ไหว้ศาลหลักเมืองต้อนรับปี 2569 เสริมดวงชีวิตให้มั่นคง

Temple & Mutelu

ไหว้ศาลหลักเมืองต้อนรับปี 2569 เสริมดวงชีวิตให้มั่นคง

18 ธ.ค. 2025

การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 หลายคนเลือกเดินสายมูเพื่อเสริมดวงชีวิต หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมทุกปีคือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาและความมั่นคงของบ้านเมือง เชื่อกันว่าการมา ไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 จะช่วยเสริมดวงการงาน การเงิน สุขภาพ และความมั่นคงในชีวิต การเริ่มต้นปีด้วยการไหว้ศาลหลักเมือง เปรียบเสมือนการตั้งหลักให้ชีวิตเดินหน้าอย่างราบรื่นตลอดทั้งปี

    ศาลหลักเมืองกรุงเทพเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาอย่างยาวนาน ภายในประดิษฐาน เสาหลักเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมพลังสำคัญ เชื่อว่าผู้ที่มาไหว้ขอพรด้วยจิตตั้งมั่น จะได้รับความเป็นสิริมงคล เสริมความมั่นคง และเปิดทางสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงต้นปีใหม่ที่ถือเป็นฤกษ์ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆ

ลำดับการไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ที่ถูกต้อง

การ ไหว้ศาลหลักเมือง ควรไหว้ตามลำดับจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน เพื่อความเป็นสิริมงคล เริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาที่ด้านหน้า จากนั้นไหว้ พระสยามเทวาธิราช เทพผู้คุ้มครองแผ่นดินไทย ต่อด้วย พระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง ซึ่งเชื่อว่าช่วยปกป้องบ้านเมืองและประชาชน แล้วจึงไหว้ เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อเสริมอำนาจ บารมี และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึง เจ้าพ่อเจตคุปต์ ซึ่งนิยมขอพรเรื่องการเงิน ความยุติธรรม และความสำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายที่ เสาหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมพลังที่สำคัญที่สุด



  ภายในศาลหลักเมืองมีป้ายแนะนำการไหว้อย่างชัดเจนทุกจุด พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำว่าควรไหว้อะไรยังไง ทำให้แม้จะเป็นผู้ที่มาไหว้ศาลหลักเมืองครั้งแรก หรือมาคนเดียว ก็สามารถไหว้ได้อย่างถูกต้องและสบายใจ


วิธีขอพรศาลหลักเมือง ให้ได้ผลรับปีใหม่ 2569

 การขอพรศาลหลักเมือง ควรขอด้วยจิตที่ตั้งมั่นและมีสติ โดยกล่าว ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด และบอกสิ่งที่ต้องการอย่างชัดเจน ควรขอเพียงเรื่องเดียว เช่น ขอให้การงานมั่นคง การเงินราบรื่น หรือชีวิตก้าวหน้า ไม่ควรขอพรที่เกินกำลังหรือเบียดเบียนผู้อื่น และตั้งจิตว่าจะทำความดีหรือแก้บนเมื่อสมหวัง เพื่อเสริมพลังบุญให้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผล


ทริคการผูกผ้าที่ศาลหลักเมือง เสริมดวงให้ตรงจุด

   อีกหนึ่งพิธีกรรมยอดนิยมเมื่อมา ไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ คือ การผูกผ้าที่เสาหลักเมือง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น การผูกดวง ผูกชะตา และเสริมความมั่นคงให้ชีวิต โดยตำแหน่งการผูกผ้าแต่ละจุดมีความหมายแตกต่างกัน หากเลือกผูกให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการขอพร จะช่วยเสริมพลังให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้น

  • การผูกผ้าที่ ฐานเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับการขอพรเรื่องรากฐานชีวิต ความมั่นคง ความร่ำรวย และความสุขในครอบครัว เชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตลงหลักปักฐาน มีเงินทองไม่ขาดมือ และครอบครัวรักใคร่กลมเกลียว
  • การผูกผ้าที่ ช่วงกลางเสาหลักเมือง นิยมขอพรให้ผู้ใหญ่เกื้อหนุน อุปถัมภ์ ส่งเสริมหน้าที่การงาน และช่วยผลักดันให้เติบโตในเส้นทางอาชีพ รวมถึงเชื่อว่ายังช่วยเสริมด้านสุขภาพ ให้มีพลังทั้งกายและใจ
  • ส่วนการผูกผ้าที่ ยอดเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จในระดับสูง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ การค้าขาย และการเงิน เชื่อว่าจะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจไปได้สวย การเงินคล่องตัว และประสบความสำเร็จรอบด้านตลอดปี 2569

เวลาไหว้ศาลหลักเมือง และทริคสายมูรับปีใหม่

ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 คือช่วงเช้า ระหว่างเวลา 07.00–09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงพลังดี คนไม่พลุกพล่าน ควรแต่งกายสุภาพ โทนสีขาว ครีม หรือสีอ่อน ตั้งเจตนาเริ่มต้นใหม่อย่างจริงใจ และหลังไหว้เสร็จสามารถทำบุญหรือบริจาคเล็กน้อย เพื่อเสริมบุญหนุนดวงตลอดทั้งปี


 ศาลหลักเมืองกรุงเทพเปิดให้สักการะทุกวัน มีจุดจำหน่ายของไหว้ครบ พร้อมป้ายแนะนำและเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปีใหม่ 2569 ด้วยพลังดี ความมั่นคง และความเป็นสิริมงคลอย่างแท้จริง

 

พิกัด : ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ

เปิดทุกวัน 06.30 – 18.30 น.

