![เรื่องเล่าจากคุณซานมา 'กลิ่นเเป้งในวันลอยกระทง ' l อังคารคลุมโปง X เจน - เนย The Ghost [21 ก.ค.69]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/a7a05801-fca7-4647-87f7-d0c2c29e0e05.png)
28 ก.ค. 2026
เรื่องเล่าจากคุณซานมา 'กลิ่นเเป้งในวันลอยกระทง ' l อังคารคลุมโปง X เจน - เนย The Ghost [21 ก.ค.69]
“เมื่อคืนยายมึงมาอุ้มมึงกลับบ้านนะ” ประโยคสั้น ๆ ที่คนทั้งหมู่บ้านพูดตรงกันในเช้าวันรุ่งขึ้น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องเล่าที่ทั้งหลอน ทั้งซึ้ง และยังหาคำอธิบายไม่ได้จนถึงทุกวันนี้...เรื่องราวจะเป็นอย่างไร สามารถติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน – เนย The Ghost [21 ก.ค. 2569]’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเคเบิ้ล’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘กลิ่นเเป้งในวันลอยกระทง’ ‘คุณซานมา’ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวชวนขนลุกของตนที่เกิดขึ้นเมื่อราว 16–17 ปีก่อน ณ จังหวัดบึงกาฬ บ้านเกิดของเธอ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงคืนวันลอยกระทงในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีการจัดงานลอยกระทงอย่างเป็นทางการ ชาวบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น มักจะนัดรวมตัวกันเพื่อนำกระทงไปลอยที่ลำคลองท้ายหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านเกือบ 3 กิโลเมตรเส้นทางไปลำคลองเต็มไปด้วยความมืดเพราะไม่มีไฟส่องสว่างริมทาง นอกจากบริเวณจุดสำคัญของหมู่บ้าน อีกทั้งยังต้องเดินผ่านวัดเก่า ซึ่งในสมัยนั้นมีเพียงรั้วไม้ล้อมรอบ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศเงียบสงัดและชวนวังเวงเป็นอย่างมากในช่วงขาไป ทุกคนลอยกระทง และใช้เวลาร่วมกันตามปกติ แต่เมื่อเดินทางกลับ ขณะที่กำลังผ่านบริเวณหน้าวัด จู่ ๆ พี่คนโตซึ่งเป็นหัวโจกของกลุ่มก็พูดขึ้นว่า “ผีหลอก” เพื่อหยอกล้อเพื่อน ๆ ทำให้ทุกคนตกใจ วิ่งหนีกันกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดกลัววัดแห่งนั้นตั้งอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร และเส้นทางจากหน้าวัดเข้าสู่หมู่บ้านก็มืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นอะไร ระหว่างที่ทุกคนต่างวิ่งหนี คุณซานมายอมรับว่าตัวเองเป็นคนเจ้าเนื้อ จึงวิ่งตามเพื่อนคนอื่นไม่ทัน อย่างไรก็ตามเธอมีเพื่อนคนนึงที่คุณแม่เคยฝากฝังไว้ว่า“ดูแลน้องด้วยนะ” เพื่อนคนนั้นจึงไม่ยอมทิ้งเธอไว้ข้างหลัง แต่จับมือเธอเอาไว้ตลอด และพาวิ่งไปด้วย ทั้งคู่จึงกลายเป็นคนที่รั้งท้ายของกลุ่ม ขณะกำลังวิ่ง เพื่อนคนนั้นก็พูดขึ้นว่า “หอ หอ” ซึ่งแท้จริงแล้วหมายถึงคำว่า “หอม หอม” แต่เจ้าตัวพูดไม่ชัด คุณซานมาจึงหันไปมองเพื่อน และสังเกตเห็นบางสิ่งที่ผิดปกติอย่างน่าประหลาด ทั้งที่ความเป็นจริงเพื่อนคนนั้นมีส่วนสูงมากกว่าเธอ แต่ภาพที่เธอมองเห็นกลับเป็นมุมมองราวกับตัวเองสูงกว่า มองเห็น “ส่วนหัวของเขาลงมา” ทั้งที่ตามปกติควรเงยหน้ามองเขาเสียมากกว่าในเวลานั้น ด้วยความที่ยังเป็นเด็กเธอไม่ได้เอะใจ หรือสงสัยว่าทำไมจึงเห็นภาพเช่นนั้น ก่อนที่ความทรงจำจะขาดหายไป ราวกับทุกอย่างถูกตัดออกจากความทรงจำ เธอมารู้สึกตัวอีกครั้งก็ตอนที่มาถึงกลางหมู่บ้านแล้ว และเห็นคุณแม่เดินออกมารับกลับบ้าน จากนั้นเธอกับเพื่อนก็แยกย้ายกันกลับบ้านตามปกติ แต่เมื่อรุ่งเช้า เรื่องราวประหลาดกลับเริ่มถูกพูดถึงไปทั่วทั้งหมู่บ้าน หลายคนต่างพูดกับเธอเป็นเสียงเดียวกันว่า “เมื่อคืนมึงรู้ไหมว่ายายมึงมาหามึงนะ” ทุกคนต่างยืนยันตรงกันว่า เมื่อคืนพวกเขาเห็นคุณยายของเธอมาอุ้มหลานกลับบ้าน ขณะเดียวกัน เพื่อนคนที่จับมือเธอวิ่งมาตลอดก็เล่าให้ฟังว่า ระหว่างทางเขาได้กลิ่นแป้งที่หอมมาก หอมจนต้องหันไปมองหาที่มา ก่อนจะเห็นภาพของ “ผู้หญิงใส่เสื้อสีขาว ผ้าซิ่นสีน้ำเงิน” กำลังอุ้มตัวคุณซานมาอยู่แต่สำหรับคุณซานมา เธอยืนยันว่าในคืนนั้นไม่รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติเลยทั้งสิ้น เมื่อเรื่องนี้ไปถึงหูผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน ทุกคนต่างบอกตรงกันว่า ชุดที่หญิงปริศนาสวมใส่นั้น เป็นชุดเดียวกับ “ชุดที่ใส่ให้ยายของเธอก่อนเสียชีวิต” ซึ่งก็คือ “เสื้อสีขาวกับผ้าซิ่นสีน้ำเงิน” ส่วนกลิ่นแป้งที่เพื่อนของเธอได้กลิ่น ก็มีคนในหมู่บ้านบอกว่า “เขาเป็นคนที่ทาแป้งให้ยายหนูในโลงเอง” คุณซานมาเล่าว่า คุณยายของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เธออายุยังไม่ถึง 1 ขวบ ทำให้เธอแทบไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับคุณยายเลย แต่จากคำบอกเล่าของคนในหมู่บ้าน ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า คุณยายรักเธอมาก รักราวกับเป็นแก้วตาดวงใจ มักอุ้มเธอเดินไปทั่วหมู่บ้านเพื่อแนะนำให้ทุกคนรู้ว่าเธอคือหลานที่รักที่สุดผู้ใหญ่ในหมู่บ้านยังเล่าอีกว่า ในวันที่เกิดเหตุ คุณยายเป็นคนเลี้ยงเธออยู่ตามลำพัง ขณะกำลังซักผ้าอยู่ คุณยายเห็นหลานนอนร้อน จึงรีบเดินไปเปิดพัดลมให้ โดยไม่ได้สวมรองเท้า แต่ไม่คาดคิดว่าไฟเกิดรั่ว ทำให้คุณยายถูกไฟดูดเสียชีวิตในทันทีสิ่งหนึ่งที่คุณซานมาจำได้จากคำบอกเล่าของผู้ใหญ่ คือประโยคที่ว่าคุณยายอาจล้มลงมาทับเธอได้ แต่ในวินาทีสุดท้าย คุณยายกลับเลือกเอนตัวล้มไปอีกด้าน เพื่อไม่ให้ร่างของตัวเองทับหลาน แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองก็ตามท้ายที่สุด คุณซานมายอมรับว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เธอจำเองไม่ได้ เพราะในเวลานั้นยังเด็กมาก ทุกสิ่งที่รับรู้ล้วนมาจากคำบอกเล่าของครอบครัว เพื่อน และชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ แต่ทุกครั้งที่เธอหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเล่า น้ำตาของเธอมักไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เพราะแม้จะไม่มีความทรงจำร่วมกับคุณยายมากนัก เธอกลับรับรู้ได้เสมอว่า ความรักและความห่วงใยของคุณยายที่มีต่อเธอนั้น ไม่เคยจางหายไป แม้เวลาจะผ่านมานานเพียงใด หรือแม้กระทั่งวันที่คุณยายจากโลกนี้ไปแล้วก็ตาม(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)
![เรื่องเล่าจากคุณเอก ตายเเน่ ‘คุณไสยจากข้างบ้าน’ l อังคารคลุมโปง X เอก ตายแน่ [ 23 มิ.ย.2569 ]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/95ec67c4-fa21-480d-b18f-9718e8de0f1d.jpeg)



![เรื่องเล่าจากแบงค์เกนสไตล์ 'โดนของที่บ่อน' l อังคารคลุมโปง X แบงค์เกนสไตน์ [ 24 มี.ค.2569 ]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/46cf52b7-ae4a-4110-a006-60e600497bc0.jpeg)
![เรื่องเล่าจากคุณเค้กส้ม ‘พี่สาวนักสะสม’ l อังคารคลุมโปง X เค้กส้ม - ฟองน้ำ [ 2 มิ.ย.2569 ]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/288e11e8-5b70-43bc-94fc-70a66e8f9d5a.jpeg)
![เรื่องเล่าจากคุณตาล ‘ขออยู่ด้วยได้ไหม’ l อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า [ 5 พ.ค.2569 ]](https://storage.googleapis.com/atime-media-prod/content/ac42f884-bef0-47cc-9870-5e6e274525c4.jpeg)
