เรื่องเล่าจากคุณโอม 'ลงข่วงปอบ' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากคุณโอม 'ลงข่วงปอบ' l อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม [ 21 เม.ย.2569 ]

27 เม.ย. 2026

การทำพิธีกรรมลงข่วง บูชาผีฟ้าที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านเป็นประจำในทุกปี คำห้ามปรามที่ไม่สามารถหยุดความอยากรู้เอาไว้ได้ กลับทำให้เจอเรื่องราวประหลาดชวนขนลุก ตาศรีผู้เป็นพ่อต้องหยุดเรื่องราวพวกนี้เอาไว้ ด้วยไสยเวทย์สุดขลัง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องจากไป สิ่งลี้ลับที่น่ากลัวกลับออกอาละวาดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง พวกเขาจึงต้องหาทางหยุดมัน…

   เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X อาจารย์ฟิล์ม’ (21 เมษายน 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ลงข่วงปอบ’

    เรื่องราวนี้ ‘คุณโอม’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของคุณยายคนหนึ่ง ย้อนกลับไปเมื่อ 50 - 60 ปีที่แล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งในสมัยก่อนนั้น ผู้คนในหมู่บ้านจะมีความเชื่อในการนับถือศาสนาพุทธ และการบูชาผี ซึ่งในหมู่บ้านแห่งนี้มีหมอทำใหญ่ชื่อว่ ‘ตาศรี’ ผู้เป็นพ่อของคุณยาย ตาศรีเป็นที่เคารพของผู้คนที่นับถือศาสนาพุทธในหมู่บ้านนี้ ส่วนคนที่เขานับถือบูชาผี จะมีแม่เมือง ผู้เป็นหัวหน้าในการทำพิธีกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับผี ด้วยกันทั้งหมด 3 คน

ในแต่ละปี ณ หมู่บ้านแห่งนี้ ผู้คนที่นับถือผีจะมารวมตัวกันทำพิธีลงข่วง (ลงข่วง คือ พิธีกรรมบูชาผีฟ้า มีการร้องรำทำเพลง) ซึ่งตัวของคุณยายนั้น ชอบไปดูการลงข่วงผีฟ้ามาก ๆ แต่ตาศรี พ่อของคุณยายกลับห้ามคุณยายไว้เสมอ และกล่าวตักเตือนว่า

“อย่าไปดู คนพวกนี้เขาโดนปอบกินกันไปหมดแล้ว มีปอบขี่คอพวกเขากันทุกคนเลย”

แม้ว่า...การลงข่วงจะบูชาผีฟ้า แต่เมื่อใช้วิชาในทางที่ผิดผีปอบจะครอบงำตัวตนพวกเขาไว้ถึงแม้จะเตือนเช่นนี้ แต่ก็ไม่สามารถห้ามคุณยายไว้ได้

   ในระหว่างทางที่คุณยายได้กลับบ้านหลังจากดูการลงข่วงเสร็จ ในเส้นทางที่สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้รกมืด และเปลี่ยว จู่ ๆ คุณยายก็ได้เห็นเหมือนจุ้ม หรือกลุ่มก้อนสีขาว ๆ กลุ่มหนึ่งลอยขึ้นมา คุณยายจึงเอะใจกับสิ่งที่เห็น และเมื่อตั้งใจมองภาพตรงหน้า ปรากฏว่าสิ่งนั้นมันได้เริ่มขยายใหญ่ขึ้นจนเห็นโครงหน้าเหมือนลิง มีผมยาว ตาสีแดง มือ และขาทั้งสองข้างค่อย ๆ ปรากฏมา ร่างกายค่อย ๆ สูงขึ้นจนเทียบเท่าต้นตาล แลบลิ้นออกมายาวถึงพื้น และตวัดลิ้นมาทางที่คุณยายยืนอยู่ เคุณยายจึงรีบวิ่งหนีกลับเข้าไปในบ้านของตนเอง เมื่อถึงบ้านแล้วผีตนนั้นจึงได้สลายหายไป

เมื่อตาศรีรู้เรื่องที่เกิดขึ้น จึงรีบทำพิธีป้องกันไม่ให้ผีเหล่านี้เข้าบ้านของตน และใช้วิชาไสยเวทย์ไปถล่มพิธีลงข่วงนั้นที่ผีฟ้ากำลังลงอยู่ ทำให้พิธีแตกล่มสลาย นับตั้งแต่วันนั้นมาผีฟ้า และแม่เมืองทั้งสาม แม้จะพยายามทำพิธีอย่างไรก็ตาม ตาศรีจะพยายามทำลายพิธีนั้นเสมอ จนท้ายที่สุด ทุกคนก็ไม่สามารถทำพิธีได้

   เวลาผ่านไปได้สักพักหนึ่ง ด้วยอายุของตาศรีที่มีมากแล้ว ทำให้ตาศรีเสียชีวิตลงไปตามอายุขัย เมื่อไม่มีคนคอยดูแลหมู่บ้านแห่งนี้ ผีปอบที่อยู่กับคนทรงจึงได้ออกอาละวาด ออกหากิน และเข้าสิงคนในหมู่บ้าน ใครที่โดนเข้าสิง จะโดนพาตัวไปหาหลวงตาซุยผู้มีวิชาคอยช่วยที่วัด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากสวดมนต์ไล่ผีออกไป แต่เมื่อไล่ผีออกจากร่างไปแล้ว คนที่โดนสิงกลับต้องเสียชีวิตลง โดยมีลักษณะเลือดออกหู ออกตา เหมือนกับว่าร่างกายโดนกัดกินไปจนหมดสิ้น

จนถึงเวลาที่หลวงตาซุยได้มรณะภาพไป และไม่มีใครคอยช่วยเหลือคนในหมู่บ้านให้รอดพ้นจากเหล่าผีร้าย ทำให้คนในหมู่บ้านนี้โดนผีปอบเข้าสิงร่างเรื่อย ๆ จนทุกคนแทบทนไม่ไหว ไปนิมนต์หลวงปู่สีทัศน์ วัดพระธาตุหมื่นหินมาช่วย เมื่อเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้หลวงปู่จึงจัดการทำพิธี 1 วัน 1 คืน เพื่อต่อสู้กับผีทั้งหลาย เมื่อทำพิธีเสร็จสิ้นไปในรุ่งเช้า ชาวบ้านได้นำเสลี่ยงมารับหลวงปู่เพื่อทำการโปรยข้าวรอบหมู่บ้าน หลังจากทำพิธีกรรมในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไป แม่เมืองผีฟ้าในหมู่บ้าน กลับเกิดอาการล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุกันทั้งสามคน ทำให้คนที่นับถือผีฟ้า ต้องทยอยพากันย้ายหนีออกจากหมู่บ้านแห่งนี้ไป…

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

related อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากครูตรีมีเรื่องเล่า 'ผู้หญิงนี่เซนส์เเรงจริงๆ' l อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า [ 3 ก.พ.2569 ]

19 ก.พ. 2026

เรื่องเล่าจากครูตรีมีเรื่องเล่า 'ผู้หญิงนี่เซนส์เเรงจริงๆ' l อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า [ 3 ก.พ.2569 ]