วิธีการเดินทาง :  

  • รถไฟฟ้า MRT : ลงสถานีสนามไชย (ทางออกใกล้วัดพระแก้ว)
  • รถเมล์ : สาย 1, 3, 6, 9, 12, 32, 44, 53, 82
  • รถส่วนตัว : จอดบริเวณสนามหลวง (ตรวจสอบวัน–เวลาจอด)ฃ

 


 

related Temple & Mutelu

พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

14 ก.พ. 2026

พระสังกัจจายน์ บูชาอย่างไรให้รวย? ประวัติ วิธีบูชาและวัดดัง 2569

ประวัติพระสังกัจจายน์ คือใคร? รวมวิธีบูชาขอโชคลาภ เคล็ดลับเรียกทรัพย์ และลายแทงพระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุดในไทย อ่านจบรู้วิธีบูชาให้เห็นผลทันตา!"พระสังกัจจายน์" บูชาอย่างไรให้รวย? เปิดตำนานมหาเถระผู้บันดาลโชคลาภและปัญญาหากพูดถึงสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ความอุดมสมบูรณ์ และความโชคดีในทางพุทธศาสนา ภาพของพระพุทธรูปที่มีลักษณะอ้วนท้วนสมบูรณ์ ใบหน้ายิ้มแย้ม และดูเปี่ยมไปด้วยเมตตาคงเป็นภาพที่หลายคนคุ้นตาเป็นอย่างดี ซึ่งเราเรียกท่านว่า "พระสังกัจจายน์" ในปัจจุบัน การบูชาพระสังกัจจายน์กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ผู้ประกอบธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า และนักลงทุน เนื่องจากเชื่อกันว่าท่านเป็น "เทพเจ้าแห่งโชคลาภ" ที่สามารถประทานพรให้เงินทองไหลมาเทมา แต่ความจริงแล้วท่านไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความรวยเท่านั้นพระสังกัจจายน์ คือใคร? เปิดตำนานพระอัครสาวกผู้เลิศด้วยปัญญาหลายคนอาจเข้าใจผิดว่าท่านเป็นเพียงเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวจีน แต่ในความเป็นจริง พระสังกัจจายน์ (หรือ พระมหากัจจายนะ) เป็นพระอรหันต์สาวกองค์สำคัญในสมัยพุทธกาล ท่านประสูติในตระกูลพราหมณ์ชั้นสูง และเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในพระไตรปิฎกอย่างหาตัวจับยากเหตุผลที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่องให้ท่านเป็น "เอตทัคคะ" (ผู้เป็นเลิศ) ในด้านการขยายความย่อให้พิสดาร เป็นเพราะท่านมีปัญญาที่ปราดเปรื่อง สามารถอธิบายข้อธรรมะที่สั้นและยาก ให้คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างลึกซึ้งและง่ายดาย ทำให้มีผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากจากการฟังธรรมของท่านทำไมท่านถึงต้องมีรูปร่างอ้วน?นี่คือประเด็นที่น่าสนใจที่สุด ตามตำนานระบุว่า เดิมทีพระสังกัจจายน์เป็นผู้ที่มีรูปงามมาก ผิวกายเหลืองทองอร่ามดั่งทองคำ จนมีเหตุการณ์ที่ทำให้คนเข้าใจผิดบ่อยครั้งคนเข้าใจผิดว่าเป็นพระพุทธเจ้า: ด้วยรูปลักษณ์ที่สง่างาม ทำให้แม้แต่เทวดาและมนุษย์มักเข้าใจผิดว่าท่านคือพระพุทธเจ้า ซึ่งท่านมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่งตำนานของโสเรยยะ: มีเรื่องเล่าว่าเศรษฐีหนุ่มชื่อโสเรยยะ เห็นพระสังกัจจายน์แล้วเกิดอกุศลจิต คิดว่า "ถ้าพระองค์นี้เป็นภรรยาเราคงจะดีไม่น้อย" ด้วยบาปกรรมนั้นทำให้เขาตัวกลายเป็นผู้หญิงทันทีด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีความกตัญญูและมุ่งหวังในธรรมอย่างแท้จริง ท่านจึงอธิษฐานจิตเนรมิตร่างกายของตนให้อ้วนท้วน พุงพลุ้ย เพื่อไม่ให้ใครมาหลงใหลในรูปโฉมภายนอก และให้ผู้คนหันมาสนใจ "ธรรมะ" ที่ท่านสั่งสอนแทน แต่นั่นกลับกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความ "อิ่มหนำสำราญ" และความไม่มีที่สิ้นสุดของโชคลาภในภายหลังถอดรหัสพุทธลักษณะ ความหมายที่ซ่อนอยู่ใต้ความสมบูรณ์การที่เราเห็นองค์พระสังกัจจายน์มีลักษณะพุงพลุ้ยและยิ้มแย้มนั้น ไม่ได้เป็นเพียงศิลปะที่สวยงาม แต่มีความหมายทางธรรมแฝงอยู่ดังนี้พุงที่ใหญ่โต: สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ การมีกินมีใช้ไม่ขัดสน และความใจกว้างราวกับมหาสมุทรที่รองรับความทุกข์ของมนุษย์ได้ใบหน้ายิ้มแย้ม: สื่อถึงความเมตตาปราณี การปล่อยวางจากความทุกข์ และความสุขที่เกิดจากภายในการนั่งที่มั่นคง: สื่อถึงความมั่งคั่งที่ยั่งยืน ไม่สั่นคลอนง่ายๆ ตามสภาวะเศรษฐกิจเปิดโผ "พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด" ในประเทศไทยที่สายมูต้องไปสำหรับใครที่กำลังมองหาพิกัดเพื่อไปกราบไหว้ขอพร วันนี้เราคัดสรรสถานที่ที่ได้ชื่อว่ามี พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด และมีผู้คนไปแก้บนบ่อยที่สุดมาให้แล้วค่ะ1. วัดสังกระจายวรวิหาร กรุงเทพฯ (เขตบางกอกใหญ่)ถ้าพูดถึงต้นตำรับต้องที่นี่เลยค่ะ วัดนี้มีความเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในวิหารประดิษฐานพระสังกัจจายน์องค์เก่าแก่ที่มีพุทธลักษณะงดงามมาก เชื่อกันว่าใครที่ติดขัดเรื่องการเงิน หรือทำธุรกิจแล้วติดลบ หากมาขอพรที่นี่มักจะเกิดปาฏิหาริย์ให้พบทางออกเสมอ2. วัดปากน้ำ ภาษีเจริญนอกจากหลวงพ่อสดที่เป็นที่เคารพรักแล้ว ที่วัดปากน้ำยังมีพระสังกัจจายน์องค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอย่างสง่างาม ผู้คนนิยมไปกราบไหว้เพื่อขอให้ชีวิตมีความสุข ความเจริญ และขอโชคลาภจากการทำงาน3. วัดโสธรวรารามวรวิหาร (ฉะเชิงเทรา)แม้คนจะไปไหว้หลวงพ่อโสธรเป็นหลัก แต่ภายในบริเวณวัดมีองค์พระสังกัจจายน์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน หลายคนมักไปขอพรเรื่องบุตร หรือขอให้ครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุข4. วัดทุ่งเศรษฐี จ.