พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

Temple & Mutelu

พระกฤษณะ คือใคร? รวมประวัติ บทสวด และพิกัดไหว้ขอพร

16 เม.ย. 2026

พระกฤษณะ เทพเจ้าแห่งความรักและความสำเร็จ

หากคุณเป็นสายมูที่ชื่นชอบการเดินสายขอพรเรื่องความรัก หรือผู้ที่กำลังค้นหาที่พึ่งทางใจเพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชื่อของ "พระกฤษณะ" คงเป็นหนึ่งในเทพเจ้าฮินดูที่คุณคุ้นเคยและได้ยินชื่อบ่อยที่สุดองค์หนึ่ง โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมากมายต่างหลั่งไหลไปสักการะบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธา ทั้งในเรื่องของการขอคู่ครองที่ดี หรือการเจรจาธุรกิจให้ราบรื่น แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยและมีคำถามในใจว่าแท้จริงแล้ว พระกฤษณะ คือใคร มีความสำคัญอย่างไรในศาสนาฮินดู ทำไมจึงโดดเด่นเรื่องการประทานพรความรักเหนือเทพองค์อื่นๆ รวมถึงหากเราอยากเริ่มต้นบูชาอย่างถูกต้อง จะต้องใช้ พระกฤษณะ บทสวดแบบไหน เตรียมของไหว้อย่างไร และพระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน จึงจะขลังและปังที่สุด


พระกฤษณะ คือใคร? ทำความรู้จักเทพเจ้าผู้เปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์และปัญญา

พระกฤษณะ (Lord Krishna) คือ องค์อวตารปางที่ 8 ของพระวิษณุ (หรือที่เราคนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ พระนารายณ์) ซึ่งเป็นหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดของศาสนาพราหมณ์-ฮินดูในหมวดหมู่ของ "ตรีมูรติ" พระองค์อวตารลงมาบนโลกมนุษย์ในยุคทวาปรยุค โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการปราบปรามความชั่วร้าย กษัตริย์ทรราช และฟื้นฟูความดีงามหรือ "ธรรมะ" ให้กลับคืนสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง

นามของพระองค์คำว่า "กฤษณะ" ในภาษาสันสกฤตแปลว่า "สีดำ" หรือ "ผู้ที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจอย่างหาที่สุดไม่ได้" ซึ่งสอดคล้องกับรูปลักษณ์ของพระองค์ตามคัมภีร์ที่ระบุไว้ว่าทรงมีเสน่ห์ที่สามารถสะกดทุกสรรพสิ่ง ทั้งมนุษย์ สัตว์ และเทพเทวดาด้วยกันเอง

สัญลักษณ์ประจำพระองค์ที่โดดเด่น

หากคุณไปตามเทวสถานต่างๆ คุณสามารถจดจำพระกฤษณะได้ง่ายๆ ผ่านสัญลักษณ์และรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ดังต่อไปนี้

  • พระวรกายสีดำอมฟ้า (หรือสีน้ำเงินเข้ม): ไม่ใช่ความหมองคล้ำ แต่สีน้ำเงินเข้มนี้สื่อถึงความกว้างใหญ่ไพศาลของจักรวาล ท้องฟ้า และมหาสมุทร ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นอนันต์ของพระผู้เป็นเจ้า
  • ขนนกยูงประดับบนพระเศียร: สื่อถึงความงดงาม ความบริสุทธิ์ วัฏจักรของธรรมชาติ และยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย
  • ขลุ่ยไม้ไผ่ (Bansuri): สัญลักษณ์แห่งเสียงดนตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สะกดทุกสรรพสิ่ง ขลุ่ยที่กลวงเปรียบเสมือนจิตใจมนุษย์ที่ถูกชำระล้างจนว่างเปล่า ละทิ้งอัตตา (Ego) เพื่อให้เสียงแห่งธรรมะของพระเจ้าผ่านเข้ามาดลใจได้
  • ฝูงวัวและหม้อเนย: พระองค์เติบโตมาในหมู่บ้านคนเลี้ยงวัว (เมืองวฤนทาวัน) จึงมีพระนามเรียกขานอีกอย่างว่า "โควินทะ" หรือ "โคบาล" ซึ่งแปลว่าผู้พิทักษ์วัว และในวัยเยาว์ทรงโปรดปรานการขโมยเนยสดมาก จนได้ฉายาว่า "มาขัณโจร์" (Makhan Chor) ซึ่งเนยในที่นี้เปรียบเสมือนจิตใจที่บริสุทธิ์ของผู้ศรัทธาที่พระองค์ทรงปรารถนานั่นเอง

