พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

Temple & Mutelu

พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

16 เม.ย. 2026

พระกฤษณะ เทพเจ้าแห่งความรักและความสำเร็จ

หากคุณเป็นสายมูที่ชื่นชอบการเดินสายขอพรเรื่องความรัก หรือผู้ที่กำลังค้นหาที่พึ่งทางใจเพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชื่อของ "พระกฤษณะ" คงเป็นหนึ่งในเทพเจ้าฮินดูที่คุณคุ้นเคยและได้ยินชื่อบ่อยที่สุดองค์หนึ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลไปสักการะบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธา ทั้งในเรื่องของการขอคู่ครองที่ดี หรือการเจรจาธุรกิจให้ราบรื่น แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยและมีคำถามในใจว่าแท้จริงแล้ว พระกฤษณะ คือใคร มีความสำคัญอย่างไรในศาสนาฮินดู ทำไมจึงโดดเด่นเรื่องการประทานพรความรักเหนือเทพองค์อื่นๆ รวมถึงหากเราอยากเริ่มต้นบูชาอย่างถูกต้อง จะต้องใช้ พระกฤษณะ บทสวดแบบไหน เตรียมของไหว้อย่างไร และพระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน จึงจะขลังและปังที่สุด


พระกฤษณะ คือใคร? ทำความรู้จักเทพเจ้าผู้เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์และปัญญา

พระกฤษณะ (Lord Krishna) คือ องค์อวตารปางที่ 8 ของพระวิษณุ (หรือที่เราคนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ พระนารายณ์) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในหมวดหมู่ของ "ตรีมูรติ" พระองค์อวตารลงมาบนโลกมนุษย์ในยุคทวาปรยุค โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปราบปรามความชั่วร้าย กษัตริย์ทรราช และฟื้นฟูความดีงามหรือ "ธรรมะ" ให้กลับคืนสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง

นามของพระองค์คำว่า "กฤษณะ" ในภาษาสันสกฤตแปลว่า "สีดำ" หรือ "ผู้ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างหาที่สุดไม่ได้" ซึ่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ของพระองค์ตามคัมภีร์ที่ระบุไว้ว่าทรงมีเสน่ห์ที่สามารถสะกดทุกสรรพสิ่ง ทั้งมนุษย์ สัตว์ และเทพเทวดาด้วยกันเอง

สัญลักษณ์ประจำพระองค์ที่โดดเด่น

หากคุณไปตามเทวสถานต่างๆ คุณสามารถจดจำพระกฤษณะได้ง่ายๆ ผ่านสัญลักษณ์และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ดังต่อไปนี้

  • พระวรกายสีดำอมฟ้า (หรือสีน้ำเงินเข้ม): ไม่ใช่ความหมองคล้ำ แต่สีน้ำเงินเข้มนี้สื่อถึงความกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาล ท้องฟ้า และมหาสมุทร ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นอนันต์ของพระผู้เป็นเจ้า
  • ขนนกยูงประดับบนพระเศียร: สื่อถึงความงดงาม ความบริสุทธิ์ วัฏจักรของธรรมชาติ และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
  • ขลุ่ยไม้ไผ่ (Bansuri): สัญลักษณ์แห่งเสียงดนตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สะกดทุกสรรพสิ่ง ขลุ่ยที่กลวงเปรียบเสมือนจิตใจมนุษย์ที่ถูกชำระล้างจนว่างเปล่า ละทิ้งอัตตา (Ego) เพื่อให้เสียงแห่งธรรมะของพระเจ้าผ่านเข้ามาดลใจได้
  • ฝูงวัวและหม้อเนย: พระองค์เติบโตมาในหมู่บ้านคนเลี้ยงวัว (เมืองวฤนทาวัน) จึงมีพระนามเรียกขานอีกอย่างว่า "โควินทะ" หรือ "โคบาล" ซึ่งแปลว่าผู้พิทักษ์วัว และในวัยเยาว์ทรงโปรดปรานการขโมยเนยสดมาก จนได้ฉายาว่า "มาขัณโจร์" (Makhan Chor) ซึ่งเนยในที่นี้เปรียบเสมือนจิตใจที่บริสุทธิ์ของผู้ศรัทธาที่พระองค์ทรงปรารถนานั่นเอง

 

ตำนานความรักและบทบาทสำคัญที่ทำให้พระกฤษณะเป็นที่รักของมวลมนุษย์

การจะเข้าใจว่าทำไมพระกฤษณะจึงได้รับการเคารพยกย่องอย่างสูงสุดทั้งในอินเดียและทั่วโลก ต้องทำความเข้าใจผ่าน 2 มิติหลัก คือ มิติแห่งความรักอันบริสุทธิ์ และมิติแห่งปัญญาอันล้ำลึก