สมุทรปราการที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการ "แก้เคล็ดเงินทอง" โดยเฉพาะพระสังกัจจายน์ที่นี่มีการออกแบบมาเพื่อดึงดูดทรัพย์โดยเฉพาะ ใครที่เป็นเจ้าของกิจการมักจะเดินทางมามูที่นี่เป็นจำนวนมากวิธีบูชาพระสังกัจจายน์ให้เห็นผลทันตาการบูชาพระสังกัจจายน์ไม่ใช่เพียงการวางท่านไว้บนหิ้งแล้วจบไป แต่มีเคล็ดลับการบูชาที่ช่วยส่งเสริมพลังงานด้านบวก ดังนี้1. การเลือกตำแหน่งวางองค์ท่านควรวางในที่ที่มองเห็นได้ง่าย เช่น ห้องรับแขก หรือหน้าร้านค้าทิศที่เหมาะสมที่สุดคือ ทิศตะวันออก (ทิศแห่งความเจริญ) หรือ ทิศเหนือ (ทิศแห่งโชคลาภ)ข้อควรระวัง: ห้ามวางพระสังกัจจายน์ไว้ในที่อับ พื้นห้องน้ำ หรือใต้คานบ้าน เพราะจะทำให้โชคลาภถูกกดทับ2. ของไหว้ที่ท่านโปรดธูป 3 ดอก: เพื่อบูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ดอกไม้สีขาวหรือสีเหลือง: เช่น ดอกบัว (ความบริสุทธิ์) หรือดอกดาวเรือง (ความเจริญรุ่งเรือง) 7ดอกน้ำสะอาด: ต้องเปลี่ยนทุกวัน ห้ามปล่อยให้น้ำแห้งแก้วเด็ดขาด เพราะเปรียบเสมือนกระแสเงินทองที่ต้องไหลเวียนผลไม้มงคล: ส้ม 4 ผล (สื่อถึงความโชคดี), สับปะรด (สื่อถึงการมีตาสับปะรดมองเห็นโอกาสทางธุรกิจ)3. เคล็ดลับการขอพรมีเคล็ดลับหนึ่งที่บอกต่อกันมาในหมู่ผู้บูชา"ขณะที่อธิษฐานขอพร ให้ใช้มือลูบที่ท้องขององค์พระสังกัจจายน์ โดยลูบวนเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา 3 รอบ พร้อมตั้งจิตให้มั่นขอให้ทรัพย์สินเงินทองไหลเข้าพุงเราเหมือนที่ไหลเข้าพุงท่าน"คาถาบูชาพระสังกัจจายน์ก่อนสวดคาถา ให้ตั้งนะโม 3 จบ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัย“กัจจานะจะมหาเถโร พุทโธ พุทธานัง พุทธะตัง พุทธัญจะ พุทธะสุภา สิตัง พุทธะตังสะมะนุปปัตโต พุทธะโชตัง นะมามิหัง ปิโยเทวะ มะนุสสานัง ปิโยพรหม นะมุตตะโม ปิโยนาคะ สุปันนานัง ปิยินทะริยัง นะมามิหัง สัพเพชะนา พะหูชะนา ปุริโสชะนา อิถีชะนา ราชาภาคินิ จิตตัง อาคัจฉาหิ ปิยังมะมะฯ”สวดบทนี้เป็นประจำทุกเช้าก่อนเปิดร้าน หรือก่อนเริ่มทำงาน จะช่วยสร้างสมาธิและดึงดูดพลังงานที่ดีเข้ามาในชีวิตพระสังกัจจายน์ ประสบการณ์ จากผู้บูชาจริง: ปาฏิหาริย์ที่เกิดจากความศรัทธาเรื่องราวประสบการณ์ของผู้บูชาพระสังกัจจายน์นั้นมีมากมาย แต่ที่โดดเด่นที่สุดมักจะเป็นเรื่องของ "การปลดหนี้" และ "โอกาสทางธุรกิจ"ประสบการณ์ที่ 1: เจ้าของธุรกิจออนไลน์ คุณเอ (นามสมมติ) เคยประสบปัญหาคลังสินค้าล้นแต่ขายไม่ออก หลังจากได้เช่าบูชาพระสังกัจจายน์มาประดิษฐานและทำตามเคล็ดลับการลูบท้องพระทุกเช้า พร้อมทั้งสวดมนต์สม่ำเสมอ ปรากฏว่าภายในเดือนเดียว มีตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่เข้ามาติดต่อขอรับของไปกระจายทั้งหมด จนสามารถปิดหนี้ธนาคารได้ในเวลาอันรวดเร็วประสบการณ์ที่ 2: พนักงานบริษัทที่มองหาทางเลือก คุณบี (นามสมมติ) บูชาพระสังกัจจายน์เพราะต้องการความสบายใจ แต่ท่านกลับประทานปัญญาให้เห็นช่องทางทำอาชีพเสริม ซึ่งปัจจุบันรายได้จากอาชีพเสริมนั้นมากกว่างานประจำไปแล้ว คุณบีเชื่อว่านั่นคือ "ปัญญา" ที่พระสังกัจจายน์ประทานให้ ไม่ใช่แค่ดวงดีเพียงอย่างเดียวข้อปฏิบัติและข้อห้ามในการบูชาพระสังกัจจายน์เพื่อให้การบูชาเกิดผลสูงสุดและไม่เป็นการลบหลู่ มีข้อควรระวังดังนี้รักษาความสะอาด: หิ้งพระต้องไม่มีฝุ่นเกาะ เพราะความสกปรกคืออุปสรรคของโชคลาภห้ามถวายเนื้อสัตว์: ควรเป็นผลไม้ น้ำสะอาด หรือขนมหวานที่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เนื่องจากท่านเป็นพระอรหันต์จิตใจต้องสะอาด: การขอพรจะเห็นผลเร็วที่สุดหากผู้ขอมีใจเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และไม่คิดคดโกงใคร เพราะพระสังกัจจายน์คือตัวแทนของความเมตตา หากใจเราตรงกับท่าน พรนั้นจะสำเร็จโดยง่ายพลังแห่งศรัทธาที่มาพร้อมกับปัญญาการศึกษาว่า พระสังกัจจายน์ คือใคร และการตามหาว่า พระสังกัจจายน์ที่ดังที่สุด อยู่ที่ไหน เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเส้นทางมหาเศรษฐี แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำ "ธรรมะ" ของท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ความอ้วนท้วนของท่านสอนให้เรารู้จักความพอดี ความยิ้มแย้มสอนให้เรามีสติรับมือกับปัญหา และปัญญาของท่านสอนให้เรามองหาโอกาสในทุกวิกฤตหากคุณมีความศรัทธาและลงมือทำอย่างเต็มที่ พลังจากองค์พระสังกัจจายน์จะช่วยเกื้อหนุนให้ความพยายามของคุณผลิดอกออกผลเป็นความมั่งคั่งอย่างแน่นอน

บูชาเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ส่องปางต่างๆ และพิกัดศาลเจ้า

13 มิ.ย. 2026

บูชาเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ส่องปางต่างๆ และพิกัดศาลเจ้า

บูชา "เทพเจ้ากวนอู" ช่วยเรื่องอะไร มีปางไหนบ้าง พร้อมวิธีไหว้เสริมความปัง ในยุคที่เศรษฐกิจและการแข่งขันทางธุรกิจดุเดือด นอกจากการวางกลยุทธ์ที่เฉียบขาดและการบริหารงานที่ยอดเยี่ยมแล้ว "ที่พึ่งทางใจ" ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เหล่านักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า และผู้คนมากมายขาดไม่ได้ หนึ่งในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่ชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันก็คือเทพเจ้ากวนอู (Guan Yu) เทพเจ้าที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ โชคลาภ และชัยชนะ หลายคนอาจเคยเห็นรูปปั้นชายหน้าแดง องอาจดุดัน มีหนวดเครายาว ถือง้าวมังกรเขียวตั้งอยู่ตามบริษัท ห้างร้าน หรือศาลเจ้าต่างๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ทำไมผู้คนระดับเจ้าสัวหรือนักธุรกิจถึงนิยมบูชากันอย่างแพร่หลาย? และหากเราอยากจะเริ่มต้นอัญเชิญท่านมาบูชาบ้าง เทพเจ้ากวนอูปางต่างๆมีความหมายที่แตกต่างกันอย่างไร? ปางไหนถึงจะเหมาะกับอาชีพของเรามากที่สุด?ทำความรู้จัก "เทพเจ้ากวนอู" ท่านคือใครในหน้าประวัติศาสตร์? ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้วิธีการบูชาและการขอพร เรามาทำความรู้จักกับประวัติความเป็นมาของท่านกันก่อน เทพเจ้ากวนอูไม่ได้เป็นเพียงเทพเจ้าในตำนานปรัมปรา แต่ท่านเคยเป็นบุคคลที่มีชีวิตอยู่จริงในหน้าประวัติศาสตร์ยุคปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกและยุคสามก๊กของประเทศจีน ท่านเป็นยอดขุนพลผู้เก่งกาจและเป็นพี่น้องร่วมสาบานในสวนท้อกับ "เล่าปี่" และ "เตียวหุย" กวนอูมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วแผ่นดินจากความเก่งกาจในการรบ ความกล้าหาญหาตัวจับยาก และที่สำคัญที่สุดคือ "ความซื่อสัตย์กตัญญู" ที่ท่านมีต่อเจ้านายและพี่น้องร่วมสาบานอย่างเล่าปี่ แม้ในช่วงเวลาที่ท่านตกเป็นเชลยของโจโฉ และถูกเสนอทรัพย์สินเงินทอง ยศฐาบรรดาศักดิ์มากมายเพื่อซื้อใจ แต่กวนอูก็ไม่เคยหวั่นไหวหรือคิดทรยศต่อเล่าปี่เลยแม้แต่น้อย หลังจากการเสียชีวิต กวนอูได้รับการยกย่องและเชิดชูเกียรติจากผู้คนในยุคต่อมาอย่างล้นหลาม จนได้รับการสถาปนาให้เป็นเทพเจ้าในลัทธิต่างๆ ทั้งพุทธศาสนามหายาน ลัทธิเต๋า และลัทธิขงจื๊อ จากวีรบุรุษขุนศึกในหน้าประวัติศาสตร์ ได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของคุณธรรมอันสูงสุด และได้รับการยกย่องให้เป็น "เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์" รวมถึงเป็น "เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง" (ไฉ่ซิงเอี้ยฝ่ายบู๊) ในเวลาต่อมาเทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร? ทำไมคนทำธุรกิจถึงต้องมีไว้บูชา คำถามยอดฮิตสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการมูเตลู หรือผู้ที่กำลังมองหาที่พึ่งทางใจในการทำธุรกิจคือ "เทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร?" หากมองเพียงผิวเผิน ท่านคือเทพเจ้าแห่งสงครามและการรบ แต่ในแง่ของคติความเชื่อ หลักฮวงจุ้ย และการขอพร ท่านครอบคลุมความช่วยเหลือในหลายมิติที่ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ ดังนี้ดึงดูดบริวารที่ดี สร้างความซื่อสัตย์ในองค์กร: จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของท่านคือ "ความซื่อสัตย์" การตั้งบูชาท่านในบริษัท สำนักงาน หรือห้างร้าน เชื่อว่าจะช่วยบารมีให้เจ้าของกิจการได้พบเจอกับลูกน้อง บริวาร และพนักงานที่ซื่อสัตย์ รักองค์กร ไม่คดโกง และยังช่วยป้องกันไม่ให้ถูกหุ้นส่วนหักหลังหรือแทงข้างหลังคว้าชัยชนะเหนือคู่แข่งทางธุรกิจ: ด้วยบารมีของแม่ทัพผู้ไร้พ่าย การขอพรกับท่านจะช่วยเสริมพลังใจและพลังงานบวกให้คุณสามารถเอาชนะอุปสรรค ชนะคู่แข่งทางการค้า ทำให้การเจรจาธุรกิจราบรื่น ปิดดีลได้ง่ายขึ้น และได้เปรียบในเชิงกลยุทธ์คุ้มครองป้องกันภัย ปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย: ตามหลักฮวงจุ้ย เชื่อกันว่าพลังหยาง (พลังงานแห่งความแข็งแกร่งและแสงสว่าง) ในตัวท่านมีสูงมาก บารมีของท่านสามารถปัดเป่าพลังงานลบ ภูตผีปีศาจ อัปมงคล และคนพาลที่คิดร้ายให้ออกไปจากบ้านหรือร้านค้าของคุณได้เสริมโชคลาภและความมั่งคั่งไม่รั่วไหล: ในคติความเชื่อของชาวจีน เชื่อว่ากวนอูเป็นผู้ที่เก่งกาจเรื่องการทำบัญชี (มีตำนานเล่าว่าท่านเป็นผู้คิดค้นระบบบัญชีแบบบันทึกรับ-จ่าย) พ่อค้าแม่ค้าจึงเคารพท่านในฐานะเทพเจ้าแห่งโชคลาภฝ่ายบู๊ ที่ไม่เพียงแต่ช่วยหาเงินเข้าบ้าน แต่ยังช่วยปกป้องทรัพย์สินเงินทองไม่ให้รั่วไหลไปโดยเปล่าประโยชน์อีกด้วยเสริมสติปัญญาและการสอบแข่งขัน: สำหรับปางที่ท่านนั่งอ่านหนังสือ ยังเชื่อว่าช่วยเสริมเรื่องสมาธิ สติปัญญา การคิดวิเคราะห์ ทำให้การสอบเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือการสอบแข่งขันของบุตรหลานผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ ปางไหนเหมาะกับใคร? เลือกให้ถูกโฉลกการจะเชิญองค์กวนอูมาบูชาที่บ้านหรือที่ทำงานนั้น ไม่ใช่ว่าจะเลือกแบบไหนก็ได้ แต่ควรพิจารณาเลือกปางที่สอดคล้องกับสายอาชีพและเป้าหมายสิ่งที่คุณต้องการขอพร เพราะเทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ จะสะท้อนพลังงานและมีความหมายที่เป็นมงคลแตกต่างกันออกไปอย่างชัดเจน1. เทพเจ้ากวนอู ปางนั่งอ่านหนังสือ (ปางบุ๋น)ปางนี้องค์กวนอูจะนั่งในอิริยาบถที่สงบนิ่ง สายตาจดจ่อ มือหนึ่งถือตำรา "ชุนชิว" (ตำราประวัติศาสตร์ที่ท่านชื่นชอบ) บางรูปเคารพอาจมีง้าวมังกรเขียวตั้งอยู่ด้านข้าง หรือมีบริวารอย่างกวนเป๋งและจิวฉองยืนอยู่ด้วยความหมายมงคล: สื่อถึงการใช้สติปัญญาอันเฉียบแหลม การคิดวิเคราะห์ การวางแผนอย่างรอบคอบ สมาธิที่แน่วแน่ และความสงบร่มเย็นผู้ที่เหมาะสม: ผู้บริหารระดับสูงที่ต้องใช้สมองในการวางกลยุทธ์, นักวิเคราะห์การเงิน, นักเรียนนักศึกษาที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้า, นักกฎหมาย, ผู้พิพากษา และผู้ที่ต้องใช้ความคิดในการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ อยู่เสมอ2. เทพเจ้ากวนอู ปางขี่ม้า (ปางออกศึก / ปางขี่ม้าพยศ)รูปเคารพปางนี้ท่านจะประทับอยู่อย่างสง่างามบนหลัง "ม้าเซ็กเธาว์" สุดยอดม้ากัณฐกะในตำนาน มือถือง้าวมังกรเขียว ท่าทางองอาจพร้อมออกรบ ม้าอาจจะกำลังกระโจนขึ้นฟ้าหรือวิ่งพุ่งทะยานไปข้างหน้าความหมายมงคล: สื่อถึงความรวดเร็ว ว่องไว ปราดเปรียว การบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ การเอาชนะอุปสรรคที่เข้ามาอย่างกะทันหัน และการคว้าชัยชนะที่เด็ดขาดเหนือศัตรูผู้ที่เหมาะสม: ธุรกิจที่ต้องแข่งขันสูงและต้องทำเวลา, งานฝ่ายขาย (Sales) ที่ต้องทำยอด, อาชีพที่ต้องเดินทางบ่อยๆ, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, ลอจิสติกส์ หรือผู้ที่ต้องการให้กิจการก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดดแซงหน้าคู่แข่ง3. เทพเจ้ากวนอู ปางยืนประทานพร / ปางยืนถือง้าว (ปางบู๊)เป็นปางคลาสสิกที่เราพบเห็นได้บ่อยที่สุดตามศาลเจ้าและร้านค้าทั่วไป ท่านจะยืนตัวตรง ท่าทางน่าเกรงขาม มือหนึ่งถือง้าวมังกรเขียวจรดพื้น อีกมือหนึ่งอาจจับหนวดเคราหรือถือกระชับเข็มขัดความหมายมงคล: สื่อถึงความมั่นคง ความน่าเกรงขาม การปกป้องคุ้มครองให้ปลอดภัย