 

ตำนานความรักและบทบาทสำคัญที่ทำให้พระกฤษณะเป็นที่รักของมวลมนุษย์

การจะเข้าใจว่าทำไมพระกฤษณะจึงได้รับการเคารพยกย่องอย่างสูงสุดทั้งในอินเดียและทั่วโลก ต้องทำความเข้าใจผ่าน 2 มิติหลัก คือ มิติแห่งความรักอันบริสุทธิ์ และมิติแห่งปัญญาอันล้ำลึก

1. พระกฤษณะและพระนางราธา: ต้นแบบแห่งรักแท้และคู่แท้เหนือกาลเวลา

ทำไมคนจึงนิยมขอพรเรื่องความรักจากพระกฤษณะ? คำตอบอยู่ที่ตำนานความรักสุดแสนโรแมนติกระหว่างพระองค์กับ "พระนางราธา" (Radha) หญิงเลี้ยงวัวผู้มีสิริโฉมงดงาม

ความรักของทั้งสองไม่ใช่เพียงความรักแบบหนุ่มสาวทั่วไป แต่เป็นความรักในระดับจิตวิญญาณ (Divine Love) แม้ในท้ายที่สุดพระกฤษณะจะต้องจากหมู่บ้านไปทำภารกิจปราบอธรรม เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ และไม่ได้ครองคู่กับพระนางราธาในทางโลก (พระกฤษณะมีมเหสีตามกฎหมายคือ พระนางรุกมิณี) แต่ความรักและความผูกพันของพระกฤษณะและพระนางราธาก็ยังคงเป็นนิรันดร์

ชาวฮินดูเชื่อว่า พระนางราธาคือตัวแทนของ "ความภักดีอันสูงสุด" (Bhakti) ส่วนพระกฤษณะคือ "พระผู้เป็นเจ้า" ความรักของทั้งสองคือการหลอมรวมของจิตวิญญาณมนุษย์เข้ากับพระผู้เป็นเจ้า ดังนั้น ผู้ที่มาขอพรความรักจากพระกฤษณะ จึงมักได้พบกับ "ความรักที่บริสุทธิ์ มั่นคง เกื้อกูลกัน และเป็นคู่แท้ทางจิตวิญญาณ"

2. ผู้ถ่ายทอดคัมภีร์ "ภควัทคีตา" ในมหากาพย์มหาภารตะ

ในมิติแห่งปัญญา พระกฤษณะมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในสงครามทุ่งกุรุเกษตร ซึ่งเป็นฉากสำคัญในมหากาพย์มหาภารตะ โดยพระองค์ไม่ยอมจับอาวุธสู้รบ แต่รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถม้าให้กับ อรชุน (นักรบผู้ยิ่งใหญ่ฝ่ายปาณฑพ)

เมื่ออรชุนเห็นเครือญาติของตนเองอยู่ฝั่งศัตรู ก็เกิดความทุกข์ใจ ลังเล และไม่อยากทำสงคราม พระกฤษณะจึงได้หยุดเวลาและเทศนาสั่งสอนอรชุนกลางสนามรบ คำสอนอันล้ำลึกนั้นได้ถูกรวบรวมเป็นคัมภีร์ที่สำคัญที่สุดเล่มหนึ่งของโลกชื่อว่า "ภควัทคีตา" (The Bhagavad Gita) ซึ่งสอนหลักธรรมสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