1. พระกฤษณะและพระนางราธา: ต้นแบบแห่งรักแท้และคู่แท้เหนือกาลเวลา

ทำไมคนจึงนิยมขอพรเรื่องความรักจากพระกฤษณะ? คำตอบอยู่ที่ตำนานความรักสุดแสนโรแมนติกระหว่างพระองค์กับ "พระนางราธา" (Radha) หญิงเลี้ยงวัวผู้มีสิริโฉมงดงาม

ความรักของทั้งสองไม่ใช่เพียงความรักแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่เป็นความรักในระดับจิตวิญญาณ (Divine Love) แม้ในท้ายที่สุดพระกฤษณะจะต้องจากหมู่บ้านไปทำภารกิจปราบอธรรม เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และไม่ได้ครองคู่กับพระนางราธาในทางโลก (พระกฤษณะมีมเหสีตามกฎหมายคือ พระนางรุกมิณี) แต่ความรักและความผูกพันของพระกฤษณะและพระนางราธาก็ยังคงเป็นนิรันดร์

ชาวฮินดูเชื่อว่า พระนางราธาคือตัวแทนของ "ความภักดีอันสูงสุด" (Bhakti) ส่วนพระกฤษณะคือ "พระผู้เป็นเจ้า" ความรักของทั้งสองคือการหลอมรวมของจิตวิญญาณมนุษย์เข้ากับพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้น ผู้ที่มาขอพรความรักจากพระกฤษณะ จึงมักได้พบกับ "ความรักที่บริสุทธิ์ มั่นคง เกื้อกูลกัน และเป็นคู่แท้ทางจิตวิญญาณ"

2. ผู้ถ่ายทอดคัมภีร์ "ภควัทคีตา" ในมหากาพย์มหาภารตะ

ในมิติแห่งปัญญา พระกฤษณะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสงครามทุ่งกุรุเกษตร ซึ่งเป็นฉากสำคัญในมหากาพย์มหาภารตะ โดยพระองค์ไม่ยอมจับอาวุธสู้รบ แต่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถม้าให้กับ อรชุน (นักรบผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายปาณฑพ)

เมื่ออรชุนเห็นเครือญาติของตนเองอยู่ฝั่งศัตรู ก็เกิดความทุกข์ใจ ลังเล และไม่อยากทำสงคราม พระกฤษณะจึงได้หยุดเวลาและเทศนาสั่งสอนอรชุนกลางสนามรบ คำสอนอันล้ำลึกนั้นได้ถูกรวบรวมเป็นคัมภีร์ที่สำคัญที่สุดเล่มหนึ่งของโลกชื่อว่า "ภควัทคีตา" (The Bhagavad Gita) ซึ่งสอนหลักธรรมสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • กรรมโยคะ (Karma Yoga): การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดโดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ที่จะตามมา ทำด้วยความเสียสละและรับผิดชอบ
  • ชญาณโยคะ (Jnana Yoga): การใช้ปัญญาเพื่อรู้แจ้งเห็นจริง เข้าใจว่าร่างกายเป็นเพียงเปลือกนอก แต่จิตวิญญาณ (อาตมัน) นั้นเป็นอมตะไม่มีวันตาย
  • ภักดีโยคะ (Bhakti Yoga): ความศรัทธา ความรัก และการมอบกายถวายชีวิตแด่พระผู้เป็นเจ้าโดยไม่มีเงื่อนไข

 

วิธีเตรียมของไหว้และขั้นตอนการบูชาพระกฤษณะให้สัมฤทธิ์ผลฅ

หากคุณต้องการให้พรที่ขอสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือความสำเร็จ การบูชาอย่างถูกวิธีและมีจิตใจที่บริสุทธิ์คือหัวใจสำคัญ

พระกฤษณะโปรดปรานความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ นี่คือลิสต์ของไหว้และข้อควรระวังที่คุณต้องรู้

ของไหว้ที่ควรเตรียม

  1. ใบกะเพราอินเดีย (Tulsi - ตุลซี): นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด! พระกฤษณะทรงโปรดปรานใบตุลซีมาก เชื่อกันว่าหากถวายของมีค่ามากมายแต่ไม่มีใบตุลซี พระองค์ก็อาจจะไม่โปรดเท่ากับการถวายน้ำเปล่าหนึ่งแก้วพร้อมใบตุลซีเพียงใบเดียว
  2. ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม: ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกบัว หรือดอกไม้สีสดใส
  3. ผลไม้มงคล: กล้วย แอปเปิล ส้ม องุ่น สาลี่ ทับทิม หรือผลไม้ตามฤดูกาล (ล้างให้สะอาดก่อนถวายเสมอ)
  4. ขนมหวานและผลิตภัณฑ์จากนม: ขนมลาดู ขนมโมทกะ ขนมเพฑา เนยสด (Ghee) นมวัวรสจืด โยเกิร์ต หรือขนมหวานสไตล์อินเดียที่ทำจากนม
  5. เครื่องหอมและประทีป: ธูปหอม (3-5 ดอก) หรือกำยาน กลิ่นมะลิหรือจันทน์หอม พร้อมจุดเทียนหรือตะเกียงน้ำมันเนย (Diya) เพื่อถวายแสงสว่างและปัญญา

