พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

Temple & Mutelu

พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

16 เม.ย. 2026

พระกฤษณะ เทพเจ้าแห่งความรักและความสำเร็จ

หากคุณเป็นสายมูที่ชื่นชอบการเดินสายขอพรเรื่องความรัก หรือผู้ที่กำลังค้นหาที่พึ่งทางใจเพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชื่อของ "พระกฤษณะ" คงเป็นหนึ่งในเทพเจ้าฮินดูที่คุณคุ้นเคยและได้ยินชื่อบ่อยที่สุดองค์หนึ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลไปสักการะบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธา ทั้งในเรื่องของการขอคู่ครองที่ดี หรือการเจรจาธุรกิจให้ราบรื่น แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยและมีคำถามในใจว่าแท้จริงแล้ว พระกฤษณะ คือใคร มีความสำคัญอย่างไรในศาสนาฮินดู ทำไมจึงโดดเด่นเรื่องการประทานพรความรักเหนือเทพองค์อื่นๆ รวมถึงหากเราอยากเริ่มต้นบูชาอย่างถูกต้อง จะต้องใช้ พระกฤษณะ บทสวดแบบไหน เตรียมของไหว้อย่างไร และพระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน จึงจะขลังและปังที่สุด


พระกฤษณะ คือใคร? ทำความรู้จักเทพเจ้าผู้เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์และปัญญา

พระกฤษณะ (Lord Krishna) คือ องค์อวตารปางที่ 8 ของพระวิษณุ (หรือที่เราคนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ พระนารายณ์) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในหมวดหมู่ของ "ตรีมูรติ" พระองค์อวตารลงมาบนโลกมนุษย์ในยุคทวาปรยุค โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปราบปรามความชั่วร้าย กษัตริย์ทรราช และฟื้นฟูความดีงามหรือ "ธรรมะ" ให้กลับคืนสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง

นามของพระองค์คำว่า "กฤษณะ" ในภาษาสันสกฤตแปลว่า "สีดำ" หรือ "ผู้ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างหาที่สุดไม่ได้" ซึ่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ของพระองค์ตามคัมภีร์ที่ระบุไว้ว่าทรงมีเสน่ห์ที่สามารถสะกดทุกสรรพสิ่ง ทั้งมนุษย์ สัตว์ และเทพเทวดาด้วยกันเอง

สัญลักษณ์ประจำพระองค์ที่โดดเด่น

หากคุณไปตามเทวสถานต่างๆ คุณสามารถจดจำพระกฤษณะได้ง่ายๆ ผ่านสัญลักษณ์และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ดังต่อไปนี้

  • พระวรกายสีดำอมฟ้า (หรือสีน้ำเงินเข้ม): ไม่ใช่ความหมองคล้ำ แต่สีน้ำเงินเข้มนี้สื่อถึงความกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาล ท้องฟ้า และมหาสมุทร ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นอนันต์ของพระผู้เป็นเจ้า
  • ขนนกยูงประดับบนพระเศียร: สื่อถึงความงดงาม ความบริสุทธิ์ วัฏจักรของธรรมชาติ และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
  • ขลุ่ยไม้ไผ่ (Bansuri): สัญลักษณ์แห่งเสียงดนตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สะกดทุกสรรพสิ่ง ขลุ่ยที่กลวงเปรียบเสมือนจิตใจมนุษย์ที่ถูกชำระล้างจนว่างเปล่า ละทิ้งอัตตา (Ego) เพื่อให้เสียงแห่งธรรมะของพระเจ้าผ่านเข้ามาดลใจได้
  • ฝูงวัวและหม้อเนย: พระองค์เติบโตมาในหมู่บ้านคนเลี้ยงวัว (เมืองวฤนทาวัน) จึงมีพระนามเรียกขานอีกอย่างว่า "โควินทะ" หรือ "โคบาล" ซึ่งแปลว่าผู้พิทักษ์วัว และในวัยเยาว์ทรงโปรดปรานการขโมยเนยสดมาก จนได้ฉายาว่า "มาขัณโจร์" (Makhan Chor) ซึ่งเนยในที่นี้เปรียบเสมือนจิตใจที่บริสุทธิ์ของผู้ศรัทธาที่พระองค์ทรงปรารถนานั่นเอง

 

ตำนานความรักและบทบาทสำคัญที่ทำให้พระกฤษณะเป็นที่รักของมวลมนุษย์

การจะเข้าใจว่าทำไมพระกฤษณะจึงได้รับการเคารพยกย่องอย่างสูงสุดทั้งในอินเดียและทั่วโลก ต้องทำความเข้าใจผ่าน 2 มิติหลัก คือ มิติแห่งความรักอันบริสุทธิ์ และมิติแห่งปัญญาอันล้ำลึก

1. พระกฤษณะและพระนางราธา: ต้นแบบแห่งรักแท้และคู่แท้เหนือกาลเวลา

ทำไมคนจึงนิยมขอพรเรื่องความรักจากพระกฤษณะ? คำตอบอยู่ที่ตำนานความรักสุดแสนโรแมนติกระหว่างพระองค์กับ "พระนางราธา" (Radha) หญิงเลี้ยงวัวผู้มีสิริโฉมงดงาม

ความรักของทั้งสองไม่ใช่เพียงความรักแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่เป็นความรักในระดับจิตวิญญาณ (Divine Love) แม้ในท้ายที่สุดพระกฤษณะจะต้องจากหมู่บ้านไปทำภารกิจปราบอธรรม เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และไม่ได้ครองคู่กับพระนางราธาในทางโลก (พระกฤษณะมีมเหสีตามกฎหมายคือ พระนางรุกมิณี) แต่ความรักและความผูกพันของพระกฤษณะและพระนางราธาก็ยังคงเป็นนิรันดร์

ชาวฮินดูเชื่อว่า พระนางราธาคือตัวแทนของ "ความภักดีอันสูงสุด" (Bhakti) ส่วนพระกฤษณะคือ "พระผู้เป็นเจ้า" ความรักของทั้งสองคือการหลอมรวมของจิตวิญญาณมนุษย์เข้ากับพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้น ผู้ที่มาขอพรความรักจากพระกฤษณะ จึงมักได้พบกับ "ความรักที่บริสุทธิ์ มั่นคง เกื้อกูลกัน และเป็นคู่แท้ทางจิตวิญญาณ"

2. ผู้ถ่ายทอดคัมภีร์ "ภควัทคีตา" ในมหากาพย์มหาภารตะ

ในมิติแห่งปัญญา พระกฤษณะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสงครามทุ่งกุรุเกษตร ซึ่งเป็นฉากสำคัญในมหากาพย์มหาภารตะ โดยพระองค์ไม่ยอมจับอาวุธสู้รบ แต่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถม้าให้กับ อรชุน (นักรบผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายปาณฑพ)

เมื่ออรชุนเห็นเครือญาติของตนเองอยู่ฝั่งศัตรู ก็เกิดความทุกข์ใจ ลังเล และไม่อยากทำสงคราม พระกฤษณะจึงได้หยุดเวลาและเทศนาสั่งสอนอรชุนกลางสนามรบ คำสอนอันล้ำลึกนั้นได้ถูกรวบรวมเป็นคัมภีร์ที่สำคัญที่สุดเล่มหนึ่งของโลกชื่อว่า "ภควัทคีตา" (The Bhagavad Gita) ซึ่งสอนหลักธรรมสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • กรรมโยคะ (Karma Yoga): การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดโดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ที่จะตามมา ทำด้วยความเสียสละและรับผิดชอบ
  • ชญาณโยคะ (Jnana Yoga): การใช้ปัญญาเพื่อรู้แจ้งเห็นจริง เข้าใจว่าร่างกายเป็นเพียงเปลือกนอก แต่จิตวิญญาณ (อาตมัน) นั้นเป็นอมตะไม่มีวันตาย
  • ภักดีโยคะ (Bhakti Yoga): ความศรัทธา ความรัก และการมอบกายถวายชีวิตแด่พระผู้เป็นเจ้าโดยไม่มีเงื่อนไข

 