เขาว่ากันว่า... อย่าดูถูกเซนส์ของผู้หญิง เพราะถ้าเธอเริ่มตั้งคำถามเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่าเธอรู้ความจริงไปแล้วครึ่งหนึ่ง และความลับของผู้ชายเจ้าชู้ อาจซ่อนไม่ได้อีกต่อไป ถ้าความอดทนของ ‘ผู้หญิงที่ยอมทุกอย่าง’ ถูกเปลี่ยนเป็นความแค้นฝังลึกผ่านไสยศาสตร์ที่ดำมืด… เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน อังคารคลุมโปง X ครูตรีมีเรื่องเล่า (3 ก.พ.2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ผู้หญิงนี่เซนส์เเรงจริงๆ’ เรื่องราวนี้ ‘ครูตรี’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘คุณเต้’ ซึ่งเขาได้เล่าว่า ผมมีแฟนสาว ชื่อว่า ‘เมย์’ เธอเป็นคนขี้หึงมาก ทุกวันเธอจะต้องมีเรื่องหึงหวงมาทะเลาะ ไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็ก หรือใหญ่อย่างเช่น... เรื่องที่ผมขอเธอไปกินข้าวข้างนอก เมย์ก็ถามว่า “ไปกับใคร กี่คน” ผมตอบว่า “ไปกับเพื่อน 5 คน ผู้ชายทั้งหมดเลย ไม่มีอะไรน่าห่วง” เมย์จึงพูดอีกว่า “แล้วรู้ได้ไงว่าผู้ชายพวกนั้นจะไม่คิดอะไร” แต่ผมก็ไม่ได้สนใจ คิดว่าแฟนแค่พูดเล่นขำ ๆ แต่นาน ๆ เข้า ก็เข้าใจแล้วว่าทุกอย่างที่เธอพูดนั้น เธอคิดจริง หึงจริง ๆ เราทะเลาะกันเพราะเรื่องหึงหวงบ่อย ๆ จนถึงขั้นที่ต่อให้ปรับความเข้าใจกันแค่ไหน ก็ไม่สำเร็จ แต่ก็ตกลงกันว่าต่อให้ทะเลาะกันขนาดไหนเราก็จะเคลียร์กันให้จบ จะไม่เลิกกันวันหนึ่งหลังจากที่ผมเพิ่งกลับจากทำงาน ก็พบกับเมย์ที่นั่งรออยู่ ดูจากสีหน้าก็รู้ได้เลยว่า กำลังมีเรื่องที่ไม่พอใจ แต่ผมเลือกที่จะไปอาบน้ำ ให้ตัวเองผ่อนคลายก่อน ค่อยกลับมาคุยกัน เมื่อเริ่มบทสนทนา เมย์ถามว่า “ไปทำอะไรผิดมาหรือเปล่า?” ผมก็ตอบกลับว่า “ไม่” เมย์จึงถามต่อว่า “ได้ไปกดไลค์ให้ผู้หญิงคนไหนมั้ย?” ผมจึงตอบว่า “ไม่รู้ บางรูปเห็นผ่าน ๆ ก็กดบ้าง แต่ไม่ได้คิดอะไรเลย” เมย์ถามต่อว่า “แล้วคนนี้ใคร ทำไมถึงกดไลค์ให้เขา” ผมยังตอบว่า “ไม่รู้ ไม่ได้เป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ เราก็กดให้ตั้งหลายคน ไม่ใช่คนเดียวสักหน่อย”จากนั้นเมย์ก็เริ่มโชว์หลักฐานจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าผมได้กดไลค์ให้ผู้หญิงคนเดิมคนนี้ในทุกช่องทาง แต่ผมก็ยังปฏิเสธ อย่างไรก็ตามเมย์ปักใจเชื่อแล้วว่าระหว่างผม และผู้หญิงในรูปต้องมีอะไรแน่ ๆ และความจริงแล้ว ผู้หญิงคนนั้นคือชู้ของผมจริงอย่างที่เธอสงสัย เธอชื่อว่า ‘ฝน’ ถึงแม้ผมจะพยายามปกปิดแล้ว แต่เมย์ก็ยังจับพิรุธได้ หลังจากเหตุการณ์วันนั้นเราก็ยิ่งทะเลาะกันมากขึ้น จึงตัดสินใจห่างกันบ้าง ผมเองก็รู้สึกเบื่อกับการทะเลาะ จึงไปอยู่กับฝน ที่ห้องของเธอเป็นส่วนใหญ่ ฝนเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ น่ารัก ชอบเอาอกเอาใจ ไม่เคยเรียกร้องอะไร และยอมทุกอย่าง แม้จะรู้ว่าผมเอง มีเมย์อยู่แล้ว ที่เธอยอมทนอยู่อย่างนี้เป็นเพราะผมได้ให้สัญญาว่า ‘ทะเลาะกับเมย์บ่อยมาก ไม่นานก็จะเลิกกัน ขอให้ฝนรอหน่อยได้มั้ย’ ฝนจึงรอวันนั้น ผมอยู่กับฝนที่ห้องปกติ เราทั้งคู่ไปอาบน้ำด้วยกัน หลังจากนั้นฝนก็หยิบแป้งมาเล่น โรยใส่ตัว ใส่หัวผมจนขาวโพลนไปหมด เราเล่นกันอย่างสนุกสนาน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผมไม่เคยได้รับตอนอยู่กับเมย์ จู่ ๆ มีเสียงเคาะประตู ‘ปั๊ง ๆ’ ผมจึงเดินไปเปิด และคนที่ปรากฎหลังประตูนั้น คือเมย์ เมย์รู้มาสักพักแล้วว่าผู้หญิงคนนี้คือหญิงชู้ วันนี้จึงตัดสินใจจะมาเจอ พอเธอเข้ามาก็เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง และเราก็เลิกกัน จากนั้นเธอก็เดินออกไป แต่ผมก็ไม่ได้ตามไป ผมยังคงอยู่กับฝน