บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

Travel & Hotel

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

19 ก.ค. 2025

     “บ๊อคบ๊อค~ เสียงใครน้า?” อ๋อ! เสียงเจ้าตัวเล็กสี่ขานี่เอง! ถ้าใครกำลังมองหาคาเฟ่น้องหมาน่ารักๆ แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้ไป Corgi in the Garden คาเฟ่คอร์กี้สุดคิวท์ที่สายหมาต้องร้องกรี๊ด! เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังมอบความสุขจนใจฟู ใครได้มาแล้วระวังจะติดใจกลับบ้านไม่ถูกน้า~

รอบเข้า & การจอง

     บอกก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นรอบๆ นะจ๊ะ แนะนำว่าให้ ทักไลน์ไปจองล่วงหน้า เลย จะได้ไม่พลาดรอบเด็ดๆ เพราะทางร้านจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ให้เราได้ฟินกับน้องๆ แบบเต็มอิ่ม ไม่แออัด ไม่แย่งกันถ่ายรูป! โดยแพ็คเกจมีให้เลือก 2 แบบ คือ 

Standard

  • ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว = 350.-
  • ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น = 450.-

Premium

  • ค่าเข้า + ของที่ระลึกจากทางร้าน = 550.-
  • หรือจัดเต็ม! ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น + ของที่ระลึก = 650.-

     บรรยากาศร้านอบอุ่น น่ารัก มีมุมถ่ายรูปเพียบ! ทั้งมุมชิคๆ คิ้วท์ๆ และมุมของที่ระลึกให้เลือกช้อปกลับบ้าน พอถึงเวลาเข้าเล่น พนักงานจะอธิบายกฎระเบียบ เช่น ใส่ถุงคลุมเท้า ก่อนเข้าโซนน้องหมา และบอกวิธีให้อาหาร (ถ้วยละ 100.-) เพื่อความปลอดภัยของเราและน้องๆ

     สายถ่ายรูปห้ามพลาด! เพราะพี่พนักงานใจดี๊ใจดี จะช่วยดึงความน่ารักของน้องๆ มาให้เราได้รูปสวยๆ ฟินๆ กลับบ้านแน่นอน 

     ขนมและเครื่องดื่มที่นี่ไม่ใช่แค่พร็อพถ่ายรูปนะจ๊ะ แต่อร่อยจริง! หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน แนะนำให้วางกลางโต๊ะให้ดี เพราะถ้าเผลอวางไว้ใกล้ขอบโต๊ะ มีสิทธิ์โดนเจ้าตัวแสบแอบจกไปกินก่อน 

     บอกเลยว่าเอ็นเนอจี้เต็มร้อยตอนขาไป แต่พอได้เล่นกับน้องๆ เท่านั้นแหละ…เอ็นเนอจี้หายหมด เหลือแค่ ใจที่ฟูฟ่องกลับบ้าน  น้องๆน่ารักจนลืมเวลา ใครกำลังหาคาเฟ่ชิลๆ เติมพลังใจ แอดแนะนำสุดตัว Corgi in the Garden เลยจ้า แล้วเธอจะติดใจเหมือนแอด!
 

ตั้งอยู่ใน: OURS
ที่อยู่: 240/1 ซอยเจริญนคร 10 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600
โทร: 062-865-6156
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 น.

เขียนและจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ สาริศา ปริมาณ 

related Travel & Hotel

One Day Trip ที่ตลาดน้ำคลองบางหลวง

18 มิ.ย. 2024

One Day Trip ที่ตลาดน้ำคลองบางหลวง

วันนี้เราจะพาทุกคนไป One Day trip ที่ตลาดน้ำคลองบางหลวงกัน ไปชมวิถีชุมชนเก่าแก่ ริมคลองบางกอกใหญ่ เดินทางง่ายใกล้ MRT จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปดูกันอันดับแรก กราบไหว้สักการะวัดกำแพงบางจาก เราเริ่มจากตรงนี้เลย เพราะวัดจะอยู่ทางเข้าตลาดน้ำ มาแวะไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลกันก่อนนะทุกคนเดินเข้ามาในเราก็จะเจอกับร้านสำหรับทำ Work shop และกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทำสร้อย ข้อมือ วาดรูป สามารถนั่งทำในร้านแอร์เย็น ๆ หรือจะมานั่งทำด้านนอก ริมคลอง ดูบรรยากาศชิลๆก็ได้นะบ้านพึ่งศิลป์ก็ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลย มีผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ภายในร้านก็มีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย แถมยังมีมุมถ่ายรูป น่ารักๆ หลายมุมมาก ๆพอทำกิจกรรมเสร็จก็มาเดินเล่นด้านใน ชมวิถีชีวิต ดูความคลาสสิกของชุมชน และยังมีงานศิลปะที่หาดูยากให้ชม ที่บ้านศิลปิน เป็นพื้นที่จัดแสดงและจำหน่ายผลงานศิลปะถือว่าเป็นสถานที่ฮีลใจได้เป็นอย่างดีเลยที่คลองบางหลวงเขาก็มีบริการนั่งเรือชมชมบรรยากาศ ใครที่เดินจนทั่วแล้ว อยากลองนั่งเรือหางยาว คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้านที่นี้เลยเที่ยวจนอิ่มใจแล้ว อย่าลืมมาอิ่มท้องที่ ครัวคุณอ๋อย กันนะ มีทั้งข้าว อาหารตามสั่ง และก๋วยเตี๋ยว โดยเมนูเเนะนำเลยจะเป็นก๋วยเตี๋ยวต้มยำหมู แซ่บมากกกก บอกเลยใครกำลังหาที่ฮีลใจ และมีกิจกรรมให้ทำเพลิน ๆ ตลาดน้ำคลองบางหลวงก็เป็นที่หนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เลยเวลาทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 09.00น.- 18.00 น.พิกัด : https://maps.app.goo.gl/PPwMeAMnjkohcm7F8?g_st=com.google.maps.preview.copy

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

26 มี.ค. 2026

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5–8)ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569และนี่คืออีเวนต์ที่คนรักการอ่านห้ามพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยาย สายสอบ หรือสายสะสมหนังสือหายาก ภายในงานนี้มีให้เลือกแบบจุใจ ตั้งแต่หนังสือดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์วายยอดฮิต หนังสือเก่าหายากที่นักอ่านตามหา ไปจนถึงหนังสือเตรียมสอบยอดนิยม รวมถึงหนังสือแปลจากต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ที่คัดมาแล้วว่าอ่านสนุกและน่าสนใจ สายการ์ตูนและนิยายวัยใสก็ห้ามพลาด เพราะมีทั้งการ์ตูนในตำนานอย่าง “ขำหัวเราะ” และ “ครอบครัวตึ๋งหนืด” รวมถึงนิยายรักใส ๆ จากแจ่มใส ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าเดินงานเดียว ได้ย้อนวัยและเติมคลังหนังสือแบบเต็มอิ่ม ภายในงานมีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง และสำหรับใครที่อยากวางแผนการเดิน สามารถซื้อแผนที่บูสภายในงานได้ในราคาเพียง 5 บาท ช่วยให้ช้อปได้ครบทุกโซนแบบไม่พลาดร้านเด็ด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือซุ้มถ่ายรูปและจุดเช็คอินภายในงาน ที่จัดไว้หลากหลายมุม เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะสายรีวิว สาย Vlog หรือสายถ่ายรูปลงโซเชียล ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศงานไปแชร์ได้แบบจัดเต็ม ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นโปรโมชั่นจัดหนัก ทั้งส่วนลดพิเศษ และการขายแบบบุฟเฟ่หนังสือ ที่บอกเลยว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม เหมาะกับสาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” แบบสุด ๆ และแน่นอนว่าของดีมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าอาจพลาดเล่มที่อยากได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงนี้ หรือยังไม่รู้จะไปไหนดี ลองแวะมางานนี้ได้เลย เพราะงานจัดยาวหลายวัน เดินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ จะมาเดินชิล ๆ หรือมาจัดหนักกวาดหนังสือกลับบ้านก็ฟินได้เหมือนกัน ถ้าคุณกำลังมองหางานหนังสือ 2569 ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และรวมหนังสือทุกแนวไว้ในที่เดียว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 คือคำตอบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปช้อปให้จุใจกันได้เลยสถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5-8)วันที่: 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569เวลา: 10:00 – 21:00 น.

