Travel & Hotel

Travel & Hotel

ย้อนวันวานที่ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ สวนสัตว์ในความทรงจำที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

08 ก.ย. 2026

ย้อนวันวานที่ฟาร์มจระเข้สมุทรปราการ สวนสัตว์ในความทรงจำที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง

วันนี้ CHILL ON ขอพาทุกคนย้อนวันวานกลับไปเที่ยวสถานที่ที่น่าจะอยู่ในความทรงจำวัยเด็กของใครหลาย ๆ คน อย่าง ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ สถานที่ที่เราเคยมาเที่ยวกับครอบครัวตั้งแต่เด็ก ๆ และหลังจากเงียบเหงาไปพักใหญ่ ตอนนี้บรรยากาศของที่นี่ก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากกระแสไวรัลและพลังของชาวเน็ตที่ช่วยกันพูดถึงและชวนคนกลับมาเยี่ยมน้อง ๆ กันมากขึ้นวันนี้พวกเราเลยอยากพาทุกคนมาอัปเดตกันว่า ถ้ากลับมาเที่ยวฟาร์มจระเข้สมุทรปราการในตอนนี้ จะมีอะไรให้เดินเล่น ดูโชว์ และเจอน้องสัตว์อะไรกันบ้าง ตามพวกเรามาเลย!พวกเรามาถึงกันช่วงประมาณ บ่ายโมง ซึ่งเป็นจังหวะที่ใกล้จะเริ่มการแสดงจระเข้พอดี เลยรีบไปซื้อตั๋วกันก่อน โดย บัตรเข้าชมสำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ราคา 100 บาท และสามารถเข้าชมโซนต่าง ๆ รวมถึงการแสดงภายในฟาร์มได้โดยไม่มีค่าเข้าชมโชว์เพิ่มเติมพอผ่านประตูเข้ามา ใครที่ไม่อยากเดินไกลก็มีบริการ รถกอล์ฟให้เช่า สำหรับขับเที่ยวภายในสวน ส่วนพวกเราวันนี้ขอเลือกเป็นสายลุย เดินเก็บบรรยากาศกันไปเรื่อย ๆ เพราะอยากดูให้ทั่วทุกมุมเริ่มต้นด้วยโชว์จระเข้ ฟีลเดิมที่พากลับไปเป็นเด็กอีกครั้งจุดแรกของเราคือ การแสดงจระเข้ ซึ่งวันที่ไปเป็นวันธรรมดา คนจึงไม่ได้แน่นเท่าช่วงเสาร์-อาทิตย์ ทำให้พวกเราสามารถเลือกที่นั่งกันได้ค่อนข้างสบายสิ่งที่ทำให้รู้สึกเซอร์ไพรส์คือ บรรยากาศของการแสดงยังคงให้ความรู้สึกคล้ายกับที่เราเคยมาดูตอนเด็ก ๆ มีทั้งการสาธิตใกล้ชิดกับจระเข้ รวมถึงช่วงที่ผู้แสดงนำมือและศีรษะเข้าไปใกล้ปากจระเข้ เรียกเสียงฮือฮาจากคนดูได้ตลอดโชว์ต่อด้วยโชว์ช้าง และได้เจอ “สมรักษ์-แบงค์” ตัวจริงหลังจากดูโชว์จระเข้จบ พวกเราก็เดินต่อไปยัง การแสดงช้าง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ตั้งใจมาดูมาก ๆ เพราะวันนี้เราจะได้เจอกับ น้องสมรักษ์และน้องแบงค์ ช้างที่กำลังถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์พอได้เห็นตัวจริงก็คือเอ็นดูมาก บรรยากาศรอบลานการแสดงดูคึกคักขึ้นทันทีเมื่อมีคนมานั่งรอดูน้อง ๆ กันเยอะภายในโชว์จะมีทั้งการแสดงเดี่ยวของช้างแต่ละตัว รวมถึงกิจกรรมที่ชวนผู้ชมลงไปร่วมสนุกเป็นอาสาสมัครด้วย ใครเป็นสายกล้าลองลงไปเล่นกับน้องได้เลย ส่วนพวกเราวันนี้ขอรับบทกองเชียร์ นั่งส่งเสียงเชียร์น้อง ๆ อยู่ข้างลานแทนเดินเล่นต่อ เจอน้องสัตว์ตลอดทางดูโชว์กันครบแล้วก็ถึงเวลาเดินสำรวจโซนต่าง ๆ ภายในสวนสัตว์กันต่อ ระหว่างทางจะได้เจอกับสัตว์หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลิงชิมแปนซี ฮิปโป นกกระจอกเทศ เสือ หมีขอ สิงโต คาปิบารา และน้องสัตว์อีกหลายชนิดหลายจุดจะมีอาหารสำหรับสัตว์จำหน่าย ใครอยากลองให้อาหารน้อง ๆ ก็สามารถซื้อจากจุดที่กำหนดไว้ได้เลยส่วนเรื่องเส้นทางไม่ต้องกลัวว่าจะเดินหลง เพราะภายในสวนจัดเส้นทางค่อนข้างชัด มีป้ายบอกทางอยู่เป็นระยะ และลักษณะเส้นทางจะพาเดินวนกลับมาได้เรื่อย ๆถ้าเดินไปสักพักแล้วเริ่มเมื่อย นอกจากรถกอล์ฟแล้ว ที่นี่ยังมี รถไฟพาชมรอบสวน ให้บริการด้วย สามารถซื้อตั๋วได้บริเวณชานชาลา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุมาฟาร์มจระเข้ทั้งที ต้องแวะบ่อจระเข้เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงอีกหนึ่งจุดที่พลาดไม่ได้ เพราะมาถึงฟาร์มจระเข้ทั้งทีก็ต้องมาดู บ่อจระเข้ขนาดใหญ่ กันสักหน่อยที่นี่มีจระเข้จำนวนมาก หลายตัวตัวใหญ่มากจนพอได้มาเห็นใกล้ ๆ แล้วแอบกลัวเหมือนกัน พื้นที่บ่อค่อนข้างกว้างและมีสะพานไม้ให้เดินชมได้รอบบริเวณ ทำให้สามารถมองเห็นจระเข้ได้จากหลายมุมใครอยากลองให้อาหารจระเข้ก็สามารถซื้ออาหารจากจุดจำหน่ายที่จัดไว้ได้ โดยบริเวณทางเดินและจุดชมต่าง ๆ จะมีแนวกั้นเพื่อความปลอดภัย รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ตามจุดต่าง ๆ ด้วยเหนื่อยแล้ว แวะคาเฟ่ก่อนกลับหลังจากเดินกันแทบทั่วฟาร์ม ความเหนื่อยก็เริ่มมา พวกเราเลยปิดท้ายด้วยการแวะ คาเฟ่บริเวณใกล้ทางออก ซึ่งภายในมีทั้งขนม เครื่องดื่ม และของที่ระลึกให้เลือกซื้อและแน่นอนว่าเราก็ไม่รอด เพราะสุดท้ายได้ ตุ๊กตาน้องช้างและจระเข้ กลับบ้านมาด้วย บอกเลยว่าน่ารักจนอดใจไม่ไหวจริง ๆสำหรับใครที่อยากได้ภาพความทรงจำแบบใกล้ชิด ทางฟาร์มยังมีบริการถ่ายรูปกับสัตว์บางชนิด เช่น เสือและงูขนาดใหญ่โดยมีค่าบริการ 100 บาทต่อ 1 รูป เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เหมาะกับคนที่อยากมีรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกจากทริปนี้จากสถานที่ในความทรงจำ สู่การกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งการได้กลับมาที่ ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ อีกครั้ง เหมือนได้ย้อนกลับไปเจอความทรงจำในวัยเด็ก ทั้งบรรยากาศ ความสนุก และช่วงเวลาที่เคยมากับครอบครัววันนี้ที่นี่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง CHILL ON เลยอยากชวนทุกคนที่กำลังหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ลองแวะมาเยี่ยมน้อง ๆ และสัมผัสบรรยากาศกันดู เพราะการกลับมาเที่ยวสถานที่เดิมในวันที่เราโตขึ้น อาจทำให้ทริปครั้งนี้มีความหมายมากกว่าที่คิดข้อมูลสำหรับคนอยากตามรอยพิกัด: ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ จ.สมุทรปราการเปิดทุกวัน: 08.00–18.00 น.ค่าเข้า: ผู้ใหญ่ 100 บาท / เด็ก 50 บาท / ต่ำกว่า 80 ซม. ฟรีสอบถาม: 062-517-4464