และความพร้อมที่จะรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เข้ามากระทบผู้ที่เหมาะสม: ข้าราชการระดับต่างๆ, ตำรวจ, ทหาร, เจ้าของกิจการที่ต้องการคุมลูกน้องหรือบริวารจำนวนมากให้อยู่ในโอวาท หรือนำมาตั้งไว้ที่หน้าบ้าน/หน้าร้านเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการป้องกันสิ่งอัปมงคลและสะกดพลังงานลบ4. เทพเจ้ากวนอู ปางนั่งบนบัลลังก์มังกร (ปางกษัตริย์)เป็นปางที่แสดงถึงช่วงเวลาที่ท่านได้รับการสถาปนาแต่งตั้งให้เป็น "กวนเต้กุน" หรือมหาราชในยุคหลัง ท่านจะสวมหมวกและชุดเกราะแบบกษัตริย์ นั่งบนบัลลังก์มังกรอย่างสง่างาม ทรงอำนาจความหมายมงคล: สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด บารมีที่แผ่ไพศาล อำนาจวาสนาที่ไม่มีใครเทียบได้ และความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ในทุกๆ ด้านผู้ที่เหมาะสม: เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่, ผู้ที่ต้องการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งไปสู่จุดสูงสุดขององค์กร, ประธานบริษัท หรือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการเสริมบารมีและความเป็นสิริมงคลสูงสุดให้แก่วงศ์ตระกูลสรุปทริคการเลือกปางแบบเข้าใจง่ายเน้นใช้ปัญญา วางแผนกลยุทธ์ การศึกษา: ให้เลือก ปางอ่านหนังสือเน้นความรวดเร็ว บุกเบิก แย่งชิงส่วนแบ่งตลาด: ให้เลือก ปางขี่ม้าเน้นความมั่นคง ปกป้องคุ้มครอง คุมบริวาร: ให้เลือก ปางยืนถือง้าวเน้นบารมีสูงสุด อำนาจวาสนา ความยิ่งใหญ่: ให้เลือก ปางนั่งบัลลังก์ขั้นตอนและวิธีไหว้บูชาเทพเจ้ากวนอูที่บ้าน เสริมสิริมงคลรับทรัพย์ เมื่อคุณได้อัญเชิญองค์เทพที่ตรงใจมาแล้ว การจัดตั้งและการบูชาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม จะช่วยเปิดรับพลังงานที่ดีและเสริมความเป็นสิริมงคลได้อย่างเต็มที่Checklist ของไหว้เทพเจ้ากวนอูที่ควรเตรียมน้ำชา 3 ถ้วย: สำคัญที่สุดและขาดไม่ได้ สื่อถึงความบริสุทธิ์และการต้อนรับเหล้าจีน 3 ถ้วย: เพื่อแสดงความเคารพแบบขุนศึกและแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ผลไม้มงคล 3 หรือ 5 ชนิด: เช่น ส้ม (ความมงคล), แอปเปิล (ความสงบสุข), กล้วย (กวักโชคลาภ), สาลี่ (โชคดี), องุ่น (ความงอกงาม)พวงมาลัย หรือดอกไม้สด: เพื่อความสดชื่นและสวยงามธูป 3 ดอก: สำหรับการจุดบูชาข้อควรระวังที่สำคัญ: ไม่ควรนำเนื้อสัตว์มาถวายท่านโดยเด็ดขาด เนื่องจากตามคติของพุทธมหายาน พระโพธิสัตว์และเทพเจ้าหลายองค์รวมถึงกวนอู ทรงถือศีลและเว้นจากการเบียดเบียนสัตว์ (กินเจ)วิธีอัญเชิญ ขอพร และจัดฮวงจุ้ยการจัดวางตำแหน่งที่เหมาะสม: ตามหลักฮวงจุ้ย ควรตั้งหิ้งบูชาองค์กวนอูให้หันหน้าออกไปทางประตูหลักของบ้านหรือห้องทำงาน เพื่อให้ท่านช่วยสอดส่อง ปกป้องสิ่งไม่ดีที่กำลังจะเข้ามา และช่วยกวักเรียกทรัพย์สิน ไม่ควรตั้งหันหน้าเข้าหาประตูห้องน้ำ ไม่ตั้งไว้ใต้บันได และไม่ควรตั้งในห้องนอนการถวายของบูชา: จัดเตรียมของไหว้ตามที่กล่าวไว้ นำไปวางเรียงอย่างเป็นระเบียบหน้าหิ้งบูชา (ข้อแนะนำคือควรเปลี่ยนน้ำชาทุกวัน เพื่อความสดชื่นและกระตุ้นพลังงานบวก)การจุดธูปและสวดมนต์: เริ่มต้นด้วยการทำจิตใจให้สงบ จุดธูป 3 ดอก ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดคาถาบูชาดังนี้: "นำมอ ไต่ชื้อ ไต่ปุย ฮกม้อไต่ตี่ เต็กเต็กจงงี้ เซี้ยกวงง้อฮุก กวงเต้กุน" (สวด 3 จบ)การอธิษฐานขอพร: กล่าวบอกชื่อ-นามสกุล และวันเดือนปีเกิดของตนเองอย่างชัดเจน จากนั้นจึงขอพรในสิ่งที่ต้องการเคล็ดลับที่สายมูต้องรู้คือ: ควรขอพรเพียงเรื่องเดียวให้ชัดเจนและเจาะจงไปเลย เช่น ขอให้ยอดขายในเดือนนี้ทะลุเป้า 1 ล้านบาท หรือขอให้ลูกน้องในทีมทำงานด้วยความซื่อสัตย์ไม่ทิ้งงาน เมื่อสำเร็จผลตามที่ตั้งใจแล้ว จึงค่อยกลับมาขอพรในเรื่องใหม่ต่อไปสายมูต้องรู้! ไหว้เทพเจ้ากวนอู