โดนหมอดูทักว่ามีคนตามแต่ไม่เชื่อ ระหว่างที่อาบน้ำก็ได้ยินเสียงคนบอกให้ช่วย ตอนเล่นเกม เพื่อนก็ได้ยินอีก! ทำใจกล้าเปิดประตูเข้าไปดูก็เจอผู้หญิงหน้าไหม้ ยืนหลังโค้งติดเพดานเป็นรูปตัวแอลในห้องนอนตัวเอง!

อังคารคลุมโปง RECAP

โดนหมอดูทักว่ามีคนตามแต่ไม่เชื่อ ระหว่างที่อาบน้ำก็ได้ยินเสียงคนบอกให้ช่วย ตอนเล่นเกม เพื่อนก็ได้ยินอีก! ทำใจกล้าเปิดประตูเข้าไปดูก็เจอผู้หญิงหน้าไหม้ ยืนหลังโค้งติดเพดานเป็นรูปตัวแอลในห้องนอนตัวเอง!

17 พ.ย. 2023

          โดนหมอดูทักว่ามีผู้หญิงและเด็กตามอยู่แต่ไม่เชื่อ จนไปพบเจอกับตัวเอง เริ่มด้วยการได้ยินเสียงแปลก ๆ ขอให้ช่วย ต่อมาแอพลิเคชันจับสัญญาณเสียงได้ สุดท้ายเจอเองกับตาด้วยภาพสุดหลอนที่ไม่อาจลืม ‘พี่แจ็ค The Ghost Radio’ ได้นำมาเล่าให้ ‘อังคารคลุมโปง X’ (14 พฤษจิกายน 2566) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ช่วย’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันได้เลย!

          พี่แจ็ค The Ghost Radio บอกว่า ‘คุณแน๊ป’ นำเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเขาและบ้านของเขาเอง ซึ่งในปัจจุบันเขาก็ได้ขายบ้านหลังนี้ไปแล้ว ต้องเกริ่นก่อนว่าโครงสร้างของบ้านจะมี 2 ชั้น ซึ่งชั้นล่างเป็นร้านขายของ มีคุณพ่อคุณแม่อาศัยในชั้นนั้น ส่วนชั้นที่ 2 ก็จะเป็นชั้นของคุณแน๊ปทั้งชั้น คุณพ่อคุณแม่จึงมักจะไม่ขึ้นมายุ่งที่ชั้นสอง แต่โดยปกติแล้วคุณแน๊ปไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้ เพราะว่าทำงานต่างจังหวัด นาน ๆ ทีจะได้กลับบ้าน ซึ่งช่วงที่เกิดเรื่องเป็นช่วงวันแม่พอดี เมื่อกลับบ้านมา คุณแม่ก็พาไปทำบุญที่วัดและก็ได้ดูดวงกับหมอดูตามปกติ แต่คุณแน๊ปสังเกตเห็นว่าหมอที่ดูดวงให้คุณแม่เขาชอบหันมามองหน้าคุณแน็ปบ่อย ๆ หลังจากที่คุณแม่ดูดวงเสร็จ หมอดูก็เดินมาหาคุณแน๊ปแล้วบอกว่า “ช่วงนี้ไปทำอะไรมาหรือเปล่าเห็นเหมือนมีคนตามเป็นผู้หญิงกับเด็ก” ด้วยความที่คุณแน๊ปเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่องหมอดูและไม่เชื่อเรื่องผี จึงคิดว่าถ้ามีคนมาทักว่ามีผีผู้หญิงหรือว่ามีคนตามยังพอเข้าใจได้ แต่พอบอกว่ามีเด็กตามก็แสดงว่าต้องทำแท้งหนิ ซึ่งคุณแน๊ปไม่เคยทำ ไม่เคยไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ จึงคิดว่าหมอดูมั่ว

          หลังจากทำบุญกลับมา คุณแน๊ปก็ขึ้นไปชั้น 2 ตามปกติ ในระหว่างที่กำลังอาบน้ำ คุณแน๊ปก็ได้ยินเสียงแทรกเข้ามาว่า “ช่วย” พร้อมกับเสียงน้ำที่ออกมาจากฝักบัว แต่คุณแน๊ปก็คิดว่าตัวเองหูแว่วไปเอง คืนนั้นจึงนอนตามปกติ แต่ก็ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งมีสภาพแปลก ๆ มายืนเกาะหน้าต่าง พร้อมเด็กยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วก็กวักมือพูดว่า “ช่วย ช่วย ช่วย” อยู่ซ้ำ ๆ คุณแน๊ปตกใจสะดุ้งตื่น และเริ่มเอะใจ เพราะทั้งหมอดูทัก ทั้งได้ยินเสียงตอนอาบน้ำ และความฝันชวนขนหัวลุกนี้

          วันต่อมา คุณแน๊ปนั่งเล่นเกมอยู่กับเพื่อน โดยใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Discord เอาไว้คุยกันระหว่างเล่นเกม ซึ่งลักษณะพิเศษของโปรแกรมคือ เมื่อพูดตรงไมค์จะมีไฟสีเขียวขึ้น ระหว่างที่กำลังจะเริ่มเกมคุณแน๊ปยังไม่ทันได้พูดอะไร เพื่อนของคุณแน๊ปก็ตอบกลับมาว่า “ช่วยไรวะ” และพอคุณแน๊ปสังเกตตรงไมค์ก็ไม่มีไฟอะไรขึ้น จากนั้นก็เล่นเกมกันต่อไม่ได้คิดอะไร แต่ในระหว่างเล่น เพื่อนคุณแน๊ปก็พูดขึ้นมาว่าอีกว่า “เสียงอะไรวะ ที่บ้านมึงเสียงโครมครามเหมือนมีคนเคาะอะไร” คุณแน๊ปจึงลองถอดหูฟังออก ปรากฏว่าก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร พอเล่นเกมเสร็จ เพื่อนก็ทักขึ้นมาอีกว่า “ได้ยินเสียงจริง ๆ นะ ตอนนี้ก็ได้ยินอยู่” คุณแน๊ปจึงลองมองไปที่รูปไมค์ แต่พอครั้งนี้มีไฟเขียวขึ้นเหมือนได้รับสัญญาณเสียง! คุณแน๊ปจึงถอดหูฟังออก ปรากฏว่าได้ยินเสียงคนเคาะประตู “ก๊อก ๆ” เขาจึงถามกลับไปว่า “แม่หรอ” แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ คุณแน๊ปลุกเอาหูไปแนบประตูปรากฏว่าได้ยินเสียงเป็นเสียงเด็กร้อง เสียงของตก และเสียงผู้หญิงร้องว่า “ช่วย ช่วย ช่วย….”