  • กรรมโยคะ (Karma Yoga): การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดโดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์ที่จะตามมา ทำด้วยความเสียสละและรับผิดชอบ
  • ชญาณโยคะ (Jnana Yoga): การใช้ปัญญาเพื่อรู้แจ้งเห็นจริง เข้าใจว่าร่างกายเป็นเพียงเปลือกนอก แต่จิตวิญญาณ (อาตมัน) นั้นเป็นอมตะไม่มีวันตาย
  • ภักดีโยคะ (Bhakti Yoga): ความศรัทธา ความรัก และการมอบกายถวายชีวิตแด่พระผู้เป็นเจ้าโดยไม่มีเงื่อนไข

 

วิธีเตรียมของไหว้และขั้นตอนการบูชาพระกฤษณะให้สัมฤทธิ์ผลฅ

หากคุณต้องการให้พรที่ขอสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรัก การงาน หรือความสำเร็จ การบูชาอย่างถูกวิธีและมีจิตใจที่บริสุทธิ์คือหัวใจสำคัญ

พระกฤษณะโปรดปรานความเรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ นี่คือลิสต์ของไหว้และข้อควรระวังที่คุณต้องรู้

ของไหว้ที่ควรเตรียม

  1. ใบกะเพราอินเดีย (Tulsi - ตุลซี): นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด! พระกฤษณะทรงโปรดปรานใบตุลซีมาก เชื่อกันว่าหากถวายของมีค่ามากมายแต่ไม่มีใบตุลซี พระองค์ก็อาจจะไม่โปรดเท่ากับการถวายน้ำเปล่าหนึ่งแก้วพร้อมใบตุลซีเพียงใบเดียว
  2. ดอกไม้ที่มีกลิ่นหอม: ดอกมะลิ ดอกดาวเรือง ดอกกุหลาบ ดอกบัว หรือดอกไม้สีสดใส
  3. ผลไม้มงคล: กล้วย แอปเปิล ส้ม องุ่น สาลี่ ทับทิม หรือผลไม้ตามฤดูกาล (ล้างให้สะอาดก่อนถวายเสมอ)
  4. ขนมหวานและผลิตภัณฑ์จากนม: ขนมลาดู ขนมโมทกะ ขนมเพฑา เนยสด (Ghee) นมวัวรสจืด โยเกิร์ต หรือขนมหวานสไตล์อินเดียที่ทำจากนม
  5. เครื่องหอมและประทีป: ธูปหอม (3-5 ดอก) หรือกำยาน กลิ่นมะลิหรือจันทน์หอม พร้อมจุดเทียนหรือตะเกียงน้ำมันเนย (Diya) เพื่อถวายแสงสว่างและปัญญา

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการบูชา

  1. ห้ามถวายเนื้อสัตว์เด็ดขาด: พระกฤษณะเป็นเทพที่รักสัตว์โดยเฉพาะวัว ของไหว้และอาหารที่นำมาถวายต้องเป็นมังสวิรัติ 100%
  2. ห้ามมีส่วนผสมของไข่: ขนมหรืออาหารที่นำมาถวายต้องแน่ใจว่าไม่มีไข่เป็นส่วนประกอบ เพราะในทางฮินดู ไข่ไม่ถือเป็นอาหารมังสวิรัติที่บริสุทธิ์
  3. หลีกเลี่ยงการขอพรในสิ่งที่ผิดศีลธรรม: เช่น ขอให้คนที่มีครอบครัวแล้วมารัก ขอให้ศัตรูพินาศ หรือขอในสิ่งที่เบียดเบียนผู้อื่น พรเหล่านี้จะไม่เป็นผลและอาจนำผลเสียมาสู่ผู้ขอเอง

พระกฤษณะ บทสวด มหามนต์เพื่อความสงบและสิริมงคล

การสวดมนต์บูชาพระกฤษณะ ควรเริ่มต้นด้วยการชำระล้างร่างกายให้สะอาด สวมใส่เสื้อผ้าสีสุภาพ (สีขาว สีเหลือง หรือสีชมพู) ทำจิตใจให้สงบ ทำสมาธิระลึกถึงพระองค์ และสามารถเลือกใช้บทสวด ตามความสะดวก ดังนี้

บทสวดบูชาพระพิฆเนศ (ก่อนเริ่มสวดเทพองค์อื่นเสมอ)

ตามธรรมเนียมฮินดู ต้องสวดบูชาพระพิฆเนศเพื่อเปิดทางและขจัดอุปสรรคก่อนเสมอ

"โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา" (สวด 3 หรือ 9 จบ)

