ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

Travel & Hotel

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

14 ก.ค. 2025

ถนนทรงวาด สถานที่เที่ยวมาแรงอันดับ 1 ในกรุงเทพที่พลาดไม่ได้

     เที่ยวทรงวาด ถนนย่านชุมชนสุดฮิตใกล้เยาวราช กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านขนม ขนมเก่าแก่ ร้านขายของฝาก และมุมถ่ายรูปสุดชิคสุดถนน

ภาพจาก

     ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการท่องเที่ยวของผู้คนสมัยนี้ มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ บางครั้งก็สนใจเทรนด์ใหม่ ๆ กันอย่างเนืองแน่น แต่ในขณะเดียวกันเทรนด์เก่า ๆ ที่เคยได้รับความนิยมในอดีต ก็กลับมาเป็นกระแสใหม่ได้อยู่เรื่อย ๆ สังเกตได้จากทั้งแฟชั่น การกิน การเที่ยว ยกตัวอย่างถนนทรงวาดที่กำลังได้รับความนิยมมากในยุคนี้ เหล่าวัยรุ่นยุคใหม่ได้ทำการแห่กันไปตามร้านอาหาร ถ่ายรูป เดินเที่ยวกันอย่างหนาแน่น ถือเป็นย่านเก่าแก่ใจกลางกรุงเทพฯที่กำลังกลายเป็น แลนด์มาร์กใหม่ของนักเที่ยวสายอาร์ตและสายกล้อง ที่ต้องมาเช็กอินให้ได้สักครั้ง ด้วยความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมยุคเก่า ความคึกคักของชุมชนจีน-ไทย และการฟื้นฟูพื้นที่ด้วยคาเฟ่สุดชิค ร้านค้าสร้างสรรค์ และกิจกรรมศิลปะร่วมสมัย วันนี้ Chill on กินเที่ยว จะมาแนะนำมุมถ่ายรูป คาเฟ่ และสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับถนนทรงวาด
 

"ถนนทรงวาด" ชุมชนไทยที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ใกล้เยาวราชและตลาดน้อย

     ถนนทรงวาด ตั้งอยู่บริเวณฝั่งพระนคร ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมต่อระหว่างถนนเยาวราชกับถนนเจริญกรุง โดยหากนั่ง MRT มาลงสถานีวัดมังกรแล้วเดินเข้ามาไม่ถึง 10 นาที คุณจะพบกับถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ตั้งแต่ตึกแถวสไตล์ชิโนโปรตุกีส หัวมุมซอยที่ยังคงความดิบของเมืองเก่า ไปจนถึงร้านค้าเก่าแก่ที่ดำเนินกิจการมาหลายรุ่น นอกจากนี้ ถนนเส้นนี้ยังมีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ เพราะในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าริมน้ำที่มีความคึกคักไม่แพ้ท่าเรือคลองเตย เรียกได้ว่าเป็น "ย่านธุรกิจริมเจ้าพระยา" ที่มีบทบาทอย่างมากในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น และแม้เวลาจะเปลี่ยน แต่เสน่ห์ของถนนทรงวาดยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

ภาพจาก

แนะนำจุดถ่ายรูปน่าสนใจในถนนทรงวาด

     ถ้าใครกำลังมองหามุมถ่ายรูปใหม่ ๆ ที่ให้ความรู้สึก เท่ คลาสสิก และมีสไตล์ บอกเลยว่าคุณมาถูกที่แล้ว เพราะการถ่ายรูปทรงวาด เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตที่หลายคนติดใจ ด้วยมุมต่าง ๆ ที่จัดจ้านในแบบสตรีทและวินเทจผสมกันอย่างลงตัว ความจริงแล้วถนนทรงวาดเป็นถนนที่ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหน ก็สามารถถ่ายรูปให้ออกมาดูเก๋ได้ ด้วยกลิ่นอายชุมชนเก่าที่มีอารยธรรมต่าง ๆ มากอย่างยาวนาน ส่งผลให้ทั้งโซนถนนทรงวาดมีสไตล์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร แต่สำหรับใครที่อยากได้ไอเดียในการถ่ายรูป ให้ทุกคนรู้ว่านี่คือถนนทรงวาดแบบตะโกนน เราก็มีมาแนะนำเหมือนกัน

