ขับรถไปฟังเพลงไป อยู่ดี ๆ เพลงก็เปลี่ยนกลายเป็นรายการเล่าเรื่องผี!

อังคารคลุมโปง RECAP

ขับรถไปฟังเพลงไป อยู่ดี ๆ เพลงก็เปลี่ยนกลายเป็นรายการเล่าเรื่องผี!

02 ต.ค. 2023

            ‘ถนน’ เป็นอีกสถานที่อันดับต้น ๆ ที่เรามักจะเจอเรื่องหลอนกันบ่อย ๆ ครั้งนี้ ‘พี่แจ็ค The Ghost Radio’ ก็นำเรื่อง ‘ถนนในตำนาน’ มาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (19 กันยายน 2566) ฟัง บอกเลยว่าเรื่องพีคจน ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ต้องอุทานเสียงหลง! เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ปิดไฟแล้วแท็กเพื่อนมาอ่านไปพร้อมกันเลย!

            พี่แจ็คเล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจาก ‘คุณเติ้ล’ เหตุการณ์หลอนเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนเมื่อปี พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา คุณเติ้ลมีอาชีพเกี่ยวกับการจัดงานอีเวนต์ตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งต้องรอให้ห้างสรรพสินค้าปิดทำการก่อน คุณเติ้ลจึงจะสามารถเข้าไปเตรียมงานอีเวนต์ได้ วันหนึ่ง คุณเติ้ลได้ไปจัดงานอีเวนต์ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทีมงานก็จัดเตรียมสถานที่ตามปกติ เมื่อเตรียมเสร็จก็ต้องไปทำงานที่จังหวัดกระบี่ต่อ จึงแบ่งออกเป็น 2 ทีม ทีมแรกล่วงหน้าไปก่อนในช่วงบ่าย ส่วนทีมของคุณเติ้ลต้องอยู่รอเพื่อเก็บอุปกรณ์ หลังห้างปิดเวลา 21.00 น.

            เมื่อถึงเวลาห้างปิด ทีมคุณเติ้ลก็เข้าไปเก็บอุปกรณ์ โดยใช้เวลาไปประมาณ 1 ชั่วโมงเศษทุกอย่างก็เรียบร้อย จากนั้นก็เตรียมตัวออกเดินทางไปจังหวัดกระบี่ แต่ก่อนที่ล้อจะหมุน ก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งโทรศัพท์มาเช็คความเรียบร้อยและพูดทิ้งท้ายว่า “ถ้าออกมา ก็ขับรถดี ๆ นะ ถนนเส้นที่จะขับผ่านมันค่อนข้างจะเปลี่ยว ถ้าเจอใครโบกหรือทักก็อย่าจอดนะ ให้ขับเลยไปเลย” จากนั้นรุ่นพี่คนนั้นก็หันกลับไปพูดกับเพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ ว่า “ไอ้เติ้ลมันไม่กลัวหรอก มันไม่เชื่อหรอก” แล้วสายก็ตัดไป คุณเติ้ลคิดแค่เพียงว่ารุ่นพี่คงเป็นห่วงเรื่องคนที่อันตรายมากกว่า เพราะส่วนตัวนั้นไม่กลัวผี ไม่มีความเชื่อเรื่องผี และไม่เคยฟังเรื่องผี

            ในเวลา 4 ทุ่มกว่า ๆ คุณเติ้ลก็ขับรถออกมาจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้เส้นทางที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ถนนในตำนาน’ ที่หลายคนรู้จัก ในตอนกลางวันถนนเส้นนี้จะมีรถไม่มาก ตอนกลางคืนก็แทบจะไม่มีรถ ไฟฟ้าอย่าพูดถึง ส่วนบ้านเรือนตามข้างทางก็หาได้น้อย เรียกได้ว่าเป็นถนนอีกเส้นที่เปลี่ยวใช้ได้ แต่ก็มักจะใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงของเหล่าบรรดารถบรรทุกขนาดใหญ่ ส่วนรถที่คุณเติ้ลขับนั้นเป็นรถกระบะที่บรรทุกของหลังรถ วิ่งด้วยความเร็วประมาณ 70-80 กิโลเมตร ในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้น ก็เปิดเพลงคลอจากโทรศัพท์ที่เชื่อมกับเครื่องเล่นวิทยุในรถฟังไปด้วย และทุกอย่างก็ดูจะปกติเรียบร้อยดี

            เมื่อขับไปได้สักพัก เพลงที่เปิดก็เปลี่ยนกลายเป็นรายการเล่าเรื่องผี ‘The Ghost Radio’ แทน ซึ่งคุณเติ้ลไม่เคยกดเปิดฟังเลยสักครั้ง และแทบจะไม่รู้จักรายการนี้เลยเสียด้วยซ้ำ คุณเติ้ลรู้สึกมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องที่เล่าในรายการนั้น เป็นเรื่องหลอนของถนนเส้นหนึ่ง ซึ่งเมื่อฟังดูแล้วก็เหมือนจะเป็นถนนเส้นเดียวกันกับที่คุณเติ้ลกำลังขับรถอยู่ เขาจึงพยายามหยิบโทรศัพท์เพื่อเปลี่ยนเป็นเพลง เมื่อเปลี่ยนเป็นเพลงได้แล้วก็ขับต่อไปอีกสักพัก เพลงที่เขากำลังฟังอยู่มันก็หยุดเงียบหายไป แล้วก็เปิดรายการเล่าเรื่องผีรายการเดิมอีกรอบ ซึ่งเล่าเรื่องต่อจากที่ฟังค้างไว้แบบไม่ขาดตอน คุณเติ้ลพยายามจะเปลี่ยนกลับไปเป็นเพลงอีกครั้ง แต่รอบนี้ก็มีเสียงผู้หญิงพูดแทรกเข้ามาว่า “ไม่อยากฟังเรื่องชั้นหน่อยหรอ?” คุณเติ้ลตกใจกับเสียงนั้น และคิดว่า Sound Effect ของรายการนี้แปลก ๆ จากนั้นก็รีบเปลี่ยนกลับไปเป็นเพลงทันที แต่ก็เหมือนเดิม รายการนั้นก็ดังขึ้นมาแทนที่เพลงอีกครั้ง จึงตัดสินใจถอดสายที่เชื่อมมือถือกับวิทยุออก ปิดเสียงทุกอย่าง และขับรถต่อไปพร้อมกับความเงียบ