 

บทบูชาพระกฤษณะ

ฮะเร กฤษณะ ฮะเร กฤษณะ

กฤษณะ กฤษณะ ฮะเร ฮะเร

ฮะเร รามะ ฮะเร รามะ


พระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน? แนะนำพิกัดขอพรสุดปังในกรุงเทพฯ

สำหรับสายมูที่พร้อมจะเดินทางไปสักการะองค์พระกฤษณะองค์จริงในประเทศไทย คำถามยอดฮิตคือ พระกฤษณะ ไหว้ที่ไหน ดี? เราได้รวบรวม 3 พิกัดยอดนิยมที่เดินทางสะดวก มีความศักดิ์สิทธิ์ และมีองค์เทวรูปที่งดงามมาฝากกันค่ะ

1. วัดเทพมณเฑียร (สมาคมฮินดูสมาช) ย่านเสาชิงช้า

พิกัดนี้ถือเป็น "เดสทิเนชั่นอันดับหนึ่ง" สำหรับคนโสดที่ต้องการขอพรเรื่องความรัก ที่นี่ประดิษฐานองค์พระกฤษณะและพระนางราธาเคียงคู่กันอย่างงดงาม บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เย็นสบาย และเปี่ยมไปด้วยพลังงานแห่งความเมตตา

  • สิ่งที่ควรขอพร: โด่งดังมากในเรื่องการขอพรความรักให้สมหวัง ขอให้ได้เจอคู่แท้ที่ดี ขอให้ครอบครัวร่มเย็นเป็นสุข หรือขอความสำเร็จในการเจรจาค้าขาย
  • เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ - ศุกร์ เปิดเวลา 08.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 19.30 น. (เสาร์-อาทิตย์ เปิดตลอดทั้งวัน) แนะนำให้เช็กเวลาพักของพราหมณ์ก่อนเดินทาง
  • การเดินทาง: รถไฟฟ้า MRT สถานีสามยอด (เดินต่อประมาณ 10 นาทีไปทางเสาชิงช้า) วัดตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนภารตวิทยาลัย

 

2. วัดวิษณุ (สมาคมฮินดูธรรมสภา) เขตยานนาวา

วัดวิษณุเป็นวัดฮินดูที่มีความเก่าแก่และประดิษฐานเทพเจ้าฮินดูครบถ้วนทุกองค์ ภายในมีสถาปัตยกรรมที่วิจิตรตระการตา มีเทวาลัยเฉพาะของพระกฤษณะและพระนางราธาที่งดงามไม่แพ้ที่ใด

  • สิ่งที่ควรขอพร: เนื่องจากเป็นวัดขององค์พระวิษณุและอวตารของพระองค์ จึงโดดเด่นเรื่องการขอพรด้านความมั่นคงในชีวิต ความสำเร็จในการงาน ธุรกิจ การเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และปัดเป่าอุปสรรคศัตรูคู่แข่ง
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน เวลา 06.00 - 12.00 น. และ 15.00 - 20.00 น.
  • การเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีสุรศักดิ์ หรือ สถานีสะพานตากสิน แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือ วินมอเตอร์ไซค์เข้าไปในซอยเจริญราษฎร์ 3

 

3. ISKCON Bangkok (สมาคมนานาชาติเพื่อความสำนึกในพระกฤษณะ)

หากคุณต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและการบูชาแบบอินเดียดั้งเดิมอย่างแท้จริง ต้องมาที่นี่ ISKCON (อิสคอน) คือศูนย์รวมของผู้ศรัทธาและมอบกายถวายชีวิตแด่พระกฤษณะโดยเฉพาะ บรรยากาศจะเต็มไปด้วยการสวดมนต์ ร้องเพลงคีรตัน (Kirtan) และการเต้นรำถวายเทพ

