เรื่องเล่าจากต้นกล้า ‘เเฟนเช่า’ l อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม [ 14 ต.ค.2568 ]

อังคารคลุมโปง RECAP

เรื่องเล่าจากต้นกล้า ‘เเฟนเช่า’ l อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม [ 14 ต.ค.2568 ]

23 ต.ค. 2025

          นักศึกษาสาวญี่ปุ่นที่ได้มาทำงานพาร์ทไทม์เป็น ‘แฟนเช่า’ จนมาเจอกับลูกค้าประจำที่ชอบเอาตุ๊กตามาให้เป็นของขวัญ แต่เธอกลับไม่รู้เลยว่านั่นคือต้นเหตุของความหลอนที่เธอจะต้องพบเจอ!

          เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ติดตามได้ใน ‘อังคารคลุมโปง X ต้นกล้า คืนพุธมุดผ้าห่ม’ (14 ตุลาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘แฟนเช่า’

          เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง ให้นามสมมติว่า ‘ไอโกะ’ ในตอนนั้นเธอกำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่ญี่ปุ่น โดยปกติของนักศึกษาก็จะมีการรับทำงานพาร์ทไทม์หารายได้เพิ่มเติม มีทั้งทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟ เป็นพนักงานในร้านสะดวกซื้อ และอีกมากมาย

          ไอโกะนั้นต้องการที่จะทำงานแต่ไม่ต้องการเหนื่อย จึงได้ไปปรึกษากับกลุ่มเพื่อนและได้รับคำแนะนำจากเพื่อนสาวว่ามีงานประเภทหนึ่งที่ไม่เหนื่อย แต่รายได้ดี ในคราแรกที่ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจและกังวลเกี่ยวกับงานนั้น เพราะกลัวว่าจะเป็นงานเกี่ยวกับธุรกิจสีเทา จึงได้บอกเพื่อนสาวไปว่า

          “งานอะไร อย่าบอกว่าเป็นพวกเด็กนั่งดริ้ง ไม่เอานะ”

            เพื่อนสาวคนนั้นก็ได้ตอบคลายความกังวลของเธอไปว่างานนี้ไม่ใช่งานประเภทธุรกิจสีเทา เพียงแค่เธอลงทะเบียนในแอปพลิเคชันก็สามารถทำงานนี้ได้ โดยลักษณะการใช้งานของแอปจะไม่เหมือนแอปหาคู่ แต่จะเป็นแอปที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกได้ว่าอยากออกเดทกับใคร รูปแบบคล้ายกับ ‘แฟนเช่า’

          ภายในแอปสามารถดูโปรไฟล์และมีการให้คะแนนของแต่ละคน เพื่อดูว่าบุคลิกหรือการให้บริการของคนที่ทำงานนี้นั้นเป็นในลักษณะไหน

            บุคลิกของไอโกะในเวลานั้นเป็นสาวเปรี้ยว ผมสีทองเงาและไว้เล็บยาวสีสันสดใส ภาพลักษณ์ภายนอกที่เหมาะกับงาน ทำให้เพื่อนสาวคนสนิทเอ่ยปากเชิญชวนให้ทำงานดังกล่าวเพราะได้รับรายได้ดี หากเปรียบเทียบกับการทำงานภายในหนึ่งวัน จำนวนเงินที่ได้รับก็เท่าเทียมกับการทำงานบริการเสิร์ฟอาหารถึง 3 วันต่อสัปดาห์ พูดอย่างง่าย ๆ คือรายได้มากกว่าถึง 3 เท่า

            ไอโกะตัดสินใจลงทะเบียนงานนี้ไป ในระหว่างนั้นก็ได้เลื่อนดูโปรไฟล์ของผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ในแอปที่มีทั้งผู้หญิงมากหน้าหลายตา หรือแม้กระทั่งเพศตรงข้าม และศึกษาดูว่าตนนั้นควรตั้งโปรไฟล์อย่างไรจึงจะโดดเด่นและดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้งาน ซึ่งเธอก็ได้เขียนข้อมูลส่วนตัวไปว่าตัวเองนั้น เอาใจไม่เก่ง แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วจะรู้สึกสนุก ด้วยไลฟ์สไตล์เป็นสาวลุย ง่าย ๆ สบาย ๆ ไอโกะมีความคิดว่าพวกหญิงสาวในแอปคงไม่มีใครมีลักษณะนิสัยเหมือนตนเอง

            ผ่านมาได้ประมาณ 3 วันก็มีงานเข้ามา  ไอโกะเช็คดูโปรไฟล์ของลูกค้าที่แม้จะไม่ได้เห็นหน้าตา แต่เธอก็คิดว่าน่าจะเป็นโปรไฟล์ที่ดี เธอเลือกกดรับงานนี้ไป ระบบของแอปก็จะพาเข้าห้องของลูกค้า เพื่อพูดคุยและนัดแนะวัน เวลาและสถานที่ที่จะนัดหมายไปพบเจอกัน

            ในครั้งแรก ลูกค้าคนนั้นเลือกจองเป็นเวลาครึ่งวัน หลังจากนัดแนะสถานที่และเวลา ในที่สุดเธอก็ได้เจอกับลูกค้า คนตรงหน้าของเธอนั้นเป็นผู้ชายคนหนึ่ง รูปร่างหน้าตาเหมือนกับเด็กเนิร์ด แว่นตาหนาเตอะ ไว้ยาวและไม่ค่อยกล้าหันมาสบตากับเธอ ในช่วงเวลาที่สนทนากันก็จะก้มหน้าก้มตามองไปที่พื้น

          ด้วยบุคลิกของคนตรงหน้านี้ เธอจึงคิดว่าผู้ชายคนนี้คงอยากคุยด้วยแต่ไม่รู้ว่าจะสื่อสารหรือทำตัวอย่างไร แต่ด้วยนิสัยส่วนตัวของเธอที่ชอบพูดคุย จึงได้เอ่ยทักทายไป

          “สวัสดีค่ะ เป็นยังไงบ้าง มายังไง กินอะไรมารึยัง?” และคำถามอีกมากมายที่เอื้อนเอ่ยออกมาไม่มีหยุด

          หลังจากได้พูดคุยกันก็ได้รับรู้ว่าฝ่ายชายอายุน้อยกว่า แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็บอกกับเขาว่าไม่ต้องพูดจาสุภาพกับเธอ ให้คิดซะว่าเราเป็นเพื่อนกัน และในวันนั้นเธอและเขาก็ได้ไปกินข้าวด้วยกัน เสร็จจากกินข้าวก็ชวนกันไปคาเฟ่ หลังจากนั้นก็ไปเดินเล่นกันต่อ ไม่ทันไรก็หมดวัน กิจกรรมที่ทำด้วยกันในวันนั้นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกมีความสุขอย่างมาก

          “ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณมาก” ใบหน้าเปื้อนยิ้มกล่าวขอบคุณหญิงสาวด้วยหัวใจที่พองโต

          จบวันนั้นไปได้เพียงไม่นานก็มีการแจ้งเตือนจากแอปเด้งขึ้นมา เผยให้เห็นคะแนนรีวิวจากการเดทวันนี้ของเธอที่ได้รับคะแนนไปถึง 5 ดาว! โดยที่เธอแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ค่าใช้จ่ายทั้งหมดก็ไม่ได้จ่าย เนื้อตัวก็ไม่ได้มีการสัมผัสกัน หลังจากเสร็จงานแรกไป ไอโกะก็รู้สึกมีความสุขกับการทำงานนี้มาก

          วันรุ่งขึ้นก็มีการจองเข้ามาอีกครั้ง ซึ่งเป็นผู้ชายคนเดิมกับคนเมื่อวาน ครั้งนี้เขาได้จองเข้ามาเป็นเวลาหนึ่งวันเต็ม พอได้เจอกันก็พบว่าชายคนตรงหน้าพูดจากับเธอมากขึ้น ยอมเปิดใจคุยเรื่องของตัวเองเยอะขึ้น และก่อนจะจากกันชายหนุ่มก็ได้เอ่ยถามขึ้นมาว่า

          “จะเป็นอะไรไหมครับ ถ้ารอบหน้าผมจะ Booking คุณอีก”

          “ได้สิ ยินดีเลย” ไอโกะตอบกลับไปพร้อมสัมผัสร่างกายคนตรงหน้าเล็กน้อยด้วยความสนิทใจ

          “ผมขอรบกวนอีกอย่างหนึ่ง ถ้ารอบหน้าผมจะเอาของมาให้ได้ไหมครับ?” ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยถาม

          “อ๋อ ได้สิ! ดีเลย” ไอโกะตอบรับน้ำใจไปโดยไม่คิดอะไร

            ไม่กี่วันต่อมาผู้ชายคนเดิมก็จองเข้ามาอีกครั้ง แต่เมื่อเจอกันไอโกะก็ได้สังเกตเห็นมือของชายหนุ่มถูกพันด้วยพลาสเตอร์เต็มทั่วทั้งมือ จึงเอ่ยถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

            “เห้ย! มือไปโดนอะไรมา”