ผมรู้สึกสบายใจที่เราเลิกกัน แต่ในใจแล้วผมรู้ดีว่า ผมรักเมย์ ไม่ได้รักฝน และมีแผนว่า หากทุกอย่างดีขึ้นแล้ว จะกลับไปง้อเมย์ แต่เวลาผ่านไป ผมเริ่มรู้สึกแปลก ๆ กับตัวเอง ตั้งแต่เลิกกัน ผมฝันร้ายทุกคืน นอนไม่ค่อยพอ น้ำหนักก็ลดลงไปเยอะ จนผอมซูบจนคนรอบข้างทักว่าโดนของ หรือเปล่า? ผมจึงเริ่มคิดว่า ถ้าผมโดนของจริง ๆ คนเดียวที่จะทำได้ คือเมย์ เพราะก่อนที่จะเลิกกัน เมย์เคยพูดว่า “ในเมื่อถ้ามึงกับกูอยู่ด้วยกันไม่ได้ งั้นก็ต้องตายกันไปข้าง”วันหนึ่ง ผมได้ไปทานอาหารในห้างแห่งหนึ่ง และเจอกับเพื่อนผู้หญิงที่สนิท ชื่อว่า ‘นิว’ เมื่อเธอเจอกับผม เธอก็ทักด้วยความตกใจที่เห็นผมในสภาพที่แย่กว่าเมื่อก่อนมาก ผมจึงเล่าเรื่องราวให้เธอฟัง และบอกเธอว่า ผมสงสัยว่าผมกำลังโดนของ นิวจึงตอบว่า “มึงเชื่อเรื่องเซนส์ของผู้หญิงมั้ย ถ้ามันจะมีใครทำ ไม่น่าใช่เมย์ แต่น่าจะเป็นฝน” ผมได้ยินอย่างนั้นก็ไม่เชื่อ จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อฝนดีกับผมทุกอย่าง นิวจึงถามต่อว่า “แล้วหลังจากเลิกกับเมย์ มึงได้เจอฝนมั้ย” ผมตอบไปว่า ไม่ เพราะหลังเหตุการณ์นั้น ต่างคนต่างขอเวลาส่วนตัว จึงไม่ได้เจอ... นิวรู้อย่างนั้นจึงบอกว่าสัปดาห์หน้า จะพาผมไปเจอกับคนคนหนึ่ง เป็นลุงของเธอชื่อ ‘ลุงแสง’ ซึ่งเป็นเซียนพระ ที่ศึกษาธรรมะ หลังจากที่เขาได้เจอกับผมก็บอกว่า ผมอาจจะโดนนะ แต่ช่วยเล่าเรื่องราวให้ฟังหน่อยได้มั้ย ผมก็เล่าเรื่องราวของเมย์ไป ตั้งแต่เจอกัน คบกันอย่างไร และทุกอย่างเกี่ยวกับเมย์ เพราะผมยังคิดว่าคนที่ทำคือเมย์ แต่เมื่อเล่าถึงฝน ลุงแสงก็ถามถึงเหตุการณ์วันที่เลิกกัน เป็นอย่างไรบ้าง ผมก็เล่าไปตามความเป็นจริงว่า เราอยู่ด้วยกันไปอาบน้ำ และเล่นแป้งกันก่อนที่เมย์จะมาเคาะประตูห้อง ลุงแสงจึงสันนิษฐานว่า ฝนคือคนทำ โดยใช้เถ้ากระดูกคนตาย และช่วงเวลาที่เป็นไปได้มากที่สุดคือ เถ้ากระดูกอาจจะในแป้งที่เธอใช้โรยใส่หัวผมในวันนั้น และลุงแสงยังถามผมอีกว่า หลังจากวันนั้น เริ่มฝันร้ายแปลก ๆ ใช่มั้ย ผมตอบว่าใช่ ลุงแสงพูดอีกว่าของพวกนี้เมื่อโรยลงหัวแล้ว มันจะเข้าไปโดยตรง เอาออกไม่ได้ ทางเดียวที่จะผ่อนหนักเป็นเบาได้คือ..."โกนหัว แล้วบวช" คุณเต้ ไม่อยากจะเชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็ยอมทำตามคำแนะนำของลุงแสง เผื่อทุกอย่างจะดีขึ้น ระหว่างที่บวชก็ได้มีเวลาทบทวนกับตัวเองมากขึ้น และสำนึกการกระทำที่ผิดพลาดของตัวเองทุกอย่าง อยากขออโหสิกรรมกับทั้งเมย์ และฝน เมื่อสึกออกมา คุณเต้ มีโอกาสได้เจอเมย์ เมย์ให้อภัย แต่บอกกับคุณเต้ว่า จะไม่ขอกลับไปคบด้วยอีก ส่วนฝน คุณเต้ยังหาเธอไม่เจอ ฝนลาออกจากที่ทำงาน และไม่ได้พักอาศัยที่ห้องเดิมแล้ว แต่เรื่องกลับพลิก เพราะคุณเต้ ยอมเล่าเพิ่มเติมในส่วนที่ตั้งใจปิดบังไว้อีกว่า “จริง ๆ แล้วผมเจ้าชู้มาโดยตลอด จึงทำให้เมย์กลายเป็นคนขี้หึง ขี้ระแวงแบบนี้ ผมได้ให้สัญญาไว้ว่า ถ้าเธอจับได้อีกผมจะยอมเลิกกับเธอจริง ๆ” และย้อนกลับไป ในวันที่ยังคบกับเมย์ คุณเต้ และเธอทะเลาะกันผ่านโทรศัพท์ และเคยพูดว่า “กับฝนแค่หลอกมาเฉย ๆ เดี๋ยวก็เลิกกันแล้ว ไม่ได้รักฝนเลย” แต่เมื่อฝนแอบได้ยิน ก็คิดได้ว่า การที่เธอยอมเป็นเบี้ยล่างตลอดมา รอคุณเต้มาตลอดนั้น ไม่มีค่าเลย เต้ไม่ได้รักเธอ ต่อให้เขาเลิกกับคุณเมย์จริง ๆ ก็คงไม่มาอยู่กับเธอ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เธอโกรธแค้น และตัดสินใจทำแบบนี้ เพื่อให้คุณเต้ได้เลิกกับแฟน และขอให้ชีวิตของคุณเต้ไม่ต้องสมหวังในความรักอีกเลย…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณมะปราง ‘ผีปิดดวง’ l อังคารคลุมโปง X ท๊อฟฟี่ ศิวดล [ 12 พ.ค.2569 ]