  • ป้าย I wanna bangkok - จุดเช็กอินสุดจึ้ง ไม่ว่าใครก็ต้องหยุดถ่ายรูปกับป้ายตรงทางม้าลายจุดนี้
  •  ซุ้มประตูเก่าและซอยแคบสไตล์ฮ่องกง - ได้ฟีลเหมือนเดินอยู่ในภาพยนตร์เก่า โทนสีซีเปียและเงาตึกเรียงรายเหมาะกับการถ่ายพอร์เทรต
  • ตึกแถวโบราณพร้อมป้ายจีน - ป้ายภาษาจีนแดงสดที่ตัดกับตึกสีซีดให้อารมณ์วินเทจสุด ๆ
  • กำแพงกราฟฟิตี้และศิลปะริมถนน - งานอาร์ตจากศิลปินท้องถิ่นและนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ ถูกผสมผสานเข้ากับกำแพงเก่าได้อย่างน่าสนใจ
  • ริมแม่น้ำเจ้าพระยา - ท่าเรือเก่า ๆ ที่มีแสงอาทิตย์ยามเย็นตกกระทบกับน้ำ สร้างภาพที่สวยงามและมีเรื่องราว
  • ร้าน Oyster & Things - ร้านขายของฝากสุดชิคสไตล์วินเทจ ที่เพิ่งมาเปิดสาขาใหม่ที่ถนนทรงวาด
ภาพจาก

แนะนำคาเฟ่ทรงวาด เยาวราช และตลาดน้อย

     อีกสิ่งที่ทำให้ถนนสายนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวฮิตในชั่วข้ามคืนก็คือ การเกิดขึ้นของคาเฟ่ทรงวาดที่ทั้งรสชาติดี บรรยากาศเก๋ และคอนเซ็ปต์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการรีโนเวตตึกเก่าให้กลายเป็นคาเฟ่ หรือการผสมผสานระหว่างกลิ่นอายวินเทจกับความมินิมอลสมัยใหม่ แน่นอนว่าถนนทรงวาด ตลาดน้อย และเยาวราช เป็นถนนที่อยู่ในย่านเดียวกัน คาเฟ่ที่จะแนะนำต่อไปนี้จึงอยู่ทั้งในแถบ 3 สถานที่นี้

  • Mother Roaster - คาเฟ่ชื่อดังจากตลาดน้อยที่มาเปิดสาขาใหม่ในทรงวาด ตัวร้านเป็นตึกเก่า 3 ชั้น เสิร์ฟกาแฟดริปแบบคลาสสิก รสเข้มข้น และมีเบเกอรี่อบสดใหม่
  •  Woodbrook Bangkok - คาเฟ่ริมแม่น้ำที่มองเห็นวิวเจ้าพระยาและสะพานพุทธ ตัวร้านตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และกระจก ให้แสงธรรมชาติเข้ามาเต็มที่
  • Hong Sieng Kong - คาเฟ่-แกลเลอรีสุดเก๋ในบ้านจีนโบราณที่เปิดให้เข้าชมและถ่ายรูปได้ เสิร์ฟกาแฟพรีเมียมและเมนูขนมไทยฟิวชัน
  • Local Boys Coffee - คาเฟ่สไตล์วินเทจ โทนของร้านเป็นสีส้ม-ดำ เหมาะกับคนที่ชื่นชอบบรรยากาศหม่น ๆ กลิ่นอายเก่าเล็กน้อย
  • เอฟ วี - คาเฟ่ที่เอาบ้านเก่ามารีโนเวททำใหม่เป็นคาเฟ่ มาพร้อมกับเมนูขนมไทยโบราณ ใครที่เบื่อเมนูขนมคาเฟ่แบบเดิม ๆ แนะนำร้านนี้เลย
  • Bad Poutine - คาเฟ่ที่มีการตกแต่งหน้าร้านสุดเก๋ มีอาหารแคนาดารสชาติดี เลือกท็อปปิ้งได้
     