PRYNWAN Flagship Store สุขุมวิท 26 สวรรค์ของคนรักสัตว์ ที่รวมไอเท็มน่ารักของเหล่าน้องหมาน้องแมวไว้เพียบ!

07 ส.ค. 2026

PRYNWAN Flagship Store สุขุมวิท 26 สวรรค์ของคนรักสัตว์ ที่รวมไอเท็มน่ารักของเหล่าน้องหมาน้องแมวไว้เพียบ!

ทาสหมาทาสแมวคนไหนชอบช้อปของให้น้องมากกว่าช้อปของให้ตัวเอง ต้องปักหมุดที่นี่ไว้เลย! วันนี้ CHILL ON พามาเช็กอิน PRYNWAN Flagship Store สุขุมวิท 26 ร้านสำหรับคนรักสัตว์ที่ซ่อนตัวอยู่ใน โครงการ A-Square สุขุมวิท 26 และรวบรวมทั้งของใช้ เสื้อผ้า และไอเท็มน่ารัก ๆ มาให้เลือกแบบเดินเพลินจนอยากหยิบกลับบ้านไปหมดPRYNWAN PETS เป็นแบรนด์ที่เริ่มต้นจากความรักที่มีต่อน้องหมา โดยตั้งใจออกแบบสินค้าให้ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการใช้งานและดีไซน์ พร้อมแนวคิดที่อยากให้เจ้าของและสัตว์เลี้ยงได้มีช่วงเวลาดี ๆ ร่วมกันบรรยากาศในร้านตกแต่งได้น่ารักมาก มีความอบอุ่น สดใส และเต็มไปด้วยดีเทลชวนถ่ายรูป เดินดูของเพลินแบบไม่รู้ตัว เพราะมีตั้งแต่เสื้อผ้า ของใช้ กระเป๋า ที่นอน ไปจนถึงไอเท็มสำหรับพาน้องออกไปเที่ยว รวมถึงของน่ารัก ๆ สำหรับเหล่า Pet Parents ด้วยอีกหนึ่งมุมที่น่าสนใจคือ PRYNWAN BAKER’S SHOP โซน Customisation ที่มีเฉพาะ Flagship Store แห่งนี้ โดยหยิบคอนเซปต์ร้านเบเกอรี่มาเล่นกับการแต่งไอเท็มให้น้อง เราสามารถเลือกชิ้นที่ชอบแล้วตกแต่งด้วย Patch ต่าง ๆ เสมือนเลือก Topping ให้กลายเป็นไอเท็มชิ้นพิเศษที่มีแบบเดียวสำหรับน้องของเรา ส่วนใครเลือกไม่ถูกก็ไม่ต้องกังวล เพราะพี่ ๆ พนักงานให้บริการดีมาก คอยแนะนำและให้คำปรึกษาแบบเป็นกันเองเรียกว่าเป็นอีกหนึ่งพิกัดที่คนรักสัตว์น่าจะเดินได้เพลินมาก เพราะไม่ได้มีแค่ของจำเป็นสำหรับน้อง แต่ยังมีของดีไซน์เก๋ ๆ ที่ทำให้การเลือกของให้น้องสนุกขึ้น ใครกำลังตามหาเสื้อใหม่ ของใช้ หรืออยากหาไอเท็มน่ารัก ๆ ไปเพิ่มความคิวต์ให้สมาชิกสี่ขาที่บ้าน ลองแวะมาเดินเล่นกันได้พิกัด : PRYNWAN Flagship Store โครงการ A-Square สุขุมวิท 26เวลาเปิดปิด : เปิดทุกวัน เวลา 10.00–19.00 น.