วิธีเตรียมของไหว้และขั้นตอนการบูชาพระกฤษณะให้สัมฤทธิ์ผลฅ

หากคุณต้องการให้พรที่ขอสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือความสำเร็จ การบูชาอย่างถูกวิธีและมีจิตใจที่บริสุทธิ์คือหัวใจสำคัญ

พระกฤษณะโปรดปรานความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ นี่คือลิสต์ของไหว้และข้อควรระวังที่คุณต้องรู้

ของไหว้ที่ควรเตรียม

  1. ใบกะเพราอินเดีย (Tulsi - ตุลซี): นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด! พระกฤษณะทรงโปรดปรานใบตุลซีมาก เชื่อกันว่าหากถวายของมีค่ามากมายแต่ไม่มีใบตุลซี พระองค์ก็อาจจะไม่โปรดเท่ากับการถวายน้ำเปล่าหนึ่งแก้วพร้อมใบตุลซีเพียงใบเดียว
  2. ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม: ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกบัว หรือดอกไม้สีสดใส
  3. ผลไม้มงคล: กล้วย แอปเปิล ส้ม องุ่น สาลี่ ทับทิม หรือผลไม้ตามฤดูกาล (ล้างให้สะอาดก่อนถวายเสมอ)
  4. ขนมหวานและผลิตภัณฑ์จากนม: ขนมลาดู ขนมโมทกะ ขนมเพฑา เนยสด (Ghee) นมวัวรสจืด โยเกิร์ต หรือขนมหวานสไตล์อินเดียที่ทำจากนม
  5. เครื่องหอมและประทีป: ธูปหอม (3-5 ดอก) หรือกำยาน กลิ่นมะลิหรือจันทน์หอม พร้อมจุดเทียนหรือตะเกียงน้ำมันเนย (Diya) เพื่อถวายแสงสว่างและปัญญา

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการบูชา

  1. ห้ามถวายเนื้อสัตว์เด็ดขาด: พระกฤษณะเป็นเทพที่รักสัตว์โดยเฉพาะวัว ของไหว้และอาหารที่นำมาถวายต้องเป็นมังสวิรัติ 100%
  2. ห้ามมีส่วนผสมของไข่: ขนมหรืออาหารที่นำมาถวายต้องแน่ใจว่าไม่มีไข่เป็นส่วนประกอบ เพราะในทางฮินดู ไข่ไม่ถือเป็นอาหารมังสวิรัติที่บริสุทธิ์
  3. หลีกเลี่ยงการขอพรในสิ่งที่ผิดศีลธรรม: เช่น ขอให้คนที่มีครอบครัวแล้วมารัก ขอให้ศัตรูพินาศ หรือขอในสิ่งที่เบียดเบียนผู้อื่น พรเหล่านี้จะไม่เป็นผลและอาจนำผลเสียมาสู่ผู้ขอเอง

พระกฤษณะ บทสวด มหามนต์เพื่อความสงบและสิริมงคล

การสวดมนต์บูชาพระกฤษณะ ควรเริ่มต้นด้วยการชำระล้างร่างกายให้สะอาด สวมใส่เสื้อผ้าสีสุภาพ (สีขาว สีเหลือง หรือสีชมพู) ทำจิตใจให้สงบ ทำสมาธิระลึกถึงพระองค์ และสามารถเลือกใช้บทสวด ตามความสะดวก ดังนี้

บทสวดบูชาพระพิฆเนศ (ก่อนเริ่มสวดเทพองค์อื่นเสมอ)

ตามธรรมเนียมฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเพื่อเปิดทางและขจัดอุปสรรคก่อนเสมอ

"โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา" (สวด 3 หรือ 9 จบ)

 

บทบูชาพระกฤษณะ

ฮะเร กฤษณะ ฮะเร กฤษณะ

กฤษณะ กฤษณะ ฮะเร ฮะเร

ฮะเร รามะ ฮะเร รามะ


พระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน? แนะนำพิกัดขอพรสุดปังในกรุงเทพฯ

สำหรับสายมูที่พร้อมจะเดินทางไปสักการะองค์พระกฤษณะองค์จริงในประเทศไทย คำถามยอดฮิตคือ พระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน ดี? เราได้รวบรวม 3 พิกัดยอดนิยมที่เดินทางสะดวก มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีองค์เทวรูปที่งดงามมาฝากกันค่ะ

1. วัดเทพมณเฑียร (สมาคมฮินดูสมาช) ย่านเสาชิงช้า

พิกัดนี้ถือเป็น "เดสทิเนชั่นอันดับหนึ่ง" สำหรับคนโสดที่ต้องการขอพรเรื่องความรัก ที่นี่ประดิษฐานองค์พระกฤษณะและพระนางราธาเคียงคู่กันอย่างงดงาม บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เย็นสบาย และเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความเมตตา

  • สิ่งที่ควรขอพร: โด่งดังมากในเรื่องการขอพรความรักให้สมหวัง ขอให้ได้เจอคู่แท้ที่ดี ขอให้ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข หรือขอความสำเร็จในการเจรจาค้าขาย
  • เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - ศุกร์ เปิดเวลา 08.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 19.30 น. (เสาร์-อาทิตย์ เปิดตลอดทั้งวัน) แนะนำให้เช็กเวลาพักของพราหมณ์ก่อนเดินทาง
  • การเดินทาง: รถไฟฟ้า MRT สถานีสามยอด (เดินต่อประมาณ 10 นาทีไปทางเสาชิงช้า) วัดตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนภารตวิทยาลัย

 

2. วัดวิษณุ (สมาคมฮินดูธรรมสภา) เขตยานนาวา

วัดวิษณุเป็นวัดฮินดูที่มีความเก่าแก่และประดิษฐานเทพเจ้าฮินดูครบถ้วนทุกองค์ ภายในมีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีเทวาลัยเฉพาะของพระกฤษณะและพระนางราธาที่งดงามไม่แพ้ที่ใด

  • สิ่งที่ควรขอพร: เนื่องจากเป็นวัดขององค์พระวิษณุและอวตารของพระองค์ จึงโดดเด่นเรื่องการขอพรด้านความมั่นคงในชีวิต ความสำเร็จในการงาน ธุรกิจ การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และปัดเป่าอุปสรรคศัตรูคู่แข่ง
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 20.00 น.
  • การเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ หรือ สถานีสะพานตากสิน แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือ วินมอเตอร์ไซค์เข้าไปในซอยเจริญราษฎร์ 3

 

3. ISKCON Bangkok (สมาคมนานาชาติเพื่อความสำนึกในพระกฤษณะ)

หากคุณต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและการบูชาแบบอินเดียดั้งเดิมอย่างแท้จริง ต้องมาที่นี่ ISKCON (อิสคอน) คือศูนย์รวมของผู้ศรัทธาและมอบกายถวายชีวิตแด่พระกฤษณะโดยเฉพาะ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยการสวดมนต์ ร้องเพลงคีรตัน (Kirtan) และการเต้นรำถวายเทพ

  • สิ่งที่ควรขอพร: เหมาะสำหรับการไปขอพรเพื่อความสงบสุขทางจิตวิญญาณ การชำระล้างบาป การปฏิบัติธรรม 
  • สวดมหามนต์ และร่วมรับประทานอาหารมังสวิรัติศักดิ์สิทธิ์ (ปราสาดัม) ที่ทางสมาคมแจกจ่าย
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน แต่ควรตรวจสอบเวลากิจกรรมหลัก (เช่น วันอาทิตย์เย็น) ในเพจเฟซบุ๊ก ISKCON Bangkok ก่อนเดินทาง
  • การเดินทาง: ตั้งอยู่ย่านรามคำแหง (หัวหมาก) สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือรถประจำทางสายที่ผ่านถนนรามคำแหง

 

สรุป

พระกฤษณะ ไม่ได้เป็นเพียงเทพเจ้าที่ประทานพรด้านความรักหรือการหาคู่เท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความร่าเริง และการสอนให้มนุษย์รู้จักทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดตามหลักคัมภีร์ภควัทคีตา

หากคุณบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธาที่ตั้งมั่น นำของไหว้ที่ถูกต้องและบริสุทธิ์มาถวาย สวดพระกฤษณะ บทสวด อย่างสม่ำเสมอ และนำหลักธรรมคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รับรองว่าคุณจะพบกับความสงบสุขภายในจิตใจ ดึงดูดความรักที่ดี และก้าวไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้านอย่างแน่นอน