ร้านอื่น ๆ  ที่น่าสนใจในถนนทรงวาด

  • SongViet at SongWat - ร้านอาหาร street food สัญชาติเวียดนาม รสชาติดี พอร์ชันไม่ใหญ่มาก สามารถสั่งมาทานร่วมกันเพื่อน ๆ ได้
  • กู่หลงเปา - ร้านซาลาเปาโบราณ ที่มีทั้งซาลาเปาแบบนึ่ง แบบอบ ขนมจีบ และชาไทยรสชาติเข้มข้น จะซื้อกลับบ้านหรือนั่งกินหน้าร้านก็ได
  • อี-กา - ร้านอาหารไทย ที่มีจำหน่ายทั้งอาหารคาวหวาน หรือจะแวะมาดื่มเครื่องดื่มให้สดชื่น ก่อนไปตะลุยถนนทรงวาดกันต่อ
  • โรงกลั่นเนื้อ - ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และเนื้อตุ๋น น้ำซุปมีส่วนผสมของสมุนไพรต่าง ๆ ส่งกลิ่นหอมยาจีน
     
ภาพจาก

ข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนไปถนนทรงวาด

  • อากาศประเทศค่อนข้างร้อน หากเลือกเดินช่วงบ่าย ควรพกพัดลมพกพา ผ้าเย็น หรือไอเท็มที่ช่วยบรรเทาอากาศร้อน เนื่องจากทั้งสองข้างทางไม่ได้มีที่หลบแดดให้หลบมากนัก
  • ร้านอาหารที่ถนนทรงวาดอัดแน่นเต็มสองข้างทาง ตั้งแต่ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม ควรเตรียมท้องให้พร้อมทานของอร่อย แบ่งท้องให้พอสำหรับการทานอาหารหลาย ๆ ร้าน
  • วันเสาร์-อาทิตย์ เป็นวันหยุดที่คนค่อนข้างเยอะ ควรเตรียมแผนในการเดินเที่ยวให้พร้อมว่าต้องไปร้านไหนบ้าง จะได้ไม่เสียเวลาในการหาและต่อแถว
  • หลีกเลี่ยงการไปเที่ยงทรงวาดช่วงหน้าฝน เนื่องจากเป็นสถานที่เที่ยวที่ต้องเดินทางและเป็นถนนกลางแจ้ง การเลือกเที่ยวในหน้าฝนจึงอาจไม่เหมาะนัก
  • สายถ่ายรูป ควรฟิตติ้งชุดให้พร้อมกับมุมที่ต้องการถ่าย มุมถ่ายรูปฮิต ๆ อาจต้องอาศัยจังหวะเวลาในการเข้าไป เนื่องจากมีคนหนาแน่นอยู่ตลอดเวลา
  • หลีกเลี่ยงการเข้าไปถ่ายรูปในพื้นที่ส่วนบุคคล เนื่องจากถนนทรงวาดเป็นชุมชนเก่า มีผู้พักอาศัยมากมาย อีกทั้งร้านค้าหลายร้านก็เป็นที่พักอาศัยเช่นกัน
ภาพจาก

สรุป

     ถนนทรงวาดไม่ใช่แค่ถนนสายเล็ก ๆ ในเมืองเก่า แต่เป็นโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของอดีตที่ยังมีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายกล้อง สายคาเฟ่ สายอาร์ต หรือแค่คนที่ชอบเดินดูเมืองแบบไม่เร่งรีบ เที่ยวทรงวาด จะให้ประสบการณ์ที่คุ้มค่าในทุกก้าวเดิน อย่าลืมเตรียมกล้องให้พร้อม แบตให้เต็ม แล้วออกเดินไปกับความเก่าแบบเก๋ ๆ บนเส้นทางที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรม และอย่าลืมแวะจิบกาแฟที่คาเฟ่ทรงวาดสักแห่ง แล้วเก็บภาพความทรงจำดี ๆ ผ่านเลนส์ในแบบของคุณเอง สำหรับใครที่รอติดตามบทความดี ๆ อย่าลืมมาดูได้ที่ Chill on กินเที่ยว