            ระหว่างที่ขับรถนั้น มีช่วงหนึ่งที่รถตกหลุม ทำให้วิทยุในรถเกิดแสงกะพริบขึ้นมา แล้วก็มีเสียงรายการเล่าเรื่องผีอันเดิมดังขึ้นอีกครั้ง เรื่องทุกอย่างยังคงเล่าต่อจากเดิมไม่มี skip ข้าม ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เสียบสายโทรศัพท์มือถือเพื่อเปิดฟังเสียด้วยซ้ำ! คุณเติ้ลพยายามจะปิดเสียง แต่ก็มีเสียงผู้หญิงคนเดิมดังแทรกขึ้นมาว่า “ไม่อยากจะฟังเรื่องของชั้นหน่อยหรอ ไม่อยากลองฟังหน่อยหรอ” คุณเติ้ลรู้สึกตกใจแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาเล่าว่าในตอนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกกลัว แต่รู้สึกมือสั่น ทำอะไรไม่ถูก และก็ร้องไห้ออกมา ด้วยความที่เป็นรถกระบะรุ่นเก่า จึงกระชากสายวิทยุที่ต่อกับรถออกจนขาด แล้วเสียงวิทยุก็ดับไป

            คุณเติ้ลยังคงใจสู้ขับรถต่อไป แล้วเขาก็เห็นว่ามันมี ‘บางคน’ หรือ ‘บางอย่าง’ อยู่ข้างทาง คุณเติ้ลไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นคืออะไรกันแน่ จึงขับผ่านเลยไป และเมื่อมองกระจกมองหลัง แสงไฟท้ายรถก็ทำให้เห็นว่าสิ่งนั้นเหมือนกองอะไรบางอย่าง แล้วก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็หันมามองที่รถ คุณเติ้ลเล่าเพิ่มว่าลักษณะคล้ายกับผู้หญิงดำ ๆ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเพราะเธอใส่ชุดสีดำ หรือเป็นเงาดำของเธอ เขายังคงขับรถไปเรื่อย ๆ แต่ภายในใจยังคงสบสันว่าสิ่งที่ตนเจอมานั้นมันคืออะไร ขับไปได้ไม่นาน ก็เห็นไฟท้ายรถจากด้านหน้า จึงขับเข้าไปใกล้ ๆ เพราะดีใจคิดว่ามีเพื่อนร่วมทางแล้ว ยิ่งเข้าไปใกล้ก็ยิ่งเห็นว่าข้างหน้าเป็นรถสิบล้อ จึงขับตาม คุณเติ้ลรู้ว่าอีก 4-5 กิโลมเตรก็จะถึงทางออก จึงพยายามแซงรถสิบล้อข้างหน้า ก่อนจะแซงไปก็สังเกตว่าของที่บรรทุกมากับรถสิบล้อมีผ้าใบคลุมอยู่ เมื่อแหงนหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นเป็นผู้หญิงนั่งอยู่ข้างบนหลังผ้าใบ เธอชะโงกหน้าลงมามองที่คุณเติ้ล แล้วก็มีเสียงดังเข้ามาในวิทยุอีกครั้งว่า “กำลังจะสุดทางแล้วจะรีบไปไหนล่ะ ไม่อยากฟังเรื่องชั้นหน่อยหรอ” สิ้นเสียงนั้น คุณเติ้ลก็รีบเหยียบคันเร่งแซงรถบรรทุกไปทันที แม้จะมีเสียงบีบแตรและไฟกะพริบสูงจากรถสิบล้อตามมาด้านหลัง แต่เขาก็ไม่สนใจ รีบเลี้ยวรถออกจากเส้นทางจนกระทั่งเจอเข้ากับปั๊มน้ำมันข้างทางแห่งหนึ่ง จึงขับรถเข้าไปจอดรถเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองในนั้น

            ผ่านไปไม่นาน รถสิบล้อก็ขับตามเข้ามาในปั๊ม และคุยกับคุณเติ้ลว่า “โหพี่! ทำไมพี่ทำอย่างนี้อ่ะ พี่ชนคนแล้วพี่หนีหรอ!” คุณเติ้ลรีบปฏิเสธไปว่า “ชนคนอะไร!” คนขับรถสิบล้อตอบกลับมาว่า “ก็ผมเห็นพี่ขับรถชนผู้หญิง ผมเปิดไฟก็แล้ว บีบแตรก็แล้ว ทำไมพี่ไม่จอด ผมให้น้องที่นั่งมากับผม อยู่กับผู้หญิงที่คุณชนไว้ตรงนั้น แล้วผมก็ขับมาตามคุณเนี่ย” คนขับรถสิบล้อยังพูดไม่ทันจบประโยค ก็มีรถมูลนิธิขับเข้ามาจอดเทียบใกล้ ๆ จากนั้นน้องของคนขับรถสิบล้อก็ลงจากรถหน้าตาตื่น และเล่าให้ฟังว่าเขาเห็นรถคุณเติ้ลขับชนผู้หญิงคนหนึ่งจนกระเด็นไป ตนกับพี่คนขับพยายามส่งสัญญาณไฟและบีบแตรเรียก แต่คุณเติ้ลก็ไม่จอดรถ ตนจึงลงจากรถเพื่ออยู่เป็นเพื่อนศพ จากนั้นก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ ระหว่างนั้นตนก็นั่งเฝ้าผู้หญิงที่ถูกรถชนอยู่ตลอด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่มาถึง ศพผู้หญิงคนนั้นก็หายไป! ตนรู้สึกตกใจจึงรีบขึ้นรถตามมา นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังบอกอีกว่า “ที่ผมรีบมาเนี่ย ไม่ใช่อะไร ผมรู้อยู่แล้วว่าถ้าผมทิ้งพี่ไว้ พี่ช็อคตายแน่นอน เพราะผมรู้แล้วว่าพี่เจอแน่ ๆ เคสแบบนี้ พี่ไม่ใช่คนแรกที่แจ้งผม มีคนแจ้งผมเยอะมาก ทั้งเจอผู้หญิงอยู่ข้างทาง เจอผู้หญิงเกาะมากับรถ ใครก็ตามที่แจ้งเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ ผมจะรีบมา” คุณเติ้ลได้ฟังเรื่องนี้ก็ตกใจ จึงขอตัวแล้วรีบขับรถต่อไปที่จังหวัดกระบี่ทันที