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการบูชา

  1. ห้ามถวายเนื้อสัตว์เด็ดขาด: พระกฤษณะเป็นเทพที่รักสัตว์โดยเฉพาะวัว ของไหว้และอาหารที่นำมาถวายต้องเป็นมังสวิรัติ 100%
  2. ห้ามมีส่วนผสมของไข่: ขนมหรืออาหารที่นำมาถวายต้องแน่ใจว่าไม่มีไข่เป็นส่วนประกอบ เพราะในทางฮินดู ไข่ไม่ถือเป็นอาหารมังสวิรัติที่บริสุทธิ์
  3. หลีกเลี่ยงการขอพรในสิ่งที่ผิดศีลธรรม: เช่น ขอให้คนที่มีครอบครัวแล้วมารัก ขอให้ศัตรูพินาศ หรือขอในสิ่งที่เบียดเบียนผู้อื่น พรเหล่านี้จะไม่เป็นผลและอาจนำผลเสียมาสู่ผู้ขอเอง

พระกฤษณะ บทสวด มหามนต์เพื่อความสงบและสิริมงคล

การสวดมนต์บูชาพระกฤษณะ ควรเริ่มต้นด้วยการชำระล้างร่างกายให้สะอาด สวมใส่เสื้อผ้าสีสุภาพ (สีขาว สีเหลือง หรือสีชมพู) ทำจิตใจให้สงบ ทำสมาธิระลึกถึงพระองค์ และสามารถเลือกใช้บทสวด ตามความสะดวก ดังนี้

บทสวดบูชาพระพิฆเนศ (ก่อนเริ่มสวดเทพองค์อื่นเสมอ)

ตามธรรมเนียมฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเพื่อเปิดทางและขจัดอุปสรรคก่อนเสมอ

"โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา" (สวด 3 หรือ 9 จบ)

 

บทบูชาพระกฤษณะ

ฮะเร กฤษณะ ฮะเร กฤษณะ

กฤษณะ กฤษณะ ฮะเร ฮะเร

ฮะเร รามะ ฮะเร รามะ


พระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน? แนะนำพิกัดขอพรสุดปังในกรุงเทพฯ

สำหรับสายมูที่พร้อมจะเดินทางไปสักการะองค์พระกฤษณะองค์จริงในประเทศไทย คำถามยอดฮิตคือ พระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน ดี? เราได้รวบรวม 3 พิกัดยอดนิยมที่เดินทางสะดวก มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีองค์เทวรูปที่งดงามมาฝากกันค่ะ

1. วัดเทพมณเฑียร (สมาคมฮินดูสมาช) ย่านเสาชิงช้า

พิกัดนี้ถือเป็น "เดสทิเนชั่นอันดับหนึ่ง" สำหรับคนโสดที่ต้องการขอพรเรื่องความรัก ที่นี่ประดิษฐานองค์พระกฤษณะและพระนางราธาเคียงคู่กันอย่างงดงาม บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เย็นสบาย และเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความเมตตา

  • สิ่งที่ควรขอพร: โด่งดังมากในเรื่องการขอพรความรักให้สมหวัง ขอให้ได้เจอคู่แท้ที่ดี ขอให้ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข หรือขอความสำเร็จในการเจรจาค้าขาย
  • เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - ศุกร์ เปิดเวลา 08.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 19.30 น. (เสาร์-อาทิตย์ เปิดตลอดทั้งวัน) แนะนำให้เช็กเวลาพักของพราหมณ์ก่อนเดินทาง
  • การเดินทาง: รถไฟฟ้า MRT สถานีสามยอด (เดินต่อประมาณ 10 นาทีไปทางเสาชิงช้า) วัดตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนภารตวิทยาลัย

 

2. วัดวิษณุ (สมาคมฮินดูธรรมสภา) เขตยานนาวา

วัดวิษณุเป็นวัดฮินดูที่มีความเก่าแก่และประดิษฐานเทพเจ้าฮินดูครบถ้วนทุกองค์ ภายในมีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีเทวาลัยเฉพาะของพระกฤษณะและพระนางราธาที่งดงามไม่แพ้ที่ใด

  • สิ่งที่ควรขอพร: เนื่องจากเป็นวัดขององค์พระวิษณุและอวตารของพระองค์ จึงโดดเด่นเรื่องการขอพรด้านความมั่นคงในชีวิต ความสำเร็จในการงาน ธุรกิจ การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และปัดเป่าอุปสรรคศัตรูคู่แข่ง
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 20.00 น.
  • การเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ หรือ สถานีสะพานตากสิน แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือ วินมอเตอร์ไซค์เข้าไปในซอยเจริญราษฎร์ 3

 