            “มันน่าเกลียดใช่ไหมครับ ไม่อยากให้ดูเลย” ชายหนุ่มพยายามปิดแผลที่มือของเขาไปให้พ้นสายตา

          “แต่นี่ครับ ผมทำมาให้”

          สิ่งที่ผู้ชายคนนั้นยื่นมาปรากฎให้เห็นเป็น ‘ตุ๊กตา’ หนึ่งตัว

            “ผมตั้งใจทำมากเลยครับ ผมถักตุ๊กตาไม่เป็นเลยไปถักตุ๊กตามาให้ อยากให้คุณรับไว้ครับ” คนตรงเอ่ยบอกอย่างตั้งใจ

          เมื่อไอโกะได้รับตุ๊กตานั้นก็รู้สึกดีใจที่ลูกค้าชื่นชอบในตัวเธอ หลังจากให้ของกันวันนั้น ทั้งสองก็ไปเที่ยวกันตามปกติ และก่อนจะลากันผู้ชายคนนั้นก็ยังบอกอีกว่า

          “เดี๋ยวรอบหน้าผมเอาของมาให้อีก”

          ครั้งถัดมาที่เจอกัน คราวนี้ไอโกะก็สังเกตเห็นได้อีกครั้งว่าท่าทางของชายหนุ่มนั้นผิดแปลกไป คนตรงหน้าไม่พูดไม่จา ไม่มีบทสนทนาใด ๆ ออกมาจากปากของเขา หรือถ้าหากต้องการจะพูด เขาก็จะยกมือขึ้นปิดปากตนเองตลอดเวลา ทำให้เกิดความสงสัยจึงได้เอ่ยถามออกไป

          “เป็นอะไรรึเปล่า? ทำไมต้องปิดปากพูดด้วย”

          “อ๋อ พอดีผมประสบอุบัติเหตุครับ ไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ”

          ชายหนุ่มพูดจาด้วยสำเนียงแปลก ๆ ไม่ชัดถ้อยชัดคำ จนกระทั่งในจังหวะนั้นก็ทำให้เธอเห็นว่าปากของเขานั้นไม่มีฟันหลงเหลืออยู่เลย!

          แม้จะตงิดใจแต่เธอก็รับของที่เขาให้มาโดยไม่คิดอะไร หลังจากกลับมาที่บ้านไอโกะก็รู้สึกป่วย มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ร่างกายไม่ค่อยปกติทำให้เธอนอนไม่หลับ จนกระทั่งในวันนั้นก็มีการจองจากชายหนุ่มคนเดิมเข้ามาอีกครั้ง พอเจอกันฝ่ายชายก็บอกว่า

          “รอบนี้อาจจะเป็นรอบสุดท้ายที่ผมเจอคุณแล้วนะครับ พอดีผมไม่มีเงินแล้วครับ”

          “แต่นี่คือของชิ้นสุดท้ายที่ผมจะมอบให้คุณครับ”

          ในคราวนี้ ไอโกะก็ได้เห็นสิ่งแปลกตาอีกหนึ่งอย่างคือผมเผ้าของผู้ชายคนนี้ถูกโกนไปจนเกลี้ยง ยิ่งเจอกันเนื้อตัวของเขาก็ยิ่งเละเทะขึ้นเรื่อย ๆ

          ของชิ้นสุดท้ายที่เขาให้ก็คือตุ๊กตาที่ครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา

          “ขอบคุณนะคะ เราก็รู้สึกไม่สบาย คงไม่ได้ทำงานไปสักพัก ไว้โอกาสหน้ามาเจอกันใหม่นะ”

          หลังจากรับตุ๊กตาตัวนั้นมา ไอโกะก็เกิดอาการป่วยหนัก แม้จะหลับไปกี่ตื่นก็ไม่รู้สึกดีขึ้น เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องอยู่ตลอดเวลา จึงตัดสินใจนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อน เมื่อไปมหาลัยเพื่อน ๆ ก็ต่างพากันทักว่าร่างกายของเธอทรุดโทรม สีปากที่ซีดลงจนสังเกตได้ ใต้ตาคล้ำ จนเหมือนคนป่วยเป็นโรค และเมื่อได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เพื่อนก็ได้พูดกับเธอว่า

          “ลองกลับมาบ้านไปเช็คดู ไปรับของจากใครมารึเปล่า?”

          หลังจากได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ตัวเธอก็รู้สึกขนลุกแปลก ๆ พอกลับมาบ้านก็เจอกับตุ๊กตา 3 ตัวบนหัวเตียง กำลังจ้องหน้าของเธออยู่ ในวินาทีนั้นเธอจึงตัดสินใจกรีดตุ๊กตาดูภายในของมัน

          ตัวแรก.. ไอโกะค่อย ๆ แกะตุ๊กตาตัวนั้น ซึ่งเมื่อดูข้างในนั้นก็เห็นเป็นนุ่นปกติ แต่เมื่อลองสังเกตดูดี ๆ ก็พบว่าภายในนุ่นนั้นมันมีแผ่นสีน้ำตาลปะปนอยู่ และเมื่อพิจารณาดูแล้วก็พบว่ามันคือ ผิวหนังของคน! ไม่เพียงแค่นั้นยังมีเล็บของคนอยู่อีกด้วย!

          ตัวที่สอง.. กรีดดูข้างในก็เจอเป็นฟันของคนอยู่ในนั้น!

          และตัวสุดท้าย.. กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลจนเธอไม่สามารถสูดดมได้และน้ำหนักที่มากกว่าตัวอื่น เมื่อชำแหละดูภายในก็พบว่ามีเส้นผมของคน ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่อยู่ข้างในนั้นอีกหนึ่งอย่างก็ทำให้เธอต้องกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดผวา นั่นก็คือซากศพของลูกแมว! และดวงตาของมันที่ติดอยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับดวงตาของตุ๊กตาตัวใหญ่ตัวนั้นและมีกล้องซ่อนอยู่!

          ภาพตรงหน้าทำเอาตัวของเธอนิ่งงันและเย็นเฉียบ ความรู้สึกหวาดกลัวตีตื้นขึ้นมาภายในใจ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเห็นคือสาเหตุของอาการป่วยที่เกิดขึ้นอย่างประหลาด และทั้งหมดมันมาจากผู้ชายคนนั้น!

(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

related อังคารคลุมโปง RECAP

ชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ที่ดาดฟ้าของหอพัก สนุกกันจนชนขวดเบียร์ตกลงไปด้านล่างที่เป็นป่าทึบ! พอกลับเข้าห้องก็นอนไม่ค่อยหลับ แถมยังเจอมือปริศนามาอยู่บนเตียง ตกใจจนไม่มีสติ! มารู้ทีหลังว่าป่านั้นนั้นคือ...!

05 ก.ค. 2023

ชวนเพื่อนมาปาร์ตี้ที่ดาดฟ้าของหอพัก สนุกกันจนชนขวดเบียร์ตกลงไปด้านล่างที่เป็นป่าทึบ! พอกลับเข้าห้องก็นอนไม่ค่อยหลับ แถมยังเจอมือปริศนามาอยู่บนเตียง ตกใจจนไม่มีสติ! มารู้ทีหลังว่าป่านั้นนั้นคือ...!