 

related Temple & Mutelu

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

24 ม.ค. 2025

เสริมดวงให้ปัง ต้อนรับตรุษจีน! รวมวัดจีน 4 ภาค ทั่วไทย ไหว้เทพเจ้าให้โชคดีทั้งปี

ตรุษจีนกำลังจะมาถึงอีกครั้ง เทศกาลที่เต็มไปด้วยสีสันของโคมแดง กลิ่นธูปหอม และเสียงประทัดที่สร้างความคึกคักไปทั่วทุกแห่งในประเทศไทย ชาวไทยเชื้อสายจีนต่างเริ่มเตรียมของไหว้ ทำความสะอาดบ้าน และวางแผนไปไหว้พระเพื่อเสริมโชคลาภ ความมั่งคั่ง และสุขภาพดีตลอดปีถ้าปีนี้ใครกำลังมองหาวัดจีนสวย ๆ เพื่อกราบไหว้เทพเจ้าและสัมผัสบรรยากาศตรุษจีนแบบเต็มอิ่ม เราได้รวบรวม วัดจีนที่โดดเด่นใน 4 ภาคของประเทศไทย มาให้แล้ว ทั้งวัดดังในเมืองใหญ่และวัดที่อบอวลไปด้วยธรรมชาติ จะมีที่ไหนกันบ้างไปดูกันภาคกลางวัดมังกร หรือ วัดเล่งเน่ยยี่ จังหวัดกรุงเทพวัดเล่งเน่ยยี่ หรือวัดมังกรกมลาวาส เป็นวัดจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 150 ปี ตั้งอยู่บนถนนเจริญกรุง ใจกลางย่านเยาวราช โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม และความศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้าจีนถึง 58 องค์ ภายในวัดประกอบด้วยวิหารท้าวจตุโลกบาล พระอุโบสถที่ประดิษฐานพระประธาน และวิหารเทพเจ้าพิกัด : 423 ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานีวัดศาลเจ้า จังหวัดปทุมธานี เป็นวัดเก่าแก่สมัยอยุธยา มีพระพุทธรัตนมหาพรหม พระประธานอายุกว่า 230 ปี และ “เซียนแปะโรงสี” ที่ผู้คนนิยมบูชาขอพร ด้านการงาน การเงิน และโชคลาภ วัดตกแต่งแบบจีน มีรูปปั้นสิงห์ให้ลูบขอพร เพิ่มพลังใจและความสำเร็จในชีวิตพิกัด: 2/1 หมู่ 3 ซอยวัดมะขาม ถนนติวานนท์ ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ จังหวัดนนทบุรีวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ เป็นวัดจีนในนิกายรังสรรค์ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนดั้งเดิม โดยประตูทางเข้าวัดแกะสลักด้วยหินจากประเทศจีน ภายในวัดมีวิหารจตุโลกบาล ประดิษฐานพระโพธิสัตว์และธรรมบาล เช่น พระศรีอริยเมตไตรยโพธิสัตว์ ท้าวจตุโลกบาล และเทพเจ้าอีก 8 องค์ อาทิ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพแห่งโชคลาภ) และเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย (เทพแห่งดวงชะตา) ซึ่งล้วนได้รับการเคารพนับถืออย่างสูงพิกัด: 959 หมู่ 4 ถนนเทศบาล 9 ตำบลโสนลอย อำเภอบางบัวทอง จังหวัดนนทบุรีศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู จังหวัดสมุทรปราการศาลเจ้ามูลนิธิธรรมกตัญญู หรือ วัดธรรมกตัญญู เป็นศาลเจ้าที่เปี่ยมไปด้วยศิลปวัฒนธรรมจีนโบราณ โดดเด่นด้วยงานแกะสลักหินอันปราณีต อีกทั้งยังประดิษฐานเทพเจ้าขุนศึกอันศักดิ์สิทธิ์ของชาวไต้หวันจำนวน 5 องค์ ได้แก่ เทพเจ้าตระกูลหลี่, เทพเจ้าตระกูลฉือ, เทพเจ้าตระกูลอู่, เทพเจ้าตระกูลจู และเทพเจ้าตระกูลฟ่าน ซึ่งทั้งหมดนี้เรียกรวมกันว่า "อู๋ฟุ่เซียนส้วย" หรือ "โหวงหวังเอี้ย"พิกัด: 5 ซอยมูลนิธิธรรมกตัญญู ถนนสุขุมวิท ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการพุทธสถาน จี เต็ก ลิ้ม จังหวัดนครนายกพุทธสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมจีน เป็นที่ประดิษฐานของ "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" หรือ "ไฉ่ซิ้งเอี๊ย" ในปางมหาเศรษฐีชัมภล ซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นอกจากนี้ ภายในพุทธสถานยังมีเทพเจ้าและพระโพธิสัตว์ตามความเชื่อของชาวจีนอีกหลายองค์ เช่น เทพเจ้าเฮ่งเจีย, เจ้าพ่อกวนอู, เจ้าพ่อเสือ, พระโพธิสัตว์กวนอิม, พระไภสัชยคุรุพุทธเจ้า และท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่พิกัด: ต.ศรีจุฬา อ.เมืองนครนายก จ.นครนายกศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จังหวัดสุพรรณบุรีศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพนับถือ โดยเชื่อกันว่าการมากราบไหว้ที่นี่จะนำพาโชคลาภ ความร่ำรวย และความสำเร็จมาสู่ผู้สักการะ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทวรูปพระนารายณ์คู่สององค์อย่างสง่างาม อีกทั้งบริเวณภายในศาลทั้งสามด้านยังประดับด้วยภาพเขียนศิลปะจีนที่วิจิตรบรรจงให้รับชมด้วยพิกัด 491/1 หมู่ 1 ถนนมาลัยแมน ท่าพี่เลี้ยง เมืองสุพรรณบุรี สุพรรณบุรีอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ จังหวัดนครปฐมอารามวัตรมหายาน พระกษิติครรภ์ เป็นวัดจีนที่ตั้งอยู่ในบรรยากาศอันเงียบสงบ ริมแม่น้ำท่าจีน ภายในวัดมีจุดเด่นที่สำคัญคือ องค์พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตและมีความสูงถึง 13.99 เมตร นำเข้าจากประเทศจีนพิกัด 88 หมู่ที่ 1 บ้านพริก ถ.ปื่นเกล้า-นครชัยศรี พุทธมณฑลสาย6 ตำบลหอมเกร็ด อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมวัดทิพยาวารีวิหาร กรุงเทพวัดนี้มีความสวยงามตามแบบฉบับศิลปะจีน โดยผู้คนนิยมไปขอโชคลาภจากเทพเจ้ามังกรเขียว ภายในโบสถ์อันงดงามนั้นมีเทพเจ้าให้เราได้ขอพรหลายองค์ เช่น พระประธานซึ่งเป็นพระพุทธรูปสามองค์ตามคติความเชื่อของมหายาน, เจ้าแม่กวนอิมพันกร, ศาลเทพมังกรเขียวที่ถือเป็นเทพเจ้าประจำวัดนี้, พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ และเทพเจ้าองค์ต่างๆ ที่พร้อมมอบพรและความสุขให้แก่ผู้ศรัทธาพิกัด 119 ซอยทิพยวารี ถนนตรีเพชร แขวง วังบูรพาภิรมย์ เขต พระนคร, กรุงเทพมหานครภาคเหนือศาลเจ้าปุงเถ่ากง จังหวัดเชียงใหม่"ศาลเจ้าปุงเถ่ากง" เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีสถาปัตยกรรมจีนโบราณอันงดงาม ภายในศาลเจ้าขึ้นชื่อเรื่องการแก้ชงและเสริมสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีพิธีแก้ชงที่ครบถ้วน ตั้งแต่การไหว้เทพเจ้า, การขอพร ไปจนถึงการสะเดาะเคราะห์เพื่อเสริมความโชคดีและความเป็นสิริมงคลในชีวิตพิกัด : 45 ถ. ไปรษณีย์ ตำบล ช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่วัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม จังหวัดเชียงรายวัดหมื่นพุทธเมตตาคุณาราม เป็นวัดในพระพุทธศาสนาฝ่ายมหายานที่สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบจีน ภายในวัดมีสิ่งสำคัญหลายประการ เช่น พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ หรือ พระสหัสสหัตถสหัสสเนตร, พระศรีอาริยเมตไตรยที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก, ธรรมศาลา, และศาลากตัญญู