3. ISKCON Bangkok (สมาคมนานาชาติเพื่อความสำนึกในพระกฤษณะ)

หากคุณต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและการบูชาแบบอินเดียดั้งเดิมอย่างแท้จริง ต้องมาที่นี่ ISKCON (อิสคอน) คือศูนย์รวมของผู้ศรัทธาและมอบกายถวายชีวิตแด่พระกฤษณะโดยเฉพาะ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยการสวดมนต์ ร้องเพลงคีรตัน (Kirtan) และการเต้นรำถวายเทพ

  • สิ่งที่ควรขอพร: เหมาะสำหรับการไปขอพรเพื่อความสงบสุขทางจิตวิญญาณ การชำระล้างบาป การปฏิบัติธรรม 
  • สวดมหามนต์ และร่วมรับประทานอาหารมังสวิรัติศักดิ์สิทธิ์ (ปราสาดัม) ที่ทางสมาคมแจกจ่าย
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน แต่ควรตรวจสอบเวลากิจกรรมหลัก (เช่น วันอาทิตย์เย็น) ในเพจเฟซบุ๊ก ISKCON Bangkok ก่อนเดินทาง
  • การเดินทาง: ตั้งอยู่ย่านรามคำแหง (หัวหมาก) สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือรถประจำทางสายที่ผ่านถนนรามคำแหง

 

สรุป

พระกฤษณะ ไม่ได้เป็นเพียงเทพเจ้าที่ประทานพรด้านความรักหรือการหาคู่เท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความร่าเริง และการสอนให้มนุษย์รู้จักทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดตามหลักคัมภีร์ภควัทคีตา

หากคุณบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธาที่ตั้งมั่น นำของไหว้ที่ถูกต้องและบริสุทธิ์มาถวาย สวดพระกฤษณะ บทสวด อย่างสม่ำเสมอ และนำหลักธรรมคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รับรองว่าคุณจะพบกับความสงบสุขภายในจิตใจ ดึงดูดความรักที่ดี และก้าวไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้านอย่างแน่นอน


 

related Temple & Mutelu

เรื่องนี้ต้องดู "ปิดทองพระ ตรงไหน" ช่วยเสริมดวงทางด้านไหน

02 ก.ย. 2022

เรื่องนี้ต้องดู "ปิดทองพระ ตรงไหน" ช่วยเสริมดวงทางด้านไหน

เคยสงสัยกันหรือไม่? ว่าการ "ปิดทอง" บนองค์พระพุทธรูปในแต่ละส่วนมีความหมาย และเสริมทางด้านไหน เรื่องนี้ต้องรู้ไว่ ว่าการปิดทองที่องค์พระพุทธรูปจะช่วยเสริมดวงที่ต่างกันออกไป มาดูกันว่าแต่ละที่จะเสริมทางด้านไหนกันบ้างศรีษะสติปัญญา ความคิด ไร้อุปสรรคหน้าอกมีเสน่ห์ มีคนรักใคร่ เข้าหาท้องมีเงินทอง ร่ำรวยฝ่ามือเสริมอำนาจบารมีฐานองค์พระหน้าที่การงานมั่นคงใบหน้าความสำเร็จ สง่าผ่าเผยหลังผิวพรรณดี สง่าผ่าเผยสะดือขีวิตราบรื่น ไม่อดอยากเท้าความเป็นอยู่ดี มีบ้าน มีรถพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