Tagi. Sabaai House แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในไทย บ้านของคนรักของกุ๊กกิ๊กใจกลาง centralwOrld

29 ก.ค. 2026

Tagi. Sabaai House แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในไทย บ้านของคนรักของกุ๊กกิ๊กใจกลาง centralwOrld

ใครแพ้ของกุ๊กกิ๊ก สีสันสดใส และไอเทมดีไซน์น่ารัก เตรียมใจเสียทรัพย์ไว้ได้เลย เพราะ Tagi. แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากประเทศจีน มาเปิด Tagi. Sabaai House แฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทย แล้วที่ centralwOrldแค่หน้าร้านก็ดึงดูดสายตา ส่วนด้านในยิ่งเดินเพลิน เพราะเต็มไปด้วยของใช้ที่ทั้งน่ารักและใช้งานได้จริง เหมาะทั้งซื้อให้ตัวเองและเลือกเป็นของขวัญรู้จัก Tagi. แบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่อยากเติมจินตนาการให้ทุกวันTagi. เป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์จากประเทศจีน ก่อตั้งขึ้นในปี 2019 โดยชื่อของแบรนด์มาจากคำว่า “Timely Access of Gripping Imagination” ซึ่งสื่อถึงการเข้าถึงจินตนาการที่น่าหลงใหลได้ในทุกช่วงเวลาแนวคิดของแบรนด์เชื่อว่า ความสุขและแรงบันดาลใจไม่จำเป็นต้องเกิดจากเรื่องใหญ่เสมอไป แต่อาจซ่อนอยู่ในช่วงเวลาเล็ก ๆ หรือข้าวของธรรมดาที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวันTagi. จึงนำของใช้ใกล้ตัวมาเติมสีสัน คาแรกเตอร์ และลูกเล่นสนุก ๆ ให้กลายเป็นไอเทมที่ทั้งน่ารักและใช้งานได้จริง พร้อมถ่ายทอดตัวตนของแบรนด์ผ่านจินตนาการ ความอบอุ่น ศิลปะ ความประหลาดใจ และความรู้สึกฮีลใจที่ทำให้เราอารมณ์ดีได้ตั้งแต่แรกเห็นTagi. ขายอะไรบ้าง เดินเข้าร้านเดียวมีให้เลือกแทบทุกหมวดพอเดินเข้ามาภายใน Tagi. Sabaai House สิ่งแรกที่อยากบอกคือของเยอะมาก และแต่ละโซนก็เต็มไปด้วยสินค้าสีสันสดใสที่ชวนให้หยิบขึ้นมาดูสินค้าที่มีจำหน่ายภายในร้านมีตั้งแต่ กระเป๋า พวงกุญแจ กระติกน้ำ แก้วน้ำ ร่ม เคสโทรศัพท์ กิ๊บติดผม เครื่องเขียน ตุ๊กตา เสื้อผ้า ไปจนถึงของใช้และอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยงแต่ละชิ้นไม่ได้โดดเด่นแค่หน้าตาเท่านั้น เพราะยังออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าดีไซน์นุ่มนิ่ม เคสโทรศัพท์ที่มาพร้อมลูกเล่นต่าง ๆ กระติกน้ำและแก้วน้ำสีสันสดใส หรือพวงกุญแจคาแรกเตอร์น่ารักที่หยิบไปห้อยกับกระเป๋าก็ช่วยเพิ่มความสดใสได้ทันทีใครกำลังมองหาของแต่งโต๊ะทำงาน ของขวัญให้เพื่อน หรือไอเทมใหม่ไว้เพิ่มสีสันให้ชีวิตประจำวัน ร้านนี้ถือว่ามีตัวเลือกให้เดินดูได้เพลินมากของทุกชิ้นหยิบมาลองใช้ได้ พร้อมพนักงานคอยแนะนำอย่างเป็นกันเองอีกหนึ่งความดีงามที่ทำให้การเดินร้านนี้สนุกขึ้น คือ สินค้าทุกชิ้นภายในร้านสามารถหยิบขึ้นมาลองสัมผัสและทดลองใช้งานได้จะลองถือกระเป๋า ลองกางร่ม หยิบแก้วน้ำหรือกระติกน้ำขึ้นมาดูขนาด ไปจนถึงลองจับเคสโทรศัพท์เพื่อเช็กวัสดุและรายละเอียดต่าง ๆ ก็ทำได้แบบสบาย ๆ ช่วยให้เราได้เห็นทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน และการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อนอกจากนี้ พี่ ๆ พนักงานภายในร้านยังให้บริการอย่างเป็นกันเอง พร้อมคอยแนะนำสินค้าและตอบคำถามแบบไม่กดดัน บรรยากาศจึงให้ความรู้สึกเหมือนเดินเลือกของอยู่บ้านเพื่อนมากกว่าการมาช้อปปิ้งแบบจริงจังใครที่เลือกไม่ถูก อยากรู้ว่าสินค้าชิ้นไหนเหมาะกับการใช้งานแบบไหน หรือกำลังมองหาของขวัญให้ใครอยู่ ก็สามารถสอบถามพี่ ๆ พนักงานได้เลยTagi. Sabaai House บ้านแสนสบายของช้างน้อย Ellyแฟล็กชิปสโตร์แห่งแรกในประเทศไทยของ Tagi. ใช้ชื่อว่า “Tagi. Sabaai House” โดยตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 โซน Eden ศูนย์การค้า centralwOrldคอนเซปต์ของร้านมาในแนวคิด “Weaving a Home in Bangkok” หรือการถักทอบ้านหลังใหม่ขึ้นมาในกรุงเทพฯ โดยมี Elly ช้างน้อยสีชมพู คาแรกเตอร์ของแบรนด์ เป็นตัวแทนของนักเดินทางที่มาตกหลุมรักประเทศไทย ก่อนจะสร้างบ้านหลังใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุข ความอบอุ่น และจินตนาการการออกแบบภายในร้านจึงผสมผสานงานหัตถกรรมไทย วัสดุจากธรรมชาติ กลิ่นอายแบบเอเชียตะวันออก และวิถีชีวิตของผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าไว้ด้วยกันเมื่อเดินเข้ามาจึงได้ทั้งความสดใส ความอบอุ่น และความผ่อนคลาย เหมือนกำลังแวะมาเที่ยวบ้านเพื่อนที่ตกแต่งทุกมุมไว้อย่างน่ารักสำหรับใครที่ชอบของน่ารัก ชอบแต่งโต๊ะทำงาน กำลังมองหาของขวัญ หรืออยากได้ของใช้ที่มีทั้งดีไซน์และฟังก์ชัน Tagi. Sabaai House ถือเป็นอีกหนึ่งร้านที่น่าแวะมากพิกัดTagi. Sabaai House ชั้น 2 โซน Eden ศูนย์การค้า centralwOrld