อ่านบทความทรงวาดเพิ่มเติมได้ที่ : Atime.live

related Travel & Hotel

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

26 มี.ค. 2026

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5–8)ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569และนี่คืออีเวนต์ที่คนรักการอ่านห้ามพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยาย สายสอบ หรือสายสะสมหนังสือหายาก ภายในงานนี้มีให้เลือกแบบจุใจ ตั้งแต่หนังสือดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์วายยอดฮิต หนังสือเก่าหายากที่นักอ่านตามหา ไปจนถึงหนังสือเตรียมสอบยอดนิยม รวมถึงหนังสือแปลจากต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ที่คัดมาแล้วว่าอ่านสนุกและน่าสนใจ สายการ์ตูนและนิยายวัยใสก็ห้ามพลาด เพราะมีทั้งการ์ตูนในตำนานอย่าง “ขำหัวเราะ” และ “ครอบครัวตึ๋งหนืด” รวมถึงนิยายรักใส ๆ จากแจ่มใส ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าเดินงานเดียว ได้ย้อนวัยและเติมคลังหนังสือแบบเต็มอิ่ม ภายในงานมีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง และสำหรับใครที่อยากวางแผนการเดิน สามารถซื้อแผนที่บูสภายในงานได้ในราคาเพียง 5 บาท ช่วยให้ช้อปได้ครบทุกโซนแบบไม่พลาดร้านเด็ด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือซุ้มถ่ายรูปและจุดเช็คอินภายในงาน ที่จัดไว้หลากหลายมุม เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะสายรีวิว สาย Vlog หรือสายถ่ายรูปลงโซเชียล ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศงานไปแชร์ได้แบบจัดเต็ม ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นโปรโมชั่นจัดหนัก ทั้งส่วนลดพิเศษ และการขายแบบบุฟเฟ่หนังสือ ที่บอกเลยว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม เหมาะกับสาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” แบบสุด ๆ และแน่นอนว่าของดีมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าอาจพลาดเล่มที่อยากได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงนี้ หรือยังไม่รู้จะไปไหนดี ลองแวะมางานนี้ได้เลย เพราะงานจัดยาวหลายวัน เดินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ จะมาเดินชิล ๆ หรือมาจัดหนักกวาดหนังสือกลับบ้านก็ฟินได้เหมือนกัน ถ้าคุณกำลังมองหางานหนังสือ 2569 ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และรวมหนังสือทุกแนวไว้ในที่เดียว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 คือคำตอบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปช้อปให้จุใจกันได้เลยสถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5-8)วันที่: 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569เวลา: 10:00 – 21:00 น.