21 พ.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณมะปราง ‘ผีปิดดวง’ l อังคารคลุมโปง X ท๊อฟฟี่ ศิวดล [ 12 พ.ค.2569 ]

เมื่อต้องดูดวงให้กับลูกดวงที่มีวิญญาณตามติดมานานเกือบ 10 ปี เขาไม่สามารถมองเห็นนิมิตใด ๆ เกี่ยวกับลูกดวงคนนี้ได้เลย เหมือนมีบางสิ่งพยายามปิดกั้นเธออยู่จากการดูดวงที่ควรจะราบรื่น สู่เรื่องราวหลอนเต็มไปด้วยปริศนาที่ไขไม่ได้ ไม่รู้ว่าผีตนนี้เป็นใคร และเกี่ยวข้องอะไร ทำไมถึงคอยรบกวนชีวิตลูกดวงคนนี้ รวมถึงคนรอบตัวเขา หรือแม้กระทั่งหมอดูเองที่โดนตามหลอกหลอนด้วยการเคาะประตูบ้าน และกรีดร้องใส่ทั้งคืน เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน 'อังคารคลุมโปง X ท๊อฟฟี่ ศิวดล' (12 พ.ค. 2569) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘ผีปิดดวง’ ‘คุณมะปราง’ ได้มาถ่ายทอดเรื่องราวจากประสบการณ์ตรงของตัวเอง ตัวคุณมะปรางเป็นสาวออฟฟิศ หลังเลิกงานเธอจะรับดูดวงด้วยไพ่ออราเคิลให้เพื่อน ๆ ที่ออฟฟิศ หรือรับแค่เฉพาะคนรู้จัก และคนใกล้ตัวเท่านั้น บวกกับที่เธอเป็นคนมีเซนส์เห็นผีมาตั้งแต่เด็ก ๆ เธอจึงดูดวงให้คนอื่น และสามารถสื่อสารกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้ เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อรุ่นพี่ที่เธอรู้จักได้แนะนำเพื่อนสนิทของเขา ที่อยากดูดวงกับคุณมะปรางมาก ให้มาดูดวงด้วย ซึ่งคุณมะปรางจะมีกฎในการดูดวงดังนี้1.จะดูดวงให้ได้ในเวลา 2 ทุ่ม ขึ้นไปเท่านั้น 2. จะไม่ถามวัน/เดือน/ปีเกิด และเวลาตกฟากใด ๆ ปกติเวลาดูดวงจากแค่รูปภาพของลูกดวง และเปิดไพ่เท่านั้น ก็จะสามารถเห็นนิมิตเห็นภาพในหัวอย่างชัดเจนแล้ว เมื่อถึงนัดดูดวง มะปรางก็ได้คุยกับพี่ลูกดวงคนนี้ซึ่งเป็น LGBTQ+ ผ่านทางการโทรไลน์ และดูรูปจากรูปโปรไฟล์ของเขา ก่อนเริ่มมะปรางได้ให้ลูกดวงอธิฐานขอให้เธอสามารถดูดวงเขาได้ตามปกติ แต่ที่แปลกมาก คือไม่ว่าจะพยายามดูเท่าไหร่ มะปรางก็ไม่สามารถมองเห็นอะไรเกี่ยวกับลูกดวงคนนี้ได้เลย เหมือนมีบางอย่างไม่ยอมเปิดให้เธอเห็น มะปรางจึงทักเขาไปว่า “ขอโทษนะคะ เคยมีใครทักมั้ยคะ ว่ามีผู้หญิงตามอยู่” พี่เขาก็แปลกใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนทักแบบนี้อยู่เหมือนกัน และเขาไม่เคยเล่าให้ใครฟังแม้แต่เพื่อนสนิทของเขาที่แนะนำให้เขามาดูดวงกับมะปรางก็ด้วย เขามั่นใจว่าไม่มีใครรู้เรื่องนี้ มะปรางจึงบอกกับเขาว่า “พี่พอจะอธิฐานขอผู้หญิงคนนั้น ให้มะปรางดูดวงพี่หน่อยได้มั้ยคะ” แล้วเขาก็เริ่มอธิฐาน หลังจากนั้นมะปรางก็สามารถดูดวงเขาได้ แต่ระหว่างที่เปิดไพ่อยู่ผีผู้หญิงคนนี้จะคอยแทรกเข้ามาเหมือนตั้งใจจะขัดขวาง มะปรางรับรู้ได้ทั้งเสียง และภาพลักษณะของเธอ เป็นผีผู้หญิง สวมชุดไทยสีน้ำเงินเข้ม ผมยาวถึงหลัง ผีตนนั้นกรี๊ดเสียงดังรบกวนสมาธิมะปรางซึ่งเป็นคนเดียวที่ได้ยินตลอดเวลา มะปรางตัดสินใจถามลูกดวงไปตรง ๆ ว่า “เคยมีเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นในชีวิตมั้ยคะ ตั้งแต่มีผีตนนี้ตาม” ลูกดวงจึงตัดสินใจเล่าให้ฟัง ในขณะที่ผีผู้หญิงก็ยังกรี๊ดรบกวนบทสนาอยู่ตลอด เรื่องราวแปลก ๆ ที่ลูกดวงเจอมีอยู่ว่า เขาเคยมีเพื่อนผู้หญิงค่อนข้างเยอะตั้งแต่ย้ายมาอยู่คอนโดใหม่ที่อาศัยอยู่ปัจจุบัน เพื่อน ๆ ก็เริ่มเฟดตัวออกไป ซึ่งเขาเองก็ไม่ค่อยอยากพบใคร หรือออกไปไหนชอบเก็บตัวอยู่ในห้อง และไม่ว่าเพื่อนผู้หญิงคนไหนก็ตามที่มานอนกับเขาที่ห้อง แม้จะมานอนด้วยกันหลาย ๆ คน ก็จะต้องเก็บของ และรีบออกไปจากห้องเขาก่อน 6 โมงเช้าเสมอ เพราะระหว่างนอน ทุกคนจะได้ยินผีผู้หญิงคนนี้มาตะคอกใส่ข้างหูว่า “ออกไป!” และยังมีอีก 1 เหตุการณ์ประหลาดที่เพื่อนของเขาออกจากห้องเขา และกลับบ้านไปพบว่า มีรอยเล็บขูดที่กลางหลังจนเจ็บแสบไปทั้งหลังเมื่อเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลาย ๆ ครั้ง เขาจึงไม่ค่อยได้พบเพื่อน ๆ อีกเลย มะปรางอยากช่วยแก้ปัญหานี้ เลยลองเปิดไพ่เพื่อคุยกับผีอยากทราบว่า เธอเป็นใคร มาจากที่ไหน แต่ผีตนนั้นก็ไม่ยอมบอกอะไรเลย รู้แค่ว่าเขาตามลูกดวงของมะปรางมานานเกือบ 10 ปีแล้ว มะปรางจึงเปิดไพ่ เพื่อให้คำแนะนำกับลูกดวงถึงวิธีที่จะทำให้ผีตนนี้เลิกตามแทน มะปรางได้ถามลูกดวงว่า “ช่วยเช็คเตียงนอนที่ห้องหน่อยได้มั้ย ว่าหันหัวไปทางไหน” เขาตอบว่า เตียงนอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก มะปรางสังเกตได้ถึงความผิดปกติของห้องจึงถามเรื่อย ๆ จนพี่เขาส่งรูปห้องที่อาศัยอยู่มา สิ่งที่เห็นได้ คือห้องปัจจุบันที่ลูกดวงอยู่ โดนออกแบบ และวางตำแหน่งต่าง ๆ ผิดหลังฮวงจุ้ยหมดเลย เราเลยแนะนำให้พี่เขาย้ายคอนโดจะดีกว่า เพราะเขาอยู่ห้องนี้มานาน ผีก็ตามเขามานาน และชีวิตลูกดวงก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นเลยตั้งแต่งอยู่ที่นี้มะปรางยังแนะนำอีกว่าให้ไปทำพิธีกรรมทางศาสนา พี่เขาเป็นคนพุทธก็ไปทำพิธีพุทธที่วัด และผีตนนั้นก็หายไปได้ประมาณ 2 เดือน ก่อนลูกดวงคนนี้ของมะปรางจะทักเธอมาอีกในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันพระว่า...“ช่วยดูให้หน่อยได้มั้ย ว่าผีผู้หญิงคนนั้นเธอไปหรือยัง เพราะรู้สึกว่ามีคนเกาหลังให้ในตอนกลางคืน” มะปรางจึงเปิดไพ่ดูให้อีกครั้ง และเห็นว่า ผีตนนั้นได้ออกไปแล้ว แต่ด้วยความที่เขาตามมานานเขาจะยังสมารถกลับมาได้เดือนละครั้ง เดาว่าเพราะอาจมีพันธะบางอย่างจากชาติก่อนที่ผูกพันกัน มะปรางพยายามสื่อสาร แต่ผีตนนั้นก็ไม่ยอมคุยด้วยจึงแก้ไขอะไรไม่ได้ แม้ลูกดวงจะย้ายไปอยู่คอนโดใหม่แล้ว แต่ดวงเขาก็ยังทำให้เขาต้องเจอเรื่องแบบนี้อีก เพราะห้องใหม่ที่เขาไปอยู่ทั้งเลขห้อง และภายในห้อง ล้วนทำให้เขาต้องได้เจอกับสิ่งที่มองไม่เห็นทั้งสิ้น เหมือนกับว่าเขามีอะไรบางอย่างที่จะดึงดูดสิ่งเหล่านี้ ซึ่งการดูดวงครั้งนี้น่ากลัวมากหลังจากที่ดูจบไป ผีผู้หญิงตนนั้นก็มาเคาะประตูกระจกที่บ้านมะปราง พร้อมกับส่งเสียงกรี๊ดทั้งคืนเลย แต่เขาเข้ามาไม่ได้ เพราะบ้านมะปรางก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ พี่ลูกดวงยังเคยเล่าให้ฟังอีกว่า เมื่อนานมาแล้ว ระหว่างที่เขาขับรถมาจากต่างจังหวัด แล้วเขาเกิดหลับใน อยู่ ๆ ก็มีใครสักคนช่วยหักพวงมาลัยให้ทำให้เขาไม่เกิดอุบัติเหตุ มะปรางเลยสันนิษฐานว่า อาจจะไปเจอผีผู้หญิงตนนี้เข้าบังเอิญเป็นคนเคยรู้จักกันในอดีตชาติเขาจึงช่วยเหลือ และเริ่มติดตามพี่ลูกดวงเรื่อยมา แต่ก็ยังแนะนำเพิ่มเติมอีกว่าให้ไปลอดโบสถ์ และทำบุญให้อย่างเดียว เพื่อสลัดสิ่งที่ติดตามเรามา ไม่ว่าจะด้วยเจตนาดี หรือไม่ดี ให้หลุดพ้นจากกันสักที….(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณบอย เดอะโกส ‘พนักงานส่งของ’ l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 28 เม.ย.2569 ]