            เมื่อถึงที่หมาย คุณเติ้ลก็เล่าเรื่องที่เจอมาให้กับเพื่อนร่วมงานฟัง รุ่นพี่ที่ทำงานดูเหมือนจะไม่เชื่อเรื่องที่เล่าไป คุณเติ้ลจึงไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งได้มาค่อนข้างไม่ตรงกันเท่าไหร่ บางข้อมูลก็ว่าผู้หญิงคนนี้โดนลวงมาฆ่า บ้างก็ว่าโดนฆ่าปาดคอ บ้างก็ว่าโดนเผานั่งยาง และอีกหลาย ๆ ข้อมูล ทำให้ไม่รู้ที่มาที่ไปว่าจริง ๆ แล้ว ผู้หญิงคนนี้มีที่มาอย่างไร..

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

พิม ลัทธ์กมล เล่าเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

13 เม.ย. 2025

พิม ลัทธ์กมล เล่าเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ l อังคารคลุมโปง X เบคกี้ - พิม [8 เม.ย 2568]

เป็นนักแสดงที่ทุ่มเท อยากรู้ความเป็นอยู่ของตัวละคร จึงขอไปนอนในสถานที่ถ่ายทำจริง แต่ใครจะคิด ว่าคืนนั้นจะไม่ได้นอนจนถึงเช้า และทำให้เปลี่ยนความเชื่อเรื่อง ‘ผี’ ไปตลอดกาล ติดตามเรื่องเล่าของ ‘คุณพิม ลัทธ์กมล’ ที่ได้นำเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ มาเล่าในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (8 เมษายน 2568) พร้อมด้วย ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ต้องขนลุกไปพร้อมๆ กัน! ‘คุณพิม’ ได้นำเรื่อง ‘เคาะ 3 ครั้ง’ มาเล่า โดยคุณพิมได้เล่าว่า คุณพิมได้ไปถ่ายหนังที่จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนเขมร ด้วยความที่คุณพิมเป็นนักแสดง จึงอยากลองเรียนรู้สถานที่ที่ใช้ถ่ายทำจริง ๆ ว่าตัวละครใช้ชีวิตอย่างไร คุณพิมจึงชวนเพื่อนมานอนด้วยกันที่สถานที่จริง สถานที่แห่งนี้เป็นกระต๊อบที่สร้างจากไม้ รอบ ๆ กระต๊อบที่คุณพิมและเพื่อนนอน ไม่มีบ้านคน มีแค่คนมาเฝ้าซึ่งเป็นชาวบ้านในแถบนั้น ที่ไม่มีโทรศัพท์ และไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีมากนัก ในคืนนั้นเวลาตี 3 คุณพิมได้ตื่นขึ้นมา เพราะอุณหภูมิในกระต๊อบเริ่มลดลง จากที่อากาศร้อนกลายเป็นเย็นจนเหมือนอยู่ในห้องแอร์ และเมื่อคุณพิมตื่นก็รู้สึกยุกยิกตามร่างกาย พอหันไปทางเพื่อนที่นอนอยู่ด้านข้าง ก็มีเห็นว่ามีอาการยุกยิกเหมือนกัน ขณะเดียวกัน คุณพิมก็เริ่มได้ยินเสียงระนาค ที่บรรเลงช้า ๆ คุณพิมจึงถามเพื่อนว่า “มีคนมาเปิดเพลงแกล้งเราไหม” เพื่อนคุณพิมจึงตอบกลับมาว่า“ไม่นะ ที่นี่มีแค่เรานอนกัน 2 คน คนที่มาเฝ้าก็เป็นชาวบ้านที่ไม่มีโทรศัพท์” คุณพิมจึงเริ่มสงสัยว่ามันคือเสียงอะไร แต่ก็กลัวจนไม่กล้าขยับตัว และเสียงระนาดยังคงดังต่อไป และตอนนั้นเองคุณพิมและเพื่อนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเหมือนคนกำลังเดินขึ้นมา ตึก ตึก ตึก และเสียงนั้นก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องคุณพิม ในใจคุณพิมก็ยังคิดว่าอาจเป็นคนที่มาเฝ้าเดินขึ้นมา แต่สิ่งนั้นก็ยังหยุดอยู่ที่หน้าประตูเป็นเวลานาน และทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้น ตึง! ตึง! ตึง! เสียงเคาะดังขึ้นที่หัวเตียง แต่คุณพิมก็ยังคิดว่ามีใครมาแกล้งหรือเปล่า คุณพิมและเพื่อนจึงลองตั้งสติด้วยการนอนหลับไปอีกหนึ่งครั้ง แต่อากาศก็ยังเย็นลงเรื่อย ๆ เพลงยังคงบรรเลงต่อไป จนเช้าถึงหายไป และในคืนนั้นคุณพิมกับเพื่อนจึงแทบไม่ได้นอน เพราะความกังวลจนไม่กล้าขยับตัวไปไหน ในช่วงเช้าคุณพิมจึงไปถามชาวบ้านเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ตัวเองได้เจอ ชาวบ้านแถวนั้นจึงบอกว่า “ที่แถวนั้นมันแรง ก่อนไปนอนได้ขอไหม” คุณพิมจึงตอบไปว่า “ไม่ได้ขอค่ะ แค่ไปนอนเฉย ๆ” คุณพิมจึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือ เขามาทักทาย คืนต่อมาคุณพิมได้เปลี่ยนที่นอน ไปนอนในบ้านที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้ และได้กราบไหว้ก่อนจะเข้านอน ทำให้ไม่เจออะไรอีกเลย เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้คุณพิมที่ไม่เคยเชื่อลี้ลับ กลายเป็นเชื่อ 100% ว่า ผีมีจริงแน่นอน(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากต้อม พุธพาหลอน ‘ชุดเช่า’ l อังคารคลุมโปง X ต้อม พุธพาหลอน [ 30 ก.ย.2568 ]

