
03 ก.พ. 2026

03 ก.พ. 2026

27 ม.ค. 2026

23 ธ.ค. 2025
การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 สำหรับสายมูและผู้ที่เชื่อในพลังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ควรพลาดคือ ศาลเจ้าไต้ฮงกง เยาวราช ศาลเจ้าจีนเก่าแก่คู่กรุงเทพฯ ที่ขึ้นชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ด้าน การคุ้มครองชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย และการแก้เคราะห์ต่อดวงชะตา โดยเฉพาะในช่วงขึ้นปีใหม่ที่หลายคนต้องการเริ่มต้นชีวิตด้วยพลังบวกและความเป็นสิริมงคลศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนพลับพลาไชย ใกล้ย่านเยาวราช และอยู่ในความดูแลของ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ซึ่งมีรากฐานมาจากปณิธานแห่งความเมตตาของ “ไต้ฮงกง” สิ่งศักดิ์สิทธิ์หลักของศาลไต้ฮงกง คือใคร ทำไมผู้คนถึงศรัทธาไต้ฮงกง (大峰公) เป็นพระภิกษุชาวจีนในสมัยโบราณ ผู้มีชื่อเสียงด้านความเมตตาและการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ท่านอุทิศชีวิตในการเก็บศพผู้ยากไร้ไร้ญาติ จัดพิธีฝังศพอย่างสมเกียรติ แจกจ่ายอาหารและยารักษาโรค รวมถึงช่วยสร้างสาธารณประโยชน์ให้ชุมชน ความเสียสละของท่านจึงกลายเป็นต้นแบบของการทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงเชื่อว่า ไต้ฮงกงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองชีวิต ปัดเป่าสิ่งไม่ดี แก้เคราะห์ และเสริมความปลอดภัย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการมาสักการะในช่วงต้นปีใหม่ เพื่อขอให้ตลอดทั้งปีแคล้วคลาด ปลอดภัย และมีพลังชีวิตที่เข้มแข็งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เด่นภายในศาลเจ้าไต้ฮงกงภายในศาลเจ้าแห่งนี้ มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้กราบไหว้หลายจุด แอดมินแนะนำว่า หากมาแล้วควรไหว้ให้ครบ เพื่อเสริมพลังชีวิตแบบรอบด้าน ได้แก่องค์ไต้ฮงกง (องค์ประธาน) ขอพรด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และการคลี่คลายอุปสรรคเจ้าแม่กวนอิม เทพแห่งความเมตตา นิยมขอพรเรื่องสุขภาพ ครอบครัว และความสงบทางใจไท้ส่วยเอี๊ย เทพแห่งดวงชะตา เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปีชง เสริมดวง และลดแรงปะทะของเคราะห์กรรมนอกจากนี้ ภายในศาลยังมีอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ไม่ควรพลาด คือ รูปพ่อปู่ยี่กอฮงรูปพ่อปู่ยี่กอฮง ต้นแบบแห่งการให้และการแก้เคราะห์พ่อปู่ยี่กอฮง คือผู้ก่อตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเป็นบุคคลสำคัญด้านงานกุศลในประเทศไทย ท่านอุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้และผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยเฉพาะการดูแลศพไร้ญาติ ความดีของท่านจึงเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงผู้คนนิยมมากราบไหว้ รูปพ่อปู่ยี่กอฮง เพื่อขอพรเรื่องการ แก้เคราะห์ ต่อดวง เสริมความปลอดภัยเสริมบุญบารมี และขอให้มีผู้เกื้อหนุนในชีวิตขอให้ปัญหาหนัก ๆ คลี่คลายและเริ่มต้นปีใหม่อย่างราบรื่นแอดมินขอกระซิบว่า หลายคนจะนิยมทำบุญหรือบริจาคสมทบกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งควบคู่ไปด้วย เชื่อกันว่าเป็นการเสริมดวงแบบตรงจุด เพราะสอดคล้องกับปณิธานของพ่อปู่ยี่กอฮงโดยตรงวิธีไหว้ศาลเจ้าไต้ฮงกง เพื่อรับสิริมงคลปีใหม่ 2569การไหว้ศาลเจ้าไต้ฮงกงสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก โดยเน้นความตั้งใจและความเคารพเป็นสำคัญเริ่มจาก ไหว้ฟ้าดิน บริเวณด้านหน้าศาล โดยใช้ธูป 5 ดอก เพื่อขออนุญาตและขอพรโดยรวมให้ชีวิตราบรื่น