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

28 มี.ค. 2026

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569” หรือ Thailand Tourism Festival ครั้งที่ 44เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับประเทศที่รวบรวมเสน่ห์ของไทยทั้ง 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น หรือแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการจัดโซนแบบ immersive ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ “เดินทางจริง” ผ่านแต่ละภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ไฮไลต์โซนในงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 หนึ่งในจุดเด่นของงานคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนภาคเหนือ – เสน่ห์ล้านนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม โซนภาคเหนือถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ทั้งการตกแต่งไม้ งานคราฟต์ และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่กาดพื้นเมือง จำลองตลาดเหนืองานหัตถกรรม เช่น ผ้าทอ เครื่องเงิน งานไม้อาหารเหนือ เช่น ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโซนภาคอีสาน – สีสันความม่วนซื่นและอาหารรสจัดโซนอีสานโดดเด่นด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเอง พร้อมสีสันที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตกเวทีหมอลำและการแสดงพื้นบ้านสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานบรรยากาศงานวัดแบบอีสานโซนนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกปีโซนภาคกลาง – วัฒนธรรมผสมผสานความร่วมสมัยภาคกลางสะท้อนความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารไทยต้นตำรับและสตรีทฟู้ดงานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยโซนภาคตะวันออก – ไลฟ์สไตล์ทะเลและคาเฟ่โซนนี้เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารทะเลสดและเมนูร่วมสมัยคาเฟ่และมุมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชิลและการถ่ายภาพโซนภาคใต้ – เสน่ห์ทะเลและวัฒนธรรมเข้มข้นโซนภาคใต้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของทะเลและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารใต้ เช่น แกงเหลือง ข้าวยำ โรตีการแสดงวัฒนธรรมภาคใต้วิถีชีวิตชุมชนชายทะเลสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟต์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและอาหารรสเข้มข้นโซนกิจกรรมพิเศษ และไฮไลต์เพิ่มเติมในงานนอกจากโซนภูมิภาคแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจโซนอาหารรวมทั่วไทยรวมเมนูเด่นจากแต่ละภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้เข้าชมจำนวนมากโซนสินค้า OTOP และของดีท้องถิ่นรวบรวมสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม และของฝากจากทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานโซนถ่ายภาพและแลนด์มาร์กจำลองมีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและจัดมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียโซนเวทีการแสดงและกิจกรรมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมบนเวทีและนิทรรศการช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งวันโซนท่องเที่ยวแบบยั่งยืนส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการจัดจุดคัดแยกขยะและรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสรุปไฮไลต์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 เป็นงานที่รวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และกิจกรรมความบันเทิง งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สัมผัสวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสความหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วนข้อมูลงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศวันที่: 25 – 29 มีนาคม 2569เวลา: 10.00 – 21.00 น.สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Hall 1–4 ชั้น G)เข้าชมฟรีตลอดงาน