มีที่ไหนบ้างในประเทศไทย? สำหรับใครที่ยังไม่พร้อมตั้งศาลหรืออัญเชิญองค์เทพมาที่บ้าน หรืออยากจะไปรับพลังบวกและขอพรจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน หลายคนมักถามหาว่า เทพเจ้ากวนอู มีที่ไหนบ้าง ที่มีความขลังและควรไปสักการะสักครั้งในชีวิต? เราได้รวบรวมพิกัดระดับตำนานที่คุณไม่ควรพลาดมาให้แล้ว1. ศาลเจ้ากวนอู คลองสาน (กรุงเทพมหานคร) นี่คือศาลเจ้ากวนอูที่ได้รับการบันทึกว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย! มีอายุยาวนานกว่า 280 ปี สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ภายในประดิษฐานองค์เทพเจ้ากวนอูถึง 3 องค์ ที่อัญเชิญมาจากมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีนเคล็ดลับการขอพร: นอกจากการจุดธูปไหว้ขอพรเรื่องการงานและคดีความแล้ว ผู้คนจำนวนมากนิยมไปจับที่เท้าขององค์กวนอูเพื่อขอความมั่นคง และจับที่ใบหน้าของ "ม้าเซ็กเธาว์" เพื่อขอให้การงานราบรื่น ปราศจากอุปสรรค และเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยขอบคุณภาพจาก : palanla2. ศาลเจ้ากวนอูและเทพเจ้าม้า เยาวราช (ตลาดเก่า กรุงเทพฯ) ตั้งซ่อนตัวอยู่ในซอยเยาวราช 11 บรรยากาศภายในศาลเจ้ามีความเข้มขลังและเต็มไปด้วยกลิ่นอายวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีน ศาลเจ้าแห่งนี้มีความพิเศษตรงที่มี "เทพเจ้าม้า" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นม้าเซ็กเธาว์คู่กายขององค์กวนอูประดิษฐานอยู่เคียงข้างด้วยเคล็ดลับการขอพร: นักธุรกิจและพ่อค้าแม่ค้านิยมมาขอพรเรื่องการจัดการลูกน้องบริวาร และขอให้ชนะการแข่งขันทางการค้า มักจะนำ "ผักบุ้ง" ไปถวายเทพเจ้าม้า เพื่อเป็นเคล็ดลับในการเสริมความว่องไว ก้าวหน้า และให้ธุรกิจเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วขอบคุณภาพจาก : bltbangkok3. วิหารเทพเจ้ากวนอู อ่างศิลา (จังหวัดชลบุรี) หากคุณมีโอกาสเดินทางออกต่างจังหวัด นี่คือหนึ่งในวิหารที่สวยงาม ยิ่งใหญ่ และอลังการที่สุดแห่งหนึ่ง องค์กวนอูที่นี่หล่อด้วยทองเหลืองขนาดใหญ่โตตระการตา ตั้งตระหง่านพร้อมกับมีวิวทิวทัศน์ริมทะเลอ่างศิลาที่สวยงาม รับพลังงานฮวงจุ้ยที่ดีเยี่ยมทั้งภูเขาและสายน้ำเคล็ดลับการขอพร: สถานที่นี้เหมาะอย่างยิ่งกับการไปขอพรเรื่องการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง ขอความก้าวหน้าในอาชีพรับราชการ หรือผู้ที่ทำงานในองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการให้ผู้ใหญ่เมตตาเอ็นดูและสนับสนุนให้เติบโตในสายงานขอบคุณภาพจาก : songkaow29บทสรุป มาถึงตรงนี้ คุณคงได้คำตอบอย่างครบถ้วนแล้วว่า เทพเจ้ากวนอู ช่วยเรื่องอะไร และทำไมท่านถึงเป็นที่พึ่งพิงทางจิตใจที่สำคัญของนักธุรกิจทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นความหมายเชิงลึกของ เทพเจ้ากวนอูปางต่างๆ อย่างปางอ่านหนังสือ ปางขี่ม้า ปางยืนถือง้าว หรือปางนั่งบัลลังก์ ทุกปางล้วนแฝงไปด้วยความหมายมงคลที่ช่วยซัพพอร์ตและเกื้อหนุนดวงชะตาตามแต่ละบริบทของสายอาชีพ อย่างไรก็ตาม นอกจากการจัดเตรียมของไหว้และการตระเวนกราบไหว้บูชาตามพิกัดว่า เทพเจ้ากวนอู มีที่ไหนบ้าง แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดที่องค์กวนอูได้สอนพวกเราผ่านเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ก็คือ "ความซื่อสัตย์" และ "ความกตัญญูรู้คุณ" หากคุณทำการกราบไหว้ขอพร ควบคู่ไปกับการประกอบสัมมาอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกง ไม่เอาเปรียบลูกค้าและคู่ค้า และมีความจริงใจต่อลูกน้องและเพื่อนร่วมงาน บารมีของเทพเจ้ากวนอูย่อมแผ่ซ่านมาปกปักรักษา เปิดทางให้ธุรกิจของคุณราบรื่น และประทานความมั่งคั่งให้คุณอย่างยั่งยืนแน่นอน