08 พ.ค. 2026

เรื่องเล่าจากคุณบอย เดอะโกส ‘พนักงานส่งของ’ l อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost [ 28 เม.ย.2569 ]

ตอนนั้นเริ่มเป็นพนักงานส่งของใหม่ ๆ ต้องทำโอทีเพื่อทำยอด ช่วงดึกทำงานอยู่ในคลังสินค้าเพียงคนเดียว ระหว่างที่จัดสินค้าเตรียมส่งให้ลูกค้า สายตาเห็นคนเดินผ่านบริเวณกล่องพัสดุ เมื่อเดินไปดูไม่เจอใคร แต่ได้เห็นกล่องพัสดุชิ้นหนึ่งที่สั่น! และมาพร้อมเสียงปริศนาบอกว่า ‘พี่ชายปล่อยผมออกไปที’ เช้าต่อมาต้องนำของชิ้นนี้ไปส่งให้รู้ค้า จึงได้รู้ว่าสิ่งนี้คือ ‘น้ำมันพราย’เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X เจน - ลูกนัท The Ghost (28 เม.ย. 2569)’ ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ ‘ดีเจโซเซฟ’ และ ‘ดีเจมดดำ’ กับเรื่องราวที่มีชื่อว่า ‘พนักงานส่งของ’ เรื่องราวนี้เป็นเรื่องที่ถูกเล่าโดย ‘คุณบอย’ ซึ่งเป็นประสบการณ์ของพนักงานส่งของคนหนึ่ง ที่ได้เล่าให้คุณบอยฟังไว้ว่า ช่วงที่ผมได้มาเป็นพนักงานส่งของใหม่ ๆ ก็ต้องขยันหน่อย ทำ OT มาก ๆ เพื่อที่หัวหน้าจะได้เห็นยอด และให้ผมผ่านโปรไว ๆ มีอยู่คืนหนึ่งผมทำงานจนดึกอยู่ในคลังสินค้า กว่าจะทำงานเสร็จก็ประมาณ 5 ทุ่มเกือบเที่ยงคืน ซึ่งพี่ ๆ พนักงานคนอื่นกลับไปหมดแล้ว ผมก็จัดสินค้าขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ของผมปกติเพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ออกไปส่งตั้งแต่เช้า แต่ระหว่างนั้นมีกองสินค้าอยู่กองนึงอยู่ในบริเวณที่ไม่ค่อยมีไฟหางตาผมสังเกตเห็นใครสักคนกำลังเดินอยู่ในคลังสินค้า ผมแอบเอะใจนิด ๆ เพราะที่นี่มีผมอยู่แค่คนเดียวใครจะมาเดินในคลังเวลานี้ เลยตัดสินใจเดินไป แต่เมื่อไปถึงก็ไม่เจอใคร เจอแต่กล่องสินค้าชิ้นเล็กกล่องหนึ่งซึ่งมันขยับ และสั่นเองได้ผมกลัวว่าเป็นสิ่งมีชีวิตอยู่ด้านในหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนั้น มันอาจจะขาดอากาศหายใจได้ ผมจึงเอื้อมมือหยิบกล่องนั้นขึ้นมา ท่ามกลางความเงียบ และมืดผมเอากล่องพัสดุชิ้นนั้นขึ้นมาแนบหูเพื่อฟังเสียงมัน และเสียงที่ออกมาจากกล่องใบนั้นคือเสียงพูดของใครคนหนึ่งที่พูดว่า...“พี่ชาย ปล่อยผมออกไปที” ด้วยความตกใจ ทำไมถึงมีเสียงพูดออกมาจากกล่องแบบนั้น ผมโยนทิ้ง และรีบวิ่งออกมาจากคลังสินค้า ไปที่รถเพื่อหนีออกมาอย่างรวดเร็ว เช้าวันต่อมาผมก็ขับรถไล่ส่งสินค้าตามบ้านปกติ แต่ส่งจนมืดค่ำก็ยังไม่หมดเหลือประมาณ 10 กล่องสุดท้าย ผมจึงคิดว่าจะเก็บไว้ไปนำส่งต่อวันพรุ่งนี้ เมื่อผมกลับมาถึงที่พักผมก็จอดรถไว้ และเดินขึ้นห้องไปซึ่งห้องผมอยู่ชั้น 2 ที่สามารถมองลงมาเห็นรถมอมอเตอร์ไซค์ตัวเองจากหลังห้องได้พอดี ผมถึงห้องผมก็ตรงไปอาบน้ำ พออาบเสร็จก็จะเอาผ้าเช็ดตัวไปตากที่ระเบียง ผมเผอิญสังเกตเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้างรถตอนแรกผมคิดว่า เป็นใครพยายามจะขโมยอะไรในรถหรือเปล่า? เลยรีบวิ่งไปดู แต่ปรากฏว่า ผู้ชายคนนั้นก็หายไป สินค้าก็ไม่ได้หายไปไหน ผมเลยออกไปส่งสินค้าปกติ จนกระทั่งส่งสินค้าให้ลูกค้าครบทุกชิ้น จึงเช็คดูความเรียบร้อยอีกที แต่พอเช็คดูดันเหลือพัสดุปริศนากล่องหนึ่ง ที่เกินมาได้ยังไงก็ไม่รู้ แต่เช็คดูแล้ว ที่อยู่ของลูกค้าก็ไม่ได้ไกล ผมเลยไปส่งให้จนครบ เมื่อไปถึงบ้านก็เจอกับผู้รับ แต่เขาดูตกใจแล้วพูดว่า “เห้ย ส่งมาด้วยหรอ ไม่คิดว่าจะส่งมานะเนี้ย” ด้วยความสงสัยเลยถามลูกค้าว่า “พี่สั่งอะไรมาหรอครับ” พี่เขาก็ไม่ตอบแต่ยิ้มกลับ แล้วแกะพัสดุตรงนั้นต่อหน้า สินค้าด้านในเป็นขวดแก้วเล็ก ๆ ข้างในมีน้ำข้น ๆ มีด้ายแดง และสายสิญพันรอบขวด แล้วลูกค้าก็พูดว่า “น้ำมันพราย” ผมก็ตกใจว่า ลูกค้าสั่งน้ำมันพรายเนี้ยนะ และหลังจากนั้นผมก็ไม่ได้ยุ่งกับลูกค้าคนนั้น และก็ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือเปล่า แต่ที่แปลกคือ ปกติน้ำมันพรายเขาทำมาจากผู้หญิงไม่ใช่หรอ ทำไมถึงมีวิญญาณผู้ชายมาวนเวียนได้…(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เรื่องเล่าจากคุณกรณ์ 'ครูพี่เลี้ยง' l อังคารคลุมโปง X NICECNX [ 18 พ.ย.2568 ]

28 พ.ย. 2025

เรื่องเล่าจากคุณกรณ์ 'ครูพี่เลี้ยง' l อังคารคลุมโปง X NICECNX [ 18 พ.ย.2568 ]

ผมเข้าไปล่าท้าผีในโรงงานร้างแห่งหนึ่ง พอเข้าไปถึงตึกที่พักของคนงานเก่าเลยขึ้นไปที่ชั้น 2 เจอเลขห้องประหลาดห้อง 2A6 พอเข้าไปก็เห็นกระถางธูปวางตามจุดเตียงนอนทุกจุด ถามรปภ.ก็ได้รู้ว่ามันคือจุดที่คนงานตายทั้งหมด ไม่เพียงแค่นั้น บานประตูที่เปิดเข้ามาก็มีสายสิญจน์โยงมัดรอบห้อง ผมเห็นท่าไม่ดีเลยรีบลงจากตึกมาชั้น 1 ระหว่างทางลงก็คิดพิเรนทร์พูดใส่ Intercom “ฮัลโหล ตึกตรงข้ามมีคนอยู่ไหม” แล้วก็ได้ยินเสียง “คลื่นสัญญาณแทรก” ดังมาตามสายทั้ง ๆ ที่ทั้งตึกไม่มีไฟฟ้าแล้ว เมื่อเดินไปตึกฝั่งตรงข้าม คนในไลฟ์สดดันบอกว่าเห็นกลุ่มคนอยู่ในตึกนั้น 20 กว่าคน! ทั้ง ๆ ที่มันเป็นตึกร้าง ผมเลยโบกมือให้กล้องที่ไลฟ์อยู่อีกฝั่งหนึ่ง และเมื่อกลับมานั่งตัดคลิป ก็เห็นว่าตอนนั้นโบกมือนั้น หัวของผมหายไป! หลังจากกลับมาก็มีแฟนคลับเปิดกล้องไลฟ์ที่วัดแห่งหนึ่ง และได้ยินเสียงวิญญาณผู้หญิงเรียกชื่อตัวเองให้เข้าไปขอขมา และช่วยให้เธอได้ไปเกิดเพราะเขากับเธอเคยเกี่ยวข้องกันในอดีตชาติ! โรงงานร้างสุดหลอน..ที่ทำให้การล่าท้าผีของเขาไม่เหมือนเดิม เมื่อพบว่าในขณะที่กำลังไลฟ์สดอยู่นั้น หัวของเขาดันหายไป! ท่ามกลางผู้คนในไลฟ์ที่รับชมอยู่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X NICECNX’ [ 18 พ.ย.2568 ] ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ ‘ดีเจโซเซฟ’ และ ‘ดีเจมดดำ’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘นิคมอุตสาหกรรมร้าง’ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ‘คุณกรณ์’ ได้เล่าว่า ตนเองทำงานเป็น Creator ในแพลตฟอร์มออนไลน์เขาเป็นนักเล่าเรื่องลี้ลับ และมีการลงพื้นที่ไปสำรวจสถานที่ลึกลับต่าง ๆ หรือที่เรียกกันว่า ‘ล่าท้าผี’ จนกระทั่ง ‘พี่เต๋า’ พี่ชายคนสนิทได้เอ่ยถามเขาว่า‘กรณ์อยากไปลงพื้นที่ไหม? พี่มีพื้นที่อยู่ที่หนึ่ง น่าสนใจมาก’ เต๋าเชิญชวน‘มันเป็นยังไงพี่?’ เขาถามกลับไปด้วยความสงสัย‘พื้นที่นี้มันเป็นโรงงาน’ คำเชิญชวนจากพี่ชายคนสนิทสร้างความตื่นเต้นให้แก่กรณ์ และด้วยความไม่คิดอะไรจึงคิดว่าสถานที่แห่งนั้นคงเป็น เพียงแค่โรงงานธรรมดาแห่งหนึ่งก็เท่านั้น เขาเลยตัดสินใจตอบรับคำไป‘ไปครับ เดี๋ยวไปเปิดกล้องไลฟ์สดกัน’ พอถึงวันที่นัดแนะกันในช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่ม กรณ์ก็ไปถึงที่โรงงานแห่งนั้น ทันทีที่ก้าวขาเข้าไป ก็พบกับรปภ.คนหนึ่งประจำการอยู่ที่หน้าโกดังทำให้เขาเกิดความสงสัยขึ้นมาว่าถ้าหากที่แห่งนี้เป็นโกดังร้างทำไมถึงมีคนอยู่? แต่ก็ได้รับคำตอบที่คลายความสงสัยนั้นจากเต๋าพี่ชายคนสนิทว่า“ที่นี่ไม่ใช่โกดังร้าง ข้างในมีทรัพย์สินอยู่ แต่มันรกร้างมา 30 ปีแล้ว” จากการกวาดสายตาสำรวจดูกรณ์พบว่า โดยรอบของโรงงานมีไฟฟ้าเปิดอยู่โดยรอบทั้งยังมีคนคอยดูแลตรวจตราอยู่สม่ำเสมอ เขาเลยคิดว่าพี่เต๋าคงจะมีการวางแผนพาเขามาแกล้งอย่างแน่นอน หลังจากนั้นกรณ์ เลยพยายามสอดส่องหาพื้นที่ที่คิดว่าจะสามารถเข้าไปไลฟ์ได้ แต่ทางด้านพี่เต๋าก็ยังคงเงียบ ไม่เอ่ยปากพูดอะไร กรจึงตัดสินใจเดินเข้าไปถามยามคนนั้น“พี่รปภ. มาอยู่กี่วันแล้วครับ”“ผมเพิ่งมาอยู่ได้แค่ 15 วันเองครับ” รปภ.ตอบกลับกรณ์“แล้วรู้จักกับพี่เต๋าได้ยังไงครับ?”ด้วยระยะเวลาการทำงานที่สั้นเลยทำให้เขาเกิดความสงสัยจึงเอ่ยถามไป“พี่เต๋าเป็นหัวหน้างานครับ คอยส่งรปภ.ลงตามพื้นที่โรงงานครับ” และเขาก็ได้รับคำตอบคลายความสงสัยกลับมา“เห็นไฟสปอร์ตไลท์ตรงนั้นไหมครับ สุดตรงนั้นไปแล้วจะวังเวงมาก ๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปเลยครับ”รปภ.ชี้นำไปตามทางสุดเส้นถนนที่ดูเปลี่ยว และมืดจนน่าขนลุก เดิมที่โรงงานแห่งนี้มีรปภ.คอยเฝ้าดูแลอยู่ตลอดเวลาจำนวน 15 นาย แต่เกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้พวกเขาลาออกพร้อมกันทั้งหมด จนท้ายที่สุดแล้วเหลือรปภ.เพียงแค่ 2 คนเท่านั้นที่ทำงานอยู่ ยามคนที่หนึ่งจะยืนเฝ้าอยู่ตรงบริเวณข้างหน้าทางเข้า ส่วนคนที่สองจะคอยตรวจตราอยู่จุดที่สปอร์ตไลท์ส่องตามที่รปภ.ได้เกริ่นไว้ใครคราแรก เมื่อกรณ์ ได้สังเกตเห็นพี่รปภ.ที่ยืนอยู่ตรงตำแหน่งด้านในก็พบว่าลักษณะท่าทางของเขาเหมือนคนอยู่ไม่ติดกับที่ยามคนนั้นเดินวนไปวนมาอยู่ตลอดเวลาอย่างผิดวิสัย เขาเลยเดินเข้าไปถามด้วยความสงสัย“พี่เดินไปเดินมาทำไมครับ?”“ไม่สามารถอยู่กับที่ได้ครับ” คำตอบของพี่รปภ.สร้างความฉงนให้กับกรอีกครั้ง“ทำไมครับ? เกิดอะไรขึ้น”“ถ้าพร้อมแล้ว 3 ทุ่มเปิดกล้องไลฟ์สดนะครับ เดี๋ยวพาเข้าไป” เส้นทางที่เข้าไปภายในโรงงานจำเป็นที่จะต้องขับรถเข้าไป เพราะด้วยโรงงานแห่งนี้เป็นนิคมอุตสาหกรรม ที่มีขนาดพื้นที่ทั้งหมด 57 ไร่ จุดหมายของกรจะอยู่ตรงจุดที่เลยแนวไฟไป“ถ้าเลยแนวไฟตรงนี้ไปหลังจากนี้จะไม่มีใครช่วยเหลือเราได้แล้ว”ประโยคบอกเล่าธรรมดาที่ชวนผวาจากพี่รปภ.ทำเอากรถึงกับขนลุก จากการพูดคุยกรณ์ ก็ได้รับรู้ว่าตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ยังไม่เคยเปิดให้ใครเข้ามาล่าท้าผีเพราะเป็นสถานที่ปิด ดังนั้นพลังงานวิญญาณต่าง ๆ ยังจะคงอยู่ครบถ้วน และอัดแน่นเต็มพื้นที่“แล้วเราจะพากันไปที่ไหนกันครับ?” กรณ์ถามถึงตำแหน่งที่เขาจะเข้าไปล่าท้าผี“ข้างในนี้จะมีทั้งโรงพยาบาลร้าง โรงเรียนอนุบาลร้าง สหกรณ์ร้าง โรงอาหารร้าง บึงและก็อาคารที่พักของคนงานที่รกร้างอยู่ทั้งหมด 2 ตึกครับ” ในระหว่างที่พากันเข้าไปสำรวจกันข้างใน กรณ์ก็เกิดความสงสัยบางอย่างเลยเอ่ยถามพี่รปภ.ออกไป “ทำไมพี่ถึงสั่งห้ามไม่ให้รปภ.เข้ามาในนี้ครับ?” พี่รปภ.เล่าว่า เมื่อสามวันที่แล้ว มีรปภ.คนล่าสุดที่เพิ่งลาออกไป เขาเข้าไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกมาจากโรงอาหารและตรงดิ่งมาหารปภ.คนนั้นพร้อมพูดว่า “ขอข้าวกินหน่อยสิ..” ซึ่งถ้าย้อนไปเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ที่แห่งนี้เคยมีผู้หญิงคนหนึ่ง เธอไม่ใช่คนงานที่นี่ หญิงสาวคนนั้นแอบเข้ามาข้างใน และมานั่งอยู่ตรงบึง สุดท้ายก็ตัดสินใจกระโดดน้ำ หลังจากเหตุการณ์นั้นวิญญาณของหญิงสาวคนนี้ก็คอยวนเวียนหลอกหลอนรปภ.ทั้งหมดจนเป็นสาเหตุให้ทุกคนลาออกไป โดยพื้นฐานแล้วกรณ์ ไม่ใช่คนที่มีสัมผัสที่ 6 หรือเห็นผี เมื่อเดินสำรวจได้สักพักก็เจอตำแหน่งที่น่ากลัวมาก ๆ ก็คือตึกที่พักคนงานร้างทั้ง 2 ตึก ลักษณะของอาคารจะแบ่งเป็นตึก A และ B หน้าตึกจะหันเข้าหากัน กรณ์เลยเริ่มสำรวจข้างในของตึก ภายในอาคารจะมีเลขที่ห้องเรียงต่อกัน จากเลข 101 102 103 ไล่ไปจนถึง 108 และเมื่อเดินขึ้นไปยังชั้นสองของอาคาร เดินดูไล่ทีละห้องจาก 201 202 203 เดินไปเรื่อย ๆ ทันใดนั้นเอง เขาก็เจอกับห้องที่มีเลขผิดแปลกไปจากห้องอื่น ๆ “ห้อง 2A6” และมากไปกว่านั้น ลูกบิดประตูนั้นยังถูกทุบอีกด้วย ความคิดภายในหัวกรณ์ เริ่มทำงานบรรยากาศเย็นยะเยือกรอบข้าง และเลขห้องตรงหน้าเขาทำให้เขาคิดว่าห้องนี้ต้องมีอาถรรพ์อะไรบางอย่างอยู่แน่ ๆ แต่ยังไม่ที่กรจะเปิดประตูเข้าไป ทันใดนั้นเองบานเกล็ดหน้าต่างห้องก็มีเสียง “ครืดดดดดด!” เสียงบานเกล็ดที่ดังแบบไม่มีที่มาที่ไปทำเอาเขาตื่นตระหนก และด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ ของเขาสุดท้ายกรณ์ ก็ตัดสินใจเปิดบานประตูเข้าไป ภาพแรกที่กรณ์ เห็นคือภายในห้องเต็มไปด้วยล็อคเกอร์ไม้ที่ทุก ๆ ชั้นถูกเปิดไว้หมด แต่มีจุดหนึ่งที่น่าสังเกต และดูผิดแปลกคือทุกพื้นที่ในนั้นมีกระถาง และธูปที่มอดไปแล้วปักอยู่ประมาณ 4-5 จุดตามที่นอน ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครเคยเข้ามาล่าท้าผีข้างในมาก่อน“รู้ไหมว่าจุดธูปต่าง ๆ คือจุดอะไร?” พี่รปภ.เอ่ยถามเขาท่ามกลางความเงียบ“จุดอะไรพี่”“ธูปที่จุดอยู่ทุกจุดตามที่นอน คือที่ที่คนงานเสียชีวิตทั้งหมด”คำตอบของรปถ.ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวกับบรรยากาศภายในห้องมากขึ้น เพราะหลังจากจบประโยคนั้นบานประตูในห้องก็เริ่มขยับ และส่งเสียงดังราวกับมีพลังงานอะไรบางอย่างอยู่ในห้องแห่งนี้กับเขา และเมื่อเพ่งมองดูที่ลูกบิดดี ๆ ก็พบว่าที่บานประตูนั้นมีสายสิญจน์มัดขึงไว้ กลายเป็นว่าการที่เขาเปิดเข้ามานั่นทำให้สายสิญจน์ทั้งหมดถูกดึงออกจากกัน! และเมื่อลองมองไปยังอาคารฝั่งตรงข้ามก็จะเห็นคล้ายกับมีพลังงานบางอย่างเคลือบตึกอยู่ ในระหว่างที่เขากำลังเดินลงจากชั้น 2 มันก็มีเครื่อง Intercom ที่ไม่สามารถใช้งานได้แล้วติดอยู่กับเสา กรนึกพิเรนทร์เลยหยิบขึ้นมาแกล้งทำคล้ายกับว่าส่งเสียงเรียกไปยังตึกอีกฝั่ง“ฮัลโหล ตึก B ว่าไง ส่งเสียงหน่อย” เขาส่งเสียงไปตามสายอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่พอกลับมานั่งตัดคลิปย้อนหลังดู ในจังหวะสุดท้ายที่เขากดคลิกมันกลับมีเสียง “ซืดดด...” แทรกเข้ามา มันเป็นเสียงคลื่นสัญญาณที่ไม่ควรเกิดขึ้นเพราะอาคารแห่งนั้นไม่มีการใช้งานของไฟฟ้าแล้วหลังจากลงมาจากชั้น 2 ได้ กรณ์ก็นึกสนุกขึ้นมา โดยให้พี่ชายคนสนิทตั้งกล้องไลฟ์สดถ่ายไปยังเขาที่ยืนอยู่อีกฝั่งของตึก และเขาจะโบกมือให้กล้อง และทันทีที่เขาเดินไปยังอาคารฝั่งตรงข้ามและโบกมือให้กล้องที่อยู่ทางหนึ่ง คนดูในไลฟ์ก็ต่างคอมเมนท์ไปในทางเดียวกันว่าพวกเขาเห็นกลุ่มคนหรือดวงวิญญาณยืนอยู่ในตึกนั้น 20 กว่าคน! และในจังหวะที่เขากลับมานั่งตัดคลิป สิ่งที่ปรากฎในคลิปทั้งหมดก็ทำเอาเขาถึงกับขนหัวลุก เมื่อพบว่าในช่วงเวลาที่เขาโบกมือให้กล้องอยู่นั้น หัวของเขาหายไป! จบจากการล่าท้าผี กรณ์ก็ได้ให้อาจารย์ที่รู้จักทำพิธีปัดเป่าสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะตามเขามาในชีวิตจริงเพื่อไม่ให้มันเกิดอะไรไม่ดีกับเขาหลังจากนี้ และพอกรได้ลงคลิปล่าท้าผีไปในโลกออนไลน์ก็เกิดกระแสตอบรับที่ดีจนผู้ชมอยากให้เขาไปอีกครั้ง และก็มีแฟนคลับคนหนึ่งขอเข้าร่วมการล่าท้าผีไปกับเขา แต่ก่อนจะถึงวันนัดแนะจะไปกัน “คุณบอย” แฟนคลับที่ขอเดินทางไปด้วยกันเขาได้เปิดกล้องไลฟ์ไปสำรวจที่บริเวณวัดและเดินไปตรงประตูน้ำ ในระหว่างที่เดินดูอยู่นั้นบอย ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงดังขึ้นมา เสียงเหมือนคนอยู่ในน้ำพูดว่า “ผู้ชาย ผู้ชาย.. ผู้ชายสองคน ต.เต่า ต.เต่า”เสียงกระซิบเรียกชื่อผู้ชาย 2 คนนั้นดังขึ้นมาหลังจากนั้นเพียงไม่นาน แต่กลายเป็นว่าชื่อแรกที่ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยออกมาคือชื่อจริง ๆ ของกรณ์ที่ตลอด 10 ปีมานี้ไม่มีใครรู้ชื่อนี้เลย หญิงสาวได้บอกกับบอยว่า 2 คนนี้เกี่ยวข้องกับเธอในอดีตมาก่อน และบอย คือคนรักที่เคยสาบานกับเธอในอดีตชาติ ทำให้พวกเขาต้องไปที่โรงงานนั้นอีกครั้ง และการกลับไปครั้งนี้ก็เพื่อไปขมากรรมในอดีต และปลดปล่อยดวงวิญญาณนั้น เพราะเขาได้รู้มาว่าสาเหตุการเสียชีวิตของน้องผู้หญิงคนนี้คือเธอได้ตั้งครรภ์กับผู้ชายคนหนึ่ง แต่ผู้ชายไม่รับรัก เธอเลยไปกระโดดที่บึงนั้น และได้สื่อสารกับบอยเพราะเธอ และเขาเคยไปสาบานรักใต้ต้นไม้ใหญ่ในอดีตชาติ ซึ่งเมื่อกรณ์ ได้ประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดก็ถึงกับขนหัวลุกอีกครั้งเพราะตรงบึงแห่งนั้น เป็นจุดที่มีต้นไม่ใหญ่ต้นหนึ่งอยู่พอดีสุดท้ายโรงงานร้างแห่งนั้นก็ไม่ได้เป็นเพียงนิคมอุตสาหกรรมธรรมดา แต่กลายเป็นจุดพลิกผันในชีวิตอีกเรื่องหนึ่งที่เขาจะจำไม่มีวันลืม..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

album
efm
-

-