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ

25 เม.ย. 2026

“BANGKOK SYNDROME” สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวัน คนกรุงฯ

“BANGKOK SYNDROME”สำรวจ “เรื่องปกติ” ของการสัญจรประจำวันคนกรุงฯ 24 -26 เมษายนนี้ ที่ Siam Square Walking Street BANGKOK SYNDROME อีเวนต์ จัดโดย Smooth Operator (SMOP) โปรเจกต์ที่อยากชวนทุกคนมาสำรวจ และ ตั้งคำถามชีวิตการเดินทางของกรุงเทพฯ ในชีวิตประจำวัน ผ่านการพูดคุยระหว่างผู้ใช้จริงในเมืองกรุงเทพฯ ตั้งแต่นักวิชาการไปถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดบทสนทนาที่เป็นประโยชน์กับผู้คน ในการทำให้กรุงเทพเป็นเมืองที่ยั่งยืน ทั้งในการท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยของคนกรุงฯ ผ่านกิจกรรมทั้ง 3 โซน ที่สะท้อนความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ ปิดท้ายวันด้วยตลาดคนเมือง กับ การแสดงดนตรีจากเหล่าศิลปินจากค่ายเพลงชั้นน้ำ3 โซน พาคนกรุงฯ สำรวจ “เรื่องปกติ” กับการสัญจรภายในเมืองภายในงานประกอบไปด้วยSyndrome Art Installation ศิลปะจัดวาง สะท้อนถึงบรรยากาศและความรู้สึกของการสัญจรของคนเมือง ตั้งแต่การเดินทางเท้าไปจนถึงขนส่งสาธารณะ ที่ชวนทุกคนมาสัมผัสและขีดเขียนไปกับบริเวณพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามไปกับชีวิตการเดินทางในกรุงเทพฯภายในโซนประกอบไปด้วยห้องจำลองโดยสาร ที่พาทุกคนเดินเข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศในชั่วโมงเร่งด่วนโซนท่ารถสาธารณะ ให้ทุกคนได้มาขีดเขียน เติมเต็มพื้นที่ว่าง ในการแบ่งปันสิ่งที่ต้องพบเจอในการเดินทางในกรุงเทพฯ​ เพื่อให้เกิดบทสนทนาระหว่างผู้คน และรวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดินเนอร์ฟุตพาท ที่นำการรับประทานอาหารสตรีทฟู้ดมาไว้ในบริเวณทางเดินสยาม โดยนำคอนเซปต์ร้านอาหารบนฟุตพาท ที่เป็นเหมือนโซนพักผ่อนของคนในเมืองกรุงเทพฯLively Market ตลาดแห่งชีวิต ที่ชวนเพื่อน ๆ ร้านค้า อาหาร เครื่องดื่ม งานคราฟต์ และนิทรรศการจากพันธมิตร ที่จะมาร่วมสร้างบรรยากาศความคึกของคนเมืองกรุงเทพ ย้ำเตือนให้ทุกคนไม่ลืมที่จะพักผ่อนแม้จะอยู่ในเมืองใหญ่ ที่มีความเร่งรีบและวุ่นวาย และกิจกรรมเวิร์กชอประหว่างวันTurbulence stage เวทีแห่ง แรงกระเพื่อม พื้นที่กลางสำหรับการแลกเปลี่ยนมุมมองและเปิดความคิดใหม่ ชวนบุคคลจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมกันนิยามและค้นหาคำตอบของ “ชีวิตการสัญจรที่ใช่ของคนกรุงฯ” ผ่านการเสวนาประกอบด้วยหลากหลายหัวข้อ ที่เผยให้เห็นมุมมองของเหล่านักสัญจรเมืองกรุงเทพฯ และปิดท้ายด้วยการแสดงจากศิลปินและวงดนตรี ถ่ายทอดและเยียวยาอารมณ์ของผู้คนในเมืองหัวข้อที่พูดในแต่ละวัน และการแสดงดนตรี24 เม.ย. Transportation Friday – รถ คน และมหานคร สนทนากับประเด็นรถติดในเมืองใหญ่ จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พบกับคุณศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครรองศาสตราจารย์ ดร.พนิต ภู่จินดา นายกสมาคมนักผังเมืองไทย และ หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมืองคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย25 เม.ย. Unrestful Saturday ทางเลือกสัญจรคนกรุงเทพฯ พบกับเหล่านักสัญจรหลายรูปแบบในกรุงเทพ ที่จะเล่าถึงการสัญจรทางเลือก และเสนอมุมมองถึงแนวทางที่ผู้ใช้กรุงเทพอยากเห็น พูดคุยกับคุณกรธวัช พูพาร์ต จาก Go Out Bikeคุณพงศธร พรหมบุปผา จาก Derndai.projคุณเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย26 เม.ย. Sunday to Reality พบกับองค์กรอิสระ ที่จะเปิดมุมมอง และพูดถึงสิ่งที่พวกเขากำลังผลักดัน เพื่อให้เมืองกรุงฯ เป็นเมืองที่เป็นมิตรกับการเดินทางในหลายรูปแบบคุณธีรเมศร์ เลิศเศวตพงศ์ จาก CAFE Velodomeคุณวีร์ วีรพร กรรมการที่ปรึกษา ภาคีจักรยานเมือง กรุงเทพฯ (BUCA) และ Project owner: bike bus BKKDW2026คุณกรวิชญ์ ขวัญอารีย์ จาก Mayday ปิดท้ายวันด้วย การแสดงดนตรีสด จากเหล่าศิลปิน Landokmai, Loserpop, CHiLLiZ, Gamma, Lalatate, Sour Sauce, Katcha และอื่น ๆ ที่จะมาสร้างบรรยากาศในยามเย็นของคนกรุงเทพฯ

