง พี่บอมคิดว่าการแบ่งสัดส่วนเช่นนี้ดูคล้ายกับห้องในโรงพยาบาลอย่างไรอย่างนั้น ก่อนจะนอน พี่บอมปิดไฟห้องจนมืดมีเพียงแสงจากโทรทัศน์เท่านั้น สายตาหันไปมองด้านข้างก็พบว่าเดวิดหลับไปแล้ว ตัวพี่บอมเองก็เริ่มง่วงกำลังจะหลับตาลง จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้น ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง! ดังขึ้นรัว ๆ แต่ในตอนนั้นไม่คิดถึงเรื่องผีแม้แต่น้อย คิดว่าเพื่อนมาเคาะเรียก เพื่อชวนไปสังสรรค์ เพราะตามปกติของวงจะมีห้องที่รวมตัวกันเรียกว่า ‘ห้องงาน’ พี่บอมจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู แต่สิ่งที่เห็นมีแต่ความว่างเปล่า! พอชะโงกหน้ามองซ้ายขวาปรากฏว่าไม่มีคน ทุกอย่างตรงนั้นเงียบสนิท จึงตัดสินใจปิดประตูหันหลังเข้าห้อง แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงได้ไม่นาน เสียง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง! ก็ดังขึ้นอีก ซึ่งรอบนี้เสียงไม่ได้ดังมาจากประตูหน้าห้อง แต่ดังมาจากห้องน้ำภายในห้อง! พี่บอมเริ่มรู้สึกตัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ปกติแล้ว ระหว่างนั้นก็พยายามจ้องไปบริเวณที่มีเสียง เสียงก็ดังขึ้นอีก และค่อย ๆ ย้ายมาจากห้องน้ำ เป็นดังมาจากตู้เสื้อผ้า เคาะไล่มาเรื่อย ๆ จนมาถึงโต๊ะตั้งโทรทัศน์! ตอนนั้นพี่บอมเริ่มมีความรู้สึกกลัว แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร สายตาก็หันไปมองที่เดวิดอีกครั้ง ทำให้ยังมีความรู้สึกอุ่นใจขึ้นเพราะมีเพื่อนอยู่ด้านข้าง พี่บอมพยายามจะจ้องไปที่โต๊ะวางโทรทัศน์ แต่จังหวะนั้น ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง! ก็มีเสียงดังขึ้นมาจากใต้เตียง! ในตอนนั้นพี่บอมก็สัมผัสได้ถึงแรงกระแทกของเตียง จึงตัดสินใจลุกวิ่งหนีทันที แล้วทิ้งเดวิดให้นอนอยู่ในห้อง! เมื่อวิ่งออกมาถึงห้องงานก็รีบเปิดประตูเข้าไป แต่ดันเจอเซอร์ไพรส์กว่า เพราะภาพที่เห็นคือทุกคนรวมตัวกันอยู่ที่นี่หมดแล้ว ซึ่งปกติทั้งวงจะไม่ค่อยมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้ พี่บอมเดินเข้าไปขอเครื่องดื่ม แล้วนั่งลงโดยที่ยังไม่เล่าอะไร แต่แล้วสมาชิกในวงก็พูดขึ้นมาว่า “พี่เจอแล้วใช่ไหม” เพราะทุกคนที่นั่งอยู่ทั้ง 11 คนเจอเหมือนกันทุกคน แต่ยังพูดไม่ทันจบประโยค เสียง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง! ก็ดังขึ้นที่หน้าห้อง เมื่อเดินไปเปิดประตูอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือความว่างเปล่าและความเงียบเช่นเดิม เพียงเท่านั้นทุกคนมองหน้ากันแล้วคิดตรงกันว่า ‘ใช่แน่นอน’ จากนั้นก็ลงความเห็นตรงกันว่าจะออกไปข้างนอก แต่พี่บอมก็นึกขึ้นมาได้ว่ายังมีเดวิดนอนอยู่ในห้อง แล้วตำแหน่งห้องงานและห้องที่เดวิดนอน อยู่ห่างกันคนละฝั่ง (โรงแรมมีลิฟต์ตรงกลาง ห้องงานอยู่ฝั่งซ้ายสุด ส่วนห้องที่เดวิดนอนอยู่ฝั่งขวาสุด) พี่บอมจึงชวนทุกคนออกไปด้วยกัน กลายเป็นทั้งหมดเดินเกาะแขนกันไปเพื่อที่จะไปเรียกเดวิดออกมา ระหว่างทางทุกคนค่อย ๆ เดินช้า ๆ ขณะที่กำลังเดิน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นซ้ำอีก แต่รอบนี้ดังจากในห้อง เป็นจังหวะแบบที่เมื่อห้องด้านซ้ายดัง ห้องด้านขวาจะดังต่อ สลับกันอย่างต่อเนื่อง! ยังไม่ทันจะถึงห้องของเดวิด เสียงเคาะก็ดังขึ้นก็ไล่มาจนถึงห้องด้านขวาของทุกคน เมื่อทุกสายตามองไปทางประตูด้านขวา เสียงเคาะนั้นกลายเป็นเสียงผู้หญิงกรี๊ดดังขึ้นจากห้องด้านซ้ายแทน! จังหวะนั้นทุกคนส่งเสียงพร้อมกัน “ไป มึงไปปปป!” แล้วก็ตัดสินใจไปนั่งที่ร้านข้าวต้มแถวนั้นจนถึงเช้า เมื่อฟ้าเริ่มสว่าง ทุกคนก็กลับเข้าไปยังที่โรงแรมนั้นอีกครั้ง สิ่งที่เห็นคือ เดวิดยังคงนอนอยู่ท่าเดิมตื่นมาด้วยความไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น