  • สิ่งที่ควรขอพร: เหมาะสำหรับการไปขอพรเพื่อความสงบสุขทางจิตวิญญาณ การชำระล้างบาป การปฏิบัติธรรม 
  • สวดมหามนต์ และร่วมรับประทานอาหารมังสวิรัติศักดิ์สิทธิ์ (ปราสาดัม) ที่ทางสมาคมแจกจ่าย
  • เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน แต่ควรตรวจสอบเวลากิจกรรมหลัก (เช่น วันอาทิตย์เย็น) ในเพจเฟซบุ๊ก ISKCON Bangkok ก่อนเดินทาง
  • การเดินทาง: ตั้งอยู่ย่านรามคำแหง (หัวหมาก) สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว รถแท็กซี่ หรือรถประจำทางสายที่ผ่านถนนรามคำแหง

 

สรุป

พระกฤษณะ ไม่ได้เป็นเพียงเทพเจ้าที่ประทานพรด้านความรักหรือการหาคู่เท่านั้น แต่พระองค์ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งปัญญา ความร่าเริง และการสอนให้มนุษย์รู้จักทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดตามหลักคัมภีร์ภควัทคีตา

หากคุณบูชาพระองค์ด้วยความศรัทธาที่ตั้งมั่น นำของไหว้ที่ถูกต้องและบริสุทธิ์มาถวาย สวดพระกฤษณะ บทสวด อย่างสม่ำเสมอ และนำหลักธรรมคำสอนของพระองค์มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต รับรองว่าคุณจะพบกับความสงบสุขภายในจิตใจ ดึงดูดความรักที่ดี และก้าวไปสู่ความสำเร็จในทุกๆ ด้านอย่างแน่นอน


 

related Temple & Mutelu

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

09 ม.ค. 2024

กราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณมากที่สุดในกรุงเทพที่ "วัดบางชัน"

สายมูทั้งหลายบอกเลย อยากมูให้สุด อยากมูให้ปัง ต้องมากราบไหว้ขอพรท้าวเวสสุวรรณแห่ง "วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม แหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพ"วัดบางชัน" หรือวัดราษฎร์ศรัทธาธรรม ตั้งอยู่ในเขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร ภายในวัดแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมขององค์ท้าวเวสสุวรรณ ที่เหล่าบรรดาผู้ที่นับถือ เดินทางกันมากราบไหว้ ขอพร กันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งช่วงเวลากลางวัน และเวลากลางคืนภายในวัดจะมีชุดไหว้กันให้เลือกหลายราคา"ท้าวเวสสุวรรณ" ของที่วัดแห่งนี้ ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมท้าวเวสสุวรรณที่มากที่สุดในกรุงเทพมหานครแล้ว ก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ และเข้มขลัง ประทานพรให้สมหวังมากนักต่อนัก จึงทำให้มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่นิยมมากราบไหว้จนถึงปัจจุบันนี้นอกจาก "ท้าวเวสสุวรรณ" ที่ขึ้นชื่อของวัดนี้แล้ว ก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้ได้มากราบสักการะขอพรกันได้อีกด้วย มาที่นี่ที่เดียวครบเลยหากใครได้ผ่านมาแถวย่านมีนุบรี แล้วกำลังมองหาสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ กราบไหว้ขอพรเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง ลองมาที่ "วัดบางชัน" แห่งนี้ แล้วคุณอาจจะได้รับสิ่งดี ๆ กลับไป

คาถาเรียกเงิน เสริมทรัพย์ เกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่อปาน" วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา

01 ส.ค. 2022

คาถาเรียกเงิน เสริมทรัพย์ เกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่อปาน" วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา

เสริมดวงให้ปัง! เสริมโชคลาภ เงินทอง ด้วย "คาถาเรียกเงิน เสริมทรัพย์" ของเกจิอาจารย์ดัง "หลวงพ่อปาน" วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา ใช้สวดภาวนาเวลาตื่นนอน ๓ จบ หรือเวลาใส่บาตร ๑ จบ ก่อนนอน ๓ จบหรือเวลาค้าขายจะทําให้มีโภคทรัพย์มากมาย เรียกเงิน เรียกทอง โชคลาภ ค้าขายร่ำรวยตั้งนะโม 3 จบพุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ (ว่า ๑ จบ)วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสาวิระอิตถิโย พุทธัสสะ มาณีมามะ พุทธัสสะ สะวาโหมฯพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