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

28 มี.ค. 2026

เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ครั้งที่ 44 งานเดียวเที่ยวครบทั้งประเทศ กิน เที่ยว ช้อป ครบจบในที่เดียว

“เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569” หรือ Thailand Tourism Festival ครั้งที่ 44เป็นอีเวนต์ท่องเที่ยวระดับประเทศที่รวบรวมเสน่ห์ของไทยทั้ง 5 ภูมิภาคมาไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร วัฒนธรรม สินค้าท้องถิ่น หรือแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว ไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้คือการจัดโซนแบบ immersive ที่ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกเหมือนได้ “เดินทางจริง” ผ่านแต่ละภูมิภาค ภายใต้แนวคิด “สุขทันที ที่เที่ยวไทย”ไฮไลต์โซนในงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 หนึ่งในจุดเด่นของงานคือการแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซน ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค พร้อมกิจกรรมและประสบการณ์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนโซนภาคเหนือ – เสน่ห์ล้านนาและวัฒนธรรมดั้งเดิม โซนภาคเหนือถูกออกแบบให้เต็มไปด้วยบรรยากาศแบบล้านนา ทั้งการตกแต่งไม้ งานคราฟต์ และกลิ่นอายของวิถีชีวิตชุมชนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่กาดพื้นเมือง จำลองตลาดเหนืองานหัตถกรรม เช่น ผ้าทอ เครื่องเงิน งานไม้อาหารเหนือ เช่น ข้าวซอย น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมและการแสดงพื้นบ้านเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมโซนภาคอีสาน – สีสันความม่วนซื่นและอาหารรสจัดโซนอีสานโดดเด่นด้วยความสนุกสนานและความเป็นกันเอง พร้อมสีสันที่สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่นไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารอีสาน เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตกเวทีหมอลำและการแสดงพื้นบ้านสินค้าชุมชน เช่น ผ้าไหม เครื่องจักสานบรรยากาศงานวัดแบบอีสานโซนนี้ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงในทุกปีโซนภาคกลาง – วัฒนธรรมผสมผสานความร่วมสมัยภาคกลางสะท้อนความหลากหลายทั้งในด้านวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารไทยต้นตำรับและสตรีทฟู้ดงานศิลปะและวัฒนธรรมร่วมสมัยแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจทั้งความคลาสสิกและความทันสมัยโซนภาคตะวันออก – ไลฟ์สไตล์ทะเลและคาเฟ่โซนนี้เน้นการท่องเที่ยวแบบพักผ่อนและไลฟ์สไตล์ไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารทะเลสดและเมนูร่วมสมัยคาเฟ่และมุมถ่ายภาพแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลกิจกรรมเชิงไลฟ์สไตล์เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบชิลและการถ่ายภาพโซนภาคใต้ – เสน่ห์ทะเลและวัฒนธรรมเข้มข้นโซนภาคใต้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของทะเลและวัฒนธรรมท้องถิ่นได้อย่างชัดเจนไฮไลต์ในโซนนี้ ได้แก่อาหารใต้ เช่น แกงเหลือง ข้าวยำ โรตีการแสดงวัฒนธรรมภาคใต้วิถีชีวิตชุมชนชายทะเลสินค้าพื้นเมืองและงานคราฟต์เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมและอาหารรสเข้มข้นโซนกิจกรรมพิเศษ และไฮไลต์เพิ่มเติมในงานนอกจากโซนภูมิภาคแล้ว ภายในงานยังมีพื้นที่กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจโซนอาหารรวมทั่วไทยรวมเมนูเด่นจากแต่ละภูมิภาค ทั้งอาหารพื้นบ้านและสตรีทฟู้ดเป็นหนึ่งในโซนที่ได้รับความนิยมสูงและมีผู้เข้าชมจำนวนมากโซนสินค้า OTOP และของดีท้องถิ่นรวบรวมสินค้าชุมชน งานหัตถกรรม และของฝากจากทั่วประเทศพร้อมโปรโมชั่นพิเศษเฉพาะในงานโซนถ่ายภาพและแลนด์มาร์กจำลองมีการจำลองสถานที่ท่องเที่ยวและจัดมุมถ่ายภาพหลากหลายรูปแบบเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียโซนเวทีการแสดงและกิจกรรมมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมจากแต่ละภูมิภาค รวมถึงกิจกรรมบนเวทีและนิทรรศการช่วยเพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งวันโซนท่องเที่ยวแบบยั่งยืนส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนมีการจัดจุดคัดแยกขยะและรณรงค์ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสรุปไฮไลต์ เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 เป็นงานที่รวบรวมประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยไว้ในที่เดียวอย่างครบถ้วน ทั้งด้านอาหาร วัฒนธรรม การช้อปปิ้ง และกิจกรรมความบันเทิง งานนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยว สัมผัสวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย และใช้เวลาเพียงวันเดียวก็สามารถสัมผัสความหลากหลายของประเทศไทยได้อย่างครบถ้วนข้อมูลงาน เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 ปี 2569จัดโดย ททท. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศวันที่: 25 – 29 มีนาคม 2569เวลา: 10.00 – 21.00 น.สถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (Hall 1–4 ชั้น G)เข้าชมฟรีตลอดงาน