ทำให้วัดนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเต็มไปด้วยความเคารพและศรัทธาพิกัด ตำบลท่าข้าวเปลือก อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงรายศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย โรงเจไซทีฮุกตึ๊ง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าพ่อเห้งเจีย เป็นวัดจีนขนาดใหญ่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นดอยสุเทพ 2 โดยมีจุดชมวิวมุมสูงที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าจีนเกือบทุกองค์ให้สักการะบูชาตามความเชื่อ เชื่อกันว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์มาก หากขอพรจะได้รับตามที่หวัง โดยเฉพาะเรื่องการค้าขายและโชคลาภพิกัด : 699 หมู่ 11 ตำบล วังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลกศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ จังหวัดพิจิตรศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ เป็นศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพิจิตรให้ความเคารพนับถือ และยังเป็นสถานที่สอนหนังสือให้แก่บุตรหลานในหมู่บ้าน ภายในศาลมีองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) เป็นองค์ประธาน ด้านขวาของศาลเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ส่วนด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากงและปุ้นเถ่าม่าพิกัด : 299 หมู่ 5 ถนนพิจิตร-บางกระทุ่ม เมืองพิจิตร, พิจิตรวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม วัดสันช้างหิน จังหวัดพะเยาวิหารพระโพธิสัตว์กวนอิม เป็นวัดเก่าแก่โบราณที่มีอายุ 178 ปี ภายในวิหารประดิษฐานรูปแกะสลักพระโพธิสัตว์กวนอิมจากไม้สักท่อนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และที่นี่ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายมังกร สร้างบรรยากาศแบบจีนโบราณและมีเครื่องเซ่นกราบไหว้บูชา ผู้คนเข้ามากราบไหว้ขอพรที่นี่ทุกวันพิกัด : 103 หมู่ 7 อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยาศาลเจ้ากวนอู(บู้เบี้ย) จังหวัดเชียงใหม่ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นเทพเจ้าของความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม และความกล้าหาญ เป็นศาลเจ้าที่ชาวจีนในเชียงใหม่ได้สักการะบูชาในความศักดิ์สิทธิ์มานาน ภายในศาลเจ้านอกจากมีแท่นบูชาเทพเจ้ากวนอู (เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์) แล้ว ยังมีแท่นบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ อีกหลายมุมที่ผู้คนสามารถสักการะได้พิกัด : เลขที่ 95 ตรอกข่วงเมรุหรือตรอกเหล่าโจ๊ว ทางทิศตะวันตกของตลาดวโรรสมูลนิธิวิหารเซียน จังหวัดกำแพงเพชรวิหารเซียนกำแพงเพชรมีลักษณะคล้ายกับวิหารหรือพระอารามแบบวัดจีนมหายานโบราณ มีความสวยงามโดดเด่น ภายในวิหารออกแบบโดยใช้ตำราฮวงจุ้ยและประดับตกแต่งด้วยลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ประดิษฐานของพระสังกัจจายน์ เทพจตุรบาล และรูปแกะสลักของเทพเจ้าหลายองค์พิกัด : ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.กำแพงเพชรวัดห้วยบง จังหวัดเชียงใหม่“วัดห้วยบง” เป็นวัดที่มีความงดงามด้วยการผสมผสานวิหารแบบไทยและจีน ภายในบริเวณวัดมีการสร้างวิหารสถาปัตยกรรมจีนขนาดใหญ่และเป็นที่ประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ที่ผู้คนสามารถกราบไหว้ สักการะ และขอพร ทั้งในแบบไทยและจีน เช่น พระศรีอริยเมตตไตรย์ พระโพธิสัตว์ พระพรหม และเทพเจ้าเซียนต่าง ๆพิกัด : 399/4-6 ถนน เชียงใหม่-แม่โจ้ ตำบล แม่แฝกใหม่ อำเภอสันทราย เชียงใหม่ภาคใต้ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋ง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าเฉ้งจุ้ยจ้อซู้ก๋งเป็นศาลเจ้าที่ชาวเหนือคลองให้ความเคารพศรัทธาและเป็นสถานที่ประกอบพิธีในเทศกาลกินเจ ภายในศาลเจ้านี้มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เช่น รูปปั้นเทพเจ้าต่างๆ และรวมไปถึงยังมีการแสดงต่างๆ ที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจอีกด้วยพิกัด : ตำบล เหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ศาลเจ้าบางยี่โร จังหวัดชุมพรเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ อายุ 100 กว่าปี เป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในศาลเจ้ามีเทพเจ้าให้มาสักการะบูชาขอพรกัน และยิ่งในช่วงเทศกาลกินเจ ทางศาลเจ้าบางยี่โรจะมีการจัดกิจกรรมให้เข้าร่วมมากมายอีกด้วยพิกัด : ตำบล หลังสวน อำเภอ หลังสวน จังหวัด ชุมพรศาลเจ้าฮกเกี้ยน จังหวัดสุราษฎร์ธานีศาลเจ้าฮกเกี้ยนเป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์มากมาย เช่น องค์เทพเจ้าแลฮู้อ๋องเอียกงจากมณฑลฮกเกี้ยน จำนวน 3 องค์ ซึ่งเป็นเจ้าองค์ประธานของศาลเจ้าฮกเกี้ยน และเจ้าแม่กวนอิมกับเจ้าแม่ทับทิม นอกจากเทพเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว อีกหนึ่งจุดเด่นของศาลคือ มังกรหน้าศาลที่สามารถพ่นน้ำได้ ซึ่งถือกันว่าน้ำที่มังกรพ่นออกมาคือน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมากราบไหว้พิกัด : 512 ถนน ต้นโพธิ์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานีศาลเจ้าแสงธรรม อ๊ามเต่งก้อง จังหวัดภูเก็ตศาลเจ้าแห่งนี้เป็นศาลเจ้าจีนที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดภูเก็ตมีการออกแบบตามสถาปัตยกรรมแบบจีน โดยการนำเอารูปปูนปั้นมังกรและตุ๊กตาประดับบนหลังคาศาลเจ้า ด้านในศาลเจ้ามีเทวรูปขององค์เทพเจ้าจีนให้ผู้เข้าชมได้สักการะบูชาหลายองค์ ได้แก่ องค์พระอ๋องซุนต่ายสาย ซึ่งเป็นประธานศาลเจ้าแห่งนี้ และพระตันเซ่งอ๋อง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่สายตระกูลแซ่ตันพิกัด : ถนนพังงา ตำบลตลาดใหญ่ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตวัดฉื่อฉาง จังหวัดสงขลาวัดฉื่อฉางเป็นวัดที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบไทย จีน และทิเบตผสมผสานกันอย่างลงตัว ลวดลายบริเวณผนังกระเบื้องสวยงามและมีเอกลักษณ์อย่างมาก ภายในวัดมีการประดิษฐานเทพเจ้าต่างๆ เช่น เทพกวนอู เจ้าแม่กวนอิมพันกร และพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ซึ่งผู้คนสามารถเข้าไปกราบไหว้เพื่อขอพรเสริมสิริมงคลพิกัด : ถนนศุภสารรังสรรค์ ตำบลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว จังหวัดปัตตานีศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนไทยเชื้อสายจีน ตั้งอยู่กลางเมืองปัตตานีและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน ภายในศาลมีรูปปั้นเจ้าแม่และเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน พร้อมทั้งกำหนดจุดสำหรับการไหว้เจ้าแม่และบูชาเทพเจ้าอีกด้วยพิกัด : 63 ถนนอาเนาะรู ตำบลอาเนาะรู เมืองปัตตานีศาลเจ้าโก้วเล่งจี่ จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้าโก้วเล้งจี่เป็นศาลเจ้าแห่งแรกของเมืองนราธิวาส ภายในศาลเจ้าประดิษฐานองค์พระยูไลเป็นพระประธาน และพ่อปูมังกรดำเป็นเจ้าศาล มีผนังปูนปั้นนูนแสดงภาพขององค์ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ส่วนภายนอกตกแต่งผนังด้วยปูนปั้นวิจิตรสวยงามที่บอกเล่าเรื่องราวทางขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมจีนพิกัด : ถนนพิพิธคีรี ตรงข้ามกับโรงเรียนอนุบาลนราธิวาส บางนาค เมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาสศาลเจ้ากิวอ่องเอีย จังหวัดตรังศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย ศาลเจ้าที่ใหญ่ ชและเก่าแก่ที่สุดแห่งเมืองตรัง ซึ่งในช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ ศาลเจ้ากิวอ่องเอี่ย จะเป็นสถานที่จัดพิธีกรรมกินเจ รวมถึงที่นี่ยังสามารถมาขอพรจากองค์ท่ามกงเฮี้ยได้ ส่วนใหญ่ที่คนจะมาในเรื่องของกิจการค้าขายประสบความสำเร็จ ขอบุตร ขอหน้าที่การงาน เป็นต้นพิกัด : 169 ถนนท่ากลาง ตำบลทับเที่ยง อำเภออำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรังภาคอีสานศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่า จ.ขอนแก่นที่นี่ถือว่าเป็นศาลเจ้าหลักที่คนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชากราบไหว้เพื่อเป็นสิริมงคลในการค้าขาย และช่วยปกป้องให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ศาลเจ้าปึงเถ่ากง-ม่ามีสถาปัตยกรรมที่คล้ายเมืองอยู่ในเมืองจีน มีเทพหลายองค์ให้คนที่ผ่านไปมาได้แวะสักการะบูชา อย่าง องค์ปึงเถ่ากงม่า และเจ้าแม่ทับทิมพิกัด : ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่นศาลเจ้าแม่ทับทิม จังหวัดนครราชสีมาศาลเจ้าแม่ทับทิมเป็นศาลเจ้าแห่งแรกที่เก่าแก่ที่สุดในอีสาน มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนไหหลำทั่วโลก โดยคำว่า ‘จุยบ่วยเนี่ยว’ แปลว่า เจ้าแม่ชายน้ำ เป็นเทพธิดาแห่งท้องทะเลที่คุ้มครองผู้เดินทางทางเรือ จึงเป็นที่เคารพบูชาในหมู่ชาวเรือชาวประมง สามารถไปขอพร ขอโชค เงินทอง สุขภาพ เสริมดวง กันได้พิกัด : 333 ถนนโพธิ์กลาง ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมามูลนิธิศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานีศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่มีขนาดใหญ่และสถาปัยกรรมที่สวยงาม ภายในศาลเจ้าเก็บรักษามังกรยาวถึง 99 เมตร นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ อีกมากมายที่ประดิษฐานอยู่ที่นี่ เช่น ทีตีแป่บ้อ (ศาลเทพยดาฟ้าดิน), ปึงเถ่ากงม่า (เจ้าปู่เจ้าย่า), ศาลเจ้าพ่อหนองบัว, ตี่จู่เอี้ย (เจ้าที่เจ้าทาง), พระสังกัจจายน์ และฉั่งง่วนส่วย (องค์เทพที่เชี่ยวชาญในการปราชญ์) เป็นต้นพิกัด : 888 ถนน 39 ศาลเจ้าเนรมิต ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีศาลเจ้าพุทธก๋ง จ.อุบลราชธานีศาลเจ้าพุทธก๋งเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุบลราชธานี มีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงามและโดดเด่น ด้วยหลังคาทรงจั่วประดับด้วยลวดลายมังกรและสัตว์มงคลต่างๆ ภายในศาลเจ้าประดิษฐานเทพเจ้าให้สักการะบูชา เช่น องค์พระพุทธก๋งที่เป็นพระประธานของศาลเจ้า รวมถึงเจ้าแม่กวนอิม เทพเจ้าแห่งความเมตตา เจ้าพ่อเสือ เทพเจ้าแห่งความกล้าหาญ และเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภอีกด้วยพิกัด : 122 ถนนพรหมเทพ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวักอุบลราชธานีศาลเจ้าตังสี่ จังหวัดสุรินทร์ศาลเจ้าตังสี่เป็นศาลเจ้าที่ชุมชนชาวจีนที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่บรรพบุรุษใช้กราบไหว้บูชาขอพร ที่เรียกว่าตังสี่เพราะเป็นย่านการค้า ที่นี่จะโดดเด่นในเรื่องการขอพรในด้านการค้าขาย ใครทำมาค้าขายก็อย่าลืมแวะมาขอพรกันได้นะพิกัด : ซอย ศรีหลักเมือง ตำบล ในเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ สุรินทร์วิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือ จังหวัดศรีษะเกษวิหารเจ้าแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือถูกตั้งขึ้นโดยชาวไทยเชื้อสายจีน ภายในวิหารประดิษฐานพระแม่กวนอิมหยกเขียวพันมือองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยที่นำมาจากประเทศจีน เป็นที่เคารพสักการะของชาวขุขันธ์ และวิหารยังมีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรมที่สวยงามพิกัด : อ. ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษมูลนิธิสว่างคีรีธรรม จังหวัดเลยมูลนิธิสว่างคีรีธรรมเป็นสมาคมพุทธมามกสงเคราะห์การกุศลแห่งประเทศไทย ภายในบริเวณมีสถาปัตยกรรมจีนหลากหลาย อย่าง มหาวิหารพุทธชยันตี เทวสถานแปดเซียน ตำหนักพระแม่กวนอิมอวโลกิเตศวร และมีไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือวิหารมหาโพธิสัตว์กวนอิมพันกร ซึ่งด้านหน้าประดิษฐานเทวรูปเจ้าแม่กวนอิมพันกรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเทวรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีอิทธิฤทธิ์ในการขจัดเหตุเภทภัยอันตรายต่างๆพิกัด : 80/14 ถ.เลยด่านซ้าย ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลยศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม จังหวัดนครพนมศาลเจ้าพ่อหมื่นนครพนม ตั้งอยู่ภายในวัดโอกาสหรือวัดศรีบัวบาน เป็นศาลคู่อยู่ติดกับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่ชาวจีนเคารพนับถือและเป็นศาลเจ้าที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวเมืองนครพนม ซึ่งที่นี่เป็นที่ประดิษฐานขององค์เทพเจ้าจีนปุงเถ่ากง-ม่า ที่เชื่อว่าขอพรอะไรก็จะได้พิกัด : ถนนศรีเทพ ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม

คนโสดฟังทางนี้ ! รวม 8 พิกัดมูขอความรัก สละโสดรับวาเลนไทน์

06 ก.พ. 2025

คนโสดฟังทางนี้ ! รวม 8 พิกัดมูขอความรัก สละโสดรับวาเลนไทน์

ไม่ต้องเหงาคนเดียวแล้วนะ ! เพราะวาเลนไทน์ปีนี้ Atime รวบรวม 8 พิกัดสถานที่สำหรับขอพรเรื่องความรัก ฉบับเดินทางสะดวกตามแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT ให้คนโสดไปขอพรเตรียมสละโสดกัน จะมีสถานที่ไหนบ้างไปดูกันเลยพระนอน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)เริ่มต้นกันที่การไหว้ขอพรพระพุทธไสยาส หรือที่เรารู้จักกันว่า พระนอน วัดโพธิ์ ซึ่งมีความเชื่อบอกเล่ากันมาว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ คนที่มาไหว้ขอพรมักจะประสบความสำเร็จ ได้สมความปรารถนา โดยเฉพาะเรื่องความรัก นอกจากนี้แอดมินขอแอบกระซิบว่าใครจะไปไหว้พระขอพรที่นี่ให้ไหว้บริเวณปลายฝ่าพระบาทของพระนอน และใส่เสื้อสีชมพูไปด้วยนะพิกัด : MRT สนามไชย (ทางออก 1 เดิน 350 เมตร)เวลาปิด-เปิด : ทุกวัน เวลา 8.00-18.30 น.หลวงพ่อกลักฝิ่น วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดสุทัศน์)พระพุทธเสรฏฐมุนี หรือที่คนทั่วไปเรียกสั้น ๆ ว่า หลวงพ่อกลักฝิ่น เป็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานบริเวณศาลาการเปรียญภายในวัด มีความเชื่อกันว่าสามารถมาแก้กรรม ถอนคำสาบานในอดีตชาติได้ ใครรู้สึกเนื้อคู่ไม่มาหาสักที ความรักติดขัด ก็แวะมาไหว้สักการะขอพรกันได้เลยพิกัด : MRT สามยอด (ทางออก 3 เดิน 500 เมตร)เวลาปิด-เปิด : ทุกวัน 8.30-20.00 น.พระแม่ลักษมี ตึกเกสรวิลเลจใครจะขอพรเรื่องความรักจะต้องนึกถึง พระแม่ลักษมี เป็นอันดับแรก โดยการเดินทางมาไหว้ขอพรนั้นแนะนำว่าควรใส่เสื้อผ้าสีสดใส โดยเฉพาะสีชมพู พร้อมด้วยดอกบัว ของถวายสีชมพู พร้อมขอพรให้ละเอียดกับองค์พระแม่ เพียงเท่านี้ก็ต่อคิวรอพระแม่ประทานพรได้เลยจ้าพิกัด : BTS ชิดลม (ทางออก 6เดิน 250 เมตร)เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 10.00-18.00 น.ศาลเจ้าแม่ประดู่ เยาวราชศาลเจ้าแม่เล็ก ๆ ย่านเยาวราชที่มีความเก่าแก่มานานกว่า 170 ปี คนมักนิยมมากราบไหว้ขอพรความรัก โดยแอดขอบอกเคล็ดลับว่าใครจะมาไหว้ให้นำผลไม้รสหวาน 5 อย่าง แต่ละอย่างให้นำมาเป็นคู่ พร้อมธูป 45 ดอก และเทียนแดง 1 คู่ นะพิกัด : MRT วัดมังกร (ทางออก 2 เดิน 300 เมตร)เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น.พระวิษณุ-พระแม่ลักษมี วัดเทพมณเฑียรมาต่อกันที่ วัดเทพมณเฑียร ใครจะมาไหว้ขอพรพระวิษณุและพระแม่ลักษมี เรื่องความรักมาขอพรกันได้ เพราะวัดนั้นซ่อนอยู่ภายในโรงเรียนภารตวิทยาลัย รวมถึงยังมีองค์เทพอื่น ๆ ของศาสนาฮินดูให้มาไหว้ขอพรเรื่องอื่น ๆ ด้วยนะ เรียกได้ว่า ครบ จบ ในที่เดียวพิกัด : MRT สามยอด (ทางออก 3 เดิน 500 เมตร)เวลาเปิด-ปิด : วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 06.00-20.00 น. โดยมีการพักตั้งแต่เวลา 12.00-15.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ รวมวันหยุดต่าง ๆ เปิดให้เข้ามาไหว้สักการะตลอดทั้งวัน เวลา 08.30-20.30 น.พระพรหมเอราวัณ สี่แยกราชประสงค์หนึ่งในสามเทพสูงสุดของศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตามความเชื่อของพราหมณ์ พระพรหม เป็นเทพผู้สร้าง ดลบันดาลให้ทุกอย่างสมหวัง ใครจะมาขอพรเรื่องความรักเตรียมลิสต์พรที่จะขอกันไว้ได้เลย แอดขอกระซิบคนโสดสักเล็กน้อย ใครจะไปไหว้ขอพรความรักให้ไปขอพรพระพักตร์ที่ 3 นะพิกัด : BTS สยาม (ทางออก 6 เดิน 600 เมตร)เวลาปิด-เปิด : 06.00-22.30 น.พระแม่อุมาเทวี วัดแขกคนโสดไปกันต่อ คนโสดคนไหนอยู่แถวสีลมแวะไปไหว้ขอพรความรักกับ พระแม่อุมาเทวี ที่วัดแขก โดยผู้มีจิตศรัทธาต่างมีความเชื่อกันว่าพระแม่อุมาเทวีเป็นเทพเจ้าฮินดูที่มีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ เป็นสัญลักษณ์ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และยังเชื่อว่าพระแม่อุมาเทวีเป็นเทวีแห่งความเป็นหญิง ใครอยากขอพรความรักไปกันได้เลยจ้าพิกัด : BTS ศาลาแดง (ทางออก 2 ต่อรถประมาณ 1.2 กม.)เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น. ยกเว้นวันศุกร์ ปิด 21.00 น.หลวงพ่อเกษร วัดท่าพระใครอยู่ฝั่งธนฯ กันบ้าง คนโสดมาแวะไหว้ขอพร หลวงพ่อเกสร วัดท่าพระ กันได้เลย โดยแอดได้ยินมาว่าใครจะมาขอพรความรักกับหลวงพ่อนั้นจะได้รักที่สมหวัง ได้รับความเมตตา รวมถึงสิ่งดี ๆ ที่จะหลั่งไหลเข้ามาในชีวิตอีกด้วย นอกจากนี้หลวงพ่อเกสรนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์ในเรื่องเมตตามหานิยม เมตตามหาเสน่ห์ ใครยังไม่มีคู่ แนะนำที่นี่เลย!พิกัด : MRT ท่าพระ (ทางออก 1 เดิน 500 เมตร)เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-17.30 น.

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

09 ม.ค. 2024

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

สายมูทั้งหลายบอกเลย อยากมูให้สุด อยากมูให้ปัง ต้องมากราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณแห่ง "วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม แหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพ"วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม ตั้งอยู่ในเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ภายในวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่เหล่าบรรดาผู้ที่นับถือ เดินทางกันมากราบไหว้ ขอพร กันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งช่วงเวลากลางวัน และเวลากลางคืนภายในวัดจะมีชุดไหว้กันให้เลือกหลายราคา"ท้าวเวสสุวรรณ" ของที่วัดแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพมหานครแล้ว ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ และเข้มขลัง ประทานพรให้สมหวังมากนักต่อนัก จึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่นิยมมากราบไหว้จนถึงปัจจุบันนี้นอกจาก "ท้าวเวสสุวรรณ" ที่ขึ้นชื่อของวัดนี้แล้ว ก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้ได้มากราบสักการะขอพรกันได้อีกด้วย มาที่นี่ที่เดียวครบเลยหากใครได้ผ่านมาแถวย่านมีนุบรี แล้วกำลังมองหาสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ กราบไหว้ขอพรเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ลองมาที่ "วัดบางชัน" แห่งนี้ แล้วคุณอาจจะได้รับสิ่งดี ๆ กลับไป

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

14 ก.พ. 2026

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย บูชาอย่างไรให้รวย? บทสวดเรียกทรัพย์ 2569