จากนั้นเข้าสู่ด้านในเพื่อ ไหว้องค์ไต้ฮงกง ใช้ธูป 3 ดอก ตั้งจิตขอพรด้านสุขภาพ ความปลอดภัย การงาน และการคลี่คลายอุปสรรคในชีวิตหลังจากนั้นสามารถไหว้ เจ้าแม่กวนอิม และ ไท้ส่วยเอี๊ย ตามลำดับ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการแก้ปีชงหรือรู้สึกว่าดวงชะตาติดขัดในช่วงที่ผ่านมา แนะนำให้ตั้งจิตอธิษฐานอย่างชัดเจน และไม่เร่งรีบของไหว้ที่เหมาะ เสริมพลังมงคลของไหว้ที่นิยม ได้แก่ ธูป เทียน น้ำมันตะเกียง ดอกไม้สด และผลไม้ ซึ่งล้วนมีความหมายถึงความสว่าง ความเจริญ และความเป็นสิริมงคล นอกจากนี้หลายคนยังนิยม ถวายทำบุญกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เช่น บริจาคตามกำลังศรัทธา ถือเป็นการเสริมบุญ เสริมดวง ตามแนวคิด “ยิ่งให้ ยิ่งได้”อีกหนึ่งสิ่งที่ได้รับความนิยมคือ ฮู้หรือยันต์ไต้ฮงกง ซึ่งเชื่อกันว่าช่วยคุ้มครอง ป้องกันภัย และเสริมความปลอดภัยตลอดปี สามารถนำไปติดบ้านหรือพกติดตัวได้ทริคแก้ปีชง รับปีใหม่ 2569 ให้เบาแรงเคราะห์สำหรับผู้ที่อยู่ในปีชงหรือรู้สึกว่าดวงตก แนะนำให้ไหว้ ไท้ส่วยเอี๊ย พร้อมตั้งจิตขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถวายน้ำมันตะเกียง เพื่อเสริมแสงสว่างให้ชีวิตทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น เช่น บริจาคหรือร่วมกิจกรรมกุศลของมูลนิธิหลังไหว้ ควรตั้งใจทำความดีอย่างสม่ำเสมอ เชื่อกันว่าจะช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาสรุป: ไหว้ศาลเจ้าไต้ฮงกง เสริมพลังชีวิตรับปีใหม่การมาไหว้ ศาลเจ้าไต้ฮงกง เยาวราช ในช่วงปีใหม่ 2569 เปรียบเสมือนการเริ่มต้นชีวิตด้วยพลังแห่งความเมตตา ความปลอดภัย และความเป็นสิริมงคล หากใครกำลังมองหาที่พึ่งทางใจ แก้ปีชง เสริมดวง และตั้งต้นปีด้วยความสบายใจ ศาลเจ้าแห่งนี้คืออีกหนึ่งจุดหมายที่ไม่ควรพลาดพิกัด ศาลเจ้าไต้ฮงกง เยาวราชที่ตั้ง: ถนนพลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานครเวลาเปิด–ปิดเปิดทุกวัน: ประมาณ 06.00 – 17.00 น.วิธีการเดินทางMRT : สถานีวัดมังกร ทางออก 3 เดินหรือเรียกวิน/แท็กซี่ต่อประมาณ 5–10 นาทีรถประจำทาง : สายที่ผ่านบริเวณใกล้เคียง เช่น1, 4, 7, 21, 37, 40, 48, 73, 109, 529 ลงบริเวณ ถนนพลับพลาไชย / วงเวียน 22 กรกฎารถยนต์ส่วนตัว : สามารถจอดรถได้ที่บริเวณมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งหรืออาคารจอดรถใกล้เคียง (อาจมีค่าบริการ)

23 ธ.ค. 2025
หากพูดถึงแลนด์มาร์คสำคัญในกรุงเทพฯ ที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติต้องมาเยือนสักครั้ง "วัดโพธิ์" หรือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร คือจุดหมายปลายทางที่ไม่เคยตกยุค ไม่เพียงแต่ความงดงามทางสถาปัตยกรรม แต่ที่นี่ยังเปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และศาสตร์ความรู้จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกจาก UNESCOวันนี้ Chillon จะพาทุกคนไปอัปเดตการเที่ยววัดโพธิ์ฉบับสมบูรณ์ พร้อมเทคนิคการเดินชมให้ครบจุดไฮไลท์นมัสการ "พระพุทธไสยาสน์" (พระนอน) ที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯไฮไลท์อันดับหนึ่งที่พลาดไม่ได้คือการเข้าชม พระพุทธไสยาสน์ พระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 46 เมตร องค์พระปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ จุดเด่นที่สำคัญคือ พระบาท (เท้า) ของพระพุทธรูปที่มีการประดับมุกเป็นลวดลายมงคล 108 ประการ ตามคติความเชื่อแบบชมพูทวีปบริเวณด้านหลังพระนอนจะมีบาตรพระวางเรียงราย แนะนำให้แลกเหรียญสตางค์เพื่อหยอดบาตรอธิษฐานจิตเพื่อความเป็นสิริมงคลตระการตา "มหาเจดีย์สี่รัชกาล"เดินถัดมาจะพบกับกลุ่มพระมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ 4 องค์ ที่ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสดใส ตัดกับท้องฟ้าอย่างสวยงาม ซึ่งแต่ละองค์สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงรัชกาลที่ 1 ถึง รัชกาลที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สะท้อนถึงความประณีตของศิลปะไทยประยุกต์จีนยักษ์วัดโพธิ์ และตุ๊กตาศิลาจีนหลายคนอาจเคยได้ยินตำนาน "ท่าเตียน" เรื่องการต่อสู้ของยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์ อย่าลืมแวะไปดู ยักษ์วัดโพธิ์ ตัวจริงที่เฝ้าซุ้มประตู และสังเกต ตุ๊กตาศิลาจีน (ลั่นถัน) ที่ตั้งอยู่ทั่วบริเวณวัด ซึ่งเป็นของนำเข้าจากจีนในสมัยรัชกาลที่ 3ต้นตำรับ "นวดแผนไทย" และฤๅษีดัดตนวัดโพธิ์ได้ชื่อว่าเป็น "มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย" เพราะเป็นแหล่งรวมสรรพวิชา โดยเฉพาะวิชาการแพทย์แผนไทย อย่าพลาดชม รูปปั้นฤๅษีดัดตน ในท่าทางต่างๆ และถ้าใครเดินจนเมื่อย ที่นี่มีบริการนวดแผนไทยแบบต้นตำรับที่โด่งดังไปทั่วโลกไว้คอยบริการด้วยสรุปทำไมต้องมาวัดโพธิ์?วัดโพธิ์ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศาสนา แต่เป็น "พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง" ที่รวบรวมงานศิลปะและภูมิปัญญาไทยไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายบุญ สายถ่ายรูป หรือสายประวัติศาสตร์ ที่นี่มีคำตอบให้ทุกคนแน่นอนเวลาเปิด-ปิด08.00 - 18.30 น. (เปิดทุกวัน)ค่าเข้าชมคนไทย: ฟรี / ชาวต่างชาติ: 300 บาทการแต่งกายชุดสุภาพ คลุมเข่า มิดชิด (มีผ้าคลุมให้ยืมหน้าวิหาร)การเดินทางรถไฟฟ้า MRT สถานีสนามไชย (ทางออก 1) เดินต่อประมาณ 5 นาที

18 ธ.ค. 2025
การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 หลายคนเลือกเดินสายมูเพื่อเสริมดวงชีวิต หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ได้รับความนิยมทุกปีคือ ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาและความมั่นคงของบ้านเมือง เชื่อกันว่าการมา ไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 จะช่วยเสริมดวงการงาน การเงิน สุขภาพ และความมั่นคงในชีวิต การเริ่มต้นปีด้วยการไหว้ศาลหลักเมือง เปรียบเสมือนการตั้งหลักให้ชีวิตเดินหน้าอย่างราบรื่นตลอดทั้งปีศาลหลักเมืองกรุงเทพเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองมาอย่างยาวนาน ภายในประดิษฐาน เสาหลักเมือง ซึ่งเป็นศูนย์รวมพลังสำคัญ เชื่อว่าผู้ที่มาไหว้ขอพรด้วยจิตตั้งมั่น จะได้รับความเป็นสิริมงคล เสริมความมั่นคง และเปิดทางสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในช่วงต้นปีใหม่ที่ถือเป็นฤกษ์ดีในการเริ่มต้นสิ่งใหม่ ๆลำดับการไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ ที่ถูกต้องการ ไหว้ศาลหลักเมือง ควรไหว้ตามลำดับจากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน เพื่อความเป็นสิริมงคล เริ่มจากการจุดธูปเทียนบูชาที่ด้านหน้า จากนั้นไหว้ พระสยามเทวาธิราช เทพผู้คุ้มครองแผ่นดินไทย ต่อด้วย พระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง ซึ่งเชื่อว่าช่วยปกป้องบ้านเมืองและประชาชน แล้วจึงไหว้ เจ้าพ่อหอกลอง เพื่อเสริมอำนาจ บารมี และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน รวมถึง เจ้าพ่อเจตคุปต์ ซึ่งนิยมขอพรเรื่องการเงิน ความยุติธรรม และความสำเร็จ ก่อนจะปิดท้ายที่ เสาหลักเมืองกรุงเทพ ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมพลังที่สำคัญที่สุดภายในศาลหลักเมืองมีป้ายแนะนำการไหว้อย่างชัดเจนทุกจุด