และยังยืนยันว่านอนหลับสบายปกติ ทุกคนในวงจึงตัดสินใจเข้าไปถามพนักงานที่ทำงานในโรงแรม คำตอบที่ได้มาคือ ตามปกติแล้วจะเจอที่ชั้น 5 และทั้งชั้นจะไม่มีคนเลย (แต่ที่ Retrospect เจอคือชั้น 4) แต่ทุกเวลาหกโมงเย็น ประตูจะเปิดเองทุกห้อง พร้อมกับเสียงโทรทัศน์ที่เป็นเสียงเพลงชาติเปิดดังขึ้นเอง เมื่อเพลงจบลงโทรทัศน์จะดับเองโดยไม่มีสาเหตุ ส่วนประตูทุกห้องก็จะปิดกลับตามเดิมแบบไร้สาเหตุเช่นกัน! เรื่องหลอนยังไม่จบเพียงเท่านี้ พี่บอมเล่าว่าเมื่อย้อนกลับไปวันที่เข้าพัก ก่อนที่จะไปเล่นคอนเสิร์ต ทุกคนได้มีโอกาสไปทานข้าวร่วมกับเจ้าของโรงแรม โดยเจ้าของเป็นคนออกค่าอาหารให้ทั้งหมด และหลังจากคืนที่เกิดเหตุการณ์เสียงเคาะนั้นจบลงไปได้ไม่นาน ก็มีข่าวว่า เจ้าของได้เสียชีวิตลงจากเหตุฆาตกรรม!(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

04 ส.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณดาว ‘บนบาน’ l อังคารคลุมโปง X ตั้ม The Shock [ 22 ก.ค.2568 ]

‘คุณดาว’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องเกี่ยวของการไปบนบานกับศาลไม้เปล่าหลังหนึ่ง ที่ได้มีการขอโชคขอลาภแล้วดันลืมแก้บน จนทำให้ต้องเจอกับวิญญาณตามมาทวงสัญญา เรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (22 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และ ‘ดีเจมดดำ’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘บนบาน’ ที่ทำให้อาจทำให้คุณไม่กล้าบนบานศาลกล่าวอีกเลย.. คุณดาวได้เล่าว่า ทุกครั้งที่ไปนอนต่างที่ต่างถิ่นก็จะไหว้ศาลพระภูมิตลอด ไปนอนบ้านแฟนก็จะไหว้ตลอด แต่ไม่เคยสังเกตว่าในศาลนั้นไม่มีอะไรอยู่ข้างใน ขณะเดียวกัน ทางบ้านของแฟนชอบเก็บของเก่า เช่น เรือเก่า เกวียน ส่วนใหญ่ทำจากไม้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเป็นไม้อะไร หรือของแต่ละชิ้นมีเรื่องราวเป็นมาอย่างไร นอกจากนี้ ยังมีศาลไม้เปล่าตั้งอยู่ที่บ้านด้วย วันหนึ่ง คุณดาวพูดกับศาลหลังนั้นว่า “ถ้าถูกหวยงวดนี้จะเอานางรำมาถวายให้” ไม่นานหลังจากนั้น คุณดาวก็โชคดีจริง ๆ ความดีใจล้นหลามจนลืมไปว่า ตนเองได้ ‘บนบาน’ กับศาลเอาไว้ กระทั่งได้ออกไปสังสรรค์กับที่ทำงาน และมีคนถามขึ้นมาว่า “วันนี้หวยออกนะ ซื้อยัง” นั่นทำให้คุณดาวนึกขึ้นได้ว่าได้บนเอาไว้ จึงคิดว่ากลับไปจะซื้อของถวาย ระหว่างที่สังสรรค์กัน ก็มีการเล่นไพ่เกิดขึ้น คุณดาวนึงเภาวนาในใจอีกครั้งว่า ‘ขอให้มีโชคลาภ จะได้ซื้อพวงมาลัยให้เพิ่ม’ แล้วคุณดาวก็สมหวังปรารถนา ไม่นาน วงสังสรรค์ก็เริ่มแยกย้าย แต่ก็มีบางส่วนที่อยากสนุกต่อ จึงชวนกันไปเล่นไพ่อีกห้อง แต่คุณดาวกลับหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ จึงโทรศัพท์ไปหาแฟน เพื่อขอให้แฟนไหว้ขอศาลให้เจอกระเป๋าสตางค์ เวลาผ่านไปจนกระทั่งเช้า คุณดาวตื่นมาก็พบว่ากระเป๋าสตางค์ไม่ได้หายไปไหน แต่วางอยู่ที่เดิมตลอด คุณดาวเดินทางกลับบ้าน และรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ ขณะนั้น หางตาก็สังเกตเห็นนางรำชุดสีเขียว หน้าขาว ปากแดง ยืนรำอยู่! ไม่นาน นางรำก็ขึ้นเตียงมาหา คุณดาวตกใจสะดุ้งตื่น ตั้งใจว่าจะรีบโทรหาแฟนเพื่อเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ว่าจะโทรไปกี่ครั้ง แฟนก็ไม่รับสาย จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะดังแว่วเข้ามาในหู คุณดาวคิดในใจว่า ‘เลิกงานพรุ่งนี้ หนูจะรีบถวายให้ ตอนนี้หนูเหนื่อย ขอพักก่อนนะคะ’ ไม่นานเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เป็นแฟนที่โทรกลับมานั่นเอง คุณดาวจึงรีบบอกให้แฟนจุดธูปบอกศาลอีกครั้ง จากนั้นวันรุ่งขึ้น ก็รีบไปแก้บนที่ศาลทันที หลังจากนั้น ก็ไม่มีเหตุการณ์ชวนขนหัวลุกเกิดขึ้นกับคุณดาวอีกเลย..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-