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ

25 เม.ย. 2026

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ

“BANGKOK SYNDROME”สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวันคนกรุงฯ 24 -26 เมษายนนี้ ที่ Siam Square Walking Street BANGKOK SYNDROME อีเวนต์ จัดโดย Smooth Operator (SMOP) โปรเจกต์ที่อยากชวนทุกคนมาสำรวจ และ ตั้งคำถามชีวิตการเดินทางของกรุงเทพฯ ในชีวิตประจำวัน ผ่านการพูดคุยระหว่างผู้ใช้จริงในเมืองกรุงเทพฯ ตั้งแต่นักวิชาการไปถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดบทสนทนาที่เป็นประโยชน์กับผู้คน ในการทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ยั่งยืน ทั้งในการท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยของคนกรุงฯ ผ่านกิจกรรมทั้ง 3 โซน ที่สะท้อนความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ปิดท้ายวันด้วยตลาดคนเมือง กับ การแสดงดนตรีจากเหล่าศิลปินจากค่ายเพลงชั้นน้ำ3 โซน พาคนกรุงฯ สำรวจ “เรื่องปกติ” กับการสัญจรภายในเมืองภายในงานประกอบไปด้วยSyndrome Art Installation ศิลปะจัดวาง สะท้อนถึงบรรยากาศและความรู้สึกของการสัญจรของคนเมือง ตั้งแต่การเดินทางเท้าไปจนถึงขนส่งสาธารณะ ที่ชวนทุกคนมาสัมผัสและขีดเขียนไปกับบริเวณพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามไปกับชีวิตการเดินทางในกรุงเทพฯภายในโซนประกอบไปด้วยห้องจำลองโดยสาร ที่พาทุกคนเดินเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศในชั่วโมงเร่งด่วนโซนท่ารถสาธารณะ ให้ทุกคนได้มาขีดเขียน เติมเต็มพื้นที่ว่าง ในการแบ่งปันสิ่งที่ต้องพบเจอในการเดินทางในกรุงเทพฯ​ เพื่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างผู้คน และรวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดินเนอร์ฟุตพาท ที่นำการรับประทานอาหารสตรีทฟู้ดมาไว้ในบริเวณทางเดินสยาม โดยนำคอนเซปต์ร้านอาหารบนฟุตพาท ที่เป็นเหมือนโซนพักผ่อนของคนในเมืองกรุงเทพฯLively Market ตลาดแห่งชีวิต ที่ชวนเพื่อน ๆ ร้านค้า อาหาร เครื่องดื่ม งานคราฟต์ และนิทรรศการจากพันธมิตร ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศความคึกของคนเมืองกรุงเทพ ย้ำเตือนให้ทุกคนไม่ลืมที่จะพักผ่อนแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ ที่มีความเร่งรีบและวุ่นวาย และกิจกรรมเวิร์กชอประหว่างวันTurbulence stage เวทีแห่ง แรงกระเพื่อม พื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและเปิดความคิดใหม่ ชวนบุคคลจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมกันนิยามและค้นหาคำตอบของ “ชีวิตการสัญจรที่ใช่ของคนกรุงฯ” ผ่านการเสวนาประกอบด้วยหลากหลายหัวข้อ ที่เผยให้เห็นมุมมองของเหล่านักสัญจรเมืองกรุงเทพฯ และปิดท้ายด้วยการแสดงจากศิลปินและวงดนตรี ถ่ายทอดและเยียวยาอารมณ์ของผู้คนในเมืองหัวข้อที่พูดในแต่ละวัน และการแสดงดนตรี24 เม.ย. Transportation Friday – รถ คน และมหานคร สนทนากับประเด็นรถติดในเมืองใหญ่ จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พบกับคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย และ หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย25 เม.ย. Unrestful Saturday ทางเลือกสัญจรคนกรุงเทพฯ พบกับเหล่านักสัญจรหลายรูปแบบในกรุงเทพ ที่จะเล่าถึงการสัญจรทางเลือก และเสนอมุมมองถึงแนวทางที่ผู้ใช้กรุงเทพอยากเห็น พูดคุยกับคุณกรธวัช พูพาร์ต จาก Go Out Bikeคุณพงศธร พรหมบุปผา จาก Derndai.projคุณเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย26 เม.ย. Sunday to Reality พบกับองค์กรอิสระ ที่จะเปิดมุมมอง และพูดถึงสิ่งที่พวกเขากำลังผลักดัน เพื่อให้เมืองกรุงฯ เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับการเดินทางในหลายรูปแบบคุณธีรเมศร์ เลิศเศวตพงศ์ จาก CAFE Velodomeคุณวีร์ วีรพร กรรมการที่ปรึกษา ภาคีจักรยานเมือง กรุงเทพฯ (BUCA) และ Project owner: bike bus BKKDW2026คุณกรวิชญ์ ขวัญอารีย์ จาก Mayday ปิดท้ายวันด้วย การแสดงดนตรีสด จากเหล่าศิลปิน Landokmai, Loserpop, CHiLLiZ, Gamma, Lalatate, Sour Sauce, Katcha และอื่น ๆ ที่จะมาสร้างบรรยากาศในยามเย็นของคนกรุงเทพฯ