พร้อมเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำว่าควรไหว้อะไรยังไง ทำให้แม้จะเป็นผู้ที่มาไหว้ศาลหลักเมืองครั้งแรก หรือมาคนเดียว ก็สามารถไหว้ได้อย่างถูกต้องและสบายใจวิธีขอพรศาลหลักเมือง ให้ได้ผลรับปีใหม่ 2569การขอพรศาลหลักเมือง ควรขอด้วยจิตที่ตั้งมั่นและมีสติ โดยกล่าว ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด และบอกสิ่งที่ต้องการอย่างชัดเจน ควรขอเพียงเรื่องเดียว เช่น ขอให้การงานมั่นคง การเงินราบรื่น หรือชีวิตก้าวหน้า ไม่ควรขอพรที่เกินกำลังหรือเบียดเบียนผู้อื่น และตั้งจิตว่าจะทำความดีหรือแก้บนเมื่อสมหวัง เพื่อเสริมพลังบุญให้คำอธิษฐานสัมฤทธิ์ผลทริคการผูกผ้าที่ศาลหลักเมือง เสริมดวงให้ตรงจุดอีกหนึ่งพิธีกรรมยอดนิยมเมื่อมา ไหว้ศาลหลักเมืองกรุงเทพ คือ การผูกผ้าที่เสาหลักเมือง ซึ่งเชื่อกันว่าเป็น การผูกดวง ผูกชะตา และเสริมความมั่นคงให้ชีวิต โดยตำแหน่งการผูกผ้าแต่ละจุดมีความหมายแตกต่างกัน หากเลือกผูกให้ตรงกับสิ่งที่ต้องการขอพร จะช่วยเสริมพลังให้เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นการผูกผ้าที่ ฐานเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับการขอพรเรื่องรากฐานชีวิต ความมั่นคง ความร่ำรวย และความสุขในครอบครัว เชื่อว่าจะช่วยให้ชีวิตลงหลักปักฐาน มีเงินทองไม่ขาดมือ และครอบครัวรักใคร่กลมเกลียวการผูกผ้าที่ ช่วงกลางเสาหลักเมือง นิยมขอพรให้ผู้ใหญ่เกื้อหนุน อุปถัมภ์ ส่งเสริมหน้าที่การงาน และช่วยผลักดันให้เติบโตในเส้นทางอาชีพ รวมถึงเชื่อว่ายังช่วยเสริมด้านสุขภาพ ให้มีพลังทั้งกายและใจส่วนการผูกผ้าที่ ยอดเสาหลักเมือง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสำเร็จในระดับสูง โดยเฉพาะเรื่องธุรกิจ การค้าขาย และการเงิน เชื่อว่าจะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจไปได้สวย การเงินคล่องตัว และประสบความสำเร็จรอบด้านตลอดปี 2569เวลาไหว้ศาลหลักเมือง และทริคสายมูรับปีใหม่ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไหว้ศาลหลักเมืองปีใหม่ 2569 คือช่วงเช้า ระหว่างเวลา 07.00–09.00 น. ซึ่งเป็นช่วงพลังดี คนไม่พลุกพล่าน ควรแต่งกายสุภาพ โทนสีขาว ครีม หรือสีอ่อน ตั้งเจตนาเริ่มต้นใหม่อย่างจริงใจ และหลังไหว้เสร็จสามารถทำบุญหรือบริจาคเล็กน้อย เพื่อเสริมบุญหนุนดวงตลอดทั้งปีศาลหลักเมืองกรุงเทพเปิดให้สักการะทุกวัน มีจุดจำหน่ายของไหว้ครบ พร้อมป้ายแนะนำและเจ้าหน้าที่ดูแลตลอดเส้นทาง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นปีใหม่ 2569 ด้วยพลังดี ความมั่นคง และความเป็นสิริมงคลอย่างแท้จริงพิกัด : ตรงข้ามพระบรมมหาราชวัง ถนนหลักเมือง แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯเปิดทุกวัน 06.30 – 18.30 น.วิธีการเดินทาง :รถไฟฟ้า MRT : ลงสถานีสนามไชย (ทางออกใกล้วัดพระแก้ว)รถเมล์ : สาย 1, 3, 6, 9, 12, 32, 44, 53, 82รถส่วนตัว : จอดบริเวณสนามหลวง (ตรวจสอบวัน–เวลาจอด)ฃ

17 ธ.ค. 2025
หากคุณเป็นสายประวัติศาสตร์หรือสายมูที่หลงใหลในงานศิลปะชั้นสูง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงที่เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าของชาติเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ประดิษฐานของประติมากรรมที่มีความสำคัญระดับโลกและมีความลึกลับซ่อนอยู่ โดยเฉพาะ "พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก" ที่หาชมได้ยากยิ่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ตั้งอยู่บริเวณ "พระราชวังบวรสถานมงคล" หรือวังหน้า เดิมทีเป็นที่ประทับของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล จุดเด่นของที่นี่คือสถาปัตยกรรมไทยอันงดงาม และการจัดแสดงโบราณวัตถุที่ครอบคลุมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้มีความทันสมัย การจัดแสงและอุณหภูมิช่วยให้การเดินชมประวัติศาสตร์ไทยมีความน่าสนใจและถ่ายรูปสวยงามมากยิ่งขึ้นไฮไลท์ห้ามพลาด: พระพิฆเนศปางยืนบนหัวกะโหลก (ศิลปะชวา)ท่ามกลางเทวรูปมากมายในห้องจัดแสดง อาคารมหาสุรสิงหนาท มีประติมากรรมชิ้นหนึ่งที่ดึงดูดสายตานักท่องเที่ยวและผู้ศรัทธาเป็นอย่างมาก นั่นคือ พระพิฆเนศสลักจากหินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นศิลปะชวาตะวันออก (ศิลปะสิงหัดส่าหรี) จากประเทศอินโดนีเซียความหมายของ "การเหยียบหัวกะโหลก"พระพิฆเนศองค์นี้มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากที่เราคุ้นเคยทั่วไป คือ "ประทับนั่งบนฐานหัวกะโหลกมนุษย์" และมีเครื่องประดับที่ทำจากกะโหลก ซึ่งมีนัยสำคัญทางพุทธศาสนานิกายมหายานตันตระการเอาชนะความตาย: หัวกะโหลกเป็นสัญลักษณ์ของความตายและการแตกดับ การที่พระองค์ประทับอยู่เหนือหัวกะโหลก สื่อถึงการอยู่เหนือวัฏสงสารและการเอาชนะอวิชชาพลังอำนาจและการคุ้มครอง: ในลัทธิความเชื่อแบบตันตระ รูปลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามนี้มีไว้เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและสิ่งอัปมงคลขั้นรุนแรงความแปลกตาที่หาดูยาก: พระพิฆเนศปางนี้สะท้อนถึงอิทธิพลของลัทธิไศวนิกายที่ผสมผสานกับความเชื่อท้องถิ่นในชวา ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าที่ทางพิพิธภัณฑ์เก็บรักษาไว้ข้อมูลการเข้าชมและพิกัดสถานที่: ถนนหน้าพระธาตุ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร (ใกล้กับสนามหลวง)เวลาทำการ: วันพุธ – วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และวันอังคาร) เวลา 09:00 – 16:00 น.ค่าเข้าชม: คนไทย 30 บาท / ชาวต่างชาติ 200 บาทการมาเยือน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ไม่ใช่แค่การมาดูของเก่า แต่คือการมาเชื่อมต่อกับภูมิปัญญาและพลังศรัทธาของบรรพบุรุษ โดยเฉพาะการได้ชม พระพิฆเนศเหยียบหัวกะโหลก ที่จะทำให้คุณได้เห็นมุมมองใหม่ขององค์พระพิฆเนศที่เต็มไปด้วยอำนาจและความขลังเขียนโดย : เบญญาภา แนบเนียน

17 ธ.ค. 2025
หากพูดถึงตำนานความรักที่มั่นคงและเฮี้ยนที่สุดในประเทศไทย คงไม่มีใครไม่นึกถึงชื่อ "แม่นาคพระโขนง" หญิงสาวผู้รอคอยคนรักอยู่ที่ท่าน้ำจนลมหายใจสุดท้าย และสถานที่ที่เป็นจุดกำเนิดของตำนานนี้ก็คือ วัดมหาบุศย์ เขตอ่อนนุช กรุงเทพฯ ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญของสายมูที่ต้องการมาขอพรทั้งเรื่องความรักและการคัดเลือกทหารวัดมหาบุศย์ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย โดย "พระมหาบุศย์" จากวัดมหาธาตุ เป็นผู้สร้างขึ้น เดิมทีวัดนี้เป็นศูนย์กลางของชาวบ้านในย่านพระโขนงแต่สิ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้โด่งดังไปทั่วประเทศคือเรื่องราวของ นางนาค หญิงสาวที่ตายทั้งกลมขณะรอคอย นายมาก สามีที่ไปรบ ตามตำนานกล่าวว่าดวงวิญญาณของแม่นาคมีความผูกพันกับวัดแห่งนี้มาก จนมีการสร้างศาลขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้มากราบไหว้และรำลึกถึงความรักที่มั่นคง และขอขมาต่อดวงวิญญาณเพื่อให้ท่านประทานพรให้แก่ผู้ที่ศรัทธามาวัดมหาบุศย์... ขอพรเรื่องอะไรเรื่องความรักใครที่โสดหรือมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ มักมาขอให้พบรักแท้ หรือให้คนรักกลับมา เนื่องจากย่านาคคือสัญลักษณ์ของความรักที่มั่นคงการคัดเลือกทหาร (จับใบดำใบแดง)นี่คือไฮไลท์ที่โด่งดังที่สุด เพราะตามตำนานนายมากต้องพรากจากย่านาคไปเพราะการไปรบ เชื่อกันว่าย่านาคไม่ชอบการพลัดพราก จึงมักช่วยให้คนที่มาขอพร "จับได้ใบดำ" หรือไม่ต้องไปเป็นทหารนั่นเองโชคลาภและเลขเด็ดหลายคนมาขอโชคลาภและการเสี่ยงดวง ซึ่งมักจะได้รับโชคกลับไปจนต้องกลับมาแก้บนกันอย่างเนืองแน่นสุขภาพและความปลอดภัยขอให้คลอดบุตรอย่างปลอดภัยวิธีการขอพรและของแก้บนย่านาคของที่ต้องเตรียมเพื่อไหว้ขอพรธูป 2 ดอกเทียน 1 เล่มดอกไม้ (นิยมดอกมะลิหรือดอกกุหลาบแดง)ทองคำเปลว เพื่อนำไปปิดที่รูปปั้นย่านาควิธีการแก้บน (เมื่อสมปรารถนาแล้ว)หากสิ่งที่ขอประสบความสำเร็จ สิ่งที่ย่านาคโปรดปรานและนิยมนำมาแก้บน ได้แก่ชุดไทย: มักเห็นชุดไทยหลากสีสันแขวนอยู่รอบศาลของเล่นเด็กและชุดเด็ก: สื่อถึงลูกของแม่นาคเครื่องประดับและเครื่องแต่งกายสตรี: เช่น สร้อยคอ กระจก หวีอาหาร: นิยม ขนมหวาน ผลไม้ หรืออาหารคาวที่ท่านชอบการจัดฉายภาพยนตร์: ในอดีตนิยมแก้บนด้วยลิเกหรือภาพยนตร์กลางแปลงภายในวัดข้อควรระวัง: ห้ามปิดทองที่ใบหน้า ดวงตา และริมฝีปากของรูปปั้นย่านาค และควรแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าเขตวัดวัดมหาบุศย์และศาลแม่นาคพระโขนง ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์หรือตำนานสยองขวัญเท่านั้น แต่ยังเป็นที่พึ่งทางใจของผู้คนมาหลายยุคสมัย ความศรัทธาที่มีต่อ "ความรักอมตะ" ของย่านาคยังคงไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของวัดแห่งนี้ หากใครที่กำลังมองหาที่พึ่งในเรื่องความรักหรือโชคลาภ การเดินทางมาเยือนวัดมหาบุศย์สักครั้งอาจทำให้คุณได้รับคำตอบที่ตามหาก็เป็นได้พิกัดและข้อมูลทั่วไปที่ตั้ง: 749 ซอยอ่อนนุช 7 แขวงอ่อนนุช เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร 10250ลิงก์แผนที่: วัดมหาบุศย์ (แม่นาคพระโขนง)วิธีการเดินทาง1. โดยรถไฟฟ้า (BTS)ลงที่ สถานีอ่อนนุช (Sukhumvit Line) ออกทางออกที่ 1 จากนั้นสามารถต่อรถสาธารณะเข้าซอยอ่อนนุช (สุขุมวิท 77) เช่นรถสองแถว: สายที่เขียนว่าไป "มิตรภาพ" หรือสายที่ผ่านปากซอยอ่อนนุช 7วินมอเตอร์ไซค์: บอกว่าไปวัดมหาบุศย์ (ค่าบริการประมาณ 20-30 บาท)รถเมล์: สาย 519 หรือสายอื่นๆ ที่วิ่งเข้าเส้นอ่อนนุช2. โดยรถส่วนตัวหากมาทางถนนสุขุมวิท ให้เลี้ยวเข้า ซอยสุขุมวิท 77 (อ่อนนุช) ขับตรงมาเรื่อยๆ จนถึง ซอยอ่อนนุช 7 (อยู่ทางซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าซอยไปไม่ไกลจะถึงวัดทางวัดมีที่จอดรถให้บริการ แต่อาจจะหนาแน่นในช่วงวันหยุดหรือช่วงก่อนวันหวยออก3. โดยเรือ (คลองพระโขนง)สามารถนั่งเรือหางยาวมาลงที่ ท่าเรือวัดมหาบุศย์ ได้โดยตรง ซึ่งจะได้บรรยากาศริมน้ำตามตำนานแม่นาคพระโขนงแบบดั้งเดิมผู้เขียน : เบญญาภา แนบเนียน

16 ธ.ค. 2025
วัดเล่งเน่ยยี่ จุดเริ่มต้นปีใหม่ของสายมู ที่ไม่ได้แค่ “ขอ” แต่คือการตั้งต้นชีวิตการเริ่มต้นปีใหม่สำหรับสายมู ไม่ใช่เพียงการไหว้พระขอพรให้โชคดี แต่คือการ “ตั้งหลักชีวิตใหม่” และหนึ่งในวัดที่ผู้คนศรัทธาเลือกไปเป็นอันดับต้นๆ คือ วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาสวัดจีนเก่าแก่ใจกลางเยาวราช ที่เชื่อกันว่าเป็นศูนย์รวมพลังมงคลสำหรับการเปิดดวง เปิดทาง และเริ่มต้นสิ่งดีๆ ในชีวิตชื่อ “เล่งเน่ยยี่” มีความหมายว่า วัดมังกร ซึ่งตามความเชื่อจีน มังกรคือสัญลักษณ์แห่งอำนาจ ความสำเร็จ และการเปลี่ยนผ่าน การเข้าวัดมังกรในช่วงต้นปีจึงเปรียบเหมือนการก้าวผ่านปีเก่า เปิดรับพลังใหม่ และตั้งเจตนาให้ชีวิตเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นวัดเล่งเน่ยยี่ถือเป็นวัดที่มีเทพเจ้าจีนประดิษฐานอยู่อย่างครบถ้วน ทำให้ผู้ศรัทธาสามารถขอพรได้รอบด้านในที่เดียว เริ่มตั้งแต่ องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ เทพสูงสุดแห่งสวรรค์ ผู้คุมกฎแห่งจักรวาล เหมาะสำหรับการขอพรภาพรวมชีวิต ความมั่นคง และการตัดสินใจเรื่องสำคัญในปีใหม่ถัดมาคือ เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย เทพแห่งโชคลาภและเงินทอง ผู้คนมักมาขอพรด้านการค้าขาย รายได้ และโอกาสทางการเงิน เชื่อกันว่าหากขอด้วยความตั้งใจและพร้อมลงมือทำ เงินจะหมุนไม่ขาดมือสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องปีชงหรืออุปสรรคชีวิต เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ย คือองค์สำคัญที่ไม่ควรพลาด เพราะเป็นเทพผู้ดูแลดวงชะตาตามปีนักษัตร การไหว้ไท้ส่วยเอี๊ยในช่วงต้นปีเปรียบเสมือนการฝากดวง ขอคุ้มครองให้ปีนั้นผ่านไปอย่างราบรื่นด้านความเมตตา ความรัก และความสงบใจ ผู้คนจะมากราบ พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือ เจ้าแม่กวนอิม เทพที่ขึ้นชื่อเรื่องการรับฟังความทุกข์ของมนุษย์ เหมาะกับการขอพรเรื่องความสัมพันธ์ สุขภาพ และปัญหาชีวิตที่ต้องการกำลังใจนอกจากนี้ยังมี เทพเจ้ากวนอู เทพแห่งความซื่อสัตย์ ความกล้าหาญ และอำนาจบารมี เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ความน่าเชื่อถือ และการเป็นผู้นำ รวมถึง เทพเจ้าแพทย์ สำหรับผู้ที่ขอพรด้านสุขภาพและการเยียวยาโรคภัยตามความเชื่อจีน ช่วงปีใหม่และตรุษจีนคือช่วงเวลาที่พลังฟ้า ดิน และมนุษย์เปิดรับกันมากที่สุด การมาไหว้พระในช่วงนี้จึงไม่ใช่แค่การขอพร แต่เป็นการ “ล้างพลังเก่า” และตั้งเจตนาใหม่ให้ชีวิต โดยเฉพาะผู้ที่รู้สึกว่าปีที่ผ่านมาเหนื่อย หนัก หรือสะดุด การเริ่มต้นปีที่วัดเล่งเน่ยยี่จึงเหมือนการรีเซ็ตใจและดวงไปพร้อมกันการขอพรที่วัดเล่งเน่ยยี่ เชื่อกันว่าไม่ใช่แค่ไหว้ครบ แต่ต้องขอให้ถูกวิธี เริ่มจากการตั้งจิตให้ชัดก่อนจุดธูป รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และพร้อมจะลงมือทำอะไรเพื่อให้พรนั้นเกิดผลโดยก่อนจุดธูป อย่ารีบ ให้ถามตัวเอง 3 อย่างปีนี้อยาก “ได้อะไร” มากที่สุดสิ่งนั้นต้อง “ทำอะไรแลก”ขอเพื่อพัฒนาชีวิต ไม่เบียดเบียนใครหรือไม่ลำดับการไหว้ก็สำคัญโดยส่วนมากจะเริ่มจากองค์ใหญ่และปิดท้ายด้วยเทพเฉพาะด้านอย่างลำดับที่นิยมและเชื่อว่าพลังไหลลื่นที่สุดไหว้ฟ้าดิน / เง็กเซียนฮ่องเต้ – ตั้งหลักชีวิตไท้ส่วยเอี๊ย – แก้ชง ตัดอุปสรรคไฉ่ซิงเอี๊ย – เปิดทางเงินทองกวนอู – ความก้าวหน้า บารมีเจ้าแม่กวนอิม – ปิดท้ายด้วยความเมตตาวิธีอธิษฐานที่ได้คนส่วนใหญ่ทำแล้วได้ผล“ข้าพเจ้า (ชื่อ–นามสกุล)เกิดวันที่…ขอพรเรื่อง…เพื่อให้เกิดผลดีต่อชีวิตและผู้อื่นข้าพเจ้าพร้อมลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ”หมายเหตุ : หลีกเลี่ยงคำว่า “ขอรวยเร็ว” , “ขอให้ได้ของคนอื่น”, “ขอให้คนอื่นแพ้” การขอพรเทพควรคิดดีทำดี ไม่ควรคิดร้ายหรือมุ่งร้ายต่อคนอื่นของไหว้ไม่จำเป็นต้องแพง แต่ควรเป็นของมงคล เช่น ผลไม้ ขนมหวาน และดอกไม้สด หลังไหว้แล้วควรรักษาคำพูดและความคิดให้เป็นบวก เพราะเชื่อกันว่าคำพูดของตัวเองคือพลังที่แรงที่สุดสำหรับสายมูแล้ว วัดเล่งเน่ยยี่ไม่ใช่แค่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่คือพื้นที่ที่ช่วยให้เราหยุดทบทวนชีวิต ตั้งเป้าหมาย และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยพลัง ความหวัง และทิศทางที่ชัดขึ้น การขอพรที่นี่จึงไม่ใช่การฝากความหวังไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพียงอย่างเดียว แต่คือการบอกตัวเองว่า “ปีนี้ เราจะจริงจังกับชีวิตมากขึ้น”ที่ตั้ง: ถนนเจริญกรุง แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯเปิดทุกวัน: ประมาณ 08.00 – 17.00 น.ช่วงเทศกาลใหญ่ เช่น ตรุษจีน / ปีใหม่จีน วัดอาจเปิดเร็วขึ้น และมีผู้คนค่อนข้างหนาแน่นวิธีการเดินทางรถไฟฟ้า MRTลงสถานี วัดมังกร (ทางออก 1)เดินออกมาก็ถึงวัดทันที สะดวกมากสำหรับสายมูเมืองรถเมล์มีหลายสายผ่านถนนเจริญกรุงและเยาวราชรถยนต์ส่วนตัวพื้นที่หน้าวัดจอดจำกัดแนะนำจอดอาคารจอดรถหรือพื้นที่เอกชนใกล้เคียง แล้วเดินต่อ