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เปิดตำราเทพแห่งความมั่งคั่งบูชาถูกวิธี ชีวิตเปลี่ยนเป็นเศรษฐี ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและความไม่แน่นอนสูง การมีความเก่งกาจในการทำธุรกิจเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับความสำเร็จที่ยั่งยืน คนไทยเชื้อสายจีนและนักธุรกิจทั่วเอเชียจึงให้ความสำคัญกับ "ที่พึ่งทางใจ" เพื่อเสริมสร้างกำลังใจและดึงดูดพลังงานบวก และเมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่เป็นที่สุดแห่งเรื่องเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่ง ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงคือ "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" (Cai Shen Ye) ทุกครั้งที่เวียนมาบรรจบถึงเทศกาลตรุษจีน ภาพที่คุ้นตาคือผู้คนจำนวนมากต่างจัดเตรียมโต๊ะไหว้เพื่อรอรับเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเข้าสู่เคหะสถานเป็นองค์แรกของปี แต่คุณมั่นใจแล้วหรือยังว่าคุณรู้จักท่านดีพอ? ท่านไม่ได้มีเพียงปางเดียว และการไหว้ขอพรก็มีเคล็ดลับที่ลึกซึ้งกว่าแค่การจุดธูป บทความนี้คือไกด์ฉบับสมบูรณ์ที่จะพาคุณไปรู้จักเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ประวัติความเป็นมาที่แท้จริง ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้อง บทสวดและสถานที่ ไหว้ที่ไหน แล้วปังที่สุด เพื่อเตรียมตัวเปิดรับความเฮงเข้ากระเป๋าแบบจัดเต็มตำนาน "เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย" ประวัติและปางต่างๆ ที่คุณอาจไม่เคยรู้ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (ในภาษาจีนแต้จิ๋ว) หรือ ไฉ่เสินเย่ (ในภาษาจีนกลาง) เขียนอักษรจีนว่า 財神 มีความหมายตรงตัวว่า "เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน" ชาวจีนเชื่อว่าท่านคือเทพชั้นสูงที่จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์ปีละ 1 ครั้ง ในช่วงเวลาเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน เพื่อประทานพรด้านโชคลาภ เงินตรา และความสำเร็จให้แก่ผู้ที่ศรัทธา แต่ความเข้าใจผิดของคนส่วนใหญ่คือคิดว่าท่านมีเพียงองค์เดียว แท้จริงแล้วตามตำนานจีนโบราณ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยแบ่งออกเป็น 2 ปางหลักๆ ตามลักษณะบุคลิกและหน้าที่ ซึ่งผู้บูชาควรเลือกให้เหมาะกับอาชีพของตนเอง ดังนี้ 1. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบุ๋น (ฝ่ายพลเรือน/ปัญญา) : เทพเจ้าปี่กาน (Bi Gan)ลักษณะเด่น: เป็นรูปขุนนางชั้นผู้ใหญ่ หน้าตายิ้มแย้ม ใจดี อบอุ่น สวมชุดขุนนางโบราณ มือข้างหนึ่งถือเล่มสมุดบัญชีหรือม้วนกระดาษ อีกข้างหนึ่งถือถุงเงินหรือก้อนทองประวัติและตำนาน: เชื่อกันว่าคือ "ปี่กาน" อัครมหาเสนาบดีในสมัยราชวงศ์ซาง ผู้มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านถูกทรราชสั่งให้ควักหัวใจออกมาดูเพื่อพิสูจน์ความภักดี เมื่อท่านเสียชีวิต สวรรค์เห็นในความดีจึงแต่งตั้งให้เป็นเทพแห่งโชคลาภ โดยมีนัยยะว่า "เพราะท่านไม่มีหัวใจ ท่านจึงไม่มีความลำเอียง" ท่านจึงแจกจ่ายโชคลาภให้แก่ทุกคนอย่างยุติธรรมที่สุดเหมาะกับใคร: ผู้ที่รับราชการพลเรือน, พนักงานบริษัท, ผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายทั่วไป, นักวิชาการ, ที่ปรึกษา หรืออาชีพที่ใช้ปัญญาและความสามารถในการเจรจา ท่านจะช่วยให้การบริหารเงินราบรื่นและมีสติปัญญาในการหาทรัพย์ 2. ไฉ่ซิงเอี๊ยปางบู๊ (ฝ่ายการทหาร/นักรบ) : เทพเจ้าจ้าวกงหมิง (Zhao Gongming)ลักษณะเด่น: หน้าตาดุดัน น่าเกรงขาม สวมชุดเกราะนักรบ ขี่เสือโคร่งดุร้าย มือข้างหนึ่งถือกระบองเหล็กหรือดาบ อีกข้างถือถุงเงินหรือก้อนทอง บางครั้งจะเห็นท่านเหยียบเสืออยู่ประวัติและตำนาน: "จ้าวกงหมิง" เป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศ มีความกล้าหาญและรักษาสัจจะยิ่งชีพ ท่านสามารถปราบภูตผีปีศาจและศัตรูที่มาราวีได้ เชื่อกันว่าเสือที่ท่านขี่คือพาหนะที่ช่วยตะปบเงินทองเข้าหาเจ้านาย และช่วยเฝ้าทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหลเหมาะกับใคร: เจ้าของธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง, ผู้ที่ต้องดูแลลูกน้องจำนวนมาก, ทหาร, ตำรวจ, นักธุรกิจสีเทา, ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ หรือผู้ที่ต้องการทวงหนี้สิน ท่านจะช่วยขจัดอุปสรรค ศัตรูคู่แข่ง และช่วยให้เก็บเงินอยู่เกร็ดความรู้เพิ่มเติม: นอกจากปางจีนแล้ว ในทางพุทธศาสนามหายานและทิเบต ยังมีการนับถือเทพเจ้าแห่งความร่ำรวยในรูปแบบของ "ท้าวกุเวร" (Vaisravana) หรือ "ชัมภล" (Jambhala) ซึ่งมีรูปลักษณ์และคติความเชื่อที่ใกล้เคียงกัน คือเป็นผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์ของโลกเช็คของไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย: เตรียมอย่างไรให้ถูกหลัก 5 หมู่มงคล การไหว้รับ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย นิยมทำในคืนวันซาจั๊บ (วันสิ้นปีจีน) ช่วงเวลาคาบเกี่ยวเข้าสู่วันตรุษจีน (โดยส่วนใหญ่คือเวลา 23.00 – 01.00 น.) สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ของแพง แต่คือ "ความหมาย" ของของไหว้และการจัดเตรียมด้วยความประณีต เราได้รวบรวมรายการของไหว้ที่ต้องมี โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่เพื่อให้คุณเตรียมได้ง่ายๆ ดังนี้ 1. หมวดรูปเคารพและสิ่งศักดิ์สิทธิ์รูปปั้น หรือ รูปภาพองค์ไฉ่ซิงเอี๊ย: หากไม่มีสามารถใช้ตัวอักษรจีนคำว่า "ไฉ่ซิงเอี๊ย" เขียนใส่กระดาษแดงแทนได้กระถางธูป: ควรใส่ข้าวสารให้เต็มกระถาง (สื่อถึงความกินดีอยู่ดี) และปักกิมฮวยเพื่อความสวยงามเทียนแดง 1 คู่: สื่อถึงแสงสว่างและความรุ่งโรจน์แจกันดอกไม้สด 1 คู่: นิยมใช้ดอกเบญจมาศ หรือดอกไม้มงคลที่มีสีสันสดใส 2. หมวดผลไม้มงคล (เลือก 3 หรือ 5 อย่าง)ส้ม: (ขาดไม่ได้) หมายถึง ทองคำ และความเป็นสิริมงคลกล้วยหอม: (ต้องมีหวีเครือสวย) หมายถึง กวักโชคลาภเข้ามา และให้ลูกหลานสืบสกุลสับปะรด: ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียก "อั่งไล้" แปลว่า โชคลาภกำลังมาถึงองุ่น: หมายถึง ความงอกงามและความเจริญรุ่งเรืองแอปเปิ้ลแดง: หมายถึง ความสันติสุขและสุขภาพที่แข็งแรง 3. หมวดอาหารเจ (เจไฉ่) 5 อย่าง เนื่องจากเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเป็นเทพชั้นสูง การไหว้ด้วยอาหารเจจึงบริสุทธิ์ที่สุด ประกอบด้วยเห็ดหอม: หมายถึง ความมีชื่อเสียงวุ้นเส้น: หมายถึง อายุยืนยาวฟองเต้าหู้: หมายถึง ความร่ำรวย (รูปลักษณ์คล้ายทองคำ)ดอกไม้จีน: หมายถึง ความเบิกบานสาหร่ายทะเล: ภาษาจีนพ้องเสียงกับคำว่า