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

26 มี.ค. 2026

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 รวมหนังสือทุกแนว โปรแรง เช็คอินครบในที่เดียว

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5–8)ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569และนี่คืออีเวนต์ที่คนรักการอ่านห้ามพลาด ไม่ว่าคุณจะเป็นสายอ่านนิยาย สายสอบ หรือสายสะสมหนังสือหายาก ภายในงานนี้มีให้เลือกแบบจุใจ ตั้งแต่หนังสือดังที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์วายยอดฮิต หนังสือเก่าหายากที่นักอ่านตามหา ไปจนถึงหนังสือเตรียมสอบยอดนิยม รวมถึงหนังสือแปลจากต่างประเทศ ทั้งจีน ญี่ปุ่น และตะวันตก ที่คัดมาแล้วว่าอ่านสนุกและน่าสนใจ สายการ์ตูนและนิยายวัยใสก็ห้ามพลาด เพราะมีทั้งการ์ตูนในตำนานอย่าง “ขำหัวเราะ” และ “ครอบครัวตึ๋งหนืด” รวมถึงนิยายรักใส ๆ จากแจ่มใส ที่หลายคนคุ้นเคย เรียกได้ว่าเดินงานเดียว ได้ย้อนวัยและเติมคลังหนังสือแบบเต็มอิ่ม ภายในงานมีการจัดโซนอย่างเป็นสัดส่วน เดินง่าย ไม่ต้องกลัวหลง และสำหรับใครที่อยากวางแผนการเดิน สามารถซื้อแผนที่บูสภายในงานได้ในราคาเพียง 5 บาท ช่วยให้ช้อปได้ครบทุกโซนแบบไม่พลาดร้านเด็ด อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือซุ้มถ่ายรูปและจุดเช็คอินภายในงาน ที่จัดไว้หลากหลายมุม เหมาะมากสำหรับสายคอนเทนต์ ไม่ว่าจะสายรีวิว สาย Vlog หรือสายถ่ายรูปลงโซเชียล ก็สามารถเก็บภาพบรรยากาศงานไปแชร์ได้แบบจัดเต็ม ไฮไลต์สำคัญยังคงเป็นโปรโมชั่นจัดหนัก ทั้งส่วนลดพิเศษ และการขายแบบบุฟเฟ่หนังสือ ที่บอกเลยว่ายิ่งซื้อยิ่งคุ้ม เหมาะกับสาย “ซื้อก่อน อ่านทีหลัง” แบบสุด ๆ และแน่นอนว่าของดีมีจำนวนจำกัด ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าอาจพลาดเล่มที่อยากได้โดยไม่รู้ตัว ถ้าใครกำลังหาที่เดินเล่นช่วงนี้ หรือยังไม่รู้จะไปไหนดี ลองแวะมางานนี้ได้เลย เพราะงานจัดยาวหลายวัน เดินได้เรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ จะมาเดินชิล ๆ หรือมาจัดหนักกวาดหนังสือกลับบ้านก็ฟินได้เหมือนกัน ถ้าคุณกำลังมองหางานหนังสือ 2569 ที่ครบที่สุด คุ้มที่สุด และรวมหนังสือทุกแนวไว้ในที่เดียว งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 คือคำตอบ เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปช้อปให้จุใจกันได้เลยสถานที่: ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG (ฮอลล์ 5-8)วันที่: 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569เวลา: 10:00 – 21:00 น.

“Disney The Magical Stars 2025” คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

11 ธ.ค. 2025

“Disney The Magical Stars 2025” คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย!