24 ม.ค. 2025

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

ตรุษจีนกำลังจะมาถึงอีกครั้ง เทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสันของโคมแดง กลิ่นธูปหอม และเสียงประทัดที่สร้างความคึกคักไปทั่วทุกแห่งในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างเริ่มเตรียมของไหว้ ทำความสะอาดบ้าน และวางแผนไปไหว้พระเพื่อเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และสุขภาพดีตลอดปีถ้าปีนี้ใครกำลังมองหาวัดจีนสวย ๆ เพื่อกราบไหว้เทพเจ้าและสัมผัสบรรยากาศตรุษจีนแบบเต็มอิ่ม เราได้รวบรวม วัดจีนที่โดดเด่นใน 4 ภาคของประเทศไทย มาให้แล้ว ทั้งวัดดังในเมืองใหญ่และวัดที่อบอวลไปด้วยธรรมชาติ จะมีที่ไหนกันบ้างไปดูกันภาคกลางวัดมังกร หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ จังหวัดกรุงเทพวัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส เป็นวัดจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ใจกลางย่านเยาวราช โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม และความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าจีนถึง 58 องค์ ภายในวัดประกอบด้วยวิหารท้าวจตุโลกบาล พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธาน และวิหารเทพเจ้าพิกัด : 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานีวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานี เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา มีพระพุทธรัตนมหาพรหม พระประธานอายุกว่า 230 ปี และ “เซียนแปะโรงสี” ที่ผู้คนนิยมบูชาขอพร ด้านการงาน การเงิน และโชคลาภ วัดตกแต่งแบบจีน มีรูปปั้นสิงห์ให้ลูบขอพร เพิ่มพลังใจและความสำเร็จในชีวิตพิกัด: 2/1 หมู่ 3 ซอยวัดมะขาม ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ จังหวัดนนทบุรีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ เป็นวัดจีนในนิกายรังสรรค์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม โดยประตูทางเข้าวัดแกะสลักด้วยหินจากประเทศจีน ภายในวัดมีวิหารจตุโลกบาล ประดิษฐานพระโพธิสัตว์และธรรมบาล เช่น พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ท้าวจตุโลกบาล และเทพเจ้าอีก 8 องค์ อาทิ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพแห่งโชคลาภ) และเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย (เทพแห่งดวงชะตา) ซึ่งล้วนได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงพิกัด: 959 หมู่ 4 ถนนเทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู จังหวัดสมุทรปราการศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู เป็นศาลเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมจีนโบราณ โดดเด่นด้วยงานแกะสลักหินอันปราณีต อีกทั้งยังประดิษฐานเทพเจ้าขุนศึกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวไต้หวันจำนวน 5 องค์ ได้แก่ เทพเจ้าตระกูลหลี่, เทพเจ้าตระกูลฉือ, เทพเจ้าตระกูลอู่, เทพเจ้าตระกูลจู และเทพเจ้าตระกูลฟ่าน ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่า "อู๋ฟุ่เซียนส้วย" หรือ "โหวงหวังเอี้ย"พิกัด: 5 ซอยมูลนิธิธรรมกตัญญู ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการพุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม จังหวัดนครนายกพุทธสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมจีน เป็นที่ประดิษฐานของ "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" หรือ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ย" ในปางมหาเศรษฐีชัมภล ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ภายในพุทธสถานยังมีเทพเจ้าและพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อของชาวจีนอีกหลายองค์ เช่น เทพเจ้าเฮ่งเจีย, เจ้าพ่อกวนอู, เจ้าพ่อเสือ, พระโพธิสัตว์กวนอิม, พระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พิกัด: ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายกศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือ โดยเชื่อกันว่าการมากราบไหว้ที่นี่จะนำพาโชคลาภ ความร่ำรวย และความสำเร็จมาสู่ผู้สักการะ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์คู่สององค์อย่างสง่างาม อีกทั้งบริเวณภายในศาลทั้งสามด้านยังประดับด้วยภาพเขียนศิลปะจีนที่วิจิตรบรรจงให้รับชมด้วยพิกัด 491/1 หมู่ 1 ถนนมาลัยแมน ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรีอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ จังหวัดนครปฐมอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ เป็นวัดจีนที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศอันเงียบสงบ ริมแม่น้ำท่าจีน ภายในวัดมีจุดเด่นที่สำคัญคือ องค์พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตและมีความสูงถึง 13.99 เมตร นำเข้าจากประเทศจีนพิกัด 88 หมู่ที่ 1 บ้านพริก ถ.ปื่นเกล้า-นครชัยศรี พุทธมณฑลสาย6 ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมวัดทิพยาวารีวิหาร กรุงเทพวัดนี้มีความสวยงามตามแบบฉบับศิลปะจีน โดยผู้คนนิยมไปขอโชคลาภจากเทพเจ้ามังกรเขียว ภายในโบสถ์อันงดงามนั้นมีเทพเจ้าให้เราได้ขอพรหลายองค์ เช่น พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปสามองค์ตามคติความเชื่อของมหายาน, เจ้าแม่กวนอิมพันกร, ศาลเทพมังกรเขียวที่ถือเป็นเทพเจ้าประจำวัดนี้, พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และเทพเจ้าองค์ต่างๆ ที่พร้อมมอบพรและความสุขให้แก่ผู้ศรัทธาพิกัด 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวง วังบูรพาภิรมย์ เขต พระนคร, กรุงเทพมหานครภาคเหนือศาลเจ้าปุงเถ่ากง จังหวัดเชียงใหม่"ศาลเจ้าปุงเถ่ากง" เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม ภายในศาลเจ้าขึ้นชื่อเรื่องการแก้ชงและเสริมสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีพิธีแก้ชงที่ครบถ้วน ตั้งแต่การไหว้เทพเจ้า, การขอพร ไปจนถึงการสะเดาะเคราะห์เพื่อเสริมความโชคดีและความเป็นสิริมงคลในชีวิตพิกัด : 45 ถ. ไปรษณีย์ ตำบล ช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม จังหวัดเชียงรายวัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม เป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบจีน ภายในวัดมีสิ่งสำคัญหลายประการ เช่น พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระสหัสสหัตถสหัสสเนตร, พระศรีอาริยเมตไตรยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก, ธรรมศาลา, และศาลากตัญญู ทำให้วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยความเคารพและศรัทธาพิกัด ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย เป็นวัดจีนขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นดอยสุเทพ 2 โดยมีจุดชมวิวมุมสูงที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าจีนเกือบทุกองค์ให้สักการะบูชาตามความเชื่อ เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก หากขอพรจะได้รับตามที่หวัง โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายและโชคลาภพิกัด : 699 หมู่ 11 ตำบล วังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตรศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพิจิตรให้ความเคารพนับถือ และยังเป็นสถานที่สอนหนังสือให้แก่บุตรหลานในหมู่บ้าน ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) เป็นองค์ประธาน ด้านขวาของศาลเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ส่วนด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากงและปุ้นเถ่าม่าพิกัด : 299 หมู่ 5 ถนนพิจิตร-บางกระทุ่ม เมืองพิจิตร, พิจิตรวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดสันช้างหิน จังหวัดพะเยาวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นวัดเก่าแก่โบราณที่มีอายุ 178 ปี ภายในวิหารประดิษฐานรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมจากไม้สักท่อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และที่นี่ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายมังกร สร้างบรรยากาศแบบจีนโบราณและมีเครื่องเซ่นกราบไหว้บูชา ผู้คนเข้ามากราบไหว้ขอพรที่นี่ทุกวันพิกัด : 103 หมู่ 7 อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยาศาลเจ้ากวนอู(บู้เบี้ย) จังหวัดเชียงใหม่ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นเทพเจ้าของความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และความกล้าหาญ เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนในเชียงใหม่ได้สักการะบูชาในความศักดิ์สิทธิ์มานาน ภายในศาลเจ้านอกจากมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู (เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์) แล้ว ยังมีแท่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อีกหลายมุมที่ผู้คนสามารถสักการะได้พิกัด : เลขที่ 95 ตรอกข่วงเมรุหรือตรอกเหล่าโจ๊ว ทางทิศตะวันตกของตลาดวโรรสมูลนิธิวิหารเซียน จังหวัดกำแพงเพชรวิหารเซียนกำแพงเพชรมีลักษณะคล้ายกับวิหารหรือพระอารามแบบวัดจีนมหายานโบราณ มีความสวยงามโดดเด่น ภายในวิหารออกแบบโดยใช้ตำราฮวงจุ้ยและประดับตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ประดิษฐานของพระสังกัจจายน์ เทพจตุรบาล และรูปแกะสลักของเทพเจ้าหลายองค์พิกัด : ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชรวัดห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่“วัดห้วยบง” เป็นวัดที่มีความงดงามด้วยการผสมผสานวิหารแบบไทยและจีน ภายในบริเวณวัดมีการสร้างวิหารสถาปัตยกรรมจีนขนาดใหญ่และเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ที่ผู้คนสามารถกราบไหว้ สักการะ และขอพร ทั้งในแบบไทยและจีน เช่น พระศรีอริยเมตตไตรย์ พระโพธิสัตว์ พระพรหม และเทพเจ้าเซียนต่าง ๆพิกัด : 399/4-6 ถนน เชียงใหม่-แม่โจ้ ตำบล แม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย เชียงใหม่ภาคใต้ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋ง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋งเป็นศาลเจ้าที่ชาวเหนือคลองให้ความเคารพศรัทธาและเป็นสถานที่ประกอบพิธีในเทศกาลกินเจ ภายในศาลเจ้านี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ และรวมไปถึงยังมีการแสดงต่างๆ ที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจอีกด้วยพิกัด : ตำบล เหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าบางยี่โร จังหวัดชุมพรเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ อายุ 100 กว่าปี เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในศาลเจ้ามีเทพเจ้าให้มาสักการะบูชาขอพรกัน และยิ่งในช่วงเทศกาลกินเจ ทางศาลเจ้าบางยี่โรจะมีการจัดกิจกรรมให้เข้าร่วมมากมายอีกด้วยพิกัด : ตำบล หลังสวน อำเภอ หลังสวน จังหวัด ชุมพรศาลเจ้าฮกเกี้ยน จังหวัดสุราษฎร์ธานีศาลเจ้าฮกเกี้ยนเป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น องค์เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกงจากมณฑลฮกเกี้ยน จำนวน 3 องค์ ซึ่งเป็นเจ้าองค์ประธานของศาลเจ้าฮกเกี้ยน และเจ้าแม่กวนอิมกับเจ้าแม่ทับทิม นอกจากเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของศาลคือ มังกรหน้าศาลที่สามารถพ่นน้ำได้ ซึ่งถือกันว่าน้ำที่มังกรพ่นออกมาคือน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมากราบไหว้พิกัด : 512 ถนน ต้นโพธิ์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานีศาลเจ้าแสงธรรม อ๊ามเต่งก้อง จังหวัดภูเก็ตศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าจีนที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ตมีการออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบจีน โดยการนำเอารูปปูนปั้นมังกรและตุ๊กตาประดับบนหลังคาศาลเจ้า ด้านในศาลเจ้ามีเทวรูปขององค์เทพเจ้าจีนให้ผู้เข้าชมได้สักการะบูชาหลายองค์ ได้แก่ องค์พระอ๋องซุนต่ายสาย ซึ่งเป็นประธานศาลเจ้าแห่งนี้ และพระตันเซ่งอ๋อง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่สายตระกูลแซ่ตันพิกัด : ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตวัดฉื่อฉาง จังหวัดสงขลาวัดฉื่อฉางเป็นวัดที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบไทย จีน และทิเบตผสมผสานกันอย่างลงตัว ลวดลายบริเวณผนังกระเบื้องสวยงามและมีเอกลักษณ์อย่างมาก ภายในวัดมีการประดิษฐานเทพเจ้าต่างๆ เช่น เทพกวนอู เจ้าแม่กวนอิมพันกร และพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซึ่งผู้คนสามารถเข้าไปกราบไหว้เพื่อขอพรเสริมสิริมงคลพิกัด : ถนนศุภสารรังสรรค์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนไทยเชื้อสายจีน ตั้งอยู่กลางเมืองปัตตานีและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในศาลมีรูปปั้นเจ้าแม่และเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน พร้อมทั้งกำหนดจุดสำหรับการไหว้เจ้าแม่และบูชาเทพเจ้าอีกด้วยพิกัด : 63 ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู เมืองปัตตานีศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้าโก้วเล้งจี่เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของเมืองนราธิวาส ภายในศาลเจ้าประดิษฐานองค์พระยูไลเป็นพระประธาน และพ่อปูมังกรดำเป็นเจ้าศาล มีผนังปูนปั้นนูนแสดงภาพขององค์ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ส่วนภายนอกตกแต่งผนังด้วยปูนปั้นวิจิตรสวยงามที่บอกเล่าเรื่องราวทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมจีนพิกัด : ถนนพิพิธคีรี ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลนราธิวาส บางนาค เมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้ากิวอ่องเอีย จังหวัดตรังศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย ศาลเจ้าที่ใหญ่ ชและเก่าแก่ที่สุดแห่งเมืองตรัง ซึ่งในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย จะเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมกินเจ รวมถึงที่นี่ยังสามารถมาขอพรจากองค์ท่ามกงเฮี้ยได้ ส่วนใหญ่ที่คนจะมาในเรื่องของกิจการค้าขายประสบความสำเร็จ ขอบุตร ขอหน้าที่การงาน เป็นต้นพิกัด : 169 ถนนท่ากลาง ตำบลทับเที่ยง อำเภออำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรังภาคอีสานศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า จ.ขอนแก่นที่นี่ถือว่าเป็นศาลเจ้าหลักที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลในการค้าขาย และช่วยปกป้องให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่ามีสถาปัตยกรรมที่คล้ายเมืองอยู่ในเมืองจีน มีเทพหลายองค์ให้คนที่ผ่านไปมาได้แวะสักการะบูชา อย่าง องค์ปึงเถ่ากงม่า และเจ้าแม่ทับทิมพิกัด : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นศาลเจ้าแม่ทับทิม จังหวัดนครราชสีมาศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดในอีสาน มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนไหหลำทั่วโลก โดยคำว่า ‘จุยบ่วยเนี่ยว’ แปลว่า เจ้าแม่ชายน้ำ เป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ จึงเป็นที่เคารพบูชาในหมู่ชาวเรือชาวประมง สามารถไปขอพร ขอโชค เงินทอง สุขภาพ เสริมดวง กันได้พิกัด : 333 ถนนโพธิ์กลาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานีศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่มีขนาดใหญ่และสถาปัยกรรมที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าเก็บรักษามังกรยาวถึง 99 เมตร นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกมากมายที่ประดิษฐานอยู่ที่นี่ เช่น ทีตีแป่บ้อ (ศาลเทพยดาฟ้าดิน), ปึงเถ่ากงม่า (เจ้าปู่เจ้าย่า), ศาลเจ้าพ่อหนองบัว, ตี่จู่เอี้ย (เจ้าที่เจ้าทาง), พระสังกัจจายน์ และฉั่งง่วนส่วย (องค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราชญ์) เป็นต้นพิกัด : 888 ถนน 39 ศาลเจ้าเนรมิต ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีศาลเจ้าพุทธก๋ง จ.อุบลราชธานีศาลเจ้าพุทธก๋งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงามและโดดเด่น ด้วยหลังคาทรงจั่วประดับด้วยลวดลายมังกรและสัตว์มงคลต่างๆ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าให้สักการะบูชา เช่น องค์พระพุทธก๋งที่เป็นพระประธานของศาลเจ้า รวมถึงเจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าแห่งความเมตตา เจ้าพ่อเสือ เทพเจ้าแห่งความกล้าหาญ และเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภอีกด้วยพิกัด : 122 ถนนพรหมเทพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวักอุบลราชธานีศาลเจ้าตังสี่ จังหวัดสุรินทร์ศาลเจ้าตังสี่เป็นศาลเจ้าที่ชุมชนชาวจีนที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษใช้กราบไหว้บูชาขอพร ที่เรียกว่าตังสี่เพราะเป็นย่านการค้า ที่นี่จะโดดเด่นในเรื่องการขอพรในด้านการค้าขาย ใครทำมาค้าขายก็อย่าลืมแวะมาขอพรกันได้นะพิกัด : ซอย ศรีหลักเมือง ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ สุรินทร์วิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือ จังหวัดศรีษะเกษวิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือถูกตั้งขึ้นโดยชาวไทยเชื้อสายจีน ภายในวิหารประดิษฐานพระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่นำมาจากประเทศจีน เป็นที่เคารพสักการะของชาวขุขันธ์ และวิหารยังมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามพิกัด : อ. ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลยมูลนิธิสว่างคีรีธรรมเป็นสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย ภายในบริเวณมีสถาปัตยกรรมจีนหลากหลาย อย่าง มหาวิหารพุทธชยันตี เทวสถานแปดเซียน ตำหนักพระแม่กวนอิมอวโลกิเตศวร และมีไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือวิหารมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกร ซึ่งด้านหน้าประดิษฐานเทวรูปเจ้าแม่กวนอิมพันกรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิฤทธิ์ในการขจัดเหตุเภทภัยอันตรายต่างๆพิกัด : 80/14 ถ.เลยด่านซ้าย ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลยศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม จังหวัดนครพนมศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม ตั้งอยู่ภายในวัดโอกาสหรือวัดศรีบัวบาน เป็นศาลคู่อยู่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่ชาวจีนเคารพนับถือและเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองนครพนม ซึ่งที่นี่เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพเจ้าจีนปุงเถ่ากง-ม่า ที่เชื่อว่าขอพรอะไรก็จะได้พิกัด : ถนนศรีเทพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ​ เจ้าแห่งขุมทรัพย์ และความร่ำรวย