ร่ำรวย 4. หมวดขนมและน้ำขนมจันอับ (จับกิ้ม): ขนมแห้ง 5 อย่าง สื่อถึงความหวานชื่นและความสามัคคีขนมถ้วยฟู หรือ ขนมสาลี่: สื่อถึงความเฟื่องฟู รุ่งเรืองน้ำชา 5 ถ้วย: น้ำชาถือเป็นเครื่องดื่มของเทพเจ้าน้ำสะอาด 5 แก้ว: เพื่อความใสสะอาดบริสุทธิ์ 5. หมวดของมงคลเรียกทรัพย์กระดาษเงินกระดาษทอง (หงิ่งเตี๋ย): จำนวน 12-13 แผ่น (ตามจำนวนเดือนในปฏิทินจีนปีนั้น)เทียบเชิญสีแดง และ สีเขียว: กระดาษสำหรับเขียนชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ของคนในครอบครัว เพื่อฝากดวงชะตากระเป๋าสตางค์ใบใหม่: ใส่ธนบัตร (เลขมงคล หรือแบงค์ใหม่) ไว้เต็มกระเป๋า เพื่อเป็นเคล็ดเรียกเงินสมุดบัญชีธนาคาร: วางไว้เพื่อขอพรให้ยอดเงินเพิ่มพูนขั้นตอนการไหว้และวิธีตั้งโต๊ะรับทรัพย์ เมื่อเตรียมของครบแล้ว ขั้นตอนการไหว้ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้พิธีการลื่นไหลและทรงพลังที่สุดขั้นตอนที่ 1: เช็คฤกษ์และทิศทาง ในแต่ละปี ทิศที่องค์ไฉ่ซิงเอี๊ยจะเสด็จลงมาจะแตกต่างกัน คุณต้องตรวจสอบปฏิทินจีนประจำปีนั้นๆ ว่าท่านมาทิศไหน ให้หันหน้าโต๊ะไหว้ไปทางทิศนั้นขั้นตอนที่ 2: การจัดโต๊ะ ตั้งโต๊ะไหว้ในที่โล่งแจ้ง หน้าบ้าน หรือดาดฟ้า (ต้องมองเห็นท้องฟ้า) ปูผ้าสีแดง จัดวางกระถางธูปไว้ด้านหน้าสุด ตามด้วยถ้วยน้ำชา/น้ำ และเรียงลำดับของไหว้ตามความเหมาะสม วางเทียบเชิญและกระดาษเงินกระดาษทองไว้ใกล้ๆขั้นตอนที่ 3: เริ่มพิธี เมื่อถึงฤกษ์มงคล ให้ผู้นำครอบครัวจุดธูป (3, 5, 9 หรือ 12 ดอก แล้วแต่ตำรา แต่ปกตินิยม 3 ดอกเพื่อระลึกถึง ไตรสรณคมน์ หรือ เทพเจ้า 3 ภพ) พร้อมจุดเทียนแดงขั้นตอนที่ 4: กล่าวคำเชิญและสวดมนต์ กล่าวชื่อ-นามสกุล ของตนเองและคนในครอบครัวอย่างชัดเจน แจ้งที่อยู่บ้านเลขที่ แล้วกล่าวเชิญเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยให้มารับเครื่องสักการะ (ดูบทสวดในหัวข้อถัดไป)ขั้นตอนที่ 5: ขอพร เมื่อสวดจบ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพร "เน้นขอเรื่องโชคลาภและการงานโดยเฉพาะ" ขอให้ท่านประทานความมั่งคั่ง ขจัดอุปสรรคทางการเงินขั้นตอนที่ 6: ลาของไหว้และเผากระดาษ เมื่อธูปไหม้หมดไปประมาณครึ่งดอก ให้ทำการลาของไหว้ นำกระดาษเงินกระดาษทองและเทียบเชิญไปเผาในถังเผาขั้นตอนที่ 7: เชิญเข้าบ้าน (เคล็ดลับสำคัญ) เมื่อเผากระดาษเสร็จ ให้ทำการ "อัญเชิญกระถางธูป" และ "รูปปั้นเทพเจ้า" เข้าสู่ตัวบ้าน โดยให้คนถือเดินนำเข้าบ้านและวางบนหิ้งพระที่เตรียมไว้ เสมือนการเชิญท่านเข้ามาประทับให้พรตลอดปีบทสวดเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย หัวใจสำคัญของการสื่อสาร เพื่อให้จิตเป็นสมาธิและเชื่อมโยงกับพลังงานศักดิ์สิทธิ์ การสวดมนต์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด นี่คือคาถาที่ได้รับความนิยมและเชื่อว่าศักดิ์สิทธิ์มากคาถาบูชาขอพร (แบบย่อ - สวดได้ทุกวัน)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา" (แนะนำให้สวด 3, 5, 9 หรือ 12 จบ เพื่อความเป็นสิริมงคล)คาถาบูชาเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย (แบบเต็ม) (ตั้งนะโม 3 จบ ก่อนเริ่มสวด)"นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ" (3 จบ)"โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา โอม อา ฮูม โฮ ฌะ ขอนอบน้อมบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ผู้ประทานความมั่งคั่ง ร่ำรวย ข้าพเจ้าชื่อ (บอกชื่อ-นามสกุล) ขออัญเชิญบารมีแห่งท่าน โปรดดลบันดาลประทานพร ให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีโชคลาภ เงินทองไหลมาเทมา กิจการค้ารุ่งเรือง ปราศจากอุปสรรคทั้งปวงด้วยเทอญ"เคล็ดลับขณะสวด: ให้พยายามทำจิตใจให้ว่าง ละเว้นความโลภโมโทสัน แต่ให้เน้นความรู้สึก "ขอบคุณ" และ "ศรัทธา" จินตนาการเห็นภาพแสงสีทองสว่างไสวโอบล้อมตัวเราและบ้านเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไหว้ที่ไหน? แจก 4 พิกัดศักดิ์สิทธิ์รับทรัพย์ทั่วไทย สำหรับใครที่ไม่สะดวกจัดโต๊ะไหว้ที่บ้าน หรือต้องการพลังเสริมดวงแบบคูณสอง การเดินทางไปไหว้ที่ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่อง เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย คือทางเลือกที่ดีเยี่ยม เราคัดมาให้แล้วกับ 4 สถานที่ยอดฮิต 1. วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) - เยาวราช ตำนานแห่งย่านไชน่าทาวน์ ที่นี่คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีน ภายในประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยปางมหายานที่แกะสลักอย่างงดงามและดูเข้มขลังจุดเด่น: สามารถทำบุญแก้ชงไปพร้อมๆ กับการขอพรโชคลาภได้ในที่เดียว 2. ศาลเจ้าพ่อเสือ - เสาชิงช้า ขึ้นชื่อลือชาเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าที่นี่มีเทพเจ้าแห่งโชคลาภประดิษฐานอยู่ด้วย โดยเฉพาะใครที่ทำธุรกิจแล้วติดขัด มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ต้องมาที่นี่จุดเด่น: ขอพรเรื่องอำนาจบารมีคู่กับการเงิน (ปางบู๊จะเด่นมากที่นี่) 3. วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม (ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ) - อ่างศิลา ชลบุรี ศาลเจ้าที่ยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในไทย มีอาคาร 4 ชั้น ประดิษฐานเทพเจ้าครบทุกองค์ รวมถึงไฉ่ซิงเอี๊ยที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากจุดเด่น: บรรยากาศดี สถาปัตยกรรมสวยงาม เหมาะกับการพาครอบครัวไปเที่ยวและไหว้พระ 4. เทวาลัยพระพิฆเนศ - ห้วยขวาง แหล่งรวมสายมูเตลูใจกลางเมือง แม้จะเป็นเทวาลัยพราหมณ์ แต่มีการประดิษฐานเทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ยเพื่อให้คนทำงานกลางคืนและคนรุ่นใหม่ได้กราบไหว้จุดเด่น: เดินทางสะดวกด้วย MRT และเปิดตลอด 24 ชั่วโมงความมั่งคั่งเริ่มที่ "ศรัทธา" และการ "ลงมือทำ" การบูชา เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย ไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นกุศโลบายอันชาญฉลาดของบรรพบุรุษ ที่สอนให้เรารู้จักการ "ตั้งเป้าหมาย" (ผ่านการอธิษฐาน) การ "เตรียมความพร้อม" (ผ่านการจัดโต๊ะไหว้) และการ "มีสติรู้ตื่น" (ผ่านการสวดมนต์) เมื่อคุณมีจิตใจที่สงบ มั่นคง และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกจากการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือการนำพลังใจนั้นไปขับเคลื่อนการทำงานด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม ดั่งเช่นประวัติของท่านไฉ่ซิงเอี๊ยทั้งสองปาง เมื่อศรัทธาประสานกับการลงมือทำ ความสำเร็จและความร่ำรวยย่อมรอคุณอยู่ที่ปลายทางอย่างแน่นอนค่ะ