‘อังคารคลุมโปง X’ (13 มิถุนายน 2566) ให้การต้อนรับ ‘คุณจอย’ สายแรกของรายการในวันนี้ เธอมาพร้อมกับเรื่องราวที่จะทำให้ ‘ดีเจเจม’ และ ‘ดีเจแนน’ ขนลุกวาบไปทั้งตัว เมื่อการเปิดตี้บนดาดฟ้า ทำให้ได้ผีตามกลับมาถึงห้อง ปิดไฟแล้วไปอ่านกันเลย! ในปี 2549 คุณจอยที่พึ่งจะเรียนจบผู้ช่วยพยาบาลในกรุงเทพฯ ได้เข้าฝึกงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใจกลางเมือง จึงต้องหาหอพักใกล้ที่ทำงาน จนได้มาเจอกับห้องเช่าแห่งหนึ่งที่อยู่สุดซอย คุณจอยคิดว่าอยู่ที่นี่น่าจะดี เพราะเป็นหอพักสร้างใหม่ ไม่น่าจะมีประวัติอะไร หอพักนี้มีลักษณะเป็นตึกสูงประมาณ 6 ชั้น ด้านหลังของตึกเป็นกำแพงสูง อีกฝั่งมีต้นไม้หนาทึบ คุณจอยมองว่ามีความร่มรื่น และคิดว่านี่คือ “ทำเลทอง” ทีเดียว สุดท้ายจึงเลือกมาอาศัยที่ชั้น 4 ของตึกนี้ เมื่อฝึกงานไปได้สักพัก คุณจอยก็เริ่มสนิทกับกลุ่มเพื่อนในที่ทำงาน และมีเพื่อนคนหนึ่งอยู่หอเดียวกัน วันหนึ่ง คุณจอยชวนเพื่อน ๆ ไปสังสรรค์กันบนดาดฟ้าของหอพัก ขณะที่กำลังดื่มสังสรรค์ร้องเพลงกันตามปกติ ก็มีเพื่อนคนหนึ่งเผลอเอาศอกยันขวดเบียร์ตกลงไปด้านล่างตรงที่เป็นป่าทึบ! ในใจคุณจอยกังวลว่าขวดเบียร์นี้จะหล่นไปใส่หัวใครหรือไม่ เพราะเข้าใจว่าบริเวณป่านี้ เป็นพื้นที่ที่จะมีมาออกกำลังกายกัน แต่เพื่อน ๆ คิดว่าคงไม่มีอะไรเพราะตอนนั้นดึกมากแล้ว ไม่น่าจะมีคนเดินผ่าน เมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืนถึงตีหนึ่ง คุณจอยก็ขอแยกตัวจากเพื่อนกลับมานอนเอาแรงเพื่อเตรียมเข้าเวรในตอนเช้า คืนนั้น คุณจอยนอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่นัก คุณจอยตื่นขึ้นมาตอนตีสอง เมื่อพลิกตัวตะแคงมันกลับไปแค่ตัว หัวของคุณจอยเหมือนถูกเหนี่ยวรั้งไว้ด้วยอะไรบางอย่างจากข้างหลัง! ตอนแรกคิดว่าอาจจะเป็นผมที่ถูกทับไว้ใต้หมอน แต่พอลองยื่นมือไปจับและดึงมาข้างหน้าดู คุณจอยก็ต้องตกใจ! เพราะที่เห็นคือมือของมนุษย์! แต่มือนี้มาเพียงแค่ข้อมือสุดปลายนิ้ว สีขาวซีด ไร้เจ้าของร่าง คุณจอยร้องเสียงหลงออกมาอย่างแรง ก่อนที่จะขว้างมือนั้นเข้าไปในห้องน้ำ ตอนนั้นคุณจอยตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก แม้แต่จะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก ได้แต่คว้าไปหยิบโทรศัพท์ข้างเตียง รีบกดเบอร์โทรออกหาพ่อแม่ทันที! เมื่อเห็นว่าคุณจอยไม่มีสติ พูดไม่รู้เรื่อง พ่อกับแม่จึงบอกให้คุณจอยค่อย ๆ ตั้งสติ และสูดหายใจลึก ๆ สุดท้ายคุณพ่อต้องนำสวดมนต์ แม้คุณจอยจะท่องบทสวดมนต์แต่ในใจก็ยังกังวลว่า มือที่อยู่ในห้องน้ำนั้นจะไต่ออกมาหรือเปล่า เพราะประตูห้องน้ำก็เปิดอ้ากว้างทิ้งไว้ด้วย กระทั่งคุณจอยได้ยินเสียงไก่ขันในตอนเช้ามืด คุณจอยใจชื้นมากขึ้น เมื่อเปิดระเบียงของห้องออกไปก็เริ่มได้ยินเสียงคนพูดคุยตัดกับรถเล่นผ่านอยู่บ้าง ตอนนี้ได้เวลาไปทำงานแล้ว แต่คุณจอยจะต้องไปอาบน้ำในห้องน้ำ.. ก่อนไปอาบน้ำแม้เธออยากจะเห็นหน้าพ่อกับแม่ก็ทำไม่ได้ เพราะสมัยนั้นยังไม่มีวิดีโอคอล จึงจำใจวางสาย หากไปบอกกับโรงพยาบาลว่าไม่สามารถมาปฏิบัติหน้าที่ได้เพราะกลัวผีคงจะฟังไม่ขึ้น สุดท้ายคุณจอยจึงต้องใจกล้าเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ! เมื่อเข้าไปในห้องน้ำ คุณจอยกวาดสายตาไปที่พื้นก็ไม่เห็นมีอะไร พอหันกะละมังที่ล้มระเนราดอยู่ ก็เดินไปเปิดดู แต่ก็ไม่พบความผิดปกติ เมื่อสำรวจดูทั่วห้องแล้วก็ไม่เจออะไร จึงเริ่มอาบน้ำ อย่างไรก็ตามคุณจอยก็ต้องคอยระวังอยู่ตลอดเวลาว่ามือเจ้าปัญหานี้จะโผล่มาเมื่อไหร่ ใจหนึ่งก็อยากให้เจออะไรบางอย่างสักที จะได้ไม่ต้องมาคอยระแวงอยู่แบบนี้ เมื่อคุณจอยออกไปทำงาน สติก็ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่นัก เพราะทั้งไม่ได้นอนและเจอสิ่งเร้นลับกลางดึก คุณจอยไม่เห็นเพื่อนที่พักอยู่หอเดียวกันมาทำงานในวันนี้ เข้าใจว่าเขาคงอาจจะยังเมาค้างไม่ตื่นจากปาร์ตี้เมื่อคืน จึงคิดว่าจะลองไปเยี่ยมเขาหลังเสร็จงาน เวลา 2 ทุ่ม เพื่อนคุณจอยเปิดประตูห้องออกมา สภาพดูอิดโรย ตาคล้ำและผมยุ่ง เมื่อถามเพื่อนว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนก็ได้แต่บอกว่า “เดี๋ยวค่อยเล่า เดี๋ยวค่อยเล่าได้ไหม เดี๋ยวค่อยเล่า...” ในเวลาดึกแบบนี้ ยังไม่เหมาะสมที่จะเล่าอะไร คุณจอยก็ยังไม่กล้าจะบอกเรื่องที่เจอมาเหมือนกัน คุณจอยกลับมาหาเพื่อนอีกครั้งในวันถัดไป สภาพเพื่อนก็ยังดูอ่อนแรงเหนื่อยล้าอยู่ดี พอพยายามลองถามอีกครั้งว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนจึงชวนให้คุณจอยกลับขึ้นไปบนดาดฟ้าที่เคยสังสรรค์กันอีกครั้ง.. พอถึงดาดฟ้าเพื่อนคุณจอยก็ยืนนิ่งไปชั่วครู่ คุณจอยกวาดสายตามองไปรอบ ๆ จนถึงบริเวณป่าทึบที่อยู่หลังกำแพงข้างหอ คุณจอยเข้าใจมาตลอดว่าป่าตรงนี้ปลูกไว้ให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับคนมาออกกำลังกาย แต่ความคิดของเธอต้องเปลี่ยนไปเมื่อเธอเห็นอะไรบางอย่างเข้า มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามา คุณจอยรู้สึกว่าพวกเขากำลังทำอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงเหมือนกับมีคนร้องไห้ จึงลองมองเข้าไปผ่านต้นไม้ที่ปลูกขึ้นมาที่ทั้งทึบและแน่นหนา และยังไม่ทันจะรู้ว่ากลุ่มคนเหล่าทำอะไร สายตาก็เหลือบไปเห็นผ้าขาวกำลังห่อหุ้มอะไรบางอย่างเอาไว้วางลงบนผ้าสีทอง! “ไม่นะ อย่านะ ไม่ใช่ใช่ไหม” คุณจอยพยายามบอกกับตัวเอง สิ่งที่เห็นก็เป็นสิ่งที่คาดคิดไว้ มีคนกำลังขุดหลุมฝังศพอยู่ สถานที่แห่งนั้นคือ ‘กุโบร์’ สุสานฝังศพของชาวมุสลิมนั่นเอง! คุณจอยเริ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่ได้เจอมา ก่อนที่เพื่อนจะดึงตัวคุณจอยไปนั่งคุดคู้อยู่ตรงที่ตากผ้า คุณจอยถามเพื่อนว่า “มึงมีอะไรจะบอกกูไหม” แล้วเพื่อนก็ย้อนถามกลับมาว่า “แล้วมึงมีอะไรจะบอกกูไหม” ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน จนคุณจอยเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบ เล่าประสบการณ์ชวนขนหัวลุกที่เจอ ‘มือ’ นั้นให้เพื่อนฟัง แต่เพื่อนกลับตอบมาว่า “ของมึงยังน้อยนะ...” แล้วเพื่อนก็เริ่มเล่าเรื่องราวในฝั่งของตนให้คุณจอยฟัง ที่หอแห่งนี้ไม่มีแอร์และเพื่อนคุณจอยเป็นคนขี้ร้อน จึงนอนเปิดประตูรับลมจากฝั่งที่อยู่ติดกับป่าทึบ (ซึ่งก็คือตรงกุโบร์) ในคืนนั้น เมื่อกลับมานอนที่ห้องก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ จนกระทั่งระหว่างที่เล่นโทรศัพท์อยู่ สายตาเธอก็เริ่มเห็นเงาตะคุ่ม ๆ บางอย่างตรงระเบียง! มีมืออะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากระเบียง แล้วสักพักร่างทั้งร่างก็โผล่ขึ้นมา! มันเป็นเหมือนกลุ่มควันดำที่มองทะลุเห็นด้านหลังได้ แล้วทันใดนั้นเงาทั้งหมดก็พุ่งใส่! เพื่อนคุณจอยร้องกรี๊ดเสียงดังลั่น แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน แม้ตัวคุณจอยที่อยู่ห้องตรงข้ามกันก็ไม่ได้ยินเสียง แล้วสักพักเพื่อนก็หมดสติไป รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่คุณจอยมาเคาะประตูที่หน้าห้องของตอนสองทุ่มนี่แหละ คุณจอยเริ่มปรึกษากับเพื่อนว่าควรทำอย่างไรต่อดี ผลสุดท้ายก็คือเพื่อนตัดสินใจย้ายไปอยู่กับแฟน ส่วนคุณจอยยังคงต้องอยู่ที่นี่ต่อไปเพราะจะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย สิ่งที่คุณจอยทำได้ตอนนั้นมีแต่สวดมนต์ อธิษฐานขอขมาที่ได้ล่วงเกินไป และโชคดีที่หลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอกับอะไรทำนองนี้อีกเลย...(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)ฟังเรื่องหลอนแบบเต็ม ๆ ได้ที่

เป็นจุดต่ำสุดของครอบครัว เพราะแม่เชื่อหมอดู ทำตามที่หมอดูบอกทุกอย่าง ถึงขั้นให้พ่อเลี้ยง...กับลูกแท้ๆ ! สุดท้ายแม่กลายเป็นคนวิกลจริต เพราะลูกทำคุณไสยตอบแทน!