12 ต.ค. 2025

เรื่องเล่าจากต้อม พุธพาหลอน ‘ชุดเช่า’ l อังคารคลุมโปง X ต้อม พุธพาหลอน [ 30 ก.ย.2568 ]

ชุดเช่าที่อาจมาพร้อมกับเจ้าของเก่า.. ใครที่ได้ใส่นำไปใส่ อาจจะต้องเจอดี หรือนำพาไปพบกับความหลอน เหมือนกับ ‘คุณต้อม พุธพาหลอน’ ที่ได้ไปเช่าชุดที่ร้านใหญ่ใจกลางเมือง แต่บังเอิญไปเจอกับชุดเดรสชุดสุดท้าย ที่เห็นแวบแรกก็ถูกตาต้องใจ จึงนำกลับมา แต่ชุดที่นำกลับมาด้วยนั้นจะนำพาอะไรกลับมา? หาคำตอบไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’, ‘ดีเจเจ็ม’ และ 'ดีเจมดดำ' ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง x ต้อม พุธพาหลอน’ (30 กันยายน 2568) กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ชุดเช่า’ เหตุการณ์ย้อนไปเมื่อช่วงต้นปี ทุกปีบริษัทจะมีงานเลี้ยงประจำปี ภายในงานจะมีการจัดงานแสดงต่าง ๆ มากมาย เป็นช่วงที่สาขาย่อยต่าง ๆ ของบริษัทจะมารวมตัวกัน ต้อมได้รับหน้าที่ในการหาชุดและทำฉากการแสดง แต่ด้วยความกระชั้นชิด มีเวลาจำกัด และต้องติดต่อร้านเช่า กระทั่งไปเจอร้านใหญ่ในเมือง ต้อมเดินทางไปที่ร้านพร้อมหัวหน้าที่ทำงาน 2 คน และน้องผู้ชาย 1 คนชื่อว่า ‘น้องแก้ว’ ซึ่งเป็นคนตลก ไม่ประสีประสา เมื่อมาถึงร้านเช่า ตอนนั้นเป็นเวลา 2 ทุ่ม บรรยากาศรอบข้างมืดอึมครึม ภายนอกเป็นตึกพาณิชย์ 3 ชั้น ดูทรุดโทรม แสงไฟหน้าตึกมืดสลัว ติด ๆ ดับ ๆ ทุกคนเดินเข้าไปในร้านก็ปะทะเข้ากับกลิ่นอับเหม็นอับ พร้อมกองผ้าที่กองไว้ระเกะระกะ เหมือนกองมาเป็น 10 ปี ทุกคนแบ่งหน้าที่กันหาชุดสำหรับโชว์ เว้นแต่แก้วที่หายตัวไป เวลาผ่านไปชุดที่หาไปหามาที่ถูกใจ มีอยู่ประมาณ 5 ชุด แต่นักแสดงมี 6 คน จึงตัดสินใจนำชุดไปให้เจ้าของร้านดู แต่เจ้าของร้านกลับแสดงสีหน้าตกใจ และแจ้งไปว่า “พี่ เปลี่ยนชุดมั้ยคะ” หัวหน้าอยากได้ชุดนี้มาก แต่ก็ยังหาชุดไปเรื่อย ๆ แต่ทันใดนั้นแก้วก็วิ่งลงมาเสียงดัง ตึ้ง ๆๆๆ พร้อมถือชุดหนึ่งมาให้ดู ปรากฏว่าชุดที่แก้วถือมาเป็นชุดแบบเดียวกันกับแบบที่หัวหน้าต้องการ ย้อนเหตุการณ์กลับมาในตอนที่แก้วหายไป แก้วเล่าว่า เขาขึ้นไปบนชั้น 3 บรรยากาศบริเวณรอบ ๆ เงียบสงัด วังเวง เขาก็รื้อหาชุดไปตามประสา ขณะเดียวกันก็มองลงไปชั้นล่าง พบเหมือนขาของใครบางคน ลักษณะ ซีด ขาว เหมือนขาของผู้หญิง แก้วนึกในใจว่าเป็นพนักงานในร้าน จึงเดินไปดู ปรากฏว่าที่ตรงนั้นไม่มีใครนั่งหรือยืนอยู่เลย พบแต่ชุดเต้นที่วางไว้ แก้วคิดในใจว่าสวยดี จึงหยิบลงมา เมื่อได้ชุดที่ถูกใจและเวลากระชั้นชิดจึงไม่ได้คิดอะไรมาก ทุกคนจึงตัดสินใจนำชุดที่เลือกไว้กลับไป เช้าวัดถัดมา ก็นำชุดทั้งหมดที่เช่ามาแจกให้กับพนักงานเพื่อไปดูแลต่อกันเอง แต่ชุดสุดท้ายที่แก้วได้หยิบมา พนักงานที่ได้รับไปมีชื่อว่า ‘น้องเฟย์’ ก่อนที่จะรับชุดไปเฟย์ได้ตรวจสอบมองไปที่ชุด แล้วพบรอยขาดที่บริเวณหลังชุด แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เช้าตรู่ช่วงเวลาตี 