          คุณแน๊ปตัดสินใจเปิดประตู พอเปิดออกไปก็เจอแต่ความว่างเปล่า!  จากนั้นจึงเดินออกมาสำรวจ พอมองไปห้องพระก็ไม่เจออะไร แต่พอเปิดประตูห้องนอนตัวเองเท่านั้นแหละ! ปรากฏว่าสิ่งที่เขาเห็นคือ ผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนเตียง แต่หลังของผู้หญิงคนนั้นโค้งไปตามเพดานที่อยู่ข้างบน เหมือนรูปตัวแอล ซึ่งผู้หญิงคนนั้นสูงมาก หันมามองหน้าคุณแน๊ปแล้วอ้าปาก ใบหน้าส่วนหนึ่งมีผมปิดไว้ ส่วนที่มองเห็นเต็มไปด้วยรอยไฟไหม้

          คุณแน๊ปตกใจทำอะไรไม่ถูกจึงค่อย ๆ เดินถอยหลังลงบันได ทำให้คุณแน๊ปค่อย ๆ เห็นภาพทั้งห้องกว้างขึ้น ซึ่งนอกจากมีผู้หญิงแล้ว ยังเห็นเป็นเด็กอีก 3 คน นอนดิ้นทับกันอยู่ใต้เตียง ในขณะที่ผู้หญิงบนเตียงก็มองเขาอยู่ คุณแน๊ปจึงวิ่งเสียงดังลงมาข้างล่างจนพ่อกับแม่ตื่น!  คุณแน๊ปรีบบอกว่าข้างบนมีผีและขอไปอยู่บ้านเพื่อน ซึ่งเพื่อนคนนี้คือคนที่เล่นเกมด้วยกันนั่นเอง

          เมื่อมาถึงบ้านเพื่อน เพื่อนก็ตกใจและงงเพราะว่ายังได้ยินเสียงคุณแน๊ปคุยกับใครไม่รู้ใน Discord ที่บ้าน คุณแน๊ปลองเอาหูฟังมาใส่แต่ว่าก็ไม่ได้ยิน พอตอนเช้ามาก็เล่าเรื่องนี้ให้คุณพ่อคุณแม่ฟังว่าสิ่งที่เห็นมีลักษณะอย่างไร พ่อกับแม่จึงบอกกับคุณแน๊ปว่า ย้อนกลับไปเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมก่อนที่คุณแน๊ปจะมา ซอยฝั่งตรงข้ามเกิดเหตุไฟไหม้บ้าน ซึ่งบ้านหลังนี้เป็นลูกค้าของบ้านคุณแน๊ปที่คุณแน๊ปรู้จักเป็นอย่างดี คนที่เสียชีวิตโดนไฟคลอก คือ คุณแม่และลูก 3 คน ซึ่งคุณแน๊ปก็สนิท ก่อนหน้านั้นไม่กี่เดือนก็ไปบ้านเขา และยังคุยกันอยู่เลยว่าจะซื้อของมาฝากลูกเขา แต่เรื่องหลอนที่คุณแน๊ปเจอนั้น ชาวบ้านแถวนั้นก็ไม่ได้เจออะไร หรืออาจเพราะเคยเกริ่นว่าจะซื้อของมาฝากทำให้มีจิตสื่อกันบางอย่างก็เป็นได้

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

บ้านเช่าใจกลางเมืองราคาเดือนละ 1,000 บาท มีข้อแม้คือห้ามเปิดประตูห้องในสุดที่ล็อคกุญแจไว้ และก่อนย้ายเข้า ยายเจ้าของบ้านยังบอกอีกว่า “ถ้าอยู่ไม่ครบ กูไม่คืนเงินประกันนะโว้ย!” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องหลอนในครั้งนี้!

29 ก.ย. 2023

บ้านเช่าใจกลางเมืองราคาเดือนละ 1,000 บาท มีข้อแม้คือห้ามเปิดประตูห้องในสุดที่ล็อคกุญแจไว้ และก่อนย้ายเข้า ยายเจ้าของบ้านยังบอกอีกว่า “ถ้าอยู่ไม่ครบ กูไม่คืนเงินประกันนะโว้ย!” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องหลอนในครั้งนี้!