เตรียมตัวให้พร้อม! มหัศจรรย์ดิสนีย์แลนด์ใจกลางกรุงเทพฯเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนรอคอยกลับมาอีกครั้ง! ปีนี้ เซ็นทรัลเวิลด์ จัดเต็มยิ่งกว่าที่เคย ด้วยการร่วมมือกับ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ เนรมิตพื้นที่ลานหน้าศูนย์การค้าให้กลายเป็นอาณาจักรเทพนิยายสุดอลังการ ในธีม "Disney The Magical Stars 2025 at centralwOrld" เหมือนยก ดิสนีย์แลนด์ มาไว้ใจกลางกรุงเทพฯ ให้คุณได้สัมผัสความมหัศจรรย์และถ่ายรูปเช็กอินกับตัวละครดิสนีย์ที่ชื่นชอบได้อย่างจุใจ!ไฮไลต์ห้ามพลาด! 7 โซนถ่ายรูปสุดอลังการในงาน คริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ 2025โซนที่ 1: ต้นคริสต์มาสยักษ์ Mickey Friendsแน่นอนว่าแลนด์มาร์กสำคัญอย่าง ต้นคริสต์มาส เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงตระการตา พร้อมด้วยรูปปั้น มิกกี้ เมาส์ ขนาดใหญ่ และผองเพื่อนมาต้อนรับไฮไลต์พิเศษ: ปีนี้มี "หิมะตก" จำลองเพิ่มบรรยากาศความฟินเหมือนอยู่ต่างประเทศ!โซนที่ 2: Toy Story Wonderlandหลุดเข้าไปในโลกของแอนดี้! โซนนี้จำลองเป็นกล่องของขวัญและของเล่นขนาดมหึมา พบกับ เร็กซ์ ไดโนเสาร์เขียวตัวโต, เจสซี่ คาวเกิร์ลสุดซ่า และ เอเลี่ยน 3 ตา ที่ยืนอยู่บนบล็อกของเล่นโซนที่ 3: Frozen Winter Magicสัมผัสบรรยากาศเมืองหิมะจากอาณาจักรเอเรนเดลล์ พบกับราชินี เอลซ่า ในชุดสีฟ้าสวยสง่า, เจ้าหญิง อันนา, คริสตอฟฟ์, กวางเรนเดียร์ สเวน และมนุษย์หิมะสุดน่ารัก โอลาฟโซนที่ 4: Stitch’s Cozy Cornerมุมสุดอบอุ่นสำหรับแฟนคลับเอเลี่ยนตัวแสบ! พบกับโมเดล สติทช์ (Stitch) และ แองเจิล (Angel) ในชุดซานต้าสุดน่ารัก (ดังภาพที่ 5) รวมถึงเหล่าฟิกเกอร์สติทช์หลากหลายอิริยาบถโซนที่ 5: Mickey Friends' Happy Houseโซนที่จำลองบ้านและฉากจากมิกกี้และผองเพื่อน พบกับ พลูโต ที่คาบลูกอมคริสต์มาส และมุมจำหน่ายสินค้าคาแรกเตอร์สุดน่ารักจากดิสนีย์โซนที่ 6: Disney Princess Castleปราสาทเจ้าหญิงดิสนีย์สุดอลังการ ที่ให้คุณได้ถ่ายรูปกับรูปปั้นเสมือนจริงของเจ้าหญิงคนโปรด ไม่ว่าจะเป็น ซินเดอเรลล่า, เบลล์, สโนว์ไวท์, แอเรียล และราพันเซล!โซนที่ 7: Hong Kong Disneyland Resort 20th Anniversaryร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ พบกับ มิกกี้เมาส์เป่าลมขนาดใหญ่ 5 เมตร เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่พลาดไม่ได้!วิธีเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์ เซ็นทรัลเวิลด์BTS Skytrain: ลงสถานีชิดลม หรือ สถานีสยาม และใช้ทางเชื่อม Skywalk เดินตรงเข้าสู่ศูนย์การค้ารถยนต์ส่วนตัว: มีพื้นที่จอดรถรองรับ แต่แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะในช่วงเทศกาลเพื่อความสะดวกงานไฟประดับ centralwOrld Light Up Christmas Tree Celebration 2025-2026 เซ็นทรัลเวิลด์ที่อยู่ : 999/9 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯเปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

Central Embassy ชวนมาค้นพบความสุขในความวุ่นวายเล็กๆ กับ FUNNY LITTLE MESS | SEASON OF GIVING โดย STICKY MONSTER LAB!

09 ธ.ค. 2025

Central Embassy ชวนมาค้นพบความสุขในความวุ่นวายเล็กๆ กับ FUNNY LITTLE MESS | SEASON OF GIVING โดย STICKY MONSTER LAB!