5 ของวันเดินทาง เฟย์ได้เล่าว่า ฝันถึงเหตุการณ์บางสิ่งบางอย่าง เสมือนกับตัวเองอยู่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มองไปเห็นเงาสลัว ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่กำลังเต้นอยู่กลางฟลอร์ เป็นฝันที่ทำให้เฟย์หลับไม่ลง เมื่อเดินทางมาถึง ณ ที่จัดงาน ที่นี่เป็นทะเลแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลา 4 ทุ่ม ทุกต่างสนุกสนานไปกับงาน ถึงคิวของกลุ่มเฟย์ที่ต้องขึ้นไปแสดงโชว์ หลังจากแสดงไปได้ชั่วขณะ ปรากฏว่าเฟย์ได้ร้องกรี๊ดขึ้นมา แล้วล้มลงกลางเวที ทุกคนคิดไปทางเดียวกันว่าเธอเมา จนกระทั่งเฟย์ฟื้นขึ้นมา เธอเล่าว่าตนเองไม่ได้เมา แต่กลับมีความรู้สึกเจ็บบริเวณที่เสื้อขาด เหมือนมีดแทงเข้ามา จนเธอสะดุ้งแล้วกรี๊ดสลบไปทันที วันถัดมา เป็นวันเดินทางกลับ หลังจากกลับมาทุกคนก็มีอาการท้องเสียด้วยอาหารที่กิน ทำให้มีหลายคนลางาน รวมถึงเฟย์ เธอลางานไป 2 วัน ย้อนกลับไปในวันที่เดินทางกลับ เมื่อเฟย์ถึงห้องก็เป็นเวลา 4 - 5 ทุ่มแล้ว บรรยากาศภายในห้องก็เริ่มมืด มีเพียงแสงไฟมืดสลัว เธอเปิดไฟไว้เฉพาะบริเวณหัวเตียง จากนั้นก็ถอดชุดแขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า เฟย์มีอาการสลึมสลือ แต่พอหันมองไปที่ชุด อยู่ ๆ ชุดก็แกว่งไปแกว่งมา ทั้ง ๆ ที่ในห้องไม่มีลม ภายในความมืด เฟย์สังเกตเห็นเหมือนมีมือขาวซีดค่อย ๆ ผุดออกมาจากแขนเสื้อทีละนิด ไล่จากฝั่งซ้ายไปฝั่งขวา จนไปถึงขาค่อย ๆ ออกยื่นมาทีละนิด สุดท้ายเหมือนลักษณะเป็นศรีษะค่อย ๆ ผุดออกมาเรื่อย ๆ ทีละนิด เห็นเป็นใบหน้าขาวซีด เฟย์ฉุกคิดได้ว่า ใบหน้าของผู้หญิงคนนี้คล้ายใบหน้าของผู้หญิงในฝันที่เธอได้ฝันถึง เฟย์จึงตกใจรีบวิ่งไปเปิดไฟทันที ภายในห้องสว่างขึ้น และสิ่งที่เฟย์เห็นก่อนหน้า กลับหายไปในพริบตา เธอคิดไปต่าง ๆ นานาจนนอนไม่หลับทั้งคืน เช้าวัดถัดมา เป็นเช้าวันหยุด แต่เฟย์ไม่สนใจ รีบนำชุดที่เกิดเรื่องไปทิ้งไว้ที่บริษัท เธอไม่อยากเก็บเอาไว้กับตนเองแล้ว เพราะตั้งแต่ที่ได้ชุดนี้มา เธอรู้สึกบรรยากาศภายในห้องมันดูอึมครึมเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างอยู่กับเธอ หลังจากวันนั้น ทุกคนก็ได้นำชุดมาคืน ต้อมทำการรวบรวมชุดทั้งหมดไปคืนให้ร้านเช่า ในวั้นนั้นทางร้านได้สอบถามเราว่า “น้องเอาชุดไป เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า” ต้อมได้แต่นึกว่ากับตัวเองไม่ได้รับรู้สึกถึงอะไร จึงตอบกลับไป “ไม่มีครับ” เจ้าของร้านยิ้มตอบ พร้อมพูดว่า “มันเกินเวลามานะ แต่พี่ไม่เอาค่าปรับ” หลังจากวันนั้น เวลาผ่านไป เฟย์ได้รู้สึกดีขึ้น จึงได้นำเรื่องราวมาถ่ายทอดให้ต้อมได้ฟัง..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจากคุณนพพร ‘ยายเลื่อน’ l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 8 ก.ค.2568 ]