ไหว้ศาลหลักเมืองต้อนรับปี 2569 เสริมดวงชีวิตให้มั่นคง

18 ธ.ค. 2025

ไหว้ศาลหลักเมืองต้อนรับปี 2569 เสริมดวงชีวิตให้มั่นคง

การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 หลายคนเลือกเดินสายมูเพื่อเสริมดวงชีวิต หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมทุกปีคือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาและความมั่นคงของบ้านเมือง เชื่อกันว่าการมา ไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 จะช่วยเสริมดวงการงาน การเงิน สุขภาพ และความมั่นคงในชีวิต การเริ่มต้นปีด้วยการไหว้ศาลหลักเมือง เปรียบเสมือนการตั้งหลักให้ชีวิตเดินหน้าอย่างราบรื่นตลอดทั้งปีศาลหลักเมืองกรุงเทพเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาอย่างยาวนาน ภายในประดิษฐาน เสาหลักเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมพลังสำคัญ เชื่อว่าผู้ที่มาไหว้ขอพรด้วยจิตตั้งมั่น จะได้รับความเป็นสิริมงคล เสริมความมั่นคง และเปิดทางสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงต้นปีใหม่ที่ถือเป็นฤกษ์ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆลำดับการไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ที่ถูกต้องการ ไหว้ศาลหลักเมือง ควรไหว้ตามลำดับจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน เพื่อความเป็นสิริมงคล เริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาที่ด้านหน้า จากนั้นไหว้ พระสยามเทวาธิราช เทพผู้คุ้มครองแผ่นดินไทย ต่อด้วย พระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง ซึ่งเชื่อว่าช่วยปกป้องบ้านเมืองและประชาชน แล้วจึงไหว้ เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อเสริมอำนาจ บารมี และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึง เจ้าพ่อเจตคุปต์ ซึ่งนิยมขอพรเรื่องการเงิน ความยุติธรรม และความสำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายที่ เสาหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมพลังที่สำคัญที่สุดภายในศาลหลักเมืองมีป้ายแนะนำการไหว้อย่างชัดเจนทุกจุด พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำว่าควรไหว้อะไรยังไง ทำให้แม้จะเป็นผู้ที่มาไหว้ศาลหลักเมืองครั้งแรก หรือมาคนเดียว ก็สามารถไหว้ได้อย่างถูกต้องและสบายใจวิธีขอพรศาลหลักเมือง ให้ได้ผลรับปีใหม่ 2569การขอพรศาลหลักเมือง ควรขอด้วยจิตที่ตั้งมั่นและมีสติ โดยกล่าว ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด และบอกสิ่งที่ต้องการอย่างชัดเจน ควรขอเพียงเรื่องเดียว เช่น ขอให้การงานมั่นคง การเงินราบรื่น หรือชีวิตก้าวหน้า ไม่ควรขอพรที่เกินกำลังหรือเบียดเบียนผู้อื่น และตั้งจิตว่าจะทำความดีหรือแก้บนเมื่อสมหวัง เพื่อเสริมพลังบุญให้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผลทริคการผูกผ้าที่ศาลหลักเมือง เสริมดวงให้ตรงจุดอีกหนึ่งพิธีกรรมยอดนิยมเมื่อมา ไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ คือ การผูกผ้าที่เสาหลักเมือง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น การผูกดวง ผูกชะตา และเสริมความมั่นคงให้ชีวิต โดยตำแหน่งการผูกผ้าแต่ละจุดมีความหมายแตกต่างกัน หากเลือกผูกให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการขอพร จะช่วยเสริมพลังให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นการผูกผ้าที่ ฐานเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับการขอพรเรื่องรากฐานชีวิต ความมั่นคง ความร่ำรวย และความสุขในครอบครัว เชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตลงหลักปักฐาน มีเงินทองไม่ขาดมือ และครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวการผูกผ้าที่ ช่วงกลางเสาหลักเมือง นิยมขอพรให้ผู้ใหญ่เกื้อหนุน อุปถัมภ์ ส่งเสริมหน้าที่การงาน และช่วยผลักดันให้เติบโตในเส้นทางอาชีพ รวมถึงเชื่อว่ายังช่วยเสริมด้านสุขภาพ ให้มีพลังทั้งกายและใจส่วนการผูกผ้าที่ ยอดเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จในระดับสูง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ การค้าขาย และการเงิน เชื่อว่าจะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจไปได้สวย การเงินคล่องตัว และประสบความสำเร็จรอบด้านตลอดปี 2569เวลาไหว้ศาลหลักเมือง และทริคสายมูรับปีใหม่ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 คือช่วงเช้า ระหว่างเวลา 07.00–09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงพลังดี คนไม่พลุกพล่าน ควรแต่งกายสุภาพ โทนสีขาว ครีม หรือสีอ่อน ตั้งเจตนาเริ่มต้นใหม่อย่างจริงใจ และหลังไหว้เสร็จสามารถทำบุญหรือบริจาคเล็กน้อย เพื่อเสริมบุญหนุนดวงตลอดทั้งปีศาลหลักเมืองกรุงเทพเปิดให้สักการะทุกวัน มีจุดจำหน่ายของไหว้ครบ พร้อมป้ายแนะนำและเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปีใหม่ 2569 ด้วยพลังดี ความมั่นคง และความเป็นสิริมงคลอย่างแท้จริงพิกัด : ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯเปิดทุกวัน 06.30 – 18.30 น.วิธีการเดินทาง :รถไฟฟ้า MRT : ลงสถานีสนามไชย (ทางออกใกล้วัดพระแก้ว)รถเมล์ : สาย 1, 3, 6, 9, 12, 32, 44, 53, 82รถส่วนตัว : จอดบริเวณสนามหลวง (ตรวจสอบวัน–เวลาจอด)ฃ