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

19 ก.ค. 2025

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

“บ๊อคบ๊อค~ เสียงใครน้า?” อ๋อ! เสียงเจ้าตัวเล็กสี่ขานี่เอง! ถ้าใครกำลังมองหาคาเฟ่น้องหมาน่ารักๆ แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้ไป Corgi in the Garden คาเฟ่คอร์กี้สุดคิวท์ที่สายหมาต้องร้องกรี๊ด! เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังมอบความสุขจนใจฟู ใครได้มาแล้วระวังจะติดใจกลับบ้านไม่ถูกน้า~รอบเข้า การจอง บอกก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นรอบๆ นะจ๊ะ แนะนำว่าให้ ทักไลน์ไปจองล่วงหน้า เลย จะได้ไม่พลาดรอบเด็ดๆ เพราะทางร้านจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ให้เราได้ฟินกับน้องๆ แบบเต็มอิ่ม ไม่แออัด ไม่แย่งกันถ่ายรูป! โดยแพ็คเกจมีให้เลือก 2 แบบ คือStandardค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว = 350.-ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น = 450.-Premiumค่าเข้า + ของที่ระลึกจากทางร้าน = 550.-หรือจัดเต็ม! ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น + ของที่ระลึก = 650.- บรรยากาศร้านอบอุ่น น่ารัก มีมุมถ่ายรูปเพียบ! ทั้งมุมชิคๆ คิ้วท์ๆ และมุมของที่ระลึกให้เลือกช้อปกลับบ้าน พอถึงเวลาเข้าเล่น พนักงานจะอธิบายกฎระเบียบ เช่น ใส่ถุงคลุมเท้า ก่อนเข้าโซนน้องหมา และบอกวิธีให้อาหาร (ถ้วยละ 100.-) เพื่อความปลอดภัยของเราและน้องๆ สายถ่ายรูปห้ามพลาด! เพราะพี่พนักงานใจดี๊ใจดี จะช่วยดึงความน่ารักของน้องๆ มาให้เราได้รูปสวยๆ ฟินๆ กลับบ้านแน่นอน ขนมและเครื่องดื่มที่นี่ไม่ใช่แค่พร็อพถ่ายรูปนะจ๊ะ แต่อร่อยจริง! หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน แนะนำให้วางกลางโต๊ะให้ดี เพราะถ้าเผลอวางไว้ใกล้ขอบโต๊ะ มีสิทธิ์โดนเจ้าตัวแสบแอบจกไปกินก่อน บอกเลยว่าเอ็นเนอจี้เต็มร้อยตอนขาไป แต่พอได้เล่นกับน้องๆ เท่านั้นแหละ…เอ็นเนอจี้หายหมด เหลือแค่ ใจที่ฟูฟ่องกลับบ้าน น้องๆน่ารักจนลืมเวลา ใครกำลังหาคาเฟ่ชิลๆ เติมพลังใจ แอดแนะนำสุดตัว Corgi in the Garden เลยจ้า แล้วเธอจะติดใจเหมือนแอด!ตั้งอยู่ใน: OURSที่อยู่: 240/1 ซอยเจริญนคร 10 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600โทร: 062-865-6156เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 น.เขียนและจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ สาริศา ปริมาณ

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

28 มี.ค. 2026

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569” หรือ Thailand Tourism Festival ครั้งที่ 44เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับประเทศที่รวบรวมเสน่ห์ของไทยทั้ง 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น หรือแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการจัดโซนแบบ immersive ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ “เดินทางจริง” ผ่านแต่ละภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ไฮไลต์โซนในงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 หนึ่งในจุดเด่นของงานคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนภาคเหนือ – เสน่ห์ล้านนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม โซนภาคเหนือถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ทั้งการตกแต่งไม้ งานคราฟต์ และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่กาดพื้นเมือง จำลองตลาดเหนืองานหัตถกรรม เช่น ผ้าทอ เครื่องเงิน งานไม้อาหารเหนือ เช่น ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโซนภาคอีสาน – สีสันความม่วนซื่นและอาหารรสจัดโซนอีสานโดดเด่นด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเอง พร้อมสีสันที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตกเวทีหมอลำและการแสดงพื้นบ้านสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานบรรยากาศงานวัดแบบอีสานโซนนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกปีโซนภาคกลาง – วัฒนธรรมผสมผสานความร่วมสมัยภาคกลางสะท้อนความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารไทยต้นตำรับและสตรีทฟู้ดงานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยโซนภาคตะวันออก – ไลฟ์สไตล์ทะเลและคาเฟ่โซนนี้เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารทะเลสดและเมนูร่วมสมัยคาเฟ่และมุมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชิลและการถ่ายภาพโซนภาคใต้ – เสน่ห์ทะเลและวัฒนธรรมเข้มข้นโซนภาคใต้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของทะเลและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารใต้ เช่น แกงเหลือง ข้าวยำ โรตีการแสดงวัฒนธรรมภาคใต้วิถีชีวิตชุมชนชายทะเลสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟต์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและอาหารรสเข้มข้นโซนกิจกรรมพิเศษ และไฮไลต์เพิ่มเติมในงานนอกจากโซนภูมิภาคแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจโซนอาหารรวมทั่วไทยรวมเมนูเด่นจากแต่ละภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้เข้าชมจำนวนมากโซนสินค้า OTOP และของดีท้องถิ่นรวบรวมสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม และของฝากจากทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานโซนถ่ายภาพและแลนด์มาร์กจำลองมีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและจัดมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียโซนเวทีการแสดงและกิจกรรมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมบนเวทีและนิทรรศการช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งวันโซนท่องเที่ยวแบบยั่งยืนส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการจัดจุดคัดแยกขยะและรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสรุปไฮไลต์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 เป็นงานที่รวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และกิจกรรมความบันเทิง งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สัมผัสวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสความหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วนข้อมูลงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศวันที่: 25 – 29 มีนาคม 2569เวลา: 10.00 – 21.00 น.สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Hall 1–4 ชั้น G)เข้าชมฟรีตลอดงาน