27 ก.ค. 2022

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ​ เจ้าแห่งขุมทรัพย์ และความร่ำรวย

เสริมดวงให้ปัง! กับคาถาบูชา "ท้าวเวสสุวรรณ" ผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง อำนาจวาสนา ให้บูชารูป องค์ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร (บูชาประจำวัน) และท่องคาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ 9 จบ ดังต่อไปนี้ตั้งนะโม 3 จบ"อิติปิโส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโม พุทธายะ ท้าวเวสสุวรรณโณ จาตุมะหาราชิกา ยักขะพันตาภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโม พุทธายะ"พิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

ชื่อไหนดี ชื่อไหนปัง มาเช็คชื่อกันดีกว่า ชื่อเราจะปังมั้ย

05 ส.ค. 2022

ชื่อไหนดี ชื่อไหนปัง มาเช็คชื่อกันดีกว่า ชื่อเราจะปังมั้ย

ทุกคนล้วนมี “คำ” ที่ไว้ใช้เรียกแทนตัวเอง คำๆนั้นเรียกว่า “ชื่อ”ใน “ชื่อ” เกือบทุกชื่อจะมีความหมาย และทุกชื่อน่าจะมีความหมายดี แต่ต่อให้ “ชื่อ” ที่มีความหมายดี เมื่อไปเป็นชื่อของใครแล้วก็อาจไม่เข้ากับคนๆนั้นจนทำให้ความหมายที่ว่าดีกลับกลายเป็นไม่ดี(สำหรับคนนั้น)ทั้งนี้เพราะในทุกชื่อประกอบด้วย พยัญชนะ และสระที่อาจขัด ไม่สอดคล้องกับ ฤกษ์ ดวงดาววันที่เราเกิดเพราะลึกลงในดวงดาวเหล่านั้น ก็จะมีกำลังและความหมายในตัวเองเคล็ดเบื้องต้นเสริมปังเน้นๆแน่นๆให้ทุกมวลมิตรมูลองเช็คกันเองดูได้ง่ายๆ ว่าใน ”ชื่อ” เรานั้นมีพยัญชนะ และสระที่ขัด เป็นกาลกิณีกับวันเกิดเราบ้างมั๊ยเกิดวันอาทิตย์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : ศ ษ ส ห ฬ ฮเกิดวันจันทร์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : อ และสระทั้งหมด ยกเว้นการันต์เกิดวันอังคาร มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : ก ข ค ฆ งเกิดวันพุธกลางวัน มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : จ ฉ ช ซ ฌ ญเกิดวันพุธกลางคืน มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ มเกิดวันพฤหัสบดี มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : ด ต ถ ท ธ นเกิดวันศุกร์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : ย ร ล วเกิดวันเสาร์ มีอักษรที่เป็นกาลกิณี คือ : ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168