ต้อนรับเทศกาลแห่งการให้และการเฉลิมฉลองส่งท้ายปี! เซ็นทรัล เอ็มบาสซีเนรมิตพื้นที่ให้กลายเป็นดินแดนแห่งความสุขสุดคิวต์ในงาน "FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING"ที่สร้างสรรค์ร่วมกับ Sticky Monster Lab สตูดิโอครีเอทีฟชื่อดังระดับโลกจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ โดยเป็นการประเดิมจัดงานครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้!อุโมงค์ไฟและของตกแต่งตื่นตาตื่นใจกับ The Monster Gateway ทางเข้าเชื่อมสถานี BTS เพลินจิต ที่เต็มไปด้วยแสงไฟสีสันสดใส และของประดับในธีมคริสต์มาสสุดน่ารัก และห้ามพลาดกับ ป๊อปอัพสโตร์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่รวบรวมของที่ระลึกและสินค้าลิขสิทธิ์สุดคิวต์มาให้เลือกซื้อเป็นของฝากหรือของสะสมทำความรู้จัก Sticky Monster Lab และคอนเซ็ปต์สุดว้าวSticky Monster Lab คือสตูดิโอที่โดดเด่นในการสร้างสรรค์คาแรคเตอร์มอนสเตอร์สุดน่ารักที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านงานดีไซน์ที่ผสมผสานความขี้เล่น ความตลกขบขัน และมุมมองศิลปะร่วมสมัยอย่างลงตัวงาน "FUNNY LITTLE MESS" ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแรคเตอร์ Redmon และ Elfmon โดยสองครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ SML คือ Fla และ Boo ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยสุดอบอุ่นที่ชวนให้ทุกคนค้นพบความสุขจาก “ความวุ่นวายเล็ก ๆ ที่อบอุ่นใจ” หรือ "funny little mess" ของชีวิต อันเต็มไปด้วยรอยยิ้มและมิตรภาพ คุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าดื่มด่ำกับ Installation Art สุดคิวต์ทุกมุมของ Central Embassyคุณจะได้พบกับคู่หูเพื่อนซี้ Redmon และ Elfmon ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในกรุงเทพฯ มาก่อน! และถูกนำมาจัดแสดงในรูปแบบอาร์ตอินสตอลเลชันขนาดใหญ่ทั่วทั้งศูนย์การค้าจุดถ่ายรูปสุดชิคอย่าพลาดมุมถ่ายรูปสุดสร้างสรรค์อื่น ๆ ทั่วห้าง ไม่ว่าจะเป็น The Wishing Tree หรือ Stick-Ey Together Fountain ที่ทางเข้าเพลินจิต และแน่นอนว่าต้องมีหุ่น Nutcracker ยักษ์ ที่หน้าทางเข้าของห้างอีกด้วยงาน FUNNY LITTLE MESS: SEASON OF GIVING ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงศิลปะที่น่ารักเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งต่อพลังบวกและความหมายของ "การให้" และ "มิตรภาพ" ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความรู้สึกดี ๆ อีกด้วยเซ็นทรัล เอ็มบาสซี งาน FUNNY LITTLE MESS : SEASON OF GIVING 2025 ที่อยู่ : 1031 ถนนเพลินจิต เขตปทุมวัน กรุงเทพฯพิกัด : https://maps.app.goo.gl/iCYMagoYMWYfGX819เปิดให้เข้าชม : 10.00-22.00 น.การเดินทาง : รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลิตจิตมาเปลี่ยนช่วงเวลาส่งท้ายปีให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความทรงจำที่อบอุ่นใจไปกับเหล่ามอนสเตอร์สุดน่ารักที่ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงอาจซ่อนอยู่ใน "ความวุ่นวายเล็กๆ" ที่น่ารักนี้!เขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

19 ก.ค. 2025

บ๊อกบ๊อก! คาเฟ่น้องหมาที่จะทำให้หัวใจละลาย – Corgi in the Garden

“บ๊อคบ๊อค~ เสียงใครน้า?” อ๋อ! เสียงเจ้าตัวเล็กสี่ขานี่เอง! ถ้าใครกำลังมองหาคาเฟ่น้องหมาน่ารักๆ แอดขอป้ายยาแรงๆ ให้ไป Corgi in the Garden คาเฟ่คอร์กี้สุดคิวท์ที่สายหมาต้องร้องกรี๊ด! เพราะที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความน่ารัก แต่ยังมอบความสุขจนใจฟู ใครได้มาแล้วระวังจะติดใจกลับบ้านไม่ถูกน้า~รอบเข้า การจอง บอกก่อนว่าที่นี่เขาเปิดเป็นรอบๆ นะจ๊ะ แนะนำว่าให้ ทักไลน์ไปจองล่วงหน้า เลย จะได้ไม่พลาดรอบเด็ดๆ เพราะทางร้านจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ให้เราได้ฟินกับน้องๆ แบบเต็มอิ่ม ไม่แออัด ไม่แย่งกันถ่ายรูป! โดยแพ็คเกจมีให้เลือก 2 แบบ คือStandardค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว = 350.-ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น = 450.-Premiumค่าเข้า + ของที่ระลึกจากทางร้าน = 550.-หรือจัดเต็ม! ค่าเข้า + น้ำ 1 แก้ว + เค้ก/ไอศกรีม 1 ชิ้น + ของที่ระลึก = 650.- บรรยากาศร้านอบอุ่น น่ารัก มีมุมถ่ายรูปเพียบ! ทั้งมุมชิคๆ คิ้วท์ๆ และมุมของที่ระลึกให้เลือกช้อปกลับบ้าน พอถึงเวลาเข้าเล่น พนักงานจะอธิบายกฎระเบียบ เช่น ใส่ถุงคลุมเท้า ก่อนเข้าโซนน้องหมา และบอกวิธีให้อาหาร (ถ้วยละ 100.-) เพื่อความปลอดภัยของเราและน้องๆ สายถ่ายรูปห้ามพลาด! เพราะพี่พนักงานใจดี๊ใจดี จะช่วยดึงความน่ารักของน้องๆ มาให้เราได้รูปสวยๆ ฟินๆ กลับบ้านแน่นอน ขนมและเครื่องดื่มที่นี่ไม่ใช่แค่พร็อพถ่ายรูปนะจ๊ะ แต่อร่อยจริง! หวานกำลังดี ไม่เลี่ยน แนะนำให้วางกลางโต๊ะให้ดี เพราะถ้าเผลอวางไว้ใกล้ขอบโต๊ะ มีสิทธิ์โดนเจ้าตัวแสบแอบจกไปกินก่อน บอกเลยว่าเอ็นเนอจี้เต็มร้อยตอนขาไป แต่พอได้เล่นกับน้องๆ เท่านั้นแหละ…เอ็นเนอจี้หายหมด เหลือแค่ ใจที่ฟูฟ่องกลับบ้าน น้องๆน่ารักจนลืมเวลา ใครกำลังหาคาเฟ่ชิลๆ เติมพลังใจ แอดแนะนำสุดตัว Corgi in the Garden เลยจ้า แล้วเธอจะติดใจเหมือนแอด!ตั้งอยู่ใน: OURSที่อยู่: 240/1 ซอยเจริญนคร 10 แขวงคลองต้นไทร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ 10600โทร: 062-865-6156เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 10:00 - 18:00 น.เขียนและจัดทำโดย : พิชชาภรณ์ ผาสุขดี และ สาริศา ปริมาณ