15 ธ.ค. 2025
วัดญวนสะพานขาว หรือ วัดสมณานัมบริหาร เป็นอัญมณีทางพุทธศาสนาในกรุงเทพฯ ที่ไม่ควรพลาด ด้วยเอกลักษณ์ของ อนัมนิกาย (นิกายมหายาน) ผสมผสานสถาปัตยกรรมแบบญวน-จีนได้อย่างลงตัว วัดแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอันสงบเงียบเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์รวมพลังศรัทธาที่ผู้คนหลั่งไหลมาขอพรด้านต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่อง สุขภาพดี การงานก้าวหน้า และความสำเร็จในชีวิต ตามที่ปรากฏในภาพความศักดิ์สิทธิ์และหลากหลายขององค์เทพที่ประดิษฐานอยู่การมาเยือนวัดญวนสะพานขาวมอบประสบการณ์การขอพรที่ครบวงจรและแตกต่าง โดยมีองค์เทพศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ดังนี้องค์หมอชีวกโกมารภัจจ์: ขอพรด้านสุขภาพและปัดเป่าโรคภัยนี่คือจุดเด่นที่ขึ้นชื่อที่สุดของวัด! ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อสักการะ องค์หมอชีวกโกมารภัจจ์ (บรมครูแพทย์แผนโบราณ) เพื่อขอพรให้ตนเองและครอบครัวมี สุขภาพแข็งแรง หายจากอาการเจ็บป่วย หรือแม้แต่ขอความเป็นสิริมงคลให้กับการรักษาทางการแพทย์ เชื่อกันว่าการมาขอพร ณ จุดนี้จะช่วยให้โรคภัยไข้เจ็บบรรเทาและมีชีวิตที่ยืนยาวท้าวมหาพรหมสหัมบดี: ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน ท้าวมหาพรหมสหัมบดี ซึ่งเป็นที่เคารพอย่างสูงในการมาขอพรเรื่อง การงาน การทำมาค้าขาย ความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ และความสำเร็จในชีวิต เชื่อกันว่าพระองค์จะช่วยเปิดทางให้ธุรกิจราบรื่นและเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จลุล่วงหลวงพ่อบ๋าวเอิง: บารมีแห่งความอัศจรรย์และเมตตากราบสักการะ หลวงพ่อบ๋าวเอิง (องสรภาณมธุรส) ซึ่งเป็นพระสงฆ์อนัมนิกายผู้มีบารมีและเป็นที่เคารพนับถือ ท่านมีชื่อเสียงในเรื่องอภิญญาและเมตตาธรรม การมาสักการะอัฐิธาตุของท่านเชื่อว่าจะได้รับพลังบุญและปาฏิหาริย์ที่ช่วยให้ชีวิตแคล้วคลาดปลอดภัยและพบแต่ความสุขความเจริญสัมผัสความงามทางพุทธศิลป์ญวน-จีนนอกเหนือจากมิติทางจิตวิญญาณแล้ว วัดญวนสะพานขาวยังเป็นสถานที่ที่ให้คุณได้ชื่นชมงานพุทธศิลป์ที่งดงามและหาชมได้ยาก ซึ่งสอดคล้องกับภาพที่ปรากฏสถาปัตยกรรมผสมผสาน: ชมความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมแบบญวน-จีน ที่แสดงออกผ่านซุ้มประตูทางเข้า และอาคารต่างๆ ภายในวัดพระพุทธรูปและเทพเจ้ามหายาน: พบกับพระพุทธรูปปางต่างๆ และพระโพธิสัตว์ที่สำคัญในนิกายมหายาน เช่น พระพุทธรูปสีทององค์ใหญ่และ เจ้าแม่กวนอิมปางทองคำรวมถึง พระสังกัจจายน์ (พระศรีอาริยเมตไตรย) ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภเครื่องสักการะอันวิจิตร: สังเกตความละเอียดอ่อนของเครื่องบูชาและตกแต่งด้วยดอกไม้สีสันสดใส เช่น ดอกบัวและดอกกุหลาบ ซึ่งสะท้อนถึงความศรัทธาและความร่มเย็นภายในวัดวัดญวนสะพานขาวจึงเป็นมากกว่าวัด แต่เป็นสถานที่ที่รวมเอาความเชื่อของชาวญวนและมหายานเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน มอบโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ขอพรเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นในทุกด้าน ทั้งด้านสุขภาพจากองค์หมอชีวกฯ และความก้าวหน้าในการงานจากท้าวมหาพรหมฯผู้เขียน เบญญาภา แนบเนียน