อัปเดตพิกัดจุดเช็คอิน พัทยา 2025!

06 พ.ค. 2025

อัปเดตพิกัดจุดเช็คอิน พัทยา 2025!

อัปเดตพิกัดจุดเช็คอิน พัทยา 2025!เที่ยวพัทยาให้ครบทุกฟีล ทั้งชิลล์ ถ่ายรูปสวย กินของอร่อย ดูแสงไฟกลางคืน แบบไม่ซ้ำใคร!1. PATTAYA CITY จุดแลนด์มาร์กถ้ามาพัทยาแล้วไม่ได้เซลฟี่กับป้าย “PATTAYA CITY” ถือว่ามาไม่ถึง! วิวทะเลด้านหลังสวยสะใจ ถ่ายมุมไหนก็ได้ฟีลเมืองชายฝั่งสุดชิค2. LIGHTHOUSE BAYคาเฟ่ริมทะเลฟีลซัมเมอร์ที่มีพร็อพสุดชิคอย่างเซิร์ฟบอร์ดและป้ายประภาคาร ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม พร้อมที่นั่งชิลล์ติดริมน้ำ เหมาะกับการจิบกาแฟเบา ๆ รับลมทะเลเวลา : เปิดทุกวัน 6:00–22:00 น.3. บัวทองบีชสายกินต้องห้ามพลาด! ร้านอาหารริมทะเลที่เสิร์ฟซีฟู้ดจานใหญ่สดใหม่แบบจัดเต็ม เมนูที่มาแล้วต้องลองคือ ปลากะพงทอดน้ำปลาเวลา : เปิดทุกวัน 10:00–22:00 น.4. SHALOBAคาเฟ่ที่มาในธีมแสงเงาและงานดีไซน์สุดคูล เหมาะกับสายถ่ายภาพและคอกาแฟแท้ มีเครื่องดื่มแนวซิกเนเจอร์หลากหลายแก้วที่ทั้งอร่อยและสวย พร้อมวิวทะเลที่สวยมากเวลา : เปิดทุกวัน 9:00–18:00 น.5. PATTAYA LIGHTING 2025จุดเช็คอินยามค่ำคืนสุดว้าว! งานไฟกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยแสง สี เสียง และอีเวนต์เพียบ เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และดื่มด่ำบรรยากาศสุดฟีลกลางคืนสรุปเลยว่า…พัทยาปี 2025 นี้คือไม่ธรรมดา! จะสายถ่ายรูป สายคาเฟ่ สายกิน หรือสายปาร์ตี้ ก็มีครบหมด ใครอยากเที่ยวแบบความสนุกครบได้ทุกแนว ต้องรีบจัดทริปแล้วล่ะ!ผู้เขียน: ปาณิศา บุญรอด