18 ก.ค. 2025

เรื่องเล่าจากคุณนพพร ‘ยายเลื่อน’ l อังคารคลุมโปง X ณัฐผี The Scary [ 8 ก.ค.2568 ]

‘คุณนพพร’ ได้เข้ามาเล่าเรื่องราวของยายสุดเฮี้ยนอย่าง ‘ยายเลื่อน’ ที่ตายไปพร้อมแรงแค้นและกลับมาเอาคืนอย่างสาสม เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ? ยายเลื่อนจะเฮี้ยนขนาดไหน ?สามารถติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X’ (8 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ ในเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ยายเลื่อน’ ย้อนกลับไปเมื่อ 70 ปีที่แล้ว มีบ้านหลังหนึ่งที่เปิดร้านขายของชำ ลักษณะเป็นบ้านไม้ หลังบ้านติดกับสวน หน้าบ้านติดกับลำคลอง มีผู้คนพลุกพล่าน มีคนอาศัยอยู่หลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘ยายเลื่อน’ เธอมีปัญหาทางด้านสุขภาพเพราะเคยเกิดอาการชักเกร็งตั้งแต่เกิด ส่งผลให้พูดไม่ชัด ยายเลื่อนสามารถพูดได้แค่พยัญชนะ ‘อ.อ่าง’ เท่านั้น เช่น ‘ฉันชื่อเลื่อน’ จะพูดเป็น ‘อั๋นอื้อเลื่อน’ ซึ่งการที่พูดไม่ชัดก็มักจะทำให้โดนเพื่อน ๆ และเด็ก ๆ แถวนั้นล้ออยู่บ่อยครั้ง มีอยู่วันหนึ่ง ยายเลื่อนเดินทางไปธุระที่วัด ก็เจอกับเด็กวัยรุ่นแถวนั้นชื่อว่า ‘แท่ง’ กับ ‘ปลา’ เด็กพวกนี้แกล้งเดินชนจนยายให้ล้ม แล้วหยิบหวีสับของยายออกมา จากนั้นก็โยนขึ้นไปบนต้นมะม่วง ยายเลื่อนโกรธมากจนพูดออกมาว่า “อ้าอูอาย อูอะอาอักอออึง!” (ถ้ากูตาย กูจะมาหักคอมึง!) พอยายกลับบ้านก็ไม่กล้าเข้าบ้านเพราะเสื้อเลอะ จึงถอดไปซักที่ริมคลองก่อน ตกเย็นทุกคนกินข้าวกันแต่ยายเลื่อนไม่กลับมา ทุกคนในบ้านก็เริ่มออกตามหา เมื่อมองออกไปนอกระเบียงก็เห็นว่ายายกำลังชักแล้วหัวทิ่มลงน้ำไป พอลงไปช่วยก็พบว่ายายเสียชีวิตแล้ว หลังจากนั้นก็นำศพไปไว้ที่วัด แต่เนื่องจากการจมน้ำตายเป็นการตายโหงทำให้ยังไม่สามารถประกอบพิธีกรรมได้ กระทั่งเช้าวันต่อมา ก็มีข่าวว่าแท่งไปผูกคอตายใต้ต้นมะม่วง สอบถามกันไปมา เด็กวัดก็บอกว่าเมื่อคืนแท่งวิ่งมาที่วัดพร้อมร้องตะโกนโวยวายว่าโดนผียายเลื่อนหลอก เด็กวัดไม่ได้สนใจ จนกระทั่งตอนเช้ามาก็เจอกับศพแท่งแล้ว ที่สำคัญต้นมะม่วงต้นนั้นก็เป็นต้นเดียวกับที่แท่งโยนหวีสับขึ้นไป ตกเย็นทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน ปลาก็ได้จ้างเรือแจวเพื่อกลับบ้าน ขณะเดินทางกลับ ปลาก็ได้ยินเสียงของยายเลื่อนเรียก “อา…อา…” พอหันกลับไปก็เห็นเป็นยายเลื่อนในสภาพขึ้นอืดกำลังลอยน้ำตามเรือมา ทั้งคนแจวเรือและปลาต่างก็ตกใจ กระโดดลงเรือแล้วรีบว่ายน้ำขึ้นฝั่ง รุ่งเช้าคนแจวเรือก็มาเล่าเหตุการณ์ว่าโดนหลอกให้ชาวบ้านฟัง ทุกคนก็ออกตามหาปลาจนพบว่าปลาจมน้ำตายอยู่ที่ท่าเรือหน้าบ้านของตนเองโดยสภาพศพเหมือนคนถูกหักคอ หลังจากนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่สัญจรผ่านไปมาซื้อของ ก็จะเจอยายเลื่อนปรากฏตัวให้เห็นเป็นประจำทำให้คนไม่กล้ามาซื้อของ ชาวบ้านจึงรวมตัวกันไปที่วัดเพื่อขอความช่วยเหลือจาก ‘หลวงพี่ศร’ ซึ่งเป็นพระบวชใหม่ที่มีความสามารถในการทำพิธีกรรม จึงนิมนต์มาที่บ้านเพื่อมาขับไล่ยายเลื่อน ชาวบ้านต่างก็มามุงกันรอบบ้านเพื่อดูพิธีกรรมนี้ ขณะทำพิธีกรรมยายเลื่อนก็โผล่ตัวมาให้เห็น เหมือนเป็นคนมาคุยกับหลวงพี่ปกติ หลวงพี่จึงเทศน์ให้ฟังแล้วยายเลื่อนก็ค่อย ๆ เลือนหายไป วันต่อมาก็ไม่มีใครเจอยายเลื่อน ต่างดีใจหวังว่าจะไปผุดไปเกิด แต่เวลาผ่านไปไม่กี่คืนปรากฏว่าใครที่มาดูพิธีกรรมวันนั้น ยายเลื่อนจะไปหาทุกคน บ้างก็บอกว่า ขณะที่ตักน้ำจากในโอ่งก็ยังเห็นเป็นหน้ายายเลื่อนลอยขึ้นมา บางครั้งก็ไปเรียกถึงหน้าบ้าน เรียกได้ว่าเมื่อก่อนใครได้ยินเสียงยายเลื่อนก็ต้องขำ แต่ตอนนี้กลายเป็นเจ้าของเสียงที่ชาวบ้านต่างกลัวไปหมด ชาวบ้านทนไม่ไหวจึงกลับมาตามหลวงพี่ศรอีกครั้ง แต่หลวงพี่กลับบอกว่าอาจจะทำพิธีกรรมไม่ได้ ถึงทำไปยายเลื่อนก็อาจจะไม่ไปไหนแล้ว แต่อีกวิธีที่จะช่วยได้คือต้องนิมนต์พระที่ยายเลื่อนศรัทธาหรือนับถือมาช่วย ซึ่งก็ต้องเป็น ‘หลวงปู่เส็ง’ เพราะท่านเป็นพระที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ครั้งนี้ ยายเลื่อนไม่โผล่มาให้เห็นในพิธีกรรมแล้ว หลวงปู่เส็งจึงสวดมนต์ อาบน้ำศพ และทำการเผาศพไป จากนั้นยายเลื่อนก็ไปกลับมาอีกเลย..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เรื่องเล่าจาก 'แจ็ค The Ghost Radio' 'ผีผ่าห่ม' I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 22 ต.ค. 2567]

08 พ.ย. 2024

เรื่องเล่าจาก 'แจ็ค The Ghost Radio' 'ผีผ่าห่ม' I อังคารคลุมโปง X แจ็ค The Ghost Radio [ 22 ต.ค. 2567]