ลอดโบสถ์ล้างอาถรรพ์ ที่วัดนาคปรก

21 ธ.ค. 2024

ลอดโบสถ์ล้างอาถรรพ์ ที่วัดนาคปรก

วันนี้ ATIME จะพาสายมู ไปมูรับความปังส่งท้ายปี และไปลอดโบสถ์ล้างอาถรรพ์กันที่ วัดนาคปรก ตั้งอยู่ ในแขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้ คนมากมายต่างพากันไปสักการะกราบไหว้ ภายในวัดมีให้ชาวสายมูอย่างเราได้ชมบ้าง ไปดูกันเข้ามาเราก็จะเจอกับพญานาคสีขาวองค์ใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหน้า โดยจะมีช่องบรรจุดวงใจนาค ให้เรานำเหรียญบาทไปใส่ อธิษฐานขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อมาก็มากราบไหว้ หลวงพ่อนาคปรก พระพุทธรูปปางมารวิชัยสัมฤทธิ์ เป็นพระประธานในวิหาร มีพญานาค 7 เศียรแผ่พังพาน ถือเป็นพระนาคปรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร แถมยังได้ชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในพระวิหารมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม เป็นศิลปะจีนแบบมหายานมาต่อกันที่การรอดพระอุโบสถ หรือ โบสถ์ของวัดนาคปรก เป็นโบสถ์ที่มีอายุอานามตามที่มีการระบุเอาไว้ว่ามีอายุหลักร้อยปีขึ้นไป ทั้งนี้มีความเชื่อกันว่าหากผู้ ใดมีดวงชะตาที่ไม่ดีหรือต้องการยกปรับปรุงดวงชะตาก็ให้สามารถไปทำการรอดพระอุโบสถเสริมดวงชะตาได้ใครกำลังอยากเสริมดวง วัดนาคปรกเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ และ เป็นสถานที่ที่ผู้คนนิยมมาสักการะขอพร สถานที่ทำบุญ หากใครที่มีโอกาส ควรไปเยี่ยมชมเพื่อสัมผัสความงดงาม ความศักดิ์สิทธิ์ และไปสักการะ กราบไหว้ เพื่อเป็นความสิริมงคลให้กับชีวิตกันสักครั้งพิกัด : วัดนาคปรกเปิด-ปิด : ตามปกติทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 นผู้เขียน : พิชญาภา ญาติดุสดี