"คาถาหัวใจพระพุทธเจ้า 5 พระองค์" สร้างปาฏิหาริย์ให้ชีวิต

19 ส.ค. 2022

"คาถาหัวใจพระพุทธเจ้า 5 พระองค์" สร้างปาฏิหาริย์ให้ชีวิต

สวดคาถาเสริมดวง เสริมโชคชะตา พลิกจากหลังมือ เป็นหน้ามือด้วย "คาถาหัวใจพระพุทธเจ้า 5 พระองค์" หากท่องคาถานี้เป็นประจำ จะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นกับชีวิตนะ = พระกุกกุสันโธ อาโปธาตุน้ำโม = พระโกนาคม ปฐวีธาตุดินพุท = พระกัสสป เตโชธาตุไฟธา = พระสมณะโคดม (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน)วาโยธาตุลมยะ = พระศรีอารยเมตไตย (พระพุทธเจ้าองค์ถัดไป หลัง พ.ศ. 5000) อากาศธาตุพิเศษสุด! สำหรับคุณ เพียงใส่โค้ด "ATIME168" รับส่วนลดทันที- 10% สำหรับ Wallpaper- 50% สำหรับ package ดูดวง 3 เดือนราคาเริ่มต้น 199 บาทเท่านั้นสนใจสั่งจอง คลิกhttps://bit.ly/39Pe6Clหรือแอดไลน์ @ganesha168

หนึ่งปี มีครั้งเดียว วันคเณศจตุรถี เทศกาลเฉลิมฉลองพระพิฆเนศสุดยิ่งใหญ่

03 ก.ย. 2024

หนึ่งปี มีครั้งเดียว วันคเณศจตุรถี เทศกาลเฉลิมฉลองพระพิฆเนศสุดยิ่งใหญ่

วันไหว้พระพิฆเนศ หรือวันคเณศจตุรถี เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองพระพิฆเนศสุดยิ่งใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าพระองค์ท่าน เทพแห่งความสำเร็จทั้งปวงจะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์เพื่อประทานพร ประทานความโชคดี ปลดหนี้ ช่วยเหลือมนุษย์ โดยเทศกาลนี้ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียว ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 7-17 กันยายนนี้วันคเณศจตุรถี คืออะไรวันคเณศจตุรถี เป็นเทศกาลประจำปีเพื่อให้เหล่าผู้มีความศรัทธาได้สักการะบูชาพระพิฆเนศ ซึ่งแต่ละปีจะไม่ตรงกัน โดยจะอยู่ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคมแต่ในบางตำราว่าวันนี้เป็น วันเกิดของพระพิฆเนศ ซึ่งมีหลายคัมภีร์ หลายตำรา และไม่ตรงกัน แต่ในที่นี้จะอ้างอิงกับ วันคเณศชยันตี ที่ถูกระบุว่าเป็นวันเกิดของพระคเณศ และทำการบูชากันอย่างเคร่งครัดการบูชาพระพิฆเนศในเทศกาลคเณศจตุรถี ตลอดเวลาช่วง 10 วันของเทศกาล ในแต่ละวันจะมีการสวดมนต์ ทำพิธี ถวายสิ่งของต่างๆ ทั้งผลไม้ ขนมหวาน ได้แก่ ลาดู และโมทกะ หญ้าแพรก เมื่อสิ้นสุดการบูชาแล้ว จะทำการส่งเสด็จพระองค์กลับสู่สวรรค์ ด้วยการนำเทวรูปที่ทำการบูชาไปลอยน้ำการเตรียมของถวายในพิธีคเณศจตุรถีองค์พระพิฆเนศ (ที่สามารถโดนน้ำได้)ข้าวสารที่ใช้หุงปกติผลไม้มงคลอะไรก็ได้ เช่น มะม่วงขนมลาดูเป็นขนมสมปรารถนาหนูมุสิกกะ 1 คู่น้ำสะอาด น้ำนมจืด โยเกิร์ต เนยกรีก น้ำผึ้งขนมโมทกะผ้าสะอาดพวงมาลัยแขกผ้าห่มองค์เครื่องประดับ (ถ้ามี)ธัญพืชมงคล 9 ชนิดผงสำหรับจุ่มเจิม ผงซินดู ผงกุมกุม ผงจันทร์เทียนดวงประทีป 2 ถ้วยกำยาน 2 แท่งหญ้าแพรก 1 กำวันไหว้พระพิฆเนศ ปีนี้ตรงกับวันที่ 7-17 กันยายนนี้