ขนหัวลุกไปกับ ‘พี่แจ็ค The Ghost Radio‘ ที่ได้นำเรื่อง ‘ผีผ้าห่ม’ มาเล่าในรายการอังคารคลุมโปง X (22 ตุลาคม 2567) ให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม‘ ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องสุดหลอนในห้องนอน จะหลอนขนาดไหน ไปอ่านพร้อมกันเลย! พี่แจ็คได้เล่าว่าเป็นเรื่องราวของ ‘คุณบี’ แฟนคลับรายการ The Ghost Radio เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อยังเป็นวัยรุ่น ซึ่งในขณะนั้นเองคุณบีก็มีรุ่นพี่ที่รู้จักแต่งงานที่จังหวัดเชียงรายและก็ได้เชิญชวนรุ่นน้องทุกคนไปร่วมงานแต่ง ซึ่งเพื่อนทุกคนก็วางแพลนเรื่องการเดินทางกัน ยกเว้นคุณบีที่ไม่สามารถแจ้งได้ว่าจะไปวันไหน อาจจะเป็นเพราะว่าอยู่ในช่วงเรียนหนัก จนคุณบีได้ตัดสินใจที่จะไปซึ่งเป็นวันก่อนวันแต่ง 1 วัน ตนไม่รู้ว่าจะเดินทางไปที่นั่นได้อย่างไร เนื่องจากเพื่อนต่างก็เดินทางกันไปก่อนแล้ว และรถโดยสารวันนั้นก็เต็ม คุณบีจึงคิดย้อนกลับไปใช้วิธีการในอดีตที่ตนเคยทำนั่นก็คือการโบกรถ จากนั้นก็ได้ทำการยืนโบกอยู่นานแต่ก็ไม่มีรถคันไหนจอด แต่สักพักหนึ่งก็มีรถกระบะขนตู้ไม้จอดแล้วก็ให้คุณบีติดท้ายกระบะไปด้วย โดยปกติแล้วคุณบีจะเป็นคนที่ห้อยพระ แต่ในขณะนั้นตนไม่ได้ห้อยจึงรู้สึกไม่สบายใจ มีสิ่งหนึ่งที่ตนทำแล้วจะช่วยทำให้รู้สึกอุ่นใจได้นั้นก็คือการไหว้ ไหว้ทุกอย่างที่ตนเห็นเพราะตนคิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่นั่งรถไปเรื่อย ๆ ก็มีจุด ๆ หนึ่งรถติดแถวยาวมาก คนขันรถจึงเดินลงมาบอกคุณบีว่า “โอ้ น่าจะอีกนานข้างหน้าเนี่ย มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นข้างหน้า” แล้วจู่ ๆ ตนก็ได้ยกมื้อไหว้ คนขับรถเห็นแบบนั้นก็เกิดความสงสัยแล้วถามว่า คนขับรถ : ไหว้อะไรเนี่ย? คุณบี : ผมไม่ได้ไหว้อะไรครับ ผมแค่ขอพรให้คนที่เกิดอุบัติเหตุปลอดภัย ไม่เป็นอะไรมาก คนขับรถ : เป็นคนชอบไหว้ใช่มั้ย พี่ขับรถมามองกระจกหลังนั่งไหว้มาตลอดทางเลย คนในรถอีกคนหนึ่ง : ใช่ การไปไหว้อย่างงี้ บางที่มันไปไหว้ในสิ่งที่มันไม่ควรที่จะไปไหว้นะ ไหว้ไปไหว้มา ระวังจะไปเปิดเซ้นท์ตัวเองทำให้มองเห็นผีได้นะ เมื่อขับมาถึงจุดที่เกิดอุบัติเหตุ ก็ได้เห็นว่ามีผู้เสียชีวิตถูกคลุมผ้าอยู่ 2 ศพ คุณบีจึงได้ยกมือไหว้ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุขคติ แล้วก็เดินทางกันต่อจนถึงแยกที่จะเข้าไปจังหวัดเชียงราย คุณบีก็ต้องลงจากรถเนื่องจากรถคันนี้ไม่ได้จะไปทางเดียวกันกับตน ทำให้ต้องโบกรถอีกคันเพื่อที่จะเข้าไปในตัวเมือง โบกอยู่สักพักหนึ่งก็มีรถเก๋งคนหนึ่งจอดรับ และก็ให้คุณบีติดรถไปด้วยเพราะไปที่เดียวกัน ระหว่างที่เดินทางอยู่นั้นเมื่อคุณบีเจออะไรก็จะไหว้อยู่เหมือนเดิม จนคนขับรถพูดว่า “น้องเป็นคนมือไม้อ่อนนะ ชอบไหว้” ต่อมาก็เดินทางจนมาถึงตัวเมือง ด้วยความที่คนขับรถเห็นคุณบีเป็นนักศึกษาจึงได้ให้เงิน 200 บาท ติดตัวเอาไว้ คุณบีขอบคุณและลงจากรถ แล้วก็ให้รุ่นน้องมารับตนไปที่งานแต่งงาน คุณบีไปถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็น ซึ่งทันงานเริ่มพอดี คุณบีและเพื่อน ๆ ก็ได้มีการกินเลี้ยง พูดคุย สังสรรคกันจนกระทั่งเป็นเวลาเที่ยงคืน ทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน รุ่นพี่ที่เป็นเจ้าภาพก็ได้เดินมาถามคุณบีว่า “จะนอนที่ไหน มีบ้านฝั่งตรงข้ามกับบ้านญาติให้นอนนะ” ซึ่งในรั้วบริเวณบ้านจะมีบ้านอยู่ 2 หลัง บ้านหลังแรกเป็นบ้านยกสูง ในตอนที่คุณบีได้เดินเข้าไปนั้นตนรู้สึกเหนื่อยจากการนั่งรถมานาน จึงตัดสินใจไม่พักบ้านหลังนี้ แล้วเดินไปที่บ้านอีกหลัง