01 ธ.ค. 2023

เป็นจุดต่ำสุดของครอบครัว เพราะแม่เชื่อหมอดู ทำตามที่หมอดูบอกทุกอย่าง ถึงขั้นให้พ่อเลี้ยง...กับลูกแท้ๆ ! สุดท้ายแม่กลายเป็นคนวิกลจริต เพราะลูกทำคุณไสยตอบแทน!

(Trigger Warnings : บทความนี้มีเนื้อหาการล่วงละเมิดทางเพศ) เมื่อเราเป็นจุดต่ำสุดในครอบครัว แม่หลงเชื่อหมอดูจนโงหัวไม่ขึ้น ให้พ่อเลี้ยงมาข่มขืนลูกตัวเอง เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตที่ดีขึ้นตามที่หมอดูบอก สุดท้ายจึงตอบแทนแม่ด้วยคุณไสยสุดพิเศษเป็นของขวัญ เรื่องนี้ ‘คุณณัฐผี’ ได้นำมาเล่าให้แฟนรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (28 พฤศจิกายน 2566) ฟังพร้อมกับ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม’ กับเรื่องที่มีชื่อว่า ‘ตอบแทนด้วยคุณไสย’ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร ไปอ่านกันได้เลย! คุณณัฐเล่าว่าเรื่องนี้ได้ฟังมาจาก ‘น้องบุ๋มร่างทรง’ เธอเป็นคนดูดวง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องของลูกดวง ใช้นามสมมติว่า ‘น้องเดียร์’ เธออยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์และเป็นวิทยาทานให้กับคนที่กำลังจะเชื่ออะไรแล้วไม่ได้ไตร่ตรอง ควรที่จะเชื่อแบบมีสติ และเรื่องนี้ฝากไปถึงคนที่มีลูก อยากให้รักลูกแบบไม่ลำเอียงให้รักลูกเท่ากันทุกคน เรื่องมีอยู่ว่า ครอบครัวของน้องเดียร์ มีแม่, พ่อเลี้ยง, น้องเดียร์, และน้องชาย แม่เป็นคนติดแอลกอฮอล์ ติดการพนัน โดยเฉพาะเรื่องการดูดวง แม่ชื่นชอบและติดมาก แม่จะเชื่อหมอดูอย่างไม่ลังเล ถ้าให้เรียงลำดับความสำคัญของคนในครอบครัวนี้ ตัวน้องเดียร์คิดว่าตนนั้นไม่สามารถที่จะอยู่ในอันดับด้วยซ้ำ เพราะน้องเดียร์ไม่เคยอยู่ในสายตาแม่เลย น้องเดียร์เกิดมาจากพ่อที่ทิ้งแม่ไป เธอเปรียบเสมือนกาฝากในครอบครัวนี้ ต้องเชื่อฟังแม่ตั้งแต่เด็ก ทำผิดอะไรแม่ก็จะตี หรือบางทีก็ถูกแม่ขังอยู่ในห้องไม่ให้ไปเรียน เวลาจะได้ของอะไรก็แล้วแต่ จะต้องเป็นของเหลือที่น้องชายไม่เอา ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ถ้าน้องชายเลือกที่จะไม่กิน น้องเดียร์ถึงจะได้กิน ภาพจำที่น้องเดียร์จำได้คือ พ่อเลี้ยง แม่ และน้องชายนอนอยู่ในห้องเดียวกัน ไปกินอาหารด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ส่วนน้องเดียร์ต้องอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด และอีกภาพคือ แม่ขอเงินยายเพื่อที่จะไปซื้อเหล้าและไปเล่นการพนันอยู่บ่อย ๆ หรือแม้กระทั่งบังคับยายยกสมบัติให้เพื่อที่แม่จะได้นำไปขาย แล้วเอาเงินมาเล่นการพนัน เอามาซื้อเหล้า พอหนักเข้า ยายไม่มี ยายก็ถูกแม่ตีจนแขนหัก จนยายต้องออกจากบ้านไปอยู่ที่อื่น ด้วยความที่แม่เป็นคนที่เชื่อเรื่องดวงมาก ๆ ก็จะไปเสาะแสวงหาการดูดวงจากสถานที่ต่าง ๆ ถ้าหมอไหนที่ดูแล้วบอกว่าลูกชายพึ่งได้ แม่ก็จะบอกว่าหมอคนนี้แม่นถูกใจแม่ กลับกันถ้าหมอดูบอกว่าลูกสาวจะพึ่งได้ นั่นแสดงว่าหมอดูไม่แม่น และจะถูกแม่ด่าอยู่ตลอดเวลา อย่างที่บอกไปว่าแม่ชอบดูดวงมาก กระทั่งแม่ไปเจอหมอดูคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนเทวดาในหัวใจแม่ แต่เป็นซาตานที่มาจากนรกสำหรับน้องเดียร์ ขั้นตอนการดูดวงกับหมอคนนี้คือการเอาดวงของพ่อน้องเดียร์, น้องเดียร์, และน้องชายไปดู หมอดูบอกว่าพ่อของน้องเดียร์อยู่ด้วยกันกับแม่ก็มีแต่จะเลิกกัน มีแต่สิ่งที่ไม่ดีเข้ามาในชีวิต ดวงของพ่อน้องเดียร์เป็นด้วยตายโหง แม่ต้องอยู่เป็นหม้าย ดีแล้วที่เลิกกันไป ส่วนดวงของน้องเดียร์นั้น หมอดูบอกว่าเมื่ออดีตชาติน้องเดียร์เคยเกิดเป็นผู้ชาย เป็นโจรมาปล้นบ้านของแม่ และก็ฆ่าสามีในอดีตชาติของแม่ตาย พอมาชาตินี้น้องเดียร์ต้องมาเกิดเป็นลูกเพื่อมาชดใช้กรรมในอดีตที่ทำไว้ ส่วนลูกชายย้อนกลับไปในอดีตชาติเคยเป็นคู่รักของแม่ และก็เป็นคนที่อยู่ในตระกูลสูงส่งมีหน้ามีตา เป็นคนที่ฉุดแม่ขึ้นมาให้มีชื่อเสียง ให้กลับมามีหน้ามีตาในสังคมอีกครั้ง และยังบอกอีกว่าว่าในยุคปัจจุบันนี้ให้เลี้ยงลูกชายให้ดี ต้องตอบแทนบุญคุณเขาแล้ววันหนึ่งเมื่อลูกชายโตขึ้นเขาจะร่ำรวย หลังจากนั้นน้องเดียร์ก็บอกคุณบุ๋มว่า “พี่บุ๋มจำได้มั้ย ที่เดียร์เคยโทรมาปรึกษาพี่บุ๋มว่าสิ่งที่มันเกิดคืออะไร” คุณบุ๋มก็ได้เตือนน้องเดียร์ไปว่า “ถ้าสมมติว่าวันนึงน้องเดียร์มีชีวิตที่ดีแล้ว อย่าอาฆาตแม่ ให้อโหสิกรรมกับแม่ อย่าไปตามจองเวรจองกรรมซึ่งกันและกันอีก” น้องเดียร์ก็ถามคุณบุ๋มอีกว่า “พี่บุ๋มเห็นอะไรในตัวหนูมั้ย?” คุณบุ๋มตอบมาว่า “เห็นเด็ก” น้องเดียร์จึงบอกว่า “เดี๋ยวจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง” เรื่องนี้เกิดเมื่อตอนที่น้องเดียร์อายุ 15 ปี แม่ไปดูหมอดูคนเดิม หมอดูก็ย้ำเรื่องเดิมที่น้องเดียร์เป็นลูกที่เคยมาปล้นบ้านและฆ่าสามีแม่ในอดีตชาติ พอแม่รู้เรื่องนี้ น้องเดียร์ก็โดนด่าหนักว่าเดิม กลับกันพอเป็นน้องชาย แม่กลับโอ๋น้องตลอดเวลา จนเข้าอายุ 16 ปี น้องเดียร์เริ่มโตเป็นสาว สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ พ่อเลี้ยงเริ่มมองน้องเดียร์ด้วยสายตาที่คุกคาม เวลาแม่ไม่อยู่ จะชอบเรียกมาจับมือ มาโอบ มาลวนลาม น้องเดียร์ทนไม่ได้ จึงนำเรื่องนี้ไปคุยกับแม่ แต่แม่ตอบกลับมาว่า “มึงสมควรโดนแบบนี้แล้วแหละ” น้องเดียร์จุกในอกไม่รู้จะทำอย่างไร