เมื่อตัดสินใจเช่าบ้านใจกลางเมืองในราคาถูก แถมยังได้รับคำเตือนชวนหลอนจากยายเจ้าของบ้านอีก งานนี้จะเจออะไรในบ้านหลังนี้บ้าง รายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (26 ก.ย. 2566) จะพาทุกคนหลอนไปกับ ‘คุณอ๊อฟ คนเห็นผี’, ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ เรื่องราวที่คุณอ๊อฟไปประสบพบเจอเป็นมาจะเป็นอย่างไรนั้น ไปอ่านกันเลย! เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ของญาติคุณอ๊อฟ เริ่มจากเขาอยู่กับครอบครัวใหญ่ มีพี่สาว3 คน พี่สาวต่างก็มีแฟนกันหมด จึงคิดว่าจะแยกตัวออกมาเช่าบ้านด้วยกัน และก็มีคนแนะนำบ้านมาให้ลองไปติดต่อดู เหล่าพี่น้องจึงไปดูบ้านตามคำแนะนำ บ้านที่ไปดูคือบ้านไม้ใหญ่สองชั้น มองไปก็เห็นว่ามีคุณยายกวาดพื้นอยู่ข้างล่าง หนึ่งในพี่สาวของคุณอ๊อฟจึงเดินไปถามว่า “ขอโทษนะคะ จะมาเช่าบ้าน” จากนั้นก็ได้รายละเอียดค่าเช่าบ้านจากคุณยาย เช่าเพียงเดือนละ 1,000 บาท มัดจำอีก 3,000 บาท ได้ยินดังนั้นก็ตัดสินใจตกลงเช่าบ้านตอนนั้นทันที จากนั้นคุณยายก็พูดกลับมาว่า “ถ้าอยู่ไม่ครบ กูไม่คืนเงินประกันนะโว้ย” แต่ทุกคนก็ไม่คิดอะไร จนกระทั่งวันที่ต้องย้ายเข้าไป คุณยายก็ให้กุญแจมาพร้อมกับบอกว่า “ห้องในสุด ที่ล็อคกุญแจไว้ เป็นห้องของเจ้าของบ้าน ห้ามไปเปิด ห้ามไปยุ่งกับมัน” ซึ่งทุกคนก็คิดว่าในเมื่อเช่าทั้งหลังแล้วมันก็ต้องเป็นของเราทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ และคิดต่อว่าคงเป็นที่เก็บของ บ้านหลังนี้อาจจะมีเจ้าของที่ไปอยู่ต่างประเทศ หลังจากนั้นทุกคนก็ย้ายเข้ามาในบ้านหลังนี้ ซึ่งจะแบ่งห้องเป็นพี่สาวทั้งสามและแฟนอยู่ชั้นบน ญาติคนอื่นและคุณอ๊อฟจะนอนชั้นล่าง หลังจากที่ย้ายเข้ามาอยู่ได้สักพัก คุณอ๊อฟเริ่มรู้สึกว่า มีเงาสีขาว ๆ เหมือนกลุ่มควัน แอบมองคุณอ๊อฟอยู่ตลอด แต่พอหันไปก็ไม่มีอะไร แต่พออยู่ไปนาน ๆ คุณอ๊อฟก็รู้สึกว่า ‘บ้านหลังนี้ต้องมีอะไรแน่นอน’ จึงไปบอกพี่คนโต แต่พี่คนโตก็บอกว่าคิดมากไปเอง จนกระทั่งวันหนึ่ง ทุกคนไปต่างจังหวัดกันหมด เหลือแค่แฟนของพี่คนโตอยู่คนเดียว ซึ่งห้องของเขาจะอยู่ตรงข้ามกับห้องที่ล็อคกุญแจ พอตกดึกเขาก็ได้ยินเสียงเหมือนเป็นเสียงเคาะฝาบ้านรอบ ๆ ข้างนอก แต่ก็คิดว่าคงเป็นกิ่งไม้ พอนอนไปสักพัก ก็รู้สึกร้อนจนเหงื่อออกมาก พอมองไปที่พัดลมปลายเท้าก็รู้สึกว่ามีหมอกกลุ่มควันดำ ๆ เขาคิดว่าพัดลมไหม้ จึงลุกขึ้นมาดู ปรากฏว่าทุกอย่างยังปกติเหมือนเดิม และกลุ่มควันนั้นได้หายไปแล้ว จึงตัดสินใจหลับต่อ แต่รอบนี้เสียงมันดังขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเสียงรอบนอกและตัวพัดลมก็มีเสียง แป๊ก! เหมือนเป็นเสียงกดพัดลม ตอนนั้นก็คิดว่าเขาอยู่คนเดียว ถ้าเขาไม่กดแล้วใครจะกด จึงคิดว่าเป็นขโมย เขาจึงลุกขึ้นมา แล้วสิ่งที่เห็นก็ทำให้เขาช็อกมาก! เพราะมันคือเงาสีขาว ๆ เป็นกลุ่มควัน นั่งเอามือจิ้มปุ่มพัดลมอยู่ ดัง แป๊ก แป๊ก แป๊ก เหตุการณ์นั้นทำให้เขาตัดสินใจวิ่งออกจากบ้านไปหน้าปากซอยเพราะเป็นจุดที่สว่างที่สุด จนถึงเวลาตี 4 จึงกลับไปที่บ้าน หลังจากวันนั้นผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ อยู่ดี ๆ ก็เกิดลมพัดแบบแปลก ๆ และมีเสียงแปลก ๆ เกิดขึ้นเหมือนเสียงของเล็บขูดผนังไม้ ทุกคนก็คิดว่าเป็นกิ่งไม้ แต่น้องของคุณอ๊อฟพูดขึ้นมาว่า “กิ่งไม้บ้าอะไรล่ะ ต้นไม้บ้านเรายังไม่มีเลยซักต้น” เมื่อทุกคนคิดได้ดังนั้น ก็คิดกันว่าจะทำอย่างไรกันต่อดี จึงตัดสินใจแยกกันไปนอนชั้นบนกับพี่ ๆ ตัวคุณอ๊อฟได้ไปนอนกับพี่คนโต ซึ่งก่อนที่คุณอ๊อฟจะเข้าห้องไป ได้เห็นห้องตรงข้ามที่ล็อคกุญแจอยู่ แต่ว่าในตอนนั้น กุญแจมันได้หายไป! แต่คุณอ๊อฟก็ไม่ได้คิดอะไรจึงเข้าห้องของพี่สาวคนโตไป แล้วคุยกับพี่สาวว่า “มันไม่มีกุญแจแล้วนะ ใครเปิดห้องหรือเปล่า เดี๋ยวคุณยายก็ว่าเอา” พี่สาวจึงตอบกลับมาว่า “มันไม่มีใครเปิด ใครจะเปิดไม่มีลูกกุญแจ” แต่ตัวของแฟนพี่สาวพูดออกมาว่า “ไม่มีลูกได้ไง วันนั้นผมยังเห็นคุณเปิดอยู่เลย!” เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนจึงพากันออกไปดูที่ประตู คนที่อยู่ห้องอื่น ๆ ก็พากันออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นเหมือนกันคือตัวแม่กุญแจ ดังแกร๊กขึ้นมา ซึ่งมันปลดล็อคเอง! ทุกคนอึ้งแต่ก็คิดว่า มันคงเก่าสลักเลยปลดเอง แล้วตัวของแฟนพี่สาวคนโตก็เป็นคนเปิดประตูเข้าไป ข้างในที่เห็นคือเป็นห้องไม้ มีหยากไย่ มีฝุ่นเยอะ มีโต๊ะสี่เหลี่ยมสูงจากพื้นเล็กน้อย มีผ้าคลุมกล่องปริศนา และผนังจะมีรูปอยู่ 3 ใบ แต่ฝุ่นเยอะมากจนทำให้ไม่เห็นว่าเป็นรูปอะไร ด้วยความสงสัยทำให้เขาไม่ฟังคำเตือนของทุกคนว่าอย่าไปยุ่ง เขาจึงเปิดผ้าออก ซึ่งปรากฏว่าสิ่งที่ผ้าคลุมอยู่คือหีบใบใหญ่ใบหนึ่ง มีเงินวางอยู่ในหีบ 4,000 บาท บนห่อผ้าขาว! เงิน 4,000 บาท นั้นเท่ากับเงินที่จ่ายค่าเช่าไป จากนั้นพี่สาวคนเล็กหันไปทางขวามือ ก็เจอคุณยายคนที่กวาดพื้นนั่งกอดเข่าอยู่ในห้องกำลังกอดรูปอยู่! จากนั้นก็ค่อย ๆ ลดรูปลง และแสยะยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ นั่นทำให้พี่สาวคนเล็กกรี๊ดออกมา! ทุกคนจึงหันไปมอง แล้วทุกคนก็เห็นคุณยายเหมือนกันหมด! ทุกคนก็คิดว่า คุณยายเข้ามาอยู่ในนี้ได้อย่างไร ในเมื่อปล่อยเช่าแล้ว หรือว่าคุณยายนอนอยู่ในนี้ตั้งแต่แรกแล้ว จึงไม่ให้เราเข้ามายุ่ง ทุกคนก็พยายามถามคุณยาย แต่คุณยายก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วหยิบรูปขึ้นมาค่อย ๆ ปัดเช็ดรูปให้สะอาดจนเห็นภาพชัดขึ้น.. ปรากฏว่านั่นเป็นรูปของตัวคุณยายเอง! ในรูปเขียนว่า ชาตะ-มรณะ ทำให้ทุกคนตกใจวิ่งกันไปคนละทิศคนละทาง หลังจากนั้นทุกคนก็มาคิดย้อนคำของคุณยายที่บอกว่า “ถ้าอยู่ไม่ครบ กูไม่คืนเงินประกันนะโว้ย” ทุกคนก็กลับไปซักถามกับพี่คนโตว่า “คนที่รู้จักอ่ะ ไหนบอกว่ามีบ้านเช่าที่มันปลอดภัยไงวะ” พี่คนโตจึงไปคุยกับคนที่แนะนำบ้านเช่า สรุปว่า บ้านที่เขาบอกนั้นให้เข้าซอยกลาง แต่ที่ทุกคนเข้าไปคือเข้าซอยซ้ายมือสุด สรุปคือทุกคนไปผิดหลัง เมื่อไปสอบถามคนระแวกแถวนั้นก็ได้ความมาว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านของคุณยายที่มีนิสัยงกมาก ขนาดที่ว่าพระมาบิณฑบาตก็ว่าพระ ทำให้ชาวบ้านทนไม่ได้ก็ย้ายออก จนเหลือบ้านคุณยายหลังเดียว นอกนั้นก็ไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกเลย.(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากปิงปอง ‘ใครโทรมาครับ’ I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - ปิงปอง [ 4 มิ.ย. 2567]

08 มิ.ย. 2024

เรื่องเล่าจากปิงปอง ‘ใครโทรมาครับ’ I อังคารคลุมโปง X หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ - ปิงปอง [ 4 มิ.ย. 2567]

เมื่อเสียงโทรศัพท์ของพ่อที่ตายไปแล้วดังขึ้นแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มันหลอนตรงที่โทรศัพท์เครื่องนี้ไม่ได้ชาร์ตแบตมาเป็นเดือน! เรื่องราวนี้ ‘คุณปิงปอง’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (4 มิถุนายน 2567) ขนหัวลุกไปกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ใครโทรมาครับ’ จะหลอนขนาดไหนนั้น ไปอ่านกันเลย คุณปิงปองเล่าว่า มีวันหนึ่งที่คุณปิงปองได้มีโอกาสไปเล่าเรื่องผีกับแก๊ง ‘Powerpuff GAY’ แต่ตัวคุณปิงปองนั้นไม่เคยเจอผีตัวเป็น ๆ จนนึกได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งช่วงที่พ่อของคุณปิงปองเสีย ก็ได้จัดงานศพให้คุณพ่อ หลังจากงานจบทุกคนก็แยกย้ายกันไป คุณปิงปองได้เล่าว่าคุณพ่อได้ให้สมบัติที่จับต้องได้ไว้สองอย่าง คือ นาฬิกาทองที่คุณปิงปองยังเก็บไว้ไม่ได้ขายไปไหน และโทรศัพท์ที่พ่อใช้ คุณปิงปองคิดว่าจะเอาโทรศัพท์ของพ่อมาใช้เพราะตอนนั้นตนไม่มีโทรศัพท์ใช้ แต่โทรศัพท์นั้นหน้าจอแตก ทำให้เวลาใครโทรมาก็จะไม่เห็นว่าคนที่โทรมานั้นเป็นใครและหน้าจอจะเป็นแสงสีส้ม คุณปิงปองก็เอาโทรศัพท์ไว้ที่ปลายเตียงทิ้งไว้อย่างนั้นแล้วก็ใช้ชีวิตตามปกติ จนวันหนึ่ง คุณปิงปองกลับมาที่บ้านก็อาบน้ำและกำลังจะเคลิ้มหลับ แต่จู่ ๆ โทรศัพท์ของพ่อที่อยู่ปลายเตียงก็สั่นและเป็นหน้าจอสีส้ม ทั้ง ๆ ที่คุณปิงปองวางทิ้งไว้ 2-3 เดือนและไม่ได้ชาร์จแบตไว้เลย ตอนนั้นคุณปิงปองเล่าว่ากลัวผีพ่อตัวเองมาก และไม่รู้ว่าใครโทรมาเพราะหน้าจอโทรศัพท์ของพ่อแตก เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์คุณปิงปองก็กรี๊ดและรีบวิ่งไปหาเพื่อนที่อยู่อีกตึกหนึ่ง แต่ระหว่างทางเจอพี่ขายนมปั่นร้านประจำจึงขอให้ช่วย “พี่เอ๋ ช่วยดูให้หน่อยค่ะว่าโทรศัพท์นี้ใครโทรมา” พี่เอ๋จึงบอกให้คุณปิงปองใจเย็นและให้เอาซิมจากเครื่องของพ่อมาใส่เครื่องพี่เอ๋เพื่อที่จะได้ดูข้อมูลการโทรว่าใครโทรมา แต่เมื่อแกะโทรศัพท์ของพ่อออกมาปรากฏว่า โทรศัพท์ของพ่อนั้นไม่มีทั้งแบตและซิม! คุณปิงปองที่ตกใจมากจึงรีบโทรหาแม่และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง แม่คุณปิงปองจึงตอบกลับมาว่า “อ๋อ วันนี้ครบรอบ 100 วันที่พ่อเสีย”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณฟองน้ำ 'ใครในบ้าน' l อังคารคลุมโปง X เค้กส้ม - ฟองน้ำ [ 2 มิ.ย.2569 ]

10 มิ.ย. 2026

เรื่องเล่าจากคุณฟองน้ำ 'ใครในบ้าน' l อังคารคลุมโปง X เค้กส้ม - ฟองน้ำ [ 2 มิ.ย.2569 ]

เพียงคำพูดหนึ่งประโยคที่เผลอพูดถึงอุบัติเหตุข้างทาง กลับกลายเป็นการดึงดูดให้ ‘บางสิ่ง บางอย่าง’ ตามกลับมาถึงในบ้าน ! จากความระแวงเมื่อต้องอยู่บ้านคนเดียว ทั้งเงาดำปริศนา และเสียงเคาะประตูค่อย ๆ ทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงขั้นเลียนเสียงคนในครอบครัว และเมื่อความอดทนถึงขีดสุด เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อทวงพื้นที่ของตัวเองคืนเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เค้กส้ม - ฟองน้ำ [ 2 มิ.ย.2569 ]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ใครในบ้าน’ ‘คุณฟองน้ำ’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอง... เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่บ้านเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ตอนที่อยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งเวลาเลิกเรียนกลับมาถึงบ้านจะไม่มีใครอยู่บ้านเลย เพราะพ่อแม่ทำงานในเมือง กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 2 ทุ่มแล้ว นั่นทำให้ช่วงตอนเย็นคุณฟองน้ำอยู่บ้านคนเดียว ในระหว่างที่อยู่คนเดียวก็จะมีกิจกรรมอย่างอื่นให้ทำ แต่นั่นก็ทำให้เธอเริ่มเจอเหตุการณ์แปลก ๆ จนทำให้ต้องกลัว เริ่มต้นจากในขณะที่อ่านหนังสืออยู่ในห้องนอน ก็จะชอบเห็นเงาดำ ๆ เดินผ่านจากข้างหลัง มีเสียงเคาะประตู เขย่าประตูห้องนอน หรือแม้แต่มีเสียงไม้ตู้เสื้อผ้าดัง ทำให้คุณฟองน้ำ ได้ไปหาข้อมูลในเว็บพันทิปว่าการที่เกิดเสียงไม้จากตู้เสื้อผ้าดัง มักเกิดจากความชื้นจนทำให้ไม้กระทบกันจนเกิดเสียง จึงคิดว่าคงไม่ใช่สิ่งลี้ลับอะไรหรอกในบางครั้งที่คุณฟองน้ำเปิดแอร์ จู่ ๆ แอร์ก็ปิดเอง แต่สักพักก็กลับมาเปิดใหม่ จึงคิดว่าอาจจะแค่ไฟตก แต่เพราะบางครั้งแอร์ปิดแล้วไม่กลับมาเปิดใหม่อีกเลย นั่นทำให้เริ่มคิดขึ้นมาแล้วว่าต้องมีสิ่งลี้ลับแน่ ๆ แต่เพราะอยู่คนเดียวจึงทำใจแข็งเอาไว้ก่อน อีกทั้งคุณฟองน้ำ ก็เลี้ยงแมวอยู่ด้วย บางครั้งพฤติกรรมของแมวก็ทำให้คุณฟองน้ำ รับรู้ว่ามีคนอยู่ข้างหน้าจริง ๆ เพราะบางครั้งจะไม่ปิดประตูห้องนอน และจะเห็นแมวของเธอเล่นอยู่ที่ทางเดินหน้าห้อง ปกติแล้วแมวมักจะเล่นที่พื้น เศษตามพื้น แต่แมวกระโดดเล่นเหมือนมีคนเล่นด้วย นั่นจึงทำให้เธอเริ่มกลัวแต่ยังไม่ได้ทำอะไร ได้แต่อดทนมาเรื่อย ๆ จนคนในบ้านเริ่มเจอกับตัวมากขึ้น แม่ของคุณฟองน้ำเจอในรูปแบบเสียง เลียนเสียงคนในบ้านเพื่อเรียกแม่ หรือพี่ชายคุณฟองน้ำเองก็เจอแบบเดียวกัน จนต้องแก้ปัญหาด้วยการไม่ขานรับเวลามีคนเรียกชื่อกันเองภายในบ้าน และต้องให้เจ้าตัวขึ้นมาเรียกด้วยตัวเองแทนจนเรื่องราวที่คุณฟองน้ำสุดจะทนที่สุดก็คือ วันนั้นเองคุณฟองน้ำ ทำธุระหนักอยู่ในห้องน้ำแล้วก็มีเสียงเคาะประตู ตอนนั้นรู้สึกกลัวมาก ๆ ถึงแม้ว่าจะเสร็จธุระแล้วแต่ก็ไม่กล้าที่จะออกไปเพราะกลัวเจออะไรบางอย่าง ทำให้ต้องเอาถังน้ำในห้องน้ำมากันไว้ที่ประตู และใช้เท้ายันเอาไว้จากชักโครกเพื่อกันไม่ให้มีใครเข้ามา หลังจากที่เขาเคาะ และเขย่าประตูไม่หยุด ก็หยุด และเปลี่ยนมาหมุนลูกบิดแทน คุณฟองน้ำคิดว่าเหมือนเขารู้ว่าเราเริ่มกลัวเลยแกล้งหนักขึ้น จนเริ่มได้ยินเสียงว่ามีคนในบ้านกลับมาถึงบ้านแล้ว จึงตะโกนถามให้มั่นใจว่ามาถึงแล้วหรอ และในทันทีที่คนในบ้านขานตอบกลับมาก็รีบเดินออกมาจากห้องน้ำเลย แต่สุดท้ายสิ่งที่ทำให้คุณฟองน้ำ ต้องจัดการเด็ดขาดกับสิ่งนี้ก็คือ วันหนึ่งในขณะที่เธออ่านหนังสืออยู่ในห้องนอนก็มีเสียงเขย่าประตู ซึ่งการเขย่าประตูครั้งนี้มันแรงมากจนแมวของเธอกลัว ซึ่งเธอมองว่าปกติแมวยังเล่นกับเขา แต่นี่คือแมวเริ่มกลัว ถ้าเธอยังอยู่นิ่ง ๆ และไม่จัดการอะไรไม่ได้แล้ว เธอโกรธมากจึงพูดออกมาเลยว่า...“จะหยุดได้หรือยัง รู้มั้ยว่านี่บ้านของใคร มาอาศัยอยู่บ้านคนอื่นแท้ ๆ พ่อแม่นี่เป็นคนซื้อ และถ้านี่โตไปมันก็จะตกเป็นของนี่ นี่จะเป็นเจ้าของบ้าน ถ้ายังอยู่ด้วยกันดี ๆ ไม่ได้ก็จะไปฟ้องแม่ให้แม่เอาหมอผีมาไล่” หลังจากที่จบประโยคก็เงียบไปเลย ตอนแรกคิดนานมากว่าจะใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าอะไรดี เพราะไม่อยากแทนตัวเองว่าหนู มันจะเหมือนเป็นเบี้ยล่างของเขา แต่ก็ไม่กล้าใช้คำว่า กู มึง เช่นกันเพราะกลัวเขาจะโกรธแล้วมันจะไปกันใหญ่ สุดท้ายพอแม่ของคุณฟองน้ำ กลับมาถึงบ้านก็รีบไปฟ้องแม่เลยในทันที แม่ของเธอจึงไปปรึกษาเพื่อน และโชคดีที่คุณยายที่เป็นแม่ของเพื่อนสนิทแม่เป็นผู้ใหญ่ที่จังหวัดยโสธร ได้รับเชิญเป็นประธานพิธีงานบุญเยอะ จึงมีของสายขาวเยอะ ด้วยความที่เป็นคนเฒ่าคนแก่จากอีสานจึงมีคาถาที่สืบทอดกันมาจากตระกูลกันอยู่เลย เขาจึงท่องคาถาใส่ของฝากมาให้คุณฟองน้ำ ที่บ้านอย่างสายสิญจน์ หวายลูกนิมิต และกำชับให้แม่ของเธอนำมาไว้ที่ประตูหน้าบ้าน หลังบ้าน หัวเตียงนอน และประตูห้องนอน ซึ่งในตอนที่จะนำไปแขวนไว้ที่หัวเตียงนอนก็ร้อนไปหมดเลย เหมือนไฟไหม้ แต่แม่ก็สู้ และแขวนได้สำเร็จ พอแขวนเสร็จความร้อนก็หายไปหมดเลย หลังจากนั้นก็ไม่เจอเหตุการณ์ประหลาดอีกเลย สุดท้ายคุณฟองน้ำ ได้ไปถามหมอดู ซึ่งไม่ได้การันตีว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ หมอดูบอกว่ามีคนในบ้านของคุณฟองน้ำ ขับรถผ่านถนนที่เจอวัยรุ่นขับรถมอเตอร์ไซค์ล้ม และด้วยความที่เป็นคนรุ่น BabyBoomer จึงพูดทักไปว่า “สมแล้วแหละ พวกซิ่งป่วนเมือง” จึงทำให้เขาโกรธ และตามกลับมาที่บ้าน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เพื่อนรัก…ผู้ทำเสน่ห์ใส่สามีตัวเอง | อังคารคลุมโปง X มิ้น แม่แฟน [ 15 ก.ค.2568 ]

26 ก.ค. 2025

เพื่อนรัก…ผู้ทำเสน่ห์ใส่สามีตัวเอง | อังคารคลุมโปง X มิ้น แม่แฟน [ 15 ก.ค.2568 ]

เรื่องเล่าสุดหลอนจาก ‘คุณมิ้น แม่แฟน’ ที่มาเล่าเรื่องจากสองเพื่อนสนิทที่รักผู้ชายคนเดียวกัน แต่แล้วเพื่อนอีกคนได้หลีกทาง ยอมให้เพื่อนอีกคนได้มีความสุขกับผู้ชายคนนั้น จนกระทั่งผู้ชายคนนั้นป่วยเป็นอัมพฤกษ์! เรื่องราวของสองเพื่อนสนิทจะเป็นอย่างไร? อะไรที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์? และความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจะเป็นอย่างไร? ติดตามบทสรุปของเรื่อง ‘เพื่อนรัก...ผู้ทำเสน่ห์ใส่สามีตัวเอง’ ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (15 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจเชาเชา’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ แล้วคุณอาจะพบว่า การทำเสน่ห์ไม่ได้มีแต่เรื่องดีเสมอไป! ‘คุณมิ้น’ ได้เล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของแฟนคลับที่ชื่อว่า ‘พี่ฟ้า’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนสนิทที่ชื่อ ‘คุณจอย’ ซึ่งทั้งคุณฟ้าและคุณจอยเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียน เมื่อเรียนจบก็มาทำงานที่เดียวกัน แต่คนละแผนก มีหัวหน้าคนเดียวกันชื่อ ‘พี่ทอม’ เป็นหัวหน้าที่ทั้งหนุ่มและหน้าตาดี ขณะเดียวกัน ทั้งคุณฟ้าและคุณจอยก็ยังโสด คนในองค์กรต่างรู้กันมาว่าพี่ทอมน่าจะเคยแต่งงานแล้ว แต่ได้หย่าร้างกันไป สถานะตอนนี้จึงโสด นั่นทำให้สองเพื่อนสนิทอย่างจอยและฟ้าต่างชื่นชอบ ฟ้านั้นรู้สึกว่าพี่ทอมชอบตน แต่ด้วยความรักเพื่อน จึงถอยออกมาและเปิดทางให้จอยแทน ส่วนทางด้านจอยก็พยายามทำทุกอย่างให้ได้เลื่อนตำแหน่งเพื่อที่จะได้เข้าใกล้พี่ทอมมากขึ้น โดยจอยได้พูดกับฟ้าอยู่เสมอว่า “ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิตจะแต่งงาน หรือจะมีแฟน ก็ต้องเป็นพี่ทอม” ท้ายที่สุด จอยก็ทำสำเร็จและได้คบกับพี่ทอม จนหลายคนในออฟฟิศต่างฮือฮาและชื่นชมว่าเป็นคู่ที่เหมาะสม ชีวิตดูดี ลงตัวไปเสียหมด เวลาผ่านไปจนคบกันได้ 2 ปี พี่ทอมก็ขอจอยแต่งงาน ฟ้าและจอยยังคงเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิม ส่วนทางฟ้าเองก็มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จนเริ่มอยากมีบ้าน และเห็นว่าพี่ทอมกับจอยซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เป็นบ้านมือสองแบบรีโนเวท ทางฟ้าเองก็มองว่าบ้านสวยดี จึงตัดสินใจไปซื้อบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน อยู่ห่างกันประมาณ 2 หลัง ฟ้าบอกว่าสาเหตุที่ตัดสินใจแบบนี้ก็เพราะมองว่า ถ้าวันหนึ่งไม่ได้มีครอบครัวหรือไม่ได้มีลูกก็จะอยู่กับเพื่อน ทางด้านพี่ทอมเองก็ดีกับฟ้าด้วย ถือว่าเป็นแฟนเพื่อนที่ดี เวลาผ่านไปทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เข้าปีที่ 3 หลังแต่งงาน เกิดเหตุไม่คาดฝัน พี่ทอมเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นอัมพฤกษ์ถึงขั้นพูดไม่ได้ ทำให้ชีวิตจอยเปลี่ยน ซึ่งในช่วงแรกจอยยังคงทำงานอยู่ จึงใช้วิธีให้ญาติมาช่วยดูแลแทน พี่ทอมเองที่เป็นหัวหน้าในบริษัท ก็ได้รับเงินมาก้อนหนึ่งให้ออกมารักษาตัว และต้องออกจากงานเพราะไม่สามารถทำงานได้ ทางด้านฟ้าเองก็อาสาเข้าไปช่วยดูแล สถานการณ์ยังคงย่ำแย่ จอยที่ทั้งทำงานและดูแลพี่ทอมไปด้วยไม่ไหว จึงคิดจะลาออก ฟ้าก็คอยปลอบใจเพื่อน และแนะนำให้ออกมาทำอาชีพอื่นแทน อย่างการขายของออนไลน์ หากถ้ามีอะไรขาดเหลือ ฟ้าจะช่วย เพราะฟ้าไม่ได้มีภาระอะไรมากมาย อีกทั้งอาการพี่ทอมก็ไม่สู้ดี เวลาผ่านไป อาการพี่ทอมทรุดหนักมากขึ้น ต้องรับยาที่โรงพยาบาลถี่ขึ้น แต่การรับยานี้พี่ทอมไม่จำเป็นต้องไป ให้ญาติไปรับแทนได้ กระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง จอยต้องออกไปรับยาที่โรงพยาบาลตั้งแต่ตี 5 เพื่อต่อคิว จะกลับมาก็เป็นเวลาเที่ยง จึงขอให้ฟ้ามาช่วยเฝ้าพี่ทอมแทน ฟ้าที่ไม่ติดอะไรและพร้อมช่วยเพื่อนเสมอก็ตอบตกลง จอยจึงลิสต์สิ่งที่ต้องทำไว้ให้ เมื่อวันนั้นมาถึง ฟ้าก็ไปที่บ้าน ไขกุญแจเข้าไปตามที่จอยบอก เมื่อเดินเข้าไปชั้นหนึ่ง ก็จะพบพี่ทอมนอนอยู่กลางบ้าน ปลายเท้ามีทีวี ลักษณะเป็นห้องนั่งเล่น ในตอนนั้นพี่ทอมยังไม่ตื่น ฟ้าจึงเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานฟ้าก็เริ่มหิว จึงคิดว่าจะเดินออกไปตลาดที่หน้าหมู่บ้าน แต่ทว่าการเดินไป-กลับต้องใช้เวลามาก ทำให้กังวลกลัวว่าพี่ทอมตื่นมาจะไม่เจอใคร จึงเปลี่ยนใจเดินไปที่ครัวเพื่อดูว่าพอจะมีอะไรกินได้บ้าง โชคดีที่ยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหลืออยู่บ้าง ฟ้าจึงจัดแจงต้มบะหมี่ หลังจากต้มเสร็จก็เดินออกมากินตรงโซฟาที่ห้องนั่งเล่น เพื่อที่จะนั่งเฝ้าพี่ทอม ขณะที่กำลังถือชามบะหมี่ออกมา ช่วงฟ้าเริ่มสว่าง เวลา 7 โมงเช้าแล้ว แต่ฟ้ากลับเห็นผู้หญิงคนหนึ่งคล้ายเงาดำยืนอยู่ข้างหัวเตียงพี่ทอม ทว่าเงานั้นไม่ได้มองมาที่ฟ้า กลับมองไปที่พี่ทอม ในใจฟ้ารู้แล้วว่าตอนนั้นเจอเข้ากับอะไร แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงออกไป ทำได้เพียงมองค้างไว้ทั้งอย่างนั้น พลางคิดในใจว่า ‘อย่าหลอกฉันนะ’ ขณะนั้นเอง ราวกับเงาดำสัมผัสได้ถึงเสียงใจฟ้า เพราะเงาดำได้หันมามองที่ฟ้า ฟ้ารีบหลับตาเพราะไม่อยากเห็น ทั้งยังพูดพึมพำไปด้วยว่า “อย่าหลอกฉันนะ” ฟ้าคิดว่าในใจว่านี่อาจเป็นเจ้าที่หรือผีบ้านผีเรือน ขณะที่หลับตาอยู่นั้น ชามบะหมี่ก็หลุดจากมือ และมวลรู้สึกที่ถูกกดดันก็ค่อย ๆ จางหายไป จากนั้นฟ้าก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เงาดำนั้นหายไปแล้ว กลายเป็นพี่ทอมที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงชามบะหมี่ตกพื้นเสียงดัง พี่ทอมทำหน้าเหมือนอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฟ้าจึงตอบไปว่า “ไม่มีอะไรพี่ น้ำร้อนมันลวกมือ” แล้วฟ้าก็เริ่มจัดการเก็บเศษชามและบะหมี่ที่หกเกลื่อนกลาดให้เรียบร้อย หลังจากเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ ฟ้าก็เปิดไฟให้ทั่วบ้าน และโทรศัพท์หาแม่ของตน เพื่อเล่าเรื่องที่เจอให้ฟัง เมื่อฟังจบ แม่ฟ้าก็ได้ตอบกลับมาว่า “เป็นเจ้าที่ เจ้าทาง ผีบ้าน ผีเรือน หรือเปล่า แต่แบบนี้ไม่ดีนะ ถ้าเกิดมีคนป่วยอยู่ในบ้านแล้วเห็นวิญญาณแบบนี้ มันยิ่งเป็นพลังลบ ยิ่งทำให้คนป่วยอาการไม่ดี ให้จอยมันทำบุญบ้านบ้างสิ” ฟ้าจึงคิดว่าก็ดีเหมือนกัน และคิดว่าจะชวนจอยทำบุญบ้าน แต่ไม่คิดจะเล่าเรื่องที่ตนเจอให้จอยฟัง เพราะกลัวเพื่อนจะกลัวไปด้วย หลังจากนั้นช่วงประมาณเที่ยงกว่า จอยได้กลับมาถึงบ้าน ฟ้าจึงได้เอ่ยชวนก่อนว่า “จอย พวกเราไม่ได้ทำบุญบ้านกันมานานแล้วเนอะ พี่ทอมเขาก็ป่วยคงไปวัดไปวาไม่ได้ เราทำบุญบ้านกันดีไหม มันจะได้มีสิ่งดี ๆ เข้ามา เขาจะได้ฟังพระสวดบ้าง เสริมสิริมงคลกันนิดนึง” ทว่าจอยกลับตอบฟ้าไปว่า “ไม่ทำอะ” ตอนนั้นใจฟ้าเองเพียงคิดว่าเพื่อนอาจจะติดขัดเรื่องเงิน เพราะเพื่อนก็ไม่ได้ทำงาน เงินที่ใช้รักษาพี่ทอมเป็นเงินก้อนที่ใช้แล้วก็หมดไป อาจจะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ฟ้าจึงได้เสนอไปว่า “เอ้ย เดี๋ยวจะออกให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินนะ” ทว่าจอยดันโกรธขึ้นมา และหันกลับไปพูดใส่ฟ้าว่า “มึงไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องครอบครัวกูได้ปะ” สิ้นประโยคนี้ ทำให้ฟ้าปรี๊ดขึ้นมาทันที เพราะตั้งแต่คบกันมาไม่เคยมาพูดต่อว่าอะไรกันแบบนี้ และได้พูดกลับไปว่า “อ้าว อะไรอะ แค่ชวนทำบุญบ้าน ทำไมต้องพูดจาแบบนี้ใส่” จอยก็ตอบกลับมาอีกว่า “ก็ไม่ทำอะ พูดไปแล้วไงว่าไม่ทำ จะเซ้าซี้ทำไม” ฟ้าที่โกรธเต็มที่จึงพูดว่า “เอาตรง ๆ นะ กูอะ เห็นผียืนอยู่ข้างผัวมึงก็เลยชวนทำบุญ” ฟ้าก็ได้เล่าถึงลักษณะของผีที่เห็นว่าเป็นอย่างไรให้จอยฟัง พอพูดเสร็จจอยก็นิ่ง และหันไปมองที่พี่ทอมที่มองทั้งคู่ทะเลาะกันมาตลอด ฟ้าจึงพูดต่อว่า “กูเป็นห่วง แต่ก็ไม่อยากพูด กลัวมึงกลัว ทำไมต้องมาว่ากันขนาดนี้ด้วย” สิ้นเสียงของฟ้า จอยก็ดึงมือฟ้าขึ้นไปที่ชั้น 2 และจอยก็เริ่มร้องไห้ ฟ้าตกใจจึงถามกลับไปว่าเป็นอะไร จอยจึงเริ่มเปิดปากเล่าว่า.. “มึงจำได้ไหม ตอนที่กูชอบพี่ทอมมาก ๆ กูทักหาไลน์หาเขาอยู่ตลอด แต่พี่ทอมไม่ได้สนใจเลย คุยด้วยน้อยมาก และรักษาระยะห่างทุกอย่าง กูเลยไปปรึกษาหมอคนหนึ่งที่เจอในออนไลน์ เกี่ยวกับเรื่องของการทำเสน่ห์ กูถามหมอแล้วนะว่าถ้าทำแล้วจะมีผลกับพี่ทอมมั้ย เขาบอกกูว่าไม่มี เป็นแค่การทำเสน่ห์ให้เขารู้สึกเมตตา มหานิยมเรา เดี๋ยวพอเขารักเขาชอบแล้วก็เลิกทำได้” ฟ้าฟังเพื่อนสนิทอย่างตั้งใจ และจอยได้เล่าต่อว่า จอยได้ตัดสินใจทำเสน่ห์ใส่พี่ทอม ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำไปจนถึงได้พี่ทอมเป็นแฟน จากนั้นจึงค่อยเลิก แต่พอได้เป็นแฟนกันแล้ว จอยก็อยากแต่งงานกับคนนี้ จึงไม่ได้เลิกทำเสน่ห์ และตั้งเป้าใหม่ว่า จะทำไปจนกว่าจะแต่งงานแล้วค่อยเลิกทำ สุดท้ายก็ได้แต่งงานกัน และจอยก็เลิกทำเสน่ห์ตามสัญญา ทว่าหลังจากที่เลิกทำเสน่ห์ไปได้ไม่กี่เดือน คุณทอมก็ได้เส้นเลือดในสมองแตก ทำให้จอยได้กลับไปปรึกษากับหมอคนนี้อีกครั้งว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับที่เลิกทำเสน่ห์หรือไม่ หมอตอบว่า “เกี่ยว” จอยสับสนและถามต่อไปว่า “อ้าว ไหนตอนนั้นบอกว่าทำแล้วไม่มีผล” แต่หมอก็ตอบกลับมาอีกว่า “ตอนนั้นที่ตกลงกันไว้คือแค่ให้ชอบไม่ใช่หรอ อันนี้คือคุณเลยมาเอง บางอย่างหรือวิญญาณที่มันอยู่ในของ ถ้าวันนึงเราไม่เลี้ยงเขาแล้ว เขาก็จะต้องหากินของเขาเอง ซึ่งสิ่งที่เขาจะกินอันดับแรกคือเป้าหมายที่เคยมีคนสั่งให้เขาทำ และนั่นคือตัวของทอม” พอฟ้าได้ฟังมาถึงจุดนี้ ก็รู้สึกว่าเพื่อนอาจจะพลาดพลั้งไป จึงให้โอกาสเพื่อนและบอกกับจอยไปว่า “ไม่เป็นไรดิ งั้นเดี๋ยวเราไปลองไหม ไปหาคนที่เขาเก่ง ๆ มาปลดปล่อยวิญญาณนี้ไป มันน่าจะทำได้ดิ” จอยให้เหตุผลกลับมาว่า “ไม่ได้มึง เพราะหมอคนที่เขาทำให้เขาบอกว่า ถ้ากูแก้เมื่อไหร่ของจะเข้าตัวกู” ฟ้ารีบบอกเพื่อนไปว่า “แล้วยังไงอะ ถ้าเข้าตัวมึง มึงก็แก้อีกทีไง” แต่จอยก็บอกด้วยเสียงเหนื่อยใจว่า “มึง ถ้าพี่ทอมหายมา เขาก็ไม่เหมือนเดิมแล้วนะ อาจจะเดินหรือทำงานเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว” คำพูดที่จอยพูดกับฟ้า ทำให้ฟ้ารู้สึกว่าจอยเห็นแก่ชีวิตตัวเองอย่างเดียว ตนนั้นรับไม่ได้ จึงทำได้แค่บอกไปว่า “โอเค” จากนั้นฟ้าก็เดินออกมาจากบ้านนั้นทันที แต่ในระหว่างที่เดินออกไป ฟ้าก็ได้เดินผ่านพี่ทอม และรู้สึกสงสารพี่ทอมจับใจ เพราะครั้งหนึ่ง ฟ้าก็เคยชอบผู้ชายคนนี้เหมือนกัน ขณะที่ฟ้าเดินออกจากบ้าน ก็ยังคงได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อนสนิทดังมาจากข้างหลัง แต่ฟ้าก็เลือกที่จะไม่สนใจ เวลาผ่านไป จอยก็พยายามส่งข้อความมาหา เล่าว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้ต้องทำ ฟ้าทำได้เพียงแค่อ่าน แต่ไม่ตอบอะไรกลับไป ไม่นาน ฟ้าก็เลี่ยงที่จะเจอจอย โดยการลาออกจากที่ทำงาน แม้กระทั่งขับรถผ่านบ้านก็ไม่หันไปมอง ไม่นาน ฟ้าก็ทราบข่าวว่าพี่ทอมเสียชีวิตแล้ว และก็เห็นว่าที่หน้าบ้านของจอยมีประกาศขาย แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าชีวิตหลังจากนี้ของจอยจะเป็นอย่างไร แต่ตัวของฟ้าเองก็ได้มาเสียเพื่อนเพราะเรื่องนี้..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-