จากนั้นก็ค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไป เข้าในได้พบกับคนจำนวนมากที่มานอนระเกะระกะเต็มไปหมด ตนจึงค่อย ๆ เข้าไปแล้วเดินข้ามคนที่กำลังนอนอยู่ เพื่อพยายามหาที่นอน บ้านหลังนั้นแทบจะไม่มีที่ที่สามารถแทรกนอนได้เลย พอเดินไปสุดบ้านก็เจอห้องน้ำ จึงได้ทำการล้างหน้าล้างตาและคิดว่าจะเดินกลับไปดูที่บ้านยกสูงอีกครั้ง ในขณะที่คุณบีกำลังจะเดินออกจากบ้านหลังนี้ ก็สังเกตเห็นห้องทางด้านซ้ายมือเปิดประตูไว้อยู่ จึงตัดสินใจลองเดินเข้าไปดู ก็พบกับห้องนอน ที่มีเตียง มีผ้าห่ม มีทุกสิ่งทุกอย่างแต่ไม่มีคนนอน ด้วยความที่คุณบีเพลียมาก จึงได้ทำการนอนทันทีโดยไม่ได้มีการอาบน้ำก่อน ระหว่างที่นอนอยู่นั้น ก็ฝันเห็นภาพห้องนอนห้องหนึ่ง มีผู้หญิงเดินไปที่มุมห้องใกล้ ๆ กับประตู แล้วทำท่าทีเหมือนกำลังทะเลาะด่ากับใครบางคน ตนได้ยินผู้หญิงคนนั้นพูดประมาณว่า “กูไม่ได้ทำ มึงมาใส่ร้ายกูทำไม มึงชอบมาใส่ร้ายกู” ในฝันนั้น คุณบีได้ลุกขึ้นแล้วพยายามเดินไปหาผู้หญิงคนนั้นแล้วถามว่า “พี่ พี่เป็นไรอะ มีอะไรให้ช่วยมั้ย?” แต่จู่ ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็หันหน้ามา! โดยหันมาแต่หัว แต่ตัวไม่ได้ขยับ! แล้วตะโกนใส่คุณบีว่า “มึงก็อีกคน! ออกไปจากห้องกู!” คุณบีสะดุ้งตื่นทันที แต่ก็ยังนอนอยู่แค่ไม่ได้ลืมตา สักพักหนึ่งตนก็รู้สึกหนาวที่ข้างซ้ายของตัว จึงเอามือคลำไป จนได้รู้ว่าผ้าห่มไปอยู่ฝั่งทางขวา จึงดึงผ้าห่มมาห่มแล้วก็นอนหลับ หลับได้ไม่นาน ก็รู้สึกหนาวฝั่งขวา ในตอนนั้นตนคิดว่าถูกเพื่อนแกล้งเพราะเห็นว่าผ้าห่มเทไปทางซ้าย ในขณะที่กำลังดึงผ้าห่ม ตนก็คิดว่าไม่น่าจะใช่เพื่อนแกล้ง เพราะเตียงนอนชิดกับผนัง ถ้าเพื่อนแกล้งจริง ๆ ก็ต้องปีนข้ามตัวคุณบีแล้วเตียงต้องยุบ คุณบีจึงดึงผ้าห่มมาคลุมโปงทันที สักพักหนึ่งผ้าห่มก็ค่อย ๆ ดึงลงไปทางขาพร้อมกับเสียงพูดว่า “มึงออกไปจากห้องกู มึงออกไปจากห้องกู” คุณบีพยายามดึงผ้าห่มสู้แต่ก็สู้ไม่ไหว แล้วผ้าห่มก็ถูกกระชาก! คุณบีตกใจตะโกนลั่นห้อง แล้วรีบเก็บของออกจากห้องทันที! ตนคิดว่าคงจะมีใครข้างนอกได้ยินแล้วมาช่วย แต่กลับกลายเป็นว่าคุณบีถึงกับช็อก เพราะว่าข้างนอกนั้นไม่มีใครนอนอยู่เลยซักคน! คุณบีวิ่งออกมานั่งตรงกองไฟ ในตอนนั้นเป็นเวลาประมาณตี 4 ต่อมาก็มีเพื่อนเดินมาถามว่า “เป็นอะไร?” คุณบีตอบไม่ได้เพราะกำลังตกใจกับสิ่งที่ตัวเองเจอ จนเวลาผ่านไปคุณบีก็ได้สติ เจ้าสาวได้เดินมาหาคุณบีแล้วถามว่า “เป็นไง เมื่อคืนนอนสบายมั้ย? เมื่อคืนนอนไหน” คุณบียังคงช็อกกับเรื่องเมื่อคืนทำให้ตอบไม่รู้เรื่อง เจ้าสาวจึงได้ถามต่อว่า “เป็นอะไร ไปเจออะไรมาในบ้านหลังนี้?” ตนจึงเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เจ้าสาวฟัง เมื่อเจ้าสาวทราบเช่นนั้นจึงเรียกเพื่อนทุกคนมาแล้วถามว่าเมื่อคืนไปนอนที่ไหน เพื่อนก็ตอบกลับมาว่า “ไปนอนชั้นบน บ้านยกสูง เพราะหลังบ้านหลังนั้นเขาจะให้คนที่มากินทีหลังนอน คนที่เลิกก่อนขึ้นไปนอนบ้านยกสูง” สุดท้ายแล้วเจ้าสาวก็เล่าให้คุณบีฟังว่า “บ้านหลังนี้ มันเป็นบ้านของพี่คนหนึ่งอยู่กับแม่ ซึ่งเป็นแม่ผัวลูกสะใภ้ โดยที่พี่ผู้หญิงคนนี้ชอบโดนแม่มองผิด ๆ มาโดยตลอดว่าชอบไปไหนมาไหนกับผู้ชาย เขาไปกับผู้ชายจริง เขาเป็นเพื่อนและเขาไม่ได้ชอบผู้หญิง เขาเป็น LGBTQ พูดกับใครก็ไม่มีใครเชื่อเรื่อง เรื่องนี้เก็บไว้ในใจพี่ผู้หญิงมาตลอด มีวันหนึ่งก็ออกไปกับเพื่อนผู้ชายคนนี้ แล้วก็เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ คอหักตายทั้งคู่ แล้วพี่คนนี้เป็นคนหวงของหวงบ้านมากและเป็นคนที่รักความสะอาดมาก”(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-