ต้องก้มหน้ารับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แล้วแม่น้องเดียร์กลับร้อนใจที่คู่ชีวิตในปัจจุบันลวนลามลูก จึงไปหาหมอดูและถามว่า “ถ้าสามีฉันไปมีอะไรกับลูก จะติดใจลูกมั้ย?” หมอดูตอบกลับมาว่า “พ่อมันทำถูกต้องแล้ว” และอธิบายต่อว่า มันต้องทำแบบนี้เพื่อตัดกรรมเก่าที่น้องเดียร์เคยกระทำในชาติที่แล้ว ถ้าทำแบบนี้ชีวิตแม่จะดีขึ้นจะมีเงินทองเข้ามา ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายไป นอกจากนี้หมอดูยังย้ำว่าให้หาคนที่ดวงแข็งกว่าพ่อและน้องเดียร์มากระทำชำเราน้องเดียร์เพิ่มอีก ซึ่งหมอดูก็เสนอตัวเอง แม่ถามหมอดูต่อว่า “ถ้าผัวฉันได้กับเดียร์แล้ว จะติดใจเดียร์มั้ย?” เพราะแม่ก็กลัวว่าผัวตัวเองจะติดใจลูกและทิ้งตัวเอง หมอดูบอกว่า “ไม่ต้องกลัวให้ทำตามนี้ พอทำเสร็จแล้วให้มาหาเดี๋ยวจะทำเสน่ห์ให้ ขอแค่พาน้องเดียร์มาหา” หลังจากที่แม่กลับบ้านก็ไปเรียกเดียร์มาคุย เล่าเรื่องราวต่าง ๆ ว่าหมอดูพูดอะไรบ้าง แล้วกำชับว่า “มึงจะต้องทำตามที่หมอดูบอก” ด้วยความที่น้องเดียร์ยังเป็นเด็กก็กราบขอร้องอ้อนวอนแม่ แต่แม่กลับบอกว่า “ยังไงมึงก็ต้องทำ” กาลเวลาผ่านไป น้องเดียร์ก็คิดว่าเรื่องนี้คงจะจบไปแล้ว พ่อกับแม่คงลืม จึงลดความระวังตัวลง แต่ก่อนที่พายุจะมา ทะเลมันจะสงบ น้องเดียร์บอกว่ามีอยู่วันหนึ่ง เธอป่วยเป็นไข้ นอนซมอยู่บ้านไม่มีแรง วันนั้นพ่อเลี้ยงเข้ามาข่มขืนน้องเดียร์ และที่สำคัญคือแม่แท้ ๆ ของตัวเอง ยืนดูพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกตัวเองอยู่ด้วย น้องเดียร์พยายามที่จะสู้ พยายามที่จะขัดขืน แต่ก็ไม่มีแรงเพราะป่วย ประกอบกับด้วยเป็นแรงผู้ชาย พ่อเลี้ยงจึงกระทำจนสำเร็จ จากนั้นแม่ก็เดินเข้ามาแล้วพูดว่า “กูบอกมึงดี ๆ แล้ว มึงไม่ยอมทำ เพราะฉะนั้นมึงต้องโดนแบบนี้” และทั้งสองคนก็เดินออกไปนั่งกินเหล้าคุยกันอย่างมีความสุข ปล่อยให้น้องเดียร์นั่งร้องไห้อยู่คนเดียว.. ในตอนนั้นเอง น้องเดียร์รู้สึกหมดสิ้นทุกอย่างแต่ก็ต้องกัดฟันสู้ คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้ เพราะไม่เช่นนั้นแม่จะต้องพาไปหาหมอดูเป็นแน่ จึงตัดสินใจออกจากบ้านไปหายาย ซึ่งบ้านยายที่ย้ายไปก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านน้องเดียร์ พอไปถึงน้องเดียร์ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้ยายฟัง ยายร้องไห้และขอโทษน้องเดียร์ที่ไม่สามารถช่วยน้องเดียร์ได้ แต่ถ้าน้องเดียร์มาอยู่บ้านยายยังไงแม่ก็ต้องมาตามอยู่ดี ยายจึงส่งน้องเดียร์ไปอยู่กับน้องสาวยายที่ใต้ ยายบอกว่ายายส่งน้องเดียร์ไปที่ใต้ได้ แต่ยายไม่มีเงินส่งเรียนได้เมื่อไปถึง น้องสาวยายเอ็นดูน้องเดียร์จึงส่งเสียให้ได้เรียน น้องเดียร์บอกว่าตอนที่ไปอยู่ที่นั่น เหมือนได้รับรู้คำว่า ความรัก ความอบอุ่นของครอบครัว และการมีสังคม มันเป็นอย่างไร หลังจากอยู่ใต้ประมาณ 4 เดือน น้องเดียร์ก็ได้รับรู้ว่าตัวเองท้อง จึงเล่าให้น้องคุณยายฟังว่าถูกพ่อเลี้ยงทำอะไร และบอกว่าอยากเอาเด็กออก เพราะยังไม่พร้อมและอยากมีอนาคตที่ดี คุณยายจึงพาน้องเดียร์ไปหาหมอ พร้อมบอกถึงสาเหตุของการตั้งครรภ์ พอหมอรู้สาเหตุว่าโดนข่มขืน หมอจึงตรวจโรคเพิ่มเติม ผลออกมาว่าน้องเดียร์ติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ เป็นโรคที่ทำให้ร่างกายอ่อนแรง และมีผลกับเด็กในท้องจึงยุติการตั้งครรภ์ในที่สุด หลังจากนั้น น้องเดียร์ก็มีแฟน ซึ่งเป็นแฟนคนแรกในชีวิต น้องเดียร์รักผู้ชายคนนี้มาก แต่ก็รู้สึกว่าอยากบอกเรื่องราวในชีวิตทั้งหมดให้เขาได้รู้ จึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นไป พอผู้ชายคนนี้ฟังจบก็รู้สึกโมโหเป็นเดือดเป็นร้อนแทนน้องเดียร์ แล้วถามน้องเดียร์ว่า “อยากแก้แค้นมั้ย?” น้องเดียร์จึงตอบว่า “อยาก” หลังจากนั้นสองอาทิตย์ แฟนน้องเดียร์ก็พาไปสถานที่หนึ่ง มีหลายคนมานั่งรอเพื่อพบอาจารย์ท่านนี้ บางคนก็มาทำเสน่ห์ บางคนก็มาสัก พอถึงคิวน้องเดียร์ น้องเดียร์รู้สึกว่าเหมือนเขารู้อยู่แล้วว่าเราเป็นอย่างไร จากนั้น อาจารย์ก็หันมาถามว่า “มึงแน่ใจแล้วนะ ที่มึงจะทำแบบนี้ อีนั่นก็แม่มึงนะ แต่ส่วนพ่อเลี้ยงมึงกูไม่สนใจอยู่แล้ว” เดียร์ตอบไปว่า “หนูมั่นใจแล้ว หนูคิดมาดีแล้ว” จากนั้น อาจารย์ก็ทำของใส่ให้ โดยวิธีการทำของก็คือ อาจารย์ขอวันเดือนปีเกิด ปีนักษัตรของแม่และพ่อเลี้ยงไป เดียร์จำของแม่ได้แต่จำของพ่อเลี้ยงไม่ได้ แต่หมอดูก็บอกว่า “ไม่เป็นไรเอาเท่านี้พอ เดี๋ยวจะส่งผีที่เลี้ยงไว้ไปจัดการ” วิธีการก็คือให้เขียนชื่อ แล้วเอาชื่อไปฝังอยู่ที่ทางสามแพร่ง เอาไปอยู่ใต้พระอกแตก แล้วก็เอาไปทิ้งในท่อน้ำทิ้ง น้องเดียร์ขอไม่บอกขั้นตอนในการทำให้ชัดเจน รวมถึงว่าต้องจ่ายด้วยอะไร.. สิ่งที่เกิดขึ้นสามเดือนต่อจากนั้นคือ น้องเดียร์ได้รู้ข่าวจากยายว่าพ่อเลี้ยงโดนแทงในบ่อน ส่วนแม่น่าจะเครียดเรื่องพ่อ สติไม่ดีและหวาดกลัวตลอดเวลา ที่สำคัญคือแม่เดินแก้ผ้าเอามือล้วงอวัยวะเพศแล้วเอามาเลียเหมือนคนวิกลจริต ยายคิดว่าเป็นผลกรรมที่พ่อเลี้ยงและแม่ทำกับน้องเดียร์ แต่ถึงอย่างนั้น น้องเดียร์บอกว่า ถึงจะได้แก้แค้นสำเร็จ แต่ลึก ๆ แล้ว ผลกรรมที่ทำกับแม่ตัวเองจะตามมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่เดียร์ก็พร้อมที่จะรับกรรมนั้น(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

'ตรงทางหนีไฟ' เรื่องเล่าสั้น ๆ จาก 'พี่เเรก' I อังคารคลุมโปง X แรก หลอนสออนผี [ 15 ต.ค. 2567]

19 ต.ค. 2024

'ตรงทางหนีไฟ' เรื่องเล่าสั้น ๆ จาก 'พี่เเรก' I อังคารคลุมโปง X แรก หลอนสออนผี [ 15 ต.ค. 2567]

ขนหัวลุกไปกับ ‘เเรก หลอนสออนผี‘ ได้นำเรื่อง ‘ตรงทางหนีไฟ’ มาเล่าในรายการอังคารคลุมโปง X (15 ตุลาคม 2567) ให้ ‘ดีเจแนน’ และ ‘ดีเจเจ็ม‘ ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่เจอขณะไปเล่นดนตรีที่ต่างจังหวัด เเล้วได้เจอกับน้องคนหนึ่ง เเต่สุดท้ายเเล้วมารู้ความจริงว่าน้องคนนั้นตายไปแล้ว! เรื่องราวจะเป็นยังไง จะหลอนขนาดไหน ไปอ่านพร้อมกันเลย! คุณเเรก หลอนสออนผีได้เล่าว่า ตอนนั้นตนได้ไปเล่นดนตรีที่จังหวัดหนึ่ง ทางค่ายต้นสังกัดได้เช่าอะพาร์ตเมนต์ให้วงเข้าพักประมาณ 5 ห้อง เมื่อเสร็จจากเล่นดนตรี เพื่อนในวงก็มักจะปาร์ตี้สังสรรค์กัน แต่ตนไม่รู้จะทำอะไร จึงเล่นเกมเพลย์ เเต่เเล้วก็รู้สึกเบื่อ จึงเดินออกไปเปิดประตูทางเดินหนีไฟ ซึ่งทางเดินหนีไฟเชื่อมต่อกันทุกชั้น คุณแรกอยู่ชั้น 7 ตามประสาคนต่างจังหวัดที่ห่างจากบ้านก็รู้สึกเหงา จึงยืนเล่นรับลมอยู่ตรงนั้น สักพักก็มีเสียงเปิดประตูที่มีระยะห่างกัน 1 ชั้น เป็นผู้หญิงกำลังยืนสูบบุหรี่ วันเเรกที่เจอคุณแรกก็คิดว่า ‘เขาสวยจัง หุ่นดี น่ารักดี’ หลังจากนั้นคุณแรกก็ออกมายืนเล่นตรงทางหนีไฟทุกวัน แล้วก็มักจะเจอผู้หญิงคนนี้สูบบุหรี่อยู่ที่เดิมทุกวัน จนมาถึงในวันที่ 4 ผู้หญิงคนนั้นคงรู้สึกว่ามีใครมองอยู่ข้างบน จึงแหงนหน้ามองขึ้นมายิ้มให้เเล้วพูดว่า “สวัสดีค่ะ” หลังจากได้คุยกัน ก็รู้ว่าผู้หญิงคนนี้ทำงานเป็นนักร้องคาเฟ่ แล้วก็เริ่มคุยกันจนรู้จักกัน ทั้งคู่ต่อบทสนทนาอย่างลื่นไหล คุยสนุก หายเหงา เมื่อคุณแรกเลิกงานก็รีบกลับมาห้องเเล้วลากเก้าอี้มานั่งรอคุยกับน้องผู้หญิงตรงทางหนีไฟนี้เป็นเวลา 5 วัน จนกระทั่งคุณแรกเริ่มสังเกตว่ามันมีสิ่งผิดปกติก็คือ ช่วงหลัง ๆ ที่คุยกันอยู่ น้องผู้หญิก็ขอตัวกลับห้องเร็วขึ้น เเละทุกครั้งที่น้องเขาดูร้อนรน ก็จะมีรถจิ๊บทหารเลี้ยวเข้ามาจอด ตนก็ได้เเต่คิดในใจว่าคงกลัวแฟนเห็นหรือตนอาจจะแค่เข้าใจผิดไปเอง วันหนึ่งตนได้ไปกินข้าวระแวกอะพาร์ตเมนต์ เมื่อเดินผ่านป้อมยามก็ถามว่า คุณแรก : ลุง จะเอาอะไรมั้ย เดี๋ยวผมซื้อมาฝาก ผมจะซื้อข้าวมาฝากน้องห้องข้างล่างด้วย ลุงยาม : ห๊ะ! อะไรนะ ห้องไหน? คุณแรก : ห้องข้างล่างผมอะ ห้องตรงกันเลย ลุงยาม : เฮ้ย ไปกินข้าวก่อน ค่อยว่ากัน หลังจากนั้นตนก็ได้ไปกินข้าว เเล้วก็ซื้อกลับมาฝากลุงยามกับน้องห้องข้างล่าง เมื่อมาถึงที่พักลุงยามก็ได้บอกกับตนว่า ลุงยาม : ไม่ต้องขึ้นไปหรอก คุณแรก : ทำไมครับลุง ลุงยาม : ไม่มีใครอยู่หรอกชั้นนั้นน่ะ เหลือไม่กี่ห้อง ตนก็เกิดความสงสัยว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้น ทั้ง ๆ คุยกับน้องคนนั้นทุกวัน ได้เเต่คิดว่าลุงกั๊กผู้หญิงคนนี้ไว้หรือเปล่า ตนไม่เชื่อคำที่ลุงพูดจึงขึ้นไปหาห้องน้อง เมื่อขึ้นไปแล้วก็เห็นว่าทั้งชั้นนั้นมีคนพักอยู่เเค่ 2 ห้อง ห้องที่เหลือแปะป้ายว่างไว้ทั้งหมด คุณแรกเดินไล่หาห้องของน้องคนนั้นปรากฏว่าก็มีแปะป้ายว่างอยู่ที่ประตูจริง ๆ ! คุณแรกได้แต่อึ้งเเล้วก็ได้เคาะประตูเเล้วพูดว่า “พี่ซื้อของมาฝากนะ” จากนั้นก็ห้อยของที่ซื้อมาที่ประตู แล้วก็ได้เดินลงมาหาลุงยามอีกครั้ง แล้วก็ถามลุงว่า คุณแรก : ลุง มันเกิดอะไรขึ้นอ่ะ ลุงยาม : อยากรู้ใช่มั้ย เเล้วลุงก็ได้ยื่นหนังสือพิมพ์ให้คุณแรกอ่านจนทราบความจริงว่า เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ก่อนที่คุณแรกจะเข้ามาพักที่นี่ มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ซึ่งน้องผู้หญิงที่ตนคุยด้วยทุกวันนั้นเป็นเมียน้อยทหาร เปิดห้องเลี้ยงผู้หญิงคนนี้ไว้ เเล้วเกิดอาการหึงหวงจึงทำให้เกิดการทะเลาะกัน ถึงขนาดที่เอาหมอนกดหัวเเล้วเอาปืนจ่อแล้วยิงที่หัว! เสียงดังสะนั่นจนคนทั้งชั้นออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เเล้วคนในชั้นก็เห็นทหารคนนี้แบกร่างผู้หญิง เลือดหยดลงตามทางเดิน ไปเปิดประตูทางหนีไฟ แบกศพขึ้นรถจิ๊บเเล้วก็ขับรถออกไป สุดท้ายทหารคนนั้นเลือกจะจบที่ชีวิตตามผู้หญิงด้วยการยิงตัวเองตายข้างทาง และนี่ก็คือเรื่องที่เกิดขึ้นนั่นเอง..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเรื่องเต็ม ๆ ได้ที่

เพื่อนรัก…ผู้ทำเสน่ห์ใส่สามีตัวเอง | อังคารคลุมโปง X มิ้น แม่แฟน [ 15 ก.ค.2568 ]

26 ก.ค. 2025

เพื่อนรัก…ผู้ทำเสน่ห์ใส่สามีตัวเอง | อังคารคลุมโปง X มิ้น แม่แฟน [ 15 ก.ค.2568 ]

เรื่องเล่าสุดหลอนจาก ‘คุณมิ้น แม่แฟน’ ที่มาเล่าเรื่องจากสองเพื่อนสนิทที่รักผู้ชายคนเดียวกัน แต่แล้วเพื่อนอีกคนได้หลีกทาง ยอมให้เพื่อนอีกคนได้มีความสุขกับผู้ชายคนนั้น จนกระทั่งผู้ชายคนนั้นป่วยเป็นอัมพฤกษ์! เรื่องราวของสองเพื่อนสนิทจะเป็นอย่างไร? อะไรที่ทำให้ผู้ชายคนนี้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์? และความสัมพันธ์ของทั้งสามคนจะเป็นอย่างไร? ติดตามบทสรุปของเรื่อง ‘เพื่อนรัก...ผู้ทำเสน่ห์ใส่สามีตัวเอง’ ในรายการ ‘อังคารคลุมโปง X’ (15 กรกฎาคม 2568) ไปพร้อมกับ ‘ดีเจเชาเชา’ และ ‘ดีเจโซเซฟ’ แล้วคุณอาจะพบว่า การทำเสน่ห์ไม่ได้มีแต่เรื่องดีเสมอไป! ‘คุณมิ้น’ ได้เล่าว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของแฟนคลับที่ชื่อว่า ‘พี่ฟ้า’ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเพื่อนสนิทที่ชื่อ ‘คุณจอย’ ซึ่งทั้งคุณฟ้าและคุณจอยเป็นเพื่อนสนิทสมัยเรียน เมื่อเรียนจบก็มาทำงานที่เดียวกัน แต่คนละแผนก มีหัวหน้าคนเดียวกันชื่อ ‘พี่ทอม’ เป็นหัวหน้าที่ทั้งหนุ่มและหน้าตาดี ขณะเดียวกัน ทั้งคุณฟ้าและคุณจอยก็ยังโสด คนในองค์กรต่างรู้กันมาว่าพี่ทอมน่าจะเคยแต่งงานแล้ว แต่ได้หย่าร้างกันไป สถานะตอนนี้จึงโสด นั่นทำให้สองเพื่อนสนิทอย่างจอยและฟ้าต่างชื่นชอบ ฟ้านั้นรู้สึกว่าพี่ทอมชอบตน แต่ด้วยความรักเพื่อน จึงถอยออกมาและเปิดทางให้จอยแทน ส่วนทางด้านจอยก็พยายามทำทุกอย่างให้ได้เลื่อนตำแหน่งเพื่อที่จะได้เข้าใกล้พี่ทอมมากขึ้น โดยจอยได้พูดกับฟ้าอยู่เสมอว่า “ถ้าครั้งหนึ่งในชีวิตจะแต่งงาน หรือจะมีแฟน ก็ต้องเป็นพี่ทอม” ท้ายที่สุด จอยก็ทำสำเร็จและได้คบกับพี่ทอม จนหลายคนในออฟฟิศต่างฮือฮาและชื่นชมว่าเป็นคู่ที่เหมาะสม ชีวิตดูดี ลงตัวไปเสียหมด เวลาผ่านไปจนคบกันได้ 2 ปี พี่ทอมก็ขอจอยแต่งงาน ฟ้าและจอยยังคงเป็นเพื่อนสนิทกันเหมือนเดิม ส่วนทางฟ้าเองก็มีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน จนเริ่มอยากมีบ้าน และเห็นว่าพี่ทอมกับจอยซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เป็นบ้านมือสองแบบรีโนเวท ทางฟ้าเองก็มองว่าบ้านสวยดี จึงตัดสินใจไปซื้อบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน อยู่ห่างกันประมาณ 2 หลัง ฟ้าบอกว่าสาเหตุที่ตัดสินใจแบบนี้ก็เพราะมองว่า ถ้าวันหนึ่งไม่ได้มีครอบครัวหรือไม่ได้มีลูกก็จะอยู่กับเพื่อน ทางด้านพี่ทอมเองก็ดีกับฟ้าด้วย ถือว่าเป็นแฟนเพื่อนที่ดี เวลาผ่านไปทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ เข้าปีที่ 3 หลังแต่งงาน เกิดเหตุไม่คาดฝัน พี่ทอมเส้นเลือดในสมองแตก กลายเป็นอัมพฤกษ์ถึงขั้นพูดไม่ได้ ทำให้ชีวิตจอยเปลี่ยน ซึ่งในช่วงแรกจอยยังคงทำงานอยู่ จึงใช้วิธีให้ญาติมาช่วยดูแลแทน พี่ทอมเองที่เป็นหัวหน้าในบริษัท ก็ได้รับเงินมาก้อนหนึ่งให้ออกมารักษาตัว และต้องออกจากงานเพราะไม่สามารถทำงานได้ ทางด้านฟ้าเองก็อาสาเข้าไปช่วยดูแล สถานการณ์ยังคงย่ำแย่ จอยที่ทั้งทำงานและดูแลพี่ทอมไปด้วยไม่ไหว จึงคิดจะลาออก ฟ้าก็คอยปลอบใจเพื่อน และแนะนำให้ออกมาทำอาชีพอื่นแทน อย่างการขายของออนไลน์ หากถ้ามีอะไรขาดเหลือ ฟ้าจะช่วย เพราะฟ้าไม่ได้มีภาระอะไรมากมาย อีกทั้งอาการพี่ทอมก็ไม่สู้ดี เวลาผ่านไป อาการพี่ทอมทรุดหนักมากขึ้น ต้องรับยาที่โรงพยาบาลถี่ขึ้น แต่การรับยานี้พี่ทอมไม่จำเป็นต้องไป ให้ญาติไปรับแทนได้ กระทั่งมีอยู่วันหนึ่ง จอยต้องออกไปรับยาที่โรงพยาบาลตั้งแต่ตี 5 เพื่อต่อคิว จะกลับมาก็เป็นเวลาเที่ยง จึงขอให้ฟ้ามาช่วยเฝ้าพี่ทอมแทน ฟ้าที่ไม่ติดอะไรและพร้อมช่วยเพื่อนเสมอก็ตอบตกลง จอยจึงลิสต์สิ่งที่ต้องทำไว้ให้ เมื่อวันนั้นมาถึง ฟ้าก็ไปที่บ้าน ไขกุญแจเข้าไปตามที่จอยบอก เมื่อเดินเข้าไปชั้นหนึ่ง ก็จะพบพี่ทอมนอนอยู่กลางบ้าน ปลายเท้ามีทีวี ลักษณะเป็นห้องนั่งเล่น ในตอนนั้นพี่ทอมยังไม่ตื่น ฟ้าจึงเล่นโทรศัพท์ไปเรื่อยเปื่อย ไม่นานฟ้าก็เริ่มหิว จึงคิดว่าจะเดินออกไปตลาดที่หน้าหมู่บ้าน แต่ทว่าการเดินไป-กลับต้องใช้เวลามาก ทำให้กังวลกลัวว่าพี่ทอมตื่นมาจะไม่เจอใคร จึงเปลี่ยนใจเดินไปที่ครัวเพื่อดูว่าพอจะมีอะไรกินได้บ้าง โชคดีที่ยังมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเหลืออยู่บ้าง ฟ้าจึงจัดแจงต้มบะหมี่ หลังจากต้มเสร็จก็เดินออกมากินตรงโซฟาที่ห้องนั่งเล่น เพื่อที่จะนั่งเฝ้าพี่ทอม ขณะที่กำลังถือชามบะหมี่ออกมา ช่วงฟ้าเริ่มสว่าง เวลา 7 โมงเช้าแล้ว แต่ฟ้ากลับเห็นผู้หญิงคนหนึ่งคล้ายเงาดำยืนอยู่ข้างหัวเตียงพี่ทอม ทว่าเงานั้นไม่ได้มองมาที่ฟ้า กลับมองไปที่พี่ทอม ในใจฟ้ารู้แล้วว่าตอนนั้นเจอเข้ากับอะไร แต่ก็ไม่กล้าส่งเสียงออกไป ทำได้เพียงมองค้างไว้ทั้งอย่างนั้น พลางคิดในใจว่า ‘อย่าหลอกฉันนะ’ ขณะนั้นเอง ราวกับเงาดำสัมผัสได้ถึงเสียงใจฟ้า เพราะเงาดำได้หันมามองที่ฟ้า ฟ้ารีบหลับตาเพราะไม่อยากเห็น ทั้งยังพูดพึมพำไปด้วยว่า “อย่าหลอกฉันนะ” ฟ้าคิดว่าในใจว่านี่อาจเป็นเจ้าที่หรือผีบ้านผีเรือน ขณะที่หลับตาอยู่นั้น ชามบะหมี่ก็หลุดจากมือ และมวลรู้สึกที่ถูกกดดันก็ค่อย ๆ จางหายไป จากนั้นฟ้าก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา เงาดำนั้นหายไปแล้ว กลายเป็นพี่ทอมที่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงชามบะหมี่ตกพื้นเสียงดัง พี่ทอมทำหน้าเหมือนอยากจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น ฟ้าจึงตอบไปว่า “ไม่มีอะไรพี่ น้ำร้อนมันลวกมือ” แล้วฟ้าก็เริ่มจัดการเก็บเศษชามและบะหมี่ที่หกเกลื่อนกลาดให้เรียบร้อย หลังจากเจอเรื่องที่ไม่คาดคิดเช่นนี้ ฟ้าก็เปิดไฟให้ทั่วบ้าน และโทรศัพท์หาแม่ของตน เพื่อเล่าเรื่องที่เจอให้ฟัง เมื่อฟังจบ แม่ฟ้าก็ได้ตอบกลับมาว่า “เป็นเจ้าที่ เจ้าทาง ผีบ้าน ผีเรือน หรือเปล่า แต่แบบนี้ไม่ดีนะ ถ้าเกิดมีคนป่วยอยู่ในบ้านแล้วเห็นวิญญาณแบบนี้ มันยิ่งเป็นพลังลบ ยิ่งทำให้คนป่วยอาการไม่ดี ให้จอยมันทำบุญบ้านบ้างสิ” ฟ้าจึงคิดว่าก็ดีเหมือนกัน และคิดว่าจะชวนจอยทำบุญบ้าน แต่ไม่คิดจะเล่าเรื่องที่ตนเจอให้จอยฟัง เพราะกลัวเพื่อนจะกลัวไปด้วย หลังจากนั้นช่วงประมาณเที่ยงกว่า จอยได้กลับมาถึงบ้าน ฟ้าจึงได้เอ่ยชวนก่อนว่า “จอย พวกเราไม่ได้ทำบุญบ้านกันมานานแล้วเนอะ พี่ทอมเขาก็ป่วยคงไปวัดไปวาไม่ได้ เราทำบุญบ้านกันดีไหม มันจะได้มีสิ่งดี ๆ เข้ามา เขาจะได้ฟังพระสวดบ้าง เสริมสิริมงคลกันนิดนึง” ทว่าจอยกลับตอบฟ้าไปว่า “ไม่ทำอะ” ตอนนั้นใจฟ้าเองเพียงคิดว่าเพื่อนอาจจะติดขัดเรื่องเงิน เพราะเพื่อนก็ไม่ได้ทำงาน เงินที่ใช้รักษาพี่ทอมเป็นเงินก้อนที่ใช้แล้วก็หมดไป อาจจะกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ฟ้าจึงได้เสนอไปว่า “เอ้ย เดี๋ยวจะออกให้ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินนะ” ทว่าจอยดันโกรธขึ้นมา และหันกลับไปพูดใส่ฟ้าว่า “มึงไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องครอบครัวกูได้ปะ” สิ้นประโยคนี้ ทำให้ฟ้าปรี๊ดขึ้นมาทันที เพราะตั้งแต่คบกันมาไม่เคยมาพูดต่อว่าอะไรกันแบบนี้ และได้พูดกลับไปว่า “อ้าว อะไรอะ แค่ชวนทำบุญบ้าน ทำไมต้องพูดจาแบบนี้ใส่” จอยก็ตอบกลับมาอีกว่า “ก็ไม่ทำอะ พูดไปแล้วไงว่าไม่ทำ จะเซ้าซี้ทำไม” ฟ้าที่โกรธเต็มที่จึงพูดว่า “เอาตรง ๆ นะ กูอะ เห็นผียืนอยู่ข้างผัวมึงก็เลยชวนทำบุญ” ฟ้าก็ได้เล่าถึงลักษณะของผีที่เห็นว่าเป็นอย่างไรให้จอยฟัง พอพูดเสร็จจอยก็นิ่ง และหันไปมองที่พี่ทอมที่มองทั้งคู่ทะเลาะกันมาตลอด ฟ้าจึงพูดต่อว่า “กูเป็นห่วง แต่ก็ไม่อยากพูด กลัวมึงกลัว ทำไมต้องมาว่ากันขนาดนี้ด้วย” สิ้นเสียงของฟ้า จอยก็ดึงมือฟ้าขึ้นไปที่ชั้น 2 และจอยก็เริ่มร้องไห้ ฟ้าตกใจจึงถามกลับไปว่าเป็นอะไร จอยจึงเริ่มเปิดปากเล่าว่า.. “มึงจำได้ไหม ตอนที่กูชอบพี่ทอมมาก ๆ กูทักหาไลน์หาเขาอยู่ตลอด แต่พี่ทอมไม่ได้สนใจเลย คุยด้วยน้อยมาก และรักษาระยะห่างทุกอย่าง กูเลยไปปรึกษาหมอคนหนึ่งที่เจอในออนไลน์ เกี่ยวกับเรื่องของการทำเสน่ห์ กูถามหมอแล้วนะว่าถ้าทำแล้วจะมีผลกับพี่ทอมมั้ย เขาบอกกูว่าไม่มี เป็นแค่การทำเสน่ห์ให้เขารู้สึกเมตตา มหานิยมเรา เดี๋ยวพอเขารักเขาชอบแล้วก็เลิกทำได้” ฟ้าฟังเพื่อนสนิทอย่างตั้งใจ และจอยได้เล่าต่อว่า จอยได้ตัดสินใจทำเสน่ห์ใส่พี่ทอม ตั้งใจเอาไว้ว่าจะทำไปจนถึงได้พี่ทอมเป็นแฟน จากนั้นจึงค่อยเลิก แต่พอได้เป็นแฟนกันแล้ว จอยก็อยากแต่งงานกับคนนี้ จึงไม่ได้เลิกทำเสน่ห์ และตั้งเป้าใหม่ว่า จะทำไปจนกว่าจะแต่งงานแล้วค่อยเลิกทำ สุดท้ายก็ได้แต่งงานกัน และจอยก็เลิกทำเสน่ห์ตามสัญญา ทว่าหลังจากที่เลิกทำเสน่ห์ไปได้ไม่กี่เดือน คุณทอมก็ได้เส้นเลือดในสมองแตก ทำให้จอยได้กลับไปปรึกษากับหมอคนนี้อีกครั้งว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับที่เลิกทำเสน่ห์หรือไม่ หมอตอบว่า “เกี่ยว” จอยสับสนและถามต่อไปว่า “อ้าว ไหนตอนนั้นบอกว่าทำแล้วไม่มีผล” แต่หมอก็ตอบกลับมาอีกว่า “ตอนนั้นที่ตกลงกันไว้คือแค่ให้ชอบไม่ใช่หรอ อันนี้คือคุณเลยมาเอง บางอย่างหรือวิญญาณที่มันอยู่ในของ ถ้าวันนึงเราไม่เลี้ยงเขาแล้ว เขาก็จะต้องหากินของเขาเอง ซึ่งสิ่งที่เขาจะกินอันดับแรกคือเป้าหมายที่เคยมีคนสั่งให้เขาทำ และนั่นคือตัวของทอม” พอฟ้าได้ฟังมาถึงจุดนี้ ก็รู้สึกว่าเพื่อนอาจจะพลาดพลั้งไป จึงให้โอกาสเพื่อนและบอกกับจอยไปว่า “ไม่เป็นไรดิ งั้นเดี๋ยวเราไปลองไหม ไปหาคนที่เขาเก่ง ๆ มาปลดปล่อยวิญญาณนี้ไป มันน่าจะทำได้ดิ” จอยให้เหตุผลกลับมาว่า “ไม่ได้มึง เพราะหมอคนที่เขาทำให้เขาบอกว่า ถ้ากูแก้เมื่อไหร่ของจะเข้าตัวกู” ฟ้ารีบบอกเพื่อนไปว่า “แล้วยังไงอะ ถ้าเข้าตัวมึง มึงก็แก้อีกทีไง” แต่จอยก็บอกด้วยเสียงเหนื่อยใจว่า “มึง ถ้าพี่ทอมหายมา เขาก็ไม่เหมือนเดิมแล้วนะ อาจจะเดินหรือทำงานเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว” คำพูดที่จอยพูดกับฟ้า ทำให้ฟ้ารู้สึกว่าจอยเห็นแก่ชีวิตตัวเองอย่างเดียว ตนนั้นรับไม่ได้ จึงทำได้แค่บอกไปว่า “โอเค” จากนั้นฟ้าก็เดินออกมาจากบ้านนั้นทันที แต่ในระหว่างที่เดินออกไป ฟ้าก็ได้เดินผ่านพี่ทอม และรู้สึกสงสารพี่ทอมจับใจ เพราะครั้งหนึ่ง ฟ้าก็เคยชอบผู้ชายคนนี้เหมือนกัน ขณะที่ฟ้าเดินออกจากบ้าน ก็ยังคงได้ยินเสียงเรียกจากเพื่อนสนิทดังมาจากข้างหลัง แต่ฟ้าก็เลือกที่จะไม่สนใจ เวลาผ่านไป จอยก็พยายามส่งข้อความมาหา เล่าว่ามีเหตุผลอะไรที่ทำให้ต้องทำ ฟ้าทำได้เพียงแค่อ่าน แต่ไม่ตอบอะไรกลับไป ไม่นาน ฟ้าก็เลี่ยงที่จะเจอจอย โดยการลาออกจากที่ทำงาน แม้กระทั่งขับรถผ่านบ้านก็ไม่หันไปมอง ไม่นาน ฟ้าก็ทราบข่าวว่าพี่ทอมเสียชีวิตแล้ว และก็เห็นว่าที่หน้าบ้านของจอยมีประกาศขาย แต่ไม่สามารถรู้ได้ว่าชีวิตหลังจากนี้ของจอยจะเป็นอย่างไร แต่ตัวของฟ้าเองก็ได้มาเสียเพื่อนเพราะเรื่องนี้..(เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)รับฟังเต็